c o m p e n s a t e

  • 200% Rating

  • 1 Vote(s)

  • 171,958 Views

  • 2,643 Comments

  • 7,539 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    8,168

    Overall
    171,958

ตอนที่ 4 : c o m p e n s a t e #04

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 12047
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 984 ครั้ง
    9 ต.ค. 61








 

            วันจันทร์ช่วงบ่ายเด็กปีหนึ่งต้องเรียนวิชาพื้นฐานในห้องรวม หลังจากกินข้าวกลางวันคนเดียวแล้วเอ้อระเหยอยู่หลังตึกจนเหลือเวลาแค่ห้านาทีก่อนอาจารย์เริ่มสอน ร่างหนาก็โผล่เข้ามาในห้องบรรยาย แค่นั่งลงตรงที่ประจำยังไม่ทันเอนหลังพิงพนักก็ต้องดีดตัวตรงเพราะต้นตอของกลิ่นหอมที่โฉบเข้ามา

          “อ๊ะ ขอโทษนะ ตกใจมากไหม”

          “เอ่อ เปล่า คุณเซย่ามีอะไรหรือเปล่า?”

          “บีไปไหนอ่ะภาคิน วันนี้เรายังไม่เห็นเลย” เพราะวิชาเมื่อเช้าแบ่งเซ็คชั่นเรียนห้องเล็กเลยไม่ได้เรียนด้วยกัน เซย่าอุตส่าห์มาคณะตั้งแต่เช้ารอเจอบีอยู่ใต้ตึกจนเข้าเรียนสายแต่ก็ไม่เห็นเพื่อนตัวเล็กแม้แต่เงา

          “วันนี้บีไม่มาเรียน”

          “เอ๊ะ? ทำไมล่ะ?”

          “ไม่สบายน่ะ นอนอยู่คอนโดโน่นแน่ะ คุณเซย่ามีธุระอะไรกับเจ้านั่นหรือเปล่า ฝากผมไปได้นะ” ถ้าไม่ติดว่ากำลังเป็นห่วงบริภัทรเซย่าก็อยากจะบ่นคนหน้าเข้มให้ยาว ๆ เลย ชอบตีเสียงสุภาพใส่เซย่า อะไรนักก็ไม่รู้

          “ไม่สบายตั้งแต่เมื่อไหร่ เป็นอะไรมากไหม ไปหาหมอหรือยัง?”

          “ก็มีไข้ ดูเปลี้ย ๆ สงสัยคงเพราะคืนก่อนนั้นดื่มมากไปมั้ง” คนสวยของคณะหน้าเสียจนภาคินชักนั่งไม่ติด ดีไม่ดีเกิดบรรดาแฟนคลับคุณหนูเธอคิดว่าเซย่าถูกเขารังแกขึ้นมา ภาคินจะไม่ได้เรียนในคณะนี้อย่างสุขสงบดังที่หวังเอาไว้นา “ไม่ต้องห่วงหรอก ผมพาไปหาหมอเมื่อวานแล้ว นอนอีกสักวันพรุ่งนี้คงมาเรียนได้แล้วล่ะ”

          “แล้ว แล้วบีเค้าไม่ได้บอกภาคินเลยหรือว่าทำไมถึงไม่สบาย”

          “ก็บอก”

          “บอกเหรอ?” ปากแดงเรื่อเปล่งเสียงแผ่วหวิว ดวงตาเรียวรีเบิกโต ภาคินมองแล้วก็ได้แต่ปลง คนมันหน้าตาดีจะเบิกตาอ้าปากค้างก็ยังน่ามองได้นะ แต่จุดนี้จะโอเวอร์แอคติ้งไปหน่อยไหม ไอ้บีมันแค่ไม่สบาย ไม่ได้จะตาย

          “แค่ดื่มพันช์มากไป คุณเซย่าไม่ต้องเป็นห่วงหรอก คนอย่างบีมันไม่ยอมป่วยนานแน่ มันกลัวไม่ได้ไปทำงานพิเศษ”

          “ไม่ทำงานพิเศษสิ ถ้าไม่สบายก็ต้องพักผ่อน”

          “ใจเย็น ๆ คุณ นี่เพิ่งวันจันทร์กว่าจะวันศุกร์มันก็วิ่งปร๋อแล้ว” คุณหนูเซย่าหน้าหมองทั้งยังขมวดคิ้วมุ่น ปากแดงเอ่ยขอบใจภาคินก่อนร่างโปร่งบางจะเดินซึมกลับที่นั่งตน ซึ่งก็แน่นอนว่าเขาต้องโดนสายตาอาฆาตฟาดฟันเข้าใส่อย่างไม่ต้องสงสัย

ส่วนเซย่านั้นหลังจากทิ้งภาคินไว้กับวังวนความแค้นของบรรดาแฟนคลับทั้งลับและไม่ลับแล้วเด็กสาวก็เอาแต่เหม่อจนหมดสองชั่วโมง อาจารย์บอกเลิกคลาสปุ๊บเซย่าก็รีบเก็บของออกจากห้อง ปลีกตัวมาอยู่คนเดียวเพื่อที่จะโทรหาใครคนหนึ่ง นี่คือข้อสรุปที่เซย่าต้องแลกด้วยความรู้ที่อาจารย์สอนตลอดสองชั่วโมง!

 

 

            เกือบหกโมงเย็นวันเดียวกันนั้น เอสคลาสคูเป้สีดำคันหนึ่งก็เคลื่อนเข้ามาหยุดตรงลานจอดกลางแจ้งใกล้ประตูทางเข้าอาคารห้องชุดอันเป็นจุดหมาย เด็กสาวที่นั่งข้างคนขับยกโทรศัพท์แนบหูเป็นรอบที่สาม แต่เมื่อไม่มีคนรับสายเจ้าตัวก็ลดมือลงกดส่งเป็นข้อความอักษรผสมข้อความเสียงสองสามครั้งติดกัน สติ๊กเกอร์การ์ตูนกี่ตัวต่อกี่ตัวนิ้วเรียวก็รัวแนบไปด้วยความร้อนใจ

          “พอเถอะเซย่า” คนขับออกปากห้าม ใบหน้าหลังแว่นกันแดดเอียงเข้าหาข้อนิ้วที่อยู่ในท่ารองน้ำหนักนับตั้งแต่รถจอด

          “ถ้าเค้าอยากคุยด้วยเค้าก็รับสายไปแล้ว”

          “ทำไมบีเค้าจะไม่อยากคุยกับเซย่าล่ะ เซย่าไม่ใช่พี่ชานนะ” คนเป็นน้องเถียง ปากแดงเบ้ออกยามตวัดค้อนวงใหญ่ใส่คนท้วง ทว่านอกจากจะไม่สลดแล้วคนเป็นพี่ยังเบือนหน้าไปทางอื่นเหมือนคำพูดของเซย่าเป็นเรื่องไร้สาระอย่างนั้น “อาจจะไม่ได้ยินก็ได้ ภาคินบอกบีอยู่ห้องไม่ได้ไปไหน บางทียาที่หมอให้มาอาจจะทำให้บีง่วงนอนแล้วหลับลึก”

“งั้นก็ฝากไว้ที่พนักงานตรงล็อบบี้ข้างล่างนั่น”

“ฝากไว้แล้วใครจะมารับล่ะคะ ถ้าบีเค้ารับสายหรืออ่านข้อความก็ว่าไปอย่าง ของตั้งเยอะ” เซย่าเอี้ยวตัวมองพื้นที่ตอนหลังของเมอร์เซเดสคันหรู “มีพวกกับข้าวกับของสดที่ต้องเก็บในตู้เย็นด้วย ฝากไว้แล้วเกิดบีไม่ลงมาน่ากลัวจะต้องทิ้งหมด”

“เราไม่เคยขึ้นไปเลยหรือ?”

“ฮึไม่เคยค่ะ เซย่าเพิ่งเคยมาครั้งแรกตอนมาส่งบีเมื่อวานนั่นแหละ”

“โทรหานายภาคินสิ”

“ภาคินหรือคะ?”

“เค้าอยู่ด้วยกันไม่ใช่หรือไง” เซย่าพยักหน้า ใช่แล้ว บีกับภาคินเพื่อนสนิทอยู่คอนโดเดียวกัน เซย่ารู้เพราะเคยถามตอนอยู่ซ้อมกิจกรรมงานเฟรชชี่ ช่วงนั้นต้องเลิกค่ำแทบทุกวันเซย่าก็อยากมาส่งแต่บีบอกว่ากลับรถไฟฟ้ากับภาคินสะดวกกว่า คุยไปคุยมาถึงได้รู้ว่าทั้งคู่อยู่คอนโดนี้แต่อยู่คนละชั้น แต่นั่นมันก็อีกเรื่องหนึ่ง ประเด็นคือพี่ชายหล่อนรู้เรื่องนี้ด้วยหรือ?

“พี่ชานรู้ได้ยังไงคะว่าสองคนนั้นเค้าอยู่ด้วยกัน?” กลีบปากหยักอิ่มคล้ายจะเหยียดออกนิด ๆ

“ก็ไม่ใช่เรื่องที่คนทั้งมหาวิทยาลัยรู้หรอกเหรอ”

“ตอบดี ๆ สิคะ!

“ไม่มีคำตอบ รู้เพราะมีคนพูดเข้าหูแล้วจำได้ แค่นั้น” มือบางฟาดให้หนึ่งที นี่ถ้าไม่เห็นว่าชวนมาซื้อของก็มาด้วยง่าย ๆ จะยังไม่ยอมคุยด้วยหรอกนะ คนบ้าอะไร ปล้ำเพื่อนเขาแล้วยังลอยหน้าไม่รู้สึกรู้สาอยู่ได้ ขวางนัก “จะทำอะไรก็รีบทำเซย่า นี่มันจะหกโมงแล้ว พี่ไม่มีเวลานั่งรอเพื่อนเราจนถึงเช้าหรอกนะ”

“ค่ะพ่อคนฮอต เวลาให้น้องให้นุ่งไม่มี มีแต่เวลาไปหาสาว อ้อ ไปหาหนุ่มด้วย เป็นพระคุณจริง ๆ ที่พี่ชานไปส่งเซย่าซื้อของแล้วก็มาส่งหาบีในวันนี้ ถ้าบีรู้ว่าพี่ชานรู้สึกผิดกับเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนก่อนแล้วสละเวลาหาความสำราญใส่ตัวมาใส่ใจคนเคราะห์ร้ายเพราะตัวเองคนหนึ่งบีจะต้องรู้สึกดีมากแน่ ๆ พี่ชายของเซย่าเนี่ยดีที่สุดในโลก ดีทะลุโลกไปถึงพระจันทร์ ถึงดาวพลูโตนอกระบบสุริยะโน่นเลย”

ชานนท์ไม่เถียง เขาเอื้อมมือไปหาเกียร์ทำท่าจะพารถออกจากที่จอด ชาลิสาจึงเอ็ดเสียงเขียว

“หยุดนะถ้าไม่เชื่อกันเซย่าจะไม่ช่วยเรื่องบีจริง ๆ ด้วย”

“แล้วพี่ขอให้เราช่วยตั้งแต่เมื่อไหร่?”

“พี่ชานไม่ได้ขอหรอกเพราะพี่ชานใจร้าย ใจดำ ขอโทษสักคำยังไม่พูด คงทำอะไรที่ดีกว่านั้นไม่ได้หรอก และเพราะพี่ชานไม่ทำเรื่องที่สมควรทำ เซย่าจะบังคับพี่ชานให้ทำเอง”

“สนใจแค่เรื่องของตัวเองเถอะชาลิสา ไม่ต้องคิดเผื่อพี่ เรื่องของพี่พี่รู้ว่าต้องจัดการตอนไหน ยังไง”

“ตอนนี้แหละเซย่าจะโทรบอกให้ภาคินไปบอกบีแล้วพาบีลงมาเจอเรา” ชานนท์คร้านจะเถียง เขาลงจากรถไปจุดบุหรี่สูบ ได้ยินเสียงน้องสาวเจื้อยแจ้วแว่วมา ฝ่ายนายภาคินคงรับสายแล้วก็รับปากเรื่องที่ไหว้วาน เซย่าถึงลดกระจกรถลงแล้วส่งยิ้มผู้ชนะมาให้เขา ชานนท์หรุบตามองก้านนิ้วที่คีบมวนนิโคตินโดยไม่เปลี่ยนสีหน้า ร่างสูงยืนพิงรถคู่ใจพักใหญ่ผู้ชายผิวเข้มตัวหนาก็วิ่งเหยาะ ๆ ออกมาจากประตู ชายหนุ่มผงกหัวรับไหว้รุ่นน้องต่างคณะ ฝ่ายนั้นเบนเป้าหมายไปหาน้องสาวเขาที่กุลีกุจอรวบสารพัดถุงจากหลังรถมาถือเต็มสองมือ

“คุณเซย่าเอามาให้ผมทั้งหมดเลยก็ได้”

“มันเยอะนะภาคิน เดี๋ยวเราช่วยถือขึ้นไปดีกว่า จะได้แยกของร้อนกับของเย็นออกจากกันด้วย เอาไว้ใกล้กันจะเสียรสหมด”

“ไม่เป็นไรครับ ผมแบ่งถือสองมือได้ ขอบคุณแทนบีด้วยนะ ถ้าเจ้าตัวตื่นจะรีบให้โทรหา” คุณหนูเซย่าร้องอ้าว

“บีนอนอยู่เหรอ เราตั้งใจว่าจะขึ้นไปหาเสียหน่อย” สาวสวยว่าอย่างนั้น ภาคินก็อยากให้คุณหนูเธอสมความตั้งใจอยู่หรอกนะถ้าไม่ติดว่าไอ้ลูกหมาตัวป่วยทันกำชับนักหนาว่าห้ามให้ใครตามขึ้นไปเห็นสภาพมันตอนป่วยอย่างเด็ดขาด

“วันนี้คงไม่สะดวกนะคุณ เอาไว้เจอกันที่คณะเลยดีกว่า บีเพิ่งกินข้าวกินยาแล้วก็หลับไป ปกติมันไม่ชอบให้คนอื่นเข้าห้องผมเลยไม่กล้าเชิญ กลัวไอ้ตัวดีมันตื่นมาไล่งับน่องอีก”

“ถ้างั้นก็ช่วยไม่ได้อ่ะเนาะ ฝากบอกบีด้วยนะว่าหายไว ๆ ส่วนของกินพวกนี้ภาคินก็ช่วยบีเค้ากินด้วยนะ ซุป สลัด ขนม ผลไม้ เราซื้อมาเผื่อทั้งสองคนเลย”

“ขอบคุณ งั้น กลับบ้านดี ๆ นะครับ” ไม่ได้อยากจะไล่หรอก บอกจากใจ แต่ที่ต้องยอมตัดบทจนคนสวยเขาหน้าหมองเพราะของที่ถือเต็มสองมือนี่มันโคตรจะหนัก ภาคินแทบจะไหว้สาลาส่งตอนคุณพี่ชานนท์เค้าดับบุหรี่แล้วเปิดประตูเข้าไปนั่งประจำที่คนขับ

รอสปอร์ตคูเป้เครื่องยนต์สี่ร้อยกว่าแรงม้าทะยานออกไปจากหน้าตึกแล้วนั่นแหละจึงได้วางของทั้งหมดลงกับพื้นแล้วหันไปกวักมือเรียกรปภ. ขอให้ช่วยหิ้วของขึ้นห้องพร้อมกับส่งใบแดง ๆ ให้หนึ่งใบ

เป็นอันว่าจบงาน

 

 

วันอังคารเซย่าก็รีบไปคณะตั้งแต่เช้าเหมือนวันจันทร์และก็ผิดหวังเหมือนวันจันทร์อีกครั้ง บริภัทรยังไม่ไปเรียน เด็กสาวถึงขั้นแอบเสิร์ชหาข้อมูลทางอินเตอร์เน็ตถึงอาการข้างเคียงที่เพื่อนตัวเล็กเป็น จากนั้นก็ลากพี่ชายคนรองไปร้านขายยาหลังเลิกเรียนและพอชานนท์รู้ว่าน้องสาวต้องการซื้อยาปฏิชีวนะกับยาคุมกำเนิดฉุกเฉินไปให้บริภัทรเขาก็สั่งเสียงเฉียบไม่ให้น้องสาวย่างกรายเข้าใกล้ร้านยาโดยเด็ดขาด สุดท้ายก็กลายเป็นพี่ชายที่ต้องเป็นคนลงไปจัดการแต่เขาเลือกซื้อแค่ยาบางตัวที่คิดว่าหมออาจจะไม่ได้จ่ายให้เพราะไม่รู้สาเหตุการป่วยที่แท้จริงของบริภัทร ซื้อแล้วเขาก็โยนส่ง ๆ ไปหลังรถ ให้รวมกับของกินที่เซย่าซื้อไปฝากคนป่วย ผลสุดท้ายก็เป็นภาคินที่ลงมารับของพร้อมข้ออ้างเดิม ๆ คือบริภัทรเพิ่งกินยาแล้วหลับไป เซย่าทำอะไรไม่ได้นอกจากค้อนใส่พี่ชาย แย่หน่อยที่หนนี้ภาคินก็โดนหางเลขไปด้วย

 

 

บริภัทรมาเรียนวันพุธ ตอนเห็นเพื่อนตัวเล็กเดินตามภาคินเข้ามาในห้องเรียนรวมชาลิสานั้นแทบจะบินเข้าไปหาแต่ก็ต้องจนจบคลาส ร่างเล็กรี ๆ รอ ๆ จนบริภัทรหันมาเจอแล้วยิ้มส่งมาให้นั่นแหละถึงมีความกล้าเดินเข้าไปใกล้

“หวัดดีจ้ะบี...” ตลกไหมอ่ะทักแบบนี้ แต่เซย่าก็เก้อนิด ๆ ไง ไม่รู้ว่าที่บียังโกรธหรือรู้สึกไม่ดีอยู่หรือเปล่า ถึงจะไม่ได้ลงมือทำร้ายแต่เซย่าก็เข้าใจผิดบีไปตั้งเยอะ กลัวบีจะจำฝังใจแล้วไม่ยอมยกโทษให้

“คุณเซย่า ขอบใจสำหรับของเยี่ยมไข้นะ ลำบากเอาไปให้ตั้งสองวัน” เซย่าส่ายหน้ารัว

“ไม่ลำบากเลยเราเต็มใจมาก ๆ ว่าแต่ บี เอ่อ สบายดีแล้วนะ”

“ดีขึ้นมากแล้วล่ะ ขอบใจที่เป็นห่วงนะ ทำให้วุ่นวายไปด้วยเลย”

“อย่าพูดแบบนั้นสิ วุ่นวายอะไรกัน ไม่เลยสักนิด เราน่ะติดค้างบี...”

“คุณเซย่า” เสียงอ่อนเบาแทรกก่อนเซย่าจะระบายความอัดอั้นออกไปมากกว่านั้น บริภัทรเหลือบมองซ้ายขวา ในห้องเรียนรวมหลังเลิกคลาสเช้ายังมีนักศึกษาปีหนึ่งหลงเหลืออยู่เกือบครึ่ง แม้ส่วนใหญ่จะวุ่นวายอยู่กับเรื่องของตัวเองและกลุ่มแต่ก็ไม่ใช่ทุกคน กลุ่มเพื่อนของคุณหนูเซย่าหรือกลุ่มของเชียร์ลีดเดอร์คณะก็ทำท่าเหมือนจะอยากมีส่วนร่วมในการสนทนาด้วยทั้งอย่างเปิดเผยและวางฟอร์มปิดบัง

“มาทางนี้เถอะ” แค่ออกจากห้องใหญ่แล้วหาที่เงียบ ๆ คุยกัน ไม่นานก็ได้ห้องเรียนเล็กที่ไม่มีตารางใช้งาน บริภัทรวางตำราสองเล่มไว้บนโต๊ะตัวหนึ่ง มองมันอยู่ครู่ก่อนจะเงยหน้ายิ้มบาง

“เรารู้ว่าคุณเซย่ามีเรื่องอยากจะพูด”

“เราอยากขอโทษบี ขอโทษต่อหน้า โดยไม่ต้องผ่านอุปกรณ์สื่อสารหรือคนกลาง ขอโทษนะที่เราเข้าใจบีผิดเรื่อง...เรื่องนั้น...” เสียงใสขาดหายไปเมื่อเห็นคนตรงหน้ากะพริบตาถี่ ๆ บริภัทรนิ่งไปก่อนจะพยักหน้า “เราเข้าใจ ไม่ได้โกรธอะไร”

“แม่เราก็เสียใจที่ทำให้บีกลัว แม่บอกว่าแม่ไม่ได้คิดว่าบีเป็นเด็กไม่ดี แต่ที่ต้องเค้นถามวันนั้นเพราะแม่คิดว่ามันผิดปกติ เกี่ยวกับพี่ชาน เราก็ไม่เข้าใจว่าเรื่องมันเป็นมายังไง แต่เรายืนยันได้นะบี พี่ชายเราถึงจะไม่ได้ดีเลิศเป็นเทพบุตรเทวดาแต่ก็ไม่ใช่คนเลว ที่ผ่านมาพี่ชานไม่เคยทำแบบนี้กับใคร บีถามคนอื่น ๆ ดูก็ได้ ทั้งหมดนั่นมันเป็นเพราะพี่ชานดื่มมากเกินไปเลยขาดสติ พี่เค้าไม่ได้ตั้งใจจะ...จะทำร้ายบี”

“...หลังจากวันนั้น...พี่ชายคุณเซย่าเป็นยังไงบ้าง?”

“ก็ นิ่ง ๆ เงียบ ๆ ตามปกติเค้า” ไม่พูดถ้าไม่ถาม จะเดาจากการมองสีหน้าก็ไม่เคยกระจ่าง

“แล้วตอนนี้คุณชานนท์อยู่ที่ไหน?”

“วันนี้มีเรียนเต็มวันคงอยู่ที่คณะแหละ บีอยากเจอเหรอ ถ้าบีอยากเจอเดี๋ยวเราตามให้” บริภัทรส่ายหน้า ย้ำเมื่อเซย่าสไลด์หน้าจอมือถือปลดล็อค “ไม่ต้องหรอก แต่ถามเพราะอยากให้คุณเซย่าเข้าใจอะไรบางอย่าง”

“เข้าใจ? อะไรคะ?”

“เรื่องมันจบไปแล้ว ปล่อยให้มันจบไปเถอะคุณเซย่า ถ้าคุณเซย่าคือคนที่เป็นห่วงเราที่สุดก็ขอให้รู้ว่าเราคือคนที่อยากลืมมากที่สุด มันไม่ใช่เรื่องง่ายนะแต่ก็ดีกว่าเก็บไว้เป็นบาดแผลทำร้ายตัวเอง คุณชานนท์ไม่ได้ตั้งใจ เราก็ไม่ติดใจอะไร คุณชานนท์ไปเที่ยวไปเรียน เราเองก็อยากใช้ชีวิตตามปกติของเราเหมือนกัน”

“บี...”

“คุณเซย่าสบายใจเถอะ เราไม่เป็นไรจริง ๆ”

“แล้ว แล้วบีจะให้เซย่าเป็นเพื่อนอีกไหม?” เห็นสีหน้ากึ่งกลัวกึ่งกังวลของคุณหนูชาลิสาแล้ว คนที่พยายามรับมือกับความรู้สึกหน่วงหนักข้างในก็พอจะยิ้มจากใจได้บ้าง

“ไม่เห็นต้องถามเลย เออ เราต้องไปโรงอาหารแล้วล่ะ ภาคินเอาหนังสือไปคืนห้องสมุดเราเลยต้องไปจองที่ก่อน ไปนะคุณเซย่า เจอกันคลาสบ่าย” เซย่ายกมือค้าง บีนะบี จะเจอกันได้ยังไง คลาสบ่ายเราไม่ได้เรียนเซ็คชั่นเดียวกันสักหน่อย!

เจอเจ้าตัวประกาศจุดยืนชัดเจน แม้จะไม่เต็มใจนักแต่คุณหนูเซย่าก็จำต้องหยุดพูดถึงเรื่องคืนนั้นตามความต้องการของผู้เสียหาย กระนั้นคุณหนูตัวขาวยังไม่วายแอบไปบ่นกับผู้เป็นมารดาที่บ้านแล้วก็ค่อนขอดพี่ชายผู้ไม่แคร์โลกอีกหลายยก

บีเค้ายืนยันหนักแน่นว่าขอให้จบแล้วก็ต่างคนต่างอยู่เหมือนเดิม เค้าคงรู้มั้งคะว่าถึงเรียกร้องอะไรไปก็คงเหนื่อยเปล่า คนบางคนแค่มีร่างเนื้อเป็นมนุษย์เท่านั้นแหละ หัวใจไม่ต่างกับศิลาผาหิน แต่แม่ไม่ต้องห่วงนะคะ บีเค้ายังให้เซย่าเป็นเพื่อนได้เหมือนเดิม เผลอ ๆ อาจจะสนิทกันมากกว่าเดิมด้วยซ้ำ!’

 

 

อุบัติเหตุที่เหมือนฝันร้ายผ่านไป เมื่อผู้เกี่ยวข้องทุกคนไม่มีใครพาดพิงถึงมันอีกความกลัวในใจบริภัทรก็เริ่มจางลงไปพร้อมเวลานาทีที่หมุนผ่าน ปลายสัปดาห์ที่ไม่มีเรียนบริภัทรออกจากห้องชุดตอนสิบโมงเช้า เขาต้องเข้างานที่ร้านหนังสือเวลาสิบเอ็ดโมงตรง การเดินทางด้วยรถไฟฟ้านั้นดีตรงที่คำนวณเวลาเดินทางได้ แต่เพราะวันนี้เขามัวแต่คิดเรื่องไร้สาระจนลืมโทรศัพท์มือถือจึงต้องย้อนกลับไปเอาที่ห้องทำให้มาถึงช้ากว่าทุกวัน บริภัทรใจตุ้ม ๆ ต่อม ๆ สับขาเกือบจะกลายเป็นวิ่ง ไม่อยากเสียประวัติเพราะถึงหัวหน้าสาขาจะใจดีมากแต่ก็เคร่งครัดเรื่องเวลาตามแบบฉบับคนญี่ปุ่นแท้

“อ๊ะ!” ประตูหลังร้านอยู่ในระยะเอื้อมมือถึงแต่บริภัทรกลับถูกแรงปริศนาลากห่างออกมา คนตัวเล็กสะบัดแขนเต็มแรง ถลึงตามองคนอุกอาจด้วยความไม่พอใจ แต่เพียงเห็นหางตาที่แลลงมาแขนขาก็สูญเรี่ยวแรงไปอย่างสุดจะควบคุม

“คุณชานนท์...”

“มาคุยกันหน่อย”

“ไม่ ไม่ได้นะ ผมไม่มีอะไรจะคุยกับคุณ คุณชานนท์ ผมต้องเข้าออฟฟิศตอนนี้” เหลียวหลังไปมองแต่ขาก็ต้องก้าวร่างสูงที่ลากออกมาทางประตูลานจอดรถ ชานนท์ดันประตูกระจกออกไปแล้วก็เลี้ยวซ้ายเข้ามุมบันไดหนีไฟราวกับรู้จักแผนผังของห้างเป็นอย่างดี

“คุณกำลังทำให้ผมเข้างานสาย”

“อีกเจ็ดนาทีจะสิบเอ็ดโมง ถ้าพูดกันรู้เรื่องเร็ว นายจะไม่สาย” ร้านหนังสือสัญชาติญี่ปุ่นขนาดใหญ่เปิดเวลาเดียวกับห้างเปิดแต่พนักงานพาร์ทไทม์จะเข้างานช้ากว่าพนักงานประจำเพราะไม่ต้องประชุมทีมก่อนเริ่มงาน บริภัทรทำงานที่นี่มาหลายเดือนและไม่เคยเสียประวัติเรื่องเวลาเข้างาน

“ผม ขอเข้าไปตอกบัตรก่อนได้ไหม?”

“แล้วยังไง? จะใช้เวลางานมาเคลียร์เรื่องส่วนตัวเหรอพนักงานดีเด่น” ปากกระจับเล็กบดเข้าหากัน มือที่จับสายเป้สั่นจนต้องกำเป็นกำปั้นกดไว้ “ถ้าอย่างนั้นคุณจะรอจนผมเลิกงานได้ไหมล่ะครับ”

“นายพักกินข้าวตอนบ่ายสอง พักเบรกสิบนาทีตอนสามโมงครึ่ง เลือกมาว่าจะคุยตอนไหน”

“คุณรู้ได้ยังไง?”

“เลือกมา” โทนเสียงเหมือนข่มขู่นั่นหรือเปล่าที่ทำให้บริภัทรสยบความหวาดหวั่นไม่ได้เสียที ดวงตาเรียวจับจ้องใบหน้าที่เป็นทั้งฝันดีและฝันร้าย ความไม่เข้าใจอัดแน่นในอกแต่มันก็ยังน้อยกว่าความกลัวหลายเท่า

“คุณสั่งผมไม่ได้คุณชานนท์ คุณไม่มีสิทธิ์และคุณก็ควรคิดด้วยว่าสิ่งที่คุณทำอยู่ตอนนี้มันไม่สมควร เราไม่ควรเจอกันด้วยซ้ำ”

“โอเค งั้นคุยให้รู้เรื่องตอนนี้เลย”

“คุณชานนท์!

“เหลือเวลาอีกไม่ถึงห้านาที” เขาว่าพลางโชว์โรเล็กซ์เรือนทองยืนยันคำขู่ “ทำไมคุณไม่ทำให้เรื่องมันง่าย จะต่อความยาวไปเพื่ออะไร ผมไม่ได้พูดชัดแล้วเหรอว่าทุกอย่างมันจบแล้ว”

“จะจบก็ได้แต่ต้องหลังจากที่ฉันไม่มีอะไรติดค้างนายแล้ว” คนเสียเปรียบถอยจนหลังติดราวบันได บริภัทรมั่นใจว่าในยามที่มีสติครบถ้วนชานนท์จะไม่ทำร้ายให้เจ็บปวดเนื้อกาย แต่ทางอื่นล่ะใครกล้ารับประกัน แค่ครั้งที่คนตรงหน้าพลาดพลั้งก็ทำให้บริภัทรมีบาดแผลฉกรรจ์ในใจ แผลนั้นมันก็ยังฟ้องเหตุการณ์อยู่โทนโท่ บริภัทรแค่แสร้งว่าไม่เป็นไร ไม่ถือสา แต่ก็ไม่กล้าหวนกลับไปแตะ แค่อยากหนีจนกว่าจะลืมมันไปแล้วทำไมใครอีกคนต้องทำลายความตั้งใจของบริภัทรด้วย

“เราไม่มีอะไรติดค้างกันทั้งนั้น จบก็คือจบ พูดไม่รู้เรื่องขั้นนี้คุณควรไปเช็คระบบประสาทบ้างนะคุณชานนท์” ชานนท์ยืดตัวตรง ความสูงระดับนายแบบของพี่ชายคุณเซย่าทำให้บริภัทรต้องแหงนหน้าสู้ตาตอบ

“คืนนั้นนายก็ไม่ได้โดนยาตัวไหนทำไมลืมไปหมดอย่างนี้ล่ะ” หน่วยตาดำกว้างมองคู่กรณีผ่านสันจมูกโด่ง ความยโสในเลือดในเนื้อใช่ว่าจะลดน้อยลงได้เพียงเพราะความผิดแต่หนเดียวนั้น

 

“ฉันบอกว่าฉันจะชดใช้ให้”

 

“.....”

 

“จำได้หรือยัง?”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

#บริภัทร

 

 

ไม่น่าตบก็ไม่ใช่พระเอกพี่

ขอโทษนะคะ T ^ T

 



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 984 ครั้ง

22 ความคิดเห็น

  1. #2510 nashsha (@nashsha) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2562 / 13:40
    อ่านรอบที่เท่าไหร่แล้วไม่รู้ ที่รู้ๆคือจะอ่านวนไปจนกว่าตอนใหม่จะอัพ
    #2510
    0
  2. #2429 Xingmiii (@alice9) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2562 / 13:44
    หูยยยย น่าฟาดผ่ามือลงหน้าหล่อมากค่ะคุณชานนท์!!
    #2429
    0
  3. #2291 meanniezjina88 (@meanniezjina88) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 เมษายน 2562 / 09:24
    โอย ขอถอนคำพูดจากที่บอกว่าฟิกฟิลกู้ดตอนเเรกได้มั้ยคะ55555 ไม่น่าจะกุ้ดเเล้วแบบนี้เพราะพี่ชานนเลยอะ รับผิดชอบดีๆเลยพี่
    #2291
    0
  4. #2111 midora (@pwcoco) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 4 เมษายน 2562 / 10:38
    เอาเงินฟาดหัวน้องแน่ๆเลย
    #2111
    0
  5. #1575 pcy921 (@chanchanchan) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2562 / 20:37
    เอาเงินให้แน่เลยค่ะ อิพี่ชานนนคนรวยยยยย
    #1575
    0
  6. #1442 weiliin (@wichuda21) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2562 / 23:39
    คนอยากจบไม่ได้จบ แงงงง
    #1442
    0
  7. #1213 pikakaka (@sunndaynight) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2562 / 19:49
    ชดใช้อิหยังวะ ถ้าตอนหน้าเอาเงินฟาดหัวน้องบีน้า พี่ชานนท์จะกลายร่างจากพระเอกเป็นตัวประกอบ!
    #1213
    0
  8. #1186 ningthanaporn (@ningthanaporn) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2562 / 18:09
    ฝันดีอะไรอยากรู้
    #1186
    0
  9. #756 Angely sugar (@0934753586) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 16 มกราคม 2562 / 00:32

    อ่อยๆๆๆๆๆ
    #756
    0
  10. #616 你好 stampexol (@samplovemom) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 มกราคม 2562 / 21:55
    ตอนนี้นี่เอง
    #616
    0
  11. #518 oAMilEo (@omjo) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 มกราคม 2562 / 01:37
    จะชดใช้ยังไงหรือคะคุณชานอ้อย คุณน้องบริภัทรเขาก็ต้องการอยู่อย่างสงบๆแล้ว แต่แหมเหมือนจะเป็นเราที่กลับกรอกเสียเอง55555 ทั้งอยากให้คุณชายชานนท์มารับผิดชอบ แต่ก็อยากให้คุณน้องบริภัทรเลิกทุกข์ใจ แต่สะกิดใจประโยคหนึ่งค่ะ ของน้องบี ที่ว่าคุณชานนท์นั้นเป็นทั้งฝันดีและฝันร้าย เอมันยังไงกันนะ เป็นฝันดีด้วยงั้นเหรอบริภัทร!
    #518
    0
  12. #457 imavikur (@rayfa) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2561 / 17:32
    อิพี่ พอเถอะ อย่าพยายาม น้องขอ!
    #457
    0
  13. #242 exoxoxo1122 (@exoxoxo1122) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2561 / 00:37
    พี่ไม่เข้าใจอ่อ จบคือจบ สนใจเขาก็บอกดิโด้ทำมาเปง
    #242
    0
  14. #177 Geebam (@Geebam) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2561 / 23:09
    ทำไมเป็นคนแบบนี้
    #177
    0
  15. #175 cuttt (@cuttt) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2561 / 20:10
    แหม อีพี่ชานนท์
    #175
    0
  16. #165 PARKSELOR (@mos_9094) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2561 / 18:06
    อธิบายไม่ถูก แอบเคืองๆชานนท์นะ แต่ก็ผิดทั้งสองคนนั่นแหละ ยัยน้องก็ไม่น่าเป็นห่วงเป็นใยเขามาดจนตัวเองต้องเป็นแบบนี้ แงงง เส้าเรย
    #165
    0
  17. #155 jonginshi88 (@jonginshi88) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2561 / 19:48
    อิพี่ก็น่าตบจริงๆ -..-
    #155
    0
  18. #116 K E E N (@pikipinocchio) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2561 / 14:47
    ขอบคุณค่าาาาา
    #116
    0
  19. #55 PINKLAND (@pinkyariss) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2561 / 16:59
    อรุ่มมมมมม
    #55
    0
  20. #18 VROSE (@khoiyoioi) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2561 / 01:07
    จบเถอะจ้า เค้าไม่เรียกร้องอะไรแล้วก็จบเถอะะะ //บีไม่ได้กล่าว
    #18
    0
  21. #17 VROSE (@khoiyoioi) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2561 / 01:07
    จบเถอะจ้า เค้าไม่เรียกร้องอะไรแล้วก็จบเถอะะะ //บีไม่ได้กล้ว
    #17
    0
  22. #15 kkimmaggurren (@kimaguren) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2561 / 21:41
    แหม้ กลับมาอ่านอีกกี่ครั้งก็ยังเคืองพ่อเจ้าประคุณรุนช่อง สำคัญตัวซะจริง
    #15
    0