c o m p e n s a t e

  • 200% Rating

  • 1 Vote(s)

  • 176,227 Views

  • 2,843 Comments

  • 7,566 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    12,437

    Overall
    176,227

ตอนที่ 35 : บ ริ ภั ท ร #ตอนพิเศษ ๑/๓

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 23
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 563 ครั้ง
    14 ต.ค. 61





 

               เสื้อชาวเขากับกางเกงผ้ากัญชงทรงฮาเร็มนั้นเหมาะกันดีกับภาคิน ชานนท์คิดตอนที่เห็นรุ่นน้องหน้าคมเดินเข้ามาในงาน เพื่อนสนิทของบริภัทรไม่ใช่คนของปางไม้แต่ก็ดูคุ้นเคยและกลมกลืนกับบรรยากาศงานเลี้ยงส่งท้ายปีเก่ายิ่งกว่าคุณลูกผึ้งที่เป็นลูกหลานสายตรงเสียอีก ภาคินทั้งยกมือไหว้และรับไหว้ตลอดทางที่เดินมาหาเขาที่โต๊ะ มาถึงก็ลากเก้าอี้พลาสติกสีขาวไปนั่ง มองซ้ายมองขวาแล้วก็ยื่นหน้ามาใกล้

               “ไอ้บีล่ะพี่?”

               “มาถึงก็ถามหาแฟนกูเลยนะ ไม่พูดเรื่องที่มึงพาพวกกูมาส่งแล้วชิ่งกลับทันทีหน่อยล่ะ” ภาคินโอดเสียง

“ชิ่งอัลไลลลล แม่ผมรอที่บ้านไง ช้าไม่ได้”

“มึงควรเตือนกูสักคำ”

“เตือนเรื่อง?”

“พี่ ๆ ของบริภัทร”

“อ้าว ก็นึกว่าไอ้บีมันบอกพี่แล้ว แล้วตกลงนี่มันหายไปไหนอะ ตอนเข้ามาก็เจอแต่พี่สาม บอกจะออกไปโทรศัพท์”

“ไปกับพ่อเลี้ยง ทางโน้น...” เขาชี้ไปทางด้านหน้าเวที พ่อเลี้ยงภัทรยืนเด่นเป็นสง่ากับลูกชายคนรองและคนเล็ก ท่านกำลังโอภาปราศรัยกับกลุ่มหัวหน้าคนงานหลังจากขึ้นไปกล่าวเปิดงานบนเวทีเรียบร้อยแล้ว มีเสียงเรียกร้องให้ท่านขึ้นร้องเพลง แน่นอนว่าพ่อเลี้ยงยกหน้าที่อันทรงเกียรตินั้นให้มือวางอับดับหนึ่งอย่างสาวจั๋นตาไปอย่างเต็มใจยิ่ง

               “แม่นายกลับเรือนไปแล้วเหรอครับ”

               “รู้ได้ยังไง?”

               “โธ่พี่ ผมเข้าออกบ้านนี้มากี่ปี แม่นายไม่ค่อยชอบงานเลี้ยงพวกนี้เท่าไหร่หรอก บอกเสียงดังแล้วก็มีแต่ขี้เหล้า ทุกทีก็มาแค่ตอนเริ่มงานแล้วก็กลับเรือน แล้วนี่พี่หนึ่งไปไหน” ชานนท์ส่ายหน้าไปมา

               “เมื่อกี้ก็ยังเดินไปเดินมาแถวนี้” ภาคินกระชับเสื้อตัวนอก อากาศช่วงหัวค่ำนั้นเย็นจัดเข้าขั้นหนาว คนที่เกิดและโตบนดอยอย่างเขายังต้องสวมเสื้อหนาวทับเสื้อแขนยาวข้างในอีกตัว

“สรถ. สักหน่อยไหมพี่”

               “อะไร?” คนเพิ่งมาถึงสอดส่ายสายตาไปรอบ ๆ

               “สุราเถื่อนไง ว้อดก้าคนเมียง แก้หนาวได้ดีขนาด”

               “แบบนี้น่ะเหรอ” เขายกแก้วใบเล็กในมือขึ้น เพราะตอนแรกมีแก้วพลาสติกบังอยู่ภาคินจึงไม่เห็นว่ามือใหญ่ข้างนั้นถือเป๊กเหล้าไว้ในมือ

“เหยดดดดดดด กี่เป๊กไปแล้วพี่”

               “ไม่ได้นับ มีคนมาขอชนก็จิบเรื่อย ๆ”

               “เกือบ ๆ 40 ดีกรีเน้อ เบา ๆ ค่อย ๆ คืนนี้ยังอีกยาวไกล” หนุ่มไร่ชาเตือนผ่านรอยยิ้ม วันนี้เขาขออนุญาตมารดาบังเกิดเกล้าเรื่องเหล้ายาปลาปิ้งแล้ว แม่เห็นว่าเขาจะมางานเลี้ยงของปางวนาเทพเลยหยวนให้วันหนึ่ง เพราะฉะนั้นต่อให้เขาเมาจนกลับบ้านไม่ได้ก็จะไม่มีการลงโทษใด ๆ จากพระมารดาแน่นอน ภาคินลั้นลาหยิบถั่วลิสงทอดใส่ปากพลางมองไปทางเวที ดูเหมือนว่าพี่ ๆ คนงานกำลังส่งเสียงเชียร์ให้คุณลูกผึ้งขึ้นไปร้องเพลง

               “ตกลงเพื่อนมึงเขาชื่อบีชื่อลูกผึ้งหรือชื่อผึ้งเฉย ๆ วะ?” มือที่กำลังหยิบน้ำแข็งเติมใส่แก้วชะงัก ใบหน้าคร้ามคมปรากฏรอยยิ้มอย่างนึกสนุก

               “พี่รู้แล้วเหรอครับ?”

“รู้ตอนได้ยินแม่นายเรียก” ตอนนั้นตัวบริภัทรเองก็มีพิรุธไม่น้อย ไม่รู้ว่าเขิน อายหรือกลัวความผิดผิวแก้มถึงได้แดงแข่งกับสีปาก หลบหูหลบตาเขาวุ่นวาย

“ชื่อลูกผึ้งพี่ น่ารักมะ?”

               “ก็น่ารัก”

“.......”

“เออ น่ารักเหี้ย ๆ” ภาคินเหิดลั่นดอย

               “โว้ยยยยยยยยยยย เมาแล้วหรือเปล่าเนี่ย!” พี่กู ขรึมได้แม้กระทั่งตอนกำลังพูดเรื่องเลี่ยนสุดใจ ใครมองมาถ้าไม่ได้ยินเสียงจะไม่มีวันรู้แน่ว่าคุณชานนท์เธอกำลังชื่นชมชื่อของคุณหนูลูกผึ้งอย่างฮาร์ดคอร์สุดพลัง “ชื่อแรกเกิดเลยคือลูกผึ้ง ชื่อจริงก็บริภัทรนี่แหละ มันบอกว่าชื่อบีนี่แม่นายตั้งให้ตอนเรียนชั้นเด็กเล็ก ไม่รู้พวกพี่เขาคิดยังไงถึงอยากสงวนชื่อน้องไว้ให้แค่คนในบ้าน ใครเรียกก็ไม่ชอบไปตาขวางใส่เขาหมด แม่นายคงอ่อนใจนะ พี่ว่าไหม”

               “กูไม่คิดว่าเขาจะเรียกบริภัทรว่าน้อง”

               “อ๋อ ธรรมดานะพี่ คนแถวนี้เรียกลูกเล็กเด็กแดงว่าน้องหมด ผมเองยังแทนตัวเองว่าน้องเวลาพูดกับปู่ย่าตายายเลย ไอ้เจ้าบีเองมันแทนตัวเองว่าน้องกับคนในครอบครัวแต่กับคนนอกมันไม่พูดนะ คือไปที่อื่นมันก็อีกเรื่องไง เรื่องธรรมดาของที่หนึ่งอาจจะกลายเป็นเรื่องดัดจริตของอีกที่ก็ได้”

               “ดัดจริตอะไร ก็ดี”

               “นั่นแหนะ นั่นแหนะ พี่เขาอยากให้เพื่อนเราแทนตัวเองว่าน้องหรือเปล่าน้าาา” หยอกแล้วก็รีบยกแก้วเครื่องดื่มหนีแต่นอกจากตาดุ ๆ ที่ชำเลืองมองแล้วก็ไม่มีเคราะห์ภัยใด ๆ เกิดขึ้นกับเขา ภาคินเทเครื่องดื่มสีใสราดลงบนน้ำแข็งก้อนแกว่งนิดหน่อยก่อนจะเทแค่น้ำใส่แก้วชานนท์

               “อากาศหนาว ๆ เราต้องเอาของเย็นเข้าสู้ มาพี่ bottom up!” ยกกันหมดแก้วชอต ไอเย็นไหลผ่านลำคอกลายเป็นความร้อนที่ลุกวาบในท้อง ภาคินส่งเสียงประหลาดออกมาก่อนจะหยิบแหนมใส่ปากเป็นของแกล้ม ชายหนุ่มหัวเราะน้อย ๆ ตอนเห็นรุ่นพี่คนดังจากเศรษฐศาสตร์ร้องซี้ดผ่านไรฟัน ชี้ให้ดูทางหน้าเวทีที่ป้าจั๋นตาและแม่อุ๊ยแม่ยายทั้งหลายช่วยกันคล้องแขนพาคุณลูกผึ้งขึ้นเวที

               “แล้วเป็นยังไงบ้างพี่ วันแรกในปางวนาเทพ มีอะไรให้อกสั่นขวัญผวาบ้างปะครับ” ชานนท์โคลงศีรษะ ตายังมองที่เวที หยีตาแบบนั้นเพราะแสงไฟมันจ้าเกินไปหรือเปล่า ขยับเข้าไปอีกนิดสิ พวกที่เต้นข้างหน้านั่นเมากันแล้วทั้งนั้น “ไม่ถึงกับขวัญผวาหรอก แค่ก่อนมาคิดไว้อีกอย่างพอมาเจออีกอย่างก็เลยประหลาดใจนิดหน่อยแต่รวม ๆ แล้วก็ดีนะ ดีมากเลยล่ะ” ได้รู้จักครอบครัวที่เลี้ยงดูบริภัทรมา ได้รู้เรื่องราวของน้องเพิ่ม ได้เห็นเวลาน้องอยู่กับคนในครอบครัว แค่นี้คุ้มแล้วที่ได้มา

               “ถามจริง? ไม่กลัวอะไรเลยเหรอ?”

               “จะให้กลัวอะไร?”

               “ก็ อภินิหารของสามเลขไง พี่หนึ่ง พี่สอง พี่สามน่ะ ไม่มีใครยกปืนขึ้นขู่พี่เลยเหรอวะ” ชานนท์วางแก้วเหล้า เรื่องปืนนั้นไม่มีเพราะเขาไม่เห็นใครพกปืน ที่มีอาการมากสุดก็คือพี่สอง แต่นอกจากจ้องเขาตาขวางบวกพูดกระทบในบางจังหวะและท่าทางฮึดฮัดไม่พอใจแล้วก็ไม่ได้แสดงอภินิหารอะไรอีก พี่สามนั้นยิ่งไม่มีปัญหาเมื่อบ่ายก็ยังนั่งคุยกับเขาและแม่นายที่ท่าน้ำเป็นชั่วโมง จะมีก็แต่พี่หนึ่งที่หายออกไปจากบ้านตั้งแต่ช่วงสาย จนถึงตอนนี้เขาก็มีโอกาสแค่สบตาพี่ชายคนโตของคนรักตอนอีกฝ่ายเดินผ่านเท่านั้น พอเขาเล่าให้ฟังภาคินก็ลากเสียงอ๋อยาว ๆ

               “เพราะพี่ได้แบ็คอัพดีแน่เลย”

               “แบ็คอัพ?”

               “น่าจะใช่นะผมว่า” ไม่งั้นพี่ชานนท์ไม่รอดมานั่งตรงนี้หรอก

               “ใคร?”

               “แม่นายไงพี่” คนพี่พยักหน้าช้า ๆ ก็มีความเป็นไปได้ เพราะตอนที่นายแม่ห้ามพวกพี่ชายก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวน้องเขาก็อยู่ตรงนั้น แต่ทั้งสามเลขก็ปฏิเสธเสียงแข็งเลยนี่นา “ถ้าแม่นายโอเคกับพี่ พ่อเลี้ยงก็คงโอเคด้วย แต่ไม่รู้ว่าไอ้เจ้าบีมันไปขายพี่ไว้ยังไงนะ เรื่องนี้พี่ต้องไปถามเจ้าตัวเอง”

               “ไม่เป็นไรหรอก กูมาเพื่อแสดงความจริงใจ เขาจะรับรู้ไหมก็เป็นเรื่องที่กูต้องพิสูจน์ตัวเอง”

“ถ้าหัวเด็ดตีนขาดยังไงก็ไม่ล่ะพี่?”

“มันก็เป็นไปได้แต่เรื่องแบบนี้ต้องใช้เวลา พูดปากเปล่าแค่วันนี้พรุ่งนี้ไม่มีใครวางใจเชื่อหรอก พวกพี่เขารักน้องมากเขาก็ต้องหวงมากห่วงมาก แต่กูไม่ได้จะมาทำร้ายบริภัทรนี่ กูแค่ อยากให้ตัวเองเป็นคนที่ทำให้น้องยิ้มได้ในทุกวัน อยากเป็นกำลังให้น้องรับมือเรื่องเหี้ย ๆ ได้โดยไม่ต้องเจ็บปวด อยากพาไปกินของชอบ อยากได้ยินเสียงหัวเราะ อยากเป็นคนทำให้เขาหลับไปพร้อมความสุขทุกคืนแล้วก็อยากเป็นคนที่เขานึกถึงก่อนใครตอนลืมตาตื่น”

“............”

“ไม่รู้สิ แค่อยากให้เขามีความสุขเพราะกู แค่นั้น” ภาคินมองคนพูดยกดื่มไปอีกชอต โอเค ไม่เสียชื่อเหล้าขาวของปางวนาเทพ แรงจริง ขึ้นจริง ทำพี่ชานนท์คนขรึมของกูพูดยาวขนาดนี้ได้ ภาคินขอซูฮก!

“มึงรู้ใช่ไหมว่ากูจะไม่มีวันทำร้ายน้อง”

“ไม่รู้ว่ะพี่ แต่ถ้าพี่ตั้งใจดีมันก็คือเรื่องดีไง ในฐานะเพื่อนผมทำได้แค่คอยดูแลอยู่วงนอก เสือกบ้างบางเวลา ให้คำปรึกษาในยามที่ต้องการ แต่เรื่องการตัดสินใจผมไม่ชี้นำ แต่ผมเชื่อในตัวเจ้าบีนะ พี่ก็มั่นใจในตัวเองเถอะ ถ้าบีมันเลือกพี่แสดงว่ามันคิดมาดีแล้ว”

“ขอบใจ”

“มะชนอีกแก้ว คุณลูกผึ้งท่าจะไม่ได้ลงจากเวทีแล้วล่ะคืนนี้” ภาคินชนแก้วกับชานนท์ได้ไม่นานก็รำแต้ไปแซวเพื่อนรักถึงหน้าเวที ชานนท์ที่ถูกทิ้งไว้ที่โต๊ะคนเดียวอีกครั้งตบกระเป๋ากางเกงก่อนจะถอนใจออกมาเมื่อนึกขึ้นได้ว่าคืนนี้ตนไม่ได้พกบุหรี่มาด้วย พอถอดใจก็มีคนยื่นของที่ต้องการมาให้ เจ้าของชื่อภูภัทรนั่งลงตรงเก้าอี้ที่ภาคินเคยนั่ง ในมือมีมวนบุหรี่ที่ติดไปเรียบร้อยคีบคาไว้ ชานนท์เอ่ยขอบคุณพอให้ได้ยินเพียงสองคน เคาะมวนยาสูบออกจากกล่องแล้วจุดไฟสูบโดยไม่พูดอะไรอีก

พวกเขานั่งมองบริภัทรร้องเพลงจนจบ น้องลงจากเวทีแล้วทำท่าจะตรงมาทางนี้แต่ถูกพี่ชายคนรองดึงไปทางโต๊ะของพ่อเลี้ยงแทน ชานนท์ยิ้มออกมาน้อย ๆ เมื่อน้องหันมามอง บริภัทรอยู่บนเวทีคงจะเห็นโต๊ะนี้ชัด เพราะเห็นจึงห่วงแล้วก็อยากมาหา ชานนท์อยากบอกน้องว่าไม่ต้องกังวล แม้ว่าเขาจะนั่งอยู่กับบอสใหญ่สองต่อสองโดยไม่พูดอะไรกันมาเกือบครึ่งชั่วโมงแล้วก็ตาม

“ฉันเห็น” เสียงทุ้มเอ่ยผ่านม่านควัน หลังจากทำแค่ยกแก้วเหล้าขึ้นดื่มมาพักใหญ่พี่หนึ่งก็จุดบุหรี่สูบอีกครั้ง ส่วนตัวชานนท์นั้นเขาจบไปตั้งแต่หมดมวนแรกแล้ว ชายหนุ่มไม่ได้ต่อประโยคสนทนาที่อีกฝ่ายเริ่ม เขาแค่หันไปมองและรอ

“นายกับลูกผึ้ง ที่คณะ ที่ร้านหนังสือ ที่ลานจอดรถคอนโด”

“ครับ”

“ทำไมถึงเป็นลูกผึ้ง?”

“........”

“ทำไมถึงต้องเป็นน้องฉัน?” ในฐานะผู้น้อยชานนท์รู้ดีว่าเขาไม่ควรปล่อยให้คนถามรอ พวกผู้ใหญ่นั้นมีประสบการณ์สูงกว่า พบเห็นโลกและผู้คนมามากกว่า แค่ความจริงใจของเด็กคนหนึ่งคงมองออกได้ไม่ยากว่าเป็นของจริงหรือของปั้นแต่ง เขาก็แค่ถ่ายทอดความรู้สึกในใจออกไปอย่างซื่อตรง

“ผมก็ไม่รู้ว่าทำไมต้องเป็นบริภัทร มันเกิดขึ้นตั้งแต่ครั้งแรกที่ผมเจอเขา งานรับน้องก้าวใหม่เมื่อ ตอนนั้นน้องยิ้มเพราะอะไรสักอย่าง เขาไม่ได้ยิ้มให้ผมด้วยซ้ำ ตั้งแต่นั้นมาผมก็เอาแต่มองหาเขา” โคตรน้ำเน่า โคตรเลิฟสตอรี่ รักแรกพบอะไรแบบนั้นมันมีจริงที่ไหน แต่สาบานได้ว่าตอนนั้นชานนท์ไม่รู้ว่ามันคืออะไร เขาหงุดหงิดตัวเองอยู่เป็นนานกว่าจะคิดได้ว่าช่างแม่ง อยากมองก็ไปมอง อยากเจอก็ไปหา เป็นนานกว่าจะยอมรับได้ว่าตัวเองชอบเพื่อนคนนั้นของเซย่า

“มั่นใจแค่ไหนว่าเป็นความรู้สึกจริง ไม่ใช่แค่หลงใหล แค่ชั่วระยะเวลาหนึ่ง?”

“ถ้าพี่รู้จักผมพี่จะเชื่อผม”

“อย่ามั่นใจเกินไปนักนายน่ะ”

“ผมอายุ 22 แล้วครับพี่หนึ่ง อีกไม่กี่เดือนก็จะเรียนจบแล้ว อาจจะไม่ใช่ผู้ใหญ่เต็มตัวแต่ก็ไม่ใช่เด็กไม่รู้ประสา ผมรู้และเข้าใจตัวเองดีว่ารู้สึกกับใครยังไง และกับน้อง ผมจริงจัง”

“ฉันเลี้ยงของฉันมาเกือบยี่สิบปีชานนท์ รักยิ่งกว่ารักมามากกว่าอายุของเขา ถ้านายมั่นใจว่าความรู้สึกแค่ไม่กี่เดือนของนายมันมากมายมหาศาล นายก็ลองเอาความรู้สึกของพวกฉันคูณเข้าไป แล้วนายจะเข้าใจว่าถ้าเป็นเรื่องของลูกผึ้งแล้ว ฉันไม่มีทางมั่นใจในตัวคนอื่นมากไปกว่าตัวเอง”

“พี่หนึ่ง ผมขอแค่โอกาส...”

“นายฉกฉวยโอกาสนั้นไปก่อนหน้านี้แล้ว ไม่ใช่หรือชานนท์?” วนาเทพคนโตทอดเสียงต่ำ ดวงตาที่จับจ้องมาคล้ายมองลึกไปถึงก้นบึ้งหัวใจ คล้ายว่าความลับใดก็ไม่อาจซุกซ่อนภายใต้หน่วยตาเรียวคู่นั้น ชานนท์รู้ว่าตัวเขามีความผิดแต่จะทำอย่างไรได้เล่า เรื่องของเขากับบริภัทรนั้นผิดขั้นตอนมาตั้งแต่ต้นแล้ว บริภัทรเป็นของเขาก่อนที่น้องจะเต็มใจ ก่อนที่เราจะตกลงคบกัน

“ฉันจะไม่ใส่ใจเป็นเรื่องสำคัญถ้าหากไม่เคยเห็นว่าลูกผึ้งมีความสุขตอนอยู่กับนายและไม่เจอนายที่นี่ แต่ลูกผึ้งพานายมาถึงบ้าน เล่าเรื่องนายให้แม่นายฟัง นั่นแสดงว่าเขาให้ใจนายไปมากกว่าที่ฉันคิด มนุษย์เรา อ่อนแอเพราะความรัก โง่เขลาเพราะความรัก พูดตรง ๆ ฉันกลัวว่าวันหนึ่งข้างหน้าลูกผึ้งจะเจ็บเพราะการเสี่ยงครั้งนี้”

“ผมจะไม่มีวันทำร้ายน้อง”

“ฉันไม่เชื่อคำพูดลอย ๆ”

“ผมจะทำให้เห็น” ดวงตาสองคู่จับจ้องไม่มีใครยอมหลบ สิ่งที่คุณภูภัทรกลัวจะไม่มีวันเกิดขึ้นเพราะเขา ชานนท์ไม่มีอะไรต้องกลัว ชานนท์มั่นใจว่าเขาสามารถนั่งให้คุณหนึ่งยิงคำถามใส่ได้ทั้งคืนถ้าสาวจั๋นตาไม่มาถึงตัวเสียก่อน

“ไปเจ้าคุณชานนท์ ลุก!” เสียงนั้นดังกลบแม้กระทั่งเครื่องดนตรีเต็มวง อดีตคนงามแม่จันฟันสายตาสองคู่ขาดออกจากกันได้ในการจู่โจมครั้งเดียว

“ครับ? ไปไหนครับป้า?”

“ไปเต้นโตยกั๋นเจ้า เพลงกะลังม่วนแหน่ ไปเร็วเจ้า ขะใจ๋ลุก” (ไปเต้นด้วยกันเจ้า เพลงกำลังสนุกเลย ไปเร็วเจ้า รีบลุก)

“คือ ผมคุยกับพี่หนึ่งอยู่...”

“โฮ้ยยยยย! อู้อะหยังกั๋นแต๊ว่า ใคร่อู้เอาไว้อู้วันอื่น วันนี้เขามากิ๋นมาเลี้ยงกันเจ้า” (คุยอะไรกันเยอะแยะ อยากคุยเอาไว้คุยกันวันหลัง วันนี้เขามางานเลี้ยงกันเจ้า...) โดนโฮ้ยใส่ยาว ๆ คุณหนึ่งยังต้องโบกมือให้อย่างอ่อนใจ “ไปเจ้าคุณชานนท์ ไปเต้นกับคนเฒ่าดีกว่า” ดึงแขนหนุ่มหล่อรุ่นลูกให้ลุกพร้อมกับโยกตัวตามจังหวะสามช่าไปด้วย ใครว่าสาวเหนือนั้นนุ่มนิ่มเรียบร้อย สาวจั๋นตาวัยห้าสิบนั้นที่สุดของความเฟียสแม่จันแล้ว


“พอทราบอายุจั๋นตาน้องเอยพี่มานั่งทำตาปริบ ๆ น้องอายุห้าสิบ ห้าสิบทำไมยังสวยยยยย”


กรู้ววววววววววววววววว!


ชานนท์ถึงกับกดขมับ เขาถูกลากเข้ามากลางดงพี่ป้าน้าอาและย่ายายกลุ่มใหญ่ ลากมาตอนนักร้องบนเวทีร้องเพลงแซวป้าจั๋นตา ลากมาตอนคนทั้งงานโห่ร้องขึ้นพร้อมกัน ป้าจั๋นตาของคุณลูกผึ้งเปิดตัวเขาได้เด่นสุด ๆ

“เต้นเจ้าคุณ เต้นเลย บ่ต้องอาย”

“ผมเต้นไม่เป็นครับยาย” เขายิ้มบอกคุณยายคนหนึ่ง รายนี้น่าจะอายุเยอะกว่าป้าจั๋นตาอีกแต่ก็ยังเฟี้ยว แข้งขาออกลีลาได้ไม่หลุดจังหวะ

“เต้นบ่จ่างแต๊กะครับอ้าย” ขวัญใจแม่ย่าแม่ยายโผล่มาทางด้านหลัง ชานนท์หันไปมองแล้วก็แทบถอนหายใจออกมาต่อหน้าเจ้าของคำถาม บริภัทรหัวเราะใส่เข้า น้องโยกตัวไปมา ลอยหน้าท้าให้เขาเต้นตามโดยไม่ใช้คำพูด “เต้นไม่เป็นจริงหรือครับ?”

“อยู่บ้านตัวเองแล้วร้ายเหรอ?”

“ฮึบ่ได้ฮ้ายสักน่อย”

“คนคุมไปไหนแล้ว?” น้องหัวเราะเสียงใส หัวกลมส่ายดุ๊กดิ๊ก ชานนท์เห็นแล้วอยากจะจับเจ้าสายไหมสีสว่างปั้นแล้วกลืนลงท้องเสียให้หมด

“ไปหาพี่หนึ่งนู่นแล้วครับ” จริง ๆ คือโดนป้าจั๋นตาไล่ให้ไปหาพี่หนึ่งที่นั่งอยู่คนเดียวเพราะคุณชานนท์นั้นโดนป้าจั๋นตาลากมาเป็นดาวเด่นหน้าเวทีเสียแล้ว ชานนท์เห็นภาคินวาดลวดลายอยู่ไม่ไกล เคยได้ยินว่ามันเรียนเต้นมาตั้งแต่ประถม ถนัดสายแดนซ์พอ ๆ กับสายกีฬา แล้วดูท่ามัน อีกนิดก็จะเป็นไส้เดือนโดนขี้เถ้าแล้ว

“เพื่อนน้องมันเมาแล้วหรือเปล่า?” บริภัทรหันไปมองแล้วก็หัวเราะขึ้นมาอีก แก้มกลมถูกมุมปากดันขึ้นเป็นลูก ผิวใสซับสีเลือดจาง ๆ ไรผมชุ่มเหงื่อ แก้มแดง ปากแดงแต่ดวงตาเป็นประกายระยับ ไร้วี่แววเหน็ดเหนื่อย

“คินตลก”

“พี่จะไม่พามันไปผับด้วย แน่นอน” ลีลากวนตีนไม่เกรงผีสางเทวดาอย่างนี้ ไปทีคงได้กลับมาหลายตีน

“อยากไปผับกับพี่ชานนท์บ้างจัง”

“รออายุถึงเกณฑ์ก่อนสิครับ”

“รอนะครับ เห็นคนอื่น ๆ ได้ไปกับพี่ชานนท์แล้วก็อยากไปบ้าง อยากรู้ว่าจะสนุกยังไง”

“น้อง...” เพิ่งดีใจได้หยอดแฟนหน้าเวทีรำวง กระหยิ่มใจได้ไม่ถึงสองวินาทีก็ถูกเล่นงานคืนเสียแล้ว ไม่รู้น้องได้รู้เรื่องในอดีตของเขามากแค่ไหน ละเอียดแค่ไหน ถึงจะพูดไปยิ้มไปชานนท์ก็ใจหวิวไปเยอะเหมือนกัน ชานนท์จับข้อมือเล็กกะพาออกไปคุยกันข้างนอกแต่บริภัทรส่ายหน้า ยิ้มบอกเขาอย่างน่าจับฟัดว่าแค่หยอกเล่น ไม่ได้อยากไปจริงแล้วก็ไม่ได้สนใจว่าเขาจะเคยพาใครไปเหมือนกัน แค่รู้เพราะเคยมีคนยัดเยียดให้รู้เท่านั้น ก็พวกแฟนคลับทั้งในที่ลับและที่แจ้งของชานนท์นั่นแหละ

“อากาศบนดอยมันทำให้คนร้ายขึ้นได้จริง ๆ”

“โธ่...”

“หรือที่จริงแล้วร้ายอยู่แล้วก็ไม่รู้”

“เต้นกันครับ ไม่เต้นเดี๋ยวแพ้คินนะ” สุดท้ายจากที่มีน้องจับมือแกว่งไปมาเขาก็ยอมโยกตัวตามไปจนได้ เพลงลูกทุ่งในคืนหนาวนั้นไม่ได้แย่ วงดนตรีที่จ้างมาก็เอนเตอร์เทนผู้ชมได้อย่างมืออาชีพ จังหวะสนุกสนานเร่งเร้าให้ค่ำคืนของปลายเดือนธันวาคมเต็มไปด้วยความคึกคัก ผู้คนกินดื่มเต้นรำเสพความสำราญโดยมีฤทธิ์เครื่องดื่มมึนเมาเป็นสิ่งกระตุ้น เหล้าขาวที่ดื่มไปแก้วแล้วแก้วเล่าทำให้เขาอินไปกับบรรยากาศแปลกใหม่ได้ไม่ยาก ชานนท์เป็นคู่เต้นรำให้แม่อุ๊ยที่เขาไม่รู้จักชื่อ จับมือให้ป้าจั๋นตาหมุนตัวจนผ้าซิ่นปลิวตอนเพลงนักร้องเล่นเพลงพวงมะนาว ประคองคุณป้าคนหนึ่งไปหาที่นั่งแล้วหาน้ำให้ดื่ม ตบกบาลไอ้น้องภาคินตอนที่มันเริ่มนัวเนียเพื่อนรักของมัน เพลงบางเพลงร้องได้เขาก็ร้องตามไปกับลุงหัวหน้าคนงานเพลงไหนร้องไม่ได้ก็แค่โยกตัวไปตามจังหวะ เห็นบริภัทรทั้งยิ้มทั้งหัวเราะมากกว่าที่เคยเป็น ชานนท์ก็ได้แต่คิดว่าคืนนี้จะเป็นอีกคืนที่เขาไม่มีวันลืม

“หล่อแต้ ๆ หนาเจ้าคุณชานนท์นี่ เฮ่งผ่อกะเฮ่งเมาะต๋า หล่อล้ำแต้ ๆ” (หล่อจริง ๆ เลยนะเจ้าคุณชานนท์เนี่ย ยิ่งมองก็ยิ่งเหมาะตา หล่อล้ำจริง ๆ)

“หล่อปอกั๋นกับอ้ายเวียร์เลยเนาะป้าเนาะ” (หล่อพอกันกับพี่เวียร์เลยเนาะป้าเนาะ)

“อ้ายเวียร์อะหยัง หน้าจะอี้นี้ต้องศรัณยู วงศ์กระจ่าง ฮู้จักก่อเจ้าคุณชานนท์ อ้ายตั้วนั่น พี่คล้าวของทองกวาวนั่นแน่ สีท่าจะเกิดบ่ตันเหียก๊า” (พี่เวียร์อะไร หน้าอย่างนี้ต้องศรัณยู วงศ์กระจ่าง รู้จักไหมเจ้าคุณชานนท์ พี่ตั้วน่ะ พี่คล้าวของทองกวาวนั่น เห็นท่าจะเกิดไม่ทันเสียละมั้ง)

“เกิดไม่ทันครับแต่ก็รู้จัก”

“หันก่อเจ้า คุณหล่อจะอั้นเลยเน้อ รุ่นใหญ่ไปแหมน้อยกะสมบัติ เมทะนี ตอนเป๋นบ่าวเลย ป้าผ่อแล้วมันตึงแม่นกำแล้ว คุณลูกผึ้งหยังมาแกว่นเซาะแกว่นหา ไปได้ตางใดมาบ่บอกป้ากำว่าเจ้า” (ใช่ไหมเจ้า คุณหล่อแบบนั้นเลยเน้อ รุ่นใหญ่ไปอีกก็สมบัติ เมทะนี ตอนเป็นหนุ่มเลย ป้าดูแล้วคือใช่แน่ ๆ คุณลูกผึ้งทำไมช่างเสาะหา ไปได้มาจากทางไหนไม่บอกป้าสักคำ)

“บ่ฮู้เหมือนกั๋นครับป้าสาย เตียว ๆ ไปกะป๊ะหัวจะนั่นแล้ว” (ไม่รู้เหมือนกันครับป้าสาย เดิน ๆ ไปก็เจอซะอย่างนั้นเลย)

“ฟังกำนะ บ่หันใจ๋อ้ายเปิ้นผ่อง” (ฟังคำนะ ไม่เห็นใจพี่เขาบ้าง) ป้าจั๋นตาท้วง ตีแขนลงโทษให้เสียหนึ่งแปะ

“ปามาบ้านจะอี้หันท่าบ่เมินจะได้กิ๋นต้มจืดบ้านพ่อเลี้ยงภัทรเหียแล้วกา?” หนนี้คุณลูกผึ้งไม่ต่อความ แถมพี่ป้าน้าอาก็พากันโห่ฮิ้วแข่งกับเสียงเพลงยกใหญ่ มีแต่ป้าจั๋นตาที่ทำท่าปรามแต่ก็ไม่ได้ห้ามจริงจัง คนเมืองเต็มขั้นอย่างชานนท์เลยแบล็งค์ ล่ามประจำตัวไม่ทำงาน ล่ามสำรองก็เต้นแอ่นแอ๊ะแอ่นแอ๋อยู่ข้างหลัง เขาจนใจ ไม่รู้ว่าต้มจืดมันสำคัญยังไง ทำไมถึงทำให้น้องทำหน้าเหมือนจะอายได้

ชานนท์มากระจ่างใจตอนที่พวกเขากำลังขึ้นเครื่องกลับกรุงเทพ ภาคินมันหัวเราะร่า ไขข้อข้อใจให้เขาว่า “กิ๋นต้มจืดก็หมายถึงกินเลี้ยงงานแต่งไงพี่ คนสมัยเก่าเปิ้นนิยมทำแกงจืดในงานมงคล ยิ่งงานแต่งยิ่งขาดไม่ได้ บ่เมินจะได้กิ๋นต้มจืดบ้านพ่อเลี้ยงภัทรก็แปลว่าอีกไม่นานบ้านพ่อเลี้ยงภัทรจะมีงานแต่งงาน เออ ป้าสายแกก็ช่างแซวแฮะ”

 


“เป็นยังไงบ้างครับ?”

“อะไรยังไงครับ?”

“งานเลี้ยงวันนี้” บริภัทรส่งขันเงินให้เขา ข้างในมีน้ำเย็นลอยดอกมะลิหอมจัด ชานนท์จิบแล้ววางข้างตัว น้องนั่งลงข้างเขา วงหน้าเรียวเงยรับแสงนวลของพระจันทร์ข้างขึ้น ปางวนาเทพตกอยู่ใต้เงาสลัว เสียงเพลงจากลานหอมหมื่นลี้เงียบลงไปเหลือเพียงเสียงหริ่งหรีดเรไรที่ขับขานให้ยามค่ำคืนไม่เงียบจนเกินไป

“สนุกดี ไม่เคยจอยงานอะไรที่...โลคอลขนาดนี้มาก่อน” จะเรียกว่าเปิดประสบการณ์ใหม่เลยก็ได้ ชานนท์หัวเราะน้อย ๆ ไม่คิดว่าตัวเองจะมีวันนี้ วันที่เต้นรำวงไปกับลุงป้าน้าอาที่ไม่รู้จัก พูดคุยหัวเราะไปกับคนที่เพิ่งเคยพบกันครั้งแรก ความสัมพันธ์แบบสังคมปฐมภูมินั้นเป็นสิ่งใหม่สำหรับเขาที่เติบโตมากับชีวิตเมืองจริง ๆ

“ผมโตมากับอะไรแบบนี้แหละครับ”

“น้องโชคดี”

“ใช่ครับ ผมโชคดี มาก ๆ” ริมฝีปากบางวาดยิ้มบาง ด้านหลังพวกเขาภาคินที่นอนขดตัวใต้ผ้านวมผืนหนาครางเป็นคำที่จับความหมายไม่ได้ บริภัทรหันไปจัดหมอนให้คนเมาแล้วก็วางมือค้างไว้บนไหล่หนา ชานกว้างของเรือนวนาเทพถูกแสงจันทร์สีเงินยวงทอทับจนหาสีสันอื่นไม่พบ กลางคืนกลางป่าเขานั้นสงัดเงียบ สลัวลางเลือน ทว่ากลับไม่ทำให้หัวใจผู้มาเยือนหวาดหวั่นแม้แต่น้อย

“ตอนแรก ก่อนจะมาที่นี่ ไอ้หมินมันไปได้ข่าวเกี่ยวกับครอบครัวของน้องมา” น้องหัวเราะ ไม่รู้เพราะจิบเหล้าต้มฝีมือตัวเองไปด้วยหรือเปล่า คืนนี้ถึงอารมณ์ดีเหลือเกิน สนุกไปกับทุกเรื่อง

“ข่าวอะไรครับ?”

“...ช่างหัวข่าวนั่นเถอะ แต่ก่อนจะมาพี่ตั้งใจไว้ว่า ถ้าคนที่นี่เขาทำให้น้องไม่แฮปปี้ พี่ก็จะถือโอกาสขอน้องจากพวกเขา” บริภัทรเบิกตากว้าง มองสีหน้าจริงจังของคนรักแล้วก็หัวเราะออกมาอีก คราวนี้ดังขึ้นจนภาคินพลิกตัวหันหน้าไปอีกทาง “พอมาเจอของจริง นอกจากจะไม่ง่ายอย่างที่คิดแล้วยังกลายเป็นงานยากไปอีกอย่าง พวกเขาไม่ใช่แค่ไม่รังเกียจน้องแต่ยังรักแล้วก็หวงน้องมาก กลับกรุงเทพไปพี่ต้องตอบแทนค่าข่าวของไอ้หมินหนักหน่อยแล้วล่ะ”

“โธ่ ทุกคนคงคิดว่าผมโตมาแบบรันทดเต็มที่เลยสินะครับ”

“ประมาณนั้น ช่วงก่อน มีข่าวเรื่องพ่อแม่น้อง ข่าวไม่ค่อยดี”

“ผมเห็นแล้วครับ”

“ไม่คิดมากแล้วนะ”

“ไม่คิดครับ คือจะว่าไม่คิดเลยก็ไม่ใช่ แต่พอจะคิดก็ไม่รู้จะพูดหรืออธิบายยังไง ถ้าปล่อยผ่านได้ก็เลยปล่อยไปดีกว่า” พ่อเลี้ยงภัทรกับแม่นายจันทร์วาดไม่ใช่ตาสีตาสาไร้พื้นเพ ทั้งสองเป็นคนมีหน้ามีตาในจังหวัด หรือแม้กระทั่งภาคเหนือชื่อเสียงของปางวนาเทพก็ไม่ได้ด้อย วนาเทพสกุลเป็นนามสกุลพระราชทานเหมือนศิริสกุลของภาคิน คนท้องที่ล้วนรู้ว่าครอบครัวสมถะที่ชอบซ่อนตัวอยู่ในป่าเขานั้นแท้จริงแล้วเป็นตระกูลเก่าแก่ที่ควบสัมปทานไม้สักควบกับกิจการโรงแรมหรู ธรรมดาของคน คุยเรื่องหลังบ้านสนุกปากกว่าคุยเรื่องหน้าบ้าน เรื่องจริงเรื่องเท็จผสมปนเป ปากต่อปากซุบซิบต่อกันไปไกล

“แต่ไม่ใช่ว่าจะไม่มีความจริงเอาเสียเลย ที่พวกเขาพูดกันมันก็ถูก ผมไม่ใช่ลูกของแม่นาย”

“น้อง...”

“ไม่เป็นไรครับ ผมไม่ได้รู้สึกแย่อะไร พี่ชานนท์ก็เห็นว่าแม่นายรักผม”

“แม่นายรักน้องมาก” ทั้งรักทั้งเอาใจ ถึงปากจะบอกว่าพ่อเลี้ยงนำทีมพี่ชายทั้งสามตามใจจนน้องเกือบเสียคนไปหลายทีแต่ชานนท์ก็เห็นว่าคนที่คอยหนุนหลังบริภัทรทุกเรื่องก็คือแม่นายจันทร์วาดนั่นเอง “แต่แม่นายก็ต้องโดนพวกข้างนอกนั่นเม้าท์ลับหลังว่าถูกสามีเอาใจออกห่าง ต้องฝืนใจเลี้ยงลูกเมียน้อย พ่อก็ถูกตราหน้าว่าเป็นผู้ชายมักมาก ไม่ซื่อสัตย์กับภรรยา มันไม่ยุติธรรมกับพวกท่านเลยพี่ว่าไหมครับ”

“ส่งหมายศาลไปให้ทั้งหมดนั่นเลยดีไหม?” คนน้องหัวเราะทั้งน้ำตาคลอ บริภัทรทบสาบเสื้อเข้าหากันพลางส่ายหน้า “ไม่สนใจถึงขนาดนั้นหรอกครับ ยิ่งพ่อกับแม่นายยิ่งไม่สนใจ ได้ยินมาก็ขำเป็นเรื่องเล่นไปเสียแต่ถ้ามีใครมาว่าผมเป็นลูกเมียน้อยนั่นแหละแม่คือขึ้นของจริง”

“เคยมี?”

“ตอนผมเรียนประถมครั้งหนึ่งกับมอหนึ่งอีกครั้งหนึ่งครับ พี่สองบอกว่าน้ำทั้งแม่น้ำกกยังดับไฟร้อนของแม่นายจันทร์วาดไม่ได้ ครอบครัวเด็กคนนั้นต้องย้ายไปอยู่ที่อื่นเรื่องถึงจบ” หลังจากนั้นก็ไม่ค่อยมีใครกล้าพูดถึงประวัติความเป็นมาของบริภัทรอีกแล้ว

“แม่นายรักน้องมาก มากจนพี่ไม่เข้าใจ”

“อ้าว”

“น้องไม่ใช่ลูกแท้ ๆ เป็นลูกของพ่อเลี้ยงกับคนอื่น มันไม่มีความรู้สึกแบบ...แม่เลี้ยงลูกเลี้ยงอะไรแบบนั้นบ้างหรือ?”

“พี่ชานนท์!” น้องย้ำชื่อเขา สีหน้ากึ่งยิ้มกึ่งบึ้งตึง “ฟังความตกไปตอนไหนครับเนี่ย แม่นายไม่ใช่แม่แท้ ๆ ของผม พ่อเลี้ยงท่านก็ไม่ใช่พ่อแท้ ๆ ของผม ท่านไม่เคยมีภรรยาน้อยครับ” ชานนท์เองก็อึ้งไป เขาประมวลผลผิดอย่างที่น้องว่าจริงหรือ?

“พี่ขอโทษ สงสัย จะยังไม่สร่าง”

“ไม่สร่างอะไร จู่ ๆ นึกอยากเมาก็เมาก็ได้หรือครับ” อ้ายบ่าวเมืองกรุงกระแอมตั้งหลัก นี่ถ้าบนฟ้ามีตะวันบริภัทรคงเห็นแล้วว่าใบหน้าหล่อเหลานั้นซับสีแดงขึ้นไปกองบนโหนกแก้มอีกครั้งแล้ว น้องส่งขันน้ำมาให้เมื่อเขาชี้บอก ชานนท์รับมาถือไว้ มองลูกเล็กของแม่นายจันทร์วาดลุกไปยืนพิงราวลูกกรงขัดมันพลางจิบน้ำเย็นแก้กระหาย

“พวกท่านเป็นผู้ใหญ่ที่น่านับถือนะ น้องไม่ใช่เลือดเนื้อเชื้อไขยังรักและเอ็นดูมากขนาดนี้” คราวนี้น้องทำหน้าขำแกมอ่อนใจ

“ใครว่าล่ะครับ” ลูกรักของแม่นายจันทร์วาดแย้งเสียงอ่อน “ไม่เคยได้ยินหรือครับว่าคนเราเวลามีลูกก็จะรักลูกเต็มร้อยแต่เวลามีหลานก็ให้เอาร้อยนั้นคูณไปอีกทบเท่าทวี”


“หลาน?” บริภัทรยิ้มบาง ยิ้มอันเป็นเอกลักษณ์ที่ชานนท์คุ้นตาคุ้นใจ


“พ่อเลี้ยงภัทรกับแม่นายจันทร์วาดเป็นคุณปู่กับคุณย่าของผมเองครับ”

 









#บริภัทร
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 563 ครั้ง

18 ความคิดเห็น

  1. #2843 icechi21 (@icechi21) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2562 / 19:40
    หูยยยยย พี่หนึ่งงงงงงงง พอกลับไปนึกที่พี่หนึงพูดก็คือซึ้งไปสิบต้บ
    #2843
    0
  2. #2470 mees$ (@v-nan) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2562 / 08:13
    ดิฉันขอโทดที่ทิ้งหนูลูกผึ้งกับพี่หนึ่งไป ตอนนี้แม่กลับมาแล้วนะลูก
    #2470
    0
  3. #2168 chootikarn (@chootikarn) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 9 เมษายน 2562 / 14:12
    อื้อหืออะไรยังไงน้องงง555
    #2168
    0
  4. #2150 weiliin (@wichuda21) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 8 เมษายน 2562 / 15:58
    อมกกกก น้องคือลูกพี่หนึ่งหรอ แงแง
    #2150
    0
  5. #1965 Agpcy_ (@jee_angiela) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 26 มีนาคม 2562 / 07:34
    Omg คือออจะบอกว่าที่บ้านเราก็ซับซ้อนแบบนี้เลยค่ะ ฮืออออมันละเอียดอ่อนจริงๆนะคะ เรามีพี่ชายอายุกับเรารอบปีกว่าเลยแล้วพ่อกับแม่เราก็อายุเยอะแล้วรู้และยอมรับกันตัวเราก็ยอมรับ อ่านแล้วเข้าใจมากๆเลยอะ แล้วตอนนี้เราก็ยังอายุเท่าน้องบีอีก อยากกอดน้องบีเหมือนเจอเพื่อนTT
    #1965
    1
    • #1965-1 19970207bb (@beamswn) (จากตอนที่ 35)
      31 มีนาคม 2562 / 02:46
      ไม่รู้ว่าเป็นการเสียมารยาทไหม แต่อยากสอบถามว่าทางคุณเองก็มีเรื่องราวแบบน้องบีเลยหรอคะ ที่จริงๆแล้วคนที่เป็นพ่อแม่แท้ๆ ตอนนี้คือเรียกสถานะว่าเป็นพี่ เป็นกำลังใจให้นะคะ รู้สึกเข้าใจมากเลยค่ะ
      #1965-1
  6. #1685 khun_Na (@khun_Na) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2562 / 21:26
    นี่คือความสัมพันธ์ซับซ้อนของครอบครัวนี้ที่ภาคินพูดถึงใช่ไหม ซับซ้อนจริงง
    #1685
    0
  7. #1675 pcy921 (@chanchanchan) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2562 / 13:56
    ลูกพี่หนึ่งกับฉันเองค่ะ ทุกคนไม่ต้องตกใจกันนะคะ
    #1675
    0
  8. #1439 dewwiizodiac (@dewwiizodiac) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2562 / 18:13
    เดาไม่ถูกเลย
    #1439
    0
  9. #895 Moo_k (@mysomook) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 19 มกราคม 2562 / 07:13
    อ้าวววว พีคในพีคค
    #895
    0
  10. #879 Konrafah (@Konrafah) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 18 มกราคม 2562 / 10:12
    เอ๊าาา พีคไปอีกจ้าา ยังไงกันนั
    #879
    0
  11. #507 laadrxxm (@kanadaseunred) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2561 / 12:24
    น้องเป็นลูกของพี่หนึ่งรึเปล่าๆๆ
    #507
    0
  12. #483 หวาน (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2561 / 10:36

    เอิบบบ... บ้านนี้????‍♀️

    #483
    0
  13. #463 PeEarn (@PeEarn) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2561 / 20:55
    เอ้าา พีคคค
    #463
    0
  14. #458 fangbg (@fangbg1001) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2561 / 17:35
    ปู่ย่า? พีคไปอีก
    #458
    0
  15. #224 Muaynan (@Muaynan) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2561 / 21:06
    สนุกกกกชอบบบมาก
    #224
    0
  16. #214 Geebam (@Geebam) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2561 / 15:24
    น้องเปนลูกคัย
    #214
    0
  17. #129 PINKLAND (@pinkyariss) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2561 / 10:25
    ห้ะ ลูกพี่หนึ่ง?
    #129
    0
  18. #8 2556 (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2561 / 12:13

    รอนะคะ สนุกมาก ทายว่าน้องคงเป็นลูกพี่หนึ่ง

    #8
    0