Prince's Heart เกิดใหม่ทั้งทีขอชีวิตดีๆ ที่ไม่ใช่นางร้าย!

ตอนที่ 23 : Chapter : 16

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,567
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 209 ครั้ง
    16 ก.ย. 61

บทที่ 16

- Filena –

 

หลังจากเหตุการณ์นั้น ที่ฉันได้แข่งขันเพื่อทดสอบความเสถียรภาพของพลังเวทย์ นี่มันก็ได้ผ่านมา 1 อาทิตย์แล้ว

 

                ฉันได้สั่งสอนมิซาเอลไปตรงสนามประลองที่มีผู้คนอยู่จำนวนไม่น้อย แต่มันก็ส่งผลให้ฉันได้แก้ไขเส้นทางหายนะของฉันได้ไปประมาณไปครึ่งต้น แต่ว่าผลที่ฉันได้ตวาดใส่มิซาเอลในตอนนั้น ทำให้พวกนักเรียนห้อง Class B ที่ดูอยู่ตรงแสตน ต่างเข้าหาฉันด้วยจุดประสงค์บางอย่าง...

 

ท่านแม่หมอคะ พอดีดิฉันประสบปัญหาในการเรียนของช่วงนี้มากเลย จะทำยังไงดีคะ?”

 

เอ๋?...ก็ถ้าไม่ไหวจริงๆก็ไม่ต้องฝืนตัวเองหรอกนะ ค่อยๆทำในส่วนที่เข้าใจทีละเล็กทีละน้อยไปเรื่อยๆก็จะชินเองหล่ะฉันตอบกลับเด็กหญิงใส่แว่นคนหนึ่งไป เธอที่ฟังคำตอบฉันก็ทำสีหน้าดีใจออกมา

 

ขะ ขอบคุณมากค่ะ!!!”

 

แม่หมอครับ พอดีว่าผมชอบผู้หญิงคนหนึ่งๆอยู่ อยากทราบว่าผมควรจะทำยังไงดีเด็กหนุ่มที่ดูน่ารักคนหนึ่งเดินคอตกมายังฉันที่กำลังทำรายงานอยู่ พอฉันเห็นจึงวางปากกาลงแล้วกลับมาครุ่นคิดอยู่ซักพัก

 

ถ้านายรักเขาด้วยใจจริงก็พยายามเท่านั้นแหละ เป็นตัวของนายเองเถอะนะ

 

ครับ! ขอบคุณนะครับแม่หมอ!!” เด็กหนุ่มคนนั้นพูดออกมาพร้อมกับยิ้มหน้าตาระรื่นไป

 

ใช่ค่ะทุกคน...มาถึงจุดๆนี้นี่ก็น่าจะพอเดาได้นะคะ...

 

ทำไม.

 

ถึงต้องเรียกฉัน.

 

ว่า แม่หมอ?????

 

ฉันที่นั่งอยู่ตรงที่ประจำของฉันในห้องเรียน ก็ต้องมัวแต่คิดหาเหตุผลว่าทำไม๊ทำไม...ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมาคนที่เข้ามาทักฉันหรือคุยกับฉันต้องเรียกฉันว่าแม่หมอ?? อีกทั้งส่วนใหญ่มักจะเข้ามาเพื่อปรึกษาปัญหาชีวิตซะอย่างนั้น

 

(คิดจนเกือบจะเป็น รอแด็ง แล้วค่ะ)

 

เฮ้อ~ ทำไมกันล่ะฉันเหยียดตัวเองไปด้านหน้าของโต๊ะด้วยท่าทีอ่อนล้ากับเรื่องพรรค์นี้ นานแค่ไหนแล้วนะที่ฉันไม่ได้มีเรื่องที่ต้องคิดมากขนาดนี้

 

ก็พี่สาวเล่นทำแบบนั้นไงล่ะครับ...คนอื่นที่เห็นพี่สาวกันก็ต้องนับถือเป็นธรรมดาไคลด์พูดพร้อมกับกำลังอ่านหนังสือทบทวนจากคาบเมื่อกี้ ทั้งที่คาบนี้ว่างแท้ๆน้องชายฉันนี่ขยันจริงๆ

 

เพราะผม... มิซาเอลที่กำลังนั่งลับมีดอยู่เมื่อกี้ก็หยุดลงแล้วมองมาทางฉัน เหมือนกับเจ้าตัวพยายามจะสื่อว่าตัวเองเป็นต้นเหตุหรือไง?

 

หยุดคิดเลยนะมิซาเอล มันไม่ใช่ความผิดของนายหรอกฉันก้มหน้าลงพร้อมกับพูดสวนประโยคของมิซาเอลไป เจ้าตัวที่ได้ยินแบบนั้นก็ทำตัวกลับมาเป็นปกติ

 

ฉันคิดว่าพอฉันเข้ามาที่โรงเรียนแห่งนี้จะได้เพื่อนเพิ่มขึ้นแท้ๆ แต่กลับกลายเป็นว่าเหตุการณ์ตอนนั้น ทุกคนในห้องที่ยังไม่ทันได้เป็นเพื่อน พวกเขากลับยกระดับของฉันกลายเป็นแม่หมอที่ปรึกษาซะแล้วค่ะ...โธ่เว้ยยยย ฉันไม่ใช่ หมอที่รับปรึกษาเรื่องใบหน้าไร้จุดด่างดำกับปัญหาชีวิตนะยะ! ฉันเป็นดีไซเนอร์นะ ดีไซเนอร์! ป้าอายุ 34+15 อย่างฉันคือผู้บริหารแบรนดีไซเนอร์นะ...

 

จะว่าไปพี่สาวไม่คิดจะเตรียมตัวเรียนเลยหรอครับไคลด์พูดออกมาด้วยท่าทีขี้บ่นเหมือนกับคุณแม่ พร้อมกับเก็บหนังสือที่เขาเอาออกมาทวนเมื่อกี้เก็บลงไปในกระเป๋า

 

การเรียนแค่นี้เอง ยังไงๆพี่ก็เรียนได้สบายๆอยู่แล้วน่าฉันพูดพร้อมกับลุกขึ้นมานั่งหลังตรงเหมือนเดิม

 

การเรียนการสอนที่นี่ก็เหมือนที่ฉันพูดๆไปเมื่อตอนที่แล้ว มันมีหลักสูตรเหมือนเด็กนักเรียนมัธยมกันทั้งนั้น หลักสูตรการสอนที่นี่เทียบกับโลกก่อนแทบจะไม่ติด ไปแปลกเลยถ้าฉันได้คะแนนเต็มวิชานั้นๆ

 

แต่ว่าฉันก็ไม่ได้หวังผลอะไรจากมันหรอก บางทีตอนสอบฉันก็มักจะใส่คำตอบมั่วๆไปประมาณ 10-20 ข้อ เพื่อไม่ให้เป็นจุดสนใจเกินหน้าเกินตาคุณนางเอกหรือคนอื่นเขาน่ะนะ สิ่งที่ฉันอยากจะรู้มากที่สุดน่ะ คือเรื่องของโลกนี้ต่างหาก...

 

ในเกมมันไม่ได้เซตติ้งให้ผู้เล่นได้เดินสำรวจเมืองแบบอื่นๆ ถึงฉันจะมาอยู่ในร่างนี้ ฉันก็ได้ไปกลับวกวนที่ คฤหาสน์ ปราสาท แล้วก็โรงเรียนนี้เท่านั้น...ไม่เคยได้ออกไปสัมผัสในเมืองหรือว่าที่อื่นมาก่อน แล้วอีกเรื่องก็คือพวก ปีศาจของโลกนี้

 

ในเกมมันเป็นเพียงแค่เกมจีบหนุ่มธรรมดาๆ ไม่มีการสู้รบกับปีศาจหรือเรื่องราวของพวกมัน ฉันไม่รู้ว่าทำไมในเกมถึงไม่มีรายละเอียดเรื่องพวกนี้ แต่ว่าโลกที่ฉันกลับมีข้อมูลเรื่องปีศาจอยู่ในหลักการเรียนการสอน อีกอย่างเรื่อง กูลอิณที่ท่านแม่เคยเปรยไว้เมื่อ 9 ปีที่แล้ว จนตอนนี้ฉันก็ยังไม่สามารถหาคำตอบได้ (แค่ไอ่ชื่อปีศาจตัวเดียวก็ยังไม่รู้)

 

                แต่ว่าตอนนี้มันเป็นโอกาสเหมาะเจาะ เพราะฉันอาจจะสามารถหาคำตอบจากที่โรงเรียนนี้ได้ เมื่อวานฉันไปหาท่านพี่ที่ห้องของเขามา และได้ถามเกี่ยวกับการหาข้อมูลต่างๆว่าจะได้ข้อมูลจากที่ไหน ท่านพี่เองก็ตอบมาว่าที่โรงเรียนแห่งนี้มีห้องสมุดที่รวบรวมเรื่องราวของโลกทั้งหมดไว้ในห้องสมุด

 

พอฉันได้ยินดังนั้นตอนเช้าฉันก็เลยขอให้หัวหน้าห้องช่วยเอามาให้ฉันให้หน่อย เพราะถ้าเกิดคนอย่างฉันไปหาเองที่ห้องสมุดล่ะก็ เดี๋ยวนั่งไล่อ่านหนังสือทั้งหมดในห้องสมุดจนเพลินแน่ๆ (ขนาดหนังสือทั้งหมดในห้องสมุดของคฤหาสน์ฉันก็นั่งไล่อ่านมาหมดแล้วล่ะนะ)

 

เจ้านาย...มีคนมา มิซาเอลเรียกฉันเพื่อให้สังเกตคนที่ยืนอยู่ตรงหน้า

 

พอฉันเงยหน้าขึ้น ฉันก็พบกับดวงตาสีแดงสดและ เส้นผมสีดำทะมึนที่ยาวจนถึงกลางหลังนั่น เธอคือคนที่ฉันเจอในตอนเลือกอาวุธในตอนนั้น

 

อ่ะ หัวหน้าห้องฉันที่กำลังตกใจกับการปรากฏกายของเธอ ก็เล่นทำให้ฉันพูดออกไปซะอย่างนั้น

 

แหมๆ ห่างเหินจังเลยน้า ฉันบอกให้เรียกฉันว่า เชอร์เบไม่ใช่หรือเธอพูดออกมาด้วยน้ำสียงเคืองๆและท่าทีเหมือนกับเด็กที่เอาแต่ใจ เธอยื่นมามาหยิกแก้มข้างซ้ายฉันเบาๆ พร้อมกับมืออีกข้างหนึ่งของเธอที่เหมือนกับถือเอกสารหนาๆหลายปึก

 

เด็กคนนี้มีชื่อว่า เชอร์เบ เธอเป็นหัวหน้าห้อง B Class และเป็นผู้ช่วยสภานักเรียนในหลายๆอย่าง ถึงภายนอกจะดูทำงานไม่ได้เรื่อง แต่ว่าเอาเข้าจริงเธอคนนี้กลับทำงานทุกอย่างด้วยตัวคนเดียวและยังเก่งไม่น้อยหน้าพวกสภานักเรียนทีเดียว

 

อุ เชอร์เบ ปล่อยเถอะนะฉันที่ต้องยอมเรียกชื่อตามคำเรียกร้องของเธอ พอเธอได้ยินดังนั้น ใบหน้าของเธอก็คลี่ยิ้มออกมาด้วยความสนุกสนานแล้วปล่อยมือของเธอที่หยิกออกจากแก้มฉัน

 

ฮี่ๆ แบบนี้ค่อยคุ้มกับการที่ไปหาให้หน่อยล่ะนะ อ่ะ นี่เชอร์เบพูดแบบนั้นพร้อมกับหยิบหนังสือสีน้ำเงินเล่มหนายื่นมาให้ฉัน เธอหาเจอภายใน 1 ชั่วโมงเหรอเนี่ย...

 

ขอบคุณมา-” ฉันรีบยื่นมือไปรับหนังสือเล่มนั้น แต่ในจังหวะที่เชอร์เบปล่อยหนังสือนั่นลงบนมือทั้งสองข้างของฉัน น้ำหนักของมันลงมาถาโถมบนมือฉันจนแทบจะรับน้ำหนักไม่ไหว

 

(นะ หนัก!!)

 

ฉันวางหนังสือลงกับพื้นทันทีที่รับน้ำหนักของมันไม่ไหว เสียงขอสันหนังสือที่ตกลงบนสู่โต๊ะดังตึก พร้อมกับร่างฉันที่เอนลงไปนั่งที่เหมือนเดิม

 

แหะๆ ขอโทษนะ ลืมบอกไปเลยว่ามันหนักเชอร์เบหัวเราะออกมาพร้อมกับขอโทษด้วยท่าทีที่ไม่รู้สึกผิด ฉันมองไปยังกองเอกสารหนาๆที่เธอถืออยู่อีกข้าง พร้อมกับคิดในใจว่าเธอต้องเป็นคนยังไงกันนะที่สามารถยกหนังสือเล่มหน้านี่พร้อมกับเอกสารนั่นด้วยมือเพียงข้างเดียว

 

ไม่เป็นไรหรอกนะ ว่าแต่เธอถือของหนักๆนี่เดินไปรอบห้องได้ไงกัน...ให้ฉันช่วยเถอะนะฉันยื่นมือเพื่อจะขอแบ่งเอกสารที่เธอถืออยู่มาทางนี้ พอเห็นเชอร์เบถือของหนักๆแบบนั้นก็พลางนึกถึงลูกน้องที่บริษัทกัยถ้วนหน้า บางคนทำงานหนักเกินจนต้องเข้าโรงพยาบาลก็มี

 

ไม่ต้องหรอกนะ เอกสารที่ต้องไปส่งนี่มันไกลมาก ฉันคิดว่าฟิเลน่าคงจะไม่ไหวแน่ๆเธอพูดออกมาด้วยสีหน้าเหมือนกับคาดการณ์ไว้ก่อนแล้ว เด็กคนนี้นี่...

 

งั้นให้ผมช่วยนะครับไคลด์ที่ฟังบทสนทนาเมื่อกี้ก็ลุกยืนขึ้นพร้อมกับเดินไปข้างๆเชอร์เบที่ยืนถือเอกสารอยู่

 

ผ...ผมก็จะช่วย...มิซาเอลที่เห็นไคลด์ไปยกกองเอกสารจากเชอร์เบ เขาก็รีบลุกออกไปสมทบทันที เชอร์เบที่มองดูพวกเขาสองคนเงียบๆ ก็ทำหน้าเบะปากมองบนเหมือนไม่พอใจอะไรซักอย่าง

 

บู๋ๆ ช่วยไม่ได้เชอร์เบทำน้ำเสียงไม่พอใจออกมา พร้อมกับแบ่งกองเอกสารให้กับพวกเขาอย่างช่วยไม่ได้

 

เด็กคนนี้นี่พิลึกชะมัด...ถ้าเป็นตัวละครหญิงคนอื่นๆคงจะกรี๊ดกร๊าดที่มีสองหนุ่มหล่อเดินข้างกันเพื่อช่วยถือเอกสารให้แล้วแท้ๆ แต่ว่าเธอคนนี้กลับไม่สนใจเสน่ห์สุภาพบุรุษของไคลด์และไทป์หมาขี้อ้อนของมิซาเอลด้วย ช่างสตรองจริงๆ

 

งั้นเดี๋ยวผมมานะครับ

 

จ้า ระวังตอนเดินดีๆนะฉันโบกมือให้ไคลด์ก่อนที่เขาจะทำท่าดีใจนิดหน่อบแล้วเดินตามหลังของเชอร์เบไป ส่วนมิซาเอลฉันเห็นเขามองมาทางนี้แว๊ปหนึ่ง ฉันจึงโบกมือให้เขาเหมือนกับที่ทำให้ไคลด์ เจ้าตัวก็คงจะดีใจเหมือนกันล่ะมั้ง

 

เฮ้อ เอาล่ะฉันพลางถอนหายใจออกมา พร้อมกับไล่เปิดหน้าหนังสือสีน้ำเงินเล่มหนาเมื่อกี้ ตอนนี้ฉันให้ความสนใจทั้งหมดไปกับเรื่องของกูลอิณ ถ้าเกิดฉันรู้ฉันก็จะไม่ดูโง่ในสายตาคนอื่นซักที(คนอื่นรู้กันหมดยกเว้นฉันที่ปมุดอยู่ไหนก็ไม่รู้)

 

ฉันเปิดไปเรื่อยๆพร้อมกับอ่านชื่อสัตว์อสูรที่อยู่ในนี้ ตอนที่เปิดแต่ละแผ่นด้านในมันดูคลังและเก่ามาก ขนาดยังได้กลิ่นของกระดาษเก่าๆและน้ำหมึกที่เปรอะเปื้อนเป็นบางจุด แล้วแต่ละหน้าจะมีชื่อของอสูรกายและภาพวาดที่เริ่มเลือนๆอยู่ทุกแผ่น

 

กูลอิณ...กูลอิณ...กูลอิณ....

 

เจอแล้ว!”  ฉันที่เปิดหน้ากระดาษไปเรื่อยๆก็ต้องสะดุดกับชื่อของอสูรกายที่ฉันตามหา ฉันไล่เปิดมันจนเกือบๆหน้าสุดท้าย แต่ว่าถึงจะดีใจที่เจอมัน แต่ก็ต้องผิดหวังเพราะข้อมูลของมันที่เขียนลงในนี้มีเพียงแค่ไม่กี่บรรทัด

 

กูลอิณ เป็นอสูรกายที่คอยดูดกลืนพลังชีวิตของมนุษย์และความหวังไปจนหมดสิ้น ไม่มีรูปร่างที่แน่นอน ไม่รู้ว่าเกิดขึ้นที่ไหน แต่ถ้าเกิดปล่อยให้มันดูดกลืนพลังชีวิตและความหวังไป คนๆนั้นก็จะทรมานรอวันตายไปเรื่อยๆส่วนวิธีการรักษากับปัดเป่า...

 

ไม่มี.....

 

ไม่มีวิธีรักษา...ฉันที่อ่านเนื้อหาของมันก็แทบจะผงะ เพราะโลกนี้ไม่ว่าจะเป็นโรคไหนๆหรือสิ่งชั่วร้ายใดๆก็สามารถรักษาได้ แต่ว่ามีอยู่สิ่งเดียวที่ไม่สามารถรักษาหรือปัดเป่าได้มันก็คือ คำสาป

 

แต่มันไม่ใช่กับคุณนางเอก พลังเวทย์ของเธอเป็นพลังเวทย์แสงมี่ถูกประทานพรจากเทพเดย์ เมื่อเธอได้พลังนี้มาครอบครองเธอก็ได้ฉายาผู้อารักษ์ขาแห่งแสงทันที เธอสามารถใช้พลังของเธอใน การชำระล้างไม่ใช่กระบวนการปัดเป่าเพื่อไล่มันออกไปหรือการรักษาที่เอาไว้บรรเทาความเจ็บปวดจนสร้างแอนติบอดี้มาคุ้มกันร่างกาย แต่มันคือการ ลบล้างการมีตัวตนของคำสาปนั้นๆในแต่ละคน

 

แสดงว่าไอ่เจ้ากูลอิณที่ว่านี่มันคือปีศาจเหรอ? แต่ว่าในนี้มันบอกว่าเป็นอสูรกายนะ ยิ่งน่าสงสัยไปใหญ่...ถ้ามีเจ้าพวกนี้พรุกพล่านไปทั่วโลกแบบนี้มันก็ไม่น่าปลอดภัยไม่ใช่หรือไง ข้อมูลที่ไม่เพียงพอแบบนี้จะให้ฉันหายแคลงใจได้ไงกันเล่า!

 

ฉันเม้มปากของตัวเองด้วยความสงสัย พร้อมกับปิดหนังสือลงแล้วเอนหลังไปด้านหลังและถอนหายใจยาวๆออกมา

 

โลกนี้มีหลายสิ่งที่ฉันยังไม่รู้ สิ่งที่ฉันรู้ดีที่สุดในตอนนี้คือตัวละครและเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นต่อไปนี้มันคือเรื่องราวจากเกม Princes Hart ที่ฉันเคยเล่นเมื่อโลกก่อน แต่ว่าเรื่องราวภายนออกของโลกนี้มันซับซ้อนมากกว่าเกมที่ฉันรู้จัก

 

หวังว่า...คงไม่มีอะไรเกิดขึ้นหลังจากนี้นะ...

 

ในขณะที่ฉันกำลังจะปิดหนังสือลง ฉันก็เผอิญไปเห็นหน้ากระดาษที่ติดกันกับหน้ากระดาษ ฉันที่เห็นด้วยความสงสัยและหงุดหงิดเวลาเห็นอะไรแบบนี้ ฉันจึงพยายามแกะมันออก ความพยายามของฉันไม่สูญเปล่า กระดาษนั่นค่อยๆคลี่ตรงปลายออกมาทีละเล็กทีละน้อย จากนั้นมันก็สามารถแกะออกมาได้สบายๆ

 

ข้อมูล...ปีศาจ?” ฉันพูดออกมาเพื่อทวนกับคำศัพท์ของโลกนี้

 

มันเป็นกระดาษสีดำสนิทแต่ภาพวาดและตัวหนังสือเขียนด้วยน้ำหมึกสีแดง มันกลืนกันแทบจะอ่านไม่ออก แต่เพียงบางคำเท่านั้นที่มันเน้นตัวหนังสือเอาไว้

 

สี...แดง?…มอร์ริแกน?

 

อะไรกันล่ะสีแดง??? แล้วสีแดงมันเกี่ยวกับปีศาจหวา เคยเห็นแต่ไอ่สีแดงนี่บ่งบอกถึงตัวของพระเอกในขบวนการเรนเจอร์หรือฮีโร่อะไรนี่เท่านั้นน้า แล้วมอร์ริแกนนี่คืออะไร?? เครื่องดนตรีเรอะ?

 

ฉันปิดหนังสือลงด้วยความอยากรู้ที่ยังตอบโจทย์ไม่หมด...สงสัยฉันต้องไปถามใครซักคนจริงๆแหละนะ...

.

.

.

กินอันไหนดีน้าฉันที่กำลังก้มหน้าก้มตาเลือกขนมหน้าตาน่าทานในตู้อย่างใจจดใจจ่อ

 

ตอนนี้พวกเราทั้งสามคนมาที่โรงอาหารเพื่อที่จะทางอาหารกลางวัน ฉันที่ได้ยินมาว่าที่โรงอาหารนี่ได้เปิดร้านขนมเค้กอร่อยๆมากหน้าหลายตา ฉันก็เลยรีบมาดูที่โซนขนมก่อนเป็นอันดับแรกๆ แต่ว่าแทนที่ฉันจะได้เลือกแบบชิวๆ ก็ต้องรีบตัดสินใจเพราะมีไคลด์และมิซาเอลตามฉันมาด้วยนี่สิ (จะให้ผู้ชายมาอยู่โซนของหวานแบบผู้หญิงงามๆนานก็ไม่ได้นี่สิ)

 

พี่สาวอยากทานอันไหนงั้นหรอครับ?” ไคลด์ยื่นหน้าเข้ามาดูขนมเค้กที่วางเรียงกันอย่างสวยงามแบบไม่ค่อยสนใจเท่าไหร่

 

เอ๋ นั่นสินะ มันเลือกไม่ถูกจริงๆนั่นแหละ

 

เจ้านาย...ชิ้นนี้มิซาเอลดึงแขนเสื้อฉันเป็นสัญญาณเล็กน้อย พอฉันหันไปมองตามที่มิซาเอลเรียกร้อง ก็พบกับเค้กช็อกโกแลตหน้าแมวที่ดูน่ารักและน่าทานสุดๆ

 

จะว่าไป...ในเกมนี่มิซาเอลชอบทานขนมหวานนี่นา...

 


อยากกิน?”

 

มิซาเอลผงกหัวเล็กน้อยเป็นคำตอบ ฉันที่เห็นเขาทำท่าทางแบบนั้นก็เหมือนกับว่าเห็นเหล่าเด็กๆที่สถานกำพร้าในโลกก่อนยังไงยังงั้น โอ๊ยยยยย เด็กคนนี้น่ารักชะมัด!!!

 

หลังจากนั้นพวกเราก็หาโต๊ะนั่งทานมื้อกลางวัน ฉันฝากให้ไคลด์และมิซาเอลจองโต๊ะไว้ก่อน เพราะว่าฉันจะมัวแต่ทานแค่ขนมไม่ได้ มื้อกลางวันก็คือมื้อกลางวัน จะต้องหาอาหารจำพวกมื้อหนักๆเพื่อเป็นพลังในการใช้ชีวิตจนกว่าจะถึงมื้อเย็นที่หอน่ะนะ

 

ฉันเดินไปตรงโซนอาหาร ก็จริงอยู่ว่าอาหารที่นี่ไม่ว่าจะทานอาหารอันไหนก็อร่อยสุดๆ แต่ว่านะๆ ฉันคิดถึงอาหารญี่ปุ่นที่โลกก่อนจริงๆ! อาหารที่นี่มันออกแนวยุคตะวันตกไปเสียหมด ฉันอยากกลับไปกินเทมปุระหรือไม่ก็แกงกะหรี่เหมือนกันน้า!

 

เอ่อ...เอาเป็นว่าทำใจแล้วกัน...

 

ฉันหยิบถาดที่มีกอร์ดงเบลอที่กำลังอุ่นๆอยู่และก็มีจำพวกสลัดถ้วยเล็กๆอยู่ในถาดเล็กน้อย ฉันเดินกลับไปที่โต๊ะเพื่อที่จะได้ทานอาหารกลางวันอย่างสบายใจเฉิบ แต่ในจังหวะนั้นก็มีมือของใครบางคนลอดผ่านเอวฉันแล้วโอบฉันไว้ รู้ตัวเลยค่ะว่าใคร...

 

เรย์...ปล่อยฉันพูดไปแบบน้ำเสียงเฉยๆและไม่ค่อยสนใจเท่าไหร่ พอเจ้าตัวได้ยินการทักทายของฉันแบบทุกทีก็หัวเราะคิกคักออกมา

 

คิก... ขอโทษทีนะ พอดีไม่ได้เจอกันนานก็เลยคิดถึงขึ้นมาน่ะเรย์ที่โอบฉันไว้เมื่อกี้ก็คลายมือนั่นออกจากเอวฉันแล้วถอยออกจากฉันเล็กน้อย ก่อนที่จะมีเสียงเหมือนเห็นสัตว์เลี้ยงทำท่าตลกๆยังไงยังงั้น

 

ฉันเคยบอกนายว่าห้ามทำอะไรโผงผางแบบนี้ไม่ใช่หรอไงฉันดุเขาไปเล็กน้อยก่อนที่ใบหน้าของเขาจะคลี่ยิ้มออกมาแทนที่จะรู้สึกผิด

 

รอยยิ้มของเขาแผ่ออกเป็นรัศมีวงกว้าง มันส่งผลให้สะเก็ด(?)ความคิระคิระของเขาไปโดนใส่พวกผู้หญิงที่อยู่รอบๆ ซึ่งไม่พ้นกับแฟนคลับของเขาที่รวมตัวกันจ้องมองมาทางนี้กันซะหมด สายตาที่ส่งผ่านมาทางฉัน เหมือนกับสายตาของศัตรูคู่อาฆาตที่พร้อมจะรุมกระทึ้งเหยื่อทุกเวลา

 

จะเอาไงดีล่ะ ก็จริงอยู่ว่าคนส่วนใหญ่มักจะนับถือฉันในฐานะแม่หมอ แต่ว่าถ้าอยู่กับเจ้าเด็กคนนี้ในที่ๆมีคนชุกชุมอยู่เป็นจำนวนมากล่ะก็ ต้องมีข่าวผิดๆไปถึงหูของพวกเด็กสาวแฟนคลับของเขาแน่ๆ! ฉันต้องหาทางเปลี่ยนเรื่อง

 

ง งั้นตอนนี้เราสองคนไปนั่-”

 

เรา สาม คนดีกว่าเนอะ?~ ยังไม่ทันสิ้นเสียงที่ฉันกำลังจะพูด จู่ๆเสียงที่สามก็โผล่ขึ้นมาโดยที่ยังไม่รู้ตัว

 

ช เชอร์เบ?” ฉันที่กำลังถือถาดอาหารก็แทบจะทำหลุดมือ เพราะเชอร์เบที่มาจากไหนไม่รู้ก็เข้ามาควงแขนของฉันไว้แล้วทำหน้าทำตาเหมือนไม่รู้สึกรู้สาอันใด

 

แฮะๆ ขอนั่งด้วยคนน้า พอดีว่าพวกเขากำลังทำงานกันอยู่น่ะเชอร์เบร้องอ้อนฉันเหมือนกับว่าเธอไม่มีที่พึ่งที่ไหนอีกแล้ว

 

คือว่านะเชอร์เบ ตอนนี้ฉันก็ไม่ได้ว่าอะไรถ้าเธออยากจะไปนั่งทานมื้อกลางวันด้วยกันนะ...แต่ว่าตอนนี้มีคนๆหนึ่งที่กำลังส่งสายตาท่าทางอาฆาตมาทางเธอด้วยนะ...

 

ฉันแอบๆเหลือบตาไปทางเรย์ที่ยืนนิ่งไม่ไหวติงมองพวกเราอยู่ ถึงใบหน้าของเขาจะยิ้มอยู่แต่ฉันสัมผัสถึงรังสีอำมหิตจากตัวของเขาที่อยากให้เชอร์เบไปไกลๆได้เลยล่ะ เชอร์เบที่เกาะแขนฉันเมื่อกี้ก็รู้สึกได้ถึงสายตาของเรย์ แต่ว่าแทนที่เธอจะกลัวจนตัวสั่น กลับกลายเป็นว่าเธอส่งสายตาเชิงดูถูกไปให้แบบขำๆ

 

อุแหมๆ เจ้าชายอันดับ 2 เรย์เอนริคนี่เอง ขออภัยในความไร้มารยาทของฉันด้วยนะคะเธอพูดดังนั้นแล้วแขนของเธอก็ยิ่งรัดฉันแน่กว่าเก่า

 

(ขะ แขนของฉันโดนหน้าอกเธอหมดแล้วนะ)

 

ไม่ต้องใส่ใจหรอกครับ ผมก็ไม่ได้ว่าอะไรอยู่แล้วล่ะครับเรย์ที่ทำใบหน้ายิ้มแย้มเหมือนที่ทำปกติให้เหล่าสาวๆ แต่ว่านะ...ฉันคิดว่าไอ่ระดับการยิ้มของนายเนี่ยไม่ว่าระดับไหนๆก็คงไม่พอต่อกรกับเชอร์เบนะฉันคิดว่า...

 

แหม...เป็นเกียรติที่ได้รับการอภัยจากเจ้าชายจริงๆค่ะ

 

ตอนนี้บรรยากาศรอบๆตัวของฉันเริ่มมาคุ ทั้งสองคนต่างส่งสายตาจิกกัดกันทางอ้อมอย่างเอาเป็นเอาตายโดยที่ฉันยังอยู่ข้างๆอยู่ ผู้คนที่มองดูกันเมื่อกี้ก็ต่างทำเป็นไม่สนใจเพราะกลัวว่าตัวเองก็อาจจะมีเรื่องน่าเดือดร้อนขึ้นถ้าเข้าไปเอี่ยว...


เอ่อ...คือ...พวกเธอคะ ตอนนี้ฉันเริ่มเมื่อยแขนแล้วนะคะ อาหารก็เริ่มจะชืดแล้วด้วย...แบบนี้ฉันจะต้องไปเปลี่ยนจานใหม่ก่อนที่จะกลับโต๊ะซะแล้วสิ....


to be continued...


============================================================================================ แฮร่!!! สวัสดีนักอ่านทุกๆคนด้วยนะคะ! วันนี้ ไรต์มีตัวละครใหม่เข้ามาอีกแล้ว! เเต่มันไม่ใช่ตัวละครที่จีบได้นี่สิ!? แล้วเธอคนนี้เป็นใครกันล่ะ ติดตามต่อใน Chapter 17!!! 


โอ๊ยยยย ตัวฉัน ทำยังกะโปรโมทหนัง ถ้าใครชอบหรือติดขัดยังไงก็คอมเม้นกันเยอะๆน้า ดาเบ๊ะ!!!


คือตอนนี้ไรต์คิดมาตั้งนานแล้วว่าทำไมไรต์ไม่ลองเปลี่ยนอะไรนิดหน่อยเพื่อให้สะดวกต่อไรต์ที่กำลังยุ่งๆกับงานโรงเรียน ส่วนตัวคิดว่าถ้าไรต์ลงแต่ละตอน ภาพวาดบางตอนอาจจะมี หรือ ไม่มี ก็ได้ เพราะบางตอนเหตุการณ์มันไม่ได้สำคัญหรือเซอร์วิสอะไรด้วยสิ 


เพราะฉะนั้นไรต์เลยคิดว่าไม่จำเป็นต้องวาดภาพแต่ละตอนก็ได้ (หรือจำเป็นนะ??) ถ้าว่ายังไงก็คอมเม้นกันด้วยนะ ถ้าอยากให้มีภาพไรต์ก็จะกลับมาวาดลงให้นะ (ถ้าผู้อ่านกลับมานั่งไล่ดูน่ะนะ)

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 209 ครั้ง

331 ความคิดเห็น

  1. #93 tanosukumarry10 (@tanosukumarry10) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 20 กันยายน 2561 / 16:44
    วาดก็ดีนะคะแล้วแต่ไรท์สะดวก#รีบมาต่อไวๆน้าา
    #93
    0
  2. #90 carapanda (@carapanda) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 17 กันยายน 2561 / 08:12

    รอตอนต่อไปจ้าาา
    #90
    0
  3. #88 Dar699699 (@Dar699699) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 16 กันยายน 2561 / 21:47
    ศึกสิ่งนาง
    #88
    0
  4. #87 pumakbawkaew326 (@pumakbawkaew326) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 16 กันยายน 2561 / 21:38

    มีความชอบคำว่าคิระคิระ555+
    #87
    0