ตอนที่ 3 : The bodyguard 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 451
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    6 มิ.ย. 59

คำเตือน : ฟิคเรื่องนี้ไม่ใช่แนวรักโรแมนติก รักสามเศร้า รักดราม่า หรือรักคอมเมดี้ เหมาะกับผู้อ่านแนวแฟนตาซีทุกคน 


[The war of variant 1]
#The bodyguard 
Chapter 2 : การเดินทาง







* 4 *
" เข้าป่า "
.................................................................................................................................

ผมเดินลัดเลาะตามเส้นทางเล็กๆ จะเรียกว่าเส้นทางก็คงไม่ถูก เพราะไม่ได้มีไว้สำหรับสัญจรไปมา ผ่านต้นไม้น้อยใหญ่ส่วนใหญ่เป็นสนที่เติบโตอยู่ท่ามกลางผืนป่าที่ร่มรื้นของภูเขาลูกนี้ ผมจำชื่อมันไม่ได้ แต่ก็จำได้ว่าครั้งหนึ่งเคยเกือบเอาชีวิตมาทิ้งไว้ที่นี้ สัตว์ป่าที่นี้ดุร้ายและพร้อมจะกระโจนฉีกเนื้อคุณเป็นชิ้นๆ เมื่อคุณเผลอ หรือเมื่อมันเจอคุณ เหนือสิ่งอื่นใด พวกแอสซอยด์ พวกสวะ มักจะดักซุ่มทำร้ายพวกลองเกฟ เมื่อพวกนั้นออกจากวิลเลจเพื่อมาที่ซิตี้ หรืออาจเข้าไปในเมืองของแพทลิท 

หลายปีมานี้พวกผู้พิทักษ์ที่ถูกไว้วาน มักจะมีรอยแผลกลับมาซิตี้ทุกครั้ง บางคนอาจจะไม่ได้แค่บาดแผล แต่อาจเสียแขนข้างหนึ่งที่ครั้งหนึ่งเคยจับดาบ หรือง้างธนู หรืออาจจะโชคร้ายกว่านั้น คือไม่อาจรักษาชีวิตของตัวเองไว้ได้ ซึ่งก็เป็นส่วนน้อย พวกเราแข็งแกร่ง แต่ก็มีจุดอ่อน จุดอ่อนไม่ได้อยู่ที่ตัวของพวกเรา แต่อยู่ที่คนที่เราไปคุ้มครอง พวกนั้นมักทำให้เราเสียสมาธิ จนทำให้พวกศัตรูเล่นงานจนทำให้เราบาดเจ็บ

"พักหน่อยได้ไหม? ผมรู้สึกปวดขามากๆเลยครับ " ฮักยอนพูดกึ่งร้องขอ ไม่มีคำตอบรับจากปากของคนที่เดินนำ นอกเสียจากสายตาที่เกี่ยวตวัดมาทางเขา เจ็บแสบราวกับโดนเฆี่ยนด้วยหวายนับร้อยเส้น 

น่าแปลกที่ไม่ว่าจะพยายามเท่าไหร่ ฮักยอนก็ไม่สามารถสัมผัสความรู้สึกอะไรจากคนที่เดินนำหน้าได้เลย เฟลกเมทิกไร้ความรู้สึกจริงๆสินะ

นี่พึ่งเดินเข้ามายังไม่ถึงสองกิโลเมตรด้วยซ้ำ แต่เด็กนั่นก็เริ่มโอดครวญ พวกปวกเปียก  ผมคิด

"นะครับแอล ผมปวดขาจนแทบก้าวไปต่อไม่ไหวแล้ว " ฮักยอนอ้อนวอน 

"นายมันอ่อนแอ " ผมหันไปว่าให้ เด็กนั้นหน้ามุ่ยลง แต่ไม่ได้ต่อล้อต่อเถียง 

"ขอโทษฮะ แต่ผมไม่เคยเดินป่ามาก่อน " ฮักยอนอธิบายเสียงค่อย คำพูดของอีกฝ่ายมันบาดลึกเหมือนโดนมีดโกนกรีดลงที่หัวใจ เขาเองก็นึกชังความอ่อนแอของตัวเองไม่ได้ต่างไปจากที่อีกคนต่อว่าหรอก

"................................." ผมไม่ตอบ 

"งั้นก็ไปกันต่อก็ได้ฮะ " ฮักยอนกัดฟันพูด แม้จะรู้ดีว่าถ้าฝืนเดินต่อเท้าของเขาอาจจะบวมมากไปกว่านี้ รองเท้าคู่ที่เขาใส่มามันเริ่มรัดแน่น จนรู้สึกปวดนิ้วหัวแม่โป้ง มันปวดตุบๆ เหมือนกำลังบอกว่า ฉันกำลังอักเสบอยู่นะ นายควรหยุดพักแล้วให้รักษาฉันซะ ไม่งั้นนายจะต้องเจ็บตัวเพราะฉัน 

"ไม่ต้อง นั่งลงไป " ผมสั่ง เมื่อเห็นว่าเด็กนั่นกำลังจะลุกขึ้นเเล้วเดินมาทางผม ใบหน้าเล็กเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อเม็ดโต ไหล่แคบขยับขึ้นลงไปมาตอบรับกับจังหวะการหายใจแรงๆด้วยความหอบเหนื่อย  แน่หละ พวกนี้เอาแต่ใช้รถยนต์เป็นพาหนะ ทำให้ขาไม่ค่อยมีเรี่ยวเเรง 

ฮักยอนได้แต่ก้มหน้าทำตาม เขาจะเอาอะไรไปสู้หละ จะเถียงงั้นหรือ เหมือนกับเอาชีวิตไปทิ้งนั่นแหละ เขาไม่ใช่คู่ต่อสู้ของแอลเลย ไม่ใกล้เลยสักนิด 



...ช่วยด้วยยย ช่วยฉันด้วย  โอ้ยยย ทรมานเหลือเกิน ทรมานนนน ....
อยู่ๆฮักยอนสัมผัสได้ถึงความทุกข์ทรมาน ใครบางคน ความเจ็บปวดที่คนๆนั้นได้รับกำลังโจมตีตัวเขาเอง

"มีคนอยู่แถวนี้ฮะ " ฮักยอนพูดขึ้น น้ำเสียงร้อนรน 

แทคอุนหันไปมองเหมือนจะไม่เชื่อ เขาสัมผัสอะไรไม่ได้ด้วยซ้ำ ทำไมเด็กนี่ถึงกล้าพูดว่ามีคนอยู่ที่นี้ 
"อย่าพูดบ้าๆนะ " ผมตวาด

"ไม่นะฮะ ผมสัมผัสได้ คนๆนั้นกำลังทรมาน" ไม่สิ ไม่ใช่แค่ทรมาน แต่คนๆนั้นกำลังหวาดกลัวอยู่
....กลัวแล้ว อย่าฆ่าฉันเลย ฉันกลัวแล้ว อย่าาาาาาา.....

"ไม่นะ " ฮักยอนตะโกนลั่น ลมหายใจถี่รัวขึ้น อาการปวดตรงขมับขยายวงกว้างมากขึ้นเรื่อยๆ ความเจ็บปวดของใครคนนั้นกำลังบีบรัดตัวเขาไว้แน่น แน่นเสียจนอึดอัด นี่เป็นข้อเสียของพรสวรรค์เขา เขาจะรับรู้ทุกความเจ็บปวดของอีกฝ่ายเสมอ ไม่ว่าเขาจะต้องการมันหรือไม่ก็ตาม 

ฮักยอนทรุดตัวลงพื้น หน้าอกบีบแน่นเกินไป เขากำลังจะหายไม่ออก มือทั้งสองข้างกำต้นหญ้าที่เกิดบนพื้นไว้แน่น พยายามควบคุมสติตัวเองไม่ให้ไปรับสัมผัสเจ็บปวดมากจนเกินไป ไม่งั้นเขาอาจจะตาย "ห หะ หายใจไม่ออก หยุดได้แล้ว" ฮักยอนครวญครางแทบไม่เป็นภาษา

"เป็นอะไรของนาย " ผมขยับเข้าไปหา เด็กนั้นอยู่ๆก็ตะโกนดังลั่น แล้วก็ลงไปชักดิ้นชักงอบนพื้นอย่างทะลนทุลาย เกิดอะไรขึ้นกับเด็กคนนี่กันนะ ไปรับรู้อะไรกันแน่ 


"คนๆนั้นกำลังจะโดนฆ่า เราต้องรีบไปช่วย ""ฮักยอนโพล่งขึ้น "เราต้องไปช่วยเขา ต้องช่วยเขา ต้องช่วย..." ฮักยอนดันตัวเองให้ลุกขึ้นยืน แต่ความเจ็บปวดของเท้าที่กำลังบวมทำให้เขาไม่สามารถทรงตัวอยู่ได้นาน เขาทรุดฮวบลงบนพื้นหญ้าดังเดิม โชคไม่เข้าข้างฮักยอนนักเมื่อมือที่เขาใช้พยุงตัวไม่ให้ล้มดันไปวางบนเศษกิ่งไม้ที่หักและชันขึ้น 

" ฉึก " กิ่งไม้เสียดแทงเข้าที่ฝ่ามือของฮักยอน พร้อมๆกับความรู้สึกเจ็บแปล๊บๆ รวมไปถึงความรู้สึกของของเหลวร้อนสีแดงที่กำลังไหลออกมาจากบาดแผล 

....เจ็บเหลือเกิน ใครก็ได้ช่วยด้วย ช่วยฉันด้วย ฉันยังไม่อยากตาย .............

เสียงความกลัวของคนๆนั้นอัดแน่นในหัวของฮักยอนจนปวดหนึบ เขากำลังกระเสือกกระสนที่จะหนีจากมัจจุราข แต่ฮักยอนกับยังทำอะไรไม่ได้ มันน่าชิงชังตัวเองนัก แล้วความรู้สึกมุ่งร้ายก็ประเดประดังเข้ามาในหัวของเขา ฉันจะฉีกเนื้อของแกเป็นชิ้นๆ ค่อยๆแล่เนื้อแกออกจากกระดูกทีละน้อยทีละน้อย จากนั้นก็จะปล่อยให้แกโดนสัตว์ร้ายที่กำลังรอเขมือบแกอยู่ได้กินแกสมใจ
 
"หยุดนะ ได้โปรด หยุดความคิดนั่นที ปวดหัว ผมปวดหัว" ฮักยอนยกมือขึ้นมากุมขมับไว้แน่น รู้สึกเหมือนกระบอกตากำลังถูกเบียดเข้าหากัน พร้อมๆกับอาการคลื่นเหี้ยนสะอิดสะเอียนที่ไหลรื้นขึ้นมาในคอ

"แอล คุณต้องไปช่วยเขานะ เขากำลังจะโดนฆ่า คุณต้องไปช่วย ..." ฮักยอนอ้อนวอน แม้เหลือสติเพียงน้อยนิด

"หยุดพล่ามได้แล้ว " ผมตะคอกเสียงดัง ไม่สามารถทนดูความน่าสมเพชของเด็กคนนี้ได้อีก คิดว่าตัวเองเป็นใคร เป็นพระเจ้าหรือไงที่จะสามารถช่วยชีวิตของคนได้ทุกคน ไม่หรอก มันไม่มีใครที่ช่วยชีวิตคนได้ทุกคนหรอก เอาตัวเองให้รอดก่อนเถอะ แลัวค่อยมีหน้าไปช่วยคนอื่น

"แอล มีแต่คุณเท่านั้นที่ช่วยเขาได้ มีแต่คุณเท่านั้น ฮือออ ช่วยเขาที ช่วยเขา..." เสียงของฮักยอนขาดช่วงไปเพราะเเรงสะอื้น อาการปวดหัวของเขาทุเลาลงแล้ว นั่นแปลว่าคนๆนั่นหมดลมหายใจแล้วอย่างงั้นหรือ 

เสียงนั่น ไม่ได้นะ อย่าพึ่งเงียบไปนะ อย่าพึ่งเงียบ... ไม่ได้.... จะตายไม่ได้นะ... จะตายไม่ได้ ได้โปรดเถอะ ฮืออออ ช่วยส่งเสียงอีกหน่อยเถอะ ขอร้องหละ ผมจะไปช่วยคุณเอง ผมจะช่วยคุณเอง 

ฮักยอนตะเกียตะกายให้ตัวเองลุกขึ้นยืนอีกครั้งอยากยากลำบาก บนฝ่ามือมีของเหลวสีแดงไหลย้อยออกมา พร้อมกลิ่นเลือดคละคลุ้งติดจมูก และมันก็ไหลหยดย้อยลงตามแรงโน้มถ่วงของโลก เป็นจุดๆอยู่บนพื้นหญ้า จากพื้นหญ้าสีเขียว ก็ถูกย้อมด้วยเลือดสีแดงเหนียวเหนอะ และไม่นานมันก็จะแห้งกรัง

ฮักยอนบังคับร่างกายให้เดินเข้าไปในป่า เขาไม่รู้ว่าเสียงมาจากไหน แต่เขาอยู่เฉยไม่ได้ เขาต้องทำอะไรสักอย่าง ต่อให้เเอลไม่ช่วย เขาก็จะไปช่วยเอง 

แทคอุนยืนมองร่างเล็กที่เดินกะเผกๆ เข้าไปในป่าราวกับรู้ว่าจะไปที่ไหน ให้เขาเดานะ เด็กนั่นก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะไปที่ไหน แต่เพราะความร้อนใจก็เลยนั่งไม่ติด โง่เง่า

หรือว่าเขาควรจะปล่อยให้เด็กนั้นเข้าป่าไปเลย ปล่อยให้เลือดไหลจนหมดตัวไปเลย แน่อยู่แล้ว เขาเห็นว่าที่มือของเด็กนั้นมีเลือดไหลออกมา กลิ่นคาวเลือดนี่แหละ จะเป็นตัวชักนำให้เพรชฆาตในป่าแห่งนี้ให้ได้กลิ่น พวกมันจมูกดีกันจะตายไป อีกเดี๋ยวก็คงเเห่กันมา เขาก็แค่รอ รอให้พวกนั้นมาถึง แล้วก็นั่งดูพวกนั้นฉีกกระชากร่างของเด็กนั่นออกเป็นชิ้นๆ แขนไปทาง ขาไปทาง ลำตัวไปทาง หรืออาจจะหัวไปทาง หรืออะไรก็ได้ที่พวกนั่นมักจะทำกับเหยื่ออันโอชะ ส่วนเขาหน่ะหรอ ก็กลับไปซิตี้ ไปรายงานว่าภารกิจล้มเหลว เพราะเด็กนั่นดันทะเล่อทะล่าไปให้พวกเสือพวกสิงโตกินในป่า 

ฮักยอนกัดฟันมาเดินมาได้ไม่นาน ร่างกายก็ประท้วง เขาทรุดลงกับพื้น มือข้างที่เป็นแผลสัมผัสกับหญ้าใบแหลมรี มันเสียดเเทงเข้ามาในปากเเผล มันเเสบเสียจนเขาต้องขบกรามแน่น  เขาดึงมือข้างนั้นขึ้นมาไว้ที่ขา และใช้มืออีกข้างกดปิดปากแผลไว้ 

เขาเจ็บปวด แต่ไม่ใช่กับบาดแผลทางกายภาพ เขาเจ็บที่ตัวเองไม่สามารถช่วยอะไรคนๆนั้นได้ ทั้งๆที่เขาได้ยินคำขอช่วยเหลือนั่น เขาอ่อนแอ เขามันน่าสมเพช ฮือออออ แกมันอ่อนแอ แกมันน่ารังเกียจ แกมันน่าสมเพช เขาก่นด่าตัวเอง มือข้างที่เจ็บทุบลงกับพื้นเพื่อบรรเทาความรู้สึกอัดอั้นออกจากอก มันไม่ได้ผลหรอก เขารู้ดี รังแต่จะทำให้เขาเจ็บตัวมากกว่าเดิม นั่นหละคือสิ่งที่เขาต้องการ เขาต้องการให้ตัวเองเจ็บปวด ให้สมกับที่ทำอะไรไม่ได้สักอย่าง 



"ลุกขึ้น " แอลเดินเข้ามาสั่ง
เพราะไม่อยากไปอธิบายอะไรหรอกนะ ถึงได้ตามมา เพราะเขามีหน้าที่ต้องคุ้มครองเด็กนี่หรอก ไม่งั้นเขาจะปล่อยให้กลายเป็นอาหารของสิงโตเสียให้เข็ด

ฮักยอนเองก็อยากลุก แต่เขาไร้เรี่ยวแรง กำลังกายก็หมด กำลังใจก็เหือดแห้ง เขาแทบไม่อยากจะหายใจด้วยซ้ำ เขาเป็นฆาตรกร ถึงจะไม่ได้ฆ่าโดยตรงก็เถอะ 

ทำไมสวรรค์ถึงได้กลั่นแกล้งเขานัก มอบพรสวรรค์มาให้ แต่กลับทำให้เขาไม่สามารถช่วยชีวิตใครได้ แบบนี้เขายอมไม่มีพรสวรรค์จะดีกว่า 

"ลุกขึ้นมานะ ฉันบอกให้ลุกขึ้นมา " ผมตะคอกเสียงดัง ไอ้เด็กนี่กำลังทำให้ต่อมความอดทนของผมหมด กะอีแค่ช่วยคนไม่ได้ มันจำเป็นต้องเสียใจร้องไห้ขนาดนี้ด้วยหรือ บ้าสิ้นดี

"ฮืออออ ผมช่วยเขาไม่ได้ ผมทำให้เขาตาย ฮือออ ผมมันเลว " ฮักยอนคร่ำครวญ แล้วเกลือกกลิ้งตัวลงกับพื้น สัมผัสกลิ่นคาวเลือดที่ไหลออกจากร่างกายตัวเอง กลิ่นหญ้าแห้ง กลิ่นไอดิน ผสมปนเปกันไปแต่ก็ไม่เท่ากับกลิ่นความตายที่เขาได้สัมผัส


ผมกระชากเเขนข้างหนึ่งของเด็กนั้นขึ้นมา แต่เด็กนั่นไม่แม้แต่จะพยายามทรงตัว ทำตัวอ่อนปวกเปียกเหมือนพวกหนอนที่ไม่มีกระดูก เพราะเด็กนั่นไม่ปรารถนาที่จะลุก ผมก็เลยปล่อย 



"อยากตายอยู่ตรงนี้มากสินะ " ผมคำรามต่ำๆในลำคอ 

".........................................."

"'งั้นก็ดี ภารกิจจะได้จบลงสักที " ผมดึงมีดออกมาจากเอว โยนมันลงพื้นระหว่างหัวเข่าทั้งสองข้างที่วางอยู่ คราวนี้เด็กนั่นไม่แม้แต่จะขยับหนี 

"..................................."

"งั้นนายก็ฆ่าตัวตายซะ ตายตามคนที่นายช่วยไม่ได้ไปซะ " ผมตะคอก


"......................................."

ผมจ้องมองเด็กนั่นตาไม่กระพริบ บางอย่างในกายกำลังเต้นเร้าที่จะได้เห็นเด็กนั่นตาย อสุรกายในร่างของผมกำลังชื่นชมสิ่งที่ผมกำลังทำ แน่นอนว่า คนอ่อนแอไม่ควรจะมีชีวิตอยู่ 

"เอาเลยสิ จะรออะไรหละ " ผมเร่ง รับรู้ได้ว่าหัวใจของผมกำลังตอบสนองอย่างรุนแรงกับเหตุการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้น 

"แอล คุณมันใจร้าย คุณมันเลือดเย็น " ฮักยอนต่อว่าอีกคนทั้งน้ำตา มือน้อยสั่นระริกเอื้อมไปจับด้ามมีดที่ปักไว้ก่อนจะดึงมันขึ้นมา 

"เอาเลย อย่างงั้นหละ "

ทันทีที่ได้สัมผัสกับด้ามมีด ความรู้สึกก็ถ่าโถมเข้ามาอีกครั้ง หดหู่ หวาดกลัว ปวดร้าว ทุกข์ทรมาน ฯลฯ มีดกำลังตอบสนองต่อเขา แต่แล้วมันก็กระชากเขาให้หลุดออกมา ตอนนี้เขาไม่รับรู้ความรู้สึกจากมีดด้ามนี้แล้ว มีดก็มีความรู้สึกได้ด้วยหรือนี่

"ถ้าฉันเป็นนาย ฉันจะไม่มานั่งร้องไห้คร่ำครวญให้มันเสียแรงหรอกนะ " ผมพูดขึ้น "ฉันจะเก็บแรงไว้ แล้วก็เอาไปใช้ในการแก้เเค้นคนที่มันฆ่า จะฉีกร่างมันออกเป็นสองส่วนให้สมกับที่มันทำกับคนอื่น " ใจผมเต้นแรงทุกครั้งเมื่อนึกถึงการเข่นฆ่าที่โหดเหี้ยม 

"แบบนั้น มันก็ไม่มีทางจบสิ้นสิ ก็ต้องแก้แค้นกันไปกันมา จะต้องให้สูญเสียกันไปอีกเท่าไหร่ถึงจะหยุดได้หละ ไม่เลยแอล มันไม่มีทางจบหากคุณเอาแต่แก้แค้นกันไปกันมา " ฮักยอนเถียง

"แล้วยังไงหละ หรือจะใช้วิธีแบบที่พวกนายทำงั้นหรอ เฮอะ " ผมพ่นลมออกจากจมูก

"มันก็ดีกว่าที่จะต้องมาเข่นฆ่ากันไปกันมาไม่ใช่หรอ " 

"งั้นก็ไปซะสิ ไปคุกเข่า ขอร้อง อ้อนวอนพวกแอสซอยด์ที่มันฆ่าพวกพ้องของนายซะสิ อย่าฆ่าพวกเราเลยนะครับ อย่างงั้นสินะ  ก็เอาสิ ฉันก็อยากรู้เหมือนกันว่าพวกแอสซอยด์มันจะทำอย่างที่นายขอร้องหรือเปล่า ไปสิ ไปตอนนี้เลยมั้ยหละ ฉันพานายไปได้นะ เอามั้ยหละ "

"ถึงอย่างงั้นก็เถอะ......" ฮักยอนเถียงไม่ออก คำพูดเสียดสีและเผ็ดร้อนของแอลเหมือนกับกระจกที่กรีดเฉือนบนเนื้อตัวของเขา และความเป็นจริงของสิ่งที่พูดก็เหมือนกับน้ำกรดที่ราดลงบนบาดแผลนั่น

"พูดไม่ออกหละสิ " ผมไล่ต้อน "เอาเลยสิ ประท้วงการกระทำที่ป่าเถื่อนของพวกแอสซอยด์ด้วยการจบชีวิตของนายเสียสิ พวกนั้นคงสำนึก " ผมยิ้มเยาะ

".............................." ฮักยอนไม่ตอบสนองกับสิ่งที่อีกคนกำลังยั่วยุ 

"แน่หละ นายก็รู้อยู่แล้วว่ามันไม่มีผลอะไร ถึงนายจะตายไปพวกนั้นก็ยังจะฆ่าล้างแวเรียลที่เหลืออยู่ดี แต่ฉันจะไม่ห้ามหรอกนะ อยากตายก็เชิญ ฉันจะได้กลับซิตี้เสียที " ผมหัวเราะในลำคอ ราวกับว่าการเด็กนี้ตายต่อหน้าเป็นสิ่งที่รื่นรมย์อย่างหนึ่ง ก็ไม่ทั้งหมดหรอก มันจะไม่สนุกก็ต่อเมื่อพวกผู้นำถามว่าทำไมเด็กนี้ถึงตาย เมื่อถึงต้องนั้น ผมคงจะอ้างว่า เด็กนี้รู้สึกเสียใจที่ไม่สามารถช่วยใครก็ไม่รู้ที่เขาสัมผัสเสียงขอความช่วยเหลือได้จากอากาศ ก็เลยเครียดจัด อาศัยจังหวะที่ผมเผลอ ขโมยมีดไปแล้วก็จบชีวิตตัวเองลง ผมห้ามไม่ทัน เด็กนี่ก็เลยฆ่าตัวตายสำเร็จ 

ฮักยอนชิงชังสายเลือดเฟลกเมทิกนัก คนพวกนี้เห็นการตายเป็นเรื่องตลกมากหรือไง ชีวิตทุกชีวิตมีค่า  จริงอยู่ว่าวิธีของเขามันจะไม่ได้ผล แต่มันก็ยังดีกว่าที่ต้องไปขโมยลมหายใจของคนอื่นๆไม่ใช่หรือ เขาเกลียดการเข่นฆ่าที่สุด นั่นทำให้ตอนนี้เขาเกลียดผู้ชายคนที่ยืนอยู่ตรงนี้ เกลียดผู้พิทักษ์ของเขาเอง 

บางทีเขาควรทำในสิ่งที่ถูกต้องเสียที มีดในมือก็คมพอที่จะปลิดลมหายใจได้โดยไม่ต้องแทงซ้ำ 
ฮักยอนยันกายให้ลุกขึ้นยืน เขากระชับมีดไว้แน่น แล้วตั้งสติของตัวเองไว้ให้มั่น เขามีโอกาสแค่ครั้งเดียวเท่านั้น 

"อย่านั้นหละ แล้วก็แทงมันเข้าไปที่หัวใจของนายซะ ไปบอกพระเจ้าว่า ผมขอล้างบาปที่ช่วยคนไม่ได้ ผมก็เลยตายตามมา " 

"แน่นอน " ฮักยอนพูดเสียงเย็น ก่อนจะเหยียดยิ้มออกมา "ผมจะแทงทีเดียวมิดด้ามเลย " แล้วเขาก็พุ่งตัวไปที่ร่างสูง 

"ฉึกก " 
ไม่มีเสียงใดหลุดออกมาหลังจากเสียงมีดที่บาดลึกเข้าผิวกายของใครคนหนึ่ง ฮักยอนหลับตาปี๋ นึกหวาดหวั่นกับสิ่งที่ตัวเองทำอยู่ มือไม้สั่นเทาแต่ก็ยังกำด้ามมีดแน่น เขาสัมผัสได้ถึงของเหลวอุ่นๆ กลิ่นคาวเลือด กลิ่นสังกะสีที่ผสมอยู่ในเลือดโชยติดจมูก

"พอใจนายแล้วหละสิ " ผมพูดเสียงเหี้ยม ก่อนจะตวัดแขนออกไป แล้วร่างของเด็กนั่นก็ปลิวออกไป ก่อนจะล่วงลงสู่พื้น ผมไม่ปล่อยให้เด็กนั่นได้หายใจหายคอ ผมโถมร่างตัวเองคร่อมร่างเด็กนั่นไว้ เข่าทั้งสองกดทับแขนเล็กทั้งสองข้างของเด็กนั่นไว้ข้างตัว ก่อนจะคว้ามีดจากมือเด็กนั้นคืน แล้วจรดมันลงที่ลูกกระเดือก 

ฮักยอนลืมตาขึ้นด้วยความเจ็บปวด ร่างทั้งร่างเหมือนจะฉีกขาด แรงกดทับที่เเขนทั้งสองเหมือนกับว่ากระดูกได้แตกละเอียด เขารู้สึกได้ว่ามีดนั้นเริ่มบาดผิวหนังตรงคอลงมาแล้ว  และไม่นานมันก็จะตัดเส้นเลือดรวมไปถึงกระดูกจนขาดวิ่นออกจากร่าง 

"ถ้านายทำไม่ได้ ฉันจะสงเคราะห์ให้เอง " ผมกดมีดลงไปอีก จนเห็นของเหลวสีแดงไหลออกมาเป็นทาง 

นัยย์ตาของฮักยอนเบิกกว้างจนแทบจะถลน เลือดในกายเย็นเฉียบเป็นน้ำแข็งทันทีที่ได้ยินคำพูดประโยคนี้จากปากของแอล 

"กลัวหละสิ " 

"ผ ผะ ผม " ฮักยอนอ้าปากจะพูด แต่ทุกครั้งที่พูดมีดก็ยิ่งบาดลึกเข้ามา 
ความกลัวแผ่ปกคลุมไปทั่วร่างตั้งแต่หัวจรดเท้า เขาเหมือนกับหนูตัวน้อยที่กำลังถูกราชสีห์ตะปป หากโชคดีไม่โดนกินก็คงจะเจ็บสาหัส เพราะอุ้งเท้าของราชสีห์ก็ใหญ่กว่าร่างของหนูเป็นสิบเท่า


"ฉันจะไม่ใจดีกับนายอีกเป็นครั้งที่สอง " ผมพูดขึ้น "เพราะฉะนั้นอย่ารนหาที่ตายอีก หน้าที่ของนายคือรักษาชีวิตไว้เพื่อไปเยียวยาหัวหน้าลองเกฟ อย่าลืมเสียหละ "

ผมลุกขึ้นจากตัวของเด็กนั้น ก่อนจะเดินหลบเข้าไปในป่าลึก ผมต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อกำจัดความอยากนี้ออกจากตัว ไม่งั้น ผมอาจจะพลั้งมือฆ่าเด็กนั้นได้ คงต้องไปหาฆ่าเสือเล่นสักตัวสองตัวหน่อยแล้ว
















** 5 **
"คำทำนาย"
..............................................................................................................




บ่ายวันนี้ฮยอกได้รับคำสั่งให้เข้าพบผู้นำ  

"ก๊อกๆๆๆ " ผมเคาะที่ประตู ไม่นานก็ได้ยินเสียงการเคลื่อนไหวจากข้างใน แล้วประตูก็เปิดอ้าออกมา 

"บิชอฟ " ฮยอกเรียกเขา 

"หัวหน้ารออยู่ นายควรรีบไป " 
ชายคนนั้นกำลังเร่งเขา แหง่หละเขามาสายนี่นะ "อือ รู้แล้วน่า " เขาโบกมือไหวๆ แล้วแทรกตัวเขามาภายใน มุ่งตรงไปที่ห้องทำงานของผู้นำอย่างคุ้นชิน

"ก๊อกๆๆ ผมฮยอกฮะ " เขารายงานตัว

"อือ เข้ามาได้ " เสียงอนุญาตจากคนข้างใน เขาจึงเปิดประตูเข้าไป 

"ท่านเรียกผม มีอะไรหรือเปล่าครับ " เขาถาม

"ต่อไปนี้ นายจะต้องมาทำงานที่นี้ " ชายคนที่นั่งอยู่หลังเก้าอี้พูดขึ้นเรียบๆ 

"เหตุผลหละครับ " เขาถาม 

"เพราะนายจะเป็นสืบทอดตำแหน่งนี้ของฉันหน่ะสิ " 

ว่ายังไงนะ สืบทอดตำแหน่งผู้นำเฟลกเมทิก ไม่หรอก ไม่ใช่แน่ เขาเป็นรองอันดับสอง ไม่ว่ายังไงก็ต้องให้รองอันดับหนึ่งสิ จะเป็นเขาไปได้ยังไงกัน 
"เรื่องนั่นจะเป็นไปได้ยังไงครับ ในเมื่อผมเป็นรองอันดับสอง "

"งั้นนายก็เป็นรองอันดับหนึ่งเสียสิ "

"ท่านหัวหน้า นี่มันไม่ตลกนะครับ " ฮยอกเริ่มขึ้นเสียง 

"นี่ไม่ใช่เรื่องตลก ฮยอก ฉันไม่ใช่คนที่มาพูดอะไรล้อเล่นหรอกรู้มั้ย " ชายคนนั้นจ้องมองผม ดวงตาแข็งกร้าว 

"ผมไม่รับตำแหน่งนี้ครับ ตำแหน่งนี้เป็นของรองแทคอุนครับ ไม่ใช่ของผม " 

"ไม่ฮยอก นายยังไม่เข้าใจอีกหรือ แทคอุนจะไม่กลับมาอีก ไม่ว่ายังไงเขาจะไม่กลับมาที่นี้ "

"อะ อะไรนะ หมายความว่าไงครับ ที่ว่าจะไม่กลับมาหน่ะ หมายความว่ายังไง " ฮยอกถามระล่ำระลัก

"ทำตามที่ฉันบอกก็พอ นายไม่จำเป็นต้องรู้มากไปกว่านี้ แล้วฉันก็หวังว่านายจะเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับ " 

"ผมไม่เชื่อ พี่แทคอุนต้องกลับมา ต้องกลับมา " ฮยอกโค้งคำนับเร็วๆ ก่อนจะวิ่งพรวดออกมาจากห้อง วิ่งตรงมาที่ประตุทางออกโดยไม่สนใจเสียงห้ามของบิชอฟ

เป็นไปไม่ได้ที่พี่แทคอุนจะไม่กลับมา ต้องกลับมาแน่ ไม่ว่ายังไงก็ต้องกลับมา 












** 6 **
"แอสซอยด์"
.................................................................................................................................................
 


หลังจากเหตุการณ์นั่น แอลก็หายเข้าป่าไปเลย ฮักยอนอยากจะขอโทษ ที่ทำตัวงี่เง่าใส่ แต่รอเท่าไหร่ก็ยังไร้แววของแอล นี่ก็ใกล้มืดแล้ว ฮักยอนกลัว ในป่ามีเสียงแปลกๆดังอยู่เกือบตลอดเวลา 

เขาได้ยินเสียงแกร๊กๆ ดังอยู่บนท้องฟ้า ไม่แน่ใจว่าจะใช่นกหรือเปล่า 

"มายืนทำอะไรตรงนี้ "
เสียงของใครคนหนึ่งดังขึ้นมาจากข้างหลัง ทีแรกฮักยอนนึกว่าแอลกลับมาเเล้วแต่ทว่า 

..ฉันเจอนายแล้ว ฉันจะตัดหัวนายออก นายจะไม่เจ็บ...  ฮักยอนสัมผัสได้ถึงความคิดชั่วร้ายจากใครคนหนึ่งที่ยืนอยู่ข้างหลังเขา ไม่แน่ว่าอาจจะกำลังเงื้อมีดอยู่ก็ได้

ฮักยอนไม่กล้าแม้จะหันหน้าไปดู ความตื่นตะหนกแล่นพล่านทั่วร่าง  แล้วเขาก็เริ่มวิ่ง วิ่งด้วยขาที่เจ็บ วิ่งด้วยความเร็วที่ฝืนสุดชีวิต วิ่งด้วยความปรารถนาที่จะเอาชีวิตให้รอดจากเงื้อมือมัจจุราช 

"นายหนีฉันไม่พ้นหรอก แพทลิท " 
ชายคนนั้นวิ่งไล่ตามไปติดๆ มีดในมือกำลังจะเฉือนเนื้อของเด็กนั่นได้อยู่แล้ว แต่เด็กนั่นไหวตัวทันสะนี่ แต่ยังไงก็หนีไม่พ้นอยู่แล้ว 

ฮักยอนวิ่งไม่คิดชีวิต ขาทั้งสองข้างสับกันมาอย่างรู้งาน แต่เพราะได้พักแค่ไม่กี่อึดใจ ก็ต้องมาวิ่งอีก ความเจ็บปวดจึงเริ่มส่งสัญญาณ ฮักยอนได้ยินเสียงชายคนนั้นวิ่งตามมาติด เสียงกิ่งไม้หัก เสียงฝีเท้าเหยียบบนใบไม้แห้ง แล้วก็เสียงแหวกอากาศของอาวุธในมือที่คาดว่าจะตวัดไปมา 

" โอ้ยยยยย " เพราะมัวแต่มองข้างหลัง ฮักยอนจึงไม่เห็นกิ่งไม้ขนาดใหญ่ที่หักลงมาขวางทางไว้ ร่างเล็กเซไถลและล้มลง ใบหน้าไถลไปกับพื้นจนสัมผัสได้ถึงดินที่หลุดเข้ามาในปาก ฮักยอนบ้วนมันทิ้ง และตะเกียตะกายลุกขึ้นยืนอีกครั้ง แต่เพราะขาไปเเตะเข้ากับท่อนไม้ทำให้มันระบม และดูเหมือนจะหักจากข้างใน เพราะแค่เขาขยับตัวก็เจ็บแปล๊บ 

ความหวาดหวั่น พรั่นพรึงเริ่มประดังเข้ามา เสียงฝีเท้าของใครคนนั้น กำลังใกล้เข้ามา เข้ามาเรื่อยๆ จนฮักยอนมองเห็นเงาตะคุ่มๆ ชายคนนั้นมีรูปร่างใหญ่โตราวหมีติดอาวุธ ภายใต้ความมืดเขาเห็นดวงตาคู่นั่นเรืองแสง มันเป็นสีแดงเข้ม และกำลังจ้องมาทางเขาเขม็ง หิวกระหาย สายตาของความหื่นกระหายที่อยากจะฆ่าเขา ชายคนนั้นมาเพื่อฆ่าเขา

ฮักยอนพยายามกลืนก้อนความกลัวที่รื้นมาที่คออย่างยากลำบาก เขาควรหาที่หลบ แต่คงไม่ทัน ชายคนนั้นเห็นเขาแล้ว เขาควรร้องตะโกนให้แอลได้ยิน แต่นั่นจะทำให้ศัตรูรู้ว่าเขาไม่ได้มาคนเดียว ไม่ได้ เขาจะให้แอลมาเจออันตรายกับเขาไม่ได้ อย่างน้อยหากตาย ก็ตายแค่เขาคนเดียว ตายคนเดียวย่อมดีกว่าตายสองคนอยู่แล้ว 

...ฉันจะแทงที่หัวใจของนาย ไม่สิ เดี๋ยวหัวใจก็เละก่อนที่จะควักออกมา งั้นฉันจะคว้านท้องนายก่อน ฉันจะทำให้นายเจ็บปวดทรมานอย่างที่สุด ก่อนที่ฉันจะตัดหัวนาย ...

ฮักยอนสัมผัสได้ถึงจิตมุ่งร้าย เขาได้ยินทุกความคิดของชายคนนั้น มุ่งร้าย อำมหิต และเลือดเย็น  และมันก็เริ่มอัดแน่น เขาหอบหายใจถี่แรง สมองกำลังถูกบีบอัดด้วยจิตอันชั่วร้าย  ตามมาด้วยอาการคลื่นเหียนไหลรื้นขึ้นมาที่คอ จะเขาต้องเอามือขึ้นมาปิดปาก แล้วกลืนมันลงที่เดิม 

ชายคนนั้นถือมีดเล่มยาว เขาเห็นชายคนนั้นตวัดมันขึ้นไปบนอากาศ แล้วก็ฟันฉับลงมา เสียงเเหวกอากาศของโลหะดังเเสบแก้วหู 

"แพทลิทเอ่ย ฉันเจอนายแล้ว " 
ชายคนนั้นพูดกับเขา น้ำเสียงชวนขนลุก เขาเห็นเขี้ยวคมวับที่อยู่ในปากชวนสะอิดสะเอียน ริมฝีปากหนาผิดรูป จมูกโตคล้ายรูปชมพู่ และดวงตาสีแดงราวกับย้อมด้วยเลือดก็ไม่ปาน  เขาเห็นคราบเลือดบนเสื้อที่แอสซอยด์สวมใส่ ไม่แน่ว่าอาจจะเป็นเลือดของคนที่เขาได้ยินก่อนหน้า 

"อย่าทำอะไรผมเลยนะฮะ " ฮักยอนอ้อนวอน พร้อมกับถอยหลังให้ห่าง แต่เขาช้าไป มือใหญ่ราวใบตาลนั่น จับเข้าที่ข้อเท้าข้างที่เจ็บได้พอดิบพอดี  "โอ้ยยยย เจ็บ "  ฮักยอนดิ้นสะบัด แต่ชายคนนั้นคล่องแคล่วกว่า เขาหมุนตัวอย่างรวดเร็วจนฮักยอนหายใจแทบไม่ทัน และตรึงเขาไว้ด้วยสายตาดุดัน มีดเล่มนั้นค้างอยู่บนอากาศและพร้อมจะพุ่งทะลุร่างกายเขาได้ทุกเมื่อที่ชายคนนั้นต้องการ

"โอ๋ๆๆ นายเจ็บหรอเด็กน้อย ฉันจะทำให้นายหายเจ็บเอามั้ย " 

...ฉันฟันฉับเดียวเท่านั้นแหละ นายก็จะหายเจ็บ ....

ฮักยอนขนลุกซู่เมื่อสัมผัสได้ถึงความคิดของเขา เขาพึ่งตระหนักว่าสิ่งที่แอลพูดเป็นความจริงทุกประการ พวกแอสซอยด์จะไม่มีทางเห็นใจเขา ไม่ว่าเขาจะขอร้องอ้อนวอน แอล ผมขอโทษ 

มือใหญ่ที่จับข้อเท้าของเขาออกแรงกระชากเต็มแรง จนร่างของเขาไถลไปตามแรงดึง
 "โอ้ยยยยยย "  ฮักยอนร้องเสียงดังลั่น น้ำตารื้นขึ้นมาที่ขอบตาร้อนๆ และไหลออกมาเพราะความเจ็บปวด

มือใหญ่คว้าหมับเข้าที่ต้นคอของเขา ยกร่างของฮักยอนขึ้น เท้าทั้งสองข้างลอยลิ่วอยู่บนอากาศ เเรงบีบต้นคอทำให้อากาศผ่านเข้าออกลำบาก ฮักยอนหายใจไม่ออก ลมหายใจติดขัด ดวงตาเบิกกว้างแต่ไม่สามารถโฟกัสจุดใดๆได้เลย 
ฮักยอนกำลังจะตาย ขอโทษนะครับพ่อ ขอโทษนะครับหัวหน้า ผมไม่สามารถรักษาชีวิตของตัวเองไว้ได้ ขอโทษนะ แอล ทั้งที่คุณบอกให้ผมรักษาชีวิตไว้แท้ๆ 

ฮักยอนรับรู้ได้ถึงแรงเหวี่ยง ใช่แล้ว เขาถูกเหวี่ยง และกำลังลอยละลิ่วอยู่บนอากาศ และคงจะไปชนเข้ากับต้นไม้สักต้นแล้วก็ขาดใจตายเพราะทนความเจ็บปวดไม่ไหว หรืออาจจะตกลงบนพื้นแล้วหัวก็กระเเทกเข้ากับก้อนหินสักก้อนบนพื้นแล้วสมองก็หยุดสั่งการ เเล้วเขาก็ตาย จากนั้นชายคนนั้นก็จะควักหัวใจของเขาออกมา แล้วก็ฟันที่คอของเขาจนขาดออกจากกัน ก่อนจะทิ้งไว้ให้เป็นอาหารของพวกสัตว์ในภูเขาลูกนี้  

อย่างน้อยก็ไม่ตายเปล่า อย่างน้อยก็ยังเป็นอาหารให้พวกสัตว์ได้ประทังความหิวได้บ้าง 

ไม่รู้ว่าเป็นเพราะสมองของฮักยอนคงถูกกระทบกระเทือนอย่างหนักหรือเปล่า ก่อนที่สติของเขาจะขาดวิ่นและลอยละล่องออกจากร่าง เขากับรู้สึกว่าเขาไม่ได้ตกลงบนพื้นหรือว่าชนเข้ากับต้นไม้เลยสักต้นเดียว.....









TBC
#ยังไม่แก้คำผิด



คำอธิบายสำหรับตอนนี้ : หากใครได้อ่านอินโทรมาบ้างก็รู้ว่าเวเรียลไม่ได้มีแค่สามพวก แต่มีอีกพวกนึงที่โหดร้ายกว่า นั่นก็คือแอสซอยด์ค่ะ และสำหรับตอนนี้เราจะอธิบายลักษณะของแอสซอยด็กันค่ะ
แอสซอยด์ เป็นแวเรียลกลุ่มที่หัวรุนแรงและป่าเถือน เป้าหมายของพวกนี้ก็เหมือนกับวายร้ายทั่วไปที่ต้องการครอบครองโลกนี้แต่เพียงผู้เดียว ลักษณะของแอสซอยด์จะมีลักษณะสูงใหญ่ ริมฝีปากหนา และมีเขี้ยวงอกออกมา พวกนี้จะมีดวงตาสีแดงและเรืองแสงในเวลากลางคืน อาวุธที่มักจะพักติดต่อตลอดก็คือดาบค่ะ เอาไว้สำหรับบั่นคอเหยื่อหรือว่าศัตรู แต่อาวุธลับของพวกนี้ก็คือพิษร้าย ที่คิดค้นขึ้นมาเอง จนหายาแก้พิษได้ยาก หากโดนพิษเข้าไป ก็อาจตายได้ในไม่กี่นาที ฟังดูโหดร้ายมาก นั่นแหละค่ะ จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมแอลถึงต้องมาเป็นคนคุ้มครองฮักยอน เพราะพวกแอสซอยด์มันแข็งแกร่ง


++++อย่าลืมคอมเมนต์กันเยอะๆนะคะ ฝากเรื่องนี้ไว้ในใจของรีดเดอร์ด้วยนร้าาาาา





























 






























ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

337 ความคิดเห็น

  1. #252 SS_nightmare34 (@SS_nightmare34) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2559 / 02:07
    พลอ.คนใจร้ายยยยยยยยยยย ไร้หัวใจ คนนิสัยไม่ดี มาทำตัวแบบนี้กะพี่เอ็นนะ เดี๋ยวเถอะๆๆๆๆๆๆๆ
    #252
    0
  2. #208 PETDA (@137-411) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2559 / 23:10
    อิพลออออออออออออออ เเกจะทำเเบบนั้นกะพิเอ็นไม่ได้
    สงสารพิเอ็นมากเลย คำพูดพลอ.เจ็บมากกใช่ซี้ไม่มีความรู้สึกนิ คนมีความรู้สึกเค้าไม่พูดกันหรอก
    เเต่ถ้ามองอีกมุมนึงพลอ.ก็พูดถูกนะฮะไม่มีใครช่วยคนอื่นได้ทุกคนหรอก พิเอ้นก้ควรฟังพลอ.บ้าง
    เอาเลยพิเอ็นฆ่าพลอ.ไปเลยยยยไม่ต้องรักกันเเล้ว หมั่นไส้พลอ.

    คำทำนายของท่านผู้นำนี่หมายถึงอะไรพลอ.จะตามหรอไม่น๊าาาาาาาา
    รู้สึกไม่ค่อบชอบตัวละครบิชอฟเฉยเลย5555 เเต่ตอนนี้รู้สึกว่าเหมือนฮยอกมีความรู้สึกเลยตอนคุยกะท่านผู้นำ

    ตายยยยยยพลอ.มาช่วยพิเอ้นเลยนะจะโดนเเอสซอยด์ฆ่าอยู่เเล้วเนี้ย
    คิดว่าที่พิเอ็นไม่เจ็บตอนท้านน่าจะเพราะพลอ.มาทันเเน่ๆๆ เเต่อยากเห็นพลอ.ใช่พรสรววค์ของตัวเองเเ้ล้วสิ

    รู้สึกว่าพรสวรรค์ของพิเอ็นไม่ค่อยช่วยพิเอ้นเลย ไรต์สู้ๆๆนะฮะ

    #208
    0
  3. #18 mymelody (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2559 / 00:10
    สนุกจริงๆ สงสารฮักยอนจังเลยอ่ะ อ่านแล้วเจ็บปวดแทนเลย ช่างมองโลกในแง่ดีและอ่อนโยนมาก อิพี่แทคอุนก็จิตใจโหดเกิ้นน ดูไม่ค่อยอยากจะทำภารกิจเลย ในใจคิดว่านี่แกจะฆ่าคนที่แกมาคุ้มครองเลยเหรอ เจ๋งดีอ่ะ5555 แถมยังมีเรื่องแปลกๆกับตำแหน่งหัวหน้านั่นอีก โอะ ตั้งตารอตอนต่อไป อัพไวๆนะค้าาา ไรท์เตอร์ฉันรักคุณ มันดีงามมาก
    #18
    1
    • #18-1 mineyminmin (@mineyminmin) (จากตอนที่ 3)
      21 มิถุนายน 2559 / 14:07
      แทคอุนเป็นเด็กมีปม งือออ นางก็เลยโหดแบบนี้
      #18-1
  4. #15 Aelove (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2559 / 23:21
    อยากอ่านต่อแล้วค่ะ
    #15
    0
  5. #14 ♡ベスト (@soul-za) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2559 / 22:35
    อิชั้นว่าแล้วว่าก่อนจะถึงที่หมายคงมีเลือดตกอย่างออกกันก่อน
    แต่ก็ไม่คิดว่าชายชาจะเจ็บตัวขนาดนี้ เหมือนโดนมีดปักกลางใจ ฮืออ

    แฮ่มม อิพลอ. อิโรบอท อิคนไร้หัวใจ ค่อดร้ายกาจ 5555555
    ทำไมไปทำกับตัวเล็กแบบนั้น แล้วจะมาช่วยเขาม้อย
    ใจเย็นเข้าไว้พี่ ชายชาเขาตัวบางกว่าพี่เยอะเดินเขาลงห้วยก็ต้องเหนื่อยเร็วเป็นธรรมดามั้ยล่ะะะ

    นี่แอบขำความคิดนาง ตายไปไม่เสียปล่อยเป็นอาหารให้สัตว์ป่า
    โอ้ยยย นี่คนหรือนางฟ้าค่ะ จิตใจงดงามเหลือหลายยยย
    #14
    1
    • #14-1 mineyminmin (@mineyminmin) (จากตอนที่ 3)
      21 มิถุนายน 2559 / 14:09
      พลอ ฝากมาบอกว่า เก๊าขอโทดดดดด
      #14-1
  6. #13 ทหารเรือ (@bellem) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2559 / 14:01
    มีความสงสารฮักยอนแรง ทำไมรุนแรงกับนางเหลือเกิน ฮื่อออออ
    #13
    1
    • #13-1 mineyminmin (@mineyminmin) (จากตอนที่ 3)
      21 มิถุนายน 2559 / 14:09
      อีพี่เป็นคนชอบความรุนแรงค่ะ ///ผิดๆ อิอิ
      #13-1
  7. #11 FeeFa (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2559 / 02:55
    สงสารคนตัวเล็กมั่งเหอะพ่อสูงโปร่ง แอลจ๋าา...แหมเดะก็ไม่ให้รักกะฮักยอนของเราเลยนี่ ชิชะจะฆ่าคนที่เป็นคู่เเกหราา สู้ๆน้าฮักยนน

    ยังไงๆแอลก็หนีฮักยอนไปไหนไม่ได้หรอกสุดท้ายก็รักฮักยอนเราอยู่ดี ห้ามนอกใจ คึคึ สู้ๆน้าาไรท์
    #11
    1
    • #11-1 mineyminmin (@mineyminmin) (จากตอนที่ 3)
      21 มิถุนายน 2559 / 14:11
      ขอบคุณที่ติดตามนะคะ ปลื้มมม
      #11-1
  8. #10 youaholic (@youaholic) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2559 / 01:20
    เลโอ๊ววววว พี่ค่อดเลว ฮือ สงสารเอ็นมากตอนนี้ แต่อย่างน้อยตอนสุดท้ายก็มาช่วยทันใช่มั้ยคะ ,_,
    #10
    1
    • #10-1 mineyminmin (@mineyminmin) (จากตอนที่ 3)
      21 มิถุนายน 2559 / 14:11
      พลอ ฝากบอกว่า อย่าด่าเลาเลย เรากลัวแล้ว อิอิ
      #10-1
  9. #8 Cin Sister (@-1cin1-) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2559 / 00:32
    อืมมมม ทำไมแทคอุนถึงโหดร้ายขนาดนเน้ ฮักยอนน่าสงสารจริงจัง TT
    #8
    1
    • #8-1 mineyminmin (@mineyminmin) (จากตอนที่ 3)
      21 มิถุนายน 2559 / 14:13
      แทคอุนเป็นคนมีปมค่ะ รอให้คลายปมก่อน เดี๋ยวก็คงดีขึ้น หรือ? อิอิ
      #8-1