ตอนที่ 7 : The bodyguard 6

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 367
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    7 ก.ค. 59

 #ฟิคเรื่องนี้ไม่ใช่แนวรักโรแมนติก รักสามเศร้า รักดราม่า หรือรักคอมเมดี้ เหมาะกับผู้อ่านแนวแฟนตาซีทุกคน 

[The war of variant 1]
#The bodyguard 
Chapter 6 : การเดินทาง 5


** 16 **
" ช่วงเวลาพิเศษ "
........................................................................................................


คำถามมากมายเกิดขึ้นมาหลังจากที่ผมสามารถคืนสติกลับมาได้ ถึงจะไม่ได้กลับมาสมบูรณ์ร้อยเปอร์เซนต์ก็เถอะ

     บางส่วนของความทรงจำหายไปอีกแล้ว

คราวนี้ไม่ใช่ส่วนที่ทำให้ผมรู้สึกค้างคา นั่นเป็นสิ่งที่ดี  แต่ไม่หรอก ถ้าเลือกได้ผมไม่อยากให้ความทรงจำหล่นหายไปแม้แต่น้อย อยากเก็บมันไว้ ทุกช่วงเวลาที่ได้อยู่ด้วยกัน กับฮักยอน 

เด็กที่เอาชีวิตเข้าเสี่ยงเพื่อช่วยให้ผมกลับมาอยู่ตรงนี้ได้ 




ในความทรงจำ ผมเห็นกลุ่มก้อนของจิตสีขาวที่แว้บขึ้นมาจากที่ไหนสักแห่ง ทีเเรกมันอยู่ไกลเอามากๆ แต่ท้ายที่สุดมันขยับเข้ามาใกล้จิตของผม จากความหนาวเหน็บก่อนหน้าถูกแทนที่ด้วยความอุ่นซ่านเมื่อก้อนสีขาวพวกนั้นห่อหุ้มตัวจิตของผมไว้ แสงของมันสว่างทว่าอบอุ่น  แต่แล้วบีซีซีก็เริ่มต่อต้าน มันแผ่ขยายตัวเป็นเหมือนก้อนเมฆสีดำที่พยายามจะห่อหุ้มส่วนของจิตของผมไว้ และอีกส่วนหนึ่งมันก็พยายามจะกลืนกินกลุ่มจิตสีขาวสว่างของอีกคน

"ฮักยอน น " ผมตะโกนเรียกสุดเสียง (ในความรู้สึก)

     ไร้การตอบรับ 

กลุ่มจิตสีขาวตอนนี้กำลังเปลี่ยนเป็นสีเทาเข้ม คงเพราะถูกจิตสีดำเข้าแทรกแซง นั่นยิ่งทำให้จิตของผมดิ้นทุรนทุราย

"อย่าเป็นอะไรนะ ไหนนายบอกว่าถ้าฉันไม่อนุญาตนายก็จะไม่ตายไง ก็นี่ไง... ฉันกำลังสั่งอยู่นี่ไง นายห้ามตายเด็ดขาด ได้ยินไหม... ห้ามตาย ห้ามบาดเจ็บ ห้ามเป็นอะไรเด็ดขาด "


ฮักยอนที่กำลังถูกดูดลงหลุมแห่งจิตมืดเริ่มมีปฏิกิริยาตอบสนองต่อเสียงของแอล

     เสียงนี่มัน แอล คุณหรอครับ? แม้ในความมืดมิดเสียงของคุณก็ยังคอยเป็นแสงสว่างให้กับผม ยังคอยเป็นสิ่งที่นำทางให้ผมเดินต่อไป รู้อะไรมั้ยครับ ผมเกือบจะยอมแพ้อยู่แล้ว แต่พอได้ยินเสียงของคุณ หัวใจของผมมันก็สั่งให้ผมฮึดสู้ เพราะงั้นผมจะสู้ครับ ต่อให้ไม่มีทางก็เถอะ ผมจะสู้เพื่อให้ได้กลับไปเห็นหน้าคุณอีกครั้ง ได้เห็นแววตาเย็นชาคู่นั้น  ผมจะกลับไปอย่างปลอดภัย รวมไปถึงช่วยคุณให้กลับไปด้วย เราจะกลับไปด้วยกันครับ แอล เราจะต้องกลับไปอยู่ด้วยกัน


ด้วยแรงใจที่เต็มเปี่ยม ทำให้จิตของฮักยอนเข้มแข็งขึ้น เขาเพ่งสมาธิเพื่อขับไล่จิตสีดำให้ออกจากภายในจิตสีขาวของเขา 

"อึก " ฮักยอนขย้อนของเสียออกจากร่าง 

ยังหรอกแค่นี้ยังไม่พอ ก้อนจิตสีดำหายไปจากจิตของเขาแล้ว  พวกมันถอยร่นกลับไปตั้งหลัก และแผ่ปกคลุมส่วนของจิตอีกคนแทน จากในตอนแรกว่ายากแล้ว ตอนนี้ฮักยอนบอกได้เต็มปากเลยว่า ยากยิ่งกว่า

แต่ไม่เกินความสามารถของเขาแน่ ฮักยอนบังคับจิตตัวเองให้เปลี่ยนสภาพเป็นเส้นเล็กๆเพื่อให้เคลื่อนเข้าไปใกล้กลุ่มควันสีดำ และสอดจิตตัวเองผ่านช่องว่างเล็กของจิตบีซีซี จนสามารถพาจิตตัวเองเข้ามาข้างในได้ 

ซึ่งก็แปลว่า ตอนนี้จิตของฮักยอนถูกอ้อมล้อมด้วยกลุ่มจิตสีดำมหึมาที่เคลื่อนตัวหมุนเป็นวง รอบล้อมเพื่อไม่ให้หนีรอดออกไปไหน

แล้วใครสน จิตของฮักยอนพุ่งตรงเข้าหาจิตของแอลโดยทันทีที่มองเห็น  ฮักยอนเปลี่ยนรูปร่างจิตของตัวเองจากเส้นเล็กเป็นกลุ่มหมอกสีขาว แล้วขยายเข้าไปกลืนกินจิตสีดำจางๆของเเอลไว้ จนตอนนี้จิตของเขาและจิตของแอลหลอมรวมกันเป็นหนึ่ง  

เขาบังคับจิตของตัวเองที่ตอนนี้โอบอุ้มจิตของแอลไว้ ให้เคลื่อนผ่านกลุ่มหมอกสีดำที่กำลังทำตัวเป็นกำแพงกั้น

กลุ่มก้อนสีดำแปรสภาพจากก้อนเมฆเป็นหยดฝน เพียงแต่ไม่ได้ชุ่มชื่นเพราะมันเป็นเหมือนกับเข็มเเท่งเล็กแหลมที่ทิ่มและปักลงบนจิตของคนที่กำลังเคลื่อนผ่าน 

จิตของฮักยอนกำลังบอบช้ำ จะด้วยโดนจิตของบีซีซีเล่นงาน หรือด้วยที่ร่างกายยังไม่ฟื้นตัวจากการเยียวยารอบก่อนก็เถอะ ตอนนี้ร่างกายที่เป็นภาชนะอ่อนแอจนแทบจะครองสติอันน้อยนิดไว้ไม่ไหว

มันยังไม่พร้อมที่จะรองรับความเจ็บปวดอีกครั้ง หากเขายังดึงดันที่จะดึงกลุ่มความเจ็บปวดเหล่านี้ออกไปอีกแล้วหล่ะก็ เขาอาจจะโดนจิตชั่วร้ายครั้งก่อนเข้าควบคุม ท้ายที่สุดเขาก็อาจจะตาย

"อึก " ฮักยอนกระอักเลือดออกมา

     ไม่มีเวลาแล้ว ฮักยอนบอกตัวเอง  

แรงใจเฮือกสุดท้ายถูกส่งออกไปแล้วดึงกลุ่มจิตทั้งสองให้ออกมาพ้นจากเครือข่ายมืดแบบฉิวเฉียด 

จิตของฮักยอนเปลี่ยนรูปร่างกลับมาเป็นก้อนจิตสีขาวอีกครั้ง เพียงแต่ครั้งนี้สีขาวมีสีดำปนอยู่ด้วยเป็นจุดๆ ไม่ได้ขาวสว่างไร้มลทินเหมือนก่อนหน้า เพราะมันเป็นผลของการเยียวยา เมื่อใดก็ตามที่เขาทำการเยียวยา เขาจะสูญเสียความสว่างของจิตตัวเองไป แล้วเมื่อใดก็ตามที่สีขาวของจิตถูกกลืนกินจนหมด ก็แปลว่าตอนนั้นเขาเยียวยาอีกต่อไปไม่ได้ หรือเรียกอีกอย่างง่ายๆก็คือ ตาย

ข้อเสียของการเยียวยาก็เป็นแบบนี้ ใครเขาก็เป็น เพียงแต่คนอื่นสามารถฟื้นฟูมันได้ แต่ไม่ใช่กับฮักยอน 


     ......อาาา ถึงเวลาต้องพักแล้วสินะ แอล คุณเองก็ต้องพักผ่อนเหมือนกันนะ.....





          

























ผมขยับเข้าไปประคองร่างเล็กที่ไร้สติของฮักยอนขึ้นมาไว้แนบอก ตัวเด็กคนนี้ไม่ได้ร้อนแล้ว  นี่เป็นเรื่องดีหรือ? ผมคิดว่าไม่น่าใช่

ผมประทับริมฝีปากลงกับปากนุ่มของอีกคน ละเลียดริมฝีปากตัวเองกับของอีกคนไปมา พร้อมส่งผ่านความร้อนจากริมฝีปากของตัวเองให้กับริมฝีปากเย็นของฮักยอน

ไม่ได้ลุกล้ำเข้าไปข้างใน ผมทำเพียงแค่ประทับจูบแผ่วเบา

"อื้ออ...."
เสียงครางเล็กๆดังขึ้นมาจากลำคอยาวระหงส์ 

ผมผละจูบและขยับออกมาเพื่อให้เห็นหน้าอีกคนได้ถนัด 

"เป็นไงบ้าง " 

เด็กนั่นปรือตามองผม แววตาปลื้มปิติฉายชัดผ่านดวงตากลมสวยที่กำลังเอ่อล้นด้วยหยาดน้ำสีใส

     เด็กนี่ตื่นมาก็ร้องไห้เลย

ผมก้มลงไปจูบซับน้ำตา ก่อนจะคลี่ยิ้มบางๆให้กับอีกคนที่แก้มกำลังขึ้นสีแดงเล็กๆ
"ขอบใจมากนะฮักยอน ขอบใจที่ข่วยฉันไว้ แล้วก็ขอบใจที่รอดกลับมา " 

"แอล " ฮักยอนน้ำตาไหล หัวใจดวงน้อยกำลังเบ่งบานและเต้นแรงด้วยความสุขที่มากล้น เขาช่วยแอลได้ เขาเห็นรอยยิ้ม

     รอยยิ้มอบอุ่นของเเอล มันงดงามจริงๆ  

ฮักยอนยกมือขึ้นไปจับโครงหน้าเรียวของแอลไว้ด้วยมือทั้งสองข้าง มือน้อยลูบไปมาราวกับไม่เชื่อว่าสิ่งที่เห็นเป็นโลกความจริง มุมปากยกขึ้นเมื่อสัมผัสถึงความมีชีวิตผ่านมาทางฝ่ามือ

     นี่ไม่ได้ฝัน แอลจริงๆ 

"นายกำลังจะทดสอบความอดทนของฉันใช่ไหม? " ผมยิ้มกริ่ม ก่อนจะก้มลงไปจูบซับถ้อยคำที่อีกคนกำลังจะเอื้อนเอ่ย 

"นายหวานชะมัด " ผมกระซิบเสียงแหบพร่า เมื่อสติของตัวเองเริ่มกระเจิดกระเจิงเพียงเพราะแค่จูบไม่กี่ครั้ง

ฮักยอนเบือนหน้าหลบ ด้วยที่ตอนนี้หน้าของเขาเห่อร้อนและขึ้นสีแดงน่าอาย


ผมอยากจูบอีกครั้ง แต่เวลาของผมเหลือน้อยแล้ว ต้องเยียวยาตัวเอง ต้องซ่อมแซมจิตที่เกิดช่องโหว่งอยู่ตอนนี้ ถ้าไม่รีบสร้างเกาะป้องกันไว้ บีซีซีอาจจะเข้ามาแทรกแซงได้ทุกเมื่อ

"ฟังให้ดีนะฮักยอน " ผมประคองใบหน้าสวยให้หันกลับมาทางผม "ขอบใจมากที่ช่วยฉันไว้ แต่ทีหลังอย่าทำแบบนี้อีก มันอันตราย นายอาจจะตายได้หากออกมาไม่ทัน "

"ผมเต็มใจ ต่อให้คุณห้ามผมก็ยังจะทำแบบนั้นอีก " 

"เด็กดื้อ " ผมย่นจมูกใส่ ก่อนจะกดมันลงบนหน้าผากกลมมน แล้วสูดเอากลิ่นหอมอันน่าหลงไหลไว้ให้เต็มปอด "ถ้านายเป็นอะไรไปฉันจะทำยังไง "

"ผมไม่ยอมเป็นอะไรหรอกครับ ถ้าคุณไม่อนุญาต ต่อให้กระดูกแตกเป็นเสี่ยงๆ ผมก็จะกัดฟันมีอยู่ชีวิตอยู่ต่อไป " 

"นายนี่มัน " ผมส่ายหน้าไปมาเบาๆกับความดื้อผสมความน่ารักน่าเอ็นดูของอีกคน "แค่ตอนนี้เท่านั้นที่ฉันจะสามารถพูดในสิ่งที่หัวใจต้องการได้ จำมันให้ดีนะ นายเป็นสิ่งสำคัญสำหรับฉัน ต่อไปนี้ไม่ใช่เพราะภารกิจที่ทำให้ฉันปกป้องนาย แต่เพราะฉันอยากปกป้องด้วยตัวฉันเอง  จะไม่มีวันยอมให้นายเป็นอะไร นายต้องมีชีวิตอยู่ เพื่อตัวนายเอง แล้วถ้าหากฉันสำคัญกับนาย ก็ช่วยรักษาขีวิตนายเพื่อฉันด้วย "

"แอล ฮึก " ฮักยอนปัดน้ำตาที่ไหลออกมาปิดบังการมองเห็นออกให้พ้น หัวใจดวงน้อยถูกเติมเต็มด้วยถ้อยคำที่มีค่าที่สุดสำหรับเขา ฮักยอนคลี่ยิ้มออกมา ก่อนจะขยับขึ้นไปมอบจูบไม่ประสีประสาแทนความรู้สึกที่มีอยู่ในอกตอนนี้ 

"คุณสำคัญกับผมมากๆครับ แอล คุณเป็นคนเดียวที่ทำให้ผมอยากมีชีวิตอยู่ ฮึก ผมจะรักษาสัญญาไว้เป็นอย่างดี คุณก็เหมือนกัน อย่าทิ้งผมไปไหนอีกนะครับ "

"อือ " ผมพยักหน้า  "ฟังนะ ฮักยอน ฉันจะต้องสร้างเกาะคุ้มครองจิตของตัวเองแล้ว เเล้วเมื่อฉันสร้างมันเสร็จฉันจะกลับเป็นแอลคนเดิม คนที่ปากร้าย และเเสนเย็นชา "

"เอ๋ ทำไมหละครับ "

"เพราะไม่งั้น บีซีซี จะเข้าแทรกเเซงจิตของฉัน แล้วมันก็จะควบคุมตัวฉัน " ผมอธิบาย

"คุณตัดมันออกจากจิตไม่ได้หรอครับ " ฮักยอนถามอย่างเอาแต่ใจ 

"ฉันทำไม่ได้ ฉันออกจากเครือข่ายนี้ไม่ได้ จนกว่าจะตาย " 

"ทำไมกัน " ฮักยอนมองอย่างปวดร้าว มือน้อยกุมมือหนาเอาไว้แน่นเพราะรับรู้ถึงความโศกเศร้าที่แผ่ออกมา แอลกำลังเสียใจ ฮักยอนก็เหมือนกัน ทำไมถึงตัดออกจากข่ายบีซีซีไม่ได้ ฮักยอนไม่เข้าใจสักนิด "โครงข่ายนี้ทำร้ายคุณ ทำไมถึงตัดมันออกไม่ได้หละ "

"เพราะถ้าฉันตัดมันออก ฉันก็จะตาย "

ฮักยอนอ้าปากค้าง หัวใจดวงน้อยกระตุกและหล่นวูบลง เมื่อได้ยินถ้อยคำอันน่าหวาดหวั่น ถ้าแอลออกจากข่ายบีซีซี ก็จะตาย ไม่ได้ ฮักยอนจะยอมให้เป็นแบบนั้นไม่ได้ "แต่ผมไม่เข้าใจครับ "

"มันค่อนข้างอธิบายยาก แต่ฉันจะสรุปให้ฟังง่ายๆก็แล้วกัน ความจริงแล้วบีซีซีถูกสร้างขึ้นมาช่วยไม่ให้พวกเราต้องเจ็บปวดจากการสูญเสียการควบคุม การควบคุมที่ว่าก็คือ การเกิดความรู้สึก แล้วเมื่อพวกเราเกิดความรู้สึกเราก็จะเจ็บปวด แบบที่ฉันเป็นอยู่ในตอนนี้ มันเป็นเงื่อนไขทางกาย หากเกิดความรู้สึก ร่างกายก็จะตอบสนองโดยการสร้างความเจ็บปวดขึ้นมา  แล้วเมื่อเราเจ็บปวดมากๆ บีซีซีก็จะเข้ามาควบคุมเราทำให้ความเจ็บปวดเหล่านั้นหายไป รวมไปถึงจิตสำนึกของพวกเราก็จะหายไปด้วย เพื่อที่จะได้ซ่อมแซมจิตให้เข้มแข็งและปราศจากความรู้สึก และถ้าไม่มีบีซีซีคอยช่วยพวกเราก็จะตายด้วยที่ทนความเจ็บปวดไม่ไหวไงหละ"

"ฟังเหมือนมันจะดีนะครับ แต่ทำไมผมถึงไม่ได้รู้สึกอย่างนั้นเลย "

"เพราะเมื่อบีซีซีออกไป ก็จะนำความทรงจำในช่วงเวลาเหล่านั้นออกไปด้วยนะสิ "

"เหมือนตอนนั้น " ฮักยอนว่า "แต่ตอนนั้นตอนคุณมีความรู้สึกคุณก็เจ็บปวดหนิ แล้วทำไมตอนนี้ถึงไม่เห็นเป็นอะไร"

"นั่นเพราะนายไงหละ ฮักยอน "

"ผมหรอครับ?  " ฮักยอนนิ่วหน้าด้วยความไม่เข้าใจ

"ใช่ เพราะนาย เพราะจิตของนายห่อหุ้มจิตฉันอยู่ " ผมเกลี่ยคราบน้ำตาที่ไหลออกมาเปื้อนแก้มสวย "ตอนนี้ถึงเวลาที่ฉันจะต้องปกป้องจิตของตัวเองแล้ว คลายมันออกเถอะนะ จิตของนายหน่ะ "

ฮักยอนก้มหน้าหนี พร้อมกับส่ายหน้าน้อยๆ 

"ผมทำไม่ได้ "

"นายทำได้ฮักยอน ปล่อยเถอะนะ เพื่อตัวนายเองและก็เพื่อตัวฉัน ตอนนี้นายเองก็อ่อนแอเต็มที " ผมตะล่อม

"ผม....."

"นี่เป็นคำสั่ง นายไม่ขัดคำสั่งฉันอยู่แล้วหนิ จริงมั้ย "

"จะมีทางไหมครับ ทางที่จะช่วยให้คุณออกมาจากโครงข่ายนั้นโดยที่คุณไม่เป็นอะไร " ฮักยอนเงยหน้าถาม

"อาจจะมีทาง แต่ฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกัน ไม่เคยมีใครพยายามออกจากเครือข่ายบีซีซีเลย " ผมพูดพลางถอนหายใจออกมาเบาๆ กับความหนักอึ้งที่มีอยู่ตอนนี้ ไม่รู้ว่าผมทำถูกหรือเปล่าที่กักฮักยอนไว้กับตัวแบบนี้ กับคนที่ไม่มีทางจะทำตามเสียงของหัวใจได้ ฮักยอนเต็มเปี่ยมไปด้วยความรู้สึก และปรารถนาที่จะถูกเติมเต็ม แต่ผมกลับให้ไม่ได้เลยสักนิด แบบนี้เท่ากับว่าผมเห็นแก่ตัว  "บางที นายไม่จำเป็นต้องอยู่เคียงข้างฉันก็ไ..."

"ไม่ครับ ผมจะทำ จะอยู่เคียงข้างคุณ จะไม่ไปไหน ต่อให้คุณขับไสไล่ส่งผมก็จะดื้อด้านอยู่ตรงนี้ ผมจะเป็นของคุณ คนเดียวเท่านั้น " ฮักยอนซุกหน้าเข้าหาอกแกร่ง เพื่อยืนยันสิ่งที่ตัวเองตั้งใจไว้

ไม่ปล่อยมือหรอก กว่าจะได้จับมือมันยากแค่ไหน แล้วจะให้มาปล่อยไปง่ายๆได้ยังไงกัน ต่อให้มีความหวังแค่หนึ่งในล้าน อ้อไม่สิต่อให้มีหวังแค่หนึ่งในพันล้านก็เถอะ เขาก็จะหวัง จะไม่ยอมแพ้

"ทำไมนายดื้อจังนะ "ผมกระชับอ้อมแขนเข้ามาเพื่อให้ได้สัมผัสถึงเสียงหัวใจที่กำลังเต้นแรงแข่งกันอยู่ตอนนี้ " ขอบใจนายมากนะ ฮักยอน คนดีของฉัน "


.....
















** 17 **
" คนเดิมที่ไม่เหมือนเดิม "
...................................................................................................................................







เหมือนกับว่าผมหลับไปนานเป็นปี พอตื่นขึ้นมาอีกทีมันก็เหมือนกับอะไรหลายๆอย่างเปลี่ยนไป 

     ผมหลับไปตั้งแต่เมื่อไหร่ นี่เป็นคำถามที่ไม่น่าจะหาคำตอบได้

          แล้วไอ้เด็กคนนี้มานอนข้างๆผมได้ยังไง หนำซ้ำยังพาดท่อนแขนบนตัวของผมอีกต่างหาก 

"เฮ้ " ผมเรียกพร้อมกับใช้มือจับแขนที่วางอยู่บนหน้าท้องตัวเองออก เด็กนั่นขยับตัวไปมา ก่อนที่เปลือกตาสีเนื้อจะลืมขึ้นเผยให้แก้วตาใสอยู่ข้างใน 

"แอล ตื่นแล้วหรอครับ " ฮักยอนยกยิ้ม นี่เขาเผลอหลับไปด้วยหรือนี่ แต่ก็ดีแล้วแหละ อย่างน้อยพอตื่นขึ้นมาก็ได้เห็นหน้าของแอลเป็นคนแรก 

"ใครอนุญาตให้นายยิ้ม อยากตายรึไง " ผมตวาด พร้อมกับเด้งตัวหนี ก่อนจะเดินไปที่ลำธาร ตอนนี้ใกล้ค่ำเต็มที ท้องฟ้าเปลี่ยนเป็นสีแดงคล้ายกับมีใครไประบายสีไว้ ผมกวักน้ำขึ้นมาล้างหน้าตัวเอง ความเย็นของน้ำในลำธารทำให้ขนตรงต้นคอลุกชั้น "เย็นชะมัด "


เสียงเท้าใครอีกคนกำลังย่ำมาทางที่ผมยืนอยู่ ไม่บอกก็รู้ว่าเป็นใคร ผมหันกลับไปประจันหน้าก็เห็นใบหน้าสลดของเด็กฮักยอน

ผมเลิกคิ้วด้วยความไม่เข้าใจในท่าทีและการแสดงสีหน้า "เป็นอะไรของนาย ทำไมทำหน้าแบบนี้ "

"กลับมาเป็นแอลคนเดิมแล้วสินะครับ " 

ทำไมน้ำเสียงถึงได้เศร้านักนะ ผมคิด "พูดอะไรของนาย ฉันก็เป็นแบบนี้ตั้งแต่แรกแล้ว " 

ฮักยอนเบือนหน้าไปทางอื่น สะกัดกั้นอารมณ์น้อยใจที่เอ่อร้นขึ้นมาอย่างสุดความสามารถ แขนทั้งสองยกขึ้นมากอดอกไว้แน่น พร้อมกับหย่อนตัวลงนั่งบนโขดหิน ทำไมถึงได้หนาวนักนะ ลมก็ไม่ได้พัดสักหน่อย 

"นั่นสินะครับ คุณก็เป็นแบบนี้ตั้งนานเเล้ว " ฮักยอนเงยหน้าขึ้นไปตอบคำถาม 

"นายกำลังทำให้ฉันหงุดหงิดอยู่นะ รู้ตัวใช่ไหม " 

"ขอโทษครับ " 


แปลกจัง ทำไมวันนี้เด็กนี่เข้าใจอะไรง่ายขึ้นนะ ช่วงที่หลับอยู่เด็กนี่แอบไปกินอะไรผิดสำแดงหรือเปล่า 
"นายหน่ะ ทำตัวแปลกๆตั้งแต่เมื่อกี้แล้วนะ "

"งั้นหรอครับ " ฮักยอนตอบเสียงค่อย คลายมือที่กอดอกไว้ก่อนจะยันกายให้ลุกขึ้นมาเผชิญหน้ากับคนช่างสงสัย "ผมไม่ได้แปลกไปหรอกครับ คุณเข้าใจผิดแล้ว"

"ไม่ นายแปลกไปจริงๆ แต่ฉันบอกไม่ได้ว่ามันแปลกตรงไหน สายตาของนาย การกระทำ หรือน้ำเสียง มันแปลกไป มันเจือด้วยความรู้สึกอะไรสักอย่าง " ผมพยายามคาดเดา

"อย่าพยายามหาคำตอบเลยนะครับ ไม่งั้นคุณจะเจ็บปวด " ฮักยอนเตือน "อย่าพยายามสงสัยเพราะมันไม่มีอะไรจริงๆ ผมขอตัวไปนอนก่อนนะครับ พรุ่งนี้จะได้ออกเดินทาง " ฮักยอนเบี่ยงตัวและหันหลังกลับ ก่อนจะขยับขาทั้งสองข้างอย่างยากลำบากเพื่อให้ห่างจากร่างสูง 

"แปลกคน " ผมสะบัดไล่ความสับสนและความมึนงงที่ตีกันมั่วไปหมดในหัว คำพูดบางอย่างของอีกคนสะกิดใจของผม อย่าพยายามหาคำตอบงั้นหรอ จะเจ็บปวดถ้ารู้ความจริงหรือ? ผมเนี่ยนะ?

แต่เดี๋ยวนะ เมื่อกี้เด็กฮักยอนมันสั่งให้ผมออกเดินทางพรุ่งนี้หนิ หน๋อยแหนะ กล้ามากไปแล้วนะ แต่ก็ช่างเถอะ ก็ดีเหมือนกัน เสียเวลามาหลายวันแล้ว คงต้องเร่งการเดินทางให้เร็วขึ้นหน่อย

ผมเดินกลับไปที่เดิม แต่แล้วดวงตาเจ้ากรรมก็ดันเหลือบไปเห็น คราบเลือดที่แห้งอยู่บนปลายหญ้า จากการประเมินด้วยตาเปล่าคงพึ่งจะแห้งไป 

"อึก!! " ผมทรุดฮวบลงนั่งกับพื้น ลมหายใจติดขัดขึ้นมา เพราะอะไรกัน เลือดพวกนี้มีความเกี่ยวข้องอะไรกับผมหรือ? ทำไมพอเห็นร่างกายถึงได้รู้สึกเหมือนโดนถ่วงด้วยลูกตุ้มนับสิบ 

"แอล คุณเป็นอะไร "
ฮักยอนที่เห็นเหตุการณ์รีบปรี่เข้ามาพยุง แต่โดนมือหนาปัดออกเสียก่อนที่จะถึงตัว ร่างเล็กชะงัก แล้วทรงจำก็หวนกลับมาเตือนความจำ
     ถ้าพวกเราเกิดความรู้สึก เราก็จะเจ็บปวด

นั่นสินะ จะให้แอลคืนความทรงจำเหล่านั้นไม่ได้เด็ดขาด เขาทนเห็นแอลเจ็บปวดไม่ได้

ฮักยอนถดมือที่กำลังจะเอื้อมไปพยุงอีกครั้งกลับเข้าตัว ก่อนจะปรับสีหน้าให้เรียบนิ่ง ซึ่งต่างจากข้างในลิบลับ

"คุณอ่อนแอกว่าที่ผมคิดนะครับ " ฮักยอนแสร้งพูดจาเสียดสี แล้วก็ได้ผล เมื่อเจ้าของดวงตาเรียวหันมาเกี่ยวตวัดสายตาเย็นชามาให้

"อย่าพูดบ้าๆ ฉันไม่ใช่นายสักหน่อย ก็แค่...ก็แค่ " ผมนึกคำพูดต่อไปไม่ออก เพราะแววตาที่เด็กคนนี้มองผม เป็นสายตาของคนที่กำลังเจ็บปวด ได้ไงกัน คำพูดกับสายตามันขัดกันได้ด้วยหรือไง

"ช่างมันเถอะครับ ผมไม่ได้อยากรู้ " ฮักยอนเดินหนีกลับมาที่เดิม อาศัยช่วงที่หันหลังให้อีกคน ปลดปล่อยหยาดน้ำตาแห่งความห่วงใยออกมา 

"ปากดีจริงนะ " 

"............................"

"ทำไมไม่เถียงหละ ปกติเถียงตลอดหนิ " 

"เถียงไปแล้วจะได้อะไรหละครับ ยังไงผมก็ต้องทนอยู่กับคุณอยู่แล้ว สู้เอาเเรงที่จะเถียงมานอนพักเอาแรงสำหรับออกเดินทางพรุ่งนี้ไม่ดีกว่าหรอครับ " ฮักยอนพูดเสียงเรียบเย็น ทั้งที่น้ำตาไหลอาบทั่วสองแก้ม 

"เฮอะ " ผมพ่นลมหายใจออกมาด้วยความหงุดหงิดใจ

เด็กนี่จงใจจะยั่วโมโหผมชัดๆ คำพูดคำจาเชือดเฉือนเหลือเกิน แต่ขอโทษ ทำอะไรผมไม่ได้หรอก ผมไม่โกรธ ไม่อะไรทั้งนั้น เพราะผมคือเฟลกเมทิกยังไงหละ

"ทำอย่างที่ปากนายพูดให้ได้หละ ถ้าพรุ่งนี้นายบ่นว่าเหนื่อย ก็เตรียมตัวเป็นอาหารพวกสัตว์ป่าแถวนี้ได้เลย " ท้ายประโยคหัวใจผมก็เจ็บขึ้นมาแปล๊บๆ ผมสูดลมหายใจลึกๆเพื่อหวังจะขจัดความเจ็บที่ตีรื้นขึ้นมาในอกให้สลายไป แต่บางอย่างมันอัดแน่นอยู่ในอกมากเกินไป บางอย่างที่ต่อต้านความรู้สึกนึกคิดเกี่ยวกับตัวเด็กคนนี้ ทำให้ไม่สามารถจะกำจัดความเจ็บที่เสียดแทงขึ้นมาได้เลย

     ต้องทำอะไรสักอย่าง ผมบอกตัวเองซ้ำๆ 

"อื้อออ " ผมกดมือลงบนอกข้างซ้าย พร้อมกับโน้มตัวไปข้างหน้า ตาทั้งสองข้างปิดลงจนแน่น บางส่วนของความทรงจำกำลังแล่นเข้ามาในหัว มันเป็นภาพตัดเป็นฉากๆ ไม่ต่อกัน เหมือนกับกระดาษที่ถูกฉีกออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย แล้วค่อยๆโผล่มาทีละส่วนแต่ไม่สัมพันธ์กันสักชิ้นเดียว

"อย่าหลับตานะ คุณต้องลืมตาขึ้นมา แอล..สูดลมหายใจเข้าลึกๆ อย่าค้นหามัน คุณต้องลืมมันไป ทำตามที่ผมบอก หายใจเข้าช้าๆ แบบนั้น  ใช่... แบบนั้น.... คุณทำถูกแล้ว " ฮักยอนขยับเข้ามาหาอีกคนอย่างรวดเร็วเมื่อสัมผัสได้ถึงคลื่นความเจ็บปวดที่กำลังทวีความรุนแรงขึ้นและแผ่ออกมารอบตัวของแอล

อยากจะโอบกอดร่างหนาที่ทำท่าจะสั่นไหวแต่หากทำอย่างที่ใจต้องการแล้วหละก็ แทนที่อีกคนจะคลายความเจ็บปวดก็จะยิ่งปวดร้าว

อยากช่วย แต่ก็ทำไม่ได้  ตอนนี้ฮักยอนไม่เหลือพลังอยู่เลย จะแยกจิตออกมายังทำไม่ได้ ทำได้แค่เพียงชี้ทางให้เท่านั้น

"ฮักยอน " อยู่ๆผมก็เรียกชื่อของเด็กนั้น 

ผมควานหามือน้อยแล้วกุมมันไว้แน่น ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมร่างกายถึงขยับไปทำแบบนั้นได้ แต่ดูเหมือนจะทำให้ความเจ็บบางส่วนเริ่มเจือจางลง

ผมปรับลมหายใจให้เป็นปกติ โดยการทำตามสิ่งที่อีกคนบอก จนสามารถควบคุมมันให้เป็นปกติได้ในที่สุด 

"คุณเป็นไงบ้าง  " ดวงตาคู่สวยถ่ายทอดความห่วงใยส่งผ่านมาทางแววตา 

"อือ " ผมแค่พยักหน้า มือที่กำไว้รีบปล่อยออกอย่างเร็ว แล้วดันตัวเองให้ลุกขึ้นยืน รีบเดินกลับไปนั่งที่เดิม 

ผมเอนตัวลงนอน เปลือกตาทั้งสองข้างหนักอึ้งจนไม่สามารถที่จะฝืนให้ลืมต่อไปได้ ท้ายที่สุดโลกของผมก็ดับลงอีกครั้ง


ในความฝัน ผมเห็นตัวเองยืนอยู่ตรงทางแยก เส้นหนึ่งเต็มไปด้วยแสงสว่างที่แสนจะอบอุ่น แต่เมื่อเอื้อมมือเข้าไปก็โดนแสงเหล่านั้นแผดเผาจนมือข้างนั้นผุพอง  อีกเส้นหนึ่งไร้ซึ่งแสงสว่างแต่เมื่อขยับเข้าไปก็ให้ความรู้สึกสงบอย่างประหลาด 

แล้วภาพอีกเหตุการณ์หนึ่งก็ฉายขึ้นมาแทน ในนั้นผมเห็นตัวเองนอนหมดสติอยู่โดยมีเด็กผู้ชายคนหนึ่งกำลังโอบกอดผมไว้ ใบหน้าของเด็กคนนั้นเต็มไปด้วยน้ำตาอาบทั่วสองแก้ม แล้วภาพเหล่านั้นก็ถูกระบายด้วยสีดำ

ภาพอีกภาพปรากฏขึ้นลางๆ เป็นภาพของชายสองคน คนหนึ่งยืนส่วนอีกคนคุกเข่า มันยังไม่ชัดพอที่ผมจะเห็นว่าชายทั้งสองเป็นใคร จนกระทั่งภาพนั่นขยับเข้ามาใกล้ สีแดง ของเหลวสีแดงเจิ่งนองเต็มพื้นที่ชายอีกคนนั่งอยู่ ตรงต้นคอมีแผลถูกฟันจนเหวอะหวะ รอบแผลมีของเหลวสีแดงไหลทะลักออกมาอย่างไม่มีทีท่าว่าจะหยุด มันไหลผ่านลงมาตามไหปลาร้า หน้าอก แล้วกองรวมกันที่เข่าทั้งสองข้างก่อนจะขยายวงกว้างไหลไปตามพื้น  ชายคนที่ยืนหันมาทางผมก่อนจะแสยะยิ้มจนเห็นฟันขนาดใหญ่เรียงกันเต็มปาก มือข้างหนึ่งของชายคนนั้นกำลังวาดของมีคมขนาดยาวประมาณหนึ่งช่วงแขน ไปข้างหลัง ก่อนจะฟันผ่านอากาศลงมายังต้นคอของอีกคน 

 "ฉับ!!!!! " ศีรษะของชายอีกคนขาดออกจากต้นคอ แล้วกระเด็นไปตามเเรงเหวี่ยงของดาบ

" ไม่นะ ไม่!!!!!!!!!!! "
































** 18 **
" ออกเดินทาง(จริงๆเสียที) "
..................................................................................................................................................




ผมสะดุ้งสุดตัวจนต้องลุกขึ้นมานั่งหอบหายใจแฮกๆกลางดึก ตอนนี้พระจันทร์กำลังลอยเด่นอยู่กลางหัว ให้แสงสว่างแก่พื้นล่างจนสามารถมองเห็นสิ่งต่างๆรอบตัวได้ลางๆ 

ผมยกมือขึ้นเช็ดเหงื่อที่ผุดขึ้นมาจนรู้สึกเปียกไปทั้งหน้าและตัว ทั้งที่บรรยากาศรอบตัวเย็นจนเกิดควันสีขาวออกมาจากปาก 

ฝันร้าย ? 

ไม่สมเหตุสมผลสักนิดที่ครั้งนี้ผมฝัน เพราะที่ผ่านมาคำว่าฝันไม่ได้อยู่ในสารบบ 

แต่มันเหมือนจริงเกินไป ถ้ามันจะเป็นความฝันก็ขอให้เป็นอย่างนั้นเถอะ ถึงผมจะฆ่าคนมามากแล้วก็ตาม แต่การฆ่าในความฝันเมื่อกี้มันน่ากลัวเกินไป โดยเฉพาะชายผู้ที่ง้างดาบยาวแสนคมกริบ

"เฮ้อออ " ผมถอนหายใจออกมาหนักๆ ก่อนจะกวาดสายตาหาร่างเล็กของใครอีกคน 

     เด็กนั่นยังคงหลับตาพริ้ม 

ผมเบนสายตากลับมา ก่อนจะลุกและเดินหลบเข้าไปในป่า


















กลิ่นหอมของเนื้อที่ถูกย่างจนหอมฉุยลอยมาปะทะกับจมูกของคนที่นอนหลับอยู่ เจ้าของจมูกรั้นขยับตัวพร้อมกับขยับเปลือกตาให้ปรือขึ้น ขยับมันสองสามทีไล่ความพร่ามัวออกให้พ้น พร้อมกับปรับโฟกัสไปในตัว 

ฮักยอนลุกขึ้นนั่ง พร้อมมองหาที่มาของกลิ่นหอมน่ากินที่โชยเตะจมูกอยู่ตอนนี้

"นั่นอะไรครับ " ฮักยอนร้องถาม เพราะสิ่งที่เห็นมีลักษณะไม่คุ้นตาเอาเสียเลย 

"หมูป่า " 

"อี๊ย์ " ฮักยอนทำท่าขยะแขยงสุดฤทธิ์

"อะไรของนาย อย่าเรื่องเยอะ มีให้กินก็กิน " ผมหันไปดุ กะอีแค่หมูป่า  ไม่ได้ให้กินพวกตุ๊กแกกิ้งกือซะหน่อย

"ผมกินไม่ได้ " ฮักยอนทำท่าพะอืดพะอม 

"ถ้าไม่กินก็ไม่มีอะไรให้กิน " ผมพูดเด็ดขาด

"ปลาก็ได้ครับ ผมกินปลาก็ได้ " ฮักยอนเสนอทางเลี่ยง 

"อยากกินปลาใช่ไหม " 

"ครับ " ฮักยอนพยักหน้ารับ เริ่มเห็นความหวังลางๆ แต่แล้วก็ดับลง

"ไปจับเอง " 

"ผมจับไม่เป็น " 

"งั้นก็อย่าเรื่องมาก จะกินก็กิน ไม่กินก็แล้วแต่นาย " 

"ผมจะตายมั้ยครับ " ฮักยอนถามกล้าๆกลัวๆ พร้อมขยับเข้าไปนั่งข้างๆกับแอล ที่กำลังเฉือนส่วนที่เป็นเนื้อตรงขาหลังหมูป่าโชคร้ายตัวนั้นยื่นมาให้เขา

"ถ้าหากนายยังพูดมากอยู่หละก็ นายไม่ได้ตายจากการกินหมูป่า แต่จะตายเพราะไอ้นี่ " ผมชูมีดขึ้นขู่ 

ฮักยอนก้มหน้าหนี ก่อนจะยื่นมือไปรับเนื้อที่อีกคนเอามาให้ เพราะฮักยอนต้องเดินทางไกลหรอกนะ ไม่งั้น จะไม่ยอมกินของแปลกๆแบบนี้เด็ดขาด

ฟันคมกัดฉับลงบนเนื้อนุ่มกลิ่นหอม ความหวานของเนื้อสดกับการย่างที่พอดีทำให้รสชาติของมันหวานละมุน จนฮักยอนอดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา "อื้มมม อร่อยแฮะ "

แล้วเนื้อชิ้นแล้วชิ้นเล่าก็ถูกส่งเข้ากระเพาะน้อยๆของฮักยอนจนเต็ม ใบหน้าของฮักยอนขึ้นสีแดงอย่างอายๆเมื่อเห็นผลงานของตัวเอง จากหมูป่าตัวอ้วนที่เต็มไปด้วยเนื้อ ตอนนี้เหลือเพียงโครงกระดูกที่ถูกวางไว้ข้างๆที่นั่งของเขาเอง 

บ้าชะมัด ทำไมแกกินเยอะแบบนี้หละ เดี๋ยวก็จุกพอดี ฮักยอนบ่นในใจ 

นี่ยังไม่รวมถึงสายตาอึ้งๆของอีกคนที่มองมาทางเขาอีกนะ ก็เพราะสายตาคู่นั้นแหละ ฮักยอนถึงรู้สึกประหม่าและทำอะไรไม่ถูก 

"มองอะไร "  ฮักยอน

"แล้วตายไหมหละ  " ผมพูดล้อๆ 

ฮักยอนกรอกตา แล้วหันไปย่นจมูกใส่ " ชิ "

ผมส่ายหน้าด้วยความระอา ไอ้คนที่กังวลว่ากินหมูป่าแล้วจะตายดันกินเยอะกว่าผมซะนี่ เอาเข้าไป ครั้งหน้าคงต้องล่ามาเพิ่มแล้วมั้ง ดูท่าจะไม่พอกิน ตัวเล็กแต่กินเยอะชะมัด 



เมื่ออาหารย่อยดีแล้ว ผมก็เก็บข้าวของเข้ากระเป๋า พร้อมกับกลบกองไฟด้วยการหาเศษดินเศษหินมาถมไว้ เพื่อไม่ให้อีกกลุ่มหนึ่งที่ตามล่าอยู่เห็น 

"ไปได้แล้ว นายจะไปยืนไว้อาลัยให้ซากหมูป่าหรือไง มันไม่ให้อภัยนายหรอก ก็เล่นกินมันไปทั้งตัวแบบนั้น"

"พูดอะไรของคุณ " ฮักยอนหน้าร้อนฉ่า "ผมกินนิดเดียวเอง "

"แน่ใจนะ " ผมหรี่ตา

"เลิกพูดเหอะน่า จะไปก็ไปสิ เดี๋ยวก็มืดหรอก "ฮักยอนเร่ง

"พอมีแรงเข้าหน่อย ปากเก่งเลยนะ "

"ขอหละ รีบไปเถอะ " 

"งั้นก็ตามมา "

ผมเดินนำเข้าไปก่อน เส้นทางที่เราจะเดินค่อนข้างจะอันตรายและเหมาะแก่การดักซุ่มโจมตี แต่เพราะมันเป็นทางลัดที่จะพาให้ทั้งเขาและฮักยอนไปถึงวิลเลจได้เร็วขึ้น อย่างน้อยๆก็น่าจะกินเวลาสามหรือไม่ก็สี่วัน น่าจะเข้าเขตวิลเลจ ถ้าหากไม่มีอะไรมาขวางมือขวางเท้าอ่านะ 

"โว้ววว แอล นั่นตัวอะไรอะ อยู่บนต้นไม้อะ... ตัวนั้นหน่ะ... ตัวนั้น " ฮักยอนชี้ไปทางต้นไม้ต้นใหญ่ที่มีสัตว์สี่เท้าเกาะอยู่ น้ำเสียงเต็มเปี่ยมไปด้วยความตื่นเต้นสดใสและร่าเริง

"เงียบน่า รีบๆเดินเถอะ " 

"ก็ได้ครับ " ฮักยอนคอตก แล้วรีบเดินตาม

เสียงเงียบไปได้สักพัก แล้วก็ดังขึ้นมาอีกตลอดทาง นี่ถ้าแอสซอยด์ดักซุ่มโจมตี ป่านนี้มันคงรู้แล้วหละว่าเขาอยู่ตรงนี้ 

"แอล...นั่นนกอะไร "

"ไม่รู้ "

"ดูดอกไม้นี่สิ สวยจัง "

"เออ " ผมกระเเทกเสียง

"แอล นี่ต้นอะไร ทำไมใบมันใหญ่จัง "
.
.
"โอ๊ะ นั้นกระต่ายหนิ มานี่มา "
.
.
"ว้าววว นั่นมัน กระรอกหนิ ใช่มั้ยๆ แอล นั้นกระรอกใช่ป๊ะ "
.
.

เฮ้อออออ ผมอยากจะบ้าตาย ไอ้เด็กนี่มันเห็นการเดินป่าเป็นการทัศนศึกษาหรือไงกัน กะอีแค่กระรอก ร้องตื่นเต้นยังกะเห็นช้างแปดหัวอย่างงั้นแหละ อยากจะบีบคอมันให้ตายเหลือเกินนนน...

"นายจะตื่นเต้นอะไรนักหนา รีบเดินเถอะ แล้วก็หุบปากของนายลงได้แล้ว หนวกหู "

"ก็เเหม แอลก็... นานๆผมจะได้เห็นอะไรแบบนี้นี่นา " ฮักยอนส่งสายอ้อนๆ 

"พอเลยๆ หันหน้านายไปทางอื่นเลย " 

"จิ๊ " ฮักยอนยู่ปาก ก่อนจะหันไปสนใจสิ่งต่างๆรอบข้างต่อ ป่าแห่งนี้มันอุดมสมบูรณ์จริงๆ เขาไม่เคยเห็นป่าที่เต็มไปด้วยสัตว์หลายชนิดแล้วก็อยู่ห่างกันไม่กี่เมตรแบบนี้ ช่างเป็นการเดินทางที่แอคคูซีฟซะจริง

"อ๊ะ นั่นเสือหนิ แอลดูนั่นสิ... นั่นเสือคุณเห็นมั้ย.... เสือตัวเป็นๆเลย... " ฮักยอนส่งเสียงร้องปาวๆ จนลืมไปว่าเสือที่เขาเห็นมันไม่ได้อยู่ในกรงเหมือนในสวนสัตว์ แล้วมันก็อยู่ห่างจากเขาไม่กี่ช่วงตัวเท่านั้น 

"อยากตายหรือไง นั่นเสือนะ... ไม่ใช่แมว... เงียบสักที ก่อนที่มันจะขย้ำนาย " ผมหันไปดุ แล้วขยับตัวอย่างช้าๆเพื่อไม่ให้เจ้าแมวตัวใหญ่สัมผัสได้ถึงการเคลื่อนไหวของเหยื่ออันโอชะของมัน 

"ปีนต้นไม้ต้นนี้ซะ เร็วเข้า " ผมสั่ง 

"ผะ ผม ปีนไม่เป็นครับ " ฮักยอนสารภาพหน้าซีด 

เออ เอากะมันสิ ปีนต้นไม้ไม่เป็น มิน่า ตอนหนีพวกแอสซอยด์ถึงได้วิ่งลงน้ำ 

"งั้นอย่าขยับ " ผมสั่ง 

ฮักยอนพยักหน้ารับอย่างว่าง่าย เขาเห็นแอลขยับเอาตัวเข้ามาบังเขาไว้ก่อนจะรู้สึกเหมือนมีม่านอะไรสักอย่างที่แผ่ออกมารอบๆตัวเขาทั้งสอง ฮักยอนกลั้นหายใจเมื่อสายตาเหลือบไปเห็นเจ้าแมวหง่าวตัวใหญ่กำลังเอื่อยอ่ายมาทางที่เขายืนอยู่

     ตายแน่ๆ คราวนี้ฮักยอนตายแน่ 

ด้วยความกลัวฮักยอนเลยขยับเอาตัวเข้าไปอิงกับอกแกร่งของแอล มือน้อยสอดเข้าไปกอดอย่างลืมตัว ซุกใบหน้าเข้าหาอกอุ่น รับรู้ถึงแรงกระตุกน้อยๆของร่างสูงที่เขากอดอยู่

จะโดนผลักออกมามั้ยนะ ฮักยอนหวาดหวั่น เขายอมตายด้วยมือของแอลดีกว่าต้องมาตายด้วยคมเขี้ยวของเจ้าลายพาดกลอนตัวเขือง

ผ่านไปนานเท่าไหร่ไม่รู้ จนกระทั่งมือหนาผลักตัวเขาออกจากอ้อมกอด ฮักยอนเงยหน้าขึ้นมองด้วยความสงสัยแต่ได้กลับมาเพียงสายตาว่างเปล่า

"ไปกันต่อเถอะ " ผมพูดขึ้น

ฮักยอนพยักหน้ารับ แล้วรีบก้าวไปให้ทันอีกคน

ทำบ้าอะไรของแกเนี่ยฮักยอน  จำไม่ได้หรือไง ว่าถ้าแอลจำมันได้ เขาจะเจ็บปวด ทีหลังอย่าทำแบบนี้อีกนะ จำให้ขึ้นใจหละฮักยอน
















ผมนึกว่าเด็กฮักยอนจะเข็ดหลาบ แต่ไม่เลย หลังจากผ่านเหตุการณ์เฉียดตายจากเสือมาแล้ว เด็กนั่นก็เงียบได้สักพัก ก่อนจะกลับมาร่าเริงเกินมนุษย์มนาอีกครั้ง

"อู้วววว นั่นมัน นกฟินนิกส์นี่น่า " ฮักยอนชี้มือไปมา 

     มันใช่ที่ไหนกัน ไอ้เด็กนี่จินตนาการล้ำเหลือเกิน

"อาา นั่นมัน ไข่ไดโนเสาร์ " 

     เอาสิ ไดโนเสาร์ก็มา

"แอล คุณว่าป่านี่จะมีช้างเเมมมอธมั้ยอะ " ฮักยอนขยับเข้ามาถาม 

"เงียบน่า " ผมหันไปดุ

"คุณนี่มัน ไม่มีจินตนาเอาเสียเลย " ฮักยอนบูยปากใส่ 

     ไปเอาความร่าเริงแบบนี้มาจากไหน ผมอยากจะบ้าตาย

ผมแกล้งเดินเร็วๆเพื่อไม่ให้ได้ยินเสียงแสบแก้วหูของอีกคนที่เจื้อยแจ้วราวกับตัวเองเป็นเด็กสองขวบที่ไม่เคยไปเข้าป่า แล้วผมก็เห็นดอกแอสไพซี่ที่สวยเด่นอยู่ท่ามกลางแมกไม้สีเขียว ทีแรกผมก็ไม่ได้สนใจอะไรมากหรอกนะ จนกระทั่งไอ้เด็กที่เดินมาข้างหลังเห็นมันเข้า

"โอ๊ะ นี่ดอกอะไรอะ กลีบใหญ่ชะมัด แถมกลิ่นก็หอมมากๆด้วย " ฮักยอนก้มไปสูดกลิ่นหอมเข้าเต็มปอด "กลิ่นมันหอมเจงๆ เฮือก " แล้วสติของเขาก็ขาดสะบั้นลง

"เฮ้ยยย !!!!! " ผมร้องจนสุดเสียง ก่อนจะรีบวิ่งเข้ามารับร่างที่กำลังจะร่วงลงพื้น นี่ถ้าไม่ทันหัวกระแทกกับท่อนไม้ท่อนนี้แล้วหละก็ คงสลบเพิ่มอีกสามวัน

ให้ตายเถอะ ผมน่าจะเอะใจตั้งแต่แรกแล้วว่าเด็กนี่ต้องชอบดอกไม้สีสดใส แต่ดันไม่รู้จักฤทธิ์ของดอกแอสไพซี่เนี่ยสิ นี่มันดอกยาสลบโว้ย... ยาสลบอะ พวกแอสซอยด์ชอบเด็ดมันไปตากแห้ง ก่อนจะเผาเพื่อให้กลิ่นของมันโชยเข้าจมูกเหยื่อ ทำให้เหยื่อหมดสติ ก่อนที่พวกมันจะลงมือฆ่า

แต่สำหรับเด็กฮักยอนที่อยู่ในอ้อมกอด ผมว่าพวกมันคงไม่จำเป็นต้องทำอะไร เพราะเด็กนี่มันจะพาตัวเองไปตายโดยที่พวกนั้นไม่ต้องเสียเเรงอะไรเลย

     โว้ยยยย!!!!  จะบ้าตาย ฟื้นขึ้นมาเมื่อไหร่ นายได้เจอดีแน่......... 





"










แท็ก #ฟิคแวเรียล
To Be Continued
#ยังไม่แก้คำผิด

มาตามสัญญาจากตอนที่แล้วนะคะ อิอิ บอกเเล้วว่าไรท์เป็นคนรักษาคำพูด (บอกตอนไหน ฮ่าๆๆ )
ตอนนี้มาแบบหลายอารมณ์มาก เมื่อบทมันจะหวานมันก็ต้องหวานถูกมั้ยหละคะ เราจะไปห้ามมันได้ยังไง ส่วนบทมันจะเศร้าเราก็ห้ามไม่ได้เหมือนกัน ฮือออ 

โถ่ๆๆ ฮักยอนลูก ถ้าหนูจะอะเลิร์ดขนาดนี้ ไรท์แนะนำให้หนูไปเที่ยวสวนสัตว์บ้างก็ดี แหม่เห็นเสือแล้วตื่นเต้น ดีเท่าไหร่แล้วที่มันไม่เขมือบหนูเข้าไปในท้อง

แล้วชอบดอกไม้เหลือเกิน ดมไปทั่วเป็นไงหละ สลบไปเลย ฮ่าๆๆๆ 

อะอะ อย่าลืมติดแท็กหรือคอมเมนต์มาคุยกันเยอะๆนะคะ ไรท์รออ่านอยู่เน้อ 

ป.ล.ขอบคุณรีดใจดีที่ติดแท็กมาหาไรท์นะคะ งือออ น้ำตาไหลพรากเลยทีเดียว  














     















































     























































ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

337 ความคิดเห็น

  1. #282 ALittleKoKen (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 5 มกราคม 2560 / 02:09
    ฮัคยอนน่ารักมาก โอ๊ยยยบยย อยากบีบแก้ม
    #282
    0
  2. #257 SS_nightmare34 (@SS_nightmare34) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2559 / 18:27
    ยอนลูก...เดี๋ยวแม่จัดทัวร์ให้นะ อะไรจะตื่นเต้นปานนั้น 55555555 จะสงสารดีมั๊ย ไปดมดอกไม้จนสลบเนี่ยหืมมมมมมมม /// ได้ออกเดินทางซักที หลงอยู่ในป่าจนจะกลายเป็นคนป่าอยู่แล้วนะ 5555
    #257
    0
  3. #217 PETDA (@137-411) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2559 / 00:10
    "ช่วงเวลาพิเศษ"ด้วยยยยยย
    เเน่ละความทรงจำก้ต้องหายสิก็อิBCCมันกำจัดนิ 
    อยากเก็บความทรงจำด้วยยย พิเอ็นรู้ต้องดีใจมากเเน่ๆ
    จิตสีขาวอันนั้นต้องของพิเอ็นเเน่ๆ เเต่ทำไมเรียกเเล้วไม่ตอบรับอะ 
    ไม่ได้ยินหรือว่าจิตหลุดออกมา โอ๊ยยยยยยไม่มีการตอบรับจากพิเอ็นด้วยอาา ฮืออออ
     
    เฮ้ยยยยมาเเล้วพิเอ็นได้ยินเสียงพลอ.เเล้ว เเต่ถ้าพิเอ็นสู้เพื่อพลอ.เเบบนี้ก็เจ็บตัวอีกเเน่ๆ
    จิตสีขาวของพิเอ็นจริงๆๆด้วย เข้าไปในBCCเเบบนั้นเเล้วจะออกมายังไงงงงง
    การสู้กันของจิตนี่อันตรายโคตๆ ร่างกายก้ยังไม่ฟื้นตัว โดนอิBCCเล่นงานอีก พิเอ็นรอดจากตอนนี้ไปได้เเย่กว่าเดิมเเน่ๆ
    อ๊ากกกกกก กระอักเลือด จิตพิเอ็นปนเปื้อนน อือหือ เเย่ๆสุดดด
    เเล้วทำไมพิเอ้นฟื้นฟูไม่ได้อะ เพราะเป็นลูกของผู้เยียวยาที่เก่งที่สุดนะหรอ ไม่ยูติธรรมเลยอะ ยัยบีนคงไม่มีอะไรเเบบนี้ใช่ไหม
    ขอให้ได้พักจริงๆๆๆเถอะ
     
    พลอ.ฟื้นเเล้ว มีความรู้สึกด้วย เฮ้ยยยยยยยยยมันคืออะไรอะ
    ตื่นมาไม่ทันไรลักหลับพิเอ็นเฉยเลยยยย พลอ.คนหื่น
    พิเอ็นช่วยพลอ.สำเร็จด้วย รอดกลับมาอีกตั้งหาก ดีใจฮืออออ
    "รอยยิ้มอบอุ่นของเเอล"ชอบประโยคนี้ มันดุละมุนดูใส่ใจ พิเอ็นต้องรักพลอ.มากเเน่ๆ
    อ่าวววว ฟื้นมาทีละจูบตลอดๆๆความจริงพลอ.เป็นคนหื่นสินะ 
    หวานนนนนนนนนนนนด้วย โอ๊ยยยตอนที่เเล้วยังดราม่าอยู่เลยตอนนี้หวานเชียว
     
    อ่าวอิBCCมันจะมาอีกเเล้วหรอ ใครเค้าสวีตกันอีกหน่อยไม่ได้หรือไงหรือไม่ก้ไม่ต้องมาอีกเลยยิ่งดี
    พิเอ็นนี่ดื้อของเเท้เลยยยย โอ๊ยยยยยยยยย
    พลอ.บอกพิเอ็นเเล้ว มันดีมากเเต่จากนี้ต้องดราม่าอีกเเน่ๆๆอะ เป็นคนสำคัยของกันเเละกัน จะฟินก็ฟินไม่สุด
     
    หาาาาาตัดอิBCCออกไม่ถ้าไม่ตายเนี้ยนะ อิBCCอิกลไกลไร้ประโยชน์!!!!!
    เพราะเเบบนี้พลอ.เลยเจ็บปวดตอนนั้นสินะ ความทรงจำก็หาย จิตสำนึกก็ด้วย
    เห็นด้วยกะพิเอ็นมากที่อิBCCไม่ดีเลยสักอย่าง-_-
    เเล้วจะออกก็ไม่รู้วิธีอีก ดราม่าไปอีกไงจะมีความสุขสักทีไหมละเนี้ยยย
     
    มาเเล้วตื่นคราวนี้ดราม่ามากกว่าเดิมเเน่ๆ เเล้วไปคิดทำไมละพลอ.
    พิเอ็นพูดเเบบนั้นก็เพราะไม่อยากให้พลอ.เจ้บปวดทั้งๆที่ตัวเองต้องเจ็บเนี้ยนะ
     
    พลอ.ต้องเชื่อพิเอ็นนะไม่งั้นพิเอ็นที่จำทุกอย่างได้จะต้องเจ็บปวดคนเดียวเเน่ๆอะ
    เเค่นี้ก็สงสารพิเอ็นเเล้ว
    ร่างกายทำตามหัวใจเเต่ก็ยังมีBCCคอยขัดอยู่ตลอดเวลา
    เฮ้ยยยยย อะไรใครฟันคอใคร หวังว่าสิ่งที่พลอ.เห็นคงไม่เกิดขึ้นจริงๆหรอกนะ
     
    อ่าววววเพิ่งเดินทางเลอะนึกว่าใกล้ถึงเเล้วซะอีก5555
    พิเอ็นน่ารักอา มีถามด้วยว่ากินเเล้วจะตามไหมมม
    อิพลอ.ยังจะไปขู่พิเอ็นอีก ชิทั้งๆที่ตัวเองจำอะไรไม่ได้เเท้ๆ
    อ๊ากกกกก เเก้มพิเอ็นตอนกินหมูป่าต้องน่ารักน่าฟัดมากเเน่ๆๆๆ 
    5555 ขำอะพลอ.มีการเเขวะพิเอ็นเรื่องหมูป่าด้วย
     
    555พิเอ็นไม่เคยเข้าป่าสินะ อย่างกะมาทัศนศึกษาเเนะ น่าเอ็นดูมากกกก
    อ้าวเจอเฉยเลย 5555เสือนะพิเอ็นไม่ใช่เเมวปีนต้นไมเไม่เปนอีกตั้งหาก
    ที่ยอมให้กอดเนี้ยเพราะมีเสือสินะเเล้วก็ใช่พรสวรรค์ที่2ด้วย
     
    เอาสิเอากะพิเอ็นมาหมดเลยสัตว์สูญพันธ์ทั้งหลายๆ55555
    5555ดอกยาสลบก็มาดอ๊ยยยพิเอ้นนี่มันเด็กน้อยชัดๆอะ
    ฮักยอนอยู่ในอ้อมกอดดดด เกือบฟินละถ้าไม่ประโยคพาตัวเองไปตายเนี้ย55555
     
    ***ว่าเเต่ทำไมต้องย่ำเรื่องจิตด้วยละ คิดว่าจิตต้องสำคัญกะเเวเรียลทุกกลุ่มเเน่ๆอะ
    ****เมื่อกี้มันเม้นไปเเล้วไปขึ้นตอนที่7อะฮะ ฮือลบไม่ได้ด้วยT^T เลยเม้นใหม่เอา ถ้ารกก้ลบได้เลยนะฮะ
     
     
    #217
    0
  4. #44 hoNey_BEEr (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2559 / 22:33
    ช่วงแรกสงสารฮัคยอน แอบหน่วงๆอุตส่ารู้ความรู้สึกระหว่างกันแล้วแท้ นังแอลก็ต้องกลับมาปากร้าย ใจกวนบาทาดังเดิม?? หลังจากนั้นก็อมยิ้มกับความน่าเอ็นดูของพี่ตัวน้อยจนจบพาร์ทเลย คนอะไรน่ารัก ร่าเริงโลกสดใสสุด ดาเมจสุดก็ตอนกินหมูป่า นางกลัวตายแต่กินเกลี้ยงอ่ะนะ5555
    #44
    0
  5. #41 mymelody (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2559 / 01:16
    ออกเดินทาง(จริงๆสักที). 55555

    น่ารักอ่ะ
    #41
    0
  6. #40 mymelody (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2559 / 01:15
    อ้าก ดีงาม ตอนนี้มันมีหลายอารมณ์มากเลยจริงๆนะ และแต่ละช่วงมันก็กลมกล่อมและได้อารมณ์มาก อ่านไปมีรีแอคชั่นที่หลากหลายภายในตอนเดียวเลย พบเจออะไรตั้งหลายอย่าง ทั้งได้เจอกับช่วงต่อสู้ทางจิตใจที่แสนทรหด นาทีทองที่แทคอุนผู้อบอุ่นก้าวออกมา ความรักที่เจือไปด้วยความเศร้า ความเข้มแข็งอันน่านับถือของฮักยอน และยังมีบรรยากาศที่อ่านแล้วยิ้มตาม การทะเลาะกันที่เราสัมผัสได้ถึงความน่ารัก เรารู้สึกว่าเวลาสองคนนี้เถียงกันมันน่ารักมากจริงๆนะ555 มันเหมือนมีรังสีความน่ารักออกมาเสมอ พอๆกับตอนหวานๆเลย น่ารักกันคนละแนว ชอบทั้งสองแบบเลย นอกจากนั้นยังฮามากด้วย อีกทั้งยังความร่าเริงพลังงานล้นของฮักยอน แหม่ ทำเอายิ้มตาม ตลกด้วยน่ารักด้วย น่าเอ็นดูด้วย แต่พอนึกถึงสถานการณ์หน่วงๆแต่ละครั้งน่ะ สงสารฮักยอนจริงๆเลยนะ ทำเพราะรักเพราะห่วงทั้งนั้นเลย ทั้งๆที่รักและโหยหามากเพียงไหนแต่ก็ต้องอดทนและห้ามตัวเองไว้ทุกครั้ง คงอึดอัดน่าดู สงสารแทคอุนด้วย คงสับสนว้าวุ่นพอตัวอ่ะ แล้วแบบนี้จะทำยังไงกันต่อล่ะ เอาใจช่วยให้ทั้งสองพบทางออกและทำมันได้สำเร็จ สู้ต่อไป เข้มแข็งไว้นะทั้งแทคอุนและฮักยอนเลย อิอิ คอมเมนต์ยาวไปหน่อยนะไรท์ คือเราอินมากไปหน่อย ต้องขอโทษด้วย ดีใจมากเลยอ่าที่ไรท์มาอัพเร็ว กดเข้าปุ๊ปแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง ขอบคุณไรท์มากจริงๆนะคะ แหม่ รักไรท์จริงๆ ไฟท์ติ้งงง
    #40
    0
  7. #39 ♡ベスト (@soul-za) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2559 / 21:02
    อะไรจะเปิดมาแล้วพลอ.พูดจาหวานหยดย้อยแบบนั้นค่ะ ////
    ยังคงยืนหยัดเรื่องเอาบีซีซีออกไปจากหัวพลอ. /ชู้ป้ายประท้วง
    แล้วอะไรทำให้ฮัคยอนทำตัวเป็นเด็กมาทัศนศึกษาแบบนั้นนน 5555
    นกฟินิกซ์ก็มา ถามหาแมมมอธอีก โถ่เอ้ย 555555
    แล้วอะไล่ะนั้นไปดมดอกไม้ยาสลบเฉย หรือนี้เป็นการอ่อยทางอ้อมคะ ? 55555
    #39
    0