[AU Fanfic Ben10] Anlontipe (Yaoi)

ตอนที่ 45 : ตอนที่ 39 : War of the Tennisia (1)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 660
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 119 ครั้ง
    23 มี.ค. 62




 


“นี่พวกคุณกำลังทำอะไรกันอยู่?” เบนกระพริบตา มองเหล่าสามีของเขาที่กำลังปรึกษาอะไรสักอย่างด้วยสีหน้าเคร่งเครียด แต่เหมือนกับว่าพวกเขากำลังวางแผนอะไรบางอย่าง ปฏิกิริยาที่บรรดาสามีสะดุ้ง รีบหันมาหาภรรยาสุดที่รักอย่างรวดเร็ว ก่อนจะทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้และไม่ยอมสบตาเด็กหนุ่มยิ่งทำให้พวกเขาดูน่าสงสัย

 ท่าทางมีพิรุธสุดๆเบนหรี่ตา เด็กหนุ่มยืนกอดอกรอคำอธิบาย

“เปล่า พวกเราไม่ได้ทำอะไรทั้งนั้น!!” ทั้ง 4 คนพูดพร้อมกัน เบนเลิกคิ้ว เป็นเชิงถามว่า จริงเหรอ? เมื่อเห็นว่าภรรยาตัวน้อยไม่เชื่อ พวกเขาจึงยืนยันอีกครั้ง “พวกเราไม่ได้ทำอะไรจริงๆ!!!

“เหรอ?” เบนจ้องเหล่าสามีนิ่ง บ่งบอกว่ายังคงไม่เชื่อที่พวกเขาพูด

“พวกเราไม่ได้ทำอะไรจริงๆนะ ไม่ได้ทำเรื่องผิดกฎหมายอะไรด้วย” รูกพูด มีเหงื่อไหลออกมาจากขมับ เบนแสยะยิ้มกับท่าทางของสามีเรโวนน่า เควินกรอกตารีบปิดปากบลองโก้ก่อนที่หนุ่มเรโวนน่าจะเผลอหลุดปากบอกอะไรออกไป

“อย่าตื่นเต้นจนลนสิโว้ย” เควินกัดฟันกระซิบ

“งั้นเหรอ?” แค่ท่าทางของรูกก็ยืนยันกับเบนแล้วว่าเหล่าสามีของเขากำลังวางแผนอะไรกันอยู่แน่ๆ “ให้โอกาสสารภาพมาเดี๋ยวนี้ ว่ากำลังวางแผนจะทำอะไรกันอยู่ โทษหนักจะได้กลายเป็นเบา”

รอยยิ้มหวานมาพร้อมคำขู่และรังสีกดดัน บรรดาสามีกลืนน้ำลาย ทำไมตั้งแต่ตั้งครรภ์เมียจ๋าถึงดุขึ้นวะ!!’ พวกเขาคิด

“เอ่อ คือ-” สเกาท์ทำท่าจะพูดอะไรบางอย่างแต่โดนเควินจับปากไว้ หนุ่มออสโมเซี่ยนจ้องขู่หนุ่มโลโบน ส่ายหน้าห้ามไม่ให้สเกาท์ปากหมา อะแฮ่ม ปากโป้ง

“มัน ไม่ใช่เรื่องไม่ดีหรอกเบนจามิน” วิวแก็กซ์พูดอย่างระวัดระวัง ถ้าเขาพูดอะไรไม่เข้าหูเมียขึ้นมา พวกเขาโดนไล่ไปนอนนอกบ้านแน่ “เจ้าวางใจได้”

“วางใจได้จริงหรอ?” เบนเบ้ปาก “ครั้งล่าสุดที่พวกคุณสุมหัววางแผนกัน พวกคุณลักพาตัวพ่อแม่ของผมมาที่นี่ แบบใช้กำลังด้วย”

“พวกเราจะไม่ทำแบบนั้นอีก!” เควินกับวิวแก็กซ์พูดพร้อมกัน เบนมองนิ่งทำสามีทั้งสองเหงื่อแตกพลั่กๆ “จริงๆนะเมียจ๋า/สัญญาเลย”

“โอเค จะยอมเชื่อก็ได้” เบนมองนิ่งครู่หนึ่งก่อนจะถอนหายใจ ในเมื่อพวกเขายืนยันกันขนาดนี้ เขาก็จะไม่เซ้าซี้ อีกอย่างจากท่าทาง พวกนี้คงไม่ยอมปริปากพูดง่ายๆ สิ่งที่เขาต้องทำก็แค่รอ ไม่ช้าก็เร็วคำตอบมันจะมาหาเขาเอง “แล้ว วันนี้ไม่ไปฝึกกับคอนสแตนตินหรอ?”

“ไปฝึกมาแล้ว” รูกปัดมือของเควินออก เขาเข้ามาอ้อนภรรยาสุดที่รัก “เหนื่อยมาก ขอกำลังใจหน่อย”

เบนยิ้ม กอดและคลอเคลียบลองโก้ รูกส่งเสียงครางเหมือนแมวเวลาพึงพอใจ หนุ่มเรโวนน่ากอดคลอเคลียภรรยาตัวน้อยกลับ

“ให้กำลังใจแค่รูกคนเดียวเหรอ?” เควินกระแอมไอ ขยับตัวมายืนใกล้ๆภรรยาคนสวย เอานิ้วชี้จิ้มที่แก้มตัวเองเป็นการบอกใบ้ว่าเขาต้องการอะไร เบนส่ายหน้าด้วยรอยยิ้ม ดึงสามีออสโมเซี่ยนลงมาหอมแก้มไปทีหนึ่ง แต่ด้วยเหลี่ยมจัดของเควิน ชายหนุ่มผมดำหันมาทางคนอายุน้อยกว่าพอดี ทำให้ริมฝีปากของพวกเขาสัมผัสกัน

เบนกระพริบตา ผละออกจากคนอายุมากกว่าที่กำลังแสยะยิ้มชั่วร้าย เควินกดจูบลงมาอีกครั้ง เบนเลิกคิ้ว เขาเม้มปากชายหนุ่มผมดำ มองอีกฝ่ายอย่างท้าทาย ชายหนุ่มคำราม

“ถ้าไม่อยากโดนจับซั่มก็อย่าทำแบบนี้” เควินพูดเสียงแหบ

“มีแรงเหลือหรือไง?” เบนเอ่ย

“อยากรู้ไหมล่ะ?” เควินจับสะโพกของเบน ออกแรงบีบสะโพกของเด็กหนุ่มด้วยความหมั่นเขี้ยว “อย่าท้านะ”

“นายมันหื่น” เบนแลบลิ้น หนีมาซุกหน้ากับอกรูก

 

เนื่องจากไม่อยากมีความลับกับภรรยาสุดที่รัก พวกเขาจึงเล่าทั้งเหตุผลที่อยู่คุยกับลูน่าและเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นให้เบนฟัง เด็กหนุ่มค่อนข้างอึ้ง  ทั้งเรื่องพรของมารดาอสูรและการที่โจช่วยบอกทางลัดให้เหล่าสามีของเขา

คิดในแง่ดี เขาสามารถวางใจว่าในตอนที่เขาอ่อนแอ บรรดาสามีสามารถปกป้องเขาได้ โดยเฉพาะตอนคลอดลูก เบนยิ่งโล่งใจมากกว่าเดิมเมื่อเขารู้ว่าเหล่าคนรักจะอยู่กับเขาไปอีกนาน ไม่ต้องกังวลกับเรื่องอะไรทั้งนั้น

แต่มีอยู่อย่างหนึ่งที่กวนใจเบน เรื่องของโจ แม้จะบอกไปแบบนั้น แต่มันก็อดรู้สึกหน่วงๆในอกไม่ได้ บางที โจอาจจะรู้สึกแบบนี้เหมือนกันตอนเขาอยู่กับเหล่าสามี เบนถอนหายใจ ถึงเขาจะรู้สึกแย่ทีหลัง แต่มันก็แค่ไม่นาน เมื่อเขาได้ยินเสียงกระซิบของโจ

คิดจริงๆเหรอว่าฉันจะสามารถมีภรรยาคนอื่นได้นอกจากเธอ? เพื่อเผ่าพันธุ์ก็เพื่อเผ่าพันธุ์เถอะ ถ้ากระปู๋ของฉันมันไม่แข็งและไม่ยอมหลั่ง มันก็เปล่าประโยชน์เสียงของมังกรดำหัวเราะชั่วร้าย รูใดจะเด็ดเท่ารูของเมียสุดที่รักล่ะ จริงไหม?

พอเจอประโยคนี้เข้าไป เบนถึงกับหน้าแดง ขณะเดียวกัน เด็กหนุ่มยิ้ม ภายในอกรู้สึกอบอุ่นด้วยความยินดี

เชื่อใจฉันนะ ยอดรักนั่นคือประโยคสุดท้ายที่โจพูดกับเขาก่อนจะหายเงียบ

“ผมเชื่อใจคุณนะ” เบนกระซิบเสียงเบาเป็นการตอบรับ และเขามั่นใจว่าโจต้องได้ยินแน่ เบนเชื่อใจโจ เชื่อมาตลอดและจะเชื่อตลอดไป

 

“เทนนิเซียเรียกเบน ดึงสติกลับมาหน่อยที่รัก” เควินโบกมือไปมาตรงหน้าคนอายุน้อยกว่าที่กำลังดวงตาเป็นประกาย สติไม่อยู่กับเนื้อกับตัว

“หืม?” เบนสั่นหัว หันมามองเควิน “อะไรหรอ?”

“นายคงง่วงแล้ว” รูกเอ่ย เขาโอบแขนรอบตัวคนรัก “ไปนอนกลางวันเถอะ”

“เอ๊ะ? แต่ ฉันไม่ได้ง่วงนะ” เบนกระพริบตาปริบๆ พวกนี้ใช้ส่วนไหนมองกันถึงนึกว่าเขาง่วงน่ะ?

“ใช่ นายควรพักผ่อน” สเกาท์เห็นด้วย หนุ่มโลโบนเข้ามาโอบไหล่เบน ช่วยรูกประคองพาเด็กหนุ่มไปส่งห้องนอน

“ฉันไม่ได้ง่วงนะ” เบนยืนยัน เขานอนหลับเต็มอิ่ม ตอนนี้จะมาง่วงได้ยังไง?

“พักผ่อนเถอะเบนจามิน” วิวแก็กซ์พูดเสียงทุ้ม “เพื่อลูก”

“...ก็ได้” เบนยอมโดนพาไปนอนพักกลางวัน ถึงแม้จะบอกว่าไม่ง่วง แต่ทันทีที่หัวถึงหมอน ผ้าห่มคลุมตัว เด็กหนุ่มก็หลับทันที

เนี้ยนะไม่ง่วง? รูกกับสเกาท์คิดทั้งรอยยิ้มเอ็นดู ก่อนจะกลับไปร่วมกลุ่มกับวิวแก็กซ์และเควิน

 

พวกเขามารวมตัวกันที่ร้านน้ำปั่นของคอนสแตนติน โลโบนเผือกวางแก้วน้ำปั่นลงตรงหน้าสามีทั้ง 4 ที่มีสีหน้าเคร่งเครียด คอนสแตนตินเหลือบมองลูกศิษย์ทั้ง 4 คน...น่าจะในความคิดของเขาคนเดียวมั้ง... แล้วถอนหายใจ

“อย่าป๊อด” คอนสแตนตินกล่าวทำเหล่าสามีของเบนเหลือบมองเขา

“ไม่ได้ป๊อด” เควินปฏิเสธข้อกล่าวหาจากโลโบนเผือก

“แล้วทำไมมานั่งเครียดอยู่นี่?” คอนสแตนตินกอดอก “ฉันรู้ว่านี่มันไม่ใช่เรื่องของฉัน และฉันก็ไม่อยากเสือก แต่เบนเป็นญาติ...อาจจะห่างโคตรๆ...แต่ญาติก็คือญาติ ยิ่งตอนนี้เราเป็นครอบครัวเดียวกัน ดังนั้น จะไม่ยุ่งก็ไม่ได้”

“ก็...” สเกาท์พูดไม่ออก หลุบตามองสิ่งที่อยู่ในอุ้งมือ คอนสแตนตินกรอกตา

“แบบนี้แถวบ้านฉันเรียกป๊อด” โลโบนเผือกทำเสียงขึ้นจมูก “ปอดแหก”

“ก็บอกว่าไม่ได้ป๊อด!” เควินย้ำเสียงจริงจัง

“งั้นก็ไปหาเบน” คอนสแตนตินไล่ “แหวนก็หลอมเสร็จแล้ว ของพร้อมแล้ว ไปขอสิ”

“ไม่ต้องบอกก็รู้โว้ย!” เควินเม้มปาก มองแหวนที่หลอมเสร็จแล้วในมือ หัวใจเขาเต้นแรงจนอึดอัด หนุ่มออสโมเซี่ยนคำราม ฟุบหน้าลงกับเคาน์เตอร์ “ขอทำใจก่อนนะ”

“ป๊อด” คอนสแตนตินมองบน เหลือบตามองวิวแก็กซ์ “เหลือเชื่อว่าแม้กระทั่งแกก็ป๊อด แกเป็นมหาวายร้ายนะ ฆ่าคนก็ทำมาแล้ว ยึดดาวเป็นสิบก็ทำมาแล้ว ทำเรื่องเลวบัดซบมานับไม่ถ้วน แต่มาป๊อดกับอีกแค่ขอเด็กอายุ 15 แต่งงานเนี้ยนะ? ถามจริง?”

“แกก็พูดได้สิ แกไม่ใช่คนต้องมาขอเบนจามินแต่งงานเหมือนพวกข้านี่” วิวแก็กซ์พูด “ถ้าเบนจามินปฏิเสธล่ะ?”

“เบนเนี้ยนะจะปฏิเสธพวกแก?” คอนสแตนตินแทบอยากหัวเราะ และอยากตบหัวเรียกสติพวกมันเรียงตัว “ยอมให้พวกแกซั่มจนตั้งท้องขนาดนี้ เบนคงปฏิเสธหรอก”

พวกเขาเงียบ คอนสแตนตินกรอกตา ถอนหายใจออกมาแรงๆ เขาหยิบขวดใส่เครื่องดื่มแบบพกพาขึ้นมาเปิดดื่ม รู้สึกทั้งเอือมระอาและปวดหัวกับไอ้พวกนี้จริงๆ

“เบนรักพวกแก รักพวกแกมากขนาดยอมมาใช้ชีวิตอยู่กับพวกแกที่นี่ ยอมจากครอบครัวเพื่อมาอยู่กับพวกแก ยอมแม้กระทั่งให้พวกแกซั่ม ยอมอุ้มท้องลูกของพวกแก ยอมพวกแกแทบทุกอย่าง กับอีกแค่ขอแต่งงาน คิดว่าเบนจะไม่ยอมงั้นเหรอ? แล้วอีกอย่าง พวกแกรักเบนมาก พวกแกกับเบนรักกันและกัน นั่นแหละสิ่งสำคัญ ฉะนั้น เลิกป๊อดแล้วย้ายก้นออกไปขอเบนแต่งงานเดี๋ยวนี้ ไอ้พวกไก่อ่อน!!” คอนสแตนตินทุบเคาน์เตอร์เรียกความฮึกเหิมและเป็นการให้กำลังใจในแบบของเขา แต่ทำเหล่าสามีของเบนสะดุ้ง

“...พวกเราไม่ใช่ไก่” รูกกระพริบตา คอนสแตนตินหน้านิ่ง แววตาว่างเปล่า

“มันพยายามให้กำลังใจเรา” เควินพยายามกลั้นขำ เมื่อโลโบนเผือกหน้าตึงกับความบื้อ อะแฮ่ม ความซื่อของรูก

“อ้อ” รูกยิ้ม “ขอบคุณสำหรับการให้กำลังใจ...คิดว่านะ”

“...ช่างเถอะ” คอนสแตนตินหยิบขวดใส่เครื่องดื่มแบบพกพาขึ้นมากระดกอีกรอบ ปวดหัวชิบหายคอนสแตนตินคิด

“อย่างน้อย การให้กำลังใจของนายก็ทำเรารู้สึกดีขึ้น” สเกาท์กล่าว “ขอบคุณ”

“เออๆ” คอนสแตนตินถอนหายใจ “เรื่องดีๆนี่ลังเลกันจริง ทีเรื่องเลวๆนี่ไม่เคยลังเลเลยนะ”

“แค่พวกเขา พวกเราไม่เกี่ยว” รูกเหลือบตามองเควินกับวิวแก็กซ์ หยิบแก้วน้ำปั่นขึ้นมาดื่ม สเกาท์พยักหน้าเห็นด้วย

“เออ ไอ้คนดี” เควินมองแรงด้วยความหมั่นไส้ รูกทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ หนุ่มออสโมเซี่ยนแสยะยิ้ม “แต่แกไม่รู้หรือไง? ว่าเบนชอบคนเลว? คนเลวมันเร้าใจกว่า”

“ชอบ แต่ไม่ได้รัก” รูกแสยะยิ้มกลับ “แล้วใครบอกว่าคนเลวเร้าใจกว่า? ไม่แน่ คนดีอาจเร้าใจกว่าก็ได้”

“เกทับกันหาพ่อง!!!” คอนสแตนตินแยกเขี้ยววด้วยความโคตรรำคาญ “ไปขอเบนแต่งงานได้แล้วไป๊!!!

“ขอน่ะขอแน่ แต่เราต้องทำอะไรให้มันเรียบร้อยด้วย” รูกกล่าว ถอนหายใจเมื่อมองไปทางวิวแก็กซ์กับเควิน

“โอ้” คอนสแตนตินพอเข้าใจ เขาตบไหล่หนุ่มเรโวนน่า “เหนื่อยหน่อยนะ”

“ทำหน้าแบบนั้นหมายความว่าไงไม่ทราบ” เควินแยกเขี้ยว

“งานนี้เหนื่อยแน่” รูกพึมพำ

 

+++++++++++++++++++++++++++++++

 

“ทำไมต้องเป็นฉัน?” รูกพึมพำเมื่อพวกเขามาอยู่หน้าบ้านพ่อแม่เบน ถ้าจะแต่งงานกับเบน พวกเขาต้องขออนุญาตจากพ่อแม่ของภรรยาสุดที่รักก่อน...ถึงแม้พวกเขาจะข้ามขั้นตอนกันไปไกลแล้วก็ตาม...

“เพราะในหมู่พวกเรา พ่อแม่เบนเอ็นดูนายมากที่สุด” สเกาท์ตบไหล่รูก “โดยเฉพาะแม่เบน นายคงนึกภาพออกนะว่ามันจะเป็นยังไง ถ้าเควินหรือวิวแก็กซ์เป็นคนพูด”

“หายนะ” รูกกับสเกาท์พูดพร้อมกัน

“เฮ้ ไม่ถึงขนาดนั้นสักหน่อย” เควินแย้ง

“ช่างเถอะ” รูกกลืนน้ำลาย กดกริ่งหน้าประตูด้วยความกังวลและตื่นเต้น ใช้เวลาไม่นาน ประตูก็ถูกเปิดออกด้วยฝีมือของซานดร้า

“โอ้ว สวัสดีหนุ่มๆ” ซานดร้ายิ้ม

“สวัสดี คุณนายเทนนิสัน” รูกทักทาย

“เรียกฉันว่าซานดร้าเถอะ” ซานดร้าหัวเราะ “โอ้ ไม่สิ ตอนนี้คงต้องเรียกว่า แม่สินะ”

“เอ่อ” รูกกระพริบตา รู้สึกดีใจที่ซานดร้ายอมรับ “คุณแม่”

“น่ารัก” ซานดร้ายิ้มอ่อน ลูบหัวลูกเขยเรโวน่า

ลูกเขยสุดรักของแม่ยาย พวกเขาคิดด้วยแววตาว่างเปล่า หมั่นไส้โว้ย!!!’

 “แล้ว มีอะไรให้ช่วยงั้นเหรอ?”

“พวกเรา มีเรื่องอยากจะถามคุณกับสามีของคุณนิดหน่อย”

“เข้ามาข้างในก่อนสิ”

รูกพยักหน้า เดินนำคนอื่นๆเข้าไปในบ้าน สเกาท์ที่เดินเข้ามาเป็นคนสุดท้ายช่วยปิดประตูให้ พวกเขาค่อนข้างกังวล แต่เมื่อมาถึงขนาดนี้แล้วพวกเขาจะถอยไม่ได้!!!

“พวกเรามาขออนุญาตแต่งงานกับลูกชายของคุณ/เบนจามิน/เบน” พวกเขาพูดพร้อมกันด้วยน้ำเสียงและแววตามุ่งมั่น

คาร์ลกับซานดร้ามองทั้ง 4 คนนิ่งก่อนจะหันมาสบตากันแล้วหันกลับไปมองเหล่าลูกเขยอีกรอบ คาร์ลถอนหายใจในขณะที่ซานดร้ายิ้มอ่อน

“นึกว่าจะไม่มาพูดเรื่องนี้กันเสียแล้ว” ซานดร้ากล่าว

“อันที่จริง พวกแกเลยขั้นตอนกันไปไกลแล้วไม่ใช่เรอะ?” คาร์ลทำเสียงขึ้นจมูก

“คาร์ล” ซานดร้าปรามสามี คาร์ลยกมือยอมแพ้ เธอหันมามองเหล่าสามีของลูกชายเธอ “แน่นอน เราอนุญาตให้พวกเธอแต่งงานกับเบน ถึงพวกเธอไม่จำเป็นต้องขอก็เถอะ”

“รู้ว่าความสัมพันธ์ของพวกเรามันไปไกลกว่านั้นแล้ว” วิวแก็กซ์กล่าว “ก็แค่อยากทำอะไรให้มันถูกต้อง”

“ถือเป็นการเริ่มต้นที่ดี” ซานดร้าเดินเข้ามากอดรูกกับเควิน “ยินดีต้อนรับสู่ครอบครัวของพวกเรา”

“อย่างที่เบนบอก อดีตก็ปล่อยให้มันเป็นอดีตไป” คาร์ลถอนหายใจ เดินมาตรงหน้าวิวแก็กซ์ ชายหนุ่มยื่นมือให้เอเลี่ยนตัวใหญ่ “มันยังไม่สายที่จะเริ่มต้นใหม่”

“ขอบใจ” วิวแก็กซ์จับมือกับคาร์ล น้ำเสียงและท่าทีของเขาอ่อนลงเท่าที่มหาวายร้ายอย่างเขาจะทำได้ “ข้ารู้ว่าอดีตของข้ามัน...ยุ่งยาก ความสัมพันธ์ของข้ากับครอบครัวของเจ้าก็ไม่ค่อยดี จนกระทั่งตอนนี้ แต่ข้าต้องขอพูดจากใจจริง ข้ารู้สึกภูมิใจ ที่ในตอนนี้พวกเราเป็นครอบครัวเดียวกัน”

“แล้ว วางแผนเรื่องแต่งงานไว้ยังไงกันบ้าง?” ซานดร้าถามด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น เธอผละออกจากลูกเขยทั้งสองแล้วนำทุกๆคนมานั่งที่โซฟาในห้องนั่งเล่นเพื่อคุยรายละเอียด

บรรดาสามีของเบนมองจิกกันไปมาทำให้ซานดร้าพอเดาคำตอบได้

“ขอเดาว่ามีแผนกันแล้ว แต่ยังไม่ลงรอยกันสินะ” หญิงสาวหัวเราะ “ข้อเสียของการมีสามีหลายคนก็แบบนี้แหละ”

“ตอนนี้พวกเรามีแค่แหวนกับความคิดที่ไม่ลงรอยกัน” รูกถอนหายใจ

“บางทีฉันกับลูน่าอาจช่วยได้” ซานดร้าเสนอ

“แต่ก่อนหน้านั้นเราต้องขอเบนแต่งงานก่อน” สเกาท์เอ่ย

“อ้าว นี่พวกเธอยังไม่ได้ขอเบนเลยเหรอ?” ซานดร้าถาม เหล่าสามีของเบนส่ายหน้า “งั้นรีบไปขอเลยหนุ่มๆ”

 

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

 

เบนลืมตาตื่นขึ้นมาตอนช่วงเย็น เด็กหนุ่มลุกขึ้นนั่งบนเตียง หันมองรอบกายไม่เจอใคร เขาขยี้ตาปิดปากหาวไปที พอเขากำลังจะก้าวขาลงจากเตียง ประตูห้องนอนก็ถูกเปิดออก คนที่เข้ามาในห้องคือรูกกับสเกาท์ เบนหรี่ตากับท่าทางตื่นเต้นและแววตาเป็นประกายของทั้งสองหนุ่ม โดยเฉพาะสเกาท์ที่หางกระดิกไปมาอย่างรุนแรงจนเจ้าตัวต้องหันไปจับไว้

“มีเรื่องอะไรดีๆงั้นเหรอ?” เบนถาม รูกกับสเกาท์ไม่ตอบ เอเลี่ยนทั้งสองทำเพียงแค่ยิ้ม บลองโก้เข้ามาคลอเคลียคนรัก หนุ่มเรโวนน่าหอมแก้มเด็กหนุ่มหลายครั้ง เบนหัวเราะ “โอเค มีอะไรกัน?”

“เดี๋ยวลงไปจะรู้เอง” รูกกระซิบก่อนจะส่งเสียงครางเหมือนแมวเวลาพึงพอใจ สเกาท์ครางหงิงเข้ามาคลอเคลียเบนด้วยคน

ไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะอยู่ในช่วงท้องเลยทำให้ประสาทสัมผัสดีกว่าปกติหรือเพราะหัวใจของทั้งสองคนเต้นแรงมากๆกันแน่เลยทำให้เบนได้ยิน แต่ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลไหน ทั้งสองคนดูตื่นเต้นและดีมาก

สองหนุ่มเอเลี่ยนพยุงภรรยาสุดที่รัก พาเดินลงบันไดมาชั้นล่าง บ้านค่อนข้างเงียบ เงียบจนเขาอดหวั่นใจไม่ได้ว่ามันจะมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้นหรือเปล่า? เบนชะงัก แทบสะดุ้งด้วยซ้ำเมื่อเห็นท่าทางโคตรจริงจังของวิวแก็กซ์กับเควิน

“มีอะไรกันงั้นเหรอ?” เบนเริ่มคิดแล้วว่าเรื่องที่เหล่าสามีของเขาอยากคุยด้วยมันต้องไม่ใช่เรื่องเล็กๆแน่ ท่าทางเคร่งเครียดของบรรดาสามีทำให้เบนคิดว่ามันต้องเป็นเรื่องคอขาดบาดตายแน่ หรือว่าจะมีพวกศัตรูบุกมาอีกแล้ว?

ในขณะที่ภรรยาตัวน้อยกำลังคิดไปไกล ในใจของเหล่าสามีกลับเต็มไปด้วยความตื่นเต้น นี่มันคือนาทีชีวิต หนึ่งในช่วงเวลาที่พวกเขาฝันถึง บ่อยครั้งที่พวกเขาได้แต่จินตนาการว่าเบนจะมีปฏิกิริยาอย่างไรกับเหตุการณ์นี้ พอคิดแล้วมันก็อดกังวลไม่ได้ ถ้าเบนปฏิเสธพวกเขาล่ะ?

เบนรักพวกแกมาก ฉะนั้นอย่าเสือกกลัวไปเอง ไอ้พวกไก่อ่อน!!!’ คำด่าของคอนสแตนตินกระแทกหัวสมองพวกเขาเต็มๆ ใช่ จะมากลัวกับสิ่งที่ไม่ได้เกิดขึ้นได้ไง? เบนต้องไม่ปฏิเสธอยู่แล้ว...มั้ง

แต่มีทางเดียวจะรู้

รูก,สเกาท์,เควินและวิวแก็กซ์ มายืนตรงหน้าเบน เด็กหนุ่มกระพริบตาด้วยความไม่เข้าใจกับการกระทำของบรรดาสามี เขาขมวดคิ้วเมื่อเหล่าสามีคุกเข่าลงข้างหนึ่ง

“พวกคุณ ทำ...อะไร?” เสียงเบาลงในประโยคสุดท้าย เบนอ้าปากค้าง ดวงตาเบิกกว้าง เมื่อบรรดาสามีหยิบบางอย่างออกมาจากกระเป๋า มันเป็นกล่องขนาดเล็ก มีสีแดงและน้ำเงินกำมะหยี่

...ไม่-จริง-น่า ล้อกันเล่นใช่ไหมเนี้ย?เบนเม้มปาก พยายามสงบจิตสงบใจเข้าไว้ ถึงแม้สถานการณ์เริ่มเข้าพล็อตหนังเข้าไปทุกทีๆ นั่นคงไม่ใช่อย่างที่คิดใช่ไหมเขากลืนน้ำลาย หัวใจเต้นช้าแต่หนักหน่วงจนเสียงมันดังก้องในหู ลุ้นระทึกในการกระทำต่อจากนี้ของเหล่าสามี

พวกเขาเปิดกล่องแทบจะพร้อมกัน เผยให้เห็นแหวนเงินประดับอัญมณีสีเขียวมรกตและลวดลายอีกเล็กน้อยด้านใน

“เบนจามิน เคอร์บี้ เทนนิสัน หลังจากที่พวกเราได้ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันมานานหลายปี เจ้า/นายมีความหมายกับพวกเรามาก เจ้า/นายสำคัญกับพวกเรามาก เจ้า/นายคือชีวิต คือโลกทั้งใบของพวกเรา และนี่คือสิ่งที่พวกเราอยากถามเจ้า/นาย” พวกเขาพูดพร้อมกันด้วยเสียงทุ้มหนักแน่น “เจ้า/นายจะให้เกียรติแต่งงานกับพวกเราได้ไหม?”

เบนยืนนิ่งด้วยความอึ้ง เขาไม่มีปฏิกิริยาใดๆจนเหล่าสามีเริ่มกังวล แต่แล้ว น้ำตาก็ไหลออกมาจากดวงตาสีเขียวมรกต บรรดาสามีสะดุ้ง ความคิดแย่ๆเริ่มผุดเต็มหัว แต่ความคิดเหล่านั้นก็ต้องหายไปเมื่อเด็กหนุ่มยิ้มกว้าง

พวกเขามองเบนที่เดินเข้ามาใกล้ ความยินดีประดับอยู่บนรอยยิ้มและแววตา

“นึกว่าพวกนายจะไม่มาขอกันซะแล้ว” เบนหัวเราะ เขาคุกเข่าลงกอดรูกกับเควินที่อยู่ใกล้ที่สุด ก่อนจะผละออกไปกอดวิวแก็กซ์กับสเกาท์กันการน้อยใจ น้ำตาแห่งความยินดีไหลไม่หยุด “ตกลง!! แน่นอนฉันตกลง!!!

พวกเขาโล่งใจและยินดี มีความสุขจนน้ำตาแทบไหล แต่ก็ต้องรักษาภาพลักษณ์กันหน่อย จึงต้องกลั้นน้ำตาเอาไว้...คงกลั้นอยู่หรอก

 

++++++++++++++++++++++++++++++++++

 

อีกด้านหนึ่ง ณ ดาวโลก

 

“เกวนโดลิน” เสียงกระซิบไร้ที่มาทำหญิงสาวสะดุ้ง เธอกวาดตามองโดยรอบแต่ไม่มีใครนอกจากตัวเธอเอง มันจะไปมีใครได้ไง? ก็ในเมื่อนี่คือห้องนอนของเธอ และเธอก็ลงอาคมนิรภัยคุ้มกันไว้ตั้ง 15 บท ไม่มีทางที่ใครหรืออะไรจะเข้ามาได้

“บางทีเราคงหูฝาดไป” เกวนพึมพำ อ่านตำราในมือต่อ

“เกวนโดลิน” เสียงกระซิบดังขึ้นกว่าเดิม ครั้งนี้มันดังใกล้หูของเธอ เด็กสาวสะดุ้งเผลอปล่อยมือจากตำรา แต่แทนที่มันจะตกลงพื้น มันกลับตกลงไปบนมือใครบางคนแทน “เกวนโดลิน”

“คุณเป็นใคร?” เกวนถอยห่างออกมาจากชายวัยกลางคนปริศนาที่จู่ๆก็มาปรากฏตัวในห้องนอนเธอ เด็กสาวตั้งท่าพร้อมต่อสู้ถ้าชายคนนี้มีท่าทางคุกคามเธอ “เข้ามาที่นี่ได้ยังไง?”

“รู้สึกเดจาวูบ้างไหมเกวนโดลิน?” ชายแปลกหน้าหัวเราะกับท่าทางเดิมๆและประโยคเดิมๆของเด็กสาว เขาหรี่ตา ดวงตาสีแดงประหลาดเห็นอะไรบางอย่างในตัวของเกวน เขาแสยะยิ้ม พวกมันคงไม่รู้ว่าเกวนได้รับการสนับสนุนจากเขา โชคดีเป็นของเขาเมื่อเด็กสาวไม่อาจออกเสียงชื่อของเขาได้อย่างถูกต้อง ทำให้พวกมันไม่รู้ว่ามันคือเขาเองที่พยายามฆ่าเบนจามินกับไดอากอน และเพราะแบบนั้น พวกมันจึงไม่รู้ว่าเขาสามารถทำอะไรได้บ้าง “ข้ารู้ว่าร่างนี้แตกต่างจากครั้งก่อนที่เราเจอกัน แต่เนื้อในมันยังคงเป็นข้าคนเดิม”

“เราเคยเจอกันมาก่อน?” เกวนมั่นใจว่าเธอไม่เคยเจอชายปริศนาคนนี้

“บางทีชื่อนี้อาจพอทำให้เจ้าจำอะไรได้บ้าง” คนแปลกหน้าหัวเราะในลำคอ “ข้าชื่อ Abnyar พอจะคุ้นๆบ้างไหม?”

“เอ็บไนอา? ชื่อประหลาด-” เพียงแค่ได้ยินชื่อของชายแปลกหน้า เธอก็เริ่มรู้สึกปวดหัว เสียงกระซิบและภาพเลือนรางผุดขึ้นมาในหัวมากมาย “อะไรกัน?”

“ไม่มีอะไร” Abnyarหัวเราะ “ก็แค่ความทรงจำของเจ้าเริ่มกลับมาเท่านั้นเอง”

เกวนเม้มปาก เธอปวดหัว มันปวดมากจนเธอทรุดลงไปคุกเข่ากับพื้น มือทั้งสองข้างกุมหัวไว้แน่น เด็กสาวเบิกตากว้างเมื่อความทรงจำทะลักเข้ามาในหัว เธอหอบหายใจ กระบอกตาและสมองของเธอร้อนแทบไหม้จากพลังบางอย่างของ Abnyar

“เอ็บไนอา?” เกวนพึมพำชื่อของชายปริศนา แม้จะออกเสียงไม่ถูกก็ตาม “นั่นคุณหรอ?”

“อ่า ในที่สุด เจ้าก็จำได้สินะ เกวนโดลินคนสวย” Abnyar หัวเราะ กุมแก้มเด็กสาว เขาแสยะยิ้มขณะใช้นิ้วโป้งลูบคลึงริมฝีปากล่างของหล่อน “งานของเรายังไม่จบ”

 

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

 

ณ ดาวกัลแวน

 

ยานรบปริศนาหลายสิบลำ ถ้ามองแค่ตาเปล่า ใช่ มันมีหลายสิบลำ แต่ถ้ามองในมุมมองที่กว้างกว่านั้น มันมีเกินร้อยและมันกำลังเคลื่อนพลตรงไปยังดาวเคราะห์กัลแวน 

แอซมัทกับอัลบิโด้รู้ถึงการมาเยือนของยานรบเหล่านี้จึงรีบกลับมาที่ดาวบ้านเกิดเผื่อจะพอช่วยอะไรได้บ้าง แต่ช่างน่าเศร้าที่การมาของพวกเขามันเปล่าประโยชน์ ในทางกลับกัน ดูเหมือนอาจต้องตายที่นี่พร้อมกับคนของพวกเขา

“ยานของพวกไฮบรีด?” อัลบิโด้มองยานรบที่ลอยอยู่เหนือน่านฟ้าดาวกัลแวน เขากำมือแน่น รู้สึกเจ็บใจที่ไม่อาจทำอะไรได้

“ผิด” เสียงปริศนาดังขึ้นพร้อมกับแสงสว่างวาบและการปรากฏตัวของบีทวิคซ์กับพาราด็อก “พวกมันไม่ใช่ไฮบรีดธรรมดา พวกมันได้รับพลังมาจากเทพดึกดำบรรพ์ (Primitive God)”

“พวกนายต้องมาด้วยกันกับเรา” พาราด็อกเอ่ย

“ไร้ประโยชน์น่าเหล่านักท่องเวลา ถ้ามันเป็นจริงอย่างที่เจ้าพูด พวกเราก็หนีไม่พ้นหรอก” แอซมัทมองยานรบบนท้องฟ้า “ระบบป้องกันภัยของกัลวินไม่ได้ถูกออกแบบมาให้ป้องกันอันตรายจากเทพดึกดำบรรพ์ พวกเราไม่รอดแน่”

“พวกมันมาทำลายเราเพราะรู้ว่าพวกเราเป็นเพียงเผ่าพันธุ์เดียวที่พอจะต่อกรกับพวกมันได้สินะ” อัลบิโด้วิเคราะห์

“สำหรับกาแล็กซี่แถบนี้ ใช่” บีทวิคซ์กล่าว เด็กหนุ่มกอดอกหรี่ตามองแอซมัทกับอัลบิโด้ “แต่สำหรับเผ่าพันธุ์ที่ฉลาดที่สุดในจักรวาล...ถามจริง?...จะยอมแพ้ง่ายๆแค่นี้?”

“แล้วเรายังสามารถทำอะไรได้อีก?” อัลบิโด้ถาม ยานรบนับร้อยลอยอยู่เต็มน่านฟ้าดาวกัลแวน ไม่ว่าจะคิดอย่างไรก็ไม่อาจหาทางรอดออกไปจากที่นี่ได้ แม้เขาจะได้รับพรมาจากมารดาอสูรแต่ก็ใช่ว่าเขาจะใช้มันได้คล่องและสามารถเอาชนะยานรบเหล่านี้ได้ ได้ตายก่อนกลับไปหาเบนจามินแน่อัลบิโด้เม้มปาก กำมือแน่น

“พวกเรายังพอมีทางรอด” พาราด็อกกล่าว

“คำแนะนำ ตอนนี้ยังพออพยพทัน” บีทวิคซ์ดวงตาเรืองแสง “ฉันไม่อาจแทรกแซงได้มากนัก แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีลูกเล่นอะไรเลย ฉันจะทำให้เวลาเดินช้าลง ในระหว่างนั้นรีบอพยพชาวกัลแวนทั้งหมดไปที่เทนนิเซียให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้”

“ที่รัก” พาราด็อกกุมมือคนรักของเขา บีทวิคซ์บีบมือตอบ ทั้งสองสบตากัน ในแววตาของคนอายุมากกว่าเต็มไปด้วยความเป็นห่วง เด็กหนุ่มรู้ดีว่าการกระทำของเขามันผิดกฎอยู่หลายข้อ แต่เขาไม่สน ถ้ามันจะพอช่วยใครได้ เขายินดีแหกกฎ และเชื่อเถอะว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่บีทวิคซ์แหกกฎเพื่อช่วยคน

“คุณก็รู้ว่าคุณห้ามผมไม่ได้” บีทวิคซ์ยิ้มอ่อน รู้สึกคิดถูกที่ฝากวิกตอเรียไว้กับตัวเขาในมิติอื่น การกระเตงลูกมาในมิติที่กำลังจะเกิดสงครามไม่ใช่สิ่งที่เขาอยากทำ

“ถูก” พาราด็อกถอนหายใจ เขาไม่เคยห้ามคนรักได้เลยสักครั้ง

“อย่าห่วง เห็นแบบนี้ ผมก็ระวังตัวนะ ไม่ให้เกิดผลกระทบอะไรกับมิตินี้หรอก” บีทวิคซ์กล่าว “อีกอย่างเทพผู้เป็นหนึ่งเดียวกับกาลเวลาไม่ว่าอะไรผมหรอก”

“ทำไมต้องไปที่ดาวเทนนิเซีย” อัลบิโด้ถาม ไม่อยากพาภัยร้ายนี้ไปหาเด็กหนุ่มที่เขารัก

“ฉันรู้ว่านายอยากปกป้องเบน พ่อหนุ่มนักรัก” บีทวิคซ์กรอกตา “แต่เชื่อเถอะ ในจักรวาลแถบนี้ ที่นั่นปลอดภัยที่สุดแล้ว”

“ก็อาจจะ” แอซมัทหรี่ตา ต้องยอมรับว่าสิ่งที่บีทวิคซ์กล่าวมีส่วนถูกหลายส่วน เขตแดนของพวกทายาทเทพบรรพกาลปลอดภัยสุดในแถบนี้ เป็นที่รู้กันทั่วจักรวาลว่าไม่ควรเข้าไปทำให้พวกเทพบรรพกาลไม่พอใจ มิเช่นนั้นได้เกิดหายนะแน่ ไม่ใช่หายนะธรรมดาด้วย โคตรของโคตรหายนะเลยล่ะ!!

“เราควรรีบ” พาราด็อกมองโครโนนาวิเกเตอร์ “เวลาเราเหลือไม่มากแล้ว”

บีทวิคซ์ดวงตาเรืองแสงมากกว่าเดิม พาราด็อกจับมือคนรักของเขาไว้แน่น กาลเวลาเริ่มเดินช้าลง มันไม่หยุดนิ่ง แต่เดินช้ามากๆ

“เร็วเข้า” บีทวิคซ์เร่ง เขามีขีดจำกัด เขาไม่สามารถหยุดเวลาได้นานถ้าไม่อยากให้เกิดผลกระทบใดๆกับมิตินี้และการทำให้เวลาเดินช้าลงก็ไม่ต่างกัน

 พลังแห่งกาลเวลามีผลกระทบกับทุกๆสิ่งถ้าเขาไม่ระวัง ถึงจะชอบทำอะไรตามใจตัวเองและไม่สนกฎเกณฑ์อยู่บ่อยครั้ง แต่บีทวิคซ์ก็ทดแทนส่วนนั้นด้วยความรอบคอบและระมัดระวัง

เขาไม่ยอมให้ทุกๆสิ่งที่เขาสร้างมาจนถึงตอนนี้พังทลายลงเพียงแค่เพราะความเอาแต่ใจและความประมาทของตัวเขาเองหรอก!

พวกเขารีบเท่าที่จะรีบได้ แอซมัทใช้เครื่องย้ายมวลสาร ส่งผู้คนของเขาไปเทนนิเซียให้มากที่สุด

ในขณะนั้น ยานรบเริ่มทำการปล่อยเลเซอร์ลงมาทำลายดาวกัลแวน แต่เนื่องจากบีทวิคซ์ทำให้เวลาเดินช้าลง พวกเขาจึงเห็นลำแสงค่อยๆถูกรวบรวมแล้วยิงลงมาบนพื้นดาวเป็นภาพช้า แบบ ช้าจนแม้แต่คนมองยังอดรู้สึกหงุดหงิดไม่ได้ เด็กหนุ่มเม้มปาก เริ่มถึงขีดจำกัดของเขาแล้ว

“ฉันรั้งได้อีกแค่ 3 วินาทีเท่านั้น” บีทวิคซ์พูด

“อพยพคนหมดแล้ว” แอซมัทกล่าว

“ดี” พาราด็อกโอบคนรักของเขาเข้ามากอด “งั้นเราควรไปกันบ้าง”

 เกิดแสงสว่างวาบขึ้น เวลากลับมาเดินปกติ พวกเขาหายตัวไปได้ทันก่อนที่แสงเลเซอร์จะยิงมาที่พวกเขา

ดาวกัลแวนถูกทำลาย เป้าหมายต่อไปของเหล่ายานรบไฮบรีดกลายพันธุ์ คือดาวเทนนิเซีย

 

+++++++++++++++++++++++++++++++

 

ณ ดาวเทนนิเซีย

 

“สรุปที่ชอบหายไปหลอมอะไหล่คือไปทำแหวน?” เบนหลุบตามองแหวนเงินบนนิ้วนางข้างซ้าย มันควรมี 4 วงตามจำนวนสามีของเขา แต่ต้องขอบคุณคุณสมบัติของแร่ไฮเดรจีรัมที่ทำให้แหวนสี่วงรวมกันกลายเป็นวงเดียว เบนยิ้มอ่อน “ลงทุนกันจริงนะ”

“ถูก” เควินถอนหายใจเอนตัวหนุนตักภรรยาสุดที่รัก “หลอมแทบตายกว่าจะได้แหวนหนึ่งวง”

“เซอร์ไพส์ไหม?” สเกาท์ถาม แววตาเป็นประกาย

“สุดๆ” เบนหัวเราะ ลูบหัวสามีโลโบนที่หางกระดิกและส่งเสียงครางหงิง

“ขอโทษที่ขัดจังหวะ” แสงสว่างวาบขึ้นพร้อมการปรากฏตัวของคนที่พวกเขาคุ้นเคยเป็นอย่างดี “แต่เกรงว่าพวกเธอคงไม่มีเวลาสำหรับการฉลองน่ะสิ สหาย”

“ศาสตราจารย์พาราด็อก? บีทวิคซ์?” เบนกระพริบตา มองคนคุ้นหน้าทั้งสองและชายอีกสองคนที่คู่รักแห่งกาลเวลาพามาด้วย “ทำไมพวกคุณถึงอยู่กับแอซมัทและอัลบิโด้?”

“เราต้องคุยกัน ด่วน” บีทวิคซ์พูดเสียงจริงจัง เบนรู้สึกได้ว่า สถานการณ์นี้แหละเรื่องคอขาดบาดตายของจริง

 

ทุกๆคนไปรวมตัวกันที่วิหารของโจ บรรยากาศตรึงเครียดจนลูน่ากระแอมไอ

“ขอโทษนะ ฉันรู้ว่ามันมีเรื่องใหญ่เกิดขึ้น แต่ช่วยกรุณาอย่าแผ่รังสีกันได้ไหม” คุณหมอผมทองถอนหายใจ พยักเพยิดหน้าไปทางเบน “เรามีคนท้องอยู่ตรงนี้หนึ่งคนนะ”

“นั้นแหละประเด็นหลักที่พวกเรามาในวันนี้” บีทวิคซ์ถอนหายใจ

“การกรีฑาทัพของพวกไฮบรีดกลายพันธุ์เริ่มต้นขึ้นแล้ว” พาราด็อกกล่าว ทุกๆคนเบิกตากว้าง

“อะไรนะ!!!?” พวกเขาอุทานพร้อมกัน

“แต่...พวกเรารักษาพวกเขาหมดแล้ว ไม่ใช่เหรอ?” เบนกล่าว “มันไม่ควรจำเกิดสงครามสิ”

“รักษาแล้ว แต่ท่าทางจะไม่ทั้งหมด” บีทวิคซ์หรี่ตา “สงครามกับพวกไฮบรีดยังคงมีอยู่ แต่เหตุผลของสงครามในครั้งนี้ ไม่ใช่เพราะทำลายเผ่าพันธุ์อื่น บลาๆๆ อะไรก็ช่าง แต่มันเพราะ เธอ”

“ผม?” เบนชี้ตัวเอง “อย่าบอกนะว่า”

“ปัญหาเดิม” บีทวิคซ์มองบน เบนกุมขมับ “ไอ้เทพดึกดำบรรพ์งี่เง่านั่น หลอกล่อไฮบรีดไปเป็นพวกได้ แล้วตอนนี้มันก็ใช้ลูกน้องไฮบรีดกลายพันธุ์ของมันมาจัดการเธอ”

“...เวร” เบนสบถ

“ระยำ” เควินคำราม “มันจะรังควานเมียกับลูกของฉันอะไรนักหนา”

“ลูกของข้าต่างหาก” วิวแก็กซ์แย้ง

“เรายังไม่รู้ว่าใครเป็นพ่อเด็ก” เควินยักไหล่ “ฉันมีสิทธิ์พูดได้เต็มปากว่าเด็กในท้องของเบนเป็นลูกของฉัน”

“ลูกของข้าต่างหาก” วิวแก็กซ์ยังคงยืนยันคำเดิม

“เฮ้ มันใช่เวลามาอ้างสิทธิ์การเป็นพ่อเด็กตอนนี้ไหม!!!” บีทวิคซ์แยกเขี้ยว “ที่น่าห่วงตอนนี้ความปลอดภัยของเบนกับลูกนะโว้ย!!!

“บีทวิคซ์พูดถูก” รูกเห็นด้วย “เรื่องนั้นเอาไว้ค่อยว่ากันหลังจากจบเรื่องนี้เถอะ”

“สถานการณ์ตอนนี้อยู่ในขั้นวิกฤต พวกมันถล่มดาวของพวกข้าแล้ว” แอซมัทกล่าว “ดาวดวงเดียวที่มีวิทยาการพอต่อกรกับพวกมันได้”

“โอ้ว ให้ตายเถอะ” เบนเครียด ครั้งที่เท่าไรแล้วที่มีดาวถูกทำลายเพราะเขา? ครั้งที่สามได้มั้ง?

“มันไม่ใช่ความผิดของเจ้า” อัลบิโด้ปลอบ ไม่คิดจะโทษคนรักของเขา แอซมัทกุมมือเบนเป็นการปลอบเด็กหนุ่มโดยไร้คำพูด “อย่าโทษตัวเองเลย”

“...ขอบคุณ” เด็กหนุ่มลูบหน้า แต่ถึงกระนั้น เขาก็ยังต้องกังวลถึงเป้าหมายต่อไปของพวกไฮบรีดกลายพันธุ์ ไม่ต้องสงสัยเลยว่าดาวดวงใดที่มันจะไปเยือนต่อ ก็ที่เทนนิเซียนี่ไง!!! เบนยกมือปิดปากอย่างใช้ความคิด “พวกมันมีกำลังรบเท่าไร?”

“จากล่าสุดที่เห็น มีเป็นร้อย” อัลบิโด้กล่าว

“คำถามต่อมาคือมันต้องใช้เวลาเท่าไรถึงจะเดินทางมาถึงที่นี่ได้” เบนเดินวนไปมา “ถ้ามีเวลามากพอ เราอาจพอคิดหาวิธีป้องกันได้ทัน”

“แต่มันเป็นไปไม่ได้” รายนี่กล่าวทำให้ทุกคนหันมามอง

“หมายความว่าไงที่ว่าเป็นไปไม่ได้?” เบนถาม

“คือ ข้าเพิ่งนึกออก จากการเช็คประชากรล่าสุด มีไฮบรีดหายไปแค่ตนเดียว” รายนี่เอ่ย นั่นยิ่งทำให้ทุกๆคนเกิดความงุนงง โดยเฉพาะพวกที่เห็นยานรบนับร้อยมาเองกับตา “มันจึงเป็นไปไม่ได้ที่จะมียานรบเป็นร้อยลำ”

“มีบางอย่างไม่ชอบมาพากล” เบนพึมพำ

“บางทีอาจเป็นการโคลนนิ่ง? แยกร่าง?” ลูน่าวิเคราะห์ “แยกร่างน่าจะใกล้เคียงที่สุด ไวรัสที่เทพดึกดำบรรพ์ให้ มันทำให้เหยื่อที่โดนแยกร่างบ่อยจะตาย และถ้าเป็นแบบนั้นเราก็มีวิธีจัดการพวกมันแล้ว”

“แค่จัดการร่างจริงของพวกร่างแยกสินะ” รูกกล่าว “แต่ปัญหาคือเราจะรู้ได้ยังไงว่าตัวไหนเป็นร่างจริง?”

“เรื่องนั้นเดี๋ยวฉันกับลูน่าจัดการเอง” คอนสแตนตินเอ่ย “เรื่องง่ายๆ”

“มันจะง่ายแบบนั้นจริงๆเหรอ?” บีทวิคซ์กับเบนพูดพร้อมกัน พวกเขาหันมาสบตากัน ทั้งสองคนสังหรณ์ว่าเรื่องมันไม่ได้มีแค่นี้

 

ตู้ม!!!!!!!!!!!!

โครม!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

ตึ้ง!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

 

เบนสะดุ้ง วิวแก็กซ์ดึงภรรยาตัวน้อยมาหลบด้านหลัง เควิน,รูกและสเกาท์รีบมาอยู่ใกล้เบน เผื่อเหตุการณ์ไม่คาดฝัน พวกเขาจะได้ช่วยเด็กหนุ่มทัน

เสียงระเบิดดังขึ้นพร้อมกับร่างของใครบางคนที่ลอยเข้ามาในวิหาร กระแทกพื้นอย่างรุนแรงจนพื้นวิหารพัง ร่างนั้นกลิ้งมาหยุดอยู่แทบเท้าวิวแก็กซ์ เอเลี่ยนตัวใหญ่หรี่ตามองร่างที่นอนหายใจรวดรินอยู่บนพื้นแทบเท้า ลูน่ากับเบนเบิกตากว้าง

“ลูคัส/อาลูคัส!!” ลูน่ากับเบนร้องด้วยความตกใจ หญิงสาวผมทองเข้ามาพยุงร่างของหนุ่มหน้าเละขึ้นมาแนบอก สภาพร่างกายของอีกฝ่ายเต็มไปด้วยเลือด ทั้งหน้าทั้งตัวก็เละยิ่งกว่าเดิม

“เกิดอะไรขึ้นลูคัส?” คอนสแตนติสถาม ลูคัสอ้าปากพะงาบๆ เขาขยับขากรรไกรได้ยากลำบากเนื่องจากกล้ามเนื้อตรงส่วนนั้นหลุดหายไปค่อนข้างเยอะ เสียงคราง ฮือๆ เหมือนคนใกล้ตายทำหลายๆคนรู้สึกไม่ดีและสงสัยว่าตัวอะไรที่สามารถทำร้ายลูคัสได้ขนาดนี้

เนื่องจากพูดได้ยากลำบากและหายใจก็ลำบากด้วย เพราะกระดูกซี่โครงมันแทงทะลุปอด ลูคัสจึงค่อยๆชี้นิ้วออกไปที่ด้านนอกวิหาร

บีทวิคซ์มองตามก่อนจะเบิกตากว้าง

“...ไม่จริงน่า” บีทวิคซ์อึ้ง “ทำไมพวกมันถึงได้มาถึงที่นี่เร็วขนาดนี้?”

คำพูดของบีทวิคซ์ทำให้ทุกๆคนหันไปมองด้านนอกวิหารตามบีทวิคซ์ พวกเขาอึ้งเมื่อพบว่าน่านฟ้าของดาวเทนนิเซียเต็มไปด้วยยานรบหลายร้อยลำ

“ดูท่าเราต้องรีบทำอะไรสักอย่างแล้ว” เบนกล่าว “อย่างด่วนด้วย”

“แยกย้ายกันตามหาตัวจริงของไฮบรีดกลายพันธุ์แล้วจัดการเขาซะ ดูจะเป็นแผนที่เข้าท่าที่สุดแล้ว” รูกแสดงความคิดเห็น “ตอนนี้พวกเราทำได้แค่นี้”

“งั้นรีบลงมือเลยเถอะ” เบนเอ่ย

“แต่เธอจะไม่ได้ไปทำอะไรที่ไหนทั้งนั้น เบนจามิน เคอร์บี้ เทนนิสัน” เสียงปริศนาดังขึ้นพร้อมกับเสียงลงส้นเท้าตรงมาทางพวกเขา ชายแปลกหน้าเดินเข้ามาในวิหารของโจ ดวงตาสีแดงแปลกประหลาดจ้องมองมาที่เบน เขาแสยะยิ้ม “สวัสดี เบนจามิน นี่คงเป็นครั้งแรกสินะที่เราได้พบกัน”

“แก” บีทวิคซ์ดวงตาเรืองแสง เขาทำท่าจะเข้าทำร้ายชายปริศนาแต่ถูกพาราด็อกกอดห้ามไว้ “แกมาทำบ้าอะไรที่นี่!!! แกไม่มีสิทธิ์เข้ามาในมิตินี้!! พวกแกทุกๆตัวถูกขับไล่ออกไปแล้ว!!!

“ข้าก็ไม่ได้เข้ามาเสียหน่อย” ชายแปลกหน้าหัวเราะเสียงน่าขนลุกแต่ในความรู้สึกของบีทวิคซ์ เสียงหัวเราะช่างวอนตีนเหลือเกิน “การสิงร่างคนอื่นเข้ามา ไม่ได้อยู่ในข้อห้ามเสียหน่อย”

“ไอ้-”

“ที่รัก ใจเย็น” พาราด็อกปลอบคนรักของเขา ชายหนุ่มจ้องชายปริศนาอย่างระมัดระวัง  “เธอต่อกรกับเขาไม่ได้”

บีทวิคซ์เม้มปาก พาราด็อกพูดถูก แม้จะไม่อยากยอมรับ แต่คนรักของเขาพูดจริง บีทวิคซ์ไม่สามารถต่อกรกับอีกฝ่ายได้ ซึ่งมันเป็นอะไรที่น่าเจ็บใจที่สุดรองจากไม่ได้กระทืบวิวแก็กซ์

“ถูก” ชายแปลกหน้าแสยะยิ้มกว้าง “และข้าไม่ได้มาที่นี่เพื่อทำร้ายเจ้า แต่จุดประสงค์ของข้าคือเขา”

ชายปริศนาชี้มาที่เบน วิวแก็กซ์ใช้ร่างตนบังภรรยาตัวน้อยอย่างปกป้อง เหล่าสามีของเบนจ้องผู้บุกรุกเขม็ง ทุกๆคนที่นี่รู้สึกได้ว่าชายแปลกหน้าผู้นี้อันตราย พวกเขาเตรียมพร้อมสำหรับการต่อสู้ที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ

“ส่งเขามาให้ข้า แล้วทุกๆอย่างจะจบลงได้ด้วยดี” ชายแปลกหน้าเอ่ย “ข้าและกองทัพของข้าจะกลับไปทันทีที่ได้ตัวเบนจามิน หรือ เบนจามินกับมารหัวขนในท้องตาย”

“ฝันไปเถอะ” วิวแก็กซ์พูดเสียงทุ้มหนักแน่น “แกจะไม่ได้แตะต้องเมียกับลูกของข้าแม้เพียงปลายเล็บ”

“นี่ ข้าขอดีๆแล้วนะ” ชายปริศนาทำหน้าเศร้าราวกับโดนทำร้ายจิตใจ แน่นอนว่ามันคือการเสแสร้ง “ในเมื่อขอดีๆไม่ให้ ก็มีแต่ต้องใช้กำลัง”

“แกก็กะจะทำแบบนั้นมาตั้งแต่แรกอยู่แล้วไม่ใช่หรือไง?” เควินกล่าว “ตอแหลไม่เนียนเลยนะแก”

“หึ ปากคอเรอะร้ายจริง” ชายแปลกหน้าเอ่ย “จะว่าไป ข้ายังไม่ได้แนะนำตัวเลยนี่นะ ข้ามีนามว่า Abnyar

Abnyar?” เบนหรี่ตา “หรือว่านาย คือเทพดึกดำบรรพ์ที่หลอกลวงเกวน?”

 

 

 

 








 

 

TBC.

 

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

 

ตัดจบแบบละครไทยและซีรี่ย์บางเรื่อง(หรือหลายๆเรื่องหว่า?)

ตอนที่แล้วแทบระอุ+ระเบิด เนื่องจากการกระทำของโจ

ทำไมคนเขียนหายไปนาน? คนเขียนป่วย+เวลาว่างน้อย(แต่เขียนทุกวันแม้จะเขียนได้หนึ่งบรรทัดก็ตาม) คนเขียนมันอ่อนแอ!!!(//น้ำตาตกในแปบ)

 เฮ้ย นี่โจคือพระเอกตัวจริงของเรื่องใช่ไหมทุกๆคน? คนเขียนแตะนิดแตะหน่อยแม่ยกถึงกับแยกเขี้ยว(ในมโนคนเขียนเป็นแบบนั้นเบย)

แล้ว...คนเขียนบอกเมื่อไรหรอว่าโจเขาจะไปมีเมียเป็นชะนีมังกรน่ะหืม?

ไม่ๆๆๆๆ ไม่แน่นอน หมายถึงไม่มีเมียน้อยแน่นอน55555555555555

อีกอย่าง คนเขียนก็ไม่ได้กะให้เฮียแกไปมีบ้านน้อยอยู่แล้ว ที่ใส่มานี่ก็แค่หาเรื่องเฮีย555555555 น่านะ เพิ่มสีสันต์ให้เนื้อเรื่อง(เหรอ)

เอาแล้ว น้องเบนอุตส่าห์เสียตัว(?)เพื่อไม่ให้เกิดสงครามไฮบรีด แต่อิAbnyarเสือกทำเสียแผนหมด

ตอนหน้าสงครามจ้า!!! เหล่าสามีกระทืบอิAbnyarที่บังอาจทำความพยายามของน้องเบนสูญเปล่า (แบบนี้เข้าข่ายได้ชู้ฟรีแถมฟรีสงครามหรือเปล่านะ?//ฮา)




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 119 ครั้ง

520 ความคิดเห็น

  1. #376 Morden Jr (@guysiwakorn28) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 25 มีนาคม 2562 / 05:53
    จับเกวนแยกส่วน ผ่าเครื่องใน ทำมัมมี่ แล้วใส่หม้อดินถ่วงน้ำที่ร่องสมุทรมาเรียนาให้จบๆไปได้มั้ย
    #376
    0
  2. #375 Morden Jr (@guysiwakorn28) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 25 มีนาคม 2562 / 05:52
    จับเกวนแยกส่วน ผ่าเครื่องใน ทำมัมมี่ แล้วใส่หม้อดินถ่วงน้ำที่ร่องสมุทรมาเรียนาให้จบๆไปได้มั้ย
    #375
    0
  3. #373 Dark (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 24 มีนาคม 2562 / 22:43

    หลังจากอ่านนิยายเรื่องนี้มาเราคิดว่าเกวนควรไปรับยาที่ช่อง3????????

    #373
    0
  4. #370 SansOkamiHearts. (@GaomiTheKill) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 24 มีนาคม 2562 / 00:42

    อยากฆ่าเกวนให้มันจบๆ เรื่ิองไปเลย

    ตัดไฟตั้งแต่ต้นลม

    #370
    0
  5. #369 SansOkamiHearts. (@GaomiTheKill) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 24 มีนาคม 2562 / 00:42

    อยากฆ่าเกวนให้มันจบๆ เรื่ิองไปเลย

    ตัดไฟตั้งแต่ต้นลม

    #369
    0
  6. #367 En_MarkBam (@Teay_MarkBam) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 23 มีนาคม 2562 / 22:51

    โห้ยยย เกวนนี่เธอยังไม่หายบื้ออีกหรออออ นั่นเบนญาติแกนะเว้ยยยย ปล.ชอบการใช้ภาษาของเรื่องนี้มากยิ่งนานวันเข้ายิ่งตรงขึ้นเรื่อยๆ555
    #367
    0
  7. #366 Ariya1234 (@Ariya1234) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 23 มีนาคม 2562 / 22:43

    มาต่อเร็วๆๆๆๆๆๆๆนะๆๆๆๆๆๆๆๆๆอยากอ่านๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆมากๆๆๆๆๆๆๆ​ รักเรื่องนี้มากๆๆๆๆๆๆ
    #366
    0
  8. #365 โยชิน่อน (@hellzen) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 23 มีนาคม 2562 / 22:30

    โอ้ยมาแล้ววววววว รู้สึกเป็นห่วงเบนอ่ะอย่าเป็นไรนะะะ แต่แอบรำคาญเกวนยิ่งกว่าแมลงวันตามวนเวียนชอบสร้างปัญหาและความรำคาญให้ชาวบ้านตลอด ต้องรอลุ้น ตอนต่อไปดุเดือดแน่
    #365
    0
  9. #364 pebble1612 (@pebble1612) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 23 มีนาคม 2562 / 22:22

    รอมาตลอดเลยสู้ๆนะเราคอยอยู่ห่างๆอย่างห่วงๆตลอดเลยมาเช็คทุกวันเลย
    #364
    0