Prince's Heart เกิดใหม่ทั้งทีขอชีวิตดีๆ ที่ไม่ใช่นางร้าย!

ตอนที่ 19 : Chapter : 13

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,119
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 224 ครั้ง
    27 ส.ค. 61

บทที่ 13

- Filena –

 

หลังจากที่ฉันได้ขึ้นรถม้าเพื่อเดินทางไปยังโรงเรียนเวทมนตร์ลอเรเนีย จากคฤหาสน์ไปยังในเมืองนั้นใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง ซึ่งมันไม่ค่อยไกลมากนักถ้าขึ้นรถม้าไป ในระหว่างที่รอในรถม้าจนกว่าจะถึง ไคลด์ก็ชวนฉันคุยหลายๆอย่างเพื่อแก้เหงา ส่วนซินเซียก็ยังมีชาหรือขนมเล็กๆน้อยๆติดมาด้วย (มันก็ดีนะ แต่ถ้าทำแบบนี้ต่อไปฉันต้องเมารถแน่ๆ)

 

เวลามันผ่านไปไม่นานนัก จนในที่สุดก็ถึงตรงหน้ารั้วประตูโรงเรียนลอเรเนีย ถึงตรงนี้คนคุมหัวรถม้าต้องยื่นใบอนุญาตให้กับเหล่าทหารที่ยืนดูแลความปลอดภัยตรงหน้าประตู ทันทีที่เสียงของเกือกม้าหยุดลง ฉันก็เอาหัวยื่นออกไปทางหน้าต่างเพื่อดูสถานการณ์

 

คุณหนูคะ! มันอันตรายนะคะซินเซียพยายามจับเอวฉันไว้เพื่อไม่ให้ฉันร่วงลงจากรถม้าจากทางหน้าต่าง ส่วนไคลด์ที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามก็ตกใจเล็กน้อย

 

ให้เข้าไปได้ทหารคนหนึ่งบอกให้เจ้าหน้าที่ที่อยู่ด้านในเปิดประตูให้กับรถม้า เสียงเปิดประตูดังแกร๊งๆ เหมือนกับเสียงโมบาย

 

หลังจากประตูเปิดจนสุด พ่อบ้านนาจ์มก็ขับรถม้าเข้าผ่านประตูทันที ฉันที่แทบจะดึงหัวเข้าแทบไม่ทัน ก็เกือบจะชนกับประตูรั้วโรงเรียนแบบหวุดหวิด อันตรายๆ

 

พอเข้าไปในโรงเรียนแล้ว ภาพของโรงเรียนที่ดูหรูหราเหมือนกับในเกมเป๊ะเด๊ะ กำลังตั้งสง่าอยู่ตรงหน้า ทุกๆอย่างนั้นเหมือนกับในเกมทั้งนั้น! ไม่ว่าจะเป็นต้นไม้หรือทางเดินที่มีคนแทบพลุกพล่าน แทบอดใจรอเห็นหอพักไม่ไหวแล้วสิ!

 

รถม้าเคลื่อนไปเรื่อยๆ ในระหว่างที่ก็มีนักเรียนต่างมองตามกันอยู่บ้าง ฉันที่เห็นเด็กนักเรียนพวกนั้นมองพวกเราจากด้านออก ฉันก็ยิ้มไปให้เขาเพื่อทักทายตมมารยาท เด็กนักเรียนพวกนั้นก็ยิ้มโบกมือทักทายกันเหมือนกัน อย่างน้อยๆก็ขอมีเพื่อนเป็นผู้หญิงบ้างก็ดีน้า

 

ถึงแล้วครับพ่อบ้านนาจ์มเปิดประตูบอกพวกเราทันทีที่ถึงหน้าหอพัก พอฉันได้ยินดังนั้นจึงรับลงจากรถม้าทันทีทันใด พอร้องเท้าของฉันแตะพื้น ก็พบว่าตรงพื้นนั้นเป็นทุ่งหญ้าสีเขียว ฉันจึงหันไปมองรอบๆ

 

ทัศนียภาพที่เห็นคือหอพักที่ดูใหญ่โตอลังการ ในสไตล์โมเดิร์น  แล้วก็ทุ่งหญ้าสีเขียวที่ดูสบายตาล้อมรอบหอหัก กับดอกไม้ต้นไม้ที่ประดับแถวๆหอพักเป็นหย่อมๆ สะสะ สุดยอด!!! นี่มันหอพักดิสนีย์อีกแล้วหรือ!!! (ฉันสัญญาว่าตอนกลางคืนจะมาเล่นเป็นเจ้าหญิงดิสนีย์ให้ได้ค่ะ)

 

พี่ครับ รีบลงมาแบบนี้มันอันตรายนะครับไคลด์ที่เดินตามหลังฉันมาก็บ่นเรื่อยเปื่อยเหมือนทุก

 

จ้าๆ ขอบคุณมากนะครับฉันยิ้มให้เขาพร้อมกับลูบหัวไปมาเหมือนที่ทำทุกที แต่ว่าความรู้สึกครั้งนี้ที่ฉันลูบหัวเขา เวลาฉันจะลูบหัวเขาเนี่ยต้องเขย่งเท้าเลยหรอ??? จะโตเร็วไปหน่อยแล้วมั้ง

 

ระหว่างที่ซินเซียและพ่อบ้านนาจ์มกำลังขนของลงจากรถม้า ดูเหมือนพ่อบ้านจะคุยอะไรกับซินเซียด้วยเนี่ยล่ะ พอเห็นแบบนั้นฉันก็เลยลากไคลด์ให้อยู่ห่างๆพวกเขาสองคนไว้แล้วไปอยู่หน้าประตูหอรอ


ระหว่างที่กำลังเดินไปใกล้จะถึงประตูหอ ฉันก็เห็นร่างของคนสองคนกำลังคุยกัน อีกคนหนึ่งกำลังคุยทำสีหน้าจริงจังผิดกับอีกคนที่ดูพูดสบายๆแล้วเอาหลังพิงเสา แต่สิ่งที่ทำให้ฉันสะดุดอยู่ที่ทั้งสองคนก็คือ...

 

ท่านพี่คะ!” ฉันตะโกนออกไปสุดเสียงให้เจ้าของเสียงได้ยิน จากนั้นเขาก็หันหน้ามาทันทีที่ได้ยินพร้อมกับส่งรอยยิ้มมาให้ ฉันจึงรีบจับมือไคลด์แล้วลากเขาไปหาท่านพี่ด้วยกัน

 

ท่านพี่คะ! คิดถึงมากเลยค่ะ!” ฉันเข้าไปกอดท่านพี่อย่างจังทำให้ท่านพี่โอนเอียงนิดๆก่อนที่จะทรงตัวได้ แหมๆๆๆ เด็กคนนี้คิดถึงจังเลยน้า ไม่ได้เจอหน้ากัน 2 ปี เปลี่ยนไปยังกะคนล่ะคนแน่ะ!

 

อะ อืม พี่ก็คิดถึงเหมือนกันนะเขาลูบหัวฉันไปมาเหมือนกับเมื่อก่อน โอ๊ย โครตคิดถึงโมเมนต์นี้เลยค่ะท่านผู้อ่าน

 

ไคลด์ที่มองมาตรงนี้อย่างเงียบ แต่ฉันสัมผัสได้ถึงคำพูดของไคลด์ว่า เป็นสาวเป็นนางไม่ควรทำแบบนี้นะครับฉันจึงค่อยๆห่างจากท่านพี่ทีละน้อย

 

อะแฮ่ม ขอโทษที่ขัดจังหวะสุดซึ้งของสองพี่น้องนะเสียงของใครซักคนออกมาขัดจังหวะ พอฉันมองไปทางต้นตอของเสียง ก็เจอกับผู้ชายหัวสีน้ำตาลที่ติดกิ๊บดูพะรุงพะรัง ดวงตาสีฟ้าที่ดูนิสัยดูขี้เล่นสุดๆ เอ๋...คนๆนี้มันเพื่อนของท่านพี่ในเกมนี่นา

 

นายนี่มันน่ารำคาญจริงๆท่านพี่มองค้อนใส่เขาทันที แต่ดูเหมือนกับเจ้าตัวจะไม่ทุกข์ร้อนกับคำพูดหรือสายตาของท่านพี่เลยซักนิด หนำซ้ำเขายังดูสนุกมากกว่า

 

ไม่เอาน่า~ พูดแบบนี้กับเพื่อนที่อยู่ด้วยกันมา 2 ปีได้ไงกันเล่า~เขาเอาแขนพาดไหล่ท่านพี่อย่างสนุกสนาน โดยไม่คำนึงถึงสีหน้าของท่านพี่ที่กำลังมองด้วยสายตาอาฆาต

 

เอ่อ...ขอโทษนะคะฉันที่รู้สึกว่าปล่อยไว้แบบนี้เขาต้องโดนท่านพี่ต่อยแน่ๆ (ก็ในเกมก็เห็นเขาโดนท่านพี่ต่อยบ่อยๆล่ะนะ) จึงพยายามปรับเปลี่ยนบรรยากาศ

 

โอ๊ะ ขอโทษที่เสียมารยาทนะคุณหนู กระผมชื่อ อัลเดน คาลอส ลูกชายของมาควิสคาลอสขอรับ ดีใจจริงๆที่ได้เจอคุณหนูผู้เลอโฉมอย่างท่านเขาผละแขนของเขาออกจากไหล่ของท่านพี่ ก่อนที่จะโค้งแนะนำตัวอย่างสุภาพแล้วดึงมาฉันไปจูบที่หลังมือเพื่อเป็นการทักทาย

 

ฉันที่พอสัมผัสได้ถึงรีมฝีปากของเขาจากหลังมือก็รีบฉุดมือกลับทันที ท่านพี่ที่เห็นแบบนั้นจึงดึงคอเสื้อของเขาอย่างเร็วพร้อมกับชกเข้าไปที่ท้องน้อยของเขาอย่างแรง หมัดของท่านพี่ทำให้เขาลงไปนอนกุมท้องอยู่ตรงพื้นด้วยความเจ็บปวด

 

พี่สาวคัรบ! รอเดี๋ยวก่อน!” ไคลด์ที่มองดูทุกสถานการณ์เมื่อกี้ ก็รีบวิ่งเข้ามาหาฉันพร้อมกับผ้าเช็ดหน้าที่เอามาเช็ดหลังมือของฉันที่โดนจูบเมื่อกี้ซ้ำไปซ้ำมา

 

อุก...ยังรุนแรงไม่เปลี่ยนเลยนะ เพื่อน เขาที่กำลังดูทรมานกับแรงต่อยของท่านพี่ ก็พูดออกมาติดตลกเล็กน้อย แต่ดูเหมือนว่าสายตาของท่านพี่ไม่ได้ตลกด้วยเลยเนี่ยสิ แย่ล่ะถ้าปล่อยแบบนี้ต่อไปต้องเกิดการฆาตกรรมแน่ๆ

 

ท่านพี่คะ อย่าทำร้ายเขานะคะ!” ฉันตะโกนบอกท่านพี่ออกไปสุดเสียง ท่านพี่ที่ดูเหมือนจะแผ่รังสีที่จะฆ่าเขาทุกเมื่อ เมื่อกี้ก็หายไป ท่านพี่จึงถอนหายใจยาวๆพร้อมกับยืนกอดอกมองเขาที่นอนทรมานอยู่แทน

 

พอฉันเห็นจังหวะที่ดูปลอดภัย ฉันก็รับวิ่งเข้าไปดูอาการของเขาที่นอนอยู่ตรงพื้นทันที เท่าที่ดูก็ไม่ได้เป็นอะไรมากเท่าไหร่ แสดงว่าท่านพี่คงเห็นเขาเป็นเพื่อนคนหนึ่งอยู่ล่ะนะ

 

ขอโทษด้วยนะคะ พอดีตกใจนิดหน่อย เป็นอะไรมากหรือเปล่า?” ฉันถามเขาออกไปด้วยความเป็นห่วง พอเขาได้ยินเสียงฉัน เขาก็ค่อยๆพยุงตัวเองขึ้นมานั่งแบบดีๆ

 

อุ ไมเป็นไร ฉันเจ็บจนชินแล้วล่ะเขาหัวเราะออกมาแหะๆ ก่อนที่จะพูดติตลกออกมาเหมือนอย่างเคย แสดงว่าเจ้าตัวคงรู้สินะว่าถ้าเกิดทำแบบนี้จะต้องโดนท่านพี่กาเร็ธต่อยเอาน่ะ คนแบบเขานี่เป็นพวกตัวตบมุกพระเอกอะไรจำเทือกนี้สินะ อึดชะมัด

 

ดีจังเลยค่ะ...ฉันถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก ด้วยความรู้สึกที่รู้ว่าท่านพี่ไม่ได้ทำร้ายใครจนพิการ

 

อ๊ะ หนูชื่อฟิเลน่า เอิร์ล ยินดีที่ได้รู้จักนะคะพี่อัลเดน ขอบคุณที่คอยเป็นเพื่อนกับท่านพี่กาเร็ธนะคะ ฉันส่งยิ้มให้เขาเท่าที่คิดว่าดูดีที่สุด ฉันต้องทำสนิทสนมเข้าไว้จะได้ไม่เป็นที่ลำบากกับเส้นทางของฉันในอนาคตล่ะนะ

 

อัลเดนจ้องฉันตาปริบๆ เขามองฉันนานมากจนผิดสังเกต แล้วในจังหวะนั้นเขาก็เปิดปากพูดออกมา

 

เทพธิดาชัดๆ!” เขาพูดออกมาพร้อมกับยิ้มมาให้ฉัน เอ๋? เทพธิดาอะไรอะ?

 

สุดยอด! น้องสาวนายนี่ผิดจากนายลิบลับเลยนะกาเร็ธเขาลุกขึ้นยืนพร้อมกับมองหน้าฉันสลับกับหน้าของท่านพี่ ท่านพี่ที่ส่งสายตาน่ารำคาญไปทางเขาเพื่อหวังจะไม่ให้พูดมากไปกว่านี้ แต่กลับกลายเป็นว่าไอ่ความพยายามนั่นกลับไม่ส่งผลสำหรับเขาเลยซักนิด

 

นี่ ฉันขอน้องสาวนา- ทันทีที่เขายังพูดไม่จบ เขาก็โดนศอกของท่านพี่โจมตีใส่เอวอย่างแรง จนเมื่อกี้ได้ยินเสียงกร๊อบมาด้วย เขากลับไปนอนที่พื้นอย่างทุกข์ทรมานอีกครั้งก่อนที่ท่านพี่จะพาพวกเราสองคนเข้าไปด้านในหอพักแล้วทิ้งให้ อัลเดนนอนอยู่ตรงประตูทางเข้า เด็กคนนี้ช่างน่าสงสารจริงๆ

 

หลังจากที่เราเข้ามาในหอพัก ก็จะมีลิฟต์ขึ้นไป (สมัยนี้นี่มันพัฒนาถึงขั้นมีลิฟต์แล้วหรอ???) ห้องของผู้หญิงจะอยู่ชั้นสองส่วนของผู้ชายจะอยู่ชั้นสาม ไอ่ห้องด้านล่างนี่คือห้องของคนใช้และห้องเก็บของของหอ ภายในหอมันหรูซะเวอร์วังอลังการ จนแทบจะให้เกรงใจให้กับสถานที่เลยค่ะ

 

ท่านพี่บอกว่าที่นี่มีโถงอาบน้ำขนาดใหญ่อยู่ด้วย แต่ว่าห้องน้ำส่วนตัวก็มีให้ทุกห้อง เจ้าโถงอาบน้ำนั่นก็เลยไม่ค่อยมีใครเข้าใช้เท่าไหร่ (แต่ละห้องเป็นห้องเก็บเสียงด้วยนะเออ)

 

ฟิเลน่าอยูห้องนี้นะ 304 ส่วนห้องของพี่ห้อง 408 และไคลด์อยู่ห้อง 415 ถ้าเกิดเรื่องอะไรขึ้นก็สามารถไปหาพวกเราคนใดคนหนึ่งก็ได้นะท่านพี่ยื่นกุญแจห้องมาให้ฉัน ฉันก็รับมันด้วยความเต็มใจ

 

ขอบคุณมากนะคะ ไว้เจอกันพรุ่งนี้นะทั้งสองคนฉันโบกมือลาพวกเขาก่อนที่ประตูลิฟต์จะปิดจนมิด

 

เฮ้อ...ในที่สุดก็ถึงห้องซักทีฉันใช้กุญแจที่ได้มาไขห้องเข้าไปดู สีของห้องออกจะคุมโทนในทางสีเนื้อพาสเทล เฟอร์นิเจอร์ทุกอย่างนั้นครบถ้วนไม่ขาดไม่เกิน การจัดระเบียบของเฟอร์นิเจอร์นั้นประณีตที่เดียว ถือว่าพอใจ เหลือแค่เอาเสื้อผ้ามาใส่ในตู้สินะ

 

ที่นี่ไม่มีการกำหนดเครื่องแบบนักเรียน สามารถใส่แบบไหนก็ได้ที่ถูกตามกาลเทศะ มันจึงทำให้โรงเรียนนี้มีความพอใจด้านความอิสระด้านแฟชั่น มันก็ดีสำหรับฉันนะ

 

ฉันเดินไปมองที่เตียงเพื่อมององค์ประกอบของมันแบบชัดๆ แต่ฉันก็ต้องสะดุดไปตรงที่ปลายเตียงนั้นมีกล่องสีชมพูวางอยู่ ด้วยความสงสัยฉันจึงยกขึ้นมันมาดู พอสังเกตไปเรื่อยๆก็เห็นมีจดหมายแอบแนบมาด้วยข้างกล่อง มันเขียนว่า ของขวัญเล็กๆน้อยๆจากผู้อำนวยการ

 

อารมณ์เหมือนของเซอร์วิสทางโรงแรมอะไรนี่หรือเปล่าฉันเปิดกล่องใบนั้นดู ก็พบว่าในกล่องใบนั้นมีมาการองหลากสีที่มีทองคำเปลวโรยอยู่เป็นหย่อมๆ ของหวานอีกแล้วหรอ สงสัยต้องแบ่งให้ซินเซียกินซะแล้วมั้ง...

 

และแล้วในจังหวะนั้นฉันก็พึ่งตระหนักอะไรได้ว่า...ฉันไม่ได้บอกหมายเลขห้องให้กับซินเซียไว้นี่!!!! พอวางกล่องมาการองที่ยังไม่ทันปิดลงบนเตียง ฉันก็รีบเร่งฝีเท้าเปิดประตูห้องอย่างเร็ว เพื่อที่จะไปตามหาซินเซียให้ไวที่สุด  แย่แล้ววว ขอโทษนะซินเซีย;;;

 

ระหว่างที่ฉันกำลังจะเตรียมตัววิ่ง ประตูห้องด้านข้างก็เปิดออกพร้อมร่างของคนหนึ่งๆที่เดินออกมาในจังหวะที่ฉันวิ่งอย่างพอดิบพอดี

 

อันตราย!” ฉันที่ไม่สามารถหยุดได้เพราะไอ่เดรสที่พะรุงพะรังกันจนเดินไม่ถนัด

 

“!!”

 

โครม!!!

 

          อ่า...โดนอีกจนได้ มาหอพักวันแรกก็ทำเรื่องที่ไม่สมควรซะแล้วค่ะ ฉันคิดในใจพลางร่างกายของฉันที่กำลังหงายหลังล้มลง แต่ในจังหวะที่ฉันคิดว่าต้องล้มหัวฟาดแน่ๆ ก็เหมือนกับมีแรงดึงฉันไว้ไม่ให้ล้มซะอย่างงั้น

 

เอ๋?” ฉันที่เตรียมใจรับความเจ็บเมื่อกี้ ก็ถึงต้องกับผงะกับสิ่งที่เกิดขึ้น คนๆหนึ่งที่ฉันชนเข้าเมื่อกี้เป็นคนคอยจับมือฉันไว้ไม่ให้ล้ม ผมสีน้ำเงินกรมท่าที่ถูกมัดรวบไว้ด้านหลังที่ดูยาวจนถึงข้อเท้า สายตาของเขาที่มองมาที่ฉันด้วยแววตาสีแดงฉานเหมือนเลือดที่ดูไร้ชีวิตนั่นถูกแว่นทรงเหลี่ยมบดบัง กับสิผิวที่ดูซีดเหมือนกับหิมะ

 

ผู้ชาย? ฉันพลางคิดคำถามในใจ เพราะคนๆนี้แต่งตัวเหมือนกับพวกผู้ชายทุกอย่าง แต่ใบหน้าที่ดูเหมือนกับผู้หญิงแล้วสายตาที่ดูเย็นชานั่น ทำให้ฉันรู้สึกหวั่นไหวกับเพศของเขา

 

...เขาดึงฉันขึ้นมาให้ทรงตัวได้เหมือนเดิมโดยไม่พูดอะไร

 

อ๊ะ! ขอบคุณมากค่ะฉันบอกขอบคุณเขาไป แต่ดูเหมือนเขาจะไม่สนใจคำพูดของฉันแล้วหันหลังเดินไปตามเส้นทางเพื่อจะไปที่ไหนซักที่ เสียงรองเท้าคัทชูที่เขาใส่ทำให้เกิดเสียงฝีเท้าทุกครั้งที่เขาเดินห่างออกไป ฉันได้แต่มองนิ่งดูเขาเดินออกไป

 

อะไรของเขาเนี่ย?” ฉันพ่นคำถามออกมาในขณะที่ฉันกำลังยืนเด๋อเพียงคนเดียว

 

แต่ว่าถ้าเกิดเขาหรือเธอมาอยู่ในชั้นสองนี่ได้ล่ะก็...ก็คงจะเป็นผู้หญิงนั่นแหละ แต่ว่าทำไมถึงใส่สูทผู้ชายล่ะ? ถึงโรงเรียนนี้จะไม่มีกฎเรื่องการแต่งตัวก็เถอะนะ น่าสงสัยชะมัด ยิ่งสายตาที่ดูไร้ชีวิตนั่นด้วยแล้วยิ่งน่าสงสัยเข้าไปใหญ่

 

อ๊ะ เจอคุณหนูแล้วค่ะเสียงที่ดูคุ้นหูดังขึ้นมาจากข้างหน้า พอลองเงยหน้ามองแบบชัดๆ ก็ต้องพบกับซินเซียที่ดูโล่งอกพร้อมกับสัมภาระของของฉันที่เธอถือไว้เหมือนเดิม

 

ในขณะที่ฉันกำลังวางสีหน้าให้สบายใจ ก็ต้องขมวดคิ้วกับร่างของคนๆหนึ่งที่เดินตามหลังของซินเซียมา ผมสีทองที่ดูงดงามและใบหน้าอันหล่อเหลาของเขาที่มีรอยยิ้มอยู่บนใบหน้าทุกครั้ง

 

อ๊ะ! เรย์!” ฉันพูดออกไปสุดเสียงพร้อมกับต้องยกมือชี้ไปที่ใบหน้าของคนที่ยืนอยู่หน้าฉัน

 

ยินดีที่ได้พบนะฟิเลน่า เรย์เดินเข้ามาใกล้ๆฉันพร้อมกับทักทาย ตั้งแต่เมื่อเดือนก่อนๆฉันก็ไม่ได้เห็นเขามาเยี่ยมที่บ้านเหมือนทุกที พอได้มาเจอเขาอีกทีที่รี่ก็รู้สึกว่าเขาจะเปลี่ยนไปนิดหน่อยล่ะนะ

 

ฉันก็เหมือนกัน...ว่าแต่ทำไมนายถึงมาพร้อมกับซินเซียได้ล่ะ...ฉันมองไปทางเรย์ที่เดินตามหลังซินเซียมาโดยไม่ทุกข์ร้อนทุกข์หนาว เรย์ที่รู้สึกได้ถึงสีหน้าของฉัน เขาก็หัวเราะคิกคักออกมาราวกับว่ามันเป็นเพียงเรื่องขำๆ ก่อนที่จะเปิดปากพูดออกมา

 

แหมๆ ก็ฉันเห็นเมดของเธอเดินวนอยู่แถวๆชั้นสามน่ะสิ ฉันก็เลยรู้ตัวทันทีว่าเมดของเธอกำลังหลงทางอยู่ ฉันก็เลยมาที่นี่ไงเขาพูดออกมาอย่างสบายๆ ดูเหมือนซินเซียก็ทำหน้ารับความผิดที่ตัวเองทำไว้ด้วยเหมือนกัน ถือว่าเรื่องจริงล่ะนะ

 

งั้นเหรอๆ งั้นก็ขอบคุณมากนะ เดี๋ยวฉันจะจัดสัมภาระกันแล้วล่ะ...

 

“…พูดแบบนี้เหมือนกับไล่ฉันเลยนะ ทั้งที่จะได้คุยกันหลังจากที่ไม่ได้เจอกันนานแท้ๆเรย์ส่งสายตาท่าทางเสียดายมาให้ฉัน จนแทบจะทำให้ฉันรู้สึกผิดต่อเขาขึ้นมา มันดูใจร้ายงั้นหรอ? เด็กคนนี้นี่มัน...

 

ก ก็ได้ แต่นายก็อย่าว่าอะไรฉันล่ะสุดท้ายฉันก็ยอมจำนนต่อความรู้สึกผิดนั่น พร้อมกับเรย์ที่ดูทำหน้าสลดเมื่อกี้ ก็กลับมายิ้มแย้มท่าทางดีใจเหมือนเดิม ฉันให้เขามานั่งตรงโซฟาที่อยู่ตรงข้ามกับเตียง เพื่อรอให้พวกเราจัดของจนกว่าจะเสร็จ เจ้าจัวก็ยอมทำตามนะ ว่านอนสนง่ายเหมือนกับน้องหมาโกลเด้นของลูกน้องที่ทำงานเลย

 

ซินเซียเอาของวางไว้นี่ก่อนแล้วกันนะฉันชี้ไปทางเตียงเพื่อที่จะให้ซินเซียเอากระเป๋าสัมภาระของฉันวางลง วินาทีนั้นฉันเห็นของที่เธอเอาวางมันมีน้ำหนักที่สามารถทำให้เตียงของฉันยุบฮวบลงทันทีทันใด (โครตน่ากลัว)

 

ระหว่างที่ฉันกำลังให้ความสนใจกับสัมภาระอยู่ เรย์ที่เข้ามาในห้องของฉันแล้วนั่งดูพวกเราจัดของกันเงียบๆก็ส่งสายตามาทางฉันเหมือนกับเรย์จับตามองดูฉันตลอดเวลาจนน่าอึดอัด

 

“…จริงสิฟิเลน่า ในห้องนี้ไม่มีชาเลยนี่เรย์ยิ้มที่มุมปากเล็กน้อยพร้อมกับเจ้าตัวที่ลุกออกไปดูที่ตู้เก็บของตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้

 

เอ๊ะ? ไม่มีชางั้นหรอ? ห้องอุตสาห์เตรีมพร้อมขนาดนี้แค่ชาซักกล่องก็ไม่มีงั้นหรอ?

 

ถ้างั้นเดี๋ยวดิฉันจะออกไปเอาให้นะคะ

 

อื้ม งั้นฝากด้วยนะเรย์ยิ้มอ่อนให้ซินเซีย ก่อนที่เธอจะโค้งเคารพแล้วออกจากห้องไปเพื่อจะไปเอาชา เหลือแค่ฉันกับเรย์ที่อยู่ในห้องกันแค่สองคน

 

นายเป็นแขกก็อย่าเดินมั่วซั่วสิฉันที่หันไปดุเขานิดหน่อย ก่อนที่จะมองเขาที่กำลังเดินสำรวจห้องของฉันรอบๆ ฉันที่ก็ไม่รู้ว่าจะติเขายังไงในเมื่อพวกเราแทบจะรู้จักกันตั้งแต่ตอนที่ฟันน้ำนมยังหลุดไม่หมดเลยนี่นา เขาก็โตมากพอที่จะสอนอะไรให้เขาแล้ว...

 

ฉันเองก็ต้องจัดแก้วชาเผื่อไว้ตอนที่ซินเซียเอาชาชุดใหม่มาให้ดีกว่า

 

ฟิเลน่า

 

อืม?” อยู่ๆเรย์ก็เรียกชื่อชั้นขึ้นมาในขณะที่เขากำลังเช็คดูลายประตูห้องของฉัน ในขณะที่ฉันกำลังเดินท่าทางอารมณ์ดีเปิดตู้เก็บของ

 

เธอเคยบอกกฏอะไรฉันไว้เมื่อ 9 ปีก่อนยังจำได้อยู่ไหม?” เมื่อ 9 ปีก่อนงั้นหรอ...อ่อ ในตอนที่ฉันบอกเรื่องกฎเวลาอยู่กับฉันสินะ

 

อื้ม จำได้สิทำไมหรอ?” ฉันที่กำลังค้นแก้วชาอยู่ก็พลางตอบคำถามเขาไปด้วย

 

เธอเคยบอกฉันว่า เวลาเธออยู่กับฉัน จะไม่ยอมอยู่ด้วยกันสองคนเด็ดขาดไม่ใช่หรอไง?” น้ำเสีงของเรย์ที่ดูมีเลศนัยดังออกมา

 

ฉันที่ได้ยินเสียงนั่นตอนแรกก็แอบงงๆประเดี๋ยวเดียว ก่อนที่จะเผลอสังเกตเห็นอะไรบางอย่าง... กระปุกชาที่ยังไม่ได้แกะอยู่ 2-3 กล่อง พอฉันเห็นของพวกนี้ก็เงิบไปชั่วขณะแล้วก็พึ่งนึกขึ้นได้ พร้อมกับเดินถอยหลังออกมาด้วยความโง่เง่าของฉัน

 

นี่มันกับดัก!

 

แกร๊ก...

 

อ่ะ...เสียงกลอนประตูห้องดังขึ้น พอฉันมองไปตามต้นเสียง ก็พบกับเรย์ที่ยืนอยู่ใกล้ประตูพลางในมือของเขาที่ยังจับกลอนประตูเมื่อตะกี้ อย่าบอกนะ...ว่าเด็กคนนี้ล็อกกลอนประตู...

 

เรย์ค่อยๆเดินเข้ามาใกล้ฉัน พอถึงระยะที่แตะตัวกันได้ เรย์ก็จับข้อมือฉันผลักเข้าหากับกำแพงห้องแบบไม่ทันได้ตั้งตัว โดยที่ฉันยังไม่ทันได้ขัดขืน 


WTF??? นี่มัน คาเบะด้ง???!!! ไอ่ท่าที่ฉันชอบเห็นในมังงะคู่รักใสๆใช่มั้ย???

 

ไม่ทราบว่าทำอะไรอยู่ห๊ะ?” ฉันที่ทำน้ำเสียงไม่สบอารมณ์ใส่เขาที่กำลังจับข้อมือฉันไว้แน่น แล้วเขาก็หัวเราะออกมาก่อนที่จะจ้องฉันด้วยดวงตาสีเงินคู่นั้น

 

เธอนี่ มักจะไม่สะทกสะท้านกับเรื่องพวกนี้เหมือนเดิมเลยนะ...มันแน่มั้ยล่ะ นายน่ะเป็นเด็กอายุ 15 ที่ยังไม่รู้บรรลุนิติภาวะสำหรับฉัน กับยัยป้าแก่ๆอายุ 34+15 อย่างฉันนี่ จะให้ฉันเขินกับเด็กแบบนี้ก็ไม่ไหวเหมือนกันน้า...แต่ว่าฉันก็เคยเขินเรื่องเล็กๆน้อยๆจากเด็กพวกนี้เหมือนกันนี่นา แต่มันเป็นแนวแบบน้องชายสุดน่ารักน่ะนะ

 

...ถ้างั้น...อย่างน้อยๆเธอก็น่าจะรู้บ้างสิเรย์ก้มหน้าลงก่อนที่จะพ่นน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความคาดคั้นคำตอบจากใครซักคน เขาปล่อยมือที่จับมือฉันไว้เมื่อกี้ออก ก่อนที่จะเอามือนั่นมาลูบไล้ลำคอของฉันไปมาอย่างอารมณ์ดี

 

อึก!...ระ เรย์?” ฉันที่เริ่มรู้สึกแปลกๆกับท่าทีที่เขาทำ ฉันจึงใช้กำลังแขนของฉันดันเขาออกห่าง แต่ดูเหมือนว่ายิ่งจะเพิ่มแรงแขนดันเขาออกมากเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งขยับเข้ามาใกล้กว่าเดิม


"...เธอเห็นฉันเป็นใครกัน" เรย์ถามคำถามฉันออกมาด้วยท่าทางจริงจัง


"เอ๋? ก็นายเป็นเพื่อนสนิทคนแรกของฉันไม่ใช่หรอ" ฉันตอบเขาไปด้วยท่าทางปกติ ดวงตาของเขานั้นเบิกกว้างกับคำตอบของฉัน ประกายแสงในดวงตาของเขาดับลง แล้วรอยยิ้มที่ดูอันตรายของเขาก็เผยออกมาบนใบหน้าที่ดูบิดเบี้ยวนั่น


"หึๆ นั่นสินะ...เธอมองฉันเป็นเพียงเพื่อนคนหนึ่งสินะ... แต่ว่านะฟิเลน่า...ถ้าเกิดฉันบอกว่าฉันไม่ได้มองเธอเป็นแค่เพื่อนล่ะ?"  เรย์ยื่นหน้าเข้ามาใกล้พร้อมกับคำถามที่ดูกำกวม คือยังไง? เด็กคนนี้ต้องการจะสื่อว่าอะไรกันล่ะ??? 




          ฉันที่กำลังมัวแต่คิดคำตอบ สมองความเป็นโอตาคุของฉันลึกๆนั้นมันส่งสัญญาณเตือนให้กับฉันว่า ถ้าปล่อยไว้แบบนี้ฉันจะต้องแย่เอาแน่ๆ แล้วไอ่เหตุการณ์แบบนี้อีก มันเหมือนกับรูทของเรย์ในตอนสุดท้ายของเกมนี่นา?? มันก็อาจจะเป็นไปได้ว่าฉันอาจจะเผลอไป 'ปักธง' เขาเข้าก็ได้ แต่ว่าถ้าฉันคิดแบบนั้นจริงๆฉันก็เผลอให้ความหวังลมๆแล้งๆกับเด็กไปน่ะสิ ไม่ค่ะๆตัวฉัน ฉันจะไม่ยอมมาสรุปกับไอ่การคิดตื้นๆพรรค์นั้นเด็ดขาดค่ะ!


     หรือว่ามันถึงช่วงที่พวกผู้ชายเข้าสู่ฤดูไอ่นั่นแล้วงั้นหรอ??? ถึงจะเคยเจอน้องชายที่สถานกำพร้ามีอารมณ์ฉุนเฉียวแบบนี้เหมือนๆกัน แต่ว่าสำหรับเรย์ที่ดูควบคุมอารมณ์เป็นอันดีเยี่ยมคนนี้จะทำแบบนี้หรือ???

 

ทำแบบนี้ยังไม่รู้อีกเหรอไง? หรือว่าต้องให้ฉันทำเรื่องอย่างว่าก่อนงั้นเหรอเขามองฉันด้วยสายตาที่ดูซาดิสและเสียงหัวเราะที่ดูน่าขนลุกออกมาจากลำคอของเขา เขาค่อยๆยื่นหน้าเขามาใกล้ฉันเรื่อยๆ จนแทบจะได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกัน

 

เอาละหวา...ตัวฉัน! จะทำยังไงดี??? จะยอมให้เด็กทำเรื่องอย่างว่าหรือจะปกป้องความบริสุทธิ์ของเขาเพื่อจะรอเจอนางเอกที่จะคอยมาบรรเทาความรู้สึกนี่ดี???

 

ในจังหวะที่ฉันกำลังคิดวิธีต่างๆ ใบหน้าของเขาก็ไม่ได้หยุดลงตามความคิดที่ฉันคิด ฉันจึงตัดสินใจ หลบ เขาด้วยการย่อตัวลงเพื่อหลบดาเมจนั่นด้วยความเร็ว วิธีนี้จะต้องมีสติมากพอที่จะหลบได้เท่านั้นค่ะ!

 

นายเนี่ยน้า...เป็นเด็กเป็นเล็กไม่ควรทำแบบนี้ใส่ใครนะฉันที่หลบจากท่าคาเบะด้งของเรย์ได้ ก็ตบหลังเขาเบาๆในตอนที่เขายังมองฉันอย่างอึ้งๆอยู่ จากนั้นสายตาซาดิสเมื่อกี้ก็หายไปพร้อมกับสีหน้าที่ดูเหนื่อยใจมาแทรกแทนที่

 

“ ‘เด็กงั้นหรอ...เธอพูดแบบนี้ใส่ฉันมา 9 ปีแล้วมั้งใบหน้าของเขากลับมายิ้มอีกครั้ง มันทำให้ฉันรู้สึกใจชื้นขึ้นมานิดนึง....

 

งั้นฉันขอตัวก่อน ครั้งหน้าฉันไม่ยอมแพ้แน่" เรย์เดินเข้ามาใกล้ฉันพร้อมกับคว้ามือของฉันไปจุมพิตแบบทุกที 


"จ้าๆ พ่อหนุ่มพรสวรรค์" ฉันยิ้มให้กกับเขาอย่างเป็นมิตร เขาเองที่เห็นรอยยิ้มของฉันก็ดูเหมือนจะพอใจเป็นอย่างมาก ก่อนที่เขาจะออกจากห้องของฉันไปด้วยท่าทางปกติเหมือนกับตอนที่มา


ฉันที่มองแผ่นหลังของเรย์จนสุดทางเดินก็ต้องโล่งอกเมื่อเห็นเขาขึ้นลิฟต์ไปชั้นสาม เด็กคนนี้อันตรายจริงๆ แต่ถ้านับประสบการณ์การเป็นตัวแทนนักเรียนคาราเต้ของฉันในโลกก่อนแล้ว การหลบดาเมจคิติคอลของนายมันเบๆมากเลยเด็กน้อย!

 

หลังจากนั้นเหมือนกับว่าเหตุการณ์นั่นก็ไม่เคยเกิดขึ้น จนซินเซียกลับมาที่ห้องพร้อมกับชาชุดใหม่

 

พรุ่งนี้นักเรียนที่มาใหม่ทุกคนต้องมอบตัวต่อสถาบันโรงเรียน เพื่อพิสูจน์ว่าได้เป็นส่วนหนึ่งของโรงเรียนนี้โดยสมบูรณ์ ฉันเตรียมชุดที่จะใส่ไปในงานมอบตัวพรุ่งนี้อย่างเตรียมพร้อม


ฉันจะได้อาวุธแบบไหนน้า เอาเป็นดาบคู่หรือหอกก็ดูเท่ชะมัด แต่ว่าก็ต้องคำนึงถึงความเข้ากันของพลังธาตุด้วยล่ะนะ...ฉันเคยถามซินเซียว่าเธอได้ใช้อาวุธชิ้นไหน เธอตอบกลับมาด้วยความมั่นใจว่า 'ค้อน' ค่ะ...สตรอง...

 

ลิเลียน่า เพนเนีย  สาวน้อยสามัญชน ผู้มี พลังเวทย์ในตำนาน ฉันมั่นใจเลยว่าฉันจะได้เห็นเธอในตอนพิธีเปิดการศึกษาของพวกเรา เธออาจจะเป็นผู้หญิงที่พิเศษสำหรับโรงเรียนหรือทั่วอาณาจักรตามเกมก็ได้

 

เอาล่ะ ในที่สุดก็ถึงเวลาที่สำหรับการเปิดตัวของเกม ‘Prince's Heart’ จากนี้จนถึงตอนขบของเกม ถึงเวลาที่ ฟิเลน่า เอิร์ล จะได้ประกาศการเปิดศึกหนีเส้นทางหายนะของฉัน ในอนาคตจะไม่ให้เห็นใครหน้าไหนมาสร้างหลุมศพของฉันดักรอไว้เด็ดขาด

 

ฉันคิดไปพลางในขณะที่หัวของฉันอยู่บนหมอน แล้วดวงตาของฉันกำลังจ้องมองไปยังบนหลังคาของห้อง อ่า แบบนี้ล่ะๆ ฉันจะต้องทำเหมือนทุกที ไม่ไปยุ่งรูทของพวกเขากับนางเอก หรือคอยสนับสนุนเด็กพวกนั้นอยู่ห่างๆ ฉันจะคอยเป็นแม่สื่อในทางอ้อมแล้วกันนะ..


'ถ้าเกิดฉันบอกว่าฉันไม่ได้มองเธอเป็นแค่เพื่อนล่ะ?'


          คำพูดของเรย์มันสะท้อนกันจนเป็นเสียงเอคโค่ภายในหัวของฉัน ฉันได้แต่ภาวนาว่าสิ่งที่เด็กคนนั้นพูดของให้เป็นเพียงแค่การเข้าใจผิด แต่ถ้าเกิดสมมติว่าความรู้สึกของเขาที่มีต่อฉันเหมือนกับความรู้สึกที่มีให้นางเอกเหมือนกับในเกมล่ะก็...ฉันนี่แม่งโครตเลวเลยค่ะ... ฉันไม่ได้เป็นพวกชอบโชตะค่อนขนาดนั้นด้วยสิ 


"รีแลค ยูกิโกะ! รีแลค!" ฉันตบแก้มตัวเองเบาๆเพื่อเรียกสติตัวเองให้กลับมาคงที่


          เอาล่ะ! พรุ่งนี้ตัวฉันต้องได้เริ่มยุธการหลีกหนีเส้นทางหายนะของฉันแล้ว! จะมามัวแต่จกปรักกับคำพูดของเด็กๆไม่ได้! ประสบการณ์ความรักของฉันก็มีมามากมายแล้วนี่! (ที่ฟังจากลูกน้องที่ทำงานเล่าให้ฟังน่ะนะ) เรื่องแค่นี้อย่าไปซีเรียสกับมัน ปล่อยให้มั้นผ่านๆไปแบบปกตินี่แหละ!


JUST LET IT GO!



==================================================================================================================================================================================

 
แฮร่!!! สวัสดีค่ะทุกคน! ตอนนี้จะเป็นตอนที่ไรต์รู้สึกว่าลังเลกับนิสัยของหนูฟิเลน่ามากค่ะ เดี๋ยวใสๆเดี๋ยวก็มีเหตุผลแบบผู้ใหญ่! ตอนนี้จะเปิดตัวละครใหม่อย่างเพื่อนของกาเร็ธอย่างฮัลเดนค่ะ! เขาก็จะน่าสงสารหน่อยๆ...

ตัวละครลึกลับที่ช่วยหนูฟิเลน่าไม่ให้หงายล้มหัวฟาดพื้นคือใครกัน??? รอติดตามต่อไป (มาแบบโคนัน)

เรย์ก็เริ่มจะออกตัวแรงแซงทางโค้งแล้วค่ะ! ใครเชียร์คู่นี้อยู่ก็ยินดีด้วยค่ะตอนนี้ไรต์แต่งเอาใจน้องเรย์นิดหนึ่ง? ตอนต่อไปจะเป็นตอนที่จะเจอตัวละครจีบได้อีกตัวในเกมแล้วค่ะ! รอติดตามต่อไปน้า ดาเบ๊ะ!




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 224 ครั้ง

334 ความคิดเห็น

  1. #287 maytawarin (@thadsanee270316) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2562 / 09:10
    เชียร์เรย์ค่ะ!!
    #287
    0
  2. #231 Aom Siriluk (@aspirine400) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2562 / 10:57
    เรย์น๊าาาาา เรย์~~~
    #231
    0
  3. #119 Sodaxzaza2549 (@Sodaxzaza2549) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2561 / 21:24
    ด....ดาเมจช่างรุนแรง!! เอื้ออออ
    #119
    0
  4. #62 pumakbawkaew326 (@pumakbawkaew326) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2561 / 23:16
    เชียร์เรต์สุดใจขาดดิ้นคะ//ตาลุกเป็นไฟชอบหนุ่มซาดิส
    แต่อีกใจหนึ่งก็ชอบพี่ชายแบบเย็นชาแต่กับคนอื่นไรงี้~
    #62
    0