[AU Fanfic Ben10] Anlontipe (Yaoi)

ตอนที่ 16 : ตอนที่ 15 : ครอบครัวเทนนิเซีย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,485
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 264 ครั้ง
    4 พ.ย. 61



 

ทุกๆการกระทำย่อมมีผลตามมาเสมอ เช่นเดียวกับการหายตัวข้ามดวงดาวของเบน พวกอินเคอร์เชียนเข้าใจไปเองว่าที่วิวแก็กซ์มายังดาวเรโวนน่าก็เพื่อยึดดาวดวงนี้ ทั้งๆที่มหาวายร้ายก็แค่มาตามสุดที่รักของเขากลับบ้านเท่านั้น

 พวกมันยึดดาวเรโวนน่าก่อนจะตามด้วยไปยึดดาวอนูร์ ทรานซิลซึ่งเป็นดาวดวงสุดท้ายที่พวกมันเห็นวิวแก็กซ์ปรากฎตัวต่อ

พวกอินเคอร์เชียนค้นพบว่าผลเอ็มเบอร์โอเกียบนดาวเรโวนน่าสามารถนำมาสกัดยาที่มีฤทธิ์ในการสะกดจิต พวกมันใช้ให้ดร.ไซโครโบส(Dr. Psychobos) ชาวเซเรโบรครัสทาเซียน(Cerebrocrustaceans) กลายพันธุ์มาช่วยสกัดน้ำยาโอเกียแบบเข้มข้น(Ogia Concentrate) พวกอินเคอร์เชียนใช้ยานี้กับชาวเรโวนน่าทำให้พวกเขาตกอยู่ภายใต้การควบคุมของพวกมัน แต่ก็ไม่ทุกคน...

มีชาวเรโวนน่ากลุ่มเล็กๆรอดพ้นจากการถูกควบคุมจิตใจ หนึ่งในนั้นคือรูก พวกเขาพยายามสู้อย่างสุดความสามารถกับพวกอินเคอร์เชียน แต่ถึงชาวเรโวนน่าจะมีความสามารถ สุดท้ายก็ต้องแพ้ให้กับจำนวนคนและเทคโนโลยีของพวกมัน

พวกเขาถูกจับกุมและควบคุมจิตใจในเวลาต่อมา ทำให้ในตอนนี้ ดาวเรโวนน่าถูกพวกอินเคอร์เชียนยึดครองอย่างสมบูรณ์

 

++++++++++++++++++++++++++++++++

 

ณ เทนนิเซีย

 

เบนเฝ้ามองทุกๆอย่างผ่านเวทย์กระจกส่องโลก ดวงตาสีเขียวจ้องผืนน้ำที่มีภาพสะท้อนของ 3 สถานที่ คือดาวเรโวนน่า,ดาวอนูร์ ทรานซิลและดาวโลก เบนกังวลกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ดาวเรโวนน่ากับอนูร์ ทรานซิลถูกพวกอินเคอร์เชียนยึดไปแล้ว เป็นเพราะเขา ส่วนทางด้านดาวโลก กำลังอยู่ในช่วงวุ่นวาย

ซานดร้าอาการดีขึ้น เนื้อหาในจดหมายที่เขาส่งไปทำให้แม่ของเขามีความหวังว่าสักวันพวกเขาจะได้เจอกันอีกและสบายใจที่เขาปลอดภัยดี แต่ก็ไม่ทั้งหมด ซานดร้ายังคงกังวล เนื่องจากเบนไม่ได้ระบุรายละเอียดมากนักว่าตอนนี้กำลังทำอะไร? หรือ อยู่ที่ไหน? แล้วเป็นอย่างไรบ้าง? ซานดร้าเอาเรื่องจดหมายที่ได้รับจากเบนไปบอกให้คาร์ลรู้ ทันทีที่รู้ว่าลูกชายของพวกเขายังปลอดภัยและอาจจะกำลังหลบหนีวิวแก็กซ์อยู่ที่ใดสักแห่งในจักรวาล คาร์ลก็บอกเรื่องนี้กับแม็กซ์ทันที เพื่อระดมกำลังคนในการตามหาตัวเบน

ไม่มีใครสงสัยว่าเขาส่งจดหมายให้แม่ได้อย่างไร พ่อกับแม่ของเบนรู้เรื่องพลังของเขาอยู่แล้ว เกวนพยายามใช้พลังที่ลองฝึกฝนมาแกะรอยเบนจากจดหมายของเขา แต่ต้องขอโทษด้วย เบนกับเกวนมันคนละระดับกัน เบนลงคาถากันการแกะรอยไว้ ไม่ว่าใครก็ไม่มีทางหาเขาเจอได้  นั้นแหละเรื่องวุ่น พวกช่างประปาแบ่งกำลังคนส่วนหนึ่งมาตามหาตัวเขา ครอบครัวเทนนิสันมีความหวังมากขึ้นเมื่อรู้ว่าเบนยังไม่ตาย

หลังจากนี้พวกช่างประปาคงตรวจคนเข้มงวดขึ้นและสร้างความรำคาญให้วิวแก็กซ์มากขึ้นแน่ เด็กชายถอนหายใจ เขาสะบัดมือทำให้ภาพทั้งหมดหายไป ตอนนี้เขาถูกกักบริเวณให้อยู่แต่ในเขตบ้านกับวิหาร เบนชันขาขึ้นมากอดเข่า เขาก้มหน้าซุกหัวเข่าตัวเอง

“ทุกๆการกระทำย่อมมีผลเสมอ” เบนรู้สึกได้ว่ามีใครบางคนมานั่งพิงหลังเขา จะใครเสียอีกที่จู่ๆก็ปรากฎตัวออกมาแบบนี้ได้ มีอยู่คนเดียวเท่านั้นแหละ

“ผมรู้” เบนพูด “ผมไม่ได้ตั้งใจให้มันเป็นแบบนี้ด้วยสิ”

“เรื่องธรรมดา” โจเอ่ย “คำถามคือ เธอจะทำยังไง? ปล่อยมันผ่านไปเลยไหม?”

“...ที่แน่ๆผมปล่อยให้พวกเขาเจอเรื่องแบบนี้ไม่ได้” เบนเม้มปากเมื่อนึกถึงรูกกับสเกาท์ “แต่...ถ้าผมพยายามทำอะไรสักอย่าง มันจะแย่ลงไหม?”

“เรื่องนั้นฉันตอบไม่ได้” โจเอ่ย เบนถอนหายใจ มังกรดำยิ้มมันหันมาคว้าเด็กชายเข้ามาในอ้อมกอด “แต่ฉันแนะนำให้เธอเลือกเส้นทางที่จะไม่ทำให้ตัวเองรู้สึกเสียใจในภายหลัง”

“เมื่อเลือกแล้ว จงอย่าเสียใจในสิ่งที่เลือก” เบนซบอกโจ เอียงหน้ามองสบตากับมังกรดำ “ผมจำได้ว่าคุณกับไมดาสเคยพูดแบบนั้น”

“เด็กดี” โจแสยะยิ้ม มันจูบหน้าผากของเบน “ความเสียใจมันห้ามกันไม่ได้ แต่อย่างน้อยเราก็ได้พยายามทำอะไรสักอย่างจนสุดความสามารถแล้ว”

“ผมไม่เสียใจที่หายตัวข้ามดวงดาว” เบนเอ่ย “แต่ถ้าถามว่าผมผิดไหมนั้น ยอมรับว่าผิด”

“เรียนรู้ได้ดี” โจกล่าว “เธอเติบโตขึ้นมาก”

“แน่นอน” เบนยอดอก โจยิ้มเอ็นดู เด็กน้อยเมื่อวันวานเติบโตได้ถึงเพียงนี้ มันเป็นอะไรที่เขาภูมิใจมาก

“ทีนี้ก็เลือกเสียว่าเธอจะทำยังไงต่อไป”  โจกระชับอ้อมกอดแน่นขึ้น เบนนิ่งเงียบ ครุ่นคิดอย่างละเอียดถี่ถ้วน เด็กชายถอนหายใจเมื่อนึกถึงผลลัพธ์ที่จะตามมา

“ผมถูกกักบริเวณอยู่” เบนพูด เขาคงไปช่วยรูกกับสเกาท์ด้วยตัวเองไม่ได้ “แต่ผมส่งคนอื่นไปแทนได้”

“...พวกนั้นจะยอมเหรอ?” โจแสยะยิ้มเมื่อรู้ว่าเบนจะให้ใครช่วย

“...ถ้าพวกนั้นไม่ยอม ผมก็ต้องไปเอง” เบนมุ่งมั่น

“ ไม่แน่ฉันอาจ...” โจหยุดพูดเมื่อได้ยินเสียงบางอย่าง เช่นเดียวกับเบน มันเป็นเสียงกระซิบเสียงเดิม โจกรอกตา มังกรดำทำเสียงขึ้นจมูก “ขอเวลาว่างบ้างสิวะ”

“...คุณต้องไปทำงานอีกแล้ว?” เบนเดาได้จากท่าทางฟึดฟัดของมังกรดำ โจพยักหน้าก่อนจะซุกหน้ากับซอกคอของเขา มังกรดำขนาดเท่ามนุษย์วัยผู้ใหญ่ส่งเสียงคำราม

“ใช้งานยังกับทาส นี่น้องนะ ขอพักบ้างอะไรบ้างก็ไม่ได้” โจบ่น เบนทำอะไรไม่ได้นอกจากลูบหลังปลอบ เขาไม่คิดจะถามเรื่องงานของโจ ถ้าอีกฝ่ายพร้อมคงเล่าให้เขาฟังเอง “บ่นไปก็เท่านั้น ใครใช้ให้ดันมีแค่ฉันที่เก่งขนาดนี้กันล่ะ”

เบนหัวเราะกับประโยคสุดท้ายของโจ มังกรดำผละออกมาจูบเบน ดวงตาสีเพลิงสนธยาสบกับดวงตาสีเขียวมรกต

“ไปทำสิ่งที่เธออยากทำซะ ฉันสนับสนุนเธอเสมอ” โจเอ่ย เพียงเบนกระพริบตา ร่างของมังกรดำตรงหน้าก็หายไป

“ช่วงนี้มาเร็วไปเร็วแฮะ” เบนพึมพำ เด็กชายเก็บของแล้วเดินกลับบ้าน เขามีเรื่องต้องคุยกับวิวแก็กซ์และเควิน

 

 

“ไม่” วิวแก็กซ์ปฏิเสธทันทีเมื่อได้ฟังคำขอของเบน

“เถอะน่าวิวแก็กซ์” เบนขอร้อง “พวกเขาเดือดร้อนเพราะเรา ไปช่วยพวกเขาหน่อยเถอะ”

“มันไม่ใช่เรื่องของข้า” วิวแก็กซ์แสยะยิ้ม “อีกอย่าง ข้าเป็นมหาวายร้าย ไม่ใช่ฮีโร่”

“...ก็ได้ งั้นเดี๋ยวผมไปช่วยพวกเขาเอง” เบนเอ่ย

“เจ้าถูกกักบริเวณอยู่” วิวแก็กซ์กล่าว

“ดูหน้าผมสิ” เบนยิ้ม “คิดว่าผมสนเหรอ?”

วิวแก็กซ์กุมขมับเมื่อเจอใบหน้าใสซื่อแต่คำพูดคำจาสะเทือนใจเขาเหลือเกินของเบน แต่มหาวายร้ายก็ไม่ได้รังเกียจ ออกจะชอบ...นิดๆ... ดวงตาสีแดงสบกับดวงตาสีมรกตที่มีแววมุ่งมั่น มหาวายร้ายถอนหายใจ

“ก็ได้” วิวแก็กซ์ยอมในที่สุด “แต่ข้าเป็นมหาวายร้าย ข้าไม่ช่วยพวกมันโดยที่ข้าไม่ได้ผลประโยชน์อะไรหรอกนะ”

“...ชาวเรโวนน่าเป็นพวกที่มีความสามารถกว่าที่ใครๆคิด ชาวอนูร์ ทรานซิลเอง ถ้าจับมาฝึกดีๆ ก็กลายเป็นกองกำลังที่น่ากลัวได้เหมือนกัน” เบนอธิบาย “คุณสามารถทำให้พวกเขากลายเป็นกองกำลังที่แข็งแกร่งของคุณได้ คุณช่วยพวกเขา พวกเขารับใช้คุณตอบแทน แบบนี้โอเคไหม?”

“เป็นความคิดที่ดี” วิวแก็กซ์จูบเบนสำหรับความคิดที่ถูกใจเขา

“ที่ช่วยพวกนี้ คงไม่ใช่เพราะไอ้แมวบนเรโวนน่ากับไอ้ลูกหมาบนอนูร์ ทรานซิลหรอกนะ?” เควินถาม ลางสังหรณ์ร้องเตือนยิกๆว่าแฟนของเขากำลังพยายามช่วยชู้!!

“ใช่” เบนตอบออกไปตรงๆ ทำเอาวิวแก็กซ์กับเควินอ้าปากค้าง เบนหันมาส่งสายตาออดอ้อนให้วิวแก็กซ์ “ได้ไหม?”

มหาวายร้ายแทบอยากจะกระอักเลือดเมื่อเจอแววตาออดอ้อนที่นานๆทีจะได้รับ อย่ามองข้าแบบนั้น!!!! วิวแก็กซ์คิด เบนส่งสายตาออดอ้อนไปให้เควินอีกคน เด็กชายอายุมากกว่าถึงกับต้องหันหน้าหนี ก็รู้ไม่ใช่เหรอว่าฉันแพ้แววตาแบบนั้น!!! เควินกัดฟันคิด

“ได้โปรด” เบนกอดแขนวิวแก็กซ์ แนบหน้าคลอเคลียกับแขนของมหาวายร้าย “นะ”

ฆ่ากันเถอะ วิวแก็กซ์กับเควินคิดพร้อมกัน พวกเขายกมือขึ้นกุมหน้าที่เริ่มเปลี่ยนกลายเป็นสีแดง เจอเบนอ้อนทีไรพวกเขาใจแข็งไม่เคยได้ แน่นอนว่าครั้งนี้ก็เหมือนกัน

เสร็จฉันล่ะ เบนแสยะยิ้ม ขอบคุณโจสำหรับคำแนะนำ

 

ด้วยเหตุนี้วิวแก็กซ์กับเควินจึงต้องไปช่วยชาวเรโวนน่าและชาวอนูร์ ทรานซิล  กับชาวเรโวนน่า มันค่อนข้างยุ่งยากเนื่องจากพวกเขาถูกควบคุมจิตใจกันทั้งดาว แต่สำหรับมหาวายร้ายอย่างวิวแก็กซ์ นี่มันเรื่องง่ายๆ  เพียงแค่ส่งโดรนไปสำรวจสภาพดวงดาว วิเคราะห์สถานการณ์และบุกถล่มโรงงานผลิตยาโอเกียร์เข้มข้น จัดการดร.ไซโครโบส จบ ชาวเรโวนน่าเป็นอิสระจากการถูกควบคุม แต่ไม่นาน พวกเขาก็ถูกวิวแก็กซ์เกณฑ์ไปเป็นข้ารับใช้ หนึ่งในนั้นคือครอบครัวของรูก

ชาวเรโวนน่าอาจไม่พอใจที่ต้องทำงานให้วิวแก็กซ์ แต่พวกเขาจะทำอะไรได้ วิวแก็กซ์ช่วยพวกเขา ซึ่งเห็นๆกันอยู่ว่าหวังผลประโยชน์แน่นอน และพวกเขาต้องชดใช้หนี้บุญคุณนี้ ชาวเรโวนน่าที่ถูกเกณฑ์มา ได้แต่ก้มหน้ายอมรับชะตากรรม

รูกจำเควินกับวิวแก็กซ์ได้ เขามองหาเบนแต่ไม่พบ เควินเข้ามาคุยกับรูก มันทำให้เขารู้ว่าที่วิวแก็กซ์กับเควินมาช่วยพวกเขาเป็นเพราะเบน รูกซาบซึ้งที่เบนเป็นห่วงเขา

“ขอบคุณ” รูกพูดกับเควิน

“ไปขอบคุณเบนเถอะ” เควินถอนหายใจก่อนจะตบไหล่รูก “ยินดีต้อนรับ”

สิ่งที่วิวแก็กซ์กับเควินทำทั้งหมดก็เพื่อเบน เควินทำใจมาได้สักพักแล้วว่าเขาคงต้องแบ่งเบนกับคนอื่น แต่อย่างน้อยเบนก็ยังรักเขาและอยู่กับเขา แค่นั้นก็พอแล้วสำหรับคนอย่างเควิน อย่างน้อยเบนก็รักฉันมากกว่าวิวแก็กซ์ เควินคิด

 ส่วนสิ่งที่วิวแก็กซ์กำลังทำอยู่นี้ มหาวายร้ายยึดหลักความคิดที่ว่า จงเก็บมิตรไว้ใกล้ตัว เก็บศัตรูไว้ใกล้ยิ่งกว่า และเขานับว่ารูกเป็นศัตรูหัวใจ!! ต้องเก็บไว้ให้ใกล้ เดี๋ยวเบนจะแอบมาหามันแล้วไม่กลับบ้าน

นับว่าเป็นโชคดีของชาวเรโวนน่าที่ถูกวิวแก็กซ์เกณฑ์ไปรับใช้ เนื่องจากพวกอินเคอร์เชียนเจ็บใจที่ตัวเองแพ้ และไม่ต้องการให้วิวแก็กซ์ได้ทรัพยากรบนดาวเรโวนน่า พวกมันจึงทำลายดาวเรโวนน่าทิ้ง

“เพื่อน นายรอดตายแบบหวุดหวิดมาก” เควินผิวปากมองภาพดาวเรโวนน่าถูกลำแสงพิชัยยะ(the Conquest Ray)ของพวกอินเคอร์เชียนระเบิดดาวทั้งดวงออกเป็นเสี่ยงๆ รูกอ้าปากค้างเช่นเดียวกับชาวเรโวนน่าคนอื่นๆ บางคนถึงกับเป็นลมด้วยซ้ำ และด้วยความที่ชาวเรโวนน่าส่วนใหญ่ไม่ออกเดินทางออกนอกอวกาศเพราะมันผิดกับประเพณีของพวกเขา ดังนั้น ชาวเรโวนน่าที่อยู่กับวิวแก็กซ์จึงเป็นชาวเรโวนน่ากลุ่มสุดท้าย

วิวแก็กซ์ไม่สนเรื่องที่ดาวเรโวนน่าระเบิดเป็นเสี่ยงๆ มันไม่ได้อยู่ในข้อตกลงของเขากับเบน เขาช่วยชาวเรโวนน่าและได้แรงงานทาส แค่นั้น ได้ผลประโยชน์ตามต้องการแล้ว ดาวระเบิดก็ช่าง ไม่ได้สร้างผลกระทบอะไรกับเขา

หลังจากนั้นวิวแก็กซ์ก็ต้องเดินทางไปช่วยดาวอนูร์ ทรานซิลต่อ พวกอินเคอร์เชียนได้เตรียมการต้อนรับเขาไว้แล้ว กับดาวดวงนี้วิวแก็กซ์ต้องใช้เวลานานกว่าที่คิดถึงจะช่วยไอ้ลูกหมาป่าที่มาปิ๊งเบนได้ เช่นเดิม เขาเกณฑ์ ชาวอนูร์ ทรานซิลบางส่วนมาเป็นทาส พวกอินเคอร์เชียนทำลายดาวอนูร์ ทรานซิลและดาวบริเวณใกล้เคียงเพื่อไม่ให้วิวแก็กซ์ได้ครอบครองพื้นที่แถบนี้ ซึ่งการกระทำของพวกอินเคอร์เชียนทำให้พวกมันถูกขึ้นบัญชีดำกับบางเผ่าพันธุ์

 

++++++++++++++++++++++++++++++

 

ณ เทนนิเซีย

 

เบนนั่งมองเหตุการณ์ต่างๆผ่านกระจกส่องโลก เขาถึงกับกุมขมับด้วยความเครียด

ดาวโดนทำลายเป็นว่าเล่นเลย เบนอยากจะร้องไห้ แบบนี้นับว่าหนักกว่าเดิมไหม แต่ถ้ามองในแง่ดี อย่างน้อยการที่เราส่งวิวแก็กซ์กับเควินไปช่วยรูกกับสเกาท์ก็ทำให้เผ่าพันธุ์ของพวกเขาไม่สูญพันธุ์ เบนปลอบใจตัวเอง เด็กชายถอนหายใจ จากฮีโร่ เรากลายเป็นอะไรไปแล้วเนี้ย

“ถ้ามองในแง่ดี อย่างน้อยเธอก็ไม่ได้ทำให้พวกเขาสูญพันธุ์” เสียงหนึ่งดังขึ้น เบนสะดุ้งหันมองที่มาของเสียง พบหญิงสาวผมสีทอง ดวงตาสีฟ้า กำลังยืนจ้องมาที่เขา

“เอ่อ...สวัสดีครับ” เบนทักทาย เขาจำหน้าชาวเทนนิเซียได้ทั้งหมด แต่ไม่เคยเจอผู้หญิงคนนี้มาก่อน แต่เธอดูคุ้นๆนะ

“สวัสดี เบน” หญิงสาวยิ้ม “นี่เป็นครั้งแรกที่เราได้เจอกัน ฉันชื่อลูน่า ส่วนนั่น คอนสแตนติน”

เบนหันมองตามสายตาของหญิงสาว ทำให้เขาพบกับโลโบนตัวใหญ่กำลังยืนพิงเสาวิหาร โลโบนตัวนั้นมีขนสีขาวแซมเงิน  อีกฝ่ายหันมาขยับหมวกทักทายเขา ดวงตาสีฟ้าเหมือนน้ำแข็งของอีกฝ่ายให้ความรู้สึกดุร้ายราวกับสัตว์ป่า

“และนั่น ลูคัส” ลูน่าพูด

“สวัสดีคุณน้อง” เสียงหนึ่งดังขึ้นพร้อมกับแขนที่พาดลงมาบนคอของเบน เด็กชายสะดุ้ง หันมองชายหนุ่ม ใบหน้าซีกซ้ายของเขาในส่วนของปากและแก้มไม่มีผิวหนัง เผยให้เห็นกล้ามเนื้อกับฟันด้านใน แถมกล้ามเนื้อตรงแก้มยังเป็นสีดำอีกด้วย

“นายทำเด็กกลัว” คอนสแตนตินเอ่ยขณะหยิบบุหรี่ขึ้นมาสูบ

“อุ๊บ ขอโทษทีนะคุณน้อง” ลูคัสยิ้ม “หรือ ฉันควรเรียกเธอว่าเหลนดี? หรือพี่สะใภ้?”

“อาลูคัส” ลูน่าส่ายหน้า “ยังไม่ใช่ตอนนี้ เบนยังไม่รู้เรื่องพวกนั้น”

“...งั้นเรียกคุณน้องแบบนี้แหละ” ลูคัสหอมแก้มเบน เด็กชายสะดุ้ง เขาผละออกมาจากลูคัส รักษาระห่างจากอีกฝ่าย ในตอนนี้เขาโดนบุคคลแปลกหน้าทั้ง 3 ล้อมเอาไว้รอบด้าน

“พวกคุณเป็นใคร? เข้ามาที่นี่ได้ยังไง?” เบนถาม เขาไม่เคยเห็นคนพวกนี้มาก่อน

“พวกเราแนะนำตัวไปแล้ว” คอนสแตนตินเอ่ยก่อจะพ่นควันบุหรี่ออกมา “ส่วนมาได้ยังไงนั้น...อืม หายตัวมาแบบเดียวกับโจนั้นแหละ”

“พวกคุณรู้จักโจ?” เบนมองพวกเขา ทั้งสามคนไม่มีส่วนไหนเหมือนโจเลยสักคน

“ใช่ รู้จักดีเลยล่ะ” ลูน่าเอ่ย “อันที่จริง พวกเราเป็นญาติกับอาโจ แบบ ฉันเป็นลูกของพี่ชายอาโจ อาลูคัสเป็นลูกพี่ลูกน้องของอาโจ ส่วนลุงคอนสแตนติน...”

“ญาติห่างๆ” คอนสแตนตินพูด

“แล้ว...พวกคุณมาทำอะไรที่นี่?” เบนสงสัย

“อาโจฝากให้พวกเรามาดูแลเธอ” ลูน่าอธิบาย “มีสงครามที่อีกฟากของจักรวาล เป็นสงครามที่ต้องกินระยะเวลานานเสียด้วย ดังนั้นช่วงนี้อาโจจึงมาหาเธอไม่ได้ และเพราะแบบนั้นเขาจึงส่งพวกเรามาเพื่อเป็นกำลังสนับสนุนเธอ”

เบนใจหายเมื่อได้ยินว่าโจจะต้องออกไปทำสงครามเป็นระยะเวลานาน ซึ่งไม่รู้ว่าเขาจะได้เจออีกฝ่ายเมื่อไหร่ โจอยู่เคียงข้างเขามาตั้งแต่ 4 ขวบ พอคิดว่าจะต้องห่างหายกันไปไม่รู้นานเท่าไร... เด็กชายน้ำตาไหล

ลูน่ายิ้มก่อนจะเดินเข้ามาใกล้เบน หญิงสาวย่อตัวลงลูบหัวปลอบเด็กชาย เบนทำให้เธอนึกถึงน้องชายฝาแฝด และเธอสาบานต่อพระบิดา เธอจะทำหน้าที่ของเธอให้ดีที่สุด

“อาโจจะไม่เป็นไร เขาเป็นมังกรนะ สายพันธุ์ที่แข็งแกร่งสุดๆ ศัตรูของอาโจต่างหากที่น่าเป็นห่วง” ลูน่าเช็ดน้ำตาให้เบน เด็กชายสัมผัสได้ถึงความรู้สึกอบอุ่นและความเป็นมิตรจากลูน่า

พวกเขาไว้ใจได้ บางอย่างในตัวของเบนบอกเช่นนั้น

“เรารู้เรื่องของเธอทั้งหมดมาจากอาโจและบีทวิคซ์แล้ว” ลูน่าพูด เบนเบิกตากว้างกับคำพูดของเธอ “ใช่ นอกจากเราจะรู้จักอาโจแล้ว เรายังรู้จักบีทวิคซ์ ซึ่งเมื่อก่อนเราเรียกเขาว่า เบนนี่ แต่บีทวิคซ์ก็ฟังดูเท่ดี อ้อ เรารู้จักลุงไมดาสด้วย”

“...เอ่อ” เบนพูดไม่ออก

“ใช่ฉันรู้ ยังกับงานรวมญาติเลย” ลูน่าหัวเราะ รอยยิ้มของหญิงสาวทำเบนยิ้มตาม “ต่อจากนี้พวกเราจะดูแลเธอเอง”

เบนไม่ได้ขัดขืนในตอนที่ลูกน่าดึงเขาเข้าไปกอด เขารู้สึกอบอุ่นและปลอดภัย

เราจะสอนเธอเอง เสียงของลูน่าดังขึ้นในหัวของเบน เด็กชายเบิกตากว้าง

พลังนี้ เหมือนแม่? เบนคิด

ใช่ เหมือนแม่ของเธอ เสียงของลูน่าตอบกลับมาในหัว หญิงสาวผละออกมายิ้มให้เขา “เธอมีอะไรหลายๆอย่างให้ต้องเรียนรู้ เบน”

“และมีปริศนาอีกเยอะให้ต้องไข” คอนสแตนตินเอ่ย เบนหันมามองเขา โลโบนเผือกยักไหล่ “อยากเฉลยนะ แต่ฉันไม่อยู่ในฐานะที่พูดเรื่องแบบนั้นออกไปได้”

“เธอต้องรู้ด้วยตัวเอง คุณน้อง” ลูคัสกล่าว “มันคือการผจญภัย”

เบนหัวเราะกับคำพูดของลูคัส แต่ถ้าคิดดูดีๆ พ่อหนุ่มหน้าเละพูดถูก

“ชีวิตคือการผจญภัย” ลูน่ากล่าว “ปริศนาก็เหมือนกัน เราค้นหาคำตอบ และระหว่างเส้นทางที่เราค้นหาคำตอบเราต้องพบเจอกับอะไรหลายๆอย่าง มันคือเรื่องราวของชีวิตและการผจญภัย”

“...เชื่อเลยว่าคุณเป็นญาติกับไมดาส” เบนหัวเราะ “พวกคุณพูดเรื่องน่าปวดหัวเหมือนกันเลย”

พวกเขาหัวเราะ เบนรู้สึกเหมือนเขาเพิ่งได้พบกับครอบครัวที่เขาไม่เคยรู้จัก เบนไว้ใจพวกเขาและขณะเดียวกัน พวกเขาเองก็พร้อมจะช่วยเหลือเด็กชาย ไม่ว่าเรื่องอะไรก็ตาม

 

ระหว่างรอวิวแก็กซ์กับเควินเดินทางกลับเทนนิเซีย เบนก็มาทำความรู้จักกับสมาชิกใหม่ ลูน่าเป็นผู้หญิงที่สวยที่สุดเท่าที่เขาเคยเจอมา เธอสวยเกินกว่าจะเป็นมนุษย์และแน่นอนว่าเธอไม่ใช่มนุษย์ เธอไม่ยอมบอกว่าเธอเป็นเผ่าพันธุ์อะไร แต่เบนรู้สึกได้ถึงพลังแมนน่าปริมาณมหาศาลจากร่างกายของเธอ บางทีลูน่าอาจเป็นแอนโนไดท์ เบนคิด

เธอบอกว่าเธอเป็นหมอและถ้าร่างกายของเขามีอะไรผิดปกติ เขามาสามารถมาถามเธอได้ เบนรู้สึกแปลกๆตอนหญิงสาวขยิบตาให้เขา ร่างกายเราจะมีอะไรผิดปกติ? เบนสงสัย

คอนสแตนตินเป็นโลโบนที่ตัวใหญ่กว่าโลโบนปกติ เบนไม่เคยเห็นโลโบนขนสีขาวเงินแบบอีกฝ่ายมาก่อน แม้กระทั่งในนิมิตหรือเหตุการณ์ล่าสุดที่ไปอนูร์ ทรานซิล คอนสแตนตินแปลกแยกและดูไม่เหมือนโลโบน อีกฝ่ายดุร้ายและไม่ควรเข้าใกล้ แต่เบนมั่นใจว่าคอนสแตนตินจะไม่ทำร้ายเขา ไม่รู้ทำไม แต่ทุกครั้งที่ดวงตาสีฟ้าเหมือนน้ำแข็งนั้นมองมา มันเหมือนจะมีประกายบางอย่างในแววตาคู่นั้น ความเข้าใจ? ความเห็นใจ? เบนคิดเช่นนั้น แต่ถึงจะหน้าตาดุร้าย คอนสแตนตินกลับมีความสามารถด้านการผสมเครื่องดื่ม ใช่ เขาเป็นบาเทนเดอร์ เบนอึ้งกับรสชาติเครื่องดื่มที่คอนสแตนตินทำให้เขาลองชิม มันอร่อยมาก

ลูคัสดูเป็นคนแปลกๆ นอกจากหน้าที่เละครึ่งซีกแล้ว แขนข้างซ้ายของเขายังเละอีกด้วย มันไม่มีผิวหนัง แต่เป็นเหมือนกล้ามเนื้อผสมเกราะแข็งๆ มันดูคล้ายแขนของมังกรแต่ไม่ใช่ แขนของมังกรจะมีรายละเอียดของเกล็ดมากกว่า อีกฝ่ายบอกว่ามีหลายจุดบนร่างกายของเขาเละพอๆกับหน้าและแขน เบนปฏิเสธที่จะดูมันถึงแม้อีกฝ่ายจะคะยั้นคะยอก็ตาม แต่...จะว่าไป ใบหน้าในส่วนที่เละกับแขนซ้ายของลูคัส ทำให้เบนนึกถึงไมดาส มันมีส่วนที่คล้ายกันอยู่พอสมควร

ถึงจะเป็นคนแปลกๆ และประหลาดขั้นสุด...เข้าขั้นบ้า... เบนคิด แต่ลูคัสเป็นคนดีและมีความสามารถ เขาบอกว่าตัวเองมีพลังเกี่ยวกับพวกเครื่องจักรและเทคโนโลยี ตรงส่วนนี้ ลูคัสแสดงพลังของเขาให้เบนดูโดยการแยกชิ้นส่วนปืนเลเซอร์แล้วประกอบใหม่ด้วยพลังจิต หลังจากนั้นลูคัสก็อธิบายเพิ่มเติมว่าถ้าเป็นยานรบขนาดใหญ่ โดนแยกส่วนโดยพลังจิตของเขาและประกอบใหม่ในทันทีหรือปล่อยทิ้งไว้ มันจะเป็นยังไง พร้อมแสยะยิ้ม มาถึงตรงนี้ เบนสามารถนิยามได้เลยว่า ลูคัสเป็นคนบ้าที่น่ากลัวมาก

           

 

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

 

4 ปี ต่อมา

 

ดวงตาสีเขียวจ้องมองเป้าหมายจากในมุมมืด เขาหันไปส่งสัญญาณให้พันธมิตรร่วมทีม เจ้าของดวงตาสีน้ำเงินกับสีส้มพยักหน้า ฉับพลัน ร่างทั้งสองก็พุ่งออกมาจากมุมมืด พุ่งเข้าโจมตีเป้าหมาย แต่ถึงจะจู่โจมอย่างรวดเร็วและกะทันหันขนาดไหน ก็ไม่อาจโค่นล้มเป้าหมายได้ ร่างทั้งสองถูกปัดกระเด็น แต่พวกเขายังทรงตัวได้ พวกเขาเข้าโจมตีเป้าหมายอีกครั้ง

เป้าหมายแสยะยิ้ม ดวงตาสีแดงเรืองแสงก่อนจะมีลำแสงสีแดงพุ่งออกมาจากดวงตาทั้งสองข้างของเขา พวกเขาหลบลำแสงสีแดงนั้นได้ ในขณะที่เป้าหมายกำลังสนใจผู้ลอบโจมตีทั้งสอง ก็มีร่างหนึ่งพุ่งเข้ามาโจมตีเขาทางด้านหลัง เป้าหมายหันไปจัดการผู้ที่บังอาจลอบโจมตีเขา เปิดโอกาสให้เจ้าของดวงตาสีเขียวมรกตได้ช่องโจมตี

แต่ถึงจะทำงานเป็นทีมอย่างไร พวกเขาก็ไม่อาจเอาชนะเป้าหมายได้ เจ้าของดวงตาสีเขียวโดนจับเข้าที่ลำคอ ในขณะที่ผู้ลอบโจมตีคนอื่นๆถูกปัดออกไปไกล ผู้มีดวงตาสีเขียวไม่ยอมแพ้ เขาตวัดขารัดรอบท่อนแขนที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามของเป้าหมายแล้วออกแรงรัดเพื่อให้เป้าหมายปล่อยเขา แต่น่าเสียดาย เป้าหมายไม่สะทกสะท้านกับแรงรัดของเขา

“ยอมแพ้ได้หรือยัง?” เป้าหมายถาม จ้องมองความพยายามของคนงามของเขาดวงตาเป็นประกาย

“ไม่ยอม!!” เจ้าของดวงตาสีเขียวตะโกน “เอาเลยเควิน!!!

ชายหนุ่มดวงตาสีดำพุ่งเข้าโจมตีเป้าหมายอีกครั้ง เอเลี่ยนตัวใหญ่กรอกตา เขาหันไปสนใจชายหนุ่มที่กำลังพุ่งเข้ามา นั้นแหละสิ่งที่เจ้าของดวงตาสีเขียวต้องการ

“บลองโก้!! สเกาท!! 6A” สิ้นคำพูด ร่างทั้งสองที่ลอบโจมตีในคราแรกก็ยิงเชือกออกมาจากอาวุธหน้าตาคล้ายปืน มาพันแขนของเอเลี่ยนร่างใหญ่ พวกเขาออกแรงดึงทำให้เป้าหมายไม่สามารถจัดการชายหนุ่มที่กำลังพุ่งตรงมาที่เขาได้

“การฝึกนี้ห้ามใช้อาวุธ” เป้าหมายเอ่ย

“แต่ในสถานการณ์จริง เราจำเป็นต้องใช้ทุกอย่างที่มีเพื่อมีชีวิตรอด” เด็กหนุ่มดวงตาสีเขียวแสยะยิ้ม “คุณเป็นคนสอนพวกเราเองนะ จำได้ไหม?”

“ทำนองนั้น” เอเลี่ยนตัวโตแสยะยิ้มคืน “และใช่ เราต้องใช้ทุกอย่างที่มีเพื่อมีชีวิตรอด”

สิ้นคำพูดเด็กหนุ่มดวงตาสีเขียวก็โดนโยนใส่ชายหนุ่มที่กำลังพุ่งเข้ามาทันที ชายหนุ่มเบิกตากว้างอ้าแขนรับร่างเด็กหนุ่มที่ถูกโยนมากะทันหัน ทำให้พวกเขาทั้งคู่ล้มกลิ้งลงไปบนพื้น ไม่ทันได้ลุกขึ้นก็โดนทับโดยร่างอีก 2 ร่างที่ถูกโยนมา

“เราเอาชนะเขาไม่ได้แน่” เอเลี่ยนหน้าตาคล้ายหมาป่าเอ่ยพลางลูบหัว

“ยัง” ชายหนุ่มเอ่ย “เรายังมีไม้เด็ด”

“...อย่าเชียวนะเควิน” เด็กชายห้ามแต่ไม่ทันเสียแล้วเมื่อเสื้อของเขาถูกฉีกกระชากจนขาดกระจาย

“เฮ้!! วิวแก็กซ์ ดูนี่สิ!!” เควินแสยะยิ้ม วิวแก็กซ์ชะงักเบิกตากว้างก่อนจะเลือดกำเดาไหล ไม่ต่างอะไรกับเอเลี่ยนอีกสองตัวที่หันมามองร่างเปลือยครึ่งตัวของเด็กหนุ่ม

“ไอ้บ้าเอ้ย” เด็กหนุ่มปิดหน้า

“เถอะน่าเบนจี้ เพื่อชัยชนะ” เควินกระซิบ “อีกอย่าง มันสอนเราว่าไง ต้องใช้ทุกอย่างที่มีเพื่อมีชีวิตรอด”

“พวกนายมันแย่!!!” เบนร้อง เควินยักไหล่ เขาหรี่ตามองเอเลี่ยนอีกสองตัวที่กำลังจ้องผิวขาวๆของแฟนเขา

“เฮ้ จะน้ำลายหกอีกนานไหม” เควินพูด “ไปจัดการให้มันจบๆสิ”

ถึงจะพูดแบบนั้น เควินเองก็เผลอน้ำลายไหลไปนิดหน่อย เอเลี่ยนลักษณะคล้ายแมวได้สติก่อนใคร เขาสะบัดหัวเช็ดเลือดกำเดาแล้วหันไปเรียกสติเอเลี่ยนที่หน้าตาเหมือนมนุษย์หมาป่า พวกเขาทั้งคู่พุ่งเข้าไปจัดการวิวแก็กซ์ที่เอาแต่จ้องผิวขาวๆของเบน

มหาวายร้ายกลืนน้ำลาย ปัดร่างที่พุ่งเข้าโจมตีเขาอย่างไม่ใยดี เอเลี่ยนตัวใหญ่เดินเข้ามาคว้าตัวคนงามของเขาเข้ามาในอ้อมกอดอย่างปกป้อง

“ทำบ้าอะไรของแก!!” วิวแก็กซ์ตะคอก

“อะไร?” เควินทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้

“บอกกี่ครั้งแล้วว่าอย่าใช้ไม้นี้” วิวแก็กซ์กัดฟันพูด มือก็แอบลูบลวนลามร่างกายของเบน นุ่มดีจริง มหาวายร้ายคิด

“แต่ก็ได้ผลทุกครั้ง” เควินเอ่ย “เลิกลวนลามเบนสักทีไอ้หน้าปลาหมึก”

“...อิจฉารึไง ไอ้หนู” วิวแก็กซ์แสยะยิ้ม เควินกัดฟันกรอด มีกระแสไฟฟ้าระหว่างพวกเขาทั้งสองพร้อมบรรยากาศกดดัน

“...เลิกฝึกต่อสู้แต่เพียงเท่านี้เถอะ” เบนถอนหายใจ หมดอารมณ์แล้ว เด็กหนุ่มหน้ามุ่ย “วางผมลง วิวแก็กซ์”

“แต่...” วิวแก็กซ์กำลังจะพูด

“จะอ้างอะไรไม่ทราบ? ผมเปล่าบาดเจ็บ” เบนยิ้ม “และอย่าคิดว่าผมไม่รู้ว่าคุณกำลังลวนลามผมอยู่...วางผมลง เดี๋ยว-นี้”

เจอคำพูดเน้นๆแบบนี้ คิดว่าวิวแก็กซ์จะทำตามรึ?...ทำตามสิ... มหาวายร้ายวางคนงามของเขาลงกับพื้น เบนหันไปจ้องเควินเขม็งสลับกับวิวแก็กซ์

“พวกนายมันงี่เง่าพอๆกันเลย” เบนว่า “คนหนึ่งก็โยนฉันใส่ศัตรู อีกครั้งก็ใช้เรือนร่างของฉันหยุดศัตรู พวกนายนี่มัน...”

“เป็นแฟนที่มีเพียงคนเดียวในโลก” เควินพูดขัด ชายหนุ่มเข้ามากอดคนสวยของเขาที่เริ่มมีอาการงอน “ในสถานการณ์จริงเราไม่ทำแบบนี้หรอก”

“เหรอ” เบนหน้ามุ่ย

“ใครจะอยากโชว์เรือนร่างสวยๆของนายให้คนนอกเห็นกัน” เควินมองร่างกายของเบนขึ้นลง สายตาโลมเลียอย่างเปิดเผย “ไม่มีทาง”

“แล้วที่ทำอยู่นี่ล่ะ?” เบนถาม

“ก็คนในครอบครัวกันทั้งนั้นไม่ใช่หรือไง?” เควินถามกลับ

“...งี่เง่า” เบนสะบัดหน้าหนี

“อย่างอนน่า” เควินคลอเคลียแก้มของเบน “อย่างน้อยก็อย่างอนฉัน ฉันแค่ฉีกเสื้อนาย ส่วนไอ้หมึกมันโยนนายเชียวนะ”

“เฮ้ย!” วิวแก็กซ์ร้อง เบนหันมาจ้องเขาเขม็ง มหาวายร้ายกลืนน้ำลาย “...ขอโทษ แต่ที่โยนเพราะรู้อยู่หรอกว่ามันจะรับ”

“...หมดคำพูดกับพวกคุณจริงๆ” เบนพึมพำก่อนจะถอนหายใจ “ไม่หายงอนด้วยถ้าไม่เลี้ยงน้ำปั่น”

“ได้” เควินตกลง ในขณะที่กำลังจะหอมแก้มเบนอยู่นั้น ร่างของคนสวยของเขาก็ถูกดึงออกไปจากอ้อมกอดของเขาเสียก่อน ดวงตาสีดำจ้องคนขัดจังหวะเขม็ง

“...บลองโก้” เบนเรียก “นายกำลังทำอะไร?”

“ผมทำอะไร?” บลองโก้ถามกลับ ทำหน้าใส่ซื่อ

“...มือนายน่ะ” เบนจ้องอุ้งมือที่เต็มไปด้วยขนสีน้ำเงินที่วางอยู่บนหน้าอกของเขา “...เอาออกไปเลยนะ รูก บลองโก้”

“...แค่กลัวคุณหนาว” รูกมีสีหน้ารู้สึกผิด

“...ปิดแค่อกคงช่วยให้หายหนาวได้หรอก” เบนถอนหายใจก่อนจะมีแววตาว่างเปล่าเมื่อโดนรูก  บลองโก้โถมตัวเข้ามากอด “ไม่ได้จะบอกให้กอด”

“เลิกลวนลามเบนกันได้แล้ว” สเกาท์เอาเสื้อแจ็คเก็ตมาคุลมร่างกายของเบนพร้อมกับดึงตัวเบนออกมาจากกลางดงหนุ่มหล่อ

รูกหรี่ตาก่อนจะกอดอกเช่นเดียวกับเควิน อย่าคิดว่าพวกเขาไม่รู้ว่าสเกาท์แอบดมกลิ่นเบน แบบนี้ก็นับเป็นการลวนลามอย่างหนึ่งนะเฮ้ย

“โอเค พอได้แล้ว” เบนเอ่ย “ใครก็ได้พาฉันไปกินน้ำปั่นที”

“เดี๋ยวพาไปเอง” ทั้ง 4 คนพูดขึ้นพร้อมกัน เบนยิ้มให้หนุ่มๆของเขา เด็กหนุ่มควงแขนหนุ่มชาวออสโมเซี่ยนกับหนุ่มชาวเรโวนน่าก่อนจะเดินนำทั้งหมดออกไปจากสนามฝึก

 

จากเหตุการณ์ที่พวกอินเคอร์เชียนระเบิดดาวเรโวนน่ากับอนูร์ ทรานซิล ทำให้ชาวเรนโวนน่าที่เหลือรอดกับชาวอนูร์ ทรานซิลบางส่วนต้องมาลงหลักปักฐาน อาศัยอยู่บนดาวเทนนิเซีย รูกดีใจที่ได้พบกับเบนอีกครั้งเช่นเดียวกับสเกาท์ วิวแก็กซ์รับทั้งสองมาเป็นศิษย์และฝึกพวกเขาอย่างหนักเช่นเดียวกับเควิน พวกเขากลายเป็นครอบครัวเดียวกัน เพราะเบน

เควินเติบโตขึ้นเป็นหนุ่มหล่อกระชากใจสาว...สำหรับมนุษย์... เขายังคงครอบครองออมนิทริกซ์ที่ถูกสร้างโดยแอซมัท เมื่อรวมพลังของออมนิทริกซ์กับพลังของชาวออสโมเซี่ยนและความรู้ที่วิวแก็กซ์สอนมา เควินจึงกลายเป็นบุคคลที่ไม่ควรไปมีเรื่องด้วยมากที่สุด

หลังจากเบียนต๊ะหรือหางของเขาหลุด รูก ก็ได้ชื่อตามธรรมเนียมชาวเรโวนน่า คือ รูก  บลองโก้ ในบรรดาศิษย์ของวิวแก็กซ์...ไม่รวมเบน... รูกเป็นคนที่มีความสามารถมากที่สุด และเป็นคนที่เบนรักที่สุดจนคนอื่นๆหมั่นไส้ แต่ถามว่าเขาสนไหม? ตอบเลยว่าไม่ สิ่งที่ทำให้รูกกับเควินเป็นมิตรกันได้คือเรื่องของรถยนตร์,ยานอวกาศและเทคโนโลยีต่างดาว แต่ถ้าเป็นเรื่องของเบน กว่าจะลงรอยกันก็ต้องใช้เวลาเป็นชั่วโมงหรือมากกว่านั้น

สเกาท์สนิทกับรูกมากกว่าใคร เขาสูญเสียครอบครัวของเขาไปตอนที่พวกอินเคอร์เชียนบุก แต่ในตอนนี้เขามีครอบครัวใหม่ สเกาท์เป็นคนคอยจัดหาอะไหล่ให้เควินและรูก พอต้องพูดคุยกันเรื่องเทคโนโลยีต่างดาวพวกเขาจะกลายเป็นเพื่อนซี้กันขึ้นมาทันที สเกาท์ได้เบนคอยช่วยสอนเวทย์มนต์ให้ เขาอาจไม่เก่งเท่าเบนแต่ก็พอจะทำประโยชน์อะไรได้บ้าง

เบนเติบโตกลายเป็นสิ่งมีชีวิตที่ทรงพลัง เขาสามารถใช้บรรดารูนบนร่างกายของเขาได้หมดทุกตัวแล้ว แต่ก็ไม่เต็มที่ทั้งหมด ยังมีบางส่วนที่เขายังไม่สามารถใช้พลังของมันได้เต็มที่ ในส่วนของการแปลภาษาโบราณ เขาก็สามารถแปลได้เข้าใจแล้ว มันทำให้เบนเข้าใจอักษรรูนบนร่างกายของเขามากขึ้นและพลิกแพลงใช้มันได้อย่างหลากหลาย

สำหรับวิวแก็กซ์...คงไม่ต้องกล่าวถึง... มหาวายร้ายระดับจักรวาลที่อยากได้เด็กรุ่นหลานมาเป็นเมีย เขาไม่ได้ยึดดาวเพิ่มเพราะมันจะทำให้เขามีเวลากับคนงามของเขาน้อยลง โชคดีของจักรวาล ที่มหาวายร้ายหลงเมีย

 

เปิดสมุด” เสียงกระซิบดังขึ้นข้างหู เบนหันมองแต่ไม่พบใคร “เปิดสมุด

“มีอะไร?” เควินถามเมื่อเห็นท่าทางของเบน พวกเขาอยู่ที่ร้านน้ำปั่น มิสเตอร์สมูทตี้(Mr. Smoothy) ของคอนสแตนติน ใช่ ไอ้โลโบนหน้าโหดนั่นเปิดร้านน้ำปั่น

“...อ่า ฉันได้ยินเสียง” เบนลองตั้งใจฟังอีกครั้งเผื่อมันจะมีรายละเอียดมากกว่านี้ แต่เสียงนั้นก็พูดเพียงประโยคเดิมๆ

“...เสียงนั้นบอกว่าอะไร?” รูกรู้เรื่องที่เบนมีพรายกระซิบ เช่นเดียวกับคนอื่นๆในครอบครัว พวกเขาจึงไม่แปลกใจกับท่าทางของเบน ต้องขอบคุณที่เบนไม่ปิดบังความลับกับพวกเขา

“เปิดสมุด” เบนเอ่ย

“สมุด?” พวกเขาทวน

“ใช่ ฉันก็งงเหมือนพวกนายนั้นแหละ” เบนดูดน้ำปั่นรสมะม่วงผสมเสาวรสของตน สมุด? หมายถึงสมุดเวทย์มนต์หรือเปล่า? เบนคิดก่อนจะหยิบสมุดเวทย์มนต์ที่เขาได้จากเฮ็กซ์ออกมาลองเปิดดู

“สมุดเวทย์มนต์” เควินจำมันได้ “ไม่ได้เห็นมันนานเหมือนกันนะ”

“ฉันก็ไม่ได้เปิดมันนานเหมือนกัน” ครั้งล่าสุดที่เบนเปิดสมุดเวทย์มนต์นี้คือเมื่อประมาณ 2 ปีก่อน ไม่ใช่เขายุ่งหรือไม่อยากเปิด แต่หน้ากระดาษมันหมด เขาเลยไม่สามารถส่งข้อความหาเฮ็กซ์ได้ เบนเปิดอ่านไปจนกระทั่งถึงหน้าสุดท้าย เขาเบิกตากว้างกับข้อความที่เห็น

“เบน?” รูกและคนอื่นๆกังวลเมื่อเห็นสีหน้าของเบน เด็กหนุ่มเงยหน้าขึ้นมาสบตาพวกเขาพร้อมกับชูกระดาษหน้าสุดท้ายให้พวกเขาดู

หน้ากระดาษถูกเขียนด้วยหมึกสีแดงเหมือนเลือดว่า ช่วยด้วย

“ดูท่าเรามีงานต้องทำ” เบนเอ่ย

“ไม่” วิวแก็กซ์ปฏิเสธทันที

“วิวแก็กซ์” เบนเข้ามาอ้อน เขานั่งตักเอเลี่ยนตัวใหญ่พร้อมกับซบอก “พาผมไปพบพันธมิตรที่โลกหน่อย”

“ไม่”วิวแก็กซ์ปฏิเสธโดยไม่ต้องคิด เขาโดนอ้อนแบบนี้มา 4 ปีเต็ม คิดว่าเขาไม่มีภูมิคุ้มกันลูกอ้อนของเบนหรือไง?

“นะ วิวแก็กซ์” เบนคล้องคอมหาวายร้าย “ได้โปรด”

“ไม่” วิวแก็กซ์ยังคงยืนยันคำตอบเดิม

“...ทำไมไปไม่ได้ล่ะ?” เบนซบอกเอียงคอถาม ถึงจะผ่านมา 4 ปีแต่เควินก็ยังไม่หายขนลุกกับการที่คนสวยของเขาไปนั่งอ้อนวิวแก็กซ์แบบนั้น ทั้งขนลุกทั้งอิจฉา ส่วนรูกกับสเกาท์พองขน คำรามเสียงต่ำจ้องเอเลี่ยนหน้าปลาหมึกเขม็ง

“ครั้งล่าสุดที่พวกเราไปมันเกิดอะไรขึ้น?” วิวแก็กซ์โอบเอวเบน “เพราะจดหมายของเจ้า ทำให้โลกโดนพวกช่างประปาจับตาดูเป็นพิเศษ”

เบนกรอกตา เขาส่งจดหมายให้แม่ทุกเดือน พ่อกับปู่ของเขารู้เรื่องนั้นจึงเพิ่มกำลังคนเฝ้าดาวโลกมากขึ้นกว่าเดิม ช่างประปาสาขาโลกกลับมาเปิดอีกครั้ง ถ้าวิวแก็กซ์เฉียดไปใกล้ดาวโลกแม้เพียงนิด พวกช่างประปาจะรู้เพราะเครื่องสแกนในระดับดีเอ็นเอ

“ปลอมตัวไปสิ” เด็กหนุ่มเอ่ย วิวแก็กซ์หน้ามุ่ย...ไม่น่ารักเลยขอบอก... หรี่ตามองเควินที่พยายามกลั้นขำยามนึกถึงร่างแปลงของวิวแก็กซ์

“ไม่” วิวแก็กซ์ยืนยันคำเดิม

“แน่ใจ” เบนพูด “เพราะถ้าคุณไม่พาไป ผมจะไปเอง”

“เบนจามิน” วิวแก็กซ์บีบก้นเบน “อย่าแม้แต่จะคิด”

“เสียใจด้วยคุณว่าที่สามี” เบนยิ้มซุกซน “ผมคิดไปแล้ว”

วิวแก็กซ์รู้สึกเหมือนได้ยินเสียงอะไรระเบิดเมื่อได้ยินเบนเรียกเขาว่าคุณว่าที่สามี ฆ่ากันเถอะ แม้ใบหน้าจะไม่แสดงอารมณ์ใดๆแต่สีหน้าของวิวแก็กซ์ค่อยๆกลายเป็นสีแดง ในขณะที่เควิน,รูกและสเกาท์สำลักน้ำปั่น เควินถึงขั้นพ่นน้ำปั่นออกมาด้วยซ้ำ

“อีกอย่างนะวิวแก็กซ์” เบนกระซิบ “คุณหล่อน้อยน่ะดีแล้ว คุณจะได้เป็นของผมคนเดียวไง”

เป็นอีกครั้งที่วิวแก็กซ์ได้ยินเสียงอะไรระเบิด และเหมือนจะดังกว่ารอบที่แล้ว หน้าของมหาวายร้ายแดงจนไม่รู้จะแดงยังไงแล้ว ยอมแล้ว เอเลี่ยนตัวใหญ่ยกมือขึ้นมาปิดหน้า

“...เดี๋ยวพาไป” วิวแก็กซ์ยอมแพ้

“ขอบคุณ” เบนยิ้ม หอมแก้มมหาวายร้ายก่อนจะหันมามองหนุ่มๆที่เหลือ ที่มีแววตาว่างเปล่า “งั้นไปเตรียมตัวกัน เราจะออกเดินทางไปโลก”

ชายหนุ่มทั้ง 3 กอดอก เบนกระพริบตามองท่าทางของทั้งสามคนก่อนจะยิ้มแล้วเดินเข้าไปหอมแก้มทีละคนๆ

“ไปเตรียมตัวได้แล้ว” เบนเอ่ย เควินกับรูกยิ้มรับแล้วหอมแก้มเบนคืนบ้าง ในขณะที่สเกาท์สติหลุดออกจากร่างไปแล้ว ต้องลำบากรูกกับเควินหิ้วปีกไปเตรียมตัว

“จะไปโลกหรอ?” เบนสะดุ้งกับการปรากฏตัวของลูน่า

“ใช่” เบนตอบ “เสียงที่บอกให้เปิดสมุดน่ะใช่...”

“ฉันหรอ? เปล่า” ลูน่าส่ายหน้า “ไม่ลุงไมดาสก็อาโจ”

“...ผมไม่ได้ข่าวทั้งสองคนเลย พวกเขาเป็นยังไงกันบ้าง?” เบนถาม

“ก็ ลุงไมดาสนี่ข่าวล่าสุดคือต้องเคลียร์งานเอกสารกับปัญหาระดับมิติ ส่วนอาโจ...อ่า...จะว่าไงดี ยังคงทำสงครามอยู่เลย” ลูน่าเอานิ้วชี้มาจิ้มกัน เธอไม่อยากบอกเบนว่าอาโจของเธอกำลังทำอะไรอยู่ ถ้าเบนรู้เธอกลัวว่าเบนจะกลัวอาโจของเธอ

“งั้นเหรอ?” เบนหรี่ตามองพื้น เขาถอนหายใจ ต้องยอมรับว่าเขาคิดถึงโจกับไมดาสมาก “แล้ว จะไปด้วยกันไหม?”

“แน่นอน” ลูน่าพยักหน้า “ไปตามลูคัสกับคอนสแตนตินก่อนนะ”

“จะไปหมดเลยหรอ?” เบนมองตามหลังหญิงสาวในชุดคุณหมอ

“ก็แค่เผื่อไว้” ลูน่าหันมาขยิบตาให้เบนก่อนจะเดินต่อ

“รู้สึกแปลกๆกับแม่นี่ทุกที” วิวแก็กซ์เดินมาโอบไหล่เบน มหาวายร้ายรู้สึกแปลกๆกับลูน่า จะว่าไงดี? คงคล้ายกับสัตว์กินเนื้อชนิดหนึ่งอยู่ใกล้สัตว์กินเนื้ออีกชนิดหนึ่งที่กำลังนอนจำศีลล่ะมั้ง

“อย่าบอกนะว่าคุณกลัวลูน่า” เบนหรี่ตา “มหาวายร้ายระดับจักรวาล กลัวผู้หญิงตัวเล็กๆหรอ?”

“เปล่า” วิวแก็กซ์ปฏิเสธ “แค่ไม่ไว้ใจ”

“พ่อคนขี้ระแวง” เบนหัวเราะ

“ใกล้วันเกิดเจ้าแล้วเบนจามิน” วิวแก็กซ์กระซิบด้วยน้ำเสียงแหบพร่า “ปีนี้...เจ้าอายุ 15 ปี”

เบนเงียบ เขาลืมเรื่องนั้นไปแล้ว มหาวายร้ายคลอเคลียซอกคอของเขาก่อนจะกระซิบอีกครั้ง

“ตามสัญญา ยอดรัก” วิวแก็กซ์หอมแก้มเบน

ชิบ เบนคิด

 

 

 







 

 

TBC.

 

+++++++++++++++++++++++++++++++++

 

พวกเขาโตกันแล้ว เบนน้อยของเราโตเป็นสาวแล้ว!!!

อย่าเพิ่งเร่งดิลุงหมึก ให้เบนเขาผจญภัยก่อนสิวะ!!!อย่าเพิ่งชวนน้องโจ๊ะพรึมๆ(WTF) หนุ่มๆในฮาเร็มมาครบแล้วนะเออ...ที่ขึ้นชื่อว่า สามี น่ะนะ... ส่วนที่เหลือคือชู้555555555555 แล้วโจนี่ใช่ชู้ไหม? คำตอบคือไม่ โจคือสามีลับ5555555555555

รวบรัดสุดๆไม่อยากให้ยาวอันนี้จับยัดสุดๆ (ก็คนเขียนอยากเขียนช่วงโตเร็วๆอะ)




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 264 ครั้ง

522 ความคิดเห็น

  1. #492 nazea (@sunanthayanghun) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2562 / 18:18
    -_- -_-
    #492
    0
  2. #181 1234 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2561 / 00:17

    รอสามีที่ชื่อว่า “เฮ็กซ์” ค่ะ

    #181
    0
  3. #163 com23476 (@com23476) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2561 / 16:56

    ชิบแล้ววันเสียชิง5555

    #163
    1
  4. #143 blackteacup07 (@blackteacup07) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2561 / 19:24
    อ่านท้ายตอนนี่จิตใจไปหมดแล้ว หนูเบนจะ 15 แล้ว... หนูอย่ามีชู้เยอะนะ เดี๋ยวสามีเขาจะหึงกันเอา
    แต่ในที่สุดก็จะได้กลับโลกแล้ว เป็นยังไงบ้างนะะะ
    #143
    0
  5. วันที่ 4 พฤศจิกายน 2561 / 16:37

    สู้ๆนะคะ เป็นกำลังใจให้ค่ะ รอนะค้าาา

    #142
    0
  6. วันที่ 4 พฤศจิกายน 2561 / 16:37

    ชู้มีทั่วจักรวาลแน่5555 เอาแล้วว เบน ลูกคนแรกจะเป็นของลุงหมึกไหมน้าาา ใครจะได้แอ้มน้องในหอก่อนกัน มีสามีเยอะก็ลำบากหน่อยนะ ลูกเยอะแน่555 ลูกของแต่ละคนต้องน่ารักแน่ๆ(วิวแก๊กศ์ก็เอ่อ...สวย??..หล่อ??แบบแปลกๆมั้ง) จะแอบมีลูกลับๆกับชู้ๆมั๊ย555 เบนท้องกับโจด้วยจิ---#โดนตบ

    #141
    1
  7. #140 จีจี้ซัง (@jiji-love) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2561 / 14:39
    ลั่นตรง "ชู้" ไรต์นิแหละ 555++
    #140
    0
  8. #139 Jirawadee1999 (@Jirawadee1999) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2561 / 14:23

    5555 ชู้~+สามี~ =ฮาเร็มหนูเบน
    #139
    0
  9. #138 ICE-CREAMMAMA (@ICE-CREAMMAMA) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2561 / 14:21

    ชอบบมากเลยค่ะเรื่องนี้
    #138
    0
  10. #137 SikanChauykaew (@SikanChauykaew) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2561 / 14:05

    ลั่นตรงที่เหลือชู้55555555555555
    #137
    0