[Fic vixx]The war of variant 3 #The insensitive (END)

ตอนที่ 11 : The bodyguard 10

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 429
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    27 ก.ค. 59

#ฟิคเรื่องนี้ไม่ใช่แนวรักโรแมนติก รักสามเศร้า รักดราม่า หรือรักคอมเมดี้ เหมาะกับผู้อ่านแนวแฟนตาซีทุกคน 


[The war of variant 1]
#The bodyguard 




Chapter 10 : อนาคต


** 28 **
" เผชิญหน้าอีกครั้ง"
.................................................................................................................................


ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าสิ่งที่เขาทำมันถูกหรือเปล่า การเลือกจากมาทั้งที่รู้ว่าทำให้คิม วอนชิคต้องทนทรมานกับการรู้สึกอยากปกป้องแต่ก็ไร้หนทาง อย่างที่บอกไว้ ทุกคนมีสิ่งที่หวงแหน บางทีจุดนี้เขาอาจจะเข้าใจความรู้สึกของอีกคนได้ดีกว่าใครด้วยซ้ำ

แต่เขาเลือกที่จะทำเฉย

ตามถนนสายหลักของวิลเลจโอบล้อมด้วยมวลหมู่ของดอกไม้สีสันสวยงาม ผู้คนที่เดินผ่านไปมายิ้มแย้มเสียจนโลกใบนี้ช่างน่าอยู่มากเสียเหลือเกิน แต่ใครจะรู้กันล่ะ ว่าภายใต้ใบหน้าแย้มยิ้มอยู่ตลอดเวลาอาจซ่อนความโศกเศร้าไว้  ยิ่งมีชีวิตอยู่นานเท่าไหร่ ก็ต้องเผชิญกับการสูญเสีย การเปลี่ยนเเปลง 

เขาไม่เสแสร้งทำน่าเรียบเฉยเพราะรู้ดีว่าถึงทำยังไงก็ไม่เหมือนเดิม ดวงตาของเขาไม่นิ่งเเข็งเหมือนอย่างเคย เขาอาจจะทำหน้านิ่งได้ ทำเสียงเย็นได้ แต่ดวงตาโกหกอีกไม่ได้ อีกอย่าง เขาก็ไม่เห็นประโยชน์ที่เขาจะต้องเเสร้งทำเป็นเฟลกเมทิก

ยกเว้นเมื่อเขากลับซิตี้ 

พอคิดถึงเรื่องนี้มา ก็เหมือนโดนอัดเข้าที่ท้องน้อยอย่างเเรง มันจุก เครียดเกร็ง และอึดอัดจนลมหายใจสะดุด ถ้าเป็นตามที่ตาแก่เเชวูพูด ทุกคนที่อยู่ที่ซีตี้คงคิดว่าเขาได้ตายไปแล้ว แม่คงเสียใจมาก แต่...ไม่หรอก เธอไม่มีความรู้สึกสักนิด ขนาดตอนพ่อตาย เขายังไม่เห็นความเศร้าจากเธอเลยด้วยซ้ำ 


เดินผ่านเหล่าเด็กเล็กเด็กน้อยมาได้สักพักเขาก็เห็นชายตัวใหญ่สองคนที่รู้สึกคุ้นสายตา เหมือนเคยเจอที่ไหนสักที่ สองคนนั้นกำลังยืนนิ่ง แผ่นหลังเครียดเกร็ง เหมือนกับเหล่าองครักษ์ที่คอยคุมกันพระราชา 

ชายอีกคนลุกขึ้นมาจากพุ่มไม้ สองมือประคองสิ่งมีชีวิตตัวเล็กที่มีขนสีขาวปุกปุยราวกับนุ่น ใบหน้างดงามประดับด้วยรอยยิ้มสดใส ดวงตาเรียวรียกขึ้นจนเห็นเป็นเส้นขีดโค้ง และทันทีที่แสงสว่างจากดวงอาทิตย์ไล่เลียผิวหน้าขาวสว่าง หัวใจของเขาก็กระตุกวูบ

คิม แจฮวาน น้องชายของคิม วอนชิค

เขาชั่งใจว่าควรจะเดินหลบออกมาอย่างเงียบๆ หรือว่าควรจะเข้าไปทักทาย แต่ไม่ทันได้คำตอบอีกฝ่ายก็ดันเหลือบมาเห็นก่อน

"อะ รองหัวหน้าเฟลกเมทิก " แจฮวานตรงดิ่งมาทางที่เขายืนอยู่ รวมไปถึงชายสองคนนั้นก็ด้วย 

"กระต่าย? " เขาจ้องมองไปที่สัตว์ตัวจิ๋วในอุ้งมืออีกคน 

"ครับ " แจฮวานผงกหัวรับ น้ำเสียงร่าเริงเต็มเปี่ยมไปด้วยความมีชีวิตชีวา "ผมว่าจะจับมันกลับไปเลี้ยงที่บ้าน เพียงแต่ว่า พี่ชายสองคนนี้ไม่ยอม " เจ้าตัวบูยปากอย่างงอนๆใส่ชายสองคนที่ยืนหน้าเครียดอยู่ไม่ไกล 

"ผมไม่หนีไปไหนหรอก ไม่ต้องตามติดขนาดนี้ก็ได้ครับ ผมอึดอัดจะแย่ " แจฮวานหันไปพูด ซึ่งก็ดูจะได้ผล เมื่อทั้งสองเริ่มขยับตัว แล้วถอยหลังเพื่อทิ้งระยะห่าง

"พี่นายคงหวงนายมากนะ " แทคอุนว่า 

"ครับ หวงเกินไปด้วย " แจฮวานตอบซื่อๆ พลางลูบขนกระต่ายตัวจ้อยไปมา นิ้วเรียวสอดเข้าตรงขนปุกปุยแล้วเกลี่ยไปมาอย่างชอบใจ ริมฝีปากยกโค้งขึ้นจนเผยให้เห็นฟันขาวเรียงตัวอยู่ข้างใน "บางทีผมก็คิดว่าตัวเองเป็นนักโทษ อ้อ ไม่สิ นักโทษยังมีอิสระมากกว่าผมเสียอีก " 

"เพราะวอนชิครักนายมากไงล่ะ ไม่งั้นเขาคงไม่ทำแบบนี้ " แทคอุนอธิบายแทนเพราะเขาเองก็อยู่ในฐานะพี่ชายด้วยเหมือนกัน แม้ว่าน้องชายคนนั้นจะไม่ใช่น้องแท้ๆก็ตาม 

"รักมากไปก็ทำให้ผมไม่มีความสุขนะครับ " แจฮวานปัดเช็ดน้ำตาที่เผลอให้ไหลออกมา 

"ทำไมนายไม่ลองคุยกับพี่นายดีๆล่ะ อธิบายไปว่านายไม่ต้องการแบบนี้ " 

แจฮวานส่ายหน้า "ไม่มีประโยชน์หรอกครับ สำหรับพี่วอนชิคน่ะ เหตุผลอะไรก็ไม่ยอมฟัง " 

"...................."

"ขอโทษครับ ผมไม่น่าเล่าเรื่องที่ไม่สบายใจให้คุณฟังเลย " 

"เล่ามาเถอะ ถ้านายสบายใจ " 

"ช่างมันเถอะครับ ยังไงก็เปลี่ยนอะไรไม่ได้อยู่ดี ผมคงเป็นเหมือนกับสัตว์เลี้ยงตัวหนึ่งที่เจ้านายรักมากเป็นพิเศษ โดนกักขังไว้แต่ในกรง ใช้ชีวิตอยู่ในที่ๆเจ้าของจัดหาไว้ให้ แล้วก็ตายไปอย่างเงียบๆ "  แจฮวานไม่เคยรู้สึกหดหู่ใจเท่ากับวันนี้มาก่อน พักหลังๆพี่ชายของเขาเข้มงวดมากกว่าแต่ก่อนเยอะ พี่ชายสองคนที่มากับเขาคอยคุมชนิดที่ว่าแทบจะยี่สิบสี่ชั่วโมง จะหยิบจับอะไรก็ไม่ได้ ห้ามไปเสียหมด เขาไม่ใช่เด็กสามขวบเสียหน่อย เขาโตแล้ว รู้ว่าอะไรอันตรายอันไหนไม่ พอคิดเรื่องนี้ทีไร เขาก็กลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่



ร่างเล็กตรงหน้าสั่นไหว ไหล่แคบลู่ขึ้นลงด้วยที่สะอื้นจากการร่ำไห้ และเเทคอุนก็ไม่สามารถจริงๆที่จะละเลยความโศกเศร้านี่ไปได้ เขาควรทำอะไรที่น่าจะพอตอบแทนบุญคุณของอีกฝ่ายได้บ้าง อย่างน้อยก็เป็นการไถ่โทษที่เขาไม่สามารถบอกในสิ่งที่พี่ชายของเด็กคนนี้ต้องการได้

"นายอยากออกไปนอกวิลเลจหรือเปล่า " เขาถามเสียงเบาให้พอได้ยินเฉพาะคนสองคน อีกฝ่ายเงยหน้าขึ้นมาอย่างเร็ว จมูกกับขอบตาแดงก่ำแต่ดวงตาข้างในใสแจ๋วและเปี่ยมด้วยความตื่นเต้นปนดีใจ

"คุณจะพาผมไปหรอครับ " แจฮวานถามอย่างลิงโลด  เมื่อคิดว่าเขาจะได้ก้าวย่างออกจากวิลเลจไปสู่โลกภายนอก "ผมอยากไปใจจะขาด "

"ก็แค่อาจจะ " เขาว่า แต่พอเห็นสายตาอ้อนวอนก็อดใจอ่อนไม่ได้จริงๆ ตาแก่เเชวูรอไปก่อนแล้วกัน วันนี้ขอพาเด็กน้อยตรงหน้าไปสำรวจรอบๆวิลเลจหน่อยคงไม่เสียหายอะไร อีกอย่างฮักยอนก็อยู่ในที่ปลอดภัยแล้ว คงไม่มีอะไรต้องห่วงอีก "งั้นฉันจะพานายไป แต่ไม่ไกลนะ แค่รอบๆ "

"จริงๆนะครับ เย้!!! " แจฮวานปรี่เข้ามาคว้าแขนของอีกคนไว้แน่น พร้อมกับถูหน้ากับต้นแขนของอีกคนอย่างลืมตัว  โชคดีที่เขาไม่โดนผลักออกมา 

"ฉันจะลองไปคุยกับคนของพี่นายดู แต่ไม่รับประกันว่าจะได้มั้ย เพราะงั้นอย่าคาดหวังให้มันมากนักล่ะ " 

"ครับๆ " แจฮวานพยักหน้าอย่างเร็ว พร้อมคลายมือที่เกาะแขนของอีกคนออก 

การสนทนาระหว่างรองหัวหน้าเฟลกเมทิกกับลูกน้องพี่วอนชิคดูจะเครียดเคร่ง แว้บหนึ่งเขาเห็นคนของพี่จับมีดที่อยู่ด้านหลัง แต่สุดท้ายก็ไม่ชักออกมา แล้วถอนหายใจออกมาหนักๆ ก่อนจะหันหน้าหากันแล้วพากันเดินกลับไปที่บ้านของพี่ชายตัวเอง 

สัญญาณอันดีก่อตัวแล้ว นี่ก็แสดงว่า พี่ชายเฟลกเมทิกสามารถเจรจาได้สินะ แจฮวานดีใจจนไม่สามารถหุบยิ้มที่จะฉีกถึงหูได้ทันเวลาก่อนที่ใบหน้าหล่อเหลาของอีกคนหันมา 

แล้วก็ร้อนฉ่า แก้มทั้งสองข้างกำลังขึ้นสีและหัวใจในอกก็เต้นแรงและหน่วงหนัก ไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะดีใจที่ได้ออกไปนอกวิลเลจหรือว่าเพราะสายตาที่จับจ้องอยู่ที่ใบหน้าของเขากันแน่

"ไปเถอะ นายมีเวลาไม่มาก คนของพี่นายให้เวลาแค่ครึ่งวันเท่านั้น " 

"ครับ " แจฮวานวิ่งไปหาอีกคนที่ยืนอยู่ "คุณพูดยังไงหรอครับ ทำไมพี่ชายพวกนั้นถึงยอม " เงยหน้าขึ้นถาม แล้วก็รีบก้มหนีเมื่อไม่อาจทนสายตาคู่คมได้

บ้าไปแล้ว เขากำลังเขิน

"มันเป็นความลับ ฉันบอกนายไม่ได้หรอก " แทคอุนว่า "อ้อ แล้วก็ เรียกฉันว่า แอลก็ได้ เรียกคุณๆแล้วมันรู้สึกขัดหูยังไงไม่รู้ ยังไงเสีย นายก็เป็นผู้มีพระคุณที่ช่วยฉันกับฮักยอนไว้ สนิทๆกันไว้คงไม่เสียหายหรอกใช่มั้ย "

".............." 

"เป็นอะไร ทำไมเงียบไปล่ะ " แทคอุนแตะมือบนไหล่เล็ก แล้วร่างของอีกคนก็สะดุ้ง จนเขาถดมือหนีแทบไม่ทัน 

"ปะ เปล่าครับ " แจฮวานรีบแก้ "งั้นผมเรียกว่าพี่แอลนะครับ ยังไงๆพี่ก็คงอายุมากกว่า "

"ก็เอาสิ " แทคอุนไหวไหล่ ก่อนจะเดินนำเข้าไปในป่า โดยมีอีกคนวิ่งตามมา 


และทันทีที่พ้นเขตวิลเลจ เด็กหนุ่มที่ยืนอยู่ข้างๆเขาก็ดีด๊าพร้อมกับโดดดึ่งๆราวกับตัวเองเป็นกบ ชี้นู้นชี้นี่ไปทั่ว ปากก็ไม่หยุดพูดสักที ทำให้เขาอดที่จะนึกถึงอีกคนไม่ได้ ฮักยอนก็ร่าเริงแบบนี้เหมือนกัน 

"พี่แอลครับ " 
อีกคนตะโกนเรียกเขาเมื่อกำลังทำท่าจะปีนขึ้นไปบนต้นไม้ "ผมปีนได้ไหมครับ "

"ถ้านายไม่กลัวว่าจะตกมาแล้วแขนขาหัก ก็เอาสิ " เขาตอบ

แล้วอีกคนก็ปัดป่ายคว้ากิ่งไม้ที่อยู่ใกล้มือแล้วเหยียบลำต้นเพื่อประคองตัวเองให้ขึ้นไปบนกิ่งที่สูงกว่า ท่าทางทะมัดทะแมงทำให้อุ่นใจ 

นี่ถ้าเป็นฮักยอน คงไม่มีทางขอเขาเเบบนี้แน่ เพราะรายนั้นน่ะ ปีนต้นไม้เป็นซะที่ไหน





ซู่!!!!!! เสียงกระทบกับของกิ่งไม้ขนาดใหญ่ดังขึ้นมาจากที่ไกลๆ และสัญชาตญาณของเขาก็บอกว่า อันตรายได้เข้ามาเยือนเสียแล้ว 

ไม่นึกว่าพวกนั้นจะยังดักซุ่มรอจังหวะอยู่ 

อดทนเหมือนกันนะ อีริค

"แจฮวาน ฟังให้ดีนะ นายปีนขึ้นไปให้สูงที่สุดเท่าที่จะทำได้ แล้วซ่อนตัวซะ ไม่ว่าได้ยินเสียงอะไรก็ห้ามส่งเสียง หรือขยับตัวเด็ดขาด " เขาหันไปสั่งเด็กหนุ่มที่ห้อยขาอยู่บนกิ่งไม้ที่ไม่สูงมากนัก 

อีกฝ่ายหันมามองด้วยสายตาที่ไม่เข้าใจ แต่ก็ยอมทำตามแต่โดยดี "พี่แอลจะไม่เป็นไรใช่ไหมครับ "

ช่างเป็นคำพูดที่เหมือนกับฮักยอนไม่มีผิดเพี้ยน ทำไมสองคนนี้ถึงได้มีอะไรที่คล้ายกันนักนะ "อย่าพึ่งถาม รีบปีนหาที่ซ่อนเร็วเข้า อย่าส่งเสียง อย่าขยับตัว แล้วอย่าให้พวกศัตรูรู้ว่านายอยู่ตรงนี้กับฉันด้วย เข้าใจแล้วก็รีบปีนเร็วเข้า "

ไม่มีคำตอบรับนอกจากเสียงเคลื่อนไหวบนต้นไม้ที่อีกคนแทรกตัวเข้าไปตามใบหนาของมัน เพียงไม่นานก็เงียบไป 

แสดงว่าอีกฝ่ายได้ที่ซ่อนได้แล้ว 

แซ่กๆๆๆๆ 
เสียงเหยียบย่ำกิ่งไม้ใบหญ้าที่ตกอยู่กับพื้นดังขึ้นมาเรื่อยๆ และไม่นานก็ปรากฏร่างของผู้ชายตัวใหญ่บึกบึน ชายผู้มีสีผมแดงเข้มราวกับย้อมด้วยเลือดข้นๆ ชายผู้ที่อ้างตัวว่าเป็นเพื่อนสนิทของพ่อเขา

     อีริค!! แอสซอยด์ตัวอันตรายที่เขาเคยประมือด้วยมาแล้ว 

"ไม่เจอกันนานนะ แอล " คนที่พึ่งเดินเข้ามาเอ่ยปากทักทายซึ่งดูเหมือนว่าจะไม่ได้ทำให้อะไรๆมันดีขึ้นเลย 

เขากลืนน้ำลายเหนียวๆลงคอ พลางคว้ามีดที่อยู่ตรงเอวออกมา 

"นายดูแปลกไปนะ " อีริคตั้งข้อสงสัย 

"งั้นหรือ "  เขาตอบ

"ดวงตาของนาย ..อ้อไม่สิ ทุกอย่างที่เป็นนายแตกต่างจากที่เราเคยเจอกันครั้งก่อน " อีริคหรี่ตาให้แคบลง พร้อมกับจ้องเข้าไปในดวงตาของอีกคน ราวกับกำลังจะค้นหาความจริงจากนัยน์ตาคู่นั้น 



เปลี่ยนไปจริงๆด้วยสินะ ...







** 29 **
" ความจริง "
.................................................................................................................................


บรรยากาศรอบข้างเครียดขึ้นกระทันหัน เมื่อบุคคลอันตรายเริ่มขยับตัวเข้ามาใกล้ แทคอุนกระชับมีดที่จับอยู่แน่น เตรียมพร้อมเสมอกับการเผชิญหน้าที่อาจเกิดขึ้นได้แทบทุกวินาที ไม่มีอะไรต้องกลัว งั้นหรือ..ไม่สิ มีอะไรที่ควรกลัวมากต่างหาก

เขาไม่ได้อยู่คนเดียวอีกต่อไป เขามีฮักยอน แล้วพอนึกถึงจุดนี้ทีไร หัวใจของเขาก็เหมือนกับโดนบีบเค้น ไหนจะน้องชายของคิม วอนชิคที่เขาพาออกมาด้วย ถึงจะอุ่นใจได้หน่อยว่าอีริคคงไม่รู้ว่านอกจากเขายังมีอีกคนหนึ่งที่หลบอยู่ตรงกิ่งไหนสิ่งกิ่งตรงต้นไม้ที่ตั้งเด่นอยู่ไม่ไกล


"จะไม่บอกหน่อยหรือไง ว่าเกิดอะไรขึ้น " อีริคก้าวเข้ามาใกล้ แต่ไม่ได้หยิบจับอาวุธออกมา เด็กหนุ่มตรงหน้าแม้ว่าจะอันตราย แต่ยังไงก็ยังเป็นแค่เด็กที่สูญเสียความเยือกเย็นไปแล้วคนหนึ่งเท่านั้น สูญเสียความน่าเกรงกลัวที่เคยมี เพียงแต่ก็ประมาทไม่ได้

ยังไงก็เป็นลูกชายของเลออน เพื่อนสนิทที่ฝีมือร้ายกาจ 

"คิดว่าไม่จำเป็น " 
อีกคนตอบเขา น้ำเสียงแข็งกระด้างและแฝงด้วยความมุ่งร้าย เขายกยิ้มมุมปากอย่างชอบใจ "งั้นหรือ นึกว่านายอยากจะเล่าให้ฟังเสียอีก "

เด็กหนุ่มตรงหน้าขบกรามแน่น มือที่จับด้ามมีดอยู่แน่นจนเห็นเส้นเลือดนูนโปน มีดนั่น...ถ้าจำไม่ผิด เป็นของเลออน เขาเคยเห็นมันสองสามครั้ง และเคยลิ้มรสความคมกริบของมันมาแล้ว 

"นายดูมีอะไรอยากจะถามเยอะนะ " 

"ไม่มี ระหว่างฉันกับแกไม่มีอะไรต้องอยากรู้ " แทคอุนโต้ตอบ 

"ฉันนึกว่านายจะอยากรู้เรื่องพ่อของตัวเองเสียอีก "

คำพูดของอีริคเหมือนกับกระดาษทรายหยาบที่ขูดผิวของเขา "แกพูดเหมือนว่าแกจะยอมบอกอย่างงั้นแหละ "

"ฉลาดเหมือนกันหนิ " อีริคชมเปาะ "เด็กหนุ่มนั้นปลอดภัยดีสินะ " เขามองหาเด็กแพทลิทตัวจ้อย แต่ก็ไร้เงา 

ความช่างปกป้องตะกุยตะกายอยู่ข้างในอก และแทคอุนก็ต้องใช้ความพยายามอย่างมากที่จะไม่กระโดดเข้าไปเอามีดปาดคอชายตรงหน้า ดีที่อีกคนไม่ได้อยู่ด้วยไม่งั้น เขาคงเสียการควบคุมจนไม่สามารถบังคับตัวให้นิ่งเฉยอยู่ได้

"ฉันจะฆ่าแก ถ้าแกยังไม่เลิกล้มแผนการที่จะเอาชีวิตเด็กคนนั้น " เขาขู่เสียงเหี้ยม 

"ก็ลองดูสิ ถ้านายคิดว่านายทำได้อย่างที่คุย "

นี่เป็นการยั่วยุ และเขาก็พร้อมที่จะทำตามที่อีกคนยั่วใจจะขาด "ฉันทำแบบนั้นแน่ วันนี้จะเป็นวันตัดสินระหว่างฉันกับแก " 

"งั้นก็มาทำให้มันจบๆไปสักทีเถอะ " อีริคกระโจนใส่เด็กหนุ่มตรงหน้าทันที เขาซัดหมัดเข้าที่กรามของอีกฝ่ายอย่างจัง ทำให้อีกคนเสียหลักแล้วเขาก็ไม่ได้ทิ้งจังหวะให้ได้หายใจ เมื่อเขากระโดดขึ้นคร่อมร่าง แล้วจรดมีดของอีกฝ่ายลงกับคอหอยของเจ้าตัวเอง 

"ฟังนะ " อีริคชะโงกตัวลงมากระซิบข้างๆใบหน้าที่ฟกช้ำจากน้ำมือของเขาเอง "ฉันจะให้นายได้เห็น " 

แทคอุนไม่เข้าใจว่าอีกฝ่ายพูดหมายความว่าไง จนกระทั่งมือหยาบกร้านของอีริคกุมขมับทั้งสองข้างของเขาไว้แน่น พลันโลกของเขาก็หมุนติ้วแล้วแตกโพละออกราวกับสะเก็ตระเบิด ภาพเหตุการณ์ต่างๆไหลเวียนผ่านเข้ามาให้เห็น ตามมาด้วยคลื่นความหวาดหวั่นพรั่นพรึงจากความจริงที่ถูกปิดไว้ เขาไม่รู้ตัวว่าตัวส่งเสียงกรีดร้องดังแค่ไหน แต่ในโลกของจิต เขาดิ้นทะรนทุรายที่อยากจะกระชากภาพเหล่านี้ออกให้พ้น แต่ทำอย่างใจไม่ได้เมื่อคนที่ควบคุมอยู่ไม่ยินยอม ในขณะที่อีกฝ่ายกำลังป้อนข้อมูลเข้ามาในหัวด้วยภาพเหตุการณ์สยดสยอง เขาก็ดิ้นพล่านอย่างทุกข์ทรมานกับความจริงที่ได้เห็น 

แล้วทุกอย่างก็มืดดับไป แทนที่ด้วยแสงสว่างจากแสงอาทิตย์ที่สาดส่องเข้ามาแทน กลิ่นเหงื่อโชยเข้ามาติดจมูก คละเคล้ากับกลิ่นโลหะที่เป็นส่วนผสมของเลือดมนุษย์ เกิดอะไรขึ้น แทคอุนกระพริบตาถี่ๆ เมื่อรับรู้ว่าตัวเองกลับเข้ามาสู่โลกความจริง 

แล้วภาพตรงหน้าก็สร้างความช็อคให้กับตัวเขา เมื่อผู้ชายที่อยู่บนตัวมีของเเหลมทะลุออกมาจากหน้าอก เลือดสดๆไหลทะลักออกมาราวกับเขื่อนแตก หยดย้อยลงมาตามเสื้อผ้าแล้วกองอยู่บนหน้าอกของเขา 

"อึก !!! " อีริคขะย้อนของเหลวสีเเดงออกจากปาก พยายามบังคับริมฝีปากของตัวเองให้บอกสิ่งที่เตรียมมากับลูกชายของเพื่อนสนิทให้ได้มากที่สุด แต่ทุกคำที่เปล่งออกมาจากปากกลับไร้เสียง มีเพียงความว่างเปล่า

"ไม่นะ อีริค คุณพูดอะไร " แทคอุนพลิกตัวอย่างเร็วแล้วประคองร่างใหญ่ของบุคคลที่เขาเรียกว่าศัตรูไว้แน่น คลื่นความกลัวแผ่ปกคลุมเมื่อความจริงที่เขาได้เห็นกำลังเล่นงานความมีอารยธรรมในตัวเขาจนสูญสิ้น "อย่าพึ่งตายนะ บอกมาก่อน เมื่อกี้คุณบอกว่าอะไร บอกว่าอะไร " เขากระชากต้นคอร่างที่ไร้ลมหายใจแล้วเขย่ามันแรงๆ หยาดน้ำตาไหลออกมาจากดวงตาที่เคยแข็งแกร่ง 

เขาลุกขึ้นอย่างเร็วพลางหาต้นตอของธนูดอกยาว แต่ก็ไม่พบ ใครก็ตามที่ลอบฆ่ารองหัวหน้าแอสซอยด์ได้ต้องเป็นคนที่บ่งการเรื่องที่อีกคนพยายามบอกเขาด้วยพรสวรรค์ที่ตัวเองมี หรือนี้จะเป็นจุดประสงค์จริงๆที่อีริคมาพบเขา 

มาเพื่อจะบอกความจริงทั้งหมด เพียงแต่ถูกกำจัดไปเสียก่อนจะบอกหมด แต่แค่นี้ก็เพียงพอให้เขาสามารถปะติดปะต่อเรื่องได้แล้วว่า แอสซอยด์ที่นอนตายอยู่ตรงนี้รู้มาตั้งแต่ต้นว่าตัวเองกำลังจะถูกกำจัดทิ้ง 

" คุณทำแบบนี้ทำไม ผมจะเชื่อสิ่งที่คุณให้ดูได้ยังไง ฟื้นขึ้นมานะ ฟื้นขึ้นมาสักที " เขาทรุดฮวบลงกับพื้นข้างๆกับร่างไร้วิญญาณของอีริค จะให้เขาเชื่อได้ยังไง เรื่องแบบนี้น่ะ โหดร้ายเกินไปแล้ว มากไป มากไปแล้ว


"พี่แอล " แจฮวานที่ปีนลงมาจากต้นไม้วิ่งตรงมาทางเขา ก่อนที่อ้อมเเขนเล็กจะโอบกอดเขาไว้แน่น "พี่ไม่เป็นไรนะ "

ความอบอุ่นแผ่ซ่านเข้ามาในตัว แต่มันไม่เพียงพอที่จะทำให้หัวใจของเขาที่แตกสลายกลับคืนรูปเดิมได้ เมื่อความจริงที่เขาไม่มั่นใจสักนิดว่ามันจะเป็นจริงหรือไม่ กำลังฉีกทึ้งดวงจิตของเขาให้แตกกระจายเป็นเสี่ยงๆ 

ความเจ็บปวดจากการโดนพิษแทรกซึมเข้าสู่ร่างกายยังเทียบไม่ติดกับความรู้สึกในตอนนี้ด้วยซ้ำ ผู้ชายคนนั้นจริงๆน่ะหรือ ที่เป็นคนฆ่าพ่อของเขา บิชอฟ คุณจริงน่ะหรือ คุณทำแบบนี้ทำไม ทำเพื่ออะไร เขากรีดร้องอยู่ข้างใน ตัวตนอีกคนหนึ่งในร่างกายตะกุยตะกายจะออกมาควบคุมร่างกายของเขาแทน 

"แจฮวาน " 
เสียงทุ่มต่ำที่แฝงความห่วงใยไว้เต็มเปี่ยมดังขึ้น เรียกสติที่กำลังล่องลอยออกจากตัวของเขากลับมาอย่างเร็ว แล้วเขาก็หันไปตามต้นเสียง ชายสองคนกำลังเดินมาทางเขา หนึ่งในนั้นเป็นชายหนุ่มร่างเล็กที่คุ้นตา ฮักยอน?

เรื่องอีริคเอาไว้ก่อน  เรื่องของบิชอฟก็ด้วย ตอนนี้เอาเรื่องที่คิม วอนชิค กล้าพาคนของเขาออกมานอกวิลเลจก่อน 

ความหึงหวง บวกกับโทสะเข้าครอบงำสติของเขาไว้ แล้วก็แตกโพละราวกับดอกไม้ไฟ เมื่อมือของวอนชิคแตะลงที่ไหล่เล็กของฮักยอน

เขาลุกพรวดอย่างเร็ว แล้วก้าวยาวๆไปคว้าตัวของฮักยอนเข้ามาในอ้อมแขน เเสดงความเป็นเจ้าของอย่างที่สุด "นายมากับฮักยอนได้ยังไง " น้ำเสียงหยาบกระด้างและเเข็งกร้าว เขาต้องกัดฟันอย่างถึงที่สุดที่จะไม่หยิบมีดออกมาแล้วตัวมือข้างที่วอนชิคแตะบนตัวของฮักยอน 


"ฉันต่างหากที่จะต้องถาม ว่านายพาน้องชายฉันออกมาทำไม " วอนชิคตวาดกลับ ถ้าไม่ใช่เพราะแจฮวานวิ่งเข้ามาดึงตัวไว้ ไม่แน่ว่าคงต้องวางมวยกันสักยก

แล้วเขาก็หันไปหาน้องชายตัวเอง "พี่บอกนายแล้วใช่มั้ย ว่าอย่าออกมานอกวิลเลจ " 

"ผมขอโทษ แต่ผมไม่ใช่เด็กแล้วนะครับ โตแล้ว อีกอย่าง พี่ก็ไม่มีสิทธิ์มาขังผมไว้แต่ในหมู่บ้าน " แจฮวานโต้กลับ 

"ไหนนายเคยสัญญากับพี่แล้วไง ว่าจะไม่ออกมานอกวิลเลจ " 

"ผม..." แจฮวานอึกอัก เมื่อความจริงข้อนี้เหมือนกับหมัดหนักๆที่ซัดเข้าที่ท้องน้อย เจ็บ จุก ในเวลาเดียวกัน "ผมก็แค่อยากออกมาดูโลกภายนอกบ้าง " คราวนี้น้ำเสียงของเขาอ่อนลง 

"ช่างมันเถอะ ยังไงซะสัญญาก็เป็นเพียงแค่ลมปาก จะไปเชื่ออะไรได้ "

คำพูดของอีกฝ่ายคมกริบราวกับมีดคมๆที่เฉือนผิวเนื้อ "ผมขอโทษฮะ ทีหลังจะไม่ทำแบบนี้อีกแล้ว " คราวนี้เขาผิดจริง ยอมหน่อยก็คงไม่เป็นไร

วอนชิคมองหน้าน้องชายด้วยความรู้สึกที่ตีกันยุ่งในหัว ส่วนหนึ่งในตัวอยากจะทำเมินเฉยเพื่อลงโทษ แต่ที่เหลือก็อภัยให้กับความผิดอย่างง่ายดาย ง่ายเสียจนเขานึกชังตัวเอง 

เขาเหลือบไปทางร่างไร้ลมหายใจของผู้ชายตัวใหญ่ราวกับยักษ์ ก่อนจะเบนไปหาชายหนุ่มอีกคนที่เป็นตัวการพาน้องชายของเขาออกมา "ไว้ฉันจะกลับมาเคลียร์กับนายทีหลัง " วอนชิคพูดรอดไรฟัน แล้วเดินกลับเข้าวิลเลจโดยไม่ลืมที่จะคว้าข้อมือบอบบางของน้องให้ติดตามมาด้วย 

"ผมกลับด้วยครับ " เสียงของฮักยอนที่เรียกมาตามหลัง ทำให้เเผ่นหลังของเขาเครียดเกร็ง ลมหายใจติดขัดครู่หนึ่ง ก่อนจะยอมหันหน้ากลับมา ก็เห็นร่างเล็กของอีกคนวิ่งตามมา แต่มายังไม่ทันถึงก็โดนอีกคนคว้าตัวไว้เสียก่อน

เรื่องนี้เขาไม่เกี่ยวนะ นายทำตัวเองนะเเอล 


"จะไปไหน " แทคอุนคว้าเอวเล็กไว้ด้วยแรงที่มี แล้วดึงเข้าสู่ตัว พลางโบกมือไล่วอนชิคให้กลับเข้าวิลเลจไปก่อน เจ้าของร่างเล็กเงยหน้าขึ้นมาแล้วชักสีหน้าไม่พอใจใส่ แต่ก็ยังไม่ยอมตอบอะไร

นั่นทำให้เขาหงุดหงิด มีอย่างที่ไหน เขายืนอยู่ทั้งคน จะกลับไปกับอีกคน 

"เราต้องคุยกัน " 

"ไม่ !!! "

ฮักยอนดิ้นอย่างสุดความสามารถเพื่อที่จะให้หลุดจากอ้อมแขนของเขา ยิ่งทำให้ความโกรธที่มีพลุ่งพล่าน เขารัดอ้อมแขนให้แน่นขึ้น และไม่เปิดช่องให้อีกฝ่ายได้ขยับตัว 

"ปล่อยนะ ผมเจ็บ " เสียงหวานติดสั่นเครือร้องประท้วงขึ้น 

"เป็นอะไร นายไม่เคยเป็นแบบนี้ " เขาเกยคางกับไหล่แคบ คลายมือข้างหนึ่งออก แล้วเกลี่ยเส้นผมนุ่มที่แตกระเบียบอย่างเบามือ 
อีกคนเงียบ มันทำเขาก็เดามันไม่ออก เหมือนมีม่านหมอกจางๆกั้นระหว่างเขากับฮักยอน แค่หมอกบางๆแต่กลับมองไม่เห็น  "อย่าเงียบเเบบนี้สิ มีอะไรทำไมถึงไม่ยอมพูด " เขาพยายามอย่างหนักที่จะไม่ใช่คำที่มีความหมายในเชิงคำสั่ง ซึ่งก็ดูเหมือนจะไม่ง่ายอย่างที่คิด

"......................"

"ฮักยอน !!! " 

น้ำเสียงของอีกฝ่ายสั่นเครือด้วยความโกรธอย่างรุนแรง ผู้ชายคนนี้แกร่งกร้าว แข็งกระด้าง และเด็ดขาดไปทั้งเนื้อทั้งตัว
สมกับเป็น เฟลกเมทิก

ความกลัวอัดแน่นในลำคอของฮักยอน มือที่มองไม่เห็นบีบแน่นจนหายใจไม่ออก "ผมจะกลับวิลเลจ " ฮักยอนคุมน้ำเสียงของตัวเองไม่ให้สั่น แม้ว่าน้ำตาจะเอ่อล้นขึ้นมาแล้วก็ตาม

"พี่ขอโทษ พี่คงทำให้นายกลัว " 

ฮักยอนกลืนก้อนเนื้อเเข็งๆลงคอ พยายามนึกคำพูดที่แต่ก็ควานหาลิ้นของตัวเองไม่เจอ ทุกอย่างมันอัดแน่นไปหมด แล้วมันก็แตกกระจาย เมื่อสัมผัสนุ่มนิ่มของริมฝีปากอีกคนประทับลงบนมุมปากของเขา ลมหายใจร้อนปัดผ่านแก้มทั้งสองข้าง 

สัมผัสทางกายที่อ่อนโยนกำลังปลอบประโลมหัวใจที่เกือบแตกละเอียดของเขาให้เข้าที่ ฮักยอนอยากใจเเข็ง ไม่อยากให้อภัยกับสิ่งที่แทคอุนทำกับเขา เพียงแต่เขาบังคับใจตัวเองไม่ได้ แล้วเขาก็ห้ามร่างกายไม่ให้เอนไปพิงอกแกร่งเพื่อรับสัมผัสอบอุ่นที่โหยหา

น่าอายนัก แต่ก็ยังอยากเบียดตัวให้เข้ากับอ้อมกอดให้แนบชิดมากขึ้นกว่าเดิม 

"พี่ขอโทษ " จมูกโด่งของอีกคนกดลงบนแก้มของเขา แล้วก็เหมือนกับมีคนมาสุมไฟใกล้หน้า เพราะมันกำลังเห่อร้อน 

"ผมไม่ยกโทษให้ " ฮักยอนตอบทันควัน แล้วบังคับตัวเองให้ออกมาจากอ้อมแขน แม้ว่าจะต้องกัดฟันจนเลือดไหลซิบ 

แทคอุนนิ่วหน้า ก่อนจะคว้าต้นคอของฮักยอนเข้ามาใกล้ แล้วครอบครองริมฝีปากด้วยจูบอย่างเป็นเจ้าข้าวเจ้าของ สอดมือเข้ากุมท้ายท้อยของอีกฝ่ายไว้แน่นเพื่อไมให้ได้ขยับตัว แนบชิดริมฝีปากให้มากขึ้น แล้วช่วงชิงความหวานจากโพรงปากสวยอย่างไม่รู้จักพอ 

"แล้วแบบนี้ยกโทษให้หรือยัง " แทคอุนกระซิบเสียงแปร่ง จ้องมองริมฝีปากอิ่มอย่างไม่ลดละ เขายังต้องการมันอีก แล้วมากขึ้นกว่านี้

ริมฝีปากของฮักยอนขยับเป็นคำพูด "มะ.. "

แทคอุนฉวยโอกาสนั้นสอดลิ้นเข้าสู่ปากของอีกคน หยอกล้อกับลิ้นของฮักยอน สูดกลิ่นกายหอมรัญจวนใจไว้เต็มปอด 

ฮักยอนจิกมือลงบนบ่ากว้างเพื่อทรงตัวไม่ให้ล้ม เพราะเรี่ยวแรงโดนช่วงชิงด้วยจูบที่หน่วงหนัก แล้วเขาก็ต้องประหลาดใจเมื่อร่างของเขาลอยหวือขึ้นจากพื้น "โอ๊ะ !! " ฮักยอนอุทานอย่างตกใจ แต่ก็ไม่ลืมที่จะวาดเเขนขึ้นไปคล้องต้นคอของอีกคนไว้แน่น เบียดซุกหน้าเข้าหาอกกว้างเพื่อเลี่ยงสายตาที่เร่าร้อนจนแทบจะลุกเป็นไฟ 

ฮักยอนนิ่งเงียบและปล่อยให้แทคอุนอุ้มกลับมาจนถึงวิลเลจ จนถึงห้องนอน และเมื่ออีกคนวางเขาลงบนที่นอนเขาก็ออกเเรงดิ้นทันที 
"ผมไม่ยอมหรอก " ฮักยอนดันหน้าของแทคอุนที่ขยับลงมาใกล้ แล้วป้วนเปี้ยนอยู่กับปากของเขา มุมปากของอีกคนยกขึ้นเป็นเส้นโค้ง ซึ่งเขายอมรับเต็มปากว่ามีเสน่ห์มากจริงๆ 

"นายทำได้ด้วยหรือ " แทคอุนจับมือน้อยที่ยกขึ้นมากันออกไปข้างตัว พร้อมกับตรึงไว้กับที่นอนนุ่ม แล้วเขาก็กดริมฝีปากของตัวเองลงเพื่อปิดปากของคนพูดมาก จูบย้ำๆ จนร่างเล็กอ่อนเเรงและนอนนิ่งเขาจึงยอมปล่อยให้ได้หายใจ

"ไม่พอใจอะไร ทำไมไม่ยอมพูด " แทคอุนเกลี่ยนิ้วไปตามแนวคางเล็ก 

ฮักยอนกลืนน้ำลายเฮือกใหญ่ เมื่อสายตาคู่คมจับจ้องอยู่ไม่ห่าง "ไม่มีหนิ " เขาเลือกที่จะเก็บงำไว้คนเดียว เพราะมันดูน่าละอายเกินกว่าจะพูดออกไป

ว่าเขาน่ะ หึงที่เห็นน้องชายของคิม วอนชิค กอดแทคอุน แม้จะกอดเพื่อปลอบใจก็เถอะ

"นี่สำหรับคนขี้โกหก " แทคอุนกดจูบลงอีกครั้ง บดเบียด แนบชิด และเรียกร้อง 

"เปล่า อื้ออ... " อีกคนจูบเขาอีกครั้ง และทำท่าจะจูบอีกเรื่อยๆถ้าเขาไม่ยอมพูดความจริง "พูดแล้วๆ " ฮักยอนเบี่ยงหน้าหนีอย่างเร็ว เมื่อริมฝีปากบางขยับเข้ามาใกล้

แทคอุนยิ่มกริ่ม "พูดสิ พี่รอฟังอยู่ แต่รอได้ไม่นาน " แล้วเขาก็สอดมือเข้าไปหยอกล้อกับผิวกายลื่นมือที่อยู่ใต้เสื้อที่อีกคนสวมอยู่ เจ้าของร่างสะดุ้งเล็กน้อยแต่ก็ไม่ขยับหนี ยิ่งทำให้เขาได้ใจ เขาลูบวนหนักๆ แล้วหยอกล้อกับตุ่มไตที่เเข็งชูชัน 

"อื้อ " ฮักยอนกระตุกเกร็ง สมาธิกระเจิดกระเจิงไม่เข้าที่ คำพูดที่เตรียมไว้กระจัดกระจายไม่เป็นรูปร่าง "เอามือออกก่อน " เขาวิงวอน 

"ไม่ " แทคอุนตอบทันควัน "รีบเล่าสิ พี่รอฟังอยู่ อยากรู้ใจจะขาดแล้ว "

ถ้าฮักยอนเชื่อคำพูดของอีกคน เขาก็คงเป็นเด็กทารกแรกเกิดแล้วล่ะ "ผมเห็นพี่กับแจฮวานกอดกัน "

มือที่ลูบผิวหยุดชะงัก แต่ไม่นานมันก็เคลื่อนไหวอีกครั้ง ครั้งนี้รุนแรงแล้วก็พรากสติที่แทบจะไม่เหลือของเขาให้หลุดลอยตามไปด้วย "อ๊ะ อยะ ฟัง ก่อน " เสียงขาดห้วงแต่ก็ยังพอฟังออก

"เล่าต่อสิ " 

ประเด็นไม่ได้อยู่ที่ว่าฮักยอนไม่อยากจะเล่า แต่เขาไม่มีสมาธิพอที่จะเล่าหรือเรียบเรียงคำพูดให้เป็นประโยค ถ้ามีมือร้อนๆลูบไล่ผิวกายอยู่ในขณะนี้ อย่าว่าแต่พูดให้เป็นประโยคเลย แค่หายใจบางทียังสะดุด "หยุดก่อนได้มั้ยครับ "

"ทำไมล่ะ นายไม่ชอบหรอ " อีกฝ่ายยิ้มเจ้าเล่ห์ ดวงตาที่มองมาก็วิบวับ

ฮักยอนต้องใช้ความพยายามอย่างหนักที่จะไม่เผลอตัวไปตอบปฏิเสธ ไม่งั้น เขาคงไม่ได้พูด "ถ้าพี่ยังทำแบบนี้ ผมคงเล่าต่อไม่ได้ "

"ก็ได้ๆ " 
มือซุกซนยอมล่าถอย แต่ก็ไม่ได้ห่างไปไหน เพียงแต่มันเลื่อนขึ้นมาลูบไล่ใบหน้าเขาแทน 

ฮักยอนอยากจะบ้าตาย แต่ก็ต้องอดทนไว้ "ผมแค่รู้สึกไม่ค่อยดี มันแบบ อื้ออ " จู่ๆริมฝีปากหยักกดลงมาแล้วดูดซับคำพูดของเขาไปเสียดื้อๆ กวาดต้อนจนเขาจนมุม 

งั้นอย่าพึ่งเล่าแล้วกัน สงสัยจะไม่อยากฟัง 

"นายหึงสินะ " แทคอุนยิ้มกว้าง และกดจูบลงอีกครั้ง "ไม่ใช่อย่างที่นายเข้าใจหรอก พี่กับเเจฮวานไม่ได้เป็นอย่างที่นายกังวลหรอก ไม่มีวันเป็น " เขาสำทับคำพูดของตัวเองอีกครั้ง ด้วยจูบที่อ้อยอิ่ง หยอกเย้า และเติมเต็มทุกความรู้สึกรัก

"ผมมันเด็กชะมัด " ฮักยอนยอมรับผิด ส่งแขนขึ้นไปโอบรอบต้นคอหนาไว้หลวมๆ แสดงความเป็นเจ้าของไปในที แล้วก็เรียกรอยยิ้มถูกใจจากอีกคนได้เป็นอย่างดี

"เข้าใจแล้วนะ ที่นี้อธิบายมาซิ ทำไมนายถึงมากับคิม วอนชิคได้ "

ฮักยอนหัวเราะคิก เมื่อสีหน้าของแทคอุนเครียดขึง เอาเรื่อง "ไม่เห็นต้องอธิบายเลยนี่น่า " เขาจงใจยั่ว แล้วเขาก็ทำสำเร็จด้วย เมื่อริมฝีปากถูกครอบครองอีกครั้ง และเต็มไปด้วยความเร่าร้อน 

"ก็แค่ พี่วอนชิคมาชวนผมให้ออกไปตามหาพี่กับน้องชายของเขา เราทั้งคู่ก็เลยออกมาด้วยกัน "

"แล้วนายก็มากับมัน " น้ำเสียงเขายังห้วนๆ 

"ทีพี่ยังออกไปกับแจฮวานได้เลย ทำไมผมจะออกไปกับพี่วอนชิคไม่ได้ " ฮักยอนบูยปากงอนๆ 

"มันเหมือนกันซะที่ไหนล่ะ " แทคอุนส่ายหน้า "อีกอย่าง ห้ามเรียกมันว่า พี่เด็ดขาด "

ฮักยอนยิ้มกว้าง หัวใจพองโต เมื่อท่าทีหึงโหดของแทคอุนทำให้เขาอิ่มเอมใจ บทจะหึงก็ไม่ฟังอะไรเลยสักนิด เด็กน้อยชะมัด

"ยิ้มอะไร ไม่เห็นมีอะไรน่าขำ " 

"ยิ้มก็ไม่ได้ " ฮักยอนยิ้มอีก พลางสอดมือเข้ากับเรือนผมดำขลำของอีกคนตรงต้นคอ แล้วบีบเบาๆเพื่อทำให้ผ่อนคลาย ดูเหมือนจะได้ผล เพราะมุมปากของอีกคนยกขึ้นเล็กน้อย

"ห้ามเลยนะ ต่อไปนี้ห้ามไปกับมัน ห้ามเรียกมันว่าพี่ " แทคอุนสั่งเสียงเเข็ง 

"ครับ พี่ก็เหมือนกันแหละ ห้ามเหมือนกัน ห้ามไปไหนมาไหนกับพี่แจฮวานเด็ดขาด ไม่งั้นผมจะหนีไปอยู่กับพี่วอ...อื้อออ " ริมฝีปากถูกปิดลงอีกครั้งทั้งที่ยังพูดไม่จบประโยค แล้วครั้งนี้ก็รุนแรงเสียจนฮักยอนต้านทานไว้ไม่ไหว เขาแอ่นอกเข้าหาร่างหนาอย่างลืมตัว ลูบไล้แผ่นหลังกว้างเพื่อบรรเทาความเสียวซ่านที่มวนตัวอยู่ในท้อง

ไว้ค่อยคุยกันใหม่อีกทีตอนที่พร้อมกว่านี้ก็เเล้วกัน....













** 30 **
" ถ้าให้เลือก "
..................................................................................................................................................



แทคอุนยันกายให้ลุกขึ้นอย่างแผ่วเบามากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ไม่อยากให้คนตัวเล็กที่นอนหลับอยู่ตื่น เเพขนตายาวปรือปิดนัยน์ตาสีดำที่เขาหลงไหลไว้ เปลือกตาสีเนื้อนิ่งไม่ขยับ เสียงลมหายใจยังคงสม่ำเสมอ บ่งบอกว่าเจ้าของส่วนประกอบงดงามเหล่านี้ยังคงอยู่ในนิทรา

เขาก้มลงไปจูบหน้าผากกลมมน สูดกลิ่นหอมกรุ่นไว้เต็มปอด ก่อนจะทำใจให้แข็งเพื่อพาตัวเองกลับออกมานอกวิลเลจอีกครั้ง ยังมีบางอย่างที่จะต้องสะสาง เรื่องของอีริค เรื่องของบิชอฟ แล้วก็เรื่องถ้อยคำสุดท้ายที่อีกฝ่ายพยายามบอก 

ก่อนหน้านี้เพราะมัวแต่หึงหวงฮักยอนกับวอนชิค จนทำให้ลืมเรื่องสำคัญไปเสียสนิท จึงต้องกลับออกไปอีก เป็นห่วงก็เป็นห่วง แต่ความอยากรู้ความจริงก็ฉีกกระชากจากข้างใน จนทำให้ไม่สามารถที่จะสงบจิตใจลงได้

ได้แต่หวังว่าจะกลับมาทันตอนที่อีกคนตื่นพอดี ไม่งั้นคงต้องอธิบายอีกยาว ก็ไม่ได้รู้สึกรำคาญใจที่จะเล่า เพียงแต่เขาไม่ค่อยจะมีสมาธิมากเท่าที่ควรเวลาอยู่ใกล้ร่างเล็กที่มีกลิ่นกายที่ปลุกเร้าความต้องการเขาอยู่ตลอดเวลา นี่ขนาดออกมาห่างแล้วกลิ่นหอมยังกรุ่นอยู่ตรงปลายจมูกอยู่เลย

แทคอุนสะบัดไล่ความหลงไหลออกจากหัว แล้วเพ่งสมาธิไปที่เส้นทางลดเลี้ยว เขากลับมาที่เดิม เพียงแต่มันไม่เหมือนเดิม ร่างของอีริคหายไปแล้ว ทิ้งไว้แค่รอยเลือดที่แห้งกรัง 

เกิดอะไรขึ้น ใครเป็นคนเอาไป หรือว่าจะเป็น วอนชิค ...ไม่สิ เขามั่นใจว่าไม่ใช่  ความคิดหนึ่งแล่นเข้ามา พร้อมกับปลุกสัญชาตญาณในตัวให้ตื่นขึ้น เขาล้วงเข้าไปในกระเป๋าเสื้อแขนยาว แล้วก็เจอมันจริงๆ สิ่งที่เขาคิด กระดาษเเผ่นหนึ่งติดมือออกมา สีของเนื้อกระดาษออกสีน้ำตาล ซึ่งพอจะบอกอายุของการเก็บรักษาไว้นานพอสมควร

ใจเขาเต้นแรง เหงื่อผุดออกมาตามแผ่นหลัง และชื้นไปทั้งฝ่ามือ เมื่อเขาพยายามที่จะคลี่กระดาษเเผ่นนั้นออก 
เขากวาดสายตาไปตามตัวอักษรที่แทบไม่เป็นตัวอักษร เดาว่าคนเขียนคงรีบเร่งอย่างถึงที่สุด และเมื่ออักษรตัวสุดท้ายผ่านสายตา กระดาษแผ่นนั้นก็ร่วงผล๋อยหลุดจากมือ

เหมือนโลกกำลังเหวี่ยงไปมา สมองของเขาหมุนติ้ว ความรู้สึกต่างๆประเดประดังเข้ามา เสียดแทงจนรู้สึกเจ็บถึงระดับเซลล์ร่างกาย ลมหายใจติดขัด หน้าท้องเครียดเกร็ง แล้วเขาก็ต้องใช้เวลาเกือบสิบนาทีที่จะควบคุมตัวเองไว้ได้ เขาหยิบมันขึ้นมาอีกครั้ง กระดาษที่อีริคแอบสอดไว้ หลักฐานชิ้นสุดท้ายที่เเลกกับชีวิตคนบริสุทธิ์เพิ่มอีกหนึ่งคน เขาเก็บมันเข้าไว้ที่เดิม แล้วพาตัวเองกลับเข้าวิลเลจ 












ฮักยอนสะดุ้งตื่นเมื่อสัมผัสถึงความเย็นชื้นของฝ่ามือหยาบที่วางลงบนหน้าผาก กระพริบตาสองสามที ริมฝีปากของเขาก็โค้งขึ้น "ตื่นแล้วทำไมไม่ปลุกผมล่ะครับ "

อีกฝ่ายยิ้มส่งคืนมา แต่ดูยังไงก็ยังรู้สึกได้ถึงความฝืดเคือง ฮักยอนคว้ามือหนาที่ทำท่าจะยกหนีให้วางทับกับแก้มของเขาไว้ "ถ้าพี่ไม่อยากบอก ผมก็จะไม่ถาม "

"............................"

"ผมจะอยู่ข้างๆพี่นะครับ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม ผมหมายถึง ไม่ว่าพี่จะตัดสินใจอะไรก็ตาม " ฮักยอนไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงพูดไปแบบนั้น รู้แต่ว่า หัวใจเขาเรียกร้องให้สมองกลั่นกรองให้พูดคำเหล่านี้ออกไป

"ฮักยอน " 
เสียงนั้นแผ่วเบาแต่กลับอ่อนโยนอย่างน่าประหลาด ฮักยอนยกยิ้ม แล้วดันตัวเองให้เข้าไปกอดร่างสูงที่ดวงตาฉายเเววเศร้าไว้แน่น

"ผมอยู่ตรงนี้ครับ อยู่ตรงนี้ " เขาตบแผ่นหลังกว้างอย่างปลอบโยน อ้อมแขนแกร่งรัดแน่นขึ้นแล้วฮักยอนก็เต็มใจยิ่งกว่าอะไรที่จะให้มันรัดยิ่งกว่านั้น 

"พี่จะทำยังไงดี ทำไงดี " 

น้ำเสียงของอีกฝ่ายสับสน ปวดร้าว เจ็บปวด ฮักยอนกอดอีกคนแน่นขึ้น ลูบเส้นผมนุ่มเหมือนอย่างที่อีกคนเคยทำเวลาที่ต้องการปลอบโยน 

"ที่ผ่านมา พี่เข้าใจผิดมาโดยตลอด เทิดทูนผิดคน เกลียดชังผิดคน หนำซ้ำตอนนี้พี่ก็ยังไม่สามารถกลับไปแก้ไขมันได้อีก "

ฮักยอนสะท้อนใจ น้ำตาไหลรินอย่างเงียบๆเมื่อได้รับฟังความอัดอั้นของคนรัก เขาดันตัวเองออกมาแล้วประคองใบหน้าของแทคอุนไว้ในอุ้งมือ จรดหน้าผากของตัวเองกับหน้าผากของอีกคนไว้เงียบๆโดยไม่ปริปาก ถ้าแทคอุนต้องการระบาย เขาก็จะรับฟัง 

ร่างสูงสั่นไหวเล็กๆ และฮักยอนก็สัมผัสมันได้ ความเจ็บปวดที่ฉีกทึ้งจิตวิญญาณของอีกคนอยู่ข้างใน เขาส่งจิตของตัวเองเข้าไปโอบอุ้มมันไว้ 

พี่เจ็บปวดมากขนาดนี้ แต่ผมกลับช่วยอะไรมากกว่านี้ไม่ได้ด้วยซ้ำ ผมขอโทษนะครับ ขอโทษจริงๆ

"ฮักยอน "

"ครับ " เขาตอบรับ 

"เมือง ...นายยังอยากจะกลับไปที่นั้นอยู่มั้ย "

ฮักยอนไม่เข้าใจในความหมายที่แฝงมา แต่เขาเลือกที่จะตอบตามความรู้สึกของตัวเอง "ผมไม่มีเหตุผลที่จะกลับไปที่นั่นครับ "

แทคอุนเงียบ และใคร่ครวญกับคำตอบของฮักยอน  แล้วเขาก็ตัดสินใจที่จะลากความเจ็บปวด ความรู้สึกผิดที่ตะกุยตะกายอยู่ในใจไปเก็บไว้ในลิ้นชักของความทรงจำ เขาเลือกเเล้วและเขาเลือกคนตรงหน้า  "นายอยากไปอยู่กับพี่มั้ย ไม่ใช่ซิตี้ ไม่ใช่เมือง ไปในที่ๆไม่เคยมีใครรู้จักเรา ไปจากความวุ่นวายที่เอาแต่สร้างความทรงจำแสนเจ็บปวด ไปอยู่ในโลกที่มีแต่เรา แค่เราเท่านั้น เราสองคน "

และไม่ต้องคิดคำตอบให้ยุ่งยาก ฮักยอนแทบจะตอบได้ในทันที "ครับ ไปอยู่ด้วยกัน แค่เราสองคน " อ้อมแขนเปิดอ้าอีกครั้งแล้วฮักยอนก็โผเข้าหา ความอบอุ่นและความปลอดภัยที่มีอยู่เต็มเปี่ยม ข้างในนั้น ในอ้อมกอด

.
.
.
.
.
ไม่ว่าที่ไหนเขาก็พร้อมจะไป ขอแค่มีพี่แทคอุน เขาพร้อมเสมอ.........





















ถึง แทคอุน

"อ ยู่ ใ ห้ ห่ า ง จ า ก บิ ช อ ฟ  "
                             จากพ่อ









#ฟิคแวเรียล


To Be Continued
#ยังไม่แก้คำผิด


ครบแล้วๆๆ ตอนหน้าน่าจะจบ คึคึ ไวเหมือนกันนะเนี่ย เพราะเรื่องใหม่จ่อตูดไรท์แว้วว อิอิ จริงๆว่าจะทำให้จบภายในสิบตอน สุดท้ายก็ไม่ได้จริงๆ ไม่ว่ากันเนอะ

ส่วนนี้เป็นการสำรวจความคิดเห็นนะคะ รีดคนไหนสะดวกตอบก็ช่วยตอบไรท์ด้วยเน้อ
คือเรื่องของเรื่อง ก็คือว่า เรื่องใหม่ที่จะเปิดต่อจากเรื่องนี้ เป็นภาคต่อกันและกัน ไรท์ก็เลยว่าจะยังไม่เปิดตอนใหม่ แต่จะเพิ่มจากเรื่องนี้โดยจะเปลี่ยนแค่ชื่อเรื่องเพื่อให้เข้ากับเนื้อเรื่อง เหตุผลเพราะว่า มันจะได้ต่อเนื่องกันไปเรื่อยๆ ไม่สะดุด ไม่ต้องหายาก หรือรีดเดอร์คิดว่าไง ไรท์รอฟังคำตอบอยู่เน้อ เดี๋ยวจะมาสรุปผลในตอนหน้านะคะ 

ขอบคุณที่อยู่ด้วยกันเสมอมานะคะ ทั้งนักอ่านที่แสดงตัวและไม่แสดงตัว ^^





















































ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

337 ความคิดเห็น

  1. #263 SS_nightmare34 (@SS_nightmare34) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 1 มกราคม 2560 / 01:46
    ไปเลยค่ะ ไปอยู่ด้วยกันเลยยยย ดูแลกันและกันไปเลยยยยยย ห่างจากทุกคนเลยยย ปล.อิบิชอฟนี่ทะแม่งๆว่าน่ากลัวตั้งแต่ตอนแรกที่เจอกัน ...บักเลวววววว ปล.2 รึบิชอฟอาจจะเป็นแอสซอยด์ปลอมตัวมา!!!!
    #263
    0
  2. #221 PETDA (@137-411) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2559 / 22:14
    เเจฮวานสดใสมากเลย ชอบบบบบ
    เเต่ไม่เอาเเจฮวานโหมดร้องไห้นะ นี่จะร้องตามละ วอนชิคหวงอะเข้าใจว่าไม่อยากให้เป็นอันตราย
    เเต่ก็ควรอธิบายให้เเจฮวานเข้าใจมากกว่านี้อะ
     
    ไม่ได้ๆๆๆๆๆๆเเจฮวานนะเเจฮวานชอบพลอ.ไม่ได้ คู่ของหนูอยู่เรื่องสุดท้ายนะค่ะ
    เพราะงั้นห้ามชอบพลอ.เด็ดขาดดดดดด
     
    อ้าวเฮ้ย อีริคเเกจะกลับมาทำไมมมมมมม คนเค้าจะมีความสุขกันเเล้ว
    อีริคเป็นคนเดียวสินะที่รู้ว่าใครฆ่าพ่อพลอ.อะ 
    พลอ.เห็นคนที่ฆ่าพ่อสิ เเล้วมันเป็นใครละ 
    อ้าวววว ลืมมาตายเฉยเลย อย่าเพิ่งตายยยยยอีริคคค
     
    พลอออออ.เมื่อกี้ละยังร้องไห้อยู่เลย ที่นี้ละหึงมาเชียว
    วอนชิคก็เหมือนกันอะ รู้ว่าห่วงเเต่ใช่อารมณ์อะ
    พลอ.หื่นไปเเล้ววววววว เดี่ยวพิเอ็นก็บอบช่ำกันพอดี เพิ่งฟื้นจากเยียวยามาไม่ใช่หรือไงกัน
     
    พิเอ็นหึงน่ารักมากอะ รู้ว่าปลอบเเต่ก็หึงเเล้วก็อายตัวเองT///////T
    อะไรคือห้ามเรียกวอนชิคว่าพี่ จะหึงเกินไปเเล้ว 
    พลอ.คนหื่นนนนนน นิสัยจริงๆต้องเป็นเเบบนี้เเน่ หรือว่าพิเอ็นยั่วไปหว่าาา
     
    จดหมายนั้นเป็นของพ่อพลอ.เเน่ๆเลยอะ เรื่องบิชอฟสินะเนื้อหาในกระดาษนั้น
    การตายของอีคิรจะต้องไม่สูญเปล่า คิดว่าพลอ.น่าจะหาทางส่งข้าวบ้างเเหละ
    ยังไงพลอ.ก็ยังมีพิเอ็นอยู่ข้างๆเสมอๆ ไปอยู่ด้วยกันเพื่อความสุขของทั้งสองคน
     
     
    ***อิบิชอฟอิเลววววววววววววววววว ไม่เเปลกใจเท่าไรที่ไม่ชอบตั้งเเต่ออกมาตอนเเรก
     
    #221
    0
  3. #67 ♡ベスト (@soul-za) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2559 / 06:59
    จะจบแล้วเหรอเนี่ย ฟู่ววว ใจหายจริง TT
    ไม่น่าเลยยยอีริค อุส่าห์เป็นคนส่งสารให้แท้ๆ ตายเศร้ามาก
    นี่ก็คิดอยู่แล้วว่ามันมีลับลมคมไหนแน่ๆ ฮึ้ย

    หึงกันน่ารักตะมุงตะมิงจังเลย แหม่ๆๆๆๆๆ 5555
    พลอ.ใจเย็นหน่อยค่ะ ปากฮักยอนบวมหมดแล้วมั้งนั้น 55
    ไปอยู่ด้วยกันเลยค่ะ ! ละเรื่องทางโลกแล้วหนีตามกันไปเลย 5555

    เอาตามไรท์บอกเลยค่ะ ดูไม่วุ่นวายดี
    จะรอตอนต่อไปนะคะ <3
    #67
    0
  4. #66 mymelody (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2559 / 04:07
    ฮือออ จะจบแล้วอ่ะ อีริคก็น่าสงสารนะเนี่ย แทคอุนได้รู้ความจริงสักที แล้วก็ตอนนี้ปากฮักยอนช้ำหมดแล้วค่ะ 5555 ดีแล้วที่นางเลือกฮักยอน ดีเหมือนกันที่นางตัดสินใจแบบนี้ เริ่มชีวิตใหม่ด้วยกันเนอะ ลงต่อกันไปเลยก็ได้ไรท์ จะได้ต่อเนื่องไปเลยนะ รักไรท์ค่ะ ไฟท์ติ้งงง
    #66
    0
  5. #65 Zeeza_cee (@Zeeza_cee) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2559 / 01:49
    เขียนเพิ่มเนื้อหาลงไปเลยก็ได้จ้าไรท์ จะได้ไม่ดูวุ่นวายเนาะหาง่ายด้วย ไฟว์ติ้งน้าาา
    #65
    0
  6. #64 Zeeza_cee (@Zeeza_cee) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2559 / 13:18
    ไม่ม่าๆ แทคอุนฮักยอน ต้องไม่ม่าสิ แง
    #64
    0
  7. #62 ♡ベスト (@soul-za) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2559 / 12:43
    ฮู้วววว ออกมาครั้งแรกก็ำด้เรื่องเลย ฮือ
    ถ้าชายคิมรู้ป่านนี้ไม่หัวร้อนตายแล้วหรอออ
    แล้วนั้นพี่จยาใจเต้นกับพี่แทคหรอ ?
    จะดราม่ามั้ยหนอ ฮือออ อย่าไปเขินเขาพี่จยาาา 555
    #62
    0
  8. #61 mymelody (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2559 / 00:43
    ฮ่าาา ตกใจหมดเลย ที่แท้มาหนึ่งตอนย่อย อิอิ กำลังลุ้นเลยเชียว แอบหวงแทคอุนแทนฮักยอนนิดหน่อย หนูเคนเอ้ยออกมาปุ๊ปก็เป็นเรื่องเลย วอนชิคต้องโกรธมากแน่ๆถ้ารู้
    #61
    0