Prince's Heart เกิดใหม่ทั้งทีขอชีวิตดีๆ ที่ไม่ใช่นางร้าย!

ตอนที่ 32 : Chapter : 25

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,413
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 104 ครั้ง
    5 ธ.ค. 61

บทที่ 25 

- Filena –

 

...เด็กคนนี้...ลีน่า?” ฉันโค้งตัวลงเล็กน้อยเพื่อมองร่างของเธอที่นอนนิ่งไม่ไหวติงท่ามกลางดอกไม้พยูลทีป

 

ท่านอนของเธอนั้นสงบนิ่ง มือที่ประสานกันแล้ววางไว้ตรงบริเวณท้อง....ราวกับว่าเหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อน

 

ฉันพยายามก้มลงมองใบหน้ายามหลับของเธอด้วยท่าทีเกร็งๆ กลัวว่าถ้าเกิดทำให้เธอตื่นขึ้นมาก็คงจะเป็นเรื่องใหญ่ แต่ว่า..พอมองใบหน้าที่อยู่หลังแว่นนั่น....ราวกับว่าเธอในตอนนี้ไม่เหมือนกับที่ฉันเจอทุกที...

 

ใบหน้าของเด็กคนนี้....ดูผ่อนคลายจัง

 

ราวกับว่าไม่มีอะไรติดค้างอักแล้วยังไงยังงั้น

 

          แต่ทำไมเด็กคนนี้ถึงมาอยู่ที่นี่นะ...คาบนี้ห้อง S ว่างงั้นเหรอ? แล้วอีกอย่างหนึ่งถ้าเกิดเด็กคนนี้สามารถมาที่นี่ได้...ก็แสดงว่าเขารู้จักที่นี่มาก่อนเรางั้นสิ(อะไรกัน ฉันไม่ได้เป็นผู้ค้นพบคนแรกงั้นเหรอ;;;)...อีกอย่างหนึ่งพักนี้ฉันเริ่มที่จะเจอเด็กคนนี้บ่อยขึ้นทุกๆวันแล้วนะ ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่ชอบหรอก...แต่เจอกะทันหันแบบนี้ก็คิดเรื่องดีๆที่จะพูดไม่ออกเลย

 

บางทีสมองที่ใช้มาประมาณ 34+15 อย่างฉันมันก็เสื่อมแหมือนกันนะ

 

แต่ถึงยังไงตอนนี้มันก็อยู่ในเวลาเรียนอยู่นะ...จู่ๆก็จะมาแบบนี้จะไม่ถูกยามเขาสงสัยกันเหรอไง? หรือว่าเธอจะใช้เวทมนตร์ของตัวเองมาที่นี่...แต่จะเป็นเวทย์แบบไหนล่ะ แบบเดียวกันของเชอร์เบที่ส่งฉันมาหรือเปล่านะ?

 

(หรือว่าไอ่เวทย์จับวาร์ปไปมานี่มันสามารถใช้ได้ทุกคนเลยงั้นเหรอถ้าฝึกน่ะ)

 

อ่ะ!ไม่ได้การล่ะ! นี่ฉันต้องรีบกลับไปเรียนนี่นาฉันที่ตระหนักได้ถึงจุดประสงค์ที่ฉันมาที่นี่ได้ ฉันก็พยายามที่จะรีบกลับไปยังทางที่พามาที่นี่ด้วยเสียงที่เงียบที่สุด เพื่อไม่ให้ลีน่าตื่นขึ้นมาเจอฉัน

 

ทันทีที่ก้าวออกไปฉันก็เผลอลงน้ำหนักเท้าไปสุดแรงจนมีเสียง ตุบ! ตามจังหวะที่ฉันลง

 

ทันทีที่ฉันหันหลังให้ร่างของลีน่าที่นอนอยู่นั้น...ยังไม่ทันได้ก้าวขาข้างหนึ่งให้เสมอกัน ร่างนั้นก็ลุกพรวดขึ้นมาราวกับว่ามีบางสิ่งบางอย่างไปกวนใจเธอตอนหลับเข้า ฉันที่ได้ยินเสียงนั่นก็ค่อยๆหันไปมองด้วยความรู้สึกที่คิดว่า ชิบหายอยู่เต็มอก

 

ฉันเห็นเธอกำลังขยี้ตาด้วยอาการสะลึมสะลือ...ผมของเธอมีกลีบดอกพยูลทีปติดอยู่ ใบหน้าที่ดูผ่อนคลายเมื่อกี้ก็ถูกฉาบด้วยใบหน้าตึงเครียดจากการตื่นนอน เธอหันมาทางนี้ด้วยสายตาแข็งกร้าว

 

ฉันที่เห็นแบบนั้นก็นึกถึงใบหน้าของน้องๆที่สถานกำพร้าตอนที่งอนกันตุ๊บป่องเลย...แต่ว่านะ พวกผู้ใหญ่บางคนน่ะมักจะเข้าใจผิดกันไปหมดว่าเวลาเด็กโกรธจะดูเหมือนหมาพันธ์ปอม...แต่ที่จริงแล้วเด็กน่ะ...เวลาโกรธโครตน่ากลัวเลยค่ะ...

 

จะบอกว่าโกรธน่ากลัวก็ไม่เชิงหรอก เป็นแค่บางคนเท่านั้น...แต่ส่วนใหญ่มักจะโกรธชนิดที่แบบโครตรำคาญมากกว่า....

 

แฮะๆ อรุณสวัสดิ์ค่ะ คุณลีน่า ฉันทักทายเธอไปด้วยรอยยิ้มพร้อมกับน้ำเสียงหัวเราะแห้งๆของฉัน ไหนๆก็ไหนๆแล้วต้องเอาให้ถึงที่สุดล่ะ

 

.....เธอเพ่งสายตามาทางฉันก่อนที่จะใช้นิ้วดันแว่นของตนเอง ฉันที่เห็นเธอทำตัวตามปกติก็กลืนน้ำลายลงคอทันที เจ้าตัวเองก็ดูเหมือน่าจะทำท่าทีลุกไปอีกฝั่งที่อยู่ตรงข้ามกับกระตู พอฉันเห็นสัญชาติญาณของฉันก็ตะโกนบอกให้เด็กคนนี้หยุดทันที

 

(เดี๋ยวก่อนสิ! ถ้าไปแบบนั้นเดี๋ยวก็หลงหรอก!)

เดี๋ยวก่อน! ทางออกอยู่ตรงนี้ต่างหากฉันรีบปล่อยมือจากดอกพยูลทีปที่ถือไว้เมื่อกี้ แล้วยื่นมือไปคว้าข้อมือของเธอไว้ได้

 

เจ้าตัวเองที่รู้สึกได้ถึงมือของฉันที่จับข้อมือของตัวเองได้ชัด ก็หันมาทำสีหน้าไม่พอใจราวกับเห็นฉันเป็นศัตรู ดวงตาของเธอวาวโรจขึ้นพลันหันมามองมาทางฉันที่ต่ำกว่าเธอเล็กน้อยใบหน้าของเธอบิดเบี้ยวขึ้นด้วยท่าทีไม่พอใจ

 

ฉันมองตรงไปยังดวงตาสีแดงที่เย็นยะเยือกราวกับน้ำแข็ง...ฉันที่เห็นสายตานั่นก็ทำสะอึกไปครั้งหนึ่งจนเกือบจะปล่อยมือ

 

ท่าทีที่ดูไม่อยากสนิทและไม่เข้าใกล้คนอื่นๆ มันทำให้ภาพลักษณ์ของเธอราวกับคนหยิ่งยโสดั่งหมาป่าที่เป็นจ่าฝูงในยามค่ำคืน สิ่งที่ฉันคิดมันตรงกันราวกับว่าถูกจัดฉากไว้แล้ว

 

ทั้งอย่างนั้น...ทำไม...

 

แปะ...

 

...เป็นอะไร..หรือเปล่า?”

 

ฉันยื่นมือไปแตะใบหน้าของเธอ

 

เธอที่ปฏิบัติกับฉันด้วยกิริยาท่าทางที่ไม่อยากสนิทและไม่อยากให้ใครมายุ่ง...

 

ทั้งอย่างนั้น...เบื้องหลังของท่าทางที่เธอกระทำนั้น...ฉันกลับมองว่ามันทั้งข่มขืนและเจ็บปวด...ราวกับว่าใบหน้าของเธอจะร้องไห้ออกมาในทุกขณะ

 

ใบหน้าเองก็ดูเหนื่อยล้า ราวกับว่าใบหน้านั่นจะแตกสลายได้ทุกเมื่อ...

 

เคยเห็น...ที่ไหน?

 

“!!!” ทันทีที่ปลายนิ้วของฉันแตะไปที่ใบหน้าของเธอ ความรู้สึกที่ได้รับมาอย่างแรกคือตัวของเธอนั้นเย็บเฉียบราวกับหิมะ...เจ้าตัวก็ปัดมือของฉันออกค่อนข้างรุนแรง

 

ข ขอโทษค่ะ ดิฉันเห็นสีหน้าของคุณไม่ดี...ก็เลยฉันที่ถูกเธอปัดมือออกมาก็ประคองมือของฉันไว้ เห็นแบบนี้แล้วราวกับว่าเรื่องที่ฉันพูดมานั้นมันไม่ได้ผิดแปลกไปจากจริงเลย

 

....ลีน่าเงียบ แต่เธอกลับก้มหน้าลงอย่างเงียบงัน...

 

ฉันที่มองร่างของเธอกำลังยืนนิ่ง ฉันก็ถูกดึงดูดโดยดอกไม้พยูลทีปที่กำลังสลายไปบริเวณตรงที่ลีน่ายืนอยู่เป็นวงกว้าง...ลีน่าเองที่เห็นแบบนั้นก็สะดุ้งโหยงขึ้นมาจังหวะหนึ่งก่อนที่เธอจะก้าวไปด้านหลังเรื่อยๆเพื่อออกจากวง

 

แต่ยิ่งเธอก้าวขาไปทางใด...ดอกพยูลทีปที่โตอยู่บริเวณรอบๆก็สลายหายไปจนหมด

 

เอ๊ะ!? นี่มัน...ฉันที่สังเกตเห็นก็รีบนั่งลงมองพวกมันที่กำลังสลายไปทีละดอกสองดอกด้วยความเร็ว มันจึงทำให้ฉันละสายตาจากลีน่าไปชั่วขณะหนึ่ง

 

“!....” ลีน่าที่ได้ยินเสียงของฉันก็แสดงท่าทางออกมาด้วยความตื่นตระหนก ก็ทำให้เธอเริ่มที่จะลังเลว่าจะทำยังไงต่อไปดี จนสุดท้ายก็ลงเอยด้วยการที่จังหวะการเดินของเธอหยุดลง

 

(แบบนี้มัน...)

 

จังหวะที่ฉันกำลังเงยหน้าขึ้นมองลีน่า เวลาผ่านไปเพียงเสี้ยววิเท่านั้น...เธอที่ยืนอยู่ตรงหน้าฉันเมื่อกี้ก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย...เหลือเพียงไว้แต่วงดอกพยูลทีปที่สลายหายไปจนหมดเหลือไว้ให้เห็นเพียงเศษดินโล่ง ที่ก่อนหน้านี้เคยมีดอกพยูลทีปโตขึ้นจนบดบังพื้นดิน...

 

ทำไมกันนะ...

 

พอเห็นเด็กคนนั้นแต่ละครั้ง....ตรงอกมันเหมือนกับว่า

 

เราเคยรอคอยที่จะได้เจอเด็กคนนั้นยังไงยังงั้น...

.

.

.

.

.

ฟู่~ออกมาถึงจนได้ ฉันเดินฝ่าไม้ย้อยออกมาจากซุ้ม พร้อมกับปาดเหงื่อของตัวเองไปด้วยความเหนื่อย

 

หลังจากที่ลีน่าหายตัวไปฉันก็ตัดสินใจเดินออกมาจากทุ่งดอกพยูลทีปทันทีเพื่อไม่ให้เสียเวลา แต่ขากลับมันก็ใช้เวลานานพอสมควรกว่าจะออกมาได้ ดังนั้นตอนที่อยู่ในทางเดินมืดๆนั่นโครตจะทุลักทุเลเลยค่ะ...

 

(เอาล่ะ...ต่อไปฉันจะกลับเข้าไปในตัวโรงเรียนยังไงต่อเท่านั้น..)

 

แคว่ก!!

 

อ่ะ ซวยล่ะสิฉันที่กำลังเดินนิ่งๆออกมาจากซุ้มปรักหักพังเพื่อหาวิธีกลับ แขนของฉันก็ดันไปเกี่ยวกับหนามของต้นไม้บางอย่างเข้า รู้ตัวอีกทีฉันก็ดันออกแรงแขนจนเผลอทำให้เสื้อแขนยาวของฉันขาด

 

จู่ๆเกิดเส้นสีแดงผ่านแนวขวาง ความปวดแหลมมาเยือนเป็นสิ่งแรก หลังจากนั้นพริบตาต่อมาเลือดก็ค่อยๆไหลออกมาจากเส้นผ่านแนวขวางเล็กน้อย

 

หวาๆๆๆ แย่ละ! ดันเผลอมีแผลซะได้ฉันที่เห็นก็รีบเอามืออีกข้างของฉันปิดมันไว้เพื่อไม่ให้เลือดมันไหลเลอะขอบเสื้อที่ขาดออกจากกันเล็กน้อย

 

จะทำยังไงดีน้า ใช้ดอกพยูลทีปรักษาได้มั้ยเนี่ย;;; ฉันจะต้องกลับเข้าไปใหม่งั้นเหรอ ไม่สิ!ถึงมันจะรักษาฉันได้แต่เจ้าเสื้อนี่สิจะทำยังไง?? ไม่ได้พกกล่องเย็บผ้าแบบพกพามาด้วย;;;

 

(ขืนให้เด็กพวกนั้นรู้มีหวังพวกเขาได้เป็นกระต่ายตื่นตูมแน่ๆ)

 

กริ๊ง กริ๊ง

 

จู่ๆในบรรยากาศที่ชวนตึงเครียด เสียงกระดิ่งใสๆก็ดังขึ้นลบล้างความเครียดหายไปจนหมดเหลือแต่ความโล่งอกเท่านั้น...อ่า พวกแฟรี่งั้นสิ

 

อะฮะๆ ดันได้แผลมาซะแล้วสิ ขอบใจน้าที่บอกเรื่องดอกไม้ให้น่ะฉันที่เห็นเหล่าแฟรี่เริ่มบินกันมาทางนี้ ก็ส่งยิ้มออกไปด้วยความเป็นมิตรก่อนที่จะขยับแขนที่เป็นแผลหมุนไปมาราวกับว่าไม่เจ็บไม่คันเลยซักนิด พวกเขาที่เห็นแบบนั้นก็มองหน้ากันแล้วยิ้มร่าออกมาจนเกิดละอองสีขาว

 

          หลังจากนั้นพวกเขาก็ค่อยๆทยอยไปทำหน้าที่ของแต่ละคนที่ต้องรับผิดชอบต่อ ฉันที่เห็นแบบนั้นก็เอามือเท้าเอวของตัวเองไปด้วยความโล่งอก ก่อนที่จะกระตุกเล็กน้อยด้วยความปวดแสบ

 

(อ๊ะ แสบแฮะ)

 

...จะกลับยังไงดีล่ะเนี่ย?” ฉันที่ทำหน้าตาระรื่นเมื่อกี้ก็กลับมาทำหน้าซีเรียสอีกครั้ง...ฉันโดนเชอร์เบจับวาร์ปมาแบบไม่มีปี่ไม่มีมีขลุ่ย แล้วยังต้องมาหาทางกลับไปยังห้องน้ำที่โดนจับวาร์ปมาอีก

 

ควรจะกลับไปยังไง? ฉันควรจะเดินออกไปแล้วให้ยามที่ดูแลหอพักเห็นแล้วบอกว่า ช่วยด้วยค่ะ โดนจับวาร์ปมา เงี้ยเหรอ? ไม่ได้สิ แบบนั้นฉันก็โดนจับเข้าห้องผอ.อยู่ดีนี่หวา...ควรเอายังไงดีตัวฉัน???

 

อ่า...ไหนๆก็ไหนๆแล้วใช้เวทย์ลมลอยข้ามอาคารหอพักไปแล้วกัน ไม่มีใครจับได้ด้ว—

 

นี่ เธอน่ะจังหวะที่ฉันกำลังยกแขนขึ้นเหนือหัวเพื่อหวังที่จะร่ายเวทย์ขึ้นมา ก็มีเสียงเรียบๆดังขึ้นมาตัดเจตจำนงของฉันออกเป็นสองส่วน พอได้ยินเสียงของใครบางคนที่เรียกฉัน ก็ค่อยๆหันไปด้วยความกล้าๆกลัวๆ

 

จังหวะนั้นเอง...ฉันที่หันไปมองใครซักคนที่เรียกจากด้านหลัง พอเห็นหน้าปุ๊ปก็รู้สึกโล่งอกไปเพียงชั่วขณะก่อนที่จะมาเพ่งสายตาดูจริงๆจังๆอีกที

 

หญิงสาวผมสีแดงสดที่ยาวจนเกือบจะลากพื้น และมีสีหน้าเรียบๆราวกับว่าไม่สนใจสิ่งใดที่อยู่รอบข้าง อีกทั้งใบหน้าที่ดูคุ้นเคยนั่นแล้ว เกือบจะทำให้ฉันหลุดปากพูดชื่อออกไป

 

(ใครน่ะ??? ใบหน้าแบบนั้นมัน??)

 

เอ่อ...เชอร์...เบ?” ฉันเรียกผู้หญิงที่อยู่ตรงหน้าไปด้วยความรู้สึกเคยชิน เจ้าตัวเองที่ได้ยินแบบนั้นคิ้วก็กระตุกเล็กน้อยแล้วมองหน้าฉันกลับ

 

“..?…ไม่ใช่ ฉันคือ กลาสเป็นสมาชิกสภานักเรียนรุ่นที่ 72 ส่วนะเชอร์เบนั่นน่ะ...เธอพูดแนะนำตัวออกมาอย่างเรียบง่าย จังหวะการพูดของเธอหยุดลงเมื่อเอ่ยชื่อเชอร์เบออกมา เธอทำท่าดูคิดแล้วคิดอีก...ว่าจะพูดออกมาดีหรือไม่ พอฉันเห็นไอ่ต่อมความเป็นโอตาคุของฉันมันก็ผุดความคิดหนึ่งขึ้นมา

 

(เอ...ถ้าจำไม่ผิดโมเมนต์ตัวละครหน้าเหมือนแต่นิสัยต่างกันนี่คือ)

 

พี่น้องสินะ... ฉันพูดออกไปด้วยท่าทีธรรมดา เจ้าตัวที่ได้ยินฉันว่าแบบนั้นก็ผงกหัวให้เบาๆเป็นมารยาท

 

ส่วนใหญ่ตัวละครฝาแฝดที่เหมือนกันราวฟ้ากับเหวมันก็ไม่ใช่เรื่องที่จะน่าตกใจอะไรหรอกนะ! ยกตัวอย่างเรย์และลิออนที่เป็นฝาแฝดกันแต่ก็ไม่เหมือนกันซักนิด! แต่สิ่งที่ฉันตกใจนี่ไม่ใช่เพราะเจอตัวละครฝาแฝดหรอก...ที่ตกใจนี่ก็เพราะว่าคนอย่างเชอร์เบน่ะ มีฝาแฝดด้วยงั้นเหรอ???

 

ตกใจงั้นเหรอที่ยัยบ้านั่นมีฝาแฝดน่ะเด็กผู้หญิงที่มีขื่อว่า กลาสที่พึ่งแนะนำตัวไปเมื่อกี้ เห็นฉันกำลังยืนตัวแข็งทื่อพร้อมกับคิดเรื่องต่างๆอยู่ ก็ทักถามออกมาราวกับว่าสันนิษฐานไว้แล้ว

 

(ยัยบ้า? เชอร์เบงั้นเหรอ?)


"อา...ก็นิดหน่อยแหละนะ" ฉันยกแขนขึ้นมาเกาหัวตัวเองเพื่อกลบเกลื่อนความตกใจที่แสดงออกไป กลาสที่ได้ยินก็ถอนหายใจออกมาราวกับเป็นเรื่องที่จำเจซ้ำซาก...ก่อนที่เจ้าตัวจะเอ่ยถามฉันออกมา

 

...ยังไงก็ตามธุระส่วนตัวขอจบลงเพียงเท่านี้...เอาล่ะฟิเลน่า เอิร์ล บอกเหตุผลมาหน่อยซิว่าทำไมเธอถึงมาอยู่ที่นี่?”  กลาสหลับตาลงพร้อมกับยกกระดานที่รองกระดาษขึ้นมาเขียนอย่างชำนาญ

 

(อ่ะ ชิบล่ะ! ลืมไปเลยว่าทางโรงเรียนเขาไม่อนุญาตให้นักเรียนออกนอกเขตพื้นที่นี่นา!)

 

ฉันมาเก็บดอกพยูลทีปน่ะ...พอดีว่าเกิดอุบัติเหตุนิดหน่อยจึงจำเป็นต้องใช้มันน่ะฉันบอกรายละเอียดคร่าวๆให้เธอไป หลังจากที่เธอยืนฟังอยู่ซักครู่ก็เอาปลายปากกามาแตะที่ริมฝีปาก

 

...อุบัติเหตุนี่...เกี่ยวกับแขนของเธอหรือเปล่า?” เธอใช้ปลายปากกาเมื่อกี้ชี้มาทางต้นแขนของฉัน

 

อ๊ะ ไม่ใช่หรอก แผลนี่ฉันได้มาตอนที่มุดออกมาจากซากซุ้มปรักหักพังน่ะฉันมองไปที่แผลของตนเองที่เลือดเริ่มจะแห้งแล้วกลายเป็นเกล็ด กลาสที่ได้ยินดังนั้นก็เบิงตาโพลงแล้วถามคำถามกลับมา

 

มุดออกมา??? นี่- เธอเข้าไปทำอะไรด้านในน่ะ?” แววตาของเธอเริ่มมองฉันด้วยความสงสัย ฉันเองก็ได้แต่ยิ้มแหะๆกับตัวเองพร้อมกับเกาหัวไปด้วยเพื่อกลบเกลื่อนความผิดพลาด...

 

(ฉันควรจะบอกเรื่องสถานที่นั่นดีมั้ยนะ?? หรือว่าจะแก้ตัวไปเลยดี)

 

เรื่องนั้น จะบอกว่าไงดีล่ะ? ฉันไม่รู้หรอกนะว่าคนอื่นๆรู้หรือเปล่า...แต่ว่าข้างในซุ้มทางเดินปรักหักพังนี่มันมีทางไปที่ที่มันสุดยอดมากๆเลยล่ะ!” ฉันยิ้มอย่างเป็นมิตรให้กับเธอ พอเจ้าตัวได้ยินดังนั้นก็เอียงคอเล็กน้อย ก่อนที่จะเดินเข้ามาดูใกล้ๆซากซุ้มปรักหักพัง แล้วใช้นิ้วปาดมันครั้งหนึ่งเพื่อเช็คสภาพ

 

...นานมากแล้วสินะเธอพูดออกมาด้วยน้ำเสียงค่อย แต่มันก็ยังให้ฉันได้ยินอยู่ พอได้ยินแบบนั้นฉันก็มองสีหน้าด้านข้างของเธอด้วยใจที่เหม่อลอย

 

...ยังไงก็ตาม เธอต้องมากับฉันไม่ว่าจะเป็นเหตุผลจำเป็นใดๆก็ตาม" กลาสยืนขึ้นพร้อมกับเขียนรายงานลงในกระดานของเธออย่างรวดเร็ว ฉันที่ได้ยินดังนั้นไหล่ก็ลู่ลงล็กน้อยพร้อมกับถอนหายใจ


(ไม่รอดสินะ...วันนี้นี่ซวยชะมัดยาดเลย!)


          ขณะที่ฉันถอนหายใจออกมาด้วยความเบื่อหน่าย...กลาสที่ยืนหันหลังให้ฉันเมื่อกี้ก็เหมือนจะไปแตะตรงนู้นตรงนี้ของซากปรักหักพังพวกนั้นบางจุด โดยที่ฉันไม่เข้าใจจุดประสงค์ในการที่เธอทำเช่นนั้น ก็ได้แต่เพียงมองเธอดูอยู่ห่างๆ พอเธอรับรู้สายตาที่ดูอยากรู้อยากเห็นของฉันก็เลื่อนสายตามาทางนี้แล้วหุบตาลงอย่างช้าๆก่อนที่จะลุดพรวดขึ้นมา


".......เอานี่ไป" เธอหันมาทางฉันพร้อมกับพยายามล้วงอะไรบางอย่างออกมาจากกระเป๋าของเธอที่คาดอยู่ตรงเอว ก่อนที่เธอจะหยิบอะไรบางอย่างขึ้นมาได้แล้วโยนมาทางฉัน พอเห็นแบนั้นฉันก็รับมันด้วยมืออีกข้างอย่างสบายๆด้วยมือแค่ข้างเดียว...


(อารมณ์แบบนี้มัน...เหมือนกับการโยนกุญแจรถเลยนี่หวา)


          ฉันค่อยๆหงายฝ่ามือของฉันที่รับอะไรบางอย่างเอาไว้ ก่อนที่จะค่อยๆคลายมือออกแล้วมองมันอย่างชัดเจน...สิ่งที่ฉันเห็นอยู่ในฝ่ามือของตน นั่นก็คือขวดแก้วสีมรกตขนาดเล็ก ที่ในนั้นเหมือนกับมีอะไรที่เป็นน้ำสีม่วงๆอยู่เต็มขวด พอเห็นขวดที่ลักษณะแบบนี้แล้วมันก็ชวนให้นึกถึงโพชั่นที่มักจะดรอปอยู่ในเกมบ่อยๆ


          ฉันยังจำแม่นเลยล่ะไอ่ขวดยานี่น่ะ เพราะนางเอกนั้นเป็นคนที่ทุ่มเทกับงานหรือการเรียนต่างๆจนบางครั้งบางคราวนางก็จะมีแผลตามเข่าหรือมือของเธอบ่อยๆ คนที่ให้ขวดยาโพชั่นนี่ให้นางเอกแต่ละครั้งก็คือมิซาเอลนั่นแหละน้า ฉันชอบรูทความขี้เป็นห่วงแบบน้องหมาอย่างมิซาเอลจริงๆ!


"เหหหห เป็นขวดยาที่สวยจังเลยนะ" ฉันยกมันขึ้นมาพร้อมกับดูรายละเอียดของขวดยา สีมันสวยมากเหมือนกับเอามรกตมาหล่อเป็นขวดเลยนะเนี่ย


"...เธอรู้งั้นเหรอว่าเป็นยา? ฉันยังไม่ทันบอกเธอด้วยซ้ำ"  กลาสส่งสายตาเชิงสงสัยมาทางฉัน พอรับรู้ถึงสิ่งที่ได้พูดออกไปฉันก็นิ่งซักประเดี๋ยว ก่อนที่จะมาคิดกับตัวเองอีกที


(....อ๊ากกก ฉันลืมไปเลยว่าขวดยาแบบนี้น่ะมันมักจะมีเยอะซะจนถมเถไป! ปรกติแล้วขวดยาที่ไม่มีป้ายติดไว้แบบนี้คนอื่นๆก็คงไม่ร้กันหรอกว่ามันเป็นยาหรือเป็นน้ำอะไร! สะเพร่าชิบหายเลยตัวฉัน!)


"ม ก็แหม่ พอดีคิดว่าคุณคงจะเป็นห่วงเรื่องแผลของฉันล่ะมั้งคะ ก็เลยคิดว่าโพชั่นที่คุณให้มาคงจะเป็นยาที่เอาไว้รักษาน่ะค่ะ" ฉันไถลคำพูดของฉันให้เนียนกว่าเดิม พอเจ้าตัวได้ยินฉันพูดแบบนั้นเธอก็ยิ่งสงสัยฉันใหญ่


"....งั้นเหรอ?"


"อ อื้ม" 


ขอร้องล่ะ!! ช่วยเชื่อเรื่องที่ป้าอย่างฉันพูดงูๆปลาๆไปได้มั้ย!! จะสงสัยอะไรกันนักหนานะ;;; 


"เฮ้อ...เอาเจ้านั่นชุบสำลีแล้วไปเช็ดรอบๆแผลซะ มันจะช่วยให้แผลสมานได้เร็วขึ้น...ผู้หญิงที่นี่คงจะห่วงเรื่องรักสวยรักงามกันมากสินะ เพราะฉะนั้นถ้าทิ้งรอยแผลเป็นไว้มันจะให้ผู้หญิงอย่างเธอไร้ค่าไปง่ายๆเลยใช่มั้ยล่ะ" เธอมองมาทางฉันด้วยสายตาที่เหมือนดูถูกดูแคลน 


ดูเหมือนเจ้าตัวก็คงจะไม่ค่อยสนเรื่องรอยแผลหรือกุลสตรีอะไรจำเทือกนั้นเลยแฮะ...ก็ยังดีที่มีคนคิดเหมือนฉันอยู่หน่อยๆ


"งั้นเหรอ แต่ฉันไม่ค่อยสนเรื่องแผลเป็นเท่าไหร่นักหรอก" ฉันพูดพร้อมกับเปิดฝาขวดโพชั่นแล้วราดลงไปตรงแขนที่มีแผลทันที ฉันคงไม่รอที่จะเอาสำลีนุ่มๆมาค่อยๆซับแผลอย่างถะนุถนอมเท่าไหร่นักหรอก ถ้าเป็นไปได้ยิ่งป้องกันแผลจากเชื้อโรคได้เร็วแค่ไหนยิ่งดี


"เดี๋ยวสิ?! นี่เธอเอาราดแบบนั้นเลยงั้นเหรอ" กลาสที่ยืนดูอยู่ก็เบิกตากว้างกับท่าทางที่ฉันปฏิบัติ 


"อ่า. ก็ถ้าปล่อยไว้เชื้อโรคก็จะเข้ามาได้น่ะสิ ยิ่งรักษาเร็วเท่าไหร่ยิ่งดีน่ะสิ!" ฉันชูนิ้วโป้งให้กับเธอด้วยสีหน้าสบายๆ ถึงตอนแรกๆมันก็จะแสบตอนที่โดนไปก็เถอะ...อารมณ์เหมือนกับแอลกอฮอร์เลยแฮะ


"เธอเป็นผู้หญิงป่าเถื่อนเหรอไง? ฉันไม่เคยเห็นหญิงสาวที่นี่มีท่าทีแบบนี้มาก่อน..." กลาสพยายามเพ่งสายตามาทางฉันเพื่อพยายามเค้นคำตอบจากปากของฉัน 


          เอาจริงๆแล้วเมื่อโลกก่อนฉันไม่เคยได้รับความเห็นจากพวกลูกน้องที่ทำงานเลยว่าฉันเป็นกุลสตรีคนหนึ่ง....แต่ฉันก็ยอมรับแหละว่าท่าทางที่ฉันทำในแต่ละครั้งนั้นมันไม่มีในพจนานุกรมของสมองฉันเลยว่าฉันนั้นทำตัวสมเป็นกุลสตรีที่เรียบร้อย...


"เอ จะว่าแบบนั้นก็ได้มั้งนะ ตั้งแต่ไหนแต่ไรฉันก็ไม่เคยคิดว่าตัวเองเป็นกุลสตรีแบบคุณหนูทัดกุหลาบแดงหรอกนะ " 


          เมื่อก่อนฉันมักจะทำอะไรบ้าบิ่นทั้งนั้น...ทั้งตอนที่ใส่ส้นสูงแล้ววิ่งเข้างานประชุมของบริษัท และยังทั้งปีนต้นไม่ไปเก็บลูกโป่งหรือลูกแบตตอนที่ยังอยู่กับน้องๆที่สถานกำพร้าล่ะนะ อ๊ะ! แล้วก็ตอนที่ไปช่วยคุณยามาดะเก็บลูกพรับด้วย! อร่อยสุดๆเลย!


...ยังไงก็ตาม เธอต้องมากั--- ยังไม่ทันได้สิ้นประโยค จู่ๆกลาสที่หันมาทางฉันครั้งหนึ่งก็เอามือมากุมหัวของตัวเองแล้วทรุดลงไปที่พื้น พอฉันเห็นก็แทบจะกลั้นหายใจด้วยสถานการณ์ที่เกิดขึ้นเร็ว

 

นี่!? เป็นอะไรไปน่ะ?!”  ฉันรีบย่อตัวลงแล้วดูอาการของเธอทันที เจ้าตัวกุมหัวตัวเองแน่นราวกับว่าไม่ให้มันระเบิดออกมา จากนั้นเธอก็ค่อยๆเลื่อนมือไปปิดตาขวาของตนแล้วใช้มืออีกข้างยันพื้นไว้ไม่ให้ใบหน้าของตนล้มไปแนบพื้น

 

แย่ล่ะ! อาการแบบนี้ฉันไม่เคยเห็นเลย...ไม่ใช่ทั้งไม่เกรนหรือเรื้อรัง...หรือว่ามันเป็นโรคของที่นี่งั้นเหรอ???


แย่ล่ะ! กลาส!เดี๋ยวฉันจะพาไปยังห้องพยาบาลนะ!” ฉันพยายามมี่จะค่อยๆประคองตัวเธอขึ้นมาเพื่อพาไปยังห้องพยาบาล...ถ้าจำไม่ผิดที่หอพักมันมีห้องยาอยู่...ถ้าไปขอคนใช้ช่วยพาคุณหมอมาที่นี่ล่ะก็ต้องรักษาได้แน่ๆ

 

...ปล่อยซะเสียงที่ดูเรียบๆดังขึ้นมา มันทำให้ฉันที่เอาแขนประคองเธอเมื่อกี้ขึ้นมาต้องหยุดไป

 

เมื่อกี้? เด็กคนนี้บอกให้ปล่อยงั้นเหรอ?

 

เอ๊ะ? แต่ว่าเธอดูอาการไม่ดีนะฉันยื่นหน้าเขาไปใกล้ๆเธอแล้วบอกไปด้วยความหวังดี แต่สิ่งที่ได้รับกลับมากลับเป็นดวงตาสีแดงสดที่หมุนกันเป็นคลื่นราวกับจะโดนดึงดูดเข้าไปในหุบเหวที่ลึกที่สุด...


นัยน์ตานั่น...มันกำลังหมุนงั้นเหรอ?


"ก็แค่เลือดจาง" เธอลุกขึ้นมาด้วยท่าทางปรกติราวกับว่าไม่เคยเกิดอะไรขึ้น...ฉันที่ยังมองเธอด้วยสายตาไม่สบายใจก็ต้องจ้องหน้าของเธอต่อไปเรื่อยๆจนเจ้าตัวที่สังเกตเห็นจึงถอนหายใจออกมา


"ฉันมียาอยู่น่า...รีบๆหายไปได้แล้ว เรื่องวันนี้ฉันจะทำเป็นไม่เห็นแล้วกัน" ทันทีที่ฉันกระพริบตาเพียงแค่เสี้ยววิ...นิ้วเรียวยาวของเธอก็มาชี้ที่หน้าผากของฉันก่อนที่จะรับแรงดีดนั่นมาตรงหน้าผาก


"เอ๊ะ?" ฉันที่รับรู้ถึงแรงดีดก็ส่งเสียงออกมาด้วยความสงสัย ก่อนที่จะมีแสงรอบๆตัวของฉัน รู้สึกตัวอีกทีแสงมันก็ปกคลุมตัวฉันจนไม่เห็นอะไรซะแล้ว...

.

.

.

.

.

.

แอ่ก!!!” ฉันที่โดนจับวาร์ปมา (Again?) จู่ๆครั้งนี้ฉันกลับปรากฏตัวมาได้แปลกสุดๆ นั่นคือการวาร์ปครั้งนี้ฉันดันทรงตัวไม่อยู่จนก้นของฉันกระแทกใส่กล่องลังขนาดใหญ่อย่างจังจนกล่องนั้นไม่เหลือสภาพเดิม

 

อ๊ากกกก มีอีหรอบนี้อีกแล้วสินะ! มันชักจะเข้าสวมบทเป็นพระเอก(?)แฟนตาซีเข้าไปทุกวันแล้วนะ! ไอ่การจับวาร์ปๆเนี่ย!!!  อีกไม่นานฉันคงจะปราบมังกรได้แล้วล่ะ;;;

 

ฉันค่อยๆพยุงตัวของฉันขึ้น...ก่อนที่จะมองไปรอบๆว่าที่นี่มันที่ไหนกันแน่...เท่าๆที่ดูแล้วมันก็มืดเกินกว่าที่จะมองรอบๆห้องแบบไกลๆได้ เพียงเห็นแค่สิ่งของรอบๆตัวฉัน ที่เป็นกล่องเปล่าๆพับเก็บไว้อย่างเรียบร้อย พักนี้เริ่มเจออะไรที่มันออกจะแฟนตาซีไปหน่อยนะ...แต่ก็เอาเถอะ เรื่องแบบนี้มันก็สมเหตุสมผลในโลกที่มีเวทมนตร์อยู่หรอกนะ


แอ๊ด...

 

ทันทีที่ฉันกำลังนั่งกอดเข่าคิดเรื่องเมื่อกี้อยู่ จู่ๆก็ได้ยินเสียงอะไรบางอย่างพร้อมกับแสงที่สว่างขึ้นมาทันที จนฉันต้องเอาแขนของฉันพาดตาไว้เพราะทำให้ปวดตา

 

เอ๋?~ ฟิเลน่ามาอยู่ที่นี่เองงั้นเหรอ?” เสียงของเชอร์เบที่ดูสดใส เปล่งเสียงออกมาจนทำให้ฉันต้องรีบกลับไปมองหน้า เจ้าตัวเองก็มองฉันด้วยสายตางงๆราวกับว่าเกิดอะไรขึ้น

 

ช เชอร์เบ?? ทำไม???”

 

ทำไม??  ก็ที่นี่ห้องเก็บของนี่นา ฟิเลน่ามาโผล่ที่นี่ได้ไงกันเนี่ย?” เชอร์เบพูดออกมาด้วยท่าทางปรกติ ก่อนที่จะดึงข้อมือของฉันให้ฉันลุกขึ้นกลับมายืนได้ด้วยตัวเอง ฉันที่พอยืนทรงตัวได้แล้วก็รีบเดินผ่านร่างของเชอร์เบที่ยืนตรงหน้าฉันแล้วออกไปมองรอบๆห้องให้ชัดเจน

 

(นี่มัน...ห้องเก็บของที่อยู่หลังห้องน้ำนี่??)

 

ฟิเลน่าเนี่ย~ ไปนานจังน้า~ กว่าจะกลับมาเชอร์เบเกือบจะหลับคาห้องน้ำอยู่แล้วอ่ะเชอร์เบเดินเข้ามาใกล้ๆฉันพร้อมกับแก้มที่พองเหมือนกับหนูแฮมสเตอร์เคี้ยวอาหาร ฉันที่เห็นก็มองไปสบตาของเธอพร้อมกับเหงื่อที่เริ่มไหลออกมาเล็กน้อย...


"เอ่อ เชอร์เบ...เธอมีพี่น้องฝาแฝดสินะ?" ฉันที่ถามเธอออกไปด้วยความรู้สึกแปลกๆ เชอร์เบเองก็ตอบคำถามฉันพร้อมกับรอยยิ้ม 


"อื้ม! เชอร์เบน่ะ!มีน้องสาวฝาแฝดอยู่ล่ะ! เธอชื่อว่ากลาสน่ะ! เป็นน้องสาวที่น่ารักและรักที่สุดสำหรับเชอร์เบเลยล่ะ อ๊ะ! ถึงจะเป็นฟิเลน่าก็ไม่ยอมยกน้องสาวของฉันให้หรอกนะ!" เชอร์เบพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่ดูปลื้มปริ่มสุดๆ ฉันที่ได้ยินก็ถึงจับต้องกุมขมับกับสิ่งที่ได้ยินทันที ฉันก็ไม่ได้มีรสนิยมแบบนั้นซักหน่อย...


เชอร์เบมีพี่น้องฝาแฝดยังไม่พอ...อีกทั้งเจ้าตัวยังเป็นพี่สาวอีกด้วย!??;;;; ฉันเริ่มจะสงสารแล้วสิ...


"อาาาา จะยังไงก็เถอะ! แล้วดอกพยูลทีปล่ะ? ฟิเลน่าเอามันมาด้วยหรอเปล่า?" เชอร์เบขึ้นเสียงออกมากลบทับบรรยากาศที่ชวนเคร่งเครียด...ฉันที่ได้ยินแบบนั้นเหงื่อก็ตกออกมาพร้อมกับลางอย่างหนึ่งที่ไม่ดี...ฉันเอามือไปแตะบริเวณตามตัวเผื่อว่ามันจะติดมาด้วยไหม....แต่ไม่ว่ายังไงสิ่งที่ฉันสัมผัสได้ก็มีแต่อากาศกับเนื้อผ้าของฉันเท่านั้น


"แหะๆ ขอโทษนะ!ลืมเรื่องสำคัญไปเลย!" ฉันพนมมือขึ้นเหนือหัวก่อนที่จะโค้งตัวลงให้ต่ำเพื่อแสดงความรู้สึกขอโทษ เชอร์เบที่ได้ยินเรื่องแบบนั้นจากปากของฉันก็อ้าปากหวอทันที


"เอ๋!??? แล้วที่ฉันจับฟิเลน่าไปโผล่ตรงโดมข้างหอพักนี่คือ??? ฟิเลน่ามัวทำอะไรอยู่น่ะ??" เชอร์เบพูดออกมาด้วยน้ำเสียงดูตกใจและผิดหวัง...


ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนเลย! ถึงปรกติฉันมักจะเป็นพวกที่ขี้หลงขี้ลืมอยู่แล้วตามช่วงอายุขัย แต่ว่าก็ไม่เคยทำงานผิดพลาดมาก่อนเลยนะ


"ขอโทษจากก้นบึ้งของหัวใจเลยหล่ะ!! แต่ถ้าเชอร์เบไม่พอใจจะเอาชุดของฉันในตอนนี้ไปใส่ก็ได้นะ!" ฉันยืดอกขึ้นพร้อมกับทุบกำปั้นลงมาที่อกข้างซ้ายเพื่อแสดงถึงความจริงใจให้กับอีกฝ่าย เจ้าตัวที่ได้ยินแบบนั้นถึงกับผงะไปชั่วครู่กับข้อเสนอของฉัน


"ไม่เอาหรอก! จะไม่ยอมใส่เดรสยาวๆนั่นเดินไปมาหรอกนะ!" เชอร์เบงอนแก้มป่อง ก่อนที่จะเบนหน้าไปอีกทางหนึ่ง ฉันที่ไม่รู้ว่าจะเกลี้ยกล่อมเธอยังไงก็ได้เเต่เกาแก้มตัวเองไปมา 


(พระเจ้าคะ! ถ้ามีจริงได้โปรดเอาความหน้าด้านหน้าทนของหนูกลับมาเถอะค่ะ!)

 

พี่สาวฮะ!” จู่ๆเสียงที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นมาจากด้านหลังของเชอร์เบ พร้อมกับเสียงฝีเท้าที่ดังเข้ามาเรื่อยๆ พอฉันแอบชะเง้อมองดูก็เห็นไคลด์ที่วิ่งเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก ส่วนด้านหลังของไคลด์ก็ยังมีมิซาเอลที่วิ่งตามมาแบบเงียบๆ

 

ไคลด์? มิซาเอล? พวกนายไม่เรียนกันหรือไง?” ฉันที่เห็นก็ถามออกไปด้วยความสงสัย มันอาจจะเป็นคำถามที่ดูเหมือนจะดูถูก...แต่สิ่งที่ฉันถามพวกเขาไปเพราะเด็กน่ะต้องเรียนหนังสือ มันจึงจำเป็นมากๆที่ฉันจะต้องเป็นห่วงพวกเขา

 

เรื่องนั้นผมกับมิซาเอลจัดการกันเรียบร้อยแล้วล่ะครับ...พี่สาวนั่นแหละครับที่ไม่ยอมมาซักที พวกผมจึงออกมาตามไงครับไคลด์พูดแบบนั้นพร้อมกับจับไหล่ฉันไว้แน่น ฉันรู้ทันทีที่เขาเอามือมาจับฉันว่าเขากำลังเป็นห่วงอยู่

 

เห พวกนายนี่เป็นห่วงฉันเกินไปแล้วนะฉันยิ้มให้กับพวกเขา ฉันก็อายุปูนนี้แล้วจะมาให้เด็กอย่างพวกนายมาตามฉันไปเรียนนี่มันดูตลกดีนะ


"ไง~ ไม่ได้เจอกันนานนะทั้งสองคน~"  เชอร์เบที่ทำหน้ามุ่ยเมื่อกี้ พอรับรู้ถึงการมาของทั้งสองคนก็ระบายยิ้มมาให้


เปลี่ยนอารมณ์และการแสดงได้เร็วจนหน้าเหลือเชื่อ มันทำให้ฉันที่เพิ่งจะง้อเธอเมื่อกี้ก็ถอนหายใจออกมาโดยอัติโนมัติ


"คุณเชอร์เบ? คุณหายไปไหนมาตั้งนานน่ะครับ?" ไคลด์ที่สังเกตเห็นเธอก็เรียกทักเป็นคนแรก เพราะในช่วงเวลาที่เจ้าตัวหายไปเพื่อไปตามช่วยงานสภานักเรียนหรืออะไรซักอย่าง....ทำให้การดูแลหน้าที่หัวหน้าห้องของเธอนั้นตกไปยังความรับผิดชอบของไคลด์แทนทั้งหมด


(ส่วนหนึ่งก็มาจากคะแนนโหวตในห้องด้วย พวกๆสาวคงจะโหวตให้เขาได้เป็นส่วนหนึ่งน่ะนะ)


"แฮร่~ ก็ไปตามอัธยาศัยนั่นแหละ! ต่อไปนี้นายได้สืบทอดตำแหน่งหัวหน้าห้องจากฉันแล้วสินะ! ยินดีด้วยล่ะ!~" เชอร์เบยิ้มกริ่มออกมา พร้อมกับชูนิ้วโป้งไปทางไคลด์ด้วยความรู้สึกยินดี เจ้าตัวที่ได้รับรีแอคชั่นแบบที่ไม่คาดคิดมาก่อนกลับมา...เขาก็เอาฝ่ามือเอาทาบหน้าผากไว้พร้อมกับบ่นออกมา 'ไม่ได้ยินดีเลยครับ' น่ะ 


 ...! เจ้านาย...มีแผล!” มิซาเอลที่เดินดุ่มๆเข้ามาหาฉัน สิ่งที่เขาทักฉันคำแรกคือเรื่องแผลที่แขนของฉันด้วยน้ำเสียงประหลาดใจ ทันทีที่ได้ยินฉันก็กลับมองไปยังแผลของตัวเองทันที

 

(โอ้ ลืมเรื่องแผลนี่ไปซะสนิทเลยแฮะ...ไม่เจ็บแล้วแบบนี้แสดงว่าแผลนี่คงเริ่มสมานดีแล้วมั้ง...ต้องขอบคุณเรื่องโพชั่นของกลาสแล้วแฮะ)

 

อ่ะ นี่น่ะคือได้มาตอนที่โดนน้ำมันไง! พอดีว่าตอนมันลอยมาเหมือนมีเศษไม้กระเด็นมาด้วยน่ะฉันพยายามแก้ตัวเพื่อให้มันดูสมเหตุสมผล...ฉันจะบอกพวกเขาสองคนไม่ได้ว่าฉันแอบออกไปนอกอาณาเขตโรงเรียนก่อนเวลา ไม่งั้นมีหวังกลับไปโดนไคลด์ตักเตือนจนค่ำแน่ๆ

 

ร เรื่องจริงหรือครับ!? ถ้างั้นรีบไปห้องพยาบาลเลยครับ! ตอนนี้เลย!” ว่าเสร็จเขารีบจับมือฉันแล้วจูงให้เดินไปข้างหน้า พอจะพยายามที่จะหันหลังกลับไปก็โดนมิซาเอลจับไหล่ไว้แล้วดันไปข้างหน้าอีกทบหนึ่ง

 

โว้ยย;;; B1 B2 หรือไง???


"สู้ๆเข้านะฟิเลน่า!~ ส่วนฉันขอไปทำธุระต่อล่ะ~" เชอร์เบที่เห็นท่าทีของฉันกำลังขอความช่วยเหลือ...เจ้าตัวก็โบกมือให้โชคฉันใหญ่ หนำซ้ำยังสังเกตเห็นรอยยิ้มคิกคักของเด็กคนนั้นอีก น่าเจ็บใจจริงๆ!

 

จังหวะที่ฉันเดินห่างออกห่างเพื่อมุ่งหน้าไปยังห้องพยาบาล เชอร์เบเองที่เห็นฉันกำลังถูกบังคับไปทำแผลที่ห้องก็โบกมือลาฉันใหญ่  จังหวะสุดท้ายที่ฉันกำลังจะหันกลับ...ฉันเห็นเจ้าตัวหุบตาลงอย่างช้าๆแล้วยิ้มอย่างเหนื่อยหน่ายมาทางฉัน... 


============================================================================================


แฮร่!!!! สวัสดีค่ะ!!! ในที่สุดไรต์ก็ได้จับแป้นพิมพ์ตอนต่อซักที ฮรืออออออ 


          อ๊าาาา เดี๋ยวก่อนผู้อ่านทุกท่าน! ไรต์เคยสงสัยตัวละครในเรื่องนี้บ้างมั้ยคะ? อย่างเช่นเชอร์เบผู้กระดี๊กระด๊าและกลาสที่นิสัยคูลๆ แล้วก็ลีน่าหญิงสาวที่มีประวัติเป็นปริศนา? ถ้าเกิดว่าทุกๆคนอ่านแล้วไม่เข้าใจหรือสนใจในตัวละครแต่ละตัวไรต์ก็ชื่นใจค่ะ เพราะถือว่าไรต์ยังเก็บความลับเซอร์ไพรซ์ผู้อ่านได้อยู่


แล้วก็เรื่องการให้คีพลุคตัวละครของแต่ละตัวเป็นยังไงบ้าง??? คือำรต์สงสัยจริงๆว่าผู้อ่านจะคิดยังไง ถ้าเกิดมันดูไม่สมเหตุสมผลตรงไหนก็ติๆไรต์หน่อยนะคะ! 


ปล. ไรต์แต่งนิยายอีกเรื่องหนึ่งเป็นสตอรี่ของตัวละครที่ผูกมัดเรื่องราวทุกอย่างไว้นะคะ เรื่อง Death ends A life ใครสนใจก็ไปอ่านเด้ออออ เผื่อจะได้เข้าใจฟิลล์ของตัวละครแต่ละตัวบ้างว่าพวกเขารู้สึกยังไง;;;;



====จิ้มตรงภาพเบยยยย===



โปรดช่วยติดตามและเป็นกำลังใจเรื่องราวของหนูฟิเลน่าต่อไปด้วยนะคะ! ดาเบ๊ะ!

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 104 ครั้ง

331 ความคิดเห็น

  1. #140 tanosukumarry10 (@tanosukumarry10) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2561 / 19:45
    รออ่านตอนต่อไปอยู่นะคะ
    #140
    0