Prince's Heart เกิดใหม่ทั้งทีขอชีวิตดีๆ ที่ไม่ใช่นางร้าย!

ตอนที่ 25 : Chapter : 18

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,293
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 179 ครั้ง
    9 ต.ค. 61

บทที่ 18 

- Filena –

 

หลังจากเหตุการณ์ในตอนที่แล้วนะ...นี่ก็ผ่านมาเกือบ 2เดือนแล้ว เอาจริงๆคือเวลานั้นผ่านไปไวมากเร็วยิ่งกว่านั่งเด็ดถั่วงอกหรือเร็วยิ่งกว่าปิดไฟวิ่งขึ้นบันไดอีกค่ะ

 

เรื่องของเชอร์เบในตอนนั้นฉันเก็บเป็นความลับโดยไม่บอกใคร เพราะลางสังหรณ์ของฉันมันเตือนอยู่ในตัวว่าถ้าเกิดฉันพลั้งบอกเรื่องนี้ให้คนอื่นๆล่ะก็ ฉันเดาว่าชีวิตของฉันต้องไม่ยืนแน่ๆ..

 

ส่วนการพัฒนาของคุณนางเอกที่เฝ้ามองอยู่ตลอดเวลานั้น สรุปได้สั้นๆว่าเธอใช้ชีวิตอยู่ในรั่วโรงเรียนมีความสุขดีค่ะ ดีซะจนไม่มีอะไรติดขัด แต่ว่าที่มันแปลกสุดๆก็คือ...ทำไมเธอถึงไม่เริ่มพิชิตใจหนุ่มคนไหนเลยล่ะ!!!? ก็รู้ตัวแหละว่าตัวเองเป็นคนที่ชอบยุ่งไม่เข้าเรื่อง แต่ว่าไอ่เหตุการณ์หลังจากที่ย้ายเข้ามาในโรงเรียนมันต้องเลือกหนุ่มที่จะต้องจีบตั้งแต่วันแรกเลยไม่ใช่หรือไง????

 

หรือว่าฉันจะตัดสินใจด่วนสรุปไป? นี่คือโลกที่ทุกคนต้องการปรับตัวและมีความรู้สึกกันทั้งนั้น มันเลยถือว่าเป็นสิทธิพิเศษอะไรจำเทือกนี้หรือเปล่า (มันก็จริงนะ คงไม่มีใครหลงรักใครคนหนึ่งปุปปับฉับไวขนาดนั้นนี่เนอะ)

 

เอาล่ะ แค่นี้พอก่อนแล้วกันนะเสียงของอาจารย์ที่ปรึกษาดังขึ้นหลังจากที่สอนคาบเรียนเสร็จ เป็นมารยาทอยู่แล้วที่นักเรียนทุกคนต้องลุกขึ้นมาเพื่อแสดงความขอบคุณที่อุตสาห์เหน็ดเหนื่อยมาสอน

 

พออาจารย์รับคำขอบคุณเสร็จ อาจารย์ก็เดินออไปจากห้องรอให้เปลี่ยนเวรกับอาจารย์ที่จะสอนในคาบต่อไป โรงเรียนนี้มันกว้าง แต่ว่าบุคลากรครูนั้นน้อยกว่านักเรียน 60 เปอร์เซ็น มันอาจจะใช้เวลาในการเดินมาสอนที่อาคารของพวกเรา ดังนั้นการเรียนของวิชาถัดไปจะมีเวลาว่างอยู่ประมาณ 15 นาที

 

อ่า...น่าเบื่อ...นอกจากการออกห่างอีเวนท์ที่จะเกิดขึ้นและจับตามองคุณนางเอกแล้วก็ไม่มีอะไรทำเลยอ่ะ ถึงข่าวเรื่องที่ฉันได้ชื่อว่าเป็นแม่หมอแพร่สะพัดไปทั่วโรงเรียนแล้วก็ตาม แต่มันก็ไม่มีใครลงทุนเดินอ้อมอาคารมาที่อาคารของชั้นเฟิร์ส เพลเยอร์ คลาสหรอกนะ...(ที่เห็นก็จะมีแต่หน้าเดิมๆ)

 

พี่สาวครับ พี่สาว?” ไคลด์ที่เห็นฉันนอนเอาหน้าคว่ำกับโต๊ะ เจ้าตัวเลยปลุกฉันเพราะคิดว่าฉันหลับไปแล้ว

 

จ้าๆ สติพี่ยังอยู่จะฉันหันหน้าไปทางไคลด์ในขณะที่กำลังอยู่ในท่านอนติดกับโต๊ะอยู่

 

โธ่...อย่าทำแบบนี้ตอนเรียนจบแต่ละคาบสิครับไคลด์บ่นฉันเล็กน้อยก่อนที่มือของเขาจะยื่นเข้ามาเขี่ยผมที่ย้อยลงมาบังตาฉัน

 

พักนี้ไคลด์ดูใจกล้าขึ้นเยอะมากกว่าแต่ก่อน...ถ้าเป็นเมื่อก่อนนะแค่สางผมหรือเดินจับมือนี่แทบจะไม่ยอมให้ทำที่โรงเรียนเลย แต่พักนี้เขาคงจะชินกับท่าทางที่ฉันปฏิบัติกับเขาแต่ละครั้งล่ะนะ

 

เจ้านาย...โบว์มิซาเอลพูดออกมาด้วยเสียงที่เบามาก แต่ว่าฉันที่นั่งข้างเขาและเป็นบัดดี้เขาก็เริ่มที่จะชินกับท่าทีการพูดของเขาแล้วล่ะนะ

 

เขาใช้มือทั้งสองข้างมาผูกโบว์ที่กำลังจะหลุดของฉันใหม่ ถึงจะดูเป็นคนที่อยู่ๆก็ทำอะไรตามอำเภอใจในขณะที่ฉันยังไม่ได้ขอก็เถอะ แต่ว่าเรื่องพวกนี้ฉันก็ไม่ค่อยถือเขาหรอก

 

แต่ว่าพักนี้พวกเขาเริ่มจะเอาใจฉันเกินไปหน่อยแล้วนะ...ไม่ใช่มีเพียงแค่ไคลด์กับมิซาเอลเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นเรย์หรือแม้กระทั่งลิออนเองพักนี้ก็เอาขนมมาให้ถึงที่ห้องเลยด้วยซ้ำ...อ่ะ แล้วก็มีท่านพี่ที่จะชอบมานั่งคุยที่ห้องตอนกลางคืนบ่อยๆด้วย เพราะตอนเช้าๆเขาจะไม่ค่อยว่างเท่าไหร่ ถ้ามีเวลาเสรีจริงๆก็แค่ตอนค่ำๆที่คนอื่นจะเริ่มเข้านอนกันแล้วซะมากกว่า

 

รู้สึกแปลกๆ แต่ก็ชั่งมันแล้วกัน เพียงแค่อย่ายุ่งกับพวกเขาตอนเวลาที่อยู่กับคุณนางเอกก็พอ

 

อะแฮ่มๆ ท่านแม่หมอคะ~ ได้โปรดรับฟังคำสารภาพบาปของลูกแกะด้วยเถอะนะคะ~ อยู่ๆเสียงของใครคนหนึ่งก็ดังขึ้น พอฉันเงยหน้าขึ้นมาจากโต๊ะ ก็พบกับเชอร์เบที่กำลังแบกกองเอกสารของห้องอยู่

 

ฉันใช้ฝ่ามือเขกลงไปที่หน้าผากของเธอเบาๆเพราะความหงุดหงิด อยู่ๆก็เรียกฉันว่าแม่หมอให้ตกใจซะได้ อีกทั้งเรื่องนี้มันเกี่ยวอะไรกับสารภาพบาปกันยะ ฉันไม่ใช้ซิสเตอร์หรือผีแม่ชีในthe conjuring 2ซักหน่อย ไม่-ตลก

 

คุณเชอร์เบกำลังทำอะไรอยู่หรือครับ ถ้าไม่ไปรีบนั่งเดี๋ยวอาจารย์มาก็เห็นเข้าพอดีไคลด์มองหน้าเชอร์เบที่เป็นบัดดี้ของตนด้วยความสงสัย เชอร์เบเองก็ทำได้แค่ยิ้มแบบปกติให้เพียงเท่านั้น

 

อ่า นี่ก็ของอาจารย์นั่นแหละ คาบต่อไปอาจารย์วานให้ฉันแจกเอกสารนี่ให้ทีละคนน่ะเชอร์เบพูดแบบนั้นพร้อมกับใช้มือข้างหนึ่งหยิบเอกสารชุดหนึ่งให้ฉันดู

 

อ่า ขอบใจมากนะฉันยื่นมือไปรับเอกสารที่เชอร์เบยื่นมาให้ เอาจริงๆแล้วเวลามีเอกสารอะไรจำเทือกนี้มาส่วนใหญ่จะสื่อให้พวกนักเรียนว่า ควรศึกษาด้วยตนเองได้แล้วนะอยากจะให้พวกเราศึกษาต่อจากนี้กันเองว่างั้นเถอะ

 

เนื้อหาใหม่งั้นเหรอครับ?” ไคลด์ที่รับเอกสารจากเชอร์เบมาก็ต้องถามเจ้าตัวออกไปด้วยความอยากรู้

 

ไม่รู้สิน้า~เชอร์เบพูดออกมาราวกับจะหยอกเล่น ไคลด์ที่เห็นแบบนั้นก็ทำท่าหงุดหงิดขึ้นมานิดๆและถอนหายใจออกมาเพราะละอายกับบัดดี้ของตน

 

เห...เพิ่งเคยเห็นไคลด์ปฏิบัติท่าทางแบบนั้นกับหญิงอื่นเลยแฮะ หรือว่าเชอร์เบที่มีภูมิต้านทานความคิระคิระของหนุ่มๆเลยคิดว่าไม่จำเป็นต้องแสร้งทำเป็นมารยาทงั้นเหรอ? แต่ถึงเชอร์เบจะเป็นเด็กยังไงก็ไม่ควรทำแบบนั้นน้า กลับกันฉันคิดว่าคนแบบเชอร์เบจะดูสนุกสนานเวลาอยู่ด้วยแน่ๆ...

 

Stop stop!  ตัวฉันหยุดความคิดนั้นบัดเดี๋ยวนี้! จำไม่ได้รึไงว่าเชอร์เบเมื่อตอนนั้นเป็นคนยังไง ฉันขอถอนคำพูดเมื่อ 2 วิก่อนๆค่ะ!

 

อ่ะ! อาจารย์มาแล้ว ฉันไปก่อนนะเชอร์เบที่ได้ยินเสียงนักเรียนในห้องเริ่มเงียบแล้วร่างของอาจารย์กำลังเดินผ่านประตูเข้ามา เจ้าตัวเลยรีบแบกกองเอกสารแล้ววิ่งลงไปกลับไปยังที่นั่งของตน คนที่เป็นหัวหน้าห้องก็ต้องนั่งข้างห้าเป็นธรรมดาล่ะนะ...

 

หลังจากนั้นการเรียนก็เริ่มขึ้นเวลามันก็ผ่านไปเหมือนปกติทุกที จนในที่สุดมันก็ถึงเวลาตอนเที่ยง เวลาที่จะมีอสูรกายที่กระหายหิวลงมาทานอาหารที่โรงอาหารน่ะนะ (คือก็ไม่ใช่อสูรกายหรอก มันก็แค่คนที่กำลังหิวๆอ่ะ)

 

ระหว่างที่ฉันกำลังเดินลงมาด้านล่างเพื่อทานอาหาร จังหวะดันพอดิบพอดีกับเรย์และลิออนที่เดินออกจากห้อง พวกเราจึงตัดสินใจเดินลงมาทานอาหารพร้อมกันเลย ระหว่างทางพวกเราก็เดินคุยกันไปสนุกมากๆเลยล่ะ ก็นะ จะมีโมเมนต์หนุ่มๆเจอกันแล้วคุยด้วยกันก็ไม่แปลกหรอกน้า~

 

จะว่าไป เมื่อกี้ได้คุยกับเด็กสาวที่มีพลังอารักษ์ขาแห่งแสงมาด้วยล่ะเรย์พูดออกมาในขณะที่ฉันกำลังเดินนำหน้าพวกเขา ฉันที่แทบได้ยินก็เกือบจะสำลักน้ำลายออกมา

 

โชคดีที่ฉันยังพอมีสติกับไอ่เรื่องที่ชวนน่าตกใจอยู่พอสมควร ดีนะที่ไม่เผลอร้องเสียงหลงด้วยความตกใจออกมา รอดไปๆ...ขณะที่ฉันกำลังรู้สึกโล่งใจได้ประเดี๋ยว ไคลด์ก็เริ่มหันมาสนใจกับหัวข้อสนทนาของเรย์เมื่อตะกี้

 

อา...ผู้หญิงที่เป็นที่รู้จักกันใสช่วงตอนเปิดเทอมแรกสินะครับ

 

ใช่แล้ว พอดีไปเจอตอนที่กำลังจะไปเรียนคาบปฏิบัติน่ะ

 

เจอกันตอนที่กำลังไปเรียนคาบปฏิบัติ...น่ะ นั่นมัน! เป็นสตอรี่ครั้งแรกที่พวกเราเริ่มเปิดเกมและเข้าเรียนที่โรงเรียนลอเรเนียนิ

 

นางเอกที่สุดแสนจะโมเอะของเรานั้นที่เข้ามาที่นี่เป็นวันแรก ปกติแล้วในประวัติของตัวละครเราคุณนางเอกนั้นมักจะเป็นคนที่ขี้หลงขี้ลืมทางและยังเป็นคนที่ซุ่มซ่ามสุดๆ! ตอนนั้นเป็นวิชาปฏิบัติที่คุณนางเอกต้องออกไปเรียนนอกสถานที่ แต่เพราะความขี้หลงขี้ลืมของเธอทำให้เธอต้องหลงทางในขณะที่กำลังจะเดินไปสนามประลอง

 

คุณนางเอกที่เริ่มจะรู้ตัวว่าตนเองนั้นเริ่มหลงทางแล้ว จึงตัดสินใจที่จะใช้วิถีการของพ่อที่สอนมาว่าให้อยู่ที่สูงๆเข้าไว้เวลาหลงทาง คุณเธอเลยลงทุนปีนขึ้นขอบหน้าต่างเพื่อดูว่าสนามประลองอยู่ที่ใด แต่ว่าก็ต้องติดอยู่ตรงที่กระโปรงของเธอชอบเกี่ยวใส่อิฐด้วย เธอจึงแก้ปัญหานั่นอีกด้วยการม้วนกระโปรงขึ้นให้เป็นกางเกงสั้นๆแทนจะได้สะดวก และในขณะที่กำลังก้าวขาข้างเดียวเพื่อที่จะปีน เด็กหนุ่มผมทองดวงตาสีเทาก็เดินผ่านมาเห็นพอดี ใช่ คนนั้นๆ คือ เจ้าชายอันดับ 2 เรย์ เอนริค

 

พอโดนเจ้าชายเรย์เห็น นางเอกของเราก็หน้าขึ้นสีด้วยความอาย สติของเธอเริ่มไม่คงที่จนเธอล้มลงพื้นด้วยสภาพที่ยังม้วนกระโปรงให้เป็นกางเกงขาสั้นอยู่ คุณเจ้าชายที่เห็นก็ต้องสนใจสิคะ เขาเริ่มสนใจในความป้ำๆเป๋อๆของคุณนางเอก และวิธีแก้ไขปัญหาที่ดูไม่เหมาะกับกุลสตรีด้วย

 

(แต่วิธีการนางฉันก็เคยใช้ในตอนที่บริษัทเมื่อก่อนเหมือนกัน ถือว่าได้ผลดีเลยทีเดียว)

 

ระ เริ่มหวั่น! ในขณะที่ฉันยังไม่ทันได้สังเกตคุณนางเอก เธอก็เริ่มที่จะพิชิตใจหนุ่มๆไปเสียแล้วค่ะ! ไม่น่าเชื่อว่าเส้นทางหายนะของฉันจะเริ่มคืบคลานเข้ามาใกล้เรื่อยๆ!

 

ม มีเด็กผู้หญิงคนอื่นที่ชอบปีนขึ้นที่สูงนอกจากคุณฟิเลน่าด้วยสินะ

 

นั่นสินะ เป็นครั้งแรกที่เห็นผู้หญิงคนอื่นนอกจากฟิเลน่าปีนขึ้นที่สูงเพื่อดูทางน่ะ

 

ปกติเจ้านาย...จะชอบพูดว่า...มันเป็นวิถีของผู้ที่บรรลุในการใช้ชีวิต...พร้อมกับทำท่า..ภูมิใจ

 

ก็นะ เพราะแบบนี้มั้งถึงทำให้พี่สาวเป็นคนที่พิเศษ...เอ๊ะ? พี่สาว?”

 

อ๊ากกกก อยากจะบ้าตาย ขนาดตัวฉันที่เคยเก็บรูทของตัวละครในเกมเกือบหมดทุกตัวแท้ๆ แต่ว่าไม่ได้ศึกษาวิธีการเอาตัวรอดแบบจีเนียสสุดๆของคุณนางร้ายมาด้วยนี่สิ อ่า หลังจากนี้ฉันจำเป็นต้องหันดาบใส่เด็กพวกนี้จริงๆหรอเนี่ย ไม่ไหวๆ แต่ฉันก็ไม่ได้อยากตายน้า!

 

เอ๊ะ! แต่ว่านี่มันก็ผ่านมาตั้งสองเดือนแล้วนะ ไอ่การที่ลงเรียนฝึกภาคปฏิบัตินี่มันมีอาทิตย์ละครั้งเลยนะ!? ผ่านมาตั้งสองเดือนนานขนาดนั้นทำไมคุณนาเอกเราถึงจำทางไม่ได้ล่ะ!? หรือว่าเพราะมันเป็นอีเวนท์จีบหนุ่ม กระบวนการเซตติ้งมันทำให้สมองคุณนางเอกลืมงั้นเหรอ!? อ๊ากกก นี่ไม่ใช่เกมยัยโง่!!! ฉันต้องเอาความเป็นเหตุเป็นผลมาพิรจารณางั้นเหรอ!!?

เอ่อ พี่สาวครับ? พี่สาว?...แย่ล่ะ...เดินไปคนเดียวไม่ฟังอะไรเลยครับ

 

“…ก็คงงั้นแหละ

 

★★★★★★★★★★★★★★★★★★★★★★

 

หลังจากที่ฉันมัวแต่คิดมากเรื่องของคุณนางเอก ฉันก็ได้มาพิจารณาดูแล้วว่ามันไม่ใช่เรื่องที่ฉันต้องซีเรียสในตอนนี้ เพราะฉันมีหน้าที่แค่คอยสนับสนุนพวกเขาแลหลบอีเวนท์ของหนุ่มๆพวกนี้ก็เพียงพอ ที่เหลือฉันก็สามารถที่จะใช้ชีวิตโดยปกติได้เหมือนเดิม

 

(ช่างอะเมซิ่งจริงๆ)

 

ทุกๆคาบของวันนี้จะเป็นวิชาอิสระที่ปล่อยนักเรียนได้ศึกษาที่ห้องสมุดเรื่องที่ตนอยากรู้ ซึ่งวันนี้ห้องของฉันเองก็ต้องย้ายกันไปที่ห้องสมุดกันหมด ยกเว้นแต่หัวหน้าห้องอย่างเชอร์เบที่จะต้องไปช่วยพวกสภานักเรียนแบบนี้ทุกครั้ง (น่าสงสารนางเหมือนกันนะคะ)

 

ห้องสมุดของที่นี่ทำให้นึกถึงห้องสมุดในเรื่องของแฮรี่พอตเตอร์เลยล่ะ อารมณ์เหมือนแบบนั้นเลย แต่ว่าจะไม่มีพิกซีหรืออะไรที่บินว่อนหรอกนะ แต่แบบนี้ก็เหมือนกับว่าตัวเองเป็นตัวประกอบที่อยู่ในโรงเรียนนั้นเลยสิ! แล้วอีกอย่างที่นี่เย็นสุดๆ! เหมือนติดแอร์แถวห้างเลยล่ะแต่ว่าที่นี่มันไม่มีแอร์นี่สิ! ทำไมมันถึงเย็นได้ขนาดนี้นะ! ใช้เวทมนตร์แบบไหนกัน!?

 

ฉันขอเดินไปดูตรงนู้นนะฉันหันหลังมาบอกไคลด์และมิซาเอลที่กำลังอ่านหนังสือบนโต๊ะเหมือนทุกที การเรียนของพวกเขานั้นก็ติดท็อปของระดับชั้นอยู่แล้ว นี่ก็ยังมาอ่านหนังสือเรื่องภาษาศาสตร์และเลขอีก ช่างมีสปิริตแรงกล้าอะไรขนาดนี้

 

(สำหรับฉันเรื่องนี้ไม่คิดจะอ่านน่ะนะ)

 

ฉันเดินตรงไปที่ชั้นหนังสือริมสุดเพื่อไปดูหนังสือ คู่มือทำขนม เป็นชั้นหนังสือที่ไม่ค่อยมีคนมาอ่านซักเท่าไหร่ เพราะว่าทุกคนต่างก็มีเมดหรือคนใช้คอยเอาอาหารไปให้ถึงห้องอยู่แล้ว หนังสือเกี่ยวกับการทำอาหารหรือขนมพวกนี้ก็เลยจับฝุ่นไป จนกลายเป็นที่ๆไม่ค่อยมีคนเข้าไปอ่านมัน

 

แต่ว่าสำหรับฉันแล้ว...เรื่องนี้กลับเป็นที่สนใจสำหรับฉัน ไม่ใช่เพราะฉันชอบทำอาหารแต่ว่าแค่อยากรู้ว่าบนโลกนี้มีอาหารอันไหนอีกที่ฉันยังไม่เคยเห็น การมาต่างโลกแบบนี้อาหารของที่นี่ก็ไม่เหมือนกับโลกก่อน อีกทั้งยังการปรุงแต่งและหน้าตาอาหารพวกนั้นอีก อยากรู้ชะมัดว่าที่นี่เขาทำอาหารกันยังไง!

 

(อิทธิพลพวกนี้ก็มาจากอนิเมะหลายๆเรื่องล่ะนะ ก็ฉันเป็นโอตาคุนี่นา)

 

ฉันเดินตรงไปเรื่อยๆ ระยะทางที่ฉันมุ่งหน้าไปคนที่ยืนอยู่แถวๆชั้นหนังสือก็น้อยลงเรื่อยๆตามระยะทาง จนพอใกล้จะถึงโซนชั้นหนังสือชั้นสุดท้ายก็ไม่เห็นวี่แววของคนเลย (บ บรรยากาศน่ากลัวชะมัด)

 

ฉันก็ยังคงเอามาตรฐานความต้องการของฉันเป็นที่ตั้ง ฉันเดินไปเรื่อยๆจนในที่สุดก็ถึงโซนสุดท้าย มันอยู่สุดขอบของห้องสมุดพอดี อีกทั้งแสงของโคมไฟหรือแสงของดวงอาทิตย์ที่ลอดผ่านกับกระจกแก้วก็ยังส่องมาไม่ค่อยถึงอีกเท่าไหร่  แต่ก็ยังดีที่ยังมีแสงไปสลัวๆอยู่น่ะนะ

 

พอฉันเดินเข้าซอยของชั้นหนังสือที่ตั้งฉากกัน ก็ต้องเจอกับคนๆหนึ่ง ฉันเพ่งสายตาอยู่ซักพักก่อนที่จะทักเขาด้วยน้ำเสียงเป็นมิตร

 

ลิออน

 

อ เอ๊ะ? ค คุณฟิเลน่า?” เขาส่งเสียงออกมาด้วยความตกใจ จังหวะที่เขาตกใจกับเสียงเรียกของฉันหนังสือที่เขาถืออ่านอยู่ก็เกือบจะหลุดมือ เขาตั้งสติก่อนที่จะคว้าหนังสือนั่นได้ทันแล้วกอดด้วยความโล่งอก

 

ทำไมเขาถึงมาที่โซนนี้หล่ะ? นี่มันโซนทำขนมนะ....

 

ขนม...ลิออนทำขนม...อ๊า! จริงสิ! ในเกมก็เคยเห็นเขาช่วยคุณนางเอกที่กำลังจะทำขนมไปง้อคุณเจ้าชายเรย์อยู่นี่นา! ร หรือว่านี่เขาเริ่มเปิดสกิลความเป็นแม่ศรีเรือน! อีกไม่นานฉันก็จะได้ทานขนมฝีมือของเด็กคนนี้แล้วงั้นเหรอ!? มะ มันคงจะต้องอร่อยมากแน่ๆ! ก็เขาเป็นพ่อสื่อให้คุณนางเอกเริ่มคิดที่จะทำขนมง้อเจ้าชายเรย์นี่นา! <---(มโน)

 

แบบนี้นี่เอง! อยากจะทำขนมสินะ!” ฉันที่ดีใจเกินหน้าเกินตากับความมโนขั้นสุดของฉัน ฉันตรงดิ่งเข้าไปหาลิออนที่กำลังกอดหนังสือด้วยความตกใจเมื่อกี้อยู่

 

อะ อื้อ...ผมสนใจมันนิดหน่อยน่ะเขาพูดด้วยน้ำเสียงค่อนข้างเขินอาย หนังสือที่เขากอดไว้เขาเปิดขึ้นมาอ่านต่อหน้าที่ค้างไว้เมื่อกี้ ฉันที่พอเห็นก็เริ่มรู้สึกสนอกสนใจขึ้นมา ฉันจึงเดินเข้าไปใกล้ๆเขาแล้วพยายามชะเง้อหน้าที่เขาอ่านอยู่

 

เลม่อน...พาย?

 

เห...อยากทำเลม่อนพายงั้นเหรอ?” ฉันถามเขาไป

 

ครับ...ถึงผมจะเก่งเรื่องเย็บปักถักร้อย แต่ว่าเรื่องขนมผมไม่ค่อยได้สนใจเท่าไหร่...ตะ แต่ว่าพอเห็นคุณลิเลียน่าทำมาแจกเมื่อตอนนั้น ก็เริ่มรู้สึกสนใจขึ้นมา...เขาพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่ดูเปี่ยมสุข ตอนนี้ฉันเหมือนเห็นสะเก็ดคิระคิระเวอร์ชั่นแม่ศรีเรือนของเขาพูดออกมาจนรอบๆข้างสว่างไปหมด

 

งั้นเหรอ ดีแล้วล่ะ ว่าแต่จะทำไปให้เด็กคนนั้นงั้นเหรอ?” ฉันถามเขาไปอีกครั้งด้วยความแน่ใจ เพราะถ้าเป็นไปตามเซตติ้งในเกมคุณนางเอกจะเอาขนมมาแจกให้ทุกคนในห้อง แล้วหลังจากนั้นลิออนเองก็จะทำขนมมาตอบแทนคุณนางเอกด้วยเหมือนกัน

 

(นี่อาจจะเป็นการตอบแทนของลิออนล่ะมั้ง)

 

เอ๊ะ!? มะไม่ใช่ครับ ค คือว่านี่...พอฉันถามเขาออกไปเขาก็ตอบปฏิเสธมาด้วยท่าทางเก้ๆกังๆ ก่อนที่ใบหูของเขาจะเริ่มแดงแล้วบอกกับฉันโดยไม่มองหน้า

 

คือว่า...ผมจะทำให้คุณ..ฟิเลน่านะครับเขาพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่ดูเขินอายเวลาต้องพูดอะไรแบบนี้ ฉันยืนเงิบไปชั่วขณะเมื่อได้ยินที่เขาพูด

 

(...? เหะ...ฉันเหรอ?)

 

เหะ? ฉันเหรอ?” ฉันที่หลุดจากอาการเงิบมาได้ขณะหนึ่ง ก็ต้องถามสวนกลับไปทันทีพร้อมกับชี้นิ้วเข้าหาตัวเองเพื่อแน่ใจว่าสิ่งที่ฉันฟังไปเมื่อกี้มันไม่ได้ฟังผิดไปเอง

 

คะ ครับเขาตอบมาด้วยท่าที่เขินๆ พร้อมกับเอาใบหน้าของตัวเองมุดไปกับหนังสือคู่มือทำขนมที่ถือเมื่อกี้ตอนตอบคำถาม

 

ตะ แต่ว่าทำไมทำให้ล่ะ?” ฉันถามคำถามเขาไปอีกที

 

ใช่...เขาจะทำให้ฉันทำไมในเมื่อฉันไม่ได้ทำอะไรให้เขาถึงขั้นให้เขาทำขนมมาถวายชั้นหรอกนะ มันควรจะเป็นคุณนางเอกมิใช่หรือที่เขาควรสนิทด้วยเวลาอยู่ที่ห้องเดียวกันน่ะ

 

...พอดีผมเห็นคุณฟิเลน่าเมื่อตอนเที่ยงดูเครียดๆ ก็เลยคิดว่าจะทำขนมมาให้...จะได้สบายใจขึ้น..เขาพูดออกมาพร้อมกับมองหน้าฉันเป็นจังหวะๆ

 

อ่อ...งี้นี่เอง...เพราะเมื่อเช้าเรามัวแต่เหม่อเรื่องหนทางหายนะของฉันจึงไม่ค่อยสังเกตคนรอบข้างเท่าไหร่...ที่แท้เด็กคนนี้ก็เป็นห่วงเรานี่เอง! ช่างเป็นเด็กดีอะไรแบบนี้! รังสีของความเป็นแม่ศรีเรือนและคุณแม่มันพรั่งพรูออกมาเรื่อยๆเลยค่ะ!

 

แบบนี้มันเหมือนกับไทป์หนุ่มขี้อายเลยนี่นา มีน้องชายฝาแฝดอย่างลิออนนี่เรย์โชคดีสุดๆไปเลยน้า~ จะต้องใช้ปากกาหมึกซึมหัวใหญ่เขียนไว้ตรงที่รายละเอียดของตัวละครคร่าวๆแล้ว ว่า ลิออนเป็นคนที่คอยห่วงใยคนรอบข้างแบบนี้! อา...ฉันก็อยากได้เด็กที่ดูพึ่งพาเหมือนเขาได้จัง (อ่ะ ตอนนี้ก็มีนี่นา...)

 

ฉันเอามือป้องปากของตัวเองพร้อมกับคิดอะไรเรื่อยเปื่อยจนเจ้าตัวเริ่มสงสัย พอฉันรู้สึกถึงท่าทีอันไม่สมควรของตัวเองจึงรีบทำตัวเรียบร้อยแล้วกระแอมนิดหน่อยเพื่อข่มความเป็นโอตาคุลึกๆของฉันลงไป

 

ฮะๆ ขอบคุณมากนะ ลิออนนี่เป็นเด็กดีมากเลยล่ะฉันมอบรอยยิ้มที่ดูอ่อนโยนให้กับเขาพร้อมลูบหัวเขาไปมาเหมือนๆกับที่ทำให้คนอื่นเวลาทำตัวดีๆ เจ้าตัวที่เห็นใบหน้าของฉันเขาก็หลบหน้าทันที

 

(อ่ะ...มันดูน่ากลัวงั้นเหรอ...)

 

ต...ตอนแรกผมคิดจะเอาเป็นเซอร์ไพรส์ไม่ให้คุณฟิเลน่ารู้...แต่ว่าไหนๆก็ไหนๆแล้ว…” ลิออนเหมือนกับพึมพัมกับตัวเองเรื่องๆหนึ่ง จากนั้นจู่ๆเขาก็หันมามองหน้าฉันในระยะประชิดด้วยสายตามุ่งมั่น

 

มะ มาทำขนมด้วยกันมั้ยครับ!” เขาพูดออกมาสุดเสียง แต่ว่าถึงมันจะดูเสียงดังสำหรับเขาแต่สำหรับฉันหรือคนอื่นๆคงจะเหมือนกับเสียงพูดตามปกติ เขาก้มหน้าลงในขณะที่พูดออกมา ทั้งๆที่เมื่อกี้เขาก็ยังมองหน้าฉันด้วยสายตามุ่งมั่นนั่นอยู่แท้ๆ

 

...เอ๊ะ?” ฉันที่ตกตะลึงกับข้อเสนอของเขาที่คาดไม่ถึง ก็ต้องเงิบไปชั่วขณะ....


to be continued....


=================================================================================

          แฮร่!!! สวัสดีค่ะทุกคน!!!  ตอนนี้ก็เป็นตอนธรรมดาๆนั่นแหละค่ะ! คือไรต์ก็เขียนตอนอื่นๆไว้เเล้วเหลือแค่ลงกับวาดภาพ แต่ไรต์พึงมาสังเกตว่าถ้าเกิดดำเนินเรื่องเข้าสู่บทเข้ทข้นเร็วเกินไปมันก็จะหน่วงๆหน่อยๆ ไรต์ก็เลยพยายามแต่ตอนชีวิตธรรมดาๆของนางให้มีมากกว่าเดิมเพื่อขั้นเวลาค่ะ! (เดี๋ยวมันจะเริ่มเข้าสู่ตับไตแล้วไง...ก็อยากหสาอะไรฮีลใจบ้าง)


อาทิตย์นี้ลง 2 ตอนนะ! รอๆไปก่อนน้า~ ดาเบ๊ะ!


ปล. ชอบความแม่ศรีเรือนของนาง

ปล.2 ไรต์ปิดเทอมแล้วววว อ๊ากกก


this is Lemon pie 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 179 ครั้ง

334 ความคิดเห็น

  1. #201 GM2222 (@0994541466) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 18 เมษายน 2562 / 09:27
    อืม.....
    #201
    0
  2. #173 Arisse (@Arisse) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 10 มีนาคม 2562 / 23:50

    น่าอร่อยจังเลยยยยยยยยยยยย อึก----(เสียงกลืนนํ้าลาย)หิวค่ะ =^=

    ปล.เราชอบกินเลม่อนและขนมที่ทำจากแป้งมาก

    #173
    0
  3. #107 pumakbawkaew326 (@pumakbawkaew326) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2561 / 23:49
    ตกลงเลยค่ะคุณนางเอกมีเยื่อมาก็ต้องตะคลุบเข้าห้อ--------
    #107
    0
  4. #105 pednoiiiii (@pednoiiiii) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2561 / 22:10

    รอนะคะะะ ชอบบ
    #105
    0
  5. #104 carapanda (@carapanda) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2561 / 21:34
    รอตอนต่อไปจ้าาา
    #104
    0
  6. #99 tanosukumarry10 (@tanosukumarry10) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2561 / 20:03
    รีบมาต่อนะค้าาาาา
    #99
    0