SIX SENSE สัมผัสวิญญาณ BTS Kookmin

ตอนที่ 13 : Sixsense 5 :: สะกดรอยตาม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 460
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    29 ก.ค. 59





ปล. มันกาก แต่ก็อยากให้ดูอ่ะ





จิน พาร์ท
 
 
 
 
 
 
พวกคุณเคยมีความรู้สึกเหมือนกำลังโดนติดตามมั้ยครับ มันเป็นความรู้สึกที่กำลังโดนจับจ้อง โดนจับตาดูอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะทำอะไรก็จะมีคนคอยมอง เดินไปไหนก็รู้สึกเหมือนมีคนเดินตาม ผมคิดว่าผมกำลังเป็นแบบนั้น
 
 
 
 
ทั้งที่ไม่ว่าจะหันกลับไปมองซักกี่ครั้งมันก็ว่างเปล่า ไม่รู้ว่าผมไปทำอะไรไว้อีกแล้วสิเนี่ย แต่ผมมีความรู้สึกแบบนี้มาตั้งแต่รับน้องแล้ว มันออกจะหลอนๆที่ทั้งที่ผมพยายามจะหาคนที่กำลังตามผมเท่าไหร่ มันก็หาไม่ได้ และวันนี้ผมนี่แหละจะเป็นคนจบเรื่องพวกนั้นเอง ผมจะจับไอโรคจิตที่มันติดตามผม!
 
 
 
 
พลั่ก!!
 
 
 
 
โป๊ก!!
 
 
 
 
"โอ๊ย!!"
 
 
 
 
เพราะผมมัวแต่คิดอะไรเพลินๆจนไม่ทันได้ระวังทำให้ตัวเองเดินเลี้ยวผิดทางจนเอาหัวมาโขกกับเสาอย่างแรง แตกรึเปล่าก็ไม่รู้แต่เจ็บมากๆเจ็บจนน้ำตาเล็ดเลยอ่ะ
 
 
 
 
"อูยยย เจ็บชะมัดเลย"
 
 
 
 
"นอกจากนายจะกากแล้วยังจะโง่อีกหรอ?"
 
 
 
 
ในระหว่างที่ผมนั่งเบะปากจับๆแตะๆหัวตัวเองตรงที่โขกเสาเมื่อกี้อยู่แบบมึนๆเพราะลุกไม่ไหวก็ได้ยินเสียงใครซักคนดังขึ้นพร้อมกับเงาที่กำลังบดบังพระอาทิตย์เหนือหัว 
 
 
 
 
น่าจะเป็นเพื่อนซักคนมั้งดูจากวิธีการเรียก แต่วิธีการทักนี่น่าจับเตะปากจริงๆ ลองมาโดนแบบนี้ดูบ้างมั้ยล่ะ! ผมทำเป็นไม่สนใจเสียงนกเสียงกานั่น แต่อันที่จริงงอนมากเลยนั่งเงียบๆกุมหัวที่ปูดเป็นลูกมะนาวของตัวเอง กะจะรอจนหายมึนก่อนแล้วค่อยเดินต่อ
 
 
 
 
"เฮ้อ.."
 
 
 
 
เสียงถอนหายใจหนักๆเกิดขึ้นจากคนที่กำลังยืนค้ำหัวผมอยู่ ไอบ้านี่ไม่ช่วยแล้วยังจะมาถอนหายใจใกล้ๆอีก ใครกันเนี่ย! หงุดหงิดๆๆ พาลมากมายก่ายกอง
 
 
 
 
"เงยขึ้นสิ"
 
 
 
 
"......"
 
 
 
 
ผมทำเมินเสียงหมาเสียงแมว อัพเลเวลจากนกกาเพราะความหมั่นไส้ ไม่สนที่เขาบอกให้เงยหน้า ก็เป็นใครก็ไม่รู้มาสั่ง เสียงก็ไม่คุ้น ถ้าเกิดเงยแล้วโดนไอบ้านี่หัวเราเยาะไม่เจ็บใจตายหรอกหรอ?
 
 
 
 
เห็นผมนั่งนิ่งอยู่เหมือนเดิม อีกคนคงจะรำคาญก็เลยถือวิสาสะจับคางผมให้เงยขึ้น เมื่อผมเงยหน้าตามมืออีกคนแล้วถึงได้รู้ว่าคนที่ส่งเสียงน่าเตะปากแล้วมายืนค้ำหัวผมอยู่ ตั้งนานสองนานคือเจ้ารุ่นน้องปากห้อยที่สนิทกับยุนกิ
กำลังจะอ้าปากด่าอยู่แล้วแต่เขาก็เอาผ้าเช็ดหน้าที่เทน้ำเย็นใส่เมื่อกี้มาโปะเข้าที่หน้าผากผมซะก่อน
 
 
 
 
จะยอมเงียบให้ก่อนก็ได้..
แต่ก็แค่แป๊บเดียวหรอกนะ..
 
 
 
 
ชิส์..
ขอเบ้ปากอีกทีเถอะ
 
 
 
 
ผมนั่งมองหน้านายรุ่นน้องคนนี้เพลินๆ ในหัวก็คิดถึงตอนที่ก้มเก็บของให้น้องเขา ภาพน่ากลัวๆในวันนั้นก็ทะลักเข้ามาในสมอง พาลให้ทำหน้าเบ้อีกรอบ หันไปมองอีกคนที่กำลังบ่นอะไรไม่รู้อยู่คนเดียว ดูแล้วไม่น่าจะเป็นฆาตกรไปได้เลย ถึงหน้าตาจะโรคจิตๆไปซักนิดก็เถอะ 
 
 
 
 
ความจริงถ้าผมได้จับของสิ่งนั้นหรือแตะต้องตัวคนๆนี้หลังจากถอดแหวนอีกครั้ง มันอาจจะทำให้ผมรู้อะไรเพิ่มมากกว่านี้ก็ได้ แต่ผมก็ไม่ได้อยากรับรู้อะไรมากมายขนาดนั้น ถึงแม้ว่ามันจะเกี่ยวข้องกับความตายหรือการฆาตกรรมอำพรางศพของใครซักคน แต่ผมก็ขอที่จะทำเป็นไม่รับรู้ต่อไปดีกว่า
 
 
 
 
"หัวโขกจนสติหลุดไปแล้วหรือไง"
 
 
 
 
"เอ๊ะ?"
 
 
 
 
"นายยังมีสติอยู่มั้ย?"
 
 
 
 
"ย๊า! ฉันเป็นพี่นายนะ นายต้องเรียกฉันว่าพี่สิ"
 
 
 
 
หลังจากที่ผมจูนสติของตัวเองก็รีบเอ่ยท้วงรุ่นน้องปากห้อยนี่ทันที แต่แทนที่หมอนี่จะยอมเรียกผมว่าพี่กลับกรอกตาแล้วถอนหายใจใส่ซะงั้น
 
 
 
 
"ฉันถามว่านายเป็นยังไงบ้าง"
 
 
 
 
"เรียกฉันว่าพี่เดี๋ยวนี้นะ!!"
 
 
 
 
"..."
 
 
 
 
"ก็นายเป็นรุ่นน้องฉัน"
 
 
 
 
ผมนั่งเบะปากกอดอกมองอีกคนอย่างไม่ยอมแพ้ถึงแม้สถานะตอนนี้ผมยังต้องพึ่งพาผ้าเช็ดหน้าที่เขากำลังกดให้บนหัวผมอยู่ก็เถอะ แต่มันคนละเรื่องกันนี่ ยังไงหมอนี่ก็ต้องเรียกผมว่าพี่
 
 
 
 
"ฉันไม่เรียกคนกากๆอย่างนายว่าพี่หรอก"
 
 
 
 
"ย๊า!! ไอเด็กคนนี้ทำไมมันดื้อด้านแบบนี้นะ คำก็กากสองคำก็กาก ปากคอเราะร้าย นายสนิทกับยุนกิมากไปจนติดนิสัยปากจัดมาใช่มั้ยเนี่ย!!"
 
 
 
 
"เจอนายก็ดีแล้ว ฉันมีเรื่องอยากจะถามหน่อย"
 
 
 
 
ไอเด็กบ้านี่นอกจากจะไม่ยอมเรียกผมว่าพี่แล้วยังจะไม่ยอมฟังผมบ่นซ้ำยังพูดแทรกขึ้นมาอีก ทำเอาผมอดจะมุ่ยหน้าไม่ได้ ก็ไม่ได้สนิทกันขนาดที่จะมานั่งง้องอนไง แต่เห็นคนงอนก็ต้องง้อมั้ย ไม่ใช่มานั่งว่าคนอื่นกากๆๆแล้วยังมาเกริ่นพูดเหมือนจะใช้งานอีก
 
 
 
 
แต่จะว่าไปหมอนี่ก็ไม่ได้เรียกยุนกิว่าพี่นี่ ถึงจะเคยเจอหน้าบ้างประปรายเพราะเรียนกันคนละสาขา แต่ตอนที่เห็นหมอนี่คุยกับยุนกิก็ออกแนวมึงกูด้วยซ้ำ หรือผมควรจะดีใจที่อย่างน้อยเขาก็พูดเพราะกับผม แต่ถ้าให้คนหน้าตาแก่ๆแบบนี้มาเรียกพี่ก็คงแปลกพิลึกล่ะนะ
 
 
 
 
"นี่"
 
 
 
 
หรือหมอนี่จะแก่กว่าเรากันนะ?
 
 
 
 
"นาย"
 
 
 
 
คนอย่างยุนกิก็ไม่ใช่พวกที่จะให้รุ่นน้องมาปีนเกลียวนี่นา..
 
 
 
 
"เฮ้!"
 
 
 
 
คงจะอายุเท่าๆกันกับยุนกิรึเปล่า หน้าหมอนี่ก็ดูแก่ๆอยู่แล้วด้วย..
 
 
 
 
เพี๊ยะ!
 
 
 
 
"โอ๊ย!!"
 
 
 
 
อยู่ๆไอคนปากห้อยก็เอานิ้วมาดีดที่หน้าผากผม ดีนะที่ไม่ซ้ำรอยเดิม อันเก่ายังไม่ทันหายเลยจะมาทำให้เจ็บเพิ่มทำไมเนี่ยไอคนนิสัยไม่ดี ว่าแล้วก็รีบเงยหน้ามองจิกตาแรงทั้งที่สองมือของผมก็ยังจับหน้าผากที่ยังเจ็บไว้อยู่
 
 
 
 
"นายเป็นเอ๋อรึไง"
 
 
 
 
"นายสิเอ๋อ ไอบ้า!!"
 
 
 
 
เดี๋ยวกากเดี๋ยวเอ๋อเดี๋ยวโง่ มันจะมากไปแล้วนะไอห้อย ทีตัวเองปากห้อยแทบจะลากพื้นอยู่แล้วนี่ยังไม่เคยแซะเลยนะ ทำไมถึงมาทำร้ายคนอื่นเค้าแบบนี้ ซอกจินจะไม่ทนแล้วนะ!
 
 
 
 
"ฉันถามว่าวันนั้นนายรู้เรื่องศพแมวได้ยังไง"
 
 
 
ผมทำเป็นเมินไม่ได้ยินเสียงถามนั่นลอยหน้าลอยตาเสมองไปทางอื่น ตั้งใจจะกวนประสาทอีกคนกลับบ้าง แต่พอเห็นมือดำๆที่ง้างขึ้นจะดีดหัวผมอีกครั้ง ผมก็รีบยกมือขึ้นปิดหน้าผากตัวเองพร้อมแหวใส่คนที่นั่งอยู่ตรงหน้า คนบ้าอะไรไม่รู้คิดแต่จะทำร้ายร่างกายคนอื่น ไม่ด้วยร่างกายก็ด้วยคำพูดเนี่ย ฮึ่ย!
 
 
 
 
"อย่าแม้แต่จะคิดเลยนะ!!"
 
 
 
 
ผมมองมือที่ง้างค้างไว้อยู่แบบนั้นอย่างหวาดระแวง คนบ้าอะไรปากร้ายยังจะใจร้ายอีก มืออันหยาบกร้านนี่ก็เรียกมือหรือคีมเหล็ก ดีดทีชาไปถึงก้านสมองเลยเถอะ
 
 
 
 
"ตกลงว่าไง?"
 
 
 
 
"นายถามว่าอะไรนะ?"
 
 
 
 
เหมือนหนังกรอซ้ำ อีกคนมองหน้าผมแล้วถอนหายใจเฮือกใหญ่อย่างเหนื่อยหน่ายใจ เอ้า! แล้วผมทำอะไรผิด? แค่ขอทวนคำถามนิดหน่อยเองอ่ะ
 
 
 
 
"ฉันว่า เราไปจากตรงนี้กันก่อนดีกว่า"
 
 
 
 
คราวนี้ไม่รอให้ผมได้ตอบหรืออือออห่อหมกอะไร อีกคนก็ถือวิสาสะจับมือผมดึงให้ลุกขึ้นแล้วลากให้เดินไปที่โต๊ะม้าหินอ่อนที่อยู่กลางสวนพักร่มหลังคณะ คนปากห้อยจับไหล่กว้างๆที่ผมแสนจะภูมิใจให้นั่งลง ผมก็นั่งไม่ขัดศรัทธานั่งลงอย่างว่าง่าย แต่ไหงอีกคนไม่นั่งตามแถมยังยืนกอดอกค้ำหัวผมอยู่แบบนี้อีกล่ะ?
 
 
 
 
"ทำไมนายไม่นั่งล่ะ?"
 
 
 
 
"ฉันยืนน่ะดีแล้ว"
 
 
 
 
ดีตรงไหนล่ะเมื่อยก็เมื่อย แต่ถ้าอยากโง่ยืนนักก็ตามสบายเถอะ ใครกันแน่ที่โง่ ที่มีให้นั่งก็ไม่นั่ง แล้วนี่ผมจะมาบ่นเรื่องนี้ทำไมเนี่ย
 
 
 
 
"เรื่องที่ฉันถามนายค้างไว้"
 
 
 
 
"เรื่องอะไรล่ะ?"
 
 
 
 
"ที่นายพูดวันนั้นในห้องยุนกิ"
 
 
 
 
"....."
 
 
 
 
พออีกคนพูดมาแบบนั้น ภาพศพที่ถูกหั่นออกเป็นชิ้นๆก็ไหลเข้ามาในสมองของผมอีกครั้ง ไม่ว่าจะนึกถึงแต่ละทีผมก็จะรู้สึกสะอิดสะเอียนเสมอ 
 
 
 
 
ถึงแม้ไม่ได้กลิ่นคาวของเลือด แต่ภาพเลือดที่ไหลนองเต็มพื้นมันก็ดูน่ากลัวอยู่ดี ไหนจะมันสมองสีช้ำเลือดช้ำหนองจากกระโหลกของศพผู้หญิงที่ถูกเจาะลูกตาจนกลวงโบ๋ หัวส่วนหน้าผากก็ถูกเปิดกระโหลกจนมองไม่ออกว่าเดิมแล้วเธอเป็นใคร จะมีก็แต่ท่อนอกไร้หัวที่กำลังสวมใส่เสื้อนักศึกษามหาลัยของผมอยู่เท่านั้น ถึงทำให้ผมมองออกว่าศพนั้นเป็นผู้หญิง
 
 
 
 
ไหนจะภาพของศพลูกแมวสีขาว ขนเปียกชุ่มไปด้วยเลือดที่ผมเห็นในกล่องพัสดุอีก ทำไมชีวิตผมต้องได้มาเห็นอะไรแบบนี้ตลอดด้วยเนี่ย ถอดแหวนออกแต่ละครั้งมันทำให้ผมนอนไม่หลับไปหลายคืนเลยนะ ใครไม่เป็นผมก็คงไม่เข้าใจ ผมไม่ใช่พวกโรคจิตที่ชอบเห็นอะไรแบบนี้บ่อยๆนักหรอก
 
 
 
 
แล้วเรื่องของผู้ชายที่กำลังหั่นศพๆนั้นอยู่อีก แบบนี้มันเรื่องร้ายแรงเชียวนะ ผมถึงได้ไม่อยากจะเข้าไปยุ่งเกี่ยวเท่าไหร่ แล้วไหนจะช่วงนี้ที่รู้สึกเหมือนโดนสะกดรอยตามอีกล่ะ
 
 
 
 
จะว่าไปแล้วหรือหมอนี่จะเป็นคนร้ายคนนั้นกันแน่นะ คนที่สะกดรอยตามผมก็อาจจะเป็นเขาก็ได้ ก็ตอนนั้นอยู่ๆก็มีภาพของคนๆนี้แว๊บเข้ามา ที่มาถามนี่จะหลอกถามแล้วฆ่าปิดปากหมกมหาลัยนี่หรือเปล่า เฮ้ย! แบบนั้นไม่เอานะ ผมยังไปตามกินอาหารอร่อยๆยังไม่ครบทุกประเทศเลยนะมาตายแบบนี้ไม่ได้!!
 
 
 
 
เพี๊ยะ!!
 
 
 
 
"โอ๊ยยยย!!!!"
 
 
 
 
อยู่ๆผมก็รู้สึกเจ็บแปล๊บที่หน้าผากตรงจุดเดิมที่โดนดีดเมื่อคราวก่อน รีบยกสองมือมากุมหัวตัวเองเอาไว้ สมงสมองกระจายไปหมดแล้วเมื่อกี้คิดอะไรลืมหมดเลย ฮือออออ เงยหน้ามองเด็กเวรที่มันดีดหัวผมแล้วทำหน้าเซ็งหน่อยๆแล้วก็หมั่นไส้
 
 
 
 
ทำร้ายคนอื่นแล้วยังมาทำหน้าแบบนี้อีกหรอวะ!!!
 
 
 
 
เปล่าหรอกครับไม่ได้พูดออกไปหรอก กลัวโดนอีก แค่นี้ก็เจ็บจะตายอยู่แล้ว ได้แต่ส่งสายตามองแรงแล้วแรงอีก มองจิกจนลูกตาจะหลุดออกมาจากเบ้าอยู่แล้ว ไอคนตรงหน้ามันก็ไม่เห็นจะสะทกสะท้านอะไรเลย
 
 
 
 
โมโห!!
 
 
 
 
"ถามก็ตอบ มัวแต่มองอยู่นั่น หน้าตาก็น่าเกลียด"
 
 
 
 
ดูมั๊นนนนนนน ทำร้ายคนอื่นแล้วยังมีหน้ามาปากดี ซอกจินคนนี้จะฟ้องปวีณา จะฟ้องหน่วยรัฐให้เข้ามาจัดการ ไอเด็กรังแกผู้ใหญ่
 
 
 
 
"อีกรอบมั้ย?"
 
 
 
 
"ไม่เอาแล้ว!!"
 
 
 
 
ผมรีบคว้าแขนอีกคนมากอดไว้แล้วเอามือถูที่แขนล่ำๆนั่นไปมากันการโดนประทุษร้ายซ้ำแล้วซ้ำเล่า แค่นี้สมองส่วนหน้าผมก็บวมช้ำไปหมดแล้ว อีกคนหันมามองหน้าผมนิดๆแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ นอกจากถอนหายใจยาวๆ
 
 
 
 
จะว่าไปตั้งแต่คุยกัน หมอนี่ก็เอาแต่ถอนหายใจใส่ผมจนนับไม่ถ้วนแล้วนะ ไม่รู้รึไงว่าคนถอนหายใจมากๆจะหน้าแก่แล้วตายไว มิน่าล่ะหมอนี่ถึงได้หน้าเกินวัยไปไกลโขขนาดนี้ เพราะชอบถอนหายใจบ่อยๆนี่เองสินะ
 
 
 
 
ผมเงยขึ้นมองสำรวจพินิจพิเคราะห์หนังหน้าอีกคน ที่ก็กำลังมองตอบผมกลับมาอยู่เหมือนกัน จนสายตาผมไปหยุดอยู่ที่ริมฝีปากหนาๆที่อยู่ในระดับสายตาองศาที่ผมเงยมองอยู่พอดี เห็นอีกฝ่ายขมวดคิ้วนิดหน่อยแล้วค่อยๆเผยอปาก ผมก็ยิ่งลุ้นว่าเขาจะพูดว่าอะไร ว่าแต่ผมจะลุ้นทำไมเนี่ย?
 
 
 
 
"จะถูให้เลขขึ้นเลยมั้ย?"
 
 
 
 
อุ้ย..
 
 
 
 
ลืมตัว..
 
 
 
 
แห่~
 
 
 
 
ก็ตอนจะอ้อนเพื่อนจะชอบทำแบบนี้ตลอดนี่นา มันเลยติดแล้วเผลอมาทำกับหมอนี่ ไม่ได้ตั้งใจจะทำเลยจริงๆนะ ใครจะอยากอ้อนหมอนี่ล่ะ แค่คิดก็ขนลุกขนพองแล้วเนี่ย
 
 
 
 
"ฉันลืม..ขอโทษที~"
 
 
 
 
ผมยิ้มแหยแล้วค่อยๆปล่อยมือทั้งสองข้างออกจากแขนอีกคน ถึงจะจับแป๊บเดียวก็รู้ว่าคนตรงหน้าผมมีกล้า เนื้อที่อุดมสมบรูณ์แค่ไหน ไม่อยากคิดถึงตอนโดนต่อยอ่ะ หน้าผมอาจจะแหกเลยก็ได้
 
 
 
 
"ฉันถามนายไปสามรอบ กลับไม่ได้คำตอบซักรอบ เหมือนคุยกับเด็กอนุบาล"
 
 
 
 
คนตรงหน้าเอ่ยปากบ่นก่อนจะก้มลงมามองจ้องหน้าผมคืนในระยะประชิดบ้าง พร้อมทำเสียงดุนิดๆเหมือนผู้ใหญ่ดุเด็กที่กำลังทำผิด ผมก็ไม่รู้ทำไมต้องก้มหน้าหงอยหลบสายตาดุๆนี่ด้วย 
 
 
 
 
แถมหน้าที่ร้อนวูบวาบกับอาการลนๆจนก้นแทบจะไม่ติดพื้นของผมที่ตอกย้ำตัวผมเองว่ากำลังเขิน อยากจะวิ่งหนีไปจากตรงนี้ให้ไกลๆเลยแต่ขามันก็แข็งเกินไป ผมจะมาเขินไอเด็กปากจัดดีแต่ใช้กำลังนี่ทำไมเนี่ย
 
 
 
 
"เฮ้อ.."
 
 
 
 
เป็นอีกครั้งแล้วที่หมอนี่ถอนหายใจ ผมก็พาลห่อเหี่ยวไปด้วย ไม่ใช่ไม่ใส่ใจหรือสนใจคำถามของหมอนี่หรอก แต่ผมแค่ไม่รู้ว่าจะตอบออกไปยังไงให้ดูน่าเชื่อถือ
 
 
 
 
อ๋อ ฉันมีสัมผัสที่หกน่ะ จับสิ่งของแล้วจะเห็นอดีตของมันตลอดเลย
แบบนี้หรอ?
 
 
 
 
ถ้าหมอนี่เชื่อผมยอมให้ต่อยหน้าแรงๆเลยเนี่ย
 
 
 
 
หรือจะบอกว่าเอกสารข้างในมันเปิดออกมาก็ไม่ได้ ตอนนั้นมันปิดแน่นสนิทไม่โผล่ออกมาชมโลกภายนอกเลยซักนิด
 
 
 
 
ผมไม่น่าหลุดปากพูดมันออกไปเลย ไอนิสัยชอบคิดแล้วเผลอพูดออกมานี่มันแก้ไม่หายตั้งแต่เด็กจนโต นึกแล้วก็อยากตบปากตัวเองแรงๆ
 
 
 
 
"นี่.."
 
 
 
 
ผมเงยหน้าสบตากับคนที่ก้มลงมาทำคิ้วขมวดหนักกว่าเมื่อกี้อย่างสงสัยอีกครั้งตามเสียงเรียก แรงยื้อตรงข้อมือดึงมือผมที่ตบปากตัวเองตามความคิดออก
 
 
 
 
"นายจะทำร้ายตัวเองทำไมเนี่ย?"
 
 
 
 
ผมปิดปากเงียบไม่ตอบอะไรออกไปทั้งนั้น ยู่ปากน้อยๆก่อนจะหันมองไปทางอื่น สายตากลับเห็นอะไรแว๊บๆที่หลังต้นไม้ไม่ใกล้ไม่ไกลเท่าไหร่ กำลังจะลุกไปที่ตรงนั้น อะไรบางอย่างมันบอกผมว่าเงาแว๊บๆที่ผมเห็นมันมีอะไรเกี่ยวข้องกับผม
 
 
 
 
แต่กลับมีฝ่ามือสากมาเชยคางผมให้เงยขึ้นซะก่อน เขาก้มหน้าลงมาจนเกือบชิดจนผมแอบผวา ถ้าไม่ติดว่าหน้าตาที่นิ่งกว่าปกติกับคิ้วที่ขมวดจนมันแทบจะผูกกันเป็นปมได้ ผมคงผลักเขาออกไปนานแล้ว จนอีกฝ่ายกระซิบบอกอะไรบางอย่างที่ข้างหูผม ท่านี้มันทำให้ผมรู้สึกจั๊กจี้นิดๆ แต่คำพูดที่หมอนี่บอกออกมาบวกกับน้ำเสียง จริงจังมันทำเอาผมเสียวสันหลังวาบ
 
 
 
 
"นายกำลังโดนสะกดรอยตาม"
 
 
 
 
"....."
 
 
 
 
ผมกำลังจะหันหน้าไปมองทางที่ผมเห็นเงาแว๊บๆเมื่อกี้อีกครั้ง แต่มือหนาก็ใช้ฝ่ามือดันแก้มของผมให้ผมกลับไปสบสายตาคู่นั้นของเขา
 
 
 
 
"อย่ามองมัน มองแค่ฉัน"
 
 
 
 
"อะ..."
 
 
 
 
"ฉันไม่รู้ว่านายรู้อะไรมาบ้าง.. แต่สิ่งที่นายรู้จะทำให้นายเป็นอันตราย พวกที่ตามนาย..ฉันก็ไม่รู้ว่ามันตามนายทำไม"
 
 
 
 
"ไม่ใช่นายหรอกหรอ พี่ตามฉัน.."
 
 
 
 
 "ไม่ใช่ ฉันเองก็กำลังตามพวกของมันอยู่เหมือนกัน เพราะงั้น..ทุกๆที่ๆมันไป ฉันจะเจอนาย"
 
 
 
 
น้ำลายเหนียวหนืดในลำคอมันทำให้ผมกลืนลงไปอย่างยากเย็นเหลือเกิน สิ่งที่เขาบอกทำให้ผมเชื่อไปแล้วเกินครึ่ง ผมโดนคนสะกดรอยตามจริงๆ แต่ผมไม่คิดว่ามันจะเป็นอันตราย บ่อยครั้งที่ผมอยู่คนเดียวและมันก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น นี่มันเกิดอะไรกับผมกันแน่เนี่ย
 
 
 
 
"ถ้านายจะยังดื้อแพ่งไม่ยอมบอกอะไร.."
 
 
 
 
"ถ้าฉันบอก นายจะเชื่อฉันหรอ?"
 
 
 
 
"....."
 
 
 
 
ผมสบกับนัยย์ตาสีดำสนิทของคนตรงหน้าส่งสายตาที่ผมก็รู้ว่ามันสั่นไหวแค่ไหนคืนกลับไปให้อีกคน บ่อยครั้งที่ผมบอกคนอื่นเรื่องแบบนี้ ผลสุดท้ายผมก็กลายเป็นตัวประหลาด กลายเป็นคนที่น่ากลัวจนไม่มีใครคบ ผมโดนนินทาหาว่าเป็นพวกจิตไม่ปกติ มันฝังใจจนชาจนผมไม่กล้าที่จะปริปากบอกใครอีกเลย
 
 
 
 
"ฉันจะเชื่อนาย"
 
 
 
 
"....."
 
 
 
 
"มันมีเหตุผลอะไรที่ฉันจะต้องไม่เชื่อนาย"
 
 
 
 
"ไม่หรอก..นายจะไม่เชื่อฉัน"
 
 
 
 
"....."
 
 
 
 
"ฉันจะดูแลตัวเอง ไม่ให้เป็นอันตราย.."
 
 
 
 
พูดออกไปแบบนั้นทั้งที่ไม่รู้ว่าทำได้มั้ย ผมยังไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าพวกมันเป็นใคร หรือผมไปทำอะไรไว้ ถ้ามันเกี่ยวกับสิ่งที่ผมเห็น ผมก็ไม่ได้พูดมันออกไปให้ใครฟังเลยซักครั้ง จะมีก็แต่ตอนที่หลุดปากต่อหน้าเด็กคนนี้เมื่อตอนนั้น
 
 
 
 
หรือว่า.. จะเป็นตอนที่ผมไปค้นดูรายชื่อนักศึกษาคณะเดียวกันกับผมในคอมที่หอสมุดกลางกันนะ ตอนนั้นผมจำได้ว่าภาพแถบตรงคอปกเสื้อนักศึกษาของผู้หญิงคนนั้นที่ผมเห็น มันบ่งบอกว่าเธอเป็นคนของคณะบริหาร หลังจากที่ผมค้นดู ผมก็ไม่ได้ลบข้อมูลการหา
 
 
 
 
'นักศึกษาหญิงคณะบริหารที่หายตัวไป 255×'
 
 
 
 
ถ้าฆาตกรเป็นคนในมหาลัยนี้ ก็คงไม่แปลกเลยที่มันจะตามหาผม หรือมาตามตัวผมแล้วแอบทำร้าย ไม่สิ..อาจจะมีการฆ่าปิดปากเลยก็ได้ ผมทำไมผมถึงได้ทำอะไรไม่คิดอีกแล้วนะ อยากจะบีบคอตัวเองให้ตายจริงๆ
 
 
 
 
"ซอกจิน"
 
 
 
 
ผมหันไปมองคนที่ขยับมานั่งข้างๆผมเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ด้วยสายตาที่บ่งบอกว่ากลัวแบบไม่คิดจะปกปิด ผมกลัวมากจริงๆ ไม่เคยเอาตัวเองไปพัวพันกับเรื่องอะไรแบบนี้มาก่อน มันเป็นเพราะนิสัยชอบยุ่งของผมเอง ทั้งที่ปากบอกว่าไม่อยากรู้ แต่ผมก็อยากรู้โดยที่ไม่ต้องถอดแหวนออก ว่าเธอเป็นใครกันแน่
 
 
 
 
"ใจเย็นๆ ตอนนี้นายก็แค่อย่าอยู่คนเดียว"
 
 
 
 
"....."
 
 
 
 
ผมเงียบฟังและพยักหน้าตอบรับคำที่อีกคนบอกอย่างเชื่อฟัง ไม่ใช่เป็นเด็กดีอะไรมากมายหรอก แต่สิ่งที่เขาบอกมันจะทำให้ผมปลอดภัย ทั้งที่ไม่รู้ว่ามันจะอันตรายซักแค่ไหน แต่พวกมันฆ่าคนได้ก็ต้องฆ่าผมได้ จริงมั้ย?
 
 
 
 
"แล้วก็ อย่าไว้ใจใครง่ายๆ"
 
 
 
 
อย่าไว้ใจใครงั้นหรอ..
 
 
 
 
"ถ้างั้นแล้วนายล่ะ.. ฉันจะไว้ใจได้ไหม"
 
 
 
 
นายเองที่เป็นคนอื่น คนที่เริ่มต้นถือเอกสารที่เป็นตัวอันตรายเข้ามาในชีวิตฉัน ถึงแม้ว่าฉันจะหยิบเองจนทำให้เห็นภาพพวกนั้น ถึงแม้ว่าฉันเองที่เป็นคนไปตามหาที่มาของศพๆนั้น
 
 
 
 
"นายคือคนที่ฉันไว้ใจได้งั้นหรอ?"
 
 
 
 
"....."
 
 
 
 
ฉันควรไว้ใจนายรึเปล่าล่ะ คนที่ฉันยังจำไม่ได้แม้แต่ชื่อ คนที่เดินเข้ามาเอาผ้าเช็ดหน้าแปะหน้าผากฉัน คนที่ชอบทำร้ายร่างกายฉันและปากจัด ชอบจิกกัดเหมือนแม่ไกี
 
 
 
 
"ถ้านายบอกว่านายเชื่อใจได้"
 
 
 
 
แต่เขาเป็นเพื่อน พี่น้อง หรืออะไรซักอย่าง ที่คนอย่างยุนกิยอมสนิทด้วยก็ไม่น่าจะเป็นคนไม่ดีไม่ใช่หรอ เพราะงั้น..
 
 
 
 
"ฉันจะเชื่อใจนาย"
 
 
 
 
"อืม"
 
 
 
 
"เอ๊ะ?"
 
 
 
 
"คิม ซอกจิน นายเชื่อใจฉันได้"
 
 
 
 
"อือ ... "
 
 
 
 
"ถ้าข้างๆนายยังมีคนที่ชื่อ คิม นัมจุน อยู่ล่ะก็ เขาจะไม่ปล่อยให้นายเป็นอันตราย"
 
 
 
 
งั้นหรอ.. แล้วคิม นัมจุน คนนั้นเขาคือใครกันล่ะ??
 
 
 
 
"ช่วงนี้นายก็อยู่กับเพื่อนๆไว้ ยุนกิ จองกุก แทฮยอง หรือคนอื่นๆ เข้าใจมั้ย"
 
 
 
 
"อื้อ"
 
 
 
 
"งั้นตอนนี้ก็กลับกันเถอะ ฉันจะไปส่ง"
 
 
 
 
เด็กปากห้อยพาผมมาส่งที่หน้าคอนโด โดยที่ผมไม่ได้รู้สึกว่ามีใครตามมาอีกแล้ว ก่อนที่รุ่นน้องร่วมสถาบันจะเดินกลับไปก็สั่งเสียอะไรเพิ่มเติมอีกนิดหน่อย คอนโดของผมอยู่ไม่ห่างจากมหาลัยเท่าไหร่ ผมเช่าอยู่กับรูมเมทที่เป็นเพื่อนร่วมคณะสองคน แปลกที่หมอนี่รู้ว่าคอนโดผมอยู่ที่ไหนแต่ผมก็ไม่ได้ถามอะไรออกไป 
 
 
 
 
ผมมองตามอีกคนจนลับสายตา คำพูดและอะไรหลายๆอย่างวนเวียนอยู่ในหัวให้ผมต้องคิดหนัก จะบอกหรือจะไม่บอกมันก็ก้ำกึ่ง บอกแล้วจะช่วยอะไรได้ เขาที่เป็นแค่เด็กมหาลัยเหมือนผม ไปพัวพันกับเรื่องแบบนี้ได้ยัง จะถามยุนกิก็คงจะไม่ได้คำตอบ ยิ่งคิดก็ยิ่งปวดหัว
 
 
 
 
"เฮ้อ.. ไปหาอะไรกินดีกว่า"
 
 
 
 
แต่คงต้องไปลากเจ้าเมทเจโฮปให้ไปด้วยกันก่อนน่ะนะ ก็เขาบอกไม่ให้ผมอยู่คนเดียวนี่นา..
 
 
 
สงสัยพรุ่งนี้ผมคงต้องไปตามหาอีกรอบแล้วมั้ง คนที่ชื่อ คิม นัมจุน .. เขาคือใครกันนะ
 
 
 
 
 
 
 
TBC
 
 
 
 
 
 
 
แอะ.. อันนี้หายนานของแท้ มัวแต่ไปทำ OPV อยู่อ่ะคร้าบ ทำออกมาก็กาก /)-(\
คาดว่าดูแล้วน่าเพิ่มความน่ากลัวขึ้นมาบ้าง แต่ไม่เห็นน่ากลัวเลย // โดนทืบ
 
 
แบบคอมเจ๊งเลยต้องทำในโทรศัพท์ที่กากอยู่แล้ว คลิปมันเลยกากไปไหนอีกไม่รู้ววว
อุอิ มีแต่คนกลัวหมูจีมจะเป็นอันตราย ส่งกำลังมาเอาใจช่วยหมูจีมกันน้าา
 
 
 
 
1 คอมเมนท์ = 1 กำลังใจ
และแรงผลักดันให้ไรท์มีแรงแต่งต่อเลยอ่ะ T^T
 
 
 
ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาติดตามกันนะคะ
ชอบไม่ชอบนิยายยังไงติชมกันได้
 
ชอบไรท์ก็ติดต่อได้ที่เบอร์ 095464×××× // โดนรุมกระทืบ
 
ติดตามอ่านกันไปเรื่อยๆ อย่าพึ่งทิ้งกันน๊า~



 


 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

201 ความคิดเห็น

  1. #184 TueQ-q (@Tuep-q) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 20 เมษายน 2561 / 11:54
    <p>ดููมึนๆจังนะพี่จิน</p>
    #184
    0
  2. #92 Jeon Litta (@kidconan1412) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2559 / 18:36
    เงอะงะทั้งในฟิคและชีวิตจริง555555แต่น่ารักเราชอบ
    #92
    0
  3. #89 zf17074018 (@zf17074018) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2559 / 09:48
    จะรู้สกยังไงดีกับพี่จิน. 5555555
    #89
    0
  4. #88 k_922 (@k_92) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2559 / 21:33
    ไม่รู้จริงๆ หรอว่านัมจุนคือใคร
    #88
    0
  5. #87 แคนต้าลูปปปป ^^ (@Canta_TT) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2559 / 10:40
    โอ้ยยย สนุกกกก รอออออออ
    #87
    0
  6. #86 daefe (@fernnapat) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2559 / 10:23
    ตื่นเต้นนนนน ไรท์มาต่อเร็วๆนะคะ
    #86
    0