[AU Fanfic Ben10] Anlontipe (Yaoi)

ตอนที่ 42 : ตอนที่ 37 : What Are Little Boys Made Of? (2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 838
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 101 ครั้ง
    1 มี.ค. 62




 

เบนเอนตัวสบายๆบนเก้าอี้เอนชายหาดสีขาว มองลูน่ากับสาวๆของเธอเล่นวอลเลย์บอลชายหาด โดยลูน่าจับคู่กับชาร์ ส่วนชาร์มแคสเตอร์จับคู่กับราโยน่า แน่นอนว่ามันต้องมีการไม่พอใจกันเกิดขึ้น การแข่งถึงได้ดูดุเดือดกว่าปกติ  ชาร์มแคสเตอร์จงใจตบบอลไปทางชาร์อย่างรุนแรง แต่น้องสาวของรูกสามารถหลบได้ แถมบางครั้งลูน่ายังมาช่วยป้องกันชาร์ด้วย ทำเอาแม่มดสาวหึงจนตาลุกเป็นไฟ

“เฮ้” เบนร้องเมื่อเขาโดนใครบางคนปิดตา

“ฉันหึงนะ” เสียงกระซิบทำเขากรอกตา

“หึงอะไรของนายเนี้ย” เบนปัดมือเควินออก ชายหนุ่มผมดำหน้าบึ้ง

“เลิกมองพวกเธอสักที” เควินพูดเสียงจริงจัง เขาชี้หน้าเบน “ฉันรู้นะว่านายมองหุ่นพวกเธอ”

“...นายมากกว่ามั้งที่มอง” เบนกอดอก หรี่ตาจ้องหนุ่มออสโมเซี่ยน

“ฉันไม่จำเป็นต้องมองพวกเธอ” เควินแสยะยิ้ม หลุบตามองหน้าอกของเบน เด็กหนุ่มหน้าแดง ยกมือปิดอก “มันใหญ่ขึ้นนะ”

“หุบปากไปเลย” เบนหันหน้าไปทางอื่น เควินหัวเราะ โน้มตัวมาหอมแก้มแดงๆของภรรยาคนสวย

“เอาเลย!!” ในตอนที่เบนเผลอและงงว่าเควินให้สัญญาณใคร ชายหนุ่มผมดำจับมือของเขาดึงออกมาจากหน้าอก ขณะที่อุ้งมือที่เต็มไปด้วยขนคว้าหมับหน้าอกของเบนเต็มๆ

“ทำอะไรของพวกนายเนี้ย!!!” เบนร้อง หน้าแดงกับแรงขยำ รอยยิ้มชั่วร้ายของเควินทำเขาอยากชกหน้าหล่อๆนั่นสักที “แล้วนายจะบีบทำไมเนี้ย!!!

“ทดสอบ” รูกตอบอย่างใสซื่อ เบนเม้มปาก อยากร้องไห้

 “นายว่าตอนนี้เบนไซส์เท่าไรแล้ว?” เควินถาม

“น่าจะเริ่มคัพบีแล้วมั้ง” รูกตอบ “นายควรเริ่มใส่ยกทรงได้แล้ว”

“ทำไมฉันต้องใส่ด้วย!!!?” เบนร้อง พยายามดิ้นออกจากการเกาะกุมของชายหนุ่มทั้งสอง แต่มันก็เปล่าประโยชน์

“เพราะถ้าไม่ใส่ มันจะเห็นชัด” รูกพูดเสียงแหบ เขาบีบหัวนมที่ใหญ่ขึ้นของเบนเป็นการยืนยันคำพูด ยิ้มพึงพอใจกับเสียงครางของภรรยาตัวน้อย “และเควินจะจ้องแต่ตรงนี้”

“ที่จริงฉันก็จ้องทุกส่วนนั้นแหละ” เควินมองเบนขึ้นลงด้วยแววตาหื่นกระหาย เด็กหนุ่มตัวสั่นกลืนน้ำลายกับแววตาของคนอายุมากกว่า เขาสะบัดแขนออกจากเควินได้สำเร็จ

“พวกนายมันแย่!!” เบนแยกเขี้ยว พยายามแกะมือรูกออกจากหน้าอกตัวเอง แต่บลองโก้ไม่ยอม หนุ่มเรโวนน่าบีบนวดหน้าอกเขา เบนคราง “บลองโก้”

“จ๋า ที่รัก” รูกกระซิบ เม้มหูเบน ส่งเสียงครางพึงพอใจ

“นี่มันข้างนอกนะ” เบนหอบหายใจ “กลางแจ้งเลยด้วย”

“อื้อฮึ” เควินขึ้นคร่อมเบน โน้มตัวลงมาจูบภรรยาคนสวย รูกดึงเด็กหนุ่มมาอยู่ในอ้อมกอด คลอเคลียลำคอภรรยาคนงาม ส่งเสียงเหมือนแมวตอนพึงพอใจ หนุ่มเรโวนน่าดูดเม้มลำคอเบน

เควินดูดเม้มริมฝีปากคนอายุน้อยกว่า สอดลิ้นเข้าไปรัดดึงลิ้นของอีกฝ่าย ฝ่ามือบีบนวดสะโพกที่มีขนาดเต็มไม้เต็มมือมากกว่าเมื่อก่อน เบนคราง มือข้างหนึ่งจับท้ายทอยเควิน อีกข้างกุมแก้มรูก

“เควิน บลองโก้” เสียงครางของเบนทำชายหนุ่มทั้งสองมีอารมณ์ แก่นกายแข็ง แต่ก่อนที่พวกเขาจะได้ทำอะไรไปมากกว่านี้

 

ผัวะ!!!! ผัวะ!!!!

 

ลูกวอลเลย์บอลลอยมากระแทกหัวของเควินก่อนจะกระเด้งไปโดนหน้าผากของรูกอีกต่อหนึ่ง ทำเอาชายหนุ่มทั้งสองมึน

“นี่มันกลางแจ้งนะหนุ่มๆ” ลูน่ายิ้ม แต่แววตาของเธอไม่ได้ยิ้มไปด้วย มันออกจะดูเย็นชาด้วยซ้ำ แม่สาวผมทองกอดอก เคาะนิ้วกับแขนของตัวเองมองสองหนุ่มที่ยังไม่หายมึน “ถ้าจะทำอะไร กรุณาทำในห้องนะ ไม่ใช่กลางแจ้ง เดี๋ยวเบนเป็นหวัด”

เควินคำราม จ้องแม่สาวผมทองเขม็ง รูกสะบัดหัวไล่ความมึนเป็นรอบสุดท้ายก่อนหันมาสบตาลูน่า

“เป็นคำแนะนำที่ดี” รูกเอ่ย “งั้นเราเข้าห้องกันเถอะ”

ด้วยความใสซื่อหรือไม่มันก็เป็นความต้องการของรูกมาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว หนุ่มเรโวนน่าอุ้มภรรยาตัวน้อยไว้ในอ้อมกอด ทำท่าจะพาเดินเข้าบ้านพัก

“เดี๋ยวสิพี่ชาย” รูกชาร์ห้าม “ก่อนที่พี่จะทำกิจกรรมส่วนตัวกับพี่สะใภ้ ฉันว่าพาเบนไปเลือกยกทรงสักตัวก่อนเถอะ”

“ลองนึกภาพดูนะหนุ่มๆ” ชาร์มแคสเตอร์เท้าแขนกับไหล่ของเควิน “ภรรยาสุดสวยของพวกนาย ในชุดชั้นในสวยๆ เป็นภาพที่ดีใช่ไหมล่ะ? แล้ว ทำไมพวกนายไม่เลือกชุดชั้นในเหมาะๆให้เบนจี้ที่รักของพวกเราหน่อยล่ะ?”

เควินกับรูกคิดภาพตามที่ชาร์มแคสเตอร์พูดแล้วถึงกับกำเดาแทบไหล เควินเผลอสำลักน้ำลาย พวกเขามองมาที่เบนด้วยแววตาหื่นกระหายทำเด็กหนุ่มขนลุก

ลูน่ายกนิ้วให้ชาร์กับชาร์มแคสเตอร์ หญิงสาวทั้งสองยิ้มก่อนจะตีมือกัน

ทีแบบนี้ล่ะสามัคคีกันขึ้นมาทันทีเลยนะ เบนอยากเป็นลม ให้ตายเถอะ เด็กหนุ่มกรอกตา

 แต่แล้ว เขาก็เห็นใครบางคนที่หางตา เขาอีกแล้ว เบนคิด เขาเห็นชายวัยกลางคน ผมสีทองในชุดสีแดงเลือดหมูอีกแล้ว เด็กหนุ่มหรี่ตา เป็นอีกครั้งที่เขาสงสัยว่าชายคนนั้นมีอยู่จริงหรือเป็นเพียงภาพลวงตา? เขาตาฝาดจริงหรือไม่? ไม่ว่าจะเป็นอย่างไหน มันถึงเวลาที่เขาต้องหาทางพิสูจน์เสียที

 

พ่อกับแม่ของเบนตัดสินใจลงหลักปักฐานอยู่ที่เทนนิเซีย พวกเขาไม่อยากอยู่ห่างจากลูกชายเพียงคนเดียวของพวกเขาอีกแล้ว ยิ่งรู้ว่าเบนกำลังตั้งครรภ์พวกเขายิ่งต้องอยู่

ผ่านมา 2 สัปดาห์ กลุ่มดาวเรียงตัว ได้เวลาที่เบนต้องทำตามสัญญา คืนชีพดาวและผู้คนของเทแทร็ก แต่เนื่องจากเบนกำลังตั้งครรภ์ บรรดาสามีของเขาจึงค้านหัวชนฝา หัวเด็ดตีนขาดยังไงก็ไม่ไม่ทางยอมให้ภรรยาตัวน้อยเดินทางออกนอกดวงดาวเป็นอันขาด!!! พวกเขามีแนวร่วมเป็นพ่อแม่ของเบน อีกทั้งเด็กหนุ่มยังรู้ขีดจำกัดของตัวเอง ว่าเขาคงทำอะไรแบบนั้นไม่ไหว เขาจึงยอมแต่โดยดี

ด้วยเหตุนี้ เบนจึงส่งวิวแก็กซ์ไปฟื้นฟูดาวกับผู้คนของเทแทร็กแทนเขา โดยบอกวิธีการต่างๆให้ผู้พิชิตได้รับรู้หมดแล้ว ช่างน่าขำ เมื่อคนที่ทำลายดาวบ้านเกิดของเทแทร็กคือวิวแก็กซ์และคนที่กำลังทำให้มันกลับมาก็คือวิวแก็กซ์อีกเช่นกัน...ตลกร้ายชัดๆ...

 

เบนนั่งหน้ามุ่ยมองลูน่ากับแม่ของเขาเลือกชุดชั้นในให้ เบนอยากเป็นลมเมื่อบรรดาสามีของเขาเห็นดีเห็นงามด้วยจนน่าหมั่นไส้ แค่ลูน่ากับบรรดาสาวๆของเธอเขาก็จะบ้าตายแล้ว นี่แม่เขายังมาร่วมวงด้วยอีกงั้นเหรอ!? ใครก็ได้ช่วยฉันที เบนคิด

หนึ่งชั่วโมงกับความทรมาน ...สำหรับเบนคนเดียว สุดท้ายตอนนี้ เบนก็ได้ใส่ยกทรงสมใจทุกๆคน เด็กหนุ่มถอนหายใจ แอบเปิดเสื้อกล้ามดูยกทรงสีดำด้านใน

“ดูเหมาะกับนายดีนะ” เควินกระซิบ เบนถอนหายใจ ขอเวลาทำใจหน่อยได้ไหม เบนคิด เขาเหลือบเห็นชายปริศนาที่หางตาอีกครั้ง เบนขมวดคิ้ว “เบน”

“หืม?” ชายคนนั้นหายไป...อีกแล้ว...

“นายมองหาใคร?” เควินถาม

“...เอาไว้เดี๋ยวบอก” เบนเดินนำหนุ่มๆของเขาออกไปด้านนอกบ้านพัก เขามาหยุดยืนอยู่ตรงชายหาด เบนคว้าแขนเควินกับรูกให้มายืนใกล้ๆ “ขอยืมมือถือหน่อย”

เควินกับรูกมองหน้ากัน แต่ก็ยอมให้เบนยืมมือถือ เด็กหนุ่มเปิดกล้องถ่ายรูป ทำทีเป็นถ่ายภาพของเขากับสามีทั้งสอง แต่ความจริงแล้วเขาแอบถ่ายติดชายปริศนามาด้วย

“ดูนี่” เบนชี้ภาพที่ถ่ายได้ให้ทั้งสองคนดู “เห็นชายคนนี้ใช่ไหม?”

เควินกับรูกหรี่ตามองภาพถ่ายในมือถือ นอกจากพวกเขาแล้ว ตรงมุมบนของภาพถ่ายมันมีร่างของใครบางคิดติดมากับภาพด้วย เป็นชายผมสีทองในชุดสีแดงเลือดหมู พวกเขามองหน้ากันก่อนจะมองเบนแล้วพยักหน้าเป็นการยืนยันว่าพวกเขาเห็นชายคนนี้

“โอเค” เบนถอนหายใจ ถ้ามีคนอื่นนอกจากเขาเห็นชายคนนี้ นั่นหมายความว่าบุคคลปริศนาคนนี้มีตัวตน “ฉัน...เห็นเขา แบบ จะว่าไงดี เหมือนเขาแอบตามฉัน มาตั้งหลายเดือนแล้ว”

“อะไรนะ!?” เควินกับรูกขมวดคิ้ว “ทำไมไม่บอกพวกเราตั้งแต่แรก?”

“ก็ฉันคิดว่าตัวเองตาฝาด” เบนกล่าว “ปกติตอนเห็นชายคนนี้ ฉันจะเห็นเขาแค่ตรงหางตาหรือเพียงแค่แวบเดียวเท่านั้น พอจะหันไปมองเขาชัดๆก็หายตัวไปแล้ว”

ขณะที่พวกเขากำลังคุยกัน จู่ๆมือถือก็ร้อนขึ้นจนเบนต้องปล่อยมันลงพื้น มือถือระเบิดทันทีที่มันตกพื้น ทุกๆคนเบิกตากว้าง ดีนะที่ปล่อยมือก่อน ไม่งั้นมันคงระเบิดคามือเราแน่ เบนคิดพลางสะบัดมือ

“เบน” รูกรีบเข้ามาดูมือของเบน “ไม่เป็นอะไรนะ?”

“ฉันไม่เป็นอะไร” เบนตอบ “แค่ ร้อนมือนิดหน่อย”

“เกิดอะไรขึ้น?” สเกาท์เดินเข้ามาหาพวกเขา หนุ่มโลโบนเพิ่งยอมแพ้กับการหลอมอะไหล่...สำหรับวันนี้ เขามองเบนสลับกับเศษซากมือถือบนพื้น

“เรื่องมันยาว” เบนถอนหายใจ “สั้นๆก็ มีชายปริศนาแอบตามฉันมา...ไม่รู้สิหนึ่งเดือนกว่าๆได้แล้วมั้ง ตอนแรกก็คิดว่าตาฝาด แต่ตอนนี้มั่นใจแล้วว่าไม่ได้ตาฝาด”

เด็กหนุ่มดวงตาเรืองแสง เศษซากมือถือลอยขึ้นมา เขาใช้พลังของรูนทำให้มือถือกลับมาอยู่ในสภาพเดิม แต่พอเปิดโทรศัพท์จะดูภาพของชายปริศนาที่พวกเขาถ่ายได้ ภาพนั้นกลับหายไป เบนขมวดคิ้ว

“แปลก” รูกพึมพำ จับคางอย่างใช้ความคิด “บางทีอาจเป็นพวกหายตัวได้?”

“มีทางเดียวที่จะรู้” เควินเดินตรงไปหาชายปริศนา ชายคนนั้นแสยะยิ้ม เดินหายไปหลังต้นไม้ พอเควินเดินตามกลับพบว่าเขาหายไปแล้ว เควินอึ้ง พยายามกวาดตามองหาชายปริศนาโดยรอบ แต่ก็ไม่พบ “มันหายไปไหน? พวกนายทันได้เห็นไหม?”

“เขาหายไป อีกแล้ว” เบนพูด “ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาปรากฎตัวและหายตัวไปแบบนี้ และจะไม่ใช่ครั้งสุดท้ายด้วย”

“ยังกับสโตรเกอร์โรคจิต” เควินกอดอก มองเบนด้วยความเป็นห่วง พวกเขาไม่รู้ว่าชายแปลกหน้าคนนี้มีจุดประสงค์อะไรถึงได้มาตามแอบดูเบนแบบนี้ ล่าสุดพวกที่บุกมาส่วนใหญ่พยายามฆ่าเบนกับลูกในท้อง ใครจะรู้ บางทีชายปริศนาคนนี้อาจมีจุดประสงค์เหมือนพวกก่อนหน้า 

เบนทำท่าจะใช้พลังแต่ก็โดนรูกห้ามไว้ หนุ่มเรโวนน่ามองเขาด้วยแววตากังวล

“ฉันไม่เป็นอะไรหรอก” เบนกุมมือรูก ปลอบสามีเรโวนน่าของเขา “ใช้พลังแค่นิดเดียวไม่เป็นอะไรหรอก”

บลองโก้มีท่าทางลังเล แต่พอเจอสายตาออดอ้อนของภรรยาที่รัก เขาถอนหายใจ ยอมให้คนรักของเขาทำตามต้องการ

เบนลองใช้พลังแมนน่าตรวจหาตัวตนของชายปริศนา แต่เขากลับไม่พบอะไร อันที่จริง เขาพบบางอย่าง มันเป็นแมนน่าสีทองและความรู้สึกที่เขาคุ้นเคย ความรู้สึกเหมือนตอนอยู่ในความฝัน

“เจออะไรไหม?” รูกกังวลที่เห็นเบนยืนนิ่งนานกว่าปกติ ดวงตาเรืองแสงสีเขียวเบิกค้าง  เด็กหนุ่มกระพริบตา เขาสะบัดหัว

“แปลกจัง?” เบนพึมพำ พอจะลองใช้พลังตรวจสอบอีกที แมนน่ากับความรู้สึกเหล่านั้นกลับหายไป เหลือไว้เพียงความว่างเปล่า “ไม่พบอะไรเลย”

“ไม่ได้กลิ่นอะไรด้วย” สเกาท์ลองดมกลิ่นในอากาศหาบุคคลปริศนา เขาไม่พบกลิ่นของคนอื่นนอกจากของพวกเขา “ไม่ว่ามันจะเป็นใคร มันลบร่องรอยได้เก่งมาก”

“เอาไงต่อ? จะรอเฉยๆให้เขากลับมาเนี่ยนะ?” เควินเท้าเอว

 

++++++++++++++++++++++++++++++

 

3 วันผ่านไป

 

เควินแหวกผ้าม่านมองด้านนอกบ้าน เขาไม่เห็นสิ่งใดนอกจากป่าด้านนอก วิหารมังกือกับท้องฟ้ายามราตรี ไร้วี่แววของชายปริศนา ชายหนุ่มถอนหายใจ เดินกลับเข้ามาในห้อง

เบนและบรรดาสามีของเขารวมตัวอยู่ที่ห้องนั่งเล่น หลังวิวแก็กซ์กลับมาจากการฟื้นฟูดาวและผู้คนของเทแทร็ก เควินกับรูกเล่าเรื่องที่พวกเขาพบชายปริศนาให้มหาวายร้ายฟัง แน่นอนว่ามันทำวิวแก็กซ์กังวล ทำให้ตลอด 3 วันที่ผ่านมานี้ พวกเขาแทบนอนไม่เต็มอิ่ม คอยสลับกันเฝ้าภรรยาตัวน้อยทุกๆชั่วโมง

“บ้าบอที่สุด” เควินสบถ “เมื่อวานก็ไม่โผล่มา วันนี้คงจะโผล่มาหรอกมั้ง”

“ไม่ก็โผล่มาแล้วหายไปอย่างรวดเร็วอีกตามเคย” รูกแสดงความคิดเห็น “ช่วงนี้นายเห็นเขาหรือเปล่า?”

“ไม่” เบนส่ายหน้า “แต่ก็ไม่แน่ วันนี้อาจมีเฮ”

ผ่านไป 10 นาทีกับความหวาดระแวง ชายปริศนายังคงไม่ปรากฎตัว เบนตาปรือแทบปิด เขานั่งอ่านตำราแก้ง่วง...หรือไม่ก็ทำให้ง่วงหนักกว่าเดิม... เด็กหนุ่มเผลอวูบ เขาทำหนังสือตก เบนสะดุ้งตื่น

“นายไปนอนพักเถอะ” รูกเอ่ย

“ฉันโอเค” เบนกล่าว “ฉันยังไม่ง่วง”

“ยังไม่ง่วงอะไร ตาจะปิดอยู่นะนั่น” เควินแสยะยิ้ม “ไหนนายว่าพูดโกหกไม่ได้ไง”

“ก็ฉันไม่ได้ง่วงจริงๆนี่” เบนยังคงยืนยันเหมือนเดิม และเขาพูดจริง ใจเขาน่ะไม่ง่วง แต่ร่างกายมันคนละเรื่อง

“เบนจามิน” วิวแก็กซ์พูดเสียงจริงจัง “ไป-นอน-เดี๋ยว-นี้”

“...ก็ได้” เบนหน้ามุ่ย นี่สามีหรือพ่อคนที่สองกันเนี้ย เด็กหนุ่มคิด แต่ก่อนที่เขาจะเดินออกจากห้องนั่งเล่น เขาหันกลับมาหาบรรดาสามีของเขาด้วยแววตาออดอ้อน “ใครก็ได้ ไปนอนกอดฉันที”

เชี่ย!!!!!แม่งเอ๊ย!!!!!!!!! เมียอ้อน!!!!!!!! เหล่าชายหนุ่มสบถในใจ หัวใจกระตุกจนแทบทะลุออกมาจากอก พวกเขาหน้าแดง เบนหัวเราะกับปฏิกิริยาของบรรดาสามี เมียใครวะน่ารักชิบหาย

“ว่าไง” เบนยิ้มอ่อน แต่ในสายตาบรรดาสามีมันแหมือนการยิ้มยั่วมากกว่า “ใครจะไปนอนกอดฉัน?”

“ฉัน/ข้าเอง!!!” ทั้งสี่คนพูดและลุกขึ้นยืนพร้อมกัน

“ทั้งหมดเลยหรอ?” เบนถาม “ไม่อยู่เฝ้าแล้วใช่ไหม?”

เหล่าชายหนุ่มชะงัก ระหว่างเฝ้าระวังบุคคลปริศนากับไปนอนกอดเมีย ช่างเป็นการเลือกที่ยากเหลือเกิน!!!!...ซะเมื่อไหร่ เลือกง่ายยิ่งกว่าอะไรอีก!!! ก็ต้องเลือกเมียสิ!!!!!!!!!

“มานอนด้วยกันเถอะ ฉันรู้ว่าพวกนายเหนื่อย ไม่ได้นอนเต็มอิ่มมา 3 วันแล้วนี่” เบนเชิญชวน ใครมันจะไปโง่ปฏิเสธ!!!!!!!!!!!! พวกเขาคิด

แต่พวกเขาไม่ทันมีโอกาสได้ตามไปกอดภรรยาตัวน้อย รูกกับสเกาท์เหลือบเห็นบุคคลปริศนานอกหน้าต่าง ถ้าตาฝาด พวกเขาคงไม่ตาฝาดพร้อมกันทีเดียวสองคนหรอก และตอนนี้ชายปริศนาไม่ได้มาคนเดียว แต่เขาพาผู้หญิงในชุดคลุมมากับเขาด้วย ทั้งสองชะงัก

“ไปนอนก่อนเลย พอดีพวกเรามีธุระ” รูกมายืนขวางเควินกับวิวแก็กซ์ มหาวายร้ายและหนุ่มออสโมเซี่ยนขมวดคิ้ว สีหน้าไม่พอใจเต็มที่ รูกพยักพเยิดหน้าไปทางหน้าต่าง เควินกับวิวแก็กซ์มองตามก่อนจะเข้าใจว่าหนุ่มเรโวนน่ามาห้ามพวกเขาทำไม

“ธุระอะไร?” เบนถาม เขาหันหลังอยู่จึงไม่ทันได้เห็นท่าทางของชายหนุ่มทั้งสาม พอหันมามองหนุ่มๆก็ทำสีหน้าไม่รู้ไม่ชี้

“เรื่อง...การเฝ้าระวังน่ะ ขอคุยกันอีกนิดหน่อยนะเดี๋ยวตามไป” สเกาท์ดันหลังเบนให้เดินไปยังห้องนอน

“...โอเค” เบนยอมไปนอนแต่โดยดี

เมื่อภรรยาสุดที่รักเดินเข้าห้องนอนไปแล้ว พวกเขาจึงเดินออกมานอกบ้าน ชายปริศนากำลังคุยอะไรบางอย่างกับผู้หญิงในชุดคลุม

“พวกแกมาตามเมียของพวกเราทำไม?” เควินถามทันทีที่เดินเข้ามาใกล้บุคคลปริศนาทั้งสอง “ตอบ”

“ไอ้พวกเด็กเหลือขอ” ชายและหญิงปริศนาพูดพร้อมกัน มือของผู้หญิงในชุดคลุมเรืองแสงสีชมพู

“ไปให้พ้น” แสงสว่างวาบพร้อมกับคลื่นพลังที่ดีดพวกเขากระเด็น แต่พวกเขายังพอไหวตัวทัน ทำให้พอช่วยลดแรงกระแทกจากการปะทะกับพลังของเธอได้

เควินดูดซับเหล็กจากรถของเขาที่จอดอยู่แถวนั้น เขาและวิวแก็กซ์ไม่คิดจะใช้ออมนิทริกซ์กลายร่าง รูกกับเสกาท์เตรียมอาวุธพร้อมจู่โจม

“เชิญจัดการเลยยัยอาหาร” ชายปริศนากล่าว

“อย่ามาเรียกฉันว่าอาหาร ไอ้ปากใหญ่” หญิงในชุดคลุมดวงตาเรืองแสง กระแสลมพัดรอบตัวเธอทำให้ฮู้ดที่คลุมอยู่เปิดออก เผยให้เห็นผมสีดอกเลากับดวงตาสีน้ำเงินเข้ม เธอกับชายปริศนาลอยขึ้นกลางอากาศก่อนจะบินไปทางทะเลสาบ

วิวแก็กซ์บินตามทั้งสอง ชายปริศนาและหญิงชราในชุดคลุมมองหน้ากันก่อนแสยะยิ้ม พวกเขาบินแยกกัน วิวแก็กซ์สบถ เลือกจะไล่ตามชายปริศนามากกว่าหญิงชรา แต่ก็ใช่ว่าเขาจะยอมปล่อยเธอ

ดวงตาสีแดงเรืองแสงก่อนที่เลเซอร์สีแดงจะพุ่งไปทางหญิงชราในชุดคลุม เธอทำเพียงบินหลบ เธอหัวเราะ แต่การทำแบบนั้นกลับทำให้เธอโดนจับโดยเควิน

“ตอบมาคุณยาย” เควินพูดเสียงจริงจัง “หมดเวลาเล่นแล้ว”

“ฉันยังไม่เก็บของเล่นยังไม่ถือว่าหมดเวลา” หญิงชราเอ่ย เทนทาเคิลสีชมพูโผล่ขึ้นมาจากพื้น มันพันตัวเควินแล้วเหวี่ยงชายหนุ่มออกไป

รูกเล็งโปรโตทูล์ไปทางชายปริศนาระหว่างที่วิวแก็กซ์ไล่ตามอีกฝ่าย หนุ่มเรโวนน่ารอจังหวะแล้วยิงตาข่ายเลเซอร์ ดวงตาสีเขียวของชายปริศนาหันมามอง เขาแสยะยิ้ม ดวงตาเรืองแสง เพียงพริบตา ตาข่ายเลเซอร์ก็พุ่งย้อนกลับมาทางรูกและเป็นเขาที่ต้องเข้าไปอยู่ในตาข่ายนั้นแทน

สเกาท์กำลังจะหอนโจมตีชายปริศนาแต่กลับโดนแมนน่าสีทองมัดปากไว้เสียก่อน

วิวแก็กซ์ที่กำลังไล่ตามชายปริศนาไปได้สักพัก แต่ทันใดนั้น ชายแปลกหน้าก็มาโผล่ตรงหน้าพร้อมกับแรงอัดมหาศาลผลักเขากระเด็นจากกลางทะเลสาบมานอนกลิ้งอยู่บนฝั่ง

“สิ่งมีชีวิตน่ารำคาญอย่างพวกแกหายไปสักตัวสองตัวจักรวาลก็ไม่พังหรอก” ชายปริศนากอดอกลอยอยู่กลางอากาศ หญิงชราปริศนาลอยมาอยู่ข้างๆเขา ฝ่ามือของเธอเรืองแสงสีชมพู เขาและเธอแข็งแกร่งเกินกว่าที่พวกเขาคาดไว้ ทั้งๆที่รูปลักษณ์ภายนอกของทั้งสองดูเป็นคนมีอายุแท้ๆ

“เหรอ แน่จริงก็เอาสิ” เควินท้า ชายและหญิงปริศนาแสยะยิ้มพวกเขาอัดพลังแมนน่ามาทางทั้ง 4 คน

แรงจากพลังแมนน่าของทั้งสองทำให้เกิดฝุ่นตลบอบอวล แต่ทันทีที่ฝุ่นบางตา แทนที่จะเห็นร่างที่ได้รับบาดเจ็บของเหล่าชายหนุ่ม พวกเขากลับพบกับโล่แมนน่าสีเขียวแทน

“อย่ายุ่งกับพวกเขา!!” เสียงตะโกนพร้อมพลังแมนน่าที่พุ่งเข้ามา หญิงชราสะบัดมือ พลังที่พุ่งใส่เธอก็หายไป เธอชะงักในขณะที่ชายวัยกลางคนยิ้มภูมิใจ เบนดวงตาเรืองแสง จ้องบุคคลปริศนาทั้งสองด้วยแววตาดุร้าย

“อีกทีสิ” หญิงชราพูดอย่างอึ้งๆ

“ยินดี!!!” เบนซัดพลังแมนน่าสีเขียวไปทางเธออีกรอบ และเช่นเดิม เพียงเธอสะบัดมือพลังของเขาก็หายไป เบนขมวดคิ้ว รูนที่แขนเรืองแสง เขาเพิ่มระดับความรุนแรงในการโจมตีครั้งต่อไป

“เบน!!อย่าใช้พลังเยอะ!!!” รูกตะโกนเตือนด้วยความเป็นห่วง

หนุ่มใหญ่หรี่ตา เพียงพริบตาร่างของเขาก็หายไปจากจุดที่เคยลอยอยู่ มาอยู่ข้างหลังเบนแทน เขาโอบแขนรอบตัวเด็กหนุ่ม เบนร้องด้วยความตกใจ มือหยาบจับข้อมือของคนอายุน้อยกว่า เบนพยายามดิ้นให้หลุดจากการเกาะกุม

“ใจเย็นๆ คุณแม่ตัวน้อย” เสียงกระซิบแสนคุ้นเคยของชายปริศนาทำเบนหยุดชะงัก “ตัวเธอในตอนนี้ไม่ควรใช้พลังมากจนเกินไป อย่าลืมสิว่ามันไม่ดีกับเด็กในท้อง”

“...ไมดาส?” เบนจำเสียงของอีกฝ่ายได้ดี เขาได้ยินมันมาตั้งแต่ 4 ขวบ “นั่นคุณหรอ?”

“ถูกต้องเด็กน้อยของฉัน” ไมดาสในร่างจำแลงยิ้ม “หรือ เธอควรเรียกฉันว่าคุณตาก็ได้นะ”

“คุณตา?” เบนกระพริบตา ทั้งงุนงงและคุ้นเคยอย่างประหลาด ไมดาสยิ้มอย่างภูมิใจ เขาอัดอั้นมานาน ในที่สุดก็ได้พูดมันออกไปเสียที

“และเธอควรเรียกฉันว่าคุณย่า” หญิงชราเดินเข้ามากอดเบน เด็กหนุ่มกระพริบตาก่อนจะสังเกตเห็นรายละเอียดบางอย่าง

“คุณย่าเวอร์โดน่า?” เบนมึน นี่มันเรื่องอะไรวะเนี้ย! เขาอึ้ง ไม่คิดว่าจะได้เจอคุณย่าเวอร์โดน่าและไมดาสในร่างแปลงในเวลาเดียวกันแบบนี้

“โอ้ว เธอรู้เรื่องของฉันอยู่แล้วสินะ” เวอร์โดน่ายิ้มด้วยความภูมิใจ “พลังของเธอกล้าแข็งมาก ย่าภูมิใจในตัวหลานนะ”

“และตาภูมิใจยิ่งกว่าที่หลานนำสิ่งที่ตากับโจสอนมาใช้ได้จริงขนาดนี้” ไมดาสผละออกเมื่อเบนสงบลง หนุ่มใหญ่ลูบหัวเด็กหนุ่ม สัมผัสที่คุ้นเคยทำเบนมั่นใจมากกว่าเดิมว่าชายคนนี้คือไมดาสแน่นอน “แต่เอาไว้ค่อยคุยกันทีหลังแล้วกัน”

ชายผมทองขยิบตา ดวงตาของเขาเรืองแสงเช่นเดียวกับเวอร์โดน่า ก่อนที่ร่างของทั้งสองจะเรืองแสงแล้วหายไป เบนยังคงอึ้ง เขามึนกับเรื่องที่ได้รับรู้จนแทบทรุด เควินรีบเข้ามาพยุงภรรยาคนสวยได้ทันก่อนที่เด็กหนุ่มจะทรุดลงไปนั่งบนพื้น

 เบนมองบรรดาสามีของเขาที่อึ้งและงงไม่แพ้กัน

“ฉันว่า ฉันเพิ่งเจอคุณย่ากับคุณตาที่ไม่เคยรู้ว่ามีของฉันนะ” เบนพูดด้วยท่าทางมึนงง

 

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++

 

เบนยืนกังวลอยู่หน้าบ้านพ่อกับแม่เขาบนดาวเทนนิเซีย เขารู้เรื่องของเวอร์โดน่าผ่านทางนิมิต แต่เรื่องของไมดาสมันต่างกัน

 เขาไม่รู้อะไรเกี่ยวกับอีกฝ่ายมากนัก นอกจากไมดาสเป็นสัตว์ประหลาดสีทองที่มักจะปรากฎตัวให้เขาเห็นในความฝันและคอยอยู่ข้างๆ คอยสอน คอยฝึกเขา คอยเล่านิทานสนุกๆให้ฟังในความฝัน ที่เขารู้เกี่ยวกับไมดาสมีแค่นั้น แล้วมาวันนี้ อีกฝ่ายบอกว่าตัวเองเป็นตาของเขาเนี้ยนะ?

แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีทางเป็นไปได้ เมื่อมาคิดดูอีกที แม่ไม่เคยพูดถึงเรื่องครอบครัวทางฝั่งแม่ ไม่เคยพูดถึงเรื่องของตากับยาย แม้กระทั่งชื่อ เป็นไปได้ไหมที่ไมดาสคือตาของเขาจริงๆ? และนิมิตที่เขาเห็นไมดาสอยู่กับผู้หญิงที่ชื่อนิโคไรซ์ก็คือ เขาเห็นนิมิตของตากับยายตัวเอง?

เบนกุมขมับ ราวกับปริศนาทุกๆอย่างเริ่มประติดประต่อชัดเจน คำตอบมันอยู่ใกล้แค่เอื้อม

เด็กหนุ่มตัดสินใจกดกริ่งหน้าบ้านในที่สุด ถ้าเขาต้องการจะรู้คำตอบเกี่ยวกับเรื่องนี้ เขาจำเป็นต้องถามแม่ หวังว่าแม่จะรู้คำตอบแล้วยอมบอกเรานะ เบนถอนหายใจ

“นายไม่เป็นไรนะ?” รูกกังวลกับท่าทางของเบน

“ไม่เป็นไร ก็แค่” เบนหรี่ตา “เรื่องมัน อึ้งจนฉันอยากจะเป็นลม”

“ใช่ พวกเราเองก็อึ้ง” เควินกล่าว “อึ้งที่นายมีตาเป็นโรคจิต”

“เรายังไม่รู้ว่าเขาเป็นตาของฉันจริงๆไหมจนกว่าจะถามแม่” เบนกล่าว ถึงแม้ว่าในใจของเขาส่วนหนึ่งจะเชื่อไปแล้วก็ตาม

“นายไม่รู้?” รูกถาม

“ไม่”เบนส่ายหน้า “ฉันไม่เคยเจอหน้าตากับยายเลยสักครั้ง รูปถ่ายสักใบก็มี และแม่ไม่เคยพูดเรื่องของตากับยาย แม้กระทั่งชื่อก็ไม่เคยบอก”

บรรดาสามีของเบนมองหน้ากัน เบนหน้าซีดซึ่งนั่นทำพวกเขาเป็นกังวล เรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้นเหมือนจะเป็นเรื่องใหญ่สำหรับพวกเขาทุกคน โดนเฉพาะเบน รูกกุมมือคอยประคองเด็กหนุ่มด้วยความเป็นห่วง

“แน่ใจนะว่าจะให้พวกข้าเข้าไปฟังด้วย?” วิวแก็กซ์ถาม

“ผมรู้ว่าพวกคุณก็อยากรู้เหมือนกัน” เบนเบ้ปาก “อีกอย่าง ถ้าไม่ให้เข้าไปด้วย พวกคุณก็จะหาวิธีแอบฟังอยู่ดีนี่”

เหล่าชายหนุ่มยิ้มรับที่ภรรยาสุดที่รักรู้ทัน รอไม่นานประตูบ้านก็เปิด ซานดร้ายิ้มเมื่อเห็นลูกชายของเธอ

“เบน” ซานดร้ากอดเบน เด็กหนุ่มยิ้ม กอดตอบแม่ของเขา “เข้ามาข้างในก่อนนะ”

พวกเขาเดินเข้ามาในบ้าน พบลูน่าในห้องนั่งเล่น หญิงสาวผมทองโบกมือให้พวกเขา เหล่าชายหนุ่มของเบนอดรู้สึกขนลุกกับสายตาของซานดร้าไม่ได้ โดยเฉพาะวิวแก็กซ์ที่โดนมองจิกยิ่งกว่าใคร

“นั่งก่อนจ้ะ” ซานดร้าพาเบนมานั่งบนโซฟาข้างๆเธอ “ลมอะไรหอบลูกกับพวกเขามาที่นี่?”

“พอดี ผมมีเรื่องจะคุยด้วย” เบนเริ่ม

“เรื่องอะไรงั้นเหรอ?” ซานดร้าขมวดคิ้ว “เรื่องเกี่ยวกับอาการแพ้ท้อง? การทำอาหารหรือว่าการเป็นแม่คนหรอ? หรือว่า...”

ซานดร้าหรี่ตามองชายหนุ่มทั้ง 4 ทำเอาพวกเขาหนาวสันหลังกับแววตาพิฆาตของเธอ “พวกเขาทำอะไรไม่ดีกับลูกหรือเปล่า?”

“หะ? อ้อ เปล่าครับ ไม่ใช่เรื่องนั้น” เบนส่ายหน้า “คือ...จะเริ่มยังไงดี ก็แค่ ผมมาคิดๆดูแล้ว แม่ ไม่เคยพูดเรื่องของคุณตากับคุณยายเลย”

“...ก็จริง” ซานดร้าชะงักไปครู่หนึ่ง

“แม่...จำที่ผมเคยเล่าให้ฟังว่าฝันเห็นสัตว์ประหลาดสีทองได้ไหม?” เบนสังเกตปฏิกิริยาของซานดร้า ดวงตาสีเขียวของเธอวูบไหว หญิงสาวพยักหน้า “เขาชื่อไมดาส แล้ว...คุณตาชื่อไมดาสใช่หรือเปล่าครับ?”

“...ใช่จ้ะ” ซานดร้าตอบ ลูน่าถอนหายใจโล่งอก ราวกับเพิ่งยกภูเขาออกจากอกแต่มันยังไม่หมดแค่นั้น

“วันนี้ผมเจอคุณตาไมดาสดับคุณย่าเวอร์โดน่า” เบนเล่า ซานดร้าถอนหายใจ

“ก็สงสัยอยู่ว่าเขาจะไม่ยอมบอกลูกอีกนานแค่ไหน” ซานดร้าเอ่ย “แม่อยากบอกลูกนะ แต่เพราะมีใครบางคนตามล่าพวกเรา-”

“ขออนุญาตขัดนะคะ” ลูน่ายกมือขออนุญาตแทรก “ตอนนี้ไม่ล่าแล้ว”

“ก็ฉันเพิ่งรู้” ซานดร้ากล่าว ลูน่ายักไหล่ “โอเค ตอนนั้นแม่คิดว่าพวกเรายังโดนตามล่า จากพวกทรราชนั่นแหละ แม่เลยไม่พูดถึงเรื่องเกี่ยวกับครอบครัวของพวกเรามากนัก”

“ปากนี้ปิดสนิท และความปลอดภัยจะเป็นของเรา” เบนพึมพำประโยคที่โจเคยพูด “เริ่มเข้าใจความหมายของประโยคนี้แล้วสิ”

“ถ้าเงียบไว้และไร้พลังพวกเราก็จะปลอดภัย” ซานดร้าเอ่ย “ตอนแรกแม่คิดว่าลูกแค่ได้พลังของแอนโนไดท์กับเลนตม แต่ไม่นึกว่าลูกจะได้พลังของคุณตาด้วย”

“งั้น ตาของผมก็เป็นเอเลี่ยน?” เบนถาม

“ยายของลูกเป็นเอเลี่ยน แต่ตาของลูก...” ซานดร้าถอนหายใจ ลูบหน้าตัวเอง “ตาของลูกเป็นเทพบรรพกาล (The Great Elder)”

“หะ?” เบนอึ้ง คำถามและข้อมูลมากมายทะลักเข้ามาในหัวจนเขามึนไปหมด “เดี๋ยว เทพบรรพกาล? เผ่าพันธุ์โบราณที่เป็นบรรพบุรุษของเซเลสเทียลเซเบียนกับคอนเทเมเลีย? น่ะเหรอ?”

“และ กินแอนโนไดท์เป็นอาหาร” ลูน่าช่วยเสริม “เป็นเพระเจ้าผู้สร้างสิ่งมีชีวิต ดวงดาวและจักรวาล...ในบางความเชื่อ”

ซานดร้าพยักหน้ายืนยันคำตอบ เบนกระพริบตา ตกตะลึงกับความจริงทั้งหมด เขาอ้าปากพะงาบๆอย่างไม่รู้จะพูดอะไรต่อดี

“...พ่อรู้เรื่องนี้ไหมครับ?” เบนสูดลมหายใจ ตั้งสติก่อนจะถามคำถามต่อไป

“รู้” คาร์ลเดินเข้ามาในห้องนั่งเล่น เขานั่งลงข้างๆซานดร้า คาร์ลฟังพวกเขาคุยกันมาได้สักพักแล้ว “แม่ของลูกบอกความจริงทุกๆอย่างกับพ่อตอนที่คบกัน แต่มีแค่พ่อที่รู้เรื่องนี้ ครอบครัวของพ่อไม่มีใครรู้”

“แม้กระทั่งปู่แม็กซ์?” เบนถาม

“แม้กระทั่งปู่แม็กซ์” คาร์ลยืนยัน “ยายของลูกเป็นเลนตม ปู่ของลูกอาจไม่รังเกียจเลนตมเหมือนช่างประปาส่วนใหญ่ แต่ไม่ใช่กับคนอื่นๆ เมื่อปู่แม็กซ์รู้ มันจะมีสักทางหรือสองทางที่ทำให้คนอื่นๆรู้ด้วย ทั้งโดยตั้งใจและไม่ตั้งใจ พ่อไม่อยากให้เกิดเรื่องร้ายกับครอบครัวเรา ดังนั้น-”

“จึงเก็บเป็นความลับ ผมเข้าใจ” เบนนวดหว่างคิ้ว

“เรื่องเลนตมว่าแย่แล้ว เรื่องเทพบรรพกาลแย่ยิ่งกว่า” คาร์ลกุมมือซานดร้า “ถ้ามีใครรู้เรื่องนี้ หายนะเกิดแน่ พวกเราไม่มีทางใช้ชีวิตอย่างสงบสุข พวกเขาจะหาทางใช้ประโยชน์จากลูกกับแม่ในทุกๆทาง”

“นั่นจึงทำให้พ่อกับแม่กังวลมากตอนที่ลูกโดนลักพาตัวไป” ทั้งคาร์ลและซานดร้ามองจิกวิวแก็กซ์ มหาวายร้ายไม่สะทกสะท้าน “เราคิดว่าวิวแก็กซ์รู้ว่าลูกเป็นอะไร...แต่เราเข้าใจผิด”

“ก็แค่หมึกแก่อยากมีเมียเด็ก” ลูน่าพูด ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้กับดวงตาสีแดงของผู้พิชิตที่ส่งจิตสังหารมาให้เธอ  คาร์ลกับซานดร้าถอนหายใจ พวกเขายังรับไม่ค่อยได้เท่าไรกับการที่ลูกชายเพียงคนเดียวของพวกเขาถูกเอเลี่ยนหน้าปลาหมึกลักพาตัวมาทำเมีย

“อะแฮ่ม กลับมาที่เรื่องของเรา” เบนกระแอมไอ “คุณตากับคุณย่าที่ผมไม่เคยรู้จัก...แบบตัวเป็นๆน่ะนะ และไม่เคยเจอหน้ากันมาก่อน เหมือนอยากให้ผมทำอะไรสักอย่าง แต่ไม่รู้ว่าอะไรน่ะครับ?”

“ไม่ถามคุณตาของลูกดูล่ะ” ซานดร้ายิ้มอ่อน “ออกมาได้แล้วค่ะพ่อ”

“แม่ก็เหมือนกันครับ” คาร์ลเอ่ย

ทันใดนั้น เกิดแสงสว่างขึ้นข้างๆคาร์ลกับซานดร้าพร้อมกับการปรากฎตัวของชายในชุดสีแดงเลือดหมูและหญิงชราในชุดคลุมสีน้ำเงิน

“ไง ซานดร้า” ไมดาสทักทาย ซานดร้าลุกขึ้นยืนก่อนจะเดินเข้ามากอดพ่อของเธอ “ดีใจที่ลูกยังสามารถรับรู้ได้ว่าพ่ออยู่ตรงนี้”

“หนูรับรู้ได้เสมอว่าพ่ออยูที่ไหน” ซานดร้าผละออกมาจากหนุ่มใหญ่

“ดีใจที่ได้พบกับแม่อีก” คาร์ลกอดแม่ของเขา เวอร์โดน่ากอดตอบลูกชายของเธอ “ไม่นึกว่าแม่จะยอมมากับ...เขา?”

“หึ ก็แค่บังเอิญมาเจอกันระหว่างทาง” เวอร์โดน่าทำเสียงขึ้นจมูก ไมดาสกรอกตา “แม่ได้ยินข่าวว่าลูกโดนลักพาตัวมา แม่ก็เลยว่าจะรีบมาช่วยลูก ใครจะรู้ว่านอกจากต้องมาเจอกับไอ้ปากใหญ่นี่แล้ว ยังได้มาเจอหลานชายที่ทรงพลังอย่างเบนอีก”

“เดี๋ยวนะ นี่คุณตากับคุณย่ารู้จักกัน?” เบนถาม “นึกว่าไม่มีใครรู้เรื่องพวกนี้นอกจากพ่อกับแม่”

เวอร์โดน่ากับไมดาสมองหน้ากันก่อนจะสะบัดหน้าไปทางอื่น

“ไม่ได้อยากรู้จักกับมันเลย” เวอร์โดน่ากอดอก

“ตาไม่คบค้าสมาคมกับพวกชั้นต่ำและอาหาร” ไมดาสถอนหายใจ ลูบหน้าตัวเอง “ไม่อยากจะเชื่อว่าลูกสาวเพียงคนเดียวของฉันจะมาหลงรักมนุษย์ชั้นต่ำแถมเป็นลูกครึ่งอาหารอีก แบบนี้มันเหมือนกับแต่งงานกับของกินเลย”

“นี่ อย่ามาว่าลูกชายของฉันชั้นนะ ลูกสาวของแกสูงส่งดีเลิศมาจากไหน ก็แค่ลูกผสมพวกปากใหญ่นิสัยเสียกับโคลนมีชีวิต” เวอร์โดน่าเอ่ย

“อย่ามาว่าเมียสุดที่รักกับลูกสาวคนสวยของฉันนะโว้ย ยัยอาหารว่าง” ไมดาสแยกเขี้ยว

“ฉันไม่ใช่อาหารว่าง ไอ้ปากกว้าง”

“อยากรู้ไหมว่าปากฉันกว้างได้ขนาดไหน? มันกว้างได้ขนาดกินดวงดาวของแกได้ทั้งด้วยเลยล่ะ!!!!!

“คิดว่าสามารถกินพวกเราได้ง่ายๆหรือไง ไอ้ตัวเป็นเกล็ด”

“เขาเรียกว่าสิ่งมีชีวิตที่มีเกราะคุ้มกันโว้ย ยัยอาหาร”

“เลิกเรียกฉันว่าอาหารสักที!!!

“แล้วจะทำไม ก็ฉันจะเรียกแบบนี้!!!!!

“หยุด!!!!!พอกันทั้งคู่นั้นแหละ!!!” ซานดร้าตะโกนห้าม เข้ามาขวางระหว่างพ่อของเธอกับเวอร์โดน่า เธอดันอกไมดาสให้ถอยห่าง

“แม่ครับ ใจเย็นๆ” คาร์ลเข้ามาจับแม่ของเขาไว้ กันไม่ให้โจมตีไมดาส

“...ฉันว่าตากับย่าของนายไม่ค่อยถูกกัน” รูกกระซิบ เบนกระพริบตาปริบๆ

“ก็เห็นๆอยู่” เด็กหนุ่มพึมพำ

“นักล่ากับผู้ถูกล่าก็แบบนี้แหละ” ลูน่าจิบชา

ต้องใช้เวลาสักพักกว่าเวอร์โดน่ากับไมดาสจะสงบลง พวกเขาถูกจับนั่งแยกกันโดยมีลูกๆของพวกเขานั่งคุมอยู่ข้างๆ ซานดร้าไปยกชากับของหวานมาเสิร์ฟแขก เบนมึนและทำตัวไม่ถูกกับสถานการณ์ของครอบครัวเขาในตอนนี้

ยังกับงานรวมญาติ เบนคิด

“ไม่เจอพ่อซะนานเลย” ซานดร้าเอ่ย “แม่เป็นยังไงบ้าง?”

“สบายดี มีความสุขกับไร่สวนของเธอสุดๆ” ไมดาสยิ้ม “ในส่วนเรื่องของเวลา...พ่อไม่ขอพูดถึงเพราะมัน อธิบายได้ยาก ลุกก็รู้ๆอยู่”

“ใช่” ซานดร้ายิ้มอ่อน “กาลเวลาสำหรับเรามันเป็นอะไรที่อธิบายได้ยาก แต่เราเข้าใจ”

“เราไม่ได้พบกันนาน” เบนกลืนน้ำลาย “ 5 ปี ได้แล้วมั้ง มาตอนนี้ เราเป็น ตาหลานกัน?”

“ตามนั้น” ไมดาสเอ่ย “ขอโทษด้วยที่ไม่ได้บอก แม้กระทั่งในโลกแห่งความฝันก็ไม่ปลอดภัย”

“ผมรู้ๆ ปากนี้ปิดสนิท และความปลอดภัยจะเป็นของเรา” เบนโบกมือ กุมขมับ “สงคราม ทรราช เทพโบราณที่จ้องจะฆ่าผมกับลูก นี่มันเรื่องใหญ่สุดๆ”

“ใช่ เรื่องของครอบครัวเรามันใหญ่โตแบบนี้แหละ” ไมดาสถอนหายใจ “ตาเป็นเทพบรรพกาล(The Great Elder) แต่ไม่ใช่เทพบรรพกาลธรรมดา พวกเราเป็นขัตติยแห่งเทพบรรพกาลระดับสูง (The High Royal of Great Elder)

“หะ?” ความมึนกระทกหัวเบนรอบที่เท่าไรของวันแล้วก็ไม่รู้ “ขอคำอธิบายที่เข้าใจง่ายกว่านี้ด้วย”

“เชื้อพระวงศ์ของเทพบรรพกาล” ไมดาสอธิบาย “เผ่าพันธุ์ของพวกเราเป็นเผ่าพันธุ์ที่มีความใกล้เคียงกับพระเจ้า หรือไม่ก็เป็นพระเจ้าเลยถ้าพวกเราพอใจ”

“ถ้าพวกเราพอใจ?” เบนขมวดคิ้ว “คืออะไรถ้าพวกเราพอใจ? หมายถึงถ้าพวกเราอยากเป็นพระเจ้าพวกเราก็เป็นแต่ถ้าพวกเราไม่อยากเป็นก็ไม่เป็นงั้นเหรอ?”

“ถูกต้อง” ไมดาสขยิบตา ยกชาขึ้นจิบ “พวกเราบางคนเป็นพระเจ้า สามารถสร้างดวงดาวและสิ่งมีชีวิตได้ ซึ่งโจก็เพิ่งนำหลานทำไปใช่ไหม?”

เบนชะงัก นึกถึงความฝันเมื่อ 5 ปีก่อนที่เขาสร้างเทนนิเซีย เด็กหนุ่มมองมือตัวเอง ไม่รู้ว่าควรรู้สึกอย่างไรกับพลังที่มีมากขนาดสร้างดาวได้ทั้งดวงและสิ่งมีชีวิตจำนวนมาก

“บางคนสร้าง บางคนทำลาย บางคนรักษา วนเวียนเป็นวัฏจักร แล้วแต่ความพึงพอใจของแต่ละคน” ไมดาสเอ่ย “ซึ่งปกติแล้วพวกเราจะไม่ค่อยแต่งงานกับพวกนอกเผ่าหรือพวกเผ่าพันธุ์ที่อ่อนแอกว่าเท่าไร?”

“ฟังดูเหมือนพวกไฮบรีด?” เบนเลิกคิ้ว

“คล้ายๆ แต่พวกเราไม่เป็นหมัน พวกเราวิวัฒนาการจนกระทั่งการแต่งงานในเครือญาติเป็นเรื่องปกติ...ถ้าจำเป็น” ไมดาสยักไหล่ เขามองชาในแก้ว “แต่ ตาก็ตกหลุมรักยายของหลาน นิโคไรซ์ เธอเป็นเลนตม พวกเราบังเอิญเจอกันตอนที่ตาช่วยอาทำแผนที่จักรวาลและสร้างพันธมิตร”

“ได้แล้วก็ทิ้ง?” เควินเอ่ย เบนตีแขนสามีออสโมเซี่ยนของเขาไปทีหนึ่งข้อหาปากเสีย

“ไม่ใช่โว้ย” ไมดาสเบ้ปาก “พวกเราแต่งงานกัน และมีลูกด้วยกัน นั่นก็คือซานดร้า ซานดร้าเกิดในตอนที่ประเทศของเราสงบสุข...ก่อนจะเกิดสงคราม นั่นแหละเหตุผลทั้งหมดที่เราต้องระหกระเหินไปอยู่ที่เบลวู้ดชั่วคราวจนกว่าจะหาที่อยู่ใหม่ได้ แล้วในระหว่างนั้น ซานดร้าดันตกหลุมรักกับ...ไอ้หมอนี่”

“แหม เรื่องของความรักมันห้ามกันไม่ได้นี่คะ” ซานดร้ากับคาร์ลกุมมือกันและกัน พวกเขายิ้มให้กัน ไมดาสถอนหายใจ

“และ หลานน่าจะพอเดาได้ พวกเราพบดาวที่สามารถอาศัยอยู่ได้อย่างปลอดภัยและสงบสุขที่อีกฟากของจักรวาล ตากับยายเลือกไปอยู่อาศัยที่นั่นกับคนของเรา แต่แม่ของหลานเลือกที่จะอยู่ที่นี่กับพ่อของหลาน จนกระทั่งสงครามจบลง” ไมดาสกรอกตา จิบชาต่อ “ถึงจะไม่ได้อยู่ด้วยกัน แต่ตาก็คอยจับตาดูแม่ของหลานกับหลานเสมอ จนกระทั่ง...ตัวหลานจากมิติคู่ขนานและตัวตาจากมิติอื่นส่งข่าว อันที่จริงส่งความทรงจำบางอย่างมาให้พวกเรา”

“บีทวิคซ์” เบนถอยหายใจ จุดเริ่มต้นของทุกๆอย่างมาจากบีทวิคซ์

“ใช่ พวกเขาส่งทรงความทรงจำบางอย่างมาให้พวกเรา” ไมดาสจิกตามองวิวแก็กซ์ เป็นการสื่อกลายๆว่าเป็นความทรงจำเกี่ยวกับอะไร “พวกเราจึงตัดสินใจคอยช่วยเหลือหลานเพื่อไม่ให้เกิดเรื่องร้ายๆอย่างในมิติอื่นๆ เตรียมพร้อมหลานสำหรับสถานการณ์ต่างๆ แต่ มันก็ขึ้นอยู่กับหลานเองว่าจะเลือกทางไหน ...ตาน่าจะอยู่คัดค้านหลานไม่ให้เลือกทางนี้นะ”

“แต่เมื่อตอนนั้นตาสนับสนุนให้ผมเป็นพันธมิตรกับเขานะ” เบนแย้ง

“แค่เป็นพันธมิตร ไม่ใช่คู่ชีวิต” ไมดาสดวงตาเรืองแสง “รู้ไหม เผ่าพันธุ์ของพวกเรามีอายุขัยที่ โคตรยืนยาว แล้วไอ้พวกที่หลานไปจับคู่ด้วยน่ะมันอายุขัยสั้นกว่าเราแค่ไหน? พอถึงเวลา พวกมันจะแก่และตาย ในขณะที่หลานจะไม่แก่และไม่ตายง่ายๆ หลานจะเป็นหนุ่มและสวยอย่างนี้ไปอีกนานหลายหมื่นปี...มันเจ็บปวดนะกับการที่หลานต้องเห็นคนที่รักแก่ชราแล้วตายจากไป และหลานต้องทนอยู่กับความเจ็บปวดที่สูญเสียคนรักไปอีกพันหมื่นปีตลอดชีวิตที่เหลืออยู่ของหลาน”

“อะไรนะ?” เบนเบิกตากว้าง อึ้งพอๆกับทุกๆคน

“แต่ในเมื่อเรื่องมันเกิดขึ้นแล้ว ก็คงช่วยอะไรไม่ได้ เราทำได้แต่ยอมรับผลจากสิ่งที่เราเลือก” ไมดาสถอนหายใจ

“ผมสงสัย” รูกขมวดคิ้ว “ถ้าพวกคุณเป็นสิ่งมีชีวิตทรงพลังขนาดนั้น ทำไมซานดร้าถึงดูไม่ค่อยมีพลัง? แล้วทำไมตัวคุณในอีกมิติถึงไม่ช่วยเบน?”

“เป็นคำถามที่ดี” ไมดาสแสยะยิ้ม “สำหรับข้อแรก ซานดร้าเป็นลูกผสม ถ้าอ้างอิงตามตารางพันเนต ยีนเด่นของฉันกับนิโคไรซ์จะข้ามซานดร้าไป ทำให้ผลที่ออกมาคือเธอแทบจะไร้พลังหรือมีพลังน้อย และพลังเหล่านั้นจะไปลงที่รุ่นหลานของพวกเราแทน ซึ่งสิ่งที่เกิดขึ้นนี่มันเกิดในกรณีแบบสุ่มหรือในกรณีที่คู่ชีวิตของเรา เป็นเผ่าพันธุ์ที่มีวิวัฒนาการต่ำกว่า”

“เรื่องแบบนี้มันแล้วแต่ดวง” ลูน่ายักไหล่ “ในเรื่องพันธุกรรมของพวกเราเป็นอะไรที่ไม่ธรรมดา ง่ายๆไม่หมือนกับเผ่าพันธุ์อื่น แต่พอจะอธิบายได้ ”

“อ้อ ขอเพิ่มเติมเผื่อหลานไม่รู้ โจกับลูน่าเป็นญาติของหลาน” ไมดาสบอก เบนอ้าปากค้าง “ แบบลูน่าเป็นลูกสาวของลูกพี่ลูกน้องของตาซึ่งเป็นลูกชายของน้องชายพ่อของตา ส่วนโจเป็นน้องชายของพ่อลูน่า”

OMG” เบนอุทาน ฉันซั่มกับญาติตัวเอง...เดี๋ยวก่อนนะ...งั้นโจก็รุ่นตาของฉันน่ะสิ!! เวรเอ้ย!! เบนปิดหน้าตัวเอง

“กลับมาต่อ สำหรับคำถามข้อที่สอง...อืม...เป็นไปได้ว่าตัวฉันในโลกคู่ขนาดอาจยังอยู่ในช่วงสงครามไม่ก็สงครามมันจบช้า พวกเราเลยช่วยเบนไม่ทัน” ไมดาสถอยหายใจ “โชคดีที่ในมิตินี้สงครามของเราจบเร็ว”

“...มีอะไรที่ผมต้องรู้อีกไหม?” เบนแววตาว่างเปล่า มึนจนไม่รู้ว่าจะมึนยังไงแล้ว

“มีอีกเยอะแยะเลยล่ะ” ไมดาสหัวเราะ “ตารู้ว่าเรื่องราวของเรามันมากเกินกว่าที่ระดับสมองของหลานในตอนนี้จะเข้าใจ”

“ใช่ สุดๆเลยล่ะ” เบนยอมรับ

“แต่มีอย่างหนึ่งที่หลานต้องรู้” ไมดาสพูดเสียงจริงจัง “หลานเป็นพวกเดียวกับเรา เป็นทายาทของเทพบรรพากาล และลูกของหลานก็เป็นเทพบรรพกาลที่ทรงพลัง”

“ผมได้ยินเรื่องนั้นแล้ว” เบนสัมผัสหน้าท้องของตัวเอง

“อยู่ข้างนอกนี่หลานและลูกไม่มีทางปลอดภัย พวกเทพโบราณที่อยู่คนละฝั่งกับเรา พวกที่โคตรแค้นฝังหุ่นอยากทำลายทุกๆสิ่งทุกอย่างให้เหลือแต่ความว่างเปล่า หมายตาอยากทำลายหลาน และมันก็ไม่มีทางยอมให้ไดอากอนเกิดมาในสายเลือดของเราแน่” ไมดาสลุกขึ้นยืน เขาเดินมาคุกเข่าตรงหน้าเบน หนุ่มใหญ่กุมมือหลานชายของเขา “มากับตา มาอยู่กับพวกเรา อยู่กับเราหลานจะปลอดภัย ลูกของหลานจะปลอดภัย หลานไม่ต้องหวาดกลัวไม่ต้องพบเจอกับเรื่องร้ายๆอะไรทั้งนั้น”

“ไปกับตา?” เบนอึ้ง ไม่เคยคิดถึงเรื่องแบบนี้มาก่อน ทุกๆคนเบิกตากว้าง

“ใช่ ทิ้งชีวิตแบบมนุษย์ ไปกับตาแล้วไปสนุกกับพลังที่แท้จริง” ไมดาสดวงตาเรืองแสง เบนดวงตาเรืองแสงเป็นปฏิกิริยาตอบรับโดยธรรมชาติของพวกเขา

“และสลับไปอยู่กับย่าบ้างก็ได้” เวอร์โดน่าจับไหล่เบน “แต่เอาไว้เราคุยเรื่องตารางชีวิตของหลานทีหลังก็ได้”

“โว้วๆๆๆ เดี๋ยวก่อนนะ ผมยังไม่ได้บอกเลยว่าจะไป” เบนผละออกมาจากย่ากับตาของเขา เด็กหนุ่มถอยออกมายืนห่างๆจากทั้งสองด้วยความสับสน เขามองบรรดาสามีของเขา ก่อนจะหันไปหาพ่อกับแม่ “นี่มัน เรื่องใหญ่นะเนี้ย พ่อครับ แม่ครับ เอายังไงดี?”

“ตลอดเวลาที่ผ่านมาลูกตัดสินใจเลือกเส้นทางชีวิตด้วยตัวเองเสมอ” คาร์ลเดินมาจับไหล่เบน “ครั้งนี้ก็เช่นกัน พ่อให้ลูกตัดสินใจเองว่าจะเลือกเส้นทางไหน”

“แม่เองก็เคยต้องตัดสินใจเหมือนลูก” ซานดร้าเดินมากุมมือเบน “แม่เลือกทำตามหัวใจตัวเอง และแม่ก็แนะนำให้ลูกทำแบบนั้นเหมือนกัน แต่ไม่ว่าลูกจะเลือกทางไหน พวกเราจะไม่ค้านในสิ่งที่ลูกเลือก”

“ขอแนะนำในฐานะญาติคนหนึ่งของเธอ ให้เธอไปอยู่กับพวกเขาดีกว่า เธอจะปลอดภัยกว่าอยู่ที่นี่เยอะ” ลูน่าแนะนำ บรรดาสามีของเบนขมวดคิ้วมองจิกเธอทันที ลูน่ายักไหล่

“งั้นเป็นอันสรุป ไปกันเถอะหลานรัก” ไมดาสกับเวอร์โดน่าจับแขนของเบนคนละข้าง เด็กหนุ่มดิ้นออกมาจากการเกาะกุมของทั้งสอง

ทั้งคำแนะนำของลูน่า คำพูดของพ่อกับแม่ไม่ได้ช่วยให้อะไรมันดีขึ้นเลย เบนเม้มปาก ก่อนจะวิ่งออกไปจากห้องนั่งเล่น บรรดาสามีของเบนรีบตามเด็กหนุ่มออกไปด้านนอก

“จะคิดมากอะไร ไปอยู่กับพวกเดียวกันเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดแล้ว” ไมดาสพึมพำก่อนจะถอนหายใจ “ต้องเป็นเพราะอารมณ์แบบมนุษย์แน่ๆ”

 

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

 

เบนวิ่งออกมานอกบ้าน เขาหอบหายใจ เดินวนไปวนมาอย่างใช้ความคิด เขาเงยหน้าขึ้นเสยผมไปด้านหลัง เบนกุมขมับ

เขาไม่ควรลังเล แต่ความจริงที่เขาได้รับรู้มันทำให้เขาต้องคิดให้ดีๆ

ถ้าเขาอยู่กับพวกเดียวกันเขาจะปลอดภัย เขารู้มันโดยสัญชาตญาณ และที่ทำให้เบนรู้สึกปวดใจคือ การที่ได้รู้ว่าตัวเขาจะไม่แก่และไม่ตายง่ายๆ ในขณะที่บรรดาสามีของเขาจะแก่และตาย เบนปิดปากกับความคิดที่ว่าเขาจะต้องทนเห็นเหล่าคนรักของเขาแก่และตายไปต่อหน้าต่อตา ทำเบนน้ำตาไหล

เด็กหนุ่มทรุดตัวลงนั่งกับพื้น ชันเข่าขึ้นมาแล้วซบหน้าผากกับหัวเข่าตัวเอง เขาไม่อยากสูญเสียใคร มันเจ็บทุกครั้งยามคิดว่าต้องเสียใครไป

“นายจะลังเลทำไม? ทำไมไม่บอกตาของนายไปว่านายไม่ไป” เควินถาม เดินเข้ามาทรุดตัวนั่งข้างๆคนอายุน้อยกว่า “นายลังเลทำไม?”

“ความจริงที่ได้รู้ทำให้ฉันต้องคิดให้ดีก่อนตันสินใจ” เบนยังไม่ยอมเงยหน้าขึ้นมาจากเข่า ในขณะที่คนอื่นๆทรุดนั่งข้างๆเขา “ไม่ว่าพลังจะตื่นหรือไม่ มีออมริทริกซ์หรือว่าไม่มี สุดท้าย ฉันก็มักจะแปลกแยก แตกต่างจากคนอื่นเสมอๆ”

เบนเงยหน้าขึ้นมาจากเข่า เขาเงยหน้ามองท้องฟ้า

“ไม่ว่าจะเรียกร้องชีวิตธรรมดาสักแค่ไหน สุดท้าย ฉันก็ไม่อาจใช้ชีวิตอย่างคนธรรมดาได้ มาเข้าใจอย่างถ่องแท้ก็วันนี้แหละ” เบนถอนหายใจ “ฉันไม่ใช่มนุษย์  ตอนนี้ก็ท้องสิ่งมีชีวิตที่มีพลังระดับยึดครองจักรวาลได้เพียงแค่กระดิกนิ้วด้วยซ้ำ แถมยังโดนพวกเทพโบราณงี่เง่ากับพวกที่โดนพวกมันเป่าหูตามไล่ล่าอีก ฟังดูชีวิตของฉันต่อจากนี้คงมีแต่ความวุ่นวายและอันตรายแน่ มันจะไม่ดีกว่าเหรอถ้าฉันอยู่กับพวกเดียวกัน? อยู่กับพวกนั้นฉันกับลูกจะปลอดภัย แบบนั้นไม่คิดว่ามันดีกว่าหรือไง?”

“ไม่เลย นายไม่ต้องไปสนใจมันเลย ฉันอยากให้นายอยู่ นายไปอะไรก็แย่” เควินกุมมือเบนแน่น “ นายคือโลกทั้งใบของฉัน ฉันขาดนายไม่ได้ ฉะนั้น ได้โปรด อย่าไป”

“นายก็ได้ยินที่คุณตาของฉันพูด” เบนน้ำตาไหล บีบมือเควินตอบ “ฉันจะไม่แก่และไม่ตายง่ายๆ ในขณะที่พวกนาย จะแก่และตายจากฉันไป พวกนายจะให้ฉันทนอยู่กับความเจ็บปวดที่ต้องสูญเสียพวกนายไปงั้นเหรอ?”

“พวกเราจะหาทางแก้ไขมัน” วิวแก็กซ์กุมไหล่เบน ซบหน้าผากกับหลังของเด็กหนุ่ม “พวกเราจะไม่ทิ้งเจ้า เบนจามิน ฉะนั้นเจ้า...ได้โปรดอย่าทิ้งพวกเราไป”

“นายจะไม่สูญเสียพวกเรา” รูกกุมมืออีกข้างของเบน “เชื่อมั่นในตัวพวกเราได้ไหม?”

“อย่าไป” เควินขอร้อง “อยู่กับพวกเรา”

สเกาท์ครางหงิง เขาเดินมาด้านหน้าเบน หนุ่มโลโบนหูลู่ เขาทรุดตัวถูหน้าผากของเขากับลำคอภรรยาคนสวย

เบนหลับตา บีบมือตอบรูกกับเควิน เขายิ้ม โดนรั้งขนาดนี้จะให้ไปไหนได้ เบนคิด

“ขอบคุณ” เบนน้ำตาไหล เด็กหนุ่มผุดลุกขึ้น ทำเอาหนุ่มๆเสียหลักไปนิด เขากลับเข้าไปด้านในอย่างมุ่งมั่น

“แย่!” เควินตะโกนตามหลังเขามา “โคตรแย่!!

 

+++++++++++++++++++++++++++++++++++

 

“เพลงนายมันไม่มันส์เลย”

“ส่วนเพลงเธอเก่าจนน่าหงุดหงิด”

“เพลงนายเก่ายิ่งกว่า”

เสียงทะเลาะและเสียงเพลงที่เปลี่ยนสลับไปมาทำคาร์ลกับซานดร้าปวดหัว พวกเขากุมขมับ ไมดาสชอบเพลงแจ๊ส(Jazz)สบายๆ ในขณะที่เวอร์โดน่าชอบเพลงร็อกของวง แซก คาร์เพทิง(Shag Carpeting) ซึ่งเป็นวงสุดโปรดของแม็กซ์ ทั้งสองจ้องตากันเขม็ง เวอร์โดน่าดีดนิ้ว ลูกไฟดิสโก้ปรากฎขึ้นบนเพดานพร้อมกับแสงไฟหลากสีและเสียงเพลง

ไมดาสดีดนิ้ว ไฟดิสโก้หายไป ปรากฏเป็นกล่องเครื่องเล่นแผ่นเสียงแบบโบราณแทน พร้อมกับบทเพลงสบายๆ เวอร์โดน่าขมวดคิ้ว มองไมดาสอย่างท้าทาย สัตว์ประหลาดในร่างแปลงก็ใช่ย่อย เลิกคิ้วมองแอนโนไดท์โตเต็มวัยอย่างท้าทายเช่นกัน

และแล้วการดีดนิ้วเปลี่ยนเพลงสลับไปมาก็เกิดขึ้น พวกเขาไม่มีใครยอมใคร

“เพราะงี้ไงฉันถึงไม่อยากให้พ่อกับแม่ของเรามาร่วมทานอาหารด้วยกัน” คาร์ลพูดติดตลก เขาลูบหน้า ซานดร้าหัวเราะเบาๆ ลูบหลังปลอบสามีของเธอ

“งานรวมญาติของเราไม่น่าจะสนุกเท่าไร” ลูน่าพึมพำ มองลุงไมดาสของเธอสลับกับเวอร์โดน่า นี่ฉันคิดไปเองหรือว่าพวกเขาทะเลาะกันยังกับเด็ก? ลูน่าคิด

“นี่ขนาดยังไม่ได้รวมแม็กซ์กับแม่ของฉันด้วยนะเนี้ย” ซานดร้าถอนหายใจ เสียงเปิดประตูและเสียงฝีเท้าทำให้สองสามีภรรยาหันไปมอง พบลูกชายของเขาเดินเข้ามาในห้องนั่งเล่น

“ขอบคุณที่ให้โอกาส แต่ว่า ชีวิตของผมลงตัวดีแล้ว” เบนพูด “ผมอยากอยู่ที่นี่ กับครอบครัวของผม”

ไมดาสและเวอร์โดน่าหยุดชะงัก พวกเขาดีดนิ้วพร้อมกัน ทั้งไฟดิสโก้และเครื่องเล่นเผ่นเสียงโบราณที่เคยปรากฏพร้อมกันก่อนหน้านี้หายไป

“หลานยังไม่รู้ถึงตัวตนจริงๆของตัวเอง ยัยหนู หลานเป็นลูกครึ่งเทพบรรพกาล สมควรจะอยู่กับพวกเดียวกัน แบบนี้” ร่างกายของไมดาสเรืองแสง เสียงกล้ามเนื้อฉีกขาดและเสียงกระดูกลั่นดังขึ้น ไมดาสคำราม บรรดาสามีของเบนเดินมาหยุดอยู่ด้านหลังเด็กหนุ่ม

ไม่ใช่แค่ร่างของไมดาสเรืองแสง ร่างของเวอร์โดน่าเองก็เช่นกัน ทันทีที่แสงหายไป พวกเขาก็ต้องอ้าปากค้าง ยกเว้นเบน,ซานดร้าและลูน่า

สิ่งที่ปรากฏหลังจากแสงหายไปคือ สัตว์ประหลาดขนาดใหญ่ที่ร่างกายเต็มไปด้วยเกล็ดสีทอง ส่วนปากไร้ริมฝีปากเผยให้เห็นคมเขี้ยวภายใน ดวงตาสีเขียวคล้ายอัญมณี ผมยาวสีทองดูคล้ายเทนทาเคิลที่แข็งแรง มันขยับไปมาอย่างอิสระ ขณะที่ทางเวอร์โดน่าอยู่ในร่างของแอนโนไดท์โตเต็มวัย ร่างกายของเธอเป็นพลังงานสีม่วงดำ ผมยาวเรืองแสงสีชมพู เคลื่อนไหวไปมาอย่างอิสระ

ทันที่ร่างที่แท้จริงของไมดาสปรากฏ ทุกๆคนยกเว้นเบน,ซานดร้าและลูน่า มีปฏิกิริยาบางอย่าง พวกเขาเลือดไหลออกจากหู,ตาและจมูก กระบอกตาปวดอย่างรุนแรง

“คุณตา!” เบนร้อง อาการของทุกๆคนเหมือนตอนที่พวกเขาเห็นมารดาอสูร ไมดาสพ่นลมหายใจออกมาแรงๆ เขาพึมพำบางอย่างที่เบนฟังไม่ค่อยเข้าใจ อาการของทุกๆคนจึงดีขึ้น

“ร่างมนุษย์ก็แค่เครื่องอำพราง นี่คือสิ่งที่เป็นจริงของพวกเรา” ไมดาสเอ่ย “หึ ดูพวกมันสิ แค่เห็นร่างจริงของตาแค่นี้ ก็จะเป็นจะตายกันเสียแล้ว”

“...ผมไม่เหมือนตา” เบนขมวดคิ้ว ไม่ว่าจะมองยังไง ร่างที่เขาเคยแปลงก็ไม่เหมือนกับของไมดาส สัตว์ประหลาดสีทองหัวเราะ

“นั่นเพราะหลานเป็นเพศผู้ให้กำเนิด เหมือนลูน่า” ไมดาสหันไปพยักหน้าให้แม่สาวผมทอง ลูน่าถอนหายใจก่อนที่ร่างของเธอจะเรืองแสง ทันทีที่แสงหายไป ก็ปรากฎร่างพลังงานรูปร่างเหมือนหญิงสาวสีฟ้าอ่อน ผมเป็นพลังงานสีขาวขยับไปมาอย่างอิสระราวกับมีชีวิต มีลวดลายพาดผ่านร่างกายของเธอ โดยรวมแล้ว เธอเหมือนเบนตอนแปลงร่างแต่แตกต่างกันแค่สี

“ดีจริง” เบนเบ้ปาก เอาจริงดิ เขาเป็นเพศผู้ให้กำเนิด? ตลกตายล่ะ!! เบนคิด

“อาจเป็นเพราะอารมณ์แบบมนุษย์ทำให้หลานตัดสินใจแบบนี้สินะ งั้นถ้ากำจัดอารมณ์พวกนี้ออกไป หลานก็จะยอมไปกับพวกเราแต่โดยดี” ไมดาสแสยะยิ้ม “เดี๋ยวตาทำลายความรู้สึกพวกนี้ให้ แล้วหลานจะไม่ต้องลังเลอะไรอีก”

“ทำลายเหรอ?” รูกคำราม

“ความรู้สึกของเบนงั้นเหรอ?” เควินขมวดคิ้ว ไม่ชอบสิ่งที่ไมดาสพูดเลยสักนิด

“ทำลายความรู้สึกของผมเนี้ยนะ” เบนอ้าปากค้าง “ตาต้องล้อผมเล่นแน่ๆ”

“ตัดไฟเสียตั้งต้นลมจะได้ไม่ต้องเผชิญความทรมานในอนาคต” ไมดาสเอ่ย

“เบนให้คำตอบพวกแกไปแล้ว” วิวแก็กซ์ดึงเบนมาหลบด้านหลัง ใช้ร่างกายขนาดใหญ่ของตนบัดบังภรรยาตัวน้อยอย่างปกป้อง “ถ้าคิดจะทำลายความรู้สึกของภรรยาข้า ก็ต้องข้ามศพข้าไปก่อน”

“...ด้วยความยินดี” ไมดาสแสยะยิ้มชั่วร้าย เขายิงลำแสงมาทางวิวแก็กซ์ เบนรีบสร้างเกราะขึ้นมาป้องกันพวกเขา ไม่ให้ทุกๆคนได้รับบาดเจ็บได้แต่แรงจากพลังของไมดาสทำให้พวกเขากระเด็นออกมาด้านนอกบ้านพร้อมกับรูโหว่ขนาดใหญ่บนผนัง รูกกอดเบนไว้กันเด็กหนุ่มได้รับแรงกระแทก

ไมดาสหัวเราะ เวอร์โดน่ากับลูน่ามองดูอยู่เฉยๆ ลูน่าไม่คิดจะเข้ามายุ่ง เธอตัดสินใจเข้าข้างใครคนใดคนหนึ่งไม่ได้ ในขณะที่ทางเวอร์โดน่ายอมรับผลทุกๆอย่าง ไม่ว่ามันจะจบลงที่ทางไหน เบนก็ยังคงเป็นหลานรักของเธอ

เบนสร้างโล่แมนน่าขึ้นมาป้องกันอีกครั้งเมื่อเทนทาเคิลสีทองพุ่งเข้าหาเขา โล่แมนน่าสีชมพูแตกทันทีที่โดนส่วนปลายของเทนทาเคิล เบนต้องใช้แมนน่าสีเขียวต้านไว้

“อย่าขัดขืนเลย หลานเอาชนะตาไม่ได้หรอก” ไม่ดาสเอ่ย “อย่าลืมสิว่าตาเป็นคนสอนหลานเอง”

“ไม่ใช่ผมหรอกที่จะชนะตา” เบนแสยะยิ้ม ไมดาสเลิกคิ้วก่อนจะชะงักเมื่อโดนเลเซอร์สีแดงยิงแสกหน้า พอหันไปมองที่มาก็พบว่ามันมาจากวิวแก็กซ์

“ทำได้แค่นี้?” ไมดาสเยาะเย้ย วิวแก็กซ์ยิงเลเซอร์ซ้ำ “ไม่เห็นจะรู้สึกอะไรเลย”

“แล้วแบบนี้ล่ะ!!!” เควินดูดซับพื้นหินก่อนจะขว้างก่อนหินขนาดใหญ่ใส่ไมดาส แต่สัตว์ประหลาดสีทองไม่สะทกสะท้านเลยสักนิด

“...ทำได้แค่นี้? ขนาดรู้สึกคันฉันยังไม่รู้สึกเลย” ไมดาสแสยะยิ้ม ก่อนจะสะดุ้งเมื่อเขาโดนยิงระเบิดใส่ “...อันนี้เริ่มรู้สึกแล้ว”

รูกยิงกระสุนระเบิดนัดที่สองใส่ไมดาส สัตว์ประหลาดสีทองใช้เทนทาเคิลป้องกัน สเกาท์หอนใส่ไมดาส คลื่นเสียงทำเอาสัตว์ประลหาดสีทองเคาะหู แต่ก็แค่นั้น เขาไม่มีท่าทางเจ็บปวดใดๆเลย

“น่ารำคาญ” ไมดาสดวงตาเรืองแสง เบนรู้สึกได้ถึงอันตราย เหล่าเทนทาเคิลพุ่งเข้าหาหนุ่มๆของเขา

“อย่าทำพวกเขา!!!” เบนดวงตาเรืองแสงเช่นเดียวกับร่างกายของเขา เบนกลายเป็นร่างพลังงานสีเขียวผสมดำ มีประกายระยิบระยับคล้ายหมู่ดาวด้านใน เส้นผมพลังงานสีเขียวยาวขยับไปมาอย่างรุนแรงราวกับกำลังโกรธ ลวดลายบนร่างกายของเขาเรืองแสง

เด็กหนุ่มพุ่งเข้าใส่ไมดาส สัตว์ประหลาดสีทองหรี่ตา รับกำปั้นที่หลานชายของเขาชกมาอย่างง่ายดาย

“จะบอกอะไรให้นะ หลานรัก” ไมดาสยื่นหน้าเข้ามาใกล้ “จุดอ่อนของเผ่าพันธุ์เราคือ ผู้อาวุโสแข็งแกร่งกว่าผู้เยาว์ ยิ่งอายุมากเท่าไรยิ่งแข็งแกร่งมากขึ้นเท่านั้น เว้นแต่จะมีการโกง แต่หลานไม่รู้วิธีโกงนี่นะ”

“ก็บอกแล้วไงว่าไม่ใช่ผมหรอกที่จะชนะ” เบนเอ่ย “เอาเลย!!!

รูกกับสเกาท์ยิงกระสุนลูกระเบิดใส่ไมดาสพร้อมกัน สัตว์ประหลาดสีทองมึนเผลอปล่อยมือจากเบน เด็กหนุ่มผละออกมาแล้วพุ่งเข้าชกเสยคางไมดาสเต็มๆ ตามด้วยวิวแก็กซ์กับเควินที่เข้าโจมตีไมดาสซ้ำ

“ชกตาของนายคงไม่เป็นไรนะ” เควินสะบัดมือ

“ชกไปแล้วไหมล่ะ” เบนเบ้ปาก “อีกอย่าง คุณตาเริ่มก่อน”

มันดูเหมือนพวกเขากำลังจะชนะ แต่ไม่ใช่ ไมดาสคำราม เพียงแค่เขาสะบัดมือร่างของเหล่าชายหนุ่มก็กระเด็น เขาหายตัวไปจับวิวแก็กซ์กับเควินทุ่มลงพื้นอย่างรุนแรงจนทั้งสองคนกระอักเลือด รูกกับสเกาท์โดนไมดาสชก แค่หมัดเดียว พวกเขาก็ไม่สามารถลุกขึ้นมาสู้ต่อได้แล้ว

“แย่ล่ะ” เบนพึมพำ ระดับพลังมันต่างกันเกินไป เบนคิด

“ไม่ต้องโยเยน่า ยัยหนู รับรองแป๊บเดียว ทุกๆอย่างก็จะโอเค” ไมดาสเข้ามาใกล้เบน เด็กหนุ่มยิงลำแสงใส่ไมดาส ไม่ว่าจะรุนแรงแค่ไหน ไมดาสก็ไม่เป็นอะไรเลย เทนทาเคิลของไมดาสพุ่งเขารัดร่างพลังงานของเบน เขาดึงหลานชายเข้ามาใกล้

“อย่า!!!!” ไม่รู้ว่าเพราะอะไร แต่จู่ๆ วิวแก็กซ์ก็ยิงระเบิดพลังงานเหมือนตอนที่ทำในมิติของมารดาอสูรใส่ไมดาส อสูรสีทองหรี่ตา เขาเจ็บนิดๆ มีเลือดไหลหน่อยๆ แต่ก็ไม่ได้เป็นอะไรมาก แผลของเขาหายอย่างรวดเร็ว วิวแก็กซ์พยายามยิงระเบิดพลังอีกครั้ง แต่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น เขายังไม่เคยลองควบคุมพลังใหม่นี้มาก่อน

“แค่ลบความรู้สึกในตอนนี้เองหลาน มันไม่มีอะไรหรอก หลานจะได้เริ่มต้นใหม่ มีชีวิตที่ดีกว่านี้” ไมดาสค่อยกดมือเข้าไปในหน้าอกของเบน เด็กหนุ่มกัดฟัน

“เดี๋ยว!!” เบนร้อง ไมดาสชะงัก “ทำไมตาถึงแต่งงานกับคุณยายนิโคไรซ์? ทำไมตาถึงปล่อยให้แม่อยู่กับพ่อ? ทำไมตาถึงคอยดูแลผมมาตลอด?”

“...เพราะตารัก” ไมดาสหรี่ตา “รักคุณยายนิไรซ์ของหลาน รักแม่ของหลาน และรักหลานมาก ตาอยากให้คนที่ตารักมีความสุข”

“...งั้นตาก็น่าจะรู้คำตอบของผมดี ว่าทำไมผมถึงไม่ยอมไปกับตา ทำไมผมถึงอยากอยู่ที่นี่” เบนเอ่ย “ผมรักพวกเขา ผมอยากอยู่ที่นี่กับพวกเขา”

“ตาจะไม่ยอมให้หลานต้องพบกับความทรมานจากการสูญเสียหรอก” ไมดาสกุมแก้มเบน “ตาไม่ยอม”

“แต่ตาต้องยอม” เบนกุมมือไมดาส “ชีวิตผม ผมขอเลือกเอง ได้โปรด”

“แล้วถ้าทางเลือกที่หลานเลือกมันผิดล่ะ?” ไมดาสกล่าว “ถ้าอนาคตที่หลานเลือกมันมีความเจ็บปวดรออยู่ล่ะ?”

“มันก็ยังคงเป็นชีวิตที่ผมเลือก เป็นเรื่องธรรมดาที่ชีวิตเต็มไปด้วยความเจ็บปวดและอุปสรรค เพราะแบบนั้นมันจึงทำให้เราเติบโตและเข้มแข็ง” เบนยิ้มอ่อน “ ชีวิตของผมไม่ได้มีแต่เรื่องเจ็บปวดเสียหน่อย มันยังมีเรื่องดีๆอยู่ ถึงแม้ผมจะเจอเรื่องแย่ๆ แต่ผมรู้ว่าตากับโจยังคงอยู่เคียงข้างผมเสมอ”

“แน่นอน” ไมดาสยืนยัน

“แถมตอนนี้ ผมยังมีครอบครัว คนที่ผมรักและรักผมคอยอยู่เคียงข้าง ผมไม่เป็นอะไรหรอก” เบนกล่าว “อีกอย่าง ตากับโจเป็นคนสอนผมเองนะจำได้ไหม”

“เมื่อเลือกแล้ว จงอย่าเสียใจในสิ่งที่เลือก” พวกเขาพูดพร้อมกัน ไมดาสหลับตา

“ตาไม่อยากให้หลานต้องพบเจอกับความเจ็บปวด” สัตว์ประหลาดสีทองทาบหน้าผากกับหลานชายของเขา

“ผมรู้ ขอบคุณสำหรับความห่วงใย” เบนกล่าว “แต่ผมไม่เป็นไร พวกเราจะหาทางออกไปด้วยกัน มันมีทางออกเสมอนี่ครับ”

“ใช่ มันมีทางออกเสมอ” ไมดาสถอนหายใจ “แต่คิดให้ดีนะ ถ้าหลานไปกับตา หลานจะได้เรียนรู้การใช้พลังทั้งหมดของหลาน ได้กลายเป็นเทพเจ้า มีชีวิตใหม่ที่ดีกว่านี้”

“ข้อเสนอของตาก็น่าสนใจ ไปเริ่มต้นใหม่ ไม่ต้องเจ็บปวดจากการสูญเสีย แต่ผมรักพวกเขามากกว่า” เบนผละออกมา ยิ้มให้ไมดาส ในดวงตาสีเขียวเรืองแสงเต็มไปด้วยความแน่วแน่ ความรักและความเข้าใจ“ผมไม่ไปกับตาหรอกนะครับ”

“ตาก็กะไว้อยู่แล้วว่าหลานต้องยืนยันแบบนี้” ไมดาสยอมปล่อยเบน “ก็แค่แอบหวังว่าจะโชคดีพาหลานไปได้”

ไมดาสดีดนิ้ว ทุกๆอย่างกลับสู่สภาวะปกติก่อนหน้าการต่อสู้ ทั้งความเสียหายและบาดแผลต่างๆหายไปหมด เด็กหนุ่มกลับร่างมนุษย์เช่นเดียวกับไมดาส

“ให้ตายสิ ทำไมลูกหลานของฉันถึงต้องใฝ่ต่ำด้วยนะ” ไมดาสบ่น

“บางทีตอนพ่อแต่งงานกับแม่ คุณปู่คงบ่นแบบนี้เหมือนกัน” ซานดร้าหัวเราะ

“ก็จริง” ไมดาสยักไหล่ “ท่าทางมันจะอยู่ในสายเลือดของเรา”

ไมดาสคว้าตัวซานดร้ากับเบนเข้ามากอด พวกเขาหัวเราะอย่างมีความสุข ก่อนจะผละออก เวอร์โดน่าเข้ามากอดเบน

“ย่าเองก็รู้อยู่แล้วว่าหลานต้องไม่ยอมไป” เวอร์โดน่าเอ่ย “แต่ก็อย่างไอ้ปากกว้างนั่นพูด เผื่อโชคดี”

“สำหรับพวกแก” ไมดาสจ้องบรรดาสามีของเบนเขม็ง “อย่าทำให้ฉันผิดหวังที่ยอมให้หลานชายสุดที่รักของฉันมาใช้ชีวิตกับพวกกากอย่างพวกแก และถ้าพวกแกกล้าทรยศหรือทำร้ายเบนล่ะก็ ฉันและครอบครัวของฉันจะตามล่าพวกแกไม่ว่าพวกแกจะไปอยู่ที่ไหน พวกเราไม่ฆ่าพวกแกหรอก ไม่ ไม่ ไม่ นั่นมันคือความเมตตาสุดท้ายที่พวกแกจะได้รับ เชื่อเถอะ สิ่งที่รอพวกแกอยู่มันคือความทรมารชั่วกัปชั่วกัลป์”

บรรดาสามีของเบนกลืนน้ำลาย ทำไมช่วงนี้โดนขู่บ่อยจังวะ พวกเขาคิด แต่คำขู่ของไมดาสดูน่ากลัวกว่าใคร ทั้งคำพูดและน้ำเสียงทำพวกเขาเสียวสันหลัง

“พวกเราไม่มีทางทำแบบนั้น” รูกยืนยันเสียงหนักแน่น “ไม่มีวัน”

“ดี” ไมดาสหรี่ตาจ้องวิวแก็กซ์เขม็ง “ฉันจับตาดูแกอยู่ ไอ้หมึกอวกาศ”

“ข้ารักเมียของข้ามาก” วิวแก็กซ์เอ่ย “ข้าคงไม่โง่พอที่จะทำเรื่องให้ตัวเองต้องสูญเสียหมดทุกสิ่งทุกอย่างหรอก”

“ขอให้จริงเถอะ” ไมดาสแยกเขี้ยวก่อนจะหันมายิ้มให้เบน แสดงความสองมาตรฐานอย่างเห็นได้ชัด “ไว้ว่างๆตาจะแวะมาเยี่ยม จะพาคุณยายมาด้วย”

“มาเยี่ยมกันในโลกจริงหรือโลกฝัน?” เบนถาม

“ในโลกจริงสิ” ไมดาสขยิบตา

“ย่าเองก็จะมาเยี่ยมตอนว่างๆ” เวอร์โดน่าเอ่ย “รู้ไว้นะเบน หลานคือหลานคนโปรดของย่า หลานสุดที่รักคนโปรดของย่า”

“แล้วเกวนล่ะครับ?” เบนกระพริบตา “เดาว่าย่าคงรู้เรื่องเธอแล้ว”

“รู้” เวอร์โดน่าถอนหายใจ “จิตใจของเธอเต็มไปด้วยความริษยา ย่าไม่รู้ว่าต้องทำยังไงกับเธอดีเหมือนกัน เสียใจด้วยกับการกระทำแย่ๆของเกวน”

“ไม่เป็นไรครับ” เบนถอนหายใจ พวกเขากอดกันเป็นครั้งสุดท้าย เขาได้ยินพ่อกับแม่ของเขาพึมพำว่าอย่าให้ครั้งหน้าตากับย่าของเขามาเยี่ยมเขาพร้อมกันเลย อันนี้เห็นด้วย ไม่งั้นคงทะเลาะกันบ้านแตก เบนคิด

“ตาภูมิใจในตัวหลานนะ” ไมดาสกระซิบ “ตารักหลานมากนะเบน”

“ผมก็รักตาเหมือนกัน” เบนกอดไมดาสอีกครั้ง

“ไม่ใช่แค่ไอ้ปากกว้างนี่หรอกที่รักหลาน” เวอร์โดน่าเข้ามากอดเบนแน่น “ย่าก็รักหลาน”

“รักย่าเหมือนกันครับ” เบนยิ้ม พวกเขากอดกันต่ออีกสักพักก่อนจะผละออกจากกัน

“ฝากดูแลเบนด้วย” ไมดาสหันไปพูดกับลูน่า “ถ้ามีเกิดอะไรขึ้นรีบติดต่อมาทันที เข้าใจไหม?”

“รับทราบค่ะ ลุงไมดาส” ลูน่าพยักหน้า

ร่างกายของเวอร์โดน่าเรืองแสงก่อนจะพุ่งทะยานขึ้นไปบนท้องฟ้าแล้วหายไปท่ามกลางหมู่ดาว ขณะที่ไมดาสเพียงแค่ยืนอยู่เฉยๆ เขายิ้มให้เบน เด็กหนุ่มยิ้มตอบ เพียงแค่ทุกๆคนกระพริบตา ร่างของไมดาสก็หายไป

“ยังมีอะไรที่พวกเราไม่รู้เกี่ยวกับครอบครัวของนายอีกไหมเนี้ย?” เควินโอบไหล่เบน เด็กหนุ่มถอนหายใจ

“คงไม่มีแล้วมั้ง หรือต่อให้มี ฉันเองก็ไม่รู้” เบนยักไหล่

 

 

 

 

 

 

 

 

 

TBC.

 

+++++++++++++++++++++++++++++++

 

OMG ตอนนี้โคตรยาวเลย!!!!!!!!

ปมปริศนาทุกๆอย่างเฉลยหมดแล้วเนอะ เอ๊ะ? เดี๋ยวสิ ยังไม่มีใครพูดถึงคนสร้างออมนิทริกซ์อีกอันเลย...ยกยอดเป็นตอนหน้าไปก็แล้วกันเนอะ แต่ที่แน่ๆปริศนาของครอบครัวเบนเคลียร์แล้ว ไม่มีใครงงนะ

ตาไมดาสกับย่าเวอร์โดน่าไม่ถูกกันตามประสาผู้ล่าและผู้ถูกล่า ถ้าสองคนนี้มาเผชิญหน้ากัน...ภาวนาอย่าให้ทะเลาะกันรุนแรง มีสิทธิ์โลกแตกได้

พีคไหม กับความจริงที่ว่า โจแก่คราวรุ่นตาของเบน55555555555



(ภาพประกอบคุณย่าเวอร์โดน่า)

เครดิตภาพ : https://www.deviantart.com/fitzoblong/art/Anodite-Gwen-Tennyson-254371570



(ภาพอ้างอิงไมดาส รูปร่างแบบนี้แต่ผิวสีทองนะจ้ะ)

เครดิตภาพ : http://i018.radikal.ru/1012/a8/81ed9b94f43f.jpg



(ภาพประกอบลูน่า ไอ้ตัวสีฟ้าๆมีความใกล้เคียงที่สุดแล้ว)

เครดิตภาพ : https://www.deviantart.com/ryokodarkwing/art/TFxBen10-Anodyte-and-Allspark-160551357






ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 101 ครั้ง

520 ความคิดเห็น

  1. #348 โยชิน่อน (@hellzen) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 13 มีนาคม 2562 / 13:04

    ไมดาสโคตรสโตกเกอร์มาก5555
    เวอร์โดน่านางโดนไมดาสแย่งซีนหมด55555
    #348
    0
  2. #332 pebble1612 (@pebble1612) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 2 มีนาคม 2562 / 11:28

    คิดว่าไฮบรีกโดนลืมไปนานแล้ว....
    เดี๊ยวก็คงมีทางที่จะอยู่ด้วยกันเองอย่างมีความสุขและไม่เศร้า
    #332
    0
  3. #331 pebble1612 (@pebble1612) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 2 มีนาคม 2562 / 11:28

    คิดว่าไฮบรีกโดนลืมไปนานแล้ว....
    เดี๊ยวก็คงมีทางที่จะอยู่ด้วยกันเองอย่างมีความสุขและไม่เศร้า
    #331
    0
  4. #330 thiansawan (@thiansawan) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 2 มีนาคม 2562 / 09:50
    อยากให้บรรดาเหล่าสามีของน้องเจอกับโจจัง คงสนุกพิลึก
    #330
    0
  5. #328 knightMomo (@knightMomo) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 2 มีนาคม 2562 / 08:14

    ปริศนาโครตเยอะเลย บุคคลปริศนาตอนแรกคิดอยู่แล้วว่าเป็นไมดาส สนุกมากและยาวมากขอบคุณคับ
    #328
    0