SIX SENSE สัมผัสวิญญาณ BTS Kookmin

ตอนที่ 17 : Sixsense 9 :: เปิดเผย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 393
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    12 ส.ค. 59







ยุนกิ พาร์ท
 
 
 
 
 
 
วันนี้เป็นอีกวันที่มีรับน้องตอนเย็นผมที่มีหน้าที่เป็นพี่ว๊ากเพราะโดนเพื่อนๆบังคับให้มาทำหน้าที่นี้ทั้งที่ก็ไม่ได้เต็มใจสักเท่าไหร่
อันที่จริงก็มีคนคัดค้านอยู่เหมือนกันบอกว่าหน้าหวานๆของผมจะทำให้น้องกลัวได้หรอ?
 
 
 
 
เถียงกันไปมาทั้งที่ตัวต้นเหตุอย่างผมยังไม่ทันได้คิดอะไร แต่พอผมตีหน้านิ่งมองไปที่หน้าของไอคนพูดมันก็พยักหน้าแล้วบอกว่า 'เข้าใจแล้ว' ทั้งๆที่ผมก็ยังไม่เข้าใจอะไรกับมันสักเท่าไหร่
 
 
 
 
หลังจากที่ผมยืนเงียบใช้สายตามองไปที่นักศึกษาใหม่ที่กำลังเข้าร่วมการรับน้องอยู่สายตาผมก็ดันไปจับจ้องที่รุ่นน้องคนหนึ่งที่แปลกกว่าคนอื่นๆ
ที่ผมบอกว่าแปลกก็เพราะว่าวันแรกที่เขาเข้ามาอยู่ในระยะสายตาของผม
รอบๆตัวเขากลับมีวิญญาณที่รายล้อมอยู่เต็มไปหมดทั้งดีและร้าย
 
 
 
 
ผมไม่รู้..ว่าวิญญาณตนไหนดีหรือว่าตนไหนร้ายเพียงแต่เจ้าพวกที่รายล้อมอยู่รอบๆเขาไม่ทำร้ายเขา ซ้ำยังแย้มยิ้มต่างจากวิญญาณปกติที่ผมพบเจอ นั่นเลยทำให้ผมตัดสินเอาเองว่าเจ้าพวกนั้นเป็นวิญญาณที่ดี
 
 
 
 
วันนี้เด็กคนนั้นก็กำลังไปยืนเต้นรับน้องอยู่ที่หน้าแถวแปลกที่ปกติผมจะเห็นวิญญาณที่อยู่รอบๆตัวเขามากมายแต่วันนี้กับเห็นแค่ตนเดียวเท่านั้นนอกนั้นก็จะเป็นวิญญาณสัมภเวสีที่ยืนมองอยู่ไกลๆแต่ก็ไม่กล้าเดินเข้ามา 
 
 
 
 
ผมไม่รู้ว่าเป็นเพราะน้องคนนั้นหรือเพราะแทฮยองที่อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลกันแน่ที่ทำให้ผีหรือสัมภเวสีหลายๆตนได้แต่ยืนนิ่งอยู่รอบๆ จนผมแน่ใจในตอนที่เด็กคนนั้นที่ผมได้ยินปาร์คโชรงเรียกว่า 'จีมิน' เดินกลับเข้ามาในแถวพร้อมกับวิญญาณตนหนึ่ง
 
 
 
 
พวกสัมภเวสีที่ยืนอยู่แถวๆนั้นก็คอยๆถอยออกไปพลางใช้สายตามองมาที่วิญญาณตนนั้นที่เดินตามจีมินมาทั้งวันจากที่ผมสังเกตมาเขาดูเหมือนจะไม่ใช่วิญญาณทั่วๆไป น่าแปลกที่ผมกลับไม่รู้สึกถึงอะไรที่เป็นอันตรายจากตัวเขาเลย เหมือนมองมนุษย์ทั่วๆไปด้วยซ้ำ
 
 
 
 
วิญญาณตนนั้นมองจ้องกลับมาที่ผมเช่นกัน แต่ก็เหมือนเดิมเขาไม่ได้แสดงท่าทีอะไรที่ทำให้ผมต้องหวาดกลัว และ..เขาไม่กลัวแทฮยอง วิญญาณตนนั้นยิ้มให้ผมน้อยๆหลังจากที่ผมจ้องเขาอยู่นาน ก่อนจะทำอะไรบางอย่างที่เหมือนกับการ..
 
 
 
 
พูดคุย??
 
 
 
 
ผมรู้เพียงแค่เขาหันไปขยับริมฝีปากเหมือนพูดอะไรซักอย่างกับจีมินพร้อมทั้งมองมาที่ผม เด็กนั่นเองก็มองผมเช่นกัน แต่เป็นการมองที่เหมือนกับแอบมอง มองแล้วหลบสายตาไปที่อื่น ผมขมวดคิ้วเล็กน้อยแต่ก็ทำเป็นไม่เห็น หากเขาต้องการที่จะไม่ให้ผมรู้ ผมก็จะทำเป็นไม่รู้
 
 
 
 
จนกระทั่ง..
 
 
 
 
"ว่าไงนะ!!"
 
 
 
 
เสียงแหลมเล็กที่แผดขึ้นกลางปล้องตอนที่ทุกคนกำลังทำกิจกรรม จนทุกอย่างหยุดชะงักลง ผมไม่รู้ว่าเด็กนี่จะหาเรื่องให้ตัวเองเดือดร้อนไปถึงไหน บางทีผมก็เกือบจะหลุดหัวเราะออกไปทั้งที่มันไม่ใช่นิสัยของผม 
 
 
 
 
ปาร์คจีมินอาจจะเป็นเด็กที่ป่วนที่สุดในรุ่นนักศึกษาใหม่ในคณะของปีนี้เลยก็ได้ มีเรื่องกับจองกุกไม่เว้นแต่ะวัน แถมยังมีอะไรที่ทำให้ผมสนใจแบบมีเหตุผลมากมายจนพูดไม่หมด
 
 
 
 
สุดท้ายก็โดนปาร์คโชรงเรียกไปทำโทษเข้าจนได้ สายตาหงอยๆนั่นปราดมามองทางผมนิดหนึ่งก่อนจะหลบวูบไป จะโทษว่าเป็นความผิดผมก็ไม่แปลกหรอก หากเดาไม่ผิดน้องเขาอาจจะรู้เรื่อง 'ความลับ' ของผมแล้วก็ได้
 
 
 
 
ผมไม่เดือดร้อนอะไรอยู่แล้วถ้าหากว่ามีคนที่มีอะไรคล้ายๆกันมารับรู้เรื่องของผม มันเหมือนกับผมไม่ได้ยืนคนเดียวบนโลกใบนี้ ถึงแม้ความรู้สึกนี้จะเป็นกับจินและเจโฮปแล้วก็ใครอีกคนด้วยก็เถอะ
 
 
 
 
คนที่ผมไม่อยากจะพูดถึงเท่าไหร่
คนๆนั้นน่ะนะ..
 
 
 
 
บทลงโทษของเด็กแสบคือการตะโกนใส่หน้าของพี่ว๊ากห้าคน และคนแรกที่น้องวิ่งเข้าไปหาคือ
 
 
 
 
คิม แทฮยอง คนใจดี..
 
 
 
 
ปากเล็กเบะใส่คนตรงหน้าเล็กน้อย เหมือนเด็กเล็กที่กำลังโดนขัดใจ พร้อมทั้งส่งสีหน้าลำบากใจแบบเปิดเผยไปให้คนใจดีที่กำลังยืนมองอยู่ มันดูน่ารักในสายตาผม รู้สึกอิจฉานิดหน่อยที่น้องเปลี่ยนสีหน้าไปมาได้เรื่อยๆโดยไม่ต้องกังวล ต่างจากผมที่คงจะทำเป็นอยู่หน้าเดียวแบบที่คนอื่นเขาว่า
 
 
 
 
ถ้าน้องจะมีคนมาชอบมาเอ็นดูก็คงไม่แปลก และมันไม่ใช่เรื่องของผม
 
 
 
 
"พี่แทฮยองครับ.. ว่าไงนะ!!!"
 
 
 
 
เสียงเล็กกระเง้ากระงอดเอ่ยชื่อของใครคนหนึ่ง ที่พอผมได้ยินก็รู้สึกใจกระตุกแบบไม่มีสาเหตุ รู้สึกวูบโหวงคล้ายๆเหมือนตอนที่ผมกำลังไปหายายที่โรงพยาบาล 'สูญเสีย' คำนี้มันลอยวนขึ้นมาในสมองเอาดื้อๆ
 
 
 
 
แล้วผมจะเสียใครล่ะ?
ในเมื่อผมไม่มีอะไรจะเสียอีกแล้ว
 
 
 
 
แล้วความคิดฟุ้งซ่านของผมก็หยุดลงเหมือนกับไฟที่ปิดสวิตช์ ทันทีที่เห็นมือของใครคนนั้นยกขึ้นแล้ววางแหมะลงบนกลุ่มผมของจีมินพลางขยี้ไปมาเบาๆ ท่าทีแบบนั้นจะเรียกเสียงกรี๊ดและความปลื้มของน้องๆได้ไม่ยากนัก คนที่โดนกระทำเองก็เหมือนจะหน้าแดงขึ้นนิดหน่อย
 
 
 
 
ผมไม่รู้ว่าทำไมผมต้องจ้องพวกเขาขนาดนั้น รู้ตัวอีกทีก็ตอนที่ได้สบตากับคนๆนั้น ผมรีบเมินหน้าหนีสายตาคมที่มองกลับมา ภาพในวันวานก็ฉายชัดซ้ำภาพเมื่อกี้ที่ผมเห็น
 
 
 
 
คนใจดีคนหนึ่งที่เคยปลอบผม ที่กำลังร้องไห้ตอนที่คุณยายเสีย
 
 
 
 
อืม..
 
 
 
 
ใจดีแบบนี้กับทุกคนสินะ
 
 
 
 
ผมยังคงไม่เข้าใจว่าผมต้องการอะไร
การที่คนๆนั้นจะทำแบบนั้นกับใคร หรือจะทำอะไรกับใคร แล้วผมคนนี้ มินยุนกิ จะไปเดือดร้อนอะไรกับคนอื่นด้วยทำไม
 
 
 
 
ไม่เข้าใจจริงๆว่าทำไมต้องไม่พอใจ
แค่รู้สึกว่าถ้าจะใจดีพร่ำเพรื่อขนาดนี้ ก็อย่ามาใจดีกับผมได้ไหม อย่ามาทำให้ผมเสพติดความใจดีของเขา
 
 
 
 
เพราะถ้าผม..
 
 
 
 
ถ้าผม..ติดเขาจริงๆ จะทำยังไง
 
 
 
 
จีมินวิ่งเข้ามายืนอยู่ตรงหน้าของผมก่อนจะหยุดนิ่งแล้วทำสีหน้ากระอักกระอ่วน พะงาบปากเหมือนจะพูดแต่ก็ไม่พูด แต่ผมก็ชิงมองไปที่วิญญาณด้านหลังของน้องเขาที่กำลังมองผมอยู่ ผมคงไม่จำเป็นต้องกลัวเขาสินะ ในเมื่อเขาไม่เป็นอันตรายจริงๆ
 
 
 
 
เสียงอึกอักที่ดังออกจากปากเล็ก ที่แม้แต่ผมที่เป็นผู้ชายด้วยกันเหมือนน้องเขาก็ยังอดคิดไม่ได้ว่ามันน่ารักซ้ำแล้วซ้ำเล่า ผมเหลือบสายตากลับมามองเจ้าของต้นเสียงเต็มตา เห็นกลุ่มผมบนหัวน้องที่ไม่ได้ทรงก็เกิดรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมา
 
 
 
 
"พี่ครับ ว่าไงนะ!!!"
 
 
 
 
น่ารำคาญ..
 
 
 
 
สายตาผมยังคงจับจ้องไปที่ใบหน้าของวิญญาณตนนั้นแบบที่ไร้ความรู้สึก ผมไม่อยากมองน้องตอนนี้ เพราะผมไม่อยากเกลียดน้องแบบไม่มีสาเหตุ เพราะผมไม่อยากมองน้องด้วยสายตาที่ผมเคยใช้มันเมื่อนานมาแล้ว ให้ผมมีใบหน้าที่ใครก็เดาไม่ออกแบบนี้ก็ดีแล้ว แม้แต่ตอนที่อยากจะร้องไห้ก็จะได้ไม่มีใครรู้
 
 
 
 
"....."
 
 
 
 
"อือ"
 
 
 
 
ผมเหลือบสายตามองคนตรงหน้าเพียงแว๊บเดียวก่อนจะโฟกัสกลับไปที่เดิมอีกครั้ง แม้แต่ตอนที่น้องกับวิญญาณตนนั้นเดินออกไปแล้วแต่ผมก็ยังมองออกไปไกลจากแถวนี้ ไม่อยากมองหน้าใครเลยซักคน
 
 
 
 
ผมรู้ว่าผมกำลังพาล
 
 
 
 
นายมันแย่ชะมัด มิน ยุนกิ
 
 
 
 
ถ้าเมื่อกี้ที่ผมเคยคิดว่า ผมมีเหตุผลมากมายที่จะต้องสนใจน้องจนพูดไม่หมด ในตอนนี้ผมก็มั่นใจแล้วว่าผมอยากจะเลิกสนและตั้งใจจะไม่สนใจน้องโดยไม่มีเหตุผลเหมือนกัน
 
 
 
 
หลังจากที่เสร็จกิจกรรมรับน้องผมก็ผละเดินออกมาจากตรงนั้น ผมรู้ว่าจีมินคงมีเรื่องอยากจะคุยกับผม ผมจะรอก็ได้ในเมื่อผมไม่มีธุระที่จะต้องไปต่อที่ไหน แต่ผมก็ไม่คิดอยากจะทำ
 
 
 
 
หน้าตาที่เรียบนิ่งกว่าปกติของผม จะมีใครรู้บ้างไหมว่ามันกำลังเดือดพล่านในเรื่องอะไรซักอย่างที่ผมก็ไม่อยากจะรับรู้ที่มาของมัน เพราะกลัวมันจะเป็นไปในสิ่งที่ผมไม่ต้องการ และไม่สามารถควบคุมเอาไว้ได้
 
 
 
 
"ยุนกิ"
 
 
 
 
เสียงที่ไม่อยากจะคุ้นเคยดังขึ้นทางด้านหลัง ผมชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะรีบสาวเท้าเดินหนีใครบางคนที่กำลังตามมา คนที่ผมก็รู้ว่าใครเพียงเพราะผีที่อยู่ในบริเวณพากันถอยห่างไปไกล
 
 
 
 
"หยุดก่อนยุนกิ"
 
 
 
 
"มีอะไร"
 
 
 
 
อีกคนไม่ตอบอะไรนอกจากยิ้มให้แล้วสาวเท้าเข้ามาใกล้ พอมาถึงก็ยังจะไม่พูดเอาแต่มองหน้าแล้วก็ยิ้มอยู่แบบนั้น เขาจะรู้ไหมว่ามันยิ่งทำให้ผมหงุดหงิดถึงแม้ว่าผมจะไม่แสดงออกก็เถอะ
ผมเตรียมหันหลังกำลังจะก้าวเดินแต่ก็โดนมือใหญ่คว้าแขนเอาไว้ ไม่แรงมากนักจนเหมือนจะเบาไปด้วยซ้ำ
 
 
 
 
"หงุดหงิดหรอ"
 
 
 
 
ใช่!!
 
 
 
 
"เปล่า"
 
 
 
 
"ไม่พอใจอะไร"
 
 
 
 
มันเรื่องของฉัน
 
 
 
 
ผมไม่ได้ตอบออกไปเพียงแต่ใช้สายตานิ่งๆมองตอบกลับคนที่เอาแต่ยืนยิ้มยิงคำถามออกมา ถ้าหมอนี่จะกวนเขาด้วยการยิ้ม เขาก็กวนกลับด้วยการมองได้เหมือนกัน
 
 
 
 
ตอนนี้คงเข้าใจแล้วใช่มั้ยครับว่าผมเป็นคนประเภทไหนกันแน่ ภายใต้หน้ากากที่ทุกคนเข้าใจว่าผมเย็นชา เพียงเพราะผมไม่คิดแสดงสีหน้าอะไรออกไปและด้วยความที่เป็นคนพูดน้อย ข้างในผมทั้งใจร้อนเป็นไฟและก้าวร้าวอย่างร้ายกาจ เพียงแต่ผมไม่เคยแสดงออกกับใครและไม่เคยคิดจะเปิดเผยมันออกมา
 
 
 
 
เพราะมันจะเป็นภาระกับคนอื่น
 
 
 
 
"ทำตัวแบบนี้ น่ารักจังนะ"
 
 
 
 
ไอประสาท!!
 
 
 
 
ผมสะบัดแขนออกจากการเกาะกุมแล้วรีบสาวเท้าหนีอีกครั้ง สัมภเวสีที่อยู่ตามทางเดินยังคงไม่ยอมหยุดหลบออกไปแสดงว่าคนๆนั้นก็ยังคงตามเขามาอยู่ ทั้งที่ตอนนี้เขาอยากอยู่คนเดียวแท้ๆ
 
 
 
 
"ยุนกิ"
 
 
 
 
เฮือก!!
 
 
 
 
คงเป็นเพราะผมเอาแต่คิดอะไรฟุ้งซ่านจนเดินช้าลงตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ คิมแทฮยองถึงได้เข้ามาประชิดตัวได้มากขนาดนี้ ใกล้จนกระซิบเรียกชื่อผมที่ข้างหูได้จนทำให้ผมผวาสะดุ้งไปทั้งตัว ไม่เคยมีใครกล้าทำกับผมแบบนี้ด้วยซ้ำ ผมตวัดตามองแสดงความไม่พอใจออกไปเต็มที่โดยไม่ได้สนว่าอีกคนจะรู้ถึงตัวตนจริงๆของผมหรือไม่
 
 
 
 
"กับจีมิน"
 
 
 
 
"....."
 
 
 
 
"น้องเป็นแค่น้อง ที่น่ารัก"
 
 
 
 
แล้วมาบอกทำไมวะ!!
 
 
 
 
"ไม่ได้คิดอะไร"
 
 
 
 
"แล้วไง?"
 
 
 
 
"แค่อยากให้รู้ไว้"
 
 
 
 
"นั่นมันเรื่องนาย ฉันไม่จำเป็นต้องรับรู้"
 
 
 
 
"เผื่อนายจะหายหงุดหงิด"
 
 
 
 
ไอประสาท!!
 
 
 
 
นอกจากผมเกลียดรอยยิ้มใจดีของเขาแล้ว
ผมก็ยังเกลียดท่าทีที่เหมือนรู้ทันผมทั้งหมด
เกลียดการที่เขาทำให้ผมเคยตัว แล้วจะพาลเอาแต่ใจ เกลียดนายมากมายจริงๆนะ คิมแทฮยอง
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
____________Sixsense____________
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
เช้าวันต่อมาผมต้องใช้ความพยายามอย่างมากในการเข้าหาซอกจินเพื่อที่จะถามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้รู้เรื่อง แต่ทำไมผมจะไม่รู้ว่าเจ้าเพื่อนบ้านี่กำลังหลบหน้าผม อาจจะเพราะตกใจกลัวกับสิ่งที่เห็นหรืออาจจะเพราะกลัวผม แต่ถึงจะกลัวยังไงวันนี้ผมก็จะจับมาคุยกันให้รู้เรื่องให้ได้ 
 
 
 
 
ถึงผมจะรู้ว่าอีกคนมีความสามารถเหมือนผม แต่ผมก็ไม่รู้อะไรมากไปกว่าซอกจินถอดแหวนไม่ได้ แล้วเมื่อวานมันก็ดันถอดเพียงเพราะเห็นอาการของผม ไม่ได้อยากจะด่าว่าโง่ แต่เพื่อนผมก็โง่จริงๆ
 
 
 
 
ที่หมอนั่นทำไปไม่ใช่ผมไม่รู้ว่ามันห่วง
แต่จะมาห่วงคนแบบผมทำไม
มันจะรู้ไหมว่ายิ่งทำแบบนี้
 
 
 
 
ผมยิ่งรู้สึกว่าตัวเองเป็นภาระ..
 
 
 
 
"ซอกจิน"
 
 
 
 
"อะ อ้าว.. ยุนกิ"
 
 
 
 
"ว่างไหม?"
 
 
 
 
"ก็.. ยุนกิมีอะไรรึเปล่า"
 
 
 
 
"มีเรื่องจะคุย"
 
 
 
 
ซอกจินหลบตาวูบก้มมองไก่ในมือแล้วพลิกหมุนไปมาเหมือนจะหาคำปฏิเสธโดยมีเจโฮปมองอยู่อย่างงงๆ
 
 
 
 
"นายด้วยเจโฮป"
 
 
 
 
ปฏิกิริยาที่อีกคนทำกลับมาคือการชี้นิ้วเข้าที่ตัวแล้วทำหน้างงๆ ผมทำแค่เพียงพยักหน้าส่งไปใหัเป็นเชิงย้ำคำแล้วใช้สายตาที่นานๆจะสื่ออารมณ์กับคนอื่นซักทียกเว้นคนๆนั้นบังคับใหัทั้งสองคนลุกตามผมออกมาจากโรงอาหาร
 
 
 
 
ผมเดินนำทั้งคู่ไปจนถึงสวนของคณะที่อยู่ตรงหลังตึกใหญ่ ยืนมองด้วยสายตาเป็นเชิงให้ทั้งสองคนนั่งลงตรงม้าหินอ่อน ผมถอนหายใจเล็กน้อยรู้สึกหนักใจกับสิ่งที่จะพูดออกไป มันเป็นเรื่องที่เกินจะพิสูจน์มากเกินไป จนไม่รู้ว่าเจโฮปจะเชื่อรึเปล่า
 
 
 
 
ลำพังแค่ซอกจินผมไม่กลัวเขาไม่เชื่อหรอก เพราะผมรู้ว่าเขาเห็นอะไรมากกว่าสิ่งที่ผมจะพูดไปแล้ว แต่คนที่นั่งทำหน้าสงสัยมาตั้งแต่เมื่อกี้นี้เนี่ยแหละ คนอย่างหมอนี่อ่อนไหวกว่าซอกจินหลายร้อยเท่า
 
 
 
 
เขาไม่ใช่คนที่ช่างสังเกตหรอก
แต่ก็ไม่ได้ละเลยใครจนดูคนไม่ออก
 
 
 
 
ยิ่งกับเพื่อนที่คล้ายว่าจะอยู่กลุ่มเดียวกันด้วยแล้วล่ะก็นะ..
 
 
 
 
"เจโฮป นายชะ.."
 
 
 
 
ผมกำลังจะเปิดปากถามอะไรออกไป แต่ก็ต้องชะงักไปเมื่อสายตาสะดุดกับอะไรบางอย่างเข้าซะก่อน
 
 
 
 
"ได้กลิ่นอะไรเหม็นๆมั้ย?"
 
 
 
 
เจโฮปที่นั่งอยู่เอ่ยถามขัดความเงียบที่อยู่ๆผมก็เงียบเสียงไป ซอกจินที่เห็นสายตาของผมจดจ้องไปที่อะไรบางอย่างบนกิ่งไม้ก็รีบผวาเฮือกมายืนอยู่ข้างหลังของผม นั่นยิ่งตอกย้ำว่าเพื่อนคนนี้เขารู้ทุกอย่างและเข้าใจอะไรหลายๆอย่างแล้ว
 
 
 
 
"มองอะไรกันอ่ะ"
 
 
 
 
เจโฮปถามพลางเงยหน้ามองตามสายตาของผมไปบนกิ่งไม้ด้วยความงงงวย ดีแล้วที่อีกคนไม่เห็นเหมือนผม ไม่อย่างนั้นคงเป็นลมสลบไปตรงนี้ แต่ถ้าเจ้าสิ่งที่อยู่บนกิ่งไม้ทำอะไรมากกว่านี้ ไม่แน่ว่าเจโฮปอาจจะสลบไปเพราะกลิ่นอีกก็ได้
 
 
 
 
"มันเหม็นจริงๆนะ"
 
 
 
 
ไม่แปลกที่อีกคนที่ยังคงนั่งอยู่กับที่จะรู้สึกเหม็นจนเบ้หน้า เพราะเบื้องหน้าของผมที่ใครต่อใครเห็นเพียงแค่เจโฮปที่นั่งอยู่ แต่ผมกลับเห็นศรีษะของผู้หญิงคนหนึ่งที่ห้อยลงมาด้วยฝีมือของเธอเอง
ร่างกายจากต้นคอจนถึงขายังคงนั่งอยู่บนกิ่งไม้ 
 
 
 
 
ตอนแรกเธอก็ยังคงนั่งอยู่บนนั้นผมเลยคิดว่ามันจะไม่เป็นปัญหาอะไร จนซักพักที่เธอพยายามยื่นหน้าลงมามอง อาจจะเพราะมองไม่เห็นหรืออะไรก็ตาม เธอถึงได้จัดการถอดหัวตัวเองออกแล้วใช้มือจับปลายเส้นผมก่อนจะหย่อนศรีษะของตัวเองลงมา แก้มของเธอแทบจะชนกับแก้มของเพื่อนผมที่นั่งอยู่ตรงนั้นอยู่แล้ว
 
 
 
 
"นายเชื่อเรื่องผีมั้ยเจโฮป"
 
 
 
 
"ว่าไงนะ??"
 
 
 
 
"นายเชื่อเรื่องวิญญาณ หรือสิ่งที่มองไม่เห็นไหม"
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
____________Sixsense____________
 
 
 
 
 
 
 
 
 
'จีมินกำลังตามหานาย'
 
 
 
 
เสียงสุดท้ายของซอกจินเอ่ยบอกกับผมก่อนที่จะวิ่งตามเจโฮปไป ผมไม่คิดว่าหมอนั่นจะรับได้ตั้งแต่วินาทีแรกที่รู้หรอก แค่ไม่เป็นลมให้ผมกับจินต้องหิ้วปีกพากันไปห้องพยาบาลก็ดีเท่าไหร่แล้ว
 
 
 
 
'กูกลัว'
 
 
 
 
วินาทีที่ผมเห็นเพื่อนหน้าซีดจนพูดอะไรไม่ออก สายตาหันไปมองเพื่อนอีกคนที่อยู่ด้านข้างของผมแล้วเอ่ยคำนี้ออกมา ผมก็จุกในลำคอแล้ว เพียงเพราะผมอยากมีเพื่อนร่วมชะตากรรม เพียงเพราะผมไม่อยากแปลกแยกอยู่คนเดียว เลยต้องเปิดเผยในสิ่งที่อีกคนไม่ต้องรับรู้ก็ได้งั้นหรอ?
 
 
 
 
ผมทำร้ายเพื่อนสินะ..
 
 
 
 
นายมันแย่ 
เป็นตัวปัญหาซ้ำซากจริงๆนะยุนกิ
 
 
 
 
ผมพาตัวเองเดินกลับไปที่ชมรม สถานที่ๆผมจะอยู่อย่างสบายใจได้ ถ้าไม่นับรวมเรื่องที่นัมจุนพาผีสาวเข้ามาในห้องด้วยกันวันนั้น ผมไม่ได้เจอหรือพูดคุยกับมันอีกเลยตั้งแต่วันนั้น ทั้งที่บอกว่ามีเรื่องจะให้ช่วย แต่ตอนนี้ไม่ต้องช่วยแล้วหรือไงถึงได้หายไปแบบนี้
 
 
 
 
แต่เพื่อนคนนี้ของผมมันอยากจะมาก็มา อยากจะไปก็ไปแบบนี้ประจำอยู่แล้ว ไม่ใช่ว่าผมไม่รู้ว่ามันทำอาชีพอะไรในระหว่างที่กำลังเรียนไปด้วย และดูเหมือนว่ามันจะเห็นแก่งานเอามากๆจนทิ้งการเรียนไป ดรอปเรียนไปหนึ่งปีเพื่อตามติดไขคดีที่มันเสี่ยงอันตราย เสี่ยงทั้งกับตำรวจและกับฝ่ายคนร้าย มันไม่โง่แต่ก็คงไม่ใช่เรื่องดี..
 
 
 
 
ผมยังไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าผีสาวตนนั้นตามเพื่อนผมมาทำไม ทั้งที่ปกตินัมจุนไม่เคยมีอะไรแบบนี้ติดตาม นั่นทำให้ผมมั่นใจว่าเรื่องผีตนนั้นกับเรื่องในซองเอกสารต้องเป็นเรื่องเดียวกัน หรืออาจจะมีอะไรเกี่ยวข้องกัน
 
 
 
 
เดินมาจนถึงทางเข้าห้องชมรมอนุรักษ์ พลันสายตาก็มองเห็นวิญญาณและสัมภเวสีหลายสิบตนที่ยืนเกาะประตูอยู่ บางตัวก็ลอยอยู่ไม่ติดพื้นแล้วมองเข้าไปตามช่องบานเกร็ดหน้าต่าง หรือแม้กระทั่งห้อยตัวจากด้านบนแล้วมองเข้าไปในห้องชมรมอนุรักษ์ของผม
 
 
 
 
มันแปลกมากทั้งที่ปกติจะไม่มีเจ้าพวกนั้นมาอยู่ตรงนี้มากมายขนาดนี้ แต่มันทำเหมือนกับว่าอยากจะเข้าไปแต่ก็เข้าไม่ได้ อยู่ๆคำพูดของซอกจินก่อนวิ่งไปก็ลอยเข้ามาในหัว
 
 
 
 
'จีมินกำลังตามหานาย'
 
 
 
 
ถ้างั้นในห้อง ถ้าไม่ใช่จีมินก็คงเป็นคนๆนั้นสินะ แต่คงจะเป็นคนแรกมากกว่า น้องเขาเล่นวิ่งตามหาผมซะทั่วขนาดนั้น ไม่งั้นสัมภเวสีที่อยู่รอบๆบริเวณคณะคงไม่มารวมอยู่ที่นี่ที่เดียวหรอก ส่วนคนหลังเขาคงไม่เสียเวลามาที่นี่ถ้าไม่ใช่เรื่องงาน แล้วเรื่องงานมันก็ไม่มีอะไรแล้ว
 
 
 
 
แล้วผมจะอยากให้เป็นคนๆนั้นไปทำไมกัน?
 
 
 
 
ผมถอนหายใจให้กับตัวเอง ไม่รู้จะเดินฝ่าเจ้าพวกที่อยู่ตรงประตูเข้าไปได้ยังไง ถ้าเยอะขนาดนี้ผมจะทำเป็นไม่เห็นก็คงไม่ได้ แค่คิดได้เพียงพักเดียวพวกสัมภเวสีที่กำลังเกาะรอบๆทางเข้าห้องก็พากันถอยไปในระยะไกล ก่อนจะปรากฏวิญญาณใครคนหนึ่งที่ปกติคอยเดินตามจีมินจนเขาหยุดตรงหน้าประตูคล้ายจะบอกให้ผมเดินเข้าไป
 
 
 
 
หลังจากที่ผมเข้ามาในห้องผมก็เจอเด็กคนนั้นกำลังมองมาที่ผมเช่นกันด้วยสีหน้าประหลาดใจ แต่ผมก็ไม่ได้สนใจแต่ส่งสายตากลับไปเป็นเชิงถามว่ามาทำอะไรที่นี่ทั้งที่ผมก็รู้แก่ใจดีอยู่แล้ว แต่เพียงแค่อยากจะรอดูว่าเขาจะทำยังไงต่อไป
 
 
 
 
"อะ..เอ่อ"
 
 
 
 
เด็กนี่ยังคงทำเหมือนทุกๆครั้งเวลาอยู่ต่อหน้าผม อาการที่เหมือนจะพูดแต่ก็ไม่พูด อ้ำๆอึ้งๆ ทำให้ผมนึกถึงเหตุการณ์เมื่อวานขึ้นมาอีกครั้ง แต่แปลกที่คราวนี้ผมไม่ได้รู้สึกรำคาญอะไรแบบเมื่อวาน ออกจะรู้สึกเอ็นดูนิดเดียว แค่นิดเดียวเท่านั้น
 
 
 
 
'น้องเป็นแค่น้อง ที่น่ารัก'
 
 
 
 
อือฮึ ก็ไม่เถียงว่าน่ารัก
 
 
 
 
'ไม่ได้คิดอะไร'
 
 
 
 
ก็เด็กมันน่ารักจริงๆนี่นะ
 
 
 
 
"คือ..ผม.."
 
 
 
 
"มีอะไร"
 
 
 
 
ไม่ได้หายเกลียดน้องเพราะใครซักนิด
แค่ไม่ได้เกลียดอยู่แล้วแต่แรก แค่นั้น..
 
 
 
 
"คือผมจะมาสมัครชมรมครับ"
 
 
 
 
เป็นคำแถที่ดูตลกในสายตาผมแต่ผมก็ไม่คิดที่จะหัวเราะ และยังคงทำเป็นมองไม่ออกอยู่แบบนี้ต่อไป ถ้าเขาอยากเข้าขนาดนั้นก็ดีเหมือนกัน เผื่อจะมีอะไรสนุกมากกว่านี้ก็ได้
 
 
 
 
"งั้นหรอ"
 
 
 
 
"....."
 
 
 
 
"ปีหนึ่งหาชมรมกันอาทิตย์หน้าไม่ใช่รึไง?"
 
 
 
 
สีหน้าดีใจปนความกระอักกระอ่วนทำให้ผมต้องมองไปตามใบหน้าของอีกคนด้วยสายตาเฉยชาเช่นเคย แต่ในหัวยังคงสงสัยที่เด็กคนนี้เปลี่ยนสีหน้าและสดใสขนาดนี้ได้ยังไงถ้าตั้งแต่เกิดมาต้องมาพบเจออะไรแบบนี้ โดนวิญญาณตามติดบางทีก็มากกว่าหนึ่ง
 
 
 
 
น้องมีความสามารถยังไงกันแน่?
 
 
 
 
"กรอกใบสมัครสิ"
 
 
 
 
"....."
 
 
 
 
ผมหยิบใบสมัครที่เตรียมเอาไว้สำหรับอาทิตย์หน้ามาวางไว้บนโต๊ะพร้อมกับปากกาหนึ่งด้าม ใช้มือดันกระดาษไปไว้ตรงหน้าอีกคนแม้จะรู้ว่าเขาไม่ต้องการจะเข้าชมรมจริงๆ ใช้สายตาเฉยชาที่ใครๆต่างก็บอกว่ามันกดดัน ทำให้น้องรีบหยิบกระดาษไปนั่งกรอกข้อมูลของตัวเองตรงโซฟามุมห้อง
 
 
 
 
"เสร็จแล้วครับ"
 
 
 
 
เพียงไม่นานเด็กนั่นก็เอากระดาษใบสมัครมายื่นให้ตรงหน้าผมที่นั่งอ่านหนังสืออยู่ตรงโต๊ะ พร้อมสีหน้ากระอักกระอ่วนมากกว่าเดิม จะพูดแต่ก็ไม่พูดแต่ผมก็ไม่ได้เร่งรัดอะไร
 
 
 
 
"อืม"
 
 
 
 
"....."
 
 
 
 
"มีอะไรอีกมั้ย"
 
 
 
 
ไม่ได้อยากสนใจ แต่เด็กมันยืนมองหน้าค้ำหัวมานานแล้วเลยต้องออกปากถามเอง
 
 
 
 
"มะ..ไม่มีครับ"
 
 
 
 
"อืม"
 
 
 
 
"....."
 
 
 
 
บางทีผมว่าผมอาจจะต้องเป็นคนเริ่มต้นพูดเรื่องทั้งหมดก่อน ถ้ารอให้เด็กคนนี้พูดชาตินี้ก็คงไม่ได้คุยกัน เพราะอีกคนก็เอาแต่อ้ำอึ้งไม่ยอมพูดอะไรออกมาเสียที
 
 
 
 
"คิดว่าจะมาถามอะไร"
 
 
 
 
"เอ๊ะ?"
 
 
 
 
ผมเงยมองหน้าของคนที่ยังคงยืนค้ำหัวผม กำลังเปลี่ยนสีหน้าไปมาแบบรวดเร็ว ทั้งสีหน้าเหมือนจะโล่งอกบางทีก็ตกใจ ทั้งขมวดคิ้วจนหัวคิ้วชนกันแถมเม้มปากเป็นเส้นตรงเสียจนผมต้องขมวดคิ้วตาม แต่ก็เพียงแค่แป๊บเดียวเท่านั้น ผมก็รีบปรับสีหน้ากลับไปเป็นเหมือนเดิม
 
 
 
 
"หึ"
 
 
 
 
"....."
 
 
 
 
"ยกตัวอย่างให้เอาไหม?"
 
 
 
 
"ผม.."
 
 
 
 
ความกังวลฉายชัดในแววตา ผมไม่รู้ว่าน้องเขายังต้องกลัวอะไรในเมื่อผมเป็นคนเปิดเรื่องทั้งหมด อยู่ๆก็รู้สึกรำคาญขึ้นมาดื้อๆเสียอย่างนั้นจนต้องกดเสียงต่ำลงพร้อมทำสีหน้าจริงจังเหมือนทุกๆครั้งที่ผมคุยเรื่องงาน
 
 
 
 
"เช่น"
 
 
 
 
"....."
 
 
 
 
"วิญญาณที่อยู่ข้างๆนาย"
 
 
 
 
ดวงตากลมเบิกโตจนผมกลัวว่ามันจะถลนออกมานอกเบ้าซะก่อน ปากที่อ้าค้างพะงาบขึ้นลงแต่ไม่มีเสียงอะไรเล็ดลอดออกมา สายตามองเห็นเหงื่อหยดหนึ่งที่ไหลลงตามข้างขมับ
 
 
 
 
ตอนผมตกใจ ได้ทำท่าน่าเกลียดขนาดนี้ไหม..
 
 
 
 
ผมสลัดความคิดฟุ้งซ่านออกจากหัว มันไม่ใช่เรื่องที่จะมานั่งคิดอะไรพรรค์นี้ตอนนี้ มันไม่ใช่เรื่องที่ต้องคิดด้วยซ้ำ ผมตบตีกับตัวเองในใจจนไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าตัวเองแสดงสีหน้ามากไป ตอนที่ตวัดสายตาไปมองคนตรงหน้าอีกครั้งเขาถึงได้สะดุ้งเฮือกขนาดนี้
 
 
 
 
"พี่เห็น..ผี..จริงๆหรอครับ"
 
 
 
 
"อืม"
 
 
 
 
"....."
 
 
 
 
ผมตอบรับเสียงที่ยังคงตะกุกตะกักถามออกมา เจ้าตัวยังคงทำหน้าตื่นๆก่อนจะพยักหน้าขึ้นลงอยู่แบบนั้นแล้วเงียบไป
 
 
 
 
นี่ไม่คิดจะเล่าเรื่องของตัวเองหน่อยรึไง?
 
 
 
 
"นายล่ะ"
 
 
 
 
"ครับ?"
 
 
 
 
"มีใช่มั้ย สิ่งที่คล้ายกันกับฉัน"
 
 
 
 
สิ่งที่ชะตาชีวิตของเราต้องได้รับเหมือนๆกัน..
 
 
 
 
"ผมไม่ได้เห็นผีครับ ผมไม่เคยเห็น.."
 
 
 
 
"....."
 
 
 
 
"แต่ผมได้ยินมันตั้งแต่จำความได้"
 
 
 
 
นั่นสินะ ทุกครั้งที่มีผีสัมภเวสีรายล้อม เด็กคนนี้ไม่เคยโฟกัสไปที่สิ่งเหล่านั้นเลย แม้แต่เจ้าวิญญาณที่กำลังยืนมองผมอยู่ตรงนี้ก็เช่นกัน เขาไม่เคยหันไปมอง ทำเพียงแต่ 'พูดคุยกัน' อย่างที่ผมเข้าใจโดยไม่มองกัน
 
 
 
 
"งั้นนายก็คงจะมีจริงๆสินะ Sixsense น่ะ"
 
 
 
 
"....."
 
 
 
 
สิ่งที่ทำให้พวกเราต้องเจอเรื่องพวกนี้มันเรียกว่าแบบนั้นล่ะนะ..
 
 
 
 
"มีเหมือนคนอื่นๆ"
 
 
 
 
"ยังมีคนอื่นอีกหรอครับ??"
 
 
 
 
จีมินทำตาโตเป็นรอบที่ร้อยแล้วถามผมออกมาอีกครั้ง ผมทำได้แค่พยักหน้าเพราะยังไม่สามารถเปิดเผยอะไรไปได้มากกว่านี้ ถึงยังไงมันก็เป็นความลับของทุกคน ไม่ว่าใครก็ตาม
 
 
 
 
ผมไม่รู้ว่าพวกเรามีเวรกรรมอะไร ถึงได้มีอะไรคล้ายๆกันและโลกก็ดึงพวกเราให้มาอยู่ใกล้ๆกัน
 
 
 
 
ผมที่สามารถมองเห็นวิญญาณ
ปาร์ค จีมิน ที่สามารถได้ยินเสียงวิญญาณ
จอง โฮซอก ที่สามารถได้กลิ่นวิญญาณ
คิม ซอกจิน ที่สามารถรู้อดีตจากการสัมผัสและจับต้องสิ่งของ
และ คิม แทฮยอง คนที่ผมยังไม่รู้เลยว่าเขาสามารถทำอะไรได้บ้างนอกจาก ทำให้พวกมันกลัวและถอยห่างไป
 
 
 
 
และอีกคนที่ผมเคยบังเอิญ ได้รับรู้ความลับบางอย่างที่เจ้าตัวไม่ต้องการให้ใครรู้ อีกทั้งยังต่อต้านมันยิ่งกว่าผม
 
 
 
 
จอน จองกุก
 
 
 
 
หลังจากนี้ไป จะเป็นยังไงกันนะ
 
 
 
 
 
 
 
 
 
TBC
 
 
 
 
 
สุขสันต์วันแม่นะคะทุกคน วันนี้ไปเที่ยวไหนกันเอ่ย?
อย่าลืมหอมแก้มจุ้บๆคุณแม่กันด้วยน๊า

ตอนนี้เป็นตอนที่ยาวกว่าตอนไหนๆเลยมั้ง เค้าอัดๆไป เก็นมีคนถามหาจองกุก 555 ตอนหน้าก็ได้เจอแล้วค่าา
 
ทุกคนเริ่มใกล้กันเข้ามาแล้วน๊า นานไปนิสนึง แค่สิบกว่าตอนเอ๊งงงงง อย่าพึ่งเบื่อกันนะคะ ขอบคุณทุกๆคอมเมนท์ ที่คอยให้กำลังใจและคอยติชมค่ะ
 
 
 
 
1 คอมเมนท์ = 1 กำลังใจ
 
อย่าเมินเฉยต่อกันเลยคนดี
ชอบไม่ชอบยังไงติชมกันได้ค่ะ
 
ไปคุยกันได้นะคะที่แอค
 
 
@Jaeh_yunii หรือแท็ก #SixsenseBTS 


 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

201 ความคิดเห็น

  1. #193 พริ้นเซสแพนด้า (@Miikii956) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 21 เมษายน 2561 / 13:57
    แทกิไหมนะะะ 55555
    #193
    0
  2. #188 TueQ-q (@Tuep-q) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 20 เมษายน 2561 / 17:56
    <p>เขินจริงๆนะเนี่ย 5555 เเทนี่ให้ลุคผู้ชายอบอุ่นเเต่มันก็มีความเย้ายวนเบาๆ (เอ๊ะ!? ยังไง) พอมาเข้าคู่เเล้วเเบบอีกคนซึนอีกคนก็เเกล้งเเหย่ น่ารักวุ้ย &gt;.&lt; ส่วนชิมชิมน่ารักเหมือนเดิม 55555</p>
    #188
    0
  3. #145 PLOYELLE (@PLOYELLE) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2559 / 15:29
    ถ้าจะกุกจะไม่มีบทบาทมากขนาดนี้ เอายุนกินเป้นพระเอกเเทนเีกว่ามั้ยลูก
    สนุกมากค่ะไรต์ตามๆๆๆๆ
    #145
    0
  4. #116 Jeon Litta (@kidconan1412) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2559 / 23:03
    แทฮยองจะจีบยุนกิก็บอกไปตรงๆเลย สงสารยุนกิจังมีปมในใจคิดว่าตัวเองเป็นภาระคนอื่นตลอดเลย
    #116
    0
  5. #115 k_922 (@k_92) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2559 / 21:05
    พี่กิหวงแทแทหรอออ แทก็รู้ใจกิทุกเรื่องเลย แอบสงสารจีมินที่โดนพี่กิตึงใส่
    #115
    0
  6. #114 zf17074018 (@zf17074018) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2559 / 15:18
    ต่อไปจะเป็นตอนของจองกุกแล้วหรือป่าวน้าาา. 5555
    #114
    0
  7. #113 miguel007 (@miguel007) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2559 / 11:57
    รอนะคะ
    สนุกมากเลย ไรท์ต้องมาอัพนะ เพื่อรีดทุกคน ไรท์สู้ๆ
    #113
    0
  8. #112 แคนต้าลูปปปป ^^ (@Canta_TT) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2559 / 11:30
    จะมารวมกันแล้วสินะะะะ แต่จองกุกนี่ บทน้อยจังง5555555555555555 ต้องรอลุ้นแล้วแหละว่ายุนกิจะรู้มั้ย ว่าจองกุกมีสัมผัสพิเศษอะไร รอค่ะ ต่อเร็วๆน้าาา
    #112
    1
  9. #111 cafe_sunny (@misscafe) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2559 / 11:26
    สู้ๆนะคะ อยากอ่านตอนหน้าไวๆจัง // สุขสันต์วันแม่เช่นกันคะไรท์ ^^
    #111
    1