END - [FIC GOT7] ไอ้ติ๋ม - MARKBAM [YAOI]

ตอนที่ 5 : ติ๋มครั้งที่ 4 [150%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 14,666
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 186 ครั้ง
    11 ม.ค. 60

ติ๋มครั้งที่ 4


'ผมแค่ทำตามสิ่งที่ผมอยากทำเท่านั้น'

Mark 







“คุณจะให้อะไรผมแลกกับการได้อยู่ที่นี่ล่ะครับ”


!!!


แบมแบมคิดว่าเขากำลังหูฝาด...


คนอย่างไอ้ติ๋มเนี่ยนะจะพูดจาต่อรอง.. แบบที่ทำให้เขาเผลอใจเต้นไปกับน้ำเสียงทุ้มลึกนั่นได้?


ตอนแรกก็สับสน ตอนแรกก็ไม่คิดอะไร


ทว่า..


“ผมรู้ว่าคุณไม่มีเงิน ไม่มีอะไรติดตัวเลยสักอย่าง เพื่อนคุณก็อยู่โรงพยาบาล ซึ่งนั่นหมายความว่าที่พึ่งสุดท้ายของคุณก็จะใช้ไม่ได้”


“....”


เพียงแค่มันเอ่ยด้วยใบหน้าจริงจัง เอ่ยประโยคที่ทำให้ตัวเขาเผลอกัดริมฝีปากแล้วนั้น


“คุณจะให้อะไรผม เพื่อที่ตัวคุณจะได้อยู่ที่นี่”


นอกจากข้อเสนอที่ไม่น่าออกมาจากปากของว่าที่คุณหมอสุดเนิร์ดแล้ว


ตึกตัก ตึกตัก


หัวใจของเขายังเต้นแรงจนแทบหลุดออกมาอีกด้วย


แบมแบมสบตากับนัยน์ตาคมกริบผ่านแว่นสายตา.. มองร่างสูงที่กำลังตรงมาอย่างไม่อยากจะเชื่อ


“เหี้ย.. กูนึกว่ามึงจะใจดีกับคนไม่มีทางไปซะอีกนะติ๋ม”


เป็นคำพูดซึ่งทำให้คนที่ดูเหมือนจะใจดีวาดรอยยิ้ม


“แน่นอนครับว่าผมใจดี”


ฟึ่บ


“แต่..”


ก่อนที่ร่างสูงจะเป็นฝ่ายเดินเข้าไปหา


“อะ..” ทำเอาคนหน้าหวานเผลออุทาน เดินถอยหนีระยะห่างที่ร่นลง และทำได้แค่ลอบกลืนน้ำลายฟังสิ่งที่อีกคนจะพูด


“สังคมที่ผมโตมา หนึ่งสิ่ง.. แลกกับอีกหนึ่งสิ่ง ไม่มีอะไรที่ได้มาง่ายๆ ทุกคนต้องใช้ความพยายามและยื่นข้อแลกเปลี่ยนเพื่อสิ่งที่ตนต้องการกันทั้งนั้น”


“....” แบมแบมกัดริมฝีปากตัวเองอีกครั้ง


“ถ้าคุณมีข้อเสนอที่น่าสนใจ บางที..”


“....”


“ผมอาจจะยอมให้คุณอยู่ในห้องผมฟรีๆก็ได้นะ”


“บ้าชะมัด..” และสบถออกมาโดยไม่รู้ตัว


วินาทีนี้แบมแบมไม่รู้เลยว่าทำไมถึงไม่กล้าสบตากับมาร์ค.. ไม่รู้ทำไมเขาถึงรู้สึกราวกับว่าไอ้ติ๋มคนที่อยู่ตรงหน้าเขาแม่งโคตรต่อกรได้ยาก..


ไม่สิ.. ไม่ใช่ติ๋ม ตอนนี้คนตรงหน้าเขา.. ผู้ชายตรงหน้าเขาคือมาร์ค.. ผู้ชายแสนธรรมดา แต่งตัวเชยๆ ใส่กรอบแว่นหนาเตอะ.. และผู้ชายคนนั้นล่ะที่เขาต้องขอความช่วยเหลือ


แบมแบมไม่รู้หรอกว่ามาร์คคิดอะไรอยู่ สายตาที่มันมองมาทางเขาไม่มีแววตาล้อเล่น มีแต่แววตาอยากรู้อยากลอง.. อย่างกับเขาเป็นพวกเชื้อโรคตัวใหม่ๆที่เจอและอยากรักษาเสียอย่างนั้น


ก็รู้แล้วว่าแม่งเป็นหมอ แต่มึงไม่ต้องสวมจิตวิญญาณหมอตอนมองกูได้มั้ยล่ะวะไอ้ฟาย


เออ นั่นล่ะ ไม่รู้ว่าแม่งคิดแบบที่เขาคิดมั้ย แต่ที่รู้แน่ชัดคือถ้าหากเขาไม่รับข้อเสนอนั้นแล้วกลับไปที่ห้องในเวลานี้ ดีไม่ดีตัวเชื้อโรคอย่างเขาอาจจะถูกไอ้แจ็คสันมันจัดการแล้วก็ได้ อีกทั้งตอนนี้เพื่อนคนสำคัญของเขาอย่างคิมยูคยอมก็กำลังนอนหยอดข้าวต้มที่โรงพยาบาล แล้ว..จะมีใครกันที่จะช่วยเขาได้เวลานี้


ใช่.. ไม่มี ไม่มีไง


ตัวเลือกสุดท้ายและตัวเลือกเดียวที่เขาพอมีอยู่ก็มีแค่..


“ว่าไงครับ?”


..ไอ้ติ๋มคนนี้เท่านั้น


“ขอกูคิดแป๊ปนึงได้ป่ะล่ะ”


ยิ่งได้ยินมันเร่งแบมแบมก็ยิ่งรู้สึกอยากซัดหน้าใสๆของมันให้ลงไปจูบกับพื้น ยิ่งเห็นมันยังเอาแต่จ้องเขาราวกับลุ้นในคำตอบก็ยิ่งรู้สึกอยากจะกระชากแว่นมันออกมาแล้วกระทืบๆๆๆทับให้หายหมั่นไส้ซะ


ไหนจะสายตาซื่อๆของไอ้ติ๋มที่โคตรจะขัดกับคำพูดเจ้าเล่ห์ชิบหายก็ยิ่งรู้สึกขัดใจ.. ขัดใจเหี้ยๆ เพราะสิ่งที่มาร์คพูดออกมามันจริงทุกอย่าง เขาไม่มีเงิน.. เพื่อนก็ดันแอดมิทเข้าโรงพยาบาลไป


ส่วนพ่อแม่เขาน่ะหรอ เหอะ..


ลูกชายเพียงคนเดียวหายออกจากบ้านไปทั้งคืน ป่านนี้ไม่รู้เลยว่าจะเอะใจหรือยัง หรือบางที.. อาจจะลืมไปแล้วว่ามีเขาเป็นลูกชายก็ได้ และมันก็จริงอย่างที่ไอ้ติ๋มแม่งว่า


หนึ่งสิ่ง.. แลกกับอีกหนึ่งสิ่ง


ไม่มีอะไรที่ได้มาง่ายๆ


ทุกคนต้องใช้ความพยายาม ยื่นข้อแลกเปลี่ยนเพื่อหวังสิ่งที่ตนต้องการกันทั้งนั้น


ในเมื่อเขาคิดไม่ออกว่าจะยื่นข้อเสนออะไรที่น่าสนใจ เพื่อให้ใครอีกคนยอมให้ความช่วยเหลือ เพราะงั้น..


“มึง..”


ก็ให้แม่งเสนอมาเองเลยแล้วกัน


“มึงจะเอาอะไรก็ว่ามา”


กึก


เสี้ยววินาทีที่คำพูดของแบมแบมทำให้เจ้าของห้องชะงัก ก่อนว่าที่คุณหมอจะเริ่มประมวลความต้องการของตัวเองในหัว แต่บางทีมันคงจะช้าไปสักนิดสำหรับคนรอคำตอบ


“อย่าชักช้าได้ป่ะ จะเอาอะไรก็ว่ามาสิวะไอ้ติ๋ม ยืนบื้อแบบนี้กูจะรู้กับมึงมั้ย” กอดอกด้วยความไม่พอใจ ส่งสายตาพร้อมกับสบถเบาๆไปให้ ทำเอามาร์คหันกลับมาจดจ้องอยู่กับใบหน้าน่ารักๆนั่นอีกครั้ง


“คุณให้หมดได้ทุกอย่างหรอ”


ใช่.. ให้หมดทุกอย่างเลยหรอ


ทุกสิ่งที่ผมต้องการ ทุกอย่างที่ผมอยากได้


แม้กระทั่ง.. ตัวของคุณ


คุณให้มันกับผมได้ทั้งหมดจริงๆหรอครับ?


“เออ”


“....”


“อะไรก็ได้ที่มึงต้องการ ทุกสิ่งทุกอย่างที่มึงอยากได้ แลกกับการที่กูจะได้อยู่ที่นี่ ถ้ากูหามาได้..”


“....”


“กูจะหามาให้มึง”


ตึกตัก ตึกตัก


อีกแล้ว.. เสียงหัวใจบ้าๆนี่อีกแล้ว


ที่หัวใจเขาเต้นดังแบบนี้บ่อยๆ มันเป็นเพราะคนตรงหน้า..


หรือว่าเขาเริ่มเป็นโรคหัวใจกันนะ?


นัยน์ตาคมกริบจ้องมองใบหน้าหวานผ่านแว่นสายตา มองผมสีทองที่ปรกลงมาระกับใบหน้า มองจมูกโด่งรั้นที่พอเดาได้ว่าคนตรงหน้าเขารั้นมากแค่ไหน


ก็มากขนาดทำให้เขาอยากปราบเด็กคนนี้จนนอนราบไปกับเตียงชะมัด..


ไม่.. ยังไม่พอ ไหนจะนัยน์คู่สวยที่พอวาดรอยยิ้มออกมาทีทำให้เขาใจเต้นอย่างกับโดนปั๊มหัวใจในอัตราสองร้อยจูลส์นั่นอีกล่ะ.. ไหนจะพวงแก้มสีชมพูดฝาดที่อยากจะเข้าไปสัมผัส อยากจะฝังจมูกลงบนพวงแก้มนุ่มนิ่มนั้นซ้ำๆอย่างไม่รู้เบื่อ


และสุดท้าย.. ริมฝีปาก


ริมฝีปากสีแดงระเรื่อ ริมฝีปากอิ่มที่เขาเคยลองสัมผัสมันมาก่อนหน้านี้ และรู้สึกอยากจะสัมผัสมันอีก ไม่สิ.. ไม่ใช่แค่สัมผัส หากแต่เป็นการกลืนกินริมฝีปากสีสดนั่นมันเลยด้วยซ้ำ


แค่คิดหัวใจมันก็สั่น แค่มองใบหน้าของแบมแบมที่ยอมจำนนและฟังความต้องการของตน มาร์คก็แทบบ้า.. ความรู้สึกอยากลอง อยากค้นหาคำตอบและสมมติฐานที่ตั้งขึ้นไว้กับตัวเองเริ่มเข้ามา ความต้องการจากเสียงหัวใจที่ดังก้องนี่ก็เข้ามาแทรก


อยากจะรู้ว่าไอ้อาการอยากกดทับริมฝีปากตัวเองกับริมฝีปากแดงระเรื่อนั่นมันคืออะไร อยากรู้ว่าเขาจะสามารถตอบสมมติฐานที่ตั้งขึ้นไว้ได้ไหม อยากจะรู้ว่าทำไมความรู้สึกอยากดึงร่างใครอีกคนเข้ามากอดรัดแน่นๆถึงมีอยู่ในหัว อยากจะรู้ว่าสิ่งที่เขากำลังเป็นอยู่นี้คืออะไร


แล้วทำไม.. ทำไม


เขา.. ถึงต้องใจเต้นเวลาอยู่ใกล้แบมแบมด้วย


เอาจริงๆ.. ตัวเขาก็ไม่ใช่คนใจร้ายอะไร และแน่นอน.. เขาก็ไม่ใช่คนดี ที่จะทำการบางอย่างแล้วไม่หวังถึงผลตอบแทน มาร์คก็เป็นเหมือนมนุษย์ธรรมดาทั่วไป


ถ้าหากแบมแบมยอมรับในสิ่งที่เขาต้องการ



















“หนึ่งจูบ”


“!!!”



“แลกกับหนึ่งคืนในห้องของผม”


เขา..


“เชี่ย..”


“ดีลมั้ยครับ?


ก็อาจจะยอมให้แบมแบมค้างที่ห้องของเขาต่อก็ได้


นั่นเป็นข้อเสนอที่ทำให้ใครอีกคนกำหมัดตัวเองแน่น


แบมแบมกัดริมฝีปากเมื่อได้ยินสิ่งที่เจ้าของห้องต้องการ ไม่อยากเชื่อเลยสักนิดว่าข้อตกลงนั้นมันจะออกมาในรูปแบบนี้ และถ้าหากเป็นปกติ ถ้าหากเขาไม่ต้องการความช่วยเหลือจากมัน เขาอาจจะเหวี่ยงหมัดเข้าแก้มใสๆนั่นสักทีสองทีให้หายคับแค้นใจก็ได้ นี่มันเห็นเขาเป็นตัวเหี้ยอะไรวะถึงมายื่นข้อเสนอแบบนี้ให้


แล้วเขาเนี่ยเป็นเหี้ยอะไร ทำไมต้องรู้สึกหน้าร้อนๆตอนไอ้ติ๋มแม่งจ้องปากเขาด้วยวะ ไอ้เวร!!


แต่ไม่.. จะให้ไอ้โลกสวยอยากจะนั่งเวลาไม่มีที่ยืนเห็นไม่ได้ว่าเขาหวั่นไหวกับข้อเสนอมันมากแค่ไหน ก็ขนาดเผลอกลืนน้ำลายไปแล้วสามอึกถ้วน อีกทั้งยังไม่กล้าสบตากับมันตรงๆในตอนนี้ไง


แบมแบมสูดหายใจเข้าเต็มปอด พร้อมทั้งพยายามเรียกสติตัวเองให้ต่อกรกับว่าที่คุณหมอ ซึ่งยังคงเอาแต่จ้องมองริมฝีปากของเขาอยู่


“ไอ้ติ๋ม มึงมันร้าย..” คงเป็นคำพูดที่แบมแบมจะมอบให้กับมาร์คในตอนนี้ เห็นหน้าซื่อตาใสอย่างมัน ใครจะรู้กันว่าข้างในแม่งคิดอะไรอยู่ ไหนบอกว่าไม่เคยช่วยตัวเองไงวะห่า หรือแม่งเห็นเขาเป็นของแปลกเลยอยากรู้อยากลอง แต่แม่งถามเขาสักคำมั้ยว่าเขาอยากให้มันลองกับตัวเขาบ้างหรือเปล่า!


“กูไม่คิดเลยนะว่ามึงจะยื่นข้อเสนอแบบนี้มาให้”


คำพูดของแบมแบมทำให้มาร์คถึงกับยิ้ม


นั่นสิ.. ตัวเขาเองก็ไม่รู้หรอกว่าคิดอะไรอยู่ ทำไมถึงต้องการแบบนี้ ทำไมถึงยื่นข้อเสนอแบบนี้ไป


“ผมถึงยอมรับไงครับ.. ว่าผมก็ไม่ใช่คนนิสัยดีอะไร ถ้าหากคุณยอมจ่ายค่าตกลงให้กับผม”


“....”


“ผมก็จะยอมให้คุณอยู่ตามเท่าที่คุณจ่าย”


!!!


นัยน์ตาคู่สวยเบิกกว้าง สิ่งที่ไอ้ติ๋มมันพูดนั่นก็ทำเอาเขาอ้าปากค้าง


ยอมให้อยู่เท่าที่จ่าย..


แสดงว่าเขาก็ต้องจ่ายให้มันทุกๆวัน เพื่อแลกกับการได้อยู่ที่นี่ทุกๆคืนอย่างนั้นหรอวะบ้าเอ๊ย!


“เหี้ย.. มึงเป็นเกย์หรอวะติ๋ม” แบมแบมพูดด้วยน้ำเสียงหวาดๆ หากแต่คนถูกกล่าวหากลับอมยิ้มและหลุดขำออกมาเสียอย่างนั้น


“เปล่าครับ.. ผมไม่ได้เป็นเกย์”


“แต่มึง..”


“ผมแค่ทำตามสิ่งที่ผมอยากทำเท่านั้น”


เออ.. อันนี้เขาก็ไม่เถียงอ่ะนะว่าแม่งทำตามสิ่งที่มันอยากทำจริงๆ ไม่งั้นมันคงไม่ยื่นข้อเสนอที่โคตรจะพิลึกกึกกือนั่นมาให้เขาหรอก


แต่... แต่!!


มันจำเป็นมั้ยที่คำว่า อยากทำ ของมันน่ะ ไอ้ติ๋มแม่งต้องแลบลิ้นออกมาเลียริมฝีปาก ปกติเขามีกันแต่หางโผล่ ไอ้ห่านี่แม่งทั้งลิ้นทั้งหางโผล่เฉยเลยเว้ยเฮ้ย แล้วจำเป็นมั้ยที่มันต้องมองปากเขาไปยืนยันคำพูดนั้นไปด้วย ชอบยืนนักหรอวะมึง เมื่อกี้ก็ทีนึงละ อุตส่าห์เตือนด้วยความหวังดี มั๊นนนนนก็ดันขัดเขาซะเหวอเลยไอ้ห่า เดี๋ยวพ่อก็ยันแม่งให้ล้มไปจูบกับพื้นเลยเหี้ย!


“ติสท์ว่างั้นเหอะ”


บ่นในใจไปเป็นล้านแปด แต่พูดออกมากได้แค่แปดสตางค์ เพราะขืนทำตามแบบที่บ่นไปมีหวังไอ้ติ๋มแม่งต้องกลัวและไม่ยอมให้เขาค้างที่ห้องแน่ๆ


แล้วสรุปคือไอ้หมอนี่มันติ๋มจริงหรือติ๋มปลอมวะชักสงสัย เพราะสิ่งที่มันต้องการนี่โคตรจะตรงข้ามกับบุคลิกของมัน มันคงไม่ได้เรียนสายทันตะมาแล้วอยากลองทำฟันให้เขาหรอกนะใช่มั้ย?


แต่..


“ติสท์คืออะไรหรอครับ”


“....”


พอได้ยินคำถามของมันเท่านั้น


“แม่ง.. คิดซะว่ากูไม่ได้พูดแล้วกัน”


ใช่.. คิดซะว่าเมื่อกี้นี้ไม่ใช่ความคิดเขาแล้วกัน


กูขอโทษนะติ๋ม ที่กูสงสัยในความใสซื่อของมึง


กูขอโทษที่ทำให้ความติ๋มของมึงต้องแปดเปื้อนเพราะกู รู้สึกบาปชิบหายเลยว้อยที่ไปสงสัยคนอย่างไอ้ติ๋มมัน ยิ่งเห็นมันมองมาอย่างกับงงงวยในคำว่าติสท์ก็ยิ่งรู้สึกผิด นี่กูต้องไปเข้าโบสถ์สารภาพบาปด้วยหรือเปล่ามลทินที่คิดไว้กับไอ้ติ๋มถึงจะหาย มันก็แค่อยากรู้อยากลองเท่านั้นแหละไม่มีอะไรเกินเลยหรอก


นั่นสิ.. แค่ความอยากลองเท่านั้น ก็ไอ้ห่านี่แม่งไม่เคยแม้กระทั่งช่วยตัวเองนี่หว่า อย่างว่า.. คนอย่างมันเนี่ยนะจะหวังเคลมเขา สงสัยเขาคงจะคิดมากเรื่องที่ไอ้แจ็คสันบุกห้องจนทำให้ไอ้ติ๋มต้องด่างพร้อยไปหมดแล้วเนี่ย


อีกอย่าง.. ข้อเสนอที่มันยื่นมา


ก็ใช่ว่าจะหนักหนาจนคนอย่างเขาทำไม่ได้เสียหน่อย


เขาจะทำให้มันเห็นเองว่ามันคิดผิดที่ทำสัญญากับเขาไว้แบบนี้


เขาจะทำให้มันรู้ว่าคนมีประสบการณ์กับคนไร้ประสบการณ์กับมันน่ะ.. ความช่ำชองและลีลามันต่างกันมากแค่ไหน


แล้วมึงจะเสียใจ.. ไอ้ติ๋ม


แบมแบมเงยหน้าขึ้นมองเจ้าของห้องอีกครั้งพร้อมกับข้อสรุปกับตัวเองที่อยู่ในหัว ก่อนจะก้าวเท้าเข้าไปใกล้มาร์คมากขึ้นเรื่อยๆ ให้ระยะห่างของเรามันสั้นลง ให้เราสองคนใกล้ชิดกันมากกว่าเดิม ท่ามกลางความเงียบงันของเราทั้งสอง ท่ามกลางเสียงหัวใจสองดวงที่เต้นแรง


จนตอนนี้..


กึก


          เราทั้งคู่.. ก็ห่างกันเพียงแค่ลมหายใจกั้น


          ไม่มีการหลบสายตา แบมแบมจ้องมาร์คมา มาร์คก็จ้องแบมแบมกลับไป


คนที่อยู่ภายใต้กรอบแว่นอาจจะมีแววตาไหววูบเล็กน้อย แต่ก็นั่นล่ะ.. แค่เพียงเล็กน้อยเท่านั้น ดวงตาของมาร์คพราวระยับราวกับเจ้าตัวกำลังตื่นเต้นในเหตุการณ์ที่เจอ ดวงหน้าหวานที่ใกล้ชิดขนาดนี้ หากขยับอีกสักหน่อยริมฝีปากของเราคงสัมผัสกัน และเขาคงกลืนกินกลีบปากแดงระเรื่อนั้นโดยง่าย


ความรู้สึกใหม่ๆที่มาร์คไม่เคยสัมผัส เสียงหัวใจที่แปลกประหลาดทำให้มาร์คหลงระเริงไปกับมัน มาร์คชอบ.. ชอบตัวเขาที่เป็นอยู่ ณ ตอนนี้ และเขาทำได้เพียงแค่จ้องมองใบหน้าหวานอยู่อย่างนั้น ปล่อยให้แบมแบมเป็นฝ่ายเข้ามาจนเราใกล้กันมาก.. มากเสียจนชีวิตนี้เขาไม่เคยคิดว่าจะมีใครเข้าใกล้เขาขนาดนี้มาก่อน


ปล่อยให้แบมแบมเป็นฝ่ายรั้งเอวเขาไว้ไปแนบชิด... อนาถจิตตรงตัวเขาเผลอสะดุ้งตกใจกับการกระทำแสนอุกอากแบบในหนัง ก็เลยดันเอามือขึ้นมาแปะเข้าที่แผ่นอกบางของแบมแบมพอดี นี่มันฉากแบบในซีรีย์ไม่มีผิดเพี้ยน


แต่จะเพี้ยนไปไม่หน่อยก็ตรงมือเขาที่สัมผัสบนแผ่นอกบางเนี่ยล่ะ ความสูงของเขาที่สูงกว่าแบมแบมเล็กน้อยทำให้มือของเขามัน.. ช่างเหมาะเจาะ ราวกับพระผู้เป็นเจ้าได้คัดสรรมา ร..ร..รู้สึกถึงอะไรบางอย่างที่นูนขึ้นมาด้วยอ่ะ ถ...ถ..ถ้าเขาขย้ำมันลงไปแบมแบมจะง้างหมัดใส่เขามั้ยนะ..


ต..แต่เรื่องนั้นเอาไว้ก่อน  ถึงตอนนี้ท่วงท่าที่จินตนาการเอาไว้กับความจริงมันจะแปร่งๆไปไม่หน่อย แต่เอาเป็นว่าค่อยเรียนรู้ไปเขาอาจจะชินกับมันเองก็ได้


แน่นอนว่าท่าทีเพียงแค่นั้นก็ทำให้ว่าที่คุณหมอรู้แล้วว่าข้อตกลงที่ตนยื่นไปนั้นผลลัพธ์จะออกมาเป็นเช่นไร ไม่ต้องวินิจฉัยอาการ ไม่ต้องพิสูจน์หลักฐาน ถึงแม้จะเป็นหมอทางวิทยาศาสตร์ ถึงแม้หมอแบบเขาจะไม่พึ่งหลักการเดาอะไรทั้งสิ้น


แต่เชื่อสิ.. พนันได้เลย


“ติ๋ม”


ว่าแบมแบมจะยอมจ่าย


ฟึ่บ


มือเล็กเคลื่อนไปยังท้ายทอยของคนตัวสูงกว่า ด้วยความสูงที่ต่างกันนิดหน่อยจึงทำให้ว่าที่คุณหมอจำต้องก้มหน้าลงมาเล็กน้อยตามแรงบังคับของร่างเล็ก มาร์คมองแบมแบมด้วยหัวใจที่สั่นไหว.. สัมผัสได้ว่าระยะห่างของเรามันยิ่งน้อยลงเรื่อยๆ และเรื่อยๆ


มาร์คไม่รู้หรอกว่าสิ่งที่แบมแบมกำลังทำอยู่นี่มันคืออะไร อาจจะเป็นการล็อกท้ายทอยเขาเอาไว้ให้คนตัวเล็กสามารถต่อยเขาได้ถนัดๆ


“มึงเตรียมตัวไว้แล้วใช่มั้ย”


และมาร์คก็ไม่รู้หรอกว่าแบมแบมพูดอะไรออกมาบ้าง


มาร์ครู้แค่ว่าต้นคอของเขากำลังถูกบังคับให้ก้มต่ำลง รู้แค่ว่าริมฝีปากสีแดงระเรื่อของแบมแบมกำลังใกล้เข้ามาทีละนิด มาร์ครู้แค่ริมฝีปากที่เขาเคยสัมผัสมันมารอบหนึ่งยังคงตราตรึงอยู่ในใจไม่ห่างหาย และรู้สึกอยากจะขยี้มันแทบตายอยู่แล้วในตอนนี้




และสุดท้าย





“ข้อตกลงที่มึงเสนอมาอ่ะ”




“....”



ริมฝีปากของเขา..

















“ดีล”


“อะ..อื้อ..”


ก็ได้สัมผัสริมฝีปากของแบมแบมเป็นครั้งที่สองเสียที


ว่าที่คุณหมอตาโต มือไม้สั่นไปหมด ก็คงคล้ายๆกับหัวใจของเขาที่มันสั่นจนแทบบ้าในตอนนี้ด้วย ท่าทางของเด็กน้อยตรงหน้าเขาดูชำนาญช่ำชองและเชี่ยวชาญเป็นอย่างมาก ริมฝีปากของแบมแบมค่อยๆแนบลงบนริมฝีปากเขาอย่างไม่รีบร้อน มันเชื่องช้า เนิบนาบ จังหวะค่อยเป็นค่อยไป แต่ไม่รู้ทำไมเวลาที่คนตัวเล็กกดริมฝีปากย้ำๆลงบนริมฝีปากเขาทีไร หัวใจของเขามันก็แทบจะระเบิดออกมา


ถึงแม้จะเป็นคนยื่นข้อเสนอนั้นเอง ถึงแม้จะเป็นฝ่ายเอาความอยากลองของตนเป็นข้อแลกเปลี่ยน ถึงแม้เขาจะรู้ว่าแบมแบมจะไม่กล้าปฏิเสธข้อตกลงนี้ แต่.. พอโดนจูบเข้าจริงๆ พอริมฝีปากของเขาถูกแบมแบมแนบสนิท มาร์คถึงได้รู้


“ค..คุณ ผม.. อะ..อื้ม”


เขาเป็นแค่ไอ้งั่งที่ไม่รู้เรื่องอะไรเลย


วางมือไม่ถูก ขยับริมฝีปากไม่ได้ ทำได้แค่ใจสั่นยามที่ริมฝีปากของเขาโดนแบมดูดดึง ทำได้แค่ปล่อยให้แบมแบมเป็นฝ่ายคุมเกมก็เท่านั้น


“จูบตอบกูสิ”


คำสั่งจากคนที่ละริมฝีปากออกห่างจากเขาไปเพียงเล็กน้อย ก่อนจะค่อยประกบริมฝีปากเข้ามาใหม่ และครั้งนี้มันหนักหน่วง แบมแบมไล่ต้อนเสียจนมาร์คต้องหลับตาแน่น


คำสั่งเมื่อครู่นี้น่ะ ใจจริงมาร์คก็อยากจะทำอยู่หรอก


ใช่.. อยากทำ อยากทำมาก


อยากจูบริมฝีปากแดงระเรื่อนั่นแทบแย่ อยากจะเข้าไปกัดกินกลีบปากสีสดนั้นแทบขาดใจ แต่เขาจะทำได้ยังไง เพราะแม้แต่หายใจเขาก็ยังหายใจไม่เป็น


ไม่รู้จังหวะว่าเวลาไหนควรหายใจ ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ที่ควรจะจูบตอบ ก็เลยปล่อยให้แบมแบมเป็นฝ่ายบดจูบเขาแบบนั้น ไม่รู้เลยจริงๆว่าควรวางมือไว้ตรงไหน ก็เลยได้แต่เอามือแนบลำตัวไว้คล้ายๆตอนเคารพธงชาติ และจำต้องกลั้นหายใจยามที่ลมหายใจของเขาถูกริดรอนแทบจะหมด หลับตาแน่นเพราะฝืนกลั้นมันมากไป แน่นอนว่าท่าทีที่แปลกไปของมาร์คทำให้แบมแบมลืมตาขึ้นมามอง


“ฮะๆ”


ก่อนจะละใบหน้าออกมาหลุดขำ


แค่เสียงหัวเราะของแบมแบมมาร์คก็ว่าอายแล้ว


แต่..


“ติ๋ม..”


“....”


“อย่าบอกนะว่ามึงจูบไม่เป็น?


บอกเลยว่าประโยคนี้ทำเอาเขาอายจนอยากเอาหัวมุดพรมบนพื้นห้องหายไปมากกว่า


เป็นคำถามที่ทำให้มาร์คก้มหน้า ว่าที่คุณหมอเผลอแลบลิ้นเลียริมฝีปากตัวเองด้วยความประหม่าตามนิสัย ไม่รู้เลยว่าควรจะตอบความจริงออกไปหรือว่าจะโม้ไปว่าเมื่อครู่นี้เขาก็แค่ลองเชิงแบมแบมเท่านั้น


แต่ด้วยจรรยาบรรณของแพทย์มันค้ำคอ ความเป็นนักศึกษาแพทย์ดีเด่นมันตอกย้ำ เขาจะพูดปดมดเท็จแบบที่อยากจะทำไม่ได้


นั่นเป็นความสุดท้าย..


ก่อนที่มาร์คจะพยักหน้าช้าๆ


“ฮ่าๆๆ”


ทำเอาเจ้าของคำถามถึงกับส่งเสียงหัวเราะออกมา มือบางยกมือขึ้นเสยผมตัวเองลวกๆจนแทบจะสบถเพราะแทบไม่อยากเชื่อ


ไม่อยากเชื่อว่ามันจะกล้าเอาข้อเสนอนี้มาต่อรองกับเขา ทั้งที่มันไม่รู้ด้วยซ้ำว่าการจูบอีกคนต้องทำแบบไหน


“มึงแม่ง.. ไอ้ติ๋มเอ๊ย จูบไม่เป็นยังจะมายื่นข้อเสนอแบบนั้นให้กูอีก” อดที่จะเก็บเป็นเพียงแค่ความคิดไม่ได้ สุดท้ายแบมแบมก็เลยพูดตามในสิ่งที่คิดออกมา


“....” และนั่นทำเอามาร์คถึงกับเงียบ ว่าที่คุณหมอเม้มริมฝีปากแน่น


แน่นอนว่าท่าทีของมาร์คนั้นแบมแบมเห็นมันหมดทุกอย่าง ใบหน้าของไอ้เจ้าของห้องแม่งไม่แดงก่ำเป็นลูกมะเขือเทศ แต่หูของมันเนี่ยสิแดงเสียยิ่งกว่าอะไร และนั่นทำให้เขารู้ว่าไอ้ติ๋มแม่งเขินเขา.. หรืออายเขานี่ก็ไม่แน่ใจ ใจจริงก็อยากแหย่มันเล่นอยู่หรอก หมั่นไส้ข้อเสนอมันชิบหาย บอกมาได้ไงวะว่าหนึ่งจูบแลกหนึ่งคืน จูบก็ไม่เป็นเสือกมาขอจูบเป็นข้อตกลงอีก เพลียใจกับไอ้ติ๋มชิบ แต่เห็นว่ามันเป็นที่พึ่งสุดท้ายที่เขาต้องขอความช่วยเหลือหรอกนะ เอาเป็นว่า..


เขาจะลองใจดีกับมันดูหน่อยก็ได้


“กูให้โอกาสมึงเปลี่ยนข้อเสนอใหม่”


นี่คือความใจดีของแบมแบม


แต่ดูท่าแล้วความใจดีของเขานั้น..


“ไม่ครับ”


จะถูกมาร์คมองข้ามไปแบบไม่ใยดี


เสียงทุ้มของว่าที่คุณหมอซึ่งตอบสิ่งที่แบมแบมหยิบยื่นทันควัน ทำเอาร่างเล็กถึงกับส่ายหัวไปมาด้วยความเพลียใจสุดตีน นี่มันไม่เจียมตัวเองบ้างหรือไงนะ อยากจะช็อกตายตอนเขาจูบมากรึไงวะห่าเอ๊ย


“จูบไม่เป็นแล้วยังจะเอาข้อตกลงนั้นมาดีลกับกูอีก ไอ้ติ๋ม แน่ใจนะว่ามึงจะไม่เปลี่ยนแน่ๆ” ไอ้เขามันก็คนดี นี่พยายามง้อมันสุดชีวิตเลยนะว่าเปลี่ยนเถ๊อะ... เปลี่ยนเถอะ ไม่เห็นแก่ปากเขาก็ช่วยเห็นแก่ชีวิตมึงเองบ้าง


แต่เห็นทีนอกจากว่าที่คุณหมอตรงหน้าเขามันจะติ๋มชนิดไม่มีใครอยากเกินแบบมันด้วยแล้ว..


“ครับ”


“....”


“ผมไม่เปลี่ยน”


แม่งยังดื้อด้านและไม่ยอมแพ้ในความตั้งใจของมันอีกด้วยว่ะ


โคตรจะนับถือและยอมใจมันชิบหาย มันยังยืนยันความต้องการเดิมด้วยเสียงอันหนักแน่น เพิ่มเติมด้วยสีหน้าที่จริงจังยิ่งขึ้น การกระที่ทำให้แบมแบมส่ายหน้าอย่างระอา คิดไปเสียว่าไอ้ติ๋มแม่งอ่อนหัด กากแบบนี้ทำเนียนจูบไปไม่กี่ทีเขาก็จะได้อยู่ที่นี่สบายๆแล้ว











ฟึ่บ


“อ๊ะ!


จริงๆน่ะหรอ?


อาจจะเพราะมัวแต่จมอยู่กับความคิดกากๆของคนติ๋ม เลยทำให้แบมแบมไม่สังเกตเลยสักนิดว่าใบหน้าของคนติ๋มในตอนนี้เป็นยังไง


จะมารู้ตัวอีกทีก็ตอนนี้..


“ห..เหี้ย มึงทำอะไรวะ”


ตอนที่มาร์คเคลื่อนตัวเข้ามาใกล้มากกว่าเก่า จนทำให้เขาอดที่จะร้องขึ้นมาเบาๆไม่ได้


แบมแบมมองใบหน้าคมคายโน้มต่ำเข้ามาอีกครั้ง ก็ไม่รู้ทำไมหัวใจของเขามันถึงสั่น ทั้งๆที่คนตรงหน้าก็เป็นแค่..


“ผมก็จะขอเก็บค่าเช่าห้องจากคุณต่อไงครับ”


!!!


คนติ๋มๆคนนึงเท่านั้น..


ได้ยินประโยคนั้นพร้อมรอยยิ้มบนมุมปาก แบมแบมก็ไม่เข้าใจว่าประโยคนี้มันควรออกมาจากปากของคนติ๋มกันหรอ? มือหนายังทำกล้าเข้ามาโอบเอวเขาไว้ ดึงให้ตัวเขาไปแนบชิดกับมัน ด้วยสัญชาตญาณและความตกใจก็เลยทำให้แบมแบมเผลอยกมือขึ้นดันแผ่นอกว่าที่คุณหมอให้ออกห่างอย่างอัตโนมัติ อีกทั้งยังเผลอเงยหน้ามองคนตัวสูงกว่าด้วยความตื่นตระหนก ไม่นึกว่าจะโดนคนที่เขาคิดว่ากากกำลังโอบเอวเขาคืน


“ม.. เมื่อกี้กูก็จ่ายไปแล้วไงจะเอาอะไรอีกวะ ปล่อยกูเลยไอ้ติ๋ม น..นี่มันจะเกินข้อตกลงของเราแล้วนะ!” คล้ายๆกับกำลังกลัวเสียงหัวใจของตัวเองที่เต้นดังอย่างบ้าคลั่งเมื่อเผลอไปสบตากับมาร์ค จึงทำให้แบมแบมโวยวายและดิ้นพล่าน ยืนยันว่าข้อตกลงของเรานั้นสิ้นสุด


ซึ่งแน่นอน..


“ที่คุณจ่ายเมื่อกี้มันเป็นแค่ค่าแรกเข้า”


!!!


“แต่ตัวค่าเช่าจริงๆน่ะ..”


“ห..เหี้ย..”


“คุณยังไม่ได้จ่าย”


ว่าใครอีกคนนั้นไม่เห็นด้วย


“มึงแม่ง.. เจ้าเล่ห์ชิบหาย” คนเจ้าเล่ห์ตอบกลับคำชมนั้นด้วยรอยยิ้ม ไม่เคยได้รับคำชมแบบนี้มาจากใครนอกจากแบมแบมเป็นคนแรก และนั่นทำให้มาร์คยิ่งฮึกเหิม ยิ่งอยากเติมเกมบุกประตูตีแต้มแข่งกับแบมแบม


“ขอบคุณครับ” แต่ก่อนอื่นต้องขอบคุณตามมารยาทเสียก่อน พ่อกับแม่ของเขาสอนมา นี่แบมแบมจะรู้มั้ยว่าเขายิ้มเพราะคำชมน่ารักๆจากคนตัวเล็กตรงหน้าเนี่ย?


“ขอบคุณกูเรื่องเหี้ยอะไรวะ มึงประสาทหรือเปล่าติ๋ม”


“เปล่าครับ ผมประสาทดี เส้นเลือดในสมองหล่อเลี้ยงดีทุกเส้น แต่ผมจะขอบคุณคุณมากกว่านี้ถ้าคุณช่วยสอนผม”


“สอน? มึงเนี่ยนะจะให้กูส..”


ยังไม่ทันที่แบมแบมจะพูดจบ


ฟึ่บ


!!!


มาร์คก็เคลื่อนมือเข้ามาเชยคางของแบมแบมให้เงยขึ้น ก่อนที่จะ..













“ผมจูบไม่เป็น”


“อ๊ะ..”


“คุณก็สอนให้ผมจูบคุณเป็นสิครับ”


“อึก..” ใช้ปลายนิ้วไล้ไปตามริมฝีปากอวบอิ่มตรงหน้าด้วยสายตาที่แสดงออกถึงความหลงใหล และมันไม่ยากเลยที่จะทำให้หัวใจดวงน้อยสั่นระรัวอีกครั้ง


ดวงตาของมาร์คที่สะท้อนแต่เพียงภาพของเขาในตอนนี้น่ะ.. แบมแบมยอมรับว่ามันทำให้เขาได้ยินเสียงหัวใจตัวเองดังไม่น้อย ไม่น่าเชื่อ.. ว่าเขาจะรู้สึกใจสั่นไปกับผู้ชายสุดแสนจะธรรมดาคนนี้ได้


ตลกดีว่ะ ทั้งๆที่มันก็เป็นแค่ไอ้ติ๋มแท้ๆ


แต่ก็นั่นล่ะ..


ยังไงไอ้ติ๋ม มันก็ยังเป็นแค่ไอ้ติ๋มอยู่วันยังค่ำ


“หึ..” แบมแบมหัวเราะในลำคอ เพราะสัมผัสได้ว่ามือของมาร์คมันสั่น แม้ร่างสูงจะทำเป็นเก่งทำเป็นอวดดี ชักชวนให้เขาเป็นผู้สอนการจูบ แต่มือของมาร์คกลับสั่นเสียจนเขารู้.. ว่าคนด้อยประสบการณ์กำลังประหม่ามากแค่ไหน


“มือมึงสั่น..”


“....”


“มึงรู้ตัวมั้ย”


แบมแบมคลี่ยิ้ม ตอกย้ำความจริงและปล่อยให้มาร์คเป็นฝ่ายโอบเอวเขาไป ความคิดในใจที่ไม่ว่ายังไงไอ้ติ๋มก็ยังเป็นแค่คนที่ไม่มีพิษสงอะไรใดๆฉายขึ้นมาในหัวอีกครั้ง


“ค..ครับ”


“....”


“ผมรู้”


และยิ่งฉายชัดขึ้นเมื่อเห็นมาร์คแลบลิ้นเลียริมฝีปากตัวเอง อีกทั้งคำตอบซื่อๆที่มันตอบกลับออกมาง่ายๆนั่นก็ด้วย


แต่ที่คนตัวเล็กคาดไม่ถึงก็คือเรื่องนี้..


“แล้วผมควรทำยังไงให้มันหยุดสั่น”


คือคำถามที่เรียกรอยยิ้มบนมุมปากจากแบมแบมได้เป็นอย่างดี


เห็นที.. อาจารย์ฝึกสอนอย่างเขาคงต้องติวเข้มให้กับนักศึกษาดีเด่นคนนี้หน่อยแล้วล่ะ


“คล้องคอกูไว้สิ”


!!!” 


หากแต่คำแนะนำของอาจารย์นั้นอาจจะรวบรัดไปหรือยังไงไม่ทราบ เพราะมันทำให้ลูกศิษย์ตัวโตขมวดคิ้วจนยุ่งเหยิง


“ค..คล้องคอ.. คล้องคอคุณน่ะหรอครับ?


เอ่ยทวนอีกครั้งด้วยความงงงวยสุดขีด เด็กน้อยตรงหน้านี่จะให้เขาทำท่าผ...ผ..ผู้หญิงแบบนั่นน่ะหรอ! ถึงจะไม่มีประสบการณ์เรื่องจูบแต่ก็ใช่ว่าจะไม่รู้ถึงท่วงท่าแบบนั้น


มาร์คเคยเห็นในหนัง นั่นมันท่าสำหรับผู้หญิงเขาทำกันไม่ใช่หรือไง?


“ใช่ คล้องคอกูไว้ แล้วกูก็จะโอบเอวมึงแบบนี้”


“อะ!” คราวนี้มาร์คสะดุ้งเพราะมือของแบมแบมที่เลื่อนมาโอบเอวเขาไว้ กลายเป็นว่าตอนนี้เราทั้งคู่ต่างฝ่ายต่างโอบซึ่งกันและกัน ก็ดีนะ อบอุ่นดีไปอีกแบบ ถึงมันจะแปลกๆอยู่ก็เถอะ


“ถึงกูจะไม่เคยจูบกับผู้ชาย แต่กูว่ามันก็คงไม่ต่างกับผู้หญิง”


ความคิดพวกนั้นเป็นอันหายไปทันทีเมื่อผู้เช่าตัวน้อยเอ่ยออกมา


“มึงแค่อยู่นิ่งๆก็พอ ค่าเช่าที่กูจะจ่ายมึงวันนี้..”


“....”


“กูขอเป็นคนเริ่มเอง”


เมื่อสิ้นคำนั้น


“ผม..อื้อ” ริมฝีปากของมาร์คก็ถูกประกบทับด้วยริมฝีปากของแบมแบมเป็นครั้งที่สอง


ทว่าคราวนี้มันต่างกัน


ครั้งแรกแบมแบมเพียงแค่ใช้ริมฝีปากตัวเองจูบลงบนกลีบปากของมาร์คแค่เพียงแผ่วเบาเท่านั้น แต่เมื่อเห็นว่าลูกศิษย์คนใหม่ของเขามีความตั้งใจเรียนแบบชิบหาย คราวนี้แบมแบมเลยบดขยี้ริมฝีปากตัวเองเข้ากับริมฝีปากของมาร์คแรงๆ ชนิดแบบที่ถึงใจ ชนิดแบบที่แบมแบมสัมผัสได้ว่าหัวใจของมาร์คกำลังเต้นแรงอยู่


ใบหน้าหวานเอนเอียงปรับองศา พยายามพาใบหน้าของตนเข้าไปใกล้  ให้ริมฝีปากของเราทั้งสองแนบชิดกันมากที่สุด บดคลึงริมฝีปากของมาร์คด้วยปากของเขา จูบย้ำๆบนกลีบปากเพราะรู้ว่าการทำแบบนี้อีกคนต้องรู้สึกดี ส่งลิ้นออกมาไล้เลียเรียวปากได้รูปช้าๆ ราวกับกลั่นแกล้งเจ้าของของมันให้คลั่ง


และแบมแบมทำสำเร็จ


เป็นอย่างที่คิดหมดทุกอย่าง หัวใจของมาร์คมันสั่นเสียจนแทบจะระเบิดออกมา มาร์ครู้สึกดีจนแทบบ้ายามที่แบมแบมดูดดึงริมฝีปากเขาซ้ำๆย้ำๆ แล้วค่อยกดจูบลงไปใหม่ รู้สึกหน่วงๆที่มวลท้อง รู้สึกหายใจติดขัด ถึงแม้จะเริ่มคุ้นชินกับการหายใจบ้างแล้วก็ตาม รู้สึกมีความคิดบางอย่างแทรกซึมเข้ามาในสมอง หากแต่เขาก็พยายามกดทับมันลงไป ฝังมันลงไปให้ลึก


ทว่า


ความพยายามของมาร์คสูญไปสิ้น


“อือ..”


เมื่อได้ยินเสียงครางฮือในลำคอของแบมแบมดังขึ้น


ความรู้สึกที่พยายามกดทับตีรวนขึ้นมาในหัว ในสมองของเขามีแต่ความคิดบ้าๆพวกนี้เต็มไปหมด ทนไม่ไหวแล้ว ฝืนไม่ไหวแล้ว เก็บไม่ไหวแล้ว มันไม่ใช่แค่ความคิดอยากจะเป็นฝ่ายกัดกินริมฝีปากสีแดงระเรื่อตรงหน้าเพียงอย่างเดียว มันไม่ใช่เพียงแค่ความคิดอยากกดทับร่างของตนลงกับร่างบอบบางดูบ้าง


ความคิดชัดเจนยิ่งขึ้นเมื่อแบมแบมละใบหน้าออก พร้อมกันกับมือเล็กที่เคลื่อนเข้ามาถอดแว่นสายตาของเขาโยนไปบนโซฟา


นั่นเหมือนความต้องการของมาร์คที่ถูกปลดปล่อย


ความใกล้ชิดที่ทำให้คนสายตาสั้นหกร้อยกว่าแบบเขามองเห็นใบหน้าหวานตรงหน้าชัดเจน ทำให้เห็นริมฝีปากสีแดงระเรื่อที่ลอยเด่นอยู่ตรงหน้า


จากมือที่คล้องคอร่างเล็กไว้ มาร์คไม่รู้ตัวเลยว่ามือของเขาค่อยๆเคลื่อนต่ำลงไปยังเอวบางตั้งแต่เมื่อไหร่ มาร์ครู้แค่ว่าระหว่างที่ลากมือผ่านมานั้น ช่วงไหล่ของแบมแบมช่างบอบบาง ดูเปราะบาง และแตกหักง่ายเสียเหลือเกินถ้าหากเขาเผลอทำอะไรบางอย่างรุนแรงเกินไป.. ความรู้สึกอยากทะนุถนอมจู่โจมหัวใจของมาร์คอีกครั้ง


ทว่าความต้องการอยากสัมผัสเด็กคนนี้กลับยิ่งเพิ่มพูน เมื่อแบมแบมขบกัดริมฝีปากของเขา จงใจใช้เรียวลิ้นเล็กไล้วนไปมาบนเรียวปาก แบมแบมจะรู้มั้ยว่านั่นยิ่งทำให้เขาคลั่ง.. ยิ่งทำให้เขาเลื่อนตัวคนตรงหน้าเข้ามาแนบสนิท พร้อมๆกับพยายามปรับองศาของใบหน้าให้ใกล้ชิดกับใบหน้าหวาน


“อื้อ..อื้อ..”


นั่นเป็นเสียงของแบมแบม


ฟึ่บ


ตามมาด้วยเสียงของแผ่นหลังของร่างเล็กซึ่งแนบชิดไปกับกำแพงทางด้านหลัง ยามที่ถูกมาร์คไล่ต้อนจนติดผนังห้อง


ราวกับเจ้าของห้องไม่รู้ตัวเลยว่ากำลังทำอะไรอยู่ มาร์คแค่รู้สึกต้องการ อยากได้.. อยากได้อีก อยากกัดกินริมฝีปากของแบมแบมให้มากกว่านี้ เอาให้บวมเจ่อ เอาให้ขึ้นสีแดงยิ่งกว่าเดิม อยากได้มากๆ อยากได้ มาร์คอยากได้ แบมแบมใส่เสื้อกล้ามว่าเซ็กซี่ขยี้ใจเขาแล้วนะ บอกเลยว่ายิ่งเขาสัมผัส ยิ่งแบมแบมส่งเสียงร้องในลำคอออกมายามที่เขาเป็นฝ่ายขบกัดริมฝีปากของแบมแบมบ้าง


“ฮื่อ..”


เขา..


“อ..ไอ้มาร์ค”


ยิ่งอยากกินมากกว่าปากของเด็กคนนี้จนแทบทนไม่ไหวแล้ว


แต่สงสัยคงต้องหยุดความตะกละของตัวเองเอาไว้แค่นั้นก่อน เมื่อมาร์ครู้สึกถึงอะไรบางอย่างที่ไม่ชอบมาพากล และบางอย่างที่ว่านั่น


ฟึ่บ!


ก็คือตัวเขาเอง


จำต้องผละใบหน้าของตนออกมาก่อนแม้ว่าไม่อยากพลาดวินาทีเก็บค่าเช่าจากเด็กน้อยมากแค่ไหน แต่เพราะเมื่อครู่นี้เขารู้สึกหายใจแทบไม่ได้ รู้สึกลมหายใจมันน้อยนิดเสียจนจะตาย คล้ายๆว่าหลอดลมมันตีบตัน คล้ายๆกับอาการคนเป็นโรคหอบ ที่มันจะ..


ด..เดี๋ยวนะ..


หอบ.. หอบ.. เขาหอบขึ้นอย่างนั้นหรอ!


สีหน้าตื่นตกใจของมาร์คทำให้แบมแบมที่หอบหายใจอยู่เช่นกันถึงกับสงสัย


“มึง.. แฮ่ก.. เป็นอะไรวะติ๋ม” เป็นคำถามที่ทำให้คนเป็นโรคหอบหันมา


“ผ..ผมหอบขึ้น อึก.. พ..พาผมไปโรงพยาบาลที!!” ก่อนจะพูดด้วยความตื่นตระหนก ลนลานเหมือนหนูติดจั่น พยายามสูดหายใจเข้าลึกๆจนบ้าคลั่ง และพยายามส่งสายตาอ้อนวอนขอให้ใครอีกคนพาไปโรงพยาบาล


ซึ่ง..


“หอบ? ติ๋ม.. มึง.. มึงแม่ง ฮ่าๆๆ”


มาร์คก็ไม่เข้าใจนะว่าทำไมแบมแบมต้องหัวเราะที่เขาเป็นหอบด้วย..


แล้วก็ไม่เข้าใจ..


ทำไมเขาถึงรู้สึกชอบรอยยิ้มของแบมแบมตอนนี้จังเลยนะ..


“ค..คุณหัวเราะอะไรของคุณน่ะ ถ..ถ้าคุณไม่พาผมไปผมไปเองก็ได้!” คนกลัวหอบขึ้นหมายจะก้าวเท้าออกไปยังหน้าประตู


แต่


หมับ


ก็มีมือของใครคนหนึ่งจับเอาไว้


“มึงไม่ต้องไปหรอกติ๋ม มึงไม่เป็นอะไรหรอกน่า”


“ม..ไม่ไปได้ไงครับ ผมไม่เคยเป็นหอบมาก่อน แต่จู่ๆมาเป็นตอนนี้ ตอนที่ผมจูบกับคุณ ผม..ผมว่ามันต้องผิดปกติ หลอดลมผมมันต้องมีอะไรอักเสบ กล้ามเนื้อมันต้องทำงานไม่เป็นปกติแน่ๆ ถ้าขืนปล่อยเอาไว้...”


ผมกลัวว่าผมจะไม่ได้เก็บค่าเช่าคุณอีก...


ผมกลัวว่าผมจะไม่ได้สัมผัสริมฝีปากสีแดงของคุณอีกครั้ง...


“ถึงกูจะไม่ได้เรียนหมอแบบมึงมา แต่กูมั่นใจว่ากูก็ช่วยรักษามึงได้”


“ร..รักษา? วิศวะแบบคุณมีเรียนการแพทย์เบื้องต้นด้วยหรอครับ”


“โอ๊ย ไอ้ติ๋ม มึงจะทำกูยิ้มไปถึงไหนวะ” เพราะสิ่งที่คนตัวสูงพูดออกมาด้วยความซื่อนั่นทำเอาแบมแบมหลุดหัวเราะออกมาอีกหน อา.. บ้าชะมัด วันนี้เขาทั้งหัวเราะและยิ้มไปเพราะคนๆนี้เท่าไหร่กันแล้วนะ?


“วิธีกันไม่ให้หอบขึ้นตอนจูบ ก็คือมึงต้องฟังสัญญาณจากกู ถ้ากูดันตัวของมึงออก นั่นหมายความว่ากูจะให้มึงถอยออกไปก่อนแล้วค่อยมาจูบกูใหม่ ถ้ามึงทำแบบนั้นรับรอง.. ว่าร้อยทั้งร้อยมึงไม่หอบแดกแบบนี้แน่”


“จ..จริงหรอครับ มันจะช่วยได้จริงๆหรอ”


“งั้นลองดูมั้ยล่ะ”


“....”


ข้อเสนอจากอาจารย์หน้าหวานทำให้นักศึกษาแพทย์ดีเด่นพยักหน้าหงึกหงัก


“จ..จะให้ผมเริ่มก่อน หรือว่าคุณ..”


ตอนแรกก็ลังเล ตอนแรกก็ไม่มั่นใจ ว่าใครจะต้องเป็นฝ่ายประกบริมฝีปากลงไปก่อนดี


แต่..


“เริ่มสิ”


“อึก..”
















“มาเก็บค่าเช่าของพี่ไปสิครับ.. พี่มาร์ค”


เพียงแค่ได้ยินว่าผู้เช่าอยากจ่ายค่าเช่าให้เขาขนาดนั้น


“อื้อ..” มาร์คก็เข้าไปทาบทับริมฝีปากของตนเข้ากับกลีบปากบวมเจ่อของแบมแบมโดยทันที ขยับไปมาเหมือนอย่างที่แบมแบมทำเมื่อตอนก่อนๆ และเมื่อได้รับแรงดันบริเวณอกของตน มาร์คก็ผละตามแรงดันนั้นออกมาอย่างว่าง่าย


“เห็นมั้ย”


เห็น.. เห็นครับ


“ไม่มีอาการหอบแล้ว”


ว่าปากของคุณมันเจ่อหมดแล้ว


“อือ ก็ตามนั้น งั้นวันนี้เราล..”















“ผมขอลองอีกรอบได้มั้ยครับ”


!!!


เป็นคำถามที่ทำให้แบมแบมเบิกตากว้าง อ้าปากค้างมองใครอีกคนแบบไม่อยากเชื่อว่าจะได้ยินคำถามนี้ และการที่แบมแบมตกใจจนเผลอเผยอริมฝีปากออกมานั้น


“อื้อ! อื้อ!..”


มันก็เข้าทางมาร์คพอดีน่ะสิ


มือของแบมแบมถูกตรึงไว้กับกำแพงห้อง แม้จะพยายามหันหน้าหนีแต่มาร์คก็ไล่บี้ไล่ต้อนเขาเป็นการใหญ่ และคราวนี้มาร์คก็ไม่ต้องพึ่งสัญญาณของแบมแบมในการผละใบหน้าออกมาหายใจก่อนจะหอบขึ้นอีกด้วย ว่าที่คุณหมอเรียนรู้ไวเสียจนจับจังหวะได้ดีเยี่ยมราวกับช่ำชองมานาน นั่นทำเอาแบมแบมเห็นเค้าลางๆว่าค่าเช่าวันนี้มาร์คต้องตามเก็บกับเขาจนหอบขึ้นแน่ๆ


ก็.. ไม่รู้ว่าเจ้าของห้องกับผู้เช่ากำลังชำระค่าเช่าล่วงหน้าให้กันและกัน


หรือว่าเจ้าของห้อง..


“อื้อ.. ไอ้ติ๋ม ม..มึงอย่ากัดปากกูสิวะ อ๊ะ..”


กำลังมัวเมาอยู่ในค่าเช่าแสนหวานของแบมแบมกันนะ?

 

 


--------------------------


Talk 11/01/17

ไหนใครทีมติ๋มบ้างคะ ติ๋มนางก็รุกได้นะคะคุณณณ พวี้ดดดดด แต่รุกแบบติ๋มๆเนอะะ แบบเมะปกติจะหาจากฟิคเรื่องนี้ไม่ได้แน่นอน ไรท์ฟันเฟิร์ม 55555555555555

ทุกคนชอบกันรึเปล่า เป็นยังไงบ้าง เมื่อวานที่ดองไปเจอเรื่องเฟลๆกับคอมเม้นแบบไม่ดีเค้าเลยเฟลนิดนุง ฮืออออ แต่ขอบคุณรีดที่ชอบไอ้ติ๋มมากนะคะ ขอบคุณที่ให้โอกาสไรท์ลองอะไรใหม่ๆ ขอบคุณที่เปิดใจยอมรับคนติ๋มเรื่องนี้ด้วย TTT

สำหรับเรื่องนี้ ความชั่ววูบที่อยากเปิดไอ้ติ๋มก็มีเท่านี้แหละค่ะ ร่างพล็อตไว้เท่านี้ ถ้าอยากให้มาอีกก็ส่งแรงถีบให้เค้าหน่อยน้าา ยังไงก็ฝากติ๋มตามด้วยนะคะ เอนจอยรีดดิ้ง ยิ้มไปกับพวกนางเยอะๆเน้ออ

มาเล่นแท็กกันน้าา  #ไอ้ติ๋มมบ



Talk 9/01/17

อูยยยยยยยยยยย เจ่อรุกค่ะคุณ เจ่อรุก ลุกเสือสำรองของชุ้นโดนรุกแล้วววว 5555555555555 ก็เดี๋ยวมันดูครึ่งหลังกันค่ะว่าคุณลูกเสือจะลุกกลับขึ้นมาฟาดฟัด เอ้ย ฟาดฟันกับน้องเจ่อได้มั้ย กิกิ ครึ่งหลังรับรองว่าเมาจูบกันไปข้าง น้องเจ่อเนี่ยล่ะเมา 555555555555

ยังไงก็ฝากติ๋มตามด้วยน้า เห็นรีดชอบไรท์ก็ดีใจ แล้วก็อยากแต่งมาลงทุกๆวันให้รีดอ่านกันเลยค่า ขอบคุณมากนะคะ!

มาเล่นแท็กกันน้าา  #ไอ้ติ๋มมบ


Talk 8/01/17

อ้าวเฮ้ยยยย ไม่เหมือนที่เรียกติ๋มไว้นี่หน่า  555555555555555 แบมพลาดม๊ากกก หนีเสือปะลูกเสือสำรองสุดๆ และดูจากท่าของนางแล้วคงจะพัฒนาเป็นลูกเสือสามัญในอีกไม่ช้า

มีใครคิดว่านางหายติ๋มแล้วบ้างมั้ยคะ? คงไม่มีเนอะ เพราะดูจากความสะดุดขาตัวเองตั้งแต่ตอนแรก ความหูเพี้ยน ความบื้อ ความซื่อ และความมโนของนาง ล่าสุดตกเก้าอี้ เราจะไม่หยุดติ๋มเอาไว้เท่านี้ค่ะ ครึ่งแรกอาจจะเห็นว่า #ทีมติ๋ม เป็นฝ่ายนำไปก่อน แต่ครึ่งหลังมีเดบิวต์ #ทีมเจ่อ แน่นวล ฝากทุกคนติ๋มตามด้วยน้า

ขอบคุณที่ให้ความเซ้นแอนด์ดรูวส์ไอ้ติ๋มมากค่ะ รีดมาเยอะไรท์มาไวเน้ออ กิกิ

มาเล่นแท็กกันน้าา  #ไอ้ติ๋มมบ


Talk 7/01/17

ความสปอยนี้ ในหัวมาเป็นฉากๆเลยมั้ยคะ 55555555555 ถึงคำพูดนางจะดูเป็นเสือ แต่นางก็เป็นแค่เสือฝึกหัดค่ะ ยังต้องฝึกกันอีกนาน บอกแล้วว่าติ๋มเรื่องนี้ใสจริง ซื่อจริง บื้อจริง เด๋อจริง ยกเว้นความคิดในหัวนางนั่นล่ะ กดบวกสิบแปดครั้งตลอด 5555555555

ยังไงก็ฝากติ๋มตามด้วยน้า เห็นทุกคนชอบไรท์ก็ดีใจมากค่า รีดมาเยอะไรท์มาไวนะงับ กิกิ

มาเล่นแท็กกันน้าา #ไอ้ติ๋มมบ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 186 ครั้ง

13,538 ความคิดเห็น

  1. #13520 Zeni7 (@Zeni7) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2562 / 09:37
    นอนได้หลายคืนเลยอ่ะ
    #13520
    0
  2. #13515 beamkd2 (@BeamKd) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2562 / 10:16
    มาร์คดูติ๋มเเต่ความจริงเขามีความร้อนเเรงในตัววายยยยกริ้ดดดด
    #13515
    0
  3. #13502 thatnoppharat (@thatnoppharat) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 7 มีนาคม 2562 / 16:38
    -ติ๋มคนใสไมมีจริงใช่ไหม?
    #13502
    0
  4. #13471 _hunhunhun (@_hunhunhun) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2561 / 09:47
    ติ๋มของเราไม่ธรรมดาจริงๆฮื่ออออออ
    #13471
    0
  5. #13458 cherryme (@cherryme) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2561 / 23:58
    เราก็ขอโทษที่คิดอย่างมารๆว่าติ๋มติ๋มไม่จริง เลาขอโต้ดดดดด ฮืออ ถ้าติ๋มจะติ๋มขนาดนี้ ตามบายเลยจ้ะ
    #13458
    0
  6. #13442 ohyoyae26 (@ohyoyae26) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2561 / 08:13
    พี่กัน(ต์) น้องติ๋มมมมมมมมมมมมมมม ฟิน!!
    #13442
    0
  7. #13425 tkwikcp9397 (@tkwikcp9397) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 24 เมษายน 2561 / 16:32
    กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดฮืออออเก็บอีกค่ะพรี่
    #13425
    0
  8. #13376 nam_ioz (@nam_ioz) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2560 / 21:41
    กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดด !!!!!!!!!!!!!!!! ชอบโว๊ย ชอบมาก กรี๊ดดดดดดดดดดด !!!!!!!!!!!
    #13376
    0
  9. #13353 tektiannie (@tektiannie) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2560 / 16:38
    ทำเป็นนี่เอาใหญ่นะ55555
    #13353
    0
  10. #13336 Beam_20031 (@Beam_20031) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2560 / 23:01
    ฮืออออ ชอบบบ
    #13336
    0
  11. #13314 PareWaPkh (@PareWaPkh) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2560 / 20:17
    เรียนรู้ได้เร็วมากติ๋ม555555
    #13314
    0
  12. #13299 ::Rabbit Hole:: (@ryono-kung) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 23 กันยายน 2560 / 14:06
    เขินแบบเขิน หุ้ยยยเขาไม่ธรรมดา555
    #13299
    0
  13. #13248 Nuthathai Por (@oengoeng15) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 3 กันยายน 2560 / 13:13
    ช่วยไม่ได้อะเนอะ ก็ติ๋มเป็นนักศึกษาแพทย์เรียนเก่งหัวดี แค่แป๊บเดียวกับจำได้แล้วเนอะ
    #13248
    0
  14. #13216 Suphaphone Silyphong (@noy-spp) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2560 / 13:21
    กรี๊ดดดดร้ายยมากกก
    #13216
    0
  15. #13184 NCNMS. (@nutchanard) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2560 / 16:16
    ขอบคุณความสมองไวของพี่แกที่ทำให้เรียนรู้ได้อย่างรวดเร็ว กรี๊ดดดดดดดดด
    #13184
    0
  16. #13137 ploy-ploy166 (@ploy-ploy166) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2560 / 06:09
    พี่ติ๋มค่ะ...ปากแบมเจ่อหมดแล้ว55
    #13137
    0
  17. #13129 XIXXIV​ (@jin-18) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2560 / 03:44
    ติ๋มไม่ติ๋มแล้วอ่ะติ๋มมม
    #13129
    0
  18. #13111 เมเมไม่โมเม (@lolroronoalol) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2560 / 21:26
    กรี้ดดดดดดดดดดดดดดดดด

    ขอกระโดดมา #ทีมติ๋ม คนจริง

    ฮรืออออ มิเสียแรงที่ส่งลูกเราไปอ่อย(??????)

    แต่ติ๋มเอ้ยยยย ระวังความมโนไว้ด้วย

    เมื่อไรความหื่นหลุดออกมาทำจริงจังล่ะ

    แกได้โดนต่อยหลุดนอกโลกแน่ 555
    #13111
    0
  19. #13014 AonCBexol (@AonCBexol) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2560 / 11:03
    ค่าเช่าในวันต่อๆไปจะออกมาในรูปแบบไหนน้ออออออ
    #13014
    0
  20. #12960 FrontHyuk (@chocolatepie) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2560 / 21:50
    เห้ยยยยย พี่ติ๋ม พี่จะตะกละ เก็บค่าเช่า แบบนี้ไม่ได้นะเว้ยยย เดี๋ยวไก่ตื่น 5555
    #12960
    0
  21. #12842 mai-mai (@mai-mai-snow) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2560 / 18:51
    อ๊ากกกกกกก~ พี่ติ๋มมมมม พอได้หน่อยนี่ไม่ยั้งเลยนะแกกกกก เก็บอาการบ้างง หื่นทะลุจอ55555
    #12842
    0
  22. #12710 cholticha_pakul (@cholticha_pakul) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2560 / 21:42
    ติ๋มมันร้ายยย ได้ทีนี้เอาใหญ่นะ555+
    #12710
    0
  23. #12315 SK0207_ (@suputthara) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2560 / 10:53
    อื้อหือออ ติ๋มมม ร้ายกาจมาก
    #12315
    0
  24. #12167 hyuknok (@hyuknok) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2560 / 23:13
    ค่อยๆเรียนรู้กันปายยยย เลือดจะหมดตัวแล้วววววว
    #12167
    0
  25. #12117 BetaBee78s (@skyauyporn) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2560 / 12:26
    อื้อหืออออ ติ๋มมมมมม
    #12117
    0