不潔花朵 บุปผาเย้าหฤทัย [จบบริบูรณ์]

  • 100% Rating

  • 2 Vote(s)

  • 314,485 Views

  • 3,797 Comments

  • 9,899 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    241

    Overall
    314,485

ตอนที่ 62 : บทนำ ความคลั่งไคล้ที่บ้าคลั่ง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6428
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 29 ครั้ง
    7 พ.ค. 60

ภาค4

ความคลั่งไคล้ที่บ้าคลั่ง


ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ fan bingbing the empress of china


เหมันตฤดูเคลื่อนคล้อยผ่านทิ้งไว้เพียงซากความเหน็บหนาวที่ตราตรึงในใจเหล่าราษฎรแห่งแคว้นที่ขึ้นชื่อเรื่องความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติเป็นที่สุดอย่างแคว้นซินตี่ พร้อมกับการเข้ามาแทนที่ของฤดูคิมหันต์อันแสนร้อนรุ่ม ใบเฟิง ยอดหลิว กลีบกุ้ยฮวา ใบดอกงิ้วและเหล่าดอกเหมย รวมไปถึงแมกไม้นานาพันธุ์เริ่มแตกใบอ่อนแผ่กิ่งก้านไพศาลให้ความร่มรื่นดูเขียวขจีไปทั่วอาณาบริเวณ


แคว้นซินตี่คือหนึ่งในแคว้นใหญ่ประจำทิศอุดร โดยมีความโดดเด่นด้านทรัพยากรธรรมที่มากล้นเหลือเฟือ การทหารที่แข็งแกร่งดุดัน และความสงบสุขของบ้านเมืองจากการบริหารจัดการอันยอดเยี่ยมของผู้ปกครอง ในรัชสมัยของฮ่องเต้หยวนเฟยหลงมีระบบการปกครองที่แตกต่างจากในอดีตโดยสิ้นเชิง ไมมีการแบ่งอำนาจหรือการจัดแยกฝักฝ่ายเพื่อสนับสนุนขุนนางใดขุนนางหนึ่งเพื่อสร้างขั้วอำนาจ ดุลยพินิจทุกประการขึ้นกับองค์จักรพรรดิโดยตรง ขจัดปัญหามากความคิด มากปัญหาได้อย่างน่าอัศจรรย์


ฮ่องเต้หยวนเฟยหลงในวัย29ปี นับว่าเป็นยอดแห่งจักรพรรดิของซินตี่อย่างที่ไมเคยมีมาตั้งแต่แรกเริ่มสถาปนาราชวงศ์หยวน ประชาชนทั้งหลายต่างซาบซึ้งในความปรีชาของฮ่องเต้หนุ่มทั้งความสามารถด้านการบริหารปกครองที่ไร้ช่องโหว่ ความเก่งกาจและมันสมองอันยอดเยี่ยมในการศึกทั้งบู๊และบุ๋น กอรปกับการมีคู่คิดอย่างอัครเสนาบดีหยวนหลิงหลง ผู้ดำรงตำแหน่งชินอ๋องห่งราชวงศ์หยวน เจ้าของฉายาอัจฉริยะเงาแห่งซินตี่ และจอมทัพไร้พ่ายเช่นน้องชาย หยวนชิงหลงทำให้ไม่มีผู้ใดปรารถนาอยากจะต่อกร


“ฝ่าบาท เรื่องการแต่งตั้งองค์ชายหยวนจินหลงขึ้นเป็นองค์รัชทายาทได้โปรดใคร่พิจารณาอีกคราเถิดพ่ะย่ะค่ะ”


แต่อย่างไรก็ตาม ผู้เก่งกาจมีความสามารถและฝีมือล้นฟ้าก็ย่อมต้องมีจุดบกพร่อง ฮ่องเต้หยวนเฟยหลงเองก็ไม่นับว่ามีข้อยกเว้น นัยน์ตาคมดั่งมังกรอหังการทอประกายแข็งกร้าวเมื่อได้ยินสิ่งที่ขุนนางขั้นสองเอ่ยขึ้นมากลางท้องพระโรง


“แม้นองค์ชายหยวนจินหลงและองค์ชายหวนหยินหลงจะเป็นพระโอรสเพียงสองพระองค์ของฝ่าบาท แต่เมื่อทบทวนแล้ว ความจริงที่พระสนมของทั้งสองมีเชื้อสายแคว้นเสวี่ยอันเป็นสายเลือดต่างแคว้นก็ไม่อาจลบเลือนได้นะพ่ะย่ะค่ะ”


การแต่งตั้งรัชทายาทที่มีเชื้อสายต่างแคว้นขึ้นเป็นผู้ปกครองแคว้นคนถัดไป มินับว่าเป็นเรืองอัปยศที่สุดของแผ่นดินซินตี่หรอกหรือ การที่ผู้ปกครองราษฎรและแว่นแคว้นคนต่อไปมีเลือดเนื้อของมหาอำนาจแดนใต้ที่กวาดล้างขวากหนามใกล้เคียงเพื่อช่วงชิงอำนาจจากแคว้นอื่นอย่างน่าหวาดผวาเช่นแคว้นเสวี่ย มินับว่าเป็นการยกแคว้นนี้ให้กับราชวงศ์เสวี่ยแต่โดยดีหรอกหรือ


“อีกทั้งพระโอรสยังเยาว์วัยมากนัก ในเพลานี้คงยังมิเหมาะสมแก่การพิจารณาเรื่องนี้หรอกพ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท” เมื่อเห็นว่าไม่มีผู้ใดเอ่ยคัดค้าน ขุนนางชราขั้นสองก็ยิ่งได้ใจเอ่ยเสริมทับไปอีกครั้งโดยไม่ได้สังเกตเลยว่าใบหน้าของมังกรหนุ่มยามนี้มืดครึ้มมากเพียงใด


ปึง!


“ทั้ง...” ยังไม่ทันที่จะได้กล่าวสิ่นใดไปมากกว่านี้ หัวใจของขุนนางทั้งหลายก็ตกลงไปอยู่ตาตุ่มเมื่อพระหัตถ์ล้ำค่าตบกระแทกบัลลังก์ทองเสียงดังลั่นบ่งบอกถึงความไม่พอใจ เสียงสูดลมหายใจเข้าปอดด้วยความเหน็บหนาวแผ่ซึมซาบไปทั่วจิตวิญญาณของผู้ร่วมการปรึกษาราชกิจ


“บังอาจ! การที่เจ้ากล่าวมาเช่นนี้มินับว่าหมายวางตนเป็นปรปักษ์กับแคว้นเสวี่ยหรอกรึ” คำกล่าวหาจากผู้เป็นเหนือบุคคลทั้งแว่นแคว้น ทำเอาขุนนางชราที่เคยอาจหาญใจหายวาบก้มหัวกระแทกพื้นซ้ำๆอย่างขออภัยจนหน้าผากแทบเลือดสาดกระเซ็น


“กระหม่อมไม่กล้า... กระหม่อมไม่กล้าพ่ะย่ะค่ะ แต่ว่า...”


“การที่เจ้ากล่าวเช่นนั้นนับว่าเป็นความคิดที่แสนโอหัง” คำบริภาษยังหลุดออกมาอีกระลอกสร้างความอับอายแก่ขุนนางขั้นสองยิ่ง แว่วได้ยินเสียงหัวเราะในลำคออย่างเย้ยหยันของคู่อาฆาตที่เยาว์วัยกว่า หน้าก็ร้อนผ่าวด้วยความอับอายขึ้นเป็นทวีคูณ


“ฝ่าบาทโปรดพิจารณาใหม่เถิดพ่ะย่ะค่ะ” แม้จะต้องบากหน้ารับความอับอายจากการถูกตอกหน้าซ้ำๆ แต่ขุนนางชราก็ไม่อาจปล่อยให้เรื่องผิดขนบธรรมเนียมดำเนินต่อไปได้ “ถึงอย่างไร หากราษฎรทราบเรื่องการมีรัชทายาทเป็นโอรสจากต่างแคว้นคงได้เกิดปัญหาคัดค้านอีกมากมายเป็นแน่”


ไม่ทันที่องค์จักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่จะได้เอื้อนเอ่ยตอบโต้ ร่างสูงโปร่งแฝงไปด้วยวามสง่างามของเสนาบดีที่เขาไว้ใจในระดับหนึ่งก็เคลื่อนเข้ามาคุกเข่าเบื้องหน้าอย่างขออนุญาต ใบหน้าคมคายพยักลงเพื่อเป็นการเปิดโอกาสให้กับผู้มาใหม่


“ขออภัยท่านเจ้ากรมพิธีการจาง การคัดค้านที่ว่านี้... จะเกิดจากราษฎรหรือเฉพาะตัวท่านกันแน่” คำถามนี้ทำเอาเจ้ากรมพิธีการจางหน้าร้อนวาบราวกับถูกตบหน้าฉาดใหญ่กลางท้องพระโรง ไม่มีความเกรงกลัวหรือการถนอมน้ำใจใดๆจากผู้ดำรงตำแหน่งเสนาบดีอีกคนบ่งบอกได้ถึงความไม่ลงรอยของทั้งคู่


“ท่านกล่าวเช่นนี้ หมายจะกล่าวหาว่าข้ามีความคิดขัดขวางพระประสงค์ของฮ่องเต้หรืออย่างไร” ตีความหมายของอีกฝ่ายนั้นไม่ได้ยากเข็ญหรือดูลำเค็ญเช่นที่เคยผ่านมา เพราะทางนั้นจงใจสาดโคลนใส่โดยตรงโดยข้อหาการมักใหญ่ไขว่สูงเพื่อหวังผลักดันบุตรีตนให้เป็นใหญ่ แต่มิทันที่เขาได้เอ่ยแก้ความเข้าใจผิดเบื้องหน้าพระพักตร์ก็ถูกสกัดไว้เสียก่อน ทิ้งให้เขาขบเขี้ยวเคี้ยวฟันอย่างขัดใจ


“พระสนมเสวี่ยหวงกุ้ยเฟยนับว่าเป็นยอดแห่งสตรี เป็นพระสนมที่มีจิตเมตตาต่อราษฎร การได้พระโอรสที่สืบทอดเจตนารมณ์แห่งความดีงามมาปกครองแว่นแคว้น ผู้ใดเล่าจะกล้าปฏิเสธต่อพรอันประเสริฐนี้”


ถ้อยวาจายกยอต่อพระสนมผู้เป็นที่โปรดปรานแห่งองค์จักรพรรดิอย่างออกนอกหน้านับได้ว่าอีกฝ่ายเลือกเส้นทางของตนเองโดยชัดเจนแล้วว่าถือหางฝ่ายใด ยิ่งได้ฟังยิ่งสัมผัสได้ถึงความชาญฉลาดของบุรุษใต้อาภรณ์ขุนนางขั้นหนึ่งที่มีอายุอานามเยาว์กว่าผู้คนรอบกาย


ความโปรดปรานต่อพระสนมเสวี่ยหวงกุ้ยเฟยมีมากเพียงใด ผู้ใดในแคว้นซินตี่ก็ซาบซึ้งกันทั้งสิ้น แต่ผู้ใดเล่าจะกล้ากล่าวขัดหรือท้วงต่อความเหมาะสม เมื่อนางผู้นั้นได้วางตนได้ดีงามเป็นเยี่ยงอย่างที่ดีของมวลหมู่สตรี ไหนจะข่าวลือเรื่องการให้ความช่วยเหลือราษฎรที่เดือดร้อนโดยไม่มีการแบ่งแยกเรื่องสายเลือดที่แตกต่าง เพียงเรื่องเชื้อสายต่างแคว้นมีหรือที่ทุกคนจะมองข้ามมันไปมิได้


“เป็นจริงดังที่ขุนนางหลี่กล่าว” เสียงสูดลมหายใจและกลืนน้ำลายอึกใหญ่ลงคอปรากฏพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย เมื่ออัจฉริยะเงาเช่นอัครเสนาบดีหยวนหลิงหลงได้เปิดปากสนับสนุนด้วยตนเอง หลังจากที่นั่งเงียบประเมินสถานการณ์มานาน


“ท่านอัครเสนาบดี...” หลี่หานโจว ขุนนางระดับหนึ่งผู้ดำรงตำแหน่งเสนาบดีสำนักตรวจราชการพึมพำผู้เสริมทับความคิดของเขาอย่างนึกแปลกใจ ใครๆก็ต่างทราบดีว่าชายผู้นี้เกลียดชังการโต้เถียงของขุนนางมากเพียงใด แต่เหตุใดวันนี้จึงนึกอยากยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือเขากัน


“ทูลฝ่าบาท” อัครเสนาบดีหยวนหลิงหลงหาได้สนใจน้ำเสียงเจือความสงสัยของผู้ที่นั่งไม่ห่างกัน แล้วกล่าวต่อ “แม้นองค์ชายหยวนจินหลงจะไม่ได้มีเชื้อสายซินตี่ทั้งมวล แต่คุณงามความดีที่พระสนมกระทำต่อแผ่นดินนี้ก็มินับว่าเป็นเรื่องควรปฏิเสธ พระสนมได้ช่วยเหลือราษฎรของซินตี่ไว้มากมาย ทั้งยังเป็นที่นับหน้าถือตาของผู้คนน้อยใหญ่ ก็พอจะสามารถสรุปได้แล้วมิใช่หรือว่าพระสนมนั้นมิใจภักดีต่อแคว้นซินตี่มากเพียงใด”


“อึก...” วจีที่แฝงไปด้วยเหตุผลมากมายปิดกั้นทางดิ้นหนีทำให้เจ้ากรมพิธีการจางได้แต่ข่มความขุ่นมัวไว้ในใจ แล้วคลานเข่ากลับไปที่นั่งเดิมของตนเมื่อไม่เห็นทางขัดคอผู้ยิ่งใหญ่ได้อีกต่อไป


สองกิเลนร่วมแรงร่วมใจกันแล้ว มีหรือขุนนางระดับต่ำกว่าเช่นเขาจะกล้ายืนหยัดขัดคอต่อไป ได้แต่ส่งสายตามาดร้ายมองแผ่นหลังคู่อาฆาตที่ยังเป็นเด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมที่ข้ามหน้าข้ามตาไปหาตำแหน่งสูงกว่าอย่างเกลียดชัง แต่ก็ต้องลมหายใจสะดุดยามที่อีกฝ่ายปรายหางตาเยาะเย้ยมาอย่างแนบเนียน


“หรือท่านจะกล่าวหาว่าสิ่งที่พระสนมกระทำนั้นไร้ความหมาย เพียงเพราะสนมมิได้มีเชื้อสายซินตี่เท่านั้นเองหรือ” ราวกับกลัวว่าอีกฝ่ายจะไม่อับอายมากพอ หลี่หานโจวจึงแสร้งถามซ้ำกลับไปโดยไม่เกรงอาญา แม้นจะยังคงอยู่เบื้องหน้าจักรพรรดิ เพราะสิ่งที่เขาเอ่ยถามล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่เข้าทางมังกรหนุ่ม


“ว่าอย่างไรเล่า เจ้ากรมพิธีการจาง เจ้ามีความคิดดังที่เสนาบดีหลี่กล่าวหรือไม่” ใช่ว่าจะมองมิเห็นสายตาสาแก่ใจของอีกฝ่าย แต่เพื่อจุดประสงค์ทำให้ฮ่องเต้หนุ่มยอมไหลไปตามน้ำคำของเหล่าขุนนางเบื้องหน้าอีกครา นั่นยิ่งทำให้ใบหน้าของผู้คิดคัดค้านเผือดสีลงไปอีก


“กระหม่อม...” ขุนนางชราได้แต่กัดฟันกรอด เมื่อผู้มีอิทธิพลสูงสุดมิได้คล้อยตามความคิดเขา แต่กลับไปเสริมสนับสุนฝ่ายตรงข้ามนำพาความคับแค้นใจมาให้เขา “กระหม่อมไม่กล้าพ่ะย่ะค่ะ”


“ก็ดี...”


“ทูลฝ่าบาท แต่การแต่งตั้งรัชทายาทที่ยังเยาว์วัยนักคงยังไม่ถึงกาลที่เหมาะสมนัก” หลังจากเห็นการประหารด้วยวาจาก็ทำให้ท้องพระโรงเงียบสงัดลงไปเกือบชั่วก้านธูป ก่อนที่อัครเสนาบดีหยวนหลิงหลงจะเอ่ยสิ่งที่ขบคิดไว้ออกมา


การเออออไปก่อนในครั้งแรกเพื่อให้มังกรหนุ่มมีจิตใจเย็นลง ก่อนจะกล่าวขัดใจในภายหลัง นับว่าเป็นกลยุทธ์ที่เรียบง่าย แต่ไม่มีคนกล้าใช้นักหากมิใช่คนที่จักรพรรดิยอมลงให้เช่นอัครเสนาบดีผู้มีศักดิ์เป็นพี่ชายของจักรพรรดิ


“เจิ้นมิได้หวังแต่งตั้งรัชทายาทที่ยังเยาว์วัยในเพลานี้” ถ้อยคำที่เอื้อนเอ่ยจากปากพระโอษฐ์ทำให้ฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยลอบถอนหายใจอย่างโล่งอก แต่ก็แทบกระอักเลือดเมื่อได้ยินวจีถัดมา “การนำมากล่าวถึงในครั้งนี้ เป็นเพียงการนำมาแจ้งให้ทาบ... อย่างที่ทราบกันว่าสนมนับร้อยพันในวังหลังยังคงไร้ทายาทมังกร การแต่งตั้งโอรสคนแรกขึ้นเป็นรัชทายาทแม้มิใช่สายเลือดแท้ก็นับว่าเป็นเรื่องที่ถูกต้อง”


“...”


“อีกทั้งการที่โอรสแห่งเจิ้น หยวนจินหลงมีเชื้อสายสองราชวงศ์ก็เป็นหลักประกันได้อีกสิ่งหนึ่ง”


“หรือว่า...” ดวงตาของเหล่าขุนนางเบิกกว้าง เมื่อครุ่นคิดได้ถึงจุดประสงค์หลักที่แฝงไว้ในวจีนั้น โอรสที่มีเชื้อสายสองราชวงศ์นั้นถือว่าเป็นหลักประกันได้อย่างดีว่าแคว้นเสวี่ยไม่มีทางพุ่งมาทำลายหรือทำสงครามกับแคว้นซินตี่อย่างแน่นอน


ความคิดนี้ช่างแสนล้ำลึกนัก มิใช่แค่เพียงความโปรดปรานต่อเสวี่ยหวงกุ้ยเฟยเพียงอย่างเดียว แต่ในความคิดนั้นกลับแทรกแซงผลประโยชน์ต่อแผ่นดินได้อย่างลึกซึ้งสมกับเป็นจักรพรรดิแห่งซินตี่


“ฝ่าบาททรงพระปรีชานัก” ถ้อยคำเอื้อนเอ่ยสรรเสริญมากมายแว่วลอยมาตามลม ทั่วทั้งท้องพระโรงอันโอ่อ่า ใบหน้าเรียบนิ่งของมังกรหนุ่มฉาบน้ำแข็งแห่งพายุอารมณ์ไว้อย่างแนบเนียน


“คมดาบแห่งแคว้นเสวี่ยมิได้มีไว้เพื่อฟาดฟันซินตี่อีกต่อไป”


สิ้นประโยคนั้น สีหน้าพึงพอใจก็ปรากฏบนใบหน้าของเหล่าขุนนางที่ในมือไร้ซึ่งอำนาจโดยสิ้นเชิง พร้อมกับการปรึกษาราชกิจที่จบลงด้วยอารมณ์แสนคุกรุ่นขององค์จักรพรรดิที่น้อยคนจะได้พบเห็น ร่างกายสูงโปร่งดูกำยำและสง่างามผุดลุกจากบัลลังก์มังกรพร้อมกับสองขุนนางใหญ่ทั้งฝ่ายบริหารและการทหารที่เดินรั้งท้ายมา


หลังจากพ้นสายตาของเหล่าขุนนางทั้งหลาย ใบหน้างดงามแฝงไปด้วยความคมคายของจอมทัพหยวนชิงหลงก็ฉายความไม่พอใจแทบจะทันที คนเหล่านั้นแสดงออกนอกหน้าว่าวาดหวังให้ลูกหลานของตนมีโอรสเพื่อสร้างหนทางเป็นใหญ่ พอมีหนทางไหนที่ทำให้ผู้อื่นได้เปรียบเข้าหน่อยก็เอ่ยนู่นนี่นั่นไม่หยุด


“ช่างน่าโมโหนัก! ขุนนางเหล่านั้นชักกำแหงขึ้นทุกวัน”


“ใจเย็นไว้เถิดน้องเจิ้น... คนเหล่านั้นทำได้เพียงเอื้อนเอ่ย แต่ไร้กำลัง มิมีสิ่งใดที่ต้องกังวล”


ฮ่องเต้หยวนเฟยหลงเดินนำเข้าไปในตำหนักราชันย์มังกร แล้วส่งสายตาเป็นสัญญาณให้เหล่าขันทีประจำกายออกห่าง กลิ่นดอกงิ้วหอมอบอวลในห้องและกลิ่นน้ำนมอ่อนๆทำให้สองบุรุษที่ไม่ค่อยได้ย่างกรายมานักถึงกับหน้าเปลี่ยนสี


“กลิ่นนี้...” หยวนชิงหลงลอบถอนหายใจเมื่อนึกขึ้นมาได้ว่าฮ่องเต้หนุ่มคงพาโอรสและพระสนมมาค้างอ้างแรมในตำหนักส่วนพระองค์อีกแล้วอย่างมิต้องสงสัย


“ช่างเรื่องกลิ่นเถิด”


ฟุ่บ...


“นั่งก่อนสิ” เขาเชิญน้องชายให้นั่งลงก่อนจะทรุดกายลงบนเก้าอี้นุ่ม มือเรียวคว้ากาน้ำชาแล้วดึงเข็มเล่มหนึ่งมาจุ่มลงเพื่อตรวจสอบยาพิษด้วยตนเอง แม้ในปกติจะเป็นหน้าที่ของขันทีส่วนพระองค์ แต่เมื่อถึงเวลาปรึกษาเรื่องสำคัญกับพี่น้อง การให้คนนอกอยู่ข้างกายย่อมไม่ใช่เรื่องที่เหมาะสมนัก


“คำก็คัดค้าน สองคำก็ไม่เหมาะสม น่าหงุดหงิดใจนัก คนเหล่านั้นคิดว่าพวกเรามีทางเลือกอื่นมากนักหรือไร” หยวนชิงหลงรับถ้วยชาจากพี่ชายมาแล้วกระดกรวดเดียวโดยไม่เกรงกลัวต่อความร้อน แล้วทิ้งกายพิงพนักด้านหลังระบายความหงุดหงิด


“หึ...”


“ต่างฝ่ายต่างคาดหวังว่าบุตรีของตนจะได้ถวายตนเพื่อมอบทายาทมังกรแก่ฮ่องเต้ เพื่อพาตนเองสู่คำว่าอำนาจ” ฮ่องเต้หยวนเฟยหลงจิบชาแล้วปรายสายตาไปมองผนังตำหนักที่แต่งแต้มด้วยสีเงินสลับทองสลักลวดลายดอกงิ้วอย่างงดงามนิ่ง


“โดยไม่ทราบเลยว่านั่นเป็นความคิดที่โง่งมมากเพียงใด” น้ำเสียงแหบพร่าจากด้านหลังทำให้หยวนชิงหลงผุดลุกขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว พร้อมกับหันไปมองคนที่ยืนนิ่งไม่พูดไม่จาแล้วต้องตะเบ็งเสียงลั่นห้อง


“ท่านพี่หลิงหลง! ท่านเข้ามาตั้งแต่เมื่อใดกัน” นับวันพี่ชายคนนี้ชักจะมีความสามารถด้านการแฝงตนให้เงียบเชียบยิ่งขึ้นจนน่าหวาดกลัว ประเดี๋ยวผลุบประเดี๋ยวโผล่ราวภูตผี


“เสียมารยาท” หยวนหลิงหลงหรี่สายตามองน้องชายอย่างคาดโทษแล้วทิ้งกายนั่งบนเก้าอี้ใกล้ๆ “เปิ่นหวางก็เข้ามาพร้อมกับพวกท่าน หยุดแสดงสีหน้าราวกับเปิ่นหวางเป็นเพียงวิญญาณเสียทีเถิด”


“ท่านพี่! หากทำเช่นนี้บ่อยๆ เปิ่นหวางอาจจะหัวใจวายตายเร็วขึ้นอีกสิบปีก็เป็นไปได้”


“หึ...” อัครเสนาบดีหยวนหลิงหลงหัวเราะในคอเบาๆก่อนจะตบไหล่น้องชายต่างมารดาให้สงบจิตใจลง ตั้งแต่ที่เข้ามาในห้องก็ได้ยินแต่เรื่องก่นว่าขุนนางที่คิดค้านความประสงค์ของจักรพรรดิ เหตุใดเขาจะไม่ทราบเล่าว่าหยวนชิงหลงขัดใจถ้อยคำบริภาษเหยียดหยันสายเลือดต่างแคว้นมากเพียงใด “กฎมณเฑียรบาลใกล้สมบูรณ์หรือยังพ่ะย่ะค่ะ ฝ่าบาท”


“ใกล้แล้วล่ะ...” กฎมณเฑียรบาลฉบับใหม่ที่กำลังถูกร่างขึ้นนี้นับได้ว่าเป็นสิ่งที่ใช้เวลานานไม่ธรรมดา มีเนื้อหาเปลี่ยนไปจากฉบับเก่ามากนักโดยเฉพาะการแต่งตั้งเชื้อสายต่างแคว้น และความสำคัญของกลุ่มสายเลือดไม่แท้ของเหล่าราชวงศ์ต่อแผ่นดินซินตี่


“งั้นหรือ” หยวนหลิงหลงพยักหน้ารับเบาๆ ก่อนจะหันไปมองน้องชายที่ส่งสายตาเขียวปั๊ดมาให้แล้วต้องหลุดหัวเราะในคอเบาๆ “ยังไม่หายเคืองเปิ่นหวางอีกหรือ”


“ก็ท่านพี่เล่นเข้ามาโดยไม่ให้สุ้มให้เสียงเช่นนี้ ประเดี๋ยวเปิ่นหวางและฝ่าบาทก็ได้หัวใจวายก่อนได้อุ้มพระธิดากันพอดี”


“เดี๋ยวเถิด... ชิงหลง” อยู่ดีไม่ว่าดี ดันแช่งให้เขาตายก่อนอุ้มธิดาเสียอย่างนั้น


“ท่านพี่มีสีหน้าอื่นนอกจากสีหน้านิ่งๆเช่นนี้ เห็นทีเปิ่นหวางต้องหมั่นนำผลท้อไปมอบให้นางแทนการขอบคุณเสียแล้ว”


“หึ...” หยวนหลิงหลงที่บังเอิญเห็นแววตาคาดโทษจากฮ่องเต้หนุ่มที่ส่งให้น้องชายคนเล็กหลุดหัวเราะในคอเบาๆ ความสุขสันต์เช่นนี้หากมีต่อไปก็ดีไม่ใช่น้อย วูบหนึ่งที่นัยน์ตาคมหม่นแสงลงเมื่อนึกถึงสิ่งที่ใกล้จะมาถึง “เดินหมากกันสักตาดีหรือไม่ ฝ่าบาท”


หยวนชิงหลงที่บังเอิญเห็นรอยยิ้มเจ้าสำราญที่หม่นหมองลงของพี่ชายที่อาวุโสที่สุดอดสะท้อนใจไม่ได้ ก่อนจะลอบมองใบหน้าของฮ่องเต้หนุ่มที่ชะงักลงไม่ต่างกัน แล้วลอบส่งสายตาที่เข้าใจกันให้น้อยๆเมื่อชั่วจิบชาเผลอสัมผัสได้ถึงความเย็นเยียบแผ่มาตามสายลมที่แสนแผ่วเบา


คนๆนี้... สายตาที่มองเขากำลังเปลี่ยนไป


ราวกับสายตาที่ครั้งหนึ่งใช้มองศัตรูในอดีต


แกร๊ก... แกร๊ก...


เสียงหมากกระทบกระดานดังเป็นจังหวะข่มขวัญคู่ต่อสู้ทำให้ผู้ตกเป็นรองต้องถอนหายใจเฮือก เมื่อวางหมากเม็ดสุดท้ายลงไปก็พบว่าถูกเก็บทิ้งอย่างรวดเร็ว พร้อมกับแผนการที่อุตส่าห์ตะล่อมมานานนับสองเค่อถูกทลายลงเพียงในพริบตาเดียว


“อา... การเดินหมากของฝ่าบาทยังคงเปี่ยมไปด้วยหลุมพรางเช่นเคย”


“เจ้าก็เดินได้เฉียบคมเช่นกัน พี่ชาย”


“พอทีเถิด...” หยวนหลิงหลงกวาดหมากที่ไร้ทางดิ้นหนีแล้วฟุบหน้านอนอย่างไม่เกรงอาญา สลัดทิ้งสิ้นภาพลักษณ์แสนสูงส่งและสำราญเมื่อหลายเค่อก่อน “การกล่าวแสดงความเห็นใจ ทั้งๆที่สีหน้าดูสาแก่ใจเช่นนั้นน่ะ หยุดเสียเถิดพ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท”


“หืม...” ฮ่องเต้หนุ่มส่งเสียงในคอเบาๆเมื่อเห็นว่าสายตาของผู้เป็นพี่ชายกำลังกวาดมองไปทั่วห้องราวกับกำลังมองหาสิ่งใดอยู่ ก่อนจะเอ่ยขัดอย่างรวดเร็วพร้อมกับความขุ่นมัวที่คุกรุ่นน้อยๆ “ไม่จำเป็นต้องมองหาหรอก นางไม่ได้อยู่ที่นี่”


“ท่าน...” เขาชะงักไปน้อยๆยามเห็นสายตาราวกับรู้ทันของผู้มีศักดิ์เป็นน้องชาย


“ช่างเถิด เริ่มตาต่อไปเลยแล้วกัน” การเดินหมากเริ่มทวีความดุดันขึ้นจากรอบแรก จนผู้เป็นฝ่ายจับตามองอดลูบแขนด้วยความหนาวเหน็บไม่ได้ ความรู้สึกราวกับนั่งท่ามกลางมวลหิมะนี่มันหมายความว่าอย่างไรกัน ไม่ต่างอันใดกับตอนไปทำศึกบนจุดเหนือสุดของเขตแดนซินตี่เลยแม้แต่น้อย


ท่านพี่หลิงหลง... หรือท่านเองก็มีบ่วงคอยพันธนาการไม่จากที่องค์จักรพรรดิมีอย่างนั้นหรือ


อ้อแอ้ อ้อแอ้


ร่างสะโอดสะองใต้อาภรณ์สีขาวหนาค่อนข้างรัดรูปอุ้มทารกน้อยทั้งสองด้วยรอยยิ้มหวานล้ำปานน้ำผึ้งล้ำค่า กลิ่นดอกงิ้วหอมอบอวลรอบตำหนักยิ่งทำให้เด็กน้อยทั้งสองหัวเราะเอิ้กอ้ากอย่างยินดี ก่อนที่ลมวูบหนึ่งจะพัดเข้ามาพร้อมกับความวูบไหวในดวงใจน้อยๆ มู่เหมียนละสายตาจากทิวทัศน์แสนงดงามรอบกายแล้วตัดใจเดินย่างกรายกลับเข้ามาในตำหนักของตนที่มีบุรุษผู้หนึ่งนั่งชงชาหอมกรุ่นคอยอยู่


“แต่งกายเต็มยศเช่นนี้ จะกลับหลิวชางแล้วงั้นหรือ องครักษ์สือ” ชายในอาภรณ์สีดำสนิทพยักหน้ารับเบาๆ ก่อนจะชะงักไปน้อยๆเมื่อเด็กน้อยคนหนึ่งถูกยื่นมาเบื้องหน้า “นี่คือจินเอ๋อ...”


“องค์หญิง ไม่สิ พระสนม” เขามองทารกที่ถูกยื่นมาด้วยความไม่เข้าใจ นัยน์ตาไหววูบระคนปวดร้าววูบหนึ่ง ก่อนจะรับร่างน้อยมาอุ้มไว้อย่างทะนุถนอมหลังจากเห็นแววตาไร้เดียงสาผิดกับตัวตนที่เขาเป็นอยู่ “ให้กระหม่อมอุ้มไว้เช่นนี้จะไม่เป็นไรงั้นหรือ”


“ดูเขาจะชอบเจ้ามากเลยทีเดียว” นางไม่เอ่ยตอบสิ่งใดชายเบื้องหน้า เพียงไล้นิ้วไปตามใบหน้าน่ารักน่าชังของบุตรชายอีกคนในอ้อมแขน เสียงอ้อแอ้ดังตอบรับคำเอื้อนเอ่ยของมารดาทำให้องครักษ์หนุ่มต้องหลุบสายตาลงมองใบหน้าจิ้มลิ้มดูบริสุทธิ์หมดจดนั้น แล้วต้องข่มความปวดร้าวไว้ในอก


“เขาน่ารักมากทีเดียวพ่ะย่ะค่ะ” ทุกส่วนต่างได้รับการถ่ายถอดจากบิดา มีเพียงนัยน์ตาที่มากเสน่ห์ตั้งแต่แรกเกิดเท่านั้นที่คล้ายกับสตรีเบื้องหน้า “ตาของเขาเหมือนท่านมาก”


“องครักษ์สือ...”


“เหมือนมากจริงๆ” มือหนาหยาบกร้านจากการจับกระบี่มาเนิ่นนานเพื่อปกป้องสตรีเบื้องหน้าชะงักลงเมื่อเผลอตัวเกือบจะสัมผัสผิวกายที่แสนบอบบางของคนในอ้อมแขนเข้า ราวกับทารกน้อยจะทราบถึงความในใจของชายเบื้องหน้าที่แม้นจะไร้รอยยิ้มแต่ก็สัมผัสได้ถึงความเอ็นดู


หมับ...


นิ้วป้อมคว้าหมับเข้าที่ปลายนิ้วขององครักษ์หนุ่มใต้อาภรณ์สีดำก่อนจะยิ้มหวานดูไร้เดียงสาไร้มลทิน แล้วหัวเราะเอิ้กอ้ากตามประสาเด็กน้อย มู่เหมียนมองภาพนั้นแล้วหลุดยิ้มบางๆ


“ท่านยิ้มแล้ว...” นานมากลแวที่เขาไม่ได้เห็นรอยยิ้มจากสตรีเบื้องหน้า ตั้งแต่ที่มีโอรสนางก็ยิ้มน้อยลงเรื่อยๆเพราะต้องเคร่งเครียดจากการสู้รบปรบมือกับเสี้ยนหนามในวังหลัง มีเพียงอยู่ต่อหน้าสามีและบุตรเท่านั้นที่นางจะได้ผ่อนคลายท่าทีลง


“เปิ่นกงเองก็เป็นสตรีธรรมดานางหนึ่งจะให้ตีสีหน้าเคร่งขรึมตลอดไปก็มิใช่เรื่องนี่นะ” นางผินใบหน้างามพิลาสมามองทารกอีกคนที่ไร้ความแตกต่างจากคนที่อยู่ในอ้อมกอดขององครักษ์หนุ่ม “ปกป้องเขาที องครักษ์สือ...”


“ท่านกล่าวว่าอันใดนะพ่ะย่ะค่ะ?” เขาละสายตาจากความบริสุทธิ์เบื้องหน้าไปมองเจ้าของน้ำเสียงแสนสั่นเครือและไร้เรี่ยวแรงนั้นอย่างแปลกใจ


“ไม่ว่าจะเกิดสิ่งใดขึ้นในอนาคต... ได้โปรดปกป้องพวกเขาให้เท่ากับที่ปกป้องเปิ่นกงที”


หยาดน้ำตาและคำอ้อนวอนจากนางผู้เป็นดั่งที่ยึดเหนี่ยวจิตใจเพียงหนึ่งเดียวในชีวิตอันแสนเงียบเหงาและมืดสนิทของเขาทำให้เขาพูดสิ่งใดไม่ออก


แปลบ...


ทว่าความจริงที่นางเป็นสนมในจักรพรรดิซินตี่ยังคงอยู่ ความเจ็บแปลบไปทั่วทั้งหัวใจนี้ช่างแสนทรมานกว่าที่เขาคาดคิดไว้นัก เขาเบี่ยงสายตาลงมองดวงตากลมโตที่มองสบเอย่างชวนเอ็นดู แล้วสูดลมหายใจเข้าปอดหนักๆ ยิ่งเห็นความไร้เดียงสาเบื้องหน้า เขาก็สะท้อนใจนัก


แม้จะเป็นเขาเองก็ไม่มีวันทราบถึงลิขิตสวรรค์ว่าสิ่งใดกำลังรอคอย


“ปกป้องพวกเขาที... องครักษ์สือที่เปิ่นกงรักยิ่ง” เพียงหนึ่งคำ คำเดียวที่ได้ยิน ความสับสนลังเลก็พลันมลายหายไป เขามองโอรสที่มีเชื้อสายของสตรีที่เขาปักใจละบุรุษผู้นั้นอีกครา ก่อนจะทิ้งกายคุกเข่าลงกับพื้นเต็มแรงอย่างไม่หวั่นเกรงต่อความเจ็บปวด


“แม้นต้องทิ้งชีวิตนี้ กระหม่อมจะปกป้องพระโอรสทั้งสองไว้ให้ได้พ่ะย่ะค่ะ”


“ขอบใจเจ้ามาก... ขอบใจเจ้ามากจริงๆ สือ”


ไม่เป็นไรหรอก... ความเจ็บปวดเพียงแค่นี้ หากได้เห็นรอยยิ้มจากนาง รอยยิ้มที่มาจากจิตใจที่แสนดีงามนั้นอีกสักครา ต่อให้เลือดหลั่งย้อมไปทั้งใจ เขาก็ยินดี


“กระหม่อมยินดีพ่ะย่ะค่ะ”


เพราะรักขององครักษ์และองค์หญิงผู้สูงศักดิ์ล้วนแต่มีความผิดหวังและขมขื่นรอคอย ความสุข ความสมหวังอันไร้สาระ ไร้แก่นสารเหล่านั้นมีเพียงแต่ในเรื่องเล่าหรือนิยายปรัมปรา


เพราะรักของเขาคือการเสียสละ...


-MISS SORAKI-

*เจ็บจี๊ดแทนท่านสือ... แต่รักเมียเขาก็ต้องทำใจ

*พร้อมสำหรับการฟาดฟันอย่างเข้มข้นกันหรือยัง?


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 29 ครั้ง

23 ความคิดเห็น

  1. #3094 เมมฟิส (@tiks) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2560 / 21:14
    สงสารองค์รักษ์สือ แต่จะมีเรื่องร้ายแรงเกิดขึ้นแน่เลย
    #3094
    0
  2. #2274 lokhss456 (@lokhss456) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2560 / 22:02
    ใจหนึ่งก็สงสารองครักษ์สือ อีกใจก็สงสารฝ่าบาท
    รอบกายน้องเหมียนมีแต่ผู้ชายระดับสูงจนแม่ยกหวั่นไหวกันทั้งนั้น ยังดีที่นางมีใจรักมั่น
    ไม่งั้นวังได้สะเทือนเลื่อนลั่น มั่นใจเป็นอย่างยิิ่งว่าน้องเหมียนต้องมีสกิลสร้างฮาเร็มไม่ต่างจากที่เจ้เหมยกุ้ยมี แต่นางไม่ทำเฉยๆเพราะรักฝ่าบาท 
    ระแวงว่าถ้าฝ่าบาททำร้ายจิตใจน้องเหมียนขึ้นมา ไม่มีโอกาสให้แก้ไขตัวเองแน่ๆ
    น้องเหมียนอาจจะร้ายในสายตาสนมอื่น แต่นางมีความเป็นภรรยาและมารดาที่น่าชื่นชมคนหนึ่งเลยล่ะ 
    รักนาง
    #2274
    0
  3. #2156 pimkeybord (@pimkeybord) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2560 / 13:04
    น่าสงสารท่านสืออ่ะ
    #2156
    0
  4. #2147 Diamondgirl (@phetnaree0002013) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2560 / 08:21
    ฮือ..องครักษ์สือ
    หน่วงมากอ่ะตอนนี้
    #2147
    0
  5. #2143 Mnvw (@Mnvw) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2560 / 00:31
    จะมีอะไรเกิดขึ้นหรอ
    #2143
    0
  6. #2142 prwpc (@prwpc) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2560 / 00:25
    เป็นกำลังใจให้นางงงง. สงสารนางง
    #2142
    0
  7. #2140 Lovely_Sweety (@Lovely_Sweety) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2560 / 23:08
    ชอบสือเอ๋อร์ มากๆค่ะ // รักนาง
    #2140
    0
  8. #2139 ดิเดียร์ (@pdeer11) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2560 / 22:00
    ขอสาวให้สือ สักคน
    #2139
    0
  9. #2138 Eureka8 (@Eureka8) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2560 / 21:56
    พร้อมมากค่ะ กรุณาขนตอนต่อไปมาเร็วๆอิอิ
    #2138
    0
  10. #2137 shadow_devil (@wrtja) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2560 / 21:51
    เป็นกำลังใจให้สู้ๆนะคะไรต์
    #2137
    0
  11. #2136 shadow_devil (@wrtja) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2560 / 21:50
    โอ้ยยย
    #2136
    0
  12. #2135 tongta251919 (@tongta251919) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2560 / 21:29
    ไม่อยากอ่านฉากเศร้าอะไรท์
    อย่าเศร้านานน่ะรีด....รับบ่ได้ค่ะ
    #2135
    0
  13. #2134 spholkerd (@yok20027) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2560 / 20:40
    ฮือออสงสาร
    #2134
    0
  14. #2133 chanchan123 (@minhochanyeol123) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2560 / 20:34
    สงสารองครักษ์สือแต่ต้องทำใจถูกแล้ว
    #2133
    0
  15. #2132 fairy (@game_) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2560 / 20:30
    โอ๊ยยยยย พี่สือมาหาน้องมา ถึงไม่งามเหมือนมู่เหมียนแถมความจนแต่ก็รักพี่สือคนเดียว(?)น้าาาาา
    #2132
    0
  16. #2131 c@ke (@tonkloa) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2560 / 20:13
    สงสารสือสือ ฮืออออ
    #2131
    0
  17. #2130 Red_Baby (@jidapa_phesuk) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2560 / 20:07
    โอ๊ยยยย เจ็บปวดดดด
    #2130
    0
  18. #2128 HERRINNE POTTER (@zinnialalo) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2560 / 19:29
    โอ๊ยยยปวดใจ
    #2128
    0
  19. #2126 pookky4135 (@pookky4135) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2560 / 18:47
    เป็นพระรองที่แสนดีสุดๆ แต่ก็ต้องเป็นพระเอกที่ดีสุดๆในสายตาสักคน หาให้เจอนะท่านองครักษ์
    #2126
    0
  20. #2125 tanyaluck1976 (@tanyaluck1976) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2560 / 18:14
    น่าสงสารองครักษ์สือของเราจริงๆ
    #2125
    0
  21. #2124 ข่งเชี่ย (@6744790) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2560 / 18:12
    ฮึก ฮือๆ เศร้า
    #2124
    0
  22. #2123 Juno_e (@juno_e) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2560 / 18:04
    น้ำตาปริ่มม ท่านสืออTT เค้ายังไม่พร้อมเจอการฟาดฟันนนน
    #2123
    0
  23. #2122 ★WISTERIA★ (@Hawthorn) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2560 / 18:04
    ท่านสือมาสบอกเราก็ได้นะ เรายินดีให้ทั้งกาย แถมหัวใจ>////<
    #2122
    0