END - [FIC GOT7] ไอ้ติ๋ม - MARKBAM [YAOI]

ตอนที่ 7 : ติ๋มครั้งที่ 6 [120%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 13,028
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 115 ครั้ง
    30 ม.ค. 60

ติ๋มครั้งที่ 6



'ผมแค่เป็นห่วงคุณ..'

Mark 





กิจวัตรประจำของมาร์คต้วนไม่มีอะไรมาก ตื่นนอนมาก็รีบลุกไปอาบน้ำใส่ชุดนักศึกษา แค่นาฬิกาดังครั้งเดียวนักศึกษาแพทย์ดีเด่นอย่างเขาก็ตื่นแล้วล่ะ ไม่ต้องพึ่งการปลุกห้านาทีต่อไปหรอก บางทีตื่นขึ้นมาเองตอนหกโมงตรงด้วยซ้ำด้วยความเคยชิน


ถัดมาก็อุ่นโจ๊กร้อนๆที่มักจะซื้อเตรียมไว้ในวันก่อนมากิน จัดเตรียมชีทและตำราเรียนแสนรักแสนหวง


เดินผ่านกระจกเข้าหน่อยก็แวะหวีผมให้เนี้ยบ ติดกระดุมจนถึงคอเสื้อให้เรียบร้อยตามกฏระเบียบของมหาลัย แล้วค่อยคว้ากระเป๋าที่ใส่ตำราเรียนเดินออกไปจากห้อง เดินทางไปมหาลัยด้วยความสุข สมองโล่งเตรียมพร้อมเก็บเกี่ยวความรู้ทางการแพทย์จากอาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิอย่างเต็มที่ ก็นอนชาร์จพลังงานมาตั้งแต่สามทุ่มแล้วนี่นา มาร์คต้วนไม่ง่วงง่ายๆหรอก ยิ่งเป็นวิชาเกี่ยวกับการแพทย์จะรีบออกแต่เช้าเพื่อจองที่นั่งหน้าสุด ถึงแม้จะไม่มีใครมาแย่งกับเขาเลยก็ตาม


ใช่ นั่นกลายเป็นชีวิตประจำวันสำหรับว่าที่คุณหมอมาร์คไปแล้ว แต่วันนี้ เห็นที..


ฟึ่บ


กิจวัตรของนักศึกษาแพทย์ดีเด่นคงถูกลบล้าง


นั่นก็เพราะเมื่อครู่เจ้าของห้องอย่างมาร์คเพิ่งตื่นลืมตา ร่างสูงยกมือขึ้นมาขยี้ตาด้วยความงัวเงีย กระพริบตาเสียถี่พยายามปรับสายตารับแสงแดดที่ลอดผ่าน เอื้อมมือไปหยิบแว่นสายตาขึ้นมาสวมใส่ด้วยความเคยชิน ใช้นิ้วดันแป้นจมูกแว่นให้เข้าที่เป็นการปิดท้าย


เช้าแล้วหรอ..


คืนแรกที่มีใครอีกคนนอนอยู่ข้างๆ.. ผ่านพ้นไปด้วยดีสินะ


ว่าที่คุณหมอบิดขี้เกียจเล็กน้อย ความรู้สึกเมื่อยโจมตีเข้าที่แขนข้างซ้าย ซึ่งจะขอวินิจฉัยอาการตัวเองไปว่าเพราะเมื่อคืนเขานอนตะแคงข้างเพื่อมองเด็กน้อยคนหนึ่งนานเกินไป จนไม่รู้ตัวเลยว่าหลับไปอีกทีตอนไหน


พอลองคิดดูแล้วจู่ๆ.. รอยยิ้มก็ถูกวาดขึ้น


มาร์คคิดว่าเขาชักจะบ้า.. มันบ้ามากจริงๆที่ตัวเขาเกิดกล้าโกงค่าเช่าเด็กน้อยเมื่อคืน โกงชนิดที่ว่าไม่กลัวลูกบ้านตื่นขึ้นมาเหวี่ยงหมัดใส่เขาแต่อย่างใด


ก็เพราะในตอนนั้นริมฝีปากอิ่มที่เผยอขึ้นมา อีกทั้งใบหน้าน่ารักๆที่กำลังนอนหลับนั่น.. มันทำให้มาร์คไม่เป็นตัวของตัวเอง ทำให้จรรยาบรรณแพทย์ที่สั่งสมมาต้องเสื่อมสลาย ทำให้คล้ายๆว่าเขาจะขโมยจูบแบมแบมไปเยอะอยู่เหมือนกันจนเกือบห้ามใจไม่ได้


แต่สุดท้าย.. ต้องขอบคุณสายเลือดของวงการแพทย์ที่สถิตอยู่ในตัว ขอบคุณโมเลกุลเลือดและฮีโมโกลบินอันเข้มข้นที่ทำให้สามารถฝืนใบหน้าละออกมาจากเด็กคนนั้นได้อย่างทันท่วงที ไม่งั้นล่ะป่านนี้ไม่รู้ว่าชีวิตจะเป็นยังไง ฮีโมโกลบินของเขาจะสูบฉีด โมเลกุลของเขาจะแตกซ่านไปกับหมัดอันสวยงามของแบมแบมมั้ยไม่อยากจะคิด


นั่นล่ะ ชีวิตจะเป็นยังไงไม่รู้ แต่ที่มาร์ครู้ในตอนนี้..


อยากจะเห็นใบหน้าน่ารักของแบมแบมรับอรุณสวัสดิ์ยามเช้าจังเลยแฮะ..


คิดพลางขยับตัวตะแคงข้างไปทางคนตัวเล็ก หัวใจเต้นตึกตักเมื่อพบว่าแบมแบมกำลังนอนหันมาทางนี้.. กลายเป็นเรานอนหันหน้าเข้าหากันพอดี กลายเป็นตอนนี้เราอยู่ใกล้กันโดยมีเพียงหมอนข้างกั้น


เจ้าหมอนนั่นบดบังใบหน้าของแบมแบมจนเขามองเห็นใบหน้าหวานเพียงแค่เปลือกตาบางที่ปิดสนิท จึงทำการเลื่อนหมอนข้างออกไปให้พ้นจากเตียง แล้วเลื่อนตัวเองเข้าไปแทนที่หมอนข้างนั้น พร้อมกับคิดข้ออ้างเสียเสร็จสรรพเผื่อฉุกเฉินแบมแบมตื่นมาแล้วเขาจะอ้างว่าอะไร ก็อ้างว่าเขาเผลอถีบหมอนข้างตกลงไปเลยทำให้เราใกล้กันขนาดนี้ยังไงล่ะ


แต่.. อ้างอะไรก็ช่างมันก่อน เพราะสิ่งที่น่าสนใจที่สุดในตอนนี้ก็คือเด็กตรงหน้าเขาที่กำลังนอนหลับ ขี้เซาจังนะว่าที่เมียคุณหมอ รู้สึกเหมือนคู่รักที่เพิ่งแต่งงานยังไงชอบกล ในหนังที่เขาดูเมื่อเดือนก่อนก็มีฉากนี้นี่นา พระเอกตื่นมาเจอนางเอกที่กำลังนอนหลับ ก่อนที่พระเอกคนนั้นจะข..ข..เข้าไปจูบตรงหน้าผากของนางเอก อ่า.. ฉากในหนังอันนั้นยังตราตรึงใจเขาไม่เลือนหาย เพียงแค่ดูผ่านหน้าจอก็สัมผัสได้ถึงความละมุนและอบอุ่นที่ส่งผ่านริมฝีปากนั้น


ล..ล..แล้วถ้าเขาทำบ้าง...


แบมแบมจะคิดว่าเขาอบอุ่นบ้างมั้ยนะ?


แล้วแบมแบมจะรู้มั้ยว่านอกจากริมฝีปากของเขาแล้วอย่างอื่นเขาก็อุ่น อยากจะปลุกเด็กคนนี้ขึ้นมาให้ลองพิสูจน์ความอบอุ่นที่คุกรุ่นในใจของเขาเสียตอนนี้ด้วยซ้ำ กลัวเด็กมันจะหาว่าเขามโนไปเองคนเดียวไง ก็เลยอยากให้ลองท้าพิสูจน์ของจริงกันไปเลย


ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกฮึกเหิม ยิ่งนึกก็ยิ่งเผลอเลียริมฝีปากตัวเองเสียอย่างนั้น แล้วถ้าก้มลงไปเลียริมฝีปากของแบมแบมปิดท้ายนี่จะได้มั้ยอ่ะ นี่มันฉากมอร์นิ่งคิสในหนังชัดๆนะแบบนี้


และยิ่งอยากจะเลียมากกว่าริมฝีปากก็ตอนที่แบมแบมพลิกตัวจากตะแคงข้างเป็นนอนหงายเนี่ยล่ะ.. กระดุมเม็ดนั้นช่างน่ารักเสียเหลือเกินที่แยกออกจากกัน ทำให้เขาสามารถมองเห็นแผ่นอกบางวับๆแวมๆได้อย่างเต็มตา รู้สึกอยากบริหารกล้ามเนื้อฝ่ามือโดยการเข้าไปบีบๆนวดๆแผ่นอกบางนั่นทันทีเป็นการออกกำลังในตอนเช้า


อ่า.. ไม่ไหวแล้ว.. ไม่ไหวแล้ว..


ป๊า.. ม๊า.. ช่วยมาร์คด้วย มารับมาร์คที่หอที


มาร์คเหมือนมีอาการหอบหืด มาร์คคิดว่าตัวเองกำลังมีโรคหัวใจแทรกซ้อน  เสียงหัวใจเต้นโครมครามดังไม่หยุดหย่อน เหมือนมาร์คกำลังจะเป็นไข้เพราะตัวร้อนหูร้อนหน้าร้อนลูกชายมาร์คก็ร้อนไปหมด หรือมาร์คจะลืมเปิดแอร์ก่อนนอนกันนะทำไมมันถึงร้อนแบบนี้ แต่จำได้นี่ว่าเป็นคนเปิดมันเองกับมือ


แอร์เสีย.. แอร์เสียแน่ๆ


สงสัยกลับมาต้องโทรเรียกช่างให้มาซ่อมซะแล้วล่ะมั้งถึงจะหาย


ยัง..ยัง.. ยังไม่พอนะป๊า


“อือ..”


มาร์ครู้สึกหายใจติดขัดเวลาเสียงหวานๆนั่นครางฮือออกมา อาจจะเพราะว่าเด็กคนนี้กำลังรำคาญมือของมาร์คที่เข้าไปช่วยติดกระดุมเม็ดนั้นให้อยู่ก็ได้


แต่ในตอนเช้าคนเรายังปรับระดับสายตาไม่ได้เต็มที่อันนี้ป๊าต้องเข้าใจ มาร์คก็เลยเผลอมือวืดไปหน่อยทำให้กระดุมเม็ดนั้นยิ่งห่างจากกันกว้าง ทำให้ยิ่งเห็นแผ่นอกบางที่ทำเอามาร์คเผลอลอบกลืนน้ำลาย... รู้สึกบาปขึ้นมาทันทีที่ไปพรากรังดุมและกระดุมให้แยกออกจากกัน มาร์คต้องไปเข้าโบสถ์สารภาพผิดวันอาทิตย์นี้มั้ยครับบาปนี้จะได้หาย?


แต่เรื่องเข้าโบสถ์เอาไว้ค่อยคิดทีหลังดีกว่าเนอะป๊า เพราะเมื่อกี้มาร์คเผลอเหลือบไปมองนาฬิกาฝาผนังก็ต้องพบว่านี่มันเวลาแปดโมงสิบสี่นาที และมาร์คมีเรียนแปดโมงครึ่ง มาร์คจึงสรุปใจความสำคัญได้ว่ามาร์คกำลังสาย...


ใช่.. สาย... สายแล้ว!


ว่าที่คุณหมอและนักศึกษาแพทย์ดีเด่นอย่างมาร์คต้วนกำลังสาย!


เกิดมาชีวิตนี้ไม่เคยไปสายสักนาทีเดียวสาบานได้ แต่เขากำลังจะไปเรียนวิชาแสนรักสายเพราะเผลอนอนมองแบมแบมแค่แปปเดียวเนี่ยนะ!!


เข็มนาฬิกาที่เดินหน้าไปเรื่อยๆทำให้ร่างสูงรีบลุกขึ้นจากเตียงด้วยความเร็วแสง และเพราะดันอยากจะเร็วกว่าแสงไปหน่อยนั่นล่ะทำให้มาร์คต้วนเกือบสะดุดผ้าห่มล้มลงไปกับเตียง ดีที่ทรงตัวไว้ได้ทันจากสกิลการโหนรถเมล์ แต่ถ้าล้มแล้วทับแบมแบมนี่ได้หมดถ้าสดชื่น

 

ใช้เวลาอาบน้ำปกติห้านาทีไม่ขาดไม่เกิน สดชื่นของจริงแล้วคราวนี้ คว้าเสื้อนักศึกษาเดินออกมาสวมใส่ลวกๆข้างนอกด้วยความเคยชิน วันนี้ก็ทำสถิติอาบน้ำคงที่ ณ เวลาห้านาทีได้เช่นเคย


แต่แล้วกรอบสายตาก็ดันเห็นแบมแบมที่กำลังนอนอยู่บนเตียง ว่าที่คุณหมอก็ฉุกคิดได้ว่าตอนนี้ห้องของเขาไม่ได้มีเขาคนเดียวอีกต่อไป เมื่อครู่นี้แค่ทำตามความเคยชินที่อยู่คนเดียวก็เลยออกมาใส่เสื้อข้างนอก ด้วยความเขินอายว่าที่เมียหมอ ว่าที่คุณหมอก็เลยรีบแจ้นเข้าไปใส่เสื้อในห้องน้ำ


ตอนนี้จะทำอะไรก็ต้องรู้จักเขินอายเด็กน้อยที่กำลังนอนอยู่นั่นบ้าง แต่ถ้าเด็กมันจะออกมาใส่เสื้อข้างนอกแบบที่เขาทำนี่ก็ไม่ถือนะ.. แต่ช่วยบอกเขาให้ใส่แว่นก่อนได้มั้ยก่อนจะออกมา เขาจะได้เห็นภาพชัดๆแบบสามดีไม่มีอะไรมาบดบัง


สะบัดหัวให้กับความมโนที่สร้างขึ้น ความมโนที่อยากจะทำให้กลายเป็นจริงสักวัน ก่อนจะมองข้ามความมโนนั้นแล้วมองตัวเองในกระจกแทน


สิ่งที่ปรากฏอยู่ในสายตาคู่คมผ่านแว่นสายตา คือร่างสูงของคนขาวๆที่มีลอนกล้ามท้องอ่อนๆ ถึงแม้จะไม่มากแต่มาร์คก็คิดว่ามันพอจะสู้คนอื่นได้ไม่มากก็น้อย รู้สึกขอบคุณอาหารการกินที่ยังพอเข้มงวดอยู่บ้าง


ถึงจะเป็นหมอและดูแลเรื่องอาหารการกิน แต่เรื่องออกกำลังกายนี่สิที่เขาไม่ได้แตะสักนิด วันๆขลุกอยู่กับหนังสือ จะมีเวลาไปทำแบบนั้นได้ยังไง แต่.. พอมีแบมแบมเข้ามาในชีวิต จากที่ขลุกอยู่กับหนังสือ เกรงว่าบางที..


เขาอยากจะลองขลุกตัวกับแบมแบมดูบ้างแล้วล่ะ..


คงต้องเลิกหมกตัวอยู่กับหนังสือแล้วเข้าฟิตเนสซะแล้วแบบนี้ นี่ทำเพื่อตัวเองล้วนๆนะไม่ได้ทำเพื่อใครเลยสักนิด เขาจะได้มีหุ่นเฟิร์มๆเอาไว้อวดแบมแบมตอนถอดเสื้อ เอ้ย จะได้มีร่างกายที่แข็งแรงพร้อมลุยกับตำราเรียนแสนรักได้ไง!


ม..ไม่ทันแล้วหรอ เหตุผลนี้ไม่ผ่านใช่มั้ย งั้น.. ยอมรับก็ได้.. เพราะว่าที่เมียคุณหมอจะได้ภูมิใจ ที่มีสามีทั้งฉลาดทั้งเพอร์เฟ็คแบบเขาไงล่ะ ฮึ่ย.. เขินแฮะ


ตั้งปณิธานแรงกล้ากับตัวเองเป็นที่เรียบร้อย จึงรีบจัดการเสื้อผ้าหน้าผมให้เสร็จสรรพ พกความมั่นใจเต็มร้อยด้วยการติดกระดุมเม็ดบนสุดอย่างที่เคยทำ เซ็ตผมให้ตั้งขึ้นและใส่เจลเอาไว้ หวีให้มันเรียบลงไปเพื่อความเรียบร้อยหาที่ติไม่ได้ มองตัวเองในกระจกอย่างภาคภูมิใจ ขยับแว่นสายตาเสียทีหนึ่ง เนี่ยล่ะ.. หล่อสุดๆแล้ว พร้อมให้แบมแบมประทับใจในลุคแบบนี้ของเขาสุดๆ


คิดได้ดังนั้นก็เดินออกมาจากห้อง ปิดประตูเบาๆเพราะกลัวใครอีกคนจะตื่น


ทว่า..


ฟึ่บ!


“อือ..”


!!!


นัยน์ตาคมกริบกลับเบิกตากว้างผ่านเลนส์แว่นสายตา เพียงแค่หันมามองเตียงตัวเองเท่านั้น


“มาร์ค..”


อ่า..


“ทำไมมึงตื่นเช้าจังวะ..”


ทำไมคุณถึงน่ารักน่าฟัดแบบนี้ล่ะครับแบมแบม..


ใครจะนึกล่ะว่าแต่งหล่อเสร็จออกมาก็เจอกับร่างเล็กที่กำลังบิดขี้เกียจและมองมาทางเขาแบบพอดิบพอดี.. มองมามองกลับไม่โกงครับ กระดุมที่ยังคงแยกออกจากกันนั่น.. ชายเสื้อซึ่งเลิกขึ้นยามที่แบมแบมขยับตัวไปมานั่น..


“มาร์ค..”


อุทานเบาๆในใจอีกครั้งว่าเซ็กซี่จังนะตัวแค่นี้...


“ไอ้มาร์ค”


บิดสูงๆอีกทีได้มั้ยครับสายตาผมจะได้สวัสดีตอนเช้ากับเจ้าจุกสีน้ำตาลแสนน่ารัก


“ติ๋ม!


“อะ..ค..ครับ?”


“อือ.. กูถามว่าทำไมตื่นเช้า”


แบมแบมขยี้ตางัวเงียถามอีกครั้ง ใบหน้าน่ารักๆกำลังงอแงเป็นเด็กๆเพราะไม่ได้รับคำตอบจากเขา ริมฝีปากงุ้ยๆก็กำลังขมุบขมิบคาดหวังในคำตอบที่เขากำลังจะเอื้อนเอ่ย


เป็นภาพที่มาร์คก็อยากจะบอกเหลือเกินว่าถ้าเช้าไปก็นอนทับกัน เอ้ย... นอนด้วยกันต่อเลยดีมั้ยครับผมจัดให้


แต่ด้วยเลือดความเป็นแพทย์อันเข้มข้นที่ไหลเวียนอยู่ในเส้นเลือดใหญ่และเส้นเลือดฝอย


“คือ.. ผมมีเรียนเช้าน่ะครับ ปกติผมตื่นเช้ากว่านี้อีกด้วยนะ”


จึงทำให้ว่าที่คุณหมอจำต้องบอกตามความเป็นจริงไป


ใช่ อันแรกน่ะพูดจริง แต่อันหลังนี่ไม่รู้พูดไปทำไม แต่ก็คิดไปเสียว่าภรรยาที่ดีก็ควรรู้เวลาตื่นนอนของสามี ก็เลยบอกให้ว่าที่เมียคุณหมอรู้สักนิดท่าจะดีนะ


“เช้า? เรียนกี่โมงวะ”


“ป..ป..แปดโมงครึ่งน่ะครับ..”


ตอบไปด้วยความขวยเขิน ถ้าไม่เกรงใจนี่ลงไปกลิ้งม้วนหน้าม้วนหลังแล้วด้วยซ้ำ


แบมแบมถามเวลาเรียนเขาด้วยอ่ะ...ทำไมว่าที่เมียคุณหมอน่ารักแบบนี้ครับใส่ใจเวลาเรียนของหมอด้วย ขอเวลานอกให้หมอเขินแปปได้มั้ยครับอาจารย์หมอ อย่าเพิ่งเริ่มคลาสเรียนก่อนที่ผมจะ...


“นี่มันจะเก้าโมงครึ่งแล้วนะไอ้ห่า มึงยังมายืนบิดทำซากอะไรตรงนี้วะ!


จะไปถึง....


นี่มันเก้าโมงครึ่งแล้วหรอบ้าจังครับ!!


“ผ..ผม..” มาร์คหน้าตาตื่น เมื่อรู้ว่าตนกำลังสาย ไม่สิ สายแล้วต่างหาก เงยขึ้นเงยลงมองนาฬิกาผนังสลับกับนาฬิกาข้อมือเป็นพัลวัน ใบหน้าคมคายที่ตื่นตระหนกทำเอาแบมแบมส่ายหัวระอา ไม่อยากจะเชื่อว่าคนติ๋มอย่างมันจะสายแบบคนอื่นเป็นเหมือนกัน และที่ไม่อยากจะเชื่อที่สุดคือแม่งจะช็อคอะไรนักหนาวะเขาไม่เข้าใจ เอาเวลาหันซ้ายหันขวามองนาฬิการีบเดินทางไปเรียนมันจะดีกว่ามั้ยล่ะบักติ๋มเอ๊ย


“รีบไปได้แล้วไอ้ติ๋ม มัวแต่มายืนเอ๋ออยู่ตรงนี้จะให้กูช่วยถีบส่งมึงไปรึไง” เป็นคำหวังดีที่มาร์คก็อยากจะยืนซึ้งอยู่หรอกนะถ้าไม่ติดว่ามันจะเก้าโมงแล้ว แบมแบมทำเพื่อเขาขนาดไหนถามเท้าที่กำลังจะถีบส่งเขาจริงๆอย่างที่พูดดู


“ง..งั้นผมไปก่อนนะครับ คุณรีบอาบน้ำแล้วรีบไปเรียนด้วยนะ!


เลยทำได้แค่บอกแบมแบมไปแบบนั้น คว้ากระเป๋าและข้าวของสำคัญวิ่งไปยังหน้าประตู ฝ่ามือใหญ่เคลื่อนเข้าจับที่บิดลูกบิดประตูแล้ว


“คือ.. ผม... ผมไปแล้วนะครับ!


แต่ก็ยังไม่วายหันมาร่ำลาคนบนเตียงอีกครั้งแล้วค่อยเปิดประตูออกไป


ปัง!


เสียงปิดประตูจากฝีมือเจ้าของห้อง..


“ฮะๆ..”


เรียกเสียงหัวเราะเบาๆจากคนเช่าห้องได้อย่างง่ายดาย


แบมแบมมองประตูที่เพิ่งปิดลง ส่ายหัวไปมาด้วยรอยยิ้มที่ตัวเขาเองก็ไม่รู้เหมือนกัน.. ว่าจะต้องยิ้มกับท่าทางเก้ๆกังๆของมาร์คไปทำไม


รู้แค่คำๆหนึ่งที่วิ่งผ่านเข้ามาในหัว  และคำๆนั้นก็คือการที่เขาคิดว่ามาร์คน่ารัก.. หรือบางที.. เขาอาจจะนอนจนเมา ไข้กินจนเบลอไปแล้วก็ได้ที่ทำให้มีความคิดแบบนี้ นั่นจึงทำให้แบมแบมเอียงคอไปมาเพื่อคลายความเมื่อยล้า ยกมือขึ้นแตะหน้าผากตัวเองก็พบว่าไข้เริ่มทุเลาลงไปมาก หากแต่ยังมีอาการรุมๆอยู่หน่อยๆ กินยากินข้าวอีกไม่กี่วันก็คงหาย


ทว่า..


ในขณะที่ร่างเล็กกำลังจะพยุงตัวลุกจากที่นอน


ปึง!


ประตูก็ถูกเปิดออกอย่างแรงอีกครั้ง


และเสียงประตูที่ว่านั่น..


คุณ!”


มาพร้อมกับเจ้าของห้องที่ยืนหอบอยู่หน้าประตู จุดโฟกัสสายตาของมาร์คตกอยู่ที่เขา เสียงเหนื่อยหอบและลมหายใจที่เด่นชัดราวกับอีกคนวิ่งขึ้นมาบนหอพักทำเอาแบมแบมถึงกับขมวดคิ้ว


อะไรของมึงอีกวะติ๋ม ไหนบอกว่าจะรีบไปร..”


อย่าลืมกินข้าวก่อนกินยา อย่าลืมกินยาหลังอาหาร อย่าลืมทายาแก้ปวดตรงหลัง ล้างแผลตรงเอวด้วยนะครับรู้มั้ย อย่าลืมกินยาแก้ปวดถ้ารู้สึกปวดแผล อย่าลืมกินยาแก้ไข้ถ้าคุณรู้สึกตัวร้อน นอนหลับพักผ่อนเยอะๆด้วยก็ดีนะครับคุณจะได้หายไวๆ


นอกจากจะได้ยินเสียงของว่าที่คุณหมอร่ายยาวใส่เขาแล้ว..


ตึกตัก ตึกตัก


แบมแบมยังได้ยินเสียงหัวใจของตัวเองอีกด้วย


แต่ไม่.. ไม่สิ เขาจะใจเต้นกับการที่คนติ๋มๆแบบนั้นมาสั่งเขาได้ยังไง คำพูดที่ไม่ว่ายังไงก็คิดได้ว่ามาร์คกำลังเป็นห่วงเขาน่ะ.. เรื่องแบบนี้..


มันไม่มีทางเป็นไปได้หรอก


คิดเอง.. ก็ไม่รู้ทำไมถึงเจ็บจี๊ดที่หัวใจอยู่ลึกๆ


ยาเยอะขนาดนั้นกูไม่ต้องกินหมดก็ได้มั้ง”


แต่แบมแบมเลือกที่จะมองข้ามความรู้สึกนั้นไปสิ้น


“กูไม่เป็นอะไรมากหรอกน่า ไม่ต้องป..”


ทว่า..












ไม่ได้นะครับ ผมเป็นห่วง!”


!!!


ใบหน้าจริงจังของว่าที่คุณหมอ อีกทั้งน้ำเสียงที่ราวกับจะยืนยันในความรู้สึกเป็นห่วง ซึ่งออกมาจากริมฝีปากได้รูปนั่น..


ติ๋ม..”


..คือ..”


มึงคงไม่ได้วิ่งกลับมา.. เพื่อจะบอกกูว่าอย่าลืมแดกยาแค่นี้ใช่มั้ยวะ?”


ใช่.. คนอย่างมาร์คคงไม่ได้วิ่งกลับมา เพื่อจะบอกเขาว่าอย่าลืมกินข้าวและกินยาแค่นี้ใช่มั้ย?


เวลาถูกใครสักคนเป็นห่วง.. มันรู้สึกดีแบบนี้เองน่ะหรอ?


เวลาถูกใครสักคนมองด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเป็นห่วงแบบนั้น.. มันต้องใจเต้นแรงแบบนี้ด้วยหรือเปล่า?


แม้แต่กับแม่บังเกิดเกล้า.. เขายังไม่เคยได้สัมผัสความรู้สึกแบบนี้


เพราะงั้น.. ขอที.. ขอทีเถอะ


อย่าพูดยอมรับว่าใช่ให้เขาหวั่นไหว


ครับ..”


“....”


ผมเป็นหมอ.. อ่า ไม่ใช่สิเป็นว่าที่หมอ แล้ว.. คุณก็เป็นคนไข้ในเคสของผม


"...."


"เคสพิเศษ"


“....”


อย่าพูดอะไรที่ทำให้เขาสับสนได้มั้ย?



..ผม.. ผมแค่..”


“....”


เพราะแค่นี้..














ผมแค่เป็นห่วงคุณ..”


ตึกตัก ตึกตัก


เขาก็รำคาญเสียงหัวใจตัวเองจะแย่อยู่แล้ว


แบมแบมเม้มริมฝีปาก รู้สึกคำพูดถูกเสียงหัวใจตัวเองกลืนหาย รู้สึกว่ามันบ้า.. บ้าชะมัด ที่ถูกแววตาซื่อๆของผู้ชายคนนี้มองมาแล้วเกิดความรู้สึก.. แม่งเอ๊ย ไม่อยากจะยอมรับเลยจริงๆว่าเขาหวั่นไหวกับเสียงทุ้มต่ำของไอ้ติ๋ม ไม่อยากยอมรับจริงๆว่านัยน์ตาคู่คมภายใต้กรอบแว่นตาสีดำสนิทนั้นทำให้หัวใจของเขาเต้นดังมากแค่ไหน


และยิ่งมองใบหน้าคมคายภายใต้เลนส์แว่นสายตา แบมแบมก็ยิ่งเห็นผู้ชายคนหนึ่งซึ่งหน้าแดงก่ำ หูของมาร์คมันแดงยิ่งกว่าลูกตำลึงเสียด้วยซ้ำ มือทั้งสองของร่างสูงก็กำลังกำแน่น คล้ายๆกับลืมตัวว่าเมื่อครู่นี้ได้พูดอะไรออกมา


“คือผม..” แบมแบมมั่นใจว่าความคิดของตนนั้นถูก ทันทีที่เสียงทุ้มต่ำพึมพำอะไรสักอย่าง


และใช่ ว่าที่คุณหมออย่างมาร์คต้วนรู้สึกประหม่าจะแย่แล้วในตอนนี้ ความเงียบหลังจากที่ตนพูดว่าห่วงใครอีกคนมันไม่ใช่สิ่งที่ร่างสูงชอบเลยสักนิด ใบหน้าหวานที่อึ้งกับคำพูดนั้นมันไม่ใช่สิ่งที่มาร์คคาดหวังเอาไว้เลย


“ฮะๆ..”


“อึก..”


เสียงหัวเราะนั่นก็ด้วย..


“ค..คุณหัวเราะอะไรน่ะ..”


ทำไมแบมแบมต้องหัวเราะแบบนั้นด้วยล่ะ เขาพูดอะไรผิดหรอ เขาทำอะไรผิดหรือไง เขาก็แค่.. ก็แค่..


“ผมเป็นห่วงคุณจริงๆนะครับ”


แค่เป็นห่วงเด็กคนนี้มากเกินไปเท่านั้นเองใช่มั้ย..


สีหน้าของว่าที่คุณหมอซึ่งแสดงออกมา แน่นอนว่าแบมแบมสังเกตมันได้ไม่ยาก หากแต่ร่างเล็กกลับไม่ตอบรับคำพูดอะไรทั้งสิ้น


ท่ามกลางความเงียบงัน


ฟึ่บ


!!


แบมแบมทำเพียงแค่เดินออกไปหยิบอะไรสักอย่างบนโต๊ะแถวนั้น เมื่อร่างเล็กหันมา ปรากฏว่าในมือมีทิชชู่แผ่นบางๆอยู่ มาร์คทั้งตกใจและไม่เข้าใจ ใบหน้าคมคายแสดงความสงสัยออกมาชัดเจน ทำเอาแบมแบมที่กำลังเดินเข้าไปใกล้แทบหลุดขำ ใบหน้าของว่าที่คุณหมอมันช่าง.. อ่า.. น่ารักชิบหายล่ะมั้งเล่นทำหน้างงซะขนาดนี้


ตรงกันข้ามกับคนที่น่ารักชิบหายซึ่งกำลังงงงวยสุดขีด คิ้วหนาขมวดเข้าหากันเมื่อแบมแบมกำลังใกล้เข้ามา มาร์คมองทิชชู่ในมือเล็กสลับกับใบหน้าหวาน แบมแบมไม่มีท่าทีว่าจะหยุดเดินเข้ามาใกล้เขา


“คุณทำอะ..


ทว่ายังไม่ทันที่จะได้เอ่ยถาม ทิชชู่แผ่นนั้น..


แปะ!


!!!


ก็ตรงเข้ามาแปะที่กลางหน้าผากของเขาโดยฝีมือของแบมแบม


อีกทั้งยังมาพร้อมกับคำพูด


“ขอบคุณที่เป็นห่วงนะครับ”


“อึก..













“พี่มาร์ค”


ตึกตัก ตึกตัก


ที่ทำให้กล้ามเนื้อหัวใจของเขาต้องอักเสบอีกแล้วด้วย


เสียงหัวใจของเขามันเต้นแรง.. เต้นแรงมากจริงๆ มาร์คมองภาพตรงหน้าเสียเต็มตา มันคือภาพใบหน้าของเด็กคนนึงซึ่งกำลังวาดรอยยิ้มเล็กๆบนริมฝีปาก และกำลังยกมือขึ้นเพื่อเช็ดเหงื่อให้กับเขาด้วยความแผ่วเบา หากแต่เป็นความแผ่วเบาที่หนักแน่นอยู่ในความรู้สึกของเขาไม่จางหาย


“รีบวิ่งขึ้นมาจนเหงื่อออกเยอะแบบนี้..”


“...”


ถ้ารู้สึกอยากจะโดดเรียนแล้วเก็บค่าเช่าแบมแบมซะตอนนี้..


“ผมก็รู้สึกผิดแย่สิครับถ้าไม่ได้ทำตามที่พี่หมอบอก”


มันจะผิดหลักทางจรรยาบรรณแพทย์ที่สั่งสมมาหรือเปล่านะ?


มาร์คกลืนน้ำลาย กลายเป็นว่าตอนนี้ไม่สามารถพูดอะไรได้ พยายามบังคับสายตาไม่ให้เผลอไปจ้องริมฝีปากสีแดงสดที่อยู่ตรงหน้า แต่ทำไมผลลัพธ์ที่ได้มันตรงกันข้ามอันนี้ก็น่าคิด.. เพราะในขณะที่แบมแบมกำลังซับเหงื่อให้ด้วยความตั้งใจ เขาก็ตั้งใจมองใบหน้าหวานที่อยู่ห่างกันเพียงไม่กี่เซ็นนี้ด้วยเช่นกัน ก็.. ตั้งใจมาตั้งใจกลับแฟร์ๆไงครับไม่โกง


ฟึ่บ!


“อ๊ะ!” แทบลืมหายใจเมื่อจู่ๆมือเล็กก็ผละออกกะทันหัน ระดับสายตาเห็นมือของแบมแบมปรากฏอยู่ตรงหน้า ประสบการณ์ที่ผ่านมาทำให้สมองของมาร์คสั่งเปลือกตาให้รีบปิดเตรียมรับหมัดลุ่นๆที่อาจจะเกิดขึ้นในอีก..


“ไม่ต้องทำหน้าตื่นขนาดนั้นน่า ไม่ได้จะต่อยซักหน่อย”


ทว่าแบมแบมเพียงแค่ลดระดับมือลงมา


“แค่จัดปกเสื้อให้เฉยๆ”


“....”


เพื่อจ..จ..จัดปกเสื้อให้เขา..


ยิ่งทำให้เรานั้นดูเหมือนคู่รัก.. คู่รักที่เพิ่งแต่งงานแล้วย้ายเข้ามาอยู่ด้วยกัน เวลาสามีจะออกไปทำงาน ภรรยาก็จะมาช่วยจัดเสื้อให้สามีเงี้ย.. นี่มัน.. นี่มัน..















“สิบโมงแล้วนะติ๋ม มึงไม่รีบไปเรียนอีกหรอวะ?”


!!!


นี่มันสิบโมงแล้วหรอครับบ้าเอ๊ย!!


ยืนปริ่มกับปกเสื้อและเหงื่อที่แห้งสนิทยังไม่ทันจะชื่นใจ ก็เป็นอันต้องเตรียมรีบวิ่งไปเรียนอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ได้กำลังใจจากว่าที่เมียคุณหมอล้นซะขนาดนี้ จะให้วิ่งอีกกี่รอบหมอว่าหมอก็ไหวอ่ะครับ นี่เคยได้แชมป์วิ่งผลัดตอนอนุบาลสองมาไม่รู้หรอ!


“ทำหน้าฟินเหี้ยอะไรของมึงเนี่ย ไปได้แล้วไอ้ติ๋มไม่ต้องวิ่งกลับมาที่ห้องอีกนะ เหม็นขี้หน้ามึงชิบ”


มารู้ตัวอีกทีก็ตอนแบมแบมดันให้เดินออกไปจากรัศมีของประตูเพื่อจะถีบส่งเขาออกจากห้องเนี่ยล่ะ น้ำเสียงห้วนๆที่ได้ยินมาร์คก็คิดนะว่าเขาหูฝาดไปหรือเปล่ากับคำที่แบมแบมเรียกเขาว่าพี่มาร์ค ไอ้ครั้นจะค้านและบอกว่าถ้าเหม็นหน้าก็เข้าไปอาบน้ำให้ผมอีกรอบสิครับคุณจะได้หายเหม็นก็เห็นว่าคงไม่ทัน


ปัง!


โดนปิดประตูใส่หน้าเข้าจังๆมาร์คก็ได้แต่ยืนคอตก แค่คำว่าอ้าวแบมแบมก็ไม่แม้แต่จะฟังเขาด้วยซ้ำอ่ะ ใจร้ายจริงเด็กอะไร แต่ถึงอย่างนั้นก็ยกมือขยับแว่นมองบานประตูที่ปิดสนิทด้วยความเสียดาย...


อือ.. เสียดายอ่ะ


ยังไม่ทันได้จูบลาว่าที่เมียหมอเลยก็โดนไล่ออกมาซะแล้ว


ถอนหายใจให้กับตัวเอง เอาน่ะ.. คืนนี้ค่อยกลับมาเก็บค่าเช่าก็ยังไม่สาย จะคิดทบความคิดถึงคิดดอกค่าทำให้เข้าเรียนสาย และคิดได้แล้วล่ะว่าควรจะรีบวิ่งไปเข้าเรียนตอนนี้ก่อนที่จะพลาดวิชาแสนรัก


กระชับกระเป๋าสะพายแล้วก้าวออกมา จากหนึ่งก้าว.. สองก้าว และสามก้าว อีกไม่กี่ก้าวก็ใกล้จะถึงตัวลิฟต์ และมาร์คก็กำลังจะยกมือขึ้นกดปุ่มลงเพื่อรอลิฟต์ให้มารับแล้ว


ใช่ ว่าที่คุณหมอก็คงทำอย่างนั้น


แอ๊ด


ถ้าหาก..


“เฮ้ย!!


!!


ไม่มีเสียงประตูและเสียงเรียกจากแบมแบมดังไล่หลัง


และ..


“มึงอ่ะ!


“....”


“ต..ตั้งใจเรียนนะ..”


“....”


“รีบกลับมาด้วยล่ะ”


“....”


“ล..แล้ว.. ซื้อข้าวมาฝากกูด้วย”


“....”


“ก..กู...”


“....”


“กูจะรอนะเว่ย..”


ปัง


เสียงประตูดังขึ้น พร้อมกับเสียงของแบมแบมที่เงียบสนิท ทุกๆอย่างปิดลง ยกเว้นเสียงหัวใจของเขา คำพูดทุกคำของแบมแบมที่ดังก้องในหัว และรอยยิ้ม.. ที่ไม่ได้ปิดตามประตูบานนั้นลงไป


อ่า.. ถึงวันนี้เขาจะไปสาย ถึงจะโดนหักคะแนนเก็บสักศูนย์จุดห้า หนึ่งจุดห้า ถึงจะโดนอาจารย์หมอว่า หรือจะ.. จะอะไรก็ช่าง


แต่แลกกับการได้เห็นรอยยิ้มของเด็กคนนั้น..


แลกกับการที่เขาได้ยินเสียงกล้ามเนื้อหัวใจมันกำลังอักเสบ


แลกกับความรู้สึกดีๆแบบนี้


มัน..


ตีค่าของสารเอ็นโดรฟินไม่ได้เลยแฮะ..






 

ทางด้านเจ้าของเสียงประตูที่ถูกปิด


ทันทีที่ลูกบิดเข้าที่ของมันเรียบร้อย แบมแบมเดินวาดรอยยิ้มเข้ามาในห้อง ก็แปลกใจตัวเองอยู่เหมือนกันว่าทำไมเขาถึงต้องยิ้ม.. แต่มันหุบยิ้มไม่ได้จริงๆยามที่นึกภาพของไอ้ติ๋มซึ่งทำหน้าตาเด๋อด๋า อ้ำๆอึ้งๆ จับต้นชนปลายไม่ถูกก่อนจะถูกเขาดันตัวออกไปจากห้องเมื่อครู่นี้


และที่ออกไปตะโกนไล่หลังนั่นแบมแบมก็ไม่รู้ตัวเลยว่าทำอะไรลงไป.. แต่ก็บอกกับตัวเองไว้ว่าเขาแค่ตอบแทนที่มันวิ่งกลับมาเตือนเขาให้กินยา ตอบแทนความเป็นห่วงด้วยคำพูดอะไรเล็กๆน้อยๆ


ใช่.. ก็แค่นั้น ไม่มีอะไรสักหน่อย จะคิดมากไปทำไมวะ? จะยิ้มจนปวดแก้มไปหมดแบบนี้ทำไมล่ะแบมแบม?


ครืด..


ความสับสนในหัวถูกขัดจังหวะด้วยการสั่นของสมาร์ทโฟนที่วางเอาไว้บนโต๊ะ แบมแบมยกมือขึ้นตบแก้มตัวเองเพื่อเรียกสติ สะบัดความคิดและภาพของไอ้ติ๋มเมื่อครู่นี้ไปสิ้น ก่อนจะเดินเข้าไปหยิบมันขึ้นมา


ในใจคิดไปว่าอาจจะเป็นยูคยอมที่โทรมาหาเขาเพื่อถามความเป็นอยู่ตอนนี้ก็ได้ ในเมื่อแก๊งของเขากำลังเจอภาวะวิกฤตโดยฝีมือไอ้คู่อริพวกนั้น มันจะมาดักตีหรือลอบทำร้ายเขาตอนไหนก็เดาไม่ได้ เขาก็วิ่งหนีหัวซุกหัวซุน ต้องขออาศัยไอ้หมอมันอยู่แบบนี้ ยูคยอมก็เข้าโรงพยาบาล พวกรุ่นน้องก็ไม่แตกต่างกัน เราทุกคนยังไม่พร้อมเจอศึกหนักเวลานี้เลย


เมื่อเดินไปถึงโต๊ะมือเล็กคว้าสมาร์ทโฟนเครื่องสวยขึ้นมาดู คิ้วเรียวขมวดคิ้วเข้าหากันแบบไม่รู้ตัวเมื่อสิ่งที่แสดงอยู่บนหน้าจอนั้นมันบอกว่าเป็นข้อความ.. มีข้อความเข้า จากเบอร์แปลกหน้าที่ไหนก็ไม่รู้ จึงไม่รอช้าที่จะกดข้อความนั้นเพื่อเข้าไปอ่านว่าคืออะไร


จากตอนแรกที่แบมแบมคิดว่าเขาแม่งไม่สามารถหุบยิ้มได้เลยในตอนนี้


ทว่า..


ทันทีที่กดข้อความ


ปิ๊บ


ทันทีที่ได้อ่านตัวอักษรซึ่งอยู่ในข้อความนั้น

















สนามแข่งรถ W เวลาสามทุ่ม มาคนเดียว หรือถ้าไม่.. เตรียมรับศพของเพื่อนมึงได้เลย


!!!


รอยยิ้มได้จางหายไปหมดเหมือนไม่เคยมีมาก่อน


ข้อความของหวังแจ็คสัน..


แบมแบมบอกตัวเองว่าเขาไม่ควรเชื่อข้อความนั้น ที่ว่ายูคยอมโดนจับไป ก็ตอนนี้มันอยู่ที่โรงพยาบาลนี่ มันจะไปโผล่ที่สนามรถของไอ้แจ็คสันได้ยังไงกัน ถึงแม้เลื่อนลงมาจะมีรูปของชายคนนึง ซึ่งมองแล้วคล้ายๆกับเพื่อนเขาไม่มีผิดเพี้ยน.. แต่แบมแบมก็ไม่เชื่อ และไม่อยากเชื่อโดยเด็ดขาด


รีบต่อสายหาเพื่อนรักทันทีด้วยหัวใจที่ร้อนรน ยกโทรศัพท์แนบหูทั้งๆที่ในใจภาวนา ขออย่าให้เป็นเรื่องจริง ขอให้ไอ้แจ็คสันมันแค่แกล้งเขา ขอให้คิมยูคยอมรับ มันต้องรับ.. รับสายเขาสิ!


กระทั่งได้ยินเสียงที่ไม่อยากได้ยินที่สุดในตอนนี้..


เลขหมายที่ท่านเรียกไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้ กรุณาติดต่อใหม่..


“อึก..”


เขาเริ่มรู้สึกกลัวข้อความนั้นขึ้นมาแล้วจริงๆ


แบมแบมกำมือแน่น อ่านข้อความนั้นซ้ำๆด้วยความรู้สึกโกรธ เกือบจะปาโทรศัพท์ในมือทิ้งด้วยซ้ำถ้าหากยั้งใจไม่ทัน ไม่ต้องเดาก็รู้ว่านี่มันคือการท้าแข่งรถ.. การท้าทายจากไอ้หมาหมู่หวังแจ็คสันที่คิดอยากจะมีเรื่องกับเขา และทำตัวเป็นหมาข้างถนนเล่นสกปรก โดยการพาตัวยูคยอมไปเป็นตัวประกันเพื่อให้เขาเดินไปตามเกมของมัน เพราะรู้ว่าเพื่อนสำหรับเขาคือคนที่สำคัญที่สุด


Damn it!!


ปึง!!


สองมือทุบเข้าที่โต๊ะด้วยความเจ็บใจ ก้มหน้าด้วยความรู้สึกหนักอึ้งซึ่งตัวเขาเป็นคนแบกรับ


เจ็บใจ.. เจ็บใจมากจริงๆ


เจ็บใจที่ไม่สามารถปกป้องเพื่อนตัวเองไว้ได้


ไม่เข้าใจหรอกว่าเคยไปทำอะไรไว้ให้หวังแจ็คสันคนนั้น ถ้าหากจะเป็นเรื่องที่รุ่นน้องของเขาและลูกน้องของมันมีเรื่องกัน นั่นก็เพราะลูกน้องของมันนั่นล่ะที่เป็นฝ่ายผิด เราก็เคลียร์กันไปแล้ว เขาบอกไปแล้วว่าจะไม่ยุ่งเกี่ยวอะไรทั้งนั้น รุ่นน้องของเขาก็ไม่เอาผิดแล้วด้วยซ้ำ


แต่ฝ่ายนั้นไม่ยอมรามือ มีท่าทีว่าจะหนักขึ้นเรื่อยๆ มันบานปลายมาเรื่อยจนเรื่องราวกลายเป็นแบบนี้ พอมารู้ตัวอีกที.. กลุ่มของเราก็ตีกันมาตลอดจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด


สายน้ำไม่ไหลคืนกลับ เวลาได้ผ่านมาแล้วก็มีแต่ต้องก้มหน้ารับชะตากรรมนั้นต่อ


แบมแบมกัดริมฝีปาก เมื่อเคลื่อนมือไปแตะแผลบริเวณเอวของตนแล้วรู้สึกว่ามันปวด.. ปวดชะมัด แต่กับยูคยอมที่โดนจับมาจากโรงพยาบาลทั้งๆที่อาการยังไม่หายดี นั่นทำให้แบมแบมยิ่งคิด.. ว่าเพื่อนของเขาในตอนนี้คงเจ็บปวดมากกว่าหลายเท่า


รีบเข้าไปคว้าเสื้อเชิ้ตสีขาวของว่าที่คุณหมอ ยืมกางเกงสีดำสนิทที่ดูเป็นผู้เป็นคนที่สุดในตู้ขึ้นมา เอาเป็นว่าจะขอยืมเสื้อผ้าของมันทั้งหมดก่อนแล้วจึงวิ่งเข้าไปอาบน้ำ จัดการสภาพตัวเองลวกๆเพื่อเตรียมตัวจะไปยังสถานที่ในข้อความ


พับแขนเสื้อเชิ้ตสีขาวกองไว้ที่ข้อศอก อาจจะเพราะขนาดตัวของมาร์คและเขาที่ต่างกันหรือเปล่าเลยทำให้เสื้อมันตัวใหญ่กว่าไซส์ปกติของเขามาก


ขณะที่กำลังจะเดินออกจากห้อง ทั้งๆที่มือเล็กตรงเข้าไปจับลูกบิดประตูแล้ว ทว่าแบมแบมกลับหยุดชะงัก เมื่อนึกถึงคำพูดของเจ้าของห้อง.. เมื่อประโยคของว่าที่คุณหมอลอยเข้ามาในหัวจนดังก้องไปหมด


อย่าลืมกินข้าวก่อนกินยา


อย่าลืมกินยาหลังอาหาร


ล้างแผลตรงเอวด้วยนะครับรู้มั้ย


อย่าลืมทายาแก้ปวดตรงหลัง


อย่าลืมกินยาแก้ปวดถ้ารู้สึกปวดแผล


อย่าลืมกินยาแก้ไข้ถ้าคุณรู้สึกตัวร้อน


นอนหลับพักผ่อนเยอะๆด้วยก็ดีนะครับคุณจะได้หายไวๆ


ติ๋ม..


กูคงไม่ได้กินข้าวก่อนกินยา กูคงไม่ได้กินยาหลังอาหาร กูคงไม่ได้ทายาแก้ปวดหลัง แผลตรงเอวก็คงไม่ได้ล้าง เช้านี้กูก็คงไม่ได้นอนต่อ


อีกอย่าง..


รีบอาบน้ำแล้วรีบไปเรียนด้วยนะ


เรียน.. งั้นหรอ


กึด


          กำมือแน่นเสียจนเล็บจิกเข้าที่เนื้อ ริมฝีปากขบเข้าหากันด้วยความรู้สึกที่ไม่เข้าใจ ทั้งสับสน.. ทั้งกลัว.. มันวุ่นวายและตีรวนกันไปหมด


         แต่ถึงยังไง..


ขอโทษนะไอ้หมอ


..ผม.. ผมแค่..’


กูก็แค่..


ผมแค่เป็นห่วงคุณ..


แค่ทำตามที่มึงบอก.. ไม่ได้แล้วว่ะ 



--------------------------


Talk 30/01/17

ฟิคไอ้ติ๋มเป็นฟิคใสๆหัวใจฉองดวง เชื่อมั้ยคะ 5555555555555 ครึ่งหลังเป็นยังไงบ้างเอ่ย เราจะไปแข่งรถกับไอ้เจ่อกันแล้วน้า ปล่อยให้ติ๋มนางไปเรียนก่อนเนอะคะ แค่นี้นางก็โดนหักคะแนนเยอะละ กิกิ

อย่างที่บอกว่าฟิคนี้เป็นฟิคใสๆ และมันมีอะไรนอกจากความใสของติ๋มเยอะ ยังไงก็ฝากติ๋มตามด้วยน้า รีดมาเยอะไรท์มาไว เจอกันกับติ๋มครั้งหน้างับ!

ขอบคุณคนที่ติ๋มตามนะคะ มาส่งแรงถีบให้เค้าเร้ววว #ไอ้ติ๋มมบ


Talk 26/01/17

ทีมติ๋มนำประตูไป 1 - 0 ค่า! งุ้ยย เป็นยังไงบ้างคะครึ่งแรก รีดชอบกันหรือเปล่า ติ๋มนางไม่นั่งแล้วนาจา นางเริ่มจะยืนแล้วนะคะเห็นมั้ย เริ่มจะรุกน้องทีละนิดๆ คำพูดนะนิด แต่ความคิดอ่ะไปไกล 55555555555555555

ยังไงก็ฝากติ๋มตามด้วยน้า ถ้าชอบก็ส่งแรงถีบมาให้ไรท์หน่อยน้า ไรท์จะได้รีบปั่นมาลงให้ค่า กิกิ

ครึ่งหลังเราจะไปตะลุยกับน้องเจ่อกันนะคะ เรื่องพีคๆใกล้จะมาทุกทีแล้วนะ

ขอบคุณคนที่ติ๋มตามนะคะ มาส่งแรงถีบให้เค้าเร้ววว #ไอ้ติ๋มมบ



Talk 22/01/17

หรือติ๋มจะรุกคะคุณผู้โช้มมมมมม พวี้ดดดดดด เรื่องนี้มีอะไรนอกจากความกามของติ๋มนะคะ บอกไม่ทันแล้วล่ะสิติดภาพมโนของติ๋มกันไปหมด 55555555555

จากนี้จะเริ่มเจ้มจ้นแล้วน้าา ฝากเป็นกำลังใจให้ติ๋มนางรุกเจ่อให้ได้ด้วยนะคะ บอกเลยว่าถ้าลองให้ติ๋มได้รุก มีอะไรพีคๆรออีกเพียบบ นางจะไม่นั่งแล้วนะคะ นางจะยืน นางจะรุกละ ประโยคนั้นมันจะกลับมาอีกแน่นวล แต่จะมาในรูปแบบไหน กลับมาทีทำเอาเจ่ออึ้งไปเลยอีมั้ย เอาเป็นว่าติ๋มตามตอนต่อไปนะคะ 5555555555555

ขอบคุณทุกคนที่เอ็นดูติ๋มน้า มาส่งแรงถีบให้เค้าเร้ววว #ไอ้ติ๋มมบ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 115 ครั้ง

13,538 ความคิดเห็น

  1. #13444 ohyoyae26 (@ohyoyae26) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2561 / 16:09
    พี่มาร์คมาช่วยน้องเร็ว
    #13444
    0
  2. #13316 PareWaPkh (@PareWaPkh) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2560 / 13:40
    ไปเรียนไม่ทัน5555
    #13316
    0
  3. #13250 Nuthathai Por (@oengoeng15) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 3 กันยายน 2560 / 22:40
    ไปแบบนั้นกลับมาต้องเจ็บกลับมาให้ติ๋มเป็นห่วงมากกว่าเก่าแน่เลยแบม
    #13250
    0
  4. #13186 NCNMS. (@nutchanard) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2560 / 16:19
    พี่แกจะทำยังไงล่ะทีนี้ ชอบเวลาน้องเรียกว่าพี่มาร์ค ใจพี่แกคงละลายเป็นน้ำตาเทียนไปแล้ว
    #13186
    0
  5. #13138 ploy-ploy166 (@ploy-ploy166) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2560 / 06:31
    ช่วงแรกน่ารัก..
    แต่ช่วงหลังนี่จะเกิดอะไรขึ้น
    #13138
    0
  6. #13130 XIXXIV​ (@jin-18) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2560 / 01:33
    แหมมม ติ๋มรุกแรงจังนะ มีความเป็นห่วง กลิ่มม่าเริ่มมาาา
    #13130
    0
  7. #13063 AonCBexol (@AonCBexol) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2560 / 10:27
    เกิดเรื่องจนได้ ทำไรแบมเดี๋ยวมาร์คก็ฟาดกลับด้วยตำราแพทย์หรอก 55555555555555
    #13063
    0
  8. #13025 P-YOU (@P-You) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2560 / 17:35
    อย่าให้มาร์ครู้ ไม่งั้นมีม่าแน่เลย ฮื่อ
    #13025
    0
  9. #12963 FrontHyuk (@chocolatepie) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2560 / 22:16
    อย่าไปเลยสนามแข่ง ไปสนามรัก เอ้ยไม่ใช่ ไปเรียนดีกว่า คิ๋มเค้าเป็นห่วงตัวมากนะ อย่าทำให้เค้าผิดหวังล่ะ
    #12963
    0
  10. #12928 mai-mai (@mai-mai-snow) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2560 / 12:07
    เขินนนนน~ เข้าใจแล้วๆ มันจะเขินได้ก็ตอนที่ไม่มีความคิดบวกของพี่ติ๋มนี่เอง(ไม่งั้นความหื่นชักพา5555) ถ้าพี่รู้ว่าแบมพาตัวเองไปเจออันตรายทำไงเนี่ยยย
    #12928
    0
  11. #12318 SK0207_ (@suputthara) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2560 / 11:40
    โอ้ย ทำไมพากันน่ารักขนาดนี้ เหมือนคู่ผัวเมียที่เพิ่งแต่งงานกันจริงๆนั่นแหละ
    #12318
    0
  12. #12266 hyuknok (@hyuknok) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2560 / 22:20
    อืออ เริ่มเห็นความน่าเอ็นดูของแบมแบบหนูติ๋มแล้ว ฮือออ พี่เข้าใจแล้ววว ฮือออ
    #12266
    0
  13. #12134 ojay2 (@Ojay) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2560 / 15:16
    ติ๋มเป็นห่วงขนาดนี้ น้องเริ่มหวั่นไหวแล้วสิ ติ๋มกลับมาไม่เจอจะไม่กระวนกระวายใช่มั้ยยยเนี่ย
    #12134
    0
  14. #12121 BetaBee78s (@skyauyporn) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2560 / 13:42
    ฮือออ ใจบางมาก แพ้ความน่ารักของติ๋ม
    #12121
    0
  15. #11498 SeowooPark (@the01yunosama) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2560 / 10:17
    โอ๊ยยยยย ใจกูบางมาก!
    #11498
    0
  16. #11319 Mee_chutikarn (@Mee_chutikarn) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2560 / 21:15
    มีแต่คำว่าน่ารัก น่ารัก เต็มไปหมดเลย
    ล่องลอยสู่ปุยเมฆ
    #11319
    0
  17. #10584 KkB1a (@KKNS72) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2560 / 19:34
    ขอพี่ติ๋ม1อัตตราค่ะ น่ารักกกกก
    #10584
    0
  18. #10435 marksman (@ammieeee) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2560 / 17:07
    มาร์คน่ารักฮือออ
    #10435
    0
  19. #8778 nupororo (@nupororo) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2560 / 07:45
    ติ๋มเอ้ยทำไมน่ารักขนาดนี้ คำว่า เป็นห่วง ช่างมีผลกับจิตใจ~~~ น้องแบมเริ่มชอบพี่เค้าแล้วช่ายไหม รีบไปช่วยคยอมแล้วรีบกลับมานะ
    #8778
    0
  20. #7880 MBBua_. (@C_H_O_M_P_O_O) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2560 / 15:09
    แบมอ่าา หนีมางี้พี่มาร์คห่วงแย่แน่ๆ
    #7880
    0
  21. #7695 M.m1nt (@mint-ime) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2560 / 18:21
    โอ่ยยยย พี่หวังไมทำงี้
    #7695
    0
  22. #7243 mbbjsk_ (@mbbjsk_) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2560 / 15:50
    เห้ยยยย งี้ติ๋มกลับมาไม่เจอจะทำไงง
    #7243
    0
  23. #6720 Neung Q (@369963nq) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2560 / 07:58
    ทำไมเฮียแจ็คชั่วร้ายจัง 555
    #6720
    0
  24. #6335 pinyada_mumsuk (@pinyada_mumsuk) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2560 / 21:20
    แบมจะเจออะไรอีกย้างเนี้ย
    #6335
    0
  25. #6307 anMarkBambamGOT7 (@anMarkBambamGOT7) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2560 / 16:43
    เอาไงละทีนี้ โว้ยย
    #6307
    0