คัดลอกลิงก์เเล้ว

{SF} Sensitive [มยองซู ซองยอล]

โดย misternight

เรื่องราวความรักกุ๊กกิ๊กของหนุ่มหน้าหวานขี้น้อยใจ กับหนุ่มหน้าหล่อขี้แกล้ง ทั้งคู่จะลงเอยกันยังไง ... ต้องติดตาม

ยอดวิวรวม

209

ยอดวิวเดือนนี้

1

ยอดวิวรวม


209

ความคิดเห็น


0

คนติดตาม


6
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  28 มี.ค. 59 / 02:48 น.
นิยาย {SF} Sensitive [ͧ ͧ] {SF} Sensitive [มยองซู ซองยอล] | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้





SENSITIVE






















แรงบันดาลใจของไรท์ ได้มาจากเพลง กับ mv ของห้าสาว kiss me five
กับเพลง ไวต่อความรู้สึก ถ้าอยากได้อรรถรส แนะนำให้เปิดเพลงนี้คลอไปด้วยนะคะ






















---------------------------------------------------------











เนื้อเรื่อง อัปเดต 28 มี.ค. 59 / 02:48









SENSITIVE














"รักนะครับ นางฟ้าของผม"














เช้าของวันที่สดใสอากาศกำลังปลอดโปร่ง
แต่ก็ไม่เท่ากับความสดใสของคนที่นั่งอยู่บนม้าหินอ่อน ซองยอลนั่งคุยเล่นกับเพื่อน ในขณะที่เพื่อนบางคนกำลังก้มหน้าก้มตาลอกการบ้านยิกๆ

ร่างบางไม่รู้หรอกว่าตัวเองน่ะน่ารักแค่ไหน หน้าหวานๆ ผิวขาวๆ เอวบางๆ ไม่สมกับเป็นผู้ชายเลยซักนิด ถึงจะสูงไปซักหน่อยแต่ก็สูงอย่างหุ่นนางแบบ ไม่ได้ดูน่าเกลียดอะไร

จู่ๆคนที่กำลังมีรอยยิ้มกับเสียงหัวเราะก็เงียบลง สายตาทอดมองออกไปที่ชายหนุ่มอีกคน ที่กำลังวิ่งไล่ลูกหนังลายสลับขาวดำอยู่กับเพื่อนที่กลางสนาม 

คนๆนั้นเป็นคนที่สะกดสายตาของซองยอลได้มาแต่ไหนแต่ไรแล้ว ปกติเขาจะเป็นคนเงียบๆ แต่บางครั้งเขาก็ร่าเริงเวลาอยู่กับเพื่อนๆ หรือไม่ก็ตอนที่กำลังเล่นกีฬา 

ตอนแรกซองยอลไม่รู้จักคนๆนั้นเลยด้วยซ้ำ ทั้งๆที่เรียนอยู่ห้องเดียวกัน แต่จะทำไงได้ล่ะในห้องมีนักศึกษาเกือบครึ่งร้อย จำกันแทบไม่หมด แล้วซองยอลเองก็ไม่ได้เป็นพวกสนใจใครที่ไหน แต่แล้วคนๆนี้กลับได้รับความสนใจจากซองยอลไปเต็มๆ




______________________________________________





เย็นวันหนึ่งขณะที่ซองยอลกำลังจะกลับบ้าน ฝนฟ้าก็เทกระหน่ำลงมาไม่ขาดสาย เขาไม่ได้เตรียมร่มมาด้วยเพราะเมื่อเช้า พยากรณ์อากาศไม่เห็นบอกเลยว่าจะมีฝนตก

ซองยอลยืนบ่นให้กับตัวเองในความสะเพร่า ถ้าไม่ใช่เพราะเขาลืมรายงานที่ต้องแก้ส่งให้อาจารย์ในวันพรุ่งนี้แล้วล่ะก็ เขาคงไม่ต้องรีบวกกลับมาที่มหาลัย แล้วมาติดแหง็กอยู่ตรงนี้เพราะฝนฟ้าที่เทลงมาหรอก จะลุยฝนก็ไม่ได้รายงานในกระเป๋าจะเปียกไปซะก่อน

ซองยอลบ่นพึมพำเรื่อยเปื่อย อยู่ๆก็มีร่มคันสีดำอันใหญ่ยื่นมาตรงหน้าของเขา พอเขาเงยหน้ามองที่มาของมันเขาก็เจอกับผู้ชายคนหนึ่ง ซึ่งน่าจะเป็นเจ้าของร่ม

"เอาไปสิ กลับบ้านไม่ได้ไม่ใช่หรอ"

ชายตรงหน้าเอ่ยบอกกับซองยอล ด้วยความเกรงใจทำให้ซองยอลยังไม่กล้ารับร่มมาไว้ในมือ ลำบากคนตรงหน้าที่ต้องยัดร่มมาใส่มือให้ พร้อมกับพูดอะไรบางอย่างแล้ววิ่งหายไปกลางสายฝน

"บ้านชั้นอยู่ใกล้ๆ ลุยฝนได้นายเอามันไปเถอะ"



______________________________________________



"ซองยอล"

"ยอล"

"ไอ่ยอล!!"

เสียงเพื่อนตัวเล็กข้างๆตะโกนกรอกหู เรียกให้ร่างบางหลุดออกจากภวังค์

"หะ.. มีอะไร?"

"วิญญาณแกหลุดออกจากร่างรึไง เรียกตั้งนานไม่ตอบเนี่ย"

เพื่อนตัวดีที่มีชื่อว่าอูฮยอนบ่นกระปอดกระแปดข้างๆพลางเก็บของลงกระเป๋า

"เอ้า เร็วๆสิได้เวลาเข้าเรียนแล้ว"

ซองยอลที่กำลังเอ๋อๆก็พยักหน้าหงึกหงักเก็บของลงกระเป๋าก่อนจะรีบสิ่งตามเพื่อนรักไป โดยที่ไม่รู้เลยว่ามีสายตาคู่หนึ่งมองตามตนเองไปพร้อมกับรอยยิ้มอบอุ่นของเจ้าของสายตา




- ลมฟ้ามันค่อนข้างปรวนแปร Takecare ตัวเองด้วยล่ะ อย่านอนดึกนะเธอเป็นห่วง นี่เธอมาหวงฉันทำไม -




"การบ้านก็อย่างที่สั่งไป เอามาส่งก่อนกำหนดด้วยนะ หมดเขตอาจารย์ไม่รับ"

เสียงของอาจารย์ประจำภาควิชาเอ่ยบอกกับนักศึกษาในห้องเรียนของตนก่อนจะเดินออกจากห้องไป งานคราวนี้ค่อนข้างจะยุ่งยากซักหน่อย ตรงที่เป็นงานกลุ่มใหญ่ๆ มีสมาชิก 7-8 คน ถ้าคนไม่ครบอาจารย์จะไม่ให้ผ่าน เพราะคำนวณจากจำนวนนักศึกษาภายในห้องแล้ว
 ทั้งที่ปกติเวลามีงานกลุ่มซองยอลจะจับกลุ่มกับเพื่อนแค่สี่คนแท้ๆ คราวนี้เลยทำให้เขาต้องหาเพื่อนมาเข้ากลุ่มอีกสี่คน ซองยอลกำลังจะลุกเดินไปหาสมาชิกมาเพิ่มในกลุ่มก็มีเสียงนึงขัดขึ้นซะก่อน

"ขอโทษนะ กลุ่มนายคนครบรึยัง พวกเราอยากขออยู่ด้วยน่ะ"

เป็นผู้ชายคนนั้นที่ยื่นร่มให้ซองยอลในวันฝนตก จากที่คอยตามหาเพื่อที่จะเอาร่มคืน ซองยอลถึงได้รู้ว่าผู้ชายคนนี้เป็นเพื่อนร่วมห้องของตน หลังจากที่คืนร่มไปแล้วพวกเขาก็ไม่ได้คุยกันอีกเลย นี่เป็นครั้งแรกที่คุยกันถ้าไม่รวมวันนั้น

วันที่ฝนตก..

ผู้ชายคนนั้นชื่อ 'คิม มยองซู'

"อ่ะ.. ได้สิ พวกเรากำลังจะไปหาเพื่อนเข้ากลุ่มเลย"

ซองยอลลนลานตอบพร้อมกับรีบหันหลังให้กลุ่มเพื่อนของมยองซู เพื่อกลบเกลื่อนความเขินอายของตนเอง

และแล้วก็ได้รายชื่อของเพื่อนๆครบ 7 คน ในการทำรายงานกลุ่ม

- ซองยอล
- ซองจง
- อูฮยอน
- ซองกยู
- มยองซู
- โฮวอน
- ดงอู

"งั้นวันนี้เอาแค่นี้ก่อนนะ ไว้วันพรุ่งนี้เราค่อยไปหาข้อมูลกันต่อ"

เสียงของอูฮยอนสรุปข้อมูลเกี่ยวกับรายงานกลุ่ม ก่อนจะหันไปบอกเพื่อนๆให้แยกย้ายกลับบ้าน เพราะนี่ก็เย็นมากแล้ว กลัวฝนฟ้าจะเทลงมาอีก เพราะตอนนี้มันเข้าฤดูฝนเต็มที่แล้วนั่นเอง

"งั้นพวกเรากลับก่อนนะมยองซู ซองยอล"

เสียงของซองกยูกับเพื่อนๆที่ขึ้นรถเมลล์สายเดียวกันหันมาเอ่ยลาก่อนรถประจำทางจะเคลื่อนตัวออกไป เหลือแค่มยองซูกับซองยอลเพียงเท่านั้นที่กำลังยืนอยู่ตรงป้ายรถเมล์ อยู่ๆเม็ดฝนก็โปรยปรายลงมา ซองยอลเปิดกระเป๋าหยิบร่มคันเล็กออกมากางกันละอองฝน โชคดีชะมัดที่เตรียมมา ร่างบางยิ้มให้ตัวเองก่อนจะเหลือบมองไปที่มยองซู ก็เห็นชายหนุ่มยืนถือร่มไว้เหมือนกัน ถึงจะเป็นคนละอันกับในวันนั้นก็เถอะ 

"วันนี้นายพกร่มมาด้วยหรอ นึกว่าจะไม่ได้เอามาเหมือนวันนั้นซะแล้ว"

มยองซูหันมาพูดคุยและยิ้มให้กับซองยอล ร่างบางทำตัวไม่ถูกได้แต่ยิ้มแหยๆส่งกลับไปให้

"ดีแล้วล่ะ ช่วงนี้อากาศแปรปรวน ต้องดูแลตัวเองดีๆนะ รถของนายมาแล้วล่ะ"

คำพูดของมยองซูทำให้ร่างบางถึงกับหน้าเห่อร้อน คำพูดของเขามันเหมือนกับว่าเป็นห่วงตนเอง จนร่างบางอดจะเข้าข้างตัวเองไม่ได้ ยังไม่ทันพูดอะไรอีกคนก็เอ่ยถึงรถประจำทางของเขาซะก่อน ร่างบางเลยจำต้องเดินขึ้นรถไปนั่งริมหน้าต่างแล้วมองมาทางที่มยองซูยืนอยู่
 ซองยอลเห็นว่าอีกคนโบกมือพลางส่งยิ้มให้เขาน้อยๆ ก่อนที่รถจะเคลื่อนออกมา เพียงแค่นี้ร่างบางก็ก้มหน้างุดแอบยิ้มกับตัวเองคนเดียวจนถึงบ้านแล้ว


บ้านของซองยอล


Trrrrrrrrrrrrrrrr


เสียงโทรศัพย์มือถือของร่างบางที่กำลังเช็ดผม หลังจากอาบน้ำสระผมเสร็จดังขึ้น ซองยอลเดินไปทิ้งตัวนั่งบนเตียง หยิบโทรศัพย์มาดูก็เห็นเป็นเบอร์แปลก เขาชั่งใจซักพักก่อนจะกดรับสาย

'ฮัลโหล สวัสดีครับ'

"............"

'ได้ยินรึเปล่าครับ'

เสียงของปลายสายดังขึ้นทันทีที่กดรับ ซองยอลยังไม่ทันได้ตอบกลับไป
อีกฝ่ายก็ถามขึ้นมาอีกรอบ

"เอ่อ..ใครครับ?"

'ชั้นเอง คิม มยองซู'

ซองยอลที่รับรู้ว่าปลายสายเป็นใครก็ตกใจ จนเกือบทำโทรศัพย์ตกพื้น แต่ก็ตั้งสติได้รีบพูดตะกุกตะกักตอบกลับไป

"อ..อะ มีอะไรหรอมยองซู"

'เปล่าหรอก โทรมาทวนเบอร์เพื่อนๆในกลุ่มน่ะ รบกวนรึเปล่า'

"อ๋อ เปล่าๆ คุยได้"

หลังจากที่คุยกันได้ไม่กี่คำ อีกฝ่ายก็วางสายไป เพราะเห็นว่าดึกแล้ว แต่ก่อนวางก็ทิ้งคำพูดให้ร่างบาง เขินหน้าดำหน้าแดงจนใจแทบระเบิดไว้จนได้

"นอนได้แล้วนะซองยอล อย่านอนดึก ห่มผ้าด้วยเดี๋ยวไม่สบาย ฝันดีนะซองยอล"




- เธอเลิกโทรเข้ามาบ่อยๆ แล้วพูดลอยๆได้ไหม อย่าทำเป็นเหมือนเอาใจใส่ ถ้าเธอไม่ได้จะจริงจัง -



เช้าวันต่อมาเพื่อนๆในกลุ่มรายงานนัดกันออกไปหาข้อมูลนอกสถานที่ เพื่อเก็บรูปในหัวข้อ 

'วัดเก่าแก่ในประวัติศาสตร์'

โดยแยกออกเป็นสองกลุ่ม กลุ่มของมยองซูไปอีกฝั่ง ส่วนกลุ่มของซองยอลก็มาอีกฝั่ง จนถึงเวลานัดที่ทั้งหมดต้องมารวมตัวกัน แต่ทางฝ่ายมยองซูนั้นยังไม่มีซักที

"ใครมีเบอร์ติดต่อกลุ่มมยองซูบ้าง"

ซองจงที่นั่งรอมาซักพักเอ่ยถามขึ้น

"อ้าว พวกนายไม่มีหรอ?"

ซองยอลที่นั่งพักเหนื่อยก็หันไปถามซองจงงงๆ ก็ไหนเมื่อคืนมยองซูบอกว่า..

"ถามอะไรของแกซองยอล พวกชั้นจะไปมีเบอร์ของพวกนั้นได้ยังไงล่ะพวกแกมีมั้ย?"

ซองจงหันมามองซองยอลแปลกๆ แล้วหันไปถามกับเพื่อนๆอีกสองคน

ร่างบางได้แต่ขมวดคิ้ว กำลังจะหยิบโทรศัพย์ออกมากดหาเบอร์ของมยองซูแต่ก็เห็นว่ากลุ่มของอีกฝ่ายกำลังวิ่งกระหืดกระหอบมาพอดี เลยเก็บโทรศัพย์เข้ากระเป๋าเหมือนเดิม

"มาพอดีเลย พวกเรากำลังคุยเรื่องพวกนายกันอยู่เลยเนี่ย ขอเบอร์หน่อยสิเอาไว้ติดต่องาน"

"จริงด้วย พวกเรายังไม่ได้แลกเบอร์กันเลยนี่นะ"

อูฮยอนที่รอให้อีกกลุ่มหายเหนื่อยก่อนเลยเอ่ยขอเบอร์ เผื่อจะได้โทรถามไถ่เรื่องงานได้ ซองยอลที่ยังงงๆนึกถึงเรื่องเมื่อคืนก็หันไปมองที่มยองซูอย่างแปลกใจ ก็เมื่อคืนมยองซูบอกว่าทวนเบอร์ที่เพื่อนๆให้มานี่นา



- คิดทุกคำที่เธอไม่คิด ถ้าฉันกำลังเข้าใจผิด (ผิดอีกแล้ว ผิดอีกแล้ว) บอกได้ไหม -




ตอนนี้พวกเขากำลังรอรถประจำทางเพื่อจะกลับบ้าน แต่นี่ก็ผ่านมานานแล้ว แต่รถก็ยังไม่มาซักที

ซองยอลยืนชะเง้อมองรถ เพราะอยากกลับบ้านไวๆ ร่างบางเดินตากแดดมาทั้งวัน ทำให้รู้สึกเหนียวตัวอยากจะอาบน้ำ กำลังจะก้าวถอยหลังก็มีเสียงแตรรถดังขึ้นจนแสบแก้วหู

ปรี๊นนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนน

เพราะมัวแต่ตกใจจนทำอะไรไม่ถูก ซองยอลเลยได้แต่มองมอไซค์ที่กำลังวิ่งเข้ามาโดยไม่คิดจะหลบ แต่อยู่ๆก็รู้สึกเหมือนโดนกระชากจนไปชนกับอะไรบางอย่างหอมๆจนต้องหลับตาปี๋ กว่าจะรู้ตัวก็ได้ยินเสียงเพื่อนๆโวยวาย

"เฮ้ย! นี่มันทางเท้านะโว้ย ให้คนเดิน ไม่ได้ให้รถวิ่ง"

ซองยอลตั้งสติได้ก็ลืมตามองอะไรบางอย่างตรงหน้า เป็นต้นคอของใครบางคนที่กำลังโอบกอดเขาอยู่ ร่างบางรีบแกะตัวเองออกมาจากอ้อมกอดนั้น 

เขาทำตัวไม่ถูก มือไม้เกะกะจนไม่รู้จะเอาไปไว้ตรงไหน เอ่ยเสียงอ้อมแอัมขอบคุณคนที่ดึงแขนช่วยตนไว้เมื่อกี้

"ขะ..ขอบคุณนะ..มยองซู"



- ฉันมันคนอ่อนไหว ไวต่อความรู้สึกนะเธอ แค่เธอเดินมาเปิด หัวใจมันเตลิด เหมือนว่ามันจะเกิด some one ข้างใน -




งานที่ได้รับมอบหมายให้ทำก็เสร็จไปแล้ว รายงานที่เย็บเล่มปึกหนาก็ถูกส่งให้อาจารย์ประจำภาควิชาตรวจ กลั่นเป็นคะแนนออกมาให้ได้ชื่นใจ กลุ่มของซอลยอลที่ตอนนี้สนิทกับกลุ่มของมยองซูแล้ว ก็พากันไปนั่งมองเพื่อนๆเตะบอลตรงม้าหินอ่อนใต้ต้นไม้

ซองยอลนั่งมองมยองซูวิ่งตามลูกหนังก่อนจะเตะลูกหนังเข้าประตูไป คนที่ทำประตูได้ก็ดีใจวิ่งไปแท็คมือกับเพื่อนที่วิ่งเข้าไปหา ร่างบางที่เห็นรอยยิ้มของร่างสูงก็ยิ้มตาม ก่อนจะได้สบตากับคนที่ตัวเองแอบมอง พอร่างบางรู้สึกตัวก็รีบหันหน้าหลบแทบไม่ทัน

"ชั้นว่ามยองซูต้องชอบแกแน่ๆเลยว่ะซองยอล"

อูฮยอนที่นั่งสังเกตุเพื่อนรักของตัวเองกับคนตัวสูงกลางสนามบอลก็เอ่ยเปิดประเด็นขึ้นมา

"ใช่ ชั้นก็ว่างั้นแหละ มยองซูต้องสนใจแกอยู่แน่ๆ"

"จะบ้าหรอ พูดอะไรแบบนั้น ไม่ใช่..หรอกน่า"

ซองยอลรีบพูดโวยวายเพื่อนกลบเกลื่อนความเขินของตัวเอง ก่อนจะจบประโยคด้วยเสียงแผ่วๆด้วยเสียงที่ไม่แน่ใจเท่าไหร่นัก
 เพราะอีกคนก็ชอบทำให้ร่างบางคิดแบบนั้นอยู่เหมือนกัน ทั้งการดูแล ทั้งการที่โทรมาคุยด้วยทุกๆคืน ถึงตอนนี้รายงานจะเสร็จไปแล้ว และแม้ว่าคนตัวสูงจะไม่โทรมาบ่อยเท่าแต่ก่อน แต่เขาก็ส่งข้อความมาบอกฝันดีทุกคืน มันออกจะเกินเลยความเป็นเพื่อนไปหน่อย

แต่ซองยอลก็ไม่อยากคิดเข้าข้างตัวเองมากนัก ถึงจะเผลอคิดไปแล้วจนทำให้ตัวเองใจสั่นไปถึงไหนต่อไหนแล้วก็เถอะ
 พอคิดได้ก็รีบหยิบขวดน้ำที่มีหลอดคาเอาไว้มากินเพื่อดับความฟุ้งซ่าน แต่จังหวะที่หลอดกำลังจะเข้าปากก็มีมือดีมาฉวยเอาหลอดไปใส่ปากตัวเองซะก่อน ซองยอลรีบมองไปที่ตัวการ ก็พบมยองซูที่กำลังดูดน้ำจากหลอดในขวดที่ซองยอลกำลังถือ ดวงตามีเสน่ห์ของอีกฝ่ายจดจ้องมาที่ใบหน้าของตน มันเหมือนกับว่าเขากำลังป้อนน้ำให้อีกคนอยู่เลย 

ซองยอลเม้มปากแน่นหน้าร้อนวูบจนรู้ว่าตัวเองต้องหน้าแดงมากแน่ๆ พอมยองซูละริมฝีปากออกจากหลอด ร่างบางก็รีบวางขวดน้ำ เอื้อมมือหยิบกระเป๋าหันไปบอกเพื่อนๆขอตัวกลับบ้านก่อน โดยที่ไม่รู้ตัวอีกเช่นเคยว่ามีคนมองตามหลังด้วยรอยยิ้มอบอุ่นเหมือนทุกๆครั้ง



- เรื่องจริงไหมไม่รู้ แต่ที่ฉันรู้ต้องคอยห้ามใจ นี่ก็เป็นอีกวัน ที่หัวใจง่ายๆ สั่งตัวเองไว้ อย่าเพิ่งไปเป็นของเธอ -













ร่างบางเดินออกมารอรถประจำทางที่หน้ามหาลัยเหมือนทุกครั้ง และไม่นานมยองซูที่เดินตามมาก็มายืนอยู่ข้างๆ แต่ซองยอลก็ทำเป็นไม่สนใจ เพราะอยากจะกำจัดความรู้สึกเขินอายนี้ออกไปให้ได้ก่อน รู้สึกไม่เป็นตัวเองเอาซะเลย ร่างบางก่นว่าตัวเองในใจ 

และเช่นเคยเหมือนทุกๆวัน ราวกับท้องฟ้าเปิดปิดสวิตเป็นเวลา ฝนเริ่มโปรยปรายลงมาช่วงเวลาเดิม ร่างบางหยิบร่มที่พกติดตัวออกมากางไว้เหมือนทุกครั้ง สายตาเหลือบมองไปที่คนตัวสูงที่ยืนอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล ในมือก็กำลังถือร่มอันเล็กไว้เหมือนกันกับเขา

วันนี้รถประจำทางของเขามาช้ากว่าปกติ รอจนฝนเริ่มตกหนักขึ้นก็ยังไม่มีวี่แววว่ารถจะมา หันไปมองอีกคนที่อยู่ก็เห็นเขายืนคุยกับสาวสวยคนหนึ่ง ซองยอลจำได้ว่าเธอคือเพื่อร่วมห้องที่เรียนเก่งเอามากๆ และไม่ทันไรมยองซูก็ยื่นร่มที่ถือเอาไว้ให้ผู้หญิงคนนั้นไป 

เหมือนในใจของซองยอลจะมีเสียงคล้ายๆอะไรแตก มันปวดลึกๆใจอก คนตัวสูงใจดีอย่างนี้กับทุกคนเลยหรือเปล่า เข้าใจอยู่ว่ามยองซูเป็นสุภาพบุรุษ แต่นั่น.. รวมถึงเขาด้วยใช่มั้ย..

ร่างบางยืนมองอีกคนที่ไม่มีร่มแล้ว ฝนที่ตกหนักขึ้นก็กระเซ็นจนโดนเสื้อผ้าของคนตัวสูงจนเริ่มเปียก

ซองยอลเห็นดังนั้นเลยเดินเอาร่มไปยื่นจ่อให้คนตัวสูงแล้วก้าวถอยหลังออกจากร่ม 

ความน้อยใจยังคงมีในอกร่างบาง แต่ความเป็นห่วงมันก็มีเช่นกัน มยองซูมองไปที่ร่างบางอย่างงงๆ เห็นอีกฝ่ายเดินออกไปจากเงาร่ม ก็จะจับแขนให้ร่างบางเข้ามาหลบฝนด้วยกัน แต่พอเอื้อมมือไปอีกฝ่ายก็ขยับหลบไปอีก ซ้ำยังตัวสั่นน้อยๆ 

"ซองยอล..ร้องไห้ทำไม"

มยองซูเอ่ยปากถามร่างบางที่ยืนก้มหน้า กำลังจะเดินไปฉุดร่างนั้นเข้ามากอดปลอบ แต่พอดีกับที่รถประจำทางของอีกฝ่ายมาถึง ซองยอลรีบวิ่งไปขึ้นรถก่อนที่รถจะออกตัวไปทันที ท่ามกลางความงุนงงของมยองซู


- ใครที่เธอให้ความสนิท ก็คิดจะเป็นห่วงเขา
แบบเดียวกับฉันใช่รึเปล่า คงมีคนรักเธอมากมาย
ถ้างั้นเราไม่ควรเจอกัน เพราะฉันน่ะขี้หวั่นไหว
อย่าทำเป็นเหมือนเอาใจใส่ ถ้าเธอไม่ได้คิดจริงจัง -





________________________________________________







สองวันแล้วที่ซองยอลไม่ได้ไปมหาลัย เพราะผลของการที่วิ่งตากฝนขึ้นรถ พอลงจากรถก็ต้องตากฝนกลับบ้านอีก ทำให้ตัวเปียกโชกเหมือนลูกหมา พอมาถึงบ้านฝนก็หยุดตกพอดี
 คุณแม่ที่บังเอิญออกมาดูต้นไม้หน้าบ้านก็ตกใจที่เห็นลูกชายคนเล็กของบ้าน กลับบ้านมาด้วยสภาพตัวเปียกซก และพอตกกลางคืนไข้ก็ขึ้นสูง สุดท้ายหวัดก็กินเป็นอันเรียบร้อย

"อื้อ ไม่ต้องมาหรอกเดี๋ยวติดหวัด ฝากจดเลคเชอร์ด้วยนะอูฮยอน ขอบคุณมากนะ"

ร่างบางคุยโทรศัพย์ฝากฝังเพื่อนเรื่องงาน ในระหว่างที่เขานอนเปื่อยเป็นศพอยู่ที่บ้าน ตอนแรกเพื่อนๆจะพากันมาเยี่ยม แต่เขาก็ปฏิเสธไปซะก่อน เพราะเขารู้ว่าถ้าพวกมันมา ก็คงจะพาใครบางคนที่เขานอนคิดถึงตลอดสองวันนี้มาด้วย แล้วเมื่อคิดไปถึงคนๆนั้นน้ำตามันก็พาลจะไหลอีกรอบ ยิ่งป่วยก็ยิ่งขี้แยขึ้นเป็นระดับสิบ ความฟุ้งซ่านก็พุ่งสูงระดับล้าน 

2-3 วันมานี้ ไม่ใช่ว่ามยองซูจะไม่ติดต่อมา เขาทั้งไลน์ ทั้งส่งข้อความ ทั้งโทรมา แต่ซองยอลก็เลิกที่จะเมิน
ร่างบางไม่อยากจะหลงตัวเอง คิดเข้าข้างตัวเองมากไปกว่านี้แล้ว เรื่องทั้งหมดมันอาจนะเป็นเพราะความใจดีของคนตัวสูงก็ได้ อีกฝ่ายคงไม่คิดอะไร และที่คอยโทรมาก็คงคุยกับเพื่อนๆทั่วๆไป คนที่คิดเป็นตุเป็นตะก็คงมีแต่เขาฝ่ายเดียว

คงทำอะไรไม่ได้ นอกจากตัดใจ..



- ที่ทำให้ฉันรู้สึก อย่าทำให้ฉันรู้สึก
และถ้าเธอไม่ได้รู้สึก ก็ช่วยหยุดทีได้ไหม -



ก๊อก ๆ ๆ

"ซองยอล มีเพื่อนมาหาแหนะลูก แม่จะเปิดประตูให้เพื่อนเข้าไปแล้วนะ"

เสียงของคุณแม่ยังสาวของซองยอล เคาะประตูเอ่ยเรียกลูกชาย ก่อนจะเปิดประตูให้เพื่อนของลูกแล้วเดินลงบันไดไป

"เข้าไปนั่งก่อนนะลูก เดี๋ยวแม่ลงไปเอาน้ำกับขนมมาให้"

เสียงของคุณแม่เอ่ยบอกกับเพื่อนคนนั้นที่มาเยี่ยมลูกชายของตน ซองยอลที่นอนอยู่บนเตียงไม่ได้หันกลับมามอง แต่ก็รู้อยู่หรอกว่าต้องเป็นอูฮยอนแน่ๆ

"ก็บอกแล้วว่าไม่ต้องมาหรอก เดี๋ยวติดหวั..."

ซองยอลส่งเสียงอู้อี้บอกเพื่อนพร้อมหันกลับมาทางทิศที่มีอีกคนยืนอยู่ แต่ก็ต้องชะงัก คนที่คิดว่าน่าจะเป็นเพื่อนสนิทของตน กลับกลายเป็นคนที่เขาทั้งคิดถึงแต่ก็ไม่อยากเจอมากที่สุดซะได้

"... มยองซู"

"เป็นไงบ้างซองยอล ดีขึ้นรึยัง"

คนตัวสูงเอ่ยถามพร้อมกับเอาหลังมืออังเข้าที่หน้าผากของคนบนเตียง แต่ร่างบางนั้นกลับเบี่ยงหลบสัมผัสจากอีกคน สายตาเสมองไปทางอื่นไม่อยากมองหน้าคนตัวสูงนานๆ กลัวจะร้องไห้ให้กับเรื่องไม่เป็นเรื่อง

"งอนหรอ"

มยองซูยิ้มน้อยๆกับท่าทางน่ารักนั่น ไม่เคยเห็นมุมนี้ของคนตัวบางมาก่อน ซึ่งมันดูน่ารักในสายตาเขามากๆ

........

ซองยอลยังคงเงียบไม่ยอมตอบคำถามที่ร่างสูงถามก่อนหน้า ซักพักก็รู้สึกได้ถึงเตียงที่ยวบลงพอหันไปมองก็ต้องผงะ เพราะหน้าของอีกคนนั้นมันอยู่ใกล้แค่ปลายจมูก สายตาของทั้งสองมองประสานกัน ก่อนที่น้ำสีใสจะปรากฏขึ้นในดวงตาของร่างบางแล้วค่อยๆหยดแหมะลงสู่ปลายคาง

ยังจะแกล้งกันอยู่ได้นะ ก็ใช่สิ นายไม่ได้รู้สึกอะไรหนิ 

ร่างบางตัดพ้อต่อว่าอีกคนในใจ เริ่มสะอื้นฮักๆ เมื่อมยองซูเห็นดั่งนั้นจึงยื่นปลายนิ้วเกลี่ยเช็ดน้ำตาที่ข้างแก้มเนียนเบาๆ

"ไม่ร้องไห้สิเด็กดี"

"ชั้น..ไม่ใช่..เด็กนะ..ฮึก"

ร่างบางเอ่ยเถียงทั้งน้ำตาปนกับเสียงสะอื้น สร้างความเอ็นดูให้กับมยองซูจนถึงกับหลุดยิ้มออกมา 

"โอ๋ๆ เด็กดีไม่ร้องนะ หยุดร้องก่อนเร็ว จะเล่านิทานให้ฟัง"

ร่างสูงขยับเข้าไปกอดปลอบร่างบางให้หยุดสะอื้น ซองยอลก็พยายามหยุดร้องสูดน้ำมูกฟืดฟาดนั่งนิ่งในอ้อมกอดของมยองซู แล้วร่างสูงก็เริ่มเล่านิทานให้คนตัวเล็กฟัง

"เมื่อไม่นานมานี้มีคนๆหนึ่ง เขาเป็นที่รักใคร่ของเพื่อนๆและคนรอบข้าง เป็นคนที่มีน้ำใจ ชอบช่วยเหลือคนอื่น มีอยู่ครั้งนึงที่เขาเคยไปช่วยคุณยายแก่ๆข้ามถนน ทั้งที่ตัวเองก็ข้ามถนนไม่เก่งนัก เขาเหมือนกับนางฟ้า แล้วนางฟ้าก็คงไม่รู้ว่าเขาได้ทำให้ใครบางคนหลงรักเข้าอย่างจัง"

มยองซูก้มมองคนในอ้อมแขนก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบทิชชู่มาเช็ดจมูกให้ร่างบางที่กำลังตั้งใจฟังแล้วเริ่มเล่าต่อ

"เขาเฝ้ามองนางฟ้ามาได้พักนึง ไม่รู้เลยว่าจะเข้าไปทักยังไง เริ่มจากตรงไหน แล้ววันนึงโชคก็เข้าข้างเขา เพราะเขาเห็นว่านางฟ้าที่เขาเฝ้ามองกำลังติดฝนในอาคารเรียน เขาเลยรีบเอาร่มไปยื่นให้ ใจจริงก็อยากจะกลับด้วยนะ แต่ก็กลัวว่ามันจะมากเกินไป"

ซองยอลเงยมองเสี้ยวหน้าของคนที่กำลังกอดตนอยู่ หัวใจเต้นแรงตึกตักจนแทบจะออกมากองข้างนอก

"แล้วโชคก็เริ่มเข้าข้างผู้ชายคนนั้นมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะอาจารย์ดันสั่งงานให้ทำเป็นกลุ่ม เขาเลยรีบไปขออยู่กลุ่มเดียวกันกับนางฟ้า 

คืนนั้นเขารีบโทรหานางฟ้าที่เขาเฝ้ามอง ทั้งๆที่ได้เบอร์มานานแล้วแต่ก็ไม่กล้าโทรซักที คราวนี้เขาเลยตัดสินใจโทร โดยอ้างเหตุผลที่ทำให้ไม่น่าสงสัย แต่สุดท้ายก็ความแตกล่ะ"

พอเล่าถึงตรงนี้ร่างบางก็หัวเราะคิกคัก เมื่อนึกถึงเหตุการณ์ในวันนั้น เรื่องมันเป็นอย่างนี้นี่เอง ร่างบางขยับตัวให้หลังแนบไปกับอกของอีกคนก่อนจะจ้องมองตาแป๋วรอให้อีกฝ่ายเล่าเรื่องต่อจนจบ

"ผู้ชายคนนั้นเฝ้ามอง คอยดูแลนางฟ้าที่เขาหลงรัก ที่ยิ่งนับวันก็ยิ่งรักมากขึ้นเรื่อยๆ จนแน่ใจว่าอีกฝ่ายก็คงมีใจให้กับเขาแน่ๆ อยู่มาวันนึง ผู้ชายคนนั้นเขาก็ตามไปยืนรอส่งนางฟ้าที่เขาเฝ้ามองขึ้นรถเหมือนทุกๆวัน แล้วฝนก็ตกเหมือนทุกๆวันเช่นกัน แต่คราวนี้ผู้ชายคนนั้นดันไปเจอกับเพื่อนร่วมห้อง เขาตัดสินใจให้ร่มกับผู้หญิงคนนั้นไป เพื่อที่จะได้ใช้โอกาสไปยืนในร่มคันเดียวกันกับนางฟ้าที่เขารัก แต่เขาก็ไม่รู้จะเริ่มยังไง"

คนตัวสูงกดจูบไปที่ขมับชื้นเหงื่อของคนไม่สบาย
มือก็ลูบผมคนในอ้อมกอดเหมือนเป็นการปลอบกลายๆ
 "แล้วเหมือนฟ้าเป็นใจที่นางฟ้าเดินเอาร่มมาให้เขา แต่ว่า..เหมือนนางฟ้าจะเข้าใจอะไรผิดไป เป็นครั้งแรกที่ผู้ชายคนนั้นเห็นนางฟ้าร้องไห้ เขาตกใจจนทำอะไรไม่ถูกเลย"

".............."

 "จนผู้ชายคนนั้นรู้ว่านางฟ้าป่วย เขาเลยคิดที่จะไปง้อนางฟ้า อยากจะอธิบายให้นางฟ้าเลิกคิดมาก แล้วบอกความในใจออกไป"

ถึงตอนนี้มยองซูก้มมองคนที่กำลังนั่งพิงเขาอยู่ แก้มที่แดงขึ้นสีจนเขาอยากจะฟัดให้หายหมั่นเขี้ยว แต่เขาก็ยังห้ามใจไว้อยู่ คนตัวสูงก้มลงกระซิบบอกอะไรบางอย่างกับร่างบางในอ้อมกอด เรียกให้แก้มที่แดงอยู่แล้ว แดงหนักขึ้นไปอีก

 "อย่าคิดมากไปเลยนะคนดี ผมหลงรักคุณตั้งแต่ตอนนั้น จนถึงวันนี้ก็ยังไม่เปลี่ยนใจ และจะไม่มีวันหมดรักคุณ"

จบคำทั้งสองหันสบสายตากัน เหมือนแรงโน้มถ่วงของโลกจะดึงดูดให้ทั้งคู่ลดช่องว่างระหว่างริมฝีปากให้ใกล้จนอีกไม่กี่วิ ริมฝีปากก็จะสัมผัสกัน


...............


..........


......


ก๊อก ๆ ๆ


"ขนมมาแล้วนะน้องยอล"

เสียงของคุณแม่ยังสาวเคาะประตูเรียกลูกชายที่ป่วยให้ออกมาเอาขนมหน้าประตู ทำให้ทั้งคู่รีบดีดตัวออกจากกัน ซองยอลรีบมุดเข้าไปใต้ผ้าห่มซ่อนความเขินอาย
มยองซูเลยต้องเดินไปรับถาดขนมจากแม่ของอีกฝ่ายเข้ามาในห้องแทน

ร่างสูงเห็นอีกคนมุดผ้าพยายามหลบหน้า ก็ขำด้วยความรู้สึกเอ็นดู เห็นแล้วอยากจะแกล้งให้เขินมากขึ้นไปอีก เลยเดินไปกระซิบตรงข้างๆหูที่โผล่ออกมานอกผ้าห่มเบาๆ

"รักนะครับนางฟ้าของผม"



- นี่ก็เป็นอีกวัน ที่หัวใจง่ายๆ สั่งตัวเองไว้ อย่าพึ่งไปเป็น..ของเธอ -



The end 






สวัสดีค่ะทุกคน ขอบคุณที่เสียสละเวลาเข้ามาอ่านนะคะ 
เป็นยังไงบ้างคะ? เรื่องสั้นเรื่องแรกของเราเลย 
กำลังพิมพ์อีกเรื่องไปแล้วฟังเพลงไป อยู่ๆพล็อตเรื่องนี้ก็แว๊บบบ เข้ามาในหัว
ชอบไม่ชอบยังไงติชมกันได้นะคะ เอาไว้เป็นแนวทางในเรื่องต่อๆไปค่ะ
ส่วนเรื่องนี้ต้องขอลาไปก่อนน้า บ๊ายบายยยยยย



เม้นซักนิดเพื่อกำลังใจน้อยๆของไรท์ ♡

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ misternight จากทั้งหมด 8 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

0 ความคิดเห็น