Prince's Heart เกิดใหม่ทั้งทีขอชีวิตดีๆ ที่ไม่ใช่นางร้าย!

ตอนที่ 33 : Chapter : 26

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,322
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 95 ครั้ง
    23 พ.ย. 61

บทที่ 26

- Filena – 

 

ตอนนี้เวลามันก็ผ่านมานานพอแล้วที่เริ่มจะเข้าสู่ฤดูใหม่..อีก 1 อาทิตย์จะเริ่มเข้าสู่ฤดูใบไม่ร่วงเต็มตัว...ใบไม้ตามต้นไม้ก็เริ่มผลัดใบลงเรื่อยๆ ฉันที่เดินผ่านลานกว้างของโรงเรียนก็ต้องหยุดมองต้นไม้ใหญ่ที่เริ่มจะเปลี่ยนสีกลายเป็นสีส้มๆเหมือนต้นเมเปิ้ล...

 

ลมหนาวเริ่มพัดเข้ามาแล้วแฮะ

 

เริ่มจะเข้าสู่ช่วงฤดูใบไม่ร่วงแล้วสินะครับไคลด์ที่เดินข้างๆฉันก็ต้องหยุดเดินเมื่อสังเกตเห็นฉันที่กำลังจดจ่อกับต้นไม้ เขายื่นมือของตนออกไปข้างหน้าเล็กน้อย ก่อนที่จะมีใบไม้ปลิวลงมาลงในฝ่ามือของเขาพอดิบพอดี

 

...ฤดู...ใบไม่ร่วง...มิซาเอลยืนมองต้นไม่ใหญ่ที่เริ่มจะมีใบไม้ลงมาเรื่อยๆอย่างไม่ละสายตาดูเหมือนเขาจะชอบนะ...

 

ฉันยืนมองพวกเขาที่ยืนประกบข้างฉันด้วยสายตาน่าเอ็นดู...แบบนี้ก็เหมือนกับว่าฉันได้กลายมาเป็นพี่สาวเลี้ยงดูพวกเขาเกือบปีแล้วสิ อีกไม่นานก็จะสอบแล้วปิดภาคเรียนแล้ว...

 

อา พูดถึงฤดูใบไม้ร่วงแล้ว...มันจะต้องมีสิ่งๆหนึ่งที่ต้องทำให้ได้สิน้า อยากกินปิ้งย่างพร้อมกับเบียร์เย็นๆจังแฮะ อ๊ะ! พูดถึงเรื่องปิ้งๆย่างๆแล้วมันจะต้องมีมันเผาด้วยสินะ! แต่ว่าเอาเห็ดมัตสึทาเกะย่างเสียบไม้แล้วกินพร้อมกับโชจูหรืออวามาริก็ไม่เลวเท่าไหร่น้า จีเอ็มของงานก็คงเป็นเกาลัดล่ะนะ!

 

ฉันจินตนาการภาพของกินที่คิดมาทั้งหมดมาอยู่รวมกัน แล้วกินพวกมันอย่างเปี่ยมสุข...พอคิดได้แบบนั้นฉันก็เงยหน้ามองขึ้นไปยังต้นไม้แล้วยิ้มกว้างออกมา

 

หืมม ฤดูใบไม้ร่วงนี่มันดีจริงๆเนอะ!” ฉันที่ยืนมองต้นไม้พร้อมกับคิดเรื่องของกินอร่อยๆ รู้สึกตัวอีกทีฉันก็หันไปยิ้มระรื่นให้กับพวกเขาทั้งสองคนและคำพูดที่ดูติดตลก

 

ทั้งสองคนมองหน้าฉันที่ยิ้มกว้างให้...ก่อนที่ใบหน้าของทั้งสองจะผ่อนคลายลงแล้วระบายยิ้มออกมาด้วยรอยยิ้มที่ดูเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ของแต่ละคน

 

รอยยิ้มของหนุ่มหล่ออย่างเด็กพวกนี้นี่เหมาะกับฤดูใบไม้ร่วงจริงๆ!

 

อีกไม่กี่เดือนก็จะจบจากระดับชั้น เฟิร์ส เพลเยอร์ คลาสนั่นเป็นสัญญาณที่ดีว่าต่อจากนี้คุณนางเอกคนนั้นจะเลือกใครเป็นคู่ครองและมิหนำซ้ำฉันก็จะได้หลุดจากการเป็นนางร้ายฟิเลน่า เอิร์ล แล้วใช้ชีวิตแบบชิวๆโดยไม่เกรงกลัวเรื่องอีเวนท์ของคุณนางเอกที่จะเกิดขึ้นเสียที!

 

แต่ว่านะ...ถึงตอนแรกที่ฉันเจอคุณนางเอกล่ะก็...ตอนนั้นฉันเองก็เกือบจะโดนเสน่ห์ของคุณนางเอกตกอยู่เหมือนกัน...(แค่เกือบนะเออ ฉันไม่ได้พิศวาสทางเพศแบบนั้น) ถ้าเสน่ห์ของเธอแรงพอที่จะทำให้ฉันใจเต้นในความบริสุทธิ์ของเธอได้ล่ะก็ มันจะเหลือหรือคะที่จะไม่มีใครตกหลุมรักคุณนางเอกน่ะ

 

ไม่แน่บางทีเวลาที่ฉันไม่ได้อยู่กับพวกเด็กพวกนี้ คุณนางเอกอาจจะโปรยเสน่ห์แต่ละคนไว้บ้างแล้วก็ได้! แล้วหลังจากนั้นฉันก็จะพยายามไม่ขัดวางความรักของพวกเขาใดๆทั้งสิ้น อ๊ะ! เว้นแต่พวกเขาจะขอให้คนที่เปรียบเสมือนผู้ปกครองอย่างฉันเป็นแม่สื่อให้ก็ได้นะ (ฉันชงเรื่องเก่งจะตาย)

 

หรือว่าจะได้ End แบบอีสเตอร์เอก ประมาณว่า ‘End Special รูทฮาเร็ม’…แต่แบบนั้นก็ดีเหมือนกันนะ! จะได้เห็นฝีมือในการจีบสาวของแต่ละคนด้วย! เผลอๆคุณนางเอกอาจจะฟาดเรียบเลยก็ได้...

 

ฟิ-เล-น่า~~จู่ๆเสียงที่ดูร่าเริงก็แทรกเข้ามาในความคิดของฉัน พอหันกลับไปยังไม่ทันได้เห็นใบหน้าชัด คนๆนั้นก็พุ่งเข้ามากอดคออย่างแรง จนทำให้ฉันเสียศูนย์จนต้องล้มลงดังโครมพร้อมกับร่างของคนที่พุ่งเข้ามา

 

อะ เชอร์เบ...อรุณสวัสดิ์ฉันที่ล้มลงด้วยแรงของเชอร์เบที่ส่งผ่านมาทางกอด หัวของฉันนั้นไม่ได้กระแทกแต่อย่างใด...แต่สิ่งที่โดนกระแทกเต็มๆนั้นคือสะโพกของฉันที่ลงก่อนหัวเสียอีก

 

อื้ม! อรุณสวัสดิ์!~ เธอเงยหน้าขึ้นมาแล้วมองหน้าฉันกลับด้วยรอยยิ้มต้อนรับฤดูใหม่...นานๆทีจะเจอการทักทายที่ดูไดนามิคแบบนี้นอกจากนกที่มา good mooring ตอนเช้าแล้วเนี่ย...การทักทายแบบนี้มันส่งสปิริตได้ดีกว่ามากจริงๆ

 

พี่สาวครับ! เป็นอะไรมั้ยครับ???” ไคลด์ที่เห็นฉันนอนหมดสภาพไปกับพื้น ก็รีบมาพยุงตัวของฉันขึ้นด้วยความเป็นห่วง มิซาเอลเองก็รีบเข้ามาดูอาการของฉันก่อนที่จะจับไหล่ของเชอร์เบแล้วพยายามให้เธอลุกออกจากตัวของฉัน

 

เฮ้อออ เกือบจะใช้การไม่ได้ซะแล้วสิฉันบ่นออกมาเล็กน้อยก่อนที่จะพยายามดันตัวเองลุกขึ้นแล้วยืนแบบปรกติ นึกว่าตอนยืนจะมีเสียงดังกร๊อบแบบในอนิเมะตอนที่กระดูกร้าวซะอีก...โชคดีไปแฮะ

 

คุณเชอร์เบก็อย่าทำอะไรที่มันอันตรายสิครับ ถ้าเกิดทำให้พี่สาวเจ็บตัวขึ้นมาจะว่ายังไงครับไคลด์จับมือของฉันเพื่อเป็นที่ค้ำตอนที่ฉันลุกขึ้น ก่อนที่เจ้าตัวจะเตือนเชอร์เบเรื่องการวางตัวที่ดีให้กับเธอ มิซาเอลที่ได้ยินไคลด์พูดแบบนั้นก็สนับสนุนด้วยการผงกหัวตัวเองเล็กน้อย

 

พอเชอร์เบได้ยินดังนั้นก็ทำแก้มป่องขึ้นมา แล้วหลับตาสะบัดหน้าไปอีกทางหนึ่งแล้วพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเคืองๆ

 

ฮึ! เข้าใจแล้วค่า~ ไคลด์กับมิซาเอลนี่ขี้หึงชะมัด!” เชอร์เบขานรับออกมาด้วยน้ำเสียงเบื่อๆ ก่อนที่เชอร์เบจะออกวิ่งไปอีกทางแล้วหันมาโบกมือลาให้แบทุกที ฉันที่เห็นแบบนั้นก็โบกมือลาหน่อยๆตามมารยาท

 

หึงเหรอ? นี่พวกนาย…” ฉันที่ได้ยินคำของเชอร์เบก็ต้องหันไปมองทั้งสองคนที่ยืนอยู่ข้างๆด้วยความสงสัย การที่จะหึงหวงคนก็ไม่ใช่เรื่องแปลก แต่ถ้าพวกนายกำลังหึงใครบางคนเข้าจริงๆล่ะก็แบบนั้นอาจจะไม่ดีต่อพวกนายที่กำลังจะจีบคุณนางเอกก็ได้

 

เอ๊ะ! มะ ไม่ใช่นะครับ! คุณเชอร์เบแค่อาจจะล้อเล่น...ไคลด์พยายามปฏิเสธและหลบหน้าฉันทันทีไอ่ท่าทีแบบนี้ฉันมักจะเจอเวลาเขาเขินเรื่องอะไรซักอย่างมากๆจนไม่กล้าสบตากับฉัน

 

เห~ ก็โกหกไม่เก่งเลยนะเรา แล้วมิซาเอลล่ะ? มีอะไรอยากปรึกษามั้ย?—...เหะ?”  ฉันเอาข้อศอกของตัวเองจิ้มไปตรงเอวของไคลด์ให้เขาตกใจเล่น ก่อนที่จะยิ้มแล้วหันไปถามมิซาเอลที่อยู่อีกด้านหนึ่ง...แต่กลับกลายเป็นว่าร่างของเขานั้นกลับหายไปทันที จนตอนนี้ไม่รู้เลยว่าเขายังยืนอยู่ตรงนี้หรือเปล่า

 

ไอ่อาการแบบนี้ก็เหมือนกัน...เวลามิซาเอลมีเรื่องที่ไม่ชอบหรือเขินอะไรมากๆเจ้าตัวก็จะใช้ทักษะในการเป็นนักลอบสังหารแว๊บหายไปทุกๆที ตอนแรกๆฉันก็ไม่ชินกับท่าทีของเขานักหรอก แต่หลังๆมาเริ่มจะเห็นบ่อยๆเวลาอยู่ด้วยกันจึงเริ่มจะชินเสียแล้ว

 

นอกจากฤดูแห่งการเก็บเกี่ยวหาของอร่อยแล้ว...ยังเหมาะกับเทศกาลของความรักรับลมหนาวจริงๆ...

 

★★★★★★★★★★★★★★★★★★★★★★

 

เห~ พอฤดูใกล้จะเปลี่ยนอาหารก็เปลี่ยนตามฤดูกาลงั้นเหรอ?” ฉันที่มองอาหารที่อยู่ในตู้กระจกใสที่ดูมากหน้าหลายตาโดยแต่ละอย่างแทบจะไม่คุ้นตาเลย

 

อื้ม เพราะฤดูใบไม้ร่วงเป็นฤดูเก็บเกี่ยวพืชผล...เพราะฉะนั้นที่โรงเรียนแห่งนี้จึงมักจะเปลี่ยนเมนูตามฤดูเพื่อให้สอดคล้องกันน่ะเรย์ที่ตามฉันมาเพื่อตักทานอาหาร ก็อธิบายให้ฉันที่กำลังก้มมองดูอาหารอย่างใจจดใจจ่อ...

 

หืมมมม เหมือนกับญี่ปุ่นจริงๆนั่นแหละ อาหารพวกนี้ก็ด้วย...หน้าตาของอาหารพวกนี้ก็คล้ายๆกัน...ตัวอย่างเช่น ขนมจานนั้นดูๆแล้วเหมือนทำมาจากเกาลัดนะ...ส่วนซุปนี่ก็เป็นซุบเห็ดต่างจากปกติที่จะเป็นน้ำสต็อกหรือซุบข้าวโพด...

 

น่าสนใจดีแฮะ...แต่ว่ามันก็รู้สึกเสียเปรียบสำหรับพวกเด็กๆที่ไม่กินผักกันน่ะนะ...เพราะแต่ละเมนูที่ฉันไล่ดูมาตั้งแต่ต้นจนจบแล้ว...ส่วนใหญ่จะเน้นผักมากกว่าเนื้อ ก็แน่ล่ะ! ฤดูเก็บเกี่ยวนี่นา การที่มีผักมากกว่าเนื้อนั้นก็เป็นเรื่องปรกติสำหรับฉันล่ะนะ!

 

เรย์คงจะกินผักได้อยู่แล้วสินะฉันหันไปถามเขาที่กำลังยืนกอดอกอยู่ข้างๆฉัน พอเขาได้ยินแบบนั้นก็ยิ้มมาทางฉันด้วยรอยยิ้มเจ้าเสน่ห์แบบทุกที (ฉันหวังว่าพวกแฟนคลับของพวกเขาคงไม่มาแถวนี้มั้ง...)


แน่นอนสิ หรือว่าฟิเลน่าไม่ชอบกินผักงั้นเหรอ?” เรย์ยิ้มมาทางฉันด้วยจุดประสงค์ราวกับจะหยอกล้อกันเล่น พอฉันเห็นท่าทีของเขาแบบนั้นก็สะบัดหัวเป็นการปฏิเสธเล็กน้อยก่อนที่จะหยิบจานอาหารขึ้นมาใส่ถาดแล้วตอบเขาไป

 

ฮะๆ กลับกันต่างหาก ฉันออกจะชอบทานผักมากกว่าเนื้อหรือขนมอีกฉันบอกเขาไปพร้อมกับเอียงคอเล็กน้อยด้วยความรู้สึกที่ดูตลกขบขัน

 

มันก็จริงแหละนะ มันคงจะไม่มีหรอกมั้งที่เด็กอายุจนปูนนี้แล้วจะไม่ทานผักกันน่ะ...อย่างน้อยๆถ้ามีก็น่าจะน้อยคนนั่นแหละ...

 

อ๊ะ คุณฟิเลน่ากลับมาแล้วหรอครับลิออนที่นั่งทานอาหารก็เงยหน้าขึ้นมาพูดคุยกับฉัน ก่อนที่จะสิ่งยิ้มมาให้

 

อื้ม วันนี้ของน่าทานเยอะแยะเลยเนอะฉันรับยิ้มนั่นมาพร้อมกับย่อตัวลงเพื่อนั่งบนเก้าอี้ตรงหัวโต๊ะตามปรกติ พอเขาไดยินแบบนั้นก็ตอบกลับมาด้วยท่าทางดูสนุก พอเห็นเหล่าเด็กๆที่กำลังสนุกสนานไปกับช่วงเปลี่ยนฤดูกาลก็ทำให้ใจชื้นขึ้นมา

 

พวกเราเริ่มที่จะพูดคุยกันเรื่องการเตรียมตัวเข้าสู่ฤดูใหม่...พวกเขาดูคุยกันจริงๆจังๆมาก แต่ในระหว่างที่พวกเขากำลังคุยกันตามประสาหนุ่มๆ สายตาของฉันก็เผอิญเห็นเชอร์เบที่กำลังเดินวนไปมาอยู่แถวๆใจกลางโรงอาหาร

 

ดูเหมือนเธอจะสังเกตเห็นฉัน ทันทีที่ตัวของเชอร์เบหันมาโบกไม้โบกมือฉันใหญ่ด้วยท่าทีกระฉับกระเฉง ฉันที่เห็นก็แอบอมยิ้มแล้วโบกมือกลับด้วยท่าทีสุภาพ...จังหวะนั้นเองก็มีเงาของใครบางคนโผล่ออกมาจากด้านหลังของเชอร์เบพร้อมกับถาดอาหาร

 

เธอคนนั้นคือกลาสเป็นฝาแฝดของเชอร์เบที่ดูๆแล้วไม่น่าจะเป็นฝาแฝดกันได้ ทันทีที่ฉันเห็นก็โบกมือให้กลาสด้วยความปรารถนาดี พอเจ้าตัวรับรู้ถึงการมีอยู่ของฉันไม่ไกลนัก...เธอก็ลากคอเสื้อของเชอร์เบเดินเข้าไปแฝงกับฝูงชนทันที จนทำให้ฉันไม่เห็นสองคนนั้นแล้ว

 

(ปล่อยสองคนนั้นไปละกัน! นานๆทีพวกเขาจะได้กินข้าวแบบพี่น้องฝาแฝดกันสบายใจเฉิบซักที)

 

ฉันคิดแบบนั้นพร้อมกับตักสลัดผักเข้าปาก วันนี้ฉันลองทานอะไรที่มันเบาๆดูอย่างสลัดผักนี่...มันก็อร่อยดีอยู่หรอกแต่มันไม่ถูกปากคนญี่ปุ่นอย่างเรากันเท่าไหร่ แต่ว่าสำหรับฉันที่มักจะทานอาหารรสจืดแบบนี้ตั้งแต่มาอยู่ในร่างนี้ล่ะก็...มันก็ถือเป็นความชินจริงๆนะ...

 

จะว่าไปเมื่อเช้าเห็นพวกสภานักเรียนคุยกันเรื่องการหยุดการเรียนการสอนด้วยนะครับลิออนที่นั่งคุยกันอยู่ จู่ๆเขาก็พูดเปิดประเด็นที่ไม่คุ้นเคยออกมาจนทำให้พวกเราหยุดคุยกันแล้วไปตั้งใจฟังเรื่องของเขาแทน

 

 หยุดการเรียนการสอน?”

 

ครับ ดูเหมือนพึ่งจะมีปีนี้เป็นปีแรกน่ะครับ เห็นพวกเขาบอกว่าทางโรงเรียนจะมีการหยุดการเรียนการสอนเพื่อให้เหล่านักเรียนได้กลับไปยังบ้านเกิดเป็นเวลา 3 วันน่ะครับลิออนอธิบายให้ฉันฟังพอได้ยินแบบนั้นคิ้วของฉันก็กระตุกเล็กน้อย

 

หยุดเรียน...อ่อ คล้ายๆช่วงวันเสาร์-อาทิตย์สินะ...จำได้ว่าในเกมมันก็มีบอกด้วยนี่นา แต่ฉันที่ไม่ค่อยสนใจเท่าไหร่ก็เลยไม่ได้คิดอะไรมาก เพราะมันไม่ได้ส่งผลต่อตัวละครที่จีบหรือเนื้อเรื่องหลักเท่าไหร่ เพราะฉะนั้นตอนนั้นฉันเลยกด SKIP ข้ามมันไปเลย...

 

จะได้กลับบ้านฉันจะได้กลับไปเจอท่านพ่อท่านแม่สินะ!

 

ลิออน! ที่ว่ามานี่เมื่อไหร่งั้นเหรอ!” ฉันรีบทิ้งช้อนที่ตักสลัดลงในจาน ก่อนที่จะลุกขึ้นแล้วยื่นไปทางลิออนทันทีด้วยแววตาที่เป็นประกาย

 

สะ สุดสัปดาห์นี้ครับ ถ้าจำไม่ผิด...ลิออนพูดออกมาในขณะที่กำลังมองหน้าฉัน พอได้ยินแบบนั้นฉันก็ยิ้มกว้างออกมาด้วยความดีใจและกลับไปนั่งตรงเก้าอี้เหมือนเดิม

 

เหลือเวลาอีกไม่กี่วัน! ในที่สุดก็จะได้เจอพวกท่านซักที! ถ้าเกิดกลับไปถึงจะเล่าเรื่องทั้งหมดให้พวกท่านฟังและมาทานมื้อเย็นด้วยกันอย่างสนุกสนานแบบทุกทีดีกว่า

 

...ดูดีใจนะฟิเลน่า เธออยากกลับบ้านขนาดนั้นเลยเหรอ?” เรย์ที่มองดูท่าทีของฉันทุกเสี้ยววิก็ยิ้มมาทางฉันพร้อมกับคำถาม ฉันที่กำลังหน้าชื่นตาบานก็ตอบคำถามนั่นกลับไปอย่างรวดเร็วโดยไม่ลังเล

 

อื้ม ฉันอยากกลับไปเจอทุกๆคนที่อยู่คฤหาสน์ให้หายคิดถึงซักหน่อย พวกนายก็เหมือนกันใช้มั้ยล่ะ? การที่ได้กลับไปเจอครอบครัวน่ะมันสุดยอดมากๆเลยนะ!” ฉันยิ้มกว้างให้กับพวกเขาด้วยท่าทางกระปี้กระเป่า  พวกเขาเองก็ยิ้มออกมาพร้อมๆกันราวกับว่าสิ่งที่ฉันพูดมามันถูกไปเสียทุกอย่าง

 

ตั้งแต่ไหนแต่ไรสิ่งที่ฉันรักที่สุดก็คือครอบครัว...อาจจะเพราะว่าฉันเป็นเด็กกำพร้า...เพราะแบบนั้นสิ่งที่คอยยึดเหนี่ยวสำหรับฉันคือครอบครัวและพวกน้องๆที่รอฉันกลับไปเยี่ยมหาทุกอาทิตย์ ฉันยังจำได้ รอยยิ้มของพวกเขาที่รอคอยต้อนรับฉันและมักจะพูดว่า ยินดีต้อนรับกลับนะน่ะ

 

รู้ตัวอีกทีฉันก็ดันหุบยิ้มไม่ได้แล้วซะอย่างนั้น...ฉันมัวแต่คิดว่าถ้าเกิดกลับไปแล้วจะทำอะไรดี ระหว่างนั้นพวกเขาก็คุยกันอย่างลูกผู้ชายโดยแต่ละอย่างที่เขาพูดมาผู้หญิงอย่างฉันแทบจะไม่เข้าใจ

 

เจ้านาย...ดูมีความสุขจัง

 

นั่นสินะครับ การที่เห็นคุณฟิเลน่ายิ้มอย่างมีความสุขแบบนี้ก็ทำให้พลอยเยียวยาจิตใจไปด้วยเลย

 

พี่สาวเป็นแบบนี้ตลอดนั่นแหละครับ อ่อนโยนแล้วก็สง่างามถึงจะมีบ้างที่พี่เขาจะบ้าๆบอๆก็เถอะ

 

ก็นะ สมแล้วที่เธอจะมาเป็น เจ้าหญิงของฉันน่ะ


คำพูดบางคำที่ฉันพอได้ยินในวงสนทนาของพวกเขา ฉันที่รู้สึกตัวว่าพวกเขากำลังพูดเรื่องของฉันก็มองไปเหล่าเด็กหนุ่มที่เหมือนกำลังเปิดศึกอะไรกันบางอย่าง ราวกับว่ามีเสียงเอฟเฟค หรือบรรยากาศมืดๆปกคลุมพวกเขาไว้ จนทำให้ฉันรู้สึกเหมือนกับว่าอยู่กันคนละโลก

 

(ไปขัดตอนนี้คงไม่ดีสินะ...)

 

ฉันคิดแบบนั้น พร้อมกับเอาช้อนส้อมจิ้มสลัดขึ้นมามาทานเรื่อยๆแล้วมองดูพวกเขาสนทนาพาทีกันโดยไม่รู้วัตถุประสงค์ซักเท่าไหร่ มันเป็นสัญญาณมิตรภาพของผู้ชายหรือเปล่านะ

.

.

.

.

.

ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่เลยนะ!~ มีเรื่องอะไรดีๆงั้นเหรอ?~กำลังนั่งเท้าคางคิดถึงเรื่องที่พวกเขาคุยกันเมื่อตอนพักเที่ยง เชอร์เบที่ทำหน้าตาสงสัยก็ยื่นหน้าเข้ามาใกล้จนทำให้ผงะไปชั่วครู่

 

วันนี้ในตอนเย็นฉันถูกอาจารย์ที่ปรึกษาขอร้องให้เขียนคัดลอกรายงานใส่ใบงานของแต่ละคนในห้องเพราะเหตุผลเพียงแค่ทุกคนให้ความเคารพฉันในฐานะ แม่หมอ(ยังไม่จบกับชื่อตลกๆแบบนั้นอีกงั้นเหรอ) มันก็เลยทำให้ฉันต้องมานั่งเขียนใบงานที่ห้องนี่เพียงสองคนกับเชอร์เบ

 

ส่วนที่เชอร์เบมาอยู่ตรงนี้กับฉันเพราะเธออาสาที่จะช่วย ตอนแรกๆก็ปฏิเสธไปแล้วนะเพราะกลัวเด็กคนนี้จะเบื่อ แต่ก็ต้องยอมความขี้ตื้อของเธอจนจำใจให้ช่วย...

 

ส่วนเด็กพวกนั้นน่ะ...ไคลด์และมิซาเอลฉันบอกให้พวกเขากลับไปที่หอโดยที่ไม่ต้องรอ ตอนแรกๆพวกเขาค้านกันแล้วพยายามจะอยู่เป็นเพื่อนซะเรื่องใหญ่โต (จะกังวลอะไรนักหนานะ ก็มีเชอร์เบเดินกลับหอพักด้วยคนหนึ่งแล้วนี่นา) สุดท้ายฉันก็ต้องขู่พวกเขากลับหอพักแต่โดยดี

 

(ก็นั่นแหละ เพราะเด็กพวกนั้นชอบเป็นห่วงเรื่องของฉันจนไม่ให้ความสำคัญกับตัวเองเท่าไหร่ ทำแบบนี้จะได้ให้เด็กพวกนั้นพักผ่อนด้วย)

 

อื้ม ก็เรื่องที่จะได้กลับบ้านในสุดสัปดาห์นี้ไงล่ะฉันว่าพลางก้มหน้าเขียนรายงานต่อโดยไม่หยุด เชอร์เบที่เท้าคางมองฉันพร้อมกับปากกาที่ควงเล่นในมือก็แสยะยิ้มออกมาเล็กน้อย

 

จริงสิน้า~ จะได้กลับไปหาครอบครัวนี่เนอะ!~เธอเอ่ย พร้อมกับเสียงคิกคักในลำคอ

 

เป็นใครก็ต้องดีใจกันอยู่แล้วทุกๆคนจะได้พักสมองกับการเรียนพวกนี้ด้วย ถือว่าเป็นลาภปากของใครหลายๆคนเลยล่ะถึงมันจะแค่สามวันก็เถอะ

 

ฮี่ๆ นั่นสิ~เชอร์เบฉีกยิ้มกว้างจนเห็นเขี้ยวซี่เล็กๆ ฉันที่เห็นก็ถอนหายใจออกมาด้วยความเอ็นดูพร้อมกับหยิบกระดาษแผ่นต่อๆไปมาเขียนเรื่อยๆหวังว่าจะเสร็จก่อนค่ำ (เพราะฉันไม่คิดที่จะเอากองเอกสารหนาๆพวกนี้ไปพักทำต่อที่หอพักหรอก)

 

บรรยากาศเริ่มเงียบลง ฉันที่มัวแต่จดจ่อกับงานซึ่งเป็นท่าทางปรกติที่ฉันใช้ในโลกก่อนบวกกับเชอร์เบที่นั่งเงียบโดยไม่ปริปากพูดออกมาเหมือนกับทุกๆที แสงสีส้มเริ่มส่องเป็นเส้นยาวพาดผ่านบนโต๊ะของฉันที่ยั่งอยู่ ในจังหวะนั้นเองเชอร์เบก็ได้ปริปากพูดออกมาด้วยคำพูดที่ดูคุ้นหูเป็นที่สุด

 

อีกแป๊ปเดียวภารกิจก็จะจบลงแล้ว คงจะไม่ได้เจอกันอีกแล้วมั้ง?” เชอร์เบเอ่ย ฉันที่ได้ยินคำพูดประโยคหนึ่งที่ดังขึ้นมาในบรรยากาศที่เงียบงันก็เงยหน้ามองเธอด้วยความงุนงง

 

“?...หมายถึงเรื่องปิดการเรียนการสอนหรอ?” ฉันพูดออกไปพร้อมกับยกปลายปากกาขึ้น เชอร์เบที่เห็นฉันถามไปด้วยความสนใจเจ้าตัวก็หุบตาลงแล้วยิ้มออกมาทันควัน

 

ยาวนานกว่านั้นน่ะ~เธอพูดออกมาพร้อมกับยกกองเอกสารส่วนของเธอขึ้น ฉันที่เห็นก็รีบเขียนใบงานใบสุดท้ายแล้วรีบยกกองเอกสารขึ้นมาตามๆกัน

 

เชอร์เบเริ่มออกตัวเดิน ฉันที่เห็นก็รีบเร่งฝีเท้าให้สม่ำเสมอกับเธอแล้วเข้าไปเดินอยู่ข้างๆ

 

ถึงจะเป็นเด็กที่แปลแต่ก็ทำงานทำการดีเหมือนกับพวกขุนนางชั้นสูง ถึงจะไม่รู้เรื่องยศถาบรรดาศักดิ์ของเจ้าตัวก็พอจะเดาๆได้ว่าในอนาคตสามารถไปทำงานในวังไม่ก็ที่ศูนย์กระทรวงเวทมนตร์ได้แน่ๆ ไอ่เวทย์เทเลพอตของเธอเองก็ยังสะดวกอีกด้วย...

 

ในระหว่างที่กำลังคิดเรื่องเกี่ยวกับเชอร์เบอยู่...จู่ๆลมเย็นก็พัดเข้ามาจากที่ไหนซักที่จนทำให้ฉันสั่นสะท้านด้วยความหนาวไปชั่วครู่

 

(หวา! ทำไมลมมันถึงเย็นขนาดนี้นะ!)

 

ฉันมองอออกไปนอกบานหน้าต่างใหญ่...ภาพทิวทัศน์ที่เริ่มจะถูกย้อมไปด้วยสีส้ม...กับภูเขาที่อยู่ห่างไกลออกไปสุดลูกหูลูกตา พลางในสมองก็คิดเรื่องบางอย่างขึ้นมาได้

 

(...ที่ภูเขาของโลกนี้จะมีเกาลัดและเห็ดมัตสึทาเกะให้เก็บมั้ยนะ?

 

★★★★★★★★★★★★★★★★★★★★★★

 

ท่านพ่อกับท่านแม่จะดีใจหรือเปล่าน้า?~ ท่านพี่คิดว่าไงบ้างคะ?”

 

คืนนี้ในขณะที่ฉันกำลังพยายามวางแผนการไปเที่ยวภูเขาเมื่อกลับไปที่คฤหาสน์ จู่ๆก็ได้ยินเสียงเคาะประตูดังขึ้นมาด้วยความสงสัยว่าใครกันนะที่มาที่ห้องค่ำมืดแบบนี้จึงเปิดออกไปดู ก็พบกับกาเร็ธแบบทุกทีที่จะชอบมานั่งคุยกันยามดึก

 

พี่ว่าท่านพ่อกับท่านแม่คงคิดถึงฟิเลน่าไม่น้อยเลยล่ะเขาพูดพร้อมกับยกชาขึ้นมาจิบ เขาพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่ดูสนุก ดูเหมือนว่าเขาคงจะดีใจที่จะได้กลับบ้านเหมือนกันสินะ ก็กาเร็ธน่ะอยู่ที่นี่มาตั้ง 2 ปีเศษ จะไม่คิดถึงคนที่คฤหาสน์ก็แย่แล้ว

 

พูดอะไรแบบนั้นกันคะ ไม่ใช่คิดถึงเพียงแค่หนูคนเดียวเสียหน่อย ท่านพี่กาเร็ธและไคลด์เองก็ด้วย...พวกท่านคิดถึงพอๆกันแน่เลยค่ะ!” ฉันหยิบคุกกี้ขึ้นมาก่อนที่จะกัดมันไปคำนึง กาเร็ธเองที่ได้ยินแบบนั้นก็ยิ้มออกมาด้วยรอยยิ้มที่ดูเปี่ยมไปด้วยความสบายใจ

 

คิก...นั่นสินะ จะว่าไปฟิเลน่า? ถ้ากลับไปถึงคฤหาสน์แล้วจะทำอะไรเป็นอันดับแรกเหรอ?” กาเร็ธถามฉันขึ้นมาหลังจากที่เอาแก้วชาวางไว้บนจานรองแก้ว สายตาของเขามองมาที่ฉัน พอเห็นแบบนั้นความคิดต่างๆก็ผุดขึ้นมาในหัวทันที

 

นั่นสิคะ! ถ้าเกิดกลับไปถึงที่คฤหาสน์ล่ะก็หนูอยากจะกลับไปกอดท่านแม่และท่านพ่อค่ะ แล้วหลังจากนั้นหนูก็จะไปทักทายเหล่าเมดและพ่อบ้านที่รู้จักกันและสนิทสนม  อยากคุยกับท่านแม่เรื่องน้ำชาและคุยกับท่านพ่อเรื่องสินค้าผ้าค่ะ! อ๊ะ! แล้วก็พอตกเย็นพวกเราทั้ง5คน ท่านพ่อ,ท่านแม่,ท่านพี่,ไคลด์ และหนู ก็จะมานั่งทานข้าวด้วยกันพร้อมหน้าพร้อมตาค่ะ!” ฉันที่อธิบายให้เขาฟังด้วยความรู้สึกที่เปี่ยมไปด้วยความตื่นเต้นและดีใจทำให้เผลอพูดซะเรื่องมันยาวไปเสียหมด

 

ทุกครั้ง....

 

ฉันอยากจะทานข้าวพร้อมกันกับครอบครัวที่ฉันรักที่สุด

 

...ฟิเลน่านี่รักท่านพ่อท่านแม่มากเลยนะ

 

แหะๆ จะบอกว่ารักท่านพ่อกับท่านแม่อย่างเดียวก็ไม่ได้นะคะ หนูรักทุกคนๆเลยค่ะ ทั้งท่านพี่ ไคลด์ หรือซินเซีย...ทุกๆคนเป็นครอบครัวคนสำคัญที่รักที่สุดของหนูค่ะ!” ฉันพูดไปพร้อมกับเอามือทุบอกตัวเองด้วยความภาคภูมิ กาเร็ธที่ได้ยินแบบนั้นก็หุบตาลงช้าๆ

 

อา...พี่ก็รักมากที่สุดเหมือนกันเขาพูดออกมาก่อนที่จะยกแก้วชาขึ้นมาดื่มอีกครั้ง ครั้งนี้เขาดื่มมันจนหมดแก้วแล้ววางถ้วยชาลงในจานรองแก้วเบาๆ เขาค่อยๆลุกขึ้นมาจากโซฟาที่นั่งอยู่

 

อ๊ะ จะกลับแล้วหรือคะ?” ฉันที่สังเกตเห็นเขากำลังทำท่าจะกลับ ก็พยายามลุกขึ้นเพื่อที่จะไปส่งเขาที่หน้าประตูแบบทุกที

 

อื้ม ดึกมากแล้วเดี๋ยวรบกวนฟิเลน่าเปล่าๆ...เอาล่ะ ราตรีสวัสดิ์นะเจ้าตัวหันมาทางฉันในขณะที่กำลังจับลูกบิดอยู่ จากนั้นความรู้สึกอบอุ่นจากฝ่ามือของเขาก็วางลงมาบนหัวของฉันอย่างอ่อนโยนก่อนที่จะลูบไปมาแบบทุกที

 

ค่ะ! ราตรีสวัสดิ์นะคะ!” ฉันตอบเขากลับไปด้วยน้ำเสียงแข็งขัน เขาที่ได้ยินก็โบกมือลาเล็กน้อยก่อนที่จะเปิดประตูออกจากห้องของฉันไป พอได้ยินเสียงฝีเท้าของเขาที่ค่อยๆเงียบหายไปฉันจึงล็อกประตูห้องทันทีเพื่อความปลอดภัย

 

วันนี้คุยกันสนุกดีแฮะ! เด็กคนนั้นเองก็ดีใจไม่น้อยเลยด้วยที่จะได้กลับไปที่คฤหาสน์สุดสัปดาห์นี้น่ะ

 

แบบนี้ก็ดีเหมือนกันนะ จะได้เลิกคิดมากเกี่ยวกับคุณนางเอกไปได้ระยะหนึ่งถือว่าผ่อนคลายสมองได้ไปหน่อย...อืมมม จะกลับบ้านทั้งทีควรจะบอกลาเชอร์เบหรือทุกๆคนมั้ยนะ? ไหนๆก็ไหนๆแล้วก็ซื้อของฝากกลับมาให้พวกเธอหน่อยแล้วกัน....

 

เด็กผู้หญิงนี่...ชอบอะไรเป็นพิเศษหรือเปล่า?


============================================================================================

  



      

                               เห็ดมัตสึทาเกะ                                                                ข้าวหุงเห็ดมัตสึทาเกะร้อนๆ (โอ็ยยย หิว;;;)


                 

                               มันเผาาาาาา                                                       โชจู และอวาโมริค่ะ!(แอลกอฮอร์ค่อนข้างรุนแรงใช้ได้ค่ะ)



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 95 ครั้ง

331 ความคิดเห็น

  1. #262 Amarry (@Amarry) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2562 / 20:23
    ทำไมเธอไม่ชวนท่านพี่นอนด้วยล่ะห๊ะ!! เป็นนี่จะชวนท่านพี่นอนที่ห้องทุกครั้งที่ท่านพี่มาหาเลย ชิส์!
    #262
    0
  2. #143 tanosukumarry10 (@tanosukumarry10) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2561 / 22:00
    รอนะคะ
    #143
    0
  3. #142 LukiMemory (@LukiMemory) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2561 / 23:10
    รอนะคะ
    #142
    0