Prince's Heart เกิดใหม่ทั้งทีขอชีวิตดีๆ ที่ไม่ใช่นางร้าย!

ตอนที่ 43 : Chapter : 35

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 724
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 67 ครั้ง
    20 ก.พ. 62

บทที่ 3

- -

 

 

ฉันชื่อ อะคิฮิโตะ ยูกิโกะ—อายุ 18 ปี

 

อนาคตคืออะไรงั้นเหรอ? นั่นสินะ—สำหรับฉันนี่มันคืออะไรกัน?

 

หากฉันนิยามอดีตว่า เป็นช่วงเวลาที่ผ่านมาแล้ว เกิดเป็นเรื่องราวและร่องรอยต่างๆมากมาย จากการกระทำ ความทรงจำและความประทับใจ ยังคงเต็มเปี่ยมอยู่ในจิตใจ กลายเป็นประสบการณ์ทั้งที่น่าจดจำ และตรงกันข้าม เป็นระยะเวลาที่ยาวนานเท่ากับชีวิตของฉัน

 

แล้วอนาคตของฉันล่ะ? มันคือช่วงเวลาที่แสนว่างเปล่าที่ยังไม่มาถึงงั้นเหรอ? มันคือความหวัง ความฝัน และสิ่งที่ฉันอยากให้เกิดขึ้นงั้นเหรอ มันอาจจะยาวนานกว่าอดีตของฉัน หรือไม่ก็เป็นเพียงช่วงเวลาสั้นๆ เพียงไม่กี่นาทีก่อนเกิดเหตุการณ์ที่เราไม่อาจคาดคิดได้มาก่อน

 

แล้วมันจะสำคัญตรงไหนกัน? ในเมื่อคนอย่างฉันที่ไม่คิดถึงแม้แต่อนาคตของตัวเองจะคิดมากเรื่องพวกนี้ ซักวัน ปัจจุบันก็กำลังจะกลายเป็นอดีตของพวกเราอยู่ดี ถ้าแบบนั้นในตอนที่ฉันเหยียบไปยังอนาคตของตัวเองซักวันพอผ่านไปก็กลายเป็นอดีตอยู่ดีไม่ใช่เหรอ?

 

ฉันไม่รู้เลยว่าตัวเองอยากเป็นอะไรกันแน่...เพราะฉะนั้นในแต่ละครั้งที่คุณครูสั่งงานเกี่ยวกับตัวเองในอนาคต....ฉันก็มักจะส่งกระดาษเปล่าไปเสมอ

 

ไม่มีอะไรแต่งเติมลงบนหน้ากระดาษขาว มันก็เหมือนกับอนาคตของฉันนั่นแหละ ไม่มีทั้งสีและรอยเปื้อนดินสอ ไม่มีสีสันใดๆทั้งสิ้น

 

แต่มีวันหนึ่งที่ฉันได้รับรู้ถึงสีที่เข้ามาในหน้ากระดาษเปล่าของฉัน...

 

หลังจากนั้นเจ้าปีศาจร้ายก็มาลักพาตัวเจ้าหญิงออกจากปราสาทยามค่ำคืน....จากนั้นก็!” ในขณะที่ฉันกำลังเล่านิทานก่อนนอนให้พวกเด็กๆฟัง ฉันพยายามสวมบทเป็นปีศาจร้ายที่หวังจะกะซวกไส้ได้ทุกเมื่อเพื่อความสมจริง

 

อ๊า!!” ทุกคนต่างส่งเสียงร้องด้วยความตกใจออกมากับการคาดเดาของพวกเขา บางคนหลับตาปี๋แต่บางคนก็ยังเอาหัวมุดผืนผ้าห่มที่พวกเขาหอบมา ฉันที่เห็นก็หัวเราะใหญ่

 

อะไรกันๆ ยังไม่ได้พูดต่อเลยนะ~ ทำไมถึงกลัวกันเร็วขนาดนี้เล่า!” ฉันพูดกพร้อมกับเกี่ยวคอของน้องๆที่หลบออกไปเมื่อกี้เข้าหาตัว

 

ก็พี่ยูกิโกะเล่าน่ากลัวอ่ะ! ไม่แน่บางทีเรื่องที่พี่เล่าอาจจะเป็นจริงกับพวกหนูก็ได้!” ชิโอะพูดขึ้น ก่อนที่จะจับชายเสื้อฉันแน่น พอได้ยินแบบนั้นฉันก็หันหน้าไปอีกทางเพื่อกลั้นหัวเราะ

 

(ใจเย็นนะตัวฉัน จะหัวเราะใส่จินตนาการของผู้หญิงไม่ได้นะ)

 

อุ๊บ-ฮ่าๆๆๆๆ คนอย่างเธอเนี่ยนะ! ถ้าฉันเป็นปีศาจนะฉันคิดจะลักพาตัวพี่ยูกิโกะที่สวยและเท่มาเป็นเจ้าสาวมากกว่า!” คามิระเบิดหัวเราะออกมาก่อนที่จะนอนกลิ้งไปบนพื้น ทันทีที่ชิโอะได้ยินก็ทำหน้ามุ่ยก่อนที่จะยกหมอนขึ้นแล้วทุบลงไปที่ใบหน้าของเขา

 

ฮึ่ม! ถ้าเกิดฉันเป็นพี่ยูกิโกะล่ะก็! ฉันก็ไม่เอาคามิมาเป็นเจ้าบ่าวของฉันหรอก!” ชิโอะขึ้นเสียง มันทำให้เด็กๆที่เหลือต่างตกใจจนคลานเข้ามาหลบอยู่ข้างๆฉัน

 

หา!? พูดอะไรออกมาน่ะ!? คนที่ฉันอยากให้มาเป็นเจ้าสาวน่ะ-ยังไงๆก็ต้องเป็นพี่ยูกิโกะ ที่ไม่ใช่เธอสิ!” คามิลุกขึ้นนั่งก่อนที่จะยื่นหน้าเข้าไปต่อร้องต่อเถียง ภาพตรงหน้าฉันในตอนนี้กลายเป็นสังเวียนขนาดย่อมของพวกเขาไปเสียแล้ว

 

เอาน่าๆ มาฟังกันต่อมั้ย?” ฉันถาม คามิและชิโอะที่ได้ยินก็หันมาพร้อมกับทุกๆคน ก่อนที่จะผงกหัวเล็กน้อย แล้วเริ่มขยับเข้ามาล้อมวงกันแบบเมื่อกี้ ฉันก้มหน้าลงพร้อมกับเปิดหนังสือภาพหน้าต่อๆไป

 

หลังจากที่เจ้าหญิงหายตัวไป ก็มีเจ้าชายรูปงามในอาณาจักรใกล้เคียงที่ทราบข่าวร้ายเรื่องนี้...จิตใจอันกล้าหาญของเจ้าชาย ทำให้เขาตัดสินใจออกไปช่วยเจ้าหญิงจากดินแดนของปีศาจ ด้วยความเพียรพยายามของเขากับเหล่าองค์รักที่คอยสนับสนุน...จนในที่สุดเจ้าชายก็สามารถเอาชนะปีศาจแล้วนำตัวเจ้าหญิงกลับอาณาจักรได้อย่างปลอดภัย

 

จ-จากนั้นทั้งคู่ก็แต่งงานกันแล้วมีชีวิตอย่างมีความสุขสินะคะ!” ยูยุพูด ทุกคนต่างมองไปที่เธอด้วยอารมณ์ฉุนเฉียว เจ้าตัวที่เห็นดังนั้นจึงสะดุ้งเฮือกก่อนจะรีบใช้มือป้องปากตัวเองทันที

 

อื้ม ใช่แล้วล่ะจ้ะ! จบแบบแฮปปี้เอนดิ้งเลยเนอะฉันพูดขึ้นก่อนที่จะลูบหัวของยูยุ

 

หวา อยากเป็นเจ้าหญิงให้มาช่วยจริงๆน้าชิโอะที่พอฟังเรื่องในสมุดภาพจบก็เอามือทาบแก้มของตัวเองทั้งสองข้างพร้อมกับจินตนาการต่างๆนาตามประสาเด็ก

 

เจ้าชายเนี่ยเท่ชะมัดเลยแฮะ! อยากแข่งแกร่งเหมือนเจ้านั่นจัง!”

 

เอ ถ้าคามิเป็นเจ้าชายล่ะก็...แบบนั้นคามิก็ต้องแต่งงานกับชิโอะที่เป็นเจ้าหญิงนะ?” ฉันพูดขึ้นเพื่อแหย่เล่น ทันใดนั้นทั้งสองคนก็มองหน้ากันก่อนจะส่งสายตาแหวะๆให้กันและกัน พวกฉันที่มองทั้งสองคนอยู่ก็แอบขำออกมาเล็กน้อย

 

ถ้างั้นพี่ยูกิโกะอยากเป็นอะไรงั้นเหรอ!?” ยูยุพูดขึ้นมา ฉันมองหน้าเธอกลับไปด้วยความสงสัย

 

หืม?”

 

นั่นสิคะ! พี่ยูกิโกะน่ะ! จะต้องเป็นเจ้าชายให้ชิโอะใช่มั้ยคะ!” ชิโอะยื่นหน้าเข้ามาใกล้ ฉันถอยเล็กน้อยเพื่อหลีกประกายตาแห่งความาดหวังของเธอ

 

พูดอะไรน่ะ! พี่ยูกิโกะน่ะจะต้องมาเป็นเจ้าหญิงให้ฉันสิ!” ครั้งนี้คามิยื่นหน้ามาเบียดชิโอะ จนทั้งสองคนเริ่มที่จะเปิดลานประลองกันอีกครั้ง ฉันตบมือดังๆครั้งหนึ่งเพื่อให้พวกเขามีสติ

 

(อา;;;...มีอีหรอบนี้อีกแล้ว)

แปะ!—

 

เอ้า! พี่ไม่เป็นทั้งเจ้าหญิงหรือเจ้าชายทั้งนั้นค่ะ!” ฉันพูดขึ้นมาสุดเสียง ทันใดนั้นทั้งสองคนที่ได้ยินไหล่ก็ลู่ลงก่อนที่จะกลับมานั่งดีๆ

 

...แต่ถ้าพี่อยากจะเป็นอะไรล่ะก็...พี่อยากจะเป็นอัศวินให้พวกเธอดีกว่านะฉันพูดขึ้นพร้อมกับปิดหนังสือภาพลง ทุกคนต่างที่ได้ยินก็มองหน้ากันอย่างสับสน

 

ฮ่าๆ ก็ถ้าเกิดพวกน้องๆอยากเป็นเจ้าหญิงเจ้าชายกัน...พี่ก็จะเป็นอัศวินที่ปกป้องทั้งเจ้าหญิงเจ้าชายไงล่ะ คอยสนับสนุนและปกป้องพวกเธอจากปีศาจร้าย นั่นแหละคือสิ่งที่พี่อยากเป็น ปกป้องคนสำคัญน่ะมันเป็นงานที่น่าทรงเกียรติมากๆเลยนะ

 

ท-เท่จังเลย! ถ้าเกิดเป็นพี่ยูกิโกะล่ะก็ต้องปกป้องเจ้าหญิงเจ้าชายและคนอื่นๆได้แน่ๆ!” ชิโอะพูดขึ้นมาดังลั่น พอได้ยินฉันก็เอามือของฉัยวางลงบนหัวของเธอพร้อมกับขยี้มันเบาๆ

 

ใช่มั้ยล่ะ! เพราะงั้นต่อไปนี้-พี่จะปกป้องพวกน้องๆเอง!”

 

ความสุขเพียงชั่วครู่ที่ทำเอาลืมอนาคตอันใกล้ ความตั้งใจที่ฝังลึกลงไปในจิตใจของฉัน จะไม่ยอมให้เหล่าเด็กๆพวกนี้ต้องเจอกับความเจ็บปวดเด็ดขาดคำตรัสของพี่สาวผู้ดูแลที่เคยพูดให้ฉันฟังเมื่อตอนนี้ ตอนนี้ฉันเริ่มเข้าใจเมื่อเห็นหน้าของน้องๆ

 

เพียงแค่คืนนั้น....และในรุ่งเช้าต่อมาที่ฉันเสียใจที่สุดที่มันเข้ามาเยือนในชีวิตของฉัน...

 

ค่ะ สถานกำพร้าอะคิฮิโตะค่ะวันนี้เป็นวันที่ฉันอยู่ที่บ้านกันสองคนกับผู้ดูแล  จู่ๆในขณะที่กำลังตากฟูกรับแสงแดดอยู่นั้น ก็มีโทรศัพท์ดังขึ้นมา

 

(สงสัยคงจะเป็นผู้สนับสนุนล่ะมั้ง?)

 

ทันทีที่คิดได้ดังนั้น ฉันจึงหันกลับมาเอาไม้ตีฟูกเหมือนเดิม...แต่ทันใดนั้นเสียงของพี่สาวผู้ดูแลที่ดูสิ้นใจก็ดังขึ้น

 

“!! ว่าไงนะคะ!?” เธอขึ้นเสียงด้วยความตกใจ ฉันที่เริ่มเห็นบรรยากาศแปลกๆก็หันไปมองพี่สาวผู้ดูแลที่ยกหูโทรศัพท์แนบหูกว่าเดิม

 

....! รับทราบค่ะ ขอคุณที่แจ้งนะคะ-” หลังจากสายถูกตัดไป พี่สาวผู้ดูแลรีบหันมาทางฉันด้วยสีหน้าซีดเผือก

 

เกิดอะไรขึ้นหรือคะ?” ฉันถามออกไปก่อนจะทิ้งฟูกที่ตากไว้ พี่สาวผู้ดูแลเดินเข้ามาหาฉันก่อนที่จะจับไหล่ทั้งสองข้างของฉันแน่น

 

ฟังนะยูกิโกะ...เมื่อกี้มีโทรศัพท์เข้ามาจากโรงเรียนที่ชิโอะและคามิอยู่..เขาแจ้งมาว่าชิโอะตอนนี้หายไปจากโรงเรียนในตอนเที่ยง—เพราะฉะนั้นยูกิโกะ ช่วยออกไปตามหาที่ๆคิดว่าชิโอะจะไปให้ฟังหน่อยได้มั้ย?” พี่สาวผู้ดูแลอธิบายอย่างรวบรัดโดยไม่ถามความเข้าใจของฉัน แต่พอได้ยินการหายตัวไปของเธอ จู่ๆหัวใจของฉันก็ตกลงไปที่ตามตุ่ม

 

“!! ชิโอะ...ฉันพูดพี่สาวผู้ดูแลพยักหน้า

 

ตอนนี้คามิและอาจารย์คนอื่นๆกำลังหาตัวเธออยู่ เพราะฉะนั้นเราสองคนก็ต้องตามหาเธอด้วยเหมือนกันนะพี่สาวผู้ดูแลจ้องตาฉัน ฉันหายใจเข้าก่อนที่จำสีหน้าจริงจังแล้วพยักหัวให้เธอ

 

เข้าใจแล้วค่ะฉันตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงหนักแน่น พอพี่สาวผู้ดูแลได้ยินดังนั้นก็รีบลุกขึ้นก่อนจะคว้าเสื้อคลุมแล้วออกจากสถานกำพร้าไปก่อนคนแรก

 

ฉันมองออกไปนอกหน้าต่างที่เมื่อกี้ยังเป็นท้องฟ้าใสโปร่งเมฆ แต่ตอนนี้กลับเริ่มมีเมฆปกคลุมจนสภาพบรรยากาศดูชื้นๆคล้ายกับฝนจะตกลงมา

 

ในใจของฉันนั้นเพียงขอให้หาชิโอะพบและปลอดภัย...

 

แต่ที่ไหนได้ล่ะ ความปรารถนาของคนอย่างฉันมันจะส่งไปถึงท้องฟ้าได้ยังไงกัน?

.

.

.

.

ฉันวิ่งออกมาจากสถานกำพร้าด้วยความเร็วพร้อมกับนึกภาพที่ๆชิโอะจะไปให้มากที่สุด ร้านคาเฟ่ตรงหัวมุมหรือร้านหนังสือหน้าสถานีรถไฟก็ไม่มีวี่แววที่เธอจะไป สนามเด็กเล่นก็ไม่พบเธอ ฐานทัพลับของพวกเราเธอก็ไม่ได้อยู่ที่นั่น....

 

แฮ่ก...แฮ่ก..จริงๆเลยเด็กคนนี้ฉันพูดติดตลกขึ้นมาก่อนที่จะหยุดวิ่งเพื่อพักหายใจ ตอนนี้ฉันวิ่งออกมาแถวถนนใหญ่แล้ว...แต่กลับแปลกที่วันนี้ไม่มีคนพลุกพล่านแบบที่เห็นกันจนชินตา

 

พอบรรยากาศเริ่มทำให้สังหรณ์ใจไม่ดี ทำให้ฉันกลืนนำลอยลงคอที่แห้งผาด ก่อนจะเริ่มวิ่งอีกครั้ง—ฉันไม่อยากเห็นทุกคนต้องกังวลกับเรื่องนี้...พวกยูยุยังไม่กลับมาจากโรงเรียนประถม ถ้าเกิดเด็กคนที่เหลือรู้เข้าล่ะก็—

 

—แบบนั้น...ฉันจะไปปกปองใครได้กัน?!

 

ฉั             นวิ่งมาเรื่อยๆพอกับอากาศที่เริ่มเปลี่ยนไปมากถ้าเทียบกับตอนเช้า จู่ๆในจังหวะนั้นเองฉันที่วิ่งไปบนถนนคนเดินของถนนใหญ่ ก็เจอกับเด็กสาวที่คุ้นเคยกำลังยืนเหม่อลอยอยู่ข้างๆราวที่กั้นถนนใหญ่กับถนนคนเดินเอาไว้

 

“! ชิโอะ!” ฉันเรียกเจ้าของชื่อไป เธอที่ได้ยินเสียงของฉันก็สะดุ้งเฮือกก่อนจะหันมาทางนี้พร้อมกับเบิกตาก

ว้าง ฉันค่อยๆชะลอความเร็วลงจนหยุดเดินแล้วมายืนเหนื่อยหอบห่างออกจากเธอเพียงแค่ไม่ถึง 1 เมตร

 

.....เธอหันมาทางฉันตรงๆแต่ไม่ได้พูดอะไร หนำซ้ำใบหน้าที่เธอแสดงในตอนนี้มันดูปวดร้าวมาก ฉันที่พอรับรู้ความรู้สึกของเธอในตอนนี้ออกก็พยายามจะเกลี้ยกล่อมเธอ

 

...ชิโอะ กลับไปทานข้าวด้วยกันนะ?” ฉันพูดพร้อมกับอ้าแขนออก ถ้าอารมณ์เธอปรกติดีแบบทุกทีเธอก็จะโผเข้ามากอดทันที แต่ตอนนี้ไม่ใช่ ฉันอ้าแขนรอเธอนานมากแต่ไม่ยักมีวี่แววว่าเธอจะทำท่าทางแบบทุกที

 

เดี๋ยวก็โดนพี่สาวผู้ดูแลดุเอาหรอกนะ กลับกันเถอะเนอะ-วันนี้มีแกงกะหรี่ที่เธอชอบด้วยแหละ ฉันพูดพร้อมๆกับเดินเข้าไปใกล้ๆชิโอะที่ยืนนิ่งอยู่ ฉันค่อยยื่นมือของฉันไปจับมือของเธอ

 

“! ไม่เอา!!” ชิโอะสะบัดมือออกทันที ฉันเบิกตากว้างกับน้ำเสียงที่เธอตะคอกฉันเมื่อกี้

 

“!?-” ฉันตกใจจนพูดอะไรออกไปไม่ได้ แต่กลับกัน...ชิโอะกลับระเบิดอารมณ์ที่เจอในวันนี้ใส่ฉันไม่ยั้ง

 

หนูไม่กลับไปที่นั่นอีก!! หนูจะไม่ไปโรงเรียน!!—ไปแล้วได้อะไรกันคะ!? หนูต้องกลับไปถูกคนในห้องมองหนูด้วยสายตาดูถูกดูแคลนเพราะเป็นเด็กกำพร้างั้นเหรอคะ!? ไม่แฟร์เลยซักนิด! เพื่อนที่หนูไว้ใจที่สุดก็กลับทำเป็นเมิน ทั้งๆที่หนูเองก็เจ็บปวดเหมือนกันนะ!”

 

“!! เกิดเรื่องแบบนั้นงั้นเหรอ?...ทำไมถึงไม่บอกพี่ล่ะ พี่ช่วยน้องได้นะ!-”

 

พี่ช่วยหนูไม่ได้หรอก! ก็เพราะหนูน่ะ! เคยทำตามที่พี่ยูกิโกะบอกมาแล้วน่ะสิ! ผลลัพธ์ที่ได้ก็คือนี่ไง! หนูหนีออกมาจากโรงเรียน ทำให้พี่สาวผู้ดูแลและคามิเป็นห่วงไงคะ!” ชิโอะขึ้นเสียงหนักกว่าเดิม ทำให้บรรยากาศรอบๆฉันดูหนักอึ้งไปทันที

 

ไม่นะชิโอะ...มันไม่ใช่อย่างนั้นนะ เข้าใจสิความรู้สึกของเธอน่ะ—

 

—เพราะฉันเองก็เคยเป็นแบบเธอมาก่อน

 

เพราะงั้นในตอนนี้หนูเกลียดที่นั่น! หนูไม่กลับไปที่สถานกำพร้านั่นอีกแล้ว!”

 

ทำไมพูดแบบนั้นล่ะ!? กลับกันเถอะนะ!” ฉันเดินเข้าไปจับไหล่ของเธอแน่น แต่เธอกลับขัดขืนจนสะบัดมือของฉันออกจากไหล่ของเจ้าตัว

 

ปล่อยนะ!!! คนอย่างพี่น่ะ! จะทำอะไรได้!!—”

 

ปี๊นนนนนนนนนน—!!!! 

 

เสียงบีบแตรที่ดังสนั่นไปทั่วใจกลางถนน พลางสายตาของฉันที่หันไปตามเสียงดังที่กลบเสียงของชิโอะที่อยู่ตรงหน้า...พร้อมกับความเร็วที่พุ่งเข้ามาโดยไม่มีการลดหย่อนดังกระสุนปืนที่พุ่งตรงมาทางนี้ ภาพต่อมาที่ฉันแทบกลั้นใจ

 

โครม!!!!!!

 

เสียงของหน้ารถที่ถูกกระแทกเข้ารุนแรงกับเสาไฟฟ้าขนาดใหญ่...มันเป็นตัวที่หยุดความเร็วของรถให้หยุดลง แต่มันก็ต้องแลกมากับสภาพที่พังยับเยิน...กลิ่นไอของแก๊สที่รั่วออกมาจากตัวด้านหน้าเครื่องยนต์ของรถบรรทุก เสียงกรีดร้องด้วยความตกใจของฝูงชนสนั่นหวั่นไหวและกลมกลืนไปกับเสียงสะเก็ดไฟของเสาไฟฟ้า

 

และ...น้องสาวของฉัน...ชิโอะที่ถูกโฉบไปต่อหน้าต่อตา

 

“!!!! ไม่!!!...ไม่นะ!!!—” ฉันกรีดร้องออกมาในขณะที่กำลังทรุดลงกับพื้น เหล่าผู้คนมากมายต่างกรูกันเข้ามาดูสถานการณ์ ผู้คนจำนวนหนึ่งเรียกรถพยาบาลและตำรวจ เสียงเจื้อยแจ้วที่ดังสนั่นแต่ไม่ยักเข้าโซนประสาทของฉันนัก    

 

ฉันเห็น—ฉันได้ยิน—ฉันได้กลิ่น

 

ฉัน—รับรู้ถึงสีสีแรกที่เข้ามาในหน้ากระดาษเปล่าสีขาวของฉัน...

 

มันคือ สีแดง —สีของเลือดในเหตุการณ์นั่น

 

อา ไม่นะ...ฉันยังไม่อยากได้สีพวกนั้นตอนนี้…ฉันยังไม่ทันได้ช่วยเลยนะ....เจ้าหญิงที่เธออยากเป็นน่ะ อัศวินคนนี้ยังไม่ได้เตรียมตัวเตรียมใจรับผลที่เกิดขึ้นนี่เลยนะ? อ่อนแอ อ่อนแอซะเหลือเกิน

 

แล้วแบบนี้น่ะ! สิ่งที่ฉันพูดไปเมื่อคืนนี้น่ะ

 

พี่จะปกป้องพวกน้องๆเอง!’

 

-มันไปต่างอะไรกับคนที่ขี้โกหกกันล่ะ??-

 

หลังจากเหตุการณ์นั้น...มันได้คร่าชีวิตของชิโอะ หนึ่งในสมาชิกครอบครัวของสถานกำพร้าอะคิฮิโตะไป—ความโศกเศร้าเสียใจของพี่สาวผู้ดูแลที่มักจะคร่ำครวญและพร่ำบอกฉันเสมอๆ มันไม่ใช่ความผิดของเธอหรอกนะซ้ำไปซ้ำมา

 

ใบหน้าของน้องๆที่ขอบตาช้ำจากการร้องไห้เป็นเวลานาน มันทำให้ฉันรู้สึกบีบใจอย่างบอกไม่ถูก

 

อา—ใครก็ได้ช่วยบอกฉันที ตอนนี้ตรงกลางอกของฉันเหมือนเกิดช่องโหว่ขึ้นมาเลย ทรมานจัง...ใครก็ได้ช่วยบอกความรู้สึกทีว่าความรู้สึกนี่มันคืออะไร? มันบีบรัดไปหมด...

 

อา...สีขาวกับสีแดงนี่ฉันอยากให้มันหายไปให้พ้นๆจากใจของฉันให้หมด

 

ใครก็ได้....

 

ช่วยเอาความรู้สึกของฉันในตอนนี้โยนทิ้งไปที...

 

 

☆∴。 

 ・゚・ 。・ 

       ・゚・ 

 

 

อึก—ฉันค่อยๆขยับเปลือกตาอันหนักอึ้งของฉันขึ้น สายตาของฉันนั้นลืมตาตื่นไม่เต็มที่เลยทำให้ทัศนวิสัยมองไม่ค่อยชัด...ยังกับคนสายตาสั้น...แต่ตอนนี้ฉันพอเดาได้ว่าตัวเองกำลังนอนอยู่ในหอพักของลอเรเนีย

 

จริงสิ...ตอนนี้ฉันคือฟิเลน่า เอิร์ลนี่นา...ฉันเองก็ตายเหมือนกัน....อาการของฉันในตอนนี้ดูไม่ดีเอาซะเลย ยังกับว่าตลอดระยะเวลาที่ผ่านตอนที่ฉันยังแข็งแรงอยู่นั้น ก็ค่อยๆสะสมอาการพวกนี้มานานจนมาระเบิดทีหลังเลย...พอยิ่งฝันนี่อีก

 

(อิทธิพลจากไข้หวัดพวกนี้หรือเปล่านะ)

 

ตอนนี้กี่โมงแล้วนะ? ห้องถูกปิดจนมิชิดจนไม่รู้เวลาด้านนอกเลย พอจะมองดูนาฬิกาเวทมนตร์ก็เงยหัวขึ้นไม่ไหวซะงั้น อยากเช็ดตัวจังแฮะ...แต่ตอนนี้ก็ดันลุกขึ้นไม่ไหว หนำซ้ำซินเซียในตอนนี้ยังไม่อยู่อีก...หรือว่าถูกหัวหน้าเมดที่นี่เรียกประชุมกันนะ?

 

หนักหัวจัง...เหมือนสมองของฉันกำลังระเบิดยังไงยังงั้น แทนที่จะพักแล้วมันจะหายดีแต่กลับกันตอนนี้กลับยิ่งขึ้นกว่าเก่า...

 

ทรมาน...จัง...

 

ทันทีที่คิดได้ดังนั้น พอกำลังจะปิดตาลงอีกรอบ...ฉันก็สัมผัสได้ถึงฝ่ามือของใครบางคนทาบลงมาที่หน้าผากของฉัน เป็นฝ่ามือที่ดูอบอุ่นแล้วสบายใจอย่างบอกไม่ถูก พอลองค่อยๆฝืนขยับเปลือกตาอันหนักอึ้งขึ้น ก็พบกับใครบางคนแต่มองแทบไม่ออก...

 

ความรู้สึกที่สัมผัสนี่มัน...เหมือนกับพี่สาวผู้ดูแลเลย....

 

พี่สาว?...ฉันเอ่ยชื่อไปอย่างลอยๆ ทันใดนั้นเองเพราะอะไรซักอย่าง ทำให้ฉันตัดสินคนที่อยูตรงหน้าของฉันกลายเป็นพี่สาวผู้ดูแลเสียแล้ว

 

อ๊ะ ขอโทษนะ...คงทำให้ตื่นล่ะสิเสียงนั้นตอบกลับมา อาจเพราะตอนนี้ประสาทรับรู้อะไรของฉันผิดเพี้ยนไปหมดเพราะอาการพิษไข้....หรืออะไรก็ตาม...มันทำให้เสียงที่ดังออกมานั้นช่างคล้ายกับพี่สาวผู้ดูแลเหลือเกิน

 

คิดถึง...จัง

 

เสียง...ของพี่สาวผู้ดูแล

 

มาเฝ้างั้นเหรอคะ....ขอโทษ..นะคะฉันพูดพร้อมกับน้ำตาที่เริ่มปริ่ม เพราะอะไรกันนะ ตอนนี้มันช่างน่าปวดใจเหลือเกิน

 

“? เรื่องอะไรงั้นเหรอ?” เสียงนั้นตอบกลับมา ก่อนที่จะนำมือที่ทาบหน้าผากเมื่อกี้มาค่อยๆปาดน้ำตาที่เริ่มไหลอาบแก้มของฉันอย่างถะนุถนอม ฉันพยายามใช้มือข้างที่ใกล้ที่สุดจับชายเสื้อของเธอไว้

 

ตอนนั้น เรื่องของชิโอะน่ะ...หนูขอโทษค่ะ..ขอโทษเจ็บจัง...รู้สึกหน่วงไปหมดเลย ไม่อยากรู้สึกเรื่องแบบนี้อีกแล้ว อยากลืมมันให้หมด—ตอนนี้เด็กคนนั้นกำลังเยาะเย้ยฉันหรือเปล่านะ ได้โปรด...อภัยให้กับพี่สาวผู้ไร้น้ำยาในตอนนี้ด้วย

 

...ไม่เป็นไรหรอกนะ...เธอไม่ผิดเสียหน่อยเสียงนั้นตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความอบอุ่น ฉันค่อยๆเงยหน้ามองคนที่อยู่ตรงหน้าของฉัน

 

แต่ว่า—เพราะแบบนั้น...พี่สาวก็เลย...ต้องทรมานเห็นทุกครั้ง ใบหน้าสวยๆของเธอ ขอบตาของพี่มักจะแดงอยู่ตลอดเวลาเพราะพี่สาวมักจะแอบไปร้องไห้ทุกๆครั้ง ยิ่งเห็นยิ่งเจ็บปวด ราวกับว่านำตาที่ไหลรินลงสู่พื้นพวกนั้นมันกำลังค่อยๆบีบรัดหัวใจของฉันออกเป็นเสี่ยงๆ

 

ทำไมถึงร้องไห้ล่ะ? ดูสิ...ยังไม่ร้องเลยนะน้ำเสียงนั้นพูดออกมา ก่อนที่จะจับมือของฉันไปแตะที่ใบหน้าของเจ้าตัว

 

ฮึก...ก็เพราะว่าหนูรู้ค่ะ ว่าพี่น่ะเสียใจแค่ไหนฉันเริ่มกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่ คนตรงหน้าหุบตาลงก่อนที่จะเอามือของตนมาวางลงบนดวงตาของฉัน จนฉันมองไม่เห็นอะไร

 

“....บอกไม่ได้เหมือนกัน....ว่าระหว่างเราใครเสียใจมากกว่ากันเสียงดังขึ้น ฉันที่ได้ยินก็เม้มริมฝีปากของตนเองเพื่อหยุดอาการสะอื้น พี่สาวผู้ดูแลเองก็แสร้งทำตัวเป็นเข้มแข็งมาตลอดเหมือนกัน...

 

...ถึงแม้ว่าจะมีเรื่องที่เศร้าเสียใจมากเพียงไหน...แต่ตอนนี้เธอก็เดินไปบนเส้นทางของเธอไปเรื่อยๆเถอะนะ ฉันเชื่อ...ว่าซักวันเธอจะสิ้นสุดความโศกเศร้านี่ได้แน่ๆ ในปลายทางหรือตรงไหนซักที่เส้นทางของเธอนะน้ำเสียงอ่อนโยนดังขึ้นมา พร้อมเดียวกับที่ฉันเริ่มรู้สึกง่วงๆเพราะอะไรบางอย่าง มือของเจ้าตัวเลื่อนขึ้นมาบนหน้าผากของฉันแล้วลูบไปมา

 

...พักผ่อนเถอะนะ...ประโยดสุดท้ายดังขึ้น ความรู้สึกในตอนนี้เหมือนร่างกายอันหนักอึ้งของฉันเบาลงอย่างเห็นได้ชัด เปลือกตาที่ค่อยๆปิดลงเพราะความสบายใจทำให้ฉันต้องเข้าสู่ห้วงนิทราอีกครั้ง

 

ฉันเองก็อยากเชื่อคำพูดของคุณเหมือนกัน...

 

 จะสิ้นสุดความโศกเศร้านี่ได้แน่ๆ ในปลายทางหรือตรงไหนซักที่เส้นทางของฉัน....

 

สีที่สองหลังจากงานศพของชิโอะ...ความใฝ่ฝันของเธอที่อยากเป็นดีไซเนอร์ชื่อดัง ภาพวาดที่เธอออกแบบและลายมือเขี่ยๆที่สมกับเป็นเด็กของเธอ ภาพวาดของทุกๆคนที่สถานกำพร้าที่วาดด้วยสีเทียน ช่างส่องสว่างราวกับสีของดวงอาทิตย์...มันกลบทับความทรมานในจิตใจไปได้ขณะหนึ่ง

 

อนาคตที่ฉันเลือก...ถึงฉันจะปกป้องชิโอะไม่ได้...แต่ฉันจะปกป้องความฝันของเธอ

 

สีแดง และ สีเหลือง


...สีส้มงั้นเหรอ....อบอุ่นดีจัง

.

.

.

.

.

.

...อืม?” ในขณะที่ฉันตื่นขึ้นมา ครั้งนี้รู้สึกว่าฉันสามารถลืมตาได้เต็มที่และรู้สึกสดชื่นเอามากๆ ฉันสปริงตัวขึ้นมาด้วยความกระฉับกระเฉงก่อนที่จะยืดเส้นยืดสาย

 

(หายแล้ว! ฉันหายแล้วงั้นเหรอ!!!)

 

ฉันแอบยิ้มออกมาเมื่อรู้ว่าอาการป่วยของฉันหายดีเป็นปลิดทิ้ง ไม่มีอาการเพลียหรืออ่อนแรงเลยซักนิด! ราวกับว่าไม่เคยมีไข้หวัดมาก่อนยังไงยังงั้น ขอบคุณแอนติบอดีทั้งหลายด้วยนะคะ


แล้วก็เมื่อกี้ด้วย...ไม่รู้ว่าฝันหรือว่าเป็นภาพลวงตา แต่ก็ขอบคุณสำหรับกำลังใจดีๆและความอบอุ่นเมื่อกี้ด้วยนะ!!!

 

สดชื่นจังเลยน้า!~ ว่าแต่ตอนนี้กี่โมงแล้วนี่? ฉันยังไปเรียนได้อยู่มั้ยนะ?” ฉันพูดขึ้นพร้อมกับยิ้มร่า พยายามมองหานาฬิกาเวทมนตร์ ไหนๆก็หายแล้วเป็นปลิดทิ้งแล้ว...ถ้ามีเวลาอยู่ก็ไปเรียนตามปรกติให้เด็กพวกนั้นตกใจเล่นดีกว่า!

 

ทั้งๆที่คิดแบบนั้นแท้ๆ...แต่ปรากฏว่า—

 

ตอนนี้เวลาประมาณ 4 โมงครึ่งแล้ว คงไปเรียนไม่ได้แล้วล่ะจู่ๆในขณะที่กำลังมองหานาฬิกาอยู่...จู่ๆก็มีเสียงอันหล่อเหลาดังขึ้นตรงปลายเตียงของฉัน มันทำให้ฉันรีบหันไปตามเสียงทันที ก็พบกับคนที่แสนคุ้นเคยกำลังนั่งกอดอกมองมาทางนี้พร้อมกับส่งรอยยิ้มเจ้าเสน่ห์มาให้

 

ร-เรย์!?” ฉันตะโกนชื่อเขาขึ้นมาด้วยความตกใจ เจ้าตัวที่ได้ยินดังนั้นก็มองมาทางนี้พร้อมกับส่งยิ้มและการทักทายแบบทุกที แต่ต่างกันนิดหน่อยคือมีเสียงหัวเราะเล็กๆดังออกมาจากลำคอของเขาราวกับว่ากำลังกลั้นขำ

 

คิก. อรุณสวัสดิ์ฟิเลน่า


==================================================================================

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 67 ครั้ง

333 ความคิดเห็น