ตอนที่ 12 : The bodyguard 11 (End)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 514
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    29 ก.ค. 59


#ฟิคเรื่องนี้ไม่ใช่แนวรักโรแมนติก รักสามเศร้า รักดราม่า หรือรักคอมเมดี้ เหมาะกับผู้อ่านแนวแฟนตาซีทุกคน 


[The war of variant 1]
#The bodyguard 




Chapter 11 : แทคอุนฮักยอน


** 31 **
" ยั่ว "
............................................................................................................................


เมื่อตัดสินใจไปเเล้วก็ไม่สามารถหวนย้อนคืนกลับมาได้ ผมเลือกแล้ว และเลือกฮักยอน แม้อย่างงั้นความเป็นรองหัวหน้าเฟลกเมทิกก็ใช่ว่าจะละได้ง่ายๆ ซิตี้กำลังมีภัย...หรืออาจจะยังไม่ถึงขั้นนั้น แต่ผมหาเหตุจูงใจอื่นใดไม่ได้เลยนอกเสียจากว่า ที่บิชอฟทำไปทั้งหมด ทำเพื่อ อำนาจ 

เรื่องดูเหมาะเจาะกันเกินไป หากเอาคำว่า อำนาจ มาโยงใยกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมด ถึงจะเชื่อภาพที่อีริคป้อนเข้ามาในหัวได้ไม่เต็มปาก แต่จากจดหมายของพ่อ ก็ยืนยันได้มากกว่าสามในสี่ของความจริง บางทีนะ ..แค่บางที การที่ผมได้ออกมาปฏิบัติหน้าที่นอกหมู่บ้านก็อาจเป็นการวางแผนของชายคนนั้นด้วยก็ได้ 

ขนต้นคอลุกชัน เมื่อส่วนหนึ่งในตัวตะโกนตอบว่า จริง 

ดันผมออกมานอกซิตี้แล้วได้อะไร? 

ผมใคร่ครวญ แล้วก็ เปาะ ความคิดหนึ่งแล่นเข้ามา เพราะผมเป็นรองหัวหน้าอันดับหนึ่งที่จะได้ครองอำนาจคนถัดไป มันดูสมเหตุสมผลดี คำถามต่อมาคือเรื่องนี้ผู้นำรู้เห็นเป็นใจด้วยหรือเปล่า ..ไม่หรอก..ส่วนหนึ่งผมคัดค้านหัวชนฝา ไม่มีทางที่หัวหน้าจะร่วมมือกับบิชอฟ และถึงจะร่วมมือกันจะมีเหตุผลอะไรที่คนๆนั้นจะแต่งตั้งผมเป็นรองหัวหน้าแทนที่จะเป็นบิชอฟ หนำซ้ำรองอันดับสองยังเป็น ฮยอก 

ฮยอก ?

คลื่นความกลัวโถมกระหน่ำ บีบอัด และฉีกทึ้งดวงจิตจากข้างใน คนต่อไปจะเป็นฮยอกงั้นหรือที่จะถูกให้ออกมาทำภารกิจ ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง ผมก็ยินดีจะให้มันเป็น เพียงแต่ลึกๆแล้วความคิดที่ผุดขึ้นมาไม่ใช่ให้ออกมาทำภารกิจ มันเลวร้ายกว่านั้น  ผมควรทำอะไรที่จะเป็นการส่งสารเตือนภัยและมันต้องลับสุดยอด ซึ่งเป็นไปไม่ได้เลยว่า จะทำได้โดยง่าย บิชอฟเป็นหูเป็นตาให้กับซิตี้ ต้องมีสายอยู่ทั้งในซิตี้และรอบนอก ไม่แน่ว่า แม้แต่ในแอสซอยด์ ชายคนนั้นก็อาจจะมีพันธมิตรอยู่ลับๆ 

แต่ผมอยู่เฉยไม่ได้

จะยอมแพ้แล้วหนีเอาตัวรอดแค่คนเดียว ไปใช้ชีวิตสุขสงบแล้วปล่อยให้ซิตี้ถูกคนชั่วครอบครอง ปล่อยให้คนที่อาจจะเป็นฆาตกรฆ่าพ่อของตัวเองให้ลอยนวล โดยไม่สนอะไร 

ทำไม่ได้แน่ ต่อให้เลวแค่ไหน ผมก็ทำใจยอมรับมันไม่ได้ ควรทำสิ่งที่ถูกต้อง อาจจะเสี่ยง แต่ก็คุ้มที่จะได้ลอง เมื่อไม่นานมานี้ ผมได้ยินคนในลองเกฟคุยกันเรื่องการไปเยือนเมืองของคิม วอนชิค ในฐานะฑูตแสดงความขอบคุณที่แพทลิทส่งผู้เยียวยา ซึ่งก็คือ ฮักยอน มารักษาผู้นำจนหายเป็นปกติ 

และเพราะผมรู้จักคิม วอนชิค ถึงจะไม่ได้ดีจนรู้ทุกอย่าง แต่รายนั้นกำลังประสบปัญหาที่เป็นเหมือนหนามยอกอก เกี่ยวกับภาพนิมิต ผมเชื่อ..ไม่สิ ต้องเรียกว่า พยายามจะเชื่อ ว่าวอนชิคจะต้องพยายามพาตัวเองเข้าไปในซิตี้เพื่อค้นหาชายที่มีรอยสักรูปดาบ 

ผมจะต้องฝากจดหมายฉบับนี้ไปให้ฮยอกให้ได้ โดยผ่าน คิม วอนชิค  มันเสี่ยงมาก อันนี้ผมรู้ดี โดยเฉพาะฮยอก การพบหน้าระหว่างเขากับวอนชิคไม่ใช่เรื่องดี มันเข้าขั้นเลวร้าย วิกฤต หากวอนชิคถามเรื่องรอยสัก

ฮยอกไม่บอกแน่ แต่สัญชาตญาณบางอย่างในกายของผมกำลังร้องเตือนว่าไม่ควรให้สองคนนี้ได้คุยกันเด็ดขาด อย่าแม้แต่ให้ได้เห็นหน้ากัน 

แต่ทางเลือกมีไม่มากนัก หากจะส่งคำเตือนโดยที่ไม่ทำให้บิชอฟตรวจสอบได้ คิม วอนชิคก็เป็นตัวเลือกเดียวที่มีอยู่ และเป็นทางเลือกที่จะประสบผลสำเร็จมากที่สุด แม้จะเป็นห่วงเรื่องการเผชิญหน้าระหว่างสองคนนี้ ผมกลับเป็นห่วงฮยอกจากบิชอฟยิ่งกว่า ดังนั้นผมเลือกทางจะเกิดอันตรายกับชีวิตของฮยอกน้อยที่สุด นั่นคือ ผมเลือกที่จะให้คิม วอนชิคกับฮยอกได้เจอกัน ดีกว่าให้ฮยอกโดนบิชอฟเล่นงานโดยไม่ได้ระแวดระวัง


"พี่ดูเครียดๆนะครับ " 
เสียงหวานของฮักยอนดังขึ้นมา พร้อมกับกลิ่นกายหอมที่โชยมาติดจมูกเพราะเจ้าของกลิ่นกำลังเคลื่อนไหวมาทางที่ผมนั่งอยู่ ผมหันไป คนตัวเล็กที่เดินมากำลังใช้มือป้องปากหาว เส้นผมยุ่งไม่เป็นระเบียบ คงจะพึ่งตื่น ผมนึก ก่อนจะอ้าเเขนให้ร่างเล็กขยับเข้ามา กอดไว้แน่น สูดดมกลิ่นหอมจากกลุ่มผมสีดำเงางาม

เพราะฮักยอน และเพราะความเห็นแก่ตัวที่อยากจะใช้ชีวิตอยู่กับหัวใจของตัวเอง ผมจึงเลือกที่จะไม่กลับไปจัดการเรื่องวุ่นวายนี้ด้วยตัวเอง กลัว..กลัวว่าถ้ากลับไปแล้วจะไม่ได้หวนคืนมาอีก ความตายมันน่ากลัว โดยเฉพาะเมื่อคุณมีคนที่รออยู่ข้างหลัง ความเจ็บจะหน่วงหัวใจคุณให้ร้อนเร่าอย่างถึงที่สุด

ผมกระชับอ้อมเเขนเพื่อให้ความอุ่นจากกายเล็กแผ่เข้าในตัว ให้ได้รู้ว่าผมไม่ได้ฝันไป ฮักยอนอยู่ตรงนี้ และอยู่ในอ้อมแขน 
"ไม่มีอะไรหรอก พี่แค่คิดอะไรเรื่อยเปื่อย " 

"มีคนบอกพี่ไหมครับ ว่าพี่นะโกหกไม่เก่งเอาเสียเลย " ฮักยอนเงยหน้ามาทางผม บูยปาก แล้วยิ้มจนตาเป็นขีดโค้ง เมื่อริมฝีปากของผมทาบทับลงไป "ฉวยโอกาส "เจ้าตัวพูดเสียงเบา ก่อนจะก้มหน้าหนี

ผมหัวเราะ เมื่อเห็นแก้มนวลซับสีแดงเรื่อน่ามอง น่าเอาจมูกลงไปฟัดเสียให้ช้ำ "พึ่งมีคนบอกนี่แหละ และพี่ก็ลงโทษไปแล้วด้วย " 

"จิ๊ " ฮักยอนดันตัวออกห่าง แต่มือของผมโอบรัดรอบเอวไว้แน่น ไม่ยินยอม เจ้าตัวจึงหยุดพยายาม  "ผมจะไปหาพี่แจฮวาน "

"ไปทำไม! " ผมถามเสียงดัง ความหึงหวง ความช่างปกป้อง ปะทุขึ้นในอก

"ผมจะไปตรวจดูผู้นำอีกสักครั้ง ว่าหายเป็นปกติหรือยัง ไหนๆเราก็จะออกเดินทางพรุ่งนี้แล้ว ผมไม่อยากจะเป็นกังวลทีหลัง " ฮักยอนอธิบายยาวเหยียด ซึ่งผมมองว่าเป็นการเเสดงความบริสุทธิ์ใจ หรือเพื่อให้ผมผ่อนคลายลง

"พี่ไปด้วย " 

"ผมก็ว่าจะมาชวนนี่แหละครับ งั้นผมไปเตรียมตัวก่อนนะครับ " ฮักยอนผุดลุกแต่ผมก็รั้งไว้อีกจนร่างเล็กล้มมานั่งบนตัก เจ้าตัวดูไม่ตกใจแต่เหมือนประหลาดใจมากกว่า  "อะไรอีกล่ะครับ "

"ทำไมต้องไปเตรียมตัวด้วย มีอะไรให้เตรียม " ไม่ได้หึงเลยนะ ผมบอกเลย เพียงแต่มันไม่ค่อยชอบใจเท่าไหร่ 

"ก็ดูชุดผมก่อนสิครับ จะให้ไปชุดนี้หรือไง ฮึ " 

"ไม่! " ผมค้าน ใครจะให้ออกไปนอกบ้านด้วยเสื้อยืดตัวเดียวกันล่ะ มีหวัง ได้ฆ่าคนทั้งวิลเลจแน่ อ้อ..ผมลืมบอก พอดีหลังจากที่เราจ้ำจี้กัน คนตัวเล็กก็หลับไปก่อน ทั้งที่ยังไม่ได้สวมอะไร ผมก็เลยใส่เสื้อของตัวเองให้แทน มันไม่พอดีหรอก ใหญ่กว่าด้วยซ้ำ ชายเสื้อปกจนเกือบถึงหัวเข่า ทั้งที่ตอนผมใส่มันแทบจะไม่ปิดเอว 

"เห็นมั้ยล่ะ ทีนี้ก็ปล่อยผมได้แล้ว ผมจะไปเปลี่ยนชุด " 

ผมไม่ตอบ ไม่ขยับ ไม่ปล่อย มีแต่รุกคืบ 

"อ๊ะ อย่าซนสิครับ " ฮักยอนจับมือของผมที่แอบสอดเข้าไปในชายเสื้อไว้ได้ทัน ผมสบถเบาๆอย่างขัดใจ "ใครซน " ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ ก่อนจะโดนมือเล็กของฮักยอนบีบจมูกอย่างแรง 

"โอ้ยย เจ็บนะเนี่ย " ผมตีหน้าเจ็บปวด


"ก็บีบให้เจ็บหนิครับ ถ้าไม่อยากให้เจ็บจะบีบทำไมล่ะ " ฮักยอนยิ้มกวน แล้วความอดทนของผมก็ขาดผึ่ง ผมช้อนร่างเล็กขึ้นแนบอกอย่างเร็ว ก่อนจะมุ่งหน้ากลับไปที่ห้องนอน โดยมีเสียงหวานประท้วงอยู่ข้างหู  "ปล่อยเลยนะ "

"นายทำพี่เจ็บ พี่จะเอาคืน " ผมปิดปากหวานด้วยจูบหน่วงหนัก ล้ำลึก 

"พะ พอก่อน ผมต้องเก็บแรงไว้เผื่อได้เยียวยาผู้นำลองเกฟอีกรอบนะครับ" ฮักยอนร้องขัดขึ้นเมื่อเห็นว่าผมกำลังจะทาบริมฝีปากลงไปอีกครั้ง  ครั้งเดียวไม่พอจริงๆ ผมเสพติดจูบหวานๆจากปากสวยนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะ  
พอผมไม่ตอบ เจ้าตัวก็ระดมทุบอกผมเสียจนรู้สึกเจ็บ


"ถ้านายยังไม่หยุดตี พี่จะไม่อดทนแล้วนะ " 
เสียงของผมเข้มขึ้น แหบพร่า และเต็มเปี่ยมด้วยความต้องการ ยิ่งโดนสัมผัสมากเท่าไหร่ ร่างกายก็เหมือนมีลูกไฟซุกซ่อนอยู่ใต้ผิวหนัง และปะทุจนผิวร้อนระอุ

"คิดว่าผมกลัวไหม " ต้นเหตุตอบกลับ และผมมองว่ากำลังโดนปั่นหัว ยั่วยวน เพราะมือซุกซนปัดผ่านลำคอของผมแล้วอ้อมมาคล้องไว้แน่น  ข้างหนึ่งวางทาบตรงหน้าอกของผม ก่อนจะลูบไล่ไปทั่ว 

ผมสูดหายใจเฮือกใหญ่ กัดฟันไว้แน่นเพื่อไม่ให้ครางออกมา เดี๋ยวอีกคนจะยิ่งได้ใจ

 "ยั่วกันหรือไง " 

"ใครบอก ผมไม่ได้ทำซักหน่อย " ฮักยอนเปลี่ยนจากลูบข้างนอก เป็นสอดมือเข้าตรงแขนเสื้อแล้วลูบไล้กล้ามเนื้อต้นแขนที่แน่นหนัด มันร้อนมาก เเละผมก็อดทนต่อไปไม่ได้อีกแล้ว ผมประคองสติที่แทบไม่เหลืออุ้มร่างเล็กเข้าบ้าน แล้วมุ่งหน้าเข้าห้องนอนที่อีกคนคงพึ่งจะออกมา 

พอผมวางร่างของเขาลง เจ้าตัวก็ดิ้นขลุก แล้วเบี่ยงตัวไปนั่งอีกทางหนึ่ง ผมครางหึ่ม ความต้องการอัดแน่นจนแทบระเบิด ยั่วกันแล้วจะปล่อยให้ผ่านไปแบบนี้ไม่ได้หรอกนะ 

"คิดว่ากำลังทำอะไรอยู่ " ผมควบคุมเสียงไม่ให้สั่น แล้วถามออกไป เจ้าตัวยิ้มกว้าง แต่ไม่ได้ตอบอะไร แต่ให้ตาย สายตาที่ทอดมองมา โคตรยั่ว และผมก็พร้อมเหลือเกินที่จะเคลื่อนไหวเพียงแต่ฝ่ายนั้นดูจะเล่นตัว

ยั่วกันเข้าไป สติขาดเมื่อไหร่ ได้ปล้ำกันล่ะ

"ผมต้องออมแรงไว้ " เสียงนั่นแหบ สั่น เเต่ปลุกทุกสัญชาตญาณในตัวผมให้ตื่นตระหนัก ยิ่งอีกคนแลบลิ้นออกมาเลียริมฝีปากอย่างช้าๆด้วยเเล้ว 

"ฮักยอนอย่า!  อย่าทำแบบนั้น " ผมร้องห้าม ขยับเข้าไปหา แต่ฝ่ายนั้นก็ถอยห่าง 


ผมจวนเจียนจะระบิดอยู่ร่อมร่อ และถ้าคนตรงหน้ายังเล่นไม่ยอมหยุด ผมจะจัดการขึ้นเด็ดขาด เรื่องผู้นำของลองเกฟ เอาไว้ก่อนก็ได้

"คิก คิก " ฮักยอนหัวเราะกับท่าทีของผม 

อดทน ผมสั่งตัวเอง 

"ถ้านายไม่เลิกยั่ว นายจะไม่ได้ไปไหนทั้งนั้น จะได้นอนอยู่แต่บนที่นอนทั้งวัน " ผมร้องขู่ แล้วคว้าเอวคอดเข้ามาใกล้ แล้วดันให้นอนราบกับที่นอน เจ้าตัวหน้ามุ่ยอย่างไม่สบอารมณ์แต่ผมไม่มีเวลามาใส่ใจนัก ต้องสั่งสอน นี่เป็นคำที่ผุดขึ้นมาในหัว

ต้นขาเล็กยกขึ้นมากันไม่ให้ผมทับตัวลงไป ด้วยที่สวมเสื้อของผมตัวเดียว ไร้ซึ่งกางเกงข้างใน แทนที่จะเป็นการห้ามกลับทำให้ผมยิ่งขาดสติมากยิ่งขึ้น เพราะชายเสื้อร่นไปกองกันอยู่ที่หน้าท้องแบนราบ ส่วนที่เหลือเปล่าเปลือย 

"อย่าพึ่งสิครับ " เสียงหวานติดแหบดังขึ้นมา และผมต้องใช้ความอดทนทั้งหมดที่มียับยั้งตัวไว้ไม่ให้กลืนกินร่างเล็กที่แสนจะพรั่งพร้อม 

"จะฝึกความอดทนไปถึงเมื่อไหร่ " ผมกัดฟันตอบ เจ้าตัวปลอบโยนด้วยการลากนิ้วมือไปตามแนวกราม และหยุดหยอกล้อกับริมฝีปากของผม นัยน์ตาสีดำฉ่ำหวานและเร่าร้อนจนผมต้องสูดปาก

ผมหลงไหลดวงตาคู่นี้ กลม สุกสว่าง สดใส อบอุ่น และน่าทะนุถนอม กลีบปากอิ่มก็ด้วย มันเรื่อสีชมพูและผมปรารถนาที่จะให้มันเกิดจุดช้ำสีแดงจากริมฝีปากของผม ฮักยอนทำผมคลั่ง และทำได้ไม่ยากเลย บางทีผมก็คิดว่า อีกคนแทบไม่ต้องทำอะไร แค่ยิ้มบางผมก็ตื่นขึง ผมกลายเป็นคนอ่อนไหวกับเรื่องบนเตียงไปตั้งแต่ฟื้นคืนจากความตาย และจะยังดำเนินอย่างนี้ไปจนกว่าผมจะตายอีกรอบ

"ผมต้องไปหาผู้นำลองเกฟนะครับ " ปากก็พูด แต่มือไม่ยอมหยุดขยับสักนิด ผมมองไม่เห็นทางเลยที่ฮักยอนจะรอดพ้นมือของผมไปโดยที่ไม่หมดแรง ถ้าเจ้าตัวยังไม่ยอมหยุดสำรวจ

"งั้นก็อยู่เฉยๆสิ " ผมไม่ได้หมายความว่าจะหยุดจริงๆหรอก ไม่..แค่อาจจะ ผมอาจจะควบคุมตัวเองไว้ได้ ก็แค่หวังว่าเท่านั้น
แต่ความจริงมันไม่ง่าย ยิ่งคนใต้ร่างเปลือยครึ่งท่อนด้วยแล้ว 

เอาช้างมาลาก หรือเอามีดมาจ่อคอให้หยุด ผมก็ยังคิดว่า ผมยอมตายดีกว่าจะปล่อยให้ผ่านไปง่ายๆ

"ผมไม่ได้ทำอะไรสักหน่อย " ฮักยอนปัดมือผ่านใบหูของผม และความร้อนจากฝ่ามือก็ทำให้ร่างของผมกระตุก 

"พี่ไม่ได้เป็นคนที่มีความอดทนมากนักหรอกนะ แล้วถ้านายจะไม่ยอม ก็อย่ามายั่ว " อารมณ์ที่พุ่งสูงผลักดันให้ผมเกรี้ยวกราด 

"ลุกออกไปสิครับ ผมจะได้ไปแต่งตัว "

"ฮักยอน !! " ผมเรียก  อีกคนหน้ามุ่ย แล้วผมก็ยกธงขาว "ก็ได้ๆ ไปแต่งตัว " ผมกัดฟันดันตัวเองให้พลิกมานอนแผ่ข้างๆ ข่มความร้อนที่ปะทุจนอกจะระเบิด ลืมความกังวลก่อนหน้าไปเสียหมด เพราะถูกแทนที่ด้วยเพลิงไฟปรารถนาที่ไม่ได้รับการตอบสนอง ผมปวดหนึบ เครียดเขม็ง และพร้อมจะแตกกระจาย ผมอาจขาดสติได้ทุกเมื่อถ้าไม่ไปให้ห่างร่างกายที่กระตุ้นอารมณ์เพศชายในตัว 

ขณะที่ผมท้อแท้จนแทบไม่อยากมีชีวิตอยู่ต่อ สัมผัสร้อนๆของลิ้นเล็กก็เลียเล็มแถวต้นคอ ผมสั่นกระตุก แต่ไม่ขยับหนี ลมหายใจถี่กระชั้น หัวใจเต้นระบำในอกด้วยความเร็วยกกำลังสิบ ผมหลับตาแน่น กัดฟันจนปวดไปทั้งกราม "ไหนว่าจะไปแต่งตัว " ผมพูดแต่ไม่ได้ต้องการให้อีกคนหยุด กลับกันผมต้องการมากกว่านี้ ทั้งตัว ไม่ใช่แค่ลิ้น

ไม่มีเสียงตอบรับ นอกจากการเคลื่อนไหวที่เย้ายวนของกายเล็กผิวเนียนที่ปีนขึ้นมานั่งทับหน้าท้องของผม แล้วโน้มตัวมากัดริมฝีปากล่างของผมเบาๆ 

สติผมขาดผึ่ง ดึงเสื้อยืดที่อีกคนสวมอยู่ให้ออกพ้นตัว โดยได้รับความร่วมไม้ร่วมมือดีจากเจ้าตัว และทันทีที่ร่างกายเล็กเปลือยเปล่าผมก็เเข็งขึง

"จุ๊ๆๆ ใจเย็นก่อนสิครับ " 
ผมกัดฟันกรอด และยอมให้อีกคนเล่นสนุกต่อไปอีกสักนิด 

ผมสั่นสะท้านเมื่อมือร้อนๆสอดเข้ามาข้างในเสื้อ ก่อนจะลูบไล่สำรวจทั่วตัว เสื้อที่ผมสวมถูกอีกคนร่นขึ้นมาจนถึงอก ก่อนที่เจ้าตัวจะก้มหน้าลงมาใกล้ ลมหายใจร้อนๆเป่ารดหน้าอก และมันให้ความรู้สึกวาบหวิว ผมเอื้อมมือไปขย้ำปั่นท้ายกลมมน บีบเค้นเพื่อระบายความทรมานจากสัมผัสร้อนของฝ่ามือเล็ก 

ผมแทบจะระเบิดเมื่อฟันคมขูดผ่านผิวกาย ตามมาด้วยความชื้นจากลิ้นร้อนที่ลากเลียไปทั่วแผ่นอก สาบานได้ว่าถ้าผมยังทนต่อไปได้โดยไม่ยอมทำอะไร ผมคงกลายเป็นเหมือนกับลาตัวหนึ่ง โง่เง่า ไร้สมอง 

ผมพลิกตัวแล้วดันให้ร่างเปล่าเปลือยของฮักยอนลงไปอยู่ด้านล่าง เจ้าตัวจิกตานิดนึงด้วยความไม่ชอบใจ แต่ผมสนเสียเมื่อไหร่กัน ปล่อยให้เล่นนานแล้ว ถึงเวลาเอาจริงเสียที ผมถอยเพื่อที่จะจัดการกับเสื้อผ้าของตัวเองให้ออกพ้นตัวแล้วกลับเข้ามาร่วมสนามรักอีกครั้ง และไม่ได้ต้องทนรออะไร ผมก็กลืนกิน โจนจ้วงเข้าสู่กายเล็กที่แสนพรั่งพร้อม เคลื่อนไหวในแบบที่จินตนาการ ก่อนที่ความหฤหรรษ์จะพัดผ่านเข้ามาในอีกหลายนาทีต่อมา

ผมยังไม่อิ่ม และไม่คิดว่าจะอิ่มได้ในครั้งเดียว แต่เพราะมีเรื่องอื่นที่ต้องทำ ผมจึงยอมตัดใจที่จะไม่กลืนกินอีกคนในครั้งที่สอง แล้วยอมให้ลุกขึ้นไปแต่งตัว เพื่อไปบ้านของผู้นำลองเกฟ







ผมประคองร่างเล็กของอีกคนมาเกือบตลอดทาง ด้วยกลัวว่าจะล้มพับลงไปนั่งเล่นกับพื้นเพราะดูเหมือนว่าเรี่ยวแรงจะยังไม่กลับมาอย่างสมบูรณ์ โดยมีสายตาเขียวๆจากเจ้าตัวส่งมาให้เป็นคำขอบคุณ

"ปล่อยได้แล้วครับ ผมเดินเองได้ " ฮักยอนพยายามบิดตัวเพื่อให้ผมยอมปล่อย แต่ความช่างปกป้องของผมก็แรงกล้าเสียจนไม่ยอมให้เป็นไปตามที่อีกคนต้องการ

"เดินไปข้างหน้าเถอะ ถ้ายังขัดขืนอีก คราวนี้พี่จะอุ้มไปแทนนะ " ผมขู่ทีเล่นทีจริง อีกคนหน้ามุ่ยแล้วเสียงถอนหายใจก็ดังขึ้นมาเบาๆและยอมให้ผมประคอง















** 32 **
" ฝาก "
................................................................................................................................................



ทันทีที่เข้ามาในบ้านหลังใหญ่ของผู้นำลองเกฟ เขาและฮักยอนก็เห็นชายสูงวัยคนนั้นกำลังนั่งพูดคุยอย่างออกรสออกชาติกับเด็กหนุ่มที่จมูกโด่งสวย โดยมีชายตัวสูงอีกคนยืนอยู่ไม่ห่าง แจฮวานกำลังยิ้มแย้มในขณะที่เล่าบางอย่างให้กับผู้เป็นบิดา ส่วน  วอนชิค มีใบหน้าเครียดเคร่ง ริมฝีปากบางถูกเม้มไว้จนเกิดรอยบุ๋มตรงมุมปาก เส้นเลือดสองเส้นนูนโปดชัดเเจ๋วบริเวณขมับ 

ถ้าให้แทคอุนเดา เขาเดาว่าอาจจะเกิดจากที่เจ้าตัวถูกมอบหมายให้ออกไปจากวิลเลจเพื่อเป็นตัวแทนขอบคุณ 

"พวกนายมากันแล้ว " ชายสูงวัยผู้มีดวงตาสีเขียวเป็นประกาย แย้มยิ้มมาทางที่เขากับฮักยอนยืนอยู่ โดยมีแจฮวานยืนยิ้มใกล้ๆ

"ท่านเป็นไงบ้างครับ ยังรู้สึกไม่สบายใจอยู่หรือเปล่า " ฮักยอนขยับเข้าไปใกล้ และเขาก็ต้องใช้ความพยายามอย่างที่สุดที่จะไม่รั้งร่างเล็กไว้ไม่ให้เข้าไป

หึงหวง ความเป็นเจ้าของ ตะกุยตะกายอยู่จากในดวงจิต เขาต้องหลับตาพร้อมกับปลอบโยนพวกมันอยู่นานกว่าจะยอมสงบลง

"ฉันไม่เป็นอะไรแล้ว ขอบใจนายมากนะ ฮักยอน ถ้าไม่ได้นายช่วยไว้ ฉันคงแย่ " มือหยาบกุมมือของฮักยอนไว้เเสดงการขอบใจ 

แทคอุนกำหมัดแน่น แล้วเสมองไปทางอื่น เพื่อไม่ให้ความอดทนที่เหมือนกับเส้นด้ายบางขาดผึ่ง แล้วไปตะบั้นหน้าผู้นำที่พึ่งฟื้นตัว โทษฐานจับมือคนของเขา

หยุดเลยนะครับ เสียงของฮักยอนดังเข้ามาในสายสัมพันธ์ทางจิต เนื้อหามีแววตำหนิ เขาจึงได้แต่ทอดถอนใจ 

ก็ได้ๆ ครั้งนี้พี่ยอมก็ได้ ถ้ามีครั้งหน้า เตรียมฝังศพมันได้เลย เขาขู่ตอบไป และได้ยินเสียงจิ๊ปากของคนตัวเล็กตรงหน้าตอบคืนมา 

ก็คนมันหวงจะให้ทำไงล่ะ เลิกหวงก็ไม่ได้ มีแต่จะเพิ่มความหวงขึ้นไปเรื่อยๆ 

"พี่แทคอุนเป็นอะไรหรือเปล่าครับ ทำไมเหงื่อออกเยอะเลย " อันนี้เสียงแจฮวาน 

แทคอุนอึกอัก ไม่ใช่ว่าตอบไม่ได้แต่สายตาเอาเรื่องของฮักยอนที่จ้องมาต่างหากที่ทำให้เขารู้สึกร้อนๆหนาวๆ  "เปล่าหรอก พี่แค่รู้สึกร้อนน่ะ " 

"แจฮวาน !! " เสียงคิมวอนชิคดังขึ้นมา น้ำเสียงแข็งกระด้างเมื่อเห็นน้องชายตัวเองทำท่าจะเข้ามาหาเขา 

ขอบคุณนะ คิม วอนชิค ถึงจะไม่อยากบอกก็เถอะ 

รังสีอำมหิตเเผ่มาจากร่างเล็กที่ก่อนหน้านี่เป็นแมวยั่ว กลายร่างมาเป็นปีศาจร้าย ที่พร้อมจะแหกอกเขาได้ทุกเมื่อถ้าหากเเจฮวานย่างกรายเข้ามาใกล้

"เรามีอะไรต้องคุยกันนะ " คิม วอนชิคหันหน้ามาพูดกับเขา ก่อนที่เจ้าตัวจะเดินออกจากห้องเพื่อให้เขาตามออกไป แล้วเชื่อเถอะว่า เขาไม่ได้อยากจะออกไปสักนิด แต่เพื่อฮยอก เขาจึงยอมปล่อยให้ฮักยอนอยู่กับผู้นำและเเจฮวาน










นอกบ้าน....

คิม วอนชิคยืนหันหลังให้ แต่เขาสังเกตเห็นว่าไหล่ของอีกคนเครียดเกร็งจนรู้สึกเจ็บแทน

"มีอะไรก็พูดมาสิ " เขาว่า ก่อนจะยกแขนขึ้นมากอดอกไว้ 

อีกฝ่ายหันมา คิ้วเรียวเลิกขึ้น ก่อนจะกลับคืนปกติ "ฉันได้ยินว่านายจะออกเดินทางอีกแล้ว"

"ใช่ ฉันกับฮักยอน เราจะไปด้วยกัน " 

"นายจะกลับซิตี้หรอ "

"ไม่ เราจะไม่กลับไปที่นั้น เมืองก็ด้วย แต่เราจะไปตามทางของเรา "

วอนชิคประหลาดใจ "ถามได้ไหม ว่าทำไม "

เขายักไหล่ "อย่าสนเรื่องของฉันเลย พูดธุระของนายมาเถอะ "

ความไม่พอใจฉายชัดผ่านดวงตาเรียวรี เขานึกว่าอีกฝ่ายจะหาเรื่องเเต่กลายเป็นว่า อีกฝ่ายสงบสติอารมณ์ได้ดี แล้วจึงเริ่มพูดธุระของตัวเอง

"เรื่องของแจฮวาน "

"ฉันบอกนายไม่ได้ เราเคยคุยกันแล้ว " เขาสวนขึ้น

"ไม่ใช่เรื่องนั้น "

"แล้วเรื่องอะไรล่ะ "

"เรื่องของนายกับแจฮวาน "

เขาเลิกคิ้ว "ฉันไม่เข้าใจ "

"นายรู้ดีว่าฉันหมายถึงอะไร " 

วอนชิคจ้องหน้าเขม็ง  เขาจึงได้แต่ถอนหายใจ "มันเป็นไปไม่ได้ ฉันมีฮักยอนอยู่แล้ว เผื่อนายจะลืม "

"ฉันรู้ ฉันรู้ "

"แล้วยังไงล่ะ มีอะไรที่ต้องเป็นห่วงอีก "

คนตรงหน้านิ่งไปสักพัก ก่อนจะเริ่มพูดต่อ " เพราะฉันเป็นพี่ของแจฮวาน เผื่อนายจะลืมด้วยเหมือนกัน "

"แล้ว ?? "

"ฉันแคร์ความรู้สึกของน้องมากกว่าตัวเอง และการที่นายทำทีเหมือนจะมีใจให้ มันทำให้น้องของฉันมีความหวัง "

"ฉันเปล่า "

"นายทำมันแล้ว เผื่อนายจะไม่รู้ตัว แต่การที่นายอาสาพาแจฮวานออกไปนอกวิลเลจ มันทำให้น้องของฉันคิดเข้าข้างตัวเอง "

"ฉันก็แค่.... " เขาเถียงไม่ออก  "เอาเถอะ บางทีมันอาจจะจริงอย่างที่นายพูด ฉันเสียใจ แต่ฉันไม่ได้ต้องการให้มันเป็นแบบนี้ "

"ฉันจะพยายามเชื่อ " วอนชิกห่อไหล่แล้วคลายออก มีท่าทีสบายขึ้นเล็กน้อย "แค่อยากให้นายระวังไว้ แต่ในเมื่อนายยืนยันแล้วว่าจะไป ฉันก็อุ่นใจได้สักที "

"สบายใจเถอะ ฉันจะไม่ย้อนกลับมา เพียงแต่ฉันมีบางสิ่งจะไว้วานนายหน่อย "

"อะไรล่ะ "

เขาล้วงมือเข้าไปหยิบจดหมายฉบับที่อีริคเเอบสอดไว้ให้ แล้วยื่นมันให้วอนชิค อีกฝ่ายรับไปอย่างงงๆ แต่ก็ไม่ได้เปิดมันออก 

"ฉันรู้ว่านายจะออกไปนอกวิลเลจ และฉันก็เชื่อมั่นเต็มเปี่ยมว่านายจะไปซิตี้เพื่อตามหาชายที่มีรอยสัก " วอนชิคไม่มีท่าทีประหลาดใจกับคำพูดของเขา เพียงแต่นิ่งฟังอย่างเงียบๆ เป็นการยอมรับกลายๆ 

"ถ้านายไปถึงซิตี้ ฝากจดหมายฉบับนี้ให้กับรองหัวหน้าอันดับสอง ไม่สิ..ตอนนี้อาจจะขึ้นเป็นอันดับหนึ่งแล้ว บอกเขาว่า เป็นคำขอสุดท้ายของฉัน ก่อนที่ฉันจะตาย "

"หมายความว่าไง นายกำลังจะบอกว่า ให้ฉันโกหกพวกของนาย ว่านายตายไปแล้ว?"

"ใช่ ฉันอยากให้นายทำแบบนั้น เพราะจิตของฉันแยกออกมาเเล้ว และทุกคนคิดว่าฉันจากโลกนี้ไปแล้วจริงๆ "

" เหตุผลล่ะ ทำไมฉันต้องช่วยนายด้วย "

"เพราะนายเป็นคนเดียวที่ช่วยได้ และนายช่วยแน่ "

วอนชิคยกยิ้มมุมปาก ก่อนจะไหวไหล่แล้วเก็บจดหมายเข้ากระเป๋าเสื้อตัวเอง ก่อนจะถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ คลื่นความกังวลก้อนใหม่ผ่านเข้ามา 

"เรื่องแจฮวานอีกล่ะสิ " เเทคอุนเดา แล้วก็ถูกเผง 

"ใช่ " วอนชิครับ "เพราะฉันต้องออกไปนอกวิลเลจ โดยทิ้งน้องชายไว้คนเดียว กังวลน่ะ เพราะฉันเชื่อว่าภาพนิมิตจะต้องเกิดขึ้นจริงๆ "

แทคอุนใจหล่นวูบ และเหมือนมีหมัดที่มองไม่เห็นซัดเข้าที่ลิ้นปี่  "ฉันเชื่อว่า ผู้นำของนายคงไม่ปล่อยให้น้องนายเป็นอะไรหรอก " เขาปลอบเพราะไม่อาจบอกความจริงได้

"ก็ได้แต่หวัง " วอนชิคถอนหายใจอีกครั้ง "บางทีฉันคงคิดมากไปเอง "

"........................."

"เอาล่ะ ตอนนี้ฉันไม่มีเรื่องอะไรค้างคาแล้ว ขอให้นายกับฮักยอนเดินทางปลอดภัย จะไปพรุ่งนี้ใช่ไหม "

"อืม พรุ่งนี้ "

"ฉันคงไม่ต้องบอกว่าให้นายรักฮักยอนมากๆ เพราะเท่าที่ดูนายหลงหัวปักหัวปำอยู่แล้ว "

สาบานว่าถ้าไม่กลัวเกิดเรื่อง เขาอยากจะต่อยปากไอ้ คิม วอนชิคที่มาล้อเลียน "ก็จริง ไม่เถียง แต่ฟังนะ วันหนึ่งที่นายเจอคนที่ใช่ คนที่ไม่ต้องทำอะไรก็ทำให้นายอยากจะหาเหตุผลเข้าใกล้อยู่ตลอดเวลา เวลาไม่เห็นหน้าก็เป็นกังวล จะเป็นจะตาย พออยู่ใกล้ก็อยากจะเข้าใกล้อีกเรื่อยๆไม่สิ้นสุด เมื่อนั้นนายจะเข้าใจฉัน และจำไว้ด้วยว่า ถ้าวันนั้นมาถึงฉันจะเป็นคนแรกที่หัวเราะเยาะนาย "

"ไม่มีวันนั้นหรอก  นายไม่มีทางได้หัวเราะเยาะฉันแน่ เพราะหัวใจของฉันมอบให้วิลเลจ มอบให้น้องชายไปจนไม่เหลือไว้ให้ใครเเล้ว "

"อย่าได้มั่นใจมากขนาดนั้น ฉันผ่านมาก่อน ฉันรู้ดีกว่านาย "

"งั้นเราก็มาคอยดูกัน ว่านายจะได้หัวเราะฉันหรือเปล่า "

"ได้  " 

เขากับวอนชิคจับมือกันครั้งสุดท้าย สำหรับมิตรภาพนี้เขาจะจดจำมันไว้ไม่มีลืม และเขาจะเฝ้าภาวนาอยู่ที่ไหนสักแห่งเพื่อไม่ให้นิมิตที่วอนชิคเห็นมันเกิดขึ้นมา 

ไม่มีทางเกิด เจ้าของรอยสักรูปดาบไม่มีวันทำอย่างที่วอนชิคเป็นกังวล ...

ไม่มีวันเกิดขึ้น.....







** 33 **
" สิ้นสุดเพื่อเริ่มต้นสิ่งใหม่ "
..........................................................................................................................................





"คุณวอนชิคครับ  " เสียงที่ทำให้ผมรู้สึกโมโหทุกครั้งที่มันไม่ได้เรียกผม ดังขึ้นมาทันทีที่เราสองคนก้าวกลับเข้ามาในห้อง 

วอนชิคเหลือบมามองผมนิดนึง ก่อนจะหันไปตอบฮักยอน "มีอะไรล่ะ " 

ฮักยอนของผมเดินเข้ามาและผมก็ไม่ทนเฉย ผมเดินเข้าไปแทรกกันไม่ให้วอนชิคและฮักยอนอยู่ใกล้กัน เรียกเสียงจิ๊ปากจากคนข้างหลัง "หลบไปสิครับ ผมจะคุยกับพี่.. อ๊ะ ! คุณวอนชิค "

"ไม่ " ผมปฏิเสธทันควัน "พูดไปสิ ตอนนี้ก็พูดได้ ไม่ได้มีใครปิดปากไว้สักหน่อย " ฉุนครับ บอกเลยว่าฉุนจนควบคุมสติเอาไว้ไม่อยู่ 

"อย่าทำตัวเป็นเด็กสิครับ ถอยออกก่อน " คนตัวเล็กแอบหยิกแผ่นหลังของผม จนผมร้องซี๊ด และไม่มีทีท่าว่าจะยอมปล่อยง่ายๆถ้าเกิดผมไม่ยอมหลบ " ก็ได้ๆ หลบก็ได้ "

"ผมรู้มาว่าคุณวอนชิคจะเข้าเมืองของผม เพราะงั้น ผมฝากสิ่งนี้ไปให้ฮงบินหน่อยได้มั้ยครับ "

วอนชิคเลิกคิ้ว แล้วมองซองกระดาษสีขาวสะอาด จากสีของมันคงจะพึ่งเขียน "ได้สิ ไว้ฉันจะเอาให้ แค่นี้ใช่มั้ย "

"อีกนิดนึงครับ " ฮักยอนสอดมือเข้ากระเป๋ากางเกงแล้วหยิบสร้อยข้อมือออกมา แล้วยื่นให้กับวอนขิค "ฝากให้พี่มินซอกด้วยนะครับ บอกว่าผมขอโทษ "

ผมฉุนกึกทันทีที่ได้ยินชื่อของบุคคลที่สี่ "มินซอกนี่ใคร ทำไมนายถึงมีสร้อยข้อมือนี้ได้ล่ะ " 

ฮักยอนไม่ตอบผม และทำให้ผมยิ่งหงุดหงิดเข้าไปใหญ่ อดทนไว้แทคอุน กลับห้องเมื่อไหร่ นายค่อยจัดการทีหลัง 

"แค่นี้นะ "

"ครับ "

"งั้นกลับ " ผมคว้าข้อมือของฮักยอนอย่างเร็ว ก่อนจะหันไปโค้งน้อยๆให้กับผู้นำ แล้วดึงอีกคนให้ตามออกมา ไม่สนว่าจะมีแรงขืนอยู่ตลอดทาง 

"ปัง!!!! " 
ประตูห้องนอนปิดอย่างเเรง  ผมกับอีกคนยืนเผชิญหน้ากันโดยไม่มีใครยอมใคร 
เรื่องไปคุยกับวอนชิคก็เรื่องนึง เรื่องสร้อยข้อมือของไอ้คนที่ชื่อมินซอกก็อีกเรื่อง ว่าแต่ ทำไมผมถึงรู้สึกคุ้นชื่อนักนะ เหมือนเคยได้ยิน แล้วก็ ปิ้ง มันคือผู้ชายที่เป็นผู้ช่วยผู้นำแพทลิท ผู้ชายที่ไปรับผมมาจากที่นัดหมาย และเป็นผู้ชายที่มาส่งผมกับฮักยอนตรงชายป่า

มันนั้นเอง ไอ้หน้าจืด ไอ้หน้าปลาไหล 

นึกถึงหน้ามันทีไร ก็อดโมโหไม่ได้ เพราะมันผมถึงอ้วกแตกเป็นครั้งแรก คิดแล้วมันน่านัก ...ทำไมตอนนั้นผมถึงไม่ฆ่ามันทิ้งซะนะ 

"ผมรู้ว่าพี่กำลังคิดอะไร " ฮักยอนจ้องมองผมเขม็ง 

"คิดอะไร ไม่ได้คิดอะไร " ผมตอบกวน 

"ผมบอกเเล้วไง ว่าพี่โกหกไม่เก่ง " ฮักยอนขยับเข้ามาใกล้ แต่ผมดันออก 

"ไม่ได้โกหก " ผมตีมึนแต่ได้ไม่นาน เมื่อคนตรงหน้ารู้จุดอ่อนผมดี แล้วกำลังใช้มัน "อย่านะ อย่าถอดนะ " ผมร้องห้าม เมื่อเสื้อเเขนยาวที่ฮักยอนสวมอยู่ถูกถอดทิ้ง และกำลังจะถอดเสื้ออีกตัวที่สวมอยู่

"ผมร้อนอะ ร้อนจะตายอยู่แล้ว " ฮักยอนกัดปากตัวเอง

ผมสูดหายใจเฮือกใหญ่ พยายามอย่างหนักที่จะไม่จ้องมองริมฝีปากอิ่มที่เคลือบด้วยความชื้นจากลิ้นที่ลากเลีย "ไม่ได้ผลหรอก ตอบมาทำไมนายต้องฝากสร้อยให้กับไอ้มินซอกนั้นด้วย "

เจ้าตัวยิ้มเอื่อย แล้วนวยนาดขยับเข้ามาใกล้ วางมือที่ร้อนราวกับไฟตรงหน้าอกของผม ก่อนจะขยับปากพูด "เพราะเขาให้มาไงครับ "

"ไม่ตรงคำถาม " ผมว่าพลางกัดฟันแน่น ไม่ยอมส่งเสียงครางที่เจ้าตัวจงใจยั่ว

"ตรงดีออก " ฮักยอนจูบชีพจรตรงต้นคอ แล้วลมหายใจผมก็ติดขัด 
ยังหรอก แค่นี้ผมทนไหว

"บอกความจริงมา ไม่งั้นพี่จะกลับไปฆ่ามันซะ " ผมสั่นสะท้าน เพราะปากหวานจูบตรงลูกกระเดือก ช่างเป็นคู่ต่อสู้ที่ร้ายกาจนัก พวกแอสซอยด์ยังเล่นงานได้ไม่ถึงครึ่งหนึ่งที่ฮักยอนทำกับผม


"มันไม่มีอะไรเลยครับ พี่เขาเอาให้ บอกว่ามันจะช่วยให้ผมปลอดภัย .." ผมรู้ว่ามันมีอะไรมากกว่านั้น และผมต้องรู้ให้ได้

"แล้วไงต่อ "

"รับปากมาก่อนสิ ว่าจะไม่โกรธ "

"ไม่ เล่ามา " ผมปฏิเสธทันควัน 

"งั้นผมก็ไม่เล่า " 

"ฮักยอน !!! "

"รับปากมาก่อนสิ นะครับ " ฮักยอนส่งสายตาออดอ้อน แล้วผมก็ใจอ่อนยวบ 

"ก็ได้ๆ พี่จะไม่โกรธ ทีนี้ก็เล่ามา " ผมโอบเอวคอดไว้หลวมๆ 

"แล้วก็บอกว่า มันเป็นของ เอ่อ  ..."

"อะไร!!  "

"อย่าพึ่งดุสิครับ "

ผมถอนหายใจเฮือกใหญ่ ก่อนจะควบคุมอารมณ์ตัวเองให้เข้ารูปเข้ารอย "เล่ามาเถอะ ก่อนที่พี่จะหมดความอดทน "

"เป็นเหมือนของดูต่างหน้าครับ พี่มินซอกบอกว่าสร้อยเส้นนี้เป็นเหมือนตัวแทนของพี่เขา หากผมเกิดคิดถึงก็ให้หยิบมันขึ้นมาดู "

"พี่จะไปฆ่ามัน " ผมโกรธจนตัวสั่น 

"ไหนบอกว่าจะไม่โกรธไงครับ "

"นี่ก็ไม่ได้โกรธ แค่อยากฆ่า ไม่ได้โกรธสักนิดเลย ไม่เลยสักนิด " ผมกัดฟันตอบ  "แล้วไงต่อ นายเคยหยิบมันขึ้นมาดูมั้ย "

"สองสามครั้ง "

"อะไรนะ มากขนาดนั้นเชียว " ผมเกรี๊ยวกราด 

"แค่ตอนแรกๆเท่านั้นล่ะครับ ตอนหลังผมก็ไม่ได้หยิบออกมาอีกเลย " ผมคิดว่าฮักยอนกำลังตอบเอาใจ และผมไม่ยอมเชื่อ 

"มันชอบนายรึป่าว " ผมคิดว่าผมไม่ต้องถาม คำตอบก็ชัดเจนอยู่แล้ว และในขณะที่ฮักยอนจะอ้าปากตอบผมก็ห้ามไว้ "อย่าพึ่งตอบ บอกมาก่อนว่านายชอบมันหรือเปล่า "

ฮักยอนหน้าซีด และผมก็อยากจะหายตัวแล้วไปโผล่ที่เมือง แล้วปักมีดลงบนหัวใจของไอ้มินซอกนั่นเสียแต่เดี๋ยวนี้ 

"ก็มีบ้าง แต่ผมว่ามันไม่ใช่ความรู้สึกชอบหรอกนะครับ มันแค่รู้สึกดีที่มีคนเอาใจใส่ " ฮักยอนรีบตอบ "แค่รู้สึกดีเฉยๆ ไม่ได้ชอบ มันไม่เหมือนกับความรู้สึกที่มีให้พี่แทคอุน ไม่ใกล้เลยสักนิด " 

"นายกำลังพูดความจริง หรือตอบเอาใจเพื่อไม่ให้พี่ไปฆ่าไอ้หมอนั่นกันแน่ "

"ผมชอบพี่ ไม่สิ รักเลยล่ะ ผมไม่เคยเป็นแบบนี้กับใคร และจะไม่มีวันเป็นกับคนอื่น นอกจากพี่ นี่ต่างหากความจริงที่ผมอยากจะบอก " ฮักยอนสวมกอดเขาแน่น แล้วความโกรธก่อนหน้าก็พังทลายลง ผมกอดตอบ 

"เชื่อผมนะครับ "

"ก็ได้ๆ ถึงนายจะโกหก พี่ก็พร้อมจะเชื่อ แต่ห้ามเลยนะ ห้ามคิดถึงมันเด็ดขาด ต่อไปนี้นายคิดถึงพี่ได้แค่คนเดียวเท่านั้น "

"แน่อยู่แล้ว " 

ผมเชยคางมนขึ้นมาเเล้วประทับจูบลงไป ส่งผ่านความรู้สึกทั้งหมดที่มีผ่านสัมผัสทางกาย 

ฮักยอนเป็นของผม และจะไม่มีวันเป็นของใคร ....












"เดินทางปลอดภัยนะครับ " แจฮวานโบกไม้โบกมือให้กับผมและฮักยอนที่ก้าวเดินออกจากวิลเลจ ผมกุมมือของฮักยอนไว้แน่น ส่งผ่านความเข้มแข็งทั้งหมดที่มีไปให้ เจ้าตัวเงยหน้าขึ้นมา ริมฝีปากยกโค้งเกิดรอยยิ้ม ผมยิ้มตอบ 

"รักษาตัวด้วยนะ ทั้งสองคน โดยเฉพาะนาย คิม วอนชิค ฉันจะตั้งตารอที่จะได้หัวเราะนาย "

วอนชิคยักไหล่ "นายได้รอไปจนตายแน่ "

"งั้นหรือ ไว้ฉันจะคอยดู ไปก่อนนะ ดูแลตัวเองด้วยล่ะ ทั้งสองคนเลย " ผมตะโกน แล้วหันหลังกลับมา มุ่งหน้าสู่โลกใหม่ โลกที่มีแต่ผมกับฮักยอน จะมีแค่เรา 

"นายไม่เสียใจแน่นะ " ผมหันไปถาม 

"ผมจะเสียใจถ้าพี่ยังไม่ยอมหยุดถามคำถามนี้ " ฮักยอนยู่หน้า แล้วผมก็อดไม่ได้ที่จะคว้าต้นคอเข้ามาใกล้แล้วจูบย้ำๆ 

"พี่รักนายจัง " แก้มของอีกคนซับสีแดงน่ามอง 

"ผมเขินนะ "

"พี่ก็พูดให้นายเขินไง ถ้าไม่อยากให้นายเขินพี่คงไม่พูด " ผมเย้าแหย่ ก่อนที่เจ้าตัวจะให้รางวัลด้วยการชกเข้าที่ท้องอย่างเเรง "โอ้ยยย "

"สม " อีกคนหันมายิ้มสะใจ ก่อนจะวิ่งหนี

"มานี่เลยนะ " ผมวิ่งไล่ตาม ก่อนจะคว้าเอวคอดไว้แน่น แล้วดึงเข้ามาไว้ในอ้อมกอด กดจมูกลงบนกลุ่มผมนุ่ม แก้มทั้งสองข้าง และหยุดอยู่ที่ริมฝีปากอิ่ม

"พี่รักนาย ฮักยอน " ผมกระซิบ

"ผมก็รักพี่ครับ "

ความสุขเอ่อล้นท่วมใจเราทั้งสอง ผมสวมกอดอีกฝ่ายไว้แน่น อนาคตของเราอยู่ข้างหน้า ครอบครัวของเรา ชีวิตที่หลุดจากความทรงจำเลวร้าย 

เราจะไปสร้างความทรงจำใหม่ด้วยกัน
.
.
ความทรงจำที่มีแต่ความสุข
.
.
ไม่มีแอล เฟลกเมทิก
.
.
ไม่มี ฮักยอน เเพทลิท
.
.
แต่จะมีแค่ แทคอุนและฮักยอน
.
.
คู่รักที่น่าอิจฉาที่สุด
.
.
.
.
.
.


THE END 
#ยังไม่แก้คำผิด
#ฟิคแวเรียล






คุยกับไรท์
จบแล้วคร่าาาาา ฮือออออออ คงคิดถึงคู่นี้มากแน่ๆเลย คิดถึงแอล คิดถึงฮักยอน 
เอาจริงนะ ไรท์แม่งโครตสงสัยตัวเอง สามตอนหลังนี้สวีทหวานกันหนักหน่วงมาก ///สงสัยเก็บกดมานาน
ระเบิดครั้งเดียวโบ้มๆเลย ฮ่าๆๆ 

ตอนจบแล้วขอพูดความในใจหน่อยแล้วกัน เพราะเดี๋ยวจะไม่ได้เล่าให้ฟัง
ก่อนอื่นต้องขอบคุณทุกคนที่อยู่ด้วยกันเสมอมา จริงๆไรท์ขอบคุณบ่อยมาก แทบจะทุกตอนเลยมั้ง //รู้สึกอย่างนั้นจริงๆนะคะ
เรื่องนี้ไรท์ต้องเข้าห้องสมุดเกือบทุกครั้งที่จะแต่งแต่ละตอน ต้องลบต้องแก้ต้องพิมพ์ใหม่ซ้ำซาก ถึงขนาดนี้ก็ยังมีคำผิดอยู่เหมือนเดิม //ฮ่าๆๆ สงสัยจะตาลายเพราะตัวหนังสือมันเยอะ
แต่พออัพแล้วเห็นฟิดแบคกลับมา ความเหนื่อยก่อนหน้าก็หายไปเลย เหลือเชื่อมากกกก
 
มันอาจจะไม่ถูกใจ ไม่สนุก แต่ไรท์ก็ตั้งใจมากเลยนะคะ ตอนเปิดเรื่องใหม่ๆ ยังกลัวอยู่ว่าจะมีคนมาอ่านให้มั้ย เอาจริงไรท์ไม่ได้กังวลเรื่องยอดคอมเมนต์แต่สิ่งที่กังวลมากที่สุดคือกลัวไม่มีคนเข้ามาอ่าน เพราะด้วยเนื้อเรื่องหรือพล็อตก็ไม่ได้สะดุดตาสะดุดใจ ช่วงแรกยอมรับเต็มปากเลยว่า กังวลมาก 
แต่พอเห็นว่ารีดเดอร์ชอบ มีคอมเมนต์ให้ สะท้อนความรู้สึก ไรท์อิ่มเอมใจมากกกกก กอไก่ล้านตัว

แล้วที่เหนือความคาดหมายก็คือ มีรีดเดอร์ถามมาว่าจะรวมเล่มมั้ย จะทำบ็อกเซ็ทมั้ย ฮือออ น้ำตานองหน้ามาก ไม่คิดว่าจะมีคนอยากได้งานเขียนของเรา ขอบคุณอีกครั้งนะคะ ไรท์ก็อยากจะทำแต่คงต้องรอดูอีกสักหน่อย 

สุดท้ายแต่ไม่ท้ายสุด ฝากเรื่องต่อไปที่กำลังจะลงต่อจากเรื่องนี้ไว้อีกสักเรื่องนะคะ  ไม่อยากรับประกันอะไร เพราะอยากให้ได้ลองอ่านกันดู แอบสปอยนิดนึง ว่าคนละฟิลล์กันกับเรื่องนี้เลย ฮ่าๆ แต่จะเป็นอารมณ์ไหนนั้น อดใจรอกันนิดนึงนะคะ มาแน่ ไม่นานเกินรอ /// เกี่ยวก้อย

ป.ล.จากตอนเมื่อกี้นะคะ ไรท์ได้ข้อสรุปแล้วว่า เรื่องถัดไปจะถูกเพิ่มจากเรื่องเดิมเอานะคะ โดยไรท์จะเปลี่ยนชื่อเรื่อง และเปลี่ยนชื่อตอนเอา จะได้ไม่วุ่นวายในการหาเนาะ 


คัมซาาาาาา ค่าาา รีดเดอร์ที่น่ารักของไรท์ 
ไรท์ มินนี่



















ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

337 ความคิดเห็น

  1. #264 SS_nightmare34 (@SS_nightmare34) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 1 มกราคม 2560 / 01:56
    ดีงามมมมม ไปรักกันให้นานอย่ามีใครตามหาเลยนะ ฮืมมมมมมม วอนชิคจะได้เจอกับฮงบินแล้วซินะ แล้วนี่จะไปถีงซิตี้มั๊ยเนี่ย
    #264
    0
  2. #222 PETDA (@137-411) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2559 / 23:40
    ฮยอกโดนปองร้ายยยยยยยยยยยยยยย งั้นภาพที่วอนชิคเห็นคนนั้นๆก็คือฮยอกสินะ
    เห็นด้วยกะพลอ.ที่บอกว่าบิชอฟทำไปเพื่ออำนาจ 
    ฝากจดหมายไปเเล้วมันจะเป้นยังไงต่ออะ ฮยอกจะเป็นอันตรายขึ้นไหม
     
    พลอ.ไม่ผิดหรอกที่เห็นเเก่ตัวจะเรียกว่าเห็นเเก่ตัวก็ไม่ได้เพราะก็ส่งจดหมายเตือนเเล้ว 
    ก็ถือว่าทำหน้าที่เเล้วละ เเต่ว่านะจะหลงพิเอ็นไมไหนนนนนนนน 
    สมกะชื่อตอนมาก ยั่วซะคิดดีไม่ได้เลยยยยย[อันนี้ต้องโทษไรต์]
    ใจเย็นๆนะพลอ.นั้นผู้นำลองเกฟนะ ต่อยไม่ได้!!!!!!!!!
     
    มันก็ไม่ผิดที่เเจฮวานจะคิด เเต่ก็เเค่คิดเท่านั้นเพราะพลอ.มีพิเอ็นเเละต่อไปเเจฮวานก็จะมีฮยอก
    ถ้าภาพที่วอนชิคเห็นเป็นจริง ฮยอกเคนสงสัยต้องรักกันยากกว่าเลโอเอ็นเเน่ๆ
    เพราะดูเเล้วไม่คิดว่าวอนชิคจะเห็นภาพเเจฮวานรักกันกะฮยอกหรอก
     
    5555มั่นใจไปเถอะวอนชิคพอไปเมืองก็เจอเเล้วคนนั้นนะ 
    55555 หน้าจืด หน้าปลาไหล เเต่ละอย่างคิดได้นะพลอ. รอบที่เเล้วก็ลองเกฟหน้ายาวทีละ
    เค้าไม่ได้เรียกคู่ต่อสู่ เเต่พลอ.นั้นเเหละไม่สู้เอง//ความหลงพิเอ็นนี้555555
     
    ไปตามทางที่เรากำหนดเองได่นี่มันดีจริงๆนะ 
    เเล้วมีใครที่ไหนเค้าให้บอกรักกันดต้งๆๆงี้!!!
    คู่รักที่น่าอิจฉาาาาาา//MEนี่เเหละอิจฉา5555
     
    ***จบเเล้วเย้ๆๆๆๆๆๆๆ กว่าจะจบเรื่องนี้ได้รู้สึกว่าลำบากมากมาย เเละยิ่งมากกว่านั้นคือ
    ทำไมเพิ่งหาเรื่องนี้เจอออออออออ เสียใจมากเลย เเต่ไรต์ก็สู้ๆนะฮะ
    **** รู้เเล้วว่าทำไมพิเอ็นรักกะพลอ.เอาจริงๆถ้าไม่มีBCCก็คงรักกันไปตั้งเเต่ต้นเรื่องเเล้วละ
    ไม่ต้องมานั่งเสียใจเรื่องนู่นนี่นั้นเยอะเเยะไปหมดหรอก5555
    *****อีกอย่างเลยคือ ไม่คิดว่าจะเดาเรื่องนี้ได้นี่ เดาไม่พอถูกอีกตั้งหาก เเต่ยังสงสัยเรื่องฮยอกอยู่
    ตามที่อ่านมาเเล้ว ไม่คิดว่าฮยอกจะได้ส่งมาทำภารกิจเหมือนพลอ.หรอก ต้องมากกว่านั้น 
    อาจจะเป็นรอบฆ่าหรือบิชอฟร่วมมือกะเเอสซอยด์เเละฆ่าฮยอกด้วยยาพิษก็ได้ใครจะรู้
     
    เม้นยาวไปเเล้ว555 ไปดีกว่าพน.เดี่ยวจะมาอ่านราบินต่อ จะรอหัวเราะวอนชิคพร้อมพลอ.5555555
     
    #222
    0
  3. #130 PandaPhung (@agisen4869) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 15 กันยายน 2559 / 10:46
    ง่อวววววว มือหงิกแปป เต็มไปด้วยความอิจฉาและเอาแต่ภาวนาให้เขาได้กันทุกตอน ก้ากกกกกก555555555
    #130
    0
  4. #117 0879596587 (@0879596587) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 7 กันยายน 2559 / 14:21
    เป็นฟิคที่สนุกมากคะ ตื่นเต้น ลุ้นทุกตอนน ชอบมากคะ
    #117
    0
  5. #114 AaPlaPa (@AaPlaPa) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 6 กันยายน 2559 / 12:57
    แอบเป็นเงามาหลายตอนอ่านตอนอุนกับยอนจบแล้ว สนุกมากเลยค่ะ คือแบบน่าติดตามอยากอ่านต่อเรื่อยไฟเลย เก่งมากเลยคะ เรื่องต่อไปแล้วก็ต่อๆไปก็สู้ๆนะคะ
    #114
    0
  6. #73 Zeeza_cee (@Zeeza_cee) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2559 / 23:09
    สมกับรอคอยมานานนมั่ก เป็นไงแอลของฮักยอนหลงหัวปักหัวปำเลย ฟิน><

    ขอบคุณไรท์ที่เขียนเรื่องดีๆสนุกๆให้อ่านนะค้าา

    คงคิดถึงแทคอุนกับฮักยอนแน่ๆเลยยย แต่จะรอเรื่องต่อไปนะคะ สู้ๆค่ะไรท์ จะอยู่ด้วยจนจบทุกตอนเลยล่ะ จะรอแต่ไรท์น้าาา
    #73
    0
  7. #72 mymelody (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2559 / 05:25
    ฮืออออ ตอนนี้จบแล้วอ่า เสียดายจัง ต้องคิดถึงแทคอุนกับฮักยอนมากแน่ๆเลย

    ช่วงหลังมานี่หวานกันเชียวนะ ฮักยอนนี่ก็ร้ายไม่เบา เดี๋ยวนี้หัดยั่วหัดต่อกร

    แทคอุนนี่นางหวงจัดมากเลยค่ะช่างต่างกับตอนแรกที่เรากลัวว่าจะเป็นคนฆ่าฮักยอนเสียเอง

    ตอนนี้ก็หลุดพ้นเรื่องร้ายๆที่แสนวุ่นวายแล้ว ได้เริ่มต้นอะไรใหม่ๆด้วยกัน สองคนนี้น่าอิจฉาจริงๆแหละค่ะ

    ชอบฟิคเรื่องนี้มากๆเลย มันดีจริงๆนะ

    ต้องขอบคุณไรท์มากๆที่แต่งมาให้อ่าน

    ต่อไปก็ส่งไม้ต่อให้วอนชิกแล้ว เรื่องราวจะเป็นยังไงต่อนะ ไรท์ไฟท์ติ้งงง

    #72
    0
  8. #71 Rab_bin (@Rab_bin) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2559 / 21:20
    ชอบจังเล๊ยยยยยยยยย 😙

    ขอบคุณไรท์มากค่ะที่เขียนฟิคดีๆมาให้ได้อ่าน

    คอยติดตามตลอดค่ะ แต่ไม่เคยได้คอมเม้นเลย😅

    จบหนึ่งภาคแล้วอย่างสวยงาม เลยอยากมาให้กำลังใจไรท์บ้าง555555 อยากบอกว่าชอบมากๆๆๆจริงๆนะ อ่านแล้วรู้สึกอินจริงๆ ด้วยการบรรยายความรู้สึก ภาษที่ใช้ มันลึกซึ้งมากๆ

    ด้วยความที่ชอบเรื่องแนวๆนี้ เลยรู้สึกหลงรักเรื่องนี้มาก คือหายากแนวนี้ แล้วยิ่งไรท์พยายามขนาดนี้เพื่อให้แต่ละตอนออกมาดีที่สุด ยิ่งรักไรท์เลย งือออ จะคอยติดตามค่ะ สู้ๆนะคะ😁  สุดท้ายนี้รอฮงบินอยู่นะคะ5555555 แล้วก็อยากให้มีรวมเล่มค่ะ โหวตๆๆๆ^^
    #71
    0
  9. #70 Cin Sister (@-1cin1-) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2559 / 21:05
    ตอนจบคือดีงามมากมันต้องอย่างนี้สิหลังจากที่ตอนแรกเกือบฆ่ากันตายเพราะคุณแอลช่างเย็นชาเหลือเกิน พอมาตอนนี้แอลนี่ออกจะขี้หึงขี้หวงส่วนฮักยอนก้อก้อขี้อ้อนชอบอ้อยเบาๆ55555 สนุกมากค่ะตั้งแต่แชปแรกยันจบ นี่จะตั้งตารอเรื่องของคู่ต่อไปอย่างใจจดใจจ่อ
    #70
    0
  10. #69 ♡ベスト (@soul-za) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2559 / 20:50
    ถึงจะเสียดายที่จบที่เป็นตอนจบที่ดีมากเลยค่ะ ?
    แอบใจหายค่ะคิดถึงพี่แอลคนขี้หึงแน่นอน555

    ตอนหลังมานี่พี่แอลก็ขี้หึงขี้หวงไปอีก 555
    แหม่ๆ น้อยๆ หน่อยนะคะ แต่ฮัคยอนก็ใช่ย่อย
    แล้วทำไมฮัคยอนถึงขี้ยั่วเบอร์นี้คะตอบๆๆ 55


    โถ่พี่วอนชิกนี่มันบราค่อน โชตะค่อนชัดๆ
    อะไรจะหลงน้องเบอร์นั้น 5555555555
    แล้วจม.นี่ส่งดีๆ นะคะส่งผิดนี่มีฮา 55

    ถ้าไรท์รวมเล่มจริงๆ เราก็จะรอนะคะ 555
    ขอบคุณนะคะที่แต่งเรื่องดีๆ แบบนี้ให้พวกเราอ่าน ?
    #69
    0
  11. #68 CHOESHIN (@choeshin) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2559 / 18:53
    ว่าจะเม้นก็ไม่ได้เม้นสักที ขอโทษด้วยนะคะ(-/\-)

    เอาจริงๆตรงๆเลยคือแบบ ตอนแรกเราคิดว่าเรื่องมันจะกะโหลกกะลาแต่เปล่าเลย เห้ยมันดีนะ ดีเทลเยอะไปบ้างแต่พอเข้าใจก็รู้เรื่องเลย อ่านแล้วไม่หงุดหงิดนะคะ เก่งมากเลย

    เอาเป็นว่าเรารออ่านเรื่องต่อไปก็แล้วกัน จะรออย่างใจจดใจจ่อเลยค่ะ! หวังว่าวอนชิกจะไม่ส่งจดหมายผิดคน เพราะไม่งั้นเรื่องพลิกแน่นอน 55555555555555
    #68
    0