Prince's Heart เกิดใหม่ทั้งทีขอชีวิตดีๆ ที่ไม่ใช่นางร้าย!

ตอนที่ 30 : Chapter : 23

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,727
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 117 ครั้ง
    26 ส.ค. 62

บทที่ 2

- Filena –

 

ตึก ตึก ตึก!

 

ฉันที่ได้ยินเรื่องที่อัลเดนพูดมาก็รีบวิ่งหน้าตั้งมาก่อนทันที ถึงฉันจะไม่ค่อยคุ้นชินกับการใส่กระโปรงนี่วิ่งเท่าไหร่ก็เถอะ แต่มันดูไม่ใช่อุปสรรคของฉันเลยที่จะใส่มันวิ่งไปหาเด็กคนนั้น

 

อัลเดน!! ไปทางไหน!?” ฉันที่ไม่สนเรื่องการเรียกชื่อหรือตัวตนจริงๆของฉันในร่างนี้ ก็รีบตะโกนถามอัลเดนที่วิ่งตามหลังมาตลอดทาง

 

ทางซ้าย! ตรงไปก็เรื่อยๆก็ถึง!”

 

พอได้ยินดังนั้นฉันก็รีบเลี้ยวซ้ายทันทีเมื่อมีทางแยก ตอนนี้ฉันคิดอะไรไม่ออกเลย! เพียงแค่ได้วิ่งไปเรื่อยๆให้เห็นกับตาของตัวเองเท่านั้น ไม่เอาน่า...ตัวฉัน...ต้องใจเย็น...

 

ยูกิโกะจัง!! ชิโอะจังน่ะ!!’  

 

ไม่ใช่สิ! ไม่ใช่! ไม่มีทางเด็ดขาด!

 

ชิโอะน่ะ..ฮึก...อึกชิโอะ..’ 

 

ไม่เอานะ! หยุดเดี๋ยวนี่! อย่าเพิ่งมาตอนนี้สิ! ไอ่ความทรงจำบัดซบนั่นน่ะ!


‘อย่าเข้าไปนะ!! ตอนนี้มันอันตรายนะคะ!!!’ 


'ปล่อยฉันนะ! ทำไมถึงห้ามล่ะ!? ชิโอะกำลังเจ็บนะ!! ปล่อยสิเว้ย!!ยัยพวกป้าพวกนี้!'


อ๊า!!!  หนวกหู หนวกหู หนวกหู หนวกหู หนวกหู หนวกหู หนวกหู หนวกหู หนวกหู หนวกหู หนวกหู หนวกหู!!!  หยุดซักทีสิยะ!!

 

เธอตายแล้วนะ

 

ปัง!!!

 

ยินดีด้วย! ถูกหลอกจ้า!!” ทันทีที่ฉันรีบเปิดประตูห้องสภานักเรียนเข้าไปจนทำให้มันเกิดเสียงที่ดังพอสมควร แต่กลับกลายเป็นว่าในขณะที่กำลังจะก้าวเข้าไปก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นพร้อมๆกับประตูที่เปิดออกกว้าง

 

เสียงเหมือนเป็นการจุดพลุเฉลิมฉลอง พร้อมกับมีกระดาษยาวๆและควันที่เกิดจากการจุด...กระดาษหลากสีร่วงลงมาจนทำให้ฉันที่วิ่งมาอย่างเหนื่อยหอบหยุดหายใจไปชั่วขณะ

 

เอ๊ะ?....ฉันที่อ้ำอึงจนพูดไม่ออก ก็ต้องส่งเสียงออกมาด้วยความงุนงงที่เกิดขึ้น สถานการณ์นี้มันอะไรกัน? ผู้คนที่มากหน้าหลายตาที่กำลังจ้องมองมาทางนี้คืออะไรกัน?

 

แหม่ๆ ไม่คิดว่านายจะเอาเด็กน่ารักๆคนนี้มาแกล้งได้นะเนี่ย

 

ฮ่าๆ เป็นไงล่ะ! ฉันเองก็มีฝีมือเหมือนกันนะ

 

โอ่ยๆ ใครแพ้พนันมาจ่ายที่ฉันด้วยล่ะ

 

ชู่~ เงียบๆกันหน่อยสิ! ถ้าประทานมาเห็นเราแกล้งคนอื่นในเวลางานล่ะก็ต้องโดนบ่นแน่!”

 

เสียงครึกครื้นของคนพวกนี้กลบทับบรรยากาศกดดันเมื่อกี้ไปจนหมด ฉันที่ยังเรียงเหตุการณ์ไม่ถูกก็ต้องมองภาพนั้นไปในขณะที่พวกเขาไม่สนใจฉันที่วิ่งมาด้วยเหตุผลบางอย่าง ฉันค่อยๆกลับมาหายใจให้เป็นจังหวะก่อนจะมองภาพนั้นซ้อนทับเรื่องราวบางอย่าง

 

อ๊า! ฟิเลน่านี่นา~ฉันที่ได้ยินเสียงที่คุ้นเคยดังมาจากกลุ่มคนเมื่อกี้ ก็ต้องมองหาเจ้าของเสียงนั้นจากคนพวกนั้น ก่อนที่เจ้าตัวจะโดนเบียดออกมาจนล้มมาเอนทางฉันที่คอยรับเธอไว้

 

...เชอร์เบ?” ทันทีที่คว้าตัวได้ ก็ต้องเรียกชื่อนั่นอีกครั้ง เจ้าตัวที่ได้ยินดังนั้นก็ยิ้มน้อยิ้มใหญ่มาให้ด้วยความสนุก จำได้ว่าเธอเป็นผู้ช่วยสภา...คงไม่แปลกที่จะเจอเธอที่นี่

 

อื้อ! ฟิเลน่าเองเหรอที่โดนหลอกมาแกล้งน่ะ?” เชอร์เบที่เห็นว่าตัวเองนั้นยังไม่แตะถึงพื้น ก็รีบดีดตัวเองออกจาฉันแล้วโค้งมองหน้าฉันด้วยความสงสัย

 

โดน...แกล้ง?” ฉันที่ได้ยินเชอร์เบพูดแบบนั้นพร้อมกับท่าทางของเธอ ก็ต้องพูดออกไปลอยๆโดยหวังว่าจะมีคนมาตอบคำถามของฉันให้กระจ่าง

 

อ๊ะ! ขอโทษนะๆ พอดีว่าพวกเราเครียดจัดน่ะ...ก็เลยหาวิธีที่จะทำให้หายเครียดกัน แล้วเธอคนนี้ก็เสนอให้ใช้แผนแกล้งให้ตกใจน่ะอัลเดนว่าแบบนั้นพร้อมกับชี้นิ้วไปทางเชอร์เบที่ยืนยิ้มอยู่อย่างไม่เกรงกลัวความผิดใดๆ

 

แหมๆ แต่มันก็ทำให้คลายเครียดใช่มั้ยล่า~ เชอร์เบว่าแบบนั้นพร้อมกับกางแขนออกทำท่าเหมือนช่วยไม่ได้ ทุกๆคนที่ล้อมรอบเชอร์เบอยู่ก็ต้องทำท่าทีราวกับว่าไม่ปฏิเสธที่จะใช้วิธีนี้คลายความเครียดถึงมันจะไม่ดีต่อคนที่โดนแกล้ง

 

งั้น...เรื่องท่านพี่..

 

อ่ะ...แฮะๆ ฉันขอโทษนะฟิเลน่า...ถึงฉันจะรู้ว่าไม่ควรทำแบบนี้กับเธอก็เถอะ...อัลเดนว่าพลางพร้อมกับพนมมือขึ้นเหนือหัวแล้วก้มตัวของตัวเองให้ต่ำแล้วหันมาทางฉันที่ยังหอบหายใจถี่อยู่

 

ทั้งหมด...เป็นเรื่องโกหกทั้งเพงั้นสินะ...แต่มัน...

 

โล่งอกชะมัด...

 

..ฮึก...ฉันเอามือทั้งสองข้างของฉันปิดใบหน้าของตัวเองไว้แล้วก้มหน้าลง ทันทีที่พวกอัลเดนสังเกตฉันทำท่าเหมือนจะร้องไห้ก็รีบเข้ามาดูอาการทันที

 

หวา!? ฟ ฟิเลน่าอัลเดนเข้ามาดูอาการของฉันใกล้มากที่สุด เขาจับไหล่ของฉันทั้งสองข้างเอาไว้แล้วรีบหาทางปลอบฉันใหญ่ คนอื่นๆเองที่เห็นก็รีบเข้ามามุงดูอาการกันหมด บรรยากาศครื้นเครงเมื่อกี้ก็เงียบลงและเสียงซุบซิบก็ดังขึ้นแทนที่

 

อัลเดน! นายทำให้เด็กผู้หญิงร้องไห้งั้นเหรอ!!?”

 

หนูจ๋า พี่สาวขอโทษน้า;; อยากกินอะไรมั้ย?เดี๋ยวพี่ใช้เจ้าหมอนั่นไปซื้อให้ หรืออยากต่อยหน้าหมอนั่นล่ะ??”

 

ขนมน่ะฉันไม่เอาหรอกนะ;;; ถามว่าอยากต่อยหน้ามั้ยนั่นอยากสิ!;;;

 

คือเรื่องนี้ไม่ต้องมาปลอบฉันก็ได้นะ...ฉันไม่ได้ร้องไห้...ฉันแค่สมเพชตัวเองที่ถูกเด็กอย่างพวกนายหลอกต่างหาก! บ้าเอ๊ย!!! น่าอายชะมัด! แล้วไอ่ที่ฉันทิ้งพวกไคลด์ไว้ที่โรงอาหารแล้วรีบวิ่งหน้าตั้งมาทางนี้นี่คือแม่งโครตน่าอาย! ถามว่าอยากร้องมั้ยก็อยาก...แต่ไม่ใช่ที่โดนแกล้งนะ ร้องให้กับความโง่เง่าเต่าตุ่นของฉันต่างหาก

 

อ๊า พอที่เถอะ!!! พวกนายเลิกมุงฉันกันได้แล้ว!! แบบนี้มันก็ยิ่งทำเหมือนกับว่าฉันกำลังร้องไห้น่ะสิ!!!

 

นี่พวกเธอ...เสียงดังอะไร?” ทันทีที่ฉันกำลังก้มหน้าพยายามซ่อนความอายของฉันไว้ จู่ๆก็มีเสียงๆหนึ่งที่คุ้นเคยแต่มันกลับรู้สึกคิดถึงเพราะไม่ได้เจอกันมานาน

 

เสียงของกาเร็ธ!!

 

อะ เอ่อ ประธาน...นี่คือหนึ่งในสมาชิกสภานักเรียน พอเห็นกาเร็ธแล้วเขาก็พยายามที่จะแก้ตัวทันที ถึงสภาพแวดล้อมดูเหมือนจะไมให้ความร่วมมือก็เถอะ

 

นี่พวกนาย...ไปรวมอะไรกันตรงนั้น?”

 

เอ่อ คือว่า...

 

“?...ทำอะไรกันไร้สาระจริงๆ คิดว่าจะสีข้างถลอกไปได้ถึงไหนกันจู่ๆน้ำเสียงของเขาก็เริ่มกดดันขึ้นเรื่อยๆ จนสมาชิกสภานักเรียนแต่ละคนเริ่มที่จะเดินหลบให้เขาเห็นต้นตอของความวุ่นวายนี่ ฉันที่รีบเงยหน้าขึ้นมาเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าที่เริ่มขยับออกมากมาย

 

สายตาของฉันไปมองใส่กาเร็ธพอดี...

 

“!!!...ฟิเลน่า!?” ทันทีที่เขาเห็นฉันที่กำลังยืนอยู่ จู่ๆก็ได้ยินเสียงฝีเท้าของเขาที่เพิ่มความเร็วขึ้นเรื่อยๆเดินเข้ามาทางนี้ มือของอัลเดนที่จับตรงไหล่ฉันก็รีบปล่อยทันทีเมื่อเขาเข้ามาใกล้

 

ฟิเลน่าเป็นอะไรไป?! เกิดอะไรขึ้นกับเธองั้นเหรอ!?” เขารีบเดินเข้ามาแล้วลงมานั่งคุกเขาต่อหน้าฉันเพื่อให้คุยกันได้ง่าย ฉันที่เห็นแบบนั้นก็ตกใจกับความร้อนรนของเขา

 

ปรกติแล้วเขาเป็นคนที่ใจเย็นและสงบเสงี่ยม ไม่รู้ทำไมครั้งนี้ฉันเห็นเขาทำสีหน้าตกใจแปลกๆกัน?

 

...ท่านพี่ท่านพี่สินะ?” ฉันเรียกเขาที่อยู่ตรงหน้า เมื่อตอนที่วิ่งมาทำเอาใจหายไปหมดเพราะเรื่องที่อัลเดนเล่ามันดูเหมือนว่าฉันจะเสียครอบครัวไปยังไงยังงั้น

 

อื้ม...พี่อยู่นี่นะ ไม่ต้องร้องนะ ทันทีที่ฉันเรียกเขาไป เขาก็ตอบกลับมาพร้อมกับรอยยิ้มแบบทุกที สัมผัสอบอุ่นจากฝ่ามือของเขาวางลงมาบนหัวของฉันแล้วลูบมันอย่างอ่อนโยน พอรู้สึกถึงชีพจรของเขาก็ทำให้ฉันใจชื้นขึ้นมาแล้วยิ้มออกมาด้วยสีหน้าโล่งอก


ฮะๆ...โมเมนต์แบบนี้ไม่ได้เจอมานานเท่าไหร่แล้วน้า~


เขาที่รู้สึกถึงท่าทีสบายใจของฉันเขาก็ยิ้มออกมาเล็กน้อย ก่อนที่จะลุกขึ้นแล้วเพ่งสายตาอำมหิตไปยังพวกสมาชิกสภานักเรียนที่มุงกันแต่ละคน พอพวกเขารับรู้ได้ถึงอันตรายจากสายตาของกาเร็ธ ก็ไม่คิดที่จะขัดขืนหรือปฏิเสธความผิดอันใดที่กระทำลงไป

 

“ใครคนไหนช่วยอธิบายเรื่องที่เกิดขึ้นหน่อยซิ...” เขาคว้าฉันเข้าไปในอ้อมกอดของเขาทันที ฉันที่ยังไม่หายจากอาการช็อกที่โดนแกล้งเมื่อกี้ก็ไม่คิดจะขัดขืนให้เสียแรงเปล่า

 

อ เอ่อ...คือว่า;;; ยัยนี่เป็นคนออกความเห็นน่ะ!” อัลเดนที่โดนสายตานั่นเพ่งจนเกือบจะทะลุ เขาก็โยนความผิดไปทางเชอร์เบที่ยืนอยู่ข้างๆแทน ทันทีที่เธอรู้ว่ากำลังถูกโยนความรับผิดชอบมาให้ก็ทำตาขวางใส่

 

หา!??! นายนั่นแหละที่ไปเอาเหยื่อมาน่ะ! ใครจะไปคิดล่ะว่าจะเอาฟิเลน่ามาน่ะ! ห๊า!!!?” เชอร์เบหันไปตวาดใส่อัลเดนทันที คำพูดของเชอร์เบคงไปกดสวิตอารมณ์ความฉุนเฉียวในตัวของเขาเข้า จนทำให้เขาเริ่มที่จะเปิดศึกกับเชอร์เบก่อน

 

อ๋อ?? งั้นเหรอ!? ถึงงั้นถ้าฉันไปเอาคนอื่นมาแทนล่ะก็เวลาซวยขึ้นมาเธอก็จะอ้างแบบนี้เหมือนกันใช่ไหมล่ะ!? ยัยสมองหัวลูกกวาด!”

 

ห๊า!!! พูดจาแบบนั้นหมายความว่าไง!!?  ไอ่เจ้าโง่!!!”

 

หลังจากนั้นทั้งสองคนก็มีปากเสียงกัน พวกเขาต่างใช้คำพูดประชดประชันอีกฝ่ายอย่างไม่ยอมแพ้...ทั้งๆมันควรที่จะห้ามปรามกันเวลาเกิดเรื่อง แต่พวกสมาชิกสภานักเรียนกลับมองพวกเขาราวกับว่ามันเป็นเรื่องปรกติงั้นแหละ...

 

(แสดงว่าพวกเขาทะเลาะกันบ่อยสินะ)

 

...ฟิเลน่า เธอไปนั่งพักที่ห้องรับแขกก่อนนะ เดี๋ยวพี่ตามไปกาเร็ธที่กอดฉันไว้เมื่อกี้ก็ตบหลังฉันเบาๆ ก่อนที่จะเรียกให้หนึ่งในสมาชิกสภานักเรียนพาไปยังห้องทำงานของที่นี่...ฉันที่เห็นใบหน้ายิ้มอ่อนของเขาที่ส่งมาให้ก็ต้องผงกหัวรับเท่านั้น

 

ฉันที่เดินมาไกลจากกลุ่มคนเมื่อกี้พอสมควร ก็ต้องหันไปมองพวกเขาว่าเป็นยังไงต่อจากนี้จะเกิดอะไรขึ้น? แต่ว่าทันทีที่ฉันหันไปก็เห็นสีหน้าเสี้ยวหนึ่งของกาเร็ธที่ดูน่ากลัวสุดๆมองไปยังทั้งสองคน จังหวะที่จะได้เห็นฉากฆาตกรรม คนที่เดินนำทางฉันมาก็จับหัวฉันหันไปข้างหน้า แล้วดันหลังฉันให้เดินไปเรื่อยๆ

 

ฮะๆ...เด็กน่ารักอย่างหนูอย่าดูดีกว่านะเธอพูดออกมาพร้อมกับเสียงแหะๆอย่างช่วยไม่ได้

 

(หลังจากนี้ฉันจะได้เจอหน้าสองคนนั่นอีกมั้ยนะ;;;)

.

.

.

.

นี่จ่ะ นั่งอยู่ตรงโซฟารอเขามาแล้วกันนะทันทีที่ประตูเปิดออกกูพบกับห้องรับแขกขนาดเล็ก มันพอที่จะเอาต้อนรับแขกประมาณ 2-3 คนได้

 

แต่ที่น่าตกใจยิ่งกว่านั้น...ทำไมห้องสภานักเรียนมันถึงกว้างขนาดนี้คะ??? มันกว้างกว่าห้องนอนที่คฤหาสน์ของฉันอีกนะ;;; อเมซิ่งจริงๆ...

 

หนูอยากได้น้ำชามั้ยจ๊ะ?” เธอถามฉันทันทีหลังจากที่ฉันค่อยๆย่อตัวลงนั่งลงบนโซฟา

 

อ๊ะ! ไม่ต้องหรอกค่ะเดี๋ยวก็กลับแล้ว ฉันปฏิเสธเธอไป หลังจากนั้นเด็กคนนั้นก็หันมาทางฉันด้วยใบหน้าโล่งใจ พร้อมกับยิ้มรอยยิ้มที่ดูมีเสน่ห์นั่นให้

 

แหม เอาเถอะน่า...นานๆทีจะเจอเจ้าหมอนั่นยิ้มซักที อยู่ที่นี่ไปนานๆก็ได้เธอพูดแบบนั้นพร้อมกับหยิบกระปุกชาเอิร์ลเกรย์มาแล้วตักมันใส่กาน้ำชา โดยไม่ฟังคำปฏิเสธของฉัน

 

เจ้าหมอนั่น?...หมายถึงท่านพี่งั้นเหรอคะ?” ฉันถามออกไปด้วยความสงสัย จากที่ดูๆแล้วเธอคนนี้ติดเข็มกลัดทริเรด คลาสไว้ตรงอก...แสดงว่าเธออายุน่าจะพอๆกับกาเร็ธหรือไม่ก็เป็นเพื่อนกับอัลเดนที่เป็นเพื่อนสนิทกาเร็ธล่ะสิ

 

อ่า...ก็ใช่ล่ะ...ตั้งแต่ฉันถูกเจ้าอัลเดนชวนมาเป็นสมาชิกสภานักเรียน...ตอนที่เจอกาเร็ธครั้งแรกน่ะกดดันสุดๆไปเลยล่ะรู้มั้ย? แต่เพราะอาจจะมีอัลเดนมาคอยป่วนเขาจนเห็นหลายๆด้านของกาเร็ธล่ะนะก็เลยเริ่มชินขึ้นมาแล้วล่ะเธอพูดพลางพร้อมกับเดินมาทางฉันและถาดน้ำชาที่มีคุกกี้หรูๆอยู่ในจาน ฉันที่เห็นก็ขอบคุณด้วยรอยยิ้มไปตามมารยาทแล้วรับชาแก้วนั่นมา

 

พอเธอเห็นฉันก็ยิ้มออกมาแล้วทิ้งตัวลงไปนั่งตรงโซฟาตรงข้ามกับฉัน พร้อมกับแก้วน้ำชาอีกแก้วหนึ่งที่เธอยกขึ้นมาดื่มเป็นคนแรก

 

แต่ว่านะ...ฉันเพิ่งเคยเห็นกาเร็ธยิ้มแบบนั้นเป็นครั้งแรกเลยนะ สงสัยคงเป็นเพราะเธอล่ะมั้งทันทีที่เธอพูดจนจบก็ยกแก้วชาขึ้นมาดื่มจนหมดแก้ว แล้ววางมันลงไปที่จานรองทันที เสียงของแก้วที่กระทบกับจานรองมันทำให้เกิดเสียงใสขึ้นมา

 

(เพราะฉัน?)

 

งั้นเหรอคะ...ได้ยินแบบนั้นก็ดีใจเหมือนกันค่ะฉันเองก็เอ็นดูเด็กคนนั้นเหมือนกัน การที่คนรอบข้างเอาใจใส่เขาขนาดนี้ต่างกับในเกมที่มีแค่อัลเดนคนเดียวที่เป็นเพื่อสนิท...ฉันคงไม่ต้องห่วงเรื่องเด็กคนนั้นแล้วล่ะมั้ง

 

 “ฮิๆ งั้นฉันไปก่อนนะ ฉันล่ะอิจฉากาเร็ธจริงๆที่มีน้องสาวแสนเพอร์เฟคคอยเป็นห่วงเป็นใยขนาดนี้จริงๆ! ว่าเสร็จเธอก็เปิดประตูแล้วก้าวออกจากห้องไป ทันทีที่ฉันเห็นไม่มีวี่แววของคนที่อยู่ใกล้ๆแล้วก็ถอนหายใจออกมาทันที

 

ฉันโค้งตัวลงเล็กน้อยก่อนที่จะล้มลงไปนอนบนโซฟาด้วยความเหนื่อยใจ ไม่เคยรู้สึกเหนื่อยขนาดนี้มาก่อนเลย อาจจะเป็นเพราะว่าเวลาเราอยู่กับเด็กพวกนี้แล้วทำให้สบายใจเหมือนกับไปเป็นเด็กมัธยมมุ้งมิ้งเหมือนเมื่อโลกก่อน...

 

หรือว่า...ฉันอาจจะคิดว่าเด็กพวกนั้นเหมือนน้องชายฉันแท้ๆเลยก็ได้ล่ะมั้ง...

 

...เด็กงั้นเหรอ

 

ขอโทษที่ให้คอยนะฟิเลน่าทันทีที่พึ่งได้ทิ้งตัวเองลงโซฟา จู่ๆเสียงของกาเร็ธก็ดังขึ้นมาจึงทำให้ฉันรีบลุกขึ้นมานั่งท่าเรียบร้อยเหมือนเดิม

 

อะ ท่านพี่กาเร็ธ...แล้วพวกเขาล่ะคะ?...ทันทีที่เห็นเขาเดินเข้ามามีถามคำถามแรกที่อยากรู้ ฉันจึงถามเจ้าตัวไป เขาที่ได้ยินก็ได้เพียงยิ้มละมุนมาให้แล้วย่อตัวมานั่งข้างๆฉัน

 

อืม พี่ก็ลงโทษตามปกตินั่นแหละ พวกนั้นรู้ดีอยู่แล้วแท้ๆว่าทำอะไรแบบนี้หาเรื่องใส่ตัวเปล่าๆเขายื่นมือเข้ามาสัมผัสผมของฉันก่อนที่จะบ่นเรื่องของพวกเขาให้ฟังด้วยสีหน้าชินชา พอเห็นท่าทีที่ไม่เคยเห็นของเขาฉันก็ยิ้มที่มุมปากขึ้นเล็กน้อย

 

(เพิ่งเคยเห็นเขาทำหน้าแบบนี้ครั้งแรกนะเนี่ย)

 

ฮะๆ พวกเขาคงแค่อยากจะหาเรื่องสนุกๆทำกันล่ะมั้งคะ” 


"ไม่ได้นะฟิเลน่า ถึงเธอจะใจดีแต่เรื่องแบบนี้มันก็หนักใช่เล่นนะ...เธอควรโกรธบ้างรู้มั้ย" กาเร็ธปล่อยมือที่สางผมของฉันเมื่อกี้แล้วมาแตะแก้มฉันเบาๆ เขาใช้ปลายนิ้วที่จับเขี่ยหางตาฉันเบาๆด้วยความอ่อนโยน


"แหะๆ ก็พวกเขาเป็นเพื่อนของท่านพี่นี่คะ พอเห็นพวกเขาคุยเรื่องของท่านพี่กันแล้วก็โกรธไม่ลงน่ะค่ะ" 

 

เมื่อก่อนตอนที่ฉันเปลี่ยนเส้นทางหายนะของเด็กคนนี้ มันอาจจะฟังดูแปลกๆว่าฉันเป็นห่วงเขาเรื่องที่ไม่ค่อยได้ยิ้มหรือสุงสิงกับใครเท่าไหร่ ก็เลยเกรงๆว่าเวลาเขาอยู่ที่โรงเรียนนี้จะไม่มีเพื่อนจนกว่าจะเจอคุณนางเอกเสียอีก...อ๊า ฉันต้องขอบคุณอัลเดนสินะ

 

(ถึงเด็กนั่นพึ่งจะแกล้งฉันไปก็เถอะ)

 

การที่อยู่แบบนี้ไปเรื่อยๆมันก็ดีเหมือนกันน้า ได้ดูการพัฒนาของเด็กพวกนี้ไปเรื่อยๆจนถึงตอนสุดท้าย ลืมไปเลยนะเนี่ยว่าฉันเข้ามาอยู่ในร่างนางร้ายน่ะ.


ฉันเหลือบมองไปทางกาเร็ธที่กำลังมองหน้าฉันด้วยสายตาประหลาดใจ พอเห็นแบบนั้นฉันก็อดที่จะพูดประโยคหนึ่งขึ้นมาไม่ได้


"เฮ้อ ท่านพี่มีเพื่อนเยอะแบบนี้หนูก็คงเหงาแย่เลยน่ะสิ " ฉันคิดแบบนั้นซะเมื่อไหร่ล่ะ.....


ก็แค่อยากแกล้งเฉยๆเท่านั้นแหละ กาเร็ธที่ขึ้นชื่อว่ามีใบหน้าเย็นชาตลอดถ้าเกิดได้ยินแบบนี้แล้วจะทำหน้ายังไงก็เท่านั้น! เอาล่ะ! แสดงมาให้ดูหน่อยซิ!


...ฟิเลน่า ขยับเข้ามาใกล้ๆหน่อยสิกาเร็ธกวักมือเรียกฉันเล็กน้อย ทั้งๆที่ไม่ได้นั่งห่างกันมากเขาก็ยังเรียกฉันให้เข้าไปนั่งใกล้อีก พอเห็นแบบนั้นฉันก็รีบเขยิบเข้าไปใกล้ๆเขาจนตัวติดกันได้


(เหะ? ไม้ไหนกัน??)

 

"มีอะไรงั้นเหรอค--" ฉันที่หยับเข้าไปใกล้ตามที่เขาบอก ทันทีที่ฉันยังไม่ทันได้เงยหน้าขึ้นก็กลับมีสัมผัสอุ่นขากฝ่ามือของเขาวางลงมาที่หัวของฉัน

 


เขาจูบลงมาที่เรือนผมของฉัน...ทันทีที่เขาประทับริมฝีปากนั่น ก็รับรู้ได้ถึงความอบอุ่นที่ส่งผ่านมา ก่อนที่เขาจะเงยหน้ามองมาทางฉันด้วยรอยยิ้มละมุนมาให้ พอเขาเคลื่อนหน้าออกจากฉันทีละเล็กทีละน้อย ฉันก็ค่อยๆเอามือของฉันทาบไปตรงบริเวณที่เขาประทับริมฝีปากลงมาอย่างมึนงง

 

(....นี่มันเขาตั้งใจที่จะจุ๊บหน้าผากเหรอ)


"พี่ไม่ทิ้งฟิเลน่าให้เหงาหรอกนะ พี่ยังให้ความสำคัญกับฟิเลน่าเหมือนเดิม...ไม่สิ มากกว่าเดิมล่ะมั้ง" เขาพูดออกมาด้ยรอยยิ้มเจ้าเสน่ห์  ฉันที่เห็นก็กระพริบตาถี่ๆเพื่อไม่เห็นสะเก็ดความคิระคิระนั้นมันเข้ามาแทงตา


ฮืมมมมมมม มันไม่ควรมีรีแอคชั่นแบบนี้สิ!!!! มันควรจะเป็นใบหน้าที่เด็กอายุ 17 ต้องลนลานกันสิ อย่าบอกนะว่าไอ่ความคิดที่สุดแสนจะเบสิคพวกนี้มันไม่ได้ผลกับโลกที่มีหนุ่มอิเคเมนพวกนี้งั้นเหรv


แบบนี้มัน....


...การแกล้ง...หรอคะ?” ฉันเอียงคอเล็กน้อยในขณะที่กำลังอ้ำอึ้งอยู่ พลางในจิตใจที่คิดเรื่องไม่เป็นเรื่อง

 

อีกฝ่ายมองหน้าฉันพร้อมกับทำตาเบิกกว้างด้วยความตกใจเล็กน้อย ก่อนที่ใบหน้าของเขาจะผ่อนคลายลงแล้วยิ้มมาทางฉันด้วยรอยยิ้มที่ดูเหนื่อยใจสุดๆ

 

...คิดว่าพี่แกล้งเหรอเปล่าล่ะ?” เขาถามฉันออกมาหลังจากใบหน้าของเขาเริ่มผ่อนคลายลง ฉันที่ยังเอามือทาบหน้าผากอยู่เมื่อกี้ก็มัวแต่เอาคำพูดพวกนั้นมาคำนวณครั้งแล้วครั้งเล่า  

 

ความรู้สึกนั่นมัน....

 

ฉันควรทำยังไงในตอน....ที่มีเด็กหนุ่มอิเคเมนมาจุ๊บหน้าผากน่ะ...???

 

ก็...ไม่รู้สิคะฉันตอบเขาไปพร้อมกับเสียงหัวเราะแห้งๆ เขาเองที่ฟังคำตอบของฉันอยู่ก็ลูบหัวไปด้วย

 

ปกติแล้วฉันมักจะไม่ค่อยให้คนอื่นลูบหัวหรอก เพราะเขาเป็นคนที่ฉันรู้จักดีที่สุดและเป็นคนในครอบครัวล่ะนะถึงยอมปล่อยให้ลูบน่ะ...แล้วอีกอย่างพักนี้เขาก็ไม่ได้มาคุยกับฉันเหมือนตอนเข้ามาใหม่ๆแล้วด้วย...ก็แค่อ้างไปนั่นแหละนะ-

 

เอาล่ะ คงได้เวลาเข้าเรียนแล้วมั้ง...อยากให้พี่ไปส่งมั้ย?” กาเร็ธที่ลูบหัวฉันไปมาก็สังเกตเห็นนาฬิกาเวทมนตร์ที่ติดอยู่ด้านบนบานประตู เขาอาสาที่จะส่งฉันเข้าเรียนหลังจากที่หมดเวลาพักเที่ยง

 

อืม...อาคารของเราสองคนมันอยู่คนละอาคารด้วยสิ...แบบนี้ไม่ดีกว่า เดี๋ยวเสียเวลาเด็กคนนี้เปล่าๆ

 

ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ท่านพี่กาเร็ธเองก็มีเรียนเหมือนกันนี่คะ!แบบนั้นมันจะเสียเวลาเรียนของท่านพี่เอานะคะฉันตอบปฏิเสธเขาไป ฉันเองก็แก่มากพอแล้ว...จะให้เด็กเดินไปส่งแบบนี้ก็รู้สึกตะหงิดๆเหมือนกันนะ

 

งั้นเหรอ...ไว้คราวหน้าพี่จะไปนั่งทานอาหารด้วยนะถ้าว่างๆ

 

จริงเหรอคะ! ถ้างั้นเดี๋ยวหนูจะรอนะคะ!” ฉันยิ้มร่าให้กับเขา ดูเหมือนเขาเองก็ดีใจเหมือนกันที่ฉันมาหาเขาบ้างในบางที

 

นานๆทีแล้วฉันก็มาเยี่ยมเขาด้วยก็น่าจะดีนะ ปล่อยให้เหงาอยู่คนเดียวมันมักจะไม่ดีต่อสภาพจิตใจของเขานัก...ครั้งหน้าเอาไคลด์มาด้วยดีกว่า ให้พวกเขามาคุยกันเหมือนพี่น้องเมื่อวันวานก็ไม่เลวนักหรอกนะ

 

หลังจากนั้นฉันก็เดินออกมาจากห้องรับแขกโดยที่มีท่านพี่เดินตามหลังฉันอยู่ พอฉันออกมาเหล่าสมาชิกสภานักเรียนที่กำลังทำงานอยู่ก็จับจ้องมาทางฉันทันทีที่เสียงประตูเปิดออก จากนั้นพวกเขาก็ต่างวิ่งกรูเข้ามาขอโทษฉันยกใหญ่

 

ไม่รู้หรอกนะว่ากาเร็ธทำยังไงให้พวกเขาเป็นแบบนี้ แต่อาจจะเพราะว่ากาเร็ธเป็นประธานนักเรียนพวกเขาจึงให้ความเคารพกันอยู่พอสมควร ฉันที่เห็นท่าทีจริงจังของพวกเขาก็ยกโทษให้เป็นธรรมดา หลังจากที่ฉันยกโทษให้พวกเขาทั้งหมด จู่ๆก็เป็นอะไรกันไปหมดไม่รู้


พวกเขาเงยหน้าขึ้นมาพร้อมกับสายตาที่จ้องมองมาทางนี้...ราวกับว่าพวกเขาได้เห็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ยังไงยังงั้น เพียงในชั่วอึดใจในมือของฉันกลับเต็มไปด้วยขนมลูกกวาดมากมายนับไม่ท้วนที่ได้จากสภานักเรียนทั้งรุ่นพี่และรุ่นเดียวกัน 

 

เหมือนกับเห็นลูกน้องทำงานผิดพลาดเลยแฮะ...ไอ่ของพวกนี้คือของขวัญแทนคำขอโทษ?

 

ฟิเลน่าจะกลับแล้วงั้นเหรอ?~ทันทีที่ฉันกำลังจะเดินออกจากประตู เพียงแค่มือของฉันได้จับลูกบิดพียงเท่านั้น เชอร์เบที่นั่งอยู่ตรงเก้าอี้ก็หันมาถามฉัน

 

อืม เชอร์เบจะกลับด้วยกันไหม?” ฉันถามเธอไปพร้อมกับปล่อยมือจากลูกบิด ไหนๆพวกเราสองคนก็อยู่ห้องเดียวกันทั้งที เดินกลับพร้อมกันมันก็อาจจะดีก็ได้

 

อื้อ~ ไม่ล่ะ. ฉันมีงานที่ยังต้องสะสางอยู่น่ะ! ฝากบอกไคลด์ด้วยนะว่าบัดดี้คนนี้ขอเข้าห้องช้าหน่อยช่วยรับหน้าที่หัวหน้าไปก่อนนะ!” เชอร์เบบอกฉันด้วยท่าทีขี้เล่น เธอเอาปากกาวางไว้บนจมูกแล้วทรงตัวเล่นไปหลังจากที่บอกฉันเสร็จ

 

จ้าๆ อย่าเข้าห้องสายนะเชอร์เบฉันเตือนเธอออกไปด้วยความหวังดี เชอร์เบที่ได้ยินดังนั้นก็ฉีกยิ้มรับความปรารถนาดีของฉันไป พอเห็นแบบนั้นฉันก็เปิดประตูแล้วออกจากห้องสภาไปทันที

 

คราวหน้าลองเอาเสบียงมาให้พวกเขาด้วยดีมั้ยนะ?...

 

ฉันเดินไปตามทางเดินยาวเพื่อกลับไปที่ห้องทันทีด้วยความรู้สึกโล่งอกที่ท้วมท้นอยู่เต็มอก พร้อมกับพยายามที่จะประคองขนมมากมายพวกนี้ไปที่ห้องเรียน

.

.

.

.

.

.

.

.

.....แหม่~ เด็กคนนั้นเนื้อหอมดีจริงๆทันทีที่หญิงสาวผมสีทองเดินออกจากห้องไป คนๆหนึ่งกลับยิ้มร่าแล้วกลับมานั่งดีๆตรงเก้าอี้พร้อมกับพูดขี้เล่นเต็มเปี่ยม เธอยกมือขึ้นเหนือหัวพร้อมกับดีดนิ้วให้เกิดเสียงดังวิหนึ่ง ก่อนที่เธอจะกลับมาใช้มือนั่นมาจับปากกาเขียนรายงานต่อ

 

...จะดีงั้นเหรอ?” หญิงสาวที่นั่งอยู่ตรงหน้าเธอเอ่ย หญิงสาวที่มีใบหน้าคล้ายคลึงกับหญิงสาวขี้เล่น แต่เพียงเธอคนนี้กลับมีสีผมสีแดงสดและยาวจนถึงข้อเท้า อีกทั้งอุปนิสัยของเธอนั้นตรงกันข้ามกับเจ้าตัวเสียหมด คงไว้เพียงแค่ใบหน้าที่เหมือนกันราวกับแกะเท่านั้น

 

อาหะ?”

 

สนิทสนมกันขนาดนี้...พอถึงเวลาที่ต้องทำภารกิจนั่นขึ้นมาจริงๆยังกล้าลงมืออยู่งั้นเหรอ เธอเอ่ยออกมาเชิงขู่  สายตาของเธอมองไปยังผู้หญิงตรงหน้าที่อยู่ในฐานะพี่สาว ออกมาราวกับว่าไม่สนสถานะหรือนับถือใดๆจากตัวเธอเลย

 

บู๊~ พูดจาโหดร้ายชะมัด พูดแบบนี้ในที่ที่มีมนุษย์อยู่มากขนาดนี้ไม่กลัวถูกจับได้หรือไงเธอทำหน้ามุ่ยออกมา ก่อนที่จะวางปากกาลงแล้วใช้มือที่เหลือเท้าคางตัวเองไว้

 

ไร้สาระ...เมื่อกี้เธอก็ใช้เวทย์นั่นไปแล้วนี่หญิงสาวเอ่ยออกมาด้วยใบหน้าไม่สนใจแล้วก้มเขียนรายงานต่อ พอได้ยิน 'น้องสาว' ของตนพูดแบบนั้นก็ยิ่งทำให้ตัวเองดูไร้ค่าขึ้นมากกว่าเก่า

 

ใช่...เมื่อกี้ที่เธอดีดนิ้วไปเพียงเสี้ยงวินั้น ก็เพื่อกางบาเรียป้องกันเสียงไม่ให้เล็ดลอดออกไป ท่าทางการกระทำของพวกเธอนั้นจะไม่มีใครรับรู้ สายตาของคนอื่นๆที่มองมาทางนี้ก็เพียงแค่ได้เห็นเวทย์ลวงตาปลอมๆที่จะเห็นพวกเธอทั้งสองกำลังมุ่งมั่นทำงานกันเพียงอย่างเดียว

 

ไม่น่ารักเลย~เธอบ่นออกมาเล็กน้อย ก่อนที่จะเหยียดร่างของตัวเองไปกับโต๊ะที่มีกองเอกสารวางอยู่ข้างๆพวกเธอ ถึงจะทำยังไงหรือบ่นอะไรน้องสาวของตนก็ไม่สนใจการกระทำใดๆทั้งนั้น เพียงแต่ใช้สายตามองคาดเค้นอีกฝ่ายเพื่อเอาคำตอบจากปากของเธอ

 

....หึ...เรื่องแบบนี้มันง่ายต่อฉันนะ...แค่รอไปเรื่อยๆเท่านั้นแหละเธอแสยะยิ้มออกมา ก่อนที่จะลุกขึ้นมาแล้วเอามือประสานกัน

 

...ไม่เปลี่ยนไปซักนิด...สงสารคนๆนั้นที่ต้องมาเจอกับเธอจริงๆ

 

เอ๋?!~  อย่าบอกนะว่าเห็นใจมนุษย์น่ะ!~ น้องสาวของฉันกลายเป็นเทนชิไปแล้วสิน้า~ แบบนี้พี่สาวก็จะได้ขึ้นสวรรค์งั้นสิ~ หญิงสาวเอ่ยพร้อมกับเอามือทั้งสองข้างของตัวเองป้องปาก พร้อมกับทำสายตาเป็นประกายแวววาวราวกับกำลังล้อกันเล่น

 

ถูกตอกกลับมาด้วยสายตาอำมหิตที่หวังจะตัดคอของผู้เป็นพี่สาวได้ทุกเมื่อ พอเจ้าตัวรับรู้ได้แบบนั้นก็รีบกลับมานั่งเก็บมือแบบสุภาพทันที

 

“เรื่องนั้นไม่มีวันหรอก...แต่ถ้าเกิดเป็นนายท่านล่ะก็...หญิงสาวที่เพ่งสายตาไปทางพี่สาวของตนเอ่ยขึ้นด้วยใบหน้าที่เศร้าซึม เธอเอ่ยเรียกผู้เป็นนายขึ้นมาจนทำให้บรรยากาศหดหู่ลง เธอที่เห็นน้องสาวของตนกำลังคิดมากเรื่องของผู้เป็นนายก็ต้องมองกลับไปอย่างช่วยไม่ได้

 

เธอไม่มีสิทธิที่จะปลอบ...เพราะเธอก็ไม่รับประกันเหมือนกันว่าคนๆนั้นจะยอมรับเรื่องพวกนี้ได้ง่ายๆ

 

...นายท่านน่ะเป็นคนใจดี...ใจดีแม้กระทั่งกับมนุษย์ เพราะแบบนั้นไงล่ะฉันจึงไม่อยากให้นายท่านมาทำอะไรแบบนี้...เธอกล่าวออกมาพร้อมกับเม้มรีมฝีปาก ก่อนที่ปากกาเงินในมือจะค่อยๆงอแล้วหักออกจากกัน น้ำหมึกที่ของมันกระจัดกระจายไปทั่วบริเวณตามแรงบีบ 

 

ใช่...นายท่านเป็นคนใจดี...

 

ใจดีทั้งเผ่าพันธุ์ของตน...และมนุษย์...


ถึงไอ่สิ่งที่เรียกว่า 'ใจดี' ของนายท่านมันจะให้ตนเองเจ็บปวดก็เถอะ...


หึ นั้นก็เป็นข้อดีของนายท่านนี่เนอะเธอกล่าว พร้อมกับยกมือขึ้นเหนือหัวเพื่อที่จะคลายบาเรียลง เสียงดีดนิ้วทำให้ทุกอย่างเริ่มเป็นเหมือนเดิม 

 

...ไม่ได้อยากให้คนอย่างเธอพูดหรอกนะผู้เป็นน้องสาวเอ่ยด้วยน้ำเสียงดูถูก แต่ใบหน้าของเธอยังพอมีรอยยิ้มบางๆบ่งบอกว่าสิ่งที่พี่ของตนกล่าวมามันไม่ได้เป็นเรื่องโกหก


ทำได้เพียงแค่นี้...จริงๆ..

 

"เอาล่ะ....หลังจากนี้ขอดูหน่อยละกัน" หญิงสาวเอ่ยพร้อมกับเหยียดตัวไปด้านหลัง เก้าอี้สองขาหลังที่คอยคงความสมดุลไม่ให้หญิงสาวนั้นล้ม


ว่าเธอจะทำยังไงต่อไป...ฟิเลน่า เอิร์ล

 

อ่าไม่ใช่สิ...

 

อะคิฮิโตะ ยูกิโกะ


============================================================================================


แฮร่ร่ร่ร่ร่ร่ร่ร่ Happy Halloween ค่ะ

เวลานี้เพื่อนๆของไรต์ก็แต่งตัวเป็นผีแล้วไปหาขนมกันแล้ว...แต่ไรต์กยังต้องมานั่งปั่นงานที่ค้างให้เสร็จค่ะ ถถถถ

ท่านพี่!!!!! ท่านพี่องไรต์เปลี่ยนทรงผมเล็กน้อยแหละค่า!!! (เพราะทรงเก่ามันวาดยากไป)


เอาจริงๆแล้วภาะแต่ละตอนที่ไรต์วาดลงส่วนใหญ่จะเอาอนาโตมี่มาจาก Yume 100 กันเกือบสิ้นนะคะ (ไม่เก่งอนาโตมี่ไง;;)

อ๊ะ! แล้วเรื่องตัวละครอย่างเชอร์เบนี่คนส่วนใหญ่จะเริ่มเดาถูกเล็กน้อยแล้ว แต่ว่าก็ไม่ใช่อย่างที่ทุกคนคิดหรอกนา ถถถถ


ตอนต่อไปเป็นยังไงติดตามกันด้วยน้าาา ดาเบ๊ะ!


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 117 ครั้ง

331 ความคิดเห็น

  1. #261 Amarry (@Amarry) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2562 / 18:07
    อัก!!! โดนดาเมจกาเร็ธทะลวงอกซ้าย!!!
    ช้านนนนนนนจะขึ้นเรือบาป ช้านพร้อมจ้วงพายอย่างหน้ามืดตามัว
    #ท่านพี่กาเร็ธบันไซซซซ
    ถึงเรือบาปของฉันจะไม่มีทั้งแผนที่และเข็มทิศให้ไปถึงจุดหมายแต่ก็จะพายสุดกำลัง!!!

    น่ายท่านที่ว่าหรือพวกนี้จะเป็นกูลอิณ อ่าาาาา นายท่านคือบอสลับรึเปล่า เนื้อคู่นางร้ายใช่มั้ยยยย ดีๆจัดมาโลดดด นางควรได้แรร์ไอเทมมาครอบครอง
    #261
    0
  2. #137 tanosukumarry10 (@tanosukumarry10) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2561 / 16:15
    รีบมาต่อนะคะไรท์~~~~
    #137
    0
  3. #135 Opalcartoonist (@Opalcartoonist) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2561 / 19:14

    ภาพ CG มีความดีต่อใจผู้อ่านยิ่งนัก

    #135
    0
  4. #134 Joom1995 (@Joom1995) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2561 / 21:59

    ท่านพี่คือดี๊มากกกกก ละมุนละไมสุดๆ ฮืออออ ตอกเรือแป๊บบบบบ //

    #134
    0