เด็กน้อย ณ Hoi An กับจิตวิญญาณเสรี

เด็กน้อย ณ Hoi An กับจิตวิญญาณเสรี
เกริ่นเรื่อง: ขออภัยใส่รูปไม่ได้ ขออนุญาตตามลิ้งค์ข้างล่างนะคะ
13 ต.ค. 61 , View: 8 , Post : 0


หลังจากมีปณิธานอยากเขียนบล็อกอย่างน้อยที่สุดแบบวันเว้นวันจนกว่าจะเริ่มทริปใหม่..&amp;lt;br /&amp;gt;&lt;br /&gt;<br />
ก็เริ่มกลับไปย้อนดูรูปถ่ายจากทริปเท่าที่มี..&lt;br /&gt;<br />
&lt;br /&gt;<br />
แล้วถามตัวเองว่าชอบรูปไหนมากที่สุด..บทความของรอบนี้จะเริ่มจากตรงนั้น..&amp;lt;br /&amp;gt;&lt;br /&gt;<br />
ก็ได้คำตอบออกมาเป็นรูปนี้..&lt;br /&gt;<br />
ก่อนที่จะกดถ่ายรูป..&lt;br /&gt;<br />
ใจมันรู้สึกสัมผัสได้ถึงจิตวิญญาณเสรีของสิ่งที่ปรากฎอยู่ตรงหน้าก่อน..&lt;br /&gt;<br />
ก็ซึมซับกับมันอยู่พักหนึ่ง..&lt;br /&gt;<br />
แล้วตั้งใจจะเดินผ่านไป..คืออยากเก็บไว้ในแค่ความทรงจำ..ในความคิดตอนนั้นนะ..&lt;br /&gt;<br />
แต่ข้างในลึกลงไปอีกกลับบอกว่าเธอควรกลับไปกดบันทึกไว้..&lt;br /&gt;<br />
หลังจากบันทึกภาพเสร็จก็ได้ยินเสียงผู้หญิงวัยกลางคนหัวเราะดังมาจากข้างหลัง..&lt;br /&gt;<br />
จึงหันไปยิ้มหวานให้ด้วยความรู้สึกขอบคุณ..&lt;br /&gt;<br />
&lt;br /&gt;<br />
เธอน่าจะเป็นแม่ของน้องเด็กผู้หญิงคนนี้น่ะ..&lt;br /&gt;<br />
&lt;br /&gt;<br />
ก็ควรจะเขียนอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้หน่อย..หวังว่าจะมีประโยชน์และดูไม่วิชาการเคร่งเครียดเกินไปนะ :)&lt;br /&gt;<br />
&lt;br /&gt;<br />
&lt;br /&gt;<br />
วันนี้ผู้เขียนขอนำเสนอปรัชญาและแนวคิดที่อธิบายธรรมชาติของเด็กและแนวทางที่จะช่วยให้พวกเขาเข้าถึงศักยภาพคือตัวตนที่แท้จริงของพวกเขา จากนักคิด 3 ท่านที่ผู้เขียนชื่นชอบ&lt;br /&gt;<br />
&lt;br /&gt;<br />
&lt;br /&gt;<br />
เริ่มจาก รูดอร์ฟ สไตเนอร์ นักปรัชญาชาวเยอรมัน ผู้ริเริ่มแนวการศึกษาแบบวอลดอร์ฟที่เน้นเรื่องของการเชื่อมโยงมนุษย์กับจักรวาล โดยมีมุมมองว่า เด็กควรได้เล่นอย่างอิสระ ชีวิตเรียบง่ายกลมกลืนกับธรรมชาติ สิ่งแวดล้อมที่ดีจะช่วยให้เกิดการเรียนรู้ที่ดี โดยเฉพาะเด็กๆ ที่มีจิตใจละเอียดอ่อนจะซึมซับสิ่งแวดล้อมและเรียนรู้ได้ง่าย เพื่อให้เด็กรู้จักจุดยืนที่สมดุลของตนในการใช้ชีวิตอยู่บนโลก ผ่านกิจกรรมทางกาย ความรู้สึก และการคิด เน้นให้เด็กได้ใช้พลังทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นสติปัญญา ด้านศิลปะ และด้านการปฏิบัติอย่างพอเหมาะ&amp;nbsp; เพื่อพัฒนามนุษย์ให้ได้ถึงส่วนลึกที่สุดของจิตใจ&lt;br /&gt;<br />
&lt;br /&gt;<br />
ซึ่งโรงเรียนระดับอนุบาลบางโรงเรียนในไทยเองก็ได้รับอิทธิพลแนววอลดอร์ฟเข้ามาปรับใช้ในการเรียนการสอน เป็นแนวการศึกษาทางเลือกให้พบเห็นอยู่บ้าง ถ้าผู้ปกครองท่านใดสนใจก็ลองค้นหาดูได้จ้า&lt;br /&gt;<br />
&lt;br /&gt;<br />
นักคิดคนต่อมาที่หลายคนมองว่าเขามีความคิดที่ขบถ(Rebel)อยู่มากทีเดียวซึ่งผู้เขียนเองอ่านหนังสือเล่มนั้นของเขาอยู่พักหนึ่งเมื่อสมัยเป็นวัยรุ่น(ฟังดูแก่จัง^^) นั่นคือ ไอวาน อิลลิช ชาวออสเตรีย เจ้าของหนังสือโด่งดังเรื่อง &amp;amp;quot;ที่นี่ไม่มีโรงเรียน&amp;amp;quot; (Deschool Society)ในปี 1971 เขาวิพากษ์วิจารณ์การสอนและควบคุมแบบเบ็ดเสร็จ ซึ่งเทคโนโลยีสมัยใหม่และสถาบันการศึกษาที่มีลักษณะเป็นทางการแบบขุนนาง กำลังทำลายทักษะและการพึ่งพาตัวเองได้ของปัจเจกชน เขามีมุมมองว่า เด็กสามารถเรียนรู้ได้ในทุกที่ ทุกเวลา ทุกสถานการณ์ โดยสรรพสิ่งทั้งหลายนั้นสามารถครูและให้บทเรียนอันล้ำค่าได้ทั้งสิ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากบุคคลและเรื่องราวที่สามารถเป็นแบบอย่างเเละแบบฉบับของทักษะและคุณค่าอันดีงาม เด็กๆควรได้พบกับเพื่อนๆ รุ่นราวคราวเดียวกัน ซึ่งจะช่วยให้เกิดความท้าทาย การโต้เถียง การวิจารณ์ ที่มีทั้งการแข่งขันและร่วมมือ พร้อมกันกับที่เด็กๆ จะขาดเสียซึ่งผู้ใหญ่ไม่ได้เพราะผู้ใหญ่ที่มีความสามารถให้ความรู้ ประสบการณ์ ทักษะ และความปรารถนาดีอย่างจริงใจจะช่วยให้เด็กได้เรียนรู้และพัฒนาตัวเองได้มาก นอกจากนั้นการให้คำตำหนิติเตียนอย่างถึงแก่นจากผู้ใหญ่ก็มีความจำเป็น เพราะชีวิตเด็กทุกคนจะต้องผ่านการเผชิญหน้ากับมันเช่นกัน&lt;br /&gt;<br />
คนสุดท้ายสำหรับวันนี้รู้จักกันในฐานะบิดาแห่งต้นกำเนิดระบบHomeschool หรือ การศึกษานอกระบบในบ้านเราปัจจุบันก็ว่าได้ (โรงเรียนSummer Hill ซึ่งถือเป็น Homeschoolแห่งแรกในไทยต่อตั้งขึ้นเมื่อปี 1979) นั่นคือ เอ.เอส. นีล ชาวสก็อตแลนด์ เป็นผู้ก่อตั้งโรงเรียน Summerhill ในปี 1921 ในขณะที่สิทธิของบุคคลไม่ได้รับการเคารพนับถืออย่างในปัจจุบัน เด็กบางคนได้รับการเลี้ยงดูอย่างรุนแรงในบ้านและบางครั้งก็มีระเบียบวินัยที่เคร่งครัดเกินไปในการเลี้ยงดูเด็ก หลังจากที่คลุกคลีกับเด็กมาเป็นเวลานานในโรงเรียนของเขา นีลได้เขียนหนังสือ ชีวิต เสรีภาพ ซัมเมอร์ฮิล (Summer Hill) โดยถูกตีพิมพ์ในปี 1960 เขามีความเชื่อพื้นฐานว่ามนุษย์ที่มีความรัก มีความเมตตา และไร้ซึ่งความเกลียดชัง จะไม่ก่อความรุนแรงและใฝ่หาอำนาจ และไม่ก่อสงครามต่อมนุษยชาติ ซึ่งจะเห็นได้ว่าปีค.ศ.ที่หนังสือถูกผลิตออกมาครั้งแรกขณะนั้นโลกทั้งโลกกำลังเผชิญกับความกดดันและอกสั่นขวัญแขวนภายใต้บรรยากาศของสงครามเย็นนั่นเอง&lt;br /&gt;<br />
นีลได้รับอิทธิพลจากแนวคิดเรื่องจิตวิเคราะห์ของซิกมันต์ ฟรอยด์ค่อนข้างมาก และเชื่อในสมมติฐานที่ว่าเด็กไม่มีนิสัยเลวมาแต่กำเนิด แต่เด็กที่มีปัญหาก็คือเด็กที่ขาดความสุข การศึกษาจึงควรจะช่วยให้เด็กสามารถเป็นตัวของตัวเองและสิ่งที่จะช่วยได้มากในเรื่องนี้คือการฝึกให้เขาปกครองตนเอง เน้นการสร้างเสรีภาพให้กับเด็กซึ่งเป็นเสรีภาพภายในกรอบของความถูกต้องทางศีลธรรมอันดีงาม&lt;br /&gt;<br />
ส่วนตัวผู้เขียนเองค่อนข้างชอบและสนับสนุนการพัฒนาให้เด็กเข้าถึงศักยภาพสูงสุดของตัวเองด้วยวิธีการเรียนรู้แบบ Homeschool อยู่มากทีเดียว&lt;br /&gt;<br />
คำกล่าวที่มีชื่อเสียงของ A.S. Neil ก็คือAll crimes, all hatreds, all wars can be reduced to unhappiness&lt;br /&gt;<br />
เพราะฉะนั้นหัวใจที่เปี่ยมไปด้วยความสุข หรือ Happiness จึงเป็นกุญแจสำคัญที่จะคืนสันติให้แก่โลกนั่นเอง&lt;br /&gt;<br />
เด็กๆจึงควรมีความสุขและอิสระภาพจากภายในเพื่อให้เขาได้บรรลุถึงศักยภาพสูงสุด คือ จิตวิญญาณเสรี ของตัวพวกเขาเอง,ด้วยตัวพวกเขาเอง..&lt;br /&gt;<br />
พ่อแม่และสังคมมีหน้าที่เพียงสนับสนุนและให้เสรีภาพในการเรียนรู้แบบได้ลองทั้งผิดและลองถูกด้วยตนเองภายใต้สิ่งแวดล้อมที่เต็มไปด้วยความรักที่ปราศจากเงื่อนไข..&lt;br /&gt;<br />
&lt;br /&gt;<br />
เงื่อนไขที่ตกอยู่ภายใต้อำนาจความกลัว ความโลภ ความหลง ความไม่รู้ของพ่อแม่และสังคมไง..ซึ่งพวกเราในฐานะผู้ใหญ่ก็เห็นจะมีงานใหญ่ที่ต้องขัดเกลาตัวเองให้เข้าสู่สภาวะที่เป็นความรักที่ปราศจากเงื่อนไขนี้ให้กับพวกเขาให้ได้อย่างแท้จริงด้วย..&lt;br /&gt;<br />
เพราะความรักที่ปราศจากเงื่อนไขนี่เองจะเป็น ลมใต้ปีก ให้เด็กๆได้โบยบิน(อย่างน้อยก็โบยบินไปในจินตนาการที่ไม่มีขีดจำกัดเหมือนที่น้องเด็กผู้หญิงในรูปกำลังล่องลอยอยู่น่ะ :) )..บินไปให้ไกลแสนไกลไปถึงศักยภาพและจุดมุ่งหมายคือตัวตนที่แท้จริงของพวกเขาในวันใดวันหนึ่ง..&lt;br /&gt;<br />
หลังจากนั้นผู้เขียนมีความเชื่ออย่างสุดจิตสุดใจว่าวันหนึ่งพวกเขาก็จะได้บินกลับมาทำหน้าที่คืนความรักที่พวกเขาได้รับมา..ให้แก่ผู้อื่น โลกและสรรพสิ่ง..ด้วยศักยภาพสูงสุดที่พวกเขาได้ค้นพบมา..อันเป็นความรักแบบไม่มีเงื่อนไขเช่นกัน...&lt;br /&gt;<br />
ให้จักรวาลแห่งนี้อบอุ่นและอบอวลไปด้วยกลิ่นไอของความรักไง..&lt;br /&gt;<br />
&lt;a href=&quot;https://www.mindfultravelthailand.com/2018/10/hoi.html?m=1&quot; rel=&quot;nofollow&quot;&gt;https://www.mindfultravelthailand.com/2018/10/hoi.html?m=1&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;

แฟนคลับ [0]
Add เป็นแฟนคลับ Blog นี้

แจ้ง Blog ไม่เหมาะสม



  • C o m m e n t
  • 1

    1


      C O M M E N T   B o X

    อยากบอกว่า :

    ลงชื่อ
    พิมพ์ตัวเลข

    My Blog
    1
    Comments
    0
    Fanclub
    0


        Blog ที่ผ่านมา


    ดู Blog ทั้งหมด


        Favorite Blog
    เก็บรายชื่อ Blog ที่เราชอบมากๆ

    ยังไม่มี Favorite Blog