END - [FIC GOT7] ไอ้ติ๋ม - MARKBAM [YAOI]

ตอนที่ 14 : ติ๋มครั้งที่ 11 [120%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10,408
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 102 ครั้ง
    18 เม.ย. 60

ติ๋มครั้งที่ 11


'ผมไม่อยากเป็นแค่ตัวตลกในสายตาคุณเลย'

Mark 









ที่คุณถาม.. ว่าผมอยากได้อะไร..


อึก..


ผมก็แค่.. อยากได้ความจริงเท่านั้นเอง


มึง..


....


“มึงคิดมากไปเองหรือเปล่ามาร์ค”


....


ทำไม.. กูต้องมีเรื่องปิดบังมึงด้วยล่ะ?


....


เราสองคน.. เกี่ยวข้องอะไรกันงั้นหรอ?


....


นั่นเป็นประโยคสุดท้าย.. ก่อนที่เราจะไม่ได้คุยกันอีกเลยหลังจากวันนั้น


ผ่านมาหลายวันแล้วที่มาร์คกับแบมแบมทำราวกับอีกฝ่ายเป็นธาตุอากาศ ไม่สิ จะว่าแบบนั้นก็ไม่ถูก ไอ้หมอต่างหากที่ทำแบบนั้นกับเขา


เราอยู่ห้องเดียวกันแต่ไม่ยักจะมีบทสนทนาอะไร นอนห้องเดียวกัน เตียงเดียวกันเหมือนเดิมก็จริง แต่บรรยากาศระหว่างเราแม่งอึดอัดแทบบ้า เขาพยายามเป็นฝ่ายคุย เป็นคนเริ่มบทสนทนา แต่มันก็เอาแต่เดินหนี ใบหน้าภายใต้กรอบแว่นมักจะสะบัดหน้าหนีเขาทุกทีที่เดินเข้าไปใกล้


แต่แม่งตลกตรงไหนรู้มั้ย?


ตลกตรงที่ว่าทุกเช้าพอเขาตื่นลืมตาขึ้นมา ก็มักจะเห็นว่ามันจ้องเขาอยู่ ท่าทางมันเหมือนโกรธๆ จ้องเขาด้วยความหงุดหงิดใจอยู่ทุกวัน ก่อนจะทำอะไรที่ไม่คาดฝัน อย่างเช่นว่าทวงค่าเช่าเขาตั้งแต่ตรงนั้น ยื่นใบหน้าบึ้งๆของมันเข้ามาขยี้ริมฝีปากเขาแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย


ก่อนมันเองที่จะเป็นฝ่ายผละใบหน้าออกมา ลุกขึ้นและกระแทกเท้าตึงตังเดินเข้าห้องน้ำไป ปล่อยให้เขานอนเอ๋อแดกบนเตียงอยู่คนเดียว ครั้นจะเอ่ยปากคุยกับมันตอนมันออกมาจากห้องน้ำ แม่งก็ไม่ฟังเขาเลยสักนิด รีบคว้าประเป๋าเป้ขึ้นมากอดไว้แนบอก แล้วเดินดุ่มๆออกจากห้องไป


ทิ้งเอาไว้แต่เสียงประตูที่ดังสนั่น บ่งบอกถึงความไม่พอใจของไอ้ติ๋มได้เป็นอย่างดี เรื่องราวทำนองนี้เกิดขึ้นซ้ำไปซ้ำมาจนเขาเริ่มจะชินกับไอ้ติ๋มเวอร์เกรี้ยวกราดได้แล้ว บอกเลยว่าโคตรยอมใจ..ยอมใจแม่งจริงๆ มึงโกรธกูจนไม่พูดด้วยขนาดนี้ มึงยังจะหวงค่าเช่าห้องจากกูอีกนะไอ้บ้าเอ๊ย..


แล้วพอลองนึกถึงสาเหตุที่ทำให้ระหว่างเราเป็นแบบนี้.. หากเขาจะบอกว่าไม่รู้สึกผิดเลยก็คือโกหก


รู้สึกผิดสิ.. รู้สึกผิดมากๆ นัยน์ตาแดงก่ำและริมฝีปากสั่นๆของมัน เขาจำมันได้ดี


ตอนที่เขาพูดว่าเราสองคนเกี่ยวข้องอะไรกัน ไม่มีคำตอบใดๆจากมาร์ค มีเพียงแค่การเดินจากไปของร่างสูง มีเพียงแค่ร่างของเขาทรุดลงไปกับพื้นทันทีที่พูดจบ ด้วยความรู้สึก.. ใจหาย


แต่เขาก็พยายามบอกตัวเอง.. พยายามหลอกตัวเองไปว่าสิ่งที่เขาพูดไปแบบนั้นมันถูกแล้ว เขาไม่อยากให้มันเข้ามาเกี่ยวข้องในโลกของเขา ไม่อยากให้มาร์คเข้ามาในโลกสกปรกของเขา คนอย่างมันดีเกินไปที่เขาจะฉุดลงมา ถึงจะไม่อยากยอมรับมากแค่ไหน แต่ความจริงก็คือความจริง


เขากับมัน.. เราต่างกันมากไป


มาร์คเหมือนสีขาว.. ส่วนเขาเป็นสีดำ สีทั้งสองที่ไม่อาจเอามาปนรวมกัน เพราะถ้าหากสีดำอย่างเขาเผลอทำให้สีขาวอย่างมาร์คต้องแปดเปื้อน.. คนอย่างมันจะต้องกลายเป็นสีเทา อนาคตของมันจะเป็นยังไง จะมีอะไรเกิดขึ้นบ้างก็ไม่รู้


แต่เพราะประโยคสุดท้ายจากมาร์คครั้งนั้นมันยังคอยหลอกหลอน ยังไงก็อดที่จะคิดไม่ได้กับสิ่งที่มันพูด คำว่าความจริงที่มันพูดถึง.. มันหมายถึงเรื่องที่เขาโกหกงั้นหรอ?


หรือมันไปรู้อะไรมากันแน่?  แต่มันจะรู้ได้ยังไง? เขามั่นใจว่ามาร์คไม่มีทางรู้ว่าเขาโกหก คนอย่างมันเนี่ยนะจะรู้.. ไม่อ่ะ ไม่มีทาง เขาไม่มีวันยอมรับคำว่าความจริงที่มันต้องการแน่ เขาจะยืนยันว่าสิ่งที่เขาพูดออกไปนั่นถูกทั้งหมด และคนติ๋มๆอย่างมันนั่นล่ะ.. ที่คิดมากไปเอง


และสิ่งที่เขาไม่รู้ก็คือทำไมมาร์คถึงเป็นแบบนั้น ทำไมคนติ๋มๆอย่างมันถึงอาละวาดหนักเหมือนหมาบ้า ทำไมต้องแสดงออกว่าเจ็บปวดขนาดนั้นด้วย


ค่าเช่าที่ต้องจ่ายมันในช่วงนี้จึงมีแต่ความรุนแรงและความไม่พอใจแอบแฝง ก็อย่างที่เล่าไป ตอนเช้าเขามักจะตื่นมาและพบว่าถูกมันจ้องอยู่ ก่อนที่มันจะเป็นฝ่ายเข้ามาขยี้ริมฝีปากเขาจนแสบ


แต่เขาก็ไม่ขัดขืน ปล่อยให้มันทำตามใจ บางทีการที่เขาไม่ขัดขืน ไม่ปริปากอะไรอาจจะทำให้มันยิ่งโมโหหนัก เช้านี้เขาเลยแอบเห็นว่าดวงตามันแดงก่ำ ท่าทางของมันก็เหมือนจะพูดอะไรบางอย่าง


ทว่าก็เหมือนเดิม.. พอเขาจะเอ่ยอะไรออกมามันก็รีบวิ่งเข้าห้องน้ำ ปิดประตูเสียงดัง ปล่อยให้เขามองตามแผ่นหลังกว้างจนหายลับไป ทิ้งเอาไว้แต่ความไม่เข้าใจของเราสองคน.. ดั่งเช่นทุกๆวัน


ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกแย่ พยายามบอกตัวเองว่าให้ปล่อยเรื่องของมาร์คไปซะ.. ผู้ชายคนนั้นก็แค่เจ้าของห้องที่เขาเช่าอาศัย เพียงแค่ย้ายออกมาเรื่องของเราก็จบกันไป ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันอีก อย่าให้คนดีๆอย่างมันต้องมาข้องเกี่ยวอะไรกับเรื่องบ้าๆนี้


อีกอย่าง.. ทำไมเขาจะต้องมานั่งสาธยายเรื่องของเขาในแต่ละวันให้มันฟังด้วยวะ? ทำไมเขาจะต้องมาบอกว่าวันไหนเขาเรียนหรือไม่เรียนกันด้วย? ทำไมจะต้องไปแคร์อะไรกับคนพันธุ์นั้นจริงมั้ย ทำไมเขาจะต้องอธิบายเรื่องที่เขาไปแข่งรถ บอกมันว่าไปเจออะไรมา แล้วทำไมเขาถึงไม่ได้ไปเรียน บอกความจริงอย่างที่มันต้องการไปด้วยล่ะ


เรา... เป็นอะไรกันอย่างนั้นหรอ?


“มึงเหม่ออะไรวะแบมแบม”


!!


แบมแบมสะดุ้ง หลุดออกจากห้วงความคิด พลางหันไปมองเจ้าของเสียงอย่างคิมยูคยอมที่นอนอยู่บนเตียง และกำลังมองมาทางเขาด้วยความไม่เข้าใจ


“เปล่า.. เหม่ออะไร กูแค่คิดอะไรนิดหน่อยเองน่า” พยายามปรับน้ำเสียงไม่ให้ตะกุกตะกัก พร้อมกับหลบสายตาของยูคยอมที่จ้องมองมา เมื่อถูกเพื่อนรักจับทางได้ว่าเขาเหม่อ.. เหม่อถึงใครบางคนที่ไม่สมควรจะนึกถึง


“แน่นะ หรือมึงเครียดเรื่องไอ้แจ็คสันอยู่ บอกเลยว่าไม่ต้องห่วง ไอ้ห่านั่นมันไม่อยู่กวนใจเราไปพักใหญ่ๆเลยเว่ย”


ชื่อของหวังแจ็คสันดึงความสนใจของแบมแบมให้กลับมาอีกครั้ง ใบหน้าหวานหันขวับมามองเพื่อนรักตัวเองทันที


“ทำไมวะ ไอ้แจ็คมันไปไหน”


“พวกรุ่นน้องกูมันไปได้ข่าวมา ว่าไอ้ห่าแจ็คแม่งต้องดรอปเรียนเพราะต้องไปรักษาตัวถึงต่างประเทศ”


“ต่างประเทศ? อะไรวะ มึงพูดเป็นเล่น”


“มันถ่ายรูปมาให้ดูเลยนะเว่ย สภาพไอ้แจ็คงี้อนาถชิบหายเลยว่ะ มันใส่ทั้งเฝือกคอเฝือกแขนนั่งอยู่บนรถเข็น ถ้าไม่เชื่อมึงดูนี่..” ยูคยอมว่าพลางเอื้อมไปหยิบโทรศัพท์มือถือโชว์รูปที่รุ่นน้องของตนส่งมาให้แบมแบมดู และเพียงแค่รูปถ่ายรูปนั้นปรากฏแก่สายตา แบมแบมถึงกับเบิกตากว้าง


“เหี้ย.. จริงด้วยว่ะ”


“เออสิวะ ที่มันรถล้มตอนแข่งรถกับมึงคงล้มแรงมากอ่ะ ดูเหมือนจะไม่เป็นอะไร แต่ข้างในแม่งคงสาหัสอยู่ อย่างว่า.. กรรมแม่งตามทันก็งี้ อยากมาแกล้งมึงก่อนเองทำไม โดนซะบ้างมันจะได้รู้สึก!


“....”


“มึงไม่สะใจหรอวะไอ้แบม? กูนึกว่ามึงจะดีใจซะอีกที่ได้ยินเรื่องนี้ ปกติมึงไม่พลาดเลยนี่หว่า”


“....”


คำพูดของคิมยูคยอมทำให้แบมแบมเกิดคำถาม


นั่นสิ.. เขาเองก็สงสัย ปกติแล้วเขาควรต้องดีใจและสะใจ.. ที่เห็นหวังแจ็คสันอาการหนักอย่างที่เพื่อนรักว่า


แต่.. ทำไมตอนนี้เขามีแต่ความสมเพชปนเวทนา และความสงสารที่มอบให้กับคู่อริของตัวเอง


แล้ว.. ทำไมใบหน้าของใครคนนึงต้องเข้ามาทับซ้อนในเวลานี้ ใบหน้าของคนที่มีกรอบแว่นสายตาสีดำสนิทอยู่บนนั้น มีริมฝีปากได้รูปที่ชอบวาดรอยยิ้มโง่ๆให้กับเขา มีเสียงทุ้มต่ำติดๆขัดๆ ที่ชอบทำให้เขาทั้งหงุดหงิดและยิ้มไปกับมันในตอนนี้ด้วย?


“แบมแบม!


!!


“มึงเหม่ออีกแล้วนะ”


คนเหม่ออึกอักทันทีที่โดนทักแบบนั้น


“มึงมีอะไรหรือเปล่า หมู่นี้มึงดู...  ไม่ค่อยปกติ”


“มึง.. คิดมากว่ะยูค”


“กูไม่ได้คิดมากนะเว่ย ก็มึงดูเหม่อๆ เหมือนกับ..”


“....”


“มึงกำลังคิดถึงใครบางคน”


“ร..ไร้สาระน่า!


ครืด!


ไม่รู้ว่าทนสายตาที่คาดคั้นตนมากไม่ไหว หรือทนรับความจริงที่ยูคยอมพูดออกมาไม่ได้กันแน่ แบมแบมจึงตัดสินใจลุกขึ้น พาร่างตัวเองเดินไปยังหน้าต่างบานใหญ่ ทอดมองลงไปยังสนามของโรงพยาบาล หมายจะลบความคิดในหัวออกไป และหมายจะซ่อนใบหน้าแดงก่ำของตัวเองไม่ให้เพื่อนรักได้เห็น


แต่เหมือนยิ่งปฏิเสธเท่าไหร่ก็ยิ่งเจอจุดใต้ตำตอ เพราะเบื้องล่างที่แบมแบมมองเห็นคือนักศึกษาแพทย์ฝึกหัดซึ่งกำลังยืนคุยอยู่กับเด็กใส่ชุดสีแดงเลือดหมู เหมือนเจอภาพสะท้อน เหมือนผู้ชายสองคนนั้นเป็นกระจกเงาสะท้อนภาพของเขากับใครอีกคน


ก็อกๆ


แอ๊ด


“มาเสิร์ฟอาหารกลางวันค่ะ”


แล้วก็ต้องขอบคุณนางพยาบาลที่เข้ามาขัดจังหวะความคิดตน ก่อนที่ความรู้สึกผิดและความคิดถึงจะเข้าเล่นงานเขาอีกครั้งอย่างที่เพื่อนรักว่า


“ช..เชิญครับ”


แบมแบมรีบเข้าไปช่วยจัดท่านั่งให้เพื่อนรัก ประคองร่างสูงบนเตียงให้ค่อยๆลุกนั่งเบาๆ พลางก้มหัวขอบคุณพี่พยาบาลสาวด้วยรอยยิ้มจางๆ ซึ่งเธอเองก็วาดรอยยิ้มตอบกลับมาด้วยความเอ็นดูเด็กหนุ่มทั้งสองเช่นกัน


“อ้อ.. จริงสิ”


“ค..ครับ?” แบมแบมขานรับโดยอัตโนมัติ มองร่างของพี่พยาบาลที่เพิ่งเก็บถาดอาหารเสร็จและทำท่าเหมือนจะเดินออกไป แต่เธอไม่ได้ไปไหน กลับมองไปรอบห้องราวกับว่ากำลังส่องสายตามองหาใครอีกคน


“พี่มีอะไรหรือเปล่าครับ” เป็นคำถามที่ทำให้เธอหันมาหยุดสายตาที่แบมแบม


“แล้วเพื่อนพวกน้องล่ะคะ วันนี้เขาไม่มาด้วยหรอ”


“เพื่อนพวกผม?” คราวนี้เป็นเสียงของยูคยอมบ้าง เพื่อนรักทั้งสองหันหน้าเข้าหากันทันที ก่อนจะเป็นแบมแบมซึ่งได้สติ หันไปเอ่ยถามนางพยาบาลสาวอีกครั้ง


“พวกผมมีกันอยู่สองคนนะครับ พี่.. จำผิดห้องหรือเปล่า”


“ไม่ผิดแน่นอนค่ะ ห้องน้องเนี่ยล่ะวันนั้นพี่ยังเห็นอยู่เลย”


“อ..ไอ้แบม ย..อย่าบอกนะว่าห้องกูมีผีอ่ะ..” ยูคยอมคว้าหมับเข้าที่แขนของเพื่อนทันทีหลังจากได้ยินประโยคนั้น พลางมองไปรอบห้องด้วยความหวาดกลัว หากแต่แบมแบมกลับเขกหัวเพื่อนจนคิมยูคยอมต้องเบ้หน้า


“ผีเผออะไรกันวะ! ม..ไม่มีของแบบนั้นหรอกน่า!” ถึงจะแสดงออกไปแบบนั้น ทว่าจริงๆแล้วแบมแบมก็กลัว


กลัวทั้งผี.. กลัวทั้งสิ่งที่ไม่ใช่ผี


“เพื่อนผมคนนั้น.. พี่เห็นเขาตอนไหนหรอครับ”


“ประมาณอาทิตย์ก่อนค่ะ พี่จำได้ว่าเพื่อนน้องเขายังยิ้มให้พี่อยู่เลยนะ”


“อ..ไอ้แบม..ผีเฮี้ยน.. ห้องกูผีเฮี้ยน!


“เงียบน่าไอ้ยูค!” จัดการอุดปากไอ้เพื่อนรักตัวดีที่เอาแต่ร้องโวยวาย ก่อนจะหันไปถามกับพี่นางพยาบาลต่อ


“พี่เห็นเขาที่ไหนครับ ในห้อง?”


“เปล่าค่ะ พี่เห็นเขาข้างนอก ยืนอยู่นอกห้องตั้งนานสองนาน สรุปว่าเขาไม่ใช่เพื่อนพวกน้องหรอคะ?”


 “เขา.. มีลักษณะเป็นยังไงหรอครับ”


ไม่รู้สิ.. เหมือนลางสังหรณ์ของเขามันบอก ว่าสิ่งที่พี่พยาบาลเห็นนั้นมันไม่ใช่ผีอย่างในความคิดของเพื่อนสนิท


“ผมสีน้ำตาลเข้ม ท่าทางซื่อๆ แล้วก็ใส่แว่นทรงโตๆด้วยค่ะ”


!!!


แต่เป็นเจ้าหนี้ที่เขาติดค้างค่าเช่า และติดความจริงที่ยังไม่ได้เล่าให้มันฟังก็เท่านั้นเอง..


คำพูดของพยาบาลสาวทำเอาแบมแบมถึงกับเงียบ รู้สึกหัวใจกระตุก รู้สึกว่ามือของเขามันสั่นทันทีที่ได้รับคำตอบนั้น คำตอบที่ไม่ต้องเสียเวลาคิดก็รู้ว่าเพื่อนของเขาคนนี้เป็นใคร


มาร์ค..


แสดงว่าที่มันออกอาการแบบนั้น อาการเกรี้ยวกราดและหงุดหงิด รสจูบขมปร่าแฝงไปด้วยความรุนแรงซึ่งเขาเจอตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมานั่น.. ก็เพราะมันได้ยินเรื่องแข่งรถที่เขาพูดกับยูคยอม ก็เพราะมันรู้ว่าเขาโกหก และเพราะมันโดดเรียน.. เพื่อตามเขามาถึงโรงพยาบาลนี่น่ะหรอ?


แบมแบมทรุดตัวลงไปนั่งกับเก้าอี้ข้างเตียงของยูคยอมด้วยความอ่อนแรง พยักหน้าเบาๆให้กับพยาบาลสาวเมื่อเธอขอตัวออกไปทำหน้าที่อื่นต่อ ก่อนจะกลับมาจมอยู่กับความรู้สึกผิด ความรู้สึกแย่ๆที่พยายามลืมมันอีกครั้ง


“ไอ้แบม..”


แน่นอนว่าคิมยูคยอมสังเกตอาการของเพื่อนตัวเองตลอด ร่างสูงเอ่ยเรียกเพื่อนสนิทด้วยความเป็นห่วง พลางเอื้อมมือเข้าไปตบบ่าเล็กเบาๆราวกับให้กำลังใจ หน้าของมันในตอนนี้ดูไม่ไหว.. น้อยครั้งที่มันจะแสดงอาการแบบนี้ออกมา


“สรุป.. เขาคือใครวะ”


ไม่งั้น.. เพื่อนรักของเขาคงไม่แสดงอาการอึกอักเมื่อเขาถาม


“แล้วนี่มึงจะไปไหนแบมแบม”


ไม่หลบสายตาและลุกขึ้นคว้ากระเป๋าเป้เพื่อออกไปจากห้องแบบนี้หรอก


“กลับห้อง”


“กลับห้อง? ตอนนี้เนี่ยนะ แล้วสรุปคนนั้นเขาเป็นใครวะ ไม่ใช่ผีใช่มั้ย กูกลัวนะไอ้เวร!


“มึงวางใจเหอะ เขาไม่ใช่ผี”


“แต่..”


“แต่เป็นเจ้าหนี้ของกูเองต่างหาก”


“เจ้าหนี้? เดี๋ยวสิวะ กูไม่เคลียร์ มึงอย่าเพิ่งป..”


ปัง


คิมยูคยอมขมวดคิ้วทันทีที่ประตูถูกปิดโดยฝีมือของเพื่อน มองร่างเล็กเดินหายไปจนสุดขอบของประตู


“อะไรของมันวะ”


สบถกับตัวเองด้วยความไม่เข้าใจ ช่วงนี้แบมแบมเพื่อนรักของเขาแม่งโคตรแปลก มันเอาแต่เหม่อ เหมือนกำลังคิดอะไรในใจ ครั้นพอเขาถามอะไรไปมันก็ตอบแต่ว่าเปล่า.. ก่อนจะเปลี่ยนประเด็นไปเรื่องอื่น ไอ้เขาก็ไม่อยากไปเซ้าซี้มันเลยไม่ได้ถามอะไรต่อ


ทั้งๆที่ปกติเราไม่เคยมีความลับต่อกัน ใครอีกคนมีเรื่องกังวลใจอะไรเราจะเล่าสู่กันฟัง ทำการแชร์เรื่องราวนั้นทันที ใช่ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไร เรื่องครอบครัว ความสัมพันธ์แม่กับมันที่แตกระแหง หรือจะเรื่องไหนๆ เขารู้ทุกอย่างเกี่ยวกับแบมแบมหมด


แต่พักหลังมานี้มันไม่ใช่อีกต่อไป.. ตั้งแต่ที่พวกเราวิ่งหนีลูกน้องหวังแจ็คสันหัวซุกหัวซุนในวันนั้น มีเรื่องมากมายที่แบมแบมกำลังปกปิดเขา ไม่ใช่ว่าเขาไม่สังเกตแต่เพียงแค่รอให้มันเอ่ยปากออกมาเอง เพราะเขารู้นิสัยแบมแบมดี ไอ้ห่านี่มันจะไม่พูดอะไรถ้าหากมันยังไม่พร้อม ไปเค้นให้ตายมันก็ไม่พูดไม่ปริปาก ต้องรอจนกว่ามันจะเป็นฝ่ายยอมเล่าออกมาเองนั่นล่ะ


และถ้าจะให้เขาเดา.. หากคนที่พี่นางพยาบาลพูดถึงนั้นไม่ใช่ผี.. ก็คงต้องเป็นคนที่มีอิทธิพลกับแบมแบมเป็นอย่างมาก ดูจากลักษณะที่พี่พยาบาลคนนั้นเล่า และเดาจากรอยยิ้มตอนแบมแบมพูดถึงเขาคนนั้น ไม่รู้หรอกว่ามากเท่าไหร่ แต่เขารู้ว่ามันมากพอที่จะทำให้เพื่อนของเขาเปลี่ยนไปเป็นคนละคนภายในไม่ถึงอาทิตย์

 

เขาล่ะอยากรู้จริงๆว่าสาวโชคร้ายคนไหนที่ละลายกำแพงในใจของไอ้ห่านี่ได้ แล้วสาวประเภทไหนที่ทำเอาแบมแบมมันเปลี่ยนจากง่ามตีนไปเป็นฝ่ามือได้แบบนี้ คิดดูสิวะ ปกตินิสัยของมันไม่ใช่คนที่จะมาสงสารคนอื่น โดยเฉพาะกับไอ้หวังแจ็คสันนั่น


แต่วันนี้คือเชี่ยอะไร มันทำหน้าทำตาเหมือนสงสารไอ้แจ็คสัน ทำตัวหงิมๆไม่หือไม่อือ ไม่สะใจเลยสักนิดทั้งที่ปกติมันไม่เคยพลาด แล้วไหนจะท่าทางของมันที่ดูเรียบร้อยขึ้น พูดครับพูดจาเพราะมากขึ้น เห็นได้ชัดๆก็ตอนคุยกับพี่พยาบาลเมื่อกี้ ถ้าเป็นปกติหรอ หึ เจ๊แกโดนไอ้แบมมันขอเบอร์ ไม่ก็พูดจาจีบแบบกวนตีนๆไปแล้ว แต่นี่ไม่


แล้วแปลกชิบหายตรงไหนรู้มั้ย บางครั้งมันก็เอาหนังสือมากางอ่านตอนเขาหลับ ทำการบ้านทำรายงานแบบตั้งใจว่าจะไม่ให้เขาเห็น แต่โทษทีว่ะกูแอบเห็น และกูก็สงสัยแล้วสงสัยอีก สงสัยว่าทำไมเพื่อนกูถึงเปลี่ยนไปขนาดนี้ และสงสัยว่าเธอคนนั้นต้องเด็ด เผ็ด และแซ่บพริกสิบเม็ดมากแน่ๆ ถึงกับทำเอาไอ้ห่านี่มันตั้งใจเรียนขึ้นมาได้


แหม่.. ชักอยากเห็นซะแล้วว่ะ ว่าสาวน้อยน่ารักใส่แว่นตาทรงโตๆคนนั้นจะเป็นใคร เธอเป็นยังไงและมาจากไหน ถ้าออกจากโรงพยาบาลแล้ว ไว้วันไหนว่างๆ..


ลองไปเยี่ยมสาวแว่นคนนี้ดู.. ก็น่าสนุกดีเหมือนกันว่ามั้ยวะ?

 



.


.


.






แบมแบมกลับมาถึงห้องก็เกือบบ่ายสอง


ร่างเล็กเดินถือถุงขนมและถุงเบียร์หลายถุงเอาไปวางไว้บนโต๊ะกินข้าว มองอุปกรณ์เสริมที่เลือกมาเพื่อง้อเจ้าของห้องโดยที่ตัวเขาก็ลืมนึกไป ไอ้ติ๋มแม่งแดกเหล้าแดกเบียร์ที่ไหนแล้วกูซื้อมาทำไมวะห่าเอ๊ย..


ยังดีที่มีซื้อขนมหลายถุงเอามาแกล้มเบียร์ แต่ก็ไม่รู้ว่าไอ้หมอดีเด่นนั่นมันจะชอบอย่างที่เขาชอบหรือเปล่า ไอ้เรามันก็ชอบกินขนม ยิ่งขนมหวานยิ่งชอบ ก็เอาเป็นว่าเขาจะแบ่งของรักให้มันเป็นการขอคืนดีก็แล้วกัน


ตกลงกับตัวเองได้ดังนั้นก็เริ่มที่จะมองหาบุคคลในความคิด และต้องพบว่าเจ้าของห้องยังไม่กลับมา ซึ่งนั่นคือโอกาสดีที่เขาจะได้จัดของ เตรียมการเพื่อง้อไอ้ติ๋มหลังจากที่เราไม่ได้คุยกันมา.. เออ ช่างเหอะ จะกี่วันก็ช่าง แต่วันนี้เขาต้องเคลียร์กับมันให้รู้เรื่อง


และต้องขอโทษที่เขาโกหกมันไป


ไม่เอาแล้วความอึดอัดระหว่างเรา เขาไม่ชอบเลยที่เราทำตัวเมินใส่กันแบบนี้ ไม่รู้ว่ะว่าความรู้สึกนี้มันเรียกว่าอะไร แต่ไหนๆเขาก็ต้องพึ่งห้องมันเป็นที่อยู่อาศัยไปสักระยะ ก็ไม่อยากให้มันคนติ๋มๆอย่างมันต้องหน้าหงิกไปเรียนหนังสือ


อีกอย่าง.. เขารู้สึกผิดกับมันมากจริงๆ ทั้งๆที่มันรู้ความจริงตั้งแต่แรกแล้วว่าเขาโกหกมันเรื่องอะไร รู้สึกละอายใจที่ไปโกหกคนใสซื่อบริสุทธิ์แบบมันได้ลงคอ


แล้วไหนจะเรื่องที่มันโดดเรียนตามเขามาอีก.. เรื่องที่มันหงุดหงิดงุ่นง่านไม่หายก็เพราะเขา แอบกังวลหน่อยๆว่ามันจะคิดมากเรื่องเขาเกินไปทำให้เรียนไม่รู้เรื่องหรือเปล่า


นี่ไม่ได้คิดเข้าข้างตัวเองนะ.. แต่สัมผัสได้ว่าการกระทำของเขาทุกอย่างล้วนมีผลกับโลกใสๆของไอ้ติ๋ม ถ้าหากเขาปล่อยเรื่องราวเอาไว้แบบนี้มีหวังมันจะเสียการเรียนก็เพราะเขาแน่


ม.. ไม่ได้เป็นห่วงมันนะเว่ย ก..ก็แค่สงสารว่าที่คุณหมอในอนาคตเท่านั้นล่ะน่า ไม่อยากให้คนดีๆ ต้องมาเสียเพราะคนอย่างเขาเท่านั้นเองล่ะวะ แม่ง.. เชื่อเขาสิ!


แอ๊ด


!!!


เสียงประตูทำให้แบมแบมสะดุ้งออกจากความคิด และยิ่งต้องเบิกตากว้างเมื่อเห็นว่าเจ้าของห้องดันกลับมาในตอนที่เขายังไม่ลงมือจัดของเลยแม้แต่น้อย


จู่ๆก็เกิดอาการประหม่า พูดอะไรไม่ออกทันทีที่เราเผลอสบตากัน มาร์คเหมือนชะงักไปครู่หนึ่ง ทว่าวินาทีต่อมามันก็ปรับสีหน้ามาเป็นบึ้งตึงเหมือนอย่างเดิมๆ ก่อนจะเดินสะพายกระเป๋าเดินดุ่มๆผ่านหน้าเขาไป เอาเป็นว่าท่าทางงอนแบบนั้นเขาเห็นจนชินตาแล้ว


แต่ไม่ คราวนี้เขาจะไม่ยอมให้มาร์คเดินไปเฉยๆแบบนี้อีก แบมแบมตัดสินใจเข้าไปคว้าข้อมือใหญ่เอาไว้


หมับ


“ติ๋ม”


!!


เอื้อนเอ่ยฉายาที่เขาเป็นคนตั้งให้ แน่นอนว่าเจ้าของฉายานั้นชะงัก หยุดยืนอยู่กับที่ ริมฝีปากได้รูปเม้มเข้าหากัน แต่ก็ยังไม่ยอมหันมามองใบหน้าหวานของคนด้านหลังแต่อย่างใด


“คุยกันก่อนได้มั้ย”


“....”


มาร์คตอบกลับคำพูดนั้นด้วยการขืนข้อมือออกจากมือเล็ก


“ติ๋ม..”


ทว่าแบมแบมยังคงดึงดัน ไม่ยอมปล่อยมือของมาร์คไปง่ายๆ


“คุยกับกูก่อน.. นะ..”


“....”


“พี่มาร์ค..”


“จะให้คุยอะไรอีกล่ะครับ”


ฟึ่บ!


“อ๊ะ”


แบมแบมสะดุ้ง อุทานด้วยเสียงแผ่วเบา เมื่อจู่ๆคนตรงหน้าก็เป็นฝ่ายดึงข้อมือของเขาเข้าไปใกล้ จากตอนแรกที่เขาเป็นคนจับข้อมือของมาร์คเอาไว้ กลายเป็นว่าข้อมือของเขาถูกว่าที่คุณหมอรวบเอาไว้แทน การกระทำกะทันหันทำเอาแบมแบมเผลอยกฝ่ามือขึ้นดันแผ่นอกของมาร์คเบาๆด้วยความตกใจ


“คุณโกหกผม..”


“อึก..”


แต่ต้องตกใจยิ่งกว่าเมื่อเงยหน้าขึ้นก็ต้องพบกับแววตาตัดพ้อ.. และน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเสียใจจนแบมแบมไม่กล้าสบสายตาคู่นั้น


“คุณบอกว่าคุณจะไปเรียน.. คุณบอกว่าคุณจะไป แต่สุดท้ายคุณไม่ได้ไปแต่กลับไปหาเพื่อนที่โรงพยาบาลแทนในวันนั้น คุณบอกว่าที่กลับดึกเพราะคลาสเลิกดึกปกติ แต่จริงๆแล้วคุณไปอยู่ในสถานที่อันตรายแบบนั้น สถานที่ที่เด็กอย่างคุณไม่ควรเข้าไปยุ่งกับมัน”


“ติ๋ม.. ฟังกูนะ กู..”


“คุณ.. คุณรู้มั้ย.. ว่าผมเป็นห่วงคุณมากแค่ไหน”


ตึกตัก ตึกตัก


เสียงหัวใจที่เริ่มเต้นถี่ทำให้แบมแบมเงียบ พยายามเค้นเสียงในลำคอเพื่ออธิบายเรื่องราวให้คนตรงหน้าได้ฟัง


“กูรู้.. กูรู้แล้ว และกูขอโทษที่ทำให้มึงเป็นห่วง แต่ว่ากูมีเหตุผล”


“เหตุผล..เหตุผลอะไรกันล่ะครับที่คุณต้องไปพัวพันกับการแข่งรถบ้าๆนั่น เหตุผลอะไรกันที่ทำให้คุณต้องโกหกผม!


“กู..”


“แทนที่คุณจะไปทำหน้าที่เป็นนักศึกษาที่ดีตั้งใจเรียนหนังสือ แต่คุณกลับทำตัวเหมือนเด็กเกเร ทำตัวเหมือนเด็กมีปัญหา คุณไม่คิดบ้างหรือไงครับว่าถ้าเกิดอุบัติเหตุขึ้นมาจะทำยังไง ทำอะไรไม่คิดถึงใจของพ่อแม่หรือความปลอดภัยของตัวเองบ้างเลย!


“แล้วถ้าคนสำคัญของมึงตกอยู่ในอันตรายและมึงเป็นคนเดียวที่ช่วยเขาได้มึงจะทำมั้ย ห๊ะ! ถ้าการเสี่ยงอันตรายแบบนั้นมันจะทำให้คนสำคัญของมึงไม่ตายมึงจะทำมั้ย! ไม่ใช่ว่ากูไม่กลัวตาย กูกลัว! กลัวสิ! กลัวเหี้ยๆ แต่ถ้าคนสำคัญของกูต้องตายต่อหน้าต่อตาทั้งที่กูมีโอกาสแต่ไม่ได้ลงมือทำ กูต้องมานั่งเสียใจทีหลังเพราะช่วยเพื่อนไว้ไม่ได้หรือเปล่าวะ!!


“.....”


“และใช่! กูแม่งก็แค่เด็กมีปัญหาในสายตาของมึง กูก็แค่เด็กที่ไม่คิดถึงใจพ่อแม่ แต่..โทษทีว่ะ ถ..ถ้ากูมีพ่อให้คิดถึงก็คงดี อึก.. ถ..ถ้ากูมีแม่ที่เข้าใจกู ไม่ทิ้งกูไปตั้งแต่ยังเล็กแล้วค่อยมาเห็นค่ากูตอนมีผลประโยชน์ก็คงดี กู.. คงไม่กลายเป็นเด็กมีปัญหาอย่างที่มึงว่าเหมือนทุกวันนี้หรอก ฮึก.. ฮือ..”


มาร์คมองร่างเล็กที่สะอึกสะอื้นตรงหน้าด้วยความรู้สึกผิด มองเด็กกร้านโลกคนนึงที่ปล่อยให้ความอ่อนแอซึ่งเก็บซ่อนภายในใจไหลออกมาทุกอย่าง ผ่านหยาดน้ำตาที่ไหลรินอาบแก้ม ผ่านริมฝีปากที่ขบเข้าหากันเพราะพยายามกลั้นหยาดน้ำตา


แต่ก็ไม่ไหว..


“ถ้า..ฮึก.. ถ้ากูมีทางเลือกที่ดีกว่านี้กูก็เลือกที่จะไม่ทำ ถ..ถ้ากูมีบ้าน.. มีพ่อ.. มีแม่ที่เขาคอยให้ความรักความอบอุ่นกับกู ฮือ.. กูคง..”


เหมือนกับมาร์คเอง.. ก็ทนเห็นภาพของเด็กน้อยที่กำลังอ่อนแอตรงหน้าไม่ไหว


“ผม..ผมขอโทษ”


หมับ


จึงเป็นฝ่ายเข้าไปสวมกอดร่างเล็กเอาไว้ มือข้างหนึ่งกดศีรษะของแบมแบมให้ยึดไหล่ของเขาเป็นที่พึ่ง ก่อนจะลูบกลุ่มผมนุ่มเบาๆคล้ายจะปลอบประโลม มืออีกข้างก็สวมกอดเอวบางเอาไว้แน่น ซุกใบหน้าเข้ากับไหล่ของแบมแบมราวกับจะซึมซับความเสียใจของคนตัวเล็กมาให้สิ้น


“ไม่ร้อง.. ไม่ร้องนะครับ ผมขอโทษ.. ผม..ผมไม่รู้ว่าคุณ.. ผมขอโทษจริงๆ” กระซิบถ้อยคำอ่อนหวานชิดใบหูเล็ก ด้วยความหวังว่าแบมแบมจะยอมให้อภัยเขาในสิ่งที่เขาไม่รู้


เขาไม่รู้เลยว่าครอบครัวของแบมแบมจะเจอปัญหา.. เขาไม่รู้ว่าเด็กคนนี้ในอ้อมกอดจะผ่านอะไรมามากมาย และ.. รู้สึกผิดจริงๆที่ความโกรธของเขาทำให้แบมแบมต้องเผยปมในใจออกมาแบบนั้น


“ปล่อย.. ฮึก ปล่อยกู”


ได้รับแรงขืนตัวออกจากอ้อมกอดก็ทำเอามาร์คขมวดคิ้ว ก่อนใบหน้าคมคายจะส่ายหัวไปมาเป็นการปฏิเสธคำสั่งนั้น


“ไม่.. ผมไม่ปล่อยครับ ผมจะกอดคุณจนกว่าคุณจะหยุดร้องไห้”


และยืนยันคำพูดตัวเองด้วยการกอดรัดคนตัวเล็กในอ้อมกอดให้มากกว่าเดิม


“ผม..ขอโทษจริงๆนะครับ”


“....”


“ผมไม่ได้ตั้งใจจะพูดกับคุณแบบนั้น ค..แค่ตอนนั้น..ผมโมโหคุณเรื่องที่คุณโกหกผม..” ประโยคหลังมาร์คพูดด้วยเสียงอ้อมแอ้ม เพราะรู้สึกผิดที่เป็นสาเหตุทำให้แบมแบมต้องร้องไห้


“อือ.. กูเอง.. ก็ผิดเหมือนกันที่โกหกมึง” และนั่นทำให้แบมแบมได้สติ มือเล็กยกมือปาดน้ำตาลวกๆด้วยท่าทางเก้ๆกังๆ เพราะติดอ้อมกอดของมาร์คที่รัดเสียแน่น ก่อนจะสูดหายใจลึกๆ..


“พี่มาร์ค..”


“...”


“ผมขอโทษ”


และพูดคำว่าขอโทษที่ตนตั้งใจจะเอ่ยกับคนๆนี้ไป ให้เรื่องระหว่างเราไม่มีอะไรติดค้างกันอีก เพราะการที่มาร์คเมินเขาแบบนั้น.. แม่งเอ๊ย.. ให้มันรีดไถเก็บค่าเช่าจากเขายังจะดีซะกว่า


“ขอโทษที่โกหกพี่ คราวหลังผมจะไม่ทำอีก ขอโทษที่ทำตัวไม่ดีกับพี่... แต่อันหลังนี่โทษทีว่ะ.. ผมคงเปลี่ยนให้พี่ไม่ได้ แม่งกลายเป็นสันดานผมไปแล้ว”


ว่าที่คุณหมอหนุ่มหัวเราะเบาๆให้กับประโยคแสนน่ารัก.. ไม่รู้สิ หรือสายตาของเขาฝ้าฟาง หรือว่าเขาต้องไปตัดแว่นใหม่ ทำไมเวลาคนๆนี้พูดอะไรหรือทำอะไร ทำไมถึงดูน่ารักน่าเอ็นดูไปหมด


“แล้วเมื่อไหร่มึงจะปล่อยกูวะ”


อือ น่าเอ็นดูจริงๆนั่นล่ะคนอะไร ไม่เท่าไหร่สรรพนามชวนเคลิ้มก็กลายเป็นกูๆมึงๆอีกแล้ว เชื่อว่าที่เมียหมอเขาเลย..


“ปล่อยกูได้แล้วไอ้ติ๋ม ยัง.. ยังไม่ปล่อยอีก นี่หยุดร้องแล้วนะเว่ย”


“เขาบอกว่าเวลาที่เรากอดใครบางคนแล้วเนี่ย.. มันจะทำให้ร่างกายผลิตฮอร์โมนออกซิโทซินที่ช่วยลดความเครียดออกมา ผมรู้ว่าตอนนี้คุณยังมีระดับความเครียดเจือจางอยู่ เพราะงั้น..ผมก็จะกอดคุณอยู่อย่างนี้ไม่ปล่อยหรอกครับ”


ใช่.. กอดอยู่อย่างนี้ไม่ปล่อย จะไม่มีวันปล่อยไปไหนเด็ดขาด


สถานการณ์แบบนี้ และร่างของแบมแบมในอ้อมกอดเขาแบบนี้ ทำให้ความรู้สึกที่เขามีต่อแบมแบมยิ่งดูน่าทะนุถนอม.. ราวกับว่าแบมแบมคือกล่องแก้ว.. ภายนอกดูแข็งแรง ดูสวยงาม แต่จริงๆแล้วเปราะบางและข้างในกล่องใบนี้ก็แบกรับอะไรไว้หลายอย่าง


ซึ่งเขา.. อยากจะช่วยบรรเทาเรื่องขุ่นมัวภายในใจของแบมแบมออกไป อยากจะเป็นคนดูแลกล่องแก้วใบนี้ให้สดใส และกลับมาเปล่งประกายได้อีกครั้ง


“มึงแม่ง.. เวลานี้ยังจะมาบ้าทฤษฎีกับกูอีกหรอวะ...”


น่าแปลกนะ ถึงแบมแบมจะบ่นเหมือนไม่พอใจ


แต่..


“แต่ขอบคุณนะ..”


รอยยิ้มแม่งมาได้ยังไง.. แล้วทำไมเขาต้องยิ้มกับทฤษฎีบ้าๆของไอ้หมอติ๋มอย่างมันด้วยวะบ้าเอ๊ย..


มาร์คกอดแบมแบมอยู่อย่างนั้นตามที่พูด จนว่าที่คุณหมอมั่นใจว่าคนในอ้อมกอดไม่มีหยดน้ำตาแล้วนั่นล่ะถึงยอมปล่อย ไม่สิ จะว่าปล่อยก็ไม่ถูก เพราะมาร์คทำเพียงแค่ผละออกจากร่างเล็ก ทว่ามือทั้งสองยังคงจับไหล่ของแบมแบมเอาไว้ เป็นการบังคับให้แบมแบมจำต้องสบตากับมาร์คกลายๆ


“ม..มีอะไรอีก”


“วันนั้น.. ผมบอกแล้วใช่มั้ยว่าผมรอคุณทั้งคืน รอ.. รอว่าเมื่อไหร่คุณจะกลับมา ผมดีใจมากที่เห็นคุณเดินเข้ามาในห้อง ผมดีใจที่คุณยังปลอดภัย คุณใจร้ายมากนะ ที่ทำให้หัวใจผมเต้นแรงมากจริงๆตอนได้สัมผัสคุณ”


“เพ้อเจ้ออะไรของมึงวะเนี่ย อ๊ะ..” สะดุ้งเบาๆเมื่อคางของตนถูกมือหนาของมาร์คเชยขึ้นให้สบตา แบมแบมใจสั่น รู้สึกเหมือนถูกสะกดเอาไว้ให้จ้องมองเพียงแค่มาร์ค


“ดวงตาคู่นั้นของคุณทำให้ผมใจสั่น.. ริมฝีปากอุ่นร้อนของคุณทำให้ผมแทบบ้า.. และยิ่งจะบ้าตายตอนที่รู้ว่าคุณโกหกผมว่าไปเรียน แต่จริงๆ... ไม่ใช่”


“ก..ก็กูอธิบายไปแล้วไงว่าทำไมถึง..” ราวกับมาร์คไม่ฟังอะไรเขา ราวกับว่ามาร์คกำลังตกอยู่ในห้วงความคิดของตัวเอง ความคิดที่กำลังถ่ายทอดออกมาให้เขาฟัง เพราะเพียงแค่เขาเอ่ยปากอะไรออกไปเท่านั้น


“ชู่ว.. ฟังก่อนสิครับ”


“อะ..”


กลับถูกนิ้วเรียวยาวนั่นแตะเข้าที่ริมฝีปาก ก่อนจะถูกบดคลึงด้วยนิ้วยาวนิ้วเดิม และเจ้าของของมันที่เริ่มเอ่ยประโยคถัดไป


“ครับ.. ผม..ผมดีใจนะครับที่คุณยอมบอกความจริงกับผม ถึงผมจะไม่ค่อยพอใจตรงที่คุณไปทำอะไรอันตรายแบบนั้นก็เถอะ”


“....”


“คุณสัญญาได้มั้ย.. ว่าคุณจะไม่ทำอะไรที่เสี่ยงอันตรายแบบนั้นอีก”


“....”


เป็นคำขอร้องที่ทำให้แบมแบมเกิดอาการอึกอัก


“น้องแบมครับ”


แต่ทันทีที่ได้ยินเสียงทุ้มต่ำดังขึ้น ทันทีที่นิ้วของมาร์คเริ่มจะเข้าไปในริมฝีปากของเขา ทำเอาเขาต้องรีบหันหน้าหนี ก่อนจะตอบรับคำสัญญานั้นด้วยความไม่เต็มใจทันที


“ร..รู้แล้วน่า!


“รู้แล้ว.. แค่นั้นหรอครับ..”


อือ.. ตอนแรกก็ไม่เต็มใจ แต่พอเห็นสีหน้าหงอยๆของมัน เห็นแววตาเศร้าๆของมันแบบนี้...


“เออ!


“....”


“ก..กูจะพยายามแล้วกัน”


ไอ้ชิบหาย... นี่มันเล่นของอะไรใส่เขาหรือเปล่าวะ แค่มันทำหน้าตาหงิมๆติ๋มๆเข้านิดหน่อย ทำไมเขาต้องใจอ่อนยอมตกลงรับคำมันทุกทีด้วย!!


“แบมแบมครับ”


“อะไรอีกวะ!


เพราะหงุดหงิดอาการใจอ่อนตัวเองเลยเผลอขึ้นเสียงและหันหน้าไปหาอีกคน แต่กลับถูกมือหนาทั้งสองประคองใบหน้าของเขาเอาไว้


“ม..มึงจะทำ..”


“ผมรู้.. ว่าผมมันก็เป็นแค่ไอ้ติ๋ม แค่นักศึกษาแพทย์คงแก่เรียนที่คุณตราหน้า แค่คนอ่อนแอที่ไม่มีใครสนใจ แค่ตัวตลกคนนึงในสายตาใครหลายคน แต่แปลกมั้ย...”


“....”


“ผมไม่อยากเป็นแค่ตัวตลกในสายตาคุณเลย”


“ก..กูก็ไม่ได้มองว่ามึงเป็นอย่างนั้น..”


“คุณอาจจะหัวเราะเยาะในการกระทำบางอย่างของผม คุณอาจจะขำในนิสัยบ้าๆของผมแบบนี้ ครับ.. ผมยอมรับ ทั้งหมดนั่นคือสิ่งที่ผมเป็น ผมเป็นคนอ่อนแออย่างที่คุณว่า แต่.. ตั้งแต่ที่ได้เจอคุณ ผมมีหนึ่งคำถามที่อยากจะถาม”


บางทีไอ้หมอมันคงไม่เข้าใจระหว่างการกระทำกับคำถาม..


เพราะมันค่อยๆยกมือขึ้นถอดแว่นสายตาออกอย่างช้าๆ พลางเคลื่อนใบหน้าเข้ามาใกล้ใบหน้าของเขา จนเราห่างกันเพียงลมหายใจกั้น และหัวใจของเขากำลังสั่น..


“ม..มาร์ค..”


“ที่คุณเคยบอก.. บนโลกนี้ไม่มีที่ยืนสำหรับคนอ่อนแออย่างผม”


“....”


“แล้วที่ว่างข้างๆคุณ.. ยังมีพอให้คนอ่อนแออย่างผมยืนอยู่ด้วยหรือเปล่าครับ?”


เป็นคำถามที่ไม่ต้องการคำตอบ เพราะหลังจากคำถามนั้น


“มาร์ค.. จ..จะทำอะไร อ๊ะ.. อื้อ”


มาร์คกลับแนบริมฝีปากของตัวเองเข้าไปทาบทับกลีบปากนุ่มหยุ่นของแบมแบมโดยทันที ไม่รอให้เด็กน้อยเอ่ยถาม หากแต่ตอบทุกอย่างด้วยการกระทำ มาร์คกดจูบริมฝีปากสีแดงสดของแบมแบมอย่างยากเกินที่จะห้ามใจ


ไม่มีการรุกล้ำ มีเพียงริมฝีปากของคนทั้งสองที่ประสานแนบชิดกัน มาร์คเพียงแค่ขยับริมฝีปากจูบซับความนุ่มจากกลีบปากอิ่มของแบมแบม เจ้าของกลีบปากนุ่มนิ่มก็เช่นกัน นัยน์ตาคู่สวยปิดสนิท ปล่อยให้ห้วงอารมณ์เป็นตัวชักพา เพราะปฏิเสธไม่ได้เลยว่าสัมผัสเบาๆบนริมฝีปากของตนนั้นทำให้เขารู้สึกดีมากเพียงใด


ก่อนจูบแสนอ่อนโยนจะค่อยๆแปรเปลี่ยนเป็นจูบอันเร่าร้อนยามที่ลิ้นร้อนเริ่มแตะบนริมฝีปากของแบมแบม คล้ายกับเป็นคำขออนุญาตแทรกเข้ามาในโพรงปาก จนร่างเล็กต้องหลับตาแน่น เงยหน้ารับจูบโดยไร้ซึ่งแรงต่อต้าน กำเสื้อเชิ้ตสีขาว ขยุ้มมันจนยับยู่ยี่ทันทีที่ลิ้นของตนถูกมาร์คไล่ต้อน


จูบจากว่าที่คุณหมอ.. ซึ่งทำให้เด็กกร้านโลกอย่างแบมแบมทำอะไรไม่ถูก เพราะริมฝีปากที่กำลังไล่ต้อนเขาอยู่นี้มันไม่น่าออกมาจากคนที่เขาประณามชื่อว่า..


“พ..พี่มาร์ค หยุด.. หยุดก่อนนะ อ๊ะ..อือ..”


..ไอ้ติ๋ม

 

 










--------------------------


Talk 18/04/17

ในที่สุดวันนี้ก็มาถึงค่ะ ฮือ วันที่ลูกเสือสำรองคนซื่อชื่อว่าติ๋มนางมีที่ยืนกับเขาแล้ว *ปรบมือ* หลังจากนี้จะเป็นยังไงต่อไป คอยเป็นกำลังใจให้ลูกเสือสามัญติ๋มติ๋มด้วยนะคะ ความเด๋อและความติ๋มนางจะไม่หยุดอยู่แค่นี้ มีเรื่องพีคอีกเยอะรออยู่ 555555555555

ครึ่งหลังนี่แต่งไปดมยาดมไป หลายอารมณ์มากค่ะทั้งม่าทั้งดันติ๋มให้มีที่ยืนซะที หลังจากนางนั่งมานานเหลือเกิน ฮ่อก ไม่รู้ว่าถูกใจรีดกันรึเปล่า ถ้ารีดคนไหนชอบก็ฝากติ๋มตามแล้วก็ส่งแรงถีบมาให้ไรท์หน่อยน้า ขอบคุณที่เอ็นดูติ๋มมากค่า

อยากให้ติ๋มมาไวๆก็เรียกติ๋มกันเยอะๆน้า #ไอ้ติ๋มมบ


Talk 17/04/17

จริงๆลงไปแล้วตั้งแต่เมื่อคืนค่ะ แต่เว็บมันเกเรเลยไม่ยอมขึ้นให้ต้องมาลงใหม่ตอนเช้า TT

ตอนนี้ก็จะเห็นแล้วน้าว่าน้องเปลี่ยนไปในทิศทางไหนบ้าง ส่วนติ๋มจะเปลี่ยนไปยังไง ต้องติ๋มตามกันต่อไปน้า ครึ่งหลังเราจะมาดูวิธีการง้อ(หรอ)ของเจ่อกันค่ะ ใครจำคำโปรยหน้าฟิคได้มั้ยคะ นั่นล่ะค่ะ ติ๋มจะมาทวงความติ๋ม(หรอออ)กันแล้วน้า 555555555 

ฝากติ๋มตามด้วยนะคะ หลังจากหมดตอนนี้ก็จะหมดเรื่องที่ไรท์อยากปูม้าปูทะเลแล้ว ต่อไปจะเริ่มเน้นความสัมพันธ์ของสองคนที่พัฒนาขึ้นไปเรื่อยๆ ไม่ใช่ปูเรื่องละเอียดๆแบบที่ผ่านมา 

อยากให้ติ๋มมาไวๆก็เรียกติ๋มกันเยอะๆน้าา ฝากส่งแรงถีบให้ไรท์ด้วยนะงับ ขอบคุณที่เอ็นดูพวกนางค่า

มาเล่นแท็กกันเตอะ! #ไอ้ติ๋มมบ


Talk 16/04/17

อ...อ...เอาแล้ว พี่นางพยาบาลที่ติ๋มส่งยิ้มให้ตอนนั้นทำพิษค่า เจ่อรู้แล้วว่าติ๋มโกหกทีนี้จะเคลียร์กันยังไงน้อ ยังไงก็ฝากติ๋มตามด้วยน้า รีดมาเยอะ ติ๋มมาไวนะคะ ขอบคุณที่เอ็นดูพวกนางงับ!

ใครอยากให้ติ๋มมาไวๆก็ติดแท็กเล้ย! #ไอ้ติ๋มมบ




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 102 ครั้ง

13,538 ความคิดเห็น

  1. #13536 monthiaomsin17 (@monthiaomsin17) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2562 / 11:29

    พี่ติ๋มโครตเร้าใจเลยคะขนาดนี้น้องแบมจะไหวหรอคะ

    #13536
    0
  2. #13387 phutpitchaya (@phutpitchaya) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 1 มกราคม 2561 / 13:36
    อร๊ายยยย หมอนขาดค่ะๆเขินมากกกกก
    #13387
    0
  3. #13367 alltimeismark (@alltimeismark) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2560 / 23:22
    ข้อดีของติ๋มคือ รู้สึกอะไรก็พูดอ่ะ งื้อ...ละมุนมากเลยยยย
    #13367
    0
  4. #13320 PareWaPkh (@PareWaPkh) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2560 / 19:47
    ติ๋ม นายสุดยอดมากกกกก
    #13320
    0
  5. #13258 Nuthathai Por (@oengoeng15) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 6 กันยายน 2560 / 15:08
    เดี๋ยวนี้ติ๋มพัฒนาแล้วนะ เคลียร์กันแล้วดีจังเลยแถมดูพี่มาร์คสิพูดอะไรเนี่ยน้องแบมไปไม่เป็นเลย
    #13258
    0
  6. #13229 missnight__ (@missnight17) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2560 / 03:49
    กรี๊ดดดดดดด หวีดแรงมากกกก ติ๋มเป็นไรที่มาวินมาก ไม่คิดว่าคนติ๋มๆจะพูดจะทำอะไรได้มากขนาดนี้ อ่านไปก็จิกหมอนกรีดร้องไป คิดว่าถ้าเป็นแบมแบมคงตัวแตกตายไปแล้ว อร๊ายยยยย
    #13229
    0
  7. #13202 YoungNie (@YoungNie) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2560 / 08:30
    พี่ติ๋มแบบโคตรก๊าวอ่ะ
    #13202
    0
  8. #13168 abudabe (@JibPanchalee) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2560 / 17:15
    โอ้ยยยพี่ติ๋มเห๋นเงียบๆแต่ไม่ธรรมดานะ5555
    ขอด้วยนะคะไรท์ cheedimjib@gmail.com
    #13168
    0
  9. #13155 mai-mai (@mai-mai-snow) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2560 / 22:58
    โอ๊ยยย -พี่ติ๋ม ถ้าแกไม่ติ๋มฉันจะคิดว่าที่ตอนจะกอดต่อนั่นเป็นมุกเนียนอยากกอดนะแกกก~ แล้วทำไมตอนใส่แว่นจูบกับตอนถอดแว่นจูบถึงรู้สึกว่ามันต่างกันมันแบบ อร๊ากกกก พี่มาร์คขาาาา~
    #13155
    0
  10. #13068 AonCBexol (@AonCBexol) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2560 / 14:29
    เป็นตอนที่ละมุนละไมมาก โอ้ยยยยยย ยิ้มจนแก้มจะแตกแล้วววว
    #13068
    0
  11. #13028 P-YOU (@P-You) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2560 / 17:41
    พี่มาร์ค ฮื่อ เขินนนน
    #13028
    0
  12. #12973 FrontHyuk (@chocolatepie) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2560 / 23:02
    โอ๊ะโอ.....พี่มาร์ค น้องแบม โอ๊ะโอ....ละมุนละไม
    #12973
    0
  13. #12324 SK0207_ (@suputthara) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2560 / 13:51
    ทำไมติ๋มเป็นคนโรแมนติกงี้ เขินเว้ยยยยย
    #12324
    0
  14. #12299 fangkhunlminjae (@fang_khunlminjae) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2560 / 22:00
    แงงงง ชอบเวลาเค้าเรียก พี่มาร์ค น้องแบมกันมากเลย น่ารักมากกกก
    #12299
    0
  15. #12298 fangkhunlminjae (@fang_khunlminjae) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2560 / 21:58
    ชอบเวลาเค้าเรียก พี่มาร์ค น้องแบมกันจัง แงงงงงงง น่ารักมากกกกก
    #12298
    0
  16. #12290 hyuknok (@hyuknok) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2560 / 18:27
    ติ๋มเธอสำบัดสำนวนมาก ฉันเขิน
    #12290
    0
  17. #12280 CornettoX (@litter_lba17) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2560 / 15:45
    โว้ยยยยยยยหวานนนนน ยืนปรมมือให้พี่ติ๋มของเราสิคะ
    #12280
    0
  18. #12143 ojay2 (@Ojay) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2560 / 16:54
    กรี๊ดดดดดดดด ดิ้นนนนนนนนน มีที่ว่างสำหรับติ๋มเสมอค่าาาาาาาาาาาา ตอบแทนน้องงงง
    #12143
    0
  19. #12139 BetaBee78s (@skyauyporn) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2560 / 16:01
    เขินนนนนนนน;_;
    #12139
    0
  20. #11530 Mee_chutikarn (@Mee_chutikarn) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2560 / 21:05
    งื้อออเขาเข้าใจกันแล้ว แม้โกรธก็ไม่ลืมค่าเช่า555
    #11530
    0
  21. #11221 NamollAhgase (@NamollAhgase) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2560 / 20:36
    น้ำตาไหลเลยค่ะ คือดีมาก เวลาทั้งสองเอ่ยพี่มาร์ค น้องแบม แบบนี่ใจเต้นแทนเลยอ่ะ ????
    #11221
    0
  22. #10464 marksman (@ammieeee) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2560 / 17:44
    มันดี -////-
    #10464
    0
  23. #10155 St.tripleJ (@pimploy651) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2560 / 06:38
    พี่มาร์ค ฮื่ออออ ทำไมเขิน
    #10155
    0
  24. #9318 nupororo (@nupororo) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2560 / 15:35
    หว๊ายยย ลูกเสือสำรองกลายเป็นเสือร้ายไปแย้ววววว งื้อ >////< พี่มาร์คคะ ถ้าที่ข้างๆน้องแบมไม่ว่าง ที่ข้างๆเราว่างนะคะ <<< โดนน้องแบมตบ555
    #9318
    0
  25. #9015 ~*Poii*~ (@lingjokung) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2560 / 22:39
    เขิน ;_;
    #9015
    0