Prince's Heart เกิดใหม่ทั้งทีขอชีวิตดีๆ ที่ไม่ใช่นางร้าย!

ตอนที่ 39 : Chapter : 31

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 747
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 78 ครั้ง
    17 ม.ค. 62

บทที่ 31

- Filena – 

 


หลังจากเรื่องเมื่อวาน พอในวันรุ่งขึ้นราวกับว่าไม่เคยมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นเลย ฉันใช้ชีวิตในห้องเรียนตามปรกติ เจ้าเด็กพวกนั้นเองก็ดูเหมือนจะทำเป็นเหมือนว่าจำอะไรไม่ได้ เพราะฉะนั้นตอนนี้ไคลด์เลยปลอดภัยสบายหายห่วงค่ะ!

 

ตอนนี้เป็นเวลาตอนเที่ยง ปรกติแล้วทุกคนจะมานั่งทานข้าวด้วยกันแบบทุกๆที...แต่ว่าวันนี้ดูเหมือนพวกเขาต่างก็มีงานยุ่งๆกันทั้งนั้น เห็นได้ชัดว่าวันนี้มีการประชุมของระดับชั้น เฟิร์ส เพลเยอร์ คลาส ทุกห้อง เพราะฉะนั้นหัวหน้าห้องทุกคนในตอนเที่ยงนี้เลยไปประชุมกัน ดูเหมือนจะเรื่องอะไรไม่ทราบแต่เพราะเหตุนั้นทำให้ไคลด์และเรย์ที่เป็นหัวหน้าห้องนั้นต่างก็ต้องไปทำธุระเลยไม่ได้มาทานอาหารด้วย

 

ส่วนลิออนและมิซาเอลเองก็ดูเหมือนจะถูกอาจารย์เรียกตัวไปช่วยจัดการเอกสารอะไรบางอย่างนี่แหละ เพราะฉะนั้นช่วงเวลาพักเที่ยงของฉันจึงสโลว์ไลฟ์มากๆ! ช่วงเวลานี้เป็นโอกาสดีที่ฉันจะได้ทพชำอะไรตามใจชอบกับเขามั้ง เพราะปรกติเวลาทำอะไรแต่ละอย่างเด็กพวกนั้นมักจะชอบบ่นบ่อยๆ

 

โดยเฉพาะการปีนต้นไม้ขึ้นมานอนหลับนี่พวกเขายิ่งห้ามเลย...พอพวกเขาไม่อยู่ฉันจึ้งสามารถปีนต้นไม่ขึ้นมานอนบนนี้ได้ มีความสุขจริงๆ!

 

อืมมม บรรยากาศด้านบนนี้ดีจังเลยน้าฉันพูดพร้อมกับเอาหลังพิงต้นไม่ใหญ่อย่างสบายใจเฉิบ

 

ไม่ได้ทำแบบนี้ตั้งนานแล้วนะตั้งแต่ย้ายมาอยู่ที่หอพักน่ะ ที่คฤหาสน์เองฉันมักจะชอบปีนต้นไม้ขึ้นไปนอนอยู่บ่อยๆ ไคลด์เองก็เคยเตือนฉันนะแต่ก็ไม่เคยฟังเขาซักที ยกเว้นกาเร็ธอ่ะนะ...เพราะเวลาเขาโกรธแต่ละครั้งนี่เหมือนอายุจะลดลงไปเยอะเลยล่ะ

 

ฉันทอดสายตามองไปยังทิวทัศน์ของลานกว้าง ต้นไม่ที่ฉันปีนขึ้นมามันก็สูงอยู่พอสมควรเพราะฉะนั้นฉันมั่นใจเลยว่าจะไม่มีใครมองเห็นแน่นอน อีกทั้งแถวๆนี้ก็ไม่ค่อยมีคนเดินมาพลุกพล่านเท่าไหร่...มันจึงสงบมากๆ

 

....จะเอายังไงกับลีน่าดีนะ..ฉันพูดขึ้นมาพร้อมกับเงยหน้าขึ้นมองภาพแสงที่ลอดออกมาจากใบไม้

 

ฉันคิดอะไรแทบจะไม่ออกเลยล่ะ จะรีบพรุ่งพรวดเข้าไปแนะนำตัวก็ไม่ได้....ไม่ได้เส้นสายสัมพันธ์เหมือนกับเด็กพวกนั้น ฉันจึงไม่รู้ลักษณะนิสัยของเจ้าตัวเลยแม้แต่นิด อีกทั้งยังมีอาการต่อต้านขนาดนั้นก็ยิ่งยากเข้าไปอีก

 

ลิซาน่าก็ไม่ได้บอกใบ้อะไรด้วย หลังจากที่เจอลีน่าในตอนนั้นไม่ว่าพยายามจะพูดคุยกับลิซานน่ายังไง เธอก็ไม่เคยตอบกลับฉันมาเลยซักนิด...เหมือนกับว่าเธอไม่เคยมีตัวตนอยู่ตั้งแต่แรกยังไงอย่างงั้น

 

...เอาวะ!!! พยายามเอาแล้วกัน! อุตสาห์มาถึงขนาดนี้แล้ว! ในเมื่อพูดบทพูดตัวละครตาหวานไปแบบนั้นก็ต้องรับผิดชอบให้ถึงที่สุด! ภายในปีนี้ฉันจะต้องให้เด็กคนนั้นมาเป็นเพื่อนของฉันตามคำขอของลิซานน่าให้จงได้!!!

 

ฉันยกกำปั้นของตัวเองแล้วชูขึ้นไปบนฟ้าทั้งสองข้างเพื่อเป็นกำลังใจ จังหวะนั้นเองในขณะที่กำลังมีไฟได้ที่...ฉันก็ได้ยินเสียงของคนๆหนึ่งที่ดูคุ้นเคยมากๆดังลงมาจากใต้ต้นไม้ที่ฉันปีนขึ้นมา ฉันชะเง้อมองลงไปยังใต้ต้นไม้ ก่อนที่จะเห็นร่างของใครบางคนกำลังตามหาใครอยู่

 

คุณฟิเลน่าครับ อยู่ที่นี่หรือเปล่าครับ?” คนๆนั้นก็คือลิออน เขาเหมือนกำลังตามหาฉันอยู่...พอเห็นแบบนั้นฉันก็ตะโกนบอกเขาไปจากด้านบนต้นไม้

 

อื้มๆ! ฉันอยู่นี่! แป๊ปหนึ่งนะฉันตะโกนบอกเขาจากด้านบน เขาสับสนแล้วมองหาร่างของฉันรอบๆ จนในที่สุดฉันก็กระโดดลงมาจากบนต้นไม้ด้วยความชำนาญ ก่อนที่จะมาตั้งหลักอยู่ตรงหน้าของลิออนแบบพอดิบพอดี

 

ค คุณฟิเลน่า!? มะ เมื่อกี้คุณมาจาก???” เขาเบิกตากว้างแล้วมองมาทางฉันที่กระโดดลงมาจากต้นไม้เมื่อกี้ ฉันลุกขึ้นยืนพร้อมกับปัดกระโปรงของฉันก่อนจะยิ้มให้เขา

 

อ อ่อ เมื่อกี้ฉันขึ้นไปนอนข้างบนนั้นน่ะ...ย อย่าบอกเรื่องนี้ให้คนอื่นๆฟังนะฉันขอร้องเขาเพื่อปิดเรื่องที่แอบปีนขึ้นต้นไม้ มีหวังถ้าไคลด์หรือกาเร็ธรู้เข้าล่ะก็...มีหวังโดนบ่นแน่ๆ

 

เรื่องนั้นไม่เป็นปัญหาหรอกครับ...ต- แต่ว่าคุณฟิเลน่า...เมื่อกี้คุณปีนขึ้นต้นไม้ ท-ทั้งๆที่...ใส่กระโปรง?!” ลิออนมองหน้าฉันก่อนที่จะค่อยๆเลื่อนสายตามองไปยังกระโปรงยาวๆของฉัน

 

กระโปรงงั้นเหรอ?...อ๊ะ! เรื่องนั้นไม่ต้องห่วงหรอกนะ! เพราะฉันใส่กางเกงไว้ข้างในแล้วล่ะ!” ฉันพูดออกมาพร้อมกับจับปลายกระโปรงของฉันยกขึ้นมาให้ลิออนเห็นกางเกงที่ฉันใส่ซ้อนอยู่ข้างใน อยู่ๆเจ้าตัวที่เห็นชัดว่าฉันยกกระโปรงขึ้นมาเขาก็แสดงท่าทีเขินอายก่อนที่จะปิดตาของตัวเองแล้วหันไปอีกข้างหนึ่งด้วยความเร็ว

 

มะมะ-ไม่ได้นะครับคุณฟิเลน่า! ถึงที่นี่จะไม่ค่อยมีคนก็เถอะแต่ไม่ควรเปิดกระโปรงต่อหน้าผู้ชายนะครับ;;;” ลิออนพูดโดยไม่มองหน้าฉัน กลับกันเขาหันหลังให้ฉันเสียมากกว่า ฉันปล่อยชายกระโปรงของฉันลงพร้อมกับยิ้มเจื่อนๆให้เขา

 

ไม่ต้องห่วงเรื่องนั้นหรอกนะ...ก็ฉันใส่กางเกงอยู่ฉันเดินเข้าไปใกล้ๆเขาพร้อมกับตบหลังเขาเบาๆเพื่อให้หันมา เจ้าตัวค่อยๆชำเลืองมองมาทางฉันก่อนที่จะค่อยๆแยกนิ้วมืออกจากกันทำให้เห็นดวงตาสีเทาของเขา

 

แฮะๆ ขอโทษที่ทำให้ตกใจนะ ว่าแต่งานของลิออนเสร็จแล้วงั้นเหรอ?” ฉันถามเขาไปพร้อมกับปัดใบไม้ที่ติดอยู่ตามตัวของฉัน ลิออนที่ได้ยินก็กระแอมออกมาสอง-สามทีเพื่อปรับอารมณ์ก่อนที่จะตอบคำถามฉันมา

 

อ่า ครับ..ที่จริงแล้วในตอนนี้พวกผมกำลังตามหาคุณฟิเลน่าอยู่ก็ว่าได้ครับลิออนพูดขึ้นมา ฉันเอียงคอสงสัยกับคำพูดของเขา

 

ตามหา? ทำไมงั้นเหรอ?” ฉันถามเขาไปด้วยความสงสัย ทำไมถึงต้องตามหาฉันกันนะ??

 

คือว่า...พอดีถูกผู้อำนวยการวานมาน่ะครับ..ว่าขอให้ตามหาคุณฟิเลน่าให้หน่อยเพราะจะคุยเรื่องธุระ...ลิออนพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่ดูเป็นห่วงและท่าทีที่ดูลำบากใจ ฉันที่ได้ยินก็ถึงกับตาค้าง

 

ผ—ผู้อำนวยการ???? มีธุระคุยกับฉันงั้นเหรอ???? แต่ฉันจำได้ว่าไม่ได้ทำวีรกรรมอะไรไว้นี่นา?!?!? หรือว่าเรื่องที่ฉันขู่พวกเด็กเมื่อวานนั้นมีคนเอาไปรายงานงั้นเหรอ??? แต่พวกเขาเมื่อตอนเช้าก็ไม่ได้บอกอะไรฉันเลยนี่นา??? นี่มันเรื่องอะไรกันน่ะ??

 

ค คือว่าคุณฟิเลน่า!” อยู่ๆในขณะที่ฉันกำลังคิดอะไรต่างๆนาๆ...ลิออนที่ยินอยู่ตรงหน้าฉันก็เรียกชื่อฉันขึ้นมา สติของฉันกลับมาสู่ปัจจุบันจึงเงยหน้าขึ้นมองลิออนที่หน้าตาดูมุ่งมั่นสุดๆ

 

ผม...ไม่รู้ว่าคุณฟิเลน่ามีเรื่องอะไรจนถึงขนาดท่านผู้อำนวยการเรียกพบตัว...ต-แต่ว่า! ไม่ว่าจะเรื่องอะไร! ผมจะคอยอยู่ข้างๆคุณฟิเลน่านะครับ!” ลิออนพูดขึ้นมา ก่อนที่จะประคองมือของฉัน...เขากุมมือของฉันไว้แน่น พร้อมกับน้ำเสียงที่ดูเข้มแข็ง

 

เขาเป็นห่วงฉันงั้นสินะ...เป็นเด็กที่จิตใจดีจริงๆ

 

อื้ม! ฉันรับรองว่ามันจะต้องไม่เป็นไรแน่นอน ขอบคุณสำหรับกำลังใจนะฉันยิ้มให้กับเขาเพื่อตอบแทนความรู้สึกเป็นห่วงที่เขามีให้

 

ข-ขออนุญาต..ลิออนนิ่ง...ก่อนที่เขาจะยกมือของฉันแล้วเอาหลังมือของฉันสัมผัสไปที่หน้าผากของเขา

 

เอ๊ะ? เป็นอะไรไปลิออน? ไม่สบายงั้นเหรอ??” ความรู้สึกที่ฉันรับรู้ได้จากหลังมือของฉัน...คือหน้าผากของลิออนนั้นรู้สึกร้อนๆอย่างบอกไม่ถูก

 

“…คือว่า...เจ้าตัวเงยหน้าขึ้นมามองฉันก่อนที่เขาจะเลื่อนระดับมือของฉันไปแตะที่แก้มของเขาแทน

 

ม- มันจะเป็นไปได้..มั้ย? ว่าคนอย่างผม..จะขอเป็นคนที่อยู่ข้างๆคุ—”

 

ไม่ได้ ก่อนที่ลิออนจะพูดจนจบประโยค...อยู่ดีๆก็มีมือของใครบางคนมาคว้ามือของฉันไว้พร้อมกับโอบเอวของฉันติดร่างของเขาแน่น ฉันเงยหน้าขึ้น ก็พบกับเรย์ที่มาตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้กำลังทำสีหน้าเคร่งขรึมไปทางลิออนที่ยังคงจับมือของฉันไว้อยู่

 

เรย์...ลิออนพูดชื่อด้วยน้ำเสียงไม่ลื่นหู…เจ้าตัวที่ได้ยินน้ำเสียงนั้นก็ขมวดคิ้วเล็กน้อยแต่รอยยิ้มของเขายังคงเดิมอยู่

 

เรย์?? ประชุมเสร็จแล้วงั้นเหรอ??” ฉันถามเขาไป ทันทีที่เจ้าตัวได้ยินก็ตอบคำถามฉันกลับมาด้วยรอยยิ้มตามปรกติ

 

อื้ม ที่จริงแล้วก็มาตามหาเธอเหมือนเจ้าหมอนั่นนั่นแหละ...แต่สงสัยฉันคงจะปล่อยเธอไว้กับเจ้าหมอนี่นานไปหน่อย..เรย์มองไปทางลิออนที่อยู่ห่างเพียงไม่กี่เซนด้วยสายตาไม่สบอารมณ์ ลิออนเองก็ดูเหมือนจะไม่ค่อยพอใจเหมือนกันยังไงยังงั้น

 

 ถ้าเกิดปล่อยให้คุณฟิเลน่าอยู่กับนายมากเกินไปก็แย่น่ะสิ...ลิออนขยับเข้ามาใกล้ฉันก่อนที่จะวางมืออีกข้างหนึ่งของเขาลงบนไหล่ของฉัน

 

ตอนนี้ฉันกลายเป็นไส้หมูอยู่ตรงกลางซะแล้ว...ดีนะที่แถวๆนี้ไม่ค่อยมีคน...แต่ทำไมพวกเขาถึงต้องทะเลาะกันข้ามหัวของฉันด้วยล่ะเนี่ย??? อย่างน้อยๆพวกนายก็เป็นพี่น้องฝาแฝดกันนะ...ช่วยไปนั่งจับเข่าคุยกันที่อื่นได้มั้ย..เพราะตอนนี้ฉันจะต้องไปหาผู้อำนวยการน่ะ...

 

ระหว่างที่พวกเขากำลังเถียงเรื่องอะไรกันมิรู้...แต่ที่รู้ๆคือฉันไม่สามารถเข้าไปยุ่งกับการทะเลาะเบาะแว้งกับเรื่องของผู้ชายได้เท่านั้น..ฉันตัดสินใจค่อยๆขยับตัวออกจากการที่พวกเขาทั้งสองคนรั้งฉันไว้ แล้วแอบๆคลานหนีออกมา...

.

.

.

ฉันแยกออกมาจากพวกเรย์และลิออนเพื่อมาที่ห้องผู้อำนวยการ เพราะขืนฉันอยู่ตรงนั้นมีหวังไม่ได้เจอหน้าผู้อำนวยการแน่ๆ อีกอย่างแถวนั้นที่พวกเขายืนอยู่เหมือนบรรยากาศจะมาคุโครตๆ

 

ฉันเดินมาตามทางเดินเท่าที่จำทางได้...ฉันมาที่ห้องของผู้อำนวยการครั้งแรกและครั้งล่าสุดคือตอนที่พาตัวเชอร์เบไปหานาง...มีเรื่องอะไรที่จะคุยกับเรานะ...? หรือว่าเรื่องของเด็กพวกนั้น?

ฉันเดินตามทางมาเรื่อยๆก่อนที่จะพบกับบานประตูที่ดูคุ้นตาเข้า มันทำให้มั่นใจว่าประตูบานนี้ห้องที่อยู่ในนี้นั้นจะต้องเป็นห้องผู้อำนวยการแน่ๆ...ฉันเคาะประตูสอง-สามทีตามมารยาท ทันใดนั้นเองประตูก็เปิดออกมาแบบเงียบๆโดยไม่ขานรับแต่อย่างใด

 

หนูฟิเลน่า? ม-มาเร็วดีจังเลยนะจ๊ะคนที่เปิดประตูออกมาคือท่านผู้อำนวยการที่ทำหน้าตาเหมือนคนที่กำลังเครียดๆ แต่ก็ยังคงรอยยิ้มนั้นไว้อยู่ ฉันยิ้มตอบให้เธอ

 

ค่ะ เห็นว่ามีเรื่องที่อยากจะคุยกับดิฉัน..เลยรีบมาให้ไวที่สุดน่ะค่ะฉันยิ้มทักทายเธอ ผู้อำนวยการที่เห็นดังนั้นก็ทักทายฉันกลับ แต่ที่น่าแปลกคือสายตาของเธอแอบเหลือบมองเข้าไปในห้องเป็นพักๆ ฉันที่เห็นก็แอบสงสัยอยู่แต่ก็ไม่คิดที่จะถาม จนกระทั้ง—

 

นั่นสินะจ๊ะ..แต่ขอโทษนะจ๊ะ..ตอนนี้ดิฉันมีแขกน่ะจ้ะ...คงจะคุยธุระกันไม่ได้เธอเอามือทาบแก้มของตนอย่างน่าเสียดาย แต่ดูแล้วเหมือนกับว่าเธอพยายามจะปิดบังอะไรฉันเสียมากกว่า...ด้วยความท่าฉันไม่ค่อยสนใจเรื่องชาวบ้านซักเท่าไหร่..

 

อา...งั้นเหรอคะ  ขอโทษที่ขัดจังหวะนะคะฉันก้มหัวให้เธอตามมารยาท แอบเฟลๆอยู่นิดหน่อยที่รีบมาหาเธอแต่กลับไม่ได้คุยธุระกัน...แต่อย่างน้อยๆมันก็เหมือนกับตอนที่โดนแคนเซิ้ลงานของคุณลูกค้าเลยนั่นแหละ เอาวะ..

 

ต้องขอโทษที่ขัดหนูฟิเลน่าจริงๆนะจ๊ะ;;”

 

ค่ะ. เรื่อเพียงเท่านี้เองค่ะไม่ต้องกังวลไป ฉันพูดพร้อมกับยิ้มให้เธอ ผู้อำนวยการที่เห็นฉันส่งยิ้มให้สีหน้าของเธอก็ผ่อนคลายลงเล็กน้อยก้อนจะผงกหัวให้ฉันเป็นสัญญาณและประตูห้องก็ปิดลงโดยที่ฉันยังยืนอยู่...

 

อา......โดนเทธุระซะแล้วค่ะ...ลึกๆแอบเสียใจเหมือนกันนะที่อุตสาห์รีบมาแบบนี้....แต่จะทำยังไงได้ล่ะเนอะ? เขาเองก็มีแขกที่ต้องคุยอยู่เหมือนกันนี่นา เอาเป็นว่าหยวนๆหน่อยแล้วกัน..

 

 ฉันรีบหันหลังให้กับประตูทันทีเพื่อไม่ให้เสียเวลา...ฉันเริ่มเดินกลับไปทางเดิมตามทางที่เดินๆมาตอนแรกๆ อีก 20 นาทีกว่าจะเข้าเรียนคาบบ่าย ช่วงเวลาที่เหลือขอเดินเหยาะๆไปที่ห้องก็แล้วกันนะ—

 

กริ๊ง—

 

“!?” ทันทีที่กำลังเดินอย่างสบายใจเฉิบอยู่นั้น จู่ๆฉันก็ได้ยินเสียงกระดิ่งใสดังขึ้นมาจากข้างหู มันทำให้ฉันรู้สึกตัวได้ทันทีว่ามันหมายถึงอะไร ฉันรีบหันกลับไปพร้อมกับมองซ้ายขวาอย่างเร่งรีบ...ก่อนที่จะเห็นคนๆหนึ่งในฝูงชนที่กำลังเดินเลี้ยวเข้าทางเดินไป

 

-หญิงสาวที่สวมเครื่องแต่งกายราวกับผู้ชาย เดินสะบัดผมสีน้ำเงินกรมท่าอย่างสง่า

 

ฉันรีบเปลี่ยนทิศทางเป้าหมายของฉันไปหาเธอทันที โดยพยายามจะเว้นระยะห่างที่พอสมควรกับเธอและไม่ให้คลาดสายตาไปพร้อมๆกัน

 

ด—เดี๋ยว! ลีน่า!” ฉันตะโกนไล่หลังเธอมา ดวงตาสีแดงดั่งโลหิตของเธอเหลือบมองฉัน ก่อนที่จะผละสายตาจากไปทันที ราวกับว่าดวงตานั่นแสดงความมุ่งมั่นแรงกล้ามองเพียงเส้นทางที่ตนควรเดิน ทั้งรูปลักษณ์ที่ดูน่าลึกลับและนิสัยใจคอนั้นไม่เปลี่ยนไปหลังจากที่เจอกันในวันนั้นเลยซักนิด!

 

ด—ฉันพูดออกเสียงแทบไม่ทัน เธอฝ่าลอดไปตามช่องว่างระหว่างคลื่นมนุษย์ที่เดินสวนกันมา ฉันสัญญาไปแล้ว! ไม่ว่าจะลำบากแค่ไหนฉันต้องช่วยเด็กคนนี้ให้ได้! เพื่อความปรารถนาของฉันและลิซานน่า

 

เดี๋ยว!  รอก่อน...ขอร้องล่ะ!” ทันทีที่ฉันพูดออกไป เสี้ยววินาทีหนึ่ง ดวงตาของเธอตอบรับเสียงเรียกนั้นแล้วมองมาทางฉัน มันเย็นชาราวกับมองคนไม่รู้จัก...

 

ฉันถูกสายตาอันคมกริบและเย็นชาของเธอปักทะลวงหัวใจ...แต่...ฉันไม่สนใจว่าอีกฝ่ายจะชิงชังฉันอย่างไร แต้ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงๆ อย่างน้อยๆก็อยากจะบอกเธอออกไปว่าฉันกำลังทำอะไรอยู่ อย่างน้อยถ้ามันจะไร้ความหมายจริงๆล่ะก็! ขอให้ทำอะไรซักอย่าง...เพื่อเด็กคนนั้นที!

 

เห...นั่นเคยเป็นชื่อของเธอเหรอ?’ จู่ๆเสียงของใครคนหนึ่งก็ดังขึ้นมาในหัว...มันเป็นเสียงที่ดูคุ้นเคยราวกับคนใกล้ตัว...

 

เอ๊ะ? อะไร???

 

งั้น...ก่อนตายฉันขอเรียกเธอว่—

 

“!!! รอเดี๋ยวก่อน0409!!!” ฉันรีบพูดคำบางคำออกมาจากเสียงที่ได้ยินเมื่อกี้ แผ่นหลังที่ซึ่งอยู่ห่างไกลสะดุ้ง แล้วเธอก็หยุดฝีเท้าลง...


เอ๊ะ?? เมื่อกี้ฉันพูดอะไร?? 0409??? นั่นคือเลขอะไร???

 

ฉันรีบป้องปากของตนเองเมื่อรู้ว่าตนพูดคำที่แสนแปลกประหลาดออกไป แต่ด้วยเหตุนั้นฉันจึงกลืนน้ำลายดังอึก แล้วเดินฝ่าฝูงชนเข้าไปหาเธอที่หยุดเดินอยู่

 

...ลีน่า...คือว่า..ฉันกระอักกระอ่วนที่เริ่มจะพูดกับที่ ทันใดนั้นที่ฉันกำลังประมวลผลกับสิ่งที่พูดออกไปเมื่อกี้กับปฏิกิริยาของเธอ...ทำให้ฉันรู้สึกไม่สบายใจขึ้นมา ฉันยื่นมือของฉันวางลงบ่าของลีน่า

 

..คิด...จะทำอะไร?” ทว่ากลับมีเสียงหนึ่งดังขึ้นมา...ฉันมองหาต้นตอของเสียงจากรอบๆก่อนที่จะสะกิดใจได้หลังจากที่ลีน่าหันมาทางฉัน กลับมีสีหน้าโกรธขึ้งอย่างที่ไม่ได้คาดคิด

 

เมื่อกี้??? เสียงของ...ลีน่า??

 

ลีน่าปัดมือของฉันออกอย่างรุนแรง เธอถอยหลังไปก้าวหนึ่งเว้นจังหวะเล็กน้อยก่อนที่จะมองฉันด้วยดวงตาสีแดงฉานทอประกายกร้าวแสดงความเป็นศัตรู เมื่อเจอการตอบรับเสียงแข็งกร้าวกว่าที่คิด ทำให้ฉันเผลอกลืนลมหายใจเข้า

 

ย—แย่แล้วล่ะสิ!!! ถ้าดูจากการเป็นไปได้ของตัวละครที่มักจะมีความลับเยอะๆแล้ว!! อย่าบอกนะว่าคำที่ฉันพูดไปเมื่อกี้คือชื่อของเก่าหรืออะไรซัมติงของเธอน่ะ????!!!! แบบนั้นมันก็เหมือนกับฉันเปิดโปงความลับส่วนตัวท่ามกลางฝูงประชาชีเลยน่ะสิ!!!

 

เจ้าเป็นใครข้าไม่สนแม้แต่น้อย...แต่ทำไมเจ้าถึงรู้เรื่องที่ไม่สมควรรู้กัน!?” เสียงโกรธเกรี้ยวที่ลอยเข้ามานั้น...มันทุบทำลายการเตรียมตัวเตรียมใจของฉันไปเสียหมด คำพูดอันคาดไม่ถึงของเธอทำให้ฉันเบิกตากว้างกับความผิดของตน

 

“!! เรื่องนั้นฉันไม่ได้ตั้งใจจริงๆนะ! แต่ขอร้องล่ะช่วยฟังฉันหน่อย!” ฉันพยายามแก้ไขสถานการณ์ในตอนนี้ ฉันหันไปรอบๆทิศทาง ก่อนที่จะสังเกตอะไรบางอย่างเข้า

 

รอบข้างนี้ ทางเดินที่ต่างมีผู้คนเดินสัญจรไปมา ทุกคนต่างสนใจมาที่เราสองคน วี่แววความหวั่นไหวปรากฏขึ้นอย่างชัดเจน ผู้คนต่างปิดปากเงียบเหมือนโดนไม่ให้ขยับตัว รวมกับบทสนทนาของฉันและลีน่าครอบงำสถานที่ตรงนี้เอาไว้หมด

 

แย่แล้ว!! ขืนปล่อยไว้แบบนี้มีหวังสถานการณ์แย่ลงไปกว่าเดิมแน่ๆ แบบนี้เองลีน่าก็อาจจะถูกจับตามองมากกว่าเก่า!

 

“!—ลีน่าใจเย็นๆก่อนนะ! ฉันต้องขอโทษจริงๆที่เรียกออกไปแบบนั้นแต่ตอนนี้เราต้องออกจากตรงนี้ไปก่อน!”  ฉันรีบเดินเข้าไปหาเธอพร้อมกับบอกรายละเอียด...ในขณะที่ฉันทำได้เพียงจับปลายนิ้วของเธอเท่านั้นอยู่ๆก็มีแรงตบลงมายังหลังมือของฉันอย่างรุนแรง ทำให้ฉันปล่อยมืออย่างรวดเร็ว

 

—พอซักที!!!” ทันทีที่ลีน่าแผดเสียงที่อัดแน่นไปด้วยความโกรธเคือง เธอแสดงความเกลียดชังอย่างเปิดเผย—และจังหวะนั้นเองเหมือนกันที่สภานักเรียนเริ่มออกตรวจตราตามเวลา...ฉันเหลือบมองไปยังผู้คนเสี้ยววินาทีหนึ่ง...ก็เห็นวี่แววของกาเร็ธและเพื่อนๆของเขาต่างเดินเข้ามาเพื่อดูสถานการณ์

 

เจ้าน่ะ...เลิกทำบ้าๆได้แล้ว!!”

 

“!! ไม่ใช่นะ! ฉันกำลังจะช่วย—ฉันตกใจกับเสียงที่ดังขึ้นมาอย่างไร้การนัดหมายและจังหวะ...สายตาของฉันจับจ้องไปยังลีน่าที่พยายามเหมือนจะสื่ออะไรบางอย่าง

 

คิดจะช่วย!? น่าขันสิ้นดี!!! ตัวข้าน่ะไม่ต้องการความหวังดีจากเจ้า! ความอบอุ่นบ้าบออะไรนั่น! ความสุขอะไรนั่นข้าไม่อยากจะแตะมัน!!! เพราะฉะนั้นเลิกตามตอแยข้าซักที!!”

 

“!! เรื่องนั้นน่ะ— ฉันโต้เถียงกับเธอไป ทันใดนั้นเอง—

 

นี่มันเรื่องอะไรกัน?” เสียงของกาเร็ธก็ดังขึ้นมา เป็นน้ำเสียงที่สงบเสงี่ยมและเย็นยะเยือกในเวลาเดียวกัน  การปรากฏตัวของเขาและเหล่าสภานักเรียนทำให้นักเรียนที่อยู่แถวๆนั้นต่างเริ่มสลายกันไปทีละคน-สองคนจนเริ่มเบาบาง

 

ท-ท่านพี่กาเร็ธฉันเรียกชื่อออกไปกับการปรากฏตัวของเขา

 

ฟิเลน่า? เธอกำลังทำอะไร?...” เขาถามฉันขึ้นมา ก่อนที่จะเบี่ยงสายตาไปมองลีน่าด้วยความสงสัย พอเธอเห็นการมีตัวตนของคนกลุ่มๆหนึ่งเพิ่มขึ้นมา...ซึ่งเป็นฝ่ายลีน่าที่หุบตาลงสกัดกั้นอารมณ์ขุ่นเคืองเมื่อกี้แล้วทำท่าจะเดินออกจากจุดๆนี้

 

ลีน่า! เดี๋ย—ฉันพยายามจะห้ามเธออีกครั้ง แต่คำพูดของฉันนั้นก็ถูกทุบทำลายลงด้วยคำพูดของเธอที่หันมาทิ้งท้ายไว้ให้

 

หนวกหู เสียงโกรธเกรี้ยวและแข็งกร้าวดังขึ้นมาตัดสิ้นทุกน้ำเสียง...เธอออกตัวเดินไปอีกครั้งโดยไม่ทันหลังกลับมา

 

"อา...เหมือนนายจริงๆเลยแฮะกาเร็ธ" อัลเดนที่เดินตามหลังกาเร็ธมาก็ทำท่าทีเหมือนพยายามแซะเขาเล่น ทันทีทันใดเจ้าตัวถูกตอกกลับมาด้วยสายตาเย็นชาของกาเร็ธราวกับไม่ใช่เรื่องตลก จนเขาต้องเลิกการละเล่นเมื่อกี้ไป


"?...นี่ ฟิเลน่า.....??? ฟิเลน่า???" กาเร็ธที่เห็นท่าทีของฉันนิ่งงันไปไม่ตอบสนอง เขาเรียกชื่อฉันที่ยืนนิ่งอยู่ด้วยความสงสัย


อา...โดนเทธุระไม่พอยังโดนเกลียดอีก...


ฉันนี่มัน...ชิบหายจริงๆวายวอดจริงๆ!!!!



================================================================================ 



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 78 ครั้ง

331 ความคิดเห็น