ท่านประมุข! ฮูหยินหนีไปอีกแล้วขอรับ! [E-book&หนังสือ]

  • 100% Rating

  • 1 Vote(s)

  • 252,834 Views

  • 1,837 Comments

  • 7,811 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    4,064

    Overall
    252,834

ตอนที่ 46 : ตอนสมนาคุณ: ถ้าหากสลับเพศ (300%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 11993
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 764 ครั้ง
    27 ก.พ. 62

ตอนสมนาคุณ

ถ้าหากแกะน้อยและท่านประมุขสลับเพศกัน

 

Thả lòng vào thinh không, gửi đến núi sông một khúc tiêu mang theo bao nỗi xót xa ai oán...


หมายเหตุ: ตอนนี้แต่งขึ้นเพื่อขอบคุณนักอ่านเท่านั้น เกิดจากจินตนาการส่งท้าย ไม่ปรากฏในที่ใดและไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเนื้อเรื่องหลักส่วนใดทั้งสิ้น!


ท่านประมุขโหลวเว่ยเซียน (27) ตำแหน่งประมุขหญิงแห่งพยัคฆ์คำราม นิสัยเย็นชา หน้านิ่ง ปากร้าย แต่มีดีที่รูปโฉมงดงามล่มเมืองจนบุรุษต่างกล่าวพร้อมกันว่า "ได้ชิมสักครา ต่อให้ต้องตายก็เหมือนตายใต้ต้นโบตั๋น!"

สวีกงหลิน (17) ชายหนุ่มจากเมืองหลวง รูปร่างหน้าตาเข้าขั้นหล่อเหลาสะกดตา แต่มีนิสัยอ่อนโยน และค่อนข้างหวาดกลัวสตรี ทำให้จนป่านนี้ก็ยังไม่มีสตรีคู่เคียงพาลพาให้บิดาหนักอกยิ่ง

ท่านประมุขหรงหมิงเฟย (25) พี่สาวต่างมารดาของสวีกงหลิน เอ็นดูน้องชายเป็นที่สุดชนิดยุงไม่ให้ไต่ไรไม่ให้ตอม "ใครคิดเกี้ยวน้องชายข้า มันต้องเอาเลือดมาล้างเท้า!"

และนี่ก็เป็นจุดเริ่มต้นของความรักแสนชวนเวียนหัวระหว่าง ประมุขสาวหน้าตายที่หมายมาดอยากได้ชายหนุ่มมาเป็นภรรยา (สามี) VS หมอหนุ่มหน้าละอ่อนที่ผวาสตรีเข้าขั้นยอมตายดีกว่าต้องแต่ง



-------------*********--------------

สายลมอ่อนพัดโชยหอบกลิ่นหอมของสมุนไพรตากแดดมาแตะจมูก เสียงจักจั่นเรไรร้องเซ็งแซ่ ก้องทั้งป่า ผนวกกับเสียงใบไม้หวีดหวิวตามแรงลม   ฟังแล้วคล้ายดนตรีที่บรรเลงอย่างไพเราะโดยธรรมชาติ

ใต้แสงอาทิตย์ที่เริ่มทอแสงอ่อนยามเย็น ร่างโปร่งเพรียวดุจกิ่งหลิวของบุรุษผู้หนึ่งกำลังเทสมุนไพรแห้งกลับเข้ากระสอบป่านอย่างขะมักเขม้น เหงื่อไหลโซมกายจนอาภรณ์สีทึบแนบกายเผยให้เห็นเรือนร่างยวนใจทั้งสตรีและต้วนซิ่ว

"ยังมิกลับเรือนอีกหรือท่านหมอ!" 

"เย็นแล้วนะท่านหมอ รีบกลับก่อนตะวันจะตกดินเถิด ประเดี๋ยวสัตว์ป่าจะออกมาหากินเสียก่อน"

ใบหน้าหล่อเหลาติดสุภาพราวกับบัญฑิตยิ้มพรายบางเบา ก่อนจะตอบกลับถ้อยคำเป็นห่วงเป็นใยของชาวบ้าน

"ขอเก็บของอีกสักพักก็จะกลับแล้ว พวกท่านก็ระวังเท้าด้วยเล่า"

หมอหนุ่มประจำหมู่บ้านติดเขตชายแดนอย่าง 'สวีกงหลิน' ถอนหายใจเฮือก เมื่อกวาดตาเห็นภาระงานที่ยังคงเกลื่อนกลาด ยังเหลือตะแกรงตากสมุนไพรอีกห้าอัน กว่าจะได้กลับคงยามซวีพอดี (19:00-20:59น.) 

"ท่านหมอ! ให้ข้าช่วยนะเจ้าคะ" ไม่ทันได้ลงมือทำสิ่งใดต่อ ร่างอวบอัดที่จู่ๆพุ่งเข้ามาใกล้ก็ทำเอาเขาผงะ รอยยิ้มบนใบหน้าเจื่อนลงโดยอัตโนมัติ 

"แม่นางหง" เขาเรียกหญิงเบื้องหน้าอย่างกระอักกระอ่วนใจ เหลือบไปด้านหลังเห็นบุตรชายของนางที่อายุอ่อนกว่าเขาราวห้าปีเล็กน้อย อีกฝ่ายยกมือขึ้นปาดคอเป็นคำเตือนจนหมอหนุ่มกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่

สีหน้าประมาณนั้น แววตาเช่นนั้น บอกได้ไม่ยากว่ามันกะเอาเขาตายแน่ๆ

"ยังเหลืออีกเยอะเชียว หากต้องกลับเรือนค่ำนักก็พักบ้านจ้าสักคืนสิเจ้าคะ กลางค่ำกลางคืนอันตรายจะตายไป" 

ที่อันตรายกว่าคืออยู่กับท่านนี่แหละ

สวีกงหลินต่อประโยคในใจด้วยใบหน้าไม่เปลี่ยนสี ริมฝีปากหยักสวยยังคงมีรอยยิ้มแต่งแต้ม 

แม่นางหง หรือ แม่นางหงเฟิ่ง เป็นหญิงหม้ายสามีตายที่โด่งดั่งในหมู่บ้าน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความงามหรือความร่ำรวย มีบุรุษหลายคนหมายปองอยากเข้าไปร่วมเป็นส่วนหนึ่ง อนิจจาต้องเป็นอันหายสาบสูญเพราะพิษแรงหวงมารดาของหงเฉิน บุตรชายเพียงคนเดียวกับสามีผู้ล่วงลับ 

หากถามว่าไยสตรีที่ผู้คนหมายปองต้องมาข้องเกี่ยวกับหมอจนๆคนหนึ่ง นั่นคงเป็นเพราะเขาบังเอิญไปสร้างบุญคุณแก่นางโดยไม่รู้ตัวกระมัง 

ราตรีนั้นนางได้รับบาดเจ็บสาหัสเพราะถูกโจรปล้น เขาถูกชาวบ้านเรือนข้างเคียงเรียกให้ไปดูอาการ ขณะรักษาดันไปสะกิดใจส่วนใดของนางมิอาจทราบได้ หลังฟื้นนางก็เอาแต่เรียกหาให้เขาเข้ารักษาวันแล้ววันเล่า กระทั่งหายแล้วก็ยังหาเหตุผลให้เขาไปเยี่ยมเยือนจนชาวบ้านลือกันให้ทั่วว่าเขาคือว่าที่นายท่านหงคนใหม่

สวรรค์...ถึงเขาจะยากจน แต่ก็มิได้ตามืดมนขั้นจะเอาสตรีรุ่นมารดาทำภรรยา

กระนั้นบุตรชายของนางหาได้คิดเช่นนั้นไหม อีกฝ่ายคิดว่าเขาทำคุณไสยใส่มารดาตน หงเฉินตั้งตัวปรปักษ์กับเขาออกนอกหน้า เจอที่ไหนเป็นอันพ่นวาจาไม่น่าฟังมาทักทายทำเอาระอา พลอยทำให้เขาขยาดทั้งผู้เป็นมารดาและบุตรชายไปเสียอย่างนั้น

"ข้าคงมิรบกวนแม่นางหงไปมากกว่านี้" สวีกงหลินแสร้งเงยมองท้องฟ้าที่เริ่มเปลี่ยนสีเป็นเชิงบอกกลายๆ "ท่านพ่อคงรอให้ข้ากลับไปดูแล ทั้งอากาศยังหนาวขึ้นมาก แม่นางหงไม่ควรตากลมหนาวนานๆ"

"เรื่องนั้นจะนับว่าเป็นกระไรได้!" แค่พูดทำไมต้องเข้ามาใกล้! ชายหนุ่มสะดุ้งโหยงหนีสัมผัสของสตรีข้างกาย "เรื่องบิดาของท่านหมอ ข้าจะให้คนไปดูแลให้เอง คืนนี้ท่านพักเรือนข้าก่อนเถิด เดี๋ยวรุ่งเช้าจะให้คนช่วยขนสมุนไพรของท่านไปเอง"

"ข้าคงไม่รบกวน..."

"ไม่ได้รบกวนอะไรเลยท่านหมอ" 

"ท่านแม่! ท่านหมอเขาไม่อยากรบกวนท่านก็อย่าไปฝืนใจเขานักเลย" ไม่ทันที่เขาจะได้เอ่ยปฏิเสธ หงเฉินที่ยืนคุมเชิงด้านหลังก็เดินเข้ามาขวางพร้อมบีบไหล่เขาให้ออกห่าง "ท่านควรจะกลับได้แล้ว ไม่คิดว่างั้นหรือ ท่าน-หมอ"

อีกฝ่ายเน้นคำลงท้าย ก่อนจะกดสายตามองเขาราวกับเป็นแค่มดปลวกตัวหนึ่ง สวีกงหลินคิ้วกระตุก แต่ไม่อยากสร้างปัญหากับผู้มีอิทธิพลจึงเออออห่อหมกไปท่ามกลางสายตาเสียดายของหม้ายสาว

"เจ้านี่เข้ามาขัดตลอดเลยนะ เฉินเฉิน"

"หึ!" 

"ขอบคุณแม่นางอีกครั้งที่ช่วยเหลือ ข้าคงต้องขอตัวก่อน" สวีกงหลินถอนหายใจอย่างโล่งอก หลังพาตัวเองออกจากสตรีที่แผ่รังสีคุกคามมาได้ 

ชะตาของเขาบรรจบกับสตรีมากมาย แต่ไฉนใครจะทราบว่าเขามิเคยปรารถนาแม้แต่น้อย เขาไม่ใช่ต้วนซิ่ว ขณะเดียวกันก็ไม่ต้องการตบแต่งสตรีใดเข้าเรือน ทุกวันนี้แค่เก็บพืชสมุนไพรและรักษาชาวบ้าน เขาก็มีความสุขมากพออยู่แล้ว มิจำเป็นต้องไปหาภาระมาเพิ่มใส่หัว

เขายังไม่พร้อมมีใคร

ภาพมารดาที่จากบิดาและเขาไปอย่างเลือดเย็นยังคงติดตา

"มัวแต่คิดอะไรอยู่นะ" เขาสะบัดหัวไล่ความน้อยใจที่ผุดขึ้นมาในใจ ยกข้าวของขึ้นแนบอก ส่วนที่เหลือก็พาดบ่าเดินจากที่แห่งนั้นมาด้วยใบหน้าอ่อนโยนเช่นทุกครา แม้สิ่งที่อยู่บนแผ่นหลังจะหนักมาก ทว่าดวงหน้าคมกลับไร้ซึ่งความเหน็ดเหนื่อย

ใช้เวลาไม่นาน สวีกงหลินก็เดินทางมาถึงเรือน แสงเทียนริบหรี่สีส้มอ่อนจากในเรือนทำให้ริมฝีปากหยักสวยขยับยิ้มอย่างอ่อนใจ ดึกดื่นป่านนี้บิดาก็ยังไม่เข้านอน คงมิเเคล้วนั่งเขียนตำรายาอยู่อีกแน่

"ข้าเข้าไปนะท่านพ่อ" ไม่รอให้ใครอีกคนมาเปิดบานประตู เขาถือวิสาสะเข้าไปแล้ววางข้าวของลงกองบนพื้น ก่อนจะนำมาแยกชนิดให้เป็นระเบียบ

"ชาวบ้านลือกันให้แซ่ดอีกแล้วเรื่องเจ้ากับแม่นางหง เกิดอะไรขึ้นกันแน่กงหลิน" มือที่กำลังจัดขวดโหลชะงักเล็กน้อย 

เกิดอะไรขึ้นงั้นเหรอ เขาก็ถูกสตรีรุ่นราวคราวแม่หมายมั่นจะจับทำสามีอยู่อย่างไรเล่า แน่นอนว่าเขาแค่คิดมิได้พูดออกไป

"พวกเขาแค่ลือกันไปเรื่อย คุณชายเฉินก็ประกาศอยู่ว่าไม่มีวันเกี่ยวดองกับข้า และที่สำคัญคือข้าหาได้มีใจให้แม่นางหงไม่" 

"แต่สิ่งที่บิดาได้ยินมา..."

"มันมิมีเรื่องอันใดหรอกขอรับ"

"แต่แม่นางหงกำลังจะจัดเตรียมพิธีแต่งงานกับเจ้าในอีกสามวัน!"

สวีกงหลินชะงักค้าง แต่งงาน? แต่งงานบ้าบออันใดกัน เมื่อครู่เขายังรักษาระยะห่างกับนางเป็นจั้ง แสดงออกชัดเจนว่าไร้ใจปฏิพัทธ์ แล้วงานแต่งงานมันจะเกิดขึ้นได้อย่างไร ไม่ให้เขากังขานาน ผู้เป็นบิดาก็แถลงไขต่อทันที

"นางเพิ่งมาบอกกับข้าเมื่อเช้าตรู่ว่ากำลังตั้งครรภ์กับเจ้า"

เสมือนถูกฟ้าผ่ากลางหัวโครมใหญ่ เขามือไม้ชาดิก อยากจะปฏิเสธปากก็สั่นระริก ไร้ยางอายที่สุด! ตะล่อมให้แต่งเขาไม่ยินยอม จึงเล่นกุข่าวน่าอายมาเพื่อให้เขารับผิดชอบเช่นนี้เลยหรือ

"ข้าไม่เคยมีอะไรกับนาง" เขาเน้นคำ 

"บิดารู้ แต่ว่าเรื่องมันมาถึงขนาดนี้แล้ว"

"ข้าไม่มีวันตบแต่งกับสตรีใด ยิ่งเป็นสตรีมากเล่ห์แล้ว ข้ายิ่งขอปฏิเสธ"

ก็นึกสงสัยอยู่แล้วเชียวว่าอะไรดลใจให้นางมาตามติดเขาตลอดอาทิตย์ หนำซ้ำวันนี้ยังชวนไปค้างอ้างแรมอีก ที่แท้ก็ต้องการสร้างกระแสนี่เอง

บังคับเขาด้วยตัวเองไม่ได้ ก็จะใช้สังคมบีบคั้นเขาแทน

วิธีสกปรกที่สุด!

"เจ้าก็รู้ดีว่าแม่นางหงปักใจต่อเจ้าอย่างลึกซึ้งเพียงใด ขืนเจ้าอยู่ที่นี่ต่อคงหนีไม่พ้นตำแหน่งนายท่านหง"

"ข้ารู้ท่านพ่อ ข้ารู้ทุกอย่างดี" สวีกงหลินทรุดนั่งบนเก้าอี้ไม้อย่างอ่อนแรง ลูบหน้าที่มีเหงื่อชุ่มแล้วพิงพนัก "ท่านชรามากแล้ว ไหนจะชาวบ้านที่ป่วยไข้กันเกลื่อน ทั้งหมู่บ้านก็มีเพียงข้าและท่านที่เป็นหมอ หากข้าจากไปใครเล่าจะดูแลพวกเขา"

ใช่ว่าเขาไม่เคยคิดจะจากไป แต่เห็นอาการย่ำแย่ของคนไข้ เขาก็ทำใจดำจากไปไม่ลง อีกทั้งยังไม่อยากอกตัญญูทิ้งบิดาที่กำลังเจ็บไข้ไปใช้ชีวิตด้านนอกอยู่ตามลำพัง

"ถ้าท่านไปกับข้า..."

"ไม่ได้หรอก ต่อให้เจ้าไป ข้าก็ยังต้องอยู่ ที่นี่เป็นบ้านเกิดของข้า ข้าตั้งปณิธานไว้แล้วว่าหากจะตายก็ต้องฝังกลบที่นี่"

แล้วข้าเล่า บิดาคิดจะทอดทิ้งให้เขาอยู่ตามลำพังตั้งแต่ตอนนี้เลยหรือ 

แม้นอยากจะจากไปแค่ไหน เขาก็ทำไม่ได้อยู่ดี เขามีเพียงบิดาเป็นครอบครัวคนเดียว จะให้จากไปไหนได้ พลันภาพแม่นางหงผู้เป็นเหตุให้เขามาคิดหนักถึงเพียงนี้ก็ผุดขึ้นมาในหัว

เจ้ากรรมนายเวรชัดๆ

สุดท้ายก็ไม่ได้คลี่คลายประเด็นดังกล่าวให้ชัดแจ้ง สวีกงหลินพลิกกายบนเตียงไม้อย่างวิตกกังวล เขาไม่อยากแต่งงาน เขาไม่ปรารถนาชีวิตที่ล้มเหลวเพราะความรู้สึกไร้สาระเช่นความรัก ยิ่งกับสตรีที่สายตามีเพียงความหลงใหลในรูปโฉมของเขา เขายิ่งมิต้องการเป็นเพียงชายบำเรอให้ใครทั้งนั้น 

"เฮ้อ...เป็นบุรุษมันไม่ง่ายจริงๆ"

ร่างโปร่งรำพึงขึ้นมาท่ามกลางความมืดมิด ป่านนี้บิดาคงเข้านอนไปแล้ว แต่ใจเขายังคงว้าวุ่นอยู่กับเรื่องงานแต่ง แม้ไม่ทราบข้อเท็จจริง แต่บิดาก็ไม่น่าจะเอาเรื่องร้ายแรงมาล้อเล่น หรือว่าคราวนี้เขาต้องจากบ้านเกิดเมืองนอนไปแล้วจริงๆ

ไม่อยากยอมรับว่าเขากลัวอิสตรีผู้นั้น แต่เขาเพียงไม่อยากชิดใกล้ ไม่อยากอยู่ร่วมเคียง ไม่อยากแตะต้องสัมผัส ไม่อยากเห็นหน้า มันเป็นเรื่องน่าประหลาด แต่เขาดันรู้สึกแบบนั้นต่อแม่นางหงจริงๆ ราวกับชิงชังกันมาแต่ชาติปางก่อน

เปาะแปะ เปาะแปะ

เมื่อลืมตาตื่นขึ้นมาก็พบว่านอกหน้าต่างกำลังมีฝนพรำ สวีกงหลินรู้สึกโล่งใจขึ้นมาทันที อย่างน้อยๆวันนี่เขาก็ไม่ต้องเจอนางผู้นั้น

อันที่จริง ไม่ได้มีแค่แม่นางหงหรอกที่พยายามรวบหัวรวบหางเขา หากไม่เป็นเพราะบิดาช่วยกันท่า ป่านนี้เขาคงมีภรรยามากหน้าหลายตาเพราะความเกรงใจไม่กล้าปฏิเสธคน 

เขาไม่ได้อยากเป็นแบบนี้แต่พอจะตัดความหวังใครสักคน หยาดน้ำตาที่เห็นก็ทำเอาใจอ่อนยวบพูดไม่ออกไปเสียอย่างนั้น

"กงหลิน กงหลิน แม่นางหงมารอเจ้าอยู่ที่โถงแล้ว"

อารมณ์ปลอดโปร่งยามเช้าห่อเหี่ยวลงทันใด กระทั่งฝนตกฟ้าแทบทลาย นางก็ยังมาหาเขาได้อีกหรือ ยอมแพ้ในความมุมานะจริงๆ เขาสางผมระบายความงุ่นง่าน ก่อนจะลุกขึ้นมาแต่งตัวอย่างรีบร้อนเตรียมออกไปพบแขกประจำ

แม้ไม่อยากก็ตาม...

แต่ตราบใดที่เหยียบบนที่ดินแห่งนี้ หรืออยากมีงานทำ เขาก็ต้องไว้หน้านางอยู่สามส่วน

"ไยต้องรีบร้อนนักเล่าท่านหมอ" นางหัวเราะคิกคักยามเห็นเขาออกมาต้อนรับ ด้านหลังยังคงมีลูกชายวัยใกล้เคียงกับเขายืนทำหน้าดุไม่ห่าง "ข้าทำมื้อเช้ามาฝาก"

"ข้าไม่รบกวนแม่นางหงหรอกขอรับ"

"ข้าเตรียมตั้งแต่เช้าตรู่ ท่านหมอกงไห่ก็มาร่วมทานด้วยกันเถิด" วาจาของเขาถูกเมินทันที แม่นางหงใช่ว่าจะไม่รู้ตัวว่าเขาปฏิเสธ แต่นางก็ยังคงดึงดันไม่หยุดไม่หย่อน

"แม่นางหง..."

ใครสักคนเถิด ใครก็ได้ช่วยพาเขาออกจากเหตุการณ์นี้ที!


[ต่อตรงนี้]


"แค่ยอมรับในสิ่งที่มารดาข้าให้ มันจะอะไรกันนักกันหนา!" 

มิทันได้กล่าวปฏิเสธ เสียงตวาดกร้าวกัมปนาทดุจฟ้าผ่าก็ดังขัดขึ้นมาเสียก่อน สวีกงหลินตกอยู่ในสถานการณ์กลืนไม่เข้าคายไม่ออก เขาต้องการความเมตตาจอมปลอมที่ซ่อนแผนงาบเขาตั้งแต่หัวหางเสียเมื่อไหร่ คนที่หงเฉินควรบอกให้หยุดคือมารดาของตนต่างหาก

คิ้วเรียวกระบี่ขมวดเข้าหากันเล็กน้อย บ่งบอกว่าหมอหนุ่มเอวก็ชักไม่สบอารมณ์เช่นกัน แต่ด้วยต้องไว้หน้าเจ้าของที่ดิน ใบหน้าหล่อเหลาชวนสบายใจยังคงคลี่ยิ้มพรายที่เริ่มแข็งทื่อ

"เฉินเฉิน อย่าเสียมารยาทสิ"

คล้ายหงเฟิ่งสัมผัสคลื่นอารมณ์นั้นได้ นางจึงฉุดแขนเสื้อบุตรชายที่เตรียมโผใส่ชายหนุ่มหน้าใสอย่างห้ามปราม

"ท่านแม่ก็ดูมันพูดสิ!"

เขาถกแขนเสื้อขึ้นหมายจะกระชากคอคนกล้าต่อปากต่อคำสักหน สวีกงหลินเปรียบเสมือนกระต่ายขาวตัวหนึ่งที่เผชิญหน้ากับราชสีห์ตัวโต ไม่มีหนทางใดสามารถขัดขืนได้เลย หมอหนุ่มเมินท่าทางกราดเกรี้ยวหาเรื่อง ก่อนจะหันไปจัดข้าวของด้านหลังให้เข้าที่

"อย่ามาเมินข้านะ เจ้าไก่อ่อน"

ทันทีที่มือแกร่งคว้าคอหมับ สวีกงหลินก็ปัดมือนั้นทิ้งเต็มแรงเสียงดังฉาด บรรยากาศรอบกายเย็นเยียบลงฉับพลัน บิดาของเขาหน้าซีดหยิบยาหอมมาสูดดม

เผลอหลุดไปจนได้

"นี่แก..."

สวีกงหลินปั้นหน้ายิ้มแย้มกลบเกลื่อน แต่เหมือนชายตรงหน้าจะไม่เย็นตาม มุมปากสวยกระตุกเล็กๆยามเห็นอีกคนคว้าโหลสมุนไพรปาลงพื้นระบายอารมณ์ 

"แกกล้าลองดีกับข้างั้นหรือ"

เขาเหลือบไปมองมารดาของอันธพาลที่ยืนกอดอกนิ่งเฉย นางคงต้องการพาลูกมากดดันเขา แต่เสียใจด้วยที่เขาไม่ขอเป็นลูกไก่ในกำมืออีกต่อไป

ในเมื่อไม่มีสิทธิ์ต่อกร เขาก็จะไม่ทำ

"ขออภัย...แต่ข้าขอพูดให้ชัดอีกครั้ง ข้าไม่คิดจะแต่งงานขอรับ ข้าหวังเพียงได้อุทิศกายช่วยเหลือคนไข้จนถึงที่สุดเท่านั้น" ชายหนุ่มพยายามระงับความเสียดายต่อสมุนไพรหายาก เขาต้องฝ่าฟันขึ้นเขาบุกป่าดงให้ได้มา แต่ดูสิ่งที่คนร่ำรวยเหล่านี้ทำ ใช้เครื่องมือหากินของเขามาบีบคั้นให้จำยอม

คนประเภทนี้เขาเกลียดรองลงมาจากพวกดึงดัน

สวีกงหลินหลุบสายตามองพื้นเมื่อร่างอวบอัดของแม่นางหงเฟิ่งเคลื่อนมาหยุดเบื้องหน้า มือบอบบางที่สวมแหวนทองคำและหยกครบทุกนิ้วไล้สัมผัสแก้มอย่างยั่วเย้า

เขาหลับตาข่มความขยะแขยง ฉุดใจไม่ให้ทำรุนแรงต่อสตรีทรงอำนาจ กลิ่นน้ำหอมฉุนกึกลอยมาแตะจมูก

มารดามันเถิด เขาจะกลั้นอาเจียนไม่อยู่แล้ว

"ช่างใจร้ายเสียจริงท่านหมอ"

ปลายนิ้วเรียวนั้นไล้มาหยุดที่ซอกคอขาวที่มีรอยขีดข่วนของกิ่งไม้เล็กน้อย นางแย้มยิ้มกดดัน ไม่ว่าอย่างไร นายท่านหงคนใหม่ต้องเป็นหมอสวีเท่านั้น

ม้าพยศก็ดีเหมือนกัน นางชอบ

ชีวิตจะได้มีสีสันมากขึ้น

"แต่ว่า...ข้าไม่ยอมรามือหรอกนะ" 

เสียงหวานละมุนหูเมื่อครู่กดต่ำลง เช่นเดียวกับมือที่บีบคางเขาจนเจ็บ สวีกงหลินไม่ได้แสดงอาการใดลนใบหน้า ท่าทางนี้ทำให้นางขีดใจจนอยากลงโทษม้าหนุ่มให้รู้ฐานะตัวเอง

"ถ้าไม่ใช่ท่าน ข้าคงไม่ใจอ่อนถึงเพียงนี้" นางจุมพิตข้างแก้มเขาเบาๆท่ามกลางสายตาลูกค้าหลายคน

ไม่นานข่าวลือคงแพร่ออกไปไกลกว่าจะยับยั้ง เขาที่ทราบดีจึงเลิกดิ้นรนขัดขืน เพราะต่อให้ฟ้าดินพังทลาย หญิงสกุลหงคงไม่ยอมรามือจากเขาอยู่ดี

"อะไรที่ข้าอยากได้ ข้าก็ต้องได้ แน่นอนว่าตัวท่านก็ไม่เว้น" 

หลังจากได้ยินประโยคนนั้น เขาก็เหมือนถูกทุบตีจนสมองชา มันหมายความว่านางกำลังหมดความอดทนต่อเขาแล้ว แว่วได้ยินเสียงหัวเราะต่ำในลำคอของคู่อาฆาต เขาก็ได้แค่กัดปากแน่น

เกิดมาทั้งทีจะมีอุปสรรคอะไรนักหนา เขาเป็นบุรุษแท้ๆแต่ทำไมต้องก้มหน้าเป็นทาสสตรี แค่คุณค่าความเป็นคน ไม่รู้ว่านางจะตีความได้หรือไม่ ขืนแต่งเข้าไป ชีวิตคงไม่ต่างจากตายทั้งเป็น

"อย่างไรก็ตาม เชิญแม่นางหงกับคุณชายเข้ามาทานอาหารเช้าร่วมกันก่อนเถิด"

ไหนๆนางก็ทำอาหารมาถึงที่ ถ้าปฏิเสธก็รังแต่จะทำให้ทุกอย่างรุนแรง 

หลังจากรับประทานอาหารเช้าร่วมกัน บรรยากาศมาคุก็ทำให้นางยอมรามือกลับไปก่อน สวีกงหลินสบสายตาที่หงเฉินมองมา พลันต้องทอดถอนใจ

"หมอสวีช่างไร้น้ำใจเสียจริง" หงเฟิ่งที่เพิ่งจากโรงหมอตระกูลสวีมาบ่นอุบ ในใจชักเดือดพล่านจนอยากรีบเร่งกำราบ "สุราเชิญไม่ชอบ ชอบสุราจับกรอก ข้าก็ไม่ขัดศรัทธา"

"ท่านคิดจะทำอะไรหรือท่านแม่" 

"พรุ่งนี้เจ้าไปลักพาหมอสวีมาที่จวน ข้าจะทำอะไรให้มันถูกต้องเสียที"

หงเฉินเบิกตาโพลง เขารู้ความนัยที่แฝงทันทีว่ามารดาต้องการสิ่งใด เหงื่อเย็นซึมเต็มแผ่นหลัง ใจหนึ่งอยากห้ามปรามแต่พอเห็นแววตาวาวโรจน์คู่นั้น เขาก็กลืนคำพูดทุกอย่างลงคอ

"ข้าจะเตรียมคนให้พร้อม"

ซวยแล้วไงเจ้าหมอหน้าจืดนั่น

คล้อยหลังมารดา หงเฉินก็เดินหน้ายักษ์กลับเข้าห้อง ก่อนจะเปิดหีบเอาทองส่วนหนึ่งใส่ถุงผ้า เพื่อเตรียมมอบให้กับคนที่กำลังจะกลายเป็นพ่อเลี้ยง

ใช่... เขาจะส่งเสริมให้มันหนีไป

หน้าตาเหมือนโลกถล่มขนาดนั้น สุนัขที่ไหนก็รู้ทั้งนั้นว่ามันไม่อยากแต่ง และเขาก็ไม่อยากให้มารดาทำร้ายคนที่เคยช่วยเหลือตนเองเมื่อยามไข้

ถึงเขาเป็นอันธพาล แต่ก็ไม่ใช่คนใจสุนัข

"พวกเจ้าคอยดูท่านแม่ให้ดี ถ้าเป็นไปได้ก็อย่าให้ออกจากเรือน คืนนี้พวกเราจะดำเนินแผนการ ถึงอย่างไร ข้าก็ไม่ยอมรับไอ้เจ้าจืดนั่นเป็นพ่อเด็ดขาด"

"ลูกพี่กล้าขัดใจนายหญิงหรือ"

"กล้าไม่กล้าพวกเจ้าจะได้เห็น"

"แต่ว่า"

"ไม่มีแต่ทั้งนั้น ถ้าพวกเจ้ากลัวแม่ข้าก็ออกจากกลุ่มไปซะ" พอถูกดักทาง พงกลิ่วล้อก็หน้าสลด ยอมช่วยลูกพี่เก็บข้าวของจำเป็นแต่โดยดี ใจก็หวั่นๆว่าจะโดนเล่นงานหรือไม่


โรงหมอตระกูลสวี

พ้นสายตาครอบครัวหงได้ไม่นาน ทั้งเมืองด้านนอกก็ติดย้อมด้วยผ้ามงคลสีแดงทำเอาสองพ่อลูกแทบลมจับ หน้าด้าน หน้าด้านหน้าทนเกินไปแล้ว

สิ่งที่พบเจอทำให้สวีกงหลินตัดสินใจเด็ดขาด ซึ่งบิดาก็เห็นด้วยช่วยไปเตรียมม้าอีกแรง แต่ไม่ทันได้ลงมืออะไร ประตูก็ถูกถีบให้เปิดออกเผยให้เห็นร่างกายกำยำ

"จะหนีไปไหนเจ้าเต้าหู้" 

"มาที่นี่ด้วยเหตุใด" สวีกงหลินย้อนถาม เขาไม่กลัวเกรงสายตาคมมือไม้ยังคงเก็บของเป็นระวิง

หมับ...

ร่างใหญ่คว้ามือเขาไว้ แล้วดึงให้หันมาเผชิญหน้า หงเฉินสังเกตสีหน้าเผือดสีของคนอายุมากกว่า

"ข้าแค่แวะมาดูว่าที่บิดา"

"ข้าไม่มีทางเป็น!" เขาต่อต้านเสียงแข็ง

"ก็แน่ล่ะ ต่อให้เจ้าอยาก ข้าก็ไม่อนุญาต"

หงเฉินโยนถุงผ้าขนาดใหญ่พอเหมาะอัดหน้าจนสวีกงหลินหงายหลังล้มตึง เขาสะบัดหัวไล่ความมึนงง เมื่อสติกลับมาครบถ้วนจึงได้เห็นว่าด้านในมีของมีค่าบรรจุอยู่มากมาย บางอย่างเป็นของจำเป็นต่อการเดินทาง

"นี่มันอะไร"

"จะหนีไม่ใช่หรือ ข้าให้คนเตรียมรถม้าไว้แล้ว" เขาเห็นสายตาไม่ไว้วางใจก็คิ้วกระตุก "คนอย่างข้าไม่ใช่หมาลอบกัด ถ้าอยากฆ่าเจ้ามันง่ายกว่าปอกกล้วยเข้าปากเสียอีก"

"กงหลิน เจ้ารีบหนีไปซะ ไปหาพี่สาวของเจ้า นางเป็นคนเดียวที่ช่วยเจ้าได้ในยามนี้"

เป็นเวลาเดียวกับที่หมอชราเข้ามาพอดี หงเฉินเลิกคิ้วมองสีหน้าร้อนรนของอีกฝ่ายแล้วกระตุกยิ้มมุมปากให้คนแก่กระวนกระวายเล่น

"หงเฉิน"

"ท่านพ่อไม่ต้องกังวล คุณชายเพียงต้องการให้ข้าออกจากชีวิตมารดา" 

สีหน้าเคร่งเครียดคลายกังวลลง สวีกงไห่ค้อมกายขอให้บุตรชายของสตรีทรงอำนาจเมตตา ซึ่งหงเฉินก็ไม่ได้ทำให้ผิดหวัง เขาจิปากเบาๆ

"ใช่ว่าข้าอยากเห็นด้วย แต่นางยื่นคำขาด ข้าก็ยากจะห้ามปราม"

"..."

"อย่างไรก็ตาม เจ้ารีบหนีไปดีกว่า คืนนี้แผนการของนางก็จะเริ่มแล้ว"

สวีกงหลินรับจดหมายจากบิดามาเก็บไว้ที่อกเสื้อ พร้อมกับรับถุงผ้าจากหงเฉินอย่างเกรงใจ แต่อีกฝ่ายบอกให้คิดเสียว่าเป็นค่าจ้าง เพื่อขับไล่เขาออกจากสายตามารดา เขาจึงยอมรับไว้

แต่ไม่นานเขาก็ถูกพิษสงเด็กติดแม่ทำพิษ คนขับรถม้าพาเขามาปล่อยทิ้งไว้ในเมืองที่ไม่คุ้นเคย ซ้ำยังตรงข้ามกับในแผนที่แบบคนละทิศคนละทาง

"หงเฉิน..." หมอหนุ่มสูดหายใจเพื่อสยบอารมณ์ แต่ก็ทนไม่ไหว "ไอ้เจ้าเด็กนรก!"

เมื่อสิ้นไร้รถม้า เขาก็ไม่มีทางเลือกนอกจากเดินเท้า โชคดีที่ถูกปล่อยใกล้หมู่บ้าน แต่น่าเเปลกที่หมู่บ้านแห่งนี้ทาบ้านเรือนด้วยสีดำ มองแล้วดูสวยแต่พิศนานๆหฦก็น่าสยดสยองไม่เบา

"รสนิยมคนเหล่านี้ช่างแปลกประหลาดนัก"

ตั้งแต่มาถึง เขาก็โดนเดินกระแทกจากสตรีนับครั้งไม่ถ้วน อาการไม่ถูกโรคกับสตรีทำเอาเขาอาเจียนเป็นวรรคเป็นเวร เมื่อหมดเรี่ยวแรงก็ตัดสินใจเช่าโรงเตี๊ยมถูกๆอยู่ไปพลางๆ ขณะหาทางไปหาพี่สาวต่างบิดา

หนีเสือมาปะจระเข้ชัดๆ

ทันทีที่เขาผลักประตูเข้าไปในห้อง ภาพแสงสว่างจากเปลวเทียนพลันมืดลง แม้เขาจะกลั้นหายใจไม่สูดกลิ่นไม้หอมที่มีฤทธิ์ทำให้ง่วงซึม สุดท้ายก็ฝืนไม่ไหว สูดเข้าไปเต็มปอด

"เจ้านี่ตัวเบาอย่างกับนุ่น เป็นบุรุษแน่หรือ" ไม่พูดเปล่า หญิงสาวร่างโปร่งยังร่นกางเกงของชายร่างบางลงท่ามกลางสายตาตื่นตะลึงของผู้ติดตาม

"ท่านประมุข! ท่านจะถอดกางเกงผู้ชายมั่วซั่วมิได้นะขอรับ"

"พูดอะไร แม้แต่ไส้เดือนดินของพวกเจ้า ข้ายังเห็นมาหมดแล้ว ดูเพิ่มอีกอันจะเป็นไรไป"

"ข้าไม่เล็กนะขอรับ"

ประมุขสาวเมินคำร้องโวยวาย ก่อนจะเบิกตากว้างเมื่อเห็นสิ่งที่ซุกซ่อนใต้กางเกงเนื้อหนา ริมฝีปากสวยห่อเป็นวงกลมและหลุดร้องอย่างตื่นเต้น

"ว่าที่สามีข้าใหญ่มิใช่เล่นเลย พวกเจ้าดูสิ"

"ท่านประมุข! พวกข้าไม่อยากดูขอรับ! มันอุจาด!"

ตามมาด้วยเสียงอาเจียนโอ้กอ้าก โฉมสะคราญสวมกางเกงกลับคืนให้อีกฝ่ายดังเดิม ก่อนจะกวาดสายตามองทรัพย์สินติดตัว แล้วเอ่ยสั่งให้ลูกพรรคเก็บของใช้จำเป็นตามกลับพรรค

หากถามว่าไฉนนางต้องมาลักพาตัวบุรุษร่างบางผู้นี้ คงต้องย้อนไปเมื่อหนึ่งชั่วยามก่อน


ถนนใต้การปกครองของพยัคฆ์คำราม

ประมุขโหลวเว่ยเซียนแห่งพรรคมารยกสุราขึ้นจิบตั้งแต่หัววัน เก้าอี้ตรงข้ามว่างเปล่าไร้ผู้คน แต่ด้านหลังกลับรายล้อมด้วยบุรุษหน้าตาโหดเหี้ยมอำมหิตพาลพาให้ท้องไส้ปั่นป่วน นางเป็นประมุขพรรคที่มีใบหน้างามพิลาสล่มเมือง นัยน์ตาโฉบเฉี่ยวสีเหล็กกล้าทำให้หลอมละลายใจคนมองให้กลายเป็นเมือกได้ไม่ยาก ริมฝีปากแต้มชาดสีแดงก่ำราวกับเลือด องคาพยพบนใบหน้าเสริมให้นางงดงามอย่างร้ายกาจ เมื่อรวมกับเรือนร่างสะโอดสะองเย้ายวนใจบุรุษยิ่งเสริมภาพนางจิ้งจอกเจ้าเสน่ห์ให้เด่นชัด

แต่นางเป็นพยัคฆ์

ซ้ำยังพยัคฆ์มารเสียด้วย

หลายคนที่ต้องจบชีวิต เพราะกล้าหาเรื่องปีนเตียง ประมุขคนงาม นางดีพร้อมทุกอย่างยกเว้นเรื่องสามี เจ้าตัวยื่นคำขาดว่าจะหาเอง ลูกพรรคจึงไม่กล้าขัดใจ

อันที่จริงคือทำไม่ได้นั่นแหละ

ท่านประมุขโหดร้ายแค่ไหน มีแต่พวกเขาที่ซาบซึ้งดีกว่าใคร เพราะฉะนั้นเรื่องไหนหย่อนยานได้ก็อนุโลมไปเถิด

"นั่นใคร..."

แต่ดูท่า เวลาแห่งการมีนายท่านก็มาถึงโดยไม่ทันตั้งตัว 

ทุกคนพร้อมใจกันหันไปมองตามต้นเสียงที่ประมุขกล่าวถึง เห็นภาพชายร่างสูงโปร่งดูแล้วคล้ายพวกต้วนซิ่ว แต่พิศมองดีๆก็มีเสน่ห์ไม่เบา ดูคล้ายกำลังแกะหลงฝูงอยู่ท่ามกลางดงเสือสาวไม่มีผิด

เสื้อผ้าของอีกฝ่ายหลุดลุ่ยจากการกระชาก พวกเขาเห็นคิ้วท่านประมุขกระตุกนิดๆ จึงเริ่มเดาความต้องการของหญิงงามเปี่ยมไอสังหารได้

"น่าจะเป็นนักเดินทางต่างถิ่นขอรับท่านประมุข"

"งั้นหรือ" ประมุขโหลวลากเสียงยาว 

ริมฝีปากหยักสวยเหยียดยิ้มร้ายกาจทำเอาลูกพรรคเผลอกลืนน้ำลายลงคอดังเอื้อก

คงไม่ใช่แบบที่พวกเขาคิดใช่ไหม

"ข้าได้สามีไปไหว้ศพท่านพ่อแล้ว!"

คิดผิดซะที่ไหนล่ะ!

ชายหนุ่มหน้าดุได้แต่มองตากันปริบๆ มองนายหญิงคนงามกระโดดลงไปขวางการล่าเหยื่อของอิสตรีกลุ่มใหญ่จนพวกนางแตกกระเจิงเป็นฝูงผึ้งแตกรัง

ปึง!

"ทะ ท่านมีธุระอันใดกับข้าหรือขอรับ ท่านประมุข"

"เจ้าน่ะ...มาเป็นบุรุษของข้าซะ!"

เต้าหู้ทอดที่ชายหนุ่มคีบตกลงบนโต๊ะ พร้อมกับอาการเหวอสุดขีด

"ทะ ท่านกล่าวอันใดนะ" สวีกงหลินถามซ้ำอย่างไม่มั่นใจ สตรีรุมล้อมนับสิบมิเท่าเจอโฉมสะคราญที่เปี่ยมกลิ่นอายเย้ายวนเต็มเปี่ยม มือไม้ของเขาสั่นประหนึ่งถูกจับเขย่า

นี่เขาจากจรมาเพื่อเจอสิ่งร้ายกาจกว่าหรือ

"ท่านประมุขได้เหยื่อแล้ว!"

"เสียดายพ่อหนุ่มเนื้อหวานจริงๆ แต่จะให้สู้รบปรบมือกับประมุขโหลวคงป่วยการ"

"น่าเสียดาย น่าเสียดาย!"

"หนุ่มรูปงามนานปีมีหน ดันมาถูกพยัคฆ์อันดับหนึ่งโฉบไปแล้วใครจะกล้าติติง"

เสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างกริ่งเกรงทำเอาเขาท้อแท้ หนีเสือมาเจอสิ่งร้ายกว่า โชคเขานี่มันไม่เคยมีอยู่เลยหรือไร

"ขออภัยขอรับ เพียงแต่ข้าแค่มารอคน อีกไม่นานก็จะจากที่นี่ไปแล้ว" กล่าวจบก็รีบเผ่นหนีออกมาโดยไม่ลืมจ่ายค่าเต้าหู้ทอด

ประมุขโหลวขบเขี้ยวเคี้ยวฟันมองแกะกระโดดหนีไปต่อหน้าต่อตา ดีที่สตรีเหล่านี้มิกล้าหัวเราะเยาะ มิเช่นนั้นนางคงไม่รู้จะเอาหน้าวางไว้ตรงไหน แต่เห็นท่าทางตื่นตูมอย่างไร้เล่ห์กลแล้ว นางก็ยิ่งให้ความรู้สึกเอ็นดู อยากจับมาสวมชุดฟูแล้วนั่งลูบไปวันๆ

"เจ้าหนีข้าไม่พ้นหรอก เจ้าแกะน้อย"

และเรื่องก็มาบรรจบที่โรงเตี๊ยมแห่งนี้ในที่สุด อย่างที่ทราบว่านักล่าชอบเหยื่อที่ล่ายาก แต่ไม่คิดว่าท่านประมุขจะตะครุบแล้วฉีกเนื้อกินเลยแบบไม่ให้อีกฝ่ายตั้งหลักแบบนี้

วิธีสกปรกเหลือจะบรรยายจริงๆ

ทุกคนพร้อมใจกันทำหน้าตายโดยมิได้นัดหมาย ทำให้โฉมสะคราญสังเกตความผิดปกติ

"อะไร พวกเจ้าอยากเสนอความคิดเห็นอะไรกับการหาสามีของข้ามิทราบ"

ยัง... นางยังมิรู้ตัวอีก

"เขาหล่อ เขาดูดี เขาดูน่าย่ำยี ข้าจึงอยากได้เขา มันมีอะไรผิดแผก"

มันผิดแผกตั้งแต่ท่านเป็นสตรี แต่กลับวางแผนฉุดบุรุษมาย่ำยีคาห้องนอนแล้วขอรับ!

แน่นอนว่าพวกเขาก็ได้แค่คิด ไม่มีสิทธิ์เอื้อนเอ่ยออกไป


เพียงไม่นาน ร่างสะโอดสะองที่มีบุรุษร่างโปร่งใต้อาภรณ์สีฟ้าอ่อนบนบ่าก็มาถึงพรรคมารที่ขึ้นป้ายอย่างอลังการว่า 'พยัคฆ์คำราม' นางพยักหน้ารับการทักทายของลูกศิษย์ลูกหาที่พากันมองมาตาค้าง ก่อนจะกระชับคนที่ยังคงหลับอุตุไม่รู้เรื่องราวเข้าห้องนอนต่อหน้าต่อตาคนนับร้อย

"อัยยะ นี่คือคำนิยามตีหัวลากเข้าห้องรึ"

"เจ้ากล่าวผิด มิได้ตีหัวแต่เอายาสลบโปะหน้าต่างหาก"

"อ้อ..." ทุกคนต่างมีขีดสีดำบนใบหน้าปรากฏพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย เรื่องราวน่าอายสะเทือนยุทธภพเช่นนี้ควรเก็บไว้ดีกว่า ประเดี๋ยวคนนอกรู้เข้าจะหาว่าพรรคเรามีรสนิยมชอบข่มขืนชายงาม


ภายในห้องนอนที่ถูกตกแต่งด้วยสีดำสลับกับสีเงินแววาว คนที่ควรหมดสติให้ครบสองชั่วยามก็ตื่นขึ้นมากลางคัน แถมยังเป็นช่วงที่นางกำลังถอดเสื้อผ้าเพื่อเปลี่ยนชุดให้เขาเสียด้วย สวีกงหลินร้องลั่นห้อง ผลักร่างอรชรให้ออกห่างตัวจนนางกลิ้งตกเตียง

"ทะ ท่านคนเมื่ออยู่ที่เหลาอาหารนี่!"

"กล้ามากนะเจ้าแกะ"

ประมุขโหลวเอียงคอลั่นกรอบแกรบ แล้วโถมขึ้นไปคร่อมชายหนุ่มร่างเพรียวบางใต้ร่าง แต่ส่วนกลางกายกลับไม่บางเหมือนหุ่นเต็มแรง เพียงเท่านั้นสวีกงหลินก็เดาได้ทันทีว่าโฉมสะคราญวางแผนจะทำสิ่งใด

"อย่าทำอะไรข้าเลยนะขอรับ ข้าไม่อยากท้อง!"

ประโยคเดียวทำเอารอยยิ้มร้ายกาจบนปากสวยแข็งค้าง นางตะโกนลั่นห้อง

"เจ้าบ้า! คนที่ต้องท้องมันคือข้า ไม่ใช่เจ้า!"


 [ต่อตรงนี้]

สวีกงหลินไม่เข้าใจว่าตนได้ทำอะไรให้สวรรค์พิโรธนัก ถึงได้ส่งบทลงทัณฑ์อย่างหนักหน่วงมาไม่หยุดไม่หย่อน ชายหนุ่มเพียงต้องการรักษาคนไข้ไปตามประสา เช้ามาทำงานเย็นก็กลับบ้านทำกับข้าว พบเรื่องราวมิคาดฝันจนปลดปลง

"ยืนทำหน้าหงอยเหงาอะไรอยู่ ท่านประมุขเรียกหาแล้วนะขอรับหมอสวี"

เขาถูกกักขังหน่วงเหนี่ยวในพรรคมารมาอาทิตย์กว่าแล้ว เหล่าลูกพรรคทราบพื้นเพของเขาโดยถ้วนหน้า และพร้อมใจเรียกเขาหมอสวี

อันที่จริงจะเรียกท่านเขย แต่เขาห้ามไว้ทัน

ชีวิตไม่ดีไม่ร้าย มือเรียวตักน้ำในถังรดสมุนไพรใบเขียวขจีพุ่มใหญ่ในกระถาง ประมุขโหลวคนงามใจโฉดมอบให้เป็นของหมั้น 

ไม่ใช่เพียงกระถางหรือสองกระถาง แต่มาเป็นโรงเรือน เขาหวนคิดถึงวันที่อีกฝ่ายถามไถ่ถึงประวัติความเป็นมาแล้วอดยิ้มบางเบามิได้

"เจ้าชื่ออะไร และมาจากไหน" 

"ท่านไม่รู้จักข้า" ชายหนุ่มทำหน้าเหวอ "แล้วท่านจับข้ามาข่มเหง กระทำตนดุจโจรปล้นสวาทเนี่ยนะ!"

"ข้าเห็นเจ้าน่าเอ็นดูดีจึงเก็บมา" 

หมอสวีนิ่วหน้า ริมฝีปากเม้มเข้าหากันแน่น ก่อนสลัดตัวเองออกจากการกอดรั้ง แม้กลิ่นกายนางจะหอมหวนดุจดอกไม้ป่าหายากและให้ความเย็นสบาย แต่ก็เปลี่ยนความจริงที่ว่านางข่มเขามิได้

"ทำหน้าแบบนั้น กำลังคิดอะไรอยู่รึ"

"ท่านมัน..." เขาอ้าปากพะงาบๆอย่างสิ้นไร้คำพูด "ท่านมันไร้ยางอายที่สุด สตรีวิปลาส สตรีบ้าบอบอ"

"ด่าอีกคำ ข้าจับจูบ"

เพียงเท่านั้น ชายหนุ่มปากกล้าก็ยกมือปิดปาก พลางทำตาโตมองไปที่ร่างกายสูงโปร่งอย่างไม่อยากเชื่อหูตัวเอง

"ท่านมัน...แย่มาก!"

"โอ้ ฟังแล้วเจ็บปวดน้ำตาเล็ด" โหลวเว่ยเซียนคนหน้าตาน่าแกล้งพอหอมปากหอมคอ ก่อนจะชิงหอมแก้มติดสากฟอดใหญ่ กลิ่นสมุนไพรอ่อนแตะจมูกทำให้นางอดเคลิ่มมิได้ "สรุปว่าเจ้าชื่ออะไร"

"ข้าชื่อสวีกงหลิน เป็นหมอ" ไม่พูดเปล่า เขายังเอามือดันสตรีมากราคะมิให้เข้ามาจู่โจมประหนึ่งเสือหิว แต่เรี่ยวแรงที่มีก็เหมือนเอาไม้ซีกไปงัดไม้ซุง

นางเป็นวรยุทธ์ ส่วนเขาหรือแค่ยกกระสอบสมุนไพรไปตากแดดแต่ละวันก็เหนื่อยแล้ว

"เป็นหมอเชียวรึ เช่นนั้นก็ดีเลย เจ้ามาทำงานที่พรรคของข้าระหว่างรอวันแต่งสิ"

"พรรคท่านรับสมาชิกง่ายดายเพียงนั้นเชียว"

"เปล่า เพราะอีกเดี๋ยวเจ้าจะได้กลายเป็นผัว ไม่สิ เป็นสามี ถึงทำหน้าที่ก็ไม่แตกต่างกัน"

"ท่านออกจากห้องข้าไปเลยนะ!"

เขาไม่แน่ใจว่าอีกฝ่ายคิดอะไรอยู่ วันนั้นพอเขาไล่ปุ๊ป นางก็ออกไปปั๊บอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ยทำเอากังวลนึกว่าทำให้โฉมสะคราญเสียความรู้สึกแล้ว

แต่ความจริงมันโหดร้ายกว่านั้น

นางมารร้ายกำลังวางแผนเอาคืนความอวดดีของเขา!

"ต่อปากต่อคำกับภรรยาหรือ ไม่ต้องนงต้องนอนมันแล้ว"

"อื้อ ไม่นะ หยุดเดี๋ยวนี้นะโหลวเว่ยเซียน ข้าไม่มีวันหลับนอนกับผู้หญิงอีก อ๊า อย่าทำข้า"

"เดี๋ยวก็ดีเองล่ะน่า"

สุดท้ายเขาก็เสร็จแม่เสือสาวไปนับครั้งไม่ถ้วน ทั้งๆเป็นบุรุษแต่กลับถูกเอารัดเอาเปรียบ สวีกงหลินจึงเกิดแรงฮึดคิดเอาคืน

แน่นอนว่าจบอนาถ

เขานอนแผ่หลาอยู่บนเตียงด้วยสภาพแห้งผาก หยาดน้ำในร่างกายโดนมารร้ายสูบกินหมดสิ้น แต่สิ่งที่กังวลกว่านั้นคือหลังจากร่วมอภิรมย์ นางไม่เคยกินยาป้องกันสักครั้งเดียว

ด้านลูกพรรค

"ข่าวลือเรื่องท่านประมุขฉุดหมอสวีมาย่ำยีดังกระฉ่อนไปทั่ว พวกเราจะทำอย่างไรกันดี"

"สงสารก็แต่หมอสวี ป่านนี้คงท้องลูกเป็นพวงองุ่น"

"ประเดี๋ยวก่อน"

"มีอันใดรึ"

"คงไม่ได้ลืมไปหรือไม่ว่าหมอสวีเป็นบุรุษ"

"..."


"มาโรงสมุนไพรอีกแล้วหรือ สมกับเป็นหมอจริงๆ อยู่กับสิ่งเหม็นเขียวนี่ได้ทั้งวัน"

ขณะกำลังย้อนอดีต โฉมสะคราญใต้อาภรณ์สีครามทึบแสงก็เดินนวยนาดเข้ามาหา ไวกว่าความคิด นางมารดึงเขาไปประกบจูบรับรุ่งอรุณอย่างดุดัน ปลายลิ้นเรียวกวาดดูดดื่มหยาดน้ำหวาน เสียงหยาบโลนลอยมาแตะหู เขารู้สึกได้ว่าใบหน้าของตนร้อนผ่าวยามนางผละห่าง

"หน้าแดงเชียวนะ เจ้าแกะลามก"

"ข้า... ข้าไม่อยากเห็นหน้าท่านแล้ว!" 

เขาถูกจูบท่ามกลางผู้คน สวีกงหลินปิดปากที่บวมจากการโดนล่วงล้ำอย่างอับอาย ความคิดที่จะชมต้นไม้เขียวขจีเลือนหายไปในสายลม

เขาไม่อยากออกมาเจอใครทั้งนั้น

"ท่านทำแบบนี้บ่อยๆ ระวังจะโดนเกลียดเอานะท่านประมุข"

"ประเจิดประเจ้อขั้นนี้อาจทำให้ท่านหมอรู้สึกเหมือนฌเนหยามศักดิ์ศรีก็ได้"

"เหอะ" โหลวเว่ยเซียนยอมรับว่านางตกใจไม่น้อยที่เห็นชายหนุ่มหลั่งน้ำตาต่อหน้าฝูงชนเป็นครั้งแรก ใจนางกำลังรู้สึกผิด ครั้งนี้นางล้อเล่นรุนแรงเกินไปจริงๆ "ใครใช้ให้เขาน่ารังแกขนาดนั้นเล่า"

นางชอบสัตว์ขนปุกปุย

และเขาดันทำตัวน่าบีบน่าหอมมิต่างจากแกะน้อย ใครจะอดใจไหว

บ่นอุบอิบ แต่ท้ายที่สุดก็ยอมง้อพ่อหนุ่มขี้งอนอยู่ดี หมอสวีเป็นคนว่าง่ายก็จริง แต่พอโกรธ ใครก็เอาไม่อยู่

"เขายังไม่ออกมาทานข้าวอีกหรือ"

จากเฉยๆเริ่มกลายเป็นร้อนรน เมื่ออีกฝ่ายตั้งใจทรมานตนเองพร้อมขังตัวอยู่แต่ในห้อง 

"หลินหลิน หลินหลิน ออกมาทานอะไรบ้างเถิด ข้าขอโทษที่ทำแบบนั้น ข้าเพียงอยากแสดงความรักต่อเจ้า"

"ท่านต้องการกลั่นแกล้งข้าเพื่อมิให้ข้าออกไปพบปะอิสตรีอื่นต่างหาก"

รู้ดี...

"แต่ข้าก็ทำไปเพราะหึงหวงมิอยากให้ใครมองเจ้า"

"แต่ข้าอาย ได้ยินไหมว่าข้าอาย!"

แว่วได้ยินเสียงปึงปังในห้อง บ่งบอกว่าแกะพยศเริ่มอาละวาดอีกแล้ว นางจึงได้แต่ทอดถอนใจ

ตอนนั้นเอง คนที่นางไม่ถูกชะตาก็มาเยี่ยมเยือน

"โหลวเว่ยเซียนคนต่ำช้า เจ้าเอาน้องชายข้าไปไว้ที่ไหน" แม่ดอกบัวขาวจอมปลอมจากพรรคธรรมะบุกมาถึงพรรค โดยอ้างว่ามาตามหาน้องชายที่หายสาปสูญ

แค่คิดไม่ถึงว่าสวีกงหลินจะเป็นน้องสาวของนางผู้นั้น

"พี่สาว พี่สาวมาช่วยข้าแล้วหรือ"

ประดุจศะงรรักปักอก เพียงเห็นหน้าน้องชายที่น่ารักน่าใคร่มีน้ำตา หัวใจพี่สาวก็พลอยบอบช้ำ

"นี่เจ้ากล้าย่ำยีน้องชายข้าถึงเพียงนี้เชียวหรือ นังมารชั่วช้า!"

"หลังๆมาเขาก็เพลิดเพลินดีนี่"

"เจ้าคนน่ารังเกียจ! ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม ข้าจะพาน้องชายกลับบ้าน เจ้าไม่คู่ควรกับคนดีๆแบบเขาหรอก"

นางคงปฏิเสธได้เต็มปากและฉุดรั้งแกะน้อยไว้เต็มที่ ถ้าหากอีกฝ่ายไม่ขอร้องนางด้วยใบหน้าเศร้าหมอง

"ข้ารับสภาพของตัวเองที่เป็นเพียงเบี้ยล่างของท่านมิได้จริงๆ โปรดปล่อยข้ากับพี่สาวไปเถิด"

ได้ยินแบบนั้นนางก็หมดแรงต่อกร ปล่อยแกะผู้น่ารักที่นางรับสายธารเมล็ดพันธ์ุมานับไม่ถ้วนให้จากไป ในเมื่อเขาอยู่แล้วทรมาน นางก็ไม่อาจฝืนให้อยู่ต่อ

คิดไม่ถึงว่าหลังจากนั้นจะเกิดเรื่องไม่คาดฝัน

นางตั้งครรภ์

"อ้วก! อุก แหวะ!"

แต่ผลกรรมกลับไม่ตกอยู่หมอหนุ่ม เสมือนความประหลาดของโชคชะตา เมื่อถูกกักขังให้อยู่กับอิสตรีร้ายกาจผู้นั้นนานๆ ใจเจ้ากรรมดันหวั่นไหวและเปิดบานประตูรับนางเข้ามาโดยไม่รู้ตัว

เมื่อทราบข่าวว่านางปิดหมู่ตึก เพราะป่วยไข้เขาจึงร้อนรนจนอยู่ไม่ติดที่

"อาการของเจ้ากับนางมารนั่นต้องมีความสัมพันธ์กันแน่ ข้าจะพาหมอมาดูแลเจ้าเองน้องรัก"

คิดไม่ถึง ไม่นานนักคนของพรรคมารก็มาคุกเข่าขอให้กลับไปโดยไม่บอกเหตุผล เขาละล้าละลังอยู่นานด้วยกลัวจะต้องกลับไปเป็นของเล่นอีก

"ถ้าท่านไม่กลับไป ท่านอาจเสียใจไปตลอดชีวิต"

เมื่อมาถึงเขาก็ใจหาย โฉมสะคราญที่ชอบกินเต้าหู้เขาเป็นว่าเล่นนอนไร้เรี่ยวแรงอยู่บนเตียง

"เกิดอะไรขึ้นกับท่าน"

"นางดึงดันจะออกไปล่ามารเฒ่าที่ทำร้ายลูกพรรคทั้งๆที่ตั้งครรภ์ จึงพลาดท่าตกในสภาพนี้"

เขาโกรธจัด คล้ายมีเพลิงปะทุขึ้นกลางหัวใจ มารดามันเถิด นางกล้าเอาตัวเองและเลือดเนื้อเชื้อไขของเราไปเสี่ยงอันตรายจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด

"ถ้าไม่รักตัวเอง ท่านก็ควรรักลูกบ้าง"

"แล้วรักไปข้าจะได้อะไร ในเมื่อเจ้าก็ไม่ได้รักข้าตอบอยู่ดี" นางสะบัดหน้าซีดๆหนีไปอีกทาง

"แล้วใครบอกว่าข้าไร้ใจต่อท่าน ถ้าไม่รัก ข้าคงไม่มายืนอยู่ตรงนี้หรอก!"

ใครจะไปคิด... ประโยคสั้นๆนั้นกลับทำให้พิษร้ายที่กัดกินตัวนางและลูกลดฤทธิ์ลงจนเขารักษาได้ในที่สุด 

แต่เวลาที่เห็นนางทุกข์ทรมานเจียนขาดใจยังคงติดตราอยู่ในหัว

เขาไม่อยากเห็นนางเจ็บปวดอีกแล้ว

ตั้งแต่ตอนไหนกันที่เขาเลิกชิงชังนางในฐานะสตรี แล้วมองในภาพของสตรีคู่ชีวิต อาจเป็นหลังราตรีที่ร่วมอภิรมย์ด้วยกัน หรืออาจจะเป็นครั้งแรกที่สบตาและนางเอ่ยคำว่า

"เจ้าจงมาเป็นบุรุษของข้าซะ"

ก็เป็นได้

"ประมุขโหลว ได้โปรดแต่งงานกับข้าด้วย" นางทำหน้าเหมือนโดนผีหลอกกลางวันแสกๆ 

"มาขอข้าแต่งงาน แล้วไหนสินสอดเล่า"

"ไปขอจากพี่สาวข้าสิ"

"..." นางนิ่งค้าง "เจ้าแต่งเข้ามาตัวเปล่านั่นแหละดีแล้ว ไม่อยากรับของเสนียดจากดอกบัวใต้ตม"

สวีกงหลินวางมือบนหน้าท้องที่นูนขึ้นมาเล็กน้อย เมินคำพูดร้ายกาจจากปากอิ่มระเรื่อ ก่อนจะตัดสินใจอย่างเด็ดขาด

"แต่ข้ามีของขวัญแต่งงานที่อยากขอจากท่าน"

"สินสอดก็ไม่ได้ ยังจะขออะไรอีก แต่ก็ว่ามาเถิด"

"จนกว่าเด็กคนนี้จะโต ห้ามท่านทำภารกิจเสี่ยงอันตราย"

โหลวเว่ยเซียนชะงักไปครู่หนึ่ง แขนเรียวยื่นไปรับน้ำมาจิบอย่างเชื่องช้า ขณะมีเขาประคองให้นั่งเอนหลังพิงหัวเตียง

"แล้วข้าจะได้อะไร" นางย้อนถามนิ่งๆ

"สามีที่รักและดีต่อท่านที่สุดในโลก" นางสำลักจนไอตัวโยน ก่อนจะหันมามองเขาอย่างไม่อยากเชื่อสายตา 

นางพยายามแทบตาย อุตส่าห์ฉุดมาข่มขืน และตามเทียวไล้เทียวขื่อ สุดท้ายเขากลับปลงใจง่ายๆเพียงเพราะนางมีลูกกับเขาเนี่ยนะ 

ไม่ทันได้เอ่ยถาม ร่างสูงโปร่งใต้อาภรณ์ก็พูดเสียงเบาๆในลำคอเล็ดรอดมาให้ได้ยินเสียก่อน

"จริงๆท่านก็ไม่ใช่สตรีไม่ดี" เขาพูดอ้อมแอ้ม "ข้าตั้งใจไว้ว่าเกิดมาจะมีครั้งแรกกับภรรยาเพียงคนเดียว เพราะฉะนั้นท่านต้องรับผิดชอบข้าด้วยเล่า"

แก้มแดงดุจกลีบกุหลาบ 

ตาฉ่ำน้ำหวานปานน้ำผึ้ง

เมื่อบวกกับวาจาน่ารักน่าใคร่ของเขาแล้ว

"ใครมันจะไปกล้าปฏิเสธแกะน้อยแบบเจ้าลงเล่า มาสร้างเสือน้อยให้วิ่งเล่นเต็มเรือนกันเถอะ!"

หมอสวีหน้าตาแข็งค้าง นางกำลังตั้งครรภ์อยู่ยังจะคิดเรื่องเหล่านี้อีกหรือ

"ข้าโหยหารสชาติหวานๆจากเจ้าแทบแย่ มามะ มาให้ภรรยาจับกินให้หายคิดถึงซะดีๆ"

"ขะ ข้า ข้าไม่อยากแต่งแล้ว!"

"สายไปแล้วล่ะทูนหัว หึๆ"

และแล้วแกะผู้พ่อก็โดนจับกินเพื่อต่อแขนขาให้บุตรในครรภ์ไปตามระเบียบ


-จบเถอะ!-


จบแบบหมอสวีก็ยังคงโดนเสือสาวกินไม่เปลี่ยนแปลง

สุดท้ายนี้ขอขอบคุณนักอ่านทุกท่านนะคะที่แวะมาให้กำลังใจ และติดตามกันมาโดยตลอด

ในผลงานชิ้นถัดไปก็ขอฝากไว้ในอ้อมอกอ้อมใจนักอ่านด้วยนะคะ

หากมีข้อสงสัย ข้อแนะนำ สามารถบอกกล่าวกันได้เนาะ ^_^

ขอให้ทุกคนโชคดีและมีความสุขในทุกๆวันค่ะ




-MISS SORAKI-

#กลับมาอัพแล้วนะคะ น้องสวี เอ้ย หมอสวีเจอศึกหนักจะไปเจอกับประมุขโหลวคนงามได้ยังไงต้องมาติดตามกันแล้วล่ะค่ะ! 

ยัง...ยังค่ะ! ยังไม่จากกัน ยังไม่อยากทิ้งนิยายเรื่องนี้ไปไหนเลย >< ตัดสินใจแต่งตอนสมนาคุณตอบแทนนักอ่าน อาจไม่ได้สนุกอะไรมากมาย แต่อยากแต่งให้นักอ่านเนาะ!


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 764 ครั้ง

60 ความคิดเห็น

  1. #1836 อาเตียว .刁. (@primmonsty09) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 10 มีนาคม 2562 / 10:28
    รอเซ็ตบุปผาของไรต์
    #1836
    0
  2. #1835 niceday777 (@niceday777) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 1 มีนาคม 2562 / 10:11
    เรื่องต่อไป จะมาต่อท่านหมอหนิงไหมอ่า เฮียแกถือตะกร้าสมุนไพรจนแขนล้าแล้ววว
    #1835
    0
  3. #1834 ขี้เกียจสุดๆ (@peawfah052596) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2562 / 12:42
    ท่านหมอน่าสงสาร55555
    #1834
    0
  4. #1833 Fogus2005 (@Fogus2005) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2562 / 02:43
    จริงม้ะ เขาขืนใจก็จริงแต่หลังๆมาก็.. 5555
    #1833
    0
  5. วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2562 / 21:36

    OMG!!~
    #1832
    0
  6. #1831 💐รักธรรมชาติ💐 (@817467823) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2562 / 21:01
    โหดกว่าตอนยังไม่ได้สลับเพศอีก 5555
    #1831
    0
  7. #1830 kanchayanee (@kanchayanee) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2562 / 20:41
    แกะน้อยน่ารักจัง 555
    #1830
    0
  8. #1829 nongkhamkhonkao (@nongkhamkhonkao) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2562 / 17:32
    แกะก็ยังเป็นแกะ 555
    #1829
    0
  9. #1828 Sweetsmile2557 (@Sweetsmile2557) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2562 / 16:59

    ถึงจะสลับเพศก็ไม่รอดอยู่ดี 55555

    #1828
    0
  10. #1827 นาน่านะ (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2562 / 16:01

    55555 แบบนี้ก็สนุกและน่ารักดีนะคะไรท์....ไม่ว่าชายหรือหญิง ท่านหมอก็โดนจับกินตลอด ฮี่ ๆๆ

    #1827
    0
  11. #1825 jennim4122 (@jennim4122) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2562 / 15:03

    ไม่นะ ยังไม่อยากให้จบอ่า อยู่ต่อกันอีกซักตอนนะไรท์ พลีสสสส ยังเห็นท่านหมอโดนกินไม่สะใจเลย

    #1825
    0
  12. #1824 Oiljang89 (@Oiljang89) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2562 / 10:30
    มาต่อเร็วๆนะ555
    #1824
    0
  13. #1823 Ratikarat (@Ratikarat) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2562 / 08:20
    ชั้นเอ็นดูวววว
    #1823
    0
  14. #1822 CARROT~ (@carrot0486705249) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2562 / 08:13

    ฮือออออออ น้องหมอน่ารักง่าาาา น่าจับขย้ำเป็นก้อนๆแล้วยัดเข้าปา---แค่ก!//โดนท่านประมุขกระโดดถีบ555555
    #1822
    0
  15. #1821 quantumguru (@quantumguru) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2562 / 07:28
    สนุกค่ะ 555
    #1821
    0
  16. #1820 ##@@ZINdear@@## (@DearDeaiwDream) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2562 / 00:57

    ววอทท5555

    #1820
    0
  17. #1819 tonkaorin__ (@tonkaorin__) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2562 / 00:06
    จะเอาไปศึกษาบ้าง55555 เผื่อใช้วิธีนี้
    #1819
    0
  18. #1818 pothong1992 (@pothong1992) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2562 / 23:13

    รอออออ
    #1818
    0
  19. #1817 Fogus2005 (@Fogus2005) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2562 / 22:53
    นัลลัคอ่า 5555คุณหมอลืมผรือเจ้าค่ะว่าท่านหมอแสดงบทเป็นผ้ํชายท้องไม่ได้เข้าใจตรงกันนะ!.
    #1817
    0
  20. #1816 lhunsal (@lhunsal) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2562 / 22:50

    รอออออออ
    #1816
    0
  21. #1815 jennim4122 (@jennim4122) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2562 / 22:40

    ท่านประมุขขขขขขข 55555555 ท่านจะวางแผนกินเต้าหู้ท่านหมอแบบมึนๆขนาดนี้ไม่ได้นะ เดี๋ยวหมอชอคคคค

    #1815
    0
  22. #1813 lookwhatpandara (@lookwhatpandara) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2562 / 13:33
    ฟินนน รอครึ่งหลังนะ
    #1813
    0
  23. #1812 jennim4122 (@jennim4122) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2562 / 18:15
    เอ็นดูหมอ 5555
    #1812
    0
  24. #1811 Numtanthitiya (@Numtanthitiya) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 25 มกราคม 2562 / 22:26
    ชอบบบบยยยบ
    #1811
    0
  25. #1810 เซ่อเซ่อ 瑟瑟 (@primmonsty09) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 20 มกราคม 2562 / 21:14
    ชอบบบบบบ
    #1810
    0