[AU Fanfic Ben10] Anlontipe (Yaoi)

ตอนที่ 46 : ตอนที่ 40 : War of the Tennisia (2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 581
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 107 ครั้ง
    1 เม.ย. 62




 

“หรือว่านาย คือเทพดึกดำบรรพ์ที่หลอกลวงเกวน?” เบนจ้องAbnyarเขม็ง เทพดึกดำบรรพ์ที่สิงร่างชายนิรนามแสยะยิ้มชั่วร้าย

“หลอกลวงอะไรกัน ข้าก็แค่ทำให้นางเห็นความจริงเท่านั้นเอง” Abnyar หัวเราะ เบนดวงตาเรืองแสงทำท่าจะพุ่งเข้ามาจัดการคนที่บังอาจทำเขาเป็นศัตรูกับญาติของตัวเอง แต่ถูกเควินกับรูกจับห้ามไว้

“เป็นแกนี่เองไอ้สารเลว!!!” เบนตะโกน “แกบอกอะไรญาติของฉัน!!? แกทำให้เธอเห็นอะไร!!!?”

“อย่างที่บอก ก็แค่ทำให้นางเห็นความจริง” Abnyarหัวเราะในลำคอ เบนสังเกตเห็นว่าดวงตาสีแดงแปลกประหลาดของอีกฝ่ายเรืองแสง “เจ้าเองก็น่าจะรู้ความจริงเกี่ยวกับไดอากอนนี่?”

เบนชะงัก เด็กหนุ่มครุ่นคิดถึงภาพนิมิตที่เขาเคยเห็นเกี่ยวกับไดอากอน  เขาเบิกตากว้าง หน้าซีด เมื่อรู้ว่า Abnyar ให้เกวนเห็นอะไร

ถ้าความจริงที่Abnyarบอกหมายถึงตอนที่ไดอากอนมามิตินี้ครั้งแรกและต่อสู้กับเซอร์จอร์ช(Sir George)ก่อนจะถูกควักหัวใจแล้วถูกขับไล่ออกไปจากมิตินี้ล่ะก็ มันคือหายนะ!!!

เกวนไม่มีทางเชื่อว่าไดอากอนที่กำลังอยู่ในครรภ์ของเขาเป็นผู้บริสุทธิ์ ภาพนิมิตนั้นมันคือความจริงของทุกๆมิติ เขาไม่สามารถแก้ต่างใดๆให้ไดอากอนได้ เด็กหนุ่มเม้มปาก มือสัมผัสหน้าท้องของตัวเอง

บรรดาสามีรับรู้ได้ถึงความกังวลของเบน เควินกุมมือที่วางอยู่บนหน้าท้องของคนอายุน้อยกว่า เขาไม่สนว่านิมิตอะไรที่ไอ้เทพดึกดำบรรพ์นี่ให้เกวนเห็น แต่มันไม่สำคัญเท่ากับปัจจุบันตอนนี้และอนาคตของพวกเขา

Abnyarระเบิดเสียงหัวเราะดังลั่น พึงพอใจกับสีหน้าของเด็กหนุ่ม เขาเหลือบตามองลูน่ากับลูคัส คุณหมอผมทองตัวสั่นอย่างช่วยไม่ได้ แม้จะพยายามแค่ไหนเธอก็ไม่อาจห้ามร่างกายตัวเองได้ ช่างโชคร้ายที่เธอเพิ่งรู้ว่าเทพดึกดำบรรพ์ที่ล่อลวงเกวนคือใคร

งานนี้เราแย่แน่สาวผมทองกลืนน้ำลาย เหลือบตามองคอนสแตนติน โลโบนเผือกกำปืนในเสื้อคลุมแน่น พร้อมเป่ากบาลเทพดึกดำบรรพ์ในร่างมนุษย์ได้ทุกเมื่อ

“ทายาทแห่งเทพรังสรรค์?” Abnyarเอียงคอมองลูน่า “ไม่นึกว่าจะได้มาเจอพวกมีเลือดเนื้อเชื้อไขจักรพรรดิของเทพบรรพกาลที่นี่”

Abnyar” ลูน่ากลืนน้ำลาย “ไม่นึกว่าคุณจะสามารถเข้าออกมิตินี้ได้ และ...พ่อของฉันคือมหาเทพแห่งการรังสรรค์และทำลายล้าง”

“โอ้ นี่เปลี่ยนจักรพรรดิอีกแล้วรึ? แต่ก็เอาเถอะ มันไม่ใช่เรื่องของข้า และที่ข้าสามารถเข้ามาในมิตินี้ได้ หึ พอดีข้ามีคนช่วย” Abnyarหัวเราะ “จักรพรรดิทรราช พวกเจ้าคงรู้จักดี”

“...ปล่อยเบนกับลูกไปซะ” ลูน่าสะดุ้งเมื่อAbnyarกล่าวถึงตัวอันตรายที่พ่อแม่มักจะเล่าให้เธอฟังตอนเป็นเด็ก แต่เธอต้องตั้งสติไว้ สาวผมทองเหลือบตามองลูคัส

แผลของเขาเริ่มสมานตัวกันอย่างช้าๆ แต่แล้วแผลก็ปริแตกอีกรอบเพราะรอยปานสีดำบนร่างกายของเขา ลูน่าขมวดคิ้ว เธอจำได้ว่าลูคัสไม่มีปาน พิษ? ความสามารถของAbnyar? ลูน่าวิเคราะห์

“ก็อยากปล่อยนะ จากใจจริง” Abnyarเอามือทาบอก พูดด้วยน้ำเสียงเห็นอกเห็นใจ แต่พวกเขาทั้งหมดรู้ดีว่ามันตอแหล!!!! อะแฮ่ม มันโกหก “แต่ พอดีพวกพี่น้องของข้าหลายๆคน ไม่พึงพอใจอย่างแรงที่ไดอากอน มันมาเกิดในสายเลือดของพวกเจ้า รู้ไหม? มันไม่ยุติธรรมเลยที่ไดอากอนได้มาเกิดในสายเลือดราชวงศ์ของเทพบรรพกาลแต่พวกข้ากลับต้องถูกเนรเทศให้อยู่อย่างอ้างว้าง ในมิติแห่งความว่างเปล่าตลอดกาล!! มันไม่ยุติธรรม!!!!!!!!!!

“แล้วการที่พยายามฆ่าเด็กบริสุทธิ์มันยุติธรรมตรงไหน!!” เบนตะคอก

“ก็ไม่” Abnyarหัวเราะราวกับคนเสียสติ “มันไม่มีอะไรยุติธรรม ข้ากับพี่น้องของข้าก็แค่ไม่อยากให้สายเลือดฝั่งศัตรูมีประชากรมาเป็นขวากหนามเพิ่มก็เท่านั้น ไดอากอนมันซวยเองที่ยอมจำนนต่อพวกเทพบรรพกาล ส่วนเจ้าก็โชคร้ายที่ดันมาอุ้มท้องไดอากอน อย่าถือโทษโกรธกันเลยนะ”

“ไม่โว้ย!!!” เบนแยกเขี้ยว

“ไอ้ปรสิต” บีทวิคซ์ด่า Abnyarเหลือบตามอง ในแววตาเต็มไปด้วยโทสะ “พวกเราจะไม่ยอมให้แกทำอะไรเบนกับลูกทั้งนั้น”

“อ้อเหรอ แล้วพวกเจ้าจะทำอะไรข้าได้” Abnyarแสยะยิ้ม มองเหยียดทุกๆคนในที่นี้ “ข้ามีทั้งพลังและกองทัพ พวกแกจะทำอะไรได้ และถ้าคิดว่าข้าจะยอมปล่อยให้พวกแกออกไปจัดการกับกองทัพของข้าล่ะก็ คิดผิดคิดใหม่ได้ ไม่ก็ไม่ต้องคิดอะไรเลย”

“ส่วนแกก็เลิกคิดไปได้เลยว่าพวกข้าจะยอมให้แกทำอะไรเมียกับลูกของข้า” วิวแก็กซ์พูดเสียงจริงจัง “พวกข้าไม่มีวันยอม!!

“แกต้องข้ามศพของพวกเราไปก่อน” เควินพูด

“ด้วยความยินดีอย่างยิ่ง” Abnyarแสยะยิ้ม ทำท่าจะเดินเข้าไปจัดการเบนกับบรรดาสามี

“ไอ้ปรสิตตาแดง แน่จริงก็มาสู้กับคนที่ตัวเท่ากันสิ!” บีทวิคซ์ท้าโดยมีพาราด็อกกอดเอวอยู่ด้านหลัง คอยรั้งคนรักของเขาไม่ให้เข้าไปปะทะกับเทพดึกดำบรรพ์ เขาไม่มั่นใจว่าบีทวิคซ์มีแผนอะไร แต่ถ้าแผนของเด็กหนุ่มคือการยั่วให้Abnyarโกรธ คนรักของเขาก็คงสมหวังแล้วล่ะ

“กับใคร เจ้ารึ?” Abnyarหัวเราะเยอะเย้ยมองบีทวิคซ์ขึ้นลง “ขอร้อง เจ้าคิดจะทำให้ข้าขำตายรึยังไง? เจ้าก็รู้กฎดีพอๆกับข้า และถ้าข้าเดาไม่ผิด เจ้าใช้พลังต่อสู้ในมิติอื่นที่ไม่ใช่มิติของตัวเองได้ไม่เต็มที่ แล้วเจ้าจะเอาอะไรมาชนะข้าไม่ทราบ? หรือเจ้าอยากแหกกฎทำให้มิตินี้เกิดปัญหา? เอาเลย ข้าจะรอดูเรื่องสนุก”

บีทวิคซ์กัดฟัน หมั่นไส้เสียงหัวเราะและสีหน้ากวนส้นตีนของAbnyarที่สุด!!! แต่อีกฝ่ายพูดถูก การจะชนะเทพดึกดำบรรพ์ได้คือเขาต้องใช้พลังทั้งหมดที่มี และถ้าเขาใช้พลังระดับสูงในมิติที่ไม่ใช่ของตัวเอง ผลกระทบแย่ๆจะตามมาเป็นขบวน ซึ่งบีทวิคซ์จะไม่ยอมให้เกิดเรื่องไม่ดีกับเบนคนโปรดของเขาเป็นอันขาด

“มันอาจจะจริงที่ฉันไม่สามารถสู้อย่างเต็มที่ในมิติของคนอื่น” บีทวิคซ์สบตาเบน ดวงตาของเด็กหนุ่มเรืองแสง เบนกระพริบตาคล้ายจะเข้าใจเจตจำนงของอีกฝ่าย “แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าฉันจะช่วยเขาไม่ได้ และนี่คือมิติของเบน เขาสามารถทำอะไรก็ได้ ในมิตินี้และดินแดนนี้เขาแข็งแกร่งที่สุด”

“ถ้าเจ้าหมายถึงรูนขับไล่ล่ะก็ มันไม่ได้ผลกับข้าหรอก” Abnyarหัวเราะ “เบนจามินเด็กเกินและไม่มีพลังมากพอจะขับไล่ข้าได้ หึๆๆ”

“ก็ไม่ได้บอกนี่ว่าจะให้ใช้รูนขับไล่” บีทวิคซ์หรี่ตา ล้วงเข้าไปในเสื้อโค้ชของตัวเอง  ควานหาบางสิ่งบางอย่าง สัมผัสแข็งและเย็นของโลหะทำให้เขามั่นใจว่าเขาหาของที่ต้องการเจอ บีทวิคซ์หันไปโยนให้เบนอย่างรวดเร็ว “เบนรับ!!!!

เบนยื่นมือออกไปรับของที่บีทวิคซ์โยนมาให้ สิ่งนั้นคือปืนโคลท์ ไม่จำเป็นต้องพูด เขาก็เข้าใจว่าตัวเขาอีกคนต้องการให้ทำอะไร เด็กหนุ่มไม่รอช้าเล็งปากกระบอกปืนไปทางAbnyarก่อนจะเหนี่ยวไกปืนโดยไม่มีความลังเลใดๆทั้งนั้น

 

ปัง!!!!!!!!!!!!

 

เสียงปืนดังลั่น แรงดีดของปืนทำเบนแขนสั่น ทุกๆอย่างเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะตามมาด้วยเสียงกรีดร้องอย่างเจ็บปวดของAbnyar ทุกๆคนเบิกตากว้าง ตกตะลึงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะแผลของAbnyar ที่เหวอะหวะราวกับเพิ่งโดนใครปาระเบิดใส่มากกว่าโดนยิง

“กระ-กระสุนสังหารเทพ!!Abnyar กุมหน้าที่แหว่งไปครึ่งซีกของเขา แม่งโครตเจ็บเลย!!!’

“เล็งแม่นดีนี่” เควินชม

“ความจริงฉันเล็งกลางหน้าผาก” เบนหอบหายใจ หัวใจเต้นแรงด้วยความตื่นเต้น ตัวเขาสั่นอย่างไม่อาจควบคุมได้จนรูกต้องโอบไหล่ไว้ เควินกับบลองโก้ประคองภรรยาคนสวยที่ดู เหมือนจะแขนขาอ่อนเพราะการยิงคนครั้งแรก...เดี๋ยว...มันไม่ใช่คน มันคือเทพปรสิตที่มาสิงร่างคนต่างหาก

“คงเพราะแรงดีดเลยทำให้พลาดเป้า” รูกแสดงความคิดเห็น

“มันไม่สำคัญหรอก” เบนบีบมือตัวเอง ตั้งสติว่าควรทำอะไรก่อน “รีบใช้โอกาสนี้ออกไปจัดการกับกองทัพของเขาซะ!! เดี๋ยวฉันจัดการ Abnyar เอง”

“ไม่ใช่นายจัดการมัน” เควินแย้ง “พวกเราต่างหาก”

“โอเค” เบนยิ้ม “เดี๋ยวพวกเราจัดการมันเอง”

“คนอื่นๆมากับพวกเรา ส่วนที่เหลืออยู่คุ้มกันเบน” คอนสแตนตินกล่าว เขาหันไปมองเหล่าสามีของเบน “พวกแกคิดว่าพอจะต่อกรกับไอ้บ้านี่เพื่อปกป้องเบนได้ไหม?”

“พวกข้าพอเอาชนะมันได้ พวกเจ้ารีบออกไปจัดการกองทัพของมันซะ” วิวแก็กซ์เอ่ย “ข้าไม่ชอบเห็นสิ่งไม่พึงประสงค์ในดาวของเมียข้า”

“พวกเราเอาอยู่” รูกกล่าว “คิดว่านะ”

“มั่นใจหน่อย ไอ้คนดี” เควินตบหลังรูก “ฝึกหนักกันขนาดนั้น พวกเราต้องจัดการมันได้อยู่แล้ว”

“ดี ฝากดูแลเบนด้วย” คอนสแตนตินเข้ามาช่วยลูน่าพยุงลูคัสออกไปด้านนอกตามด้วยคนอื่นๆ พวกเขาต้องรีบจัดการกองทัพของAbnyarก่อนที่มันจะเป็นปัญหากับพวกเขาทั้งหมด

หญิงสาวผมทองหันมามองเบนอย่างเป็นห่วง เบนยิ้มอ่อนให้เธอ เหมือนเป็นการบอกกลายๆว่าเขาจะไม่เป็นอะไร ลูน่าเม้มปาก อยากอยู่ช่วยเด็กหนุ่มแต่ก็ต้องจำใจไปจัดการภัยร้ายด้านนอกก่อน

บาดแผลของAbnyarเริ่มสมานตัวกัน เขาเหลือบเห็นพวกลูน่ากำลังออกไปจัดการกับกองทัพของเขา เทพดึกดำบรรพ์ในร่างมนุษย์พยายามจะขัดขวาง แต่ก็ต้องร้องด้วยความเจ็บปวดอีกรอบเมื่อกระสุนจากปืนโคลท์ฝังเข้าที่หลังของเขาเต็มๆ ทำเอาหลังเขาแหว่งเป็นรูโบ๋ Abnyarหันมามองคนยิง เห็นเบนเล็งปืนมาทางเขาด้วยแววตาแน่นแน่ ปากกระบอกปืนยังมีควันลอยอยู่  เทพดึกดำบรรพ์คำรามด้วยความโกรธ

“ตอนแรกข้าคิดว่าจะเมตตา ฆ่าเจ้าให้ตายจะได้ไม่ต้องเจ็บปวด แต่ข้าเปลี่ยนใจแล้ว” เส้นเลือดรอบดวงตาของAbnyar ปูดโปนและสีเข้มขึ้น “เมื่อข้ากำจัดไอ้มารหัวขนไดอากอนนั่นออกไปจากตัวเจ้าแล้ว เจ้าจะต้องมาเป็นเครื่องมือผลิตทายาทและกองทัพให้กับพวกข้า!!

“ข้ามศพพวกฉันไปก่อน!!!” เควินพุ่งเข้าใส่Abnyarทันที เทพดึกดำบรรพ์แสยะยิ้ม ไม่คิดว่าการโจมตีของหนุ่มออสโมเซี่ยนจะมีผลกับเขา อย่างมากก็แค่ทำให้ร่างที่เขาสิงบาดเจ็บ แต่เขาคิดผิด         

ทันทีที่กำปั้นซึ่งถูกห่อหุ้มด้วยแร่เทย์เดนไนท์กระแทกเข้าที่หน้าของเขาเต็มๆ ความเจ็บปวดก็เข้าเล่นงานตัวตนจริงๆของเขาทันที

Abnyarเบิกตากว้าง รีบกระโดดถอยออกมาห่างๆเควิน เขาขมวดคิ้ว ยกมือสัมผัสรอยโดนชก เขาซี๊ดปากด้วยความเจ็บ งุนงงว่าทำไมหนุ่มออสโมเซี่ยนถึงสามารถสร้างบาดแผลให้กับตัวตนจริงๆของเขาได้ Abnyarมองมือของเควิน เขาสังเกตเห็นประกายพลังบางอย่าง

“มารดาอสูร” Abnyarกัดฟัน แววตาเต็มไปด้วยไฟโทสะ เขาจำกระแสพลังแมนน่าที่ดุดันบนร่างกายของหนุ่มออสโมเซี่ยนได้ แม้จะมีกระแสแมนน่าของเบนเจือปนแต่แมนน่าของใครอีกคนก็ชัดเจน มารดาอสูร หึ ช่างเป็นขวากหนามดั่งเช่นบรรพบุรุษของมัน และอีกไม่นาน ตัวแกในมิตินี้เองก็จะต้องเป็นปฏิปักษ์กับพวกเราแน่ Abnyarคิดด้วยโทสะต่อสายเลือดแห่งเทพบรรพกาล

เควินเข้าโจมตีAbnyarอีกครั้ง คราวนี้เทพดึกดำบรรพ์หลบ ถึงแม้พลังของเควินไม่สามารถฆ่าเขาได้ แต่การโดนอีกฝ่ายโจมตีมันก็ยังเจ็บอยู่ดี Abnyarชอบเห็นผู้อื่นเจ็บปวด แต่ไม่ชอบให้ตัวเองเจ็บ

ชายหนุ่มโจมตีเทพดึกดำบรรพ์อย่างต่อเนื่อง แต่อีกฝ่ายกลับสามารถหลบการโจมตีของเขาได้ทุกครั้ง เขาขมวดคิ้วหันไปส่งสัญญาณให้คนอื่นๆเริ่มลงมือจัดการAbnyarได้

สเกาท์เป็นคนแรกที่เข้ามาช่วยเควินสู้กับเทพดึกดำบรรพ์ เขาใช้คลื่นเสียง(Sonic Howls)โจมตีAbnyar เนื่องจากมันเอาแต่คอยระวังการโจมตีของเควินและโดนใครบางคนทำให้ขยับไม่ได้ มันจึงโดนคลื่นเสียงของสเกาท์ไปเต็มๆ

เทพดึกดำบรรพ์กัดฟัน เหลือบมองกระแสพลังที่บังอาจมาตรึงเขาไว้กับพื้นพบว่ามันเป็นฝีมือของเบน นั่นยิ่งทำให้Abnyarโกรธมากกว่าเดิม เขายิงระเบิดพลังไปทางเบน รูกอุ้มคนรักขึ้นแล้วรีบกระโดดหลบระเบิดพลังที่พุ่งมาทันที

“แม่ง” Abnyarสบถ ก่อนจะร้องด้วยความเจ็บปวดเมื่อเขาโดนยิงอีกรอบ “แกต้องชดใช้!!

“แกสิต้องชดใช้” เบนยิงปืนโคลท์ใส่Abnyar อีกครั้งโดยมีรูกพากระโดดหลบการโจมตีจากเทพดึกดำบรรพ์ เขายิงไปเรื่อยๆ ถึงแม้จะสร้างบาดแผลสาหัสให้Abnyarได้ แต่ใช้เวลาไม่นาน แผลของมันก็หายสนิท เบนเม้มปาก ไม่มีวิธีจัดการมันเลยหรือไง? เด็กหนุ่มคิดขณะยิงปืนอีกรอบ แต่กลับไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น เบนขมวดคิ้วลองยิงอีกทีแต่ก็ไม่มีกระสุนออกมา “เวรกระสุนหมด”

Abnyarแสยะยิ้ม ถ้ากระสุนสังหารเทพหมด มันก็ไม่ต้องกลัวอะไร มันพุ่งเข้ามาหาเบนกับรูก หนุ่มเรโวนน่าพาคนรักของเขาหลบ วิวแก็กซ์กับเควินเข้าจัดการAbnyar

“บีทวิคซ์กระสุนหมด!!” เบนตะโกนบอกบีทวิคซ์

“ส่งปืนมา เดี๋ยวฉันเติมกระสุนให้!” บีทวิคซ์บอก เบนโยนปืนโคลท์มาให้บีทวิคซ์ เด็กหนุ่มรับมา เขากำลังจะเติมกระสุน ก่อนจะชะงักรีบกระโดดหลบระเบิดพลังที่Abnyarยิงมา “ไอ้ปรสิตเอ๊ย!!!

“หุบปาก!!!Abnyarตะคอก ยิงพลังใส่บีทวิคซ์อีกครั้ง

“ที่รัก!!” พาราด็อกเข้ามาอุ้มบีทวิคซ์หลบระเบิดพลัง ถ้าพวกเขาโดนเข้าไป ได้เจ็บหนักแน่ “ระวังหน่อย”

“คุณก็ต้องระวัง!!” บีทวิคซ์ชี้ไปบนพื้น “มันปล่อยพิษมาเล่นงานพวกเราแล้ว!!

พาราด็อกมองตามมือของคนรัก พบของเหลวสีดำก่ำกึ่งระหว่างผงเหล็กกับลิ่มเลือด ชายหนุ่มหรี่ตา ของเหลวเหล่านั้นเคลื่อนที่มาทางพวกเขาอย่างชัดเจน พาราด็อกกำลังจะพาคนรักหนี

 แต่ก่อนจะรู้ตัว พวกเขากลับถูกพวกมันล้อมเอาไว้ ของเหลวเหล่านั้นค่อยๆก่อตัวเป็นหนามแล้วพุ่งเข้าใส่พวกเขา พาราด็อกต้องหยุดเวลาไว้แล้วรีบหาทางออกไปจากวงล้อมนี้

“เดี๋ยว อยู่เฉยๆก่อน” บีทวิคซ์กล่าว “ขอผมเติมกระสุนก่อน ถ้าจัดการAbnyarได้ ทุกอย่างก็จบ”

“เร็วหน่อยก็ดีนะที่รัก” พาราด็อกเอ่ย “ถ้าเธอไม่อยากให้มิตินี้ถูกเจอ”

“ผมรู้ๆ อย่าเร่งสิ” บีทวิคซ์หน้ามุ่ยขณะอัดพลังแมนน่าของเขาเข้าไปในปืนเพื่อสร้างเป็นกระสุนสังหารเทพ เขาต้องรีบทำให้เร็ว ถ้าพวกเขาหยุดเวลาหรือใช้พลังเกี่ยวกับกาลเวลามากจนเกินไป อีออนจะเจอมิตินี้

เบนคนโปรดของเขาเจอแค่นี้ก็ปวดหัวจะแย่อยู่แล้ว อย่าต้องเพิ่มอีออนเข้ามาด้วยเลย

 

“ถ่วงเวลาไว้จนกว่าบีทวิคซ์จะเติมกระสุนเสร็จ” เบนกล่าว

“เร็วๆหน่อยก็ดี” เควินมองAbnyarที่บาดแผลเริ่มหายจนหมด “ดูเหมือนนอกจากปืนของบีทวิคซ์แล้ว พลังของพวกเราไม่น่าจะสร้างความเสียหายให้มันเท่าไร”

“ยังโจมตีไม่รุนแรงพอ” วิวแก็กซ์สร้างระเบิดพลังงานขนาดใหญ่ก่อนจะปามันใส่Abnyar เทพดึกดำชะงัก มีรอยแผลเพียงเล็กน้อย “ต้องโจมตีให้รุนแรงกว่านี้”

“นี่ก็แรงสุดแล้ว” สเกาท์เสียงแหบ “ฉันเริ่มเสียงหายแล้วนะ”

“แต่เราหยุดไม่ได้” เควินพุ่งเข้าชกAbnyar คราวนี้เขาโจมตีโดนมัน เนื่องจากการโจมตีของวิวแก็กซ์ ทำให้มันเคลื่อนไหวช้า “จนกว่ามันจะตาย!!

“จะพยายาม” สเกาท์ช่วยโจมตีซ้ำ Abnyarคำรามด้วยความรำคาญ

“พอกันที!!!!” เพียงสะบัดมือ คลื่นพลังงานมหาศาลก็ซัดพวกเขากระเด็น รูกกอดเบนไว้กันแรงกระแทก “มาจบเรื่องนี้กันได้แล้ว ไอ้พวกชั้นต่ำ!!

“ใช่” วิวแก็กซ์ดวงตาเรืองแสง “มาจบเรืองนี้กันได้แล้ว”

Abnyarกับวิวแก็กซ์พุ่งเข้าปะทะกัน เทพดึกดำบรรพ์ต้องยอมรับว่าในหมู่พวกเบน วิวแก็กซ์มีพลังมากพอจะต่อกรกับเขาได้ แต่ก็แค่ต่อกร หาได้สามารถเอาชนะหรือฆ่าเขาได้

พวกเขาต่อสู้กันอย่างดุเดือด ต่างฝ่ายต่างอยากให้อีกฝ่ายตาย ฝ่ายหนึ่งสู้เพื่อปกป้องครอบครัว ส่วนอีกฝ่ายสู้เพื่อกำจัดเลือดเนื้อเชื้อไขของศัตรูและเป็นไปได้ว่าสิ่งที่เกิดมาจะมาเป็นศัตรูกับพวกมันในอนาคต จุดประสงค์ต่างกันแต่ผลลัพธ์ที่พวกเขาต้องการนั้นเหมือนกัน นั่นก็คือความตายของฝ่ายตรงข้าม

“เสร็จหรือยัง!!?” เบนตะโกนถามบีทวิคซ์

“อีกแปบนึงนะ!!!” บีทวิคซ์ตะโกนตอบ การอัดพลังแมนน่าเพื่อสร้างเป็นกระสุนสังหารเทพมันต้องใช้พลังแมนน่าปริมาณมหาศาลและใช้เวลานาน เขาเร่งให้เร็วเท่าที่จะเร็วได้แล้ว

“เร็วๆหน่อยที่รัก” พาราด็อกไม่ได้อยากเร่งคนรักของเขา แต่วงล้อมของของเหลวสีดำบีบตัวเข้ามาใกล้พวกเขาทุกทีๆ แม้จะเป็นอมตะชน แต่ถ้าโดนพิษของเทพดึกดำบรรพ์เข้าไปก็ทรมานไม่ใช่เล่น มันเจ็บยิ่งกว่าโดนน้ำกรดสาดเสียอีก

“ก็รีบอยู่เนี้ย” บีทวิคซ์กัดฟัน เหงื่อไหล่เต็มขมับ เด็กหนุ่มเหลือบมองของเหลวสีดำ “ผมว่าเรารีบออกไปจากที่นี่กันเถอะ”

“ฉันเห็นด้วย แต่ฉันทำคนเดียวไม่ได้” พาราด็อกกล่าว พิษของเทพดึกดำบรรพ์ไม่ใช่อะไรที่จะประมาทได้ เขาต้องคอยระวังตลอดเวลา และถ้าอยากออกจากวงล้อมนี้ เขาต้องทำทั้งชะลอเวลาให้มันโจมตีพวกเขาช้าลงและย้อนเวลาไปในช่วงเวลาที่ไม่มีพิษนี้ในคราวเดียวกัน ถึงจะเป็นนักท่องเวลา แต่การใช้พลังทั้งสองอย่างในคราวเดียวกันดูจะมากเกินไปสำหรับคนแก่อายุหลายแสนปี

“คุณไม่ได้ตัวคนเดียวนี่” บีทวิคซ์แสยะยิ้ม พาราด็อกยิ้มกลับ ก่อนที่ร่างของสองคู่รักแห่งกาลเวลาจะหายไปจากวงล้อมของพิษสีดำ

 

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++

 

อีกด้านหนึ่ง

 

พวกลูน่าพยายามหาตัวจริงของไฮบรีดกลายพันธุ์ ในขณะเดียวกันก็ป้องกันไม่ให้พวกมันโจมตีดาวเทนนิเซีย

มันต้องใช้เวลานานมากกว่าจะระบุได้ว่ายานลำไหนมีไฮบรีดกลายพันธุ์ตัวจริง แต่ถึงจะระบุได้ก็ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาจะจัดการมันได้ทันที

รายนี่อยากให้ลูน่าช่วยรักษาไฮบรีดกลายพันธุ์เหมือนที่ช่วยรักษาพวกเขา เธอไม่รับปากว่าจะสามารถช่วยไฮบรีดตัวนี้จากพิษของAbnyar ได้ไหม แต่จะพยายาม

พวกเขาวางแผนว่าจะหาทางทำสัญลักษณ์ไว้ที่ยานของไฮบรีดกลายพันธุ์เพื่อที่จะได้จัดการมันง่ายๆ แต่ก็ยังติดปัญหาที่ว่า ทันทีที่ไฮบรีดกลายพันธุ์รู้ตัวว่าโดนจับได้ มันจะรีบเปลี่ยนตัวกับร่างโคลนแล้วใช้จำนวนที่มีมากกว่าในการซ่อนตัว

แม้จะมีทางเลือกที่ง่ายกว่า แต่สถานการณ์บีบบังคับให้พวกเขาต้องฝ่าดงพวกร่างโคลนนิ่งแล้วหาทางเข้าถึงไฮบรีดกลายพันธุ์ให้ได้

เรื่องจำนวนร่างโคลนนิ่งไม่ได้ทำให้พวกเขาหวั่นใจ เนื่องจากพวกไฮบรีดอยู่ข้างพวกเขา กองยานรบของพวกรายนี่ยินดีสนับสนุนพวกเขาเพื่อช่วยเบน

นับเป็นข่าวดี แต่มันไม่ง่ายขนาดนั้นเมื่อยานรบทางฝั่งไฮบรีดกลายพันธุ์เต็มไปด้วยพิษร้ายของเทพดึกดำบรรพ์ พวกเขาจำเป็นต้องระวัง

ในบรรดาพวกเขาทั้งหมด มีเพียงลูน่าที่มีภูมิคุ้มกันพิษร้ายของAbnyar  ก็ไม่เชิงว่ามีภูมิคุ้มกัน ก็แค่พิษของAbnyarออกฤทธิ์ช้าสำหรับเธอเท่านั้น และมีแค่เธอที่สามารถกำจัดพิษของAbnyarได้ ทำให้ลูน่าจำเป็นต้องเป็นคนบุกเข้าไปทำลายพิษร้ายเหล่านั้น

เหล่าสาวๆของเธอคัดค้านด้วยความเป็นห่วง แต่เธอต้องทำ เพราะในที่นี้ไม่มีใครทำได้นอกจากเธอ

“ระวังตัวด้วยนะ” ชาร์มแคสเตอร์กุมมือลูน่า หญิงสาวผมทองยิ้ม ลูบหลังมือแม่มดสาว ลูน่าผละจากชาร์มแคสเตอร์แล้วบินขึ้นไปบนท้องฟ้าท่ามกลางเหล่ายานรบ เธอรู้สึกอึดอัดและทรมานกับละอองพิษร้ายในอากาศ

ลูน่าใช้พลังของเธอต่อต้านและกำจัดละอองพิษในอากาศ แต่มันมีปริมาณมากเกินไป แม่สาวผมทองไอ หน้าซีด ภาพตรงหน้าเธอเริ่มพร่าเบลอ

พิษมัน รุนแรงเกินไปเธอไม่เคยเจอพิษที่รุนแรงขนาดนี้ ถึงพอจะสร้างภูมิคุ้มและสามารถรอดออกไปจากดงพิษร้ายนี้ มันก็ยังมีผลกับร่างกายของเธอ ระบบร่างกายลูน่าเริ่มทำงานผิดปกติ เธอไอออกมาเป็นเลือด ร่างกายของเธอถึงขีดจำกัดภายในเวลาอันรวดเร็ว แต่ภารกิจของเธอยังไม่สำเร็จ

ลูน่าพยายามอย่างสุดความสามารถในการใช้พลังของเธอกำจัดละอองพิษในอากาศ อดทนหน่อย อีกแค่-แม้จะใจสู้แต่ถ้าร่างกายไม่ไหวก็คือไม่ไหว เปลือกตาปิดลงแม้จะไม่อยากก็ตาม ร่างกายของเธอค่อยๆร่วงหล่นจากท้องฟ้า เธอได้ยินเสียงชาร์มแคสเตอร์กรีดร้อง แต่เธอไม่สามารถลืมตาหรือว่าขยับร่างกายตัวเองได้

แต่แล้ว ลูน่าก็รู้สึกได้ถึงอ้อมแขนของใครบางคนที่โอบรอบตัวเธอไว้ หญิงสาวผมทองค่อยๆฝืนเปิดเปลือกตามองบุคคลที่เข้ามาช่วยเธอ

“ใคร?” ลูน่าไอ “ลุงคอนสแตนติน?”

“ผมไม่แก่ขนาดนั้นนะ ป้าลูน่า” น้ำเสียงที่ไม่คุ้นเคยและสรรพนามที่ใช้เรียกทำลูน่าขมวดคิ้ว “เดี๋ยวผมจัดการเอง ป้าไปพักเถอะ”

ดวงตาสีแดงมองคนในอ้อมแขนก่อนจะเงยหน้ามองกองยานรบนับร้อยตรงหน้า เขาแสยะยิ้ม ละอองพิษไม่มีผลกับเขา

“หึ เอาล่ะ เริ่มจากลำไหนก่อนดี?”

 

++++++++++++++++++++++++++++++++++++

 

ทางด้านเบน

 

Abnyarคำราม การต่อสู้นี้ชักจะยื้อเยื้อจนน่ารำคาญ มันปะทะกับวิวแก็กซ์มานาน แต่มหาวายร้ายไม่สามารถฆ่ามันได้ ในขณะเดียวกันมันก็ไม่สามารถฆ่าวิวแก็กซ์ได้เช่นกัน เพราะพรของมารดาอสูรกับอาคมคุ้มครองของเบน ที่น่ารำคาญยิ่งกว่าเอเลี่ยนหน้าปลาหมึกคือ เควินกับสเกาท์ที่ยังไม่ลดละความพยายามในการโจมตีมัน

เทพดึกดำบรรพ์หรี่ตามองไปทางเบนกับรูก มันกวาดตามองไปทั่วไม่พบบีททวิคซ์กับพาราด็อก มันไม่สนว่าสองผัวเมียแห่งกาลเวลาหายไปไหนหรือมีแผนอะไร แต่แค่ทำพวกนี้ชะงักได้แล้วเข้าไปจัดการเบน ทุกๆอย่างก็จบ

Abnyarแสยะยิ้ม มันเร่งพลังกับตัวเอง ใช้ความเร็วที่ตาเปล่าไม่อาจมองทันเล่นงานวิวแก็กซ์,เควินและสเกาท์ เมื่อทั้งสามได้รับบาดเจ็บจนต่อกรกับมันต่อไม่ได้ มันจึงหันความสนใจมาที่เบน เด็กหนุ่มเตรียมพร้อมถ้ามันพุ่งเข้ามาโจมตีเขา รูกเองก็พร้อมพาเขาหนีได้ทุกเมื่อ

เมื่อเทพดึกดำบรรพ์ขยับ รูกรีบพาเบนหนีทันที แต่ก็ยังช้าไปสำหรับAbnyar มันมาดักทางที่พวกเขาจะหนี ไม่ว่าจะหันไปทางไหนเทพดึกดำบรรพ์ก็ดักเขาได้เสมอ รูกจึงต้องจำใจสู้กับAbnyar

วิวแก็กซ์ที่หายจากอาการบาดเจ็บเข้ามาช่วยรูกสู้ เทพดึกดำบรรพ์สบถ

“เลิกทำอะไรเปล่าประโยชน์สักที มันน่ารำคาญ พวกแกเอาชนะข้าไม่ได้หรอก!!Abnyarกล่าว

“ไม่ลองไม่รู้” รูกรวมระเบิดพลังเข้ากับโปรโตทูล์แล้วยิงใส่Abnyar เทพดึกดำบรรพ์คำราม ไม่ใช่ด้วยความเจ็บแต่รำคาญ วิวแก็กซ์ปล่อยทั้งสายฟ้าและระเบิดพลังซ้ำ แต่ก็เช่นเดิม เทพดึกดำบรรพ์แค่บาดเจ็บเล็กน้อย ไม่ได้สาหัสเหมือนตอนโดนปืนโคลท์ยิง

“ข้าชักจะหมดความอดทนกับพวกแกแล้ว” Abnyarคำราม

“พวกข้าสิหมดความอดทนกับแก!!” วิวแก็กซ์ตะโกน “รีบๆตายห่าไปสักที!!

“พวกแกฆ่าข้าไม่ได้หรอก” Abnyarแสยะยิ้ม “ไม่มีทาง”

“แต่นี่ทำแกเจ็บได้!!” บีทวิคซ์กลับมาจากช่องว่างในมิติและเวลาพร้อมกับพาราด็อก เขาโยนปืนโคลท์ให้เบน “ยิงแม่งเลยเบน!!

“ขอมาก็จัดให้” เบนแสยะยิ้ม เล็งปืนไปทางAbnyar เทพดึกดำบรรพ์จ้องเบนเขม็งก่อนจะหายตัวมาปรากฏตรงหน้าเด็กหนุ่ม เบนกำลังจะยิงแต่Abnyar ปัดปืนออกไปเสียก่อน มันคว้าคอเด็กหนุ่มแล้วบีบเต็มแรง

“เบน/เบนจามิน!!!” ทุกๆคนตกใจ จะเข้ามาช่วย

“ถ้าไม่อยากให้มันแหลกคามือข้า ก็หยุดอยู่เฉยๆ” Abnyarพูดเสียงเย็น บ่งบอกถึงการเอาจริงทำให้ทุกๆคนหยุดนิ่งแม้จะอยากเข้ามาช่วยเบนมากแค่ไหนก็ตาม เทพดึกดำบรรพ์แสยะยิ้ม “ไง เบนจามิน เราถึงไหนกันแล้ว”

เบนพูดไม่ออก เขาจับข้อมือของAbnyarแน่น พยายามแกะออก แต่มันกำแน่นมาก เด็กหนุ่มดิ้น พยายามอย่างสุดความสามารถให้หลุดจากการเกาะกุม เพราะเขารู้ดีว่าถ้าเขาไม่หลุดออกไปตอนนี้ เขากับลูกไม่รอดแน่

“อย่าห่วง อย่างที่บอก ข้าไม่ฆ่าเจ้าหรอก” Abnyarยื่นหน้าเข้ามาเลียแก้มเบน “ข้าจะฆ่าแค่ไดอากอน ส่วนเจ้าต้องชดใช้ความผิดที่บังอาจมาทำร้ายข้า โดยการนอนอ้าขาให้ข้าได้ใช้เจ้าผลิตทายาท!!

“ไม่!!!!!!!!!!!!” เควินพุ่งเข้ามาช่วยเบนแต่ก็โดนAbnyarคว้าลำคอเอาไว้ได้ มันจับชายหนุ่มทุ่มลงพื้นจนพื้นยุบเป็นหลุมก่อนเหวี่ยงไปกระแทกรูกกับสเกาท์ที่จะเข้ามาช่วยทำให้ทั้งสามกระเด็น

“ปล่อยเบนเดี๋ยวนี้!!” บีทวิคซ์ทำท่าจะเข้าไปช่วยแต่โดนพาราด็อกกอดเอวห้ามไว้

“เจ้าไม่มีสิทธ์เข้ามายุ่งจำไม่ได้หรือไง?” Abnyarหัวเราะ มันหันมาสบตาเบน เด็กหนุ่มยังคงพยายามดิ้นให้หลุดจากอุ้งมือของมัน “พยายามได้ดี ข้าชอบดูความพยายามที่เปล่าประโยชน์ของเจ้า หึๆๆๆ”

“ปล่อยเมียข้าเดี๋ยวนี้!!!!!!!!” วิวแก็กซ์พุ่งเข้ามาชกAbnyar แต่มันสามารถรีบหมัดของเขาได้ด้วยมือเพียงข้างเดียว

“พวกแกทำอะไรข้าไม่ได้หรอก” Abnyarหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง “กำจัดตัวน่ารำคาญอย่างพวกแกก่อนน่าจะสบายข้าขึ้นเยอะ”

“ไม่!!!!” เบนดวงตาเรืองแสงยิงพลังแมนน่าใส่Abnyar แต่เทพดึกดำบรรพ์ไม่รู้สึกอะไร แผลที่ได้ก็หายอย่างรวดเร็ว

“เจ้าทำอะไรข้าไม่ได้หรอก ไม่มีใครในที่นี้สามารถฆ่าข้าได้” Abnyarแสยะยิ้ม

“เออ พวกเขาทำอะไรแกไม่ได้” เสียงทุ้มทรงอำนาจดังมาจากเบน ดวงตาสีเขียวเรืองแสงสีแดง “แต่ไม่ใช่กับข้า!!!

“อะไรกัน?!!!” เทพดึกดำบรรพ์ชะงัก

 

ตู้มมมมมม!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

 

Abnyarถูกระเบิดพลังกระเด็นออกมาด้านนอกวิหาร ทุกๆคนหันมามองเบน ร่างกายของเด็กหนุ่มเรืองแสง ดวงตาสีเขียวเป็นประกายสีแดงจ้องมองเทพดึกดำบรรพ์ด้วยความโกรธ ร่างของเบนลอยอยู่เหนือพื้นสักพักก่อนที่ปลายเท้าของเขาจะสัมผัสพื้น เด็กหนุ่มเดินออกมาด้านนอกวิหาร ดวงตายังคงจ้องเขม็งมาที่Abnyar เทพดึกดำบรรพ์เงยหน้าขึ้นมองเบน

“ไง โผล่หัวออกมาจากมดลูกแม่แล้วเหรอ ไดอากอน” Abnyarแสยะยิ้ม ถ่มเลือดในปากลงพื้น

Abnyar” เบนคำรามแต่เสียงที่เปล่งออกมาไม่ใช่เสียงของเขา มันมีทั้งเสียงทุ้มของชายหนุ่มและเสียงของผู้หญิง

“อะไร? อย่าโกรธกันสิ เจ้าผิดเองที่ไปเข้าพวกกับเทพบรรพกาล”

“ส่วนแกก็ผิดเองที่บังอาจมายุ่งกับมารดาของข้า!!!

“เห~ นี่ยอมรับเจ้าเด็กนี่เป็นมารดาแล้วรึ?”

“เรื่องของข้าโว้ย!!!!!!!!!!!!!!

เบนยิงพลังแมนน่าใส่Abnyar ถ้าเป็นเบนในยามปกติ ด้วยพลังแมนน่าธรรมดาเทพดึกดำบรรพ์ไม่มีทางได้รับบาดเจ็บ แต่ นี่ไม่ใช่เบน กระสุนแมนน่าเพียงนัดเดียวก็ทำAbnyarหนังลอกจนเห็นกล้ามเนื้อสีแดงด้านในแล้ว

“จะสู้กับข้างั้นรึ ไดอากอน?” Abnyarหัวเราะ ไม่สนใจบาดแผลตามร่างกาย “มาเลย!!!

เบนหรือไดอากอนที่กำลังใช้ร่างของเด็กหนุ่มอยู่เสกพายุฝนและสายฟ้า เขาสั่งให้พวกมันโจมตีAbnyar

สายฟ้ามีพลังรุนแรงขนาดทำให้ร่างที่เทพดึกดำบรรพ์สิงสู่กลายเป็นฝุ่นผง สายฝนสีแดงที่กระหน่ำลงมามีฤทธิ์เป็นกรด มันละลายร่างเนื้อAbnyarจนแทบไม่เหลืออะไร แต่ถึงกระนั้นเทพดึกดำบรรพ์ก็ยังรักษาร่างไว้ได้

“แย่แน่ๆ” บีทวิคซ์พึมพำก่อนจะหันไปตะโกนบอกบรรดาสามีของเบน “ใครก็ได้ช่วยหยุดเบนที!!! ถ้าเบนใช้พลังมากไปกว่านี้ เบนจะแท้งลูก หรือแย่กว่านั้นคือสูญเสียความเป็นมนุษย์ กลายเป็นแค่พลังงาน!! รีบหยุดเบนเร็ว!!!

เหล่าสามีของเบนเบิกตากว้าง Abnyarหัวเราะไปด้วยขณะป้องกันการโจมตีจากเบนไปด้วย

“นั่นแหละที่ข้าต้องการ!!” เทพดึกดำบรรพ์หัวเราะอย่างบ้าคลั่ง “จะเอายังไงล่ะ ไดอากอน? จะหยุดอยู่แค่นี้แล้วปล่อยให้ข้าฆ่าเจ้าและซั่มมารดาของเจ้าหรือว่าจะสู้กับข้าจนตัวตาย ฮ่าๆๆๆๆ ว่าไง? จะเอายังไง? ไดอากอน ฮ่าๆๆๆๆๆๆ”

Abnyar!!” เบนหรือไดอากอนคำราม เขายิงพลังแมนน่าสีเขียวใส่Abnyar เทพดึกดำบรรพ์แสยะยิ้มขณะป้องกันการโจมตีของไดอากอน แต่Abnyarก็ต้องขมวดคิ้วเมื่อพลังของไดอากอนมีมากกว่าที่มันคิด

พลังของสายเลือดเทพบรรพกาล?เทพดึกดำบรรพ์หรี่ตา เพราะงี้ไงพวกข้าถึงอยากให้เจ้าตายก่อนได้มาจุติโดยสมบูรณ์

Abnyarต้านพลังของไดอากอนไม่ไหว มันโดนพลังแมนน่าเผาจนสภาพดูไม่ได้ ผิวหนังไหม้เกรียม ส่วนกล้ามเนื้อหายไปหลายส่วน แขนขาถูกเผาไม่เหลือซาก แต่มันยังไม่ตาย มันต้องใช้เวลาสักพักในการรักษาบาดแผลเหล่านี้

ไดอากอนหยุดยิงพลังแมนน่าใส่Abnyar เขาเซเล็กน้อยรู้สึกโหวงๆในช่องท้อง แต่เขาหยุดไม่ได้ ถ้าเขาปล่อยAbnyarไป มันจะกลับมาทำร้ายมารดาและตัวเขาเอง เขาจะไม่ยอมให้เกิดเรื่องแบบนั้นขึ้น เขาต้องกำจัดไอ้เทพดึกดำบรรพ์นี่ให้สิ้นซาก

“เบนจามิน หยุด!” วิวแก็กซ์เข้ามาขวาง เอเลี่ยนตัวใหญ่จับไหล่เด็กหนุ่มไว้กันไม่ให้เบนเดินเข้าไปฆ่าAbnyar แม้เขาจะอยากให้มันตาย แต่ถ้ามันต้องแลกกับชีวิตของลูกเมีย เขาไม่ต้องการ!! “พอได้แล้ว”

“ข้าต้องฆ่ามัน” เสียงที่เปล่งออกมาไม่ใช่เสียงของเบน ดวงตาสีเขียวเรืองแสงสีแดงยังคงจ้องเขม็งไปที่Abnyar “ข้าต้องกำจัดมัน!

“เบนฟังก่อนนะ เก็บพลังนายไป” เควินพยายามเรียกสติเบน “ถ้านายใช้พลังไปมากกว่านี้มันจะมีผลกระทบกับลูก”

“มีเพียงข้าที่สามารถฆ่ามันได้” เบนหรือไดอากอนกล่าว “ถ้าฆ่ามันสำเร็จ เราจะปลอดภัย พวกเราจะปลอดภัย”

“เบนจามิน...ไดอากอน ลูกข้า ฟังข้า” วิวแก็กซ์พูด ทำให้เบนหรือไดอากอนหันมาสบตากับเขา “ข้ารู้ว่าเจ้าแข็งแกร่งและมีเพียงเจ้าที่สามารถฆ่ามันได้ แต่ถ้าเจ้าใช้พลังไปมากกว่านี้ เจ้ากับน้องๆของเจ้าจะตาย และแม่ของเจ้าจะเสียใจ เพราะฉะนั้นหยุดเถอะ ลูกข้า พวกข้าสามารถหาทางจัดการมันได้ ไว้ใจข้า ไว้ใจพวกเรา หยุดเถอะลูกพ่อ”

เบนหยุดนิ่ง สบกับดวงตาแน่วแน่ของวิวแก็กซ์

“พวกเราเชื่อท่าน ท่านพ่อ” เบนยิ้ม เด็กหนุ่มหลับตาพร้อมกับแสงรอบตัวที่หายไป “ปกป้องพวกเราและท่านแม่ด้วย”

ร่างของเบนทรุดลง วิวแก็กซ์รับร่างของภรรยาตัวน้อยไว้ในอ้อมกอด ผ่านไปสักพักเบนจึงลืมตาขึ้น เขางุนงงมองเหล่าสามีที่มองเขาด้วยความเป็นห่วง

“เกิดอะไรขึ้น?” เบนถาม บรรดาสามีถอนหายใจด้วยความโล่งอกเมื่อภรรยาสุดที่รักคนเดิมของพวกเขาได้สติแล้ว

“ไม่มีอะไร” รูกคว้าเบนมากอด “ไม่มีอะไรที่นายต้องกังวล”

บีทวิคซ์ถอนหายใจด้วยความโล่งอกที่เบนคนโปรดของเขาและลูกๆปลอดภัย

“ช่างน่าเสียดาย” ในขณะที่เหล่าสามีกำลังพยายามหยุดเบนหรือไดอากอนที่ใช้ร่างเบน บาดแผลของAbnyarก็เริ่มสมานตัวกันช้าๆ “ถ้าให้ไดอากอนสู้ก็จะสามารถฆ่าข้าได้แท้ๆ”

“นี่แกยอมตายเพื่อให้ไดอากอนกับน้องๆตายงั้นเหรอ!!” บีทวิคซ์คำราม “แกมันเสียสติไปแล้ว!!

“ใช่ ข้าเสียสติไปแล้ว” Abnyarหัวเราะ “และรู้อะไรไหมมันเป็นการตายที่คุ้มค่านะ ศัตรูของเผ่าพันธุ์ข้าจะลดลงไปตั้งหนึ่งเชียวนะ”

“ส่วนประชากรเผ่าพันธุ์ของแกก็ลดลงไปหนึ่ง” บีทวิคซ์หรี่ตา

“ก็ใช่ไง ไม่มีใครเพิ่ม มีแต่ลดกับลด” Abnyarแสยะยิ้ม “ให้มันลดลงจนหายไปทั้งหมดนั่นแหละ ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆ”

“...ไอ้นี่มันบ้าไปแล้ว” เควินแสดงความคิดเห็น

“เห็นก็รู้” สเกาท์พูดเสียงแหบ

“ถึงเขาจะเสียสติ แต่เราต้องยอมรับว่าเราไม่มีทางจัดการเขาได้” รูกกล่าว “เราลองมาหมดทุกวิธีแล้ว”

“มันต้องมีสักทางสิ” วิวแก็กซ์เอ่ย เขารับปากลูกไว้แล้วว่าจะปกป้องพวกเขาและเบนจามิน เขาจะยอมแพ้ไม่ได้ถึงแม้มันจะดูเหมือนสิ้นหวังก็ตาม

เบนพอจะรู้อาคมของพวกเทพบรรพกาลที่รุนแรงพอจะฆ่าสิ่งมีชีวิตต่างมิติ แต่มันรุนแรงเกินและอาจมีผลกระทบกับลูกๆของเขา เบนจึงไม่มั่นใจว่าเขาจะใช้อาคมเหล่านั้นดีไหม

แม้ฆ่าไม่ได้ก็สามารถชนะได้ แค่ต้องใช้ไหวพริบนิดหน่อย จู่ๆเสียงของมารดาอสูรก็ดังก้องในหัวของเบน เด็กหนุ่มหรี่ตา มันมีความหมายอะไรหรือเปล่านะ? เสด็จแม่บอกใบ้อะไรกับเรา?เบนคิด เขาพยามคิดไตร่ตรองขณะบรรดาสามีเข้ามายืนล้อมเขาไว้เพื่อปกป้องเขาจากAbnyar

คิดสิเบนจามิน มันต้องมีสักทางสิเด็กหนุ่มเม้มปาก หันไปมองบีทวิคซ์ ตัวเขาอีกคนอยากเข้ามาช่วยแต่ติดปัญหาเรื่องกฎและผลกระทบร้ายๆที่อาจจะเกิดขึ้น ทำให้ทำได้แค่ยืนอยู่เฉยๆ

บีทวิคซ์? เบนขมวดคิ้วเมื่อเขานึกบางอย่างออก คาถาต้องห้ามที่บีทวิคซ์เคยร่ายเมื่อครั้งต่อกรกับสัตว์ประหลาดเหนือห้วงมิติ เบนเบิกตากว้างเมื่อเขาจำรายละเอียดเกี่ยวกับมันได้

อาคมที่สามารถวิวัฒนาการได้ เขาเคยเห็นผลของมันมาแล้วว่ามันสามารถย้อนวิวัฒนาการจากสัตว์ประหลาดเหนือห้วงมิติเป็นเด็กทารกได้และมันสามารถรักษาพวกไฮบรีดได้ แล้วถ้าเขาใช้คาถานั่นกับAbnyarล่ะ? มันจะเป็นยังไง?

แต่เบนต้องไม่ลืมว่าอาคมนี้มีราคาที่ต้องจ่าย การใช้งานคาถานี้หนึ่งครั้งแลกกับการสูญเสียความทรงจำหนึ่งอย่าง ถ้าไม่อยากสูญเสียความทรงจำ เขาจำเป็นต้องใช้อาคมเงื่อนไข

มันไม่มีวิธีอื่นแล้วเด็กหนุ่มถอนหายใจ เขานึกออกแต่เพียงวิธีนี้เท่านั้นที่ดูจะได้ผลกับเทพดึกดำบรรพ์มากที่สุด เขารู้สึกอบอุ่นในช่วงท้อง รูนบนแขนของเขาเรืองแสงราวกับเตรียมพร้อมสำหรับการใช้งาน

“มันช่วยไม่ได้นี่นะ” เบนพึมพำ เขาหันไปหาเควิน “เควินมานี่”

“อะไร?” เควินโดนเบนดึงลงมาจูบ ชายหนุ่มกระพริบตาไม่เข้าใจการกระทำของภรรยาคนสวย “...ฉันรักนายนะเบน แต่แน่ใจว่าตอนนี้มันใช่เวลา?”

“มันคืออาคมเงื่อนไข นายหื่น” เบนกรอกตา

“อาคมเงื่อนไข?” เควินกระพริบตา “เงื่อนไขอะไร?”

“ฉันจะใช้เวทย์แอนนิมาเกียร์” เบนกล่าว “จำได้ไหม? เวทย์ที่บีทวิคซ์เคยใช้น่ะ พอใช้มันหนึ่งครั้งมันจะแลกกับการสูญเสียความทรงจำหนึ่งอย่าง เพื่อให้มั่นใจว่าฉันจะไม่ลืมอะไร ฉันต้องใช้อาคมเงื่อนไขควบคู่ไปด้วย”

“นั่นมันเสี่ยงเกินไปนะ” รูกกล่าว “ถ้าเกิดอะไรผิดพลาด หรือเวทย์นั่นมีผลกระทบกับนายและลูกๆ-”

“ฉันและลูกๆจะไม่เป็นอะไร” เบนพูดขัดรูก เขาสัมผัสหน้าท้องของตัวเอง มันอบอุ่นกว่าปกติ ราวกับสิ่งมีชีวิตตัวน้อยภายในกำลังบอกอะไรบางอย่างกับเขา ซึ่งเบนเดาว่า เขาสามารถใช้อาคมนี้ได้และมันปลอดภัยกับพวกเขา “อีกอย่าง ฉันก็ใช้วิธีนี้แหละตอนรักษาพวกไฮบรีด”

“สถานการณ์มันต่างกัน” รูกกุมมือเบน “เบน คิดให้ดี มันต้องมีทางอื่นสิ ทางที่นายและลูกไม่ต้องเสี่ยง”

“พวกเราต่างรู้ดีว่ามันไม่มีทางอื่น” เบนเอ่ย บีบมือรูกเบาๆ “เขาแข็งแกร่งกว่าพวกเรา พวกเราในที่นี้ไม่มีใครเอาชนะเขาได้ นี่เป็นทางเดียวที่พวกเรามี”

“แต่นาย-”

“ฉันกับลูกๆจะไม่เป็นอะไร ฉันสัญญา”

“เบนจามิน” วิวแก็กซ์กังวล เขาเชื่อใจภรรยาของเขา แต่มันก็ยังอดห่วงไม่ได้

“ไม่เป็น อย่าลืมสิว่าพวกเรายังมีงานแต่งรออยู่นะ” เบนชูมือข้างที่มีแหวนหมั้นสวมอยู่ขึ้นมา “พวกเราต้องรอดไปจนถึงตอนนั้นสิ”

“ข้าเชื่อเจ้า” วิวแก็กซ์กล่าว “แต่ได้โปรด ระวังตัวด้วย”

“โอเค” เบนรับปาก เขาหันไปมองAbnyar ดวงตาสีเขียวเรืองแสงเช่นเดียวกับรูนบนแขนของเขา แต่ที่เบนไม่ได้สังเกตคือหน้าท้องของเขาเรืองแสงสีขาว เขายื่นมือออกไปทางAbnyar ริมฝีปากของเด็กหนุ่มเริ่มขยับ “แอนนิมาเกียร์”

ลำแสงสีเขียวอ่อนพุ่งออกจากฝ่ามือของเบนปะทะเข้าที่ร่างของAbnyar เทพดึกดำบรรพ์เบิกตากว้าง ไม่นึกว่าเบนจะใช้อาคมนี้

“ไม่!!!!!!!!!!!!! Abnyarกรีดร้องขณะที่ร่างกายของมันค่อยๆเปลี่ยนแปลง “เป็นไปไม่ได้!!! เจ้าไม่น่าจะใช้คาถานี้ได้!!! เจ้าไม่ใช้ทายาทสายตรงขององค์จักรพรรดิ!!! เป็นไปไม่ได้!!!!!!!!!

แม้มันจะพูดเช่นนั้นแต่มันไม่สามารถหลบอาคมนี้ได้ Abnyarไม่สามารถทำอะไรได้ในขณะที่ร่างกายของมันค่อยๆหดเล็กลงจากการถูกวิวัฒนาการ เบนไม่ได้คิดอะไรขณะใช้พลัง จึงไม่มีใครสามารถทราบได้ว่าAbnyar จะถูกวิวัฒนาการไปเป็นอะไร

เวลาผ่านไปสักพัก ร่างของAbnyar หรือต้องพูดให้ถูกคือร่างที่มันสิงอยู่ ตัวหดเล็กลงกลายเป็นตัวอะไรสักอย่าง จากที่มองไกลๆ ดูเหมือนเบนจะย้อนวิวัฒนาการเทพดึกดำบรรพ์จนกลายเป็นตัวทาก

เด็กหนุ่มหยุดใช้พลัง เขายืนนิ่งมองผลงานของตัวเอง

“เบน นายจำพวกเราได้ไหม?” เควินคว้าตัวเบนมาสบตา เด็กหนุ่มกระพริบตา ยังไม่ทันได้ตอบก็โดนชายหนุ่มดึงมาจูบ เบนร้องประท้วง พยายามบอกว่าเขาไม่ได้ลืมอะไร ซึ่งเขาก็งงเหมือนกันว่าทำไมเขาถึงไม่ลืมอะไรเลย “จำได้หรือยัง?”

“ฉันไม่ได้ลืมอะไร!!” เบนตะโกน “ฟังกันบ้างสิ!!!

“ก็นายยืนนิ่ง นึกว่าลืมพวกเราไปแล้ว” เควินถอนหายใจด้วยความโล่งอก ดึงภรรยาคนสวยเข้ามากอด “ดีใจที่นายไม่เป็นอะไร”

“มันจบแล้ว?” สเกาท์ถาม

“ท่าทางจะเป็นแบบนั้น” เบนเหลือบมองAbnyar เห็นเพียงตัวทากที่ขยับตัวไปมา เขาหันไปหาบีทวิคซ์ที่เดินเข้ามาหาพวกเขา “ทำไมผมไม่ลืมอะไร?”

“ไม่สังเกตเลยเหรอว่าตัวเองไม่เคยเสียความทรงจำทุกครั้งที่ใช้อาคมนี้” บีทวิคซ์หัวเราะ “จำที่ฉันบอกได้ไหม? ว่าถ้ารู้ความลับของคาถานี้ ก็ไม่จำเป็นต้องจ่ายอะไรเป็นการแลกเปลี่ยน”

“แต่ผมไม่รู้ความลับของคาถานี้นะ” เบนกล่าว

“ความจริงแล้ว ความลับของคาถานี้คือ มันเป็นคาถาเฉพาะเผ่า ใช้ได้แค่พวกเทพบรรพกาลหรือพวกที่มีสายเลือดเทพบรรพกาล โดยส่วนใหญ่พวกที่ใช้คาถานี้ให้ใครๆเห็นคือพวกเลือดเนื้อเชื้อไขของจักรพรรดิของพวกเทพบรรพกาลอย่างลูน่า ส่วนคนนอก ถ้าใช้แล้วจะเสียความทรงจำ ซึ่งคนนอกที่ว่าคือพวกอื่นที่ไม่ใช่เทพบรรพกาล” บีทวิคซ์อธิบาย

“สรุป?” เบนกระพริบตา

“สรุป เธอ...เราจะไม่สูญเสียความทรงจำ เพราะเราเป็นสายเลือดของเทพบรรพกาล” บีทวิคซ์สรุป

“...งั้นผมเสียจูบฟรี” เบนแววตาว่างเปล่า ในขณะที่เควินได้กำไรเต็มๆ “ทำไมไม่บอกกันตั้งแต่แรก”

“ขอโทษที พอดีคุณตา...ในมิติของฉันน่ะนะ สั่งมา ถ้าจะโกรธไปโกรธคุณตานะ” บีทวิคซ์ยิ้ม

“แล้วที่ผ่านมาฉันทำเวทย์เงื่อนไขกับตัวเองทำเพื่ออะไรวะ!!” เบนเกาหัว

“ถือว่าเสียค่าโง่นะ” บีทวิคซ์เอ่ย

“ไม่ช่วยเลย” เบนแยกเขี้ยว

“โอ๋ๆนะ” บีทวิคซ์เข้ามาคลอเคลียเบนคนโปรดเป็นการปลอบ ไม่สนความหึงหวงของเหล่าสามีเลยสักนิด

แต่ขณะที่ทุกๆคนกำลังพักหายใจ จู่ๆก็เกิดแสงสว่างวาบขึ้นมา พวกเขาสะดุ้ง ตั้งท่าเตรียมพร้อมสู้อีกครั้ง ร่างหนึ่งเดินออกมาจากแสงสว่างพร้อมกับเด็กน้อยคนหนึ่งในอ้อมกอด

“แม่นางน้ำแข็ง ทำไมพาวิกตอเรียมาที่นี่?” บีทวิคซ์ถาม

“ยัยหนูคิดถึงนาย” ร่างเพรียวในชุดสูทประโปรงรัดรูปเดินเข้ามาหาบีทวิค์ก่อนจะยื่นเด็กน้อยในอ้อมกอดให้เขา “งอแงจะหาแต่แม่ ฉันหมดปัญญาเลยพาเขามาหานาย”

“แม่” วิกตอเรียเรียกเสียงอ้อแอ้ หันมองบีทวิคซ์ทีสลับกับเบนที “แม่?”

“ไง ตัวเล็กของแม่” บีทวิคซ์รีบวิกตอเรียมาอุ้ม หอมแก้มลูกสาวตัวน้อยไปที “ไปกวนอะไรแม่นางน้ำแข็งล่ะ หืม?”

“เลิกเรียกฉันแบบนั้นสักที” เขาดันแว่น ขณะกวาดตามองโดยรอบ ดวงตาสีม่วงหลังกรอบแว่น สบกับดวงตาสีเขียวของเบน “ไง เบน ได้เจอกันอีกแล้วนะ”

“เราเคยเจอกัน?” เบนกระพริบตา มองอีกฝ่ายขึ้นลง เขามั่นใจว่าไม่เคยเจอผู้หญิงคนนี้ แต่เมื่อมองอีกฝ่ายดีๆ เขาก็ต้องเบิกตากว้าง “เธอคือตัวฉันในโลกคู่ขนานอื่น?”

“ใช่” อีกฝ่ายยืนยัน “ดีใจที่ได้พบกัน แบบตัวเป็นๆ และต้องขอตัวก่อน”

“จะไปเลยหรอ?” บีทวิคซ์ถาม “ไม่อยู่ต่ออีกนิดล่ะ?”

“ฉันมีงานต้องทำ” เบนอีกคนพูดเสียงจริงจัง เหลือบตามองบีทวิคซ์ “ฉันไม่ได้ว่างงานเหมือนนาย”

“ใจร้าย” บีทวิคซ์หันไปซบหน้ากับไหล่ของเบนคนโปรดของเขา “เบน แม่นางน้ำแข็งว่าเขา”

“เลิกเรียกฉันแบบนั้นสักที” เบนในโลกคู่ขนานอื่นถอนหายใจ

“แล้วจะให้เรียกอะไรล่ะ? นี่ก็เบน นั่นก็เบน โน้นก็เบน” บีทวิคซ์ชี้ที่ตัวเอง ก่อนจะชี้ไปที่เบนคนโปรดและเบนอีกคน “ฉันมีชื่อเรียกว่าบีทวิคซ์แล้ว ส่วนเบนคนนี้คือเบนเทนนิเซีย จะเรียกคุณแม่ตัวน้อยก็ได้ ส่วนเธอยังไม่มีชื่อเรียก งั้นเรียกแม่นางน้ำแข็งน่ะเหมาะที่สุดแล้ว”

“...เอาที่สบายใจเลย” แม่นางน้ำแข็งแววตาว่างเปล่า

“ถ้าเธอไม่ชอบให้เรียกแม่นางน้ำแข็ง งั้นเรียกว่าคุณนายไอซ์เบิร์ค(iceberg)แล้วกันเหมาะดี เนอะวิกเตอเรีย เนอะ” บีทวิคซ์หันมาหาแนวร่วม ลูกสาวของเขาหันมองแม่นางน้ำแข็งตาแป๋ว

“แม่” วิกตอเรียกร้องอ้อแอ้

“เห็นไหมๆ วิกตอเรียเห็นด้วยล่ะ” บีทวิคซ์กล่าว

“...เอาเมียนายไปเก็บทีดิ๊” แม่นางน้ำแข็งหรือคุณนายไอซ์เบิร์คหันไปพูดกับพาราด็อก ชายหนุ่มยิ้ม เดินเข้ามาโอบเอวคนรัก ไอซ์เบิร์คกรอกตา เขาหันหลังกำลังจะเดินจากไป แต่ก็ต้องชะงัก เขาถอนหายใจแล้วหันมาหาเบน “ฉัน...มีบางอย่างอยากจะเตือนนาย”

“เตือนฉันเรื่อง?” เบนถาม

“เกวนโดลิน” ไอซ์เบิร์คเอ่ย ทุกๆคนเบิกตากว้างเมื่อได้ยินชื่อนี้

“เกวนทำไม?” เบนกลืนน้ำลาย แม่นางน้ำแข็งหรี่ตา เขาเดินเข้ามาหาเบน เขาจับไหล่เด็กหนุ่ม

“ถ้าไม่อยากเป็นอย่างฉันก็หาทางทำอะไรสักอย่างกับเกวนโดนลิน” ไอซ์เบิร์คเอ่ย เบนไม่เข้าใจว่าแม่นางน้ำแข็งต้องการจะบอกอะไร เขาถอนหายใจ “นี่นาย คิดว่าฉันเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย?”

“ผู้หญิง” เบนตอบ หลุบตามองหน้าอกขนาดคัพDของอีกฝ่ายจนบรรดาสามีของเขากระแอมไอด้วยความหึงหวง

“ฉันเป็นผู้ชาย” ไอซ์เบิร์คพูดเสียงเรียบ เบนอ้าปากค้าง ก่อนจะสะดุ้งเมื่อแม่นางน้ำแข็งจับมือเขา “นี่เป็นของจริง”

อีกฝ่ายจับมือเบนมาวางบนหน้าอก เบนหน้าแดง ในขณะที่คนอื่นอึ้งจนทำอะไรไม่ถูก บีทวิคซ์พยายามกลั้นขำสุดชีวิต

“และนี่ก็ของจริง” ไอซ์เบิร์คจับมืออีกข้างของเบนมาวางบนเป้าของตัวเอง

“เฮ้ย!!!” เหล่าสามีร้อง รีบมาดึงตัวภรรยาสุดที่รักที่อึ้งกับสัมผัสของท่อนเนื้อตรงหว่างขาของอีกฝ่ายจนยืนนิ่งเป็นรูปปั้นไปแล้วออกมาให้ห่างแม่นางน้ำแข็ง

“เบน!!ตั้งสติไว้!!” เควินเขย่าตัวภรรยาคนสวย ในขณะที่บีทวิคซ์หัวเราะอย่างไม่อาจกลั้นได้ พาราด็อกส่ายหน้า คนรักของเขารู้แต่เลือกที่จะเงียบ นี่คงกะแกล้งเบนสินะ?

“ซนจริงๆที่รัก” พาราด็อกพึมพำ

“เกินไปแล้ว” แม่นางน้ำแข็งถอนหายใจ “อย่างที่บอก ถ้าไม่อยากเป็นอย่างฉัน ก็ทำอะไรสักอย่างกับเกวนโดลินซะ ผูกมิตรกับเธอหรือฆ่าเธอ ก็สุดแล้วแต่นายจะเลือก”

“เกวนทำอะไรกับนาย?” เบนเพิ่งได้สติถามไอซ์เบิร์คที่กำลังเดินจากไป อีกฝ่ายชะงักไม่ได้หันมามองคนถาม “ได้โปรดบอกฉัน”

“นายไม่อยากรู้หรอก” แม่นางน้ำแข็งเอ่ย “รู้แค่เพียง...เธอมันบ้าและวิปริต”

“เรื่องนั้นพวกเราพอจะรู้อยู่แล้ว” เควินพูด

“มันไม่ใช่แค่นั้น” ไอซ์เบิร์คไม่รู้จะพูดยังไง เขาถอนหายใจ เรื่องที่เกิดขึ้นกับเขามันเป็นอะไรที่พูดออกมาได้ยาก “เอาเป็นว่า ถ้าเกวนโดลินทำอะไรนาย นายต้องรีบบอกทุกๆคน เข้าใจนะ?”

“โอเค” เบนรับปาก

“ดี” แม่นางน้ำแข็งเอ่ย “ระวังตัวให้ดี Abnyar ไม่หยุดแค่นี้แน่”

“อะไรนะ?” เบนกับคนอื่นงุนงง “แต่ฉันย้อนวิวัฒนาการเขาแล้ว”

“สิ่งที่นายย้อนวิวัฒนาการเป็นแค่ร่าง...เป็นแค่เปลือกนอกของเขาเท่านั้น ตัวจริงของเขาหนีไปได้” ไอซ์เบิร์คกล่าว “แต่ตัวเขาในตอนนี้ก็อ่อนแอเกินจะตามาเอาคืนพวกนาย ดังนั้นมั่นใจได้เลยว่าพวกนายจะไม่เจอเขาไปอีกนาน แต่เชื่อเถอะ เขามันพวกกัดไม่ปล่อย พอๆกับบรรพบุรุษของพวกเขานั้นแหละ ไม่ช้าก็เร็ว เขาต้องส่งพวกสาวกมาเล่นงานเธอแน่ ระวังตัวไว้ด้วย”

หลังจากพูดจบ ก็บังเกิดแสงสว่างตรงหน้าแม่นางน้ำแข็ง เขาเดินเข้าไปในแสงนั้นแล้วหายไปพร้อมกับแสงที่ดับลง

เมื่อไอซ์เบิร์คไปแล้ว คอนสแตนตินจึงเดินมาหาพวกเขา

“จัดการไฮบรีดกลายพันธุ์ได้แล้ว” คอนสแตนตินเหลือบตามองวิวแก็กซ์ เหมือนเป็นการสื่อว่ามีบุคคลที่เกี่ยวข้องกับมหาวายร้ายมาช่วยพวกเขา ก่อนจะหันไปที่ตัวทาก “อ้าว มันหนีไปได้?”

“ทำไมถึงคิดงั้น?” เบนถาม

“ก็ทากนั่น มันก็แค่ร่าง ไม่มีส่วนจิต...ตัวจริงของ Abnyar” คอนสแตนตินอธิบาย “สรุปได้เลยว่ามันหนีไปได้”

“นี่ฉันเหนื่อยฟรี?” เบนแววตาว่างเปล่า “เยี่ยม นอกจากเสียจูบฟรีแล้วยังเหนื่อยฟรีอีก”

“เฮ้ เสียจูบฟรีก็ไม่ได้แย่นะ” เควินโอบไหล่เบน ดึงคนสวยของเขามาสบตา “อย่าบอกนะว่านายไม่ชอบ”

“ก็คนได้กำไรมันนายนี่” เบนหน้ามุ่ย เควินหัวเราะ

“อย่าห่วง ถ้าพวกมันกลับมาอีก พวกเราก็จะจัดการมันอีก” เควินกดจูบลงมาบนริมฝีปากเบน “ไม่ว่าพวกมันจะมาไม้ไหน พวกเราจะเตรียมพร้อมเสมอ”

“พวกเราไม่ยอมให้เกิดเรื่องอะไรกับนายและลูกๆหรอก” รูกคลอเคลียแก้มของเบน “ไม่มีวัน”

“เจ้ามีพวกเราเบนจามิน” วิวแก็กซ์คว้ามือเบนไปจูบ “พวกเราปกป้องเจ้าได้”

“แต่เมื่อกี้เหมือนจะไม่ได้ ต้องให้เบนมาจัดการเอง” บีทวิคซ์กล่าวทำให้เหล่าสามีของเบนหันมาจ้องเขาเขม็ง เด็กหนุ่มยักไหล่ “อะไร? ก็พูดจริงอะ”

“พาราด็อก จูบปิดปากเมียนายทีสิ!” เควินกล่าว

“จัดไป” พาราด็อกยินดี

“เดี๋ยว!!” บีทวิคซ์ร้อง แต่ก็ต้องเงียบเสียงลงเมื่อโดนชายหนุ่มจับจูบ คนอื่นๆกรอกตา

“แต่ต้องยอมรับว่าบีทวิคซ์พูดถูก” สเกาท์ไอ

“เสียงแหบหมดแล้วน้องชาย” คอนสแตนตินโยนกระบอกใส่น้ำให้หนุ่มโลโบนดื่ม “ดื่มซะ มันช่วยให้ดีขึ้น และสำหรับพวกแก คงต้องฝึกให้หนักกว่านี้”

“แค่นี้ก็จะตายแล้ว!!!” เควินโอดครวญ หันมาซบไหล่ภรรยาคนสวย

“เพื่อเมีย จะทำไหม?” คอนสแตนตินกอดอก

“ทำ!!” ทั้งสี่พูดพร้อมกัน เบนยิ้ม

“ขอบคุณนะ” เด็กหนุ่มเอ่ย

 

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

 

ณ ดาวโลก

 

แม็กซ์ เทนนิสัน นั่งเครียดอยู่ในฐานของช่างประปาบนดาวโลก หลังจากวิวแก็กซ์ลักพาตัวเบนไป เขาก็กลับมาเป็นช่างประปาและจัดตั้งฐานทัพของช่างประปาขึ้นบนดาวโลกอีกครั้ง

ผ่านมาหลายอาทิตย์แล้วที่วิวแก็กซ์ลักพาตัวลูกชายและลูกสะใภ้ของเขาไป แม็กซ์ทำอะไรไม่ได้นอกจากนั่งเครียด ไม่มีแหล่งข่าวหรือเบาะแสใดๆที่จะนำทางเขาไปหาวิวแก็กซ์

ตอนแรกก็เบน มาตอนนี้ก็คาร์ลกับซานดร้า แม็กซ์ไม่เข้าใจว่าวิวแก็กซ์ทำแบบนี้ไปเพื่ออะไร เพื่อแก้แค้นเขา? ถ้ามันแค่นั้นจริง แม็กซ์พูดได้เต็มปากเต็มคำเลยว่ามันทำสำเร็จ ตอนนี้เขาทรมานมาก ไม่อาจข่มตานอนได้ เมื่อเขาไม่รู้ว่าทั้งหลานชาย,ลูกชายและลูกสะใภ้มีชะตากรรมเป็นตายร้ายดีอย่างไรบ้าง

“ถ้าเวอร์โดน่ารู้แย่แน่” แม็กซ์ถอนหายใจ คิดถึงภรรยาของเขา เขาไม่อยากให้เธอเป็นกังวล แต่ในขณะเดียวกันเขาก็อยากได้คนช่วย เธอทรงพลังเขารู้ดี และในสถานการณ์ที่มืดแปดด้านแบบนี้ เธอน่าจะเป็นคนเดียวที่พอช่วยได้

“ปู่คะ” เสียงของหลานสาวทำให้แม็กซ์หลุดจากห้วงความคิด เขาหันไปมองเด็กสาวที่เดินเข้ามาใกล้

“เกวน?” แม็กซ์ค่อนข้างแปลกใจกับสีหน้ากังวลของเกวน “มีอะไรงั้นเหรอ?”

“คือ” เกวนหลุบตา “หนูรู้แล้วว่าเบนอยู่ที่ไหน”

“อะไรนะ?” แม็กซ์เบิกตากว้าง หัวใจเต้นแรงด้วยความดีใจ

“ไม่ใช่แค่นั้นนะคะ หนูยังรู้อีกด้วยว่าลุงคาร์ลกับป้าซานดร้าอยู่ที่ไหน” เกวนเอ่ย

“ที่ไหนเกวน?” แม็กซ์ถาม “บอกปู่มาเถอะ”

“ที่ดาวชื่อเทนนิเซียคะ” เกวนตอบ “แต่เราจะบุกไปที่นั่นเลยไม่ได้ วิวแก็กซ์ป้องกันที่นั่นอย่างดี และ...”

“มีอะไรเหรอ?” แม็กซ์เริ่มใจคอไม่ดีเมื่อเกวนอ้ำอึ้ง เธอเม้มปากแล้วหันไปมองทางอื่น เธอทำหน้าเหมือนมีเรื่องอยากจะพูดแต่มันแย่เกินกว่าที่เธอจะบอกได้  “เกวน มีอะไร? บอกปู่มา”

“คือ...วิวแก็กซ์” เกวนปากสั่น “วิวแก็กซ์มัน...ล้างสมองเบนแล้ว...แล้ว...ฮึก...มันข่มขืนเบน...มันทำให้เบนเป็นทาสของมัน...มันทำให้เบนเป็นนางบำเรอของมัน”

แม็กซ์หน้าซีด ทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้อย่างหมดแรง ในขณะที่เกวนปิดหน้าสะอึกสะอื้น

“พระเจ้า” เขากุมหน้า “เบน”

เกวนโดลินแอบมองผ่านซอกนิ้ว เธอแสยะยิ้ม มองปู่ของเธอที่กำลังเครียด

เป็นไปตามแผน เกวนคิด ทีนี้ก็เหลือแค่รอให้ทุกๆอย่างเป็นไปอย่างที่มันควรจะเป็น

เธอแทบรอให้ถึงเวลาที่ปู่แม็กซ์และพวกช่างประปาไปถึงดาวเทนนิเซียไม่ไหว

 

 

 

อีกด้านหนึ่ง

 

ณ อาศรมล่องหนบนยอดหน้าผากแห่งหนึ่ง ชายหนุ่มในชุดสูทสีแดงเดินเข้าไปด้านใน กวาดมองภาพวาดและสถาปัตยกรรมที่แสนคุ้นเคย แต่เขาไม่ได้มาที่นี่เพื่อนึกถึงอดีตวันวานอันรุ่งโรจน์ ชายหนุ่มเดินลึกเข้าไปในอาศรม จนกระทั่งถึงใจกลางของมัน

เขาพบกับร่างเพรียวในชุดรัดรูปสีขาวสลับดำกับผ้าพันคอสีเขียว ชายหนุ่มหรี่ตาเดินเข้าไปหาอีกฝ่าย

“ดาบแอสคาลอน(Ascalon)ยังอยู่ไหม?” ชายหนุ่มถาม “หัวใจไดอากอนยังอยู่ไหม?”

“เขาเอามันไปแล้ว” อีกฝ่ายตอบ “เรามาช้าไป”

“ขัดขวางไม่ได้สินะ” เขาพึมพำ “แต่อย่างน้อย พลังก็กลับไปสู่ที่ที่มันควรอยู่”

“หมายถึงตัวพี่ใช่ไหม?” คนอายุน้อยกว่าถาม

“ใช่” ชายหนุ่มกล่าว เขาหันหลังเดินกลับไปตามทางที่เขาเข้ามา “ไปกันเถอะเคนนี่ เราไม่มีธุระอะไรกับที่นี่แล้ว”

“บอกให้เรียกว่าสแปนเนอร์(Spanner)ไง” เด็กหนุ่มตะโกน “อย่าเปิดเผยตัวจริงกันสิ!!

“ไม่มีใครได้ยินสักหน่อย นอกจากพี่” ชายหนุ่มหัวเราะในขณะที่น้องชายเดินหน้ามุ่ยมาอยู่ข้างๆเขา

 

 








 

 

 

 

TBC.

 

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++

 

ศึกนี้จบแบบตัวร้ายหนีไปได้จ้า!!! แปลว่าตัวร้ายตัวนี้ยังโผล่มาอีกในอนาคต

ปริศนาโผล่มาเรื่อยๆแต่คนอ่านน่าจะเดาออกนั้นแหละเนอะ อิๆ

ตอนนี้เป็นการปรากฏตัวของเบนคนที่...เท่าไรหว่า? 7 หรือ 8 ? งั้นมาระลึกชาติกันหน่อย

1.เบนหลัก-เบน เทนนิเซีย น้องเบนผัว 4,ผัวลับ 1 กับชู้อีก...

2.บีทวิคซ์-เบนแห่งการเวลา เมียพาราด็อก คู่รักสุดหวานเลี่ยน แม่นางตัวแสบของพวกเราไง

3.รุ่งอรุณ-เมียรูก

4.มารดาอสูร-เสด็จแม่ของพวกเราเอง!!!

5.นกน้อย-เบนเด็กอินโนเซ้นท์ โชตะค่อน ใครทำน้องแปดเปื้อนคือคนบาป!!!

6.แบล็ก-นางพญา- เบนสายโหดที่ทุกๆคนสงสัยว่านางให้อาหารวิวแก็กซ์ยังไง

7.เบนมารดาแห่งเทนนิเซีย-อนาคตของเบนหลักเรา มีสิทธิ์เปลี่ยนแปลงได้ อยู่ที่การกระทำของเบนในปัจจุบัน

8.นักบุญ-เมียอัลบิโด้ ที่ทุกๆคนสงสัยว่าตอนท้ายเกิดอะไรขึ้น? ตกลงลูกของนางกับใคร?

9.แม่นางน้ำแข็ง-ไอซ์เบิร์ค สาวดุ้น ...คัพD แต่มีดุ้น...This is a Trap!!!!!

อ้าว คนที่ 9 หรอกเรอะ? ไหนใคร FC เบนคนไหนชูป้ายไฟหน่อยสิ

คนเขียนเชื่อว่าคนอ่านไม่น่าจะจำได้หมด แต่อยากจะบอกว่า เบนทุกๆคนจะได้โคจรมาพบกัน...ในอนาคต หมายถึงตอนที่คนเขียนจะเขียนในอนาคตน่ะนะ รอลุ้นเอายาวๆเลยจ้า

ที่ลงช้าเพราะป่วยนั่นแหละ และลบแก้หลายรอบด้วย เลยช้าหน่อย  คนอ่านน่าจะเริ่มรู้แล้วแหละว่าคนเขียนน่ะ อ่อนแอ๊อ่อนแอ ช่วงไหนลงช้ารู้ไว้เลยว่าป่วย ไม่ก็ ลบแก้หลายรอบแบบเขียนไปได้สักที เฮ้ย ไม่เอาแบบนี้อะ ลบใหม่หมดเลย งี้

สำหรับภาพAbnyarที่ทุกๆคนอยากเห็น คนเขียนไม่รู้จะเอาภาพไหนมาประกอบดี

แบบว่ามันไม่มีอันไหนที่ตรงหรือใกล้เคียงเลย ต้องขออภัยด้วยนะคะ มโนกันอาเองนะ ...ในส่วนของร่างที่สิงน่ะนะ ส่วนร่างจริง...อืม...บอกเลยว่ามีส่วนผสมของเม่น+หมึกและกลุ่มก้อนอ้วก เอ้ย เนื้อ ง่ายๆมีต้นแบบมาจากสัตว์ประหลาดของเลิฟคราฟท์(Lovecraft) โอเคนะ




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 107 ครั้ง

520 ความคิดเห็น

  1. #387 Morden Jr (@guysiwakorn28) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 7 เมษายน 2562 / 06:53
    ใครก็ได้!!! แบนเกวนไปจากนิยายที!!!
    #387
    0
  2. #386 1234 (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 3 เมษายน 2562 / 02:12

    ตอนนี้อยากอ่านเบน-เมียอัลบิโดมากเลยค่ะ ว่าต่อไปจะเป็นยังไงต่อ

    #386
    0
  3. #385 geled (@geled) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 2 เมษายน 2562 / 21:23
    FCแม่นางtrap
    #385
    0
  4. #384 โยชิน่อน (@hellzen) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 2 เมษายน 2562 / 10:49

    ถ้าเป็นเบนเควินเกวนจักรวาลหลัก(เบนที่เป็นต้นแบบ)มาเจอเบนเทนนิเซียกับเหล่าสามีจะเป็นยังไง คือมโนหนักมากเบนหลักคงมีช็อคที่เห็นตัวเองในอีกมิติมีผัวหลายคนแถมหนึ่งในนั้นยังมีวิว,เควินอีก เกวนคงแบบแฟนฉันน เควินคงทำหน้าแบบเอียนๆ5555555 เป็นไปได้อยากอ่านแบบนี้มากกกกกก
    #384
    3
    • #384-2 Ariya1234 (@Ariya1234) (จากตอนที่ 46)
      3 เมษายน 2562 / 01:44
      ใช่ๆๆๆอยากอ่านมาก
      #384-2
    • #384-3 SansOkamiHearts. (@GaomiTheKill) (จากตอนที่ 46)
      3 เมษายน 2562 / 13:23
      +100 เลยกับความคิดเห็นนี้ครับ
      #384-3
  5. #383 prech_pooh (@prech_pooh) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 2 เมษายน 2562 / 08:35
    โอ้ยย ฆ่าอิเกวนที รำคาญแล้วนะจะมีสักตอนไหมที่ไม่เสื*กเรื่องคนอื่นน่ะ
    #383
    0
  6. #382 thiansawan (@thiansawan) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 2 เมษายน 2562 / 07:12
    โอ๊ยยย อยากให้เบนทุกคนมารวมตัวกันจริงๆ
    #382
    0
  7. #381 Ariya1234 (@Ariya1234) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 1 เมษายน 2562 / 23:53

    อยากจะพูดขอขอบคุณไรท์ที่ขณะป่วยแต่ก็ยังมาแต่งนิยายมาให้พวกเราอ่าน​ ไรท์เป็นหนึ่งใน5อันดับคนเขียนที่แต่งนิยายได้ดีที่สุด​ ไรท์เป็นอันดับที่หนึ่ง​ในใจเราเสมอนะคะ
    #381
    1
    • #381-1 Ariya1234 (@Ariya1234) (จากตอนที่ 46)
      1 เมษายน 2562 / 23:53

      สู้ๆๆๆๆๆ
      #381-1
  8. #380 KanoShuuya1012 (@KanoShuuya1012) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 1 เมษายน 2562 / 23:24

    โถ่ววววววว
    #380
    0