END - [FIC GOT7] ไอ้ติ๋ม - MARKBAM [YAOI]

ตอนที่ 6 : ติ๋มครั้งที่ 5 [150%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 16,015
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 146 ครั้ง
    23 ม.ค. 60

ติ๋มครั้งที่ 5



'เลิกเสื้อสูงขึ้นกว่านี้อีกนิดนึงได้มั้ยครับ'

Mark 





ได้เวลาเข้านอนแล้ว..


ได้เวลาขึ้นเตียงแล้ว..


ด..ด..ได้เวลานอนห้องเดียวกันก..ก..กับแบมแบมแล้ว..


หัวใจของเจ้าของห้องเต้นตึกตัก เมื่อความคิดเหล่านั้นวิ่งวนอยู่ในหัว ริมฝีปากถูกเม้มเข้าหากันด้วยความประหม่า มือข้างหนึ่งถูกยกขึ้นขยับแว่นสายตาที่สวมใส่ ขยับแล้วขยับอีกราวกับว่ามันจะช่วยลดความตื่นเต้นที่สุมอยู่ในอกนี่ได้ แต่นอกจากมันจะไม่ลดความตื่นเต้นที่เผชิญอยู่แล้ว มันยิ่งกลับทำให้เขารู้สึกลนลาน เสียจนต้องเดินวนไปมาในห้องน้ำจนเกือบล้มก้นกระแทกพื้นไปหลายที


ว่าที่คุณหมอมาร์คเป็นอย่างนี้มาสักพักแล้วตั้งแต่ที่เข้ามาอาบน้ำ ก็ใช้เวลาเล็กน้อยไปกับการขัดสีฉวีวรรณสิริรวมแล้วก็แค่สองชั่วโมงเท่านั้นเองจริงๆนะ ห่างจากเวลาปกติที่ใช้เพียงแค่ห้านาทีก็วิ่งผ่านน้ำออกมาเอาหัวมุดเสื้อผ้าแล้วนอนเลยแค่นิดเดียวจริงๆ แต่วันนี้มีแขกมานอนด้วยไงจะให้ซกมกแบบนั้นไม่ได้ มันผิดจรรยาบรรณแพทย์ที่อุตส่าห์สั่งสมมานาน ภาพลักษณ์ที่ดีต้องมาก่อนเสมอ อาจารย์หมอเขาสอนมาไว้แบบนั้น


พอหันไปมองเวลาก็ต้องอุทานระดับความหยาบคายที่เลเวลหนึ่งว่าบ้าจังแฮะ.. นี่มันสี่ทุ่มจะห้าทุ่มแล้วไม่ใช่หรอ มันถึงเวลาอันควรที่ว่าที่คุณหมออนามัยแบบเขาต้องเข้านอนได้แล้วหรือเปล่า ใช่ว่าพรุ่งนี้จะหยุดอยู่หอเสียหน่อย เขามีเรียนแต่เช้าเลยไง จะมานอนดึกขนาดนี้มันใช้ไม่ได้ ปกติแค่สามทุ่มหัวถึงหมอนก็นอนฝันถึงโพนี่เทเลทับบี้ไปได้สิบยี่สิบตอนแล้วล่ะมั้ง


 มาร์คสูดหายใจเข้าเต็มปอด ตามมาด้วยการผ่อนลมหายใจนั้นออกยาวๆ เพราะกลัวว่าถ้าฮึบเอาไว้แบบไม่ยอมปล่อย ออกซิเจนข้างในอาจจะตีกับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จนทำให้เขาหายใจไม่ออก


หมุนตัวเองไปมาหน้ากระจก มองชุดนอนสีฟ้าอ่อนแขนยาวขายาวด้วยรอยยิ้ม ก็แบบว่าไม่ได้จงใจเลือกชุดนอนตัวโปรดมาใส่ประเดิมในคืนแรกเลยจริงๆนะสาบานได้ ก..ก็แค่มันอยู่ในสุดของตู้มากไปเลยกะจะหยิบมามองไว้ข้างนอกหน่อยเท่านั้น แต่ก็ขี้เกียจไปหยิบดูชุดอื่นอีกอ่ะเลยคว้าชุดนี้มาซะเลย อ่า.. มันช่างลงตัวอะไรขนาดนี้นะ


 ส่งยิ้มให้ตัวเองในกระจกอีกครั้งก่อนจะเดินออกจากห้องน้ำ ทันทีที่เปิดประตูออกมาเผชิญหน้ากับใครอีกคนซึ่งกำลังนั่งอยู่ปลายเตียงแล้วนั้น


“ติ๋ม”


!!!


ทันทีที่ร่างบอบบางปรากฏชัดอยู่ในสายตา


“ออกมาแล้วหรอไอ้ตัวดี”


เสื้อกล้ามสีดำและกางเกงบ็อกเซอร์นั่น...


“กูปวดฉี่จะตายอยู่แล้วเนี่ยไอ้ห่า มัวแต่ขี้อยู่หรือไงวะช้าชิบหาย”


เส้นผมสีทองปรกหน้าผากที่เพิ่งแห้งมาหมาดๆ...


อีกทั้งยังนั่งอยู่บนปลายเตียงเหมือนในหนังแบบนี้...


ม..ม..มันเหมือน.. เหมือนภรรยารอส..ส..สา..สามี..


ที่กำลังจะมาผลิตทายาทกันเลยเนอะ...


“มองหน้ากูหาพ่อมึงรึไงวะไอ้เชี่ยนี่”


ร..รู้ใจเขาได้ไงน่ะ! ก..กำลังคิดจะโทรไปบอกป๊าอยู่เลยว่ามาร์คจะเอาคนนี้..


เอา.. เอามาเป็นคนไข้ในเคสพิเศษเฉยๆไง!


“หลบไปดิ๊ติ๋มกูจะเข้าห้องน้ำ มึงจะยืนจังก้าอยู่ตรงนี้อีกนานมั้ยวะ ตัวมึงบังทางเข้าห้องน้ำกูเนี่ยไอ้ฟาย!


ไม่.. ไม่เลย คำสรรเสริญเยินยอนั่นไม่ได้เข้าหัวมาร์คเลยสักนิด


ปัง!


จะมีก็แต่เสียงประตูปิดดังสนั่นที่ลั่นเข้าหัว ใบหน้าคมคายภายใต้กรอบแว่นมองการกระทำนั้นด้วยความงงงวย มองประตูที่ถูกปิดด้วยฝีมือของผู้มาใหม่ด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย


มาร์คไม่รู้ด้วยซ้ำว่าทำไมแบมแบมถึงต้องด่าเขาว่าฟาย เขาเป็นถึงนักศึกษาแพทย์ดีเด่นเชียวนะจะมาทำไร่ไถนาแถวนี้ได้ยังไง พรมหญ้าเขาก็ไม่ได้ปู อุปกรณ์คันไถเขาก็ไม่มี อีกอย่างนี่มันหอพักนักศึกษานะ เขาไม่อนุญาตให้เลี้ยงสัตว์น่ะลืมแล้วหรอเจ้าเด็กน้อย!


เดี๋ยว ไม่สิ.. สงสัยแบมแบมด่าแมลงวันที่บินผ่านหน้าเขาไปเมื่อกี้แน่ๆเขามั่นใจ เด็กคนนั้นอาจจะรีบพูดมากไปหน่อยเพราะปวดฉี่ สำเนียงภาษามันเลยคล้ายๆกัน ถ้าเป็นแบบนั้น ส..ส..แสดงว่า แบมแบมห่วงเขาด้วยอย่างนั้นหรอ? แบมแบม.. แบมแบมกลัวเขาเป็นโรคอหิวาตกโรคน่ะสิใช่มั้ย?


เจ้าของห้องกลืนน้ำลาย รู้สึกเห่อร้อนที่ใบหน้าจนอยากจะยกมือขึ้นมาจับแก้ม แต่ก็ทำเพียงแค่แลบลิ้นเลียริมฝีปากตัวเองแทนเท่านั้น เมื่อมาร์คคิดไปเสียว่าสิ่งที่แบมแบมพูดเมื่อกี้ก็เพราะเป็นห่วงตน.. ที่ทำหน้ายุ่งไปงั้นก็แค่แบมแบมปวดฉี่มากเฉยๆ อารมณ์คนอยากปลดทุกข์ไวๆไงเลยขมวดคิ้วสู้เอาไว้ก่อน โอเค เขาจะถือว่านี่เป็นสถานการณ์ตอนเจอคนไข้ขี้เหวี่ยงก็แล้วกันนะ ได้เคสสตาร์ทดี้มาแบบไม่รู้ตัวอีกแล้ว


แอ๊ด


!!!” ในขณะที่กำลังมโนอะไรเพลินๆ ประตูห้องน้ำก็ถูกเปิดขึ้นโดยแบมแบมเสียก่อน มาร์คมองสีหน้าที่ดูเหมือนเจ้าตัวจะปวดอะไรสักอย่างด้วยความเป็นห่วง


“อา.. เจ็บชิบ”


และยิ่งเป็นห่วงเมื่อแบมแบมส่งเสียงร้องออกมาพร้อมใบหน้าเหยเกนั่น ริมฝีปากอิ่มก็ขบกัดเข้าหากันราวกับจะระงับความเจ็บ


มาร์คไม่รู้หรอกว่าแบมแบมเป็นอะไร แต่จะผิดมั้ยถ้าเขาคิดว่าท่าทางของแบมแบมในตอนนี้น่ะมันน่ารัก.. จะผิดมั้ยถ้าหากสีหน้าแบบนั้นมันดู...ซ..ซ..เซ็กซี่ น่าขยี้ปาก เอ้ย น่าขยี้ใจเขามากๆ ถ้าไม่ติดว่าเก็บค่าเช่าจากเด็กน้อยไปแล้วล่ะก็... ดีลสัญญาขอเก็บค่าเช่าล่วงหน้าอีกสักนิดแบมแบมจะว่าเขามั้ยอ่ะ..


ฮึ่ย ก็เพราะไม่ได้น่ะสิก็เลยได้แต่มโนแล้วลอบกลืนน้ำลายตัวเองไป ทำไมเด็กคนนี้ถึงต้องมีแรงดึงดูดชวนให้เขามองขนาดนี้ด้วย ละสายตาไม่ได้ เลิกมองไม่ได้ ไม่ได้ ไม่ได้เลย ตอนเด็กนี่เผลอกินแม่เหล็กลงท้องแล้วลืมเอาออกมารึเปล่า ทำไมถึงน่ารักได้ขนาดนี้นะ


น่าเข้าไปรังแกให้ใบหน้าน่ารักนั่นต้องเบ้ปากมากขึ้น น่าเข้าไปกัดริมฝีปากสีแดงสดนั่นซ้ำๆจนอีกคนต้องอ้อนวอนขอให้เขาหยุด น่าเข้าไปเลิกเสื้อกล้ามสีดำแล้วระดมจูบผิวเนื้อขาวๆของเด็กตรงหน้า น่าจะอะไรอีก น่าจะทำรอยให้ทั่วตัวเด็กมันไปหมดเลย น่าจะ.. น่าจะ...


ฟึ่บ


น่าจะพอได้แล้วมั้ยล่ะมาร์ค


แบมแบมเดินผ่านหน้าเขาไปนั่งบนปลายเตียงเหมือนเดิมแล้ว...


ความเป็นห่วงถูกฉายทับแทนความกดบวกสิบแปดครั้ง เมื่อภาพตรงหน้าปรากฏร่างบอบบางของผู้เช่าห้องกำลังกุมช่วงเอวของตนเอาไว้ ความเป็นแพทย์ของมาร์คก็ถูกดึงขึ้นมาคู่กับความห่วงใย ไม่รู้หรอกว่าที่รีบวิ่งออกไปเอากล่องพยาบาลมามันเป็นเพราะความห่วงที่มากกว่า หรือจรรยาบรรณทางแพทย์มันค้ำคอกันแน่


แต่พอรู้ตัวอีกที.. มาร์คก็เดินกลับมาพร้อมกับกล่องพยาบาล


“ผ..ผมช่วยนะครับ” เอ่ยออกมาเพียงเท่านั้น ก่อนที่จะรีบกึ่งวิ่งกึ่งเดินเข้ามาคุกเข่าไปกับพื้นตรงหน้าแบมแบม ไม่รู้หรอกว่าแบมแบมตอบกลับอะไรมามั้ย ไม่ยอมให้เขาช่วยทำแผลให้หรือเปล่า แต่เพราะรอยเลือดที่ซึมออกมาถึงขนาดเห็นลางๆผ่านเสื้อกล้ามสีดำนั่น ทำให้มาร์คจดจ่อกับการทำแผลให้คนน่ารักตรงหน้าเพียงอย่างเดียวจริงๆ


มือหนาเปิดกล่องแสนคุ้นเคยออกมาด้วยความชำนาญ และหยิบอุปกรณ์ทำแผลขึ้นมาอย่างคล่องแคล่ว บรรจงแม้กระทั่งนับหยดยาทาแผลที่ไหลออกมา ถ้ามันมากไปก็กลัวว่าเด็กน้อยจะแสบเอาไงถามได้ นี่เป็นหมอเด็กได้เลยใช่มั้ยล่ะ?


การกระทำทุกอย่างของว่าที่คุณหมอตกอยู่ในสายตาของคนไข้เคสพิเศษทั้งหมด


แบมแบมไม่ได้เอ่ยตอบอะไรมาร์คไปหรอก ร่างเล็กทำเพียงแค่นั่งนิ่งอยู่ที่เดิมมองใครอีกคนจัดการกับยาทาแผลเท่านั้น อาจจะเพราะปวดเมื่อยหรือไม่ก็เพราะเจ็บแผลไปทั่วตัว เลยทำให้แบมแบมเหนื่อยที่จะเอ่ยอะไรออกมา


แต่ว่านะ.. ท่าทางของมาร์คที่ดูจริงจังและตั้งใจจนเหงื่อตกมันก็.. ดูน่ารักดีสำหรับเขาอยู่หรอก ถ้าไม่ติดว่าไอ้ติ๋มมันกำลังคุกเข่าตรงหน้าเขาอยู่แบบนี้ล่ะก็ คือโพซิชั่นนี้โคตรจะไม่ชินอ่ะไอ้ห่า ขึ้นมานั่งข้างเขาดีๆก็ได้มั้ยล่ะฟาย ลืมไปแล้วมั้งว่าเขาอายุน้อยกว่ามันปีหนึ่งอ่ะ จิตวิญญาณแพทย์เข้าสิงหรือไงวะโคตรจะจริงจังเลยบ้าเอ๊ย


“อาจจะ.. แสบหน่อยนะครับ ผมจะล้างแผลตรงช่วงเอวของคุณให้นะ” เมื่อว่าที่คุณหมอจัดการอุปกรณ์ทำแผลเสร็จก็หันมาพูดกับคนที่ต้องทายา


“อือ” แบมแบมพยักหน้ารับและขานตอบเพียงเล็กน้อย ก่อนจะรู้ตัวดีว่าหน้าที่ของตนต่อจากนี้คืออะไร


จะทำแผลก็ต้องเปิดแผลให้หมอดูน่ะสิ


ฟึ่บ


แบมแบมค่อยๆเลิกชายเสื้อของเสื้อกล้ามสีดำสูงขึ้นช้าๆ เพราะกลัวว่าเนื้อผ้ามันจะไปเสียดสีกับแผลจนต้องเจ็บ และก็เป็นอย่างที่คิด เพราะความรีบร้อนเกินไปทำให้เขาเผลอดึงมันแรงไปเล็กน้อย ส่งผลให้เนื้อผ้าเข้าไปกระทบกับผ้าก๊อซปิดแผลนิดหน่อย


“อ๊ะ..” แต่ก็เรียกเสียงร้องในลำคอของเขาได้เหมือนกัน


คนที่มีหน้าที่ทำแผลกลืนน้ำลายอีกครั้ง.. ยามที่หน้าท้องแบนราบของเด็กตรงหน้าปรากฏชัดอยู่ในสายตา ถึงแม้มันจะไม่มาก ถึงแม้แบมแบมจะเลิกมันออกมาเพียงนิดเดียว แต่มันก็มากพอ.. มากพอที่จะให้มาร์คเตรียมพร้อมสำหรับการทำแผลให้แบมแบม


อือ มาร์คพร้อม.. พร้อมแล้ว


เห็นผิวขาวๆนั่นก็พร้อมเข้าไปจูบจะแย่แล้วครับ


“แผลกูเป็นไงบ้างวะ”


มาร์คคิดว่าหน้าท้องของแบมแบมน่ะขาว..


“ขาว..”


แบนเรียบจนอยากสัมผัสมันดูสักครั้งสองครั้งและสามสี่ครั้ง


“น่าจับมากเลยครับ”


แต่..


“อะไรขาววะติ๋ม”


!!!


“แล้วมึงอยากจับอะไร จะจับแผลกูหรอ เดี๋ยวกูก็ปั๊ดถีบหงายหลังเลยไอ้เชี่ยติ๋ม!” คนตัวเล็กง้างหมัดขึ้นคล้ายกับจะปล่อยมันบนใบหน้าเขา ทำเอามาร์คก้มหน้าก้มตายกสำลีขึ้นมาบังเป็นพัลวัน ทำไมความคิดของเขาถึงดังจนแบมแบมได้ยินกันล่ะเนี่ย!


มาร์คลอบมองแบมแบมที่จ้องเขม็งเพราะต้องการคำตอบผ่านก้อนสำลี ร่างสูงเลิ่กลั่กไปมามองหาตัวช่วย แล้วสิ่งที่พอจะช่วยมาร์คได้นั้น..


“ส..สำลี ช..ใช่! สำลี.. สำลีครับ มัน.. มัน..”


“....”


“มันสีขาว..”


ก็คือสำลีที่อยู่ในมือเขาเอง..


ยกมันขึ้นมาให้ดูราวกับเป็นหลักฐาน พยายามควบคุมใบหน้าตื่นๆของตัวเองเอาไว้ถึงแม้ว่ามันจะไม่ได้ด๋อยอะไรขึ้นมาเลยก็ตาม หากแต่มันยิ่งทำให้คนฟังอย่างแบมแบมกลอกตามองบนแล้วบนอีก นี่เขาต้องไปแก้บนด้วยอะไรดีวะบนไปหลายรอบแล้วเนี่ยไอ้ชิบหาย


“กูรู้แล้วว่ามันสีขาว สำลีบ้านมึงสีแดงมั้งสัส”


“แดงเหมือนปากคุณน่ะหรอครับ..”


แดงจนน่าเก็บค่าเช่าล่วงหน้าสักสิบปีเลยจริงๆสิให้ตาย..


“แดงเหมือนเลือดมึงด้วยมึงรู้มั้ยล่ะ ถ้าไม่รู้กูจะได้รีดมันออกมาให้มึงดู”


ประโยคแสนร้ายกาจที่ออกมาจากคนน่ารัก มาร์คก็ไม่รู้ว่าเขาจะกลัวดีไม่กลัวดี เพราะในใจลึกๆความรู้สึกมันบอกว่าท่าทางแบบนี้แบมแบมดูน่ารัก น่ารักมากๆ เหมือนเจ้าลูกแมวน้อยกำลังขู่ลูกเสือสำรองแบบเขาเลย


แต่ที่ตกใจก็คือเขาตกใจความคิดกับคำพูดตัวเองไปศูนย์จุดสองวิ ดีที่เผลอพูดออกไปแค่ประโยคแรก ถ้าเผลอปากลั่นไปพูดประโยคหลังด้วยล่ะก็ มีหวังโดนสำลีอุดปากยกแผงแน่ๆมาร์คมั่นใจ จึงจำต้องตัดใจกับความเป็นคนคิดบวกเอาไว้เท่านั้นเสียก่อน แล้วบังคับตัวเองให้ตั้งใจกลับมาทำแผลให้แบมต่อ


แต่ดูเหมือนจะมีอุปสรรคนิดหน่อยแล้วล่ะ คนเจ็บอาจจะยังมองไม่เห็นว่าตัวเองเลิกชายเสื้อขึ้นน้อยไปหน่อย เลยทำให้ว่าที่คุณหมอเห็นแผลไม่ถนัดถนี่


ใช่ แผล.. เฉพาะแผลที่อยากเห็นชัดๆ


แต่ถ้าพ่วงมาด้วยบางอย่างที่อยู่สูงขึ้นไปอีกก็.. ก..ก.. กำไรส่วนเกินจากการเช่าห้องไง..


“เอ่อ.. คุณครับ” เอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นๆ


“อะไร” พอแบมแบมยิ่งตอบกลับมามาร์คก็ยิ่งใจเต้น


“ค..คือ..”


“อ้ำๆอึ้งๆห่าอะไร ถ้าคิดไม่ออกก็ทายาให้กูก่อนแล้วค่อยนึกคำถามก็ได้ กูยัง..”


“เลิกเสื้อสูงขึ้นกว่านี้อีกนิดนึงได้มั้ยครับ”


ถ้าให้พูดตามหลักการแพทย์ก็คือผมมองเห็นแผลของคุณไม่ค่อยชัด


แต่ถ้าให้พูดตามความคิดผมหลักๆ คือผมมองเห็นอะไรบางอย่างที่นูนขึ้นมาของคุณไม่ถนัดเลย


หรือถ้าคุณขยับไม่ได้ก็บอกผมได้นะ เดี๋ยวผมจะได้เปิดเสื้อของคุณขึ้นมาเอง แต่ถ้าให้ผมเป็นฝ่ายเปิด ผมไม่รับประกันนะว่าหน้าของผมจะไม่เคลื่อนเข้าไปสูดดมความหอมจากตัวของคุณ หรือเสื้อกล้ามของคุณจะไม่ใช่แค่เปิดเสื้อ


แต่จะกลายเป็นเปิดทั้งตัว


ครับ..


ทั้งเสื้อกล้ามและบ็อกเซอร์ของคุณนั่นก็ด้วย


“สูงกว่านี้อีกใช่มั้ย”


“ครับ”


ตอบรับด้วยหัวใจที่เต้นรัวเมื่อเห็นแบมแบมค่อยๆเลิกเสื้อให้สูงขึ้น เผลอแลบลิ้นออกมาเลียริมฝีปากตัวเองอย่างประหม่ายามที่ผิวขาวเริ่มปรากฏชัดเจนเรื่อยๆในสายตา เห็นอะไรที่เริ่มนูนๆขึ้นมาก็ได้แต่อุทานในใจว่าบ้าจังนะ... ขอพักวางสำลีที่จู่ๆก็รู้สึกหนัก แล้วเปลี่ยนไปจับเจ้าจุกสีน้ำตาลอันนั้นแทนจะได้มั้ยครับ?


“พอหรือยังวะ”


“อีกนิดก็ดีครับ”


คำพูดที่ทำให้เจ้าของแผลถึงกับขมวดคิ้ว ไอ้หมอติ๋มนี่แม่งจะให้เขาเลิกเสื้อสูงไปถึงหัวเลยมั้ยวะห่า แค่นี้เขาก็เปิดเสื้อตัวเองจนถึงราวนมแล้วไอ้เหี้ย แผลอยู่ที่เอวนะไม่ใช่อยู่ที่หัวนม ถุ้ย แล้วไอ้ตาวิ้งๆ ตาเป็นประกายไล่มองตามชายเสื้อล่างสุดของเขาคือเชี่ยอะไร ช่วยเกรงใจแผลตรงเอวกูหน่อยได้มั้ยไอ้หมอ?


“ยังไม่เห็นอีกหรอวะติ๋ม”


“ยังครับ อีกนิดนึง”


ด้วยความรำคาญคำว่าอีกนิดของว่าที่คุณหมอหรือยังไงไม่ทราบ


ฟึ่บ!


!!!


ทำให้แบมแบมตัดสินใจถอดแม่งทั้งเสื้อกล้ามสีดำสนิทของตนออกทั้งอย่างนั้น


สมใจอยากว่าที่คุณหมอแล้วล่ะงานนี้ เพราะพี่แกเล่นอ้าปากค้างจนน้ำลายแทบไหล ดีที่สูดมันทันได้ก่อนที่จะย้อยออกมาข้างนอก ไม่งั้นล่ะไม่อยากคิดเลยว่าจากที่จะเอาสำลีมาทำแผลให้คนตรงหน้า จะกลายเป็นว่ามาทำแผลให้ตัวเองแทนเพราะถูกต่อย


ท่ามกลางความรำคาญในคำว่านิดของหมอติ๋ม ท่ามกลางนัยน์ตาคมกริบที่จดจ้องแผ่นอกบางผ่านเลนส์แว่นตาเป็นมัน จุดสีน้ำตาลอมชมพูที่เด่นชัดนั่น.. แผ่นอกขาวๆที่อยากเข้าไปขยี้จูบมันให้ขึ้นรอยซ้ำๆ เสียงกลืนน้ำลายที่ดังขึ้นท่ามกลางห้องที่เงียบสงัดนั้น..
















“ว้าว...”


มีเสียงของใครบางคนที่อยากเล่นว่าวดังออกมาด้วย


“ว้าวพ่อมึงสิไอ้เหี้ย!!


โป๊ก!!


“โอ๊ย!!


เสียงด่าทอตามมาด้วยเสียงมือเล็กเขกเข้าที่หัวของหมออย่างไม่ออมแรง ปิดท้ายด้วยเสียงร้องของหมอคนนั้นตามลำดับ สำลีในมือถูกปล่อยให้ร่วงหล่นสู่พื้น ก่อนที่มาร์คจะยกมือทั้งสองขึ้นมากุมหัวและร้องโอดโอยด้วยความเจ็บปวด ว่าที่เมียคุณหมอชอบเล่นอะไรแรงๆกับหมอจังเลยนะครับ!


“ค..คุณเขกหัวผมทำไม” เอ่ยถามด้วยใบหน้าใสซื่อ กระพริบตาปริบๆมองเจ้าของมะเหงกซึ่งทำหน้าอารมณ์เสียอย่างไม่เข้าใจ


ไม่เข้าใจว่าจะกอดอกแล้วจ้องทำไม เอามือไว้ข้างลำตัวแล้วค่อยจ้องไม่ได้หรอ มันบดบังทัศนียภาพอันสวยงามของผมนะครับคุณ!


“มึงนี่แม่ง! ถามมาได้ว่าเขกทำไม แผลกูอยู่ที่เอวนะไม่ใช่อยู่ที่นม ให้เลิกเสื้อสูงขนาดนี้มึงจะแอบมองนมกูก็บอกมา!!


!!!


เป็นคำพูดที่ทำให้มาร์คเบิกตากว้าง คนอยากแอบมองนมเผลอแลบเลียริมฝีปากอีกครั้ง


บอกได้หรอ...


ถ้าบอกแล้วแบมแบมจะให้เขามองงั้นหรอ


ล..แล้วถ้าไม่อยากแค่มองแต่อยากจับด้วยล่ะจะบอกได้มั้ย...


“กูประชดนะติ๋มเผื่อมึงไม่รู้”


“อ้าว..”


คำอุทานที่แสดงชัดถึงความเสียดายจากปากของว่าที่คุณหมอทำเอาแบมแบมแทบอยากยกเท้าขึ้นมาก่ายหน้าผาก... หน้าผากไอ้ติ๋มมันนะไม่ใช่หน้าผากเขา นี่มันโง่ขั้นer หรือโง่ขั้นest วะถึงไม่รู้ว่าเมื่อกี้อ่ะกูพูดประชดโว้ยไอ้เหี้ย!!


ตอนแรกก็อยากจะประเคนฝ่าเท้าถีบมันงามๆสักทีสองทีให้หายหมั่นไส้ คนเหี้ยอะไรทำหน้าซื่อตาใสได้ทุกวินาทีอ่ะบ้าชิบ แต่ก็เพราะใบหน้าแบบนั้น เพราะนัยน์ตาใสๆที่มองเขาผ่านเลนส์แว่นสายตา มองมาแบบไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรนั่นล่ะทำให้เขาไม่อยากติดใจเอาความอะไรกับมัน ถือคติว่าอย่าไปตีกับคนไม่มีทางสู้


เปล่า คตินั่นก็ถือเล่นๆไปงั้น หลักๆคือเพราะต้องขออาศัยมันอยู่ช่วงนี้ ถ้าขืนมันไล่เขาออกจากห้องหรือขึ้นค่าเช่าห้องที่โคตรจะแพง.. เขาก็ซวยน่ะสิวะ


“กูล่ะเชื่อมึงเลย โว้ย! คุยกับมึงแล้วโคตรปวดหัว สรุปจะทำแผลให้กูต่อได้ยัง”


จำต้องยอมปล่อยผ่านเรื่องนั้นไปแล้วเปลือยท่อนบนให้มันใช้สายตาแทะเล่น ผู้ชายด้วยกันคิดอะไรมากวะ มันก็มีเหมือนเขา เขาก็มีเหมือนมันป่ะ ไข่ดาวเหมือนกันมีอะไรให้มอง ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมไอ้ติ๋มถึงต้องหูแดงหน้าแดงซะขนาดนั้น สายตามันก็ไม่ใช่ขี้ๆนะ มองมาที่ตัวกูอย่างกับจะแดกลงท้องอย่างนั้นอ่ะ ผัดหมี่กับปากกูที่มึงโซ้ยไปตอนเย็นแม่งไม่อิ่มหรือไง เพลียใจชิบ


ซึ่ง... แบมแบมค่อนข้างคิดถูก


“ค..ครับ ทำแล้วครับทำแล้ว..”


เสียงทุ้มพยายามตอบรับคำเร่งรัดทำแผลนั้นด้วยความประหม่า ทั้งๆที่สายตาก็ยังคงไม่ละไปไหน ถึงแม้จะโดนมะเหงกมาที จะโดนเสียงหวานพูดจาข่มขู่มา โดนนัยน์ตาคู่สวยจ้องเขม็งจนเกือบจะประเคนฝ่าเท้ามาให้แล้วก็ตาม


ว่าที่คุณหมอก็หาหวั่นเกรงไม่...


มือก็หยิบสำลีก้อนใหม่ไปสิ ตาก็สลับสับเปลี่ยนกันมองตัวขาวๆของแบมแบมไปสิ ร่างบอบบางตรงหน้าเขานี่ช่าง... อ่า.. ว่าที่คุณหมอก็ไม่รู้จะใช้คำๆไหนมาบรรยายดี รู้แต่ตอนนี้อะดรีนาลีนในตัวเขามันพุ่งพล่าน


ถึงจะผู้ชายเหมือนกัน ถึงจะมีอะไรเหมือนๆกัน ถึงจะชอบกินไข่ดาวเหมือนกันก็เถอะ.. แต่ภาพตรงหน้าเขามันชวนมอง มันดึงดูดริมฝีปากเขาให้เข้าไปประทับรอยตรงแผ่นอกบางสุดๆ  อยากจะกลายเป็นเครื่องเอกซเรย์แล้วส่องมองร่างของแบมแบมจนทะลุเข้าไปทั้งตัวเลยด้วยซ้ำ


“แผลกูอยู่ที่เอวไม่ใช่ที่นมนะ บอกอีกทีเผื่อมึงมองไม่เห็น”


เห็นครับ...


เห็นทีว่าต้องหาเรื่องเบิกค่าเช่าค้างจ่ายที่คุณค้างห้องผมเมื่อวานซะแล้ว..


พยักหน้ารับรัวๆกับประโยคนั้นราวกับความคิดหยุดที่ร้อยแปด แต่จริงๆในหัวน่ะคิดไปแปดร้อย ก่อนมือหนาจะรีบจัดการแผลของแบมแบมด้วยความชำนาญ เหลือบมองคนที่เอาแต่หลับตาด้วยความเหนื่อยอ่อนไปพลาง สลับกับการทำแผลไปพลาง อีกทั้งบอกตัวเองให้มือหยุดสั่น ไม่ให้เผลอลั่นขึ้นไปแปะสำลีบนยอดอกนั่นไปพลางด้วย


นี่เป็นงานทำแผลที่ยากที่สุดในชีวิตของมาร์คต้วนจริงๆนะสาบานได้ ตบตีกับความคิดในหัวตัวเองเนี่ยล่ะยากที่สุด สรุปไม่ได้ว่าจะบี้ยอดอกของแบมแบมก่อนดีหรือจะขยำมันไปทั้งมืออย่างนั้นก่อนดี ตัดสินใจไม่ได้ก็เลยเพลินจนทำแผลเสร็จแล้วเนี่ยล่ะ อดเนียนมือลั่นขึ้นไปสำรวจร่างกายคนไข้เลยอ่ะแย่จัง


ฮึบความมือลั่นได้สำเร็จแบบไม่ตั้งใจ การทำแผลเลยจบที่ว่าที่คุณหมอเดินไปเก็บกล่องพยาบาลในห้อง ก่อนจะเดินกลับมาหาคนไข้ของตนที่ตอนนี้ใส่เสื้อกล้ามสีดำสนิทตามเดิมเรียบร้อยแล้ว ซึ่ง.. เป็นอะไรที่ว่าที่คุณหมอเสียดายถึงที่สุด เมื่อกี้ยังเก็บตกภาพไม่จุใจเลย เสียดายเล็กๆแฮะ


แต่จำต้องพับเก็บโครงการนั้นเอาไว้ก่อน เพราะตอนนี้ท่าทางของแบมแบมดูเหนื่อยอ่อนมาก เปลือกตาบางปิดสนิท ศีรษะก็เอนเข้าพาพนักพิงของโซฟา แขนเรียวทั้งสองถูกยกขึ้นมากอดตัวเองไว้ อาจจะเพราะความเจ็บจากแผลและอาการไข้เมื่อวานเลยทำให้ร่างบอบบางดูไร้เรี่ยวแรง แบมแบมหน้าซีดเล็กน้อย ซึ่งว่าที่คุณหมอก็วินิจฉัยแบบคร่าวๆว่าคงเป็นเพราะพิษไข้ แต่นั่นก็ไม่ทำให้ริมฝีปากสีแดงสดนั้นลดความน่าสัมผัสลงไปได้เลยแม้แต่นิดเดียว


“มึงนอนดิ้นหรือเปล่าติ๋ม”


เพราะมัวแต่จ้องคนไข้ของตนมากไป ทำให้มาร์คสะดุ้งโหยงเมื่อได้ยินคำถามจากเจ้าของคำถามซึ่งยังคงปิดเปลือกตาอยู่


เมื่อกี้.. แบมแบมถามเขาว่านอนดิ้นมั้ยอย่างนั้นน่ะหรอ?


“อ..อะไรนะครับ” เพราะไม่มั่นใจกับสิ่งที่ได้ยินเลยทำให้ว่าที่คุณหมอเลือกเอ่ยทวนคำถามนั้นอีกครั้ง และครั้งนี้ทำเอาร่างเล็กหันมา


“กูถามว่ามึงนอนดิ้นหรือเปล่า” ได้ยินคำถามที่ชัดเจนบ่งบอกว่าตนไม่ได้ยินผิดไป มือข้างหนึ่งยกขึ้นขยับแว่นสายตา ใช้เป็นท่าประกอบในการคิดหาคำตอบให้แบมแบม ภาพในหัวของมาร์คตอนตัวเองนอนก็วิ่งเข้ามาเป็นฉากๆ


ตั้งแต่ล้มตัวลงนอนกับเตียง ใช้มือเลิกผ้าห่มขึ้นมาคลุมถึงคอจนมิด ขยับหัวไปมาเล็กน้อยหาตำแหน่งเหมาะๆ อ้อ ลืมไปว่าต้องหยิบแว่นออกจากหน้า แล้วค่อยสอดมือกลับเข้าไปใหม่ในผ้าห่ม หลังจากนั้นก็หลับตา แล้วพอตอนนอนไปแล้ว...


เขาก็นอนไปแล้วไง จำอะไรไม่ได้แล้วอ่ะ


“ก็.. ก็เปล่านะครับ คือ..ผมไม่เคยเห็นตัวเองตอนนอน ผมนอนหลับสนิททุกครั้งที่หัวถึงหมอน ผมก็เลย..”


“โอเค สรุปก็คือมึงไม่นอนดิ้น”


“....”


จะว่าอย่างนั้นก็ใช่ จะไม่ใช่แบบนั้นก็ไม่เชิง.. บอกแล้วไงว่าเขาไม่เคยเห็นตัวเองนอน ก็เลยตอบกลับข้อสรุปนั้นด้วยคิ้วที่ขมวดเข้าหากันเล็กน้อย


“ทำไมหรอครับ..”


และตอบกลับด้วยคำถาม.. คำถามที่มาร์คแอบสงสัยมากถึงมากที่สุด ว่าแบมแบมถามเขาแบบนั้นด้วยสาเหตุอะไร


จากตอนแรกที่ไม่รู้เหมือนกันว่าตัวเองนอนดิ้นหรือไม่ดิ้น


แต่มาร์คก็คิดนะ ไม่แน่บางที..


“วันนี้กูนอนบนเตียงด้วยคนนะ”


!!!


วันนี้เขาอาจจะเผลอดิ้นไปคร่อมทับแบมแบมพอดิบพอดีเลยก็ได้..


แต่ไม่.. ไม่สิ!


เด็กคนนี้เจ็บแผลอยู่นะมาร์ค นายจะคิดอะไรแบบนั้นไม่ได้! มันผิดหลักการแพทย์ ผิดจรรยาบรรณทางแพทย์น่ะรู้บ้างมั้ย! ใช่ นายต้องให้คนไข้ของนายได้พักผ่อน ได้รับการดูแลอย่างดีที่สุดไม่ใช่หรอ!


จรรยาบรรณอันแรงกล้าทำให้มาร์คสะบัดหัว พยายามเอาความต้องการบางอย่างออกไปจากห้วงความคิด แต่ถึงแม้ว่านักศึกษาแพทย์ดีเด่นอย่างมาร์คต้วนจะสะบัดหัวเท่าไหร่ จะสะบัดจนรังแคมันออกมามากแค่ไหน ภาพที่ตนคร่อมทับร่างบอบบางนั่นเอาไว้ก็ยังคงติดแน่นตราตรึงอยู่ในใจไม่จางหาย ฮึ่ย.. ทำไมมันถึงชัดยิ่งกว่าใช้กล้องจุลทรรศน์ส่องอีกนะไม่เข้าใจเลย


“สรุปว่าไง มึงโอเคใช่มั้ยติ๋ม” เงยหน้าขึ้นตามเสียงก็ต้องพบกับนัยน์ตาคู่สวยที่กำลังจ้องมา อยากจะบอกไปว่าโอเคใจแทบขาด แต่ด้วยปณิธานที่มุ่งมั่นว่าจะอุทิศตนเพื่อเส้นทางสายการแพทย์แล้วนั้น...


“ต..แต่ว่ามัน..”


“เออ กูรู้ว่านั่นเตียงมึง แต่กูขอแค่ช่วงนี้ก็ได้ กูรู้สึกปวดๆตัว เมื่อยหลังเมื่อยแขนไปหมดเลยว่ะ สงสัยเพราะตอนตีกับไอ้แจ็คสันมันเอาไม้มาฟาดหลังกูเลยปวดขนาดนี้” มองแบมแบมที่ยกมือขึ้นนวดคอตัวเองด้วยความเมื่อยล้า เห็นใบหน้าหวานๆแล้วก็เพลินตา ว่าที่คุณหมอลืมปณิธานของตนไปเสียสนิทเมื่อได้สบตากับดวงตาคู่สวยคู่นั้น


“งั้นก็ด..”


“แค่ก! แค่ก!


แต่แล้วเหมือนเสียงไอช่วยชีวิต มาร์คได้สติทันทีหลังจากเห็นแบมแบมปิดปากไอตรงหน้า ร่างสูงรีบเข้าไปลูบแผ่นหลังบางด้วยความเป็นห่วง ซึ่ง.. ไม่รู้ว่าความรู้สึกร้อนรนที่สุมอยู่ในอกตอนนี้ เป็นเพราะความเป็นแพทย์มันค้ำคอ


หรือเพราะเสียงหัวใจมันเรียกร้องกันแน่


“ผม.. ผมว่าผมไปนอนที่โซฟาดีกว่า..” เป็นสิ่งที่มาร์คคิดว่าดีที่สุดสำหรับตอนนี้ คนป่วยต้องได้รับการพักผ่อนอย่างเต็มที่ เอาไว้หายป่วยค่อยว่ากันใหม่อีกทีก็ยังไม่สาย จึงเลือกที่จะเดินออกไปเพื่อนำเบาะผ้าห่มและหมอนออกมานอนข้างนอก และว่าที่คุณหมอคงได้ทำแบบนั้นสมใจ


ถ้าหาก..


หมับ


ไม่มีมือเล็กเข้ามาจับมือของคุณหมอมาร์คไว้เสียก่อน


เป็นสัมผัสที่ทำให้มาร์คใจสั่น เป็นสัมผัสที่ทำให้ชายหนุ่มต้องลอบกลืนน้ำลาย ความอุ่นของมือเล็กส่งผ่านมายังข้อมือเขาจนรู้สึกได้ อยากจะเคลื่อนฝ่ามือเข้าไปประสานมือนุ่มนิ่มของคนน่ารักตรงหน้าด้วยซ้ำแต่ก็กลัวว่ามันจะโจ่งแจ้งไป ยิ่งเลื่อนสายตาลงมาประสานกับนัยน์ตาคู่สวยมาร์คก็ยิ่งสั่นไหว.. ถ้าแบมแบมเอาแต่รั้งเขาไว้แบบนี้เกรงว่าเขาจะเผลอรั้งเอวของแบมแบมเข้ามาประชิดตัวด้วยเนี่ยสิทำไงดี..


“เฮ้ย ไม่ต้องน่า นอนบนเตียงเดียวกันเนี่ยล่ะไม่เป็นอะไรหรอก”


“แต่ผม..”


“กูไม่ใจร้ายใจดำถึงขนาดปล่อยให้เจ้าของห้องไปนอนขดบนโซฟาหรอกไอ้ห่า”


ครับ.. คุณไม่ใจร้ายใจดำ แต่ผมน่ะใจบาป


คิดอยากจะนอนขดกอดกกกับคุณอยู่บนเตียงทุกวินาทีตั้งแต่ตอนนั้นจนถึงตอนนี้ คุณอย่าเชิญชวนผมแบบไม่ได้ตั้งใจ แล้วทำให้จรรยาบรรณแพทย์ของผมต้องพังไม่มีชิ้นดีเพราะความน่ารักของคุณสิครับ ฮือ..


“แต่ผมคิดว่า..”


“อะไรของมึงอีกวะ!” แบมแบมขัดว่าที่คุณหมออีกครั้งหลังจากที่ความใจดีของตนถูกขัดเป็นครั้งที่ร้อยจากไอ้หมอติ๋ม ร่างเล็กกระแทกเสียง มองร่างสูงด้วยความหงุดหงิดใจ แม่งจะปฏิเสธเหี้ยอะไรนักหนาวะกูงง!


ตอนแรกก็อยากจะเข้าไปกระชากเสื้อแล้วสั่งสอนสักที แต่ก็เข้าอีหรอบเดิมเมื่อเห็นใบหน้าใสซื่อของมันอย่างเก่า จำต้องเก็บความขัดใจนั้นเอาไว้ ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นนอกจากใบหน้าติ๋มๆของมัน ถอนหายใจฟึดฟัดหงุดหงิดกับความติ๋มของเจ้าของห้อง เพลียใจชิบหายเถอะให้ตาย


“พูดมากชิบหายเลยว้อยมึงนี่! ถ้ามึงว่างมากก็มาช่วยกูดีกว่า”


“ช..ช่วย?” มาร์คขมวดคิ้ว มองแบมแบมด้วยความสงสัย ว่าที่เมียคุณหมอมีอะไรให้คุณหมอช่วยหรอครับ?


“เออ” ซึ่งแบมแบมก็พยักหน้าตอบหมอมาร์คไปส่งๆ คุณหมอก็เลยทำหน้างงกลับเป็นของแถม


ทว่า..


ฟึ่บ!


!!!


เพียงแค่วินาทีต่อมา เพียงแค่มาร์คเห็นแบมแบมลุกขึ้นยืนและตรงดิ่งมาจุดที่เขายืนอยู่ เพียงแค่เห็นร่างเล็กกำลังหันหลัง


“ด..เดี๋ยวครับ ค..คุณจะทำอะไร..” ด้วยความเป็นห่วงคนไข้ก็เลยทักท้วงขึ้นมายามที่เห็นแบมแบมเริ่มเลิกชายเสื้อข้างหลังขึ้น อยากจะเอื้อมมือเข้าไปลูบแผ่นหลังเล็กๆนั่นด้วยความใจบาป แต่ก็ต้องพยายามบอกตัวเองไว้ว่าใจเย็นนะ ใจเย็นนะมาร์ค


“ช่วยตรวจร่างกายให้กูหน่อยดิมาร์ค”


ใช่.. ใจเย็นนะ อีซี่ๆไง


ค..แค่ตรวจร่างกายเองไม่ได้มีอะไรสักหน่อย แต่ทำไมถึงต้องรู้สึกเห่อร้อนไปทั้งหน้า มาร์คมั่นใจว่าตอนนี้หน้าเขาต้องขึ้นสีแดงก่ำ เมื่อจู่ๆสายตาก็ดันเลื่อนไปโฟกัสก้อนกลมๆข้างหลังของแบมแบมโดยมิได้นัดหมาย


ถ..ถ..ถ้าตรวจร่างกายก็ต้องตรวจทั้งร่างกายใช่มั้ย


ล..แล้วเจ้าก้อนกลมๆสองอันนั่นก็ถือเป็นร่างกายด้วยใช่หรือเปล่า


ต..ตื่นเต้นจังแฮะ ละ..แล้ว.. การที่แบมแบมหันหลังให้เขาแบบนี้มันหมายความว่าอะไร โพซิชั่นที่เรากำลังเป็นอยู่นี้มันจะทำให้จรรยาบรรณทางแพทย์ของผมต้องแปดเปื้อนนะรู้มั้ย!


“หลังกูช้ำมากมั้ยอ่ะ”


ช้ำ.. ช้ำแน่ครับ


ผมต้องช้ำใจตายแน่ๆถ้าคืนนี้ไม่ได้ตรวจภายในและภายนอกให้คุณ


ไหนๆก็ไหนๆแล้ว... ถ้าผมเขยิบเข้าไปใกล้คุณกว่านี้คุณจะอึดอัดมั้ย  


“ติ๋ม”


เพราะผมสงสัยว่าเวลาผมขยับเข้าไปโอบคุณจากด้านหลัง อ้อมแขนของผมจะสามารถโอบรอบตัวคุณได้มิดหรือไม่


“ไอ้ติ๋ม”


มันเป็นการตรวจร่างกายอย่างนึงคุณจะเข้าใจมั้ย


“ติ๋ม”


การตรวจร่างกายของผมเน้นทั้งนอกและในคุณจะรับไหวหรือเปล่า?


“ไอ้ติ๋มโว้ย!!


โป๊ก!!


“โอ๊ย!!


ราวกับมันคือเหตุการณ์ซ้ำซ้อน เมื่อหัวของว่าที่คุณหมอโดนเขกครั้งที่สองโดยฝีมือของคนไข้ตัวเล็ก


“แบมแบม! คุณเขกหัวผมอีกแล้วนะ!


ทว่าไม่ คราวนี้มาร์คจะไม่ยอมแพ้ คิ้วหนาขมวดเข้าหากันทันทีเมื่อรับรู้ถึงความเจ็บจากกลางหัว แต่เพราะเผลอยกมือขึ้นกุมหัวตามสัญชาตญาณร่างกายเร็วเกินไป จึงทำให้มือของมาร์คนั้น..


“อ๊ะ!” โดนกลางหลังของแบมแบมเข้าอย่างจัง.. และวินาทีนั้นเองที่มาร์คก็เพิ่งเห็นรอยช้ำบนแผ่นหลังบาง เห็นริมฝีปากอิ่มขบเม้มเข้าหากันคล้ายจะระงับความเจ็บปวดของคนตรงหน้า จากที่ว่าจะไม่ยอมแพ้คนๆนี้ง่ายๆ แต่เห็นที..


“ป..เป็นอะไรมากมั้ยครับแบมแบม ผม..ผมขอโทษนะ”


เขาก็ต้องแพ้ใบหน้าน่ารักนั่นทุกทีเลยสิน่า..


“ก็เจ็บสิวะถามได้ แม่งเอ๊ย.. มัวแต่เหม่อเหี้ยอะไรอยู่วะ มึงเมายาหรือไง” แบมแบมสบถในลำคอ รู้สึกความเจ็บตรงกลางหลังยิ่งเพิ่มมากขึ้นเมื่อฝ่ามือของมาร์คเข้ามาซ้ำที่เก่า ไม่น่าเชื่อว่าไอ้แจ็คสันมันจะฝากรอยช้ำตรงกลางหลังนอกจากรอยถากของกระสุนตรงเอวเอาไว้ด้วย แม่งเอ๊ย.. ซวยชิบหายเลยว่ะ


“ก..ก็คุณบอกให้ผมตรวจร่างกาย ผม..ผมก็กำลังวิเคราะห์ตัวคุณคร่าวๆอยู่นี่ไง..” ว่าที่คุณหมอตอบเสียงอ้อมแอ้ม จะให้บอกความจริงคนไข้ของตนไปได้ยังไงว่ามัวแต่ระงับความใจบาปข้างในอยู่


“วิเคราะห์เสร็จก็ไปหยิบยามาให้กูแล้วเข้านอนซะทีเหอะว่ะ กูง่วงจะตายห่าอยู่แล้วเนี่ย” แบมแบมบอกเพียงแค่นั้นมาร์คก็พยักหน้า รีบหยิบยามาทาด้วยความไวแสง อันนี้เห็นด้วยอย่างยิ่งว่าควรเข้านอนได้แล้ว ไม่ใช่เพราะอยากนอนเตียงเดียวกันกับแบมแบมไวๆ ไม่ใช่ว่าอยากแอบมองใบหน้าน่ารักตอนหลับ ไม่ใช่ความคิดบวกสิบแปดครั้งอะไรทั้งนั้น ก็แค่ไม่อยากให้พวกเราต้องตื่นสายพรุ่งนี้ เขามีเรียน แบมแบมก็คงจะมีด้วย ถ..ถ้าขืนนอนดึกกว่านี้เขาจะง่วงแล้วแอบมองแบมแบมลำบาก เอ้ย.. พวกเราจะตื่นไม่ทันเรียนพรุ่งนี้ไงล่ะ


อือ จริงๆ เชื่อเขาสิ


จ..จ..จริงจริ๊ง...







.



.



.



มาร์คก็คิดนะว่าเวลาแบมแบมตอนตื่นน่ารักแล้ว


แต่..


“อือ..”


มาร์คก็เพิ่งรู้ว่าแบมแบมตอนหลับน่ะน่าฟัดมากกว่าเป็นไหนๆ


ตอนนี้เด็กน้อยคนนั้นหลับไปแล้ว.. หลับอยู่ข้างๆเขา เรานอนข้างๆกัน อ่า.. ไม่คิดไม่ฝันว่าจะมีวันนี้ เราห่างกันเพียงแค่ไม่กี่เซ็น และเขาก็เห็นใบหน้าหวานของแบมแบมซึ่งกำลังหลับสนิทได้เต็มตา เสียงในลำคอที่อื้ออึงนั่นก็เป็นของแบมแบม เสียงที่ทำให้มาร์คนอนไม่หลับ แต่ถึงจะหลับก็ไม่เอาหรอก ไม่อยากพลาดโอกาสดีๆแบบนี้ไป


น่ารัก.. น่ารัก.. น่ารักมากๆ


คงมีแค่คำเหล่านี้วนเวียนอยู่ในหัวของว่าที่คุณหมอไม่จางหาย


ร่างสูงนอนตะแคงข้าง มองแขกตัวน้อยที่นอนหงายอยู่ข้างเขา แต่ใบหน้าของแบมแบมช่างเหมาะเจาะ เพราะกำลังนอนหันมาทางเขาพอดีราวกับจับวาง ก็ไม่อยากจะพูดหรอกว่าเมื่อกี้แบมแบมน่ะหันไปอีกข้าง และก็เป็นเขาเองที่ค่อยๆขยับปลายคางมนของแบมแบมให้หันมาทางนี้ ถ้าหันไปทางนั้นเขาก็ไม่เห็นใบหน้าน่ารักๆนี่กำลังนอนนี่น่า..


มือหนาคว้าหมอนข้างที่กางกั้นระหว่างเรามาไว้แนบอก ขณะที่ยังใช้สายตาไร้ซึ่งกรอบแว่นมองคนตรงหน้า แบมแบมกำลังหลับตาพริ้ม หายใจอย่างสม่ำเสมอ ริมฝีปากอิ่มก็เผยอเล็กน้อย และมันเป็นภาพ... ที่ทำให้ว่าที่คุณหมออนามัยอย่างเขายอมอดนอน เพื่อที่จะลอบมองดวงหน้าหวานให้เต็มตา


หมอนข้างนี่เกะกะจังนะ อยากจะคว้าร่างบอบบางของคนข้างๆขึ้นมากอดแทนหมอนข้างเสียด้วยซ้ำ รู้สึกรำคาญสายตาที่ไม่สามารถมองเห็นได้ชัด จึงต้องค่อยๆขยับเข้าไปใกล้ และเข้าไปใกล้เรื่อยๆ จนมองเห็นริมฝีปากสีแดงสดอย่างชัดเจนผ่านแสงที่สาดส่องลอดผ้าม่าน จนมองเห็นแพขนตาที่เรียงสวย เป็นสัญญาณบอกว่าเขาเคลื่อนตัวเข้ามาใกล้.. ใกล้เสียจนริมฝีปากแทบชิดติดกัน


มาร์คหันซ้าย มาร์คหันขวา


แต่หันซ้ายไม่ได้นี่นา เพราะถ้าทำแบบนั้นหน้าเขาก็จะจุ่มเตียง


ก็เอาเถอะ ไม่มีใครรู้ ไม่มีใครเห็น มีแต่เขาคนเดียวเท่านั้นที่ตื่น


เก็บจรรยาบรรณแพทย์เอาไว้ก่อนได้มั้ย ปณิธานอันแรงกล้านั่นขอสะบัดมันทิ้งไปก่อนได้หรือเปล่า เส้นทางสายแพทย์มันคืออะไรขอไม่รู้จักสักพัก เอาไว้ผ่านคืนนี้ไปค่อยทำความรู้จักใหม่ก็ยังไม่สาย


ริมฝีปากอิ่มกำลังเผยออยู่ตรงหน้า เสียงหัวใจบอกว่านี่ล่ะ.. โอกาสอันล้ำค่าของเขา


เพราะงั้น.. ขอแอบโกงค่าเช่าจากลูกบ้านสักนาทีสองนาที












จุ๊บ


“อื้อ..”


มันคงไม่เป็นไรหรอกเนอะ..


มาร์คใจเต้น.. เสียงหัวใจเต้นตึกตัก ไม่เคยรู้สึกตื่นเต้นเท่าไหนมาก่อนในชีวิต เมื่อเขากำลังกระทำการอุกอาก เมื่อไม่คิดว่าสิ่งที่กำลังทำอยู่นี้คือฝีมือของตนเอง แต่..


“อะ..”


เขาก็ได้ทำมันลงไปแล้ว


“อือ..” เสียงของแบมแบมครางฮือในลำคอ เพราะเขาเองเนี่ยล่ะเป็นสาเหตุ


มาร์คกำลังใช้ริมฝีปากของตนบดจูบที่กลีบปากอิ่มนั่นอย่างเผลอไผล มันห้ามใจไม่ได้จริงๆเมื่อยิ่งสัมผัสความนุ่มนิ่มของริมฝีปาก ความต้องการก็มีแต่จะเพิ่มขึ้น และเพิ่มขึ้น.. อยากจะเอื้อมมือเข้าไปโอบกอดร่างบอบบางเข้ามาแนบชิด แต่ก็ขอบคุณที่มันติดหมอนข้างตรงกลางขั้นกลางไว้


อยากจะขยี้ริมฝีปากของตนเข้ากับริมฝีปากของแบมแบมให้แรงและหนักหน่วงกว่านี้ แต่มันคงจะไม่ดีหากแบมแบมตื่นก่อน และเขาคงจะได้ตื่นอีกทีก็ตอนที่แอดมิทเข้าโรงพยาบาลแล้วแน่ๆ ก็เลยทำได้แค่ดูดดึงกลีบปากนุ่มนิ่มนั่นซ้ำๆ กดจูบย้ำๆอย่างแผ่วเบาเพราะไม่ต้องการให้เจ้าตัวตื่น


ทว่ายิ่งสัมผัส มันก็ยิ่งต้องการ


ยิ่งนานขึ้นเท่าไหร่หัวใจก็ต้องการคนๆนี้มากขึ้นเท่านั้น


พอ..พอได้แล้ว.. หยุดได้แล้วมาร์ค


ถ้ามันมากกว่านี้จะควบคุมมันไม่ไหว


ถ้าสัมผัสเด็กน้อยตรงหน้ามากเกินไปนายจะห้ามใจตัวเองไม่ไหวจริงๆ


จำต้องผละริมฝีปากออกมาจากใบหน้าหวาน แต่ก็ไม่วายเคลื่อนใบหน้าขึ้นไปจูบหน้าผากมนอย่างแผ่วเบาราวกับจะบอกให้เด็กน้อยหลับฝันดี


“อือ..”


ข..ข..ขออีกทีตรงริมฝีปากอีกรอบแล้วกันเป็นของแถม


“อ๊ะ..”


เสียงของแบมแบมช่าง... ทำให้เขาฮึกเหิมยิ่งนัก ไหนๆก็ไหนๆแล้วขอตรงแก้มด้วยได้มั้ย ตรงจมูกด้วยก็ดี


“ฮื่อ..”


แล้ววกกลับมาอีกทีตรงริมฝีปากอีกครั้งแล้วกันนะ..


ละใบหน้าออกมาจริงๆเพื่อซึมซับภาพในตอนนี้ให้ได้มากที่สุด ก่อนจะพยายามฝืนหลับตาลงทั้งๆที่เสียงหัวใจของมาร์คยังไม่ยอมสงบแม้เพียงสักนาที เพราะมันมีแต่เสียงครางฮือในลำคอของแบมแบมอยู่เต็มหัวไปหมด


เอาเข้าจริงๆ.. มาร์คไม่รู้หรอกว่าเขาเป็นอะไร


ตั้งแต่ที่เจอ.. ตั้งแต่ที่ได้สัมผัส ตั้งแต่ที่มีคนๆนี้ก้าวเข้ามาในชีวิต ถึงแม้จะผ่านไปไม่กี่วัน แต่น่าแปลกนะ.. มีเรื่องราวมากมายที่เขาไม่เคยรู้ มีความรู้สึกหลายอย่างที่เขาก็เพิ่งเคยได้สัมผัสมัน มีเสียงหัวใจเต้นดังไปทั่วยามที่ได้ใกล้ชิด เสียงของความต้องการที่มาร์คไม่เคยรู้จักกลับเกิดขึ้นเพียงเพราะเด็กคนนี้คนเดียว


เคยอ่านในหนังสือนิยายเจอ.. ความรู้สึกที่เขาเป็นอยู่นี้ มันเรียกกันว่าความรัก..


อ่า.. ถ้างั้นลองตั้งสมมติฐานแล้วลองหาคำตอบดูมั้ยล่ะมาร์ค


ว่านายกำลังตกหลุมรักเด็กที่ชื่อแบมแบมคนนี้อยู่หรือเปล่า?




--------------------------


Talk 22/01/17

ติ๋มเป็นเจ้าบ้านที่.... เก็บค่าเช่าได้งกที่สุด 5555555555555555 เก็บทุกดอกทุกเม็ดจริงๆ แต่ติ๋มนางน่ารักน้าาา กิกิ ต่อจากนี้จะเริ่มเข้าเรื่องจริงๆแล้วนะคะ อันนี้ยังเลื่อนลอยอยู่เพราะยังคิดพล็อตต่อจากนี้ไม่ออก สารภาพว่าตอนแรกคิดเอาไว้แค่ถึงติ๋มครั้งที่ 4  กะจะมาเปิดแค่นั้นแล้วหายด้วย แต่ไม่นึกว่าฟีดแบ็คจะดีง่ะ ไม่กล้าทิ้งเลย ฮือ

เพราะงั้นจะเห็นได้ว่าติ๋มครั้งที่ 5 จะเน้นความมโนของติ๋ม 55555555555 แต่ตอนต่อไปจะเริ่มเข้าทามไลน์ของเรื่องแล้วน้า ยังไงก็ฝากติ๋มตามด้วยนะคะ มีอะไรพีคๆกว่านี้แน่นอน รีดมาเยอะไรท์มาไวเน้ออ กิกิ

ขอบคุณมากค่า มาเล่นแท็กกันนะงับ #ไอ้ติ๋มมบ


Talk 18/01/17

มีใครคิดถึงติ๋มบ้างมั้ยคะ ยู้วฮูวววว นางกลับมาพร้อมความเป็นคนคิดบวกเช่นเดิม เพิ่มเติมก็คือบวกไปอีกหนึ่ง 55555555555 เบื่อกันรึยัง ฮือออ ยังไงก็ฝากติ๋มตามด้วยน้า แรงถีบมาเยอะ ไรท์มาไวนะคะ กิกิ

ขอบคุณทุกคนที่ติ๋มตามมากค่า ขอบคุณที่เห็นรูปพี่มาร์คออฟฟิเชียลที่ใส่แว่นถือหูฟังคุณหมอแล้วนึกถึงติ๋มด้วย คืออิมเมจตรงซะน่าตกใจ ยัยเจ่อก็ดันเป็นผมสีทองที่เขียนไว้อีก โอย น่ารัก 5555555

ขอบคุณมากน้า มาเล่นแท็กกันนะงับ #ไอ้ติ๋มมบ


Talk 14/01/17

ถ้ามันดูเบลอๆไปต้องขออภัยนะคะ คือแต่งตอนง่วงมาก ตาจะปิด แต่ก็ไม่อยากให้มันค้างคา มึนมากเบลอมาก เลยพาติ๋มง่วงเลยเนี่ย 5555555555

ยังไงก็ฝากติ๋มตามด้วยน้า มันเป็นยังไงบ้างฝากส่งแรงถีบกลับมาทีนะคะ ขอบคุณมากๆค้าบ

มาเล่นแท็กกันเถอะ! #ไอ้ติ๋มมบ

ปล. เล่นเพื่อนเมกาจะเปิดจองวันนี้แล้วน้า เปิดโอน 22 ม.ค.นะคะ 


Talk 12/01/17

อูยยยยยย เจ่ออ่อยติ๋มค่ะเจ่ออ่อยติ๋ม แล้วติ๋มจะทำยังไงล่ะทีนี้ ลูกเสือสำรองจะสามารถปฏิบัติภารกิจนี้ได้หรือไม่ แล้วสภาพของเจ่อเล่าจะเป็นเยี่ยงไร จะโดนรักษาแบบไหน จะมีฉีดยามั้ย บ้าจริง! #ตีเมงตัวอือ โปรดติ๋มตามเปอร์เซ็นถัดไปนะคะ 555555555555

ขอบคุณแรงถีบน่ารักๆที่ส่งมาให้ไรท์น้า ขอบคุณทุกคนที่ยิ้มไปกับไอ้ติ๋มค่า ฮี่ๆ

มาเล่นแท็กกันเถอะ! #ไอ้ติ๋มมบ




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 146 ครั้ง

13,538 ความคิดเห็น

  1. #13533 monthiaomsin17 (@monthiaomsin17) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2562 / 22:00

    ตอบได้เลยว่า พี่มาร์คตกหลุมรักน้องแบมแบม

    #13533
    0
  2. #13488 terythunchanok (@terythunchanok) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2561 / 10:01
    ติ๋ม:คำว่าแพทย์คืออะไรไม่รู้จัก ตอนนี้รู้จักแต่คำว่ากด
    #13488
    0
  3. #13459 cherryme (@cherryme) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2561 / 10:47
    ติ๋มขี้มโนจนเขินไปหมดแล้ววว55555555
    #13459
    0
  4. #13443 ohyoyae26 (@ohyoyae26) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2561 / 12:03
    หลงน้องใช่มั๊ยยยย
    #13443
    0
  5. #13377 nam_ioz (@nam_ioz) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2560 / 21:55
    จัดเต็มทุกตอนจริงๆ tot
    #13377
    0
  6. #13329 Faii911432 (@Faii911432) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2560 / 13:44
    หมอหื่นนนน
    #13329
    0
  7. #13315 PareWaPkh (@PareWaPkh) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2560 / 20:38
    ติ๋ม นายโกง55555
    #13315
    0
  8. #13300 ::Rabbit Hole:: (@ryono-kung) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 23 กันยายน 2560 / 14:32
    ติ๋มตอนบอกว่าใจบาปนิฮาจริงๆ55
    #13300
    0
  9. #13249 Nuthathai Por (@oengoeng15) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 3 กันยายน 2560 / 21:37
    มโนเป็นเลิศจริงเลยนะติ๋ม
    #13249
    0
  10. #13245 Suthasinee_31 (@Suthasinee_31) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 กันยายน 2560 / 22:45
    ติ๋มขี้โกงงงง
    #13245
    0
  11. #13228 missnight__ (@missnight17) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2560 / 01:03
    โอ้ยยยย นี่มาร์คแกรไม่ใช่ติ๋มแล้วว อย่างงี้เขาเรียกว่าโรคจิต555555 ขำอะ ไหวแล้ว คือติ๋มมโนได้แบบบบ 
    #13228
    0
  12. #13195 YoungNie (@YoungNie) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2560 / 23:34
    ลักหลับหรอพี่มาร์คต้วน5555
    #13195
    0
  13. #13185 NCNMS. (@nutchanard) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2560 / 16:17
    พ่อติ๋มจะลักหลับน้องหรอ ว่าแต่เพ้อเจ้อได้เป็นรื่องเป็นราวมากเลยพี่แกเนี่ย
    #13185
    0
  14. #13112 เมเมไม่โมเม (@lolroronoalol) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2560 / 22:34
    เขิลลลลลลลลหนักมาก
    มีประโยคเด็ด อยากแคปมาแซะติ๋มกับไรท์เยอะแยะไปหมด
    ขอบคุณไรท์ที่มาแต่งต่อนะคะ
    ดีกับใจ ไม่งั้นคงแดดิ้น 55
    #เจ่อไม่ใจร้ายแต่ติ๋มใจบาป โอ้ย ชอบๆๆๆๆๆ
    #13112
    0
  15. #13062 AonCBexol (@AonCBexol) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2560 / 10:06
    จะหาคำตอบด้วยวิธีไหนน้ออออออ
    #13062
    0
  16. #12962 FrontHyuk (@chocolatepie) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2560 / 22:06
    มันไม่ใช่หรอกติ๋มที่นายตกหลุมรักเค้าอ่ะ มันคือความหื่นกามของนายเองต่างหากเว้ยยยย 55+
    #12962
    0
  17. #12921 mai-mai (@mai-mai-snow) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2560 / 10:56
    ถ้าพี่ติ๋มจะลักหลับน้องขนาดนี้นี่น้องแบมไม่ต้องจ่ายค่าเช่าเป็นอาทิตย์แล้วโว้ยยยยย ฟ้องสคบ.ทีมีคนโดนโกงค่าเช่า55555
    #12921
    0
  18. #12316 SK0207_ (@suputthara) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2560 / 11:21
    ความคิดแต่ละอย่างนี่ติ๋มโคตรหื่นอะ บอกทีว่าติ๋ม โอ้ย55555
    #12316
    0
  19. #12195 hyuknok (@hyuknok) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2560 / 06:58
    น้องติ๋มมม55555 โธ่ว
    #12195
    0
  20. #12129 ojay2 (@Ojay) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2560 / 14:48
    หยุดความคิดร้อยแปด ทั้งที่จริงๆคิดไปแปดร้อยยยย เออจริงงง 55555555555555 ติ๋มนี่มันจริงๆเลยยยยในหัวคิดแต่หื่นๆอ่ะ
    #12129
    0
  21. #12118 BetaBee78s (@skyauyporn) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2560 / 13:05
    ติ๋มขี้มโนอ่ะ55555555555555
    #12118
    0
  22. #11497 SeowooPark (@the01yunosama) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2560 / 09:19
    โอ๊ยยยย -หมอไม่รู้จักพอ!
    #11497
    0
  23. #11314 Mee_chutikarn (@Mee_chutikarn) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2560 / 20:43
    นางขี้มโนมากอ่ะแต่ละอย่างหื่นๆทั้งนั้น555
    #11314
    0
  24. #10433 marksman (@ammieeee) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2560 / 16:46
    มโนได้น่ากลัวมาก5555
    #10433
    0
  25. #10416 Lee_Je_taime (@tam-tae) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2560 / 23:56
    พี่มาร์คนี่คือที่สุดของความขี้มโนและมั่วนิ่มมาก โอ้ยยยย นี่แบบ ทำไปพี่ต้วนเพ้อเจ้อได้ขนาดนี้คะ อ่านไปก็อายไปแทนพี่ต้วน ฮือออ มันเกินคำว่าใสซื้อแล้วนะคะ 
    #10416
    0