[AU Fanfic Ben10] Anlontipe (Yaoi)

ตอนที่ 2 : ตอนที่ 2 : แผนผูกมิตรกับมหาวายร้าย...ไม่อยากทำเลย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,621
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 375 ครั้ง
    1 พ.ย. 61


 

จากวันที่เบนได้พบกับบีทวิคซ์จนกระทั่งวันนี้ วันปิดเทอมฤดูร้อน เบนยังคิดแผนการที่จะผูกมิตรกับมหาวายร้ายระดับจักรวาลอย่างวิวแก็กซ์ไม่ออก เวลาที่พวกเขาจะได้พบกันก็ใกล้เข้ามาเต็มที เบนปวดหัว ใช่ว่าเขาจะรู้วิธีผูกมิตรกับคนอื่นเสียเมื่อไหร่ ตัวเขาในตอนนี้แทบจะไม่มีคนที่เรียกว่าเพื่อนด้วยซ้ำ แถมเป้าหมายที่เขาจะผูกมิตรด้วยนั้นเป็นมหาวายร้าย ...เอาตรงๆนะ... คงผูกมิตรได้หรอก

เบนนั่งมองเข็มนาฬิกาที่ค่อยๆเดินด้วยความกังวล เหงื่อไหลจนเขาต้องยกมือขึ้นมาเช็ดเพราะมันเกือบเข้าตา  ใครต่อใครอาจมองว่าเขานั่งมองนาฬิกาเพื่อรอเวลาเลิกเรียนแล้วเริ่มต้นเข้าสู่ช่วงปิดเทอมฤดูร้อน อย่างที่เด็กธรรมดาคนอื่นๆเขาทำกัน

แต่ความจริงคือ เขาไม่อยากให้เวลามันเดินไปจนถึงตอนเลิกเรียนต่างหาก!!!! คนอื่นจะยังไงก็ช่าง แต่เขายังไม่อยากเลิกเรียน!!!!!

ยิ่งเวลาใกล้ประชันชิดเข้ามาเท่าไร เบนยิ่งอยากกรีดร้อง เด็กชายกัดฟัน เม้มปาก เขาคิดจนหัวแทบระเบิด นี่มันเครียดยิ่งกว่าสอบปลายภาคเสียอีก เบนกุมขมับ

“อย่า-เชียว-นะ” เบนเม้มปากเมื่อเข็มยาวใกล้จะถึงเลข 12 ในขณะที่เข็มสั้นชี้ไปที่เลข 3 ครันจะให้เขาหยุดเวลา ก็ไม่ได้ มันก็แค่หยุด จะให้เขาหยุดเวลาไปตลอดกาลเพียงเพราะไม่อยากเจอวิวแก็กซ์?...ไม่น่าใช่ความคิดที่ดี... ไม่ ไม่ ไม่ ไม่คุ้ม มันไม่ใช่วิธีการแก้ปัญหาที่ดีเลยสักนิด แถมผลพวงจากการหยุดเวลานานๆคือเรื่องยุ่งยากสารพัด เขาไม่ขอเสี่ยงดีกว่า

เด็กชายไม่ได้สนใจที่อาจารย์พูด ลงเรียนซัมเมอร์? พอดีเขามีอะไรที่น่าสนใจให้ทำเยอะแยะในช่วงปิดเทอมนี้...ว่าไปนั่น... เขายังวางแผนได้ไม่เรียบร้อยดีเลย เบนถอนหายใจ แค่ด่านวิวแก็กซ์เขาก็ตันแล้ว อย่าเพิ่งหวังจะผ่านด่านอื่นเลย

เสียงกริ่งเลิกเรียนดังขึ้นทำเบนสะดุ้ง เด็กชายอยากจะร้องไห้ ช่วงเวลาแห่งความเป็นจริงมันใกล้เข้ามาราวกับยมทูตกำลังเอาเคียวมาจ่อคอ เพียงแต่ยมทูตในมโนภาพของเบนมีหน้าตาเหมือนปลาหมึก เบนกลืนน้ำลาย ขนหลังลุกชัน

เด็กชายเดินออกจากห้องเรียน ในหัวยังคิดไม่ตกถึงวิธีการผูกมิตรกับวิวแก็กซ์ ทั้งๆที่ใจจริงเขาไม่อยากทำ ฆ่ามันเลยได้ไหม? เอาจริงๆเขาก็ฆ่ามันไม่ลงหรอก  เบนถอนหายใจ เมื่อลองคิดดูดีๆ การผูกมิตรเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดแล้ว

เบนเริ่มคิดทบทวนทีละเหตุการณ์ที่เขารู้มา เรียงลำดับว่าอะไรเกิดก่อนหลังเพื่อหาจุดที่จะเข้าไปแทรกแทรงแล้วเปลี่ยนสถานการณ์ให้มันเป็นผลดีกับเขา

โจเคยบอกเขาว่าสิ่งที่ควรทำสำหรับการสร้างมิตรคือความจริงใจ เบนถอนหายใจ ดูเหมือนในส่วนนี้เขาจะไม่ผ่าน เพราะเขาไม่ได้มีความจริงใจที่จะเป็นมิตรกับวิวแก็กซ์...ก็แค่ผูกมิตรเพื่อไม่ให้มันทำร้ายเขา... การคบกับใครสักคนโดยหวังผลประโยชน์จากคนคนนั้นมันดู...

“ใครสนกัน” เบนพึมพำ กำมือแน่น วิวแก็กซ์เป็นมหาวายร้ายระดับจักรวาล มันทำลายดาว,ยึดดาวและมันไม่ลังเลเลยสักนิดตอนที่มันตัดแขนเขา จับเขาไปทรมานจนเสียสติ เบนเม้มปาก น้ำตาไหลเมื่อคิดมาถึงตรงนี้ “วายร้ายอย่างวิวแก็กซ์ ไม่จำเป็นต้องมีความจริงใจหรอก”

ระหว่างเดินออกมาจากอาคารเรียน เบนเหลือบเห็นสองอันธพาลประจำโรงเรียน แคชกับเจที โดยส่วนตัวเบนคิดว่าเจทีมันก็แค่ลูกไล่ปากดี พูดให้อันธพาลตัวจริงอย่างแคชไปแกล้งคนอื่นมากกว่าจะมาแกล้งตัวเอง

ทั้งสองคนกำลังทำกิจวัตรประจำวันอย่างการรีดไถเงินจากคนที่อ่อนแอกว่า...เอาจริงดิ... จะปิดเทอมแล้วนะ ปล่อยไปเฉยๆไม่ได้หรือไง เบนคิด

ในนิมิตของเบน เหตุการณ์นี้ตัวเขาในหลายๆมิติ โดยเฉพาะ มิติต้นตำรับ(Original Dimension)จะเข้าไปช่วยเด็กชายที่กำลังโดนรังแกแล้วโดนพวกนั้นอัดยับ แถมท้ายด้วยการจับห้อยกับต้นไม้ ที่ร้ายคือ แทนที่มันจะดีขึ้นมันดันแย่ลง เด็กชายไม่ขอบคุณที่เขาเข้าไปช่วย แถมมาว่าเขาอีก

เบนถอนหายใจ ถ้าเขาเข้าไปช่วยแล้วมันแย่ลง เขาก็ขออยู่ตรงนี้เงียบๆ ไม่ยุ่งอะไรทั้งนั้น...ซะเมื่อไหร่... เขาจะทำตามใจตัวเอง เขาจะช่วยเด็กคนนั้น ใครจะทำไม แต่ช่วยด้วยการ... เบนแสยะยิ้ม ดวงตาของเขาเรืองแสงสีชมพูเข้ม

“รีบส่งเงินมาเลย แล้วจะไปไหนก็ไป” แคชพูด มีแสงสีชมพูเข้มพุ่งเข้าใส่ด้านหลังต้นคอของแคช โดยที่คนปกติทั่วไปไม่มีทางเห็น แคชสะดุ้ง ยืนนิ่งอยู่กับครู่หนึ่งที่ก่อนจะเดินจากไป

“แคช?” เจทีเรียกด้วยความงุนงง แต่ก็วิ่งตามแคชไป เด็กชายผู้เป็นเหยื่อยืนเกาหัวด้วยความสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น

เบนแสยะยิ้มกับผลลัพธ์ที่ได้ รู้สึกภูมิใจในพลังของตัวเอง เขาทำอะไร? ไม่มีอะไร ก็แค่ส่งกระแสแมนน่าเข้าไปกระทบสมองของแคชนิดหน่อย จะว่าไงดี ควบคุมจิตใจ? ไม่เชิง แค่เปลี่ยนใจเท่านั้นเอง

มันคือการเปลี่ยนใจอย่างฉับพลัน ดังนั้นอาจทำให้อีกฝ่ายมึนงงนิดหน่อย  แต่ไม่เป็นอันตรายอะไรหรอก

เบนจดจำคาถาได้ไม่มากนักเลยต้องพึ่งอักษรรูน โชคดีที่เขามีรูน “ความทรงจำ(Memory rune)” เป็นตัวช่วย สิ่งที่เขาต้องทำก็เพียงแค่ใช้แมนน่าเป็นสื่อ พร้อมใส่ความตั้งใจหรือนึกภาพผลลัพธ์เอาไว้ในหัว แค่นั้น ง่ายๆ ขอบคุณโจ สำหรับทางลัดต่างๆ เบนคิดพร้อมรอยยิ้ม

แม็กซ์ขับรถบ้านที่เขาเรียกมันว่ารัสท์บัคเก็ท(Rustbucket) มาหยุดตรงหน้าเบน เด็กชายหุบยิ้ม เขากรอกตา ลืมไปเลยว่าเขายังมีเรื่องน่าปวดหัวรออยู่ เบนถอนหายใจ

“เร็วเบน ไปกันได้แล้ว อย่ามัวแต่เสียเวลาเลย ปู่อยากให้ไปถึงที่ตั้งแคมป์ก่อนค่ำ” ปู่แม็กซ์กล่าว เบนปั้นยิ้มพร้อมพยักหน้า ได้แต่คิดในใจว่าต้องไปตายเอาดาบหน้าเสียแล้ว

เขาจะเริ่มปฏิบัติการผูกมิตรกับวิวแก็กซ์คืนนี้ เบนมุ่งมั่น

ตอนที่เดินขึ้นมาบนรถ เบนไม่ได้รู้สึกตกใจหรือไม่พอใจที่เจอหน้ากับญาติของเขา เกวนโดริน เทนนิสัน เขารู้อยู่แล้วว่าปิดเทอมนี้นอกจากเขาจะได้อยู่กับปู่แม็กซ์แล้วเขายังต้องมาใช้เวลานานกว่า 3 เดือนติดอยู่กับเกวนอีกด้วย เบนไม่ยินดียินร้ายอะไรทั้งนั้น ถ้าเจ้าหล่อนไม่มากวนเขาหรือปากดีใส่เขา เขาก็จะอยู่ของเขา อ่านตำราที่โจกับบีทวิคซ์ส่งมาให้

ตำราอะไร? ตำราเวทมนต์นั้นแหละ ที่ตลกก็คือเขาต้องมานั่งแปลอีกต่อหนึ่งเนื่องจากมันเป็นภาษาต่างดาว ใช่ เขาเรียนเวทมนต์เอเลี่ยน

เบนตกใจมากตอนที่โจส่งหนังสือมาให้ ซึ่งกรรมวิธีการส่งให้ก็แค่ยื่นหนังสือให้เขาในความฝัน แล้วจากนั้นเขาก็ตื่นเลย พร้อมกับพบว่าตัวเองมีหนังสืออยู่ในมือ...อย่างงี้ก็ได้หรอ?... แต่หน้าปกมันเป็นชื่อคล้ายกับชื่อนิยายสักเรื่องเพื่อการปกปิด แถมยังลงเวทย์นิทรากับเวทย์หลงลืมไว้ด้วย กันพวกสอดรู้ จากที่โจบอก ทำให้มีเพียงแค่เบนคนเดียวเท่านั้นที่สามารถอ่านได้ หรือ คนที่ได้รับอนุญาต

ส่วนตำราของบีทวิคซ์ เป็นตำราการสร้างวงเวทย์...เป็นอะไรที่น่าปวดหัว... แต่ถ้าเข้าใจและจดจำได้ มันก็ไม่ได้ยากอะไร เบนมีพรสวรรค์เรื่องการจดจำรูปร่างเพียงแค่มองแค่ครั้งเดียวอยู่แล้วเลยไม่ค่อยมีปัญหา ...เดี๋ยว... มีปัญหาสิ มีปัญหาตรงที่ต้องจำให้ได้ว่าสัญลักษณ์นั้นๆมันแปลว่าอะไร

เบนถอนหายใจ เด็กชายทรุดตัวลงนั่งบนเบาะรถด้านหน้า ไม่คิดจะทักทายเกวนให้โดนสวนแล้วอารมณ์เสีย โดยลืมไปว่ามันเป็นการเสียมารยาท

“เบน ไม่คิดจะทักทายเกวนหน่อยเหรอ?” ปู่แม็กซ์กล่าว เบนถอนหายใจแล้วปั้นหน้ายิ้มอีกรอบ หันไปทางญาติของเขา

“สวัสดีเกวน” เบนทักทาย เตรียมตัวรอรับคำพูดเจ็บๆจากปากของเกวน

“สวัสดี นายเสล่อ” เกวนทัก เบนยังคงยิ้ม ว่าแล้ว เบนคิด

“ไม่เอาน่าเกวน ปิดเทอมนี้พวกเธอต้องอยู่ด้วยกันไปอีกนาน แทนที่จะทะเลาะกัน ไม่เป็นมิตรสนิทกันไว้ไม่ดีกว่าเหรอ” ปู่แม็กซ์กล่าวพร้อมรอยยิ้ม เขารู้ว่าหลานทั้งสองคนไม่ถูกกัน เขาจึงคิดว่าถ้าทั้งสองคนได้ใช้เวลาอยู่ด้วยกันมากขึ้น มันอาจทำให้ทั้งคู่สนิทกันขึ้นมาบ้าง ดังนั้นเขาจึงวางแผนที่จะพาทั้งสองคนไปเที่ยวด้วยกันตลอดช่วงปิดเทอมนี้

เกวนทำหน้าแหยงแล้วกรอกตา ใบหน้าของเจ้าหล่อนบูดบึ้งมากกว่าเดิม เบนยิ้มค้าง คิ้วกระตุก เขาเปล่าเกลียดเกวน ถ้าเจ้าหล่อนไม่ทำตัวแสนรู้...เรียกซะเหมือนหมา...งั้นเปลี่ยนเป็นรู้มาก ใช่ รู้มาก แบบรู้ไปซะหมดทุกอย่าง ทำปานตัวเองฉลาด แสนดีนักหนา ไหนจะไอ้อาการปากดีปากเสียใส่เขาอีก ถ้าเจ้าหล่อนไม่ทำอย่างที่ว่ามา พวกเขาอาจญาติดีกัน...คงหรอก... ฝ่ายเกวนเองก็ใช่ว่าอยากจะญาติดีกับเขาเสียหน่อย ปากดีใส่เขาไม่เว้นแต่ละครั้งที่เจอกันแบบนั้น

ยิ่งคิดยิ่งเลี่ยนคอจนอยากจะอ้วก เบนหันกลับมาหยิบหนังสือของโจออกมาจากกระเป๋าสะพายแล้วเริ่มต้นอ่านมันแทนที่จะสนใจคุณญาติหน้าบูด

ปู่แม็กซ์กับเกวนค่อนข้างแปลกใจที่เห็นเบนอ่านหนังสือ มันผิดวิสัยของเบน ปกติแล้วเวลาว่างเด็กชายมักจะหยิบวีดีโอเกมส์มาเล่นมากกว่าการอ่านหนังสือ ถ้าเป็นหนังสือการ์ตูนก็ว่าไปอย่าง

 “น่าแปลกใจนะเนี้ยที่เห็นนายสนใจอ่านหนังสือเป็นกับเขาด้วย” เกวนทัก ไม่วายแฝงการจิกกัด

“ก็อ่านแล้วมันเพลินดี” เบนหยิบหูฟังขึ้นมาใส่เพื่อกันมลพิษทางเสียงจากญาติของเขา โดยเทปที่เขาฟังนั้นเป็นเสียงบทสวด...ไม่สิ... บทร่ายคาถา เพื่อที่เวลาเขาร่ายเวทย์เขาจะได้ออกเสียงถูก

อย่าให้ต้องบอกเลยว่าถ้าออกเสียงผิดแล้วจะเกิดอะไรขึ้น 2 คำ สำหรับการออกเสียงเวทย์มนต์ผิด...บรรลัย...      

แม็กซ์ยิ้ม ค่อนข้างดีใจที่เห็นเบนอ่านหนังสือ เขาคิดว่ามันเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาไปทางที่ดี ถึงเขาจะสังหรณ์ใจแปลกๆเกี่ยวกับพฤติกรรมที่ดูเปลี่ยนไปของเบน แม็กซ์อธิบายไม่ถูกว่าเบนเปลี่ยนไปตรงไหน แต่ที่แน่ๆ เขารู้สึกว่าหลานชายของเขาแปลกไป

 

+++++++++++++++++++++++

 

แม็กซ์และหลานๆ เดินทางมาถึงจุดตั้งแคมป์ทันก่อนค่ำตามที่ตั้งใจไว้ และมื้อค่ำสำหรับการเดินทางท่องเที่ยวในช่วงปิดเทอมวันแรกคือ...หนอนอนามัย...

“คุณพระ” เบนพึมพำในขณะที่เกวนทำหน้าขยะแขยง เอาตรงๆนะ เบนไม่ยินดียินร้ายที่จะกินมันถ้าจำเป็น โจเคยบอกเขาว่ากินเพื่ออยู่ไม่ใช่อยู่เพื่อกิน มีอะไรให้กินก็กินๆไปเถอะ ดีกว่าอดตาย เบนเชื่อโจ และหนอนอนามัยก็ไม่ได้แย่เท่าไร

แต่ถึงกระนั้นเบนก็ไม่คิดจะกินมันตอนนี้ ขืนเขากินหนอนต่อหน้าญาติของเขา เกวนได้ล้อเขาจนกระทั่งแต่งงานแน่ ไม่ก็แย่กว่านั้น ยัยนี่ยิ่งปากเสียอยู่

ดังนั้น เบนจึงขอใช้ครัวของปู่แม็กซ์ เด็กชายสำรวจของในตู้เย็นพบแต่...อาหารแปลกๆกับวัตถุดิบแปลกๆ... จากรูปการเขาคงเอามาปรุงอาหารปกติไม่ได้ แต่สำรวจไปสักพักเขาก็พบกับแป้งแพนเค้ก

“...เอาเถอะ แพนเค้กก็แพนเค้ก” เบนพึมพำ นับว่าเขาโชคดีที่เจอของปกติมาทำอาหารได้

เบนทำอาหารเป็น? พ่อกับแม่ของเขาสอน เผื่อเอาไว้ในกรณีที่พวกท่านจะไม่อยู่บ้านนานๆ แถมโจยังเคยบอกเบนด้วยว่า ในบางครั้งถ้าเราอยากได้อะไรเราจำเป็นต้องลงมือทำด้วยตัวเอง ดังนั้นเบนจึงคิดว่าอารฝึกทำอาหารไว้ก็ไม่เสียหาย

“นั้นนายจะทำอะไรน่ะ?” เกวนถาม

“ทำอาหาร” เบนตอบโดยที่ไม่หันไปมอง

“จะกินได้เหรอ?” เกวนไม่ไว้ใจ ตั้งแต่เริ่มออกเดินทาง เธอรู้สึกได้ว่าญาติของเธอไม่เหมือนเดิม ปกติเบนก็แปลกๆอยู่แล้วแต่ตอนนี้เธอรู้สึกว่าเด็กชายแปลกมากกว่าปกติเสียอีก

“นี่ ถ้าเธอไม่กินฉันก็ไม่ว่า” เบนเหลือบมอง “แต่เลือกเอานะ เธอจะกินหนอนอนามัยกับลิ้นแกะที่ปู่จะอุ่นให้ หรือ แพนเค้กของฉัน”

เกวนทำหน้าขยะแขยงเมื่อนึกถึงเมนูหนอนกับลิ้นแกะของปู่ “ทำเผื่อฉันด้วย”

สุดท้ายก็ลงเอยด้วยการที่เบนทำอาหารเผื่อทุกๆคน ซึ่งมันอร่อยอย่างไม่น่าเชื่อ เบนตั้งใจไว้ว่าถ้าแวะห้างเขาจะขอให้ปู่ซื้อวัตถุดิบแบบปกติที่ไม่มีหนอนหรืออะไรแปลกๆมาตุนเอาไว้ เขาจะได้ทำอาหารปกติกิน แต่ถ้าทำให้ปู่แม็กซ์เขาจะใส่อะไรที่มันพิเศษลงไปด้วย เช่นหนอนหรือลิ้นแกะที่เหลือในตู้เย็น

“นี่เบน” เกวนสะกิด “พรุ่งนี้เช้าตื่นมาทำอาหารให้ทันนะ”

“ถ้าตื่นทันก่อนปู่นะ” เบนพูด ไม่ขอรับประกันอะไรทั้งนั้น

“เดี๋ยวฉันปลุกเอง” เกวนกล่าว แอบเหลือบตามองปู่แม็กซ์ที่กำลังทานแพนเค้กโรยหน้าด้วยหนอนอนามัย “จะให้ดีนายเข้าครัวก่อนปู่แม็กซ์ทุกๆรอบเลยนะ”

“ก็คิดไว้แบบนั้นเหมือนกัน” เบนกล่าว

 

+++++++++++++++++++++++++++++++

 

ในขณะเดียวกัน

 

ยานอวกาศของวิวแก็กซ์กำลังไล่ตามยานอวกาศอีกลำซึ่งบรรทุกสุดยอดเทคโนโลยีดีเอ็นเอ วิทยาการระดับ 20 เพียงหนึ่งในกาแล็กซี่ ออมนิทริกซ์ ยานของวิวแก็กซ์พยายามยิงยานบรรทุกออมนิทริกซ์ จนกระทั่งยิงถูกระบบขับเคลื่อนของยานอีกลำ

“เตรียมบุกขึ้นยานมัน ข้าจะไปเอาออมนิทิกซ์มาให้ได้ เดี๋ยวนี้” วิวแก็กซ์สั่งหุ่นยนตร์ของตน แต่ถึงแม้ยานบรรทุกออมนิทริกซ์จะโดนทำลายตัวระบบขับเคลื่อน มันก็ไม่ได้หมายความว่าปืนเลเซอร์ของยานจะถูกทำลายไปด้วยเสียหน่อย

ด้วยความประมาท วิวแก็กซ์ไม่ทันได้รู้ว่ายานบรรทุกออมมิทริกซ์กำลังชาร์ตพลัง กว่าจะรู้ตัวก็ตอนที่เลเซอร์ถูกยิงมายังจุดที่ตนอยู่ ตัวยานระเบิด วิวแก็กซ์ได้รับบาดเจ็บแต่ยังไม่ตาย

แน่นอนว่าวิวแก็กซ์ไม่ปล่อยให้ตนโดนอยู่ฝ่ายเดียว ยานของเขายิงเลเซอร์ตอบโต้ยานบรรทุกออมนิทริกซ์ทำให้ครึ่งหลังของตัวยานถูกทำลาย ส่วนด้านหน้าของยานยิงแคปซูนที่บรรจุออมนิทริกซ์ออกไปจากตัวยานที่เหลือแต่ซาก และแคปซูนนั้นมันพุ่งตรงไปยังโลก

 

++++++++++++++++++++++++++++

 

บนดาวโลก

 

เบนสะดุ้งกับนิมิตที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลัน เขาหน้าซีด เหงื่อไหลกราด

“มันเริ่มแล้ว” เบนพึมพำ เด็กชายปิดหนังสือแล้วเริ่มปฏิบัติตามแผนการที่เพิ่งคิดขึ้นมาเมื่อกี้ 'กระชั้นชิดจนไม่ทันได้ไตร่ตรองอะไร แต่เราไม่มีเวลามาคิดแล้ว“ปู่ครับ ผมไปนอนก่อนนะครับ”

“เพิ่งจะเริ่มค่ำเองนะเบน” ปู่แม็กซ์กล่าว ในมือของเขาถือถุงใส่มันเผาที่หน้าตาเหมือนมัชเมลโล่เอาไว้

“ผมเหนื่อยมาทั้งวันแล้วครับปู่ ราตรีสวัสดิ์” เบนเดินเข้าไปในรถบ้านแล้วปิดประตู

“รู้สึกว่าเบนมีอะไรแปลกๆ” ปู่แม็กซ์พึมพำ เกวนที่กำลังนั่งเล่นโน๊ตบุ๊คหันมามอง

“เพิ่งรู้หรอคะ” เกวนกล่าว “หนูสังเกตเห็นจนไม่อยากจะใส่ใจแล้วคะ”

 

ในรถบ้าน

เบนหอบหายใจด้วยความตื่นเต้น ได้แต่ถามตัวเองซ้ำๆว่าจะทำแบบนี้จริงๆหรอ? “เอาน่าเบน สู้ๆ” เบนให้กำลังใจตัวเอง

เด็กชายเดินตรงไปยังที่นอนของตัวเอง เขากลายร่างเป็นร่างโคลนพลังงาน เบนสร้างหุ่นโคลนขึ้นมาแล้วใช้แมนน่าเปลี่ยนมันให้กลายเป็นตัวเขา

“ใช้ได้” เบนเช็คหุ่นตัวแทนว่ามีอะไรขาดหรือเกินรึเปล่า เมื่อพบว่ามันสมบูรณ์แบบ เขาจึงสั่งให้มันนอนลงไปบนที่นอน “เลอะโคลนหน่อย ขอโทษด้วยนะครับปู่”

เด็กชายสร้างหุ่นโคลนตัวแทนของเขาทิ้งไว้กันไม่ให้เวลาปู่แม็กซ์หรือเกวนเข้ามาแล้วสงสัยว่าเขาหายไปไหน ในเรื่องของโคลนเดี๋ยวเขาค่อยใช้แมนน่าทำความสะอาดทีหลัง เบนยืนนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่งว่าเขาควรทำอะไรต่อ เขาควรลงเวทย์มึนงงใส่ไว้ กันคนติดใจว่านี่อาจเป็นตัวปลอม เบนตรวจเช็คความเรียบร้อยอีกนิดหน่อยก่อนจะหายตัวออกไปจากรถบ้าน

เขาไม่ค่อยได้หายตัวหรือวาร์ปมากนัก มันใช้แมนน่าเยอะ ซึ่งนั้นทำให้เวลาเขาหายตัว เบนมักจะรู้สึกหน้ามืด แต่นี่มันจำเป็น ครันจะให้เขาเดินทะลุรถบ้านออกมาพร้อมกับล่องหนไปด้วย เขาก็ยังไม่เชี่ยวชาญนัก มีสิทธิ์ถูกจับได้สูง

เบนไม่อยากถูกปู่กับเกวนจับได้ว่ามีพลังตอนนี้จึงไม่ขอทำอะไรที่เป็นความเสี่ยงต่อความลับของเขาทั้งนั้น เบนยังอยู่ในร่างโคลนพลังงาน เขาหายตัวมายังจุดที่ออมนิทริกซ์จะตกลงมา

เด็กชายมายืนรอ ไม่นานเขาก็สังเกตเห็นดาวตกที่จู่ๆก็หักเหกระทันหันแล้วพุ่งลงมาระเบิดอยู่ตรงหน้าเขา เหมือนเดิมเบนกลั้นขำ เบนเดินลงไปในหลุมที่มีแคปซูนบรรจุออมนิทริกซ์อยู่

แคปซูนเปิดออก เผยให้เห็นสิ่งที่อยู่ภายใน และนั้นทำให้เบนถึงกับเหวอ ดวงตาของเด็กชายเบิกกว้าง

“เฮ้ย!! ออมนิทริกซ์ 2 อัน บ้าไปแล้ว” เบนอุทานก่อนจะยกมือขึ้นมากุมขมับ ถึงจะมีสองอัน แต่ให้ตายยังไงก็ไม่ขอสวมมันสักอันหรอก เบนคิด เขารู้ว่าถ้าเขาสวมออมนิทริกซ์ ปัญหาได้ตามมาบานแน่ แต่มีสองอันก็ถือว่าดี อีกอันให้วิวแก็กซ์ ส่วนอีกอันใครจะได้ไปก็ไม่ใช่เรื่องของเขา เผื่อวิวแก็กซ์มาหาเรื่องโลก จะได้มีผู้ถือครองออมนิทริกซ์อีกคนออกมาตบวิวแก็กซ์แทนเขา เบนแสยะยิ้มกับความคิดนี้

เพื่อกันไม่ให้มันพุ่งมาสวมที่ข้อมือของเขาเหมือนในมิติอื่นๆ เบนสร้างสนามแมนน่าเป็นอาณาเขตวงกลมขนาดเล็กครอบลงบนออมนิทริกซ์อันหนึ่ง ภายในอาณาเขตนั้น เวลาจะถูกหยุด เสมือนตอนมันอยู่ในแคปซูน เบนนำออมนิทิกซ์ใส่ลงไปในกระเป๋าสะพายของเขาที่พกติดตัวมาด้วย

“ที่นี้ เหลือแค่ส่งของ” เบนสูดลมหายใจ การอยู่ในร่างโคลนพลังงานมันทำให้เบนใช้พลังได้สะดวกและมีพลังเกือบจะไร้จำกัด แต่ก็ไม่รู้ว่าเขาจะสามารถหายตัว(Teleport)ไปที่ยานของวิวแก็กซ์ได้ไหม เขาสามารถหายตัวไปยังจุดที่เขาเคยเห็นได้ ยานของวิวแก็กซ์ที่อยู่ในนิมิตนั้นก็ตรงตามเงื่อนไข เพียงแต่เบนไม่เคยหายตัวไกลขนาดนี้มาก่อน “สู้ๆเบน”

เด็กชายหลับตานึกถึงภาพของยานในนิมิตแล้วเร่งพลังแมนน่า ร่างของเบนหายไปจากจุดที่เขาเคยยืนอยู่ ก่อนที่ร่างของใครบางคนจะเดินเข้าไปใกล้หลุมดาวตก...

 

++++++++++++++++++++++

 

ยานอวกาศของวิวแก็กซ์

 

ร่างโคลนพลังงานของเบนปรากฎบนห้องโถงบนสะพานเรือซึ่งเต็มไปด้วยควันไฟ เบนทรุดตัวลงนั่งกับพื้นแล้วหอบหายใจ อย่างที่เบนกังวลว่าการหายตัวออกมานอกโลกมันมากเกินไปสำหรับตัวเขาในตอนนี้ เบนกลับร่างมนุษย์ เด็กชายกวาดสายตามองโดยรอบ พบร่างของวิวแก็กซ์นอนเละอยู่บนพื้นไม่ไกล เบนลอบยิ้มสะใจกับสภาพของวิวแก็กซ์ เด็กชายกระแอมไอเก็บรอยยิ้มสะใจ ถือว่าหายกันกับที่นายตัดแขนตัดขาฉันนะ เบนคิด

เบนนั่งพักจนรู้สึกดีขึ้นแล้วจึงเดินเข้าไปใกล้ร่างของวิวแก็กซ์ที่หายใจรวยริน เด็กชายแปลกใจ ปกติป่านนี้วิวแก็กซ์ต้องถูกพาตัวไปอยู่ในแท้งค์น้ำเพื่อรักษาแล้วสิ พอกวาดสายตามองโดยรอบก็พบว่าบรรดาหุ่นยนตร์ของวิวแก็กซ์โดนระเบิดจนย่อยยับหมดแล้ว แล้วตัวที่กดปุ่มยิงยานบรรทุกออมนิทริกซ์รอบสองล่ะ?

เด็กชายหันไปมองยังแผงควบคุมยาน พบกับซากของหุ่นยนตร์ที่พังยับ แต่มือข้างหนึ่งของมันวางอยู่ใกล้กับปุ่มยิงเลเซอร์ แรงเฮือกสุดท้าย? เบนคิดแล้วหันกลับมาสบตากับวิวแก็กซ์ที่กำลังจะตาย

ปล่อยให้มันตายเลยดีไหม? เบนคิด น่าเสียดายที่เบนมีความเป็นคนดีมากกว่าคนเลว ถึงแม้วิวแก็กซ์จะเป็นวายร้ายก็ตาม ดวงตาของเบนเรืองแสงสีเขียว เด็กชายเดินเข้าไปใกล้วิวแก็กซ์ เขาย่อตัวลงใกล้ร่างของเอเลี่ยนหน้าปลาหมึก มันจ้องเขา เบนไม่ได้พูดอะไรนอกจากวางมือของเขาลงบนแก้มของมัน

เบนใช้พลังของรูนแห่งการรักษา(healing rune) รักษาวิวแก็กซ์ ยิ่งเขาใช้แมนน่าสีเขียว ผลลัพธ์ที่ออกมายิ่งดีมากกว่าปกติ

เบนมีแมนนน่า 2 สีในร่าง แมนน่าสีชมพูเข้มคือแมนน่าของแอนโนไดท์ เป็นแมนน่าสากล ส่วนแมนน่าสีเขียวคือ “แมนน่าเอกลักษณ์(identity mana)” เป็นแมนน่าเฉพาะตัวของเบน ข้อแตกต่างระหว่างแมนน่าสองสีนี้คือ แมนน่าสีเขียวแข็งแกร่งและทรงพลังกว่าแมนน่าสีชมพู ถ้าเบนใช้แมนน่าสีเขียว เขาจะสามารถทำอะไรก็ได้ตามที่เขาปรารถนา แต่ตัวเขาในตอนนี้รู้สึกว่ามันควบคุมยาก และทรงพลังเกินไปสำหรับเด็กอย่างเขา

ใช้เวลาไม่นาน ร่างกายที่หายไปครึ่งซีกของวิวแก็กซ์ก็กลับมา บาดแผลต่างๆหายไปหมด ราวกับเขาไม่เคยได้รับบาดเจ็บมาก่อน

นอกจากรักษาวิวแก็กซ์แล้ว เบนยังกระจายพลังไปซ่อมแซมยานให้กลับมาอยู่ในสภาพเดิม...ใช้คำว่าซ่อมแซมไม่น่าจะถูก... ที่ถูกต้องคือ “ย้อน”สภาพยานให้กลับไปเป็นช่วงก่อนหน้าที่จะโดนโจมตีมากกว่า ด้วยความสามารถของรูนแห่งกาลเวลา(Time rune) แต่เบนไม่ได้ซ่อมพวกหุ่นยนตร์ เดี๋ยวซ่อมเสร็จพวกมันจะต้องโจมตีเขาแน่ เพื่อไม่ให้ยุ่งยากน่ารำคาญ เป็นเศษเหล็กไปแบบนั้นแหละ

เป็นอีกครั้งที่เบนภูมิใจกับพลังของตนเอง

“เจ้าเป็นใคร?” วิวแก็กซ์ถาม รักษาระยะห่างจากเบน เด็กชายอาจช่วยมัน แต่นั้นไม่ได้หมายความว่ามันจะต้องไว้ใจเด็กชาย

“จะใครก็ช่าง” เบนเหลือบตามองวิวแก็กซ์ “ผมมาที่นี่เพื่อเจรจา”

“เจรจา?” วิวแก็กซ์ทวน “เจรจาอะไร?”

“เจรจาถึงสิ่งนี้” เบนสั่งให้อาณาเขตพลังงานที่เขาใส่ออมนิทริกซ์ไว้ลอยขึ้นมาอยู่บนฝ่ามือที่เขายื่นออกไปข้างหน้า

“ออมนิทริกซ์” วิวแก็กซ์เบิกตากว้างเมื่อเห็นสิ่งที่อยู่บนฝ่ามือเด็กชาย “ส่งมันมาให้ข้า!!

“ก็กะจะให้อยู่” เบนกล่าว สังเกตจากท่าทางของวิวแก็กซ์และอะไรหลายๆอย่าง เขาเดาว่าน่าจะมีแค่เขาที่รู้ว่าในจักรวาลนี้มีออมนิทริกซ์สองอัน ก็ดี ถือว่าทางเรายังพอมีอำนาจต่อรองอยู่

“อะไรนะ?” วิวแก็กซ์ยิ่งระแวงหนักกว่าเดิม เจ้าเด็กนี่มันจะมาไม้ไหนกัน?

“แต่ผมไม่ให้มันกับคุณง่ายๆหรอกนะ คุณจะต้องผ่านเงื่อนไขของผมก่อน” เบนแสยะยิ้ม ดวงตาสีเขียวเป็นประกายเรืองรอง เขาจำได้ว่าในนิมิต มีอยู่ช่วงนึงที่วิวแก็กซ์ถือครองออมนิทริกซ์ ครันจะให้ถือครองตอนนี้เลยมันก็ออกจะดู...ไม่รู้สิ... เขาแค่สังหรณ์ว่าถ้าให้วิวแก็กซ์ถือครองออมนิทริกซ์ง่ายๆ ปัญหาใหญ่ได้ตามมาแน่

จากนิมิตตอนวิวแก็กซ์ไม่มีออมนิทริกซ์ก็ถือว่าแข็งแกร่งมากๆแบบ ถ้ามองตามความเป็นจริง ตัวเขาก็แพ้วิวแก็กซ์อยู่หลายครั้งถึงจะมีออมนิทริกซ์ก็ตาม กว่าจะชนะได้ก็ต้องพึ่งการรุม อะแฮ่ม ความสามัคคีหรือต้องสู้หลายๆรอบถึงจะชนะ

มันแข็งแกร่งได้โดยที่ไม่มีออมนิทริกซ์ เบนคิด งั้นก็ชี้ทางสว่างให้มันซะเลย

อาจดูเสี่ยงต่อชะตากรรมของทั้งจักรวาล แต่เชื่อเถอะ กว่าวิวแก็กซ์จะยึดครบทั้งจักรวาล มันคงแก่ตายก่อน

“เงื่อนไขคืออะไร?” วิวแก็กซ์ถาม รอยยิ้มแสยะกับแววตาเป็นประกายเรืองรองของเด็กชายทำมันรู้สึกเหมือนมีกระแสไฟฟ้าช็อตที่อกของมัน

“เงื่อนไขคือ คุณต้องพิชิตดวงดาวให้ได้ 10 ดวงเสียก่อน แล้วผมจะให้มันกับคุณ” เบนบอกเงื่อนไข จากนิมิต ตอนที่วิวแก็กซ์ยึดดวงดาวได้ 10 ดวงแล้วดูดพลังจากนักรบของดวงดาวนั้นๆคือช่วงที่วิวแก็กซ์แข็งแกร่งที่สุด ถ้าทำให้มันแข็งแกร่งได้โดยที่ไม่มีออมนิทริกซ์ มันคงไม่ต้องการออมนิทริกซ์อีกต่อไป แต่ถ้ามันยังต้องการอยู่ก็คงต้องพึ่งดวงอีกที เบนคิด

“เจ้ารู้บ้างไหมว่าสิ่งที่เจ้าถืออยู่มันคืออะไร” วิวแก็กซ์กล่าว “มันไม่ใช่ของเล่น”

“แล้วใครบอกว่ามันใช่” เบนย้อน

“เจ้า” วิวแก็กซ์กัดฟัน “ส่งมันมาให้ข้า แล้วข้าจะไว้ชีวิตเจ้า”

“ฮัลโหล ผมเพิ่งช่วยชีวิตคุณ ซ่อมยานคุณ บุกเข้ามาในยานของคุณและ ถือวิทยาการระดับ 20 อยู่ในมือ” เบนพูดยิ้มๆ “มองยังไงผมก็หาทางเอาชีวิตรอดไปจากคุณได้”

จากที่เด็กชายกล่าวมา มันทำให้วิวแก็กซ์กำมือแน่น จริงของมัน เป็นอีกครั้งที่วิวแก็กซ์รู้สึกเหมือนมีกระแสไฟฟ้าช็อตที่อกของมัน ข้าเป็นอะไร? เกิดอะไรขึ้นกับข้า? วิวแก็กซ์สงสัย

ใจเย็นๆเบน กล้าหาญเข้าไว้ อย่าเพิ่งสติแตก ร้ายเข้าไว้ เบนปลอบใจตัวเอง พยายามทำให้ตัวเองใจเย็น วายร้ายอย่างวิวแก็กซ์ ใช้ความเป็นคนดีเจรจาด้วยไม่ได้หรอก เบนคิด

“เจ้ารู้หรือไม่ว่าข้าเป็นใคร” วิวแก็กซ์แสยะยิ้ม เขาคิดจะใช้ความน่ากลัวของตัวเองเข้าข่ม ซึ่งมันทำเบนขนลุกแต่เด็กชายไม่ได้แสดงท่าทางหวาดกลัวออกมา เบนกรอกตาก่อนหรี่ตาจ้องวิวแก็กซ์

“มหาวายร้ายระดับจักรวาล วิวแก็กซ์” เบนกอดอก พยายามไม่สั่น ทั้งๆที่ในใจของเขาเริ่มกลัวขึ้นมาแล้ว แต่เขาจะมาถอยตอนนี้ไม่ได้ “ผมรู้ แล้วไง?”

“ทั้งๆที่เจ้ารู้ แต่ทำไมเจ้ายังไม่ยอมทำตามที่ข้าสั่ง” วิวแก็กซ์ค่อนข้างถูกใจท่าทางของเบน มันรู้ว่าเบนกลัวมัน แต่ท่าทางที่แสดงออกมานั้นกลับตรงกันข้าม จะพยายามปกปิดความกลัวของตัวเองไปได้อีกสักกี่น้ำ? วิวแก็กซ์คิด

“ข้อแรกไม่อยากทำ” เบนอาจกลัววิวแก็กซ์ แต่นั้นก็ไม่ใช่เหตุผลที่เขาต้องหนีหรือทำตามอีกฝ่าย เขาต้องสู้กับความกลัวของเขา “ข้อที่สอง พอใจมีอะไรไหม?”

วิวแก็กซ์ตากระตุก รู้สึกเส้นเลือดข้างขมับปูนโปน ไอ้เด็กนี่วิวแก็กซ์กัดฟัน

“ไม่ทำตามผมก็ไม่เป็นไร” เบนถอนหายใจ “แต่ของแบบนี้มันไม่ควรมีอยู่”

น้ำเสียงเย็นชาของเบนทำวิวแก็กซ์แปลกใจ ว่าเด็กตัวแค่นี้สามารถพูดน้ำเสียงแบบนี้ได้ด้วย

เบนหรี่ตามองออมนิทริกซ์ในมือ อาณาเขตแมนน่ากลายเป็นสีเขียวพร้อมกับออมนิทริกซ์ที่ค่อยๆปริแตก วิวแก็กซ์เบิกตากว้างกับสิ่งที่เกิดขึ้น

“นั้นเจ้าจะทำอะไรน่ะ!!!” วิวแก็กซ์ตะโกน

“ทำลายมันทิ้งไง” เบนตอบเสียงเย็น “ของอันตรายแบบนี้ไม่ควรมีอยู่ในจักรวาล”

“หยุด” วิวแก็กซ์ตะโกน “หยุดเดี๋ยวนี้!!

“ทำไม?” เบนถามน้ำเสียงไร้อารมณ์

วิวแก็กซ์กลืนน้ำลายกับท่าทางของเด็กชาย “ข้าไม่มีเหตุผลต้องทำตามเงื่อนไขของเจ้า”

เบนถอนหายใจ จากมุมมองของวิวแก็กซ์เหมือนเบนเหนื่อยใจกับความโง่ไม่ก็ความดื้อรั้นของเขา ซึ่งมันทำให้วิวแก็กซ์ไม่พอใจแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว ในใจของเบนนั้นกำลังคิดว่า

ชิบหายแล้ว!! ไม่ได้เตรียมเหตุผลที่จะให้มันทำตามมาด้วย!! ที่จริงแผนทั้งหมดนี่ก็ด้นสดเอาทั้งนั้น เข็มขัดสั้นแบบนี้จะอ้างอะไรดีล่ะ เบนคิดอย่างกระวนกระวายใจแต่ไม่ได้แสดงท่าทางใดๆออกมาทั้งนั้น เขาจะปล่อยให้ความแตกไม่ได้ ไม่งั้นซวยแน่ เบนเหลือบมองออมนิทริกซ์ ก็ไม่มีอย่างอื่นให้อ้างแล้วนี่นะ แถมกระทันหันแบบนี้คิดอะไรไม่ออกหรอก

“ไอ้ที่อยู่ในมือผมนี้เป็นเหตุผลพอไหม?” เบนถามเสียงจริงจัง “ถ้าไม่ทำตามก็...”

“ก็ได้ๆ ข้าจะทำ!!” วิวแก็กซ์รีบตอบรับเมื่อออมนิทริกซ์ถูกทำลายไปมากกว่าครึ่ง

“ดี” เบนกล่าวก่อนจะทำให้ออมนิทริกซ์กลับมาอยู่ในสภาพเดิมแล้วทำให้มันล่องหน แต่ในความคิดของวิวแก็กซ์คือเบนส่งมันไปที่อื่นเพื่อกันไม่ให้เขาเข้าไปแย่งชิงมันมา

ไอ้เด็กนี่มันร้ายกาจ วิวแก็กซ์คิด แต่ก็ไม่ได้รังเกียจ ออกจะถูกใจด้วยซ้ำ

โคตรลุ้นเลย เบนคิด เขาใช้โอกาสตอนที่วิวแก็กซ์ไม่ทันสังเกตจับออมนิทริกซ์ยัดใส่กระเป๋าสะพายอย่างรวดเร็ว

“แล้วข้าจะรู้ได้ยังไงว่าเจ้าจะรักษาสัญญา” วิวแก็กซ์ถาม มันไม่ไว้ใจใครง่ายๆ โดยเฉพาะเด็กชายตรงหน้าที่มันคิดว่าน่าจะเป็นมหาวายร้ายของดาวโลก ซึ่งความจริงแล้ว...เปล่าเลย...

“ข้อแรก ผมพูดโกหกหรือผิดคำสัญญาไม่ได้ มันจะทำให้ผมไร้พลัง” เบนกล่าว “การมีพลังมันดีกว่าไม่มีนี่จริงไหม ผมไม่เอาพลังอันแสนมีค่าของผมมาเสี่ยงกับคุณหรอกนะ”

“ก็มีเหตุผล” วิวแก็กซ์พึมพำ เพราะถ้าเป็นตัวมันเอง ก็คงทำไม่ต่างจากเด็กชายหรอก

“ข้อสอง ยังไงคุณก็ได้ครอบครองออมนิทริกซ์อยู่แล้ว” เบนคิดว่าได้เวลาของความจริงใจแล้ว “แค่ก่อนที่คุณจะได้ครอบครองมัน คุณต้องพิชิตดวงดาวให้ได้ 10 ดวงเสียก่อน มาข้ามขั้นตอนเดี๋ยวก็อดหรอก”

“เจ้ารู้ได้อย่างไร?” วิวแก็กซ์ค่อนข้างชอบใจกับสิ่งที่เบนบอก แต่มันจะเชื่อได้อย่างไร ใครจะรู้สิ่งที่เด็กชายพูดอาจแค่เพื่อทำให้มันพึงพอใจแล้วปล่อยเด็กชายไป

เบนยืนคิดอยู่สักครู่ก่อนจะเดินเข้าไปหาวิวแก็กซ์ที่เดินถอยหลังหนี กลัวหรือระแวงล่ะนั้น?

“ผมไม่กัดคุณหรอก” เบนกรอกตา ยื่นมือไปหาวิวแก็กซ์ “มาสิ จะพาไปดู”

วิวแก็กซ์ลังเลว่าจะจับมือเด็กชายดีไหม ใจเย็น วิวแก็กซ์ เจ้าเป็นถึงมหาวายร้ายระดับจักรวาล กับอีแค่เด็กชาวมนุษย์จะกลัวอะไรวิวแก็กซ์คิด ดวงตาสีแดงสบกับดวงตาสีเขียวมรกต วิวแก็กซ์ตื่นเต้นกับประกายตาที่ราวกับกำลังวางแผนบางอย่างเอาไว้ มันชวนให้ลุ้นระทึกว่าเจ้าเด็กร้ายกาจนี่กำลังวางแผนใดอยู่

สุดท้ายวิวแก็กซ์ก็จับมือกับเบนด้วยหัวใจที่เต้นแรงจากหลายๆเหตุผล

ดวงตาสีเขียวมรกตเรืองแสงสีเขียว เบนโชว์ภาพในนิมิตของเขาให้วิวแก็กซ์เห็นแต่ไม่ทั้งหมด เขาให้มันเห็นแค่เฉพาะ ภาพที่มันพิชิตดวงดาวทั้ง 10 และภาพที่มันถือครองออมนิทริกซ์พร้อมกับกองทัพหุ่นยนตร์ของมัน

มือนุ่มวิวแก็กซ์เหลือบตามองเบน อุ่นและเล็ก แต่ทรงพลัง จากภาพที่มันเห็นทำให้มันพอจะเชื่อคำของเด็กชายขึ้นมาบ้าง

“เจ้ามีพลังพิเศษ” วิวแก็กซ์กล่าว “เห็นอนาคต?”

“ประมาณนั้น” เบนตอบ ดวงตาของเขาหยุดเรืองแสงพร้อมกับภาพต่างๆที่หายไป “จะเรียกมันเป็นญาณหยั่งรู้ก็คงได้ แต่ข้อจำกัดของมันคือ มันรู้ได้ แต่ไม่หมดทุกอย่าง”

“ถ้าข้าทำตามเงื่อนไขของเจ้า ข้าจะได้ครอบครองออมนิทริกซ์?” วิวแก็กซ์ถาม

“ตามนั้น” เบนตอบ “แต่ถ้าไม่ทำตาม ก็ไม่รู้สินะ คุณไม่ได้ครอบครองออมนิทริกซ์ แถมผมจะทำลายมันทิ้ง โอเคนะ”

“เจ้ามันเด็กร้ายกาจ” วิวแก็กซ์ยังไม่ยอมปล่อยมือจากเบน เด็กชายกรอกตา เปลี่ยนมือของตัวเองให้กลายเป็นโคลนทำให้มันลื่นหลุดออกมาจากอุ้งมือของวิวแก็กซ์ได้อย่างง่ายดาย วิวแก็กซ์ค่อนข้างแปลกใจกับพลังที่หลากหลายของเบน

“มหาวายร้ายอย่างคุณมีสิทธิ์มาว่าผมด้วยหรอ” เบนมุ่ยหน้า

น่ารัก วิวแก็กซ์คิด เดี๋ยว น่ารักอะไร!!’ วิวแก็กซ์กระแอมไอ สะบัดหัวไล่ความคิดประหลาดออกไปจากหัวของตัวเอง มีสติหน่อย วิวแก็กซ์วิวแก็กซ์บอกกับตัวเอง

“งั้นหมดธุระของผมแล้ว ขอตัวก่อน” เบนมองว่าท่าทางแปลกๆของวิวแก็กซ์เป็นการใช้ความคิดว่าควรจะเริ่มบุกยึดดาวดวงไหนก่อนดี เขาควรรีบกลับไปนอนได้แล้ว ขืนนอนไม่พอพรุ่งนี้จะโดนสงสัยเอา

“เดี๋ยว” วิวแก็กซ์เรียก “ชื่อของเจ้า?”

“จำเป็นต้องรู้?” เบนถาม เขามองว่ามันไม่จำเป็นเลยสักนิด เดี๋ยวพอวิวแก็กซ์ได้ออมนิทริกซ์ เขาก็ไม่จำเป็นกับมัน โอเค เขาอาจผูกมิตรกับมัน แต่ดูสิ การผูกมิตรของพวกเขามันคือการเจรจาธุรกิจชัดๆ โดยที่ทางฝั่งเขาไม่ได้ผลประโยชน์อะไรเลย...เดี๋ยว...ได้สิ... มันไม่ตัดแขนเขาไง เป็นมิตรกันแบบนี้ก็ถือว่าดี มีแต่ได้กับได้

“บอกมาเถอะ” วิวแก็กซ์กัดฟัน ไม่รู้ตัวเลยหรือไงว่ามันเป็นเกียตริ์แค่ไหนที่มหาวายร้ายถามชื่อเจ้าน่ะ วิวแก็กซ์คิด

“เบนจามิน” เบนพูด “เบนจามิน เทนนิสัน”

“เทนนิสัน? เจ้าเป็นอะไรกับ แม็กซ์ เทนนิสัน!!” วิวแก็กซ์ตะคอก ดวงตาสีแดงวาวโรจน์ยามนึกถึงแม็กซ์ เทนนิสัน ช่างประปาฝีมือดีที่สามารถเอาชนะเขาได้

“เป็นหลานชาย” เบนกรอกตา ฉันจริงใจแล้วนะโจ เบนคิด “ไปได้ยัง”

“ยัง” วิวแก็กซ์พ่นลมหายใจ ท่าทางไม่สนในอะไรทั้งนั้นของเด็กชาย ราวกับว่ามันไม่ใช่เรื่องของเจ้าตัวทำเอาความโกรธที่มีต่อแม็กซ์ เทนนิสันหายไปในพริบตา จะลงความโกรธของคนเป็นปู่กับเจ้าเด็กนี่ได้ยังไง วิวแก็กซ์ทำไม่ลง

“อะไรอีกล่ะ?” เบนหาว “เร็วๆผมง่วง”

“รอเดี๋ยว” วิวแก็กซ์เดินหายไปสักพักก่อนจะกลับมาพร้อมกับอะไรบางอย่างในมือ “รับไว้ซะ”

“อะไร?” เบนมองของในมือวิวแก็กซ์ ชิพ?

“เอาไว้ติดต่อกับข้า” วิวแก็กซ์อธิบาย “ข้าจะติดต่อมาเรื่อยๆ เพื่อความมั่นใจว่าเจ้าจะไม่ทรยศข้า”

“เชื่อคนยากจริง” เบนพึมพำแล้วหยิบชิพมาไว้ในมือ “ทำไมต้องเป็นไอ้นี่ ไม่มีแบบว่า โทรศัพร์หรือไง?”

“ไม่มี” วิวแก็กซ์ตอบ ความจริงแล้ว สิ่งที่เด็กชายถืออยู่มันคือหุ่นสอดแนม สามารถใช้ได้ทั้งติดต่อ,แกะรอย,บันทึกภาพและสอดแนม เท่านี้วิวแก็กซ์ก็จะรู้ทุกๆการเคลื่อนไหวของเบนแล้ว

“ช่วยไม่ได้” เบนปัดผมที่ปรกหน้าผากแล้วคิดอะไรบางอย่างได้ ดวงตาของเขาเรืองแสงสีเขียว ชิพในมือของเขาเปลี่ยนกลายเป็นกิ๊บติดผม “พอดีเลย เวลาอ่านตำราจะได้ไม่รำคาญ”

ชิพถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นสีเขียว ในตอนนี้มันไปประดับอยู่บนผมของเบน สีเขียวของชิพเข้ากับสีตาของเด็กชาย วิวแก็กซ์ใจกระตุก คงต้องตรวจร่างกายเสียหน่อยแล้วมันคิด

“งั้น เอาไว้พบกันใหม่” เบนเปลี่ยนร่างของตัวเองให้กลายเป็นร่างโคลนพลังงาน วิวแก็กซ์เบิกตากว้างกับร่างกายของเบน

“เลนตม” วิวแก็กซ์กล่าว

“ใช่” เบนหรี่ตามอง “มีปัญหา?”

“เปล่า” วิวแก็กซ์เป็นหนึ่งในพวกที่ไม่ได้รังเกียจเลนตม ในทางกลับกันเขามองว่าเผ่าพันธุ์นี้ออกจะร้ายกาจและมีประโยชน์ถ้าได้มาเป็นพันธมิตร

“ดี” เบนหลับตานึกถึงจุดใกล้ๆกับรถบ้านแต่อยู่ในจุดที่ปู่กับเกวนไม่สามารถสังเกตเห็นได้ เขาเร่งพลังแมนน่าก่อนจะหายไปจากยานของวิวแก็กซ์

“เบนจามิน” วิวแก็กซ์ทวนชื่อของเด็กชาย ดวงตาสีแดงยังคงจ้องมองจุดที่เด็กชายเคยยืนอยู่ มันรู้สึกโหวงๆในอกเมื่อเบนหายไปจากสายตาของมัน “ข้าจะจำไว้”

 

+++++++++++++++++++++

 

เบนมาโผล่ตรงพุ่มไม้ใกล้ๆกับรัสท์บัคเก็ท เบนกลับร่างมนุษย์ แอบโผล่หน้าออกนอกพุ่มไม้เพื่อมองซ้ายขวา ไฟถูกปิดหมดแล้ว เด็กชายเดินออกจากพุ่มไม้ เขาเดินย่องไปยังรถบ้าน ค่อยๆเปิดประตูให้เบามือที่สุด เบนชะโงกหน้าเข้าไปในรถบ้าน พบเพียงเกวนที่นอนหลับอยู่บนที่นอนชั้นล่าง ในขณะที่ร่างปลอมของเขานอนอยู่ชั้นบน

“เบน” แม็กซ์จับไหล่หลานชายที่ยืนทำท่าลับๆล่อๆอยู่หน้ารัสท์บัคเก็ท

“ปู่แม็กซ์” เบนสะดุ้งก่อนจะหันมายิ้มให้ปู่แม็กซ์ ใจเย็นๆเบนจามิน ทำหน้าซื่อตาใสเข้าไว้เบนคิด

“ดึกดื่นป่านนี้ออกมาทำอะไรข้างนอก?” ปู่แม็กซ์ถาม

“ก็...” เบนลากเสียงยาว พยายามไม่ทำตาลอกแลก แต่ก็ไม่สบตาปู่แม็กซ์ เด็กชายเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า “ออกมาดูดาวตกน่ะครับ”

“ดาวตก?” แม็กซ์เงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า “ไม่มีนี่”

“ก็...มีไปแล้ว แบบว่า แปบเดียว” เบนพยายามไม่หัวเราะ คิดอะไรไม่ออกก็อย่าหัวเราะสิ เบนจามินเบนคิด “ผมไปนอนต่อนะครับ ราตรีสวัสดิ์ครับปู่”

“ราตรีสวัสดิ์เบน” แม็กซ์ยืนมองส่งเบนที่เดินเข้าไปในรถบ้านอย่างงงๆ เบนมีอะไรปิดบังเขาอยู่ แม็กซ์รู้สึกได้ แต่ถ้าหลานชายของเขาไม่บอก เขาก็คงทำอะไรไม่ได้ ชายแก่ยักไหล่แล้วเดินเข้าไปนอนในเต้นท์ที่กางไว้

“เกือบไปแล้ว” เบนพึมพำ หลังพิงประตูรถบ้าน เขาสูดหายใจเข้าลึกๆก่อนจะผ่อนลมหายใจออกมา เด็กชายหันไปมองหุ่นปลอมของตน ดวงตาสีเขียวเรืองแสง เบนดีดนิ้ว ฉับพลันทั้งหุ่นปลอมทั้งรอยคราบโคลนก็หายไปในทันที “เหนื่อยจัง”

เบนยกมือขึ้นจับกิ๊ฟติดผมพลางนึกถึงวิวแก็กซ์ ภาวนาให้มันจบสวย เบนเม้มปาก วันนี้เขาเหนื่อยมาทั้งวัน ได้เวลาพักผ่อนจริงๆเสียที

เด็กชายปีนขึ้นไปบนที่นอนของตนก่อนจะล้มตัวลงนอนด้วยความเหนื่อยล้า เปลือกตาค่อยๆปิดลง

“เธอลืมอะไรไปหรือเปล่า?” เสียงกระซิบดังขึ้นทำให้เบนสะดุ้งตื่น เด็กชายหันมองซ้ายขวาแต่ก็ไม่พบใคร

“โจ?” เขาจำได้ดีว่านั้นคือเสียงของโจ เราลืมอะไร? เบนคิด การที่จู่ๆเสียงของโจดังขึ้นมาในโลกความจริงแทนที่จะเป็นความฝันมันต้องเป็นเรื่องสำคัญแน่ๆ

 

พรึบ!!!

 

จู่ๆไฟก็ลุกไหม้โซนครัว เบนตกใจรีบวิ่งลงไปเพื่อดับไฟ แต่ทันทีที่เขาไปถึงโซนครัว ไฟกลับหายไป ไม่มีแม้แต่รอยไหม้ ราวกับเมื่อกี้ไม่ได้เกิดอะไรขึ้น

“ไฟ?” เบนเบิกตากว้างเมื่อเขานึกบางอย่างออก ในทุกๆมิติ ตัวเขาที่ได้ครอบครองออมนิทิกซ์มักจะเผลอทำไฟไหม้ป่าเสมอ ส่วนมิติที่เกวนได้ครอบครองออมมิทริกซ์ เอเลี่ยนตัวแรกที่เธอเป็นคือฮีทบลาสท์ เอเลี่ยนที่มีร่างกายเป็นไฟทั้งตัว

ถ้าเอเลี่ยนตัวแรกที่ผู้ถือครองออมนิทริกซ์ในทุกๆมิติแปลงร่าง คือฮีทบลาสท์ เหมือนกันหมด งั้นในมิตินี้ก็...

เบนรีบวิ่งออกไปนอกรถบ้าน หากสิ่งที่เขาคิดเป็นจริง ในตอนนี้คนที่ได้ครอบครองออมนิทริกซ์อีกอันของมิติเขาคงกำลังกลายร่างเป็นฮีทบลาสท์แน่ และถ้าสิ่งที่โจกำลังเตือนคือไฟ หมายความว่าอีกฝ่ายอาจทำไฟไหม้ป่าโดยไม่ได้ตั้งใจ

กลิ่นไหม้ลอยมาแต่ไกล ไม่นาน เปลวไฟก็ลุกโหม ถ้าลมแรงกว่านี้ไฟคงลามไปจนถึงแคมป์ของเขาแน่ เบนวิ่งตรงไปยังจุดศูนย์กลางของเปลวไฟ เขาพบกับเอเลี่ยนที่ทั่วทั้งร่างของมันลุกท้วมไปด้วยเปลวไฟ อีกฝ่ายหันมามองเขา

“หนีไป!!” อีกฝ่ายร้อง

เบนกวาดตามองโดยรอบ ตอนนี้พวกเขาถูกล้อมรอบด้วยเปลวไฟ เบนเปลี่ยนร่างของตัวเองเป็นร่างโคลนพลังงาน อีกฝ่ายเบิกตากว้าง

สะเก็ดไฟกระเด็นมาโดนแขนของเบน จุดที่โดนสะเก็ดไฟกลายเป็นหินเปราะ ซึ่งมันเจ็บมาก เบนซีดปาก เขาสร้างโล่มาน่าขึ้นมาครอบร่างของเขาก่อนจะเดินตรงเข้าไปหาฮีทบลาสท์

“นายควบคุมมันได้ไหม?” เบนถาม

“มะ...ไม่ได้” อีกฝ่ายเสียงสั่น

“แน่ใจ?” เบนถามก่อนจะจับมือของอีกฝ่าย “ร่างกายของนายเป็นไฟ ถ้าฉันเข้าใจถูก นายสามารถควบคุมไฟได้”

อีกฝ่ายกลืมน้ำลาย ใกล้มากอีกฝ่ายคิด

“ลองดูดซับไฟพวกนี้สิ” เบนกล่าว

อีกฝ่ายดูลังเล แต่สุดท้ายก็ลองทำตามที่เบนบอก มีบางอย่างแปลกๆ เบนคิดเมื่อเห็นอีกฝ่ายดูดเปลวไฟทั้งหมดมาที่ฝ่ามือ เบนเบิกตากว้างเมื่อเห็นอีกฝ่ายแสยะยิ้ม ไม่จริงน่า

“หยุด...หยุดเดี๋ยวนี้!!” เบนตะโกน

“ก็นายบอกว่า...” อีกฝ่ายหยุดตามที่เบนบอกด้วยความไม่เข้าใจ

“หยุด ฟังนะ ถ้านายดูดซับพลังงานไปมากกว่านี้มันจะทำให้นายป่วย” เบนอธิบาย “เดี๋ยวฉันจัดการเอง”

เบนยื่นมือออกไปด้านข้าง เปลวเพลิงขยับมารวมตัวกันที่ฝ่ามือทั้งสองข้างของเด็กชาย เบนเหงื่อไหลเขากำลังดูดซับเปลวเพลิงทั้งหมด แต่มันมีมากเกินไป

“มือของนาย!!” อีกฝ่ายร้องเมื่อมือทั้งสองข้างของเบนโดนความร้อนจนมันกลายเป็นหินเปราะลามไปจะถึงข้อศอก

“เวร” เบนสบถ เขาอยากจะดูดซับเปลวไฟทั้งหมดจะได้ไม่มีอะไรเหลือไปสร้างเรื่องวุ่นวายในภายหลัง แต่เขาไม่มีทางเลือก ดวงตาของเบนเรืองแสงสีเขียว เปลวไฟที่เหลืออยู่ถูกนำมารวมกันเป็นกลุ่มก้อนพลังงานขนาดเท่าลูกเท็นนิส 2 ลูก

เปลวไฟหายไปแล้ว เบนหอบหายใจ มือทั้งสองข้างของเขาหลุดลงไปกองกับพื้นแล้วงอกออกมาใหม่

“ต่อไปก็” เบนหันไปจ้องอีกฝ่าย ฮีทบลาสท์สะดุ้งเมื่อสบกับดวงตาสีเขียวเรืองแสงนั้น “อยู่นิ่งๆ”

ฉับพลัน ร่างของเบนก็พุ่งเข้ามาจับมือของอีกฝ่าย ดวงตาสีเขียวเรืองแสงเป็นประกายราวกับหมู่ดาว ทำให้ยากที่จะละสายตาไปจากมันได้

ไม่แน่ใจว่ามันจะได้ผลไหม แต่เบนคิดว่าพลังของรูนแห่งการรักษา(healing rune) น่าจะช่วยอีกฝ่ายได้ เบนรู้ในตอนที่อีกฝ่ายแสยะยิ้มว่าอีกฝ่ายเป็น ชาวออสโมเซียน การดูดซับพลังงานจะทำให้เจ้าตัวเสียสติ แต่เรียกแบบอ้อมๆว่า ป่วย

เบนรักษาผลกระทบของการดูดซับพลังให้อีกฝ่าย

อบอุ่น อีกฝ่ายคิดพลางกุมมือเบน

“นายทำอะไรฉัน?” อีกฝ่ายถาม

“ช่วยรักษานาย” เบนอธิบาย “เผ่าพันธุ์ของนายมีพรสวรรค์ในเรื่องการดูดซับสสารหรือพลังงาน แต่ถ้าดูดซับพลังงาน นายมีสิทธิ์...ป่วย...แบบว่าไม่เป็นตัวของตัวเอง และเชื่อเถอะมันจะทำให้นายเสียใจในภายหลัง”

อีกฝ่ายก้มหน้า มันจริงอย่างที่เบนกล่าว เขาดูดซับพลังงานและเผลอทำในสิ่งที่ทำให้เขารู้สึกเสียใจ

“นาย...รู้สึกดีขึ้นไหม?” เบนถาม

“ก็...ดี...นิดหน่อย เว้นแต่” ฮีทบลาสท์มองร่างกายของตัวเอง “ฉันกลายเป็นสัตว์ประหลาด”

“เฮ้ ดูฉันสิ” เบนยิ้ม “ฉันก็สัตว์ประหลาด”

“แต่นายสวย” อีกฝ่ายกล่าว “ส่วนฉันอัปลักษณ์”

เบนหน้าแดงเมื่อถูกชมว่าสวย เด็กชายกระแอ่มไอ “อย่างน้อยนายก็ไม่ได้ประหลาดคนเดียว”

“นายรักษาฉันได้ไหม?” อีกฝ่ายถาม “ทำให้ฉันกลับไปเป็นเหมือนเดิม”

“ก็...แค่รอเวลา” เบนเริ่มนับเวลา “3...2...1”

มีเสียงประหลาดดังขึ้นก่อนจะเกิดแสงสีแดงสว่างวาปขึ้นมา จากนั้นร่างของฮีทบลาสท์ก็หายไป แต่ถูกแทนที่ด้วยร่างของเด็กชายผมสีดำแทน

“นายกลับร่างแล้ว” เบนพูดก่อนจะกลับร่างเหมือนกับอีกฝ่าย เบนเหลือบตามองมือที่ยังถูกอีกฝ่ายจับไว้ “ปล่อยมือฉันได้รึยัง?”

“ขอโทษที” เด็กชายผมดำหน้าแดง แอบเสียดายที่ต้องปล่อยมือของเบน

“ไม่เป็นไร” เบนกล่าว “งั้นตอนนี้นายก็ ดีขึ้นแล้ว?”

เด็กชายผมดำพยักหน้า

“ถ้างั้นก็ ราตรีสวัสดิ์” เบนทำท่าจะเดินจากไปแต่ถูกอีกฝ่ายรั้งไว้เสียก่อน

“เดี๋ยว” เด็กชายผมดำจับแขนของเบน “นาย ชื่ออะไร?”

“เบน” เบนตอบ “นายล่ะ?”

“เควิน” อีกฝ่ายตอบ “เควิน เลวิน”

“ยินดีที่ได้รู้จัก” เบนยิ้มทำให้เควินหน้าแดง น่ารัก เควินคิด

“คือ...” เควินพูดไม่ออก เขาไม่รู้จะพูดอะไร ที่ทำอยู่นี้ก็แค่อยากจะรั้งเบนไว้ให้อยู่กับเขานานกว่านี้

“นายไม่ต้องรีบกลับบ้านหรอ?” เบนเอียงคอถาม “ฉันเดาว่าป่านนี้พ่อแม่ของนายคงกำลังเป็นห่วงนายอยู่”

เควินสะดุ้ง เขาหลุบตาลงมองพื้น

“ไม่มี” เควินพูดเสียงเบา

“หืม?” เบนเลิกคิ้ว

“ไม่มีใครเป็นห่วงฉันหรอก” เควินกล่าว “ตอนแรกที่ฉันดูดซับพลังงาน ฉันทำบ้านไฟไหม้ และ...มันทำให้แม่ของฉันตาย”

เบนเบิกตากว้าง ไม่จริงน่า จากที่เขารู้มาในนิมิต อุบัติเหตุที่เควินดูดซับพลังครั้งแรกมันไม่ได้ร้ายแรงขนาดมีใครตาย แต่นี่...มันโหดร้ายเกินไป เควินจะต้องโทษตัวเองไปตลอดชีวิต

“เสียใจด้วย” เบนกล่าว เขาเดินเข้ามาใกล้เด็กชายผมดำก่อนจะค่อยๆคว้าอีกฝ่ายมากอด “ไม่เป็นไร”

“ฉันฆ่าแม่ตัวเอง” เควินกระซิบด้วยน้ำเสียงปวดร้าว เขาซุกหน้าที่ลาดไหล่ของเบนอย่างต้องการที่พึ่ง เขาร้องไห้อย่างไม่อายใคร เควินแค่รู้สึกอยากระบายให้ใครสักคนรับรู้ และใครคนนั้นก็คือเบน

“เสียใจด้วย” เบนลูบหลังคนอายุมากกว่า “แล้วพ่อของนาย”

“ตายไปแล้ว” เควินกล่าว “ส่วนพ่อเลี้ยงก็มองว่าฉันเป็นตัวประหลาด...ยิ่งตอนนี้ คงมองว่าเป็นฆาตกรด้วย”

“ไม่เป็นไรนะ” เบนปลอบ “นายไม่ได้ตัวคนเดียว”

“หมายความว่าไง?” เควินถาม

“ฟังนะ” เบนผละออกมาจากอีกฝ่าย ดวงตาสีเขียวสบกับดวงตาสีดำ “เราแตกต่าง มีพลังและเป็นตัวประหลาดเหมือนกัน แถมตอนนี้ดูเหมือนเราจะมีความลับเหมือนกันด้วย”

เบนเหลือบตามองนาฬิกาบนข้อมือของเควิน ตลกสิ้นดีเบนคิด แต่ก็ดีที่ไม่ใช่เกวน แบบนั้นความลับเขาแตกยับแน่ อย่างน้อยถ้าเควินเป็นผู้ถือครองออมนิทริกซ์ ความลับของเขายังพอรักษาไว้ได้นานกว่านี้

“มาอยู่ด้วยกันไหม?” เบนถาม ตัวเขาในหลายๆมิติเคยคิดว่า มันจะเป็นอย่างไรถ้าเควินมาร่วมทางกับเขาในช่วงปิดเทอม อะไรๆคงจะดีขึ้น บางมิติสำเร็จ บางมิติผิดพลาด และเบนจะเลือกให้มิติของเขาเป็นมิติที่เควินมีชีวิตที่ดีในวัยเด็ก

เควินหน้าแดงกับประโยชน์ชวนไปอยู่ด้วยกันของเบน อยู่ด้วยกัน เควินคิดภาพพวกเขาสองคนอยู่ด้วยกัน ไม่มีความลับต่อกัน ไม่ต้องปกปิดอะไรทั้งนั้น เขาจะไม่ใช่ตัวประหลาดอีกต่อไป และที่สำคัญคือเขาไม่ต้องอยู่คนเดียวอีกแล้ว

เบนยื่นมือมาให้เควินจับ เด็กชายผมดำไม่ลังเลที่จะจับมือกับเบน

“แต่เรื่องพลังของเรา กับเรื่องนาฬิกาของนาย นายต้องเก็บไว้เป็นความลับจากปู่และญาติของฉันนะ” เบนกล่าว

“ทำไมล่ะ?” เควินถาม

“ยิ่งคนรู้น้อย ปัญหาที่จะตามมายิ่งน้อย” เบนอธิบาย “ให้มันเป็นความลับระหว่างเรานะ”

“ความลับระหว่างเรา” เควินหน้าแดงอีกรอบ หัวใจเต้นแรงกับประโยคเมื่อครู่ เป็นครั้งแรกที่เขาเจอกับใครบางคนที่เขาสามารถแบ่งปันความลับร่วมกันได้ ใครบางคนที่ช่วยเขา ห่วงใยเขา ไม่มองว่าเขาเป็นฆาตกรหรือตัวประหลาด และที่สำคัญคือเขารู้สึกสบายใจยามอยู่กับเบน แบบนี้อยู่ด้วยกันไปตลอดชีวิตได้ยิ่งดี

“ไปกันเถอะ นอนดึกเดี๋ยวโตช้า” เบนพูดติดตลก เขาเดินจูงมือเควินกลับไปยังรถบ้านโดยไม่ได้สังเกตเลยว่า เควินใจลอยไปถึงไหนแล้ว

 

 

 






 

TBC.

 



+++++++++++++++++++


มาตอนแรกก็ตกผู้ได้ 2 ตัว อะแฮ่ม 2 คนเบย...เอ๊ะ รึ 3 คนกันนะ?




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 375 ครั้ง

520 ความคิดเห็น

  1. #493 bophobia (@bophobia) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2562 / 23:37
    เบนโลกนี้คิคุอาโนเนะ
    #493
    0
  2. #473 vkpNmb9pN (@vkpNmb9pN) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2562 / 13:25

    เควินหนะพอได้ แต่ไอ่ปลาหมึกเนี่ยดิ มันได้หลอ?
    #473
    0
  3. #447 vco9uhgTv8y[ (@tomkamcham) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2562 / 14:28
    ปักธงไปเท่าไหร่แล้วเนี่ย! แค่2ตอน
    #447
    0
  4. #431 **Music** (@fhcy) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2562 / 20:56
    หุๆ อ่านเรื่องนี้แล้วยิ้มไม่หยุดเลยย
    #431
    0
  5. #350 KKppmarune (@KKppmarune) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 14 มีนาคม 2562 / 22:14
    ทำไมชั้นเขินพวกเด็กๆ ;-;
    #350
    0
  6. #338 9w9ifidi (@9w9ifidi) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 มีนาคม 2562 / 19:23
    สนุกมากค่า
    #338
    0
  7. #295 N.K. Naegi Komaru (@rukia13) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2562 / 08:22
    ปกติก็ไม่ใช่สายวายหรอกนะแต่ว่าเรื่องนี้มันดูมีแรงดึงดูดแปลกๆ เลยเข้ามาอ่าน เท่านั้นแหละติดเลย
    #295
    0
  8. #264 Faii26120 (@Faii26120) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 2 มกราคม 2562 / 22:05
    ให้ตายเถอะ!!! มันไม่มีคนเขียนแบบนี้จริงๆนั้นแหล่ะ กรี๊ดดดดด โคตรโดนใจ เป็นคู่ชิบที่กร้าวใจมากกกก ชอบค่าาาา
    #264
    0
  9. #199 0961236646 (@0961236646) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2561 / 21:13
    ไม่อยากพูดอ่ะไรนะ แต่พออ่านจบแล้วมันมาเองอ่ะคำว่า.....

    ออนส์!!!!

    มันโดนจายยย
    #199
    1
    • #199-1 0961236646 (@0961236646) (จากตอนที่ 2)
      25 พฤศจิกายน 2561 / 21:14
      ออยส์!!
      #199-1
  10. #152 Dark (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2561 / 18:34

    ฮาเร็มของหนูเบนนนนนชอบมากๆตอนยาวมวกโครตชอบอ่ะ คือหานิยายแนวนี้ยากมากไม่คิดว่าจะเจอ โคตรดีใจที่ได้อ่าน ชอบมากๆ อัพต่อไปนะฮะ

    #152
    0
  11. #150 boomcocoe55 (@boomcocoe55) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2561 / 16:23
    หน้าแดงเพราะโดนชมว่าสวย หล่อนเป็นชิ๊ปร้าาา
    #150
    0
  12. #149 boomcocoe55 (@boomcocoe55) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2561 / 16:23
    หน้าแดงเพราะโดนชมว่าสวย หล่อนเป็นชิ๊ปร้าาาว
    #149
    0
  13. #105 ·[PIERO]· (@Aed05102002) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2561 / 01:25
    เหล่าสมาชิกฮาเร็มค่อยๆโพล่มาทีละคน
    ปล. เควิลไม่เท่าไร แต่รู้สึกแปลกๆกับตอนหมึกใจเต้นอะ 555
    #105
    0
  14. #89 Tidvita (@Tidvita) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2561 / 08:10
    เนื้อเรื่องดีมากกกก ทำไมเราพึ่งมาเจอ >0<
    #89
    0
  15. วันที่ 21 ตุลาคม 2561 / 21:51
    แหมมม อิเบนนนน โดนผู้ชมว่าน่ารักไปหลายคนล่ะนะ อิจจจจ ชิ
    #84
    0
  16. #78 박지훈 forever (@SasiprapaSutaram) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2561 / 16:45

    หมึกน้อยน่ารักอ่าาามีการมาใจเต้นลงเต้นเเรงด้วย

    งื้ออออออ
    #78
    0
  17. #36 com23476 (@com23476) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2561 / 11:28

    ฮาเร็มมมมมมมมมมมเถอะนะะะะะะ

    #36
    0
  18. #6 chanai2486 (@chanai2486) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2561 / 12:03

    ได้แต่รออัพจนวันผ่านไป
    #6
    0
  19. #4 omg (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2561 / 05:46

    อย่าทิ้งกันนะ

    #4
    0
  20. #3 Asumaya Yukito (@miomomame110) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2561 / 03:06

    .......
    #3
    0