ตอนที่ 2 : My Neighbor (1/2) [Leo x N]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 526
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 23 ครั้ง
    11 ก.พ. 61









My Neighbor

[ Taekwoon x Hakyeon ]

 

 

 

 

          หมอนั่นมันก็แค่เด็กข้างบ้านเท่านั้นเอง จะต้องไปสนใจอะไรนักหนา!

 

 

            ชาฮัคยอนได้แต่คิดในใจอย่างหัวฟัดหัวเหวี่ยง เมื่อถูกสายตาคมของเด็กข้างบ้านจ้องมองมา แล้วก็มองเลยผ่านไปราวกับมองไม่เห็น ทำเหมือนเขาไม่เคยมีตัวตน

 

 

            ได้ จะเล่นแบบนี้ใช่มั้ยจองแทคอุน แล้วเราจะได้เห็นดีกัน!

 

 

            คนอายุมากกว่ารีบเดินออกจากบ้านไปหน้าปากซอยขึ้นรถบัสไปลงที่สถานีรถไฟเพื่อไปทำงาน เพราะมีหน้าที่เป็นเลขาของเจ้าของบริษัทให้คำปรึกษาทางกฎหมาย ส่วนเจ้าเด็กนั่นก็คงจะกำลังไปมหาลัยนั่นแหละ แต่ใครจะสนละ

 

 

            ทั้งฮัคยอนและแทคอุนเป็นเพื่อนบ้านกัน ทั้งคู่อายุห่างกันเกือบห้าปี ตอนเด็กๆ ก็สนิทกันดีอยู่หรอก แต่พอฮัคยอนขึ้นม.ปลายก็ถูกอีกคนหมางเมิน ทั้งที่ตอนนั้นแทคอุนยังเป็นเด็กประถมอยู่เลยด้วยซ้ำ จากเด็กน้อยน่ารัก พูดจาไพเราะและช่างเอาอกเอาใจ กลายเป็นคนเงียบขรึม ไม่พูดไม่จา ยิ้มก็ไม่ยิ้ม แล้วพวกเขาทั้งคู่ก็เริ่มห่างเหินกันมากขึ้นเรื่อยๆ จนผ่านมาถึงปัจจุบันที่คนอายุน้อยกว่าเข้าเรียนมหาลัยแล้ว

 

 

            และวันนี้มันคงเป็นวันซวยของชาฮัคยอน เมื่ออีกฝ่ายกลับมาพักที่บ้านในสุดสัปดาห์และตอนนี้ก็กำลังจะกลับมหาลัยเพราะมีเรียน ซึ่งแน่นอนว่าแทคอุนก็ต้องเดินทางด้วยรถไฟเช่นเดียวกัน ทำให้พวกเขาอยู่ร่วมกันตลอดการเดินทาง แต่ก็ไม่มีใครคิดจะพูดอะไรออกมา

 

 

            “อึดอัดชะมัด” ฮัคยอนพูดกับตัวเองเสียงเบาเมื่อเข้ามาอยู่ในรถไฟเรียบร้อยแล้ว และในช่วงเวลาเร่งด่วนแบบนี้ทำให้ระยะห่างระหว่างพวกเขายิ่งน้อยลงไปอีก

 

 

            ใบหน้าใสของพนักงานคนเก่งที่ปากเก่งไปเมื่อครู่ได้แต่ก้มหน้างุดจนแทบชิดอก เมื่อภาพสะท้อนจากกระจกหน้าต่างรถไฟกำลังฉายภาพใบหน้าคมของเจ้าเด็กข้างบ้านที่จ้องมาที่เขาอยู่ตลอดเวลา

 

 

            “อ๊ะ!” ฮัคยอนร้องขึ้นเสียงเบาเมื่อรู้สึกถึงอะไรบางอย่างที่สะโพกของตน ความร้อนที่ไล่อยู่ตามก้นและเสียงหอบหายใจที่ดังเบาๆ มาจากข้างหลัง ทำให้ฮัคยอนรู้ตัวได้ทัน

 

 

            เขากำลังถูกลวนลาม

 

 

            เกิดมาจะ 25 ปีแล้ว ยังไม่เคยเจออะไรแบบนี้สักครั้ง แล้วแถมยังมาเป็นวันที่ต้องอยู่กับไอ้เด็กนั่นอีก ทำไมโชคชะตาช่างโหดร้ายกับชาฮัคยอนขนาดนี้นะ

 

 

            “อึ่ก!”  ริมฝีปากอิ่มเม้มแน่นพยายามกลั้นเสียงที่น่าสะอิดสะเอียนเพราะกลัวคนอื่นจะได้ยิน พยายามจะมองหาว่าใครเป็นคนทำ แต่เพราะคนที่อัดแน่นทำให้ขยับตัวแทบไม่ได้ จะมองผ่านกระจกไอ้คนทำก็เหมือนจะรู้ตัวก้มหลบโดยใช้ตัวเขาบังเอาไว้ แต่ที่หนักกว่าคือเขาดันลืมไปว่าแทคอุนนั้นยืนอยู่ข้างหลัง และตอนนี้ที่สายตาทั้งคู่ประสานกัน ฮัคยอนไม่รู้ว่าตัวเองแสดงสีหน้าแบบไหนออกมา รู้แค่ว่าในใจตอนนี้เต็มไปด้วยน้ำตาแล้ว

 

 

            “อ๊ะ” ในระหว่างที่รถไฟกำลังออกจากชานชาลา ฮัคยอนรู้สึกถึงแรงกระชากที่ดึงตัวเขาออกมาและผลักให้ไปติดกับผนังอีกฝั่งอย่างรวดเร็ว หันไปมองก็พบว่าเป็นน้องชายข้างบ้านที่ตอนนี้กำลังเอาตัวที่ใหญ่โตนั่นบังเขาไว้อยู่

 

 

            “ขอบ...”

 

 

            “ทำไมไม่หนี ชอบแบบนี้นักเหรอไง?” ยังไม่ทันที่ฮัคยอนจะกล่าวขอบคุณที่มาช่วยไว้ ก็ถูกเสียงนิ่งๆ นั้นถามขึ้นเสียก่อน ริมฝีปากอิ่มเบียดกันแน่น ไม่รู้ว่าอารมณ์ตอนนี้ของตัวเองเป็นยังไง โกรธ โมโห หรืออายกันแน่

 

 

            “ทำไมไม่พูดละ...ปกติเห็นพูดมากจนคนอื่นไม่อยากจะฟัง” ฮัคยอนได้แต่นึกค่อนขอดคนอายุน้อยอยู่ในใจปกติเจอหน้ากันทีไรก็แทบจะไม่เคยคุยกันเลย แต่ดูเหมือนว่าตอนนี้คนที่พูดน้อยจะขยันพูดขึ้นมาเสียดื้อๆ

 

 

            แล้วการที่ต้องถูกคนอายุน้อยกว่ากักตัวไว้แบบนี้ มันรู้สึกอึดอัดชอบกล ไม่รู้ว่าจะตัวใหญ่อะไรนักหนา ไหล่ก็กว้างทั้งที่ยังไม่ถึง 20 ด้วยซ้ำ ฮัคยอนอดที่จะคิดถึงเด็กน้อยแทคอุนที่แสนน่ารักในอดีตของเขาไม่ได้ เจ้าตัวทั้งน่ารัก ว่านอนสอนง่าย ยิ้มก็เก่ง ต่างกับปัจจุบันราวฟ้ากับเหว

 

 

            ฮัคยอนเริ่มรู้สึกโล่งอกขึ้นมาเมื่อได้ยินนายสถานีประกาศชื่อของสถานีที่เขาต้องการจะลง ร่างเล็กเริ่มขยับตัว

 

 

            “อย่าเข้าใจผิดว่าฉันชอบอะไรแบบนี้ แต่ฉันแค่ไม่อยากให้มันมีเรื่องยุ่งยาก มันทำให้เสียเวลางาน” คนที่เงียบมาตลอดพูดเสียงเบา ไม่รู้อีกคนจะได้ยินมั้ย แต่ความร้อนที่สัมผัสได้ที่แผ่นหลังทำให้ฮัคยอนรู้ว่าอีกคนอยู่ใกล้กันมาก

 

 

            “แล้วก็ขอบคุณที่ช่วยไว้” พูดจบก็พุ่งตัวออกไปทันทีที่ประตูเปิดออก โดยไม่หันกลับมามองอีกฝ่ายเลย

 

 

 

 

 

 

            และดูเหมือนว่าโชคชะตาจะเล่นตลกกับฮัคยอนเหลือเกิน เมื่อหลังจากวันนั้นเขาก็ได้เจอกับแทคอุนบ่อยขึ้น ถึงแม้ว่าอีกฝ่ายจะไม่พูดไม่จาเช่นเดิม

 

 

            “เฮ้อ...” เสียงถอนหายใจดังขึ้นจากพนักงานคนเก่งจนเพื่อนร่วมงานที่อยู่ข้างๆ ต้องหัวเราะออกมา

 

 

            “เป็นอะไรฮัคยอน...มันน่าเบื่ออะไรขนาดนั้นกัน?”

 

 

            “นิดหน่อยครับ...ช่วงนี้มีแต่เรื่องให้ปวดหัว” ฮัคยอนว่า นึกถึงเมื่อสองวันก่อนที่กลับไปถึงบ้านก็เจอเด็กนั่นนั่งอยู่ที่โต๊ะอาหารพร้อมกับพ่อแม่และหลานๆ ของตน โดยแม่ให้เหตุผลว่าแทคอุนอยู่บ้านคนเดียวเลยชวนมากินข้าวที่บ้านด้วย ทั้งๆ ที่หลายปีมานี้เด็กนั่นไม่เคยจะมาเหยียบบ้านเขาเลย

 

 

            และที่น่าหงุดหงิดก็คือ กับหลานตัวน้อยหรือพ่อแม่ของเขาแทคอุนยังพูดคุยและยิ้มให้เป็นปกติ แต่กับฮัคยอน หมอนั่นก็ยังคงนิ่งเงียบไม่พูดไม่จา ซ้ำยังตีหน้ายักษ์ใส่อีก

 

 

            ชาฮัคยอนทำผิดอะไร?!

 

 

            “งั้นไปปาร์ตี้กัน...เย็นนี้มีนัดกับสาวๆ ประชาสัมพันธ์ สนใจมั้ยล่ะ?” เพื่อนร่วมงานคนเดิมถามขึ้นอีกครั้ง ปกติแล้วฮัคยอนเป็นพวกติดบ้าน วันหยุดไม่ค่อยได้ออกไปไหนชอบที่จะนอนอ่านหนังสืออยู่ที่บ้านมากกว่า

 

            “ปาร์ตี้งั้นเหรอ?” ฮัคยอนพึมพำกับตัวเอง นานแล้วที่ตัวเขาไม่ได้ไปสังสรรค์กับกลุ่มเพื่อนในที่ทำงานเลย ถึงจะชอบอยู่ติดบ้าน แต่การไม่มีปฏิสัมพันธ์กับคนในที่ทำงานก็อาจจะทำให้มีปัญหาตามมาทีหลังก็ได้ ชีวิตของการทำงานมันไม่ได้ขึ้นอยู่แค่กับคนคนเดียวด้วยสิ

 

 

            “เอางั้นก็ได้ นัดกี่โมงล่ะ?” เสียงหวานหันไปถามเพื่อนร่วมงานและได้คำตอบว่านัดทุ่มตรง ซึ่งตัวเขาพอจะมีเวลากลับบ้านไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วค่อยมาปาร์ตี้กับทุกคน ฮัคยอนพยักหน้าตกลงก่อนทุกคนจะแยกย้ายกันไปทำงานของตัวเอง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

            ดวงตากลมมองตามแผนที่และชื่อร้านที่เพื่อนร่วมงานส่งมาให้ ฮัคยอนอยู่ในชุดลำลองสบายๆ เป็นกางเกงยีนและเสื้อยืดตัวเก่ง สวมทับด้วยแจ็คเก็ตหนังสีดำก็เป็นอันเรียบร้อย ขาเรียวเดินตามเส้นทางที่ได้รับมาก่อนจะพบว่าร้านนั้นอยู่ไม่ไกลจากถนนเส้นหลักมาก และง่ายต่อการเรียกแท็กซี่เวลากลับ

 

 

            พอฮัคยอนมาถึงต่างก็ถูกรุมล้อมทันที เพราะไม่บ่อยนักที่คุณเลขาคนดังจะมาร่วมงานสังสรรค์ จึงทำให้สาวๆ มากันเยอะเป็นพิเศษ เพื่อนๆ หลายคนก็แอบมาขอบคุณที่ทำให้อาหารตาเพิ่มมากขึ้นจนตัวเองยังอดขำไม่ได้

 

 

            “ฮัคยอนดื่มนี่สิคะ” เสียงหวานของชองอาตัวท็อปแห่งประชาสัมพันธ์ร้องทักขึ้นเมื่อเห็นว่าฮัคยอนเอาแต่นั่งพูดคุยและคอยรินเครื่องดื่มให้คนอื่นโดยที่ตัวเองแทบไม่ได้ดื่มอะไรเลย

 

 

            “อ่า...ขอบคุณครับ” ฮัคยอนกล่าวขอบคุณก่อนจะรับแก้วเครื่องดื่มมาอย่างเสียไม่ได้ อีกอย่างก็นัดกันออกมาสังสรรค์ ถ้าเขาจะมานั่งเฉยๆ ก็คงจะทำงานให้งานกร่อยไม่น้อยเลย และอีกอย่าง ตัวฮัคยอนก็ไม่ได้คออ่อนขนาดนั้นด้วย ดื่มนิดหน่อยคงไม่เป็นอะไร

 

 

            มือเรียวยกแก้วเครื่องดื่มขึ้นจรดริมฝีปากก่อนจะค่อยๆ ปล่อยของเหลวที่ทั้งเย็นและขมปร่าลงคอพร้อมกับเสียงรอบข้างที่บอกให้ดื่มให้หมดในทีเดียว และเขาก็ต้องทำตามอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เมื่อดื่มจนหมดก็มีเสียงเฮของเหล่าผู้ร่วมสังสรรค์ที่กำลังคึกได้ที่ดังขึ้นอย่างสนุกสนาน

 

 

            และเมื่อมีแก้วแรกแล้ว แก้วต่อไปก็ตามมาติดๆ ทันที ไม่ว่าจะเป็นแก้วที่รินมาจากเพื่อนๆ หรือสาวๆ ที่คอยแวะเวียนมาชนแก้วไม่ขาดสาย ฮัคยอนไม่สามารถปฏิเสธได้ และตอนนี้เขาก็นับไม่ได้แล้วว่าดื่มไปมากเท่าไหร่ รู้แค่เพียงว่าโลกของเขาเริ่มเบลอและเอียงเข้าแล้ว

 

 

           

            “ฮัคยอนเป็นยังไงบ้าง?” ชองอาถามขึ้นเมื่อเห็นชายหนุ่มข้างกายเริ่มตัวโอนเอนไปมา มือเรียวพยายามยกขึ้นปัดป่ายเพื่อบอกว่าไม่เป็นไร แต่ดูยังไงก็เหมือนคนที่ทรงตัวไม่อยู่จนแทบจะฟุบลงไปกับโต๊ะอยู่แล้ว

 

 

            ฮัคยอนรู้ดีว่าตัวเองกำลังเมามากแล้ว และสติที่มีอยู่ตอนนี้จะดับลงไปเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ จึงเลือกจะขอตัวกลับก่อน และปฏิเสธทุกคนที่จะตามมาส่ง โดยเฉพาะชองอาที่ดูเป็นห่วงเป็นใยเขามากมายเหลือเกิน แต่ทำไมฮัคยอนจะไม่รู้ว่าหล่อนคิดอะไร เขาไม่ใช่ชายหนุ่มที่ไม่เคยผ่านการมีแฟน ย่อมเข้าใจดีในสิ่งที่หล่อนต้องการ และเพราะเข้าใจดี ฮัคยอนจึงเลือกที่จะออกห่างมาตั้งแต่แรก ไม่สานสัมพันธ์ ไม่ให้ความหวังใดๆ ทั้งสิ้น

 

 

            ในขณะที่ร่างอันซวนเซของฮัคยอนเดินมาถึงประตูหน้าร้านก็ชนเข้ากับใครบางคน คนเมาที่การทรงตัวไม่ดีอยู่แล้วเมื่อถูกชนก็เสียหลักจนแทบจะล้มลงไปวัดกับพื้นหน้าร้านหากไม่ได้ใครคนนั้นช่วยพยุงตัวเองไว้ ใบหน้าที่แดงก่ำเพราะฤทธิ์เหล้าเงยขึ้นมองคนที่ช่วยตนไว้ และรู้สึกคุ้นหน้าจนต้องหรี่ตามองเพื่อให้เห็นได้ชัดขึ้น แต่ยังไม่ทันจะได้มองดีๆ หรือเอ่ยขอบคุณสติที่เหลือก็วูบดับไปเสียก่อน

 

 

            ชาฮัคยอนสาบานกับตนเองในใจว่าจะไม่ดื่มหนักแบบนี้อีกเป็นครั้งที่สอง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

            “อื้อ...” แสงสว่างที่แยงตาและความปวดหนึบที่หัวทำให้คนที่เมาหลับไปรู้สึกตัวตื่นขึ้นมา ดวงตากลมพยายามปรับให้รับภาพที่อยู่รอบตัว แต่ก็ลำบากเหลือเกินเมื่ออาการเมาค้างยังรุมเร้า แถมยังรู้สึกปวดเมื่อยไปทั้งตัว โดยเฉพาะสะโพกที่ดูจะเจ็บหนักกว่าที่อื่น

 

 

            “อื้ม...” เสียงครางเบาๆ พร้อมกับแรงขยับจากก้อนผ้าห่มที่อยู่ข้างตัวทำให้ฮัคยอนตกใจ เมื่อมองดูดีๆ แล้ว ทั้งเตียงนอน ผ้าห่มหรือการแตกแต่งห้องก็ไม่คุ้นตาเอาเสียเลย และสิ่งที่นึกได้ก็คือที่นี่ไม่ใช่ห้องของตัวเอง แล้วตอนนี้เขาอยู่ที่ไหนและกับใคร พอคิดได้อย่างนั้นก็ทั้งตกใจและหวาดกลัวจนเผลอขยับตัวหนีอย่างเร็วจนตกจากเตียงนอนไป

 

 

            “โอ๊ย!” ร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดเมื่อสะโพกที่เจ็บอยู่แล้วกระแทกซ้ำกับพื้นแข็งๆ ทำเอาดวงตากลมเอ่อคลอไปด้วยน้ำตา ฮัคยอนพยายามลากตัวเองออกจากผืนผ้าห่มและพบว่าตัวเขาอยู่ในชุดเสื้อยืดตัวหลวมกับกางเกงชั้นในแค่นั้น ไม่ใช่ชุดที่ใส่ไปปาร์ตี้เมื่อคืน แถมเสื้อยืดที่ใส่อยู่ก็ไม่ใช่ของเขาแน่นอน

 

 

            ถึงแม้จะยังปวดหัวเพราะเมาค้าง แต่ฮัคยอนก็ไม่ใช่เด็กน้อยที่จะไม่รู้เรื่องอะไรเลย ทั้งการที่ใส่เสื้อยืดคนอื่น เหลือแต่กางเกงชั้นในตัวเดียว แล้วตื่นมาในห้องของใครก็ไม่รู้แบบนี้อีก

 

 

            “เสียงดังอะไรแต่เช้า?” เสียงร้องจากคนที่อยู่ใต้ผ้าห่มทำให้ฮัคยอนต้องสะดุ้งด้วยความตกใจ ถึงแม้เสียงนั้นจะงัวเงียและอู้อี้แค่ไหนแต่เขาก็รู้ได้ทันทีว่านั่นเป็นเสียงของผู้ชาย

 

 

            ให้ตายเถอะ! นี่ชาฮัคยอนเมาไม่รู้เรื่องจนถูกลากมาที่ห้องของผู้ชายคนไหนก็ไม่รู้เหรอเนี้ย?

 

 

            ฮัคยอนจ้องมองด้วยความหวาดระแวงเมื่อคนที่อยู่บนเตียงลุกขึ้นมาจนผ้าห่มที่คลุมร่างไว้ตกลงไป เมื่อมองดูดีๆ ก็ทำให้ต้องตกใจอย่างสุดขีด

 

 

            “ท...แทคอุน...” เหมือนวิญญาณจะหลุดออกจากร่างเมื่อเจ้าของชื่อหันมามอง ใบหน้าที่งัวเงียกับผมที่ชี้ฟูไม่เป็นทรงเพราะเพิ่งตื่นนอนไม่ได้เรียกความสนใจจากฮัคยอนได้เท่ากับท่อนบนเปลือยเปล่าที่โผล่ออกมาจากผ้าห่ม และผิวขาวๆ ของเจ้าเด็กข้างบ้านที่ปรากฏต่อสายตาของฮัคยอนในตอนนี้มันเต็มไปด้วยรอยแดงที่ยาวบ้างสั้นบ้างเต็มไปหมด

 

 

            “ไง...ตื่นแล้วเหรอ?” คำทักทายที่แสนเรียบง่ายแต่กลับไม่เข้าระบบการรับรู้ของฮัคยอนเลยสักนิด ดวงตาคมของคนอายุน้อยกว่าหันมามองเล็กน้อยก่อนจะลุกเดินไปยังห้องน้ำ โดยไม่สนใจคนที่นั่งอ้าปากค้างอยู่บนพื้นเลยสักนิด

 

 

            เสียงปิดประตูห้องน้ำเรียกให้สติและวิญญาณที่ล่องลอยไปไกลของฮัคยอนกลับเข้าร่าง พยายามพาร่างที่ทั้งเมื่อยขบและปวดขึ้นมานั่งบนเตียงอีกรอบ ดวงตากลมมองไปรอบๆ ห้องของแทคอุน ไม่รู้ว่าตอนนี้ตัวเองต้องรู้สึกยังไงกับการตื่นมาในห้องของคนที่ไม่ได้คุยกันมาเกือบสิบปี

 

 

            “จะอยู่อย่างนั้นอีกนานมั้ย?” น้ำเสียงนิ่งเรียบที่ดังขึ้นทำให้ฮัคยอนสะดุ้งมองเจ้าของห้องที่อยู่ในชุดเสื้อยืดกางเกงขาสั้นแบบสบายๆ

 

 

            “แล้ว...”

 

 

            “ฉันบอกคุณลุงกับคุณป้าแล้วว่านายจะมาค้างด้วย...ส่วนชุดนายก็แขวนอยู่ตรงนั้น” ยังไม่ทันจะได้เอ่ยถาม อีกคนก็พูดในสิ่งที่ฮัคยอนอยากรู้ ซึ่งเขาไม่ชอบมันเอาเสียเลย มันเหมือนกับว่าแทคอุนรับรู้ถึงความคิดความรู้สึกของเขาทั้งหมด

 

 

            ฮัคยอนรีบพาร่างตัวเองเข้าห้องน้ำไปทั้งที่ยังซวนเซแบบนั้น เพราะขืนอยู่ตรงนั้นนานๆ มีหวังเขาได้อึดอัดตายแน่ๆ มือเรียววักน้ำเย็นสาดหน้าให้รู้สึกสดชื่นขึ้น ตากลมมองเห็นแปรงสีฟันที่ถูกบีบยาเอาไว้วางอยู่ใกล้ๆ แล้วถอนหายใจออกมา ไม่รู้ว่าตัวเองควรจะรู้สึกยังกับสถานการณ์นี้ดี เพราะบางทีแทคอุนก็ดูห่างเหินเหมือนเขาไม่มีตัวตน แต่บางทีก็ใส่ใจกันจนเหมือนคนละคน

 

 

            แต่ยิ่งคิดก็ยิ่งปวดหัว ฮัคยอนคิดว่าตอนนี้ควรทำหัวให้โล่งเข้าไว้ เพราะอาการมาค้างยังไม่หายดีนัก จึงเลือกที่จะล้างหน้าแปรงฟังและอาบน้ำให้สดชื่นพร้อมจะเจอกับเรื่องไม่คาดฝันอีกมากมาย

 

 

 

 

            “ไอ้เด็กบ้า! นายทำอะไรฉัน!”

 

 

            เสียงโวยวายดังลั่นห้องน้ำในยามสายของวันหยุด ก่อนที่คนที่อยู่ข้างในจะออกมาในสภาพที่เหลือแค่กางเกงชั้นในตัวเดียว ท่อนบนที่เปลือยเปล่านอกจากผิวสีน้ำผึ้งที่เนียนสวยแล้ว ยังเต็มไปด้วยรอยจ้ำแดงตั้งแต่แผ่นอกจนไปถึงหน้าท้อง ถ้าไม่ถอดเสื้อเตรียมจะอาบน้ำเขาก็คงไม่รู้ว่าบนตัวมีรอยมากมายขนาดนี้

 

 

            “ความรู้สึกช้าจังนะ” น้ำเสียงนิ่งๆ กับรอยยิ้มมุมปากที่ดูยังไงก็ไม่น่าไว้ใจทำให้ฮัคยอนชะงักอาการโวยวายลงทันที

 

 

            “ตื่นขึ้นมาอยู่ในห้องของคนอื่น เสื้อผ้าที่ใส่ก็ไม่ใช่ของตัวเอง ไหนจะเจ็บสะโพก ไหนฉันจะมีรอยเล็บเต็มตัว...” ร่างสูงของคนอายุน้อยกว่าสืบเท้าเข้ามาใกล้ ฮัคยอนที่ถอยหลังพยายามจะหนีแต่ก็ถูกแขนยาวรั้งเอวให้เข้ามาชิดกัน และเขาเพิ่งจะได้สติว่าตอนนี้ตัวเองไม่มีอะไรปกปิดร่างกายเลยนอกจากกางเกงชั้นในเพียงตัวเดียว

 

 

            “คิดว่าเมื่อคืนมีอะไรเกิดขึ้นล่ะ?” น้ำเสียงนุ่มกระซิบพร่าเมื่อใบหน้าคมเลื่อนเข้ามาใกล้ ลมหายใจร้อนที่เป่ารดแถวต้นคอทำให้ขนอ่อนในร่างลุกชัน และยิ่งเกร็งตัวหนักเมื่อริมฝีปากบางขบเม้มที่ไหล่เปลือยจนแสบร้อน

 

 

            “จ...จะทำอะไรน่ะ!?” คนอายุมากกว่าถามเสียงสั่นเมื่อใบหน้าคมเงยขึ้นมาสบตากัน หัวใจก็เต้นแรงจนแทบจะหลุดออกจากอกกับการกระทำที่ไม่ทันให้ตั้งตัวของอีกฝ่าย บอกแล้วว่าฮัคยอนไม่ใช่เด็กที่จะไม่เข้าใจอะไร แต่ที่เขาแปลกใจก็เพราะคนที่อยู่ตรงหน้าคือจองแทคอุนต่างหาก

 

 

            “นั่นสินะ...” แทคอุนว่าเสียงเบา “งั้นมาทวนความจำกันหน่อยมั้ย ว่าเมื่อคืนทำอะไรลงไปบ้าง?”

 

 

            “ด...เดี๋ยว...อื้อ...” ยังไม่ทันจะได้ปฏิเสธ ริมฝีปากอิ่มก็ถูกอีกฝ่ายช่วงชิงไปแล้ว ลิ้นร้อนที่กวาดต้อนในโพรงปากราวกับจะหลอมละลายฮัคยอน ทั้งรสเย็นของมิ้นท์จากยาสีฟันที่รู้สึกจากกันและกันยิ่งทำให้มัวเมายิ่งกว่าเหล้าที่ดื่มไปเมื่อคืนเสียอีก แทคอุนผละจูบออกจ้องมองใบหน้าหวานที่กำลังแดงจัดและริมฝีปากอิ่มที่บวมเพราะตน

 

 

            “อย่าเมาอย่างเมื่อคืนอีก...นี่เป็นคำสั่ง!” พูดชิดริมฝีปากอิ่มก่อนจะตามลงไปประกบจูบอีกครั้ง ใบหน้าคมเอียงปรับองศาให้จูบแนบชิดยิ่งกว่าเดิม ส่วนมือก็รั้งเอวบางให้ร่างกายของพวกเขาไร้ช่องว่าง

 

 

            ฮัคยอนไม่รู้ว่าควรจะทำยังไงเมื่อถูกรุกไล่หนักขนาดนี้ ราวกับถูกสูบพลังออกไปกับจูบหนักๆ ของแทคอุน ไม่รู้ว่าเด็กหนุ่มวัย 19 ตรงหน้าไปเรียนรู้วิธีจูบแบบนี้มาจากไหน แต่การกวาดต้อนและดูดเม้มริมฝีปากของเขาที่ให้ความรู้สึกทั้งแสดงความเป็นเจ้าของแต่ก็ดูออดอ้อนในเวลาเดียวกันมันทำให้ฮัคยอนสับสนมึนเมาไปหมดแล้ว

 

 

            เด็กบ้านี่ทำอะไรกับเขากันแน่นะ?

 

 

 

 

My Neighbor [1/2]

 

 

 

เด็กมันร้ายมากจริงๆนะฮะ 5555555555555

หายหัวไปนานมาก ไม่รู้ว่าจะยังมีคนรออ่านรึเปล่า

เรื่องนี้ทีแรกตั้งใจจะเขียนทีเดียวจบ แต่ไปๆ มาๆ มันยาวมากเหลือเกิน เลยขอแบ่งเป็น 2พาร์ทนะฮะ

ยังไงก็ฝากติดตามและให้กำลังใจกันด้วยนะฮะ

ทั้งคอมเม้นท์ในเด็กและแทกฟิค #เด็กบ้าแทคอุน ในทวิตเตอร์ได้เลยฮะ ^^

 

ขอบคุณมากฮะ





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 23 ครั้ง

74 ความคิดเห็น

  1. #54 BK-To-ey (@BK-To-ey) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2561 / 08:18
    เขินมากเลยค่ะ โอ้ยยยยยยยภายใต้ความซึนความแมวของเลโอ คือเสือดีๆนี้เอง พี่เอ็นก็ต้องระวังตัวระวังใจนะคะ สู้ๆนะคะไรท์ เป็นกำลังใจให้ค่ะ
    #54
    0
  2. #38 Butterfly 8ffect (@poisonmoon) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2561 / 22:13
    เด็กข้างบ้านนี่ไม่ธรรมดาจริงๆ เมื่อคืนเมาแล้วออกลายไปแค่ไหนฮัคยอน ถึงได้ตื่นมาแบบนี้กับเด็กมันได้เนี่ยยย
    #38
    0
  3. #23 p-my (@palm_preechaya) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 เมษายน 2561 / 22:34
    อร้ายยย
    #23
    0
  4. #15 Moo_k (@mysomook) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2561 / 20:58
    งื้อออ มาต่อได้ไหมอ่าา
    #15
    0
  5. #13 BJonnie (@helloplaygirl) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2561 / 08:31
    เขินไปหมดดดดดด อยากมีเด็กบ้าเปงของตัวเองฮืออออ
    #13
    0
  6. #12 cocozyrup (@cocozyrup) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2561 / 00:10
    เด็กมันร้ายยนนยยกยก ดีค่ะ!
    #12
    0
  7. #11 Sugar Bam (@Angkor_tt) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2561 / 11:53
    ฮื่อออออออ ทำไมมันดีแบบนี้!!!><
    #11
    0
  8. #10 Starlight90 (@Starlight90) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2561 / 16:37
    เด็กมันร้ายนะคะหัวหน้า ฮืออ ทำไมเป็นเด็กแซ่บแบบนี้ จอง แทคอุนนนนน
    #10
    0
  9. #9 March_ST_LIGHT (@MarchMiko) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2561 / 15:17
    เดี่ยวววววเด็กข้างบ้านคนนี้ร้ายกาจมากกกก เปิดมาตอนแรกก็แซ่บน่าติดตามแล้ว แอบสงสัยทำไมแทคอุนถึงเปลี่ยนไปกันน่ะ
    #9
    0
  10. #8 To da light (@ukiss137) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2561 / 14:49
    เด๊่ยวววววววววววววววววววววววววววววว
    ตกลงนี่ได้กันแล้วจริงๆเหรออออออออ เขินนน
    อันที่จริงก็อยากรู้นะว่ามันเกิดอะไรขึ้นเมื่อคืน 
    ค่ะ เรายอมรับว่าเราหื่น กิ๊สสสส
    #8
    0