ตอนที่ 4 : HAVANA [Ravi x Ken]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 323
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 13 ครั้ง
    8 เม.ย. 61











HAVANA

 

 

[ Wonsik x Jaehwan ]

 

 

 

 

 

 

 

 

          “นายจะไปจริงๆ เหรอแจฮวาน?” เสียงหนึ่งถามขึ้นเมื่อเห็นเจ้าของชื่อกำลังเก็บเสื้อผ้าและสิ่งของต่างๆ ลงกระเป๋าเดินทางอย่างเร่งรีบ

 

 

          “แล้วพี่คิดว่าผมจะอยู่ไปทำไมล่ะ!” เขาถามด้วยอารมณ์ฉุนเฉียว ส่วนมือก็จับยัดทุกอย่างลงกระเป๋า

 

 

          “พี่รู้ว่านายกำลังโกรธนะแจฮวาน แต่ทำแบบนี้มันใช่ทางออกเหรอ?” น้ำเสียงนุ่มหวานที่เอ่ยออกมาเหมือนเตือนสติให้อีกคนใจเย็นลง และมันก็ได้ผลเสมอเมื่อมือนั้นวางสิ่งของลง

 

 

          “ขอโทษครับพี่ฮัคยอน” แจฮวานถอนหายใจออกมา ก่อนหน้าเขายอมรับว่าโกรธมากจนไม่มีสติ โวยวายและทำอะไรไม่ทันคิดไปหลายอย่าง แต่ตอนนี้เขาคิดว่ามันคือทางออกที่ดีที่สุดสำหรับเขาแล้ว

 

 

          “ผมรู้ว่าผมทำอะไรไม่ทันคิดไปหลายอย่าง แต่ผมว่าผมควรออกห่างจากตรงนี้ไปก่อนที่มันจะพังไปมากกว่านี้ ไว้ผมทำใจได้เมื่อไหร่แล้วจะกลับมานะครับ”

 

 

          “แต่นายไม่เคยไปที่นั่นเลยนะแจฮวาน แล้วยังไปคนเดียวแบบนี้อีก พี่เป็นห่วง” แจฮวานยิ้มออกมาเมื่อรับรู้ได้ถึงความห่วงใยจากอีกคน ถ้าไม่มีพี่ฮัคยอนเขาก็ไม่รู้ว่าตัวเองจะทำอะไรแย่ๆ ลงไปบ้าง แต่เพราะอีกคนคอยเตือนสติเขาเสมอเลยเหมือนพี่ชายแท้ๆ อีกคนในชีวิตของแจฮวาน

 

 

          “ไม่เป็นไรครับ ชีวิตเราก็ต้องไปเจออะไรใหม่ๆ ทำอะไรด้วยตัวคนเดียวบ้าง ผมจะ 27 แล้วนะ” เขาว่าติดตลกก่อนจะจัดแจงของทุกอย่างเข้ากระเป๋าเดินทางตามเดิม

 

 

          “ตามใจนาย แต่ถ้าเกิดมีเรื่องอะไรขึ้นมารีบติดต่อพี่เลยนะ...อ้อ อย่าลืมแจ้งตำรวจก่อนด้วย” แจฮวานหัวเราะเบาๆ กับความขี้ห่วงของพี่ชายคนนี้ และก็ถูกอีกคนสับคอเพราะท่าทีแบบนั้น

 

 

          “เข้าใจแล้วครับ”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

          การเดินทางมาต่างประเทศคนเดียวของแจฮวานเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่มาถึงสนามบินนานาชาติโฮเซ มาร์ติ กรุงฮาวานา ประเทศคิวบา ทั้งผู้คนที่แปลกหน้า แปลกเชื้อชาติ การพูดคุย เขารู้สึกเหมือนเป็นคนพลัดถิ่นยังไงยังงั้น แต่ในเมื่อตัดสินใจจะมาแล้ว เขาก็ต้องเอาตัวเองให้รอดให้ได้

 

 

            หลังจากที่ออกจากสนามบินมา แจฮวานก็จัดการเรียกแท็กซี่เพื่อไปยังโรงแรมที่จองไว้ ทุกอย่างดูตื่นตาตื่นใจตั้งแต่รถราในยุค 60 ที่มีสีสันสดใสที่ยังคงวิ่งตามท้องถนนได้อย่างสบายๆ หรือกระทั่งบ้านเรือนต่างๆ ที่ยังคงรูปแบบของสถาปัตยกรรมแบบโบราณได้อย่างน่าหลงใหล

 

 

            หลังจากเช็คอินที่โรงแรมเรียบร้อย เขาก็เตรียมตัวออกไปเดินสำรวจเมืองที่น่าหลงใหลแห่งนี้ ในระหว่างที่เดินชมเมืองแจฮวานก็ถูกคนท้องถิ่นทักทายรายทางเสมอ บ้างก็เรียกพูดคุย บางก็เรียกเพื่อนหรือคนรู้จักให้มาดู คงเป็นเพราะหน้าตาและสีผิวที่แตกต่างจึงทำให้ได้รับความสนใจ แต่ภาษานี่สิที่ลำบาก เพราะแค่ภาษาอังกฤษเขาก็ยังไม่แข็งแรงพอด้วยซ้ำ แต่ที่ฮาวานาแห่งนี้ใช้ภาษาสเปนเป็นหลัก แจฮวานจึงทำได้แค่เปิดคำศัพท์ง่ายๆ ในหนังสือที่ซื้อมาทักทายไป หรือไม่ก็ใช้ภาษามือเข้าช่วย

 

 

            สิ่งที่แจฮวานชอบในระหว่างที่เดินท่องเที่ยวในฮาวานา ก็คือผู้คนที่นี่จะนั่งพูดคุยหรือทำกิจกรรมต่างๆ ทั้งการเล่นโดมิโน หมากรุก หรือเด็กๆ ที่พากันวิ่งเล่นไปมา เชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนบ้านใกล้เคียง โดยไม่ถูกความสมัยนิยมของโลกใบนี้ครอบงำ

 

 

            หลังจากที่เดินชมจนพอใจและเห็นว่าเย็นมากแล้ว แจฮวานจึงกลับมายังที่พักเพื่ออาบน้ำแต่งตัวเพื่อไปทานอาหารเย็นและเที่ยวคลับตามที่คนของโรงแรมแนะนำมา ร่างสูงโปร่งอยู่ในชุดเสื้อยืดแขนสั้นสบายๆ สวมคู่กับกางเกงยีนสีซีดพอดีตัว

 

 

            แจฮวานเดินทางไปยังไนท์คลับที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งในฮาวานา ผู้คนมากหน้าหลายตาต่างมาเที่ยวชมแสงสียามค่ำคืนของที่นี้ เสียงเพลงลาตินที่สนุกสนานและการโยกย้ายส่ายสะโพกของคนในท้องถิ่นช่วยเสริมความสนุกและร้อนแรงให้แก่สถานที่แห่งนี้

 

 

            Daiquiri” เขาสั่งค็อกเทลยอดฮิตที่มีส่วนผสมของเหล้ารัมขาว น้ำมะนาว และน้ำเชื่อม ซึ่งเครื่องดื่มชนิดนี้มีต้นกำเนิดจากคิวบาเช่นกัน

 

 

            ยิ่งดึก ความร้อนแรงก็ยิ่งเพิ่มขึ้นจากเสียงเพลงของดีเจที่กระตุ้น และการขยับตัวเบียดเสียดของนักท่องเที่ยว แจฮวานมองภาพตรงหน้าไป จิบเครื่องดื่มที่ชงใหม่ๆ จากบาร์เทนเดอร์ไปด้วย ดวงตาคู่สวยมองตรงไปยังเวทีที่มีดีเจอยู่ หากว่าสายตาไม่ได้พร่ามัวจากเครื่องดื่ม แจฮวานมั่นใจว่าหนึ่งในทีมของดีเจต้องมีชาวเอเชียอยู่ด้วย

 

 

            และไม่รู้ว่าอีกคนจะรู้ว่ากำลังถูกจ้องอยู่หรือไม่ แจฮวานถึงได้รู้สึกว่ากำลังสบตากับเขาโดยที่คนคนนั้นยังใส่แว่นกันแดดอยู่ด้วยซ้ำ นักท่องเที่ยวหนุ่มชาวเกาหลีจึงจำเป็นต้องหลบสายตาหันไปมองที่อื่น ก่อนจะโดนเข้าใจผิดว่ามองหน้าหาเรื่อง

 

 

            เครื่องดื่มแก้วแล้วแก้วเล่าถูกส่งเข้าปากอย่างไม่คิดว่าจะเมา เขามาที่นี่ก็เพื่อจะลืมบางสิ่งบางอย่าง เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้ตัวเองสามารถกลับไปเริ่มต้นใหม่ได้อีกครั้ง เพราะอย่างนั้น แจฮวานจึงของสนุกกับบรรยากาศและรสชาติขมปนหวานของค็อกเทล

 

 

            “มาคนเดียวเหรอครับ?” เสียงทุ้มที่ติดห้าวของดีเจคนนั้น ไม่ได้สร้างความประหลาดใจให้กับแจฮวานได้เท่ากับภาษาเกาหลีที่ออกมาจากปากอีกฝ่าย

 

 

            “ผมเป็นคนเกาหลีครับ” เหมือนจะเข้าใจสีหน้าของแจฮวาน อีกฝ่ายถึงได้รีบอธิบาย

 

 

            “อ๋อ...เปล่าครับ แค่สงสัยว่ารู้ได้ไงว่าผมเป็นคนเกาหลี” แจฮวานตอบไป เพราะขนาดคนเกาหลีที่ทำงานด้วยกัน ตอนเจอครั้งแรกยังคิดว่าเขาเป็นคนต่างชาติเลย

 

 

            “ไม่รู้สิครับ คิดว่าน่าจะใช่ สัญชาตญาณมั้ง” พูดจบก็หัวเราะ แจฮวานแปลกใจไม่น้อย แต่ก็รู้สึกชอบในคำพูดของคนตรงหน้าที่ไม่ต้องมีเหตุผลอะไรมากมายมารองรับ เป็นแค่ความรู้สึกจากภายในเท่านั้น

 

 

            แจฮวานมองอีกคนที่ถอดแว่นกันแดดออก ดวงตาของเขานั้นเป็นตาชั้นเดียวตามแบบฉบับคนเกาหลี แถมช่วงหางตายังตกทำให้ดูเหมือนง่วงตลอดเวลา แต่เจ้าตัวก็ดึงเสน่ห์ออกมาด้วยการแต่งตาตามสไตล์ของหนุ่มเกาหลี ซึ่งก็ถือว่าดูดีไปอีกแบบ

 

 

            “คุณมาคนเดียวเหรอครับ?” เสียงทุ้มถามขึ้นด้วยความสุภาพ เป็นอีกอย่างที่แจฮวานรู้สึกประทับใจทั้งที่ภายนอกจะดูเป็นหนุ่มแบดบอยเลือดร้อนแท้ๆ

 

 

            “ใช่ครับ มาคนเดียว” เขาตอบพร้อมกับยกแก้วค็อกเทลขึ้นดื่มตาม

 

 

            “นานๆ ทีจะเจอคนพูดภาษาเดียวกันแบบนี้ ขอผมเลี้ยงคุณสักแก้วได้มั้ยครับ?” แจฮวานยักคิ้วขึ้นเมื่อได้ยินอย่างนั้น ดวงตาคู่โตมองไปยังใบหน้าคมที่ยังส่งรอยยิ้มดูจริงใจมาให้

 

 

            “จีบผมอยู่เหรอ?” หากเป็นยามปกติแจฮวานคงไม่พูดออกมาเช่นนี้ แต่ตอนนี้ด้วยภาวะจิตใจและแอลกอฮอล์จากเครื่องดื่ม ทำให้เผลอพูดอย่างที่คิดออกไป

 

 

            “แล้วคุณคิดว่าไงละครับ?” ตอบไม่ตรงคำถาม ซ้ำยังถามกลับด้วยรอยยิ้ม

 

 

            “งั้นก็ลองดูสิครับ แต่ผมไม่มั่นใจนะว่าจะติดกับของคุณรึเปล่า” ดีเจหนุ่มหัวเราะออกมากับคำตอบนั้น เจ้าตัวคงไม่รู้ว่าตัวเองมีเสน่ห์มากเมื่อมาอยู่ท่ามกลางชาวต่างชาติแบบนี้

 

 

            “ผมชื่อราวี่ แล้วคุณล่ะ?”

 

 

            “แจฮวาน...อีแจฮวาน”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

           

 

 

 

            “ผมขอถามได้มั้ย ว่าคุณมาทำอะไรที่นี่คนเดียว?” ราวี่ถามขึ้นเมื่อพวกเขาทั้งคู่ออกมาเดินยังชายหาดที่อยู่ไม่ไกลจากคลับเท่าไหร่ ในมือต่างถือเหล้ารัมขวดเล็กกันคนละขวด

 

 

            “งั้นขอไม่ตอบได้มั้ย” แจฮวานตอบพร้อมรอยยิ้ม แต่ดวงตาคู่สวยนั้นกลับไม่ได้ยิ้มด้วยเลย

 

 

            “แล้วแต่คุณเถอะ ถ้ายังไม่สะดวกใจก็ไม่ต้องพูดก็ได้” ราวี่ว่า เขาทรุดตัวลงนั่งริมหาดที่น้ำทะเลกำลังซัดมาทำให้แจฮวานต้องนั่งลงด้วย “แต่ถ้าจะบอกผมก็ยินดีจะรับฟัง เผื่อว่าคุณจะสบายใจขึ้น”

 

 

            แจฮวานมองหน้าอีกคนที่ก็ไม่หลบสายตาเช่นกัน รู้สึกแปลกใจกับหลายๆ อย่างที่เกิดขึ้น ทั้งที่ปกติแล้วเขาออกจะเป็นคนที่สนิทกับคนอื่นยากพอสมควร แต่กับคนตรงหน้า แค่พูดด้วยไม่กี่คำเขาก็ยอมออกมาข้างนอกด้วยกันแบบนี้แล้ว

 

 

            “ก็แค่อกหัก” แจฮวานไหวไหล่ “ผมจับได้ว่าคนที่กำลังคบอยู่มีคนอื่น ทั้งที่เขาสัญญาว่าจะไม่ทำอีก ผมเลยต้องพาตัวเองออกมา ก่อนที่จะใจอ่อน”

 

 

            “เพราะงั้นคุณถึงมาที่นี่สินะ” ราวี่มองอีกคนที่พยักหน้ารับก่อนจะยกขวดเหล้าขึ้นจรดปากอิ่มนั้น และกลืนน้ำสีใสลงไป

 

 

            “อืม...ผมชอบบรรยากาศของที่นี่ ทั้งผู้คน บ้านเรือน วัฒนธรรม และอีกอย่างคือแทบไม่มีอินเตอร์เน็ต ทำให้ไม่ต้องถูกตามตัวเจอแบบง่ายๆ” ว่าเสร็จก็หัวเราะออกมา แจฮวานรู้สึกดีขึ้นที่ได้ระบายมันกับใครสักคน และตอนนี้ราวี่คือตัวเลือกที่ดีที่สุดของเขา

 

 

            “เห็นคุณยิ้มได้ก็ดีแล้ว ตอนอยู่ในร้านตาของคุณมีแต่ความเศร้า”

 

 

            “ขนาดนั้นเลย?”

 

 

            “ใช่...เศร้ามาก”

 

            แจฮวานมองดวงตาสีดำสนิทของอีกคน มันช่างน่าหลงใหล ชวนให้ลุ่มหลงจนเหมือนกับหลุมดำที่ดูดทุกสิ่งอย่างเข้าไป ชวนให้หัวใจเต้นแรง

 

 

            งั้น...ช่วยทำให้หายเศร้าทีสิ”

 

 

            สิ้นคำพูด แจฮวานก็รู้สึกได้ถึงความอุ่นร้อนที่ทาบทับลงบนริมฝีปาก ขวดแก้วเครื่องดื่มถูกวางทิ้งอย่างไม่ใยดี ซ้ำยังหกลงบนพื้นทรายเมื่อเขาใช้มือเกาะบ่าอีกคนเพื่อพยุงตัว เรียวลิ้นที่เกาะเกี่ยวกันพัวพันสร้างความมัวเมาได้ดียิ่งกว่าเหล้ารัมที่เพิ่งดื่มไปเสียอีก

 

 

            แจฮวานไม่รู้ว่าเขาจูบกับราวี่ไปนานแค่ไหน ไม่รู้ว่ากลับมาถึงห้องที่โรงแรมได้อย่างไร เหมือนสติถูกดูดกลืนไปกับจูบนั้น รู้ตัวอีกทีก็ตอนที่แผ่นหลังแนบสนิทไปกับเตียงนอนและไม่ช้านานร่างของพวกเขาก็เปล่าเปลือยทั้งคู่

 

 

            ริมฝีปากอิ่มขบเม้มแน่นกับความรู้สึกแปลกใหม่ที่ได้รับ ทั้งความจุกเสียดจากแรงขยับของคนบนร่าง มันไม่ได้อ่อนโยนนักแต่ก็ไม่ได้เร่งเร้าจนเขาทนไม่ไหว ซ้ำยังคอยเอาอกเอาใจด้วยการพรมจูบไปทั่วทั้งตัว

 

 

            อ้อมแขนนั้นทั้งโอบกอดมอบความอบอุ่นและความเร่าร้อนให้ในเวลาเดียวกัน หยอกเอินด้วยการขยับเชื่องช้าจนแจฮวานรู้สึกไม่สบายตัว หลังจากนั้นก็เปลี่ยนเป็นรวดเร็วเร่งแรงจนแทบกลั้นเสียงไม่อยู่ ทุกอย่างที่ราวี่ทำมันน่าหลงใหลไปหมด ทั้งเสียงทุ้มพร่าที่กระซิบอยู่ข้างหู ทั้งแรงขยับและการเกาะเกี่ยวสะโพก ทั้งหยดเหงื่อที่ไหลซึมไปทั่วร่าง ทั้งใบหน้าคมที่เชิดสูงเมื่อได้ปลดปล่อย ทุกอย่างช่างน่าหลงใหล

 

 

          น่าหลงใหลเหมือนกับชื่อของเจ้าตัว

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

            แจฮวานตื่นขึ้นมาในตอนเช้าเพราะเสียงโทรศัพท์ของโรงแรม เขารับสายทั้งที่ดวงตายังคงปิดแน่นเพราะกิจกรรมเมื่อคืนทำให้สูญเสียพลังไปไม่น้อย หลังจากที่สนทนากับพนักงานอยู่ไม่กี่คำ ก็จับใจความได้ว่าพี่ฮัคยอนโทรมาฝากข้อความไว้ว่าให้เช็คอีเมลล์เพราะมีงานด่วนเข้ามา ทำให้แจฮวานรู้สึกตื่นเต็มตา

 

 

            หลังจากที่วางสาย เขาก็ยกโทรศัพท์ขึ้นมาเชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ตของโรงแรม นี่เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้แจฮวานบินมาไกลถึงฮาวานา อินเตอร์เน็ตหรือการติดต่อต่างๆ ยังมีให้ใช้ในวงจำกัดและราคาสูง ถึงจะแลกมาด้วยความลำบากเวลาติดต่อเรื่องงานอย่างเมื่อครู่ แต่ก็ได้ความสบายใจและไม่ต้องยึดติดกับโทรศัพท์แบบนี้ก็สบายใจไปอีกแบบ

 

 

            “มีอะไรรึเปล่า?” เสียงทุ้มของราวี่ทักขึ้นหลังจากที่ออกมาจากห้องน้ำ คนตัวสูงที่มีผ้าเช็ดตัวพันอยู่ท่อนล่างและอีกผืนที่วางอยู่บนหัวเดินมานั่งบนเตียงข้างแจฮวานก่อนจะหอมแก้มอีกฝ่ายไปหนึ่งที

 

 

            “มีงานด่วนเข้ามาน่ะ อาจจะได้เลื่อนตั๋วกลับเร็วๆ นี้” แจฮวานว่า ดวงตากลมมองไปยังเอกสารที่ถูกส่งมาในโทรศัพท์ ทั้งแบบร่างของสัญญา และตารางนัดต่างๆ

 

 

            “งั้นเหรอ” ราวี่พูดเสียงเบา ก่อนจะจัดการเช็ดผมและแต่งตัวให้เรียบร้อย แจฮวานที่เพิ่งจัดการเรื่องเลื่อนตั๋วเสร็จจึงได้สังเกตว่าอีกคนดูเงียบไป

 

 

            “เป็นอะไรไป ยังไม่ได้กลับตอนนี้สักหน่อยนี่นา” เจ้าของห้องลุกจากเตียงก่อนจะหยิบเสื้อคลุมมาใส่ แขนเรียวกอดเอวอีกคนไว้ก่อนจะซบหัวกับแผ่นอก

 

 

            “พาแจฮวานเที่ยวหน่อยนะ...นะนะ” ใช้เสียงหวานกับท่าทางน่ารักออดอ้อนอีกฝ่ายจนต้องยิ้มออกมา

 

 

            “ผมกลับด้วยดีมั้ยนะ?”

 

 

            “เอ๊ะ?”

 

 

            “ก็ไม่ได้กลับเกาหลีนานแล้ว ถือว่ากลับไปเยี่ยมที่บ้านบ้าง” เสียงทุ้มว่าอย่างอารมณ์ดี เขาคว้าร่างอีกฝ่ายมากอดแน่นก่อนจะหอมแก้มไปฟอดใหญ่

 

 

            “อีกอย่าง...ผมเป็นพวกขี้หวงด้วยสิ ถ้าคนเก่าของคุณมาขอคืนดีแล้วคุณใจอ่อนก็แย่เลย”

 

 

            แจฮวานได้แต่อ้าปากค้างกับคำบอกนั้น ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายจะจริงจังมากน้อยไหน แต่การที่ราวี่บอกว่าหวงเขาแบบนี้ก็ทำให้หัวใจเต้นแรงอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน และแจฮวานก็ยอมรับเลยว่ารู้สึกดีมากกับคนคนนี้

 

 

            เพียงครั้งแรกที่ได้สบตา ได้พูดคุยกันก็เหมือนกับรู้จักกันมาทั้งชีวิต แจฮวานไม่รู้หรอกว่ารักแรกพบมันเป็นยังไง แต่ถ้าหากสิ่งที่เกิดขึ้นนี้มันเรียกว่าอย่างนั้น และราวี่ก็รู้สึกเช่นเดียวกัน แจฮวานก็จะขอเรียกมันว่า รักแรกพบ

 

 

            “นี่...ขอถามชื่อจริงได้มั้ย?” ดวงตากลมมองสบกับอีกฝ่ายที่ส่งยิ้มเอ็นดูมาให้

 

 

            “ทำไมจะไม่ได้หละ?” อีกคนว่า

 

 

            “ผมชื่อวอนชิค...คิมวอนชิค”

 

 

 

 

 

            “อืม...จากนี้ก็ช่วยเป็นวอนชิคของแจฮวานทีนะ”

 

 

            “ไม่มีปัญหาครับ...แจฮวานของวอนชิค

 

 

 

 

 

 

HAVANA [end]

 

 

 

HAPPY BIRTHDAY to KEN!!!

สุขสันวันเกิดแจปุงจิงที่น่ารักของวอนชิคกี้

มีความสุขมากๆ และเป็นคนน่ารักอย่างนี้ตลอดไปนะ

 

 

ฟิคมาเลทจากวันเกิดของแจฮวานไปหน่อย แต่สุดท้ายก็มาจนได้

ส่วนเนื้อเรื่องก็ไม่มีอะไรตามเคย 5555555555555

อยากลองเขียนแนวรักแรกพบที่ร้อนแรงหน่อยๆ แบบนี้ดูบ้าง

และชุดแดงในเพลงฮาวานาตอบโจทย์มากฮะ ชอบมาก 55555555555

 

ยังไงก็ฝากติดตามและคอมเมนท์ด้วยนะฮะ ทั้งในเด็กดีและแทก #ฮาวานาวี่เคน ในทวิตเตอร์ฮะ

ขอบคุณมากฮะ



ขอบคุณเรื่องราวของฮาวานาจากสองกระทู้นี้นะฮะ

https://pantip.com/topic/37127233

https://pantip.com/topic/37078758


 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 13 ครั้ง

74 ความคิดเห็น

  1. #40 Butterfly 8ffect (@poisonmoon) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2561 / 22:32
    เป็นรักแรกพบที่น่ารักแล้วก็ร้อนแรงมากๆเลยค่ะ อาาา ไม่ต้องเหงาแล้วนะแจฮวานอ่า
    #40
    0
  2. #26 SinEpY (@sinepy) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 เมษายน 2561 / 20:18
    อยากให้พาทต่อจังเลย อยากรู้ว่ากลับมาเกาแล้ว จะเปนยังไงต่อนาาา ขอบคุณมากค่ะ
    #26
    0