[AU Fanfic Ben10] Anlontipe (Yaoi)

ตอนที่ 27 : ตอนที่ 26 : Paradox & Betwixt(2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 864
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 192 ครั้ง
    19 ธ.ค. 61



 

“สังเกตไหมว่าช่วงนี้เราไปโลกกันค่อนข้างบ่อย?” เควินแสดงความคิดเห็นขณะขับยานของเขาไปดาวโลก ดวงตาสีดำเหลือบมองภรรยาคนสวยของเขาที่กำลังนั่งคุยกับตัวเองในเวอร์ชั่นนางมารที่ร้ายยิ่งกว่า อยู่ใกล้กันนานๆเขาแอบกลัวว่าเบนของเขาจะติดเชื้อความร้ายกาจมาจากอีกฝ่าย ถึงเบนจะร้ายอยู่แล้วก็เถอะ ...โอเค!! เขาหึง!! จบไหม!!

“บ่อย” รูกตอบ “ฉันรู้ว่านายไม่ไว้ใจเขา แต่ ฉันคิดว่าเขาคงไม่ทำร้ายเบนหรอก”

“ก็อาจจะ” เควินเอ่ย เหลือบมองบีทวิคซ์กับเบนทุกๆ 5 นาที

“มีสมาธิกับการขับยานไปเถอะ เลวิน” วิวแก็กซ์พูด รู้สึกร้อนๆหนาวๆทุกครั้งที่บีทวิคซ์มอง เขาเสียเปรียบอีกฝ่าย เพราะบีทวิคซ์มีใบหน้าของเบนจามิน เขาทำร้ายภรรยาคนงามของเขาไม่ลง!! ถ้าบีทวิคว์ทำอะไรเขาขึ้นมาเขาตอบโต้ไม่ได้เลยสักนิด และประเด็นสำคัญคือเบนจามินต้องโกรธเขาแน่ๆถ้าเขาตอบโต้คืน ยิ่งคิดวิวแก็กซ์ยิ่งเครียด

“นายไม่หึงหรือไง?” เควินถาม วิวแก็กซ์ไม่ตอบ ชายหนุ่มแสยะยิ้ม เขารู้คำตอบดี เนื่องจากอยู่ด้วยกันมานาน เควินจึงรู้ดีว่าไอ้หมึกนี่มันขี้หึงขนาดไหน! ยิ่งมีท่าทางนิ่งๆยิ่งหึงรุนแรง

“เบนไว้ใจเขา ฉันว่าเขาก็น่าจะไว้ใจได้” รูกแสดงความคิดเห็น

“เขาไว้ใจได้” สเกาท์เอ่ย “ฉันไม่ได้กลิ่นอันตรายจากตัวเขา”

“เหรอ หรือไม่แกก็ไม่ได้กลิ่นอะไรเลยนอกจากกลิ่นของเบน” เควินกรอกตา สเกาท์ยักไหล่ ก็เขาได้แต่กลิ่นของเบนจริงๆนี่

“ก็เขาคือเบนในโลกคู่ขนาน” รูกกระพริบตา “ฉันพูดถูกใช่ไหม?”

สเกาท์พยักหน้า เควินคำราม พวกเขายังมึนๆเรื่องตัวตนต่างมิตินิดหน่อย แต่พวกเขาแยกออกแน่ว่าคนไหนเมียของพวกเขา

“พวกนายจะว่ายังไงก็ช่าง แต่ฉันไม่ไว้ใจเขาและ ฉันหึง” เควินกัดฟันพูด บีทวิคซ์หรี่ตามองเขา ชายหนุ่มคิ้วกระตุกกับการแสยะยิ้มเหมือนเยาะเย้ยของอีกฝ่าย บางทีเขาอาจจะคิดไปเองเรื่องเยาะเย้ยแต่รอยยิ้มนั่น... พอไม่ใช่เบนของเขาแล้ว รอยยิ้มนั้นมันดูโคตรชั่วร้ายที่สุด ชายหนุ่มคิด

“ใครบ้างไม่หึง” รูกพูด เควินหันมามอง

“นายก็หึง?” เควินถาม รูกพยักหน้าตอบ “แต่ทำไมนายดูนิ่งขนาดนี้”

“ก็...อย่างแรก ฉันเชื่อใจเบน และอย่างที่สอง หึงเบนกับตัวเขาเองมันดู...งี่เง่าแปลกๆ” รูกอธิบาย เควินเงียบไปครู่หนึ่ง

“นี่นายหาว่าฉันงี่เง่า?”

 

ในขณะที่บรรดาสามีของเบนกำลังระแวงบีทวิคซ์ เด็กหนุ่มทั้งสองพากันพูดคุยเกี่ยวกับสารทุกข์สุกดิบของกันและกัน เรื่องไหนที่พวกเขาไม่สามารถพูดออกมาตรงๆได้ พวกเขาจะใช้วิธีสัมผัสจิตหรือการสัมผัสอีกฝ่ายแล้วคุยในใจกัน บีทวิคซ์เหลือบตามองบรรดาสามีของเบน หรี่ตามองเควินเป็นพิเศษ เด็กหนุ่มแสยะยิ้ม

“ขอลองอะไรหน่อยได้ไหม?” บีทวิคซ์ขออนุญาตเบน เด็กหนุ่มอายุน้อยกว่าเหลือบตามองตามสายตาของเด็กหนุ่มอายุมากกว่า เขาเห็นเควินกำลังจ้องมาที่พวกเขา เบนพอจะเข้าใจในทันทีว่าบีทวิคซ์อยากลองอะไร เบนยิ้มก่อนพยักหน้า “เด็กดี”

เมื่อได้รับการอนุญาต บีทวิคซ์จึงเริ่มปฏิบัติการแกล้ง อะแฮ่ม ทดสอบอะไรนิดๆหน่อยๆ เด็กหนุ่มขยับเข้ามาใกล้คนอายุน้อยกว่ามากกว่าเดิม จับมือเบนทั้งสองข้าง ประสานมือเข้าด้วยกัน บีทวิคซ์โน้มหน้าลงมาคลอเคลียแก้มกับคนอายุน้อยกว่า เบนคลอเคลียกลับ มองผ่านๆเหมือนแมวน้อยน่ารักสองตัวกำลังคลอเคลียกัน แต่ในสายตาของสามีขี้หึง...เส้นความอดทนพวกเขาถึงกับขาด!!!!

“หยุดๆ แยกๆ!!!” เควินกับรูกรีบพุ่งเข้ามาแยกทั้งสองคนออกจากกัน รูกมาถึงเร็วกว่าคว้าเบนของเขาเข้ามากอดพร้อมกับดันบีทวิคซ์ออกอย่างเบามือ พาราด็อกเข้ามาจับบีทวิคซ์แยกออกมา ชายหนุ่มดึงสุดที่รักของเขานั่งตักและจับเอวอีกฝ่ายไว้แน่น กันไม่ให้ไปซนที่ไหนอีก

“ซนจริงๆที่รัก” พาราด็อกเอ่ย ในขณะที่รูกกอดและคลอเคลียเบน เควินกอดเบนแน่นจากด้านหลัง เขาจ้องเขม็งมาที่บีทวิคซ์ ปล่อยให้สเกาท์ขับยานคนเดียว ส่วนวิวแก็กซ์มองว่าท่าทางของทั้งสองคนมันดูน่ารักดี ถึงจะหึงแต่ถามจริง เขาทำอะไรได้!!!?

“อะไร ก็แค่คุยกันเฉยๆ” บีทวิคซ์ทำหน้าไร้เดียวสา แต่พาราด็อกรู้ว่าหน้าแบบนี้ควรเรียกว่าร้ายเดียงสามากกว่า

“คุยกันท่าไหนคุยแบบนั้น!!!” เควินคำราม เบนเม้มปากกลั้นขำ “ไม่ต้องมายิ้มเลย!มันไม่ตลกนะ!

“ก็คุยกันท่า...อืม...ไม่ได้ตั้งชื่อท่าแหะ ตั้งชื่อท่าของเราว่าอะไรดีเบน” บีทวิคซ์เอียงคอถาม ทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้กับท่าทางแยกเขี้ยวของเควิน

“ชื่อท่า-” เบนกำลังจะตอบแต่โดนเควินจับจูบเสียก่อน คำพูดทุกอย่างถูกกลืนลงคอ แทนที่ด้วยเสียงคราง ชายหนุ่มสอดลิ้นเข้ามาภายใน เบนไม่อยากทำเควินอารมณ์ขึ้นระหว่างอยู่บนยานจึงไม่ได้ตอบโต้อะไรมากนัก ชายหนุ่มเข้าใจดี จูบจบลงในเวลาไม่นาน เบนหอบหายใจ แต่ไม่ทันได้พูดอะไรเขาก็โดนรูกจับไปจูบต่อ หนุ่มเรโวนน่าครางเสียงเหมือนแมวขณะจูบ เขาผละออกเมื่อจูบจนพอใจ เด็กหนุ่มหอบหายใจ “พอแล้ว”

“ถ้ายังซนอีก โดนหนักกว่านี้แน่” เควินกระซิบเสียงแหบ เม้มติ่งหูคนอายุน้อยกว่า

“ฉันไม่ได้ซนนะ” เบนหน้ามุ่ย รูกหอมแก้มเบน

“ใช่ นายซน แมวน้อย” รูกส่งเสียงเหมือนแมวเวลาพึงพอใจขณะคลอเคลียเบน

บีทวิคซ์กระพริบตามองเบนน้อยของเขาท่ามกลางดงหนุ่มหล่อ โดยส่วนตัวเขารู้สึกมีความสุขที่เห็นเบนคนโปรดของเขามีความสุขและได้รับความรัก เด็กหนุ่มยิ้ม

“เธอเองก็ต้องโดน ที่รัก” พาราด็อกกระซิบเสียงจริงจัง บีทวิคซ์รู้สึกขนลุกนิดๆ ชายหนุ่มอายุมากกว่าจับคนอายุน้อยกว่าหันมารับจูบ บีทวิคซ์ดิ้นในตอนแรกก่อนจะสงบในเวลาต่อ เด็กหนุ่มโอบมือรอบคอพาราด็อก เขาครางและหอบหายใจ พาราด็อกผละออก เขาหอบหายใจมองหน้าแดงๆของสุดที่รัก “อย่าซน”

“...บ้า!!!” บีทวิคซ์ร้อง มือเขาลั่นตบหน้าพาราด็อกไปที ไม่แรงขนาดเลือดกบปากแต่แรงมากพอที่จะทำให้คนอายุมากกว่าหน้าหัน บีทวิคว์ใช้โอกาสตอนที่ทุกๆคนกำลังอึ้งและพาราด็อกคลายอ้อมกอดจากเขา เด็กหนุ่มกระโดดลงจากตักของพาราด็อก เขาวิ่งไปดึงเบนออกมาจากรูกกับเควิน พาแยกไปนั่งอีกที่ บีทวิคซ์ซุกหน้าแดงๆของเขากับซอกคอของเบน “พาราด็อกบ้า เบนเขาโดนลวนลาม”

ทุกๆคนกระพริบตาปริบๆ มองพาราด็อกทีสลับกับบีทวิคซ์ที เบนกระพริบตาหันมองบรรดาสามีของเขา,พาราด็อกและบีทวิคซ์ เด็กหนุ่มอายุมากกว่าส่งเสียงอู้อี้ เด็กหนุ่มทำหน้าไม่ถูก เขากอดปลอบบีทวิคซ์ ลูบหัวปลอบคนอายุมากกว่าที่เหมือนจะเขินจนมือลั่นเผลอตบหน้าคนรักไปเต็มๆ เขินแล้วปฏิกิริยาตอบโต้รุนแรงแฮะ เบนคิด

“ที่รัก” พาราด็อกเรียก บีทวิคซ์ไม่ตอบยังคงซุกหน้ากับซอกคอของเบนต่อ “ที่รัก”

“พาราด็อกบ้า!” บีทวิคซ์ส่งเสียงอู้อี้

“โอ๋นะๆ” เบนปลอบ บรรดาสามีของเขากระพริบตาปริบๆ

“...ดีที่เบนของพวกเราไม่เขินรุนแรงแบบนั้น” เควินแสดงความคิดเห็น รูกกับวิวแก็กซ์พยักหน้าเห็นด้วย

“เบนที่รัก” พาราด็อกเดินเข้ามาสะกิดไหล่บีทวิคซ์ เด็กหนุ่มสะบัดออก

“เฮ้ย” เควินขัด “เมียของฉันก็ชื่อเบน”

“เมียของเจ้าคนเดียวที่ไหน” วิวแก็กซ์เอ่ย

 

 

ปัง!!!

 

 

ยานทั้งลำเงียบเมื่อมีกระสุดนัดหนึ่งเฉียดหน้าวิวแก็กซ์ และถือว่าเป็นโชคดีที่ยานของเควินกันกระสุน ไม่อย่างนั้นคงได้มีการตายหมู่กลางอวกาศแน่ กระสุนฝังอยู่บนเก้าอี้นั่งของสเกาท์ หนุ่มโลโบนสะดุ้ง รู้สึกได้ถึงความรุนแรงของกระสุน เขานั่งนิ่งตัวแข็งครู่หนึ่งก่อนจะค่อยๆเอี้ยวตัวหันมามองหลังเก้าอี้นั่ง พบกระสุนฝังอยู่ สเกาท์หูกระดิก ค่อยๆหันไปมองคนยิงเหมือนกับคนอื่นๆ

เบนเบิกตากว้าง เกือบม่ายสามีทีเดียวสองคนแล้ว!!! เบนกลืนน้ำลาย หันมามองคนยิงที่ยังซุกซอกคอของเขาอยู่

“ขอโทษที มือมันลั่น” บีทวิคซ์พูดเสียงจริงจัง เขาตวัดตามาจ้องวิวแก็กซ์เขม็ง “อย่าได้ สะเออะ อ้าปากพูดเชียว ไอ้หมึก”

ทุกๆคนพากันกลืนน้ำลาย เบนลูบหลังปลอบบีทวิคซ์ให้ใจเย็นลง

“บีทวิคซ์” เบนเรียก

“จ๋า” บีทวิคซ์หันมายิ้มให้เบนคนโปรดของเขา ทุกคนกระพริบตาปริบๆกับความเสียงสอง

“นั่นสามีของผม” เบนเอ่ย “ไม่ใช่วิวแก็กซ์ของคุณ”

“โอ้ว” บีทวิคซ์กระพริบตา “ขอโทษที ฉันลืม”

จงใจหรือเปล่า? ทุกๆคนสงสัย บีทวิคซ์ทำหน้าตาไร้เดียงสา นี่มันร้ายเดียงสาชัดๆ บรรดาสามีของเบนคิด

“ที่รัก” พาราด็อกเรียก บีทวิคซ์หันมาหาเขาพร้อมรอยยิ้ม...แต่ทำไมเขารู้สึกขนลุกกับแววตาของอีกฝ่ายกันนะ?... “มาหาฉันมา”

“...ไม่” บีทวิคซ์พูดทั้งหน้าตาใสซื่อ

“...ที่รัก” พาราด็อกอ่อนอกอ่อนใจ  “มาหาฉันมา”

“ไม่” บีทวิคซ์ปฏิเสธ กอดเบนแน่น “คุณมันงี่เง่า”

“ส่วนเธอมันซน ที่รัก” พาราด็อกถอนหายใจ เขาจับไหล่สุดที่รักของเขา “ที่รัก”

“ครั้งก่อนก็ต่อหน้าคนอื่นอะ” บีทวิคซ์พึมพำเสียงอู้อี้

“ก็ปกติในห้วงมิติเวลามันไม่ค่อยมีใครนี่” พาราด็อกเอ่ย

“ไม่ค่อยมี ไม่ได้แปลว่าไม่มีซะหน่อย” บีทวิคซ์พึมพำ หน้ามุ่ย

“ที่รัก อย่าอายตอนที่คนอื่นเห็นเราแสดงความรักกันสิ”

“คุณทิ้งยางอายไปเมื่อ 100,000 ปีก่อนหรือไง!!!

“...ก็ยังพอมีอยู่นะ ปกติเธอก็ไม่ได้เขินอายง่ายอะไรขนาดนี้ไม่ใช่หรือไง?”

“...คุณมันแย่!!!

“ที่รัก เมื่อกี้เราแค่จูบกันนะ ไม่ได้ทำแบบเมื่อตอน-”

“หยุดพูดเลย ไม่ต้องพูดต่อแล้ว!!

“ที่รัก-”

“ไม่!!! คุณมันงี่เง่า!!!

‘…ผัวเมียทะเลาะกัน ทุกๆคนแววตาว่างเปล่า บางคนแอบรู้สึกอยากจับคู่รักแห่งกาลเวลานี่โยนออกนอกยาน...คงพอเดาได้นะว่าใครคิด... บรรดาสามีของเบนอยากเข้าไปจับภรรยาคนสวยของพวกเขาแยกออกมาจากการเกาะแกะของบีทวิคซ์มาก

เบนกรอกตา บีทวิคซ์กอดเขาแน่นในขณะที่พาราด็อกกอดบีทวิคซ์ต่ออีกทอดและพยายามดึงสุดที่รักของเขาออกมาจากเด็กหนุ่มอายุน้อย

“ที่รัก ปล่อยเบนแล้วมาคุยกันให้รู้เรื่อง” พาราด็อกเอ่ย

“ไม่!!!” บีทวิคซ์ร้อง “เราไม่มีอะไรต้องคุยกันทั้งนั้น!!! คุณมันแย่!!!

“โอ้ย พอที!!” เควินสุดจะทน เขาเดินเข้ามาพยายามแงะบีทวิคซ์ออกจากเบนของเขา แต่เด็กหนุ่มหน้าเหมือนภรรยาคนสวยเกาะแน่นมาก “มาช่วยกันหน่อยสิ!!

เบนแววตาว่างเปล่า นี่เรามาอยู่ในสถานการณ์อะไรวะเนี้ย เบนคิด ตอนนี้ตัวเขากำลังโดนเควินกับรูกกอดและพยายามดันบีทวิคซ์ออกไปจากตัวเขา ซึ่งเด็กหนุ่มอายุมากกว่าเกาะเขาแน่นมาก พาราด็อกเองก็พยายามดึงคนรักของตัวเองออกไปจากเขาเช่นกัน แต่ขนาดใช้แรงของผู้ชายสามคนยังไม่สามารถแยกบีทวิคซ์ออกจากเบนได้เลย

วิวแก็กซ์ไม่กล้าเข้ามายุ่ง เขาไม่ได้กลัวบีทวิคซ์ แต่เขาเกรงใจเบนต่างหาก

“ถึงดาวโลกแล้ว” สเกาท์ตะโกนบอก เมื่อได้ยินแบบนั้นบีทวิคซ์ก็เผลอปล่อยมือจากตัวเบนทำให้บรรดาหนุ่มๆที่กำลังดึงตัวเบนล้มระเนระนาด เบนนอนนิ่งอยู่ในอ้อมกอดของเควินกับรูก ส่วนบีทวิคซ์ยืนนิ่งอยู่ในอ้อมแขนของพาราด็อก

“ที่รัก-” พาราด็อกกระซิบ บีทวิคซ์สะบัดหน้าหนี เขาพยายามดิ้นออกมาจากอ้อมกอดคนอายุมากกว่าแต่พาราด็อกไม่ปล่อย “ไม่เอาน่าที่รัก”

“คุณมันแย่!!” บีทวิคซ์หน้ามุ่ย ยอมอยู่นิ่งๆให้พาราด็อกกอดเพราะเขาดิ้นจนเหนื่อย!! เด็กหนุ่มกอดอก แก้มเริ่มป่อง

“ฉันรู้” พาราด็อกยิ้ม เขาหอมแก้มสุดที่รักของเขา “รักเธอนะ”

“บ้า” บีทวิคซ์พึมพำ เด็กหนุ่มหน้าแดง เขาหันมามองพาราด็อก บีทวิคซ์ยกมือกุมแก้มข้างที่เขาเผลอตบคนรักของเขาไป “ขอโทษที ผมมือลั่น เจ็บมากไหมที่รัก?”

“ไม่เป็นไร ที่รัก” พาราด็อกจับมือบีทวิคซ์ข้างที่กุมแก้มเขามาจูบ “เธอเขินได้น่ารักมาก”

“บ้า” บีทวิคซ์ดึงมือออกมา เด็กหนุ่มซุกหน้ากับอกพาราด็อก “รักเหมือนกันนะที่รัก”

“โอ้ว ที่รักของฉัน” พาราด็อกกอดบีทวิคซ์แน่น

 “...ในยานมีห้องว่าง จะใช้ก็ได้ ...ไปใช้ไป!!!” เควินไล่ ไอ้คู่นี้แม่งง้องแง้งกว่าคู่ของเราอีก!! เควินคิด เขาดึงเบนให้ลุกขึ้นยืน ปัดฝุ่นและจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่

“ฉันขอรับข้อเสนอนั้น” พาราด็อกยิ้ม บีทวิคซ์ตีอกชายหนุ่ม “อะไร? ก็-”

“ฮัลโหล คู่รักตรงนั้นน่ะ จดจ่ออยู่กับภารกิจหน่อย” เบนผิวปาก ปรบมือเตือนสติทุกๆคนก่อนจะมีใครพานอกเรื่อง โดยเฉพาะคู่รักแห่งกาลเวลาที่มักจะชอบลืมว่าตอนนี้ เวลานี้ ไม่ได้มีแค่พวกเขาสองคน!!!

“ใช่ จดจ่ออยู่กับภารกิจ” บีทวิคซ์กระแอ่มไอ เขาก้มหน้ามองแขนพาราด็อกก่อนจะหันไปมองคนรักของเขา “ปล่อยได้แล้ว”

แม้จะเสียดายแต่พาราด็อกก็ยอมปล่อยสุดที่รักของเขาให้ห่างจากตัวก่อน พวกเขายังมีเวลาอยู่ด้วยกันอีกนาน

“ไปที่ โลส โซเลแด็ด(Los Soledad)” บีทวิคซ์กล่าว “พวกเราต้องไปทำภารกิจที่นั่น”

 

โลส โซเลแด็ดเป็นเมืองร้างที่ตั้งอยู่ในทะเลทรายด้านนอกตัวเมืองเบลวู้ด(Bellwood) มันเป็นอดีตฐานทัพของทหารชาวโลกในปี 1950 ถูกสร้างขึ้นบนแหล่งแร่ควอสซ์(crystal quartz)ขนาดใหญ่ เพื่อใช้สำหรับการทดลองใน “โปรเจค พาราด็อก(Project Paradox)”

พวกเขาหรือต้องพูดให้ถูกคือ ศาสตราจารย์พาราด็อกค้นพบว่าแร่ควอสซ์มีคุณสมบัติทำให้สามารถเดินทางหรือเข้าถึงห้วงมิติและเวลาได้ และนั่นคือจุดประสงค์ที่พวกเขามาที่นี่

โลส โซเลแด็ดเป็นสถานที่ ที่มักจะเกิดเหตุการณ์เกี่ยวกับการเดินทางระหว่างมิติและเวลาหลายครั้ง กรณีสัตว์ประหลาดเหนือห้วงมิติของพวกเขาก็ไม่เว้น

พวกเขาจอดยานอยู่ด้านนอกกำแพงเมือง ในขณะที่ทุกๆคนกำลังก้าวขาลงจากยาน บีทวิคซ์ดีดนิ้วทำให้เวลาหยุดเดิน ทุกๆอย่างหยุดนิ่ง มีเพียงแค่บีทวิคซ์,พาราด็อกและเบนที่ยังสามารถขยับตัวได้ เบนกระพริบตา ไม่เข้าใจการกระทำของบีทวิคซ์

“คุณหยุดเวลาทำไม?” เบนถาม

“เรามีเรื่องบางอย่างต้องไปจัดการก่อน” บีทวิคซ์เอ่ย “และการหยุดเวลาจะช่วยให้เรื่องมันจบเร็วขึ้น”

“คุณหมายถึง?” เบนกระพริบตามองบีทวิคซ์ เด็กหนุ่มอายุมากกว่ายิ้มให้เขา บีทวิคซ์หันไปมองพาราด็อก เป็นเชิงถามกลายๆว่าเขาสามารถพูดไหม

“ครั้งนี้ตามใจเลย ที่รัก” พาราด็อกเอ่ย “พลังของเธอแข็งแกร่งขึ้นมากนะ”

“กาลเวลาทำให้ผมแข็งแกร่งขึ้น” บีทวิคซ์แสยะยิ้ม เขาหันมาจับมือเบน “ถึงกระนั้น ฉันก็ยังมีขีดจำกัดอยู่นิดหน่อย เอาเป็นว่าเรารีบๆทำมันให้เสร็จๆดีกว่านะ”

“ทำอะไร?” เบนถาม

“ขนย้ายแร่ควอสซ์” บีทวิคซ์ชะงัก นิ่งคิดครู่หนึ่ง “ไม่สิ เอาเป็นเปลี่ยนคุณสมบัติแร่ควอสซ์ดีกว่า”

“เปลี่ยน?” เบนทวน “หมายถึงเปลี่ยนให้มันไม่มีคุณสมบัติเกี่ยวกับห้วงมิติและเวลาน่ะเหรอ?”

“ใช่” บีทวิคซ์พยักหน้า “ถ้ายากไป ก็เอาแบบนี้ ย้ายแร่ควอสซ์ที่มีอยู่ตอนนี้ไปไว้ที่อื่น แล้วเปลี่ยนคุณสมบัติของแร่ควอสซ์ที่จะเกิดขึ้นมาใหม่แทน”

“...อย่างหลังน่าจะยากกว่านะ” เบนพึมพำ “ผมไม่เคยเปลี่ยนแปลงความเป็นจริง ไม่แน่ใจว่าจะทำได้ไหม”

“งั้นแนะนำอย่างหลัง” บีทวิคซ์เอ่ย “ย้ายแร่ควอสซ์ที่มีอยู่ในตอนนี้ไปไว้ที่อื่นแล้วตั้งค่าดินให้เวลาเกิดแร่ชนิดนี้ขึ้นมาใหม่ มันจะไม่มีคุณสมบัติเหมือนกับอันเก่า ง่ายจะตาย”

“ตรงไหน?” เบนหน้ามุ่ย “อยู่บนโลกผมพลังลดนะ ทำไม่ได้ขนาดนั้นหรอก”

“เดี๋ยวฉันช่วย” บีทวิคซ์จับมือเบน “และ เธอทำได้”

“...มันจะมีผละกระทบอะไรตามมาไหม?” เบนถาม เขากังวลว่าการกระทำของเขาในครั้งนี้จะสร้างผลกระทบร้ายแรง

“ก็...อืม ขอโทษที ฉันไม่รู้” บีทวิคซ์กล่าว “มิติของเธอมันเต็มไปด้วยความเป็นไปได้เบน อะไรๆก็สามารถเกิดขึ้นได้ อยู่ที่เธอจะเลือก อนาคตของเธอสามารถเปลี่ยนแปลงได้เสมอ ...อันที่จริงตอนนี้มันว่างเปล่าด้วยซ้ำ”

“ว่างเปล่า?” เบนกระพริบตา “แล้วมันดีไหม?”

“มันหมายความว่า เธอสามารถสร้างให้มันเป็นยังไงก็ได้ตามใจเธอ” บีทวิคซ์ยิ้ม ดวงตาสีเขียวมรกตแบบเดียวกันเป็นประกาย “ไม่มีใครกำหนดอนาคตของเธอได้เบน นอกจากตัวเธอเอง”

“นั่นฟังดูดี” เบนพึมพำ

“ใช่ มันดีมาก” บีทวิคซ์กล่าว

“ผมไม่มั่นใจเลย บีทวิคซ์” เบนกล่าว “ครั้งล่าสุด การกระทำของผมทำให้ดาวถูกทำลายไป 2 ดวง”

“...ก็ อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด” บีทวิค์เอ่ย “แต่ถ้าเธอจัดการกับแร่ควอสซ์ในตอนนี้ พวกไฮบรีด(Highbreed)และอีกหลายๆคนจะไม่สามารถใช้มันในการบุกโลกได้”

เบนเบิกตากว้างกับคำพูดของบีทวิคซ์ เขาลืมเรื่องนี้ไปแล้ว สงครามกับพวกไฮบรีด เขาไม่ได้อยู่ดาวโลก เขาไม่มีออมนิทริกซ์เหมือนในมิติหลัก ไม่มีใครอยู่ปกป้องดาวโลก แต่ดูเหมือนมันจะไม่ได้มีแค่นั้น

“สงครามไฮบรีดยังคงมี?” เบนกลืนน้ำลาย ในมิติหลักพวกมันเคยเกือบทำลายทุกๆสายพันธุ์ในจักรวาลได้แล้วถ้าเบนในมิติหลักไม่ยื่นมือเข้าไปช่วย

“มันมีในทุกๆมิติความเป็นจริงนั้นแหละ” บีทวิคซ์เอ่ย “อยู่ที่จะมีช้าหรือมีเร็วเท่านั้น”

“โอ้ พระเจ้า” เบนกุมขมับ “นี่เป็นเหตุผลหลักเลยสินะที่คุณให้ผมมาจัดการกับแร่ควอสซ์พวกนี้”

“ก็ประมาณนั้น” บีทวิคซ์ยิ้ม “และดูเหมือนว่าฉันจะเดาถูกว่าเธอลืมเรื่องสงครามไฮบรีดไปแล้ว”

“ก็นะ” เบนก้มหน้า “ผมอยู่อย่างสงบสุขมากเกินไป จนเกือบจะลืมว่าข้างนอกนั่นมันมีอันตรายที่รอจะทำร้ายครอบครัวของผมอยู่”

“ชีวิตสงบสุขก็เป็นสิ่งที่ดี แต่ถ้าประมาทเพียงนิดอาจพบกับความหายนะได้นะ” บีทวิคซ์ขยิบตา “อย่างน้อย ฉันก็มาเตือนเธอทัน”

“ใช่” เบนยิ้ม “ขอบคุณ”

“ยินดี” บีทวิคซ์ยิ้ม “เอาล่ะ มาจัดการเรื่องแร่ควอสซ์กัน ส่วนเรื่องสงครามไฮบรีดค่อยคิดทีหลัง”

เบนพยักหน้า เขาคิดไตร่ตรองอยู่สักพักว่าจะใช้วิธีไหนดี ทำตามที่บีทวิคซ์แนะนำมันก็พอจะได้ แต่ผลของมันไม่อาจอยู่ได้นาน พลังของเขาไม่แข็งแกร่งขนาดเปลี่ยนแปลงความเป็นจริงได้นานนัก อาจเป็นปี แต่ไม่ตลอดไป เบนถอนหายใจ จากที่คิดๆดูแล้ว วิธีที่บีทวิคซ์แนะนำมันดีที่สุดแล้ว

“ไม่ต้องสนเรื่องระยะเวลาหรอก” บีทวิคซ์รู้ว่าเบนกังวลเรื่องอะไร เขาลูบไหล่คนอายุน้อยกว่า “กว่าจะถึงตอนนั้น ทุกๆอย่างจะเรียบร้อยดี”

“คุณรู้ได้ไง?” เบนถาม

“ง่ายๆ เพราะพวกเราเก่งยังไงล่ะ” บีทวิคซ์เชิดหน้า เบนหัวเราะ ความกังวลเริ่มลดลง

“โอเค” เบนพึมพำ อย่างน้อยการกระทำของเขาในครั้งนี้ก็พอจะช่วยยืดระยะเวลาไฮบรีดบุกโลกลงไปได้บ้าง และในระหว่างนั้น เขาก็จะหาทางช่วยพวกไฮบรีด เบนยิ้มกับความคิดของตัวเอง สู้ๆเบน นายทำได้ นายทำได้ทุกอย่าง!! เบนให้กำลังใจตัวเอง

โชคดีของเบนที่วิวแก็กซ์ปลดกำไลกักพลังให้เขาแล้ว ดังนั้นการใช้พลังครั้งนี้จึงไม่ใช่การฝืนตัวเองแน่นอน เบนคุกเข่าลง มือทาบลงบนพื้น เขาหลับตา เพ่งสมาธิกับพลังแมนน่าของเขา เบนส่งพวกมันเข้าไปในพื้นดิน แมนน่ากระทบกับแร่ควอสซ์จำนวนมหาศาลภายใต้โลส โซเลแด็ด เด็กหนุ่มค่อยๆสั่งให้พลังแมนน่าแทรกซึมเข้าไปในแร่ควอสซ์ รูนบนร่างกายของเขาเรืองแสงเช่นเดียวกับเครื่องรางแห่งเบเซลที่เขาใส่อยู่

เบนขนย้ายแร่ควอสซ์ไปที่เทนนิเซีย ให้ทำไงได้เขาไม่รู้จะขนย้ายมันไปที่ไหนนี่ ในมิตินัล? ที่นั้นมีพวกรูทเตอร์อยู่นะและเขาไม่ไว้ใจพวกมัน หลังจากขนย้ายแร่ไปจนหมด เบนสั่งพลังแมนน่าให้แทรกซึมเข้าไปในดิน ลึกลงไปจนถึงแกนโลก เขาออกคำสั่งให้พวกมันสร้างแร่ควอสซ์ที่ไม่มีคุณสมบัติเกี่ยวกับมิติและห้วงเวลาขึ้นมาหลังจากนี้ ไม่รู้ว่ามันจะสร้างได้นานแค่ไหน อาจสัก 10 หรือ 20 ปี

เด็กหนุ่มลืมตา ดวงตาของเขาเรืองแสง คลื่นแมนน่าสีเขียวกระจายออกมาจากร่าง มันแผ่ขยายไปทั่วโลกเพื่อจัดการกับแร่ควอสซ์ทั้งหมดบนดาวโลก เมื่อทุกๆอย่างเสร็จเรียบร้อย ดวงตาของเขาหยุดเรืองแสงเช่นเดียวกับอักษรรูนและเครื่องรางแห่งเบเซล

เบนหอบหายใจ เขาทั้งเหนื่อยและตื่นเต้นกับสิ่งที่ทำ เราเพิ่งจะขนย้ายแร่ทั้งโลกและกำหนดการเกิดของแร่รุ่นต่อไป? เจ๋งอะ เบนยิ้ม

“เยี่ยมมาก” บีทวิคซ์ปรบมือ “ฉันรู้อยู่แล้วว่าเธอต้องทำได้”

“ขอบคุณ” เบนยิ้ม “ทีนี้ ก็เหลือแค่จัดการกับสัตว์ประหลาดเหนือห้วงมิติและเวลา”

“ใช่” บีทวิคซ์ช่วยพยุงเบนให้ลุกขึ้นยืน เขาปล่อยให้เด็กหนุ่มยืนพักสักครู่ จนเมื่อเบนรู้สึกโอเคดีแล้ว บีทวิคซ์จึงดีดนิ้ว เวลากลับมาเดินอีกครั้ง

“มีอะไรหรือเปล่า?” เควินสังเกตเห็นเบนหน้าซีด เขาเดินเข้ามาแตะหน้าผากเบน วัดอุณหภูมิร่างกายเด็กหนุ่ม แต่ไม่มีอะไรผิดปกติ “นายหน้าซีดนะ”

“ไว้ค่อยเล่าให้ฟังทีหลังนะ” เบนเอ่ย “รีบจัดการงานของเราดีกว่า”

“แล้ว ไหนล่ะไอ้สัตว์ประหลาดที่ว่า?” เควินถาม อยากจบงานนี้เร็วๆ

“ตอนนี้มันยังอยู่ที่นี่ แต่...น่าจะซ่อนหรือไม่ก็หลับอยู่” บีทวิคซ์ยักไหล่

“เควิน” วิวแก็กซ์เรียก เมื่อชายหนุ่มหันมาเขาจึงโยนอุปกรณ์บางอย่างให้หนุ่มออสโมเซี่ยน

“นี่มันอะไร?” เควินถาม มองอุปกรณ์หน้าตาประหลาดในมือ

“ประกอบมันกับออมนิทริกซ์” วิวแก็กซ์สั่งขณะประกอบอุปกรณ์หน้าตาประหลาดเหมือนในมือของเควินเข้ากับออมนิทริกซ์ของเขา “มันจะช่วยป้องกันสัญญาณของออมนิทริกซ์ ไม่ให้พวกช่างประปารู้ตอนพวกเรากลายร่าง”

“...ตั้งนานเพิ่งมาให้เนี้ยนะ” เควินพูดขณะประกอบอุปกรณ์ป้องกันสัญญาณเข้ากับออมนิทริกซ์ของเขา วิวแก็กซ์ยักไหล่

“อะไหล่มันหายาก” มหาวายร้ายเอ่ย

“ถ้าเตรียมตัวพร้อมแล้ว ก็คงได้เวลาเรียกความสนใจ เอ๊ะ? หรือควรเรียกว่าล่อเหยื่อดีนะ” บีทวิคซ์ถูมือ แสยะยิ้ม

“เรียกความสนใจ?” เบนเลิกคิ้ว เด็กหนุ่มอายุมากกว่าหันมาแสยะยิ้มให้เขา บีทวิคซ์แบมือปรากฎกลุ่มก้อนแมนน่าสีเขียวปรายทองบนฝ่ามือของเขา เขายิงมันใส่อาคารร้างใกล้ๆจนมันระเบิดเสียงดัง เบนกระพริบตา “นั่นน่ะนะวิธีเรียกความสนใจ?”

“ใช่” บีทวิคซ์ปัดผมทัดหู “และช่วยระบายอารมณ์ได้ดีทีเดียว!!

บีทวิคซ์เริ่มยิงพลังแมนน่าใส่อาคารร้างรอบๆตัวทำให้เกิดการระเบิดและเสียงดังลั่น โชคดีที่โลส โซเลแด็ดอยู่กลางทะเลทรายและห่างไกลจากตัวเมือง ไม่เช่นนั้นคงมีปัญหาตามมาแน่

“...บีทวิคซ์ไปโกรธใครมา?” เบนหันมาถามพาราด็อก ชายหนุ่มเหลือบมองวิวแก็กซ์ เบนหรี่ตา ไม่น่าถามเลย เราน่าจะรู้นะ เด็กหนุ่มถอนหายใจ เขาหันไปมองบีทวิคซ์ที่กำลังยิ้มสะใจ นี่เห็นอาคารร้างเป็นวิวแก็กซ์สินะ? เบนกอดอกมองสภาพอาคารล้างที่เป็นรูโหว่ขนาดใหญ่ บางหลังกลายเป็นฝุ่นผงด้วยซ้ำ

วิวแก็กซ์รู้สึกหนาวกระดูกสันหลัง แต่ไม่ได้แสดงท่าทางอะไรออกมา

บีทวิคซ์ที่กำลังเมามันกับการยิงพลังแมนน่าอัดอาคารร้างหยุดชะงัก เขารู้สึกได้ถึงอะไรบางอย่างที่กำลังตรงมาหาพวกเขา เด็กหนุ่มหยุดยิงแมนน่า

“มันมาแล้ว” พาราด็อกเอ่ย “แนะนำให้พวกนายเปลี่ยนร่างรอไว้เลย”

เสียงระเบิดและเสียงร้องแปลกประหลาดทำพวกเขาขนลุก วิวแก็กซ์กลายร่างเป็นโครมาสโตน(Chromastone) เอเลี่ยนเผ่าคริสตัลเซเปียน(Crystalsapien) ในขณะที่เควินกลายร่างเป็นเจ็ทเรย์ รูกกับสเกาท์เตรียมอาวุธไว้ในมือเตรียมพร้อมสำหรับการโจมตี

ท่ามกลางฝุ่นควันจากกับอาคารร้างที่พังทลาย ปรากฏร่างของสิ่งมีชีวิตสีเขียวคล้ำจนเกือบดำ ร่างกายของมันเล็ก ดวงตาสีแดงเลือดจ้องมองมาที่พวกเขา มันกวาดตามองก่อนจะมาหยุดสายตาที่เบนกับบีทวิคซ์ มันเบิกตากว้างก่อนจะพุ่งตรงมาที่เด็กหนุ่มทั้งสอง

“บอกทีว่ามันไม่ได้เร่งเวลาทุกๆอย่างที่สัมผัสเหมือนตัวในมิติของเบนหลัก” เบนถาม เขารวบรวมพลังแมนน่าไปไว้ที่ฝ่ามือ เตรียมพร้อมสำหรับทั้งป้องกันและโจมตี

“ไม่” บีทวิคซ์ตอบ ดวงตาของเขามีประกายสีทอง อันที่จริง รอบๆตัวของเขามีประกายสีทอง เด็กหนุ่มหยิบปืนมาเตรียมไว้ “แต่ร้ายแรงกว่านั้น”

“...ยังไง?” เบนถาม

“ถ้าโดนมันสัมผัส DNA จะโดนทำลาย” บีทวิคซ์ตอบ เบนนึกภาพไม่ออก เขาจึงช่วยอธิบายเพิ่มเติมให้ “ก็ ตัวนายจะค่อยๆละลายกลายเป็นของเหลวแล้วของเหลวก็จะระเหยไปอีกที”

“...สรุป ห้ามโดนตัวมัน!” เบนตะโกน

“มีแผนอะไรไหม?” รูกถาม

“ขอบอกตามตรงว่าไม่” บีทวิคซ์เอ่ย

“เยี่ยม” เบนแววตาว่างเปล่า “มันมาแล้ว!!

เจ็ทเรย์บินขึ้นไปยิงเลเซอร์ใส่มันจากบนฟ้าในขณะที่โครมาสโตนยิงลำแสงใส่มันจากบนพื้นดิน สิ่งมีชีวิตหน้าตาประหลาดหลบได้ มันพุ่งตรงเข้ามาหาเบนกับบีทวิคซ์เท่านั้น ไม่คิดจะสนใจคนอื่น

“ดูท่ามันจะสนใจแต่พวกเรานะ” บีทวิคซ์เล็งปืนไปที่สัตว์ประหลาด มันส่งเสียงร้องออกมา เสียงของมันมีผลกระทบกับเบนและบีทวิคซ์ เด็กหนุ่มลดปืนลง เขายกมือกุมอก นั่นมันอะไร? ทันทีที่ได้ยินเสียงนั่น เขาก็รู้สึกแปลกๆในอก

“เบน!!” พาราด็อกร้องเมื่อมันเริ่มเข้ามาใกล้ เขาโยนหมากฝรั่งลงไปบนพื้น ทันทีที่เจ้าสิ่งมีชีวิตเหนือห้วงมิติเหยียบลงไป มันก็ติดอยู่กับที่

“นายโยนอะไรใส่มัน?” เควินถาม

“หมากฝรั่ง” พาราด็อกเข้ามาพยุงบีทวิคซ์ในขณะที่รูกกับสเกาท์เข้าไปพยุงเบน “เธอเป็นอะไรไหมที่รัก?”

“ไม่” บีทวิคซ์พูด “แต่ตอนมันร้อง ผมรู้สึกแปลกๆ”

“ฉันก็เหมือนกัน” เบนกล่าว “มันเหมือนเสียงเด็กร้องไห้”

“ฟังยังไงกลายเป็นเสียงเด็กร้องไห้ล่ะนั่น” เควินไม่เห็นด้วยว่ามันเป็นเสียงเด็กร้องไห้ เสียงมันร้องโหยหวนเหมือนผีหรือสัตว์ทะเลมากกว่าเสียงเด็ก

“ฉันก็...รู้สึกแบบนั้น” บีทวิคซ์พึมพำ เบนดวงตาเรืองแสง เขาได้ยินเสียงกระซิบ

“จะทำอะไรก็รีบๆทำ!!!” วิวแก็กซ์ตะโกนเมื่อสัตว์ประหลาดเหนือห้วงมิติหลุดออกมาจากกับดักหมากฝรั่ง “เราต้องการแผน ด่วน!!

อดีตของเบน” เสียงของโจกระซิบบอกเบน “อดีตของบีทวิคซ์ ในวันที่เขาเริ่มออกเดินทาง

“ได้ยินนั่นไหม?” เบนถาม บีทวิคซ์หันมามองเห็นเด็กหนุ่มดวงตาเรืองแสง

“ไม่” บีทวิคซ์ตอบ “ใครบอกอะไรเธอ? เขาบอกอะไร?”

“หวังว่าจะได้ผล” เบนพึมพำ ดวงตาของเขาหยุดเรืองแสง “บีทวิคซ์มากับผม ส่วนคนที่เหลือ ถ่วงเวลาไว้ อ้อ และอย่าให้มันโดนตัวล่ะ”

พาราด็อกที่เป็นบุคคลเพียงคนเดียวที่เป็นอมตะกระโดดเข้าไปขัดขวางสัตว์ประหลาดเหนือห้วงมิติ เขาจับมันไว้แน่น

เบนจูงมือบีทวิคซ์เดินแยกออกมา เจ้าสัตว์ประหลาดกรีดร้อง เสียงของมันทำให้ทั้งสองชะงัก เบนกับบีทวิคซ์น้ำตาไหลอย่างไม่ทราบสาเหตุ วิวแก็กซ์กับเควินโจมตีใส่มันพร้อมกันรัวๆทำให้มันหยุดร้อง

“เฮ้ มันโดนฉันนะ” พาราด็อกพูด

“เออน่า ยังไงนายก็เป็นอมตะอยู่แล้ว” เควินกล่าว

“แต่ยังเจ็บได้อยู่นะ!!” พาราด็อกตะโกน

“จะทำอะไรก็รีบทำเบนจามิน” วิวแก็กซ์กล่าว “ด่วนด้วย”

“โอเค” เบนสะบัดหัว ตั้งสติ “บีทวิคซ์พาผม ย้อนกลับไปยังช่วงเวลาที่คุณเพิ่งเริ่มต้นออกเดินทางครั้งแรก”

“เริ่มต้นออกเดินทางครั้งแรก?” บีทวิคซ์เบิกตากว้าง “หมายถึงตอนที่ฉันเริ่มเดินทางย้อนเวลาน่ะนะ?”

“น่าจะใช่” เบนพูด “ทำได้ไหม?”

“...หวังว่ามันจะพอช่วยจัดการกับสถานการณ์นี้ได้นะ” บีทวิคซ์อึดอัดแต่เขาไม่มีทางเลือก เขาจับมือเบนทั้งสองข้าง ดวงตาสีเขียวเรืองแสง ร่างทั้งร่างของเขาเต็มไปด้วยประกายสีทอง แสงสว่างวาบขึ้นมาวูบหนึ่งก่อนที่ร่างของเบนกับบีทวิคซ์จะหายไป สัตว์ประหลาดกรีดร้องเสียงดัง

 

++++++++++++++++++++++++++++++++++++

 

ณ ต่างมิติ (Alternate Dimension)

 

เบนกับบีทวิคซ์ปรากฏตัวในห้องโถงแห่งหนึ่ง ดวงตาของบีทวิคซ์หยุดเรืองแสง เขากระพริบตาก่อนจะหันมองโดยรอบ

“เราอยู่ที่ไหน?” เบนถาม

“สถานที่ ที่ฉันเริ่มออกเดินทาง” บีทวิคซ์เงยหน้ามองรูปปั้นของบุรุษที่มีปีก 4 ปีกประดับอยู่ด้านหลัง บีทวิคซ์คุกเข่าลง แสดงความเคารพต่อรูปปั้นก่อนจะยืนขึ้น “เราต้องพรางตัว”

เบนใช้พลังของรูนในการพลางตัวพวกเขา รอไม่นานพวกเขาก็ได้ยินเสียงเดิน พวกเขาหันไปมอง พบกับบีทวิคซ์หรือเบนในมิตินี้ตอนกำลังจะออกเดินทางย้อนเวลา

“ข้าแด่กษัตริย์แห่งกาลเวลา ทวยเทพผู้เป็นหนึ่งเดียวกับกาลเวลา โปรดอวยพรให้ข้าทำภารกิจของข้าสำเร็จ” บีทวิคซ์ในอดีตคุกเข่าสวดอ้อนวอนต่อหน้ารูปปั้นทั้งน้ำตา “และได้โปรด... ในตอนที่ข้าไม่อยู่ที่นี่ โปรดคุ้มครองลูกสาวของข้าด้วย”

“ลูกสาว?” เบนกระซิบ เขาหันมามองเด็กหนุ่มอายุมากกว่าที่ยืนอยู่ข้างๆ

“...ฉันถูกวิวแก็กซ์ข่มขืนจนตั้งท้อง” บีทวิคซ์กระซิบตอบ มองตัวเองในอดีตด้วยแววตาเศร้าสร้อย “โจสอนเรื่องเกี่ยวกับทวยเทพที่บ้านเกิดของพวกเขานับถือให้ฉันฟัง และฉันนับถือเทพผู้เป็นหนึ่งเดียวกับกาลเวลา ...หลังจากตัดสินใจจะเดินทางไปอดีตน่ะนะ”

“แล้วก่อนหน้านั้นล่ะ?” เบนถาม บีทวิคซ์บอกว่าหลังจากตัดสินใจเดินทางย้อนอดีต แปลว่าก่อนหน้านั้นเขาน่าจะนับถือเทพองค์อื่นหรือปล่า?

“...ฉันนับถือมหาเทพแห่งการทำลายล้าง” บีทวิคซ์ตอบ เขาหันมาสบตาเบน “เขาช่วยชีวิตฉันไว้”

เบนกระพริบตา ไม่เข้าใจที่บีทวิคซ์พูด โจคือคนที่ช่วยบีทวิคซ์และเบนอีกหลายๆคนไม่ใช่หรือไง?

“ทำไมเธอถึงให้ฉันพามาที่นี่” บีทวิคซ์ถาม

“โจบอก” เบนตอบ

“ทำไมกัน?” บีทวิคซ์ไม่เข้าใจ

“...คุณบอกว่าคุณมีลูกสาว” เบนรู้สึกเอะใจกับบางอย่าง “เสียงร้องของสัตว์ประหลาดตัวนั้นมีผลกระทบแค่กับเรา ผมกับคุณได้ยินเป็นเสียงเด็กร้องในขณะที่คนอื่นไม่ได้ยิน และที่สำคัญ มันพุ่งเป้ามาที่เรา...เป็นไปได้ไหมว่ามันจะ...”

เบนเงียบเสียงเมื่อเสียงสวดอ้อนวอนจบลง บีทวิคซ์ในอดีตเช็ดน้ำตา ดวงตาสีเขียวมีแววมุ่งมั่น เขาวาดบางอย่างลงบนพื้น บีทวิคซ์วางอุปกรณ์ที่จำเป็นไว้ตรงหน้า

“วิทยาศาสตร์ผสมกับอาคม?” เบนเลิกคิ้ว

“ก็นะ คุณ-...ไมดาสสอนมาน่ะ” บีทวิคซ์เม้มปาก

เมื่อเตรียมของเสร็จเรียบร้อย บีทวิคซ์ในอดีตเร่งพลังแมนน่าในร่างกายของตัวเอง เขาส่งพลังแมนน่าไปที่อุปกรณ์หน้าตาประหลาดและสิ่งทีเขาวาดบนพื้น เกิดแสงสว่างจ้าจนต้องยกมือขึ้นมาบังตา ร่างกายของบีทวิคซ์ในอดีตถูกแสงสีทองกลืนกิน เขาน้ำตาไหลด้วยความรู้สึกหลายๆอย่าง ทั้งความหวังและความฝัน เสียงรอบข้างอื้ออึง ร่างของเขากำลังหายไป มันกำลังรวมเป็นหนึ่งเดียวกับแสงสีทอง

 เบนกับบีทวิคซ์ที่อยู่ภายใต้อาคมอำพรางได้ยินเสียงฝีเท้าวิ่งมาทางนี้ พวกเขาหันไปมองก่อนจะพบกับเด็กผู้หญิงผมสีดำในชุดกระโปรงสีชมพู ถือตุ๊กตาหมีกำลังวิ่งตรงมาที่บีทวิคซ์ในอดีต

“วิกตอเรีย” บีทวิคซ์เบิกตากว้าง

“แม่จ๋า!!” เด็กหญิงร้องเรียก วิ่งเข้าใส่แสงที่มีบีทวิคซ์อยู่ตรงกลาง แสงสว่างมากขึ้นเรื่อยๆพร้อมกับร่างของบีทวิคซ์ที่ค่อยๆหายไป “แม่จ๋า!!!

“ไม่นะ วิกตอเรีย!!!” บีทวิคซ์พุ่งออกจากม่านอาคมพรางตา เขาวิ่งสุดแรงเข้าไปหาลูกสาวตัวน้อย พยายามคว้าร่างของเธอไว้ เพียงแค่ปลายนิ้วเขาก็จะได้ตัวเธอแล้ว... แต่มันไม่ทัน

แสงสว่างจ้าจนพวกเขาต้องหลับตา พอลืมตาขึ้นมาอีกที ร่างของบีทวิคซ์ในอดีตกับหนูน้อยวิกตอเรียก็หายไป เหลือทิ้งไว้เพียงตุ๊กตาหมีของเธอ

บีทวิคซ์เบิกตากว้างพร้อมกับน้ำตาที่ไหลออกมา ยกแขนค้างในท่ากำลังเอื้อมมือไปหาลูกสาวตัวน้อย แขนของเขาสั่น เขาทรุดตัวลงตรงตุ๊กตาหมีของลูกสาว เขาค่อยๆประคองมันขึ้นมาในอ้อมกอด ภาพตรงหน้าพร่ามัวเพราะน้ำตา

“ฉันไม่เคยรู้เลย” บีทวิคซ์สะอื้น “ไม่เคยรู้เลย”

“...สัตว์ประหลาดนั่นคือวิกตอเรีย” เบนเดินเข้ามากอดปลอบบีทวิคซ์ เขาพอจะเดาได้จากสิ่งที่เกิดขึ้น สิ่งที่เขาเห็นเมื่อกี้ คำใบ้ของโจ และกรณีศึกษาจากเหตุการณ์ของเบนในมิติหลัก ทุกๆอย่างมันบ่งชี้ชัดเจนว่าสัตว์ประหลาดเหนือห้วงมิติของเขาคือวิกตอเรีย ลูกสาวของเขา ลูกสาวของบีทวิคซ์ “เสียใจด้วย”

“ฉันทำอะไรลงไป” บีทวิคซ์ร้องไห้ “ฉันทำให้ลูกตัวเองกลายเป็นอะไรไปแล้ว”

“บีทวิคซ์ใจเย็นๆ” เบนปลอบ ผละออกมาลูบหน้า เช็ดน้ำตาให้อีกฝ่าย เขาเองก็น้ำตาไหล เด็กหนุ่มสบตาคนอายุมากกว่า “เรารู้แล้วว่านั่นคือวิกตอเรีย และสิ่งที่เราต้องทำต่อจากนี้คือช่วยเธอ”

“จริงของเธอ” บีทวิคซ์เม้มปาก เขาต้องเข้มแข็ง วิกตอเรียต้องการเขา บีทวิคซ์เช็ดน้ำตา เขาต้องไปช่วยลูกสาวของเขา โถ วิกตอเรียของแม่ บีทวิคซ์น้ำตาไหลเงียบๆ เด็กหญิงคงตามหาเขาไปทั่ว จนกระทั่งหลงเข้าไปในมิติของเบนคนโปรดของเขา นั่นคงเป็นเหตุผลที่เธอพุ่งเข้าใส่และเสียงร้องของเธอมีผลกับพวกเขา มันคือสายสัมพันธ์ของแม่ลูก ที่ต่อให้เป็นกาลเวลาก็ไม่อาจทำลายได้

“มีวิธีช่วยเธอใช่ไหม?” เบนถาม

“มี” บีทวิคซ์หลับตา เขาลืมตาขึ้นมาอีกครั้งพร้อมกับประกายความมุ่นมั่นในแววตา “เดี๋ยวฉันจัดการเอง”

บีทวิคซ์จับมือเบน แสงสว่างวาบขึ้นมาวูบหนึ่งก่อนที่ร่างของพวกเขาจะหายไป

 

++++++++++++++++++++++++++++++++++

 

ณ มิติหลักของเบน เทนนิเซีย

 

3 นาที หลังจากบีทวิคซ์กับเบนหายตัวไปมิติอื่น บรรดาสามีของเบนหลบการต่อสู้ออกมายืนคุมเชิงอยู่วงนอก ปล่อยให้พาราด็อกจับสัตว์ประหลาดเหนือห้วงมิติอยู่คนเดียว

“จับเอาไว้แบบนั้นมันจะดีเหรอ?” รูกพูด “บีทวิคซ์บอกว่าเจ้านี่ทำลาย DNA ได้”

“ฉันน่ะมันอยู่เหนือกาลเวลา และบีทวิคซ์ก็ลงอาคมคุ้มกันให้ฉันไว้” พาราด็อกไอ “แต่ก็เริ่มเจ็บนิดๆแล้วนะ มารับไม้ต่อที”

“จะรับยังไงไม่ทราบ พวกเราไม่มีใครเป็นอมตะนะ” เควินกล่าว “ถ่วงเวลาเอาไว้จนกว่าพวกสาวๆจะกลับมา”

“หมายถึงเบนกับบีทวิคซ์?” รูกถาม

“ก็ใช่น่ะสิ” เควินกรอกตา

“ถ่วงเวลาเรอะ? นี่ฉันเป็นยอดมนุษย์เหนือกาลเวลานะ จะให้เป็นแค่เหยื่อล่อถ่วงเวลาเนี้ยนะ” พาราด็อกบ่น

“เออ ส่วนข้าก็เป็นมหาวายร้าย แต่ต้องมาทำอะไรแบบนี้เนี้ยนะ?” วิวแก็กซ์ทำเสียงขึ้นจมูก “อย่าบ่น”

แสงสว่างวาบขึ้นมาวูบหนึ่งก่อนที่ร่างของบีทวิคซ์กับเบนจะปรากฏตัวขึ้น บีทวิคซ์หันไปมองลูกสาวของเขาที่อยู่ในสภาพของร่างกายเป็นสัตว์ประหลาดตัวเล็กผิวสีเขียวคล้ำจนเกือบดำ บีทวิคซ์เม้มปาก น้ำตาไหล รู้สึกเจ็บปวดที่เห็นลูกสาวของเขากลายเป็นแบบนี้ เธอตามหาเรามานานเท่าไร? ต้องทนทรมานอยู่ในสภาพแบบนี้มานานกี่ปี? ยิ่งคิดบีทวิคซ์ยิ่งเจ็บปวด

“วิกตอเรีย!!!” บีทวิคซ์เรียก สัตว์ประหลาดตัวเล็กหันมามองเขา ดวงตาสีแดงจ้องเขานิ่งก่อนจะเบิกตากว้างเมื่อเห็นตุ๊กตาหมีในมือของบีทวิคซ์

เบนค่อยๆแอบหลบออกมายืนกับบรรดาสามีของเขาเพื่อไม่ให้หนูน้อยวิกตอเรียในร่างสัตว์ประหลาดสับสน

“เกิดอะไรขึ้น?” เควินกระซิบถาม

“เรื่องมันยาว” เบนกระซิบตอบ “คร่าวๆก็ เจ้าตัวเล็กนั่นคือลูกของบีทวิคซ์”

“หะ!!?” ทุกๆคนหันขวับมามองเบนพร้อมกับอ้าปากค้าง

“ชู่ว์!!” เบนยกนิ้วชึ้มาจรดริมฝีปาก เป็นการบอกให้เงียบไว้ก่อน “เดี๋ยวค่อยเล่าทีหลัง”

“วิกตอเรีย นี่แม่เอง” บีทวิคซ์ยิ้มทั้งน้ำตา เขาสบตาพาราด็อก “ปล่อยเธอ”

พาราด็อกคลายแรงที่จับสัตว์ประหลาดตัวเล็กลง มันหลบออกมาจากมือของเขาอย่างรวดเร็วๆ มันไม่สนใจเขา มันเอาแต่จ้องบีทวิคซ์ เจ้าตัวเล็กค่อยๆเดินไปหาบีทวิคซ์พร้อมกับน้ำตาไหที่ไหลออกมาจากดวงตาสีแดงของมัน

“แม่ขอโทษ” บีทวิคซ์สะอื้น “แม่ขอโทษนะ คนดีของแม่”

ร่างของบีทวิคซ์เรืองแสงสีทองอ่อนๆขณะสัตว์ประหลาดเหนือห้วงมิติตัวเล็กวิ่งเข้ามาหาเขา บีทวิคซ์อ้าแขนรับ เขากอดลูกสาวตัวน้อยเอาไว้ในอ้อมกอด

“แม่...จ๋า” สัตว์ประหลาดเรียกด้วยเสียงร้องโหยหวน มันทำให้บีทวิคซ์เจ็บปวดหัวใจ “แม่...จ๋า”

“ไม่เป็นไรนะ แม่อยู่นี่” บีทวิคซ์ปลอบ “แม่อยู่นี่”

เบนน้ำตาไหลกับภาพตรงหน้า แม้กระทั่งคนอื่นๆยังรู้สึกได้ถึงความเศร้าและความเจ็บปวดของคนเป็นแม่

“ไม่เป็นไรนะ ลูกรัก” บีทวิคซ์หลับตา “แม่จะช่วยลูกเอง”

“เบน” พาราด็อกเบิกตากว้าง เขาสังหรณ์ใจแปลกๆ “เดี๋ยว นั่นเธอจะ-”

“แอนนิมาเกีย(Animagia)” บีทวิคซ์ร่ายคาถาทั้งน้ำตา เบนเบิกตากว้างเมื่อได้ยินคาถาที่บีทวิคซ์ร่าย ก่อนจะต้องหลับตาเมื่อร่างกายของบีทวิคซ์เรืองแสงสว่างจ้า เขาไม่ค่อยแน่ใจเรื่องผลของมัน แต่เท่าที่เขาแปลได้จากตำราของโจคือมันเป็นคาถาต้องห้าม ไม่ใช่ใครๆจะสามารถใช้ได้

“ไม่!!!” พาราด็อกร้อง รู้สึกกลัวกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับสุดที่รักของเขา “เบน!!!

ร่างกายของบีทวิคซ์กลายเป็นแสงสีทอง แสงจากร่างกายของเขาส่องสว่างราวกับดวงอาทิตย์ แต่มันไม่ได้ทำร้ายใคร เควินกับรูกคว้าเบนไปกอด ใช้ร่างกายของพวกเขาบังแสงและอันตรายที่อาจมากับแสงนั้น

เบนหรี่ตามองบีทวิคซ์ เห็นเงาลางๆท่ามกลางแสงสว่างจ้า เขาเห็นเป็นร่างพลังงานเขียวจนเกือบดำ มีลวดลายสีทองพาดผ่านทั่วร่างนั่น ผมของอีกฝ่ายเป็นสีทอง ดวงตาสีเขียวมองสิ่งที่อยู่ในอ้อมกอดด้วยความรักใคร่

แสงสว่างหายไป ทุกๆคนกระพริบตาเพื่อปรับสายตาสักพัก พาราด็อกกับเบนมองบีทวิค์ด้วยความอึ้ง ร่างพลังงานสีเขียวผสมดำกับผมสีทองที่ขยับไปมาอย่างอิสระลอยอยู่เหนือพื้นไม่สูงนัก ในอ้อมกอดของร่างนั้นมีห่อผ้าซึ่งภายในมีเด็กทารกที่กำลังจ้องร่างพลังงานนั้นตาแป๋ว

“เบน”พาราด็อกเรียก บีทวิคซ์หันมามอง เขาเดินเข้ามาหาสุดที่รักของเขา “ที่รัก เธอไม่เป็นอะไรใช่ไหม?”

บีทวิคซ์ยิ้ม เขาส่ายหน้าเป็นการตอบว่าเขาไม่เป็นอะไร พาราด็อกโล่งใจ คว้าร่างของบีทวิคซ์เข้าไปกอด เด็กหนุ่มหลับตา เขาค่อยๆกลับร่างปกติของเขา เด็กทารกในห่อผ้ารู้สึกอึดอัดจึงขยับตัวดิ้นไปมาและส่งเสียงร้องประท้วง

“โอ๋ๆ ไม่เป็นไรนะ คนดีของแม่” บีทวิคซ์ปลอบ เขาสลัดตัวออกมาจากพาราด็อกเพื่อไม่ให้วิกตอเรียน้อยอึดอัด เขายิ้มให้ลูกสาวตัวน้อยที่ในตอนนี้กลายเป็นเด็กทารกไปแล้ว ทารกน้อยหันไปมองพาราด็อกด้วยสายตาสงสัยใคร่รู้ “นั่นพาราด็อก”

“...ไง หนูน้อย” พาราด็อกยิ้มให้วิกตอเรีย ทารกน้อยมองพาราด็อกตาแป๋ว

“และพาราด็อกที่รัก นี่วิกตอเรีย” บีทวิคซ์ยิ้ม “ลูกสาวของผมเอง”

 

“...จบแล้ว? จบแค่นี้?” เควินกระพริบตามองบรรยากาศครอบครัวอบอุ่นพ่อแม่ลูกจากคู่รักแห่งกาลเวลาและทารกน้อยในอ้อมกอดของบีทวิคซ์ “ง่ายๆแค่นี้!?”

“อ่าฮะ ง่ายๆแค่นี้” เบนยักไหล่ “นึกว่านายจะชินกับอะไรที่มันจบง่ายๆแล้วนะ”

“...ก็จริง” เควินถอนหายใจ เบนยิ้ม เขาเดินเข้าไปหาบีทวิคซ์ อีกฝ่ายหันมายิ้มให้เขา

“คาถานั่นมีผลแบบนี้?” เบนถาม เขาสบตาหนูน้อยวิกตอเรียที่มองเขาสลับกับบีทวิคซ์แล้วส่งเสียงอ้อแอ้ “ทำให้กลับไปเป็นเด็ก?”

“มันเป็นคาถาที่มีผลทำให้สามารถวิวัฒนาการได้ เธอสามารถเอามาพลิกแพลงใช้ได้หลายอย่างนะ ถ้าเธอนึกวิธีใช้ออก” บีทวิคซ์อธิบาย “ฉันกะจะย้อนวิวัฒนาการเธอจากสัตว์ประหลาดเหนือห้วงมิติกลับไปเป็นเด็กผู้หญิงเหมือนเดิม แต่กลับย้อนมาเป็นเด็กทารก...เอาเถอะ ถือเสียว่าเรามาเริ่มต้นใหม่ด้วยกัน”

“นั่นสินะ” เบนยิ้ม เขาจับมือเล็กๆของวิกตอเรียกที่ยื่นมามาหาเขา เด็กหญิงกำนิ้วเขาแน่น เบนรู้สึกแปลกๆในอก

“โดยปกติ คาถานี้มีราคาต้องจ่าย” บีทวิคซ์เอ่ย “การใช้หนึ่งครั้ง แลกกับความทรงจำ”

“แล้วคุณลืมอะไรไปหรือเปล่า?” เบนถาม พาราด็อกเบิกตากว้าง รู้สึกกังวล

“พอดีฉันรู้ความลับบางอย่างของคาถานี้ ฉันเลยไม่ต้องจ่ายอะไรเป็นการแลกเปลี่ยน” บีทวิคซ์ขยิบตา พาราด็อกโล่งใจ

“...ใครเป็นพ่อเด็ก?” วิวแก็กซ์ถาม เขาสบตากับวิกตอเรีย ดวงตาสีแดงของเธอทำให้เขารู้สึกตะหงิดใจ

“...นาย” บีทวิคซ์เงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะตอบ “ลูกของฉันกับนาย”

“เธอเป็น?” วิวแก็กซ์เบิกตากว้าง มองทารกน้อยสลับกับหน้าบีทวิคซ์

“นายข่มขืนฉันจนท้อง” บีทวิคซ์พูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา “นายไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามีเธอ”

“...งั้นรึ” วิวแก็กซ์ไม่รู้ว่าควรรู้สึกยังไง แต่ตัวเขาในโลกของบีทวิคซ์ช่างโง่เง่าและไร้ค่า มันไม่รู้เลยว่าได้ปล่อยสองสิ่งที่มีค่าที่สุดในชีวิตของมันไป

“...จากสิ่งที่ตัวนายในโลกของฉันทำ มันทำให้ฉันเสียสติและ...แค้นนายสุดๆ” บีทวิคซ์เอ่ย

“...ข้าเข้าใจ” วิวแก็กซ์กล่าว

“แต่...” บีทวิคซ์เม้มปาก แววตาสั่นไหว “...ในขณะเดียวกันฉันก็รักนาย”

“ที่รัก!!” พาราด็อกร้อง ทุกๆคนกระพริบตาปริบๆ เบนเดินเข้ามากอดแขนวิวแก็กซ์มองเอเลี่ยนตัวใหญ่สลับกับตัวเขาในมิติคู่ขนาน

“อย่าเข้าใจผิดสิ” บีทวิคซ์กรอกตา “ฉันรักไอ้หมึกนี่เท่าขี้เล็บตีนบิ๊กฟุ้ต”

รู้สึกเจ็บและโล่งใจแปลกๆ วิวแก็กซ์คิด ในขณะที่เบนเม้มปากกลั้นขำ ส่วนเควินหันไปหัวเราะกับรูกและสเกาท์ ส่วนพาราด็อกโล่งใจมากๆ

“และอย่างที่พูดไป ฉันรักนายนิดเดียวแต่แค้นนายมากกว่า ฉันเป็นคนที่แค้นแรงและนานด้วย สิ่งที่นายทำกับฉันใช่ว่าฉันจะสามารถลืมมันแล้วอภัยให้นายได้ง่ายๆ” บีทวิคซ์หรี่ตา “แต่เมื่อมาคิดดีๆ นายไม่ใช่เขา ไม่ใช่วิวแก็กซ์ของฉัน ไม่ใช่พ่อของวิกตอเรีย ดังนั้น...ฉันอาจจะพอเป็นมิตรกับนาย...นิดหน่อย”

“ขอบคุณนะ” เบนเอ่ย เขาดีใจที่บีทวิคซ์จะเป็นมิตรกับสามีของเขาได้

“ฉันทำเพื่อเธอ” บีทวิคซ์ยิ้มให้เบน “และมันน่าจะเป็นก้าวแรกที่ดีสำหรับการเริ่มต้นใหม่ของฉันกับลูก”

วิวแก็กซ์มองบีทวิคซ์ที่กำลังยิ้มให้วิกตอเรีย แล้วนึกภาพเบนกำลังยิ้มให้ลูกน้อยของพวกเขา สวรรค์ชัดๆ วิวแก็กซ์คิด รู้สึกสุขใจอย่างไม่อาจหาสิ่งใดมาเปรียบ อยากให้มันเป็นจริงเร็วๆเหลือเกิน เอเลี่ยนตัวใหญ่เหลือบตามองภรรยาคนงามของเขา

“ที่รัก” พาราด็อกเดินเข้ามาโอบไหล่บีทวิคซ์ “เราคงต้องไปได้แล้ว”

“อืม นั้นสินะ” บีทวิคซ์ดีดนิ้ว กระพริบตาอีกทีพวกเขาก็กลับมาอยู่บนดาวเทนนิเซีย ทุกๆคนหันมามองเขา “อะไร?”

“ทำไมไม่ทำแบบนี้ตั้งแต่แรก” เบนถาม บีทวิคซ์เอียงคอยิ้ม

“ก็แค่อยากนั่งยานเล่น กินลมชมวิว” คำตอบของบีทวิคซ์ทำเควินคำราม เขาทำท่าจะพุ่งเข้ามาบีบคอเด็กหนุ่มอายุมากกว่าที่ทำหน้าร้ายเดียงสา เบนผละจากวิวแก็กซ์ไปกอดแขนเควินแทน ดึงชายหนุ่มไว้ไม่ให้เข้าไปทำอะไรบีทวิคซ์...และป้องกันไม่ให้บีทวิคซ์หาเรื่องทำอะไรบรรดาสามีของเขาด้วย “ถือเสียว่านี่เป็นค่าตอบแทนจากความพยายามของพวกนายก็แล้วกัน”

“ค่าตอบแทนไม่คุ้มเลย” เควินเอ่ย

“อย่ามา” บีทวิคซ์เบ้ปาก กรอกตา “พวกนายแทบจะไม่ได้ทำอะไรเลย ส่วนใหญ่พาราด็อกที่รักของฉันกับเบนเป็นคนจัดการมากกว่า”

เควินยักไหล่ ไม่ใส่ใจกับคำกล่าวของบีทวิคซ์ ในขณะที่พาราด็อกยิ้มก้มหน้าคลอเคลียภรรยาของเขาจนคนอื่นๆมองบน

“ก่อนที่ฉันจะไป ฉันขอประกาศเอาไว้ตรงนี้เลยว่า” บีทวิคซ์พูดเสียงจริงจัง เขาจ้องบรรดาสามีทั้ง 4 คนของเบนด้วยดวงตาที่เรืองแสงนิดๆ “ถ้าพวกนายกล้าทรยศหรือทำร้ายเบนทั้งร่างกายและจิตใจล่ะก็ ฉันและใครหลายๆคนจะตามล่าพวกนาย แต่พวกเราจะไม่ฆ่าทันที พวกเราจะทรมานจนกว่าพวกนายจะร้องขอความตาย แต่พวกเราจะไม่มีทางให้มันง่ายๆ”

รอยยิ้มแสยะและเสียงหัวเราะของบีทวิคซ์ทำบรรดาสามีของเบนขนลุก ไม่นับดวงตาเรืองแสงสีเขียวประกายทองนั่นอีก พวกเขาหันมามองเบนที่ส่งยิ้มมาให้พวกเขา หัวเด็ดตีนขาดยังไงก็ไม่ทิ้งสุดที่รักคนนี้แน่ พวกเขาคิดและตั้งใจแบบนั้นจริงๆ

“และสำหรับเธอ เบนคนโปรดของฉัน” บีทวิคซ์ยิ้มให้เบน เขาขยับริมฝีปากพูดบางอย่างแต่เบนไม่ได้ยินและอ่านปากของเขาไม่ทัน บีทวิคซ์ดวงตาเรืองแสง เขาขยิบตาให้เบน“แล้วเจอกัน”

พาราด็อกหยิบนาฬิกาพกขึ้นมา บีทวิคซ์เหลือบตามองสุดที่รักของเขาสลับกับหนูน้อยวิกตอเรียที่กำลังหาว

“คงต้องสอนให้หนูเรียกเขาว่าพ่อแล้วล่ะ” บีทวิคซ์ถูจมูกของเขากับจมูกทารกน้อย พาราด็อกชะงักเกือบทำโครโน นาวิเกเตอร์(Chrono Navigator)หล่น

“พ่อ?” พาราด็อกหันมาสบตากับบีทวิคซ์ เด็กหนุ่มยิ้มให้เขา ทำเอาคนแก่อายุหลายแสนปีหัวใจเต้นแรง

“ใช่ พ่อ” บีทวิคซ์เอ่ย “หรือคุณไม่อยากเป็น?”

“อะ...เอ่อ...” พาราด็อกติดอ่าง เขามองสุดที่รักในอ้อมกอดกับทารักน้อยที่มองเขาตาแป๋วแล้วรู้สึกสุขใจ เหมือนชีวิตนับแสนปีของเขาได้รับสิ่งตอบแทนแสนล้ำค่า “ด้วยความยินดี”

บีทวิคซ์ยิ้ม ทารกน้อยกระพริบตามองพาราด็อกสลับกับแม่ของเธอ เขาดูเป็นมิตร นั่นคือความคิดของหนูน้อยวิกตอเรีย แสงสว่างวาบขึ้นมาวูบหนึ่งก่อนที่ร่างของทั้ง 3 คนจะหายไป

“...ข้ามีลูกสาวกับเจ้า” วิวแก็กซ์เอ่ย

“ในมิติคู่ขนาน ใช่” เบนตอบรับ

“แล้วตอนนี้อยากมีไหม?” วิวแก็กซ์ถามเสียงแหบ

“ไหนว่าจะรอผมตอนอายุ 18 ก่อนไง?” เบนกรอกตา ขณะเดินนำหน้าคนอื่นๆกลับบ้าน

“ไม่เปลี่ยนใจจริงๆรึ?” วิวแก็กซ์ถาม เผื่อเขาโชคดี เบนแสยะยิ้ม ไม่ตอบรับและไม่ปฏิเสธ เขาทำเพียงวิ่งตรงไปที่บ้านของพวกเขา “นั่นแปลว่าตกลงใช่ไหม?”

“อย่ามโนดิไอ้หมึก” เควินกรอกตา

“เด็กขี้อิจฉาน่ะเงียบปากไป” วิวแก็กซ์กล่าว

“ไอ้หมึกขี้มโน”

“ไอ้เด็กขี้อิจฉา”

รูกรีบเดินหนีเควินกับวิวแก็กซ์ที่เริ่มตั้งท่าจะพุ่งเข้าสู้กัน สเกาท์หูกระดิก เขาอยากจะถามคนอื่นๆว่าไม่ได้ยินที่บีทวิคซ์พูดเหรอ? แต่ดูแหมือนจะไม่มีใครได้ยินมันนอกจากเขา แม้กระทั่งเบนเอง แต่เมื่อสายลมจากวิหารผู้พิทักษ์นิลกาฬพัดผ่านร่างของเขาวูบหนึ่ง สเกาท์ก็ลืมสิ้นว่าบีทวิคซ์พูดอะไรก่อนจากไป

 

ยินดีด้วย

 

 

 

 

 

 

 

 



 

 

 

TBC.

 

++++++++++++++++++++++++++++++

 

ทำไมมันยาวแบบนี้!!!!!!!!!!! ว่าคนเขียนตัดไปเยอะมากแล้วนะ มันยังยาวอีกหรอ!!!!!!!!

มาครบรสอะตอนนี้และเป็นตอนที่บีทวิคซ์หรือเบนแห่งกาลเวลาของเราเด่นมาก(ปล่อยให้คู่รอง+นายรองเด่นหนึ่งวันจะเป็นไรไป)

เหมือนคนเขียนจะเฉลยอะไรไปแล้วนะ...รึเปล่า?... อะคนเขียนถือว่าแย้มประตูเฉลยให้คนอ่านและตัวละครได้รู้แล้วนะว่า...อ่านะ...และลบความทรงจำตัวละคร ส่วนใครลบนี่ไปเดาเอาเองนะจ้ะ แต่คนอ่านไม่โดนลบความทรงจำกับเขาเลยไม่ลืมไง และ...รู้ๆกันเนอะ แต่จุ๊ๆไว้

คนเขียนมีคำถาม คนอ่านทั้งหลายจำตอนพิเศษ มารดาอสูร ได้ไหม? คนเขียนอยากถามว่าคนอ่านอยากอ่านเนื้อหาของเรื่องนี้ต่อไหม? ถ้าอยากเดี๋ยวคนเขียนจะมาต่อให้ แต่มาแบบตอนพิเศษนะ



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 192 ครั้ง

520 ความคิดเห็น

  1. #238 boomcocoe55 (@boomcocoe55) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2561 / 21:05
    แปลว่าเบนต้องใกล้มีเบบี้แน่เลยยย
    #238
    0
  2. #235 BUMBIm (@rainbow_bim) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2561 / 01:17
    ขอบคุณค่าาา
    ไม่เคยอ่านฟิคBen10 นอกจากคู่เควินกับเบนเลย ดูจากรูปดิสเราได้เลยค่ะ แหะๆ
    เพิ่งเคยอ่านเรื่องนี้เรื่องแรกเลยค่ะ ชอบมากกกก เกิดมาไม่เคยคิดว่าวิวแก๊กซ์กับเบนจะคู่กันได้เลยค่ะ มาอ่านเรื่องนี้แล้ว เอ้ยย มันก็ได้อยู่นะ55555555
    รอตอนต่อไปนะคะ ตอนพิเศษก็อยากอ่านเช่นกันค่า
    #235
    0
  3. วันที่ 23 ธันวาคม 2561 / 17:42
    อยากได้แบบ แซ๊ก Saturday x

    เบ็น บ้างง่ะ (ถึงหนูแซ็กจะออกแค่ตอนเดียวก็เหอะ)
    #234
    0
  4. #230 1234 (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2561 / 11:47

    อยากอ่านมารดาอสูรต่อค่ะ

    #230
    0
  5. #228 H_O_L_-_S_H_-_T (@H_O_L_-_S_H_-_T) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2561 / 10:46
    อยากอ่าน
    #228
    0
  6. #227 pebble1612 (@pebble1612) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2561 / 04:40
    อยากจ้าแต่อย่าดรามากมากนักเดี๊ยวรับไม่ไหวตอนนี้มรหลายอารมณ์มาก(ตรงวิกตอเรียน้ำตาคลอเลย)สู้ๆค่ะเป็นกำลังใจให้
    ปล.อยากให้ไฮบริตเข้าฮาเร็มอะได้ไหมไรท์น้า?
    #227
    0
  7. #226 momosononanami (@momosononanami) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2561 / 02:22
    หวานน้ำตาลขึ้นหมดแล้ว

    แง้

    น้องวิกตอเรียยยยยยยย

    ลูกกกกกกก

    เองดูน้องงงง

    กระซิบๆ ไรต์คะ

    สนใจยกไฮบริตซักตัวให้เป็นสามีของเบนอีกคนไหมคะ

    ตัวที่สีขาวๆอ่ะ

    คริๆ
    #226
    0
  8. #225 SikanChauykaew (@SikanChauykaew) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2561 / 01:30

    นางท้องแน่!!!😆😆
    #225
    0
  9. #224 green5658 (@green5658) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2561 / 00:06
    แต่งดีมากกกกกรอค่าาาา
    #224
    0