Prince's Heart เกิดใหม่ทั้งทีขอชีวิตดีๆ ที่ไม่ใช่นางร้าย!

ตอนที่ 54 : Chapter : 46

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 458
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 42 ครั้ง
    5 พ.ค. 62

บทที่ 46 

- Filena –

 

 

วินาทีที่หญิงสาวผมสีชมพูอ่อนหลุดพ้นจากสถานการณ์ ราวกับว่าได้รับการปลดปล่อยจากความสิ้นหวัง รู้สึกตัวอีกที...กลับพบว่าตนเองมาอยู่ในห้องพยาบาลด้วยพลังเวทมนตร์บางอย่าง ข้างๆตัวเธอเองก็มีเด็กสาวที่เข้าไปช่วยสลบอยู่ข้างๆ

 

ถึงแม้ตัวของเธอจะรอดมาได้...แต่เธอคนนั้นไม่ได้มาโผล่ที่นี่ด้วย

 

ก่อนที่เธอจะทำตามคำขอของหญิงสาวผมสีดำทะมึน เธอประคองเด็กสาวที่สลบอยู่ข้างๆให้นอนลงบนเตียง แล้วตัวของหญิงสาวที่วิ่งไปตามทางเดินของโรเรียนอันคุ้นชิน ถึงแม้จะเป็นเวลาเข้าเรียนแล้วก็ไม่ลดความเร็วและเสียงของฝีเท้าที่วิ่งไป แต่แล้วจู่ๆขาของเธอก็สั่นไหว เธอส่ายหัวปฏิเสธความกลัวของตัวเอง

 

ถ้ายังคงอยู่ในสถานการณ์นั้นต่อไป...ตนเองนั้นต้องตายแน่ๆ เธอคิดแบบนั้น

 

ขนาดหญิงสาวผมสีดำทะมึนที่เข้ามาช่วยเหลือคนนั้น มีพลังเวทมนตร์ที่มหาศาล แต่กลับเสียท่าจนเสียแขนไปข้างหนึ่ง...แต่ถึงดังนั้นหญิงสาวก็ไม่คิดจะทิ้งพวกเธอที่อุตสาห์สี่ยงชีวิตให้เธอรอดออกมาได้—

 

ยิ่งผู้หญิงคนนั้น...เรียกได้ว่าลูกคุณหนู ซึ่งฐานะของตนกับหญิงสาวคนนั้นแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง เป็นทั้งลูกสาวของตระกูลเอิร์ล และยังเป็นคู่หมั้นของเจ้าชายอันดับที่ 2ของอาณาจักร..ผิดกับตนเองที่เป็นเพียงสามัญชน

 

แต่ถึงเป็นเช่นนั้น... ถ้านึกดูถึงนิสัยและการวางตัวของเธอผิดจากลูกคุณหนูคนอื่นโดยสิ้นเชิง แม้จะรู้จักกันในเวลาสั้นๆ แต่ก็บอกได้ว่าเธอมีความเป็นผู้ใหญ่และมีเหตุผล จะบอกว่านิสัยดีก็คือดี จะบอกว่าชอบทำอะไรไม่สนฐานะแล้วหัวเราะไปกับคนอื่นๆเช่นนั้นก็ได้

 

ทั้งๆที่แทบจะไม่รู้จักเธอเลย—

 

“! ขอร้องล่ะค่ะ ใครก็ได้!”  มันเป็นความรู้สึกแปลกประหลาด เธอถูเปลือกตาซึ่งน้ำตารื่นขึ้นมาอย่างเอาเป็นเอาตาย ทั้งที่รู้จักกันไม่ถึงครึ่งวัน...แต่ว่า..เธอคนนั้นอุตสาห์เสนอตัวมาด้วยกัน และกระทั่งตอนนั้นที่คนๆนั้นวิ่งเข้ามาปกป้องเพื่อรับการโจมตีจากกูลอิณแทนเพื่อให้มีชีวิตต่อ

 

มันเป็นความรู้สึกที่ไม่ค่อยเข้าใจ...แต่ คำตอบนั้นอยู่ในใจของเธอ เพราะเช่นนั้นเธอจึงปรารถนาที่จะวิ่ง ไม่ใช่การวิ่งเพราะความกลัว แต่กลับทำสิ่งที่ตรงกันข้ามกว่านั้น เธอรู้สึกบางอย่างจากการกระทำของหญิงสาวคนนั้น เพราะสิ่งนั้นกระตุ้นความรู้สึกรุนแรงบางอย่าง เธอจึงวิ่งโดยโอบอุ้มความรู้สึกนั้นไว้และพร้อมที่จะตะโกนขึ้นมา

 

และ ปลายทางเดินที่ทอดยาว เธอก็ได้หยุดวิ่งลง—

 

—ขอร้องล่ะค่ะ! ช่วยคุณฟิเลน่าด้วย!”

 

★★★★★★★★★★★★★★★★★★★★★★

 

เอ๊ะ? บทสรุป...งั้นเหรอ??” ฉันยืนนิ่ง ก่อนที่จะมองใบหน้าของเชอร์เบอย่างไม่วางตา เปลวไฟสีดำลุกไหม้ที่คอยแผดเผาร่างองอสูรกายไม่มีท่าทีที่จะดับ อีกทั้งพลังนั่นเหมือนจะส่งผลกระทบให้กูลอิณตนนั้นเป็นอย่างมาก

 

ดูให้ดีล่ะฟิเลน่า—การโจมตีครั้งนี้คือตัวตัดสิน!” เชอร์เบพูดขึ้น ก่อนที่จะยกมือซ้ายขึ้น ปรากฏให้เกิดแสงสีดำทะมึนกำลังรวบรวมกับบนฝ่ามือ แสงสีดำก่อตัวเป็นวงแหวนที่ดูมีอักขระซ้ำซ้อนหลายวงจนซ้อนทับกัน ในสายตาตอนนี้ของฉันกำลังเหมือนกับดูอนิเมะอยู่ยังไงยังงั้น

 

น-นั่นมันอะไรน่ะ!??” เหนือความคาดหมายกว่าการเตะกูลอิณด้วยฝ่าเท้า ดูจากขนาดของวงเวทย์ที่ซ้อนทับกันหลายชั้นแล้ว—มันไม่มีทางเลยที่มานาในตัวจะเพียงพอต่อการใช้เวทย์แบบนั้น อีกทั้งก่อนหน้านี้เธอก็ใช่เวทย์ดินสร้างลิ่มดินขึ้นมาและเปลวเพลิงที่ใช้เผา ในตัวของเธอมีมานาเยอะแค่ไหนกัน???

 

ในขณะนั้นเองที่มีลมเย็นเฉียบปรากฏขึ้น...ทั้งๆที่ตรงหน้าคือกองไฟที่ดูร้อนระอุ แต่ฉันกลับไม่รู้สึกถึงไอร้อนนั้นเลย รู้ตัวอีกฉันเผลอโอบไหล่ของตัวเองไว้เพื่อระงับการสั่นเทาของร่างกายในตอนนี้นี่มัน! จิตสังหารสินะ

 

—เฮ้อเชอร์เบสูดหายใจเข้าจนเต็มปอด ก่อนที่พริบตาต่อมาเกิดลำแสงรุนแรงพุ่งตรงไปยังอสูรกาย ภาพทิวทัศน์ที่คิดได้เพียงอย่างเดียวว่าโลกพร่าเลือน

 

แสงรุนแรงที่ถูกปล่อยออกมาย้อมให้ทัศนวิสัยกลายเป็นสีขาวไปชั่วขณะ  แต่ทันทีที่แสงนั้นหายไปบรรยากาศเริ่มรวมตัวกันกลับมาเป็นเหมือนเดิม สายลมพัดย้อนกลับ เล่นกวาดเอาต้นไม้และเศษดินรอบๆเข้าไปจนกระจัดกระจาย

 

อะไร—!? เอ๊ะ!? เอ๊ะ!!!” ฉันส่งเสียงร้อง ฉันปัดไล่เศษซากบางอย่างคล้ายกับเศษเนื้อซึ่งหล่นใสศีรษะ...ก่อนที่จะสังเกตมันดีๆแล้วมองไปยังอสูรกายตรงหน้า ฉันกลับไม่เห็นความน่าสะพรึงกลัวของสิ่งมีชีวิตเมื่อซักครู่นี้ แต่กลับเห็นความน่าสะอิดสะเอียนจากซากที่ดูเละไม่มีชิ้นดีแทน

 

แต่สิ่งนั้นคงไม่พ้นจากความจริงที่ว่าเศษเนื้อนั้นคือซากกูลอิณโดยแท้...

 

เห็นมะ!? จัดการง่ายดายใช้เวลาแป๊บเดียว โดยไม่มีใครบาดเจ็บ!” เธอหันมาแลบลิ้นพร้อมยิ้มกรุ้มกริ่ม ชูนิ้วโป้งขึ้นราวกับว่าไม่เคยเห็นการมีตัวตนของอสูรกาย


"!!! ยัยบ้า! เอาแขนมานี่นะ!" ฉันที่ยืนนิ่งอยู่ก็รีบจ้ำเท้าเดินเข้าไปหาเชอร์เบที่กำลังภูมิใจกับผลงานของตน ก่อนที่จะดึงริ้บบิ้นที่ผูกผมของฉันเป็นประจำออก แล้วเข้าไปมัดแผลฉกรรจ์นั้นที่เลือดไหลออกมาอย่างน่าผวา 


ตอนนี้ไม่มีคุณลิเลียน่าที่คอยรักษา...เพราะฉะนั้นต้องทำแบบนี้ไปก่อน


"เธอเป็นแค่เด็กนะ! ถึงฉันมันจะไร้น้ำยาขนาดช่วยอะไรไม่ได้ แต่ต่อสู้กับอสูรกายด้วยสภาพแบบนี้...มันหักโหมเกินไป!" 


"เรื่องนั้นไม่เป็นไรหรอกน่า! นี่ไง- ถึงเชอร์เบจะอยู่ในสภาพแบบนี้แต่เค้าก็ไม่แพ้มันด้วย!" เชอร์เบส่ายแขนขวาเหมือนเด็ก จนทำให้ฉันที่ผันแผลของเธอก็ระแวงขึ้นมาว่าจะทำให้เลือดออกไปมากกว่านี้


"เข้าใจแล้วน่า! ถึงเธอจะไม่มีทางแพ้มัน- แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่เจ็บปวดนะยะ! เพราะฉะนั้นช่วยอยู่นิ่งๆหน่อย!" ฉันตบแก้มทั้งสองข้างของเธอเพื่อให้หยุดขยับ เชอร์เบเบิกตากว้าง ดวงตาสีแดงสดคู่นั้นมองเข้ามาในดวงตาของฉันที่กำลังแสดงความหงุดหงิด ก่อนที่จะเป็นฝ่ายนั้นเองที่ยอมอยู่นิ่งๆ

 

“อีกอย่างนะ!!! นั่นน่ะมันเหนือมนุษย์แล้วเธอมันตัวอันตรายชัดๆ!! ถึงจะชนะมันมาได้แต่ต้องเสียแขนไปข้างหนึ่งนี่มันไม่คุ้มนะเฮ้ย!?” ฉันตะคอกไปโดยอารมณ์ชั่ววูบ...พร้อมกับชี้ไปยังซากกูลอิณที่กระจัดระจาย แบบนี้คนที่ต้องรับผิดชอบมาเก็ยกวาดมันจะลำบากเอาก็ได้!?

 

พลังอันมหาศาลที่เอาไว้ใช้กำราบอสูรกายที่แสนอันตรายนี้ได้...นอกจากพลังเวทย์ของคุณนางเอกที่คอยชำระล้างการมีชีวิตอยู่ของมันด้วยตัวคนเดียว... เท่าที่ได้ยินมาจากคนอื่นๆเห็นบอกว่าต้องใช้อัศวินที่มีฝีมือถึง 10คนในการฆ่ามัน

 

แต่ไอ่เจ้าอสูรกายนั่น...กลับถูกจัดการด้วยฝีมือของเชอร์เบเพียงคนเดียว—โดยใช้เวลาไม่ถึงนาทีด้วยซ้ำ

 

โดนพูดแบบนั้น เค้าเองก็เจ็บปวดเหมือนกันนะ ฟิเลน่า ต้นเหตุของพลังทำลายล้าง เชอร์เบยิ้มเฝื่อนหันกลับมาพูด ใบหน้าเปรอะเปื้อนฝุ่นเพราะการโจมตี

 

อุ- ถ้ามันทำร้ายจิตใจก็ขอโทษ เอ้า! เสร็จแล้ว" ฉันมองดูการปฐมพยาบาลของฉัน ถึงมันจะหลุดลุ่ยบ้างเพราะความยาวของมันนั้นไม่พอ แต่ก็ยังพอประทังเลือดในตัวที่ไหลออกมาได้..


"...แล้วก็ขอบคุณที่มาช่วยพวกเราด้วย...แต่ว่านะทำไมถึงรู้ว่าพวกเราแอบเข้ามาที่นี่กันล่ะ?” พอถอนหายใจด้วยความโล่งอก คำถามก็แทรกเข้ามา ทันใดนั้นเองที่รู้สึกว่าปากของฉันเผลอเผยรอยยิ้มขึ้นเล็กน้อย

 

ดีจริงๆที่รอดมาได้...อย่างน้อยก็ขอนับถือพลังอันมหาศาลของเธอก็แล้วกัน

 

“…อืม ก็พอดีว่าเห็นเด็กผู้หญิงคนหนึ่งทำตัวดูน่าสงสัยน่ะ~ ที่มาที่นี่ได้ก็เพราะว่าการคาดเดาของเค้าล้วนๆหลังจากนั้นเค้าเองก็ทำหน้าที่ที่เป็นหน่วยองครักษ์เท่านั้น

 

หน้าที่ขององครักษ์เนี่ยคือการทำลายล้างป่ากับทำให้แขนของตัวเองได้รับบาดเจ็บงั้นเหรอ?

 

อ๊า!! แบบนั้นก็ไม่ใจร้ายเกินไปหน่อยเหรอ ฟิเลน่า!” เชอร์เบเอามือแตะอก ทำท่าเหมือนถูกแทงเข้าใจดำ เธอทำเรื่องที่น่าผวาและมหัศจรรย์เกินมนุษย์มาตั้งแต่เมื่อกี้ แล้วพอมาทำท่าสนิทสนมกับคนอื่นง่ายเป็นว่าเล่นไม่เปลี่ยนแปลงแบบนี้...ก็ยิ่งทำให้ดูน่าอันตรายอย่างบอกไม่ถูก

 

อืมๆ แล้วเรื่องแขนของเชอร์เบนี่จะทำยังไงดีน้า….หวังว่าพวกเขาคงจะทำให้แขนของเค้าต่อกันได้นะเชอร์เบบ่นไปเดินไปพลาง เธอเดินผ่านซากกูลอิณไปอย่างไม่แยแส ถึงแม้ว่าจะเดินเข้าไปเหยียบโดนซากเนื้อแอ่งเลือดของมันจนเกิดเสียงตลอดทาง.. เธอก็ไม่สนซักนิด

 

เดี๋ยวสิ! อย่าทำเป็นเหมือนว่ามันคือเรื่องเล่นจะได้มั้ย!?” ฉันเดินเข้าไปหาเธอติดๆ ก่อนที่จะมองเธอด้วยความละอายเล็กน้อย...


'ช่วย--'


"...?" ในขณะที่กำลังเดินตามหลังเชอร์เบไปโดยพยายามไม่เหยียบซากอารยธรรมของอสูรกายอยู่นั้น จังหวะที่ก้าวเท้าออกไปเพียงครั้งเดียวก็ได้ยินเสียงบางอย่างพร้อมกับลมที่ตีวนเข้ามา


          มันกลับมาอีกครั้ง...เสียงกระซิบที่ดังขึ้นมาอยู่ข้างหู เสียงที่แสนทรมาณและโศกเศร้า มันบีบรัดหัวใจมากกว่าเมื่อสมัยก่อน มันทั้งดูสิ้นหวังราวกับไม่เหลืออะไรอีกแล้ว...ความรู้สึกที่อยากจะถูกปลดปล่อย...


ความรู้สึก...ที่เวลาคนอยากจะตาย?


'ช่วยที---่า---ฉั--ที" 


          จู่ๆโซนประสาทก็รู้สึกปวดขึ้นมาตุบ เหมือนกับมีใครมาเคาะเข้า ทุกๆครั้งที่อาการเจ็บปวดเพิ่มมากขึ้นก็ยิ่งจับใจความได้ชัดเจน จนเป็นประโยคที่แสนสับสนขึ้นได้


'ฆ่าที--รมาน--เหลื-เกิน'


"???" ทันทีที่จับประโยคได้ฉันก็ตื่นตัว พยายามกวาดมองทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่บริเวณนั้น มีใครเจ็บ? หรือใครกำลังทำอะไร????

 

ทันใดนั้นเอง...ที่ฉันรู้สึกถึงลางสังหรณ์แปลกๆ...ก่อนที่ความรู้สึกของฉันมันกลายเป็นจริงขึ้นมาอย่างปุบปับ

 

ฉันเคยได้ยินประโยคนี้มาจากที่ไหนซักแห่งหนึ่ง... บางทีความมั่นใจในความต่างของฝีมือ มันอาจจะนำสู่ผลสรุปอันเลวร้ายที่สุดเหมือนเสียงระฆังเตือนภัยก้องอยู่ในหู มันกำลังจะบอกอะไรบางอย่างกับฉัน

 

          ซากเนื้อปลิวกระเด็น เงาดำปรากฏตัวขึ้นจากข้างใต้ของมัน มันพุ่งออกมาอย่างแรง ตัวประกายแสงสีเงินราวกับของมีคมฉาย จากนั้นมันก็เพิ่มความเร็วมากขึ้น พร้อมกับจิตสังหารที่แผ่ออกมาอย่างรุนแรงผิดกับรูปร่าง แต่ถึงกระนั้นทิศทางที่มันกำลังจะพุ่งเข้าไปคือเชอร์เบที่ยืนหันหลังให้ไร้การป้องกัน


          เชอร์เบหันหลังกลับมา ในขณะนั้นเองที่ลมพัดเข้ามาไม่หยุดหย่อน เสียงเจ็บปวดและดูทรมานดังขึ้นและชัดเจนขึ้น 'ช่วยฆ่าที' 'ทรมาน...ได้โปรด' 'ช่วยฆ่าฉันที' ดังขึ้นมาพร้อมกับความเร็วของสิ่งนั้น


          ก่อนที่เธอจะสังเกตเห็นจิตสังหารนั่น การโจมตีราวกับเคลื่อนเข้าฟันลำคอของเธอ พริบตาเดียวเท่านั้นที่ฉันเบิกตากว้าง...หัวของเชอร์เบก็กระเด็นขึ้นกลางอากาศ


แต่นั่นคงเป็นเพียงเรื่องที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตเท่านั้น...


“โอหังเสียจริง-เชอร์เบที่หันกลับมา เผยรีมฝีปากแยกเขี้ยวที่กัดกันกรอด เชอร์เบยกฝ่าเท้าขึ้นแล้วหวดส้นเท้าลงมาหยุดการโจมตีนั้นอย่างรุนแรง มันหยุดการเคลื่อนไหว...อีกทั้งตอนนี้สภาพของมันก็ยังดูเละกว่าชิ้นส่วนที่กระจัดกระจาย


          เชอร์เบยกเท้าของตนขึ้นก่อนที่จะตวัดเท้าข้างนั้นไปข้างหน้าเพื่อหวดเอาเศษซากที่ติดรองเท้าออก ฉันหลับตาเพื่อกันเศษฝุ่นที่ลอยมาพร้อมกับลม ก่อนที่จะกระพริบตาถี่ 


เอ๊ะ?...ไม่ได้ยินเสียงนั้นแล้ว....


"...? ไม่อยู่แล้ว?" ฉันหันซ้ายขวาเพื่อมองดูสถานการณ์ ลมก็ไม่ได้พัดเข้ามาแล้ว อาการปวดหัวก็หายไป เสียงนั้นก็ไม่ได้ยินเหมือนว่าไม่ได้อยู่ที่นี่แล้ว...


"แขน~ แขน!~ เจอแล้ว!" 


เอ๊ะ!? นี่! อย่าถือแขนตัวเองเหมือนกับกิ่งไม้ได้มั้ย!? นั่นเป็นส่วนหนึ่งของร่างกายเธอเลยนะ-ช่วยถะนุถนอมมันหน่อยเถอะ!” ฉันเบิกตากว้าง พอเห็นเชอร์เบที่ทันหยิบแขนของตัวเองมาตั้งแต่เมื่อไหรก็ไม่รู้ ใช้มันแกว่งเล่นไปมาเหมือนกิ่งไม้ก้านบางๆ ทันทำให้ฉันสลัดเสียงเมื่อกี้ออกไปจากความคิดชั่ววูบ


แหมๆ~ ไม่ต้องห่วงหรอก เห็นแบบนี้แต่แขนของเชอร์เบก็แข็งแรงนะ! อ๊ะ? หรือว่าจะเอาแขนนี่ดีล่ะ!? ในขณะที่เธอกำลังแกว่งแขนขวาที่ขาดของตัวเองเล่นเหมือนกิ่งไม้ เชอร์เบก็หยิบเศษแขนไม่ทราบว่าของใครขึ้นมาแล้วโชว์ให้ดู ฉันว่าฉันเลือกแขนของเธอ ดีกว่าแขนโดนกรดย่อยผิวหนังอันนั้นนะ!


          ให้ตายสิ!- พอมาอยู่ที่นี่แล้วรู้นสึกจิตใจตัวเองด้านไปแล้วซะงั้น! ไม่รู้สึกแปลกประหลาดด้วยที่เด็กวัยขบเผาะแบบนี้สร้างทะเลเลือดขึ้นมาด้วยตัวคนเดียว...


          ในขณะที่กำลังถอนหายใจอย่างเอือมระอาออกมา เชอร์เบที่เดินเข้ามาหาก็หยุดชะงักลงพร้อมกับคลี่รอยยิ้มออกเมื่อฉันหันไปมอง เหมือนเธอกำลังวิเคราะห์อะไรบางอย่างอยู่...หลังจากนั้นเธอก็นิ่งเงียบไปจนผิดสังเกต


เชอร์เบ? มีอะไรงั้น- เฮ้ย???” พอกำลังจะถามเจ้าตัว เชอร์เบกลับโยนแขนของตัวเองใส่ต้นไม้สุดแรงเกิด โดยไม่สนสภาพของมันว่าจะสภาพดีอยู่หรือไม่...ก่อนที่เธอจะพุ่งพรวดเข้ามาจับไหล่ของฉัน


นอนลงซะฟิเลน่า!”

 

เห๊ะ!? นอน?? ในกองซากกูลอิณงั้นเหรอ??” จะว่านอนในซากเนื้อก็ไม่เท่าไหร่หรอก เพราะชุดเองก็เปื้อนเลือดไปแล้วด้วย...แต่ทำไมถึงต้องนอน???

 

นอน-ลง-ซะ! เดี๋ยวนี้!” เธอจ้องตาฉันถลึง...พอทนแรงกดดันที่ดูพิลึกพิลั่นนั้นไม่ได้ จนต้องถอนหายใจแล้วทำตามที่เธอบอกแบบจำใจ เธอบอกให้ฉันนอนหงายอีก.. อะไรของเด็กคนนี้กันเนี่ย?

 

เอ่อ...เชอร์เบ ฉันว่ามันรู้สึกแปลกๆ...ตอนนี้หลังของฉันแฉะไปหมดแล้ว...เหมือนเลือดของกูลอิณกำลังซึมซับเข้าเสื้อของฉันเลยล่ะ แถมมันยังอุ่นๆอยู่ด้วย...

 

ชู่ว...เงียบไว้นะ! แล้วก็ห้ามลืมตาเด็ดขาดเลย!” เชอร์เบทำสีหน้าจริงจังขึ้น ฉันที่แอบลืมตามองก็ต้องหุบตาลงอย่างช่วยไม่ได้...แต่ฉันรู้สึกถึงมือของเธอที่ประคองไหล่ของฉันขึ้น เสียงสูดหายใจเข้าลึกๆของเชอร์เบเหมือนกำลังเตรียมใจทำอะไรบางอย่าง...และ—

 

...ฟู่ว—ไม่นะ!!! ฟิเลน่า!!—ทำใจดีๆไว้นะ!!” ดะ- เดี๋ยวนะ???? WTF!?

 

          เธอตะโกนชื่อของฉันขึ้นมาสุดเสียง ซึ่งน้ำเสียงที่ดูน่าเวทนาและโศกเศร้านั้น เหมือนกำลังจะแสดงให้เห็นว่าตอนนี้เธอกำลังจะร้องไห้ เดี๋ยวนะยะ!? ทำไมถึงตะโกนชื่อฉันด้วยน้ำเสียงดูเศร้าๆแบบนั้นล่ะ??? แต่เพราะตอนนี้ฉันดันหลับตาอยู่น่ะซี่!? ถ้าฉันแอบดูหน่อยล่ะก็..


"เอาล่ะนะฟิเลน่า ถ้าเค้าสะกิดก็ทำเป็นได้สติขึ้นมานะ!" เสียงกระซิบข้างหูดังขึ้น มันเป็นเสียงของเชอร์เบที่แฝงไปด้วยน้ำเสียงที่ดูสนุกสนาน ถึงจะไม่ลืมตาแต่ภาพที่เชอร์เบยิ้มแยกเขี้ยวกลับเห็นชัดขึ้นมาในความมืด


เด็กหนอเด็ก!- ฉันล่ะอยากจะขยี้หัวเด็กนิสัยแบบนี้เหลือเกินค่ะ!


“!! คุณฟิเลน่าคะ!?” ในขณะที่กำลังจะลืมตามอง จู่ๆก็ได้ยินเสียงใสของคุณนางเอกดังขึ้นไม่ห่าง ก่อนที่เสียงฝีเท้าที่ดังตึกๆจะเริ่มใกล้เข้ามาทางนี้

 

เอ๊ะ??? เสียงนี้มัน? คุณนางเอก???

 

ทางนี้!—มีคนบาดเจ็บหนักสองคน!” ไม่ใช่เพียงแค่เสียงของคุณนางเอกเพียงเท่านั้น...เสียงของผู้ชายดังขึ้น ก่อนที่จะได้ยินเสียงฝีเท้าที่ดังสนั่น ไม่ใช่เพียงแค่คนเดียวด้วย...อย่าบอกนะว่าหน่วยองครักษ์พิทักษ์อัสดงน่ะ แสดงว่าคุณนางเอกกลับไปได้อย่างปลอดภัยแล้วไปขอความช่วยเหลือมาสินะ


ดีใจจริงๆที่ปลอดภัย...

 

ฮึก- ไม่นะฟิเลน่า...ได้โปรดแข็งใจไว้นะเดี๋ยวสิยะ??? ฉันไม่ได้เป็นอะไรเลยนะ! เธอต่างหากที่น่าเป็นห่วง...แล้วน้ำเสียงที่ดูสะอึกสะอื้นเหมือนใครตายนั่นคืออะไรกัน??


คุณฟิเลน่าคะ?!- เกิดอะไรขึ้นกันคะ?” 


"ฮึก... เพราะอะไรไม่รู้เจ้ากูลอิณนั่นมันก็ระเบิดตัวเอง...แล้วในขณะที่คิดว่ารอดแล้ว ฟิเลน่าที่กำลังปฐมพยาบาลเบื้องต้นให้เค้าน่ะ...จู่ๆฟิเลน่าก็ล้มลงไปเลย-" เฮ้ย—ฉันขอประท้วงทันทีค่ะ! มันไม่ได้ระเบิดเอง! เธอต่างหากที่เป็นคนทำให้มันเละตุ้มเป๊ะแบบนี้น่ะ!?  เข้าใจนะว่าไม่อยากให้เป็นเรื่องใหญ่โต ถ้าทีใครรู้ว่าเด็กสาวเพียงคนเดียวจัดการกูลอิณได้...


แต่เล่นพูดแบบนี้เหมือนทำกับฉันว่าเป็นลมแดดเลยนะยะ;;;


"อึก!? ยังไงก็ตามฉันจะต้องห้ามเลือดของคุณก่อนนะคะ!" 


"ไม่สิ! ช่วยฟิเลน่าก่อนเถอะนะ-!!" ฉันที่หลับตาพร้อมเหงื่อตกเพราะเนื่องจากฟังบทสนทนาของทั้งสองคนที่ดูตึงเครียด...แล้วจู่ๆฉันก็รู้สึกถึงอะไรบางอย่างกำลังสะกิดแขนของฉัน พอรู้ว่านั่นเป็นสัญญาณ+ไม่อยากแกล้งเจ็บแล้ว จึงตัดสินใจค่อยๆแง้มเปลือกตาข้างหนึ่งอย่างช้าๆ


"อ..เอ่อ...ขอโทษนะ?" ฉันส่งเสียง คุณนางเอกที่ได้ยินเป็นคนแรกก็พลันหันมามองฉันที่นอนจมกองเลือด(กูลอิณ)อยู่ เผยให้เห็นดวงตาที่ดูฉ่ำน้ำตาและสีหน้าอันผ่อนคลาย


"คุณฟิเลน่า! ค่อยยังชั่ว!!" คุณนางเอกใช้สองมือป้องปาก...ฉันค่อยๆยันตัวขึ้นจากกองเลือด ก่อนที่จะค่อยมองค้อนเชอร์เบที่เบือนสายตาออกไปสู่ท้องฟ้า หนอย...ยัยเด็กเจ้าเล่ห์นี่


"สถานการณ์เป็นยังไงบ้างจ๊ะ?" ในขณะที่กำลังหยิกแก้มของเชอร์เบ จู่ๆก็ได้ยินเสียงดูนุ่มนวลของใครบางคน พอเหลือบมองเหล่าคนที่ต่างชุกชุมกันก็เผยให้เห็นเจ้าขอเรือนผมสีฟ้าและนัยน์ตาสีทองอร่าม เธอกำลังเดินมาทางนี้ด้วยใบหน้าจริงจัง 


ท-ท่านผู้อำนวยการ มันอันตรายนะครับ!”

 

ท-ท่านผู้อำนวยการ!!?? จริงดิ??? เอางั้นเลยเหรอ???!

 

"!?...นี่มัน- เรื่องนี้ดิฉันจะจัดการเอง รีบพาคุณคนนี้ไปที่ห้องพยาบาลเดี๋ยวนี้เลยจ้ะ!" เธอปาดมือออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด เหล่าอัศวินและผู้เกี่ยวข้างรอบๆต่างขานตอบรับคำสั่งนั้นด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ก่อนที่เชอร์เบจะถูกพาตัวไปโดยหน่วยพยาบาลเพื่อรักษาแขนนั้น 


ในสถานการณ์ที่น่าเป็นห่วง...เชอร์เบกลับหันมามองฉัน ก่อนที่จะขยิบตาให้ ความรู้สึกน่าเป็นห่วงมันมลายหายไปหมดเลยแฮะ...


แต่...ในจังหวะนี้ คนที่น่าเป็นห่วงที่สุด-


"อุ๊ยตายแล้ว ดูเหมือนว่าหนูสองคนจะต้องมีเรื่องคุยกันนิดหน่อยแล้วล่ะจ้ะ" น้ำเสียงที่ดูนุ่มนวลกลับแฝงไปด้วยความโกรธในนั้น ฝ่ามือของท่านผู้อำนวยการวางลงบนไหล่ของเราฉันและคุณนางเอกอย่างเงียบเชียบ มันทำให้พวกเราต่างสะดุ้งโหยงและกลั้นหายใจ


 อา...ให้ตายเถอะ...

 

หวังว่าเรื่องมันจะสงบลงในเร็วๆนี้นะ...


============================================================================================



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 42 ครั้ง

331 ความคิดเห็น

  1. #274 18kanokphon (@18kanokphon) (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 22 กันยายน 2562 / 22:02
    สู้ๆ !!
    #274
    0
  2. #212 MI 'IMX (@namfhacream) (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2562 / 14:45
    ตั้งแต่ติดตามมา ไรท์ไม่เคยทำให้ผิดหวังเลยจริงๆ ถึงช่วงนี้จะมีคนอ่านน้อยแต่ไรท์พยายามมาก เรายิงติดตามนิยายของไรท์อยู่นะ ผวานาขอให้ไม่ติด Coins

    แต่ก้อาจจะติดก้ได้ เพระเนื่อเรื่องของไรท์ค้อนข้างน่าติดตาม ไม่ก้ออาจจะมีคนอ่านเพิ่มขึ้น

    #พยายามต่อไปนะคะ #รีดเป้นกำลังใจให้ยุ
    #212
    0