Prince's Heart เกิดใหม่ทั้งทีขอชีวิตดีๆ ที่ไม่ใช่นางร้าย!

ตอนที่ 35 : Chapter : 28

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,141
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 100 ครั้ง
    17 ธ.ค. 61

บทที่ 28

- Filena –

 

 

ว้าววว เนื้อผ้าแบบนี้มัน!” ฉันที่ทำตาเปล่งกระกายพร้อมกับส่งเสียงลากยาวออกมาโดยไม่สนใจคนรอบข้าง พลางในมือทั้งสองที่กางผ้ากำมะหยี่หลากสี เจ้าของร้านที่เป็นสตรีสูงอายุมองดูฉันที่มีความสุขด้วยสายตาประหลาดใจ

 

ตายจริง! —หญิงงามท่านนี้คือผู้ใดกันจ๊ะเพิ่งมาที่นี่ครั้งแรกงั้นเหรอ?” เจ้าของร้านมองฉันราวกับเจออัญมณีล้ำค่า ฉันที่เห็นก็ตอบรับการทักทายไป

 

ณ จุดๆนี้...ฉันขอย้อนเล่าไปเมื่อตอนเช้าของวันนี้ค่ะ...

 

★★★★★★★★★★★★★★★★★★★★★★

 

ฟิเลน่าลูกรัก ลูกสนใจเข้าไปในเมืองกับแม่มั้ยจ๊ะ?” หญิงวัยกลางคนที่มีผมสีน้ำเงินและตาสีฟ้าเพทายยิ้มอย่างละมุนมาให้ก่อนที่จะเอียงแก้วดื่มแล้วเลียฟองสีขาวเหนือริมฝีปากบาง

 

“? ในเมือง...ในเมืองงั้นเหรอคะ!!” ฉันที่ได้ยินก็ทวนข้อเสนอออกมาเล็กน้อย ก่อนที่จะรู้ความหมายของประโยคพูดก็เผลอดีดตัวขึ้นมาในวงสนทนาบนโต๊ะอาหาร

 

ในจังหวะที่รู้ว่าตนกำลังทำกิริยาไม่สุภาพ...ฉันก็ค่อยๆนั่งลงบนเก้าอี้อย่างเงียบๆแล้วกระแอมออกมากลบเกลื่อนกิริยาเมื่อกี้เล็กน้อย กาเร็ธและไคลด์ที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามก็พยายามกลั้นหัวเราะท่าทางเมื่อกี้

 

อื้อ ใช่แล้วจ่ะ พอดีวันนี้แม่มีแผนที่จะเดินเข้าไปในเมืองเพื่อไปซื้อของซักหน่อยน่ะ ไหนๆก็ไหนๆลูกสนใจที่จะไปกับแม่มั้ยจ๊ะ?” ท่านแม่ว่าพลางพร้อมกับยื่นผ้าเช็ดหน้าไปเช็ดรีมฝีปากของท่านพ่อ ถึงจะอยู่ต่อหน้าลูกๆก็ยังสวีทเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนเลย

 

ไปค--”

 

พี่ไม่อนุญาต” ทันทีก็มีเสียงแหลมคมตัดเจตจำนงของฉันหมดสิ้น พอหันไปด้วยความเร็วฉับไวก็เห็นกาเร็ธมองมาทางฉันอย่างใจจดใจจ่อ พลางสายตาของฉันที่เบิกกว้างแล้วจ้องเขากลับ

 

ผมก็เห็นด้วยครับไคลด์ที่นั่งข้างๆกาเร็ธก็เสนอคำค้านขึ้นมาเป็นสองเสียง ฉันมองพวกเขาสลับไปมาพลางในสมองที่เริ่มคิดเหตุผลว่าทำไมพวกเขาจึงเสนอคำค้านเรื่องที่ฉันจะได้ออกไปนอกเมือง...ท่านพ่อที่กระแอมเล็กน้อยเรียกสติฉันกลับมา ก็เปิดปากถามพวกเขา

 

ทำไมการเร็ธและไคลด์ถึงไม่อยากให้ฟิเลน่าออกไปล่ะมีเหตุผลอะไรพิเศษที่จะบอกพ่อมั้ย?” ท่านพ่อหันไปถามทั้งสองคน ทันทีที่ท่านพ่อพูดจบ...กาเร็ธก็ยกมือขึ้นเหมือนเป็นสัญญาณว่าตนจะเริ่มอธิบายให้ฟังก่อน

 

ครับ ถึงฟิเลน่าจะมีความเป็นผู้ใหญ่และเหมือนจะรู้อะไรมากกว่าเด็กผู้หญิงทั่วๆไป...แต่มันก็ยังเสี่ยงที่จะพาเธอไปยังนอกเมืองที่เธอยังไม่เคยคุ้นเคยและรู้จักมันดีครับ...อีกทั้งเธอยังเป็นคนใจอ่อน ถ้าเกิดมีคนหลอกเธอไปโดยอ้างว่าต้องขอความช่วยเหลือมันจะทำให้เธอตกอยู่ในอันตรายครับ” กาเร็ธเริ่มอธิบายมาเป็นทอดๆ ฉันที่ได้ยินก็ไม่กล้าต่อร้องต่อเถียงข้ากล่าวหาที่เขากล่าวมาทั้งหมด

 

ใช่!..ฉันไม่เคยออกไปในเมืองจึงไม่รู้ว่ามันจะเสี่ยงกับอะไรบ้าง...แต่ฉันก็ไม่ได้ใจอ่อนขนาดไปช่วยคนที่ไม่รู้จักกันดีหรอกนะ!!! (จริงจริ๊ง!)

 

อีกอย่างพี่สาวน่ะเป็นคนที่มั่นใจในตัวเอง...พี่สาวมักจะชอบปลีกตัวไปดูของต่างๆที่ตนสนใจโดยไม่บอกไม่กล่าวครับ รู้ตัวอีกทีก็ตอนที่พี่สาวได้รับบาดเจ็บกลับมาเล็กๆน้อยๆหรือเกิดเรื่องอะไรขึ้นครับ” ครั้งนี้ไคลด์เริ่มบอกข้อเสียของฉันให้ท่านพ่อและท่านแม่ได้รับรู้

 

สังเกตเห็นใบหน้าของพวกท่านที่เหมือนจะกลั้นหัวเราะอยู่กับท่าทีของกาเร็ธและไคลด์ที่แสดงให้เห็นว่าพวกเขาให้ความสำคัญฉันมากขนาดไหน

 

เดี๋ยวสิ!!! ถึงพวกนายจะห่วงฉันมากมายขนาดไหนก็เถอะแต่พวกนายทั้งสองคนจะมาห้ามป้าอย่างฉันไปรับรู้โลกภายนอกแบบนี้ไม่ได้นะยะ!!!! ฉันเองก็อยากไปเปิดหูเปิดตาบ้างว่าที่โลกนี้ยุคนี้มันพัฒนาไปถึงขั้นไหนแล้วน่ะ!!;;;;

 

เอ๊~...เอายังไงดีน้า ลูกๆทั้งสองคนก็บอกมาแบบนั้นด้วยสิ~” ท่านแม่เริ่มแสดงท่าทีอาการหยอกล้อ...ฉันที่เห็นก็มองพวกท่านไปก่อนที่จะตัดสินใจหาทาง...

 

เอาไงดี...ถ้าเกิดว่าฉันไม่ทำอะไรซักอย่างล่ะก็มีหวังได้จมกองเตียงแน่ๆ....ฉันเหลือบมองไปทางพวกเขาทั้งสองคนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม แต่สิ่งที่ได้กลับมาเมื่อสายตาประสานกันคือรอยยิ้มที่ดูหล่อเหลาของทั้งสอง

 

ท่านพ่อเองก็ไม่ได้คัดค้านเรื่องที่ฉันจะออกไปนอกเมือง...ท่านแม่เองก็เหมือนจะทดสอบฉันอยู่...แสดงว่าถ้าเกิดทำให้เด็กพวกนี้เปลี่ยนใจได้ฉันก็สามารถตามท่านแม่ไปได้สินะ!

 

(ไม่อยากใช้วิธีนี้เลยแฮะ...แต่มันก็ช่วยไม่ได้นี่นา...ขอโทษนะเด็กๆ!)

 

ฉันก้มหน้าลงพร้อมกับสูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนที่จะค่อยๆลุกขึ้นออกจากเก้าอี้แล้วอ้อมไปทางที่พวกเขาทั้งสองคนนั่ง ก่อนที่ฝีเท้าของฉันจะหยุดลงแล้วยืนอยู่ตรงหน้าพวกเขา...ทั้งสองคนมองฉันนิ่งด้วยความสงสัย ฉันจับมือของทั้งสองคนไว้แน่น ก่อนที่จะพยายามทำสายตาอ้อนวอนพวกเขา

 

ขอไปเถอะนะ?” ฉันมองพวกเขาตรงๆเผื่อหวังว่ามันจะสามารถเปลี่ยนใจพวกเขาได้พวกเขาที่เห็นก็ทำหน้าสีระเรื่อกันใหญ่

 

ท่านพ่อท่านแม่ที่ได้ยินและเห็นท่าทางแบบนั้นก็ยิ้มออกมาอย่างมีความสุข...ทุกๆอย่างลงเอยด้วยการที่พวกเขาใจอ่อนต่อสายตาเว้าวอนของฉัน

 

★★★★★★★★★★★★★★★★★★★★★★

 

ถึงจะน่าอายตอนที่ทำแบบนั้นก็เถอะ...แต่พอได้มาที่นี่ความละอายใจในครั้งนั้นก็ถือว่าเป็นเพียงการกระทำเล็กๆน้อยๆล่ะนะ!

 

โชคดีจริงๆที่ได้มาที่นี่” ฉันมองไปรอบๆตัวเมือง เหล่าตึกราบ้านช่องที่สร้างขึ้นมาจากอิฐหลายๆชั้น รถม้าที่แล่นผ่านไปตามทางเดินฝูงชนและร้านขายของจำนวนมากที่ต่างเปิดแถวถนนคนเดิน

 

(เป็นเมืองตามโลกแฟนตาซีจริงๆด้วย!)

 

ฟิเลน่า อย่าเถรไถรไปไหนมาไหนสิจ๊ะ” เสียงของท่านแม่ดังขึ้นจากด้านหลัง พอหันกลับไปก็พบกับท่านแม่ที่กางร่มเพื่อบดบังแดดที่ส่องลงมา ที่ต้องทำแบบนั้นก็เพราะท่านแม่มีอาการที่ค่อนข้างจะไม่สบาย...ถ้าเกิดนางเดินมาโดยไม่หาอะไรมาบังแดดล่ะก็...ก็กลัวว่าจะเป็นลมแดดไปเสียก่อน

 

เข้าใจแล้วค่ะ ท่านแม่เองก็อย่าฝืนนะคะถ้าเกิดไม่ไหวขึ้นมาจริงๆเดี๋ยวหนูจะแบกแม่กลับคฤหาสน์เองค่ะ” ฉันทุบลงไปยังอกด้วยความมั่นใจ ก่อนที่ท่านแม่จะระบายยิ้มอย่างอ่อนโยนมาให้

 

ม ไม่ได้นะคะคุณหนูเดี๋ยวดิฉันจะจัดการเองค่ะ” ซินเซียที่เดินตามหลังท่านแม่มาก็ตะโกนบอกฉันด้วยท่าทีเอือมระอา

 

จริงๆแล้วที่ซินเซียมาด้วยนี่ก็เพราะคำสั่งของท่านพ่อที่ให้เธอมาเป็นองค์รักษ์ในระหว่างที่พวกเราสองคนซื้อของกัน....ก็รู้ๆกันอยู่ว่าซินเซียจบจากหน่วยองค์รักษ์พิทักษ์อัสดงตอนที่เรียนอยู่ที่ลอเรเนีย...เพราะฉะนั้นมันก็ถือเป็นการดีที่ซินเซียจะได้ออกมาติดตามฉันตามหน้าที่อยู่แล้ว

 

หลังจากนั้นฉันก็แวะดูนู่นนี่บ่อยครั้งเพราะความอยากรู้อยากเห็น บางทีก็เจออัญมณีแปลกๆที่ยังไม่เคยเห็นหรือไม่ก็ของกินแปลกๆบ้างบางครั้ง แต่สิ่งที่ฉันแวะดูบ่อยที่สุดก็คงเป็นร้ายขายผ้าหรือไม่ก็ร้านเสื้อผ้าน่ะนะ....

 

ระหว่างที่กำลังทอดสายตามอง หางตาของฉันก็เหลือบไปเห็นใบหน้าของคนๆหนึ่งที่คุ้นเคยเข้าดวงตาของฉันมองตรงไปยังร่างของหญิงสาวคนหนึ่งโดยที่มีแสงแดดแยงตาเข้ามาอย่างช่วยไม่ได้ รู้ตัวอีกทีก็พยายามที่จะเดินเข้าไปทักทายอย่างสนิทสนม


จังหวะที่ก้าวเดินออกเดินเลี่ยงตามเส้นทางที่กำหนดไว้ ท่านแม่ที่เห็นจึงมองร่างของฉันที่ออกตัวเร่งฝีเท้าไปอย่างไม่คิดหน้าคิดหลัง ท่านแม่เรียกชื่อของฉันด้วยความสงสัยพอได้ยินก็หมุนตัวกลับไปมองตามเสียงเรียก

 

ปึก—เสียงขอข้อศอกของฉันที่ไปชนกับของแข็งอะไรเข้า เงาที่พาดผ่านตัวฉันเป็นร่มเงาเพื่อบังแสงก็ค่อยๆสั่นราวกับมีชีวิต พอลองสังเกตเงาดีๆแล้วฉันก็รีบหันควับมองขึ้นด้านบนทันที กล่องไม้ใบใหญ่ที่ซ้อนกันเป็นชั้นๆกำลังโครงเครงด้วยแรงชนเพียงเล็กน้อย ราวกับว่าสมดุลของมันไม่แข็งแรงอยู่แล้ว

 

ฉันเบิกตากว้าง ภาพที่เห็นตรงหน้ากำลังค่อยๆใกล้เข้ามาเรื่อยๆ กล่องใหญ่หลายๆใบกำลังหล่นลงสู่พื้นในจุดที่ฉันกำลังยืนอยู่ ภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างฉับไวทำให้ฉันมัวแต่มองเหตุการณ์นิ่ง ในใจเพียงแค่ว่าวันนี้กลับไปคงจะหลับไปซัก 1-2 วันแน่ๆ

 

“!!! คุณหนูคะ!!” เสียงซินเซียดังขึ้น 

 

ฉันที่ได้ยินก็กระพริบตาพร้อมกับตั้งสติ ก่อนที่จะรวบรวมพลังเวทย์ของฉันไว้แล้วร่ายมันเพื่อให้กล่องลอยขึ้น เพียงชั่วอึดใจ...กล่องที่เพียงห่างกับฉันอีก 10 เซนก็ลอยอยู่บนอากาศด้วยพลังเวทย์ของฉัน พอเห็นแบบนั้นก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกก่อนที่จะควบคุมเวทย์ทำให้มันลอยไปวางเป็นชั้นๆเหมือนเดิม

 

เฮ้อ—ค่อยยังชั่วซินเซียที่วิ่งหน้าตั้งมาเมื่อกี้ก็ทรุดลงไปกับพื้นเพราะขวัญเสีย...ท่านแม่ที่ยืนอยู่ห่างๆเมื่อกี้ก็ระบายยิ้มออกมาราวกับเป็นเรื่องที่คุ้นชินหรือคาดคะเนไว้แล้ว

 

แหะๆ...ขอโทษที่ทำให้เป็นห่วงนะฉันระบายยิ้มแห้งๆให้กับซินเซียที่นั่งทรุดลงไปกับพื้น ยังดีที่เหตุการณ์เมื่อกี้ไม่ได้ดึงดูดความสนใจคนรอบข้างมากนัก...โลกเวทมนตร์นี่มันดีจริงๆ

 

ฉันละสายตามาจากพวกเขาก่อนที่จะกวาดสายตามองร่างหาคนเมื่อกี้ไปเรื่อยๆ จนในที่สุดจังหวะที่เกิดเหตุการณ์ฉับไวเมื่อกี้ทำให้ฉันคลาดสายตาเสียจนได้...

 

...ไหนๆก็ไหนๆแล้ว...พวกเราสามคนไปหาที่เย็นๆนั่งพักกันเถอะนะจ๊ะว่าเสร็จท่านแม่ก็จับข้อมือของฉันลากเดินไปข้างหน้า ซินเซียรีบลุกขึ้นมาปัดกระโปรงแล้ววิ่งตาม

 

ฉันมองไปยังด้านหลังตามทางที่หญิงสาวคนเมื่อกี้เดินเข้าไปชั่วครู่

 

(เมื่อกี้...ลีน่างั้นเหรอ?)

.

.

.

ฉันโดนท่านแม่จับมานั่งที่ร้านคาเฟ่แห่งหนึ่งที่เป็นที่นิยมมากๆในตอนนี้ ตรงที่แปลกมากที่สุดคือที่โลกนี้มีร้านคาเฟ่เหมือนกับโลกก่อนอีกด้วย ไม่ใช่ Isekai shokudou ที่มักจะชอบซื้อมาอ่านทุกครั้งตอนหิว มันเหมือนกับเป็นร้านที่มีมานานอยู่แล้วแต่เรื่องอากาศที่เย็นเหมือนเข้าโรงหนังนี่คือเวทมนตร์ล้วนๆ ทั้งอุปกรณ์ต่างๆหรือวัตถุดิบก็เป็นแบบของที่นี่....มีแต่สภาพร้านและบรรยากาศเท่านั้นที่คล้ายคลึงกันมากๆ

 

ซึ่งมันก็แปลกตามากเลยอ่ะนะ....

 

เฮ้อ...ท่านแม่ที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามฉันก็ถอนหายใจออกมา ฉันที่สังเกตเห็นจึงถามออกไปด้วยความสงสัย

 

เป็นอะไรไปหรือคะท่านแม่? อย่าบอกนะคะว่าปวดหัวอีกแล้ว?” ฉันซักถามออกไป ปรกติตั้งแต่ไหนแต่ไรท่านแม่มักจะมีอาการปวดหัวทุกครั้ง...ซึ่งท่านแม่และคนอื่นๆต่างเรียกอาการปวดหัวของท่านแม่ว่า การทำนายของเออร์เนชา

 

ตอนแรกๆฉันคิดว่ามันจะเจอในหนังสือ...แต่พอค้นๆแล้วไม่มีเลยไปถามท่านพี่กับท่านพ่อดู พวกเขาตอบฉันมาว่าชื่อนั่นเป็นชื่อที่ผู้หญิงคนหนึ่งตั้งให้ท่านแม่ตอนเด็ก...พอลองไปถามรายละเอียดท่านแม่ดูท่านก็ไม่ยอมตอบ....ก็เลยปล่อยเรื่องนี้ไปเพราะอาจจะเป็นอาการหนึ่งของโลกนี้

 

ก็ดูลูกสิ! แม่อุตสาห์หวังที่จะได้เห็นท่าทีของลูกที่มาเจอร้านนี้เป็นครั้งแรก...มาครั้งแรกแท้ๆทำไมลูกถึงดูไม่ตื่นเต้นเลยล่ะจ๊ะ!?” ท่านแม่งอนแก้มป่อง ฉันที่ได้ยินแบบนั้นก็หัวเราะแห้งออกมาก่อนที่จะวางแผ่นเมนูลง

 

ก็เข้าใจว่าคุณเธออยากให้ฉันเซอร์ไพรซ์...แต่เมื่อโลกก่อนฉันมักจะเข้าร้านคาเฟ่บ่อยมากเพราะไปรับออเดอร์ลูกค้านอกสถานที่หรือคุยกับสปอนเซอร์ที่มาสนับสนุน....เพราะฉะนั้นพอเห็นของแบบนี้เข้าก็เลยไม่ค่อยตื่นเต้นซักเท่าไหร่...

 

แต่คนที่ดูสนอกสนใจที่นี่มากที่สุด...ก็คงเป็นซินเซียล่ะมั้ง...

 

ฉันเท้าคางมองไปยังซินเซียที่ดูให้ความสนอกสนใจของภายในร้านเต็มเปี่ยม....เด็กคนนี้คงจะมาทานอะไรที่แบบนี้เป็นที่แรกสินะ...

 

ทันใดที่ซินเซียสังเกตเห็นฉันและท่านแม่กำลังจับจ้องไปที่ตนด้วยสายตาเอ็นดู เธอก็ทำท่าทีเขินเล็กน้อยก่อนจะกลับมานั่งสุภาพ

 

....ฟิเลน่าจ๊ะ...เมื่อกี้ทำไมลูกถึงเดินออกไปทางถนนใหญ่แบบนั้นล่ะ?” ท่านแม่หันมาถามคำถามฉันด้วยความสงสัย พอได้ยินฉันก็ตอบไปด้วยท่าทีสบายๆแล้วสั่งเมนูไปด้วยพร้อมๆกัน

 

อ๊ะ...ก็ไม่มีอะไรมากหรอกค่ะ พอดีว่าเจอคนที่รู้จักนิดหน่อยน่ะค่ะ...ฉันพูดพร้อมกับพยายามหาคำที่ดูดีที่สุด...จะว่ารู้จักก็รู้จักอยู่อ่ะนะ...แต่ก็ไม่ได้รู้จักมากขนาดนั้น...


พูดถึงเรื่องนี้แล้วก็อดคิดไม่ได้จริงๆว่าวิธีไหนอีกที่ฉันจะสามารถพาเธอเข้ามาเป็นเพื่อนได้...

 

งั้นเหรอ แต่ถึงยังไงลูกก็อย่าบุ่มบ่ามเดินออกไปแบบนั้นสิจ๊ะ เดี๋ยวมันก็ได้เป็นจริงตามที่กาเร็ธและไคลด์บอกกันพอดีสิท่านแม่ยื่นมือมาข้ามโต๊ะแล้วลูบหัวฉันไปมาอย่างอ่อนโยน ทำให้ฉันที่โดนดาเมจนั้นก็รู้สึกผิดขึ้นมาทันที


มันก็อาจจะจริงที่เธอพูด...ฉันอาจจะต้องระมัดระวังตัวมากกว่านี้อีก ฉันก็ไม่ใช่เด็กใสๆไร้มลทินซะด้วย....จะให้คนที่อายุน้อยกว่ามาให้ความสนอกสนใจนี่มันก็แปลกๆใจเหมือนๆกัน

 

.....จะว่าไป....ลูกมีเพื่อนผู้หญิงบ้างหรือเปล่าจ๊ะ?” ท่านแม่เลิกลูบหัวของฉัน ก่อนที่จะถามคำถามบางอย่างออกมาอย่างยากลำบาก


จะว่าไปที่ท่านแม่พูดมามันก็ชวนคิดอยู่นะ...นอกจากเด็กพวกนั้นที่เป็นเหมือนเพื่อนผู้ชายแล้ว...ฉันมีแค่เพื่อนผู้หญิงคนเดียวที่สนิทที่สุดนี่นา...ไม่ได้การล่ะ กลับไปที่โรงเรียนวันพรุ่งนี้ฉันจะต้องตามหาเพื่อนหญิงจริงๆจังๆเเล้ว!

 

อื้ม ถ้าสนิทมากๆก็มีอยู่คนหนึ่งค่ะฉันตอบกลับไปพร้อมกับรอยยิ้ม ท่านแม่เองที่ได้ยินแบบนั้นก็เงยหน้าขึ้นมาระบายยิ้มบางๆให้

 

งั้นเหรอจ๊ะ...ช่วย...เล่าระอายเอียดให้แม่ฟังหน่อยได้มั้ย?” เธอเอ่ย จู่ๆน้ำเสียงที่ดูเย้ายวนเมื่อกี้ของท่านแม่ก็หมองลง

 

...อือ เธอเป็นเด็กผู้หญิงที่ซนเหมือนกับลิงเลยค่ะต่างจากผู้หญิงคนอื่นๆมากๆ...เป็นคนที่แข็งขันตลอดเวลา ร่าเริงแถมยังยิ้มเก่งอีกต่างหาก คนในห้องก็มักจะสบายใจที่ได้คุยกับเธอ อ๊ะ! แล้วเธอคนนั้นก็ยังเป็นคู่หูของไคลด์ด้วยนะคะ แล้วยังเอาการเอางานอีก เวลางอนก็จะทำแก้มป่องๆเหมือนกับเด็กหนำซ้ำยังหัวดื้ออีกด้วยฉันสาธยายความเป็นตัวตนของเธอออกมาให้ท่านแม่ฟัง แต่ละครั้งที่ได้คุยเรื่องของคนอื่นให้พวกเขาฟังก็มักจะสนุกไปด้วย...ไม่ก็ช่วงเวลาที่ฉันอยู่กับเชอร์เบในตอนนั้นมันมีความสุขมากๆ

 

ถึงแม้จะน่ารำคาญไปบ้าง แต่ก็ยังชอบความทรงจำที่อยู่กับเด็กคนนั้นอยู่ค่ะ...ซักวันถ้าเกิดมีโอกาสได้เจอกันอีก...หนูก็อยากจะไปทักทายเธออย่างสนิทสนมเหมือนกับที่เธอเข้ามาทักทายหนูค่ะ เป็นเด็กที่น่าขันมากๆเลยค่ะฉันยังคิดถึงครั้งแรกที่เจอ มันอาจจะเป็นเหตุการณ์ที่ดูพิลึกพิลั่น แต่สำหรับฉันมันเป็นอะไรที่แปลกใหม่และพีคที่สุดเท่าที่ลืมตาใช้ชีวิตที่สองแล้วมั้ง

 

ฮุๆ...ลูกดูสนุกดีนะที่เด็กคนนั้นเป็นเพื่อนสนิทของลูกน่ะ..ท่านแม่ป้องปาก ก่อนที่จะได้ยินเสียงคล้ายๆกับหัวเราะออกมา

 

...นี่ฟิเลน่า...ลูกจะคิดยังไงเหรอ…” ท่านแม่ที่หัวเราะเมื่อกี้ก็ค่อยๆพ่นลมหายใจออกมายาวๆ ก่อนที่จะกลับมาทำสีหน้าจริงจังอีกครั้ง แล้วอยู่ๆบรรยากาศของร้านก็เริ่มกร่อยลงอย่างเห็นได้ชัด


"?...คะ?" ฉันเห็นเธอพูดเว้นจังหวะยาวผิดปรกติ จึงส่งเสียงออกไปเพื่อวัดความแน่ใจ


ถ้า...ถ้าหากว่าเด็กคนนั้น..ไม่ใช่แม้แต่มนุษย์อีกแล้วท่านแม่ประสานมือวางลงบนโต๊ะ...ซินเซียที่ได้ยินก็เบิกตากว้างมองไปยังท่านแม่ราวกับจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ก็ต้องโดนฝ่ามือของท่านแม่หยุดไว้...จึงกลับมานั่งปรกติ

 

ฉันที่ได้ยินก็กลืนน้ำลายกับคำพูด  พอลองมองเข้าไปในแววตาของท่านแม่ก็กลับกลายเป็นว่าเรื่องนี้ท่านแม่ไม่ได้กำลังล้อเล่นหรือโกหก เป็นสายตาที่ดูโศกเศร้าราวกับรู้อะไรบางอย่าง

 

ถ้าหากว่าเป็นสิ่งที่มนุษย์ชาติไม่สามารถลุกขึ้นยืนได้อีกแล้ว...ถ้าหากว่ามันคืออสูรกาย...ลูกจะทำยังไง?” ท่านแม่พูดพร้อมกับมองเข้ามาในดวงตาของฉัน ทันทีที่ท่านแม่เอ่ยออกมาซินเซียที่ได้รับฟังเหตุการณ์ทุกอย่างก็ก้มหน้าลงพร้อมกับจับชายกระโปรงแน่น...

 

...อสูรกาย.. ฉันทวนคำนี้ออกมาอีกที พร้อมกับก้มหน้าลงแล้วครุ่นคิด


           ถึงจะรู้อยู่แล้วว่าเชอร์เบนั้นไม่ใช่มนุษย์เต็มร้อย...แต่ตอนที่ฉันอยู่กับเจ้าตัวกลับไม่ได้คิดถึงเรื่องอสูรกายเลย...มิหนำซ้ำฉันคิดว่าเชอร์เบอาจจะเป็นเลือดผสมเหมือนกับมิซาเอลด้วยซ้ำ...แต่ถ้าเกิดท่านแม่บอกใบ้มาโต้งๆแบบนี้แสดงว่าต้องมีอะไรมากกว่าเลือดผสมแน่ๆ


อย่าบอกนะว่า...เชอร์เบเป็นพันธ์แรร์ไอเทมน่ะ? 

 

(ท่านแม่....รู้เรื่องอะไรต่อจากนี้กัน?...)

 

—แปะ! เสียงฝ่ามือทั้งสองข้างตบเข้าหากันทำลายบรรยากาศน่าตึงเครียดเมื่อกี้ พอลองมองดูต้นตอของเสียงก็พบกับท่านแม่ที่ระบายยิ้มอ่อนโยนมาให้

 

เอาล่ะจะ ที่แม่พูดไปเมื่อกี้แม่แค่ล้อเล่นเองนะจ๊ะ อย่าไปคิดมากจนทำให้หน้าสวยๆของลูกย่นแบบนั้นสิท่านแม่พูดออกมาด้วยน้ำเสียงและท่าทางอะไรต่างปรกติ

 

...งั้นเหรอคะ คุณแม่นี่ขี้เล่นจริงๆฉันหัวเราะออกไปให้ ท่านแม่เองที่เห็นแบบนั้นก็มือป้องปากเล็กน้อยราวกับหลุดขำ แต่ว่านะคะท่านแม่....

 

—ฉันไม่ใช่เด็กที่จะยอมเชื่อคำโกหกของคุณตลอดหรอกนะ—

.

.

.

.

เป็นร้านที่อร่อยมากเลยนะคะฉันลูบท้องของตัวเองไปมา ท่านแม่เองก็กางร่มแล้วเข้ามาเดินอยู่ข้างๆฉัน

 

นั่นสินะจ๊ะ วันหลังแม่ก็อยากจะพาหลานมาทานด้วยเหมือนกันนะท่านแม่ยิ้มราวกับมีเลศนัยบางอย่าง ฉันเองที่ได้ยินก็พลางคิดเรื่องต่างๆภายในหัว

 

หลานงั้นเหรอ...มันก็ไม่เลวหรอกนะที่จะได้เห็นหน้าลูกของคุณนางเอกถ้าเกิดฉันสามารถรอดแล้วยืนอยู่ในจุดนั้นได้น่ะ...ใครกันนะระหว่างกาเร็ธและไคลด์ที่จะได้คุณนางเอกไปครอบครอง...แต่ยังไงๆป้าคนนี้ก็จะคอยเป็นกำลังใจให้เสมอนะ!

 

คุณผู้หญิง...คุณหนูคะ ถึงเวลากลับกันแล้วค่ะซินเซียที่เดินมาจากข้างหลังก็เข้ามาพูดใกล้พร้อมกับสัมภาระที่เธอถืออยู่ ท่านแม่ที่ได้ยินก็เบิกตากว้างด้วยเวลาที่ผ่านไปอย่างรวดเร็ว

 

ตายจริง! ถึงเวลาแล้วงั้นเหรอเนี่ย?” ท่านแม่เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงตกใจตามแบบฉบับของนาง ฉันที่เห็นก็หันหลังให้ทั้งคู่คุยกันซักระยะแล้วเงยหน้าขึ้นฟ้า

 

(พรุ่งนี้เป็นวันที่จะต้องกลับแล้วสินะ...เอาเถอะ! ได้ออกมาเที่ยวด้านนอกแบบนี้บ้างก็ถือว่าคุ้มค่าล่ะนะ)

 

กรี๊ด!!! ขโมย!!!” ทันทีที่ยังไม่ได้เตรียมตัวกลับ พวกเรากำลังเดินไปตามสะพานที่เชื่อมกับอีกฝั่งหนึ่ง เดินมาได้เพียงครึ่งทางก็ต้องหันกลับไปตามเสียงกรีดร้องของใครคนหนึ่ง

 

(ทำไมมันถึงชอบมาแนวหนังตลอดเลยนะ!? แบบนี้พวกยามหรือตำรวจจะไม่มาตอนสุดท้ายเลยหรือไง?)

 

พอสายตาของพวกเราหันกลับไปมองยังต้นตอของเสียง ก็เห็นหนุ่มวัยกลางคนที่สวมใส่ชุดมิดชิดวิ่งหน้าตั้งเธอกระเป๋าหรูๆที่ตนขโมยมาวิ่งมาทางสะพานที่พวกเราสามคนกำลังข้ามกันอยู่

 

“!!!--ไม่นะฟิเลน่า! หลบเร็วไม่งั้นลูกจะจมน้ำนะ!”ท่านแม่ตะโกนออกมาด้วยใบหน้าตื่นตระหนก

 

เอ๊ะ?”

 

หลบไปยัยเด็กบ้า!!”

 

ทันทีที่เสียงของท่านแม่ดังขึ้น รู้ตัวอีกทีไอ่โจรวิ่งราวเมื่อกี้ก็วิ่งเข้ามาผลักฉันทันที เท้าของฉันเหมือนกับลอยสูงขึ้นเพราะไม่สัมผัสกับพื้น ก่อนที่ภาพทิวทัศน์และสีหน้าตื่นตระหนกของท่านแม่จะกลับตาลปัตรเป็นอีกมุมหนึ่ง

 

คุณหนูคะ!!!” ซินเซียรีบสละของที่ตนถือไว้ทั้งหมดทิ้ง ก่อนที่จะจับคอเสื้อของโจรเมื่อกี้แล้วทุ่มมันลงไปกับพื้นจนอิฐที่ปูเป็นลายสะพานแตกออกมาเป็นก้อนๆ ซินเซียรีบยื่นมือมาเพื่อจะจับชายเสื้อของฉันไว้แต่ร่างของฉันดันร่วงลงก่อนที่จะคว้าได้ซะนี่

 

—อ่ะฉันส่งเสียงขึ้นมาแอะหนึ่ง...ก่อนที่ร่างของฉันจะสัมผัสได้ถึงของเหลวที่เย็นเฉียบไปทั้งตัว

 

★★★★★★★★★★★★★★★★★★★★★★

 

ขออภัยเป็นอย่างสูงค่ะคุณหนู!!!” ผมสีน้ำเงินบดบังใบหน้าของเจ้าตัวที่ก้มกราบลงกับพื้น ฉันที่นอนอยู่บนเตียงพอเห็นท่าทางแบบนั้นก็ถึงกับผงะ

 

ซ ซินเซีย...ไม่ต้องก้มขนาดนั้นหรอกนะฉันพยายามเกลี้ยกล่อมให้เธอลุกขึ้นมา แต่ดูเหมือนเจ้าตัวกับจริงจังเรื่องพวกนี้มากกว่าที่คิด

 

ฮึก...คุณหนูคะ อภัยให้ดิฉันที่ไร้น้ำยาด้วยค่ะซินเซียที่ทำท่าจริงจังเมื่อกี้ปล่อยโฮออกมาทันทีเมื่อเงยหน้าขึ้น

 

หลังจากที่ฉันถูกไอ่โจรนั่นผลักจนตกลงไปในน้ำ เหตุกาณ์หลังจากนั้นก็มีคนมาช่วยฉันไว้...ท่านแม่ที่เห็นก็รีบใช้ให้ซินเซียแบกฉันขึ้นรถม้าแล้วมุ่งหน้าไปยังโรงพยาบาลของเมืองทันที ถึงฉันจะไม่ได้หมดสติแต่ก็พยายามเงียบๆเอาไว้ เพราะในสถานการณ์ตอนนั้นไม่ว่าท่านแม่หรือซินเซียก็ไม่ยอมฟังฉันพูดเลยซักนิด...

 

มันก็เป็นไปตามแนวๆหนัง เจ้าโจรนั้นถูกจับกุมแล้วถูกส่งตัวไปยังสภาเวทมนตร์เพื่อตัดสินคดีทันที...

 

ฮึก ฮือ..นึกว่าลูกจะจากแม่ไปซะแล้ว..ท่านแม่ร้องไห้ใหญ่ในขณะที่จับมืออีกข้างของฉันไว้ เอาจริงๆท่านแม่ไม่ต้องร้องไห้ฟูมฟายขนาดนี้ก็ได้นะคะ..เพราะฉันแค่ตกน้ำจนตัวเปียกเอง...

 

ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกค่ะ...แต่ว่าสุดยอดไปเลยนะคะ! ท่านแม่น่ะบอกว่าหนูจะตกลงไปในแม่น้ำ ท่านแม่รู้ได้ยังไงหรือคะ?” ฉันพยายามเปลี่ยนเรื่องเพื่อให้ทั้งสองคนหยุดร้องไห้ ทันทีที่ท่านแม่ได้ยินก็เงยหน้าที่เต็มไปด้วยน้ำตาขึ้นมา

 

ฮึก...อยู่ๆมันก็เห็นเองจ่ะ...ภาพมันผุดขึ้นมาในหัว ท่านแม่ปาดน้ำตาของตัวเองอย่างอ่อนช้อย ฉันที่ได้ยินก็เก็บคำพูดพวกนั้นมาพิจารณา

 

(มองเห็นเอง....การทำนายของเออร์เนชาที่พวกเขาเรียกกันหรือเปล่านะ?...)

 

ฟู่...วันนี้พอลูกกลับคฤหาสน์แล้วก็ไปนอนพักซะนะจ๊ะ...พรุ่งนี้ลูกเองก็จะกลับแล้ว..ท่านแม่ถอนหายใจออกมาเพื่อหยุดอาการสะอื้น เธอยื่นมือเข้ามาใกล้ๆก่อนที่จะจับแก้มของฉันเพื่อวัดอุณหภูมิ

 

ฉันผงกหัวให้เล็กน้อยแทนคำตอบ ท่านแม่ที่ได้เห็นก็เผยรอยยิ้มบางๆมาให้


          มีเวทมนตร์แบบนี้อยู่ด้วยหรือนอกจากตัวโกงในอนิเมะหรือเกมที่เคยเล่นโลกก่อน...อย่าบอกนะที่เธอเห็นพวกนี้ทั้งหมดน่ะคือสกิลมองดูอนาคตที่เคยได้ยินกันใช่มั้ย? เธอมีงั้นเหรอ? สกิลที่โครตจะแรร์ไอเทมอันนั้นน่ะ!?     


....สิ่งที่ท่านแม่เห็นคืออะไรกันแน่?....


โลกแห่งนี่มันมีอะไรมากกว่าที่ฉันรู้เมื่อโลกก่อนอีกงั้นเหรอ?


ฉัน...ยังไม่รู้อะไรอีก?


============================================================================================

 

ระหว่างที่กำลังคุยเรื่องเพื่อนอยู่...


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 100 ครั้ง

329 ความคิดเห็น

  1. #150 tanosukumarry10 (@tanosukumarry10) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2561 / 22:21
    รอออออ
    #150
    0
  2. #147 Joom1995 (@Joom1995) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2561 / 11:47

    หลาน????? กริ๊ดดดดดด คุณแม่บอกมาเดี๋ยวนี้นะว่าเป็นยังไง โอ๊ยยยยยย แต่ลงเรือรัชทายาทจ้าาาา เกาะเรือไว้แล้วววว

    #147
    0