ตอนที่ 10 : The Bodyguard 9

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 434
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    26 ก.ค. 59

#ฟิคเรื่องนี้ไม่ใช่แนวรักโรแมนติก รักสามเศร้า รักดราม่า หรือรักคอมเมดี้ เหมาะกับผู้อ่านแนวแฟนตาซีทุกคน 


[The war of variant 1]
#The bodyguard 




Chapter 8 : อนาคต



** 25 **
" Bonds "
....................................................................................................................................



ผมเดินทอดน่องอย่างช้าๆ พลางขบคิดกับปัญหาที่กำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้ มันหนักหนากว่าการจะต้องไปสู้รบปรบมือกับพวกแอสซอยด์ หรือกำลังถกเถียงปัญหาที่ไม่มีทางเอาชนะกับเหล่าผู้นำ มันยิ่งใหญ่กว่านั้น  และถ้าหากสิ่งที่ตาแก่เชวูพูดเป็นเรื่องจริงล่ะก็ ผมเองก็มีเวลาอีกไม่มาก ความหนักอึ้งอยู่ในใจทวีความรุนเเรงมากเหลือเกินและที่น่าโมโหไปกว่านั้นคือ หัวใจที่เต้นอยู่ในอกกำลังเริงระบำเมื่อคิดว่าอะไรจะเกิดขึ้น แหง๋ล่ะ ผมไม่เคยรู้สึกถึงอารมณ์ความต้องการมาก่อนเลย เพราะอยู่ภายใต้เกาะป้องกันจิต จนกระทั่งฟื้นขึ้นมา ตัวผมก็เต็มเปี่ยมไปด้วยอารมณ์หลากหลายราวกับพวกมันรอวันที่จะได้ปลดปล่อยออกมา


ผมรู้สึกร้อนวูบวาบไปทั่วตัว ตั้งแต่ที่ได้ยินวิธีการที่สามารถจะหลุดออกมาจากโครงข่ายบีบีซี ครึ่งหนึ่งในตัวของผมไม่ยอมรับว่ามันจะทำได้จริง ส่วนที่เหลือกำลังส่งเสียงเฮฮาและตะกุยตะกายอยู่ในอกด้วยความยินดี

บางทีผมก็ไม่ชอบนะ การมีความรู้สึกแบบนี้ทำให้ผมกลายเป็นคนอ่อนแอ ที่แม้แต่จะควบคุมอารมณ์ตัวเองก็ยังลำบาก เหนือสิ่งอื่นใด สมองของผมก็เอาแต่วาดฝันถึงเรือนร่างสีน้ำผึ้งเปล่าเปลือยที่กำลังเคลื่อนไหวอยู่บนตัวผม 
ผมต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ ที่ปล่อยให้ตัวเองคิดเรื่องอย่างว่านี้กลางวันแสกๆ มันต้องไม่ใช่แบบนี้สิ ที่ผ่านมาผมไม่เคยรู้สึกว่าร่างกายโดนกระตุ้นได้มากมายเช่นวันนี้มาก่อน การมีอารมณ์ความรู้สึกทำให้สัญชาตญาณดิบที่ถูกกักเก็บไว้เปิดเผยออกมา ราวกับภูเขาไฟที่ปะทุอย่างรุนแรงภายหลังจากสงบนิ่งและสั่งสมความอัดอั้นอยู่เป็นเวลานาน

"เฮ้ออออ " ผมถอนหายใจเป็นรอบที่ร้อยแล้วมั้งหลังจากที่เดินหนีออกมา ส่วนหนึ่งเพราะกังวลว่าบีซีซีอาจจะกลับเข้ามาเล่นงาน และอีกหนึ่งก็คือ จะทำยังไงให้ฮักยอนยอมช่วย

คลื่นความกังวลสาดซัดเข้ามาในอกจนผมรู้สึกถึงแรงอัดแน่นที่ทำให้ลมหายใจติดขัด 

ในขณะที่ผมเดินมาตามเส้นทางเล็กๆ จมูกของผมก็ได้กลิ่นหอมอ่อนๆโชยมาตามสายลมและร่างกายของผมก็ตื่นขึ้น ขนบริเวณต้นคอชุชันพร้อมเพรียงกันโดยไม่ได้นัดหมายกันมาก่อน ที่ผ่านมาผมละเลยกลิ่นกายหอมละมุนนี้ไปได้ยังไงกัน นี่ถ้าไม่ใช่เพราะผมไร้ความรู้สึกผมคงต้องทำเรื่องที่ไม่น่าให้อภัยกับเด็กหนุ่มที่กำลังเดินเข้ามาก็เป็นได้

สองแขนเล็กสอดเข้ามาระหว่างเอวของผม แล้วตามด้วยความรู้สึกอุ่นซ่านจากหน้าอกแคบที่เเนบชิดกับเเผ่นหลังของผม ลมหายใจร้อนๆเป่ารดต้นคอของผมอย่างเเผ่วเบา ตรงตำแหน่งความสูงของอีกคนที่เป็นต้นเหตุของการควบคุมตัวเองของผมทั้งหมด และผมต้องกัดฟันอย่างหนักหน่วงที่จะไม่หันไปแล้วบดจูบย้ำๆที่ริมฝีปากอวบอิ่มสีชมพู่ระเรื่อ นึกไม่ถึงว่า เด็กหนุ่มที่กอดผมอยู่จะสร้างแรงกระตุ้นกับส่วนนั้นของผมได้มากขนาดนี้

"พี่ทำให้ผมเป็นห่วง " 
เสียงอู้อี้จากด้านหลังดังขึ้นมา และผมก็ไม่สามารถละเลยความใส่ใจนี่ไปได้ ผมจับมือเล็กให้คลายออกแล้วหันตัวไปหาร่างเล็กที่มีใบหน้างดงามราวกับหญิงสาว

ผมใช้มือช้อนคางมนให้เงยขึ้นมาสบตา พวงแก้มนวลซับสีแดงระเรื่อและผมก็ไม่สามารถที่จะห้ามจมูกตัวเองไม่ให้ไปเชยชมดมกลิ่นหอมของมันได้เลย  "พี่ขอโทษ ทำไมยังกลับไม่ถึงบ้านอีกล่ะ ฮึ "

"ผมไม่อยากกลับคนเดียว " คนตัวเล็กตอบผมตรงๆ และมือที่เกี่ยวเอวของผมอยู่รัดแน่นมากขึ้นรวมถึงกายบางที่เบียดเข้ามาหาอย่างไม่เเคร์สายตาของคนที่เดินสัญจรผ่านไปมา

"งั้นก็กลับพร้อมกันนะ " ผมว่าแล้วดันร่างของอีกคนให้ออกห่างอย่างอ่อนโยน และคว้ามือของอีกคนมาไว้หลวมๆ 
และตอนกอดกันเมื่อกี้ผมก็ได้ตระหนักว่าร่างกายของฮักยอนเปราะบาง และพร้อมที่จะแตกละเอียดได้โดยง่าย แล้วคลื่นความโกรธก็พุ่งเข้ามาในอก เมื่อที่ผ่านมาตัวผมเองละเลยจุดนี้และปล่อยให้อีกคนต้องเผชิญกับความเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส 

น่าแปลกที่ก่อนหน้านี้ ผมกลับละเลยถึงความจริงข้อนี้ไปเสียอย่างงั้น เด็กคนนี้คงต้องทุกข์ทรมานเพราะผมมาตั้งไม่รู้เท่าไหร่ แต่ถึงอย่างนั้น ผมก็ไม่เห็นแววตาตัดพ้อหรือกล่าวโทษฉายออกมาเลยสักนิด มีแค่เพียงสายตาเป็นห่วงเป็นใย

และสัญชาตญาณช่างปกป้องของผมเริ่มทำงาน และมันจะทวีคูณขึ้นเรื่อยๆถ้าหากพิธีครองคู่ของผมสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี นั่นหมายถึงว่าผมต้องกล้าพอที่จะพูดถึงเรื่องพันธะคู่ชีวิตกับเด็กหนุ่มที่เดินเคียงข้างในตอนนี้ 

"เฮ้ นึกว่านายจะจำทางกลับบ้านของฉันไม่ได้เสียอีก " คิม วอนชิคที่ยืนอยู่หน้าบ้านหลังใหญ่กำลังทำทีโบกไม้โบกมือให้กับผมที่กำลังเดินเข้าไปในบริเวณบ้าน 
และผมต้องใช้ความพยายามเป็นอย่างมากที่จะไม่เอาตัวเองไปบังร่างเล็กของฮักยอนไว้ เมื่อสายตาของอีกคนมองมาทางคนตัวเล็ก

"นายยังปากแมวไม่เปลี่ยนเลยนะ " ผมว่าให้  อีกฝ่ายไม่ได้สนใจคำพูดของผมเท่าไหร่นัก แต่นั้นไม่ได้ทำให้ผมหงุดหงิดใจมากเท่าที่สายตาไอ้ลองเกฟหน้ายาวที่ยังไม่หยุดมองฮักยอน "มองอะไร " ผมถามฉุนๆ

วอนชิคยักไหล่ มุมปากกระตุกเป็นมุมโค้ง และถ้าไม่ใช่เพราะอยู่ในถิ่นของลองเกฟ บางทีผมก็อดคิดไม่ได้ว่าบางทีผมอาจซัดหมัดเข้ากรามมันซักสองสามหมัดที่บังอาจมามองคนของผม

ความเป็นเจ้าเข้าเจ้าของในตัวผมกำลังถูกเปิดใช้งานและมันก็มีประสิทธิภาพมากเกินไปเสียด้วยสิ

"นี่ฮักยอน นายจำข้อตกลงของเราได้อยู่ใช่ไหม " วอนชิคไม่ได้ตอบแฟลกเมทิกที่ทำน่ายักษ์ใส่ แต่เขาพุ่งเป้าไปที่คนที่อยู่ข้างกาย 

"ผมจำได้ครับ " ฮักยอนตอบ 

"ข้อตกลงอะไร " ผมก้มลงมาถาม จงใจขยับหน้าเข้ามาใกล้ใบหน้าอีกคนเพื่อแสดงความเป็นเจ้าของเต็มที่ 

"เอ่อ แล้วผมค่อยเล่าให้ฟังทีหลังได้มั้ยครับ " อีกคนตอบเสียงเบา และผมก็ช่างสังเกตมากจนไม่สามารถมองข้ามไปได้ว่าแก้มของฮักยอนกำลังเรื่อสีแดงอ่อน นี่ถ้าไม่มีวอนชิคอยู่ด้วยผมคงจัดการอุ้มคนที่กำลังเขินอายอยู่ตรงนี้เข้าห้องไปแล้ว 

รอก่อน นี่ยังไม่ถึงเวลา ยังไงเสียฮักยอนก็ต้องเป็นของผมอยู่แล้ว และผมสาบานได้เลยว่า ถ้ามีใครคิดจะแย่งไปคงต้องแขนขาดหรือโดยควักเครื่องในออกมาให้พวกสิงโตกินเป็นของว่าง

"งั้นฉันไปก่อนล่ะ ดูเหมือนว่าพวกนายสองคนคงอยากอยู่ด้วยกันสองต่อสอง " วอนชิคพูดทิ้งท้ายก่อนจะเดินหลบไปทางอื่น
การกระทำของแอลแสดงออกชัดเจนเหลือเกินว่าเขาอยากอยู่เพียงลำพังกับเด็กหนุ่มแพทลิทคนนี้เต็มที

"แหง่อยู่แล้ว " ผมตอบ "เข้าบ้านเถอะ " ผมหันมาพูดกับคนตัวเล็กกว่าแล้วจูงมือเข้าไปในบ้าน โชคดีที่ลองเกฟมีบ้านสำหรับแขกจากกลุ่มอื่นและมันก็ค่อนข้างเป็นส่วนตัว

ตอนนี้ท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนจากสีฟ้ามาเป็นสีแดงแก่ๆแซมด้วยสีดำเนื่องจากใกล้เวลาที่ดวงอาทิตย์จะลาลับขอบฟ้า ผมดันประตูด้วยมือข้างหนึ่ง จนประตูไม้บานใหญ่เปิดออกและมีเสียงเสียดสีกันระหว่างพื้นกับประตูดังเอี๊ยด บ่งบอกถึงการใช้งานที่ไม่บ่อยนัก 

วิลเลจให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ซิตี้เพราะมันอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ และผมชอบมากเวลาที่ได้ยินเสียงบรรเลงดนตรีจากพวกแมลงในตอนกลางคืน 

กลิ่นกายหอมของคนด้านหลังโชยออกมาและก็กระจายอบอวลไปทั่วห้องสี่เหลี่ยมที่ไม่ถือว่ากว้างแต่ก็ไม่แคบ คลื่นความร้อนในร่างกายของผมทวีขึ้น และแม้อากาศข้างนอกจะเริ่มเย็นแล้วก็ตาม แต่ใบหน้าของผมก็เริ่มชื้นเหงื่อ รวมไปถึงฝ่ามือที่เริ่มรู้สึกถึงความเปียกชื่น

ไม่ได้การล่ะ ผมต้องทำอะไรสักอย่าง 

"เล่าเรื่องข้อตกลงของนายให้ฉันฟังสิ " ผมพยายามเบี่ยงความสนใจจากเรื่องที่อยากจะเคลื่อนไหวบนร่างกายเล็กตรงหน้าให้ไปเรื่องอื่นเสีย 

อีกคนหันมา และดวงตาคู่กลมสวยก็จ้องมองมาทางผม มันให้ความรู้สึกเหมือนโดนสายฟ้าฟาดเข้าอย่างจัง เจ็บ ทรมาน แต่ผมกลับรู้สึกวาดฝันถึงสายตาคู่นี้ยามมองผมตอนอยู่ใต้ร่างของผมมากกว่า คงจะน่ามอง และคงเร่าร้อนจนแทบลุกเป็นไฟ
 
"ผมตกลงกับคุณวอนชิคว่า ถ้าเขาชุบชีวิตของพี่ผมจะเยียวยาผู้นำของเขา " ฮักยอนตอบผม และผมก็หงุดหงิดใจที่ปากอิ่มขยับชื่อของคนอื่นที่ไม่ใช่ชื่อของผม

ผมหึงหวงมากเกินไปเสียแล้ว แล้วผมก็ดันไม่รู้วิธีที่จะระงับอารมณ์นี้ให้สงบลงได้ยังไง ถ้าไม่กดร่างของอีกคนลงบนเตียงเสียแต่ตอนนี้

ไม่ได้นะ แทคอุน แกเป็นบ้าอะไรเนี่ย สมองคิดแต่เรื่องอย่างว่าเป็นเรื่องเดียวหรือไง ผมก่นด่าตัวเองในใจ พาลให้นึกถึงคำพูดของตาแก่จอมหื่นคนนั้นที่บอกว่า คู่ชีวิตของผมคือคนที่กระตุ้นอารมณ์ปรารถนาในตัวให้ลุกโชน ตอนนั้นผมไม่เชื่อแม้แต่น้อย แต่ตอนนี้โคตรจะยอมรับเลย

เพราะไม่ว่าอีกคนจะขยับตัว หรือแค่ยืนอยู่เฉยๆส่วนนั้นของผมก็เครียดเกร็งจนปวดหนึบไปทั้งตัว 

"พี่ดูไม่สบายนะครับ " ฮักยอนขยับเข้ามาใกล้และแตะมือลงบนหน้าผากของคนตัวสูง "หรือว่าเป็นเพราะพิษยังค้างอยู่ "

"ฮักยอน " ผมคว้ามือน้อยไว้แล้วดึงกายเล็กให้เข้ามาชิดร่าง และความร้อนของกายเล็กก็เหมือนกับเปลวไฟที่เเผดเผาหัวใจที่กำลังเต้นแรงให้ปะทุขึ้นกว่าเดิม  "พี่ไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นพูดยังไง " น้ำเสียงของผมเเหบพร่า

อีกคนกระพริบตาปริบๆ และนิ่งฟังอย่างตั้งใจ 
"พี่ต้องการนาย ไม่ใช่เพราะอยากจะให้นายช่วยดึงออกจากบีซีซี แต่พี่ต้องการนายจากส่วนลึกของหัวใจจริงๆ และพี่จะไม่บังคับนายหากนายจะไม่ยินยอม " ผมรู้สึกว่าใบหน้าของผมร้อนวูบวาบ หัวใจในอกก็เต้นกระหน่ำกระทบกับหน้าอกดังตึกๆ

ถึงจะคาดหวังคำตอบที่ตรงกับใจไว้มาก แต่ผมก็ไม่ได้ละเลยที่จะเผื่อใจไว้ว่า มันอาจจะไม่ได้เป็นอย่างที่หวัง 
และเมื่ออีกคนยังคงเงียบ ผมจึงค่อยๆถอยออกมาอย่างช้าๆ ผมให้สัญญากับตัวเองว่าจะไม่ผลักดันอีกฝ่ายจนเกินไป 

"ผม.." ฮักยอนพูดทำลายความเงียบในที่สุด "ผมได้ยินหมดแล้ว เรื่องที่พี่คุยกับชายคนนั้น และถึงผมจะไม่ใช่คนที่มีพันธะอย่างว่า ผมก็...ผมก็ยินยอมครับ ผมพร้อมที่จะลองดู พร้อมที่จะมอบร่างกายนี้ให้กับพี่ " 

"ฮักยอน " ผมเรียกชื่ออีกฝ่ายอย่างตื่นตะลึง มิน่าล่ะ ตอนผมเดินมา ฮักยอนถึงยังไม่ถึงบ้าน ที่แท้ก็แอบตามผมไปนี่เอง 

"ผมน่ะ อยากเป็นพันธะนั้นครับ อยากช่วยพี่และอย่างเคียงข้างพี่ แม้ว่าจะเป็นไปไม่ได้ก็ตาม " ผมจับความกังวลจากน้ำเสียงของอีกคนได้และผมไม่สามารถที่จะทนอยู่เฉยๆได้อีกต่อไป ผมเชยคางเล็กให้เชิดขึ้นแล้วประกบปากลงไปเพื่อจูบปลอบโยน

"เป็นนาย ฮักยอน พี่มั่นใจยิ่งกว่าอะไรในชีวิต " ผมกระซิบ และครอบครองริมฝีปากที่ชวนหลงไหลอีกครั้ง 









CUT
ดีเอ็มหาฉากนี้ได้ที่ ทวิต @sreehanam
หรือจะทางเมลล์ : farida_sreehanam@yahoo.com











** 26 **
" เยียวยา "
.............................................................................................................................................



ฮักยอนตื่นขึ้นมาเช้าวันใหม่ด้วยความรู้สึกอึดอัดราวกับมีแผ่นหินขนาดใหญ่ทับหน้าอกตัวเองอยู่ และเมื่อเขาลืมตาขึ้นมาก็พบว่าไม่ใช่แผ่นหินที่ไหนแต่เป็นร่างหนาที่แสนจะซุกซนที่ทาบทับตัวเขาอยู่

"อื้ออ " ฮักยอนจับไหล่หนาของคนฉวยโอกาสไว้ แล้วจิกเล็บลงไปอย่างหมั่นเขี้ยว เมื่อเจ้าของร่างหนาใช้ลิ้นร้อนชื้นไล่เลียตามหน้าอกของเขา 

อีกคนเงยหน้าขึ้นมา ดวงตาวิบวับถ่ายทอดออกมา และก็ทำให้แก้มของเขาร้อนผ่าว "ตื่นแล้วหรอ อรุณสวัสดิ์นะ " 

"พี่เป็นคนเเบบนี้ตั้งแต่แรกเลยรึป่าว ฮึ " ฮักยอนถามอย่างหมั่นไส้ เมื่อคนหื่นกามยังไม่ยอมลงจากตัวของเขา และยังดีที่ไม่เบียดร่างที่หนักกว่าลงมาจนชิด 

แทคอุนปิดปากที่พูดมากด้วยจูบที่เรียกร้อง ลึกซึ้ง และหวานละมุน "ก็นายมันน่าฟัดนี่นา " เขาว่าแล้วคลี่ยิ้มเจ้าเล่ห์ออกมาเมื่อเห็นอีกฝ่ายหน้างอง้ำ 

"พูดอะไรเนี่ย " ฮักยอนฟาดมือเล็กเข้ากับแผ่นหลังกว้างด้วยความเขินอาย ต่อไปนี้เขาจะทำตัวยังไงล่ะเนี่ย แต่ก่อนก็ไร้อารมณ์เสียจนเย็นชา พอตอนมีอารมณ์ก็เร่าร้อนเสียจนอยู่ใกล้ยังรู้สึกร้อน

"ฮักยอน " 

"ครับ " เขาตอบ 

"นายจะไม่เป็นอะไรใช่ไหม " 

ฮักยอนเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งอย่างไม่เข้าใจ เมื่ออยู่ๆคนบนร่างก็ยิงคำถามที่แสนจะคลุมเครือ "หมายถึงอะไรหรอครับ "

แทคอุนพลิกกายลงมาแล้วตะแคงหน้าเข้าหาอีกคน ลูบไล้ใบหน้างดงามด้วยมือข้างหนึ่ง ส่วนอีกข้างค้ำศีรษะตัวเองไว้ "เรื่องการเยียวยาหัวหน้าลองเกฟ " 

"ผมก็ไม่แน่ใจครับ " ฮักยอนตอบตามจริง สัมผัสอ่อนโยนจากฝ่ามือใหญ่ถ่ายเทความร้อนมาสู่ใบหน้าของเขารวมไปถึงคลื่นความกังวลใจที่ถ่ายทอดออกมาทางน้ำเสียงและเเววตา  เขาขยับตัวเข้าไปซบเข้ากับอกแกร่งและโอบกอดไว้หลวมๆ "แต่ผมจะไม่ยอมเป็นอะไรครับ "

จมูกโด่งกดลงบนกลุ่มผมนุ่ม "พี่แค่กังวลน่ะ " แทคอุนตอบ "เพราะตอนที่นายเยียวยาพี่นายก็บาดเจ็บพอๆกัน "

ฮักยอนซุกหน้าเข้าไปอีก 
"มันเป็นผลสะท้อนน่ะครับ ยิ่งคนที่ผมเยียวยาเจ็บมากเท่าไหร่ ผมก็จะได้รับความเจ็บปวดพอๆกัน " ฮักยอนอธิบายเสียงค่อยและพยายามไม่ปล่อยให้ความกังวลที่กำลังก่อตัวขึ้นมาเจือปนไปกับน้ำเสียง 

เมื่อข้อเท็จจริงคือ การเยียวยายิ่งมากครั้ง ผู้เยียวยาก็ยิ่งดำดิ่งสู่ความมืดมิด และหากเขาคาดไม่ผิดแล้วล่ะก็ ผู้นำของลองเกฟที่เขาจะต้องเยียวยาก็ต้องทนทุกข์ทรมานอย่างแสนสาหัส และเมื่อเขารับความเจ็บเหล่านั้นมา บางทีอาจจะแค่ ทำให้เขาแค่หมดสติ อันที่จริงมันมากกว่านั้น เพียงแต่เขาไม่อยากนึกถึง เพราะเเค่คิด หัวใจของเขาก็หนาวสะท้าน

"ไม่ทำก็คงไม่ได้สินะ " แทคอุนว่า "ทำไมพี่ถึงรู้สึกไม่สบายใจขึ้นมานะ ราวกับว่าในอนาคตนายจะจากพี่ไป "

"ไม่ครับ " ฮักยอนรีบขัด "ผมจะไม่หนีไปไหน "

"ถึงนายจะไป พี่ก็จะไม่ยอมหรอก ต่อให้ต้องล่ามนายไว้พี่ก็จะทำ " แทคอุนประกาศกร้าว และประคองใบหน้าของอีกคนให้เงยขึ้นมาสบตากับเขา สัมผัสนุ่มนิ่มบนริมฝีปากระหว่างกันเเละกันเกิดขึ้นในเวลาต่อมา 






ที่พักผู้นำลองเกฟ...

แทคอุนกับฮักยอนยืนอยู่หน้าประตู โดยมีชายฉกรรจ์สองคนที่ยืนเฝ้าอยู่ หนึ่งในสองคนนั้นเดินเข้าไปในบ้านพักหนี่งก่อนจะเดินกลับออกมา แล้วเปิดทางให้เขาและฮักยอนเข้าไปข้างใน

เขาบีบมือน้อยเเน่นขึ้นเมื่อรับรู้ถึงแรงสั่นของนิ้วมือ ฮักยอนกำลังกลัว ส่วนเขาก็เต็มไปด้วยความกังวลใจ และเขาก็พึ่งรู้ว่า เขาได้สูญเสียความมั่นคงทางอารมณ์ไปแล้วภายหลังจากจิตของผมหลุดจากบีซีซี

"ไม่ต้องกลัวนะ พี่จะอยู่กับนาย " เขาให้สัญญา 
อีกคนแค่ผงกหัวรับรู้ เขาอยากจะโอบกอดฮักยอนเหลือเกิน อยากเเบ่งเบาความหวาดกลัวนี้มาบ้าง มันต้องไม่ใช่แบบนี้ เขาต้องทำอะไรได้บ้าง ไม่ใช่แค่ยืนอยู่เฉยๆ 

"ผมไม่เป็นไรฮะ " ฮักยอนเอนศีรษะพิงกับไหล่ของคนตัวสูง เมื่อเขาสัมผัสได้ถึงความทุกข์ที่แผ่ออกมาจากกายหนา ฮักยอนรู้ว่าอีกคนเป็นห่วงเขามากและกำลังโทษตัวเองที่ช่วยอะไรเขาไม่ได้เลย ไม่ใช่แบบนั้นเสียทีเดียวหรอก ฮักยอนรู้สึกถึงคลื่นพลังที่ไหลเวียนมาตามฝ่ามือใหญ่ที่กอบกุมมือเขาไว้อยู่ 

พลังแห่งความแข็งแกร่งของเฟลกเมทิกที่กำลังโอบอุ้มจิตอันแสนจะอ่อนแอของเขาไว้ และเป็นเสมือนเกาะป้องกันภัยให้รู้สึกอุ่นใจว่าเขาไม่ได้ต่อสู้อยู่เพียงลำพัง

เขามีแอล ไม่สิ พี่แทคอุน ที่จะต่อสู้เคียงข้างเขา

ฮักยอนสูดลมหายใจลึกๆ แล้วดันประตูที่ปิดกั้นอยู่ตรงหน้าให้เปิดออก ภายในห้องมีคิม วอนชิคที่ยืนรออยู่ และตรงมุมห้องมีเตียงขนาดใหญ่ที่มีชายสูงวัยนอนหลับไหลอยู่ และถึงฮักยอนจะไม่เข้าไปใกล้ คลื่นความเจ็บปวดก็ถาโถมเข้ามาใส่ จนร่างของเขาซวนเซและดีที่มือใหญ่ของอีกคนคว้าไว้ได้ทัน ไม่งั้นเขาคงล้มคะมำไปนั่งบนพื้น

"ไม่เป็นไรนะ " แทคอุนกระซิบเบาๆ ใบหน้าเรียวเครียดเขม็งยามที่มองหน้าเขา ฮักยอนคลี่ยิ้มบางๆส่งให้แทนคำตอบ 

"ช่วยพ่อของเราด้วยนะ ฮักยอน " แจฮวานปรี่เข้ามาหาเขา และยกมือข้างหนึ่งของเขาขึ้นไปกุมไว้ ฮักยอนสะท้านไปทั่วร่างเมื่อคลื่นความเจ็บปวดของชายคนนี้ก็ไม่ได้น้อยไปกว่าชายที่นอนอยู่บนเตียงแม้แต่น้อย

"อ๊ะ " แจฮวานอุทานขึ้น เมื่อมือใหญ่ของเฟลกเมทิกปัดมือเขาออกจากฮักยอน 

"อย่ามาจับ " แทคอุนเค้นเสียง สัญชาตญาณของเขากำลังร้องบอกว่า ชายตรงหน้ากำลังทำให้ฮักยอนปวดร้าว และเขาก็ช่างปกป้องเกินกว่าจะทนนิ่งเฉยได้

ไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่เขารับรู้อารมณ์ความรู้สึกของคนตัวเล็ก อาจเป็นสายสัมพันธ์ของพันธะที่เชื่อมเราสองคนไว้ถ่ายทอดทุกคลื่นความรู้สึกอีกฝ่ายหนึ่งให้อีกคนรับรู้ 
ถึงทำให้เขารับรู้ว่าตอนนี้ฮักยอนกำลังบอบช้ำจากการถูกสัมผัส อ่อนไหวและเปราะบางเหลือเกิน และเขาต้องอดทนต่อสู้อย่างหนักกับอีกคนในร่างที่ตะกุยตะกายอยู่ในอกให้พาฮักยอนหนีไปโดยไม่ต้องเยียวยาห่าเหวอะไรทั้งนั้น

เขาอยากทำอย่างที่ใจต้องการ แต่นี้เป็นภารกิจ และเขารู้ดีเกินกว่าจะลืมว่า หากทำภารกิจไม่สำเร็จจะต้องโดนอะไร

"น้อยๆหน่อยแอล " เสียงเย็นเยือกของวอนชิคที่ยืนกอดอกอยู่ไม่ไกลดังขึ้น และน้ำเสียงที่เอาเรื่องนั่นแหละที่ทำให้ฮักยอนต้องรีบคว้าข้อมือของคนที่ยืนเคียงข้างไว้แน่น

"อย่านะครับ ผมไม่เป็นไร แค่นี้ผมทนได้ " ฮักยอนอ้อนวอนด้วยสายตา 
อีกคนถอนหายใจเฮือกใหญ่ และพยักหน้าเป็นเชิงบอกว่า ก็ได้ๆ ฉันจะไม่ทำอะไร

"นายพร้อมหรือยัง " แจฮวานเอ่ยถาม 

"ครับ " ฮักยอนพยักหน้าแล้วคลายมือที่กุมมือหนาไว้ออก แล้วย่างก้าวไปที่เตียงกว้าง โดยมีคลื่นความเจ็บที่สาดซัดเข้ามาราวกับพายุทอร์นาโดที่พัดเข้าใส่ตึกสูง และแรงของมันทำให้เขาแทบทรงตัวไม่อยู่ 

นี่ขนาดยังไม่ได้แตะตัว จิตของเขาก็แทบจะแหลกสลายแล้ว ไม่อยากคิดเลยว่า ถ้าหากเขาแทรกเข้าไปโอบอุ้มความเจ็บที่มหาศาลนี้ จิตที่เคยสว่างไสวจะเหลือเเสงไว้พอให้มีชีวิตอยู่หรือเปล่า

แว้บนึงฮักยอนรู้สึกถึงแสงสว่างอุ่นๆที่ถ่ายทอดมาจากข้างหลัง มันมีกลิ่นของเฟลกเมทิก กลิ่นของแทคอุน และมันกำลังปกป้องจิตของเขาจากความเจ็บปวดที่พุ่งเข้ามากัดกินตัวเขา

ฮักยอนหันหน้ากลับมา และสบเข้ากับดวงตาคู่คมที่ทอดแววเป็นห่วงอย่างสุดซึ้งมาทางเขา และไม่จำเป็นต้องมีคำพูดใดออกมา เขาก็รู้ว่าอีกคนกำลังจะพูดอะไร 

ฮักยอนกำมือแน่น และหันหน้ากลับไปที่เตียง ก่อนจะหย่อนกายลง หัวใจกำลังถูกบีบรัดและลำคอกำลังตีบตันเข้ามา และเขาต้องกัดฟันแน่นเพื่อยกมือทั้งสองข้างที่หนักราวกับโดนถ่วงด้วยหินก้อนโต เพื่อให้วางลงบนหน้าอกที่กระเพื่อมขึ้นลง

"อึก " ฮักยอนขย้อนของเหลวสีแดงออกมาจากปาก กลิ่นคาวของมันฉุนติดจมูก  

"ฮักยอน  !!! " เสียงของแอลดังขึ้นมา และเขาหันไปหา ส่งสายตาอ้อนวอนว่าอย่าเข้ามา อีกคนขบกรามแน่นและฮักยอนเห็นเส้นเลือดที่ปูดโปนตรงขมับ ดวงตาของแอลกำลังปวดร้าว ฮักยอนรู้ แต่เขาถอยไม่ได้ และจะหยุดก็ไม่ได้แล้ว 

ฮักยอนขยับปากโดยไร้ซึ่งเสียงเป็นถ้อยคำที่บอกว่า เขาไม่เป็นไร 

ให้ตายสิ แทคอุนสบถอย่างไม่สบอารมณ์ เห็นอยู่ตำตาว่าฮักยอนเจ็บปวดแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ เขาไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองไร้ประโยชน์เท่ากับวันนี้มาก่อน 

ขอร้องล่ะ ฮักยอน อย่าเป็นอะไรนะ เขาสวดภาวนาต่อเทพเจ้าอยู่ในใจ ดวงตาไม่ได้ละจากร่างเล็กของอีกคนที่เหมือนจะเริ่มโงนเงนไร้การทรงตัว 


"อาาาา มืดเหลือเกิน " ฮักยอนครางออกมาเบาๆ เมื่อดวงจิตของเขาแทรกเข้าไปในดวงจิตของผู้นำลองเกฟ เย็นเหลือเกิน เย็นมาก อึดอัด 


"อึก !!! " ฮักยอนอาเจียนออกมา ทันทีที่ดึงส่วนหนึ่งของความเจ็บปวดออกมาใส่ตัว เรี่ยวแรงที่เคยมีหดหายไปเหลือไว้แค่พอหายใจเข้าออก 

อย่าเป็นอะไรนะ ฉันรักนาย ฮักยอน อย่าทิ้งฉันไป นายต้องเข้มแข็ง

เสียงจากหัวใจของแทคอุนส่งผ่านมาทางเครือข่ายพันธะที่พึ่งก่อตัวได้ไม่นาน ฮักยอนซึบซับมันเข้ามาในหัวใจ เขาไม่ได้สู้คนเดียว แทคอุนก็กำลังสู้ไปกับเขา 

ผมจะไม่เป็นไรครับ ผมจะทนให้ได้ ฮักยอนถ่ายทอดความรู้สึกส่งคืนไปให้

ฮักยอนเพ่งจิตตัวเองอีกครั้ง และเปลี่ยนรูปร่างจิตของตัวเองออกเป็นตาข่ายสีขาวขนาดใหญ่ และโอบอุ้มก้อนความรู้สึกดำมืดขนาดมหึมาไว้ และทันทีที่เส้นใยจิตของเขาสัมผัสกับก้อนจิตสีดำ ความเจ็บปวดก็ประเดประดังเข้ามา เหมือนกับโดนไฟช็อต เจ็บ หนักอึ้ง และแสบร้อนทรมาน เหมือนร่างของเขากำลังจะฉีกออกเป็นเสี่ยงๆ เซลล์ทุกเซลล์ในร่างกายตื่นตระหนักและสั่นสะท้าน 

ต้องไหวสิ ต้องทำได้ แกต้องทำได้ ฮักยอนกัดฟันบอกตัวเอง แล้วใช้แรงกายเฮือกสุดท้ายกระชากจิตและเหนี่ยวรั้งก้อนความเจ็บปวดในจิตของผู้นำลองเกฟออกมา และทันทีที่มันหลุดออกมาได้ก็พุ่งตรงเข้ามาที่ตัวเขาแทบจะทันทีและทะลุทะลวงเกาะป้องกันจิตอันแสนเปราะบางของเขาเข้ามาสร้างความเสียหายให้กับดวงจิตที่อยู่ด้านใน

"ฮักยอน !!!! " เสียงของแอลดังก้อง 
"พ่อครับ !!! " เสียงของแจฮวานและวอนชิคดังขึ้นพร้อมกัน 
และคนทั้งสามต่างกรูกันเข้ามา วอนชิคและเเจฮวานจับจ้องใบหน้าของบิดา ส่วนแทคอุนประคองร่างเล็กที่ไร้สติไว้แน่น หยาดน้ำตาของลูกผู้ชายรินไหลออกมาเป็นทาง และเขาไม่อายแม้จะอยู่ต่อหน้าเผ่าพันธุ์ที่อ่อนแอกว่า

"ฮักยอน ลืมตาสิ " เขาสั่งเสียงสั่น "อย่าเป็นอะไรนะ ขอร้องล่ะ นายอย่าเป็นอะไรนะ ฮึก " เขากลัว กลัวเหลือเกิน ฮักยอนที่แน่นิ่งอยู่ในอ้อมกอดทำให้หัวใจเขาบีบรัดแน่น เขาเสียฮักยอนไปไม่ได้ 

ไม่นะ ฮักยอน อย่าทิ้งพี่ไป ไหนนายบอกว่า นายจะไม่หนีไปไหนไง .....



















** 27 **
" สิ่งที่ต้องปกป้อง "
.......................................................................................................................................



"นายทำฉันตกใจมากรู้มั้ย " จมูกโด่งกดลงมาบนกลุ่มผมนุ่มหอมหลายๆที ทำเอาเจ้าของผมนุ่มยกยิ้มบางๆ 

ฮักยอนขยับตัวเข้าหาอกกว้างมากขึ้นและมากขึ้น และสูดดมกลิ่นกายหอมสะอาดแบบฉบับของเฟลกเมทิก "ทีแรกผมก็คิดว่าตัวเองจะไม่รอดแล้วเหมือนกันครับ แต่เพราะพี่ช่วยผมไว้ ผมก็เลยกลับมาได้ "

"พี่น่ะหรือ " 

"ครับ " ฮักยอนว่า "ตอนนั้นผมกำลังเดินท่ามกลางความมืดมิด เส้นทางที่ผมเดินมันเงียบมากครับ เงียบจนผมรู้สึกกลัว ถนนเส้นนั้นยาวสุดลูกหูลูกตาและดูราวกับว่าไม่มีปลายทางอยู่เลย ผมเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมผมถึงยังคงเดินต่อไป  รู้แค่ว่าต้องเดินหน้าต่อไปเรื่อยๆ จนกระทั่ง เสียงของพี่ดังขึ้นมา  "

"ฮักยอน " แทคอุนเกลี่ยหยดน้ำตาที่เอ่อขึ้นมาคลอหน่วย 

"เสียงของพี่ดึงสติของผมกลับมา วินาทีนั้นผมก็วิ่งย้อนคืนมา " ฮักยอนสะอื้นแต่ก็ยังฝืนเล่าต่อ "ผมเห็นแสงสว่าง มันเจิดจ้าและดูอบอุ่นในเวลาเดียวกัน ผมจะไม่กล้าเดินมาเลยถ้าผมไม่เห็นพี่ยืนอยู่ตรงนั้น "

"แล้วนายก็วิ่งมาหาพี่ใช่มั้ย "

"ครับ ผมวิ่งสุดชีวิต เร็วที่สุดที่เคยวิ่งเลยล่ะ " ริมฝีปากของเขาถูกอีกคนครอบครองทันทีที่พูดจบ ฮักยอนเอียงหน้าให้ได้องศา และเปิดรับอีกคนเข้ามาอย่างไม่หวงตัว 


"พี่รักนายเหลือเกิน ฮักยอน " แทคอุนกระซิบเเผ่วเบา
"ผมก็เหมือนกัน " ฮักยอนคลี่ยิ้มสดใสส่งให้แทน อ้อมเเขนที่กอดเขาอบอุ่นเหลือเกิน ฮักยอนเลือกไม่ผิดจริงๆที่มอบหัวใจให้กับผู้ชายคนนี้ดูแล....











หลายวันผ่านไป....

แทคอุนเดินออกมาจากบ้านพักเพื่อที่จะมุ่งหน้าไปหาเฟลกเมทิกอีกคนที่อยู่ในวิลเลจเหมือนๆกับเขา ตาเฒ่าเชวูจอมหื่น แต่ทันทีที่เขาก้าวพ้นบริเวณบ้าน ผู้ชายตัวสูงผิวสีแทนก็ยืนขวางเส้นทางเขาไว้ ใบหน้าของอีกคนเครียดเคร่งจะด้วยเหตุผลอะไรก็ช่าง เขาก็รับรู้ว่าปัญหาได้ก่อตัวแล้ว 

"มีอะไร " เขาถามห้วน

"คนที่มีรอยสักรูปดาบที่บ่าข้างซ้าย " วอนชิคพูดขึ้น 

"..................." เขาเงียบฟัง

"ในซิตี้ มีผู้ชายที่มีรอยสักนี้มั้ย " 

"นั่นไม่ใช่สิ่งที่ฉันจะเอามาบอกนายหนิ " เขาพูดในแบบฉบับของเฟลกเมทิก 

"แค่ตอบมาว่ามีหรือไม่มีก็พอ ฉันไม่ได้ถามนายสักหน่อยว่าเป็นใคร " วอนชิคตอบกลับน้ำเสียงขุ่นมัว 

"พวกเราเฟลกเมทิกมีรอยสักกันทุกคน " แทคอุนตอบแค่นั้น ก่อนจะเดินจากมา แต่เดินมาได้แค่ไม่กี่ก้าวเท่านั้น เสียงทุ่มต่ำก็ดังขึ้นมาและตรึงเขาไว้กับพื้นราวกับมีลูกตุ้มมาหน่วงไว้

"มันเกี่ยวกับแจฮวาน น้องชายของฉัน " 
น้ำเสียงอีกคนดูเจ็บปวดและแทคอุนก็ไม่อาจจะทำเฉยได้อีก 

"ฉันไม่เข้าใจในสิ่งที่นายพยายามสื่อ "

"ฉันบอกนายได้แค่นี้ และถ้านายอยากรู้มากกว่านี้ นายก็ต้องแลกเปลี่ยนข้อมูลที่ฉันต้องการมาก่อน บอกมาสิ ว่ามีผู้ชายที่มีรอยสักที่ฉันบอกอยู่ในซิตี้มั้ย "

เเทคอุนชั่งใจ อะไรก็ตามที่อีกคนพยายามคาดคั้นอยู่ มันต้องเป็นเรื่องที่คอขาดบาดตายอยู่พอสมควร ไม่งั้นเขาคงไม่ได้เห็นเเววตาหวาดวิตกบนดวงตาของอีกคน "แน่นอน ว่ามี "

วอนชิคกำมือแน่นขึ้น อยากจะกระชากอีกคนให้บอกมาว่าคนนั้นเป็นใคร แต่เขารู้ว่าต่อให้เขาเอามีดไปจ่อ ชายตรงหน้าก็ไม่ยอมปริปากบอก "เป็นอย่างที่คาดไว้จริงๆด้วย "

".................................. "

"ฉันเดาว่านายคงไม่ยอมบอกว่าเป็นใคร " 

เขาพยักหน้า "มันเป็นความลับของเรา นายเข้าใจมันดีอยู่แล้ว รองหัวหน้าลองเกฟ " เขาพูดเป็นทางการ "พอจะบอกได้ไหมล่ะ ว่ามันเกี่ยวอะไรกับน้องชายของนาย "

"นายเชื่อเรื่องภาพนิมิตมั้ยล่ะ " 

นั่นเป็นคำถามที่ดี เขาส่ายหน้าเบาๆ "มันเป็นแค่นิทานหลอกเด็กเท่านั้นแหละ "

"ฉันก็ได้แต่หวังว่ามันจะเป็นแบบนั้น " อีกคนห่อไหล่ "แต่นายพึ่งยืนยันในนิมิตที่ฉันเห็นไปแล้วข้อหนึ่ง "

อยู่ๆเขาก็รู้เย็นยะเยือกขึ้นมา จนขนอ่อนบนตัวลุกชัน "นายกำลังจะบอกว่า ที่นายถามเพราะนายเห็นรอยสักที่ว่าในนิมิตของนายงั้นสิ "

"ใช่ และฉันเห็นมากกว่านั้นด้วย " 

"งั้นนายก็คงไม่จำเป็นต้องถามฉันหรอก ถ้านายเห็นมากอย่างที่นายคุยโว " 

"และถ้าฉันเห็นหน้ามัน " วอนชิคพูดเสียงเเข็ง ดวงตาเต็มไปด้วยความโกรธแค้น "ฉันจะไม่มานั่งกังวลใจอยู่แบบนี้หรอก ฉันคงตามล่าและเอาชีวิตของมันแล้ว "

แทคอุนนิ่งไป คำพูดของอีกคนเป็นเหมือนกับมือขนาดใหญ่ที่บีบรัดต้นคอเขาแน่น ทำให้ลำคอตีบตัน และลมหายใจก็ใกล้ขาดห้วงไป 
"ฉันเดาได้มั้ย " 

"ลองดูสิ " 

"ผู้ชายคนนั้นเกี่ยวข้องกับครอบครัวนาย ฉันหมายถึง แค่อาจจะนะ แบบว่า ทำร้ายน้องชายของนาย "

วอนชิคมองเขาเขม็ง "มากกว่านั้นต่างหาก "

เหมือนหยุดหายใจไปครู่หนึ่ง สันหลังเย็นวาบ "อย่างนั้นหรือ "

"รู้อย่างนี้แล้ว นายยังจะปิดบังอยู่อีกรึ " 

เขาไม่ตอบ ใช่ว่าจะไม่เข้าใจความรู้สึก ความหวงแหน อยากปกป้องคนในครอบครัวเกิดกับขึ้นกับทุกคนไม่ว่าจะเป็นแวเรียลกลุ่มไหนก็ตาม "ฉันต้องไปที่อื่นต่อ และฉันคงบอกอะไรนายอีกไม่ได้ แต่ฉันยืนยันกับนายได้เรื่องหนึ่ง ว่าสิ่งที่นายกลัวมันจะไม่เกิดขึ้นหรอก " 

สายตาปวดร้าวฉายชัด แต่เขาก็เลือกที่จะไม่สนใจและเดินจากมา หัวใจของเขาหน่วงหนักและปวดร้าวไม่ต่างกัน ขอโทษนะคิม วอนชิค ฉันรู้ว่านายอย่างปกป้องน้องชายของนาย ฉันเองก็เหมือนกัน.....











#ฟิคแวเรียล

To Be Continued
#ยังไม่แก้คำผิด




ในส่วนของฉากที่หายไป DM  มาในทวิตเตอร์ได้เลยนะคะ ไรท์สิงอยู่ในทวิตเตอร์อยู่แล้ว และถ้ารีดคนไหนไม่สะดวกก็ทักมาทางอีเมลล์ที่ได้ให้ไว้นะคะ ไรท์จะส่งลิงค์ไปให้ค่ะ

ใกล้ถึงจุดหมายแล้วค่ะ บางปมจะเป็นสปอยเรื่องต่อไปนะคะ ส่วนปมที่เกี่ยวกับแทคอุนและฮักยอนแค่สองคนจะคลี่คลายในอีกไม่ช้า ส่วนที่เหลือก็จะไปคลี่คลายในเรื่องถัดไปนะคะ 

ไม่ได้อัพเสียนาน ไม่รู้ว่ายังมีคนรออยู่หรือเปล่า ฮือออ อย่าพึ่งทิ้งกันไปไหนเลยนะคะ ///กอดขา



















"



















ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

337 ความคิดเห็น

  1. #285 ALittleKoKen (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 5 มกราคม 2560 / 16:57
    บทจะหวานก็หวานกันซะ มีความเชื่อมโยงกันภายในใจ ฟินสุด ตลกความหึงหวงของอิตาแทคอุน5555 คนที่มีรอยสักดาวหรือว่าจะเป็นน้องฮยอก โอ๊ยยยย เดาไปทั่วอีกแล้ว
    #285
    0
  2. #262 SS_nightmare34 (@SS_nightmare34) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 1 มกราคม 2560 / 01:34
    ฮัคยอนเอ๊ยยย เกือบตายไปแล้วนะ ดีนะที่พี่แทคอุนคอยอยู่ข้างๆ เอ...ใครหนอมีรอยสัก ไม่อยากเดา เดี๋ยวมั่ว 5555
    #262
    0
  3. #220 PETDA (@137-411) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2559 / 22:32
    อือออออออออ ชอบตอนนี้ที่พลอ.มีความรู้สึก 
    อ่าวทำไมพิเอ็นมาอยู่นี่อะไม่ได้กลับไปเเล้ว หรือว่าได้ยินที่คุยกันอะ
    ตอนนั้นพลอ.ไม่มีความรู้สึกจะละเลยพิเอ็นก็ไม่เเปลกหรอก เพราะงั้นก็เลิกโทษตัวเองได้เเล้ว
     
    ลองเกฟหน้ายาวว55555 พลอ.มีความรู้สึกเเล้วหึงสุดๆอะ55555
    พลอ.ออกอาการมากเลยอะ 5555 
    นั้นไงได้ยินจริงๆๆด้วย ไม่ต่องไม่มั่นใจเเล้วพิเอ็นยังไงพี่นั้นคู่ชีวิตพลอ.ชัวววววววว
     
    อ๊ากกกกกกกก จิตเชื่อมกันเเล้วอิBCCไม่มีความหมายเเล้วเย้ๆๆๆๆๆๆ
    อือหือ ตื่นมาก็เอาเลยนะพลอ.-_-ให้พิเอ็นพักเถอะ
    ต้องไปเยียวยาเเล้วววว พิเอ็นคงไม่เป็นไรหรอกเนอะ
     
    สายสัมพันธ์นี่ถ้าคู่นี้มีเเล้วอีก2คู่จะมีไหมเนี้ย 
    เเบบนี้มันเจ็บมากเลยนะ ช่วยอะไรไม่ได้เนี้ย สงสารพิเอ็นT^T
    กว่าจะผ่านอะไรมาได้ อย่าเพิ่งมาเป็นอะไรนะพิเอ็น
     
    อาาาา นึกว่าพิเอ็นจะไม่ฟื้นซะเเล้ว โล่งงง
    สายสัมพันธ์เนียวเเน่นสุดๆ
     
    อ่าวยังไงๆทำไมคนที่มีรอยสักนี่ฮยอกหรอ เเล้วเกี่ยวกะเเจฮวานด้วย
    เเสดงว่าคนที่มีรอยสักก็ฮยอกนะสิ ไม่น่าใช่บิชอฟเเน่ๆๆ[ยังไงก็ไม่คิดจะมองบิชอฟด้านดีเลยสักครั้ง]
    พลอ.ไม่น่าจะปกป้องบิชอฟ
    #220
    0
  4. #63 Zeeza_cee (@Zeeza_cee) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2559 / 13:09
    ยังรอไรท์ทุกวันเลยย คิดถึงฮักยอนกับแอลจะแย่ ^^
    #63
    0
  5. #60 ทหารเรือ (@bellem) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2559 / 13:05
    โอ้ยยยย ลุ้นมากอ่ะ ใช่ฮยอกใช่มั้ย? คนๆนั้นคือฮยอกใช่มั้ย? ฮื่ออออออออออออ จะมาอีกคู่แล้วสินะคะ ㅠ ㅠ แต่ฟินเลโอเอ็นมาก ฮื่อ จะรักอะไรกันเบอร์แรงขนาดนั้น โอ้รวรวววว 
    #60
    0
  6. #59 ♡ベスト (@soul-za) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2559 / 16:03
    พอรักกันแล้วนี่ทำไมมันน่าหมั่นไส้สุดๆ 555555555
    ทำไมแลดูเป็นคู่รักที่จะน่าอิจฉาที่สุด ฮืออออ
    แลดูหวงน้องมาก ฮัลโหลพี่แทคค่ะ ตอนแรกๆ ใครด่าน้องฉอดๆ /หยอก

    แล้วเรื่องรอยสักนี่ยังไง ? น้องตี้หรอ ?????
    ถ้าพี่แทคก็บอกว่าต้องปกป้องเหมือนกันนี่ก็คิดว่าน้องตี้นะ
    น้องตี้ทำอะไรพี่จยา ??
    #59
    0
  7. #57 CHA_KUNYAY (@CHA_KUNYAY) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2559 / 08:41
    รอยู่จ้าาาาา..แทคอุนนี่ พอตินมีกัวใจก็รักยินสุดๆ ห่างไม่ได้ใครแตะก็ไม่ได้เลย หวงสุดๆ
    #57
    0
  8. #56 mymelody (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2559 / 03:45
    ฮืออออ อัพแล้ว ฮึก ดีแก่ใจจริงๆ ตอนนี้นี่ร้อนแรงจังเลยนะคะ สองคนนี้นี่น่ารักกันจัง ช่วยกันฟันฝ่าเรื่องร้ายๆกันเสมอ ชอบที่แทคอุนกลายเป็นคนเจ้าปกป้องอ่ะ รู้สึกว่ามันอบอุ่นและปลอดภัย ตอนที่ถึงขั้นปัดมือแจฮวานออกนี่ดูหวงและห่วงสุดๆ เราช๊อบชอบโมเมนต์แบบนั้น คริคริชอบที่ฮักยอนเข้าไปกอดไปคลอเคลียอุนด้วย ให้อารมณ์คู่รักแบบเลิฟลี่โดวีอ่ะ ยิ้มกริ่มเลยค่าา แต่ก็มีปมน่าสนใจเหลืออยู่อีกเยอะ เรื่องนิมิตรนี่เกิดอะไรขึ้น ใครมีรอยสักนั่น...ฮยอกเหรอ...ไม่น่าใช่ แล้วก็ยังติดใจอะไรแล้วนะพวกเทพมรณะและก็ความน่าสงสัยของหัวหน้าเฟลกเมทิกจากตอนก่อนๆไม่หาย จะตั้งหน้าตั้งตารอตอนต่อไปอย่างใจจดใจจ่อ อิอิ ขิบคุณไรท์มากค่าา
    #56
    0
  9. #55 PandaPhung (@agisen4869) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2559 / 00:04
    ฟู่ววววว เกือบไม่รอดแล้วไงล่ะฮัคยอนอ่า นี่คืออ่านแล้วเห็นภาพมากเลย เหมือนเข้าไปอยู่ในเหตุการณ์ด้วยเลย อึดอัดไปตามฮัคยอน ทรมานไปด้วยกัน
    #55
    0