ตอนที่ 22 : THE HEALLER : Chapter 9

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 275
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    25 ก.ย. 59

  CR.SHL
   


The war of variant 2

#The Healler





** 25 ** 

" ปิดบัง "
...............................................






ประตูห้องปิดลงพร้อมกับร่างสูงที่หายลับไปจากตา ฮงบินถอนหายใจเฮือกใหญ่คลายกังวลที่อัดแน่นยามได้เห็นคนอันเป็นที่รัก เขายกมือขึ้นลูบหน้าอกที่ลู่ขึ้นลง กุมมันไว้แน่นเมื่อก้อนความเจ็บยามที่สมองหวนนึกไปถึงจิตดวงเล็กที่เคยก่อเกิดภายในตัวที่ตอนนี้ไม่มีแล้ว เหลือไว้เพียงแค่เศษซากความอบอุ่น ความหวงแหน ที่เผลอเกิดชั่วขณะหนึ่ง ไม่นานก่อนจะมลายหายไปพร้อมกับจิตดวงน้อยนั้น

เขาลุกขึ้นนั่งเมื่อไม่สามารถนอนอยู่เฉยๆ ยิ่งหยุดนิ่งสมองก็ยิ่งคิด ยิ่งถวิลหา ยิ่งเจ็บปวด ก้อนเนื้อที่เหมือนจะเต้นอยู่กลับแฝงความรวดร้าวไว้ทุกจังหวะการบีบตัว

 

หลายนาทีกว่าจะควบคุมสติที่เลือนลอยให้กลับเข้าสู่ปกติได้ เขาจึงก้าวลงจากเตียง ขาสองข้างสั่นพั่บไร้เรี่ยวแรง โชคดีที่คว้าราวจับไว้ได้ทันไม่งั้นร่างทั้งร่างคงลงไปกองกับพื้น ประคองตัวเองให้มั่นคงสักพัก เขาก็เดินออกไปนอกระเบียง ลมเย็นพัดลู่เข้ามาปะทะกับใบหน้า เส้นผมสีน้ำตาลอ่อนปลิวไสวก่อนจะตกลงมาบนหน้าผาก เขายกมือขึ้นเกลี่ยมันออกอย่างไม่ใส่ใจนัก สายตาทอดมองไปยังเบื้องล่างอันเป็นการจราจรที่แสนจะติดขัด เมื่อมองจากที่สูงสิ่งที่อยู่ต่ำมันก็แค่ก้อนหินก้อนเล็กที่วางเรียงรายไม่เป็นระเบียบ กำมือเข้ากับราวจับเมื่อคลื่นความหนาวเย็นจากภายในตัวโหมกระพือ


หยุดคิดได้แล้ว


สั่งตัวเองเมื่อสมองเอาแต่หวนคิดถึงเหตุการณ์ ความรู้สึกในตอนนั้นอย่างไม่หยุดหย่อน แหงนหน้าขึ้นฟ้าเมื่อความรู้สึกเย็นของหยดน้ำตาที่เริ่มเอ่อล้นออกมาข้างนอกกำลังไหล


ขอโทษ


ตอกย้ำคำเดิมซ้ำๆโดยแทบจะไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้น อีกครั้งที่สมองเขาไม่รู้ว่าจะจัดการกับอารมณ์ที่หน่วงหนักเหล่านี้อย่างไร

ปล่อยให้หยาดน้ำตาไหลออกมาเงียบเชียบท่ามกลางแสงอาทิตย์ที่เริ่มจางหาย ความมืดปกคลุมรอบตัวยกเว้นข้างในตัวห้องที่ยังมีแสงจากหลอดไฟที่ถูกเปิดไว้อัตโนมัติ นานนับชั่วโมงจนกระทั่งขาทั้งสองเริ่มเมื่อยล้า เขาจึงเดินกลับเข้ามาที่เตียง มองมันอยู่นานก่อนจะทิ้งตัวลงนั่ง ความนุ่มของเตียงราคาแพงที่ทางโรงพยาบาลจัดสรรให้เป็นอย่างดี รองรับการเข้าพักของผู้ป่วยที่มีสตางค์ไม่ได้ทำให้เกิดความสบายตัวกับเขาเลยแม้แต่น้อย


ตรงกันข้าม ยิ่งสะดวกสบายมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งทำให้เกิดความเสียหาย


เขามองออกไปที่ประตูเมื่อไม่สามารถสลัดความคิดที่เป็นหนามแหลมทิ่มแทงใจตัวเองออกได้ บางทีถ้าได้ออกไปข้างนอกที่ไม่ใช่ห้องสี่เหลี่ยมแคบแบบนี้ อาการเสียใจก็อาจจะดีขึ้น  และไม่ต้องรออะไร เขาลุกออกจากเตียงแล้วเดินไปที่ประตู เอื้อมมือจับลูกบิดสีเงินที่เย็นเพราะฤทธิ์ของแอร์ ปลดล็อคมัน แล้วก้าวออกสู่โถงทางเดินของโรงพยาบาล

 

 

.....

 

 

 

“จะไม่พูดอะไรหน่อยหรือไง นายเงียบแบบนี้มาหลายชั่วโมงแล้วนะ ” หลังจากพาตัวเองลงมาที่ลานกว้างของโรงพยาบาลได้โดยไม่เป็นที่ต้องสงสัยของเหล่านางพยาบาลชุดขาวที่เดินกันวุ่นวายแล้ว เขาก็ชวนอีกคนในตัวคุยด้วยทันที

 

ไม่เห็นจำเป็น อีกฝ่ายตอบกลับมา หลังจากเงียบไปชั่วอึดใจ ฮงบินระบายยิ้ม อย่างน้อยก็ยังสามารถรักษาตัวตนของตัวเองไว้ได้ หากตอนนั้นพระเจ้าใจร้ายและไม่ยอมเปิดทางให้ ไม่แน่ว่าตอนนี้เขาเองก็อาจจะไม่ได้มานั่งรับลมเย็นแบบนี้ก็เป็นได้ หรือบางที ส่วนหนึ่งที่กำลังร่ำร้องเสียใจก็อาจต้องการให้เขาหายไป ทิ้งความเจ็บปวดที่ยังไม่ยอมจางหาย กลายเป็นตราบาปที่คอยหลอกหลอนทุกค่ำคืนยามหลับตา เขานึกไม่ออกเลยว่าตัวเองจะนอนอยู่ในอ้อมกอดชายคนรักได้อย่างไร หากบอกความจริงในเรื่องนี้ไป จะโกรธมั้ย หรือ จะเกลียดเขาไปเลยหรือเปล่า

 

“ฮึก ” พอคิดมาถึงจุดนี้ทีไร น้ำตาที่กล้ำกลืนให้กลับลงไปก็มักจะตีรื้นขึ้นมาอย่างเก่า

 

เลิกคิดสักทีเหอะน่า นายทำดีที่สุดแล้วไม่ใช่หรอไง  น้ำเสียงหงุดหงิดของตัวตนอีกด้านดังสะท้อนเข้ามา

 

เขายิ้ม ก่อนจะถามอีกฝ่าย“นายกำลังปลอบใจฉันอยู่หรอ? ” แม้จะรู้ดีว่าคำตอบที่ได้ไม่มีวันตรงกับสิ่งที่ตัวเองคาดหวัง

 

ข้างในตัวเงียบไปอึดไงหนึ่ง ราวกับกำลังใคร่ครวญคำตอบ “ฉันถามยากไปหรือไง ”

 

อืม คำตอบสั้นห้วน แต่กลับกลายเป็นเหมือนแสงอาทิตย์ที่สาดส่อง อบอุ่น

 

“นายเปลี่ยนไปเยอะเลยนะ แต่ก็ดี ” ฮงบินพูด พลางมองขึ้นไปบนท้องฟ้า เหล่าดาวสีขาวสว่างดวงเล็กดวงใหญ่กำลังแต้มแต่งบนฟ้าอันมืดมิด เกิดเป็นงานศิลปะที่แสนจะน่าพิศวง


อยู่บนนั้นหรือเปล่านะ เขาคิด

 

ก็นะ อีกฝ่ายตอบกลับมา น้ำเสียงยังคงเค้าความหยิ่งยโสไม่หาย นี่ถ้าเจอตัวเป็นๆ เขาคงอดไม่ได้ที่จะเดินเข้าไปหยิก  


คิดเรื่องอื่นไม่เป็นหรือไงฮึ

 

“หงุดหงิดอยู่ล่ะสิ ” ฮงบินไม่ได้เก็บความรู้สึกไม่พอใจของอีกฝ่ายมาเป็นอารมณ์ด้วยรู้ว่าแท้จริงแล้ว จุดประสงค์ที่อีกด้านเขาพูดคืออะไร “อยากออกมามั้ย? ” เป็นคำพูดที่หากเป็นเมื่อก่อนจะไม่มีทางหลุดออกมาจากปากเขาเลย แต่ตอนนี้มันกลับหลุดออกมาง่ายราวกับเป็นคำพูดกล่าวขอบคุณ หรือกล่าวขอโทษ

 

ไม่ล่ะ

 

ฮงบินยกยิ้มกับตัวเอง หดขาทั้งสองข้างขึ้นมาชิดอก แล้วกอดมันไว้อย่างนั้น โยกตัวไปมาอย่างเชื่องช้า และปล่อยให้สมองล่องลอยไปตามใจ

 

“ขอบใจนะ”

 

ขนลุกจะตายชัก อีกฝ่ายตอบกวน

 

“นายคงไม่ชิน ไว้ฉันจะพูดมันบ่อยๆ ”

 

หยุดเลยนะ ห้ามเลย แค่นี้ฉันก็พะอืดพะอมเต็มแก่  น้ำเสียงลุกลี้ลุกลนจากข้างในทำเอาฮงบินหัวเราะก๊าก

 

“ฮ่าๆ นายมันประหลาด ”

 

นายก็เหมือนกันแหละ อีกฝ่ายเถียง

 

“.............” ฮงบินไม่ได้ตอบกลับทันที ด้วยเผลอฉุกคิดว่าตั้งแต่เมื่อไหร่นะ ที่เขารู้ว่าตัวเองมีอีกตัวตนหนึ่งขึ้นมา ตั้งแต่จำความได้ หรือว่าหลังจากที่แม่ทิ้งเขาไป  และเขาก็พบว่าความจริงก็คือ ตัวตนอีกด้านของเขาเกิดมาพร้อมกับเขา แต่ด้วยเหตุผลอะไรที่เขาไม่อาจคาดเดาได้ คนที่ถูกกดไว้กลับไม่ใช่เขาที่อ่อนแอกว่า

 

เลิกคิดเรื่องพรรค์นั้นเหอะน่า เสียงก่อกวนดังขึ้นมาขัด

 

“ทำไมล่ะ นายไม่อยากรู้หรือไง ว่าเพราะอะไรนายถึงไม่ได้ออกมาตั้งแต่ต้น ” ฮงบินไม่รู้เลยว่าน้ำเสียงของตัวเองแสดงออกถึงความตื่นเต้น

 

ไม่เห็นจำเป็น รู้ไปแล้วจะได้อะไร ยังไงเสียนายก็คือฉัน ฉันก็คือนาย

 

“นั่นมันคำพูดฉันต่างหาก ” เขาเผลอยู่ปาก ก่อนจะนึกอะไรบางอย่างออก “เดี๋ยวนะ..นายคงไม่ได้กำลังจะบอกว่านายยอมรับฉันหรอกนะ ” ยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นมา

 

คิดเองสิ ฉลาดไม่ใช่หรือไง

 

“ไม่เอา บอกมาหน่อยสิ นะ นะ ”

 

ไม่ ฉันจะนอนแล้ว  สิ้นคำพูดอีกฝ่ายก็ปิดประตูด้านของตัวเองลง ทำให้เขาไม่สามารถโต้ตอบได้อีก แม้อย่างนั้น เขาก็รู้สึกอิ่มเอมหัวใจเป็นอย่างมาก คนอ่อนแออย่างเขาก็มีคนยอมรับแล้วถึงสองคน


ดีจังเลยนะ


น้ำตาแห่งความปลื้มปิติไหลออกมาและเขาก็ปล่อยให้มันไหลอยู่อย่างนั้น

 





 

......

 

 

 

วอนชิคกลับเข้ามาโรงพยาบาลก็ต้องพบกับความประหลาดใจ เมื่อเตียงกว้างที่เคยมีคนตัวบางนอนอยู่ ตอนนี้ว่างเปล่า ไร้เงาคนที่เขาพึ่งจูบหน้าผาก

 

“ฮงบิน อยู่ในห้องน้ำหรือเปล่า ” แม้ว่าความตื่นตระหนกจะปะทุขึ้นในอก เขาก็ยังต้องควบคุมมันไว้ก่อน มันอาจจะไม่ได้เลวร้ายก็ได้ เด็กคนนั้นอาจจะแค่เข้าห้องน้ำอยู่ ไม่ก็ อยู่นอกระเบียง

 

“ฮง...” ไม่มี ในห้องน้ำก็ไม่มี งั้นคงต้องนอกระเบียงละมั้ง บางทีอาจจะออกไปคิดอะไรด้านนอกก็ได้ เขาหมุนตัวจากห้องน้ำ ก่อนจะเดินไปเปิดผ้าม่าน แล้วดันประตูออก ไม่มี ตรงนี้ก็ไม่มี ตรงนั้นก็ไม่มี

ไม่นะ

คลื่นความหวาดกลัวกดอัดลงมา เมื่อสมองเผลอคิดไปว่า ไอ้คนที่หนีไปตอนนั้นอาจจะย้อนกลับมาแล้วลักพาตัวคนของเขาไปอีกครั้ง

บ้าเอ้ย!! เขาลืมคิดเรื่องนี้ไปได้ยังไง ถ้าหากว่าอีกคนเป็นอะไรไปอีกล่ะก็ เขาจะไม่ยอมให้อภัยตัวเองเป็นอันขาด

 

เขาวิ่งออกมาจากระเบียง ก้าวอย่างเร็วไปที่ประตูก่อนจะเปิดมันออกด้วยความร้อนใจ ไม่ทันได้สังเกตว่าลูกบิดมันถูกบิดออกมาจากข้างนอก และเมื่อเขาเปิดมันออก ร่างบางที่ไม่ได้ตั้งตัวก็เซไถลเข้าหาเขาทันที

 

“อ๊ะ พี่วอน..” เสียงหยุดชะงักลงเมื่อมือหนากอดรัดเขาแน่น เสียงสะอื้นเบาหวิวดังออกมาจากลำคอแข็งแกร่ง กายหนาที่กอดเขาไว้สั่นเทิ้ม แม้จะไม่มากแต่เขาก็สัมผัสมันได้ ความหวาดกลัว ความเป็นกังวล ความรู้สึกผิด ที่หมุนวนอยู่ข้างในตัว เขายกแขนของตัวเองแล้วตบเบาๆกับแผ่นหลังกว้างแกร่ง “เป็นอะไรฮะ ”

 

“ฮึก ไปไหนมา  ” คนตัวสูงที่กอดเขาแน่นพูดเสียงสั่นเครือ

 

“ออกไปเดินเล่นมาครับ ข้างในมันอุดอู้ ” ฮงบินดันกายออกมาเล็กน้อยพอให้มองหน้าอีกคนชัด ดวงตาคู่คมที่เคยแข็งกร้าวตอนนี้เต็มไปด้วยความห่วงใย เขายกนิ้วขึ้นไปเกลี่ยน้ำตาเม็ดโตที่อยู่หางตาของอีกคนก่อนจะโดนมือหนารวบมือเขาเข้าไปกุมไว้แน่น “ขอโทษที่ทำให้เป็นห่วง”

 

ริมฝีปากบางกดลงมาและเขาเปิดรับมันอย่างเต็มใจ ร่างหนาช้อนตัวเขาขึ้นมาแนบอก แล้วเดินกลับเข้ามาภายในห้อง ริมฝีปากไม่ได้แยกจากกัน ต่างฝ่ายต่างมอบสัมผัสที่แสนคิดถึงให้แก่กันและกัน

 

แผ่นหลังสัมผัสกับพื้นเตียงอีกครั้ง เมื่ออีกฝ่ายวางเขากลับคืน “นายเกือบทำให้พี่เป็นบ้า รู้ตัวมั้ยเนี่ย ” วอนชิคบิดปลายจมูกรั้นของคนที่นอนบนเตียง แก้มใสเรื่อสีแดงอมชมพู และเขาอดไม่ได้ที่จะใช้นิ้วไปเกลี่ยมันเล่น

 

“ขอโทษครับ ” ฮงบินระบายยิ้มสดใส ยื่นมือข้างหนึ่งไปประคองใบหน้าที่คมเข้มของอีกคนไว้ ก่อนจะรั้งให้เข้าใกล้ เขาประทับริมฝีปากตัวเองลงไป แผ่วเบาแต่เต็มไปด้วยความรัก มือหนาสอดมาช้อนศีรษะเขาไว้เพื่อไม่ให้ถอยหนี ลิ้นเรียวสอดลึกเข้ามา หยอกล้อ ก่อนจะถอยกลับออกไป

 

“ยังเจ็บอยู่ไหม? ” วอนชิคจับมือเล็กขึ้นมาแนบแก้มตัวเอง ก่อนจะลากเก้าอี้มานั่งข้างเตียง

 

“นิดหน่อยฮะ ” คนบนเตียงตอบ

 

“ขอโทษสำหรับ..” ก้อนความรู้สึกผิดแล่นขึ้นมาอัดต้นคอ เสียงเขาสะดุดลง และแม้จะพยายามกลืนมันกลับคืน เขาก็ยังไม่สามารถพูดสิ่งที่เตรียมไว้ออกมาได้

 

“ผมให้อภัย ” ฮงบินชิงตอบ แรงบีบมือแน่นขึ้น และดวงตาคู่คมก็หม่นแสงลง “ทุกเรื่องครับ ทุกเรื่อง ไม่ว่าเรื่องอะไรก็ตาม เพราะผมเองก็ทำผิดเหมือนกัน ”

 

“ฮงบิน .. พี่..” นิ้วเรียวยกขึ้นมาแตะริมฝีปากเขาไว้ บอกเป็นนัยว่าไม่ให้พูดมันออกมา แต่เขาทำไม่ได้ มันอัดแน่นและมันระเบิดแน่ หากไม่ได้สารภาพออกไป เขาจับมือเล็กออก ก่อนจะพูดต่อ “ความจริงแล้ว..”

 

“พี่วอนชิค..” ฮงบินพยายามจะห้ามเพราะความเจ็บช้ำของอีกฝ่ายแผ่รอบตัวและมันกัดกินหัวใจคนที่กำลังพูดอย่างบ้าคลั่ง

 

“ได้โปรด..” อีกคนร้องขอ และถึงแม้เขาอยากจะห้ามใจจะขาด ก็ต้องกัดฟันไว้

 

“....”

 

 

“ตอนแรกที่รู้ว่านายหายตัวไป พี่ตกใจมากเพราะแจฮวาน ..น้องชายพี่ก็หายไปเหมือนกัน ” วอนชิคเริ่มเล่า “และเพราะพี่คิดว่ามันคงไม่เป็นไรหากพี่จะไปช่วยน้องชายก่อน ค่อยกลับมาช่วยตามหานาย ”

 

แว้บหนึ่ง เขารู้สึกเจ็บปวดที่อีกฝ่ายไม่เลือกที่จะตามหาเขาก่อน แต่หากมองในแง่ของครอบครัว สิ่งที่อีกคนทำมันคือสิ่งที่ถูกต้อง สมเหตุสมผล และถ้าเป็นเขา ก็คงทำในแบบเดียวกัน เพราะเขาเข้าใจ เขาถึงอยากแบ่งเบาความรู้สึกผิดของอีกคนบ้าง มันอาจจะเสี่ยง แต่เขาตั้งใจไว้แล้วว่า หากอีกคนเล่าจบ เขาจะทำการเยียวยาทันที

 

“แต่กลายเป็นว่า นอกจากพี่จะเป็นคนรักได้ไม่ดีแล้ว พี่ยังเป็นพี่ชายที่แย่ด้วย ”

 

“พอเถอะครับ ได้โปรด ” ฮงบินร้องขอ เมื่อน้ำตาของอีกคนไหลหลั่งออกมาไม่หยุดหย่อน “ผมเข้าใจดี พอเถอะนะครับ พี่กำลังเจ็บปวด ผมทนไม่ได้ ”                                                                                                  

 

“...ฮงบิน พี่จำเป็นต้องพูดมันออกมา อย่าห้ามอีกเลยนะ แค่นี้พี่ทนได้ ไม่สิ พี่สมควรโดนแบบนี้ ”

 

“ฮึก..” พยักหน้าอย่างเลือกไม่ได้ เขาลุกขึ้นมาจากเตียงแล้วโอบกอดร่างหนาเอาไว้แน่น “ผมจะทนได้อย่างไรกัน ฮึก ผมจะทนเห็นพี่เจ็บปวดโดยไม่ทำอะไรได้ยังไง ฮึก ”

 

 

 

 

“.....ฮงบิน...”

 

 

 

“ฮึก ถ้าพี่ทนได้ ผมก็จะทนครับ เล่าต่อเถอะ ผมจะฟัง แม้จะต้องกัดฟันจนหัก ผมก็จะฟัง ”

 

และเรื่องราวก่อนหน้าก็ถ่ายทอดออกมา ความเจ็บปวด ความรู้สึกผิด กระแทกกระทั้นใส่อย่างไม่คิดยั้งมือ คนพูดก็ปวดร้าว คนฟังก็เจ็บช้ำ ฮงบินกระชับอ้อมแขนแน่น เมื่อแรงสั่นเทิ้มของร่างหนาทวีความแรงมากกว่าเดิม คนๆนี้เจ็บที่ต้องเลือกระหว่างหัวใจสองส่วนของตัวเอง ไม่ว่าเลือกช่วยฝั่งไหนคนเจ็บที่สุดก็ไม่ใช่ใครอื่นนอกเสียจากเจ้าของร่าง และฮงบินรู้ดียิ่งกว่าใครว่าเหตุการณ์ในครั้งนี้จะกลายเป็นตราบาปติดตัวและคอยหลอกหลอนอีกคนให้เจ็บช้ำทุกค่ำคืน “พอแล้วครับ พอแล้ว ”

 

“ฮึก ฮึก พี่มันเลว ” อีกฝ่ายด่าทอตัวเอง

 

“ไม่ครับ ไม่..พี่ไม่ได้เลว ไม่สักนิด ” เขาแก้ “ทำถูกแล้วครับ พี่ทำถูกแล้ว ... ”

 

“ฮึก ฮึก ” ร่างหนาสั่นเทายิ่งกว่าเก่า จนเขานึกกลัวว่าหากอีกฝ่ายไม่สามารถกำจัดความรู้สึกผิดนี้ออกไปได้ เขาอาจจะสูญเสียคนๆนี้ไปเลย

ไม่ยอมหรอก

“อย่าโทษตัวเองอีกเลยนะครับ ผมเองคงไม่สบายใจเหมือนกัน ถ้าพี่เลือกช่วยผมแทนที่จะช่วยพี่แจฮวาน ”

 

“ขะ ขอโทษ ฮึก ”

 

“ผมเองก็เหมือนกัน..” อยากจะบอกความจริงออกไป หากแต่ก็กลัวว่าความเจ็บปวดที่อีกคนแบกรับไว้ก็มากเกินพอ หากเขายังดึงดันที่จะยัดความเจ็บอีกก้อนนึงให้ ก็ดูจะเป็นการทำลายอีกฝ่ายให้ย่อยยับมากว่าเดิม “ผมให้อภัยทุกอย่างครับ เพราะงั้นเลิกโทษตัวเองได้แล้ว พี่แจฮวานเองก็คงไม่รู้สึกสบายใจนักหรอกหากได้เห็นพี่เป็นแบบนี้ ” เขาคลายอ้อมกอดออกมา ก่อนจะประคองใบหน้าคนรักให้เงยขึ้นมาสบตากับเขา “ทิ้งมันไปนะครับ เพื่อผม เพื่อพี่แจฮวาน และเพื่อตัวพี่เอง ลืมเหตุการณ์เหล่านั้นไปซะนะครับ แล้วมาเริ่มต้นกันใหม่..กับผม ” และครอบครัวของเรา เขาไม่ได้พูดประโยคนี้ออกไป เพราะมันถูกพรากไปโดยที่เขาไม่สามารถกลับไปแก้ไขได้ เขาเองก็จะพยายามลืมมันเหมือนกัน แม้ว่าอาจจะต้องใช้เวลาตลอดทั้งชีวิตที่เหลืออยู่ก็ตาม

 

ริมฝีปากเคลื่อนหากันอีกครั้ง ปลอบประโลมกันและกัน ด้วยสัมผัสอ่อนโยนและอ่อนหวาน ฮงบินรั้งต้นคอหนาให้เข้ามาแนบชิดมากยิ่งขึ้น และหากไม่มีราวกั้น เขาคงกลิ้งไปอยู่บนตักของอีกคนนานแล้ว

 

“มะ ไม่ได้..”อีกคนร้องห้ามเมื่อเขาเริ่มรุกหนักมากขึ้น คนตัวสูงพยายามถอยหนีแต่เขารั้งเอาไว้

 

“ผมต้องการมัน..” ร้องขออย่างไม่อาย และเมื่ออีกคนยืนนิ่งเขาก็ปีนลงจากเตียงแล้วประกบปากอย่างดูดดื่ม ส่งลิ้นเข้าไปหยอกล้อกับลิ้นเรียวด้านใน ดูดดึงริมฝีปากบางที่แสนคิดถึง เบียดอกเข้ากับอกกว้าง ลูบไล่แผ่นหลังที่อัดแน่นด้วยกล้ามเนื้อแน่นหนัน

 










CUT

ไบโอทวิต @sreehanam

 

 






 

 

“อะ เอ่อ ทะ ..ท่านครับ ผมว่าไว้เราค่อยมาเยี่ยมพรุ่งนี้ดีกว่าไหมครับ”มินซอกพูดตะกุกตะกักเมื่อมือข้างหนึ่งพึ่งเปิดประตูห้องพักผู้ป่วยแล้วบังเอิญได้ยินเสียงที่ไม่ปกติดังลั่น เขาปิดกลับคืนทันที

 

“ฉันก็คิดว่างั้น ไปเถอะ ล็อคให้ด้วยล่ะ ”

 



" ห้ า มเ ยี่ ย ม "








** 26 ** 

" ปาฏิหาริย์ "

...............................................




"ยินดีต้อนรับกลับบ้านนะครับ คุณหนู " เสียงกล่าวต้อนรับนำโดยมินซอกและคนอื่นๆในเมืองดังขึ้นโดยพร้อมเพรียงกันทันทีที่เขาก้าวเท้าลงจากรถคันหรู ข้างกายมีคนตัวสูงที่ยืนโอบเอวแสดงความเป็นเจ้าของอย่างออกหน้าออกตาเหลือล้น เมื่อหนึ่งในคนที่มาต้อนรับมีรองหัวหน้าเฟลกเมทิกที่เหมือนจะมีเป้ใบใหญ่บ่งบอกว่าเจ้าตัวกำลังจะกลับหมู่บ้าน 

"ขอตัวแป้บนะครับ " ฮงบินหันไปขออนุญาตกับผู้ปกครองคนใหม่ ผู้ซึ่งปกครองด้วยระบบเผด็จการเบ็จเสร็จ

"จะไปไหน " น้ำเสียงอีกคนแฝงแววไม่พอใจ ดวงตาคู่คมจ้องลงมาเขม็ง 

"ผมต้องไปขอบคุณรองหัวหน้าเฟลกเมทิก " คนตัวสูงน่ายู่แต่ก็ยอมคลายแขนที่โอบเอวเขาไว้ 

"ก็ได้ แต่ห้ามนาน ห้ามเข้าใกล้มันเกินห้าเมตร "

"ค้าบบ..." ฮงบินตอบเสียงยาน แล้วเดินเลี่ยงไปหาอีกคนที่มีใบหน้าเรียบเฉยไม่เปลี่ยนจากวันแรกที่เห็น อีกคนพอเห็นเขาเดินเข้ามา ก็เลี่ยงไปทางอื่น ราวกับต้องการหลบหน้า ถามว่าเขายอมไหม ตอบเลยว่า ไม่มีทาง เขาเดินตามหลังอีกฝ่ายไปเรื่อยๆไม่ยอมหยุด จนกระทั่งอีกคนนึกรำคาญ เท้าที่ก้าวเดินจึงหยุดชะงัก แล้วร่างหนาก็หมุนมาหาเขา 


"ตามมาทำไม? " 

"ก็แค่.." ฮงบินขยับเข้าหาเล็กน้อย โดยคำนวณระยะห่างอยู่ในใจ กี่เมตรแล้วเนี่ย  "ขอบคุณนะครับ " เขาโค้งให้ อีกฝ่ายยังคงเฉย คิ้วดกขมวดเข้าหากัน ก่อนจะคลายกับเข้าที่เดิม 

"เรื่อง? "

"ทุกเรื่อง " ฮงบินรู้ดีว่าพวกผู้นำมักจะไม่ค่อยยอมรับว่าตัวเองจิตใจดี มักทำท่าขรึม วางมาดใส่กัน ทั้งที่จริงแล้วก็เป็นคนธรรมดาที่มีจิตใจโอบอ้อม "ส่วนเรื่องพี่ฮักยอน "

"ฉันไม่อยากรู้แล้ว " เอชตอบ

"ถึงคุณอยากรู้ผมก็บอกไม่ได้อยู่ดี นั้นไม่ใช่เพราะว่าผมไม่รู้ แต่ถึงผมรู้ผมก็ไม่มีวันบอกคุณ " 

"........."

"แต่ที่ผมจะพูดก็คือ พี่ฮักยอนกับคนที่ชื่อแอล เค้าสองคนรักกัน "

"หมายความว่ายังไง..." เอชถาม แม้เสียงจะยังราบเรียบแต่ฮงบินรับรู้ได้ถึงความประหลาดใจรวมไปถึงความผิดหวัง 

"ผมบอกคุณได้แค่นี้แหละ ตอบแทนที่คุณช่วยเหลือผมมาโดยตลอด แม้จะเพราะหน้าที่ก็เถอะ " 

"เหอะ " เอชเยาะ หมุนตัวหนี ความหวังก่อนหน้าพังลงและมิอาจต่อกลับคืนรูปเดิม แล้วเขาจะอยากรู้ไปทำไมก็ในเมื่อพี่แทคอุนได้ตายไปแล้ว ถึงรู้ว่าสองคนนั้นรักกันก็ไม่เห็นจะมีประโยชน์ เพราะถึงยังไงเขาก็ยังไม่ล้มเลิกความตั้งใจที่จะแก้เเค้นอยู่ดี "นายเองก็ระวังตัวด้วยล่ะ ไม่อยู่ตัวคนเดียวแล้วหนิ "


อีกครั้งที่คนตรงหน้าสร้างความประหลาดใจให้กับเขา "มะ หมายความว่าไง ที่บอกว่าผมไม่ได้อยู่ตัวคนเดียว " ถามระล่ำระลั่ก ความตื่นเต้น ความหวาดวิตกตีกันวุ่นวาย 

เอชหันมา ก่อนจะขยับปาก "อยู่ในตัวนายไง สองคน " แล้วเขาก็เดินจากมา มุ่งหน้ากลับซิตี้โดยไม่เหลียวกลับหลัง เพราะถ้าเขาหันกลับไปสักนิด จะเห็นว่าอีกคนกำลังอ้าปากกว้าง ตาเบิกโพลง และน้ำตาอาบสองแก้ม






............









วอนชิคเดินวนไปมา เมื่อคนตัวเล็กว่าหายลับสายตาไปกับไอ้รองผีดิบคนนั้น ก็แล้วทำไมเขาถึงไม่ตามไปนะ เฮ้อออ จะบ้าตาย ความรู้สึกหึงหวงทำไมมันถึงรุนแรงนักนะ แต่จะว่าไปแล้ว ตอนแอลกับฮักยอนก็เหมือนกันหรืออาจจะน้อยกว่า ไม่สิ..เขาว่าก็พอๆกันนี่แหละ ตอนนั้นเขาเองก็เข้าใกล้คู่ของแอลไม่ได้เกินห้าเมตรเหมือนกัน หรืออาจจะใกล้กว่า แต่หมอนั่นก็เอาตัวมาบังตลอด แล้วเขาล่ะ นอกจากไม่เอาตัวไปบังแล้ว ยังยอมปล่อยให้คลาดสายตาไปซะนี่ ฮึ่มมม มันน่าทึ่งหัวตัวเองให้ตาย



"คุณวอนชิคครับ เอ่อ.. " มินซอกตะกุกตะกัก


"มีอะไรหรือเปล่า " 



"ท่านผู้นำเชิญให้ขึ้นไปพบครับ " 



"เดี๋ยวผมไป รอฮงบินกลับมาก่อน "


"ไม่ครับ เฉพาะคุณคนเดียว " 


ราวกับว่าเขากำลังจะเข้าเครื่องประหาร เพราะทุกฝีก้าวเหมือนเหยียบอยู่คมมีดคมกริบ หากเหยียบไม่ถูกจังหวะก็จะกรีดผ่านรองเท้าเข้ามา  เขาใช้ความคิดอย่างหนักเพราะนึกหาเหตุผลไม่ออกว่าเพราะเหตุใดพ่อของฮงบินถึงได้เรียกเขาเข้ามาพบเป็นการส่วนตัว หรือว่า....โอ้ ไม่นะ ลูบต้นคอตัวเองเมื่อรู้สึกว่ามันหวิวๆ 



และเพราะมัวแต่คิด จึงไม่ทันได้สังเกตว่าเส้นทางที่ตัวเองเดินอยู่นั้นไม่ใช่ทางไปห้องประจำการของผู้นำ   แต่มันเลี้ยวขวาออกมา และตลอดทั้งเส้นทางมีกลิ่นคลายกับฉี่เด็กลอยอบอวล เขายกมือขึ้นมาปิด "นี่ไม่ใช่ทางไปห้องผู้นำหนิ "



"ท่านผู้นำต้องการพบคุณวอนชิคเป็นการส่วนตัว เลยได้เตรียมห้องรับรองพิเศษไว้ให้ครับ "



พิเศษ? ทำไมเขาถึงไม่ได้รู้สึกดีใจแม้แต่น้อย กลับกันความกลัวที่ก่อตัวด้านในค่อยๆเจริญเติบโตและกลืนกินเขา ไม่หรอก คงไม่มีอะไรที่ต้องเป็นกังวล 


ไม่มีเหตุผลใดที่จะไปต่อบทสนทนาเพราะเขารู้ดีว่า อีกฝ่ายก็คงไม่ตอบ เดินตามอย่างเงียบเชียบ พลางมองสำรวจหาลู่ทางหนีเผื่อเกิดเหตุฉุกละหุก 


เขาเดินผ่านเรื่อยมาจนกระทั่งคนตรงหน้าหยุด มินซอกหันมาหาเขา ก่อนจะผายมือไปที่ประตูไม้ด้านหลังที่ถูกปิดอยู่ เป็นเชิงให้เขาเข้าไปด้านใน  

ไม่มีอะไรหรอกน่า ไม่ต้องกังวล 

ปลอบใจตัวเองรอบที่ล้าน บังคับขาสองข้างที่สั่นราวกับเด็กหัดเดินให้ก้าวไปด้านหน้า ยื่นมือไปจับกับลูกบิดที่สนิมเขรอะก่อนจะดันมันเข้าไป  นึกว่าอีกคนจะตามเข้ามาด้วย กลับกลายเป็นว่านอกจากจะไม่ตามเข้ามาเเล้ว ยังดึงประตูกลับคืน เสียงล็อกลูกกุญแจดังแกร็ก และมันทำให้เขาเผลอสะดุ้ง

กลัวอะไรว่ะ วอนชิค อย่าลืมสิว่าเป็นใคร 


รองหัวหน้ากลุ่มลองเกฟเลยนะ 


อดทนไว้ หนึ่ง สอง สาม....


"เดินเข้ามานั่งนี่สิ " น้ำเสียงของคนที่นั่งบนเก้าอี้ไม้ตัวเก่าดังก้อง อาจจะเพราะห้องที่เล็ก ไม่ก็ เป็นเพราะรอบข้างมันเงียบจนเกินไป เงียบเสียจนได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นระทึกอยู่ข้างในอก เขากลืนน้ำลายเอื๊อกใหญ่ลงคออย่างทรมาน ริมฝีปากแห้งจนเผลอแลบลิ้นออกมาเลีย เขาก้าวอย่างระมัดระวังเผื่อว่าพื้นที่ตัวเองเหยียบอยู่อาจจะทะลุลงไปเพราะสภาพมันไม่ได้ต่างอะไรกับไม้ที่หมดอายุขัยไปแล้วกว่าพันปี



"ผมคิดว่าท่านจะนัดเราไปคุยกันที่ห้องท่านเสียอีก " เเข็งใจพูดออกไป 


อีกฝ่ายหัวเราะเสียงเย็น ซึ่งเขาไม่เคยรู้เลยว่า การที่ขนบนตัวลุกชันด้วยความกลัวนั้นเป็นอย่างไร จนกระทั่งเสียงเก้าอี้ไม้ดังเอี๊ยดอ๊าดเพราะคนที่นั่งอยู่เริ่มขยับ 


สงสัยข่าวลือจะไม่ใช่แค่ข่าวลือเสียเเล้ว ผู้นำแพทลิทตรงหน้าได้ชื่อว่าโหดร้ายและทารุณไม่ต่างกับผู้นำกลุ่มอื่น มีวิธีเค้นความลับที่แปลกและพิศดารยิ่งกว่ากลุ่มไหนๆ ภายนอกฉาบด้วยความใจดีแต่ภายในคือมัจจุราชดีๆนี่เอง  ตอนแรกเขาไม่เชื่อ แต่ตอนนี้ ถ้าเกิดว่าเขารอดไปได้ เขาจะยืนยันกับไอ้คนที่ปล่อยข่าวเองว่า มันคือเรื่องจริงว่ะ

ปัญหาคือเขาต้องรอดให้ได้


"นายดูเกร็งไปนะ "


ฉี่ผมจะแตกแล้วครับท่าน ฮือออ บินจ๋าชิคลาก่อน ///ดะ เดี๋ยวสิ


"ปะ เปล่าครับ " ปากไม่รักดี ทำไมต้องสั่นด้วยว่ะเนี้ย 


"สมกับเป็นรองหัวหน้ากลุ่มลองเกฟ "


คำชมเหมือนกับมีดอาบยาพิษที่กรีดเฉือนเนื้ออย่างเลือดเย็น "........."


"เอาล่ะ " 


ไม่เอาได้มั้ยครับ ผมอยากกลับห้องเเล้ว  T^T



"เรื่องที่เราคุยกันค้างเมื่อคราวก่อน " 


ไม่ลืมไปบ้างล่ะครับท่าน "ครับ " เขาพงกหัวรับ อีกฝ่ายเดินใกล้เข้ามาอีก และอยู่ห่างไปประมาณฟุตนึงไม่ก็ฟุตครึ่ง ซึ่งแค่นี้เขาก็หายใจไม่ทั่วท้อง ถ้าหากใกล้กว่านี้เขาคงหมดลมแล้วตายลงตรงนี้แหละ


"มินซอกบอกว่า ตอนแรกนายไม่ได้ไปตามหาลูกชายของฉัน "


ไอ้มินซอก ไอ้ปากโป้ง ไอ้ๆๆๆ ถ้ารอดกลับไปได้นะ แกจะตายเป็นคนแรก "ครับ เพราะตอนนั้นน้องชายของผม เอ่อ หมายถึงเด็กที่ผมพาขึ้นไปพบท่านเมื่อวันก่อน " อีกฝ่ายหยักหน้า เขาจึงพูดต่อ "ก็หายตัวไปจากหมู่บ้านเหมือนกัน ผมก็เลยต้องกลับไปตามหาน้อง ส่วนฮงบิน.."


"ฉันรู้ว่าครอบครัวต้องมาก่อน " อีกฝ่ายพูดขึ้นกระทันหัน "เพราะงั้นนายคงไม่ว่า ถ้าหากฉันจะต้องเลือกคนที่ดีกว่ามาให้ลูกชาย เพราะฮงบินก็คือคนในครอบครัวของฉัน " 


เหมือนกับแผ่นฟ้าอันกว้างใหญ่กดทับลงมา เขาสั่นสะท้าน ความโกรธ ความไม่พอใจ และความเสียใจเสียดแทงเข้ามาในอก และจะไม่ใช่เขาเลยหากจะยินยอมให้มันเป็นตามที่อีกฝ่ายปรารถนา ฮงบินเป็นของเขา และต่อให้ต้องตัดแขนตัดขาตัวเองเพื่อแลกกับการได้อยู่ด้วยกัน เขาจะยื่นมันออกไปให้ทันที เพียงแต่ความเป็นจริงแล้วหากเขาทำเช่นนั้น เมื่ออีกฝ่ายเกิดเป็นอันตรายเขาก็ไร้ความสามารถที่จะเข้าปกป้อง ซึ่งเขาทนไม่ได้แน่  "ท่านคงไม่ได้กำลังจะบอกว่า จะยกฮงบินให้กับคนอื่น ซึ่งไม่ใช่ผมหรอกใช่ไหมครับ " เสียงเขาเคร่งขรึมและเต็มไปด้วยความไม่พอใจ มือสองข้างที่ประสานกันด้านหน้า ถูกยกกลับมาไขว้ไว้ด้านหลังเนื่องด้วยมันบีบกันแน่น



"..............." อีกฝ่ายเงียบ ก่อนจะเดินถอยกลับไปนั่งที่เก้าอี้ตัวเดิม ขาข้างหนึ่งยกขึ้นมาไขว้ มือสองข้างประสานกันตรงหน้า และดวงตาคู่นั้นก็จ้องมาที่เขาเขม็ง "น่าเสียดาย ที่นายเดาถูก "



เขาขบกรามแน่น เมื่อเห็นว่ามุมปากของอีกคนยกขึ้นเป็นเชิงเยาะ และหากไม่ติดว่าเป็นพ่อของฮงบิน เขาก็คงไม่สนห่าอะไรทั้งนั้น จะหักคอ และดึงลิ้นที่พูดไม่เข้าหูเมื่อกี้ออกมาเหยียบเล่น ตำแหน่งผู้นำเขาไม่นึกสนมันตั้งแต่แรกอยู่แล้ว



"ไม่ถามหน่อยหรือไง ว่าใครคือคนที่ฉันจะฝากลูกชายไว้ " 



"...................."





"เอชไงล่ะ รองผู้นำเฟลกเมทิก ไม่เลวเลยใช่มั้ย ตำแหน่งเดียวกับนาย และไม่มีพันธะอื่นใดให้ต้องเลือก "




เลือดในกายร้อนเร้า และสัญชาตญาณการต่อสู้ตื่นตัวขึ้นมากระทันหัน "ท่านคิดว่า ผมจะยอมให้เป็นอย่างนั้นหรอครับ " 



"แล้วนายจะทำอะไรได้ "



มือสองข้างที่ประสานกันร่วงตกข้างตัว ก่อนจะถูกกำไว้แน่น และคลายออกเมื่อสายตาอีกฝ่ายจ้องมองมา 



"โกรธหรือไง อยากจะฆ่าฉันจนตัวสั่นเลยล่ะสิ ที่ห้ามไม่ให้ลูกชายของฉันคบกับนาย "



เป็นอีกครั้งที่เขาแทบจะสะกดตัวเองไม่ให้พุ่งไปข้างหน้า  ท่องเอาไว้สิวอนชิค ผู้ชายตรงหน้าคือพ่อของฮงบิน พ่อของคนที่นายรัก ท่องเอาไว้ "................"



"งั้นช่วยตอบฉันมา ถ้าหากเกิดเหตุการณ์แบบเดิมอีก นายจะไปช่วยใครก่อนระหว่าง ลูกชายของฉัน และน้องชายของนาย "


เขาแทบไม่ต้องคิดเลยด้วยซ้ำ สำหรับคำตอบของคำถามนี้ "คิม แจฮวาน คือคนที่ผมจะเข้าไปช่วยครับ "



"ปัง!!!!!! " คนตรงหน้าลุกจากเก้าอี้ แล้วจับมันทุ่มลงกับพื้นด้วยโทสะอันพุ่งสูง "กลับไปซะ กลับหมู่บ้านของนายไป พาน้องชายอันเป็นที่รักของนายกลับไปด้วย แล้วอย่ามาให้ฉันเห็นหน้าอีก กลับไป!!!!!! "


 








** 27 ** 

" จับจ้อง "

...............................................






ในขณะที่เขากำลังจะเดินก้าวพ้นเขตเมืองของแพทลิท ชายร่างสูงสามคนก็วิ่งเข้ามาหา  หอบหายใจแฮกๆก่อนหนึ่งในสามคนนั้นจะเอ่ยบางสิ่ง และทำให้เเผนการกลับหมู่บ้านเป็นอันต้องล้มเลิกไป


"ท่านผู้นำอยากให้คุณอยู่ต่ออีกสักหน่อยครับ เพราะงั้นช่วยตามเรากลับไปด้วย"


เขาไม่ใช่ประเภทที่ต้องถามให้มันมากความ เมื่ออีกฝ่ายมีธุระให้อยู่ต่อ เขาก็จะอยู่ต่อ เขาเดินตามชายกลุ่มนั้นกลับเข้าเมืองของแพทลิทตามเดิม และเมื่อเขาเดินผ่านซอกตึกอันคับแคบ ความรู้สึกเหมือนถูกจับจ้องก็วิ่งเข้ามาเล่นงาน เขาหยุดฝีเท้าและมองไปรอบตัว ก่อนจะเดินไปข้างหน้าตามเดิม


เขากลับเข้าห้องของตัวเองตามเดิม เปิดกระเป๋าและหยิบเสื้อผ้าสองสามชุดใส่ไม้แขวนแล้วห้อยมันกับราวที่อยู่ด้านในตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่ มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น แต่เขาไม่นึกใส่ใจ และปล่อยให้มันดังอยู่อย่างนั้นจนเงียบเสียงไป


มีดเล่มเล็กถูกหยิบออกมาจากกระเป๋า เขาบรรจงใช้ผ้าขนนุ่มเช็ดคราบฝุ่นคราบเลือดที่เผลอใช้ไปจัดการมาเมื่อครู่ กลิ่นคาวของมันน่าภิรมย์สำหรับเขาอยู่เสมอ แม้ว่าจะเป็นเลือดชั่วของพวกเดนตายก็ตาม


เสียงเคาะประตูดังขึ้นอีกครั้ง แล้วก็เงียบเสียงไป


"แกร็ก!! " ประตูห้องถูกเปิดเข้ามา ในขณะที่เขาก็ทำแค่เพียงมองผู้มาใหม่ที่ก้าวเข้ามาข้างใน 

"ต้องการอะไร " เขาพูดขึ้นก่อน ชายคนดังกล่าวเอนหลังพิงกับประตู 

"แค่มาแจ้งข่าว " อีกคนตอบ 

"เรื่อง? " เขาถามพลางเก็บมีดเข้าที่เดิม เพ่งความสนใจไปที่ชายคนมาใหม่แทนมีดเล่มคม 

"เรื่องที่นายอยากรู้ ทุกเรื่อง "

"..........."







.............











"ไปไหนของเค้านะ ไหนบอกว่าจะรอกันไงล่ะ " ฮงบินเดินหน้าบูดเบี้ยวกลับขึ้นนอนของตัวเอง เมื่อคนที่บอกว่าจะรอกลับหายไปทั้งหัวและตัว ถามใครก็ไม่มีใครเห็น รู้บ้างมั้ยเนี่ยว่าเขาจะเป็นบ้าตายอยู่แล้ว ความปรีดาอัดแน่นเต็มอกและต้องการให้อีกคนได้รับรู้มันด้วย 


เขายกมือขึ้นลูบหน้าท้องของตัวเองไปมา ความอุ่นวูบวาบอยู่ข้างใน แม้จะยังไม่ถึงขั้นมั่นใจเต็มร้อย แต่สิ่งนั้นกลับมาแล้ว กลับมาหาเขาและพี่วอนชิค ครอบครัวของเรา 


กะว่าจะมาบอกข่าวดีเสียหน่อย กลับหาตัวไม่เจอ เอาเถอะ ไว้กลับมาเมื่อไหร่ ค่อยบอกก็ได้ เนอะ 


" หลับอยู่หรือเปล่า " 


มีอะไร 


ฮงบินหัวเราะคิก เมื่อเสียงที่เต็มไปด้วยความหงุดหงิดดังขึ้นมา เขารู้อยู่แล้วแหละว่าหมอนั้นเองก็รับรู้ได้เหมือนกัน ดวงจิตดวงนั้น "นายดูไม่ตื่นเต้นเลยนะ " 

แหง่ดิ ทำไมต้องตื่นเต้น ในเมื่อมันก็แค่มีจิตเพิ่มขึ้นมาอีกดวง ซึ่งก็ยังไม่แน่ว่ามันจะอยู่รอดจนครบกำหนด 


"ย๊าห์ นั่นปากหรอ " ฮงบินเเหว พลางกอดหน้าท้องตัวเองไว้ "เขาจะต้องอยู่กับฉัน อยู่กับนาย แล้วก็อยู่กับพี่วอนชิค "


ทำไมนายถึงได้มั่นใจนักล่ะ บางที....


"แน่สิ ฉันมั่นใจ เพราะนี่คือตัวฉัน "


เฮ้อออ เอาเถอะ เห็นนายร่าเริงได้แบบนี้ ฉันล่ะหวั่นใจจริง ว่ามันจะต้องมีอะไร 


"พูดอะไรของนาย "


ไม่รู้สิ 


"อ้าว ...ช่างเหอะ นายอยากนอนก็นอนไป ฉันจะรอพี่วอนชิคกลับมา เนาะ ลูกรัก มารอบอกข่าวดีกับพ่อกันนะ "








#ฟิคแวเรียล



To Be Continued
#ยังไม่แก้คำผิด







......ทอร์ค...
ไม่อยากจะบอกเลยว่าอีกสองตอนก็จะจบแล้ว ฮือออ เศร้าละเกิน
ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาเป็นกำลังใจให้กันมาโดยตลอดนะ อีกไม่นานเรื่องนี้
ก็คงจบไปเหมือนกับเรื่องก่อนหน้า ความรู้สึกมันโหว่งๆยังไงไม่รู้ ฮือออ
ไม่ค่อยมีคนเม้นต์เลย งืออออ เศร้า 
จะจบแล้วน้าาา ไม่เม้นต์กันหน่อยหรอ?  ///กอดขา
มีเอ็นซีจนได้ ฮ่าาา กะว่าจะมีแค่ฉากเดียว สุดท้ายก็ไม่รอด
ไม่ว่ากันใช่มั้ย แอลฮักยอน งือออ 

.



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

337 ความคิดเห็น

  1. #303 ALittleKoKen (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 8 มกราคม 2560 / 04:06
    แต่นึกตามก็ยากอยู่นะระหว่างเลือกน้องกับคนรักเนี่ย คุณพ่อตานี่ก็โหดจริงๆ
    #303
    0
  2. #275 SS_nightmare34 (@SS_nightmare34) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 3 มกราคม 2560 / 09:03
    ต๊ายยยยยยยตายๆๆๆๆๆวอนชิค เลือกแจฮวาน พ่อตาระเบิดเปรี้ยง!!!! แหม...วอนชิคนี่เชื้อแรงดีจริงๆนะ คิคิคิ
    #275
    0
  3. #237 PETDA (@137-411) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2559 / 22:33
    ไม่ต้องคิดมากนะยัยหนู ยังไงก็ดีเเล้วที่รอกลับมาทั้งคู่
    ตอนที่ยัยหนูคุยกะอีกคนนึงน่ารักมากกกกกกกก
    ราวี่คงโทษตัวเองกะเหตุการณ์นั้นมากเน่ๆ เลยฝังใจเเบบนี้
    5555ห้มเยี่ยมจัดเต็มมากก ราบินนี่เค้าไม่เเคร์ใครจริง5555
     
    ยัยหนูมีน้องงงงงงงงง ว๊ากกกกกกกกกก
    รองผีดิบ555555 อ้าวเรียกไปทำไมอะ ทำไมรู้สึกว่าไม่ค่อยจะเป็นเรื่องดีเท่าไรเลย
    เฮ้ยยยยย ไม่ได้ราวี่นี่เเหละดีที่สุดในชีวิตยัยหนูเเล้ววววว
    เอชไม่ได้!!!!! เอชเป็นของเเจฮวานค่ะท่านผู้นำ จะทำอย่างนี้ไม่ได้
    อ๊ากกกกกกกกกก เลวร้ายไปกว่าเดิมอีกงานนี้
     
    หือออ ฮยอกไปฆ่าใครมาไม่รู้เเต่คนที่เข้ามาละคือใครรร??
    ตอนยัยหนูคุยกะอีกคนนึงนี่น่ารักตลอดดด เเต่ที่อีกคนนึงพูดว่าหวั่นใจนะมันเกิดขึ้นเเล้ว
     
    ***คิดว่าที่ท่านผู้นำทำเเบบนั้นน่าจะเป็นบททดสอบนั้นเเหละ เเต่ใครจะเป็นตัวช่วนราวี่ละ
    ถ้าตอนนั้นราวี่ตอบไปว่าจะดูเเลทั้ง2คนนี่ ท่านผู้นำก็คงพอใจปนานเเล้วววว
     
    #237
    0
  4. #146 PandaPhung (@agisen4869) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 29 กันยายน 2559 / 17:22
    โธ่ TT ก็เผื่อใจละนะว่ามันพึ่งตอนเก้า ไม่น่าจะจบแฮปปิ้งเอนดิ้งง่ายๆเบอร์นี้...
    จริงซะด้วย TT-TT
    #146
    0
  5. #145 ♡ベスト (@soul-za) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 26 กันยายน 2559 / 23:49
    พ่อตาคะ นี่เป็นบททดสอบอะไรรึเปล่า โฮรกกกกก
    ลูกนางท้องแล้วน้า พรากพ่อไปบ่ดีเด้อค่า

    ยัยบีนอีกคนนี้ก็น่ารักดูวีนๆ 55555
    ขอให้นางได้ออกมาใช้ร่างมั้งได้มั้ยคะ 5555

    คุณคิมคะแหม่ ทำมาเป็นหวงออกหน้ออกตาเชียว
    สมาคมพ่อบ้านใจกล้าแก๊งค์นี่ค้องหึงโหดทุกคนรึเปล่าคะ ? 555

    แล้วเอชนี่แบบโฮรก หล่อดิบเถื่อน ตรงใจ 5555
    นึกภาพตามแล้วแบบนี่ละพ่อของลูก (?)
    #145
    0
  6. #144 Zeeza_cee (@Zeeza_cee) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 26 กันยายน 2559 / 17:51
    อย่านะท่านผู้นำ จะมาแยกพ่อแม่ลูกจากกันแบบนี้ไม่ด้ายยย สงสารเค้าเถอะ รู้ว่ารักลูกแต่พี่ชิคกี้ของเราก็รักฮงบินมากเหมือนกัน แง่ะ มาม่าาา รอไรท์น้าจ้ะ 
    #144
    0
  7. #143 Cin Sister (@-1cin1-) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 26 กันยายน 2559 / 00:29
    เห้ยยยยยพ่อยัยบีนจะทำแบบนี้ไม่ได้นะอีกสองตอนก้อจะจบแล้วนะโว้ยจะมาขัดตอนนี้ไม่ได้นะ! ยัยบีนท้องแล้ววู้วววเย้~~ ขอแสดงความยินดีกับคุณแม่มือใหม่ด้วยค่าาา ใจหายมากๆเลยที่เรื่องนี้จะจบแล้ว
    #143
    0
  8. วันที่ 25 กันยายน 2559 / 20:22
    เดี๋ยวนะคุนพ่อตา จะหาอะไรมาวัดลูกเขยรึป่าว?
    #142
    0