Prince's Heart เกิดใหม่ทั้งทีขอชีวิตดีๆ ที่ไม่ใช่นางร้าย!

ตอนที่ 53 : Chapter : 45

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 476
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 35 ครั้ง
    25 เม.ย. 62

บทที่ 45

- Filena –

 

 

เชอร์เบที่จู่ๆก็ปรากฏตัวขึ้นในสถานการณ์คับขัน— เธอมาช่วยพวกเรา?

 

อื้มๆ! ตอนนี้กำลังอยู่ในสถานการณ์วิกฤตสินะ! เข้าใจแล้วๆ!” เธอพูดขึ้นพร้อมกับควงคูคริในมือเตรียมพร้อมที่จะสู้

 

ฟิเลน่า ถอยออกไปหน่อยนะ แล้ว—ก็! พาพวกนั้นไปยังเขตที่ดูปลอดภัยทีนะ! หลังจากนั้นถ้าช่วยอยู่ข้างๆเธอพวกนั้นจะช่วยได้มากเลย!” เชอร์เบหันมามองฉันที่ทรุดนั่งอยู่ เธอเผยรอยยิ้มเบาบางท่าทางรู้สึกผิด

 

ระ รับทราบ...เจ้าตัวนั้นน่ะอย่างกับปีศาจเลยนะ อย่าประมาทล่ะ?”

 

แหมๆ โชคดีนะที่เค้าชำนาญเรื่องจัดการตัวพวกนี้น่ะเชอร์เบพูดคำทิ้งท้ายที่ดูพึ่งพาได้ ก่อนที่จะเริ่มสู้กับเจ้าตัวนั้นอีกครั้ง

 

เชอร์เบอยู่หน่วยจัดการเรื่องพวกนี้อยู่แล้ว...ถ้าฉันเข้าไปยุ่งอาจจะกลายเป็นตัวถ่วงเด็กคนนั้น เพราะฉะนั้นฉันก็ต้องทำหน้าที่ในส่วนของฉันให้ดีที่สุด...

 

คุณฟิเลน่าคะ!? เป็นอะไรมากหรือเปล่าคะ!??” คุณนางเอกที่มองสถานการณ์เมื่อกี้ ก็รีบวิ่งเข้ามาดูอาการของฉันด้วยท่าทางเป็นห่วง

 

อา ไม่เป็นไรหรอก พวกเราเองไปหาที่ปลอดภัยกันก่อนเถอะนะฉันจับไหล่ของคุณนางเอก ก่อนที่จะพยายามหาที่ๆดูปลอดภัยหลบเพื่อรอสถานการณ์ดีขึ้น

 

พวกเรามองดูการต่อสู้ของเชอร์เบและเจ้ากูลอิณนั้นอย่างไม่วางตา ทั้งๆที่มันดูน่าตึงเรียดแท้ๆ...แต่ทำไมเหมือนฉันเห็นเด็กคนนั้นกำลังยิ้มด้วยความสนุกอยู่นะ???

 

ไม่นะ...ไม่...ฉันยังไม่อยากจะตายนะในขณะที่กำลังมองดูสถานการณ์และหลบอยู่อย่างเงียบๆ เธอคนนั้นกลับตัวสั่นเทาพร้อมกับหน้าซีดเผือกด้วยความกลัว คุณนางเอกเห็นดังนั้นจึงพยายามปลอบเธอให้ใจเย็นลง

 

ไม่เป็นไรหรอกค่ะ พวกเราต้องรอดออกไปได้แน่นอนพอเธอพูดไป เด็กคนนั้นก็เริ่มค่อยๆใจเย็นลง แต่ฉันกลับสังเกตเห็นมือที่สั่นเทาของคุณนางเอก ดูเหมือนเธอเองก็กลัวเหมือนๆกัน

 

ถึงสติปัญญาจะต่ำ— แต่สัญชาติญาณดิบก็ยังคงอยู่นี่เนอะ!?” เชอร์เบเหยียบ พื้นทลายลงในชั่วพริบตา ลูกเตะรุนแรงขนาดทำให้เกิดคลื่นทำลายล้าง ได้ซัดอสูรกายกระเด็นลอยไป คลื่นกระแทกระเบิดเป็นกระสุนลมรุนแรงอัดเข้าใส่รวมถึงทุกสิ่ง

 

ฉันรีบใช้เวทย์ของฉันเพื่อปัดวัตถุที่ปลิวเข้ามาหาด้วยความเร็วไว้ได้ทันเฉียดฉิว...พอกลับไปฉันอยากจะถามเชอร์เบให้แน่ใจ ว่าจริงๆแล้วเธอเป็นหน่วยคุ้มกันหรือระเบิดนิวเคลียร์กันแน่!?

 

มันเป็นลูกเตะธรรมดา... แต่ก่อกำเนิดลมแรงจนต้นไม้รอบข้างโยกไหว อสูรกายรับการโจมตีนั้นไปโดยไม่มีการป้องกันหรือหลบหลีกเข้าไปตรงๆ ปลิวลอยออกไปราวกับใบไม้ ซักพักหนึ่งที่ความเร็วนั้นหยุดลงก่อนที่เจ้าตัวนั้นจะคลั่งขึ้น แผดเสียงไม่พึงประสงค์ออกมาจนทำให้ขนลุกซู่

 

เฮ้ยๆๆ เอาจริงดิ...ที่ผ่านมาฉันใช้คำต่างๆที่พาดถึงมาตรฐานไปไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้งแล้ว แต่ตอนนี้มั่นใจว่าเป็นครั้งแรกว่าไม่มีคำไหนจำกัดความเหนือมาตรฐานนี้ได้แน่ๆ

 

เตะอสูรกายที่ตัวใหญ่ขนาดนั้นไปด้วยใบหน้าชิวๆ...ฉันมั่นใจเลยว่าเด็กคนนั้นคงไม่ใช่มนุษย์ธรรมดา

 

ความสามารถของเชอร์เบก้าวเข้าไปในเขตเหนือมนุษย์...แค่เพียงไล่สายตามองยังยาก สถานการณ์ในตอนนี้เหมือนกับเป็นการต่อสู้ของสิ่งมีชีวิตเหนือมนุษย์ที่ฉันไม่สามารถเข้าไปเอี่ยวได้

 

คุณฟิเลน่า! สีหน้าของคุณดูแย่มากเลยนะคะ!”

 

งั้นเหรอ...ดูเหมือนจะเผลอใช้มานามากไปหน่อย...ฉันเอ่ยพลางนึกถึงการโจมตีเมื่อกี้

 

ที่ผ่านมาแทบไม่ได้ใช้มานาเยอะขนาดนี้มาก่อน...ครั้งแรกตอนที่ช่วยเรย์จากยัยผู้หญิงคนนั้น ตั้งแต่นั้นมาก็ใช้มานาไปในระดับที่เหมาะสมตลอด...อาจจะเพราะอยู่ในสถานการณ์วิกฤต เลยไม่ได้คิดถึงมานาที่จะต้องใช้ไปเท่าไหร่

 

“…เดี๋ยวดิฉันรักษาให้นะคะ!” พอคุณนางเอกพูดจบ...เธอก็กุมมือทั้งสองข้าง รอบตัวของเธอมีประกายแสงสีอ่อนจางลอยวนขึ้นมา แสงกระพริบบอบบางราวกับแสงหิ่งห้อยเริ่มปกคลุมตัวเธอ

 

ความอบอุ่นอ่อนๆค่อยๆส่งผ่านมาทางมือของฉันที่ถูกเธอกุมไว้แน่น ความเหน็ดเหนื่อยและความหนักหนาที่ต้องแบกมานาอันน้อยนิดเริ่มหายไป จนในตอนนี้เริ่มรู้สึกสดชื่นแล้วมีพลังกายอีกครั้ง แสงนั้นค่อยๆจางหายไปเหลือไว้เพียงความอบอุ่นที่อยู่รอบๆ

 

ส-สุดยอด นี่เหรอพลังของคุณลิเลียน่าน่ะพลังที่ได้มาจากเทพแห่งแสง...การรักษาที่ไร้ขอบเขต ตามในเกมเป๊ะๆเลยแฮะ...ไม่นักคิดว่าจะได้ลองพลังเวทย์นั้นตัวต่อตัวแบบนี้

 

ค่ะ...เท่านี้คุณฟิเลน่าก็หายเป็นปกติแล้ว

 

ขอบใจมากนะ! คุณลิเลียน่าเนี่ยสุดยอดไปเลย!” ฉันยิ้มกว้างให้เพื่อแสดงความขอบคุณ

 

 ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกค่ะเธอยิ้ม ทำเอาหัวใจของฉันเต้นไม่เป็นจังหวะ...ให้ตายสิ รอยยิ้มเด็กน่ารักนี่มันมีผลกระทบขนาดนี้เลยงั้นเหรอ!?

 

ในขณะที่กำลังหลงไปในบรรยากาศอันชวนน่าผ่อนคลาย...เสียงของบางอย่างที่ฟาดลงพื้นดังขึ้นพร้อมกับกระแสลมที่ตีวนกลับมาและควันฝุ่นที่ลอยคลุ้ง พวกเราตั้งท่าป้องกันอีกครั้งก่อนที่จะชำเลืองมองสถานการณ์ที่เกิดขึ้น

 

ดูเหมือนว่าจะออมมือไปหน่อยแฮะ!” เชอร์เบตะโกนขึ้น พร้อมกับจับคูคริในมือมั่นก่อนที่จะแทงลงไปยังส่วนหนึ่งของอสูรกาย เจ้านั่นแผดเสียงออกมาไม่ค่อยสู้ดีนัก ก่อนที่จะเริ่มคลั่งอีกครั้ง

 

ผลกระทบจากการโจมตีของกูลอิณ ทำให้ต้นไม้ต่างโค่นล้มและสะเก็ดดินลอยกระเด็นมายังจุดที่พวกเราหลบอยู่เป็นบางส่วน ถึงการโจมตีนั้นจะรุนแรง แต่เชอร์เบกลับไม่ได้รับผลกระทบจกส่วนนั้นเลย กลับกัน เป็นฝ่ายเชอร์เบที่กำลังได้เปรียบแบบสุดๆ

 

ดูซิ! ว่าจะตอบสนองไวซักแค่ไหนกันเชียว!!” เธอกระโจนเข้าไป ก่อนที่จะฟันการโจมตีของกูลอิณที่พยายามจะโจมตีเธอ อวัยวะบางอย่างถูกตัดออกจากร่างของอสูรกาย เลือดเริ่มไหลทะลักออกมาเหมือนกับสายฉีดน้ำ จังหวะนั้นเองอสูรกายพ่นอะไรซักอย่างออกมา

 

ปึง—! !  

 

เสียงของอวัยวะชิ้นนั้นชนเข้ากับต้นไม้จังๆ พวกเรามองชิ้นส่วนนั้น มันละม้ายคล้ายกับแขนของมนุษย์ที่เหมือนถูกย่อยไปครึ่งหนึ่ง แต่แบบนั้นกลับแสดงให้เห็นถึงความขยะแขยงและความหวาดกลัวจากอวัยวะนี้ได้ชัดเจนกว่าการตัด มันย่อยเหมือนโดนกรด...ผิวหนังละลายเผยให้เห็นเส้นเลือดที่ยังทำงานอยู่

 

แขนคน!? เจ้านั่นกินมนุษย์งั้นเหรอ???

 

น-นี่มัน…!” ในขณะที่จ้องมันอย่างไม่วางตาด้วยความตกตะลึง น้ำเสียงที่ดูหวาดกลัวของคุณนางเอกดังขึ้น ฉันรีบคว้าตัวเธอก่อนที่จะกอดแน่น

 

ไม่ต้องดูหรอกนะ- เธอเองก็ด้วยฉันหันไปยังเด็กสาวอีกคนหนึ่งก่อนที่จะค่อยๆขยับเข้าไปใกล้แล้วกอดเธอแน่น ทั้งสองคนตัวสั่นด้วยความกลัวพร้อมกับสงบจิตสงบใจของตน ในเวลานี้คนที่จะต้องปกป้องเด็กพวกนี้ก็คือฉัน…

 

แต่ทำไมกันนะ?...จิตใจของฉัน...

 

มันกลับรู้สึกกลัวอย่างน่าประหลาด...

 

แกร๊ง—

 

“!!!??” ในขณะที่กำลังให้ความสนใจกับฝั่งนี้ จู่ๆก็ได้ยินเสียงบางอย่างเหมือนของมีคมปะทะกัน ฉันรีบหันกลับไปมองสถานการณ์น่าเป็นห่วงอีกฝั่ง มีดคูคริของเชอร์เบหักราวกับถูกของมีคมที่แข็งแกร่งกว่าฟันเข้า อาวุธของเธอพังลง มันทำให้ฉันใจหายวาบ

 

เชอร์เบ!?” ฉันรีบตะโกนไปอย่างไม่ทันคิด เจ้าตัวหลบการโจมของอสูรกายได้อีกครั้ง

 

เล่นมากไปหน่อยสินะ...ก็ ดาบทื่อๆแบบนี้มาใช้จัดการไม่ได้หรอก เชอร์เบบ่นพึมพำ โดยที่ไม่สนใจการโจมตีที่ดูหนักหน่วงของอสูรกายที่กำลังจะฟาดลงมา

 

แสงของเวทมนตร์หยุดการโจมตีนั้นเอาไว้ และรักษาชีวิตของเด็กสาวไว้ได้ เชอร์เบกระโดดตัวลอย ถอยออกห่างเมื่ออาวุธดูไม่พร้อมก่อนที่เธอจะหัวเราะ หึๆ ที่ดูโอ้อวดออกมา

 

เอ้า! ถ่วงเวลาเรียบร้อย!เชอร์เบขว้างอาวุธของตนทิ้ง เกิดเสียงลอยละล่องตอบสนองเสียงกระทืบเท้าลงกับพื้น สิ่งที่รายล้อมอสูรกายนั้นคือเสาหินที่ถูกลับปลายจนแหลม จำนวนไม่ถึง 10 แต่ขนาดนั่นใหญ่พอที่จะใช้กำจัดอสูรกายนี้ให้หมอบลงได้

 

ทันใดนั้นเสาหินทั่วสารทิศก็ระดมยิงอัดใส่กูลอิณ เล่นพาเอาควันฝุ่นหมุนวนขึ้นมาเข้าปกคลุมเงาของอสูรกายไว้ในพายุฝุ่น ความเร็วของมันเหนือกว่าที่เห็นในการฝึกหลายเท่า ขนาดความเร็วที่ดิ่งลงมาแทบมองตาไม่ทัน ปลายแหลมนั้นสามารถทะลุผ่านร่างของกูลอิณได้อย่างง่ายดาย

 

นี่คือพลังของเด็กคนนี้งั้นเหรอ?...

 

ฉันไม่สามารถเอาการโจมตีของฉันเมื่อตะกี้เทียบกับเธอได้เลย...

 

โฮ่ย~ ฟิเลน่า~ เสียงเรียกดังขึ้นมา ฉันรีบหันไปมอง...พอรู้ว่าฉันได้ยินเสียงนั้นก็พูดต่อ

 

ช่วยรออยู่ตรงนั้นแป๊บหนึ่งนะ! เดี๋ยวขอจัดการตรงนี้ให้เสร็จแล้วจะส่งกลับให้ พอถึงที่นั้นก็ช่วยแจ้งพวกอัศวินด้วยนะ!”

 

เดี๋ยวสิ! บอกแผนการแบบนั้นต่อหน้ากูลอิณมันจะไม่เป็นไรเหรอห๊ะ!?”

 

ไม่ต้องห่วง~ พูดแผนการไปสติปัญญาของมันก็ไม่ประมวลผลให้มันหรอก!” สรุปก็คืดมันโง่สินะ??? จะสื่อแบบนี้ใช่ไหม!?

 

...อีกเดี๋ยวพวกเราก็จะได้กลับแล้ว! อดทนอีกหน่อยนะ!” ฉันพูดขึ้น ก่อนที่จะจับไหล่ของทั้งสองคนเพื่อให้พวกเธอเงยหน้าขึ้นมาฟังฉัน คุณนางเอกพอรวบรวมสติได้ก็ผงกหัวให้เล็กน้อย แต่ที่น่าเป็นห่วงคือเด็กอีกคนที่ทำท่าเหมือนจะร้องไห้...จังหวะนี้คงต้องให้คุณนางเอกประคองไปก่อนล่ะนะ

 

ในขณะที่กำลังค่อยๆเกลี้ยกล่อมอยู่...ในการโจมตีจังหวะหนึ่งของเชอร์เบทำให้เศษหินก้อนใหญ่พุ่งเข้ามาชนกับต้นไม้อย่างแรงจนเกิดเสียง พวกเราตกใจกับเสียงที่ยังไม่ทันได้ตั้งตัว ก่อนที่เด็กสาวเองที่เริ่มจะหวาดกลัวและควบคุมตัวเองไม่ได้

 

“!!! ไม่นะ!!” เธอตะโกนลั่น พร้อมกับวิ่งออกจากจุดหลบภัย เธอวิ่งไปทิศทางการโจมตีของเชอร์เบ ทำให้เชอร์เบประมาทไปจนเวทย์ที่ร่ายไว้สะดุด

 

ห๊า!!? ยัยนั่นทำไม—แย่ล่ะ!?” เชอร์เบตกใจ ก่อนที่จะตะโกนลั่น เธอสูญเสียสมาธิในการควบคุมเวทมนตร์ของตนจนมันเบาบางและเปิดช่องว่างให้กูลอิณได้โจมตีกลับ การโจมตีที่ไม่เจาะจงของมัน อาจะทำให้เด็กคนนั้นได้รับผลกระทบนั้นก็ได้

 

อันตราย!!—” เสียงตะโกนด้วยความตกใจดังขึ้นพร้อมกับร่างบางที่วิ่งพรวดเข้าไปหาเด็กคนนั้นโดยไม่คิดชีวิต คุณนางเอกกอดเด็กคนนั้นให้หยุดอยู่กับที่พร้อมหลับตาปี๋ ฉันที่เห็นสถานการณ์ทั้งหมดก็ได้แต่มองมันนิ่ง ขนาดแค่เสียงห้ามปรามยังพูดไม่ได้

 

รู้สึกถึงจิตสังหารอันรุนแรงจากการโจมตีที่กูลอิณพยายามเล็งไปที่คุณนางเอกนั้น เพียงไม่กี่วินาทีที่ความคิดอ่านของฉันเกิดทำงานอย่างหนัก...

 

ฉันพนันได้เลยว่าการโจมตีนั้นอาจทำให้คุณานางเอกตาย...เชอร์เบเองก็ใช้เวทมนตร์ช่วยเด็กพวกนั้นไม่ได้เพราะกำลังโจมตีเจ้ากูลอิณนั้นอยู่ คุณนางเอกในตอนนี้ยังไม่มีสมาธิจะหลบการโจมตีนั้นด้วยซ้ำ...

 

อีกแล้ว...กำลังจะมีคนตาย? ประสบการณ์ครั้งที่สอง...ที่ฉันกำลังจะเห็นคนตาย

 

บ้าเอ๊ย!!! ลิเลียน่า!”


ฉันน่ะมันก็แค่มนุษย์...ที่ตายไปแล้วครั้งหนึ่งจากโลกก่อนแล้วมาอยู่ในโลกนี้ ฉันก็แค่อยากใช้ชีวิตที่สงบสุข ไม่อยากเอาตัวเองไปตายอีกครั้ง เพราะฉะนั้นจึงทำตัวเข้มแข็งเพื่อเอาตัวรอด...แต่ความเข้มแข็งนั้นกลับใช้ในสถานการณ์นี้ไม่ได้

 

ไม่ใช่แค่ครั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นตอนในตอนนั้น... ฉันกลัว...ที่กำลังจะหลบหลีกเส้นทางแล้วไปยังเส้นทางที่ไม่แน่นอนของตัวเอง

 

ฉันกลัวที่จะรับความรู้สึกพวกนั้นจากพวกเขา—


ฉันกลัวทุกๆสิ่ง- ที่ฉันไม่สามารถคาดเดากับมันได้ ฉันกลัวว่าทุกอย่างจะเปลี่ยนไป


เพราะฉันมีความสุขดีในตอนนี้ ไม่อยากจะให้ช่วงเวลานี้เปลี่ยนไป 

 

“! คุณฟิเลน่า!”

 

แต่ถึงแบบนั้น ความกลัว ความเจ็บปวด ในโลกที่ฉันอยู่ในตอนนี้—ฉันจะปกป้องพวกเขา! ฉันจะปกป้องเด็กๆพวกนี้! เสียงก้องขึ้นมาในจิตใจของฉันที่เตรียมใจ มันกำลังจะบอกฉัน!

 

—จงปกป้องพวกเขาซะ!!

 

ฉัวะ!!!!—

 


          ในขณะที่กำลังโอบกอดคุณนางเอกไว้เพื่อรับการโจมตี แรงผลักมหาศาลที่ส่งมายังหลังทำให้ฉันพุ่งไปข้างหน้าจากจุดที่ยืนอยู่ พร้อมกับเสียงดังฉัวะเหมือนมีอะไรถูกตัด 


          ถูกตัดแขนข้างขวาตั้งแต่บริเวณข้อศอกจนลอยคว้างกลางอากาศ บางอย่างถูกพัดกระเด็นหมุนวน สะบัดเลือดพลางกระแทกเข้ากับลำต้นของต้นไม้ เกิดเลือดที่กระจายออกบริเวณรอบข้าง เลือดสีแดงทะลักออกมาจากปากแผลราวกับออกจากสายยาง

 

—เชอร์เบ!!” ฉันเบิกตากว้างมองเม็ดหยาดเลือดราวกับถูกสะกด สีหน้าเจ็บปวดของเจ้าของแขนแสดงให้เห็นอย่างใกล้ชิดก่อนที่จะล้มพับไป คุณนาเอกกรีดร้องเมื่อมองเหนเลือดที่ไหลออกจากร่าง

 

ตั้งแต่เมื่อไหร่???!!—เด็กคนนี้วิ่งมาตั้งแต่เมื่อไหร่!!???

 

          ฉันรีบปล่อยคุณนางเอก ก่อนจะสั่งให้เธอตั้งสติแล้วไปพาเด็กคนนั้นที่นั่งทรุดอยู่ไม่ห่างมารวมกลุ่มกัน ก่อนที่ฉันจะย่อตัวลงก่อนแล้วมองสีหน้าและอาการของเชอร์เบด้วยความรีบร้อน เหงื่อเย็นเริ่มผุดขึ้นใบหน้าก่อนที่พยายามจะตั้งสติ บาดแผลฉกรรจ์มาก...ถ้าเกิดไม่รีบห้ามเลือดไว้เธอจะเสียเลือดมากจนเกินไป...

 

“—ดิฉันจะห้ามเลือดให้นะคะ!” คุณนางเอกที่ประคองเด็กสาวมาด้วย ก็ย่อตัวลงก่อนที่จะยื่นมือไปทางบาดแผลฉกรรจ์ของเชอร์เบพร้อมกับตั้งสมาธิ...

 

เอ๊ะ!?-” ร่างของคุณนางเอกและเด็กสาวหายไปต่อหน้าต่อตา ราวกับว่าเธอไม่เคยอยู่ที่นี่มาก่อน พลางร่างของเชอร์เบที่ค่อยๆใช้แขนอีกข้างยันตัวขึ้นมา

 

“—คำนวณผิดพลาดนิดหน่อย แต่อย่างน้อยก็อพยพคนไปได้สองคน…” เชอร์เบลุกขึ้นโดยไม่คิดแม่แต่จะกดบาดแผลเอาไว้ เธอเผชิญหน้ากับกูลอิณที่กำลังคลั่งได้ที่โดยไม่มีท่าทีว่าจะถอย

 

ขอโทษนะ...สภาพไร้แขนข้างหนึ่งในตอนนี้ส่งคนกลับไปได้แค่สองคนเท่านั้น...อาจจะลำบาก แต่ถ้าอยากมีชีวิตอยู่ก็วิ่งหนีแล้วออกจากป่านี่ซะ” สิ่งที่เชอร์เบส่งผลให้ฉันขยับเขยื้อนไม่ได้ คือคำขอโทษเสียงแผ่วอย่างที่ไม่เคยได้ยินมาก่อน

 

การโจมตีที่รุนแรงนั้นเล็งมาทางนี้อีกครั้ง ฉันรีบลุกขึ้นก่อนที่จะผลักเชอร์เบที่ยืนนิ่งหลบการโจมนี้นั้นได้อย่างเฉียดฉิว

 

นี่คิดจะต่อสู้ด้วยสภาพแบบนี้หรือไง!? อย่าบ้าไปหน่อยเลย!!” ฉันพูดขึ้นพร้อมกับจับชายเสื้อของเธอด้วยอารมณ์ฉุนเฉียว ใบหน้าที่ดูไม่สู้ดียิ้มกว้างออกมาเหมือนการเตรียมใจ

 

ช่วยไม่ได้นี่นา ถ้าปล่อยไว้ฟิเลน่าจะตายนะ

 

นั่นมันรวมถึงเธอด้วยไม่ใช่หรือไง!? กำลังจะบอกว่าถึงตัวเองตายไปมันก็ไม่เป็นไรงั้นเหรอ!? ถึงฉันจะรอดไปได้แล้วเธอต้องตายแบบนั้นฉันไม่ยอมหรอกนะถึงเธอจะเก่ง แต่สถานการณ์แบบนี้มันเสียเปรียบชัดๆ!”

 

ไม่ตายหรอก...เชอร์เบน่ะไม่มีวันตายหรอก—”

 

“!?...กรอด... พอทีฉันไม่ได้ยินคำแบบนั้นจากปากของคนที่ช่วยชีวิตหรอกนะ!” ฉันพูดขึ้นก่อนที่จะคิดหาทางเอาตัวรอด เชอร์เบเองก็บาดเจ็บอยู่...คงทำอะไรผาดโผนแบบเมื่อกี้ไม่ได้...แถมสถานการณ์ที่ต้องแข่งกับเวลา...อย่างน้อยๆถ้ายื้อไว้แล้วรอจนกว่าหน่วยอัศวินจะมาล่ะก็

 

“!!!—ชิ!” ในขณะที่กำลังคิด การโจมตีครั้งที่สองและสามก็โจมตีเข้ามา ฉันรีบอุ้มเชอร์เบขึ้นก่อนที่จะเพิ่มใช้เวทมนตร์ผลักตัวฉันออกจากการโจมตีนั้น แล้ววิ่งหลบมัน

 

ถึงการโจมตีมันจะหนักหน่วงแต่การโจมตีของมันก็ยังช้าพอที่จะจับจุดที่มันจะโจมตีลงมาได้...ถ้าเป็นแบบนี้ล่ะก็ ก็พอที่จะวิ่งออกจากป่าได้!...

 

ฟู่ว...ถึงเรื่อต่อกรกับอสูรกายจะไม่ถนัดก็เถอะแต่ถ้าเรื่องเวลาหนีล่ะก็นี่เรื่องถนัดเลย!” ถึงมันดูเป็นเรื่องที่ไม่ค่อยภูมิใจเสียเท่าไหร่ แต่ถ้ามันือหนทางรอดหนทางหนึ่งล่ะก็! ก็ไม่เสียใจหรอกนะ!

 

เห...การคุ้มครองของสายลมงั้นเหรอได้รับความรักจากโลกมากมายเลยนี่...น่าอิจฉาจริงๆ อา ที่คนตายมักจะบ่นพึมพัมว่ายังไงนะ...อ๊ะ- คุณย่ากำลังโบกมือเรียกจากทุ่งดอกไม้อีกฝั่งล่ะ

 

เดี๋ยวสิ!? มาพูดอะไรแปลกๆเอาตอนนี้เล่า?? ขอร้องล่ะอย่าพึ่งขึ้นเรือไปหาคุณย่าเลยนะ!” ในขณะที่กำลังหลบหลีกการโจมตี ซึ่งมันเป็นได้ได้สวยอยู่นั้น จู่ๆเชอร์เบก็พูดเรื่องที่ค่อนข้างไม่เมคเซ้นขึ้นก่อนที่จะได้ยินเสียงบ่นพึมพำ

 

แต่ว่านะฟิเลน่าของแบบนี้น่ะถ้าตาของเธอใช้การไม่ได้ก็ไม่มีความหมายหรอกนะ

 

ในขณะที่กำลังอุ้มร่างของเชอร์เบอยู่ จู่ๆเชอร์เบก็เอามือมาปิดตาของฉันทั้งสองข้าง...พอเท้าไม่แตะถึงพื้นก็ไม่สามารถรู้ถึงทิศทางจนฉันเสียหลัก ความเจ็บแหลมที่ส่งตรงมาจากเท้าเพราะถูกหินแหลมกระแทก ทำให้รู้สึกชาไปชั่วขณะ

 

อึก!? ทำอะไรน่ะเชอร์เบ??” ฉันรีบมองหาเธอ เชอร์เบล้มอยู่ไม่ห่างจากฉันนัก เธอทำหน้าบูดบึ้งแล้วมองมาทางนี้


“ถ้าไมทำแบบนี้ฟิเลน่าก็จะวิ่งไปต่อ ทิ้งตัวภาระไว้แล้ววิ่งออกไปด้วยความเร็วขนาดนั้นก็พอรอดได้ฉิวเฉียด!


"นี่เธอจะบ้าหรือไง!!? จะให้ทิ้งเด็กอย่างเธอไปได้ยังไงกันเล่า!" 

 

จะโง่ไปไหนเนี่ย!? แค่ทิ้งเค้าไว้แล้ววิ่งไปขอให้มาช่วยก็ลดการสูญเสียได้ตั้งคนหนึ่งเชียวนะ!? ก็ถึงบอกแล้วไงว่ารีบหนี...ไม่ไหวๆ ตายแน่ๆเลยล่ะ-” คำพูดดูสิ้นหวังพร้อมกับใบหน้าที่ดูปลงกับสถานการณ์ในตอนนี้มองฉัน เด็กคนนี้นี่! ปากคอเราะร้ายชะมัด!

 

อึก...รู้น่าว่าฉันมันโง่!! —โลกนี้มันอยู่ไม่ได้หรอก การฆ่าคนน่ะฆ่าได้สบาย...แน่นอนว่าไม่ได้ฆ่าคนปกติ แต่แค่ฆ่าคนที่พยายามจะฆ่าเรา ฉันคิดแบบนั้น...แต่ตลอดมาฉันอยากพยายามคิดต่าง ฉันคิดว่าไม่ว่าใครก็สามารถคุยกันดีๆได้..

 

เพราะฉันคิดว่าโลกนี้อาจจะทำได้...แต่ฉันคิดผิด ความคิดนั้นมันอยู่ในกรณีที่ฉันรู้จักข้อมูลนั้นมาก่อน ฉันรู้จักเด็กพวกนั้นมาจากข้อมูลจากเกมเมื่อโลกก่อน...เพราะงั้นฉันจึงสามารถหาวิธีคุยและปรับความเข้าใจพวกเขาได้ แต่ในทางกลับกัน ในกรณีของลีน่าน่ะ ฉันใช้ความพยายามเป็นอย่างมาก...

 

เพราะแบบนั้นฉันถึงตระหนักได้...ว่าการคุยกับคนอื่นที่ไม่เคยรู้จักนั้น

 

มันเหมือนกับพวกลูกค้าที่มาจ้างงาน...ก็แค่คนแปลกหน้าที่ต้องมีธุระจริงๆเท่านั้นถึงจะได้พูดคุย...


ไม่ว่าโลกไหนแม่มก็เหมือนกันหมด!

 

ฉันคิดผิดมาตั้งแต่เนิ่นๆ...ความจริงแล้วโลกนี้น่ะความเท่าเทียมมันไม่มีทางเท่ากันหรอก ไม่ว่าจะคุณนางเอกหรือคนอื่นๆ ทุกคนมีความเท่าเทียมและความถูกต้องไม่เหมือนกัน

 

ฉันจะโน้มน้าวใจคนอื่นได้ยังไง? ฉันจะปลอบประโลมคนที่เจ็บปวดคนนั้นด้วยคำพูดอย่างไร ฉันไม่รู้อะไรซักอย่าง ขนาดตัวเองยังสลัดคามโศกเศร้านี้ยังไม่ได้เลย!? ไม่เลย...ก็เพราะฉันมันโง่นี่นา


"ฟิเลน่า..."

 

ในขณะนั้นเองที่สัมผัสถึงจิตสังหารรุนแรงของอสูรกายกำลังคืบคลานเข้ามา ความกลัวที่ต้องเผชิญหน้ากับอสูรกายปะทุขึ้น แต่ถึงกระนั้นฉันก็พยายามข่มความรู้สึกพวกนั้นไว้

 

เพราะงั้นในตอนนี้ สิ่งเดียวที่คนโง่อย่างฉันจะทำได้! คือการปกป้องเพื่อนของฉันจากอสูรกายนั่น! ดังนั้น! ก่อนที่จะถูกฆ่า- ก็แค่ต้องฆ่าคนที่กำลังพยายามจะฆ่าเราเท่านั้นเอง!” ฉันตะโกนขึ้น พร้อมกับเอาเหล่าความรู้สึกอัดอั้นออกจากอก

 

 ถ้าฉันกลัวเอาตอนนี้…ฉันก็ไม่สามารถปกป้องใครได้น่ะสิ!


"...งั้นหรอกเหรอ?"

 

...เชอร์เบ?!” ในขณะที่กำลังจ้องกูลอิณพร้อมกับคิดแผนไปด้วย เชอร์เบหันหลังให้ฉัน ยื่นฝ่ามือออกมาทางกูลอิณ เกิดสะเก็ดไฟพุ่งออกมาจากมือนั้น ความร้อนที่ปะทุขึ้นเกิดไอร้อนรอบๆ

 

ปิ้ว—” คำพูดขำขันดังขึ้น พร้อมกับแรงปะทุของไฟที่พุ่งตรงเข้าไปยังกูลอิณอย่างไม่มีลังเล เสียงโอดครวญของอสูรกายที่ดังสนั่นไปทั่วป่า...ฉันเบิกตากว้าง ก่อนที่จะกลั้นหายใจ 


อ...อะไรน่ะ!? เวทมนตร์สองชนิดงั้นเหรอ??? เด็กคนนี้สามารถใช้เวทย์ดินและไฟได้? 

 

ยังไงก็เป็นฟิเลน่าอยู่วันยังค่ำ...ไม่แปลกเลยที่พวกเขาจะติดฟิเลน่างอมแงมขนาดนี้

 

เดี๋ยวสิยะ!? ไอ่คำที่ดูเดจาวูรอบที่สามนั่นอะไรกันน่ะ??? แล้วนี่ขยับโดยไม่กดแผลเดี๋ยวก็ตายหรอก??!”

 

อะ-ฮ่าๆ! ถ้าแบบนั้นก็ดีนะเอ้า! ลุกสิฟิเลน่า!” รอยยิ้มผุดขึ้นบนใบหน้าซีดจากการขาดเลือด เธอยื่นมือซ้ายเข้ามาก่อนที่จะจับแขนของฉันแล้วดึงให้ลุกขึ้นยืน เปลวเพลิงร้อนระอุกำลังลุกไหม้อยู่ตรงหน้า พร้อมกับเสียงหัวเราะที่ดังขึ้น

 

ดูไว้ให้ดีนะ—นี่คือบทสรุปแล้วล่ะ” 


============================================================================================


ไรต์ใกล้เปิดเทอมแล้ว...ก็เลยต้องลงตอนถี่ๆหน่อย

          ไรต์เป็นคนที่ชอบอ่านคอมเมนต์คนอ่านมากๆ ทุกคนมักจะเสนอเรื่องนิสัยตัวละครอย่างฟิเลน่าว่า 'ใสซื่อ' เกินไป ไม่น่าคีพลุคแบบนี้ได้เพราะมีอายุเยอะแล้ว 

          เนื่องจากมันอาจทำให้ทุกคนดูตะหงิดๆเลยขอแจ้งรายละเอียดไว้เลยว่า 'นางไม่ได้เป็นคนใสซื่อ' เอาจริงๆแล้วไม่ใช่ว่านางไม่รู้นะ แค่ 'ไม่อยากให้มันเป็นสิ่งที่ตัวเองคิด' ป้าอายุ 34 ที่แม่มมีประสบการณ์ด้านถูกสารภาพรักไม่ถึงชั่วโมงก็นกก่อนที่จะสารภาพหมด แล้วมาอยู่ในร่างเด็กที่มีอายุ 6 ขวบแล้วค่อยๆเติบโตมาจนถึงปัจจุบัน ด้วยสภาพแวดล้อมและสถานการณ์ที่เกิดขึ้น มันไม่แปลกที่จะลืมความรู้สึกนั้นทีละนิด และเริ่มที่ไม่แน่ใจในความรู้สึกนั้นว่ามันใช่ความรักหรือเปล่า 

          ...เพราะแบบนั้นนางเลยพยายามที่จะไม่คิดอะไรและไม่ให้เป็นอย่างที่นางคิด เพื่อที่จะไม่ให้ฝ่ายตัวของตัวเองเองต้องพยายามออกห่างจากพวกเขาที่เป็นเด็กในสายตาของเธอค่ะ [แต่เอาจริงๆแล้วไรต์อยากใส่บทให้นางปฏิเสธความรู้สึกนั้นของพวกเขาไปเลย]

ตอนต่อไปจะเป็นยังไงก็อย่าลืมติดตามนะคะ! ดาเบ๊ะ!
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 35 ครั้ง

331 ความคิดเห็น

  1. #210 Tao1499 (@Tao1499) (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 25 เมษายน 2562 / 18:47
    ขอโทษที่พึ่งถามนะครับแต่-‘ดาเบ๊ะ’เนี้ยะคือไรครับ
    #210
    3
    • #210-2 MARIROYNUM (@moorepeacesumme) (จากตอนที่ 53)
      25 เมษายน 2562 / 20:48
      มาจากคำว่า ตะเบ๊ะ ค่ะ- เอามาปรับนิดหน่อย ไม่คิดว่าจะมีคนสงสัย ถถถ
      #210-2
    • #210-3 Tao1499 (@Tao1499) (จากตอนที่ 53)
      25 เมษายน 2562 / 22:17
      ก็สงสัยสักพักละครับแค่ว่าลืม...
      #210-3