[AU Fanfic Ben10] Anlontipe (Yaoi)

ตอนที่ 4 : ตอนที่ 4 : พันธมิตรแห่งเทนนิเซีย(2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,922
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 322 ครั้ง
    1 พ.ย. 61

 

 

            “ว่าไงนะ!!!!?” แฮ็กซ์ตะโกน เควินที่เผลอหลับสะดุ้ง เขาวิ่งตรงมาทางเบนกับแฮ็กซ์เพื่อปกป้องเบน เขายังไม่ทำอะไรนอกจากยืนคุมเชิง ส่งเสียงขู่แฮ็กซ์ที่มีสีหน้าตกใจ

“มันน่าตกใจอะไรขนาดนั้น?” เบนเลิกคิ้ว ต้องให้ทวนไหมว่าแฮ็กซ์มีเครื่องรางแห่งเบเซล(Charms of Bezel) หนึ่งในนั้นคือเครื่องรางคืนชีพ(Charm of Resurrection) เบนไม่เข้าใจว่าแฮ็กซ์จะตกใจไปทำไม

“เจ้าบอกว่าจะคืนชีพให้สเปลไบเดอร์” แฮ็กซ์กล่าว “มันเป็นไปไม่ได้”

“คุณถือครองเครื่องรางแห่งเบเซลนะ” เบนกรอกตา “คุณมีเครื่องรางฟื้นคืนชีพ มันจะเป็นไปไม่ได้ตรงไหน?”

“มันไม่เหมือนกัน” แฮ็กซ์กำมือแน่น “มันเป็นไปไม่ได้”

“คุณลองแล้ว?” เบนถาม แฮ็กซ์พยักหน้า เด็กชายยืนคิดครู่หนึ่งว่าควรพูดดีไหม แต่ถ้าอยากได้มิตรเขาต้องจริงใจ อย่างที่โจเคยบอกไว้ “วิธีของผมมันค่อนข้าง...ยุ่งยาก”

“...ว่ามา” แฮ็กซ์ต้องการจะรู้ ขนาดตัวเขามีเครื่องรางคืนชีพยังช่วยพี่ชายของเขาไม่ได้ แล้วเบนที่เป็นแม่มดเด็ก จะมีวิธีไหนมาช่วยคืนชีพสเปลไบเดอร์

“ขั้นแรก สร้างร่างเนื้อของสเปลไบเดอร์ขึ้นมาใหม่” เบนเริ่มอธิบาย “ผมเดาว่าร่างกายของเขาหายไปใช่ไหม?”

แอดเวทเทีย(Adwaita)ทำลายร่างกายของเขา ไม่มีเหลือแม้แต่เศษธุลี” แฮ็กซ์เล่า

“เพราะงั้นเราถึงต้องสร้างกายเนื้อให้เขาใหม่ สร้างจากกระดูกของน้องชาย,เนื้อของลูกสาว และเลือดจากเชื้อสายของเขา” คำอธิบายของเบนทำแฮ็กซ์เบิกตากว้าง

“นี่เจ้าจะให้ข้ากับชาร์มแคสเตอร์เฉือนเนื้อเลาะกระดูกเพื่อคืนชีพสเปลไบเดอร์อย่างงั้นเหรอ?” แฮ็กซ์ถาม เขาไม่เคยได้ยินกรรมวิธีแบบนี้มาก่อน ครันจะบอกว่านอกรีตก็พูดได้ไม่เต็มปาก ในบางครั้งวิถีของเขาเองก็นอกรีต

“อย่ากังวลน่า” เบนกอดอก “ผมมีรูนแห่งการรักษา ผมเคยรักษาคน...อ่า...นั้นแหละ เคยรักษาคนที่ตัวขาดครึ่งซีกมาแล้ว แค่เฉือนเนื้อเลาะกระดูก ผมรักษาได้”

แฮ็กซ์จ้องเบน ดวงตาสีเขียวมรกตของเด็กชายไร้แววโกหกมีเพียงความจริง มันเป็นเรื่องยากที่จะเชื่อ แต่จากที่แฮ็กซ์เห็นเบนใช้เวทย์มนต์นับตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอกัน ไหนจะการที่เบนได้ครอบครองคัมภีร์อคาเมด้า เมื่อรวมกันหลายๆอย่าง แฮ็กซ์สามารถสรุปได้ว่าเบนไม่ใช่เด็กหรือแม่มดธรรมดา จะเป็นอะไรไหมถ้าลองเชื่อสักครั้ง? แฮ็กซ์คิด

“แฮ็กซ์ เรื่องนี้ผมทำคนเดียวไม่ได้” เบนพูด ในดวงตาสีเขียวมีแววขอร้อง “ผมไม่เกี่ยวข้องทางสายเลือดกับสเปลไบเดอร์ มีแต่คุณกับชาร์มแคสเตอร์เท่านั้น มีแค่พวกคุณที่สามารถทำได้ ผมจะไม่บังคับให้คุณทำในสิ่งที่ไม่อยากทำหรอกนะ ถ้าพวกคุณไม่ทำ...ก็ไม่เป็นไร”

“ไม่” แฮ็กซ์ตัดสินใจได้ในที่สุด “ข้าเชื่อเจ้า...ข้าจะทำ”

“ขอบคุณครับ” เบนยิ้ม “การสร้างร่างเนื้อมันไม่ยาก ก็เหมือนกับการสร้างโกเลมหรือโฮมุนครุสนั้นแหละ”

“เจ้ารู้ศาสตร์พวกนี้ได้ยังไง?” แฮ็กซ์สงสัย เด็กแบบเบนไม่น่าจะรู้ศาสตร์โบราณพวกนี้ได้ ยิ่งกรรมวิธีแบบนี้เป็นความลับมานานกว่าพันปี

“...โจกับไมดาสเป็นคนสอนผมเรื่องศาสตร์พวกนี้” เบนยิ้มยามนึกถึงโจกับไมดาส สัตว์ประหลาดสีทองในความฝันของเขา “พวกเขาสอนเวทย์มนต์และศาสตร์หลายๆแขนงให้กับผม  แต่ผมจำได้บ้างไม่ได้บ้างน่ะ”

แฮ็กซ์มองรอยยิ้มของเบน เขารู้สึกใจกระตุก แต่ชายหนุ่มเลือกที่จะไม่สนใจมัน ตอนนี้มีเรื่องสำคัญให้พวกเขาต้องทำ

“เมื่อสร้างร่างเนื้อได้แล้ว ยังไงต่อ?” จอมขมังเวทย์ถาม

“ต้องไปนำวิญญาณของสเปลไบเดอร์มาใส่ลงในร่างกาย เดี๋ยวตรงจุดนี้ผมจัดการเอง” เบนตอบ

“เจ้ามั่นใจรึว่ามันจะได้ผล?” เนื่องจากแฮ็กซ์ไม่เคยได้ยินว่ามีใครสามารถกลับมาจากความตายได้แบบจริงๆจังๆ แถมกรรมวิธีของเบนก็ไม่มีอยู่ในตำราเล่มไหนที่เขาเคยศึกษา จึงไม่แปลกที่แฮ็กซ์จะรู้สึกสงสัยว่ามันจะได้ผลจริงหรือ

“โดยหลักการน่ะครับ” เบนอธิบาย “สเปลไบเดอร์ตายในเลดเจอร์โดเมน(Ledgerdomain ) แต่ไม่ได้ตายในมิตินี้ มันจึงมีความเป็นไปได้...ไม่สิ... มันเป็นไปได้ที่เขาจะสามารถกลับมามีชีวิตได้อีกครั้งในมิตินี้”

แฮ็กซ์เบิกตากว้างกับคำอธิบายของเบน เมื่อลองคิดตามมันก็จริงอย่างที่เบนพูด แต่ทว่า...

“แต่ว่ามันไม่ง่าย การฟื้นคืนชีพคนตายไม่เคยง่าย คุณคงรู้ข้อนี้ดี” เบนกล่าว แฮ็กซ์พยักหน้ารับ “ถ้าอยากให้พิธีสำเร็จ เราจำเป็นต้องใช้ดวงวิญญาณที่เพิ่งตายใหม่ๆของสเปลไบเดอร์ และเราต้องพึ่งความโชคดีแบบสุดๆ”

วิญญาณที่เพิ่งตายใหม่ๆ แต่สเปลไบเดอร์...”

“ตายมานานแล้ว ผมรู้” เบนพูดดัก “ผมถึงได้บอกไงว่าจะเป็นคนจัดการเอง”

“ยังไง?” แฮ็กซ์ถามเผื่อเขาจะสามารถช่วยอะไรได้บ้าง

“ผมต้องย้อนเวลาไปยังช่วงเวลาที่สเปลไบเดอร์เพิ่งตาย แล้วเก็บวิญญาณของเขามาให้ได้เร็วที่สุด” เบนถอนหายใจ มีความกังวลอยู่ในแววตาของเขา “แต่ปัญหาก็คือ ผมไม่เคยใช้รูนแห่งการเวลาพาตัวเองย้อนเวลามาก่อน ที่สำคัญ ผมไม่รู้ช่วงเวลาที่สเปลไบเดอร์ตาย”

“แต่ข้ารู้” แฮ็กซ์กล่าว

“ใช่ คุณรู้” เบนเห็นด้วย “และก็อย่างที่บอก ผมไม่เคยใช้รูนแห่งการเวลาพาตัวเองย้อนเวลา ความเสี่ยงมันมีสูงมากเกินกว่าที่ผมจะพาใครไปด้วยได้”

“ถ้าข้าย้อนไปเองผลลัพธ์คงไม่ดีเท่าไรใช่ไหม?” แฮ็กซ์ถาม เบนพยักหน้า “แล้วเราควรทำยังไง?”

“ไมดาสเคยบอกผมว่า ในกรณีนี้เราสามารถใช้ของที่มาจากช่วงเวลานั้นๆได้” เบนอธิบาย “มีอะไรที่ผมพอใช้ได้ไหม?”

“มี” แฮ็กซ์เหลือบตามองคฑาในมือของเขา “ข้าขอตัวไปบอกชาร์มแคสเตอร์ก่อน”

จอมขมังเวทย์หายตัวไปจากตรงหน้าเบน แสงสีแดงสว่างวาบ เป็นสัญญาณบอกว่าออมนิทริกซ์หมดเวลาแล้ว

“สุดท้ายฉันก็ไม่ได้ช่วยอะไรนายอยู่ดี” เควินพูด เขารู้สึกน้อยใจและไร้ประโยชน์

“นายช่วยนะ” เบนปลอบ “ช่วยพาฉันมาที่นี่ไง”

“แค่นั้น” เควินกอดอก “นายมีความสามารถมากมาย บางครั้งฉันก็คิดนะว่านายไม่จำเป็นต้องมีฉัน”

“โถ~ เควิน” เบนยิ้ม อ่อนใจกับความใจน้อยของเควิน เบนคล้องแขนคนอายุมากกว่า “นายสำคัญสำหรับฉันนะ ฉันจำเป็นต้องมีนาย”

“ไม่ต้องมาพูดปลอบใจฉันหรอก” เควินหันไปมองทางอื่น เบนอมยิ้มเมื่อเห็นหูแดงๆของเด็กชายผมดำ

“ฟังนะพ่อคนคิดมาก ฉันรู้ว่านายอยากช่วย แต่ฉันอยากจัดการปัญหาต่างๆให้เงียบๆเข้าไว้ จะได้ไม่มีปัญหาน่าปวดหัวตามมาในภายหลัง และในบางสถาการณ์ที่พลังของฉันใช้ไม่ได้ ฉันจำเป็นต้องพึ่งนาย แต่สถาการณ์ที่ว่ามันยังไม่เกิดขึ้นไง นายก็เก็บแรงเอาไว้เผื่อเหตุไม่คาดฝันแล้วกัน” เบนอธิบาย

“ไม่ช่วยให้รู้สึกดีขึ้นเลย” เควินพึมพำ

“อึกอัดที่ไม่ได้ใช้พลัง?” เบนถาม เควินพยักหน้า “ฉันเข้าใจ เอาไว้เดี๋ยวจบเรื่องนี้ฉันจะหาเรื่องให้นายใช้พลังได้ทุกๆวันเลยดีไหม?”

“ก็ฟังดูดี” เควินพยักหน้า

“แต่แน่นอน ว่ามันต้องเป็นความลับระหว่างเราสองคนนะ” เบนกระซิบ

“ไม่ปฏิเสธ” เควินกระซิบกลับ “แต่ยังไงฉันก็ไม่เข้าใจอยู่ดีว่านายจะผูกมิตรกับเจ้าพ่อมดนั่นทำไม?”

“ง่ายๆ เควิน เพื่อสร้างพันธมิตร” เบนแสยะยิ้ม ดวงตาสีเขียวเรืองแสงชั่วครู่ “เอาไว้สำหรับป้องกันตัว”

“ไม่เอาน่าเบน นายออกจะเก่ง” เควินกล่าว “และที่สำคัญ นายมีฉัน”

“ใช่” เบนยกมือกุมแก้มเควินพลางยิ้ม  “แต่เราต้องยอมรับความจริงเควิน เราสู้คนเดียวไปตลอดไม่ได้หรอก เหนื่อยตายเลย เราจำเป็นต้องมีกองทัพ”

“นายวางแผนจะสร้างกองทัพ?” เควินสบกับดวงตาสีเขียวของเบน ราวกับต้องมนต์สะกด มันงดงามจนเขาต้องก้มลงไปมองใกล้ๆ

“สร้างกองทัพออกจะดูใหญ่เกินตัวไปสักหน่อย” เบนกล่าว “ตอนนี้เอาแค่พันธมิตรพอ”

“เข้าใจแล้ว” เควินจ้องริมฝีปากสีพีชของเบน “ฉันนับเป็นพันธมิตรของนายด้วยไหม?”

“แน่นอนอยู่แล้ว” เบนกล่าว รู้สึกแปลกๆกับแววตาเป็นประกายของเควิน แต่เขาไม่เข้าใจ เควินคิดจะทำอะไร? เบนสงสัยเมื่อเควินยื่นหน้าเข้ามาใกล้เขามากขึ้นเรื่อยๆ แต่ก่อนที่ริมฝีปากของพวกเขาจะทันได้สัมผัสกัน เบนก็หันหน้าไปทางอื่นเสียก่อน เขาสัมผัสได้ถึงพลังเวทย์มนต์ของแฮ็กซ์

จอมขมังเวทย์กลับมาพร้อมหลานสาวของตน ทั้งสองจ้องเด็กชายทั้งสองคนที่ใกล้ชิดกันมากๆ เบนไม่แสดงสีหน้าใดๆเพราะเขาไม่รู้อะไรทั้งนั้น ส่วนเควิน...เขาหน้าด้านเกินจะรู้สึกอะไร...

“ลุงแฮ็กซ์บอกว่านายสามารถทำให้พ่อของฉันกลับมาได้” ชาร์มแคสเตอร์กล่าวทำลายความเงียบ “นายทำได้จริงๆใช่ไหม?”

“ฉันทำได้” เบนยืนยัน “อีกอย่าง ไม่ใช่แค่ฉันที่มีส่วนทำให้มันสำเร็จ เธอและแฮ็กซ์เองก็มีส่วน”

“นายมีพลังหยั่งรู้?” ชาร์มแคสเตอร์ถาม

“ทำนองนั้น” เบนกล่าว “มาเริ่มกันเลยไหม?”

“ถ้ามันจะทำให้พ่อของฉันกลับมา” ชาร์มแคสเตอร์เช็ดน้ำตา ดวงตาสีม่วงของเธอเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น “มาเริ่มกันเลย”

เควินได้แต่นั่งดูหนึ่งจอมขมังเวทย์และสองแม่มดประกอบพิธีกรรมการฟื้นคืนชีพ เขาอดรู้สึกไม่ได้ว่าเขาหลุดเข้ามาอยู่ในหนังเรื่องอะไรหรือเปล่า? ฉากหวาดเสียวคือฉากที่แฮ็กซ์กับชาร์มแคสเตอร์เฉือนเนื้อเลาะกระดูก เสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดของพวกเขาทำเอาเควินรู้สึกอยากขย้อนมื้อค่ำที่กินเข้าไปออกมา เขาเหลือบตามองเบน เห็นคนสวยของเขาหน้าซีดก็อดรู้สึกเป็นห่วงไม่ได้ ต้องยอมรับว่าเบนเข้มแข็งมากที่ทนมองเรื่องพวกนี้ได้ด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง ถึงจะหน้าซีดก็เถอะ

การใช้รูนแห่งการรักษาของเบนทำแฮ็กซ์,ชาร์มแคสเตอร์และเควินตะลึง เนื้อกับกระดูกที่หายไปถูกรักษาให้กลับมาเป็นอย่างเดิมราวกับไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้นมาก่อน

ในขั้นตอนการสร้างร่างเนื้อเบนจำเป็นต้องให้แฮ็กซ์กับชาร์มแคสเตอร์ช่วยเพราะเขามีพลังไม่พอ และที่สำคัญคือเขาไม่รู้จักหน้าตาของสเปลไบเดอร์ เบนจึงใช้พลังของรูนแห่งความทรงจำ(Memory rune)จับภาพความทรงจำของสเปลไบเดอร์ เขาขอให้ทั้งสองคนหลับตา นึกภาพของสเปลไบเดอร์ในหัว ชาร์มแคสเตอร์น้ำตาไหลยามคิดถึงพ่อของเธอ ดวงตาของเบนเรืองแสงสีเขียว เขาใช้แมนน่ารวมเข้ากับพลังของรูนแห่งการรังสรรค์(Create rune)สร้างร่างกายจากวัตถุดิบที่พวกเขามี และพลังของรูนแห่งจิตใจ(Mind rune)เพื่ออ่านใจแฮ็กซ์กับชาร์มแคสเตอร์

การจับภาพความทรงจำ อ่านภาพความทรงจำในใจและการสร้าง มันต้องใช้พลังมากเกินกว่าร่างมนุษย์ของเขาจะรับไหว เบนจึงเปลี่ยนเป็นร่างโคลนพลังงานเพื่อไม่ให้ร่างกายทำงานหนักจนแหลกสลาย ร่างนี้เพิ่งสร้างเมื่อช่วงวันเกิดนะ เขาไม่มีแผนจะสร้างร่างใหม่เร็วๆนี้หรอก เบนคิด

การใช้พลังจากรูน 3 รูนในเวลาเดียวกันเป็นสิ่งที่เบนไม่เคยทำมาก่อนแม้กระทั่งในความฝัน ถึงจะอยู่ในร่างโคลนพลังงาน มันก็ยังเกินขีดจำกัดของเบนอยู่ดี แต่เขายังไม่ยอมหยุด เขาต้องทำมันให้สำเร็จ นายทำได้เบน มาถึงขนาดนี้แล้ว นายจะถอยไม่ได้ เบนคิด ดวงตาสีเขียวเรืองแสงกว่าเดิม

ใช้เวลาไปนานหลายนาทีกว่าการสร้างกายเนื้อจะเสร็จ เบนทรุดนั่งกับพื้น เควินเข้ามาดูอาการเบนด้วยความเป็นห่วง เบนกลับร่างมนุษย์ เขาเหนื่อยและอ่อนแรง เบนเอนตัวพิงเควิน นั่งพักเพื่อชาร์ตพลังสำหรับขั้นตอนต่อไป

“ท่านพ่อ” ชาร์มแคสเตอร์ยิ้มทั้งน้ำตา เธอดีใจที่ได้เห็นพ่อของเธออีกครั้ง ถึงแม้จะเป็นเพียงร่างเปล่าๆก็ตาม แต่มันก็เริ่มทำให้เธอมีความหวังมากขึ้น

“เจ้าฝืนตัวเอง” แฮ็กซ์เข้ามาดูอาการของเบน มีกระแสความเป็นห่วงในน้ำเสียงของเขา

“ก็ เมื่อทำแล้วต้องทำให้สุด” เบนหอบหายใจ แต่ยังยิ้มได้ “ขอผมพักครู่ก่อนนะ แล้วค่อยดำเนินขั้นตอนต่อไป”

“...ถ้ามันสำเร็จ ข้าคงติดหนี้เจ้าไปตลอดชีวิต” แฮ็กซ์ซาบซึ้ง สิ่งที่เบนทำ มันทำให้เขาประทับใจ

“ขอตำราการสร้างไอเทมและเครื่องรางเวทย์มนต์ตามสัญญา จะให้ดีขอยืมตำราเวทย์มนต์ในห้องสมุดของคุณมาศึกษาได้ไม่จำกัดยิ่งดี” เบนกล่าวยิ้มๆ

“ถึงจะน้อยไปสำหรับสิ่งที่เจ้าทำ แต่ ด้วยความยินดี” แฮ็กซ์ยิ้ม เป็นครั้งแรกที่เขายิ้มให้เบนเห็น เด็กชายเบิกตากว้าง ยิ้มแล้วดูดีนี่ เบนคิด เขายิ้มตอบ

“เบนต้องการพัก” เควินกระแอมไอ เขาหรี่ตาจ้องแฮ็กซ์เขม็ง จอมขมังเวทย์ทำเพียงเหลือบตามองเขาก่อนจะยอมถอยไปเพื่อเบนได้พัก เควินหันมาจ้องเบน มีกระแสความเป็นห่วงในดวงตาสีดำ “นายฝืนตัวเองอีกแล้ว”

“ฉันรู้” เบนไม่ปฏิเสธ “แต่เชื่อเถอะ มันจะต้องคุ้มค่าแน่นอน”

“จำเป็นต้องลงทุนขนาดนี้เลยหรือไง” เควินเม้มปาก “ฉันไม่อยากเห็นนายเจ็บ”

“...ฉันถอยไม่ได้เควิน” เบนพึมพำ “สิ่งที่ฉันทำมันจะเปลี่ยนแปลงทุกอย่าง และฉันหวังว่า มันจะช่วยให้ฉันไม่ต้อง...”

เบนเงียบ เขาคิดว่าถ้าเขาผูกมิตรกับแฮ็กซ์และชาร์มแคสเตอร์ เขาน่าจะมีกำลังมากพอรับมือกับวิวแก็กซ์ที่ครอบครองออมนิทริกซ์แล้ว เควินอาจอยู่ข้างเขา แต่แค่นั้นมันยังไม่พอ เบนอยากเผื่อไว้ ให้แน่ใจว่าอนาคตของเขาจะไม่เลวร้ายเหมือนในนิมิตที่เขาเห็น เขารู้ว่าวิวแก็กซ์สามารถทำอะไรได้บ้าง และเพราะเบนรู้ เขาจึงต้องทำทุกๆวิถีทางเพื่อให้ตัวเองไม่ต้องเจ็บปวดทรมาน

เควินไม่ได้ถามอะไรต่อ เขาสังเกตเห็นประกายความเจ็บปวดและความหวาดกลัวในแววตาของเบน คนสวยของเขาอาจไม่แสดงสีหน้าใดๆ แต่แววตากับน้ำตาที่กำลังคลอเบ้านั้นเป็นตัวบ่งบอกอย่างดีกว่าเบนรู้สึกอย่างไร เควินได้แต่สงสัยว่าเบนกำลังเตรียมพร้อมสำหรับอะไร? อะไรทำให้คนสวยของเขามีแววตาแบบนี้?

 นายรู้อะไรมา?เควินสงสัย แต่ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เขาจะปกป้องเบนอย่างสุดกำลัง ฉันจะไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมาทำร้ายนายทั้งนั้นเควินมุ่งมั่น

“เอาล่ะ” เบนสูดหายใจ “ฉันพร้อมแล้ว”

“นายแน่ใจนะ?” เควินถามด้วยความเป็นห่วง เบนยังหน้าซีดอยู่ “บางทีมันอาจมีทางอื่น”

“ไม่มีหรอก” เบนกล่าว เขาหันไปยิ้มให้เควิน “อวยพรให้ฉันด้วย”

“...ฉันควรจะไปกับนาย” เควินกล่าว เขากุมมือเบน

“ฉันก็อยากพานายไปด้วยนะ แต่ตัวฉันในตอนนี้ไม่มีความสามารถมากพอ” เบนลุกขึ้นยืน โดยที่มือของเขายังถูกเควินกุมเอาไว้ เขากลัวแต่เขาจะไม่ถอย

“...กลับมาให้ได้นะ” เควินไม่รู้ว่าจะต้องพูดอะไร เขาอยากบอกเบนว่าอย่าไป ไม่ต้องทำอะไรทั้งนั้น เบนมีเขาแค่นั้นก็พอแล้ว แต่เบนคงไม่ฟัง เควินรู้ว่าเขาห้ามเบนไม่ได้ สิ่งที่เขาทำได้มีแต่ปล่อยให้เบนทำตามที่ตัวเองต้องการแล้วรอ

“เรามีนัดหลังจากจบเรื่องนี้กันนี่” เบนยิ้ม เขาเดินเข้าไปหาแฮ็กซ์กับชาร์มแคสเตอร์ และเช่นเดิม เควินยังไม่ปล่อยมือเขา “ผมพร้อมแล้ว”

แฮ็กซ์หันมามองเบน เขาสังเกตเห็นความกังวลในดวงตาสีเขียวของเด็กชาย แต่ในขณะเดียวกันมันก็มีประกายของความกล้าอยู่ภายในนั้น จอมขมังเวทย์ยื่นคฑาของเขาให้เบน

“ให้ผมใช้สิ่งนี้?” เบนถาม

“ใช่” แฮ็กซ์ตอบ “มันเป็นสิ่งเดียวที่มาจากช่วงเวลานั้น”

“อะไรหรอ?” ชาร์มแคสเตอร์ถาม

“แม่มดน้อยคนนี้ ต้องย้อนเวลาไปยังช่วงเวลาที่สเปลไบเดอร์เพิ่งตายเพื่อเก็บดวงวิญญาณเพิ่งตายใหม่ๆของเขามาใส่ร่างที่พวกเราสร้าง แต่ด้วยเหตุผลบางอย่าง อาจจะเพราะเขาไม่เคยเจอสเปลไบเดอร์ด้วย เขาจึงจำเป็นต้องใช้สิ่งของจากช่วงเวลานั้นๆเพื่อเป็นตัวระบุช่วงเวลาที่อยากจะย้อนไป” แฮ็กซ์อธิบาย เบนมีแววตาว่างเปล่าเมื่อโดนเรียกว่าแม่มด...อีกแล้ว...เควินแสยะยิ้มหันมาส่งสายตาล้อเลียนให้เบน เด็กชายผมสีน้ำตาลมุ่ยหน้าแล้วหันไปทางอื่น

“ทำไมนายไม่พาพวกเราคนใดคนหนึ่งไปด้วย?” ชาร์มแคสเตอร์ถาม

“ฉันไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญ ออกจะเป็นมือใหม่ด้วยซ้ำ” เบนกล่าวทำให้ทั้งหมดหันมามองด้วยความเหลือเชื่อ มือใหม่บ้าอะไรทำได้ขนาดนี้แฮ็กซ์กับชาร์มแคสเตอร์ตะโกนในใจ “และนี่เป็นครั้งแรกที่ฉันย้อนเวลา ความเสี่ยงมันสูงเกินกว่าจะพาใครไปด้วยได้”

“เข้าใจแล้ว” ชาร์มแคสเตอร์กล่าว ซิปประเป๋าเวทย์มนต์ของเธอเปิดออก เธอหยิบตำราเวทย์มนต์ออกมา เธอจ้องมันครู่หนึ่งก่อนจะยื่นมันมาให้เบน “รับไปซะ”

“ให้ฉันทำไม?” เบนถาม

“มันเป็นหนึ่งในของที่มาจากช่วงเวลานั้น” ชาร์มแคสเตอร์อธิบาย เธอจ้องตำรานั้นราวกับมันคือสิ่งล้ำค่าของเธอ “พ่อให้ฉันไว้ก่อนตาย ฉันเดาว่าถ้าสิ่งของจากช่วงเวลานั้นมีมากๆ มันจะช่วยระบุเป้าหมายของช่วงเวลาได้แม่นยำมากขึ้นใช่ไหม?”

“ใช่” เบนตอบ “ยิ่งมันเกี่ยวข้องกับเป้าหมายของเรายิ่งดี”

“ดี” ชาร์มแคสเตอร์กล่าว “...นี่...ถ้าฉันย้อนเวลาไป ฉันจะ...”

“ฉันรู้เธอคิดอะไรชาร์มแคสเตอร์” เบนพูดดัก “คิดว่าเธอไม่เคยลองพยายามทำให้พ่อของตัวเองฟื้นกลับมาหรือไง ใช่เธอทำ และทำสำเร็จ แต่แค่ไม่กี่นาที พ่อของเธอก็เลือกที่จะตายและไม่ขอฟื้นคืนชีพกลับมาอีกเลย”

“...หมายความว่าถ้าฉันทำ...มันจะไม่สำเร็จ?” ชาร์แคสเตอร์ถามน้ำตาคอลเบ้า เบนพยักหน้า เธอกระพริบตาแล้วหลับตาลง ชาร์มแคสเตอร์ยังลังเลที่จะคาดหวัง แต่ในเมื่อมันมาถึงขนาดนี้แล้ว... “ฝากด้วยนะ”

“ฉันจะทำให้เต็มที่” เบนกล่าว แฮ็กซ์ลังเลใจอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเดินเข้ามาให้เบน จอมขมังเวทย์หยิบหนึ่งในเครื่องรางแห่งเบเซล เครื่องรางโชคดีและความเป็นไปได้(Charm of Luck and Probability) ยื่นให้เบน

“เจ้าจำเป็นต้องใช้มัน” แฮ็กซ์พึมพำคาถาเปลี่ยนเครื่องรางโชคดี(Charm of Luck )ให้กลายเป็นสร้อยคอ เขาสวมมันให้เบน “มันจะช่วยเพิ่มโอกาสความสำเร็จให้พวกเรา”

“ขอบคุณ” เบนมองเครื่องรางโชคดี เขายิ้มขำ มันควรเป็นของเกวน เบนคิด

“โชคดี” แฮ็กซ์อวยพร

“ผมมีโชคดีอยู่กับตัวอยู่แล้ว” เบนพูดยิ้มๆ เบนหันมามองเควิน อีกฝ่ายกำมือเขาแน่น “ฉันจะรีบกลับมา”

“ฉันจะรอ” เควินกล่าว

เบนหลับตา ใช้แมนน่ากระตุ้นรูนแห่งการเวลา เขากำหนดความปรารถนาลงไปในแมนน่าของตัวเอง ร่างกายของเบนเรืองแสงก่อนที่ร่างกายของเด็กชายจะหายไป

เควินมองมือข้างที่เคยกุมมือของคนสวยของเขาเอาไว้แน่น ทั้งๆที่เขากำแน่นขนาดนั้น เบนก็ยังไปจากเขาไป ไปยังสถานที่ที่ไม่มีเขา เควินเม้มปาก กลับมาเร็วๆนะ

 

++++++++++++++++++++++++++++++

 

เบนลืมตาขึ้นสิ่งที่เขาเห็นเป็นอย่างแรกคือ ประตูไปที่ไหนก็ได้(Door to Anywhere) เด็กชายเงยหน้ามองบานประตูตรงหน้า นี่ต้องมานั่งทายชื่อด้วยสินะ เบนคิด

เป็นที่รู้กันว่าการจะไปเลดเจอร์โดเมนต้องใช้ประตูไปที่ไหนก็ได้เท่านั้น หรือ รู้ทางลัดอื่นก็อีกเรื่อง อย่างไรก็ตามการจะใช้ประตูมิติเวทย์มนต์นี้นั้นต้องรู้ชื่อจริงของจุดหมายที่จะไปเสียก่อน และที่สำคัญคือต้องออกเสียงชื่อให้ถูกต้องด้วย

เลดเจอร์โดนเมน(Ledgerdomain) เป็นชื่อที่คนในพื้นที่ใช้เรียก แต่ประตูจะเปิดรับเฉพาะนามที่เป็นความลับของพื้นที่นั้นๆ

ในส่วนนี้เบนไม่มั่นใจ เขารู้นามลับของเลดเจอร์โดนเมนประมาณ 4 นามเห็นจะได้ แต่ในเรื่องของการออกเสียง...ไม่มั่นใจเท่าไรว่าจะออกเสียงถูก...

เสียงกระซิบดังขึ้นจากทั่วทุกสารทิศ เบนหันมองรอบข้างแต่ไม่มีใครอยู่ที่นี่นอกจากเขากับประตูไปที่ไหนก็ได้ เสียงกระซิบเหล่านั้นเริ่มชัดเจนขึ้น มันดังใกล้ๆหูของเขา เบนอดรู้สึกขนลุกไม่ได้ แต่แล้วก็มีเสียงหนึ่งที่เขาจำได้

“ไมดาส?” เบนจำเสียงที่กำลังกระซิบอยู่ข้างหูเขาได้ เขาได้ยินไม่ค่อยชัด แต่เขามั่นใจว่าน้ำเสียงแบบนี้ต้องเป็นไมดาสแน่นอน เบนตั้งใจฟังว่าไมดาสจะบอกอะไรกับเขา อีกฝ่ายกระซิบเป็นคำยาวๆที่ไม่มีความหมาย กระซิบวนไปเรื่อยๆ ตอนแรกเบนไม่เข้าใจก่อนเด็กชายจะเบิกตากว้าง 'มันคือการออกเสียงชื่อลับของเลดเจอร์โดนเมนที่ถูกต้อง เบนยิ้ม “ขอบคุณครับไม่ดาส”

เสียงกระซิบยังคงดังอยู่ เบนตั้งใจฟังเพื่อจดจำการออกเสียงให้ถูกต้อง และเนื่องจากเบนไม่รู้ว่าในพื้นที่นี้นามลับของเลดเจอร์โดนเมนคืออะไร เขาจึงจำเป็นต้องลองเอ่ยไปทีละชื่อ

ยานาพิซ(Yanapis)” เบนลองเอ่ยชื่อแรกแต่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น

นิวโคโบ(Newcobo)” เบนลองเอ่ยชื่อที่สอง ยังคงไม่มีอะไรเกิดขึ้น ประตูยังปิดอยู่เช่นเดิม

ยาวาทัคซิป(Yahwahtacsip)” เบนเอ่ยชื่อที่สาม ถ้านามนี้ไม่ใช่ก็ยังเหลือนามสุดท้าย แต่ถ้านามสุดท้ายไม่ใช่อีกเบนก็คงจนปัญญาจริงๆแล้ว

เกิดอักษรประหลาดเรืองแสงสีชมพูขึ้นมาบนกรอบประตู บานประตูขยับก่อนจะเปิดออกกว้าง เบนยิ้มกว้างด้วยความดีใจ เขาขอบคุณไมดาสอีกครั้ง เด็กชายเดินเข้าไปด้านในก่อนที่ประตูจะปิดลง สภาพภายในเลดเจอร์โดเมนเต็มไปด้วยสิ่งที่อธิบายไม่ได้ ท้องฟ้าส่วนใหญ่เป็นสีชมพูกับสีม่วงไปจนถึงดำ พื้นทางเดินเป็นเส้นๆแลดูไม่มีความมั่นคง สำหรับเด็กอย่างเบน เลดเจอร์โดเมนมันดูกว้างใหญ่ไพรศาล

แล้วจะไปหาสเปลไบเดอร์ได้ที่ไหนล่ะเนี้ย? เบนคิด เด็กชายรู้สึกได้ถึงพลังที่มากมายมหาศาลที่ไหลเวียนอยู่รอบข้าง ทั้งบนพื้นและในอากาศ เบนกลายเป็นร่างโคลนพลังงาน เมื่ออยู่ในร่างนี้มันยิ่งทำให้เขารู้สึกทรงพลัง

ถ้าเขาจำไม่ผิด ภายในมิตินี้ คำพูดจะมีพลัง หากเป็นจริง งั้น...

“จงนำทางไปหาสเปลไบเดอร์” เบนคิดว่าถ้าเขาเอ่ยสิ่งใดออกไป คำพูดนั้นน่าจะบังเกิดผล คล้ายวาจาสิทธิ์ ดวงตาของเบนเรืองแสงสีชมพูก่อนจะเกิดออร่าสีชมพูขึ้นมากลางอากาศ เบนมองตามแสงออร่านั้น พบว่ามันพาเขาไปยังทางเดินด้านหน้าที่คดเคี้ยวและอันตราย “บิงโก”

เด็กชายเดินไปตามทางที่มีแสงออร่า เขารู้สึกตัวเบา เบนลองวิ่ง เพียงพริบตาตัวเขาก็วิ่งมาไกลจากจุดเดิมมากโข เด็กชายแสยะยิ้ม เขาเริ่มวิ่งอีกครั้ง ยิ่งเขาไปถึงที่หมายเร็วเท่าไร งานยิ่งเสร็จเร็วเท่านั้น

เบนวิ่งมาเรื่อยๆจนกระทั่งมาถึงปราสาทขนาดใหญ่ รอบข้างปราสาทเต็มไปด้วยกองหินมากมาย เขาเห็นหนึ่งในนั้นมีอสูรกายหินที่เขาเคยเห็นชาร์มแคสเตอร์อัญเชิญมันในนิมิต เบนลองเดินเข้าไปใกล้ๆพวกมัน เขาสัมผัสกองหินเหล่านั้น จู่ๆกองหินก็ขยับ พวกมันเริ่มรวมตัวกันกายเป็นอสูรกายหินขนาดใหญ่ ดวงตาของมันเป็นสีเขียวเพราะแมนน่าเอกลักษณ์ของเบน บนร่างกายของมันมีลวดลายสีเขียว มันก้มหัวให้เบน เป็นการขอบคุณที่เบนช่วยมัน

“ด้วยความยินดี” เบนยิ้ม ดูเหมือนเขาจะได้อสูรกายหินมาเป็นพวกเสียแล้ว

ระหว่างเดินทางเข้าไปภายในปราสาท เบนได้ปลดปล่อยพวกอสูรกายหินมามากมาย พวกมันทุกตัวล้วนกลายเป็นลูกสมุนของเบน เขาสามารถอัญเชิญพวกมันได้ในยามที่เขาต้องการ และด้วยเหตุผลบางประการ หลังจากที่เขาเพียงแค่คิดว่า ถ้ามีสถานที่ที่พวกมันไม่ต้องอยู่ภายใต้การปกครองของแอดเวทเทียและสามารถอยู่อย่างอิสระภายใต้แสงแดดได้ก็คงดี จู่ๆเหล่าอสูรกายหินที่เขาช่วยปลดปล่อยก็หายไป

เด็กชายไม่แน่ใจว่าพวกมันหายไปไหน แต่เขายังคงรู้สึกถึงพวกมันได้ผ่านแมนน่าของเขาภายในตัวพวกมัน

อสูรกายหินที่เบนช่วยไว้และเป็นพวกเดียวกับเบนจะมีลวดลายและดวงตาสีเขียวแทนที่จะเป็นสีชมพู และที่สำคัญคือพวกมันสามารถเชื่อมต่อพลังแมนน่ากับเขาได้ ทำให้พวกมันซึมซับแมนน่าได้มากกว่าอสูรกายหินปกติ เพราะพวกมันดูดซึมทั้งพลังแมนน่าในมิติเลดเจอร์โดเมนและพลังแมนน่าเอกลักษณ์ของเบน

เนื่องจากเบนได้ยินเสียงกระซิบของไมดาสให้เขาใช้แมนน่าเอกลักษณ์คุมร่างกายเอาไว้ เพื่อป้องกันอำนาจทุกๆอย่างของแอดเวทเทีย เบนจึงสามารถเดินเข้ามาภายในปราสาทของอีกฝ่ายได้อย่างง่ายดาย หนำซ้ำระหว่างทางเขายังได้ลูกสมุนเพิ่มอีกหลายตัว

ข้อได้เปรียบของเบนก็คือเขามีแมนน่าเอกลักษณ์ มันเป็นเอกเทศไม่ขึ้นตรงต่อแอดเวทเทีย ต่อให้แอดเวทเทียมีอัลฟ่ารูน(Alpha rune) นามลับแท้จริงของพลังแห่งเวทย์มนต์ อีกฝ่ายก็ทำได้แค่ควบคุมแมนน่าในมิติเลดเจอร์โดเมน แต่ไม่สามารถควบคุมแมนน่าเอกลักษณ์ของเบนได้

ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใด แอดเวทเทียไม่รู้ว่าเบนเข้ามาในเลดเจอร์โดเมน อาจจะเพราะเขาใช้แมนน่าเอกลักษณ์คุมร่างกายเอาไว้หรือเพราะอีกฝ่ายกำลังยุ่งกับการกำจัดสเปลไบเดอร์กันแน่

เบนมาทันเห็นแอดเวทเทียร์ฆ่าสเปลไบเดอร์ต่อหน้าต่อตาชาร์มแคสเตอร์กับแฮ็กซ์ โชคดีที่สเปลไบเดอร์ส่งแฮ็กซ์กับชาร์มแคสเตอร์ออกไปจากเลดเจอร์โดเมนได้ทันก่อนสิ้นใจ

“โอเคเบน ได้เวลาทำงานใหญ่แล้ว” เด็กชายกุมคฑาของแฮ็กซ์ไว้แน่น เขาตื่นเต้น เบนรู้สึกได้ว่าตัวเขาในตอนนี้สามารถทำได้ทุกอย่าง คงเป็นเพราะพลังแมนน่าภายในเลดเจอร์โดเมน เบนคิด “เวลา...จงหยุด”

ทุกๆอย่างหยุดนิ่งตามที่เบนสั่ง เขาไม่จำเป็นต้องใช้แมนน่าของตัวเองกระตุ้นรูนแห่งกาลเวลามากๆแบบตอนที่อยู่ใลกมนุษย์ ในเลดเจอร์โดนเมนเพียงแค่เบนเอ่ยปาก บอกความปรารถนา บรรดาแมนน่าภายในมิติยินดีทำตามความปรารถนาของเขา

เบนใช้ช่วงที่เวลาหยุดเดินเข้าไปเก็บวิญญาณของสเปลไบเดอร์ เขานำดวงวิญญาณของอีกฝ่ายใส่ไว้ในขวดแก้วที่เขาสร้างขึ้นมาจากแมนน่า เบนเหลือบมองแอดเวทเทียร์ เด็กชายโบกมือให้เต่าบกยักษ์หัวลุกเป็นไฟแมนน่าสีชมพูที่หยุดยืนนิ่งอันเป็นผลมาจากการหยุดเวลา

อีกฝ่ายไม่มีปฏิกิรยาตอบรับ เบนไม่แน่ใจว่าที่คำพูดของเขามีผลกับเลดเจอร์โดนเมนเป็นเพราะแมนน่าเอกลักษณ์ของเขาหรือเปล่า แต่เขาคงไม่ได้คำตอบเร็วๆนี้หรอก อีกอย่าง ตอนนี้เขายังมีเรื่องต้องทำอยู่

ก่อนที่เบนกลับไปยังช่วงเวลาปัจจุบันของเขา เบนหยุดนิ่งเมื่อเขามองไปที่คอสั้นๆของแอดเวทเทียร์ สิ่งที่อยู่บนคอของมันคืออัลฟ่ารูน นามลับแท้จริงของพลังแห่งเวทย์มนต์ เครื่องรางที่ทรงพลังที่สุดในแลดเจอร์โดเมน...ตามที่ผู้รู้บางส่วนเข้าใจ... เบนเคยเห็นในนิมิตว่ามันจะมีบทบาทเป็นอย่างมากในอนาคต เด็กชายช่างใจอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตัดสินใจได้ในที่สุด

เบนขโมยอัลฟ่ารูนมาจากแอดเวทเทียร์ โดยเขาได้สร้างของปลอมเอาไว้แทนที่ของเก่า ซึ่งกรรมวิธีการสร้างคือดึงพลังของแมนน่าจากอัลฟ่ารูนและเลดเจอร์โดนเมนมาหลอมรวมกันและสร้างของเลียนแบบนี้ขึ้นมา... 2 อัน... อันหนึ่ง มีพลังมากเกือบเท่าอันฟ่ารูนของจริง ส่วนอีกอันมีพลังน้อยที่สุด แต่ก็คุณสมบัติคล้ายอัลฟ่ารูน

แอดเวทเทียร์จะไม่มีทางรู้ว่าเขาโดนขโมยของ เขาจะไม่รู้อะไรเลย เบนให้อัลฟ่ารูนปลอมที่มีพลังน้อยที่สุดกับแอดเวทเทียร์ เพื่อไม่ให้อีกฝ่ายสร้างปัญหาและเป็นการช่วยสิ่งมีชีวิตในมิตินี้กลายๆว่าพวกมันจะสามารถเป็นอิสระจากแอดเวทเทียร์ได้

ก่อนออกจากไปเลดเจอร์โดเมนแบบจริงๆเสียที เบนได้ดูดพลังแมนน่าในเลดเจอร์โดเมนเอาไว้เป็นพลังสำรอง ซึ่งเขาได้เปลี่ยนแมนน่าพวกนั้นให้กลายเป็นลูกแก้วขนาดเท่าลูกเทนนิส 5 ลูก เขาส่งมันเข้าไปอยู่ในกระเป๋าสะพายรวมกับลูกแก้วไฟที่เขาได้มาตอนเจอกับเควินครั้งแรก

เบนตรวจเช็คทุกอย่างให้เรียบร้อย เขาดูดซับพลังแมนน่ารอบๆข้างเพื่อใช้มันออกไปจากเลดเจอร์โดนเมนโดยไม่ต้องผ่านประตูไปที่ไหนก็ได้ และกลับไปในเวลาปัจจุบันรวดเดียวเลย

อย่างที่บอก ถ้ารู้ทางลัด เขาก็สามารถกลับไปได้ ทางลัดของเบนก็คือเควิน เบนหลับตาแล้วนึกถึงเควิน นึกถึงช่วงเวลาก่อนที่เขาจะมาที่นี่ ความอบอุ่นที่ฝ่ามือของเขาสัมผัสกัน ในระหว่างนั้นเบนก็แบ่งสมาธิมาคลายการหยุดเวลา

เวลาค่อยๆกลับมาเดิน ทั่วทั้งมิติเลดเจอร์โดเมนสั่นสะเทือน ท้องฟ้าสีชมพูถูกผ่า ร่างของเบนหายเข้าไปในรอยผ่านั้นได้ทันก่อนที่เวลาจะกลับมาเดินตามปกติ

แอดเวทเทียร์ไม่ได้รู้ตัวเลยว่าอัลฟ่ารูนถูกขโมยไปจากคอของเขาแล้ว สิ่งที่เขาทำคือจัดงานเลี้ยงฉลองที่เขาสามารถปราบกบฏต่อต้านได้เสียที

 

++++++++++++++++++++++++++++++

 

ในช่วงเวลาปัจจุบัน เวลาผ่านไป 6 นาที เควินเดินวนไปวนมาด้วยความกระวนกระวายใจ แฮ็กซ์นั่งสมาธิแต่ตัวเขาไม่ได้มีสมาธิเลย จอมขมังเวทย์กำลังกังวลและคิดถึงเบน ชาร์มแคสเตอร์นั่งอยู่ข้างๆร่างเปล่าของสเปลไบเดอร์ เธอทำได้แต่หวังและรอคอย

“รีบกลับมาเร็วๆสิเบน” เควินพึมพำ เขาร้อนใจด้วยความคิดถึงและกลัวว่าจะไม่ได้เจอเบนอีก

จู่ๆก็เกิดแผ่นดินไหว พวกเขาตกใจก่อนจะเกิดแสงสว่างแสบตา เควินรู้สึกได้ถึงความอบอุ่นที่กอบกุมมือของเขาเอาไว้ เขาพยายามฝืนลืมตามองสิ่งที่กำลังจับมือเขาอยู่ มันคือมือสีชมพูเข้ม เควินจำมันได้ เขาเงยหน้ามองเจ้าของมือ ดวงตาสีดำสบกับดวงตาสีเขียวเรืองแสง

แสงสว่างค่อยๆหายไป เหลือทิ้งไว้เพียงร่างโคลนพลังงานของเบน เด็กชายกลับร่างมนุษย์ เขายิ้มให้เด็กชายอายุมากกว่า

“กลับมาแล้ว” เบนกล่าว “คิดถึงกันไหม?”

เควินนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะคว้าตัวเบนเข้ามากอด เขาดีใจจนน้ำตาไหลที่เบนกลับมาอย่างปล่อยภัย

“เจ้าทำสำเร็จ” แฮ็กซ์อึ้ง เขารู้ว่าเวลาของมิติโลกมนุษย์กับมิติเลดเจอร์โดเมนมันต่างกัน แต่เบนดูจะกลับมาเร็วเกินกว่าที่เขาคิด แถมยังไร้รอยขีดข่วน

“ทุกๆอย่างเรียบร้อยดีครับ” เบนกล่าวพลางลูบหลังเควินที่กอดเขาแน่น “เอ่อ...เควินปล่อยก่อนนะ เรื่องมันยังไม่จบ”

เควินไม่อยากปล่อย แต่สุดท้ายก็ต้องจำใจผละออกมาจากคนสวยของเขา เบนยิ้ม เขาเช็ดน้ำตาให้เควิน เด็กชายผมสีดำหน้าแดง รู้สึกอายที่มาร้องไห้น้ำตาแตกต่อหน้าคนที่ชอบ

“ได้มาแล้วใช่ไหม?” ชาร์มแคสเตอร์ถามอย่างคาดหวัง

“ได้มาสิ” เบนหยิบขวดแก้วใส่วิญญาณของสเปลไบเดอร์ออกมาจากกระเป๋าสะพาย “และดูนี่สิว่าฉันได้อะไรมาด้วย”

ทั้งแฮ็กซ์และชาร์มแคสเตอร์ เบิกตากว้าง อ้าปากค้างกับของอย่างที่สองที่เบนหยิบออกมาจากกระเป๋า

“อัลฟ่ารูน!!!” แฮ็กซ์กับชาร์มแคสเตอร์ตะโกนพร้อมกัน

“อ่าฮะ” เบนพยักหน้า “สิ่งนี้จะช่วยให้งานของเรามีโอกาสสำเร็จมากขึ้นไปอีก มาทำให้มันจบๆกันเถอะ”

มาถึงขั้นตอนสุดท้าย ทุกๆคนเปี่ยมไปด้วยความหวัง เบนจะคืนคฑาและเครื่องรางโชคดีให้แฮ็กซ์ รวมถึงให้แฮ็กซ์ใช้อัลฟ่ารูนด้วย แต่แฮ็กซ์กลับปฏิเสธ เขายกหน้าที่ดำเนินพิธีกรรมทั้งหมดให้เบน จอมขมังเวทย์ยกคฑากับเครื่องรางโชคดีให้เบนเป็นเจ้าของใหม่โดยไม่รู้สึกเสียดายอะไร

“ไม่มีใครสามารถรอดจากแอดเวทเทียร์โดยไร้รอยขีดข่วนมาก่อน” แฮ็กซ์กล่าว “เจ้าเป็นคนแรก และจากเหตุการณ์ทั้งหมด นับตั้งแต่ครั้งแรกที่ข้าเจอเจ้า มันทำให้ข้าเชื่อว่า มีเพียงเจ้าเท่านั้นที่จะทำให้พิธีกรรมนี้สำเร็จได้”

ด้วยพลังจากเครื่องรางโชคดี,เครื่องรางคืนชีพ,ไม้เท้ายมทูตของแฮ็กซ์,อัลฟ่ารูน,คัมภีร์อคาเมด้า และพลังจากรูนของเบน พิธีกรรมนี้จึงประสบผลสำเร็จอย่างงดงามไร้ข้อผิดพลาดหรือช่องโหว่ ชาร์มแคสเตอร์บ่นเรื่องที่แฮ็กซ์ไม่เคยบอกเธอว่าคฑาของเขาคือไม้เท้ายมทูตมาก่อน

 

เบนได้รับการเติมเต็มพลังมาจากเลดเจอร์โดเมน ทำให้เขาสามารถร่ายเวทย์และใช้พลังของรูนบนร่างกายของเขาได้สบายๆ

แสงสว่างจากพลังและปฏิกิริยาของพิธีกรรมส่องสว่างไปทั่วสุสาน เวลาผ่านไปนานหลายนาที แสงสว่างหายไปพร้อมกับแสงตะวันของเช้าวันใหม่ได้มาเยือน

“สำเร็จไหม?” ชาร์มแคสเตอร์ไม่แน่ใจว่าพิธีกรรมเสร็จหรือยัง แต่เบนหยุดปล่อยพลังแมนน่ามาได้สักพักแล้ว

เบนไม่ตอบทำเพียงแค่มองร่างของสเปลไบเดอร์ที่เขาเพิ่งใส่ดวงวิญญาณและพลังแมนน่าบางส่วนลงไป ขอให้ได้ผล เบนภาวนา เด็กชายหลับตาก่อนจะลืมตาขึ้นมาอีกครั้งโดยที่ดวงตาของเขาเรืองแสงสีชมพู เบนเห็นพลังชีวิตและหัวใจที่กำลังเต้น เด็กชายยิ้มกับผลงาน เขาหันไปพยักหน้าให้ชาร์มแคสเตอร์

“ท่านพ่อ” ชาร์มแคสเตอร์ยิ้ม เธอเดินเข้ามาหาร่างของบิดาของเธอ เปลือกตาของสเปลไบเดอร์ขยับก่อนจะเปิดขึ้นเผยให้เห็นดวงตาสีม่วงเช่นเดียวกับชาร์มแคสเตอร์

“โฮป?” สเปลไบเดอร์เรียก “นั่นลูกหรอ?”

“ท่านพ่อ” ชาร์มแคสเตอร์โผเข้ากอดสเปลไบเดอร์พร้อมกับร้องไห้ออกมาด้วยความดีใจ

“ท่านพี่” แฮ็กซ์เข้ามาทรุดตัวนั่งใกล้ๆหลานสาวกับพี่ชายของตน “ยินดีต้อนรับกลับมา”

“เกิดอะไรขึ้น?” สเปลไบเดอร์ถาม สิ่งสุดท้ายที่เขาจำได้คือเขาส่งน้องชายกับลูกสาวออกมาจากเลดเจอร์โดเมนเพื่อหนีให้พ้นจากเงื้อมมือของแอดเวทเทียร์ โดยใช้ชีวิตของตนเข้าแลก “ข้าน่าจะตายไปแล้ว”

“ใช่” แฮ็กซ์ยืนยัน “แต่เราพาท่านกลับมา”

“ยังไง?” สเปลไบเดอร์กังวลว่าน้องชายกับลูกสาวของเขาจะใช้ชีวิตของผู้อื่นมาแลกกับการฟื้นคืนชีพให้เขา

“เขาพาท่านกลับมา” ชาร์มแคสเตอร์กล่าวก่อนจะหันมามองเบน “ขอบคุณ”

“ด้วยความยินดี” เบนยิ้ม “สวัสดีครับสเปลไบเดอร์ นี่คงเป็นครั้งแรกที่เราได้พบกันแบบเป็นๆ ผมชื่อเบน เทนนิสัน เป็นคนที่พาคุณกลับมาจากความตาย”

“เจ้าทำได้ยังไง?” สเปลไบเดอร์แทบไม่อยากจะเชื่อว่าเด็กชายคนนี้จะเป็นคนพาเขากลับมาจากความตาย แต่พอดูจากสีหน้าท่าทางของแฮ็กซ์กับชาร์มแคสเตอร์แล้ว บางทีเด็กชายอาจจะทำได้จริงๆ

“อย่าห่วง ผมไม่ได้สังเวยชีวิตใครเพื่อแลกกับชีวิตของคุณ” เบนอธิบาย “ผมก็แค่ ขอให้แฮ็กซ์กับชาร์มแคสเตอร์ช่วยสร้างร่างกายใหม่ให้กับคุณ แล้วผมก็กลับไปเอาดวงวิญญาณที่เพิ่งตายใหม่ๆของคุณมาใส่ร่าง บวกกับใช้พลังของเครื่องรางฟื้นคืนชีพ,เครื่องรางโชคดี,อัลฟ่ารูน,คัมภีนร์อคาเมด้าและไม้เท้ายมทูต โป้ะเช้ะ คุณกลับมามีชีวิตอีกครั้ง”

สเปลไบเดอร์อึ้ง เบิกตากว้างอ้าปากค้าง อารมณ์เดียวกันกับตอนที่แฮ็กซ์และชาร์มแคสเตอร์เห็นอัลฟ่ารูนในมือของเบน

“มันไม่น่าจะเป็นไปได้” สเปลไบเดอร์กลืนน้ำลาย

“มันเป็นไปได้” เบนยิ้ม “และมันเป็นไปแล้ว”

“ข้าไม่รู้จะพูดอย่างไร” สเปลไบเดอร์กล่าว “ขอบใจนะ”

“ด้วยความยินดี” เบนโค้งรับคำขอบคุณจากอีกฝ่าย เขารู้สึกดีใจและมีความสุข ทุกๆอย่างกำลังเป็นไปในทางที่ดี เบนรู้สึกได้

“นายทำฉันอึ้งสุดๆ” เควินกล่าว “ไม่อยากจะเชื่อว่านายจะสามารถฟื้นคืนชีพคนตายได้”

“ก็ฉันมันสุดยอด” เบนพูดยิ้มๆพลางเชิดหน้าขึ้น เควินหัวเราะ

“ข้าไม่รู้ว่าจะตอบแทนเจ้าอย่างไรดี”แฮ็กซ์เดินเข้ามาใกล้เบนก่อนจะคว้าร่างของเด็กชายเข้าไปกอด เควินคำรามในลำคอด้วยความหึงหวง “ขอบใจ”

“ตามสัญญา” เบนผละออกมาจ้องหน้าแฮ็กซ์ “เราเป็นพันธมิตรกันแล้วใช่ไหม?”

“ใช่” แฮ็กซ์ยิ้ม “เราเป็นพันธมิตรกันแล้ว”

ชาร์มแคสเตอร์วิ่งเข้ามาหาเบนก่อนจะกอดเขาด้วยอีกคน เควินคำรามด้วยความหึงหวงอีกรอบแต่ไม่มีใครสนใจเขา เด็กชายผมดำคิ้วกระตุก อยากจะกดนาฬิกาแปลงร่างมันให้รู้แล้วรู้รอด เบนเหลือบตามองเขาแล้วส่ายหน้า เควินสะดุ้งเมื่อสบกับดวงตาสีเขียวที่ราวกับจะอ่านใจเขาได้ เควินหน้ามุ่ย

“ฉันไม่รู้ว่าจะขอบคุณเธอยังไงดี” ชาร์มแคสเตอร์พึมพำ

“ฉันสนใจกระเป๋าเวทย์มนต์ของเธอ” เบนกล่าว “ถ้าช่วยบอกวิธีการสร้างให้รู้จะเป็นการดีมาก”

“เรื่องง่ายๆ” ชาร์มแคสเตอร์ผละออกมา “มันอยู่ในตำราที่ฉันให้เธอไป ฉันให้เธอเลยแล้วกัน”

“แต่มันเป็นของสำคัญ” เบนไม่อยากแย่งของสำคัญมาจากคนอื่น “ไว้ศึกษาจบแล้วจะคืนนะ”

“ไม่ต้องหรอก” ชาร์มแคสเตอร์ส่ายหน้า “ตำรานั่นไม่สำคัญเท่ากับพ่อของฉันหรอก”

“ขอบคุณชาร์มแคสเตอร์” เบนยิ้ม

“เรียกฉันว่าโฮป” ชาร์มแคสเตอร์ หรือ โฮป ยิ้มตอบ เบนเบิกตากว้างก่อนจะยิ้มกว้างมากกว่าเดิมด้วยความยืนดีที่โฮปอนุญาติให้เขาเรียกชื่อจริงของเธอ “ต่อไปนี้เราเป็นเพื่อนกันนะ”

“ไม่” เบนพูดเสียงจริงจัง “เราจะไม่เป็นเพื่อนกัน”

ทั้งหมดอึ้ง โฮปรู้สึกหัวใจสลายแต่ประโยคต่อมามันทำให้ความรู้สึกของเธอดีขึ้น

“แต่เราจะเป็นพันธมิตรกัน” เบนกล่าว “เพื่อนสามารถหักหลังกันได้ แต่พันธมิตรจะไม่มีวันหักหลังกัน เพื่อนสามารถฆ่ากันได้แต่พันธมิตรจะไม่ฆ่ากัน เราจะเป็นในสิ่งที่ยั่งยืน โฮป ไม่ใช่สิ่งเปราะบาง”

“ฟังดูดี” สเปลไบเดอร์กล่าว “งั้นข้าเองก็ขอเป็นพันธมิตรกับเจ้าด้วยเช่นกัน”

“ผมรู้สึกเป็นเกียรติมากครับ” เบนยิ้ม “นับแต่นี้ต่อไป กลุ่มพันธมิตรของเราจะมีชื่อว่า พันธมิตรแห่งเทนนิเซีย

“มีชื่อกลุ่มเสียด้วย” เควินผิวปาก

“ข้าชอบชื่อนั้น” แฮ็กซ์กล่าว

“อ้อ แล้ว จะให้ทำยังไงกับมันครับ” เบนชูอัลฟ่ารูนขึ้นมาให้จอมเวทย์ทั้งสองดู ซึ่งมันเป็นของปลอม ของจริงยังคงนอนนิ่งอยู่ในกระเป๋าของเขาโดยเบนคุมแมนน่าเอกลักษณ์เป็นเกราะป้องกันไว้อีกชั้นหนึ่ง

แฮ็กซ์กับสเปลไบเดอร์หันมามองหน้ากัน พวกเขาปรึกษากันเงียบๆ ชาร์มแคสเตอร์จ้องอัลฟ่ารูนตาเป็นประกาย แต่ไม่มากอย่างที่เบนเคยเห็นในนิมิต

“ผมขอเสนอนะ” คำพูดของเบนทำให้ทั้งหมดหันมามอง “ผมจะแบ่งอัลฟ่ารูนออกเป็น 4 ชิ้น และก็ให้พวกเขาแต่ละคนดูแลกันคนละชิ้น”

“ว่าไงนะ!!!!” แฮ็กซ์,สเปลไบเดอร์กับชาร์มแคสเตอร์ตะโกนออกมาพร้อมกัน เบนถึงกับยกมือขึ้นมาปิดหูแทบไม่ทัน เด็กชายกระพริบตาปริบๆ

“ทำไมหรอครับ?” เบนถาม

“เจ้าไม่รู้หรือไงว่าสิ่งที่เจ้ากำลังถืออยู่มันคืออะไร?” สเปลไบเดอร์ถาม

“อัลฟ่ารูน นามลับแท้จริงของพลังแห่งเวทย์มนต์” เบนรู้สึกเดจาวู อารมณ์เดียวกันกับตอนที่วิวแก็กซ์ถามเขาว่าไม่รู้หรือไงว่าเขาถืออะไรอยู่ในมือ...ก็ออมนิทริกซ์ไง...

“งั้นเจ้าก็น่าจะรู้ดีว่ามันแบ่งไม่ได้” แฮ็กซ์กล่าว

“ทำไมจะไม่ได้” เบนสะบัดมือ อัลป่ารูนถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นก้อนแมนน่าสีชมพูเข้ม เขาขยับมือ ตัดมันออกเป็น 4 ชิ้นตามที่เขาคิดเอาไว้ พอได้ตามที่ต้องการ เบนดีดนิ้ว ก้อนแมนน่าสีชมพูทั้ง 4 กลายเป็นอัลฟ่ารูนขนาดเล็กแทน “นี่ไงเรียบร้อยแล้ว”

แฮ็กซ์,สเปลไบเดอร์และชาร์มแคสเตอร์อ้าปากค้าง ง่ายอะไรขนาดนั้น!!! พวกเขาคิด

“รับไปครับ” เบนยื่นอัลฟ่ารูนชิ้นหนึ่งให้สเปลไบเดอร์เป็นคนแรก จอมขมังเวทย์ไม่อยากรับ

“เจ้าไม่จำเป็นต้องทำเช่นนี้” สเปลไบเดอร์กล่าว “อัลฟ่ารูนควรเป็นของเจ้าแต่เพียงผู้เดียว”

“หากอัลฟ่ารูนคือนามแท้จริงของเวทย์มนต์ ผมก็ไม่ควรครอบครองมันคนเดียว” เบนกล่าว “เวทย์มนต์เป็นของทุกคน อีกอย่าง ถ้ามีสิ่งนี้พวกคุณจะปลอดภัย พลังของมันสามารถรับประกันอะไรได้หลายอย่างนะ แถมถ้าแอดเวทเทียเกิดรู้ขึ้นมาว่าอัลฟ่ารูนหายไป เขาก็คงจะงงตายว่าทำไมอัลฟ่ารูนถึงมี 4 ชิ้น”

ชาร์มแคสเตอร์ขำกับคำพูดของเบน ออกจะสะใจด้วยซ้ำเมื่อนึกภาพตามที่เบนพูด แต่ในความเป็นจริง จำนวนที่ค้นหาได้อาจมีมากกว่านั้น ก็นะ ของปลอมมันเยอะนี่ เบนคิด พยายามไม่แสยะยิ้ม และต่อให้ตาย ไอ้เต่านั่นก็ไม่มีทางรู้ว่าอัลฟ่ารูนของมันถูกขโมย ที่อยู่บนคอของมันเป็นของปลอม

“เจ้าแน่ใจ?” สเปลไบเดอร์ถาม เขาเป็นคนที่ไม่ได้อยากครอบครองพลังมหาศาลอย่างอัลฟ่ารูน ดังนั้นเขาจึงรู้สึกกระอักกระอ่วนอยู่พอสมควร

“ผมแน่ใจ” เบนพยักหน้า “รับมันไว้ อย่างน้อยก็เพื่อปกป้องครอบครัวของคุณ”

คำพูดของเบนทำให้สเปลไบเดอร์ยอมรับหนึ่งในอัลฟ่ารูน แฮ็กซ์รับมันมาด้วยความเต็มใจ เช่นเดียวกับชาร์มแคสเตอร์ แม่มดสาวออกจะดีใจเสียด้วยซ้ำที่เธอได้ครอบครองอัลฟ่ารูน

ตอนนี้ ผู้ที่ถือครองอัลฟ่ารูน...ของปลอม... แต่มีพลังเกือบเทียบเท่าของจริง มี 4 คนคือ สเปลไบเดอร์,แฮ็กซ์,เบนและชาร์มแคสเตอร์

 “เอ่อ...เบน” เควินเรียก “นี่มันเช้าแล้ว”

“อ่าหะ” เบนขานรับ “แล้ว?”

“อาหารเช้า,ปู่แม็กซ์กับญาติปากมากของนาย” เควินพูดรัวเร็ว “เราต้องรีบกลับก่อนจะถูกพวกเขาจับได้!!!

“เวรแล้ว” เบนสะดุ้ง “รีบกลายร่างเดี๋ยวนี้เลย”

“จัดไป” เควินกดออมนิทริกซ์ เปลี่ยนร่างเป็น XLR8 เควินพุ่งเข้ามาอุ้มเบนท่าเข้าสาว เบนกอดคออีกฝ่ายก่อนจะหันไปตะโกนบอก 2 จอมขมังเวทย์กับอีก 1 แม่มด

“ผมต้องรีบกลับแล้ว ช่วยส่งตำราเวทย์มนต์มาให้ผมด้วยนะ คุณคงรู้ใช่ไหมว่าต้องส่งมายังไง และเจอกันครับ!!” หลังจากเบนพูดจบ เควินก็ออกตัววิ่งตรงกลับไปยังรถบ้านทันที ทิ้งฝุ่นควันกับเงาสีน้ำเงินดำเอาไว้ด้านหลัง

 

 

 










 

TBC.



+++++++++++++++++++++++++++++++++


กองกำลังของเบนถือกำเนิดขึ้นแล้ว!!!!ตี้นี้มีแต่นักเวทย์ ไม่เป็นไรเดี๋ยวเควินแท้งค์ให้ 

เติมความเทพทรูให้เบน(ยังต้องเติมอีกชะ) เตรียมออกสนามรบ!!!

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 322 ครั้ง

520 ความคิดเห็น

  1. #476 vkpNmb9pN (@vkpNmb9pN) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2562 / 19:43
    เรือเควินกับเบน~💕
    #476
    0
  2. #183 ChepoKahod (@ChepoKahod) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2561 / 00:35
    ส่วนเควินเขาหน้าด้านเกินกว่าจะรู้สึกอะไร555โอ๊ยตรงนี้มาก
    #183
    0
  3. #167 โยชิน่อน (@hellzen) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2561 / 07:48
    โอ้ยยยยยชอบมากๆๆๆๆๆๆ
    #167
    0
  4. #106 ·[PIERO]· (@Aed05102002) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2561 / 02:23
    และแล้วทั้งตอนนี้คือวิธีการคืนชีพ คนที่คุณรู้ว่าใคร!!!(ใช่หรอ?)
    #106
    0
  5. #19 Neko Sleep (@pichayaporn19881) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2561 / 18:37

    Loveeeee
    #19
    0
  6. #18 hanaharu...... (@hanaharu) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2561 / 15:07

    ชอบมากๆเลย เบนโครตเก่งเลย
    #18
    0
  7. วันที่ 6 ตุลาคม 2561 / 09:37

    ชอบบบบ เป็นหนึ่งในหลายเรื่องที่ชอบแล้วมาดูทุกวันว่าอัพรึยัง
    #17
    0
  8. #16 Masomi (@Masomi) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2561 / 09:13
    ชอบบบบบบบ ขอบคุณค่ะไรท์
    #16
    0
  9. #15 cozy ^0^ (@thiphakornkiti) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2561 / 08:06

    เริ่มเห็นฮาเร็มของน้องเบนแล้วนะคะนางกะจะเก็บตั้งแต่เควินยันวิวแก๊กเลยใช่ไหมคะเนีย555
    #15
    0
  10. #14 Jirawadee1999 (@Jirawadee1999) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2561 / 01:52
    อ่านสนุกเพลินๆหมดซะเเล้ว ติดตามตอนต่ออยู่นะ
    #14
    0
  11. #13 55420119 (@55420119) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2561 / 00:58
    ซอบมากหยากจะบอกให้รู้ว่านักอ่านประเทศข้างบ้านติดตามอ่านนะคะ ป.ล

    (ມາຈາກ ລາວ ຖືກໃຈຫຼາຍເດີ້)
    #13
    0
  12. #12 Omg (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2561 / 00:41

    โพสให้รู้ว่า ยังมีคนที่อ่านอยู่นะ แล้วก็ขอบคุณสำหรับตอนใหม่

    #12
    0