Prince's Heart เกิดใหม่ทั้งทีขอชีวิตดีๆ ที่ไม่ใช่นางร้าย!

ตอนที่ 57 : Chapter : 48.5

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 487
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 56 ครั้ง
    23 พ.ค. 62

บทที่ 48.5 

- Lillyna–

 


ลิเลียน่า เพนเนีย นั่นคือชื่อของฉัน


...ฉัน เป็นเพียงเด็กสาวธรรมดา ที่ได้รับ เวทย์แห่งแสง

 

ฉันเติบโตมาจากเมืองเล็กๆที่อยู่ห่างไกลจากเมืองหลวง อาศัยอยู่กับคุณพ่อและคุณแม่ที่คอยห่วงใยฉัน เป็นครอบครัวที่อบอุ่น...บ้านไม่ได้ร่ำรวย เป็นเพียงบ้านหลังหนึ่งที่ธรรมดา

 

คุณพ่อมักจะยิ้มกว้างและร่าเริงเสมอ เป็นเสาหลักของบ้าน คุณพ่อทำงานเป็นหัวหน้าหน่วยอัศวินในเมืองเลยชอบกลับดึกเป็นประจำ...แต่ฉันก็ไม่เคยขาดความอบอุ่นจากเขาเลย ส่วนคุณแม่ที่แสนใจดีและอ่อนโยน จะคอยอยู่เคียงข้างฉันตลอดเมื่อคุณพ่อไปทำงาน ทุกเย็นเราสองคนจะทำอาหารอุ่นๆเพื่อต้อนรับคุณพ่อที่กลับมาจากการทำงานอย่างหนัก

 

มันช่างมีความสุขและอบอุ่น...

 

จนกระทั่งในวันนั้น...วันที่ฉันป่วยหนัก...ความเจ็บปวดที่เหมือนกำลังค่อยๆบีบรัดหัวใจ ในขณะที่ทนไม่ไหว...ก็มีแสงสว่างจ้าปรากฏขึ้นภายในจิตใจ รู้ตัวอีกความเจ็บปวดนั้นก็หายไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นมาก่อน คุณพ่อและคุณแม่บอกกับฉัน ว่าทุกคนพออายุครบ 5 ปีจะปรากฏพลังเวทมนตร์ของตัวเองที่ได้มาตั้งแต่เกิด อาการเจ็บป่วยพวกนั้นเป็นสิ่งที่บ่งบอกว่าฉันได้รับพลังเวทย์มาแล้ว..


พอได้ยินดังนั้นฉันก็รู้สึกยินดีอย่างมาก พลังเวทมนตร์! จะเป็นพลังเวทมนตร์แบบไหนกันนะ? 


และหลังจากนั้นไม่นาน...ที่มีคนของทางการจากเมืองหลวงเข้ามา...พวกเขาเข้ามาทดสอบพลังเวทย์ของพวกเรา ในตอนนั้นเองที่เกิดแสงสว่างจ้าออกมาจากคริสตัล—พวกเขาต่างนั่งคุกเข่าลงแล้วก้มกราบศิโรราบต่อแสงนั้น

 

พลังเวทมนตร์ของฉันนั้นหาได้ยาก...พวกเขาบอกกับฉันว่า พลังของเธอน่ะสามารถช่วยคนที่ทุกข์ทรมานได้ เป็นพลังที่บริสุทธิ์โดยประทานพรมาจากเทพเจ้าแห่งแสง

 

เพราะพลังเวทย์ของฉัน...มีครั้งหนึ่งฉันเกือบจะถูกส่งตัวไปยังศาสนจักรเพื่อเป็นนักบุญหญิง คนที่ช่วยฉันไว้คือคุณพ่อและคุณแม่ที่ไม่เห็นด้วยกับเรื่องนี้...พวกเขาโอบกอดฉันไว้ พร้อมกับพร่ำบอกกับเหล่าผู้คนที่ชุกชุมกันว่า เธอน่ะเป็นเพียงแค่เด็กธรรมดา เธอเป็นลูกของพวกเรา ไม่ได้เป็นนักบุญหญิงแต่อะไรทั้งนั้น

 

แต่ทว่าเรื่องที่ฉันใช้เวทย์แห่งแสงได้...ก็ได้แพร่สะพัดออกไปทั่วเมืองเล็กๆแห่งนี้

 

ใครต่อหลายคนต่างต้องการตัวฉัน...ทุกๆวันจะมีเสียงของผู้คนที่ต่างตะโกนเข้ามาจากด้านนอกว่ายอมมอบตัวฉัน แล้วเธอก็จะกลายเป็นเด็กผู้หญิงที่พิเศษและสมบูรณ์ที่สุด...เธอต้องกลายเป็นความหวังของเมือง เธอคือคนที่เทพเจ้าเลือกไว้  ก่อนที่ฉันจะรับรู้ถึงพลังเวทย์ของตนเอง ในตอนนั้นเสียดีใจเอามากๆ...แต่เวลานี้ มันกลับกลายเป็นปัญหาสำหรับฉัน

 

ไม่ใช่...ฉันเป็นเพียงคนธรรมดาเท่านั้น...ฉันแค่ใช้พลังเวทย์แห่งแสงได้

 

คนรอบตัวของฉันเปลี่ยนไป พวกเขาต่างชื่นชมฉันในฐานะ เด็กผู้มีพลังเวทย์แห่งแสงเพื่อนๆของฉันที่ต่างเล่นด้วยกันบ่อยๆก็ยิ้มออกมาพร้อมกับพูดว่า ดีจังนะ กลายเป็นคนที่คนอื่นต้องการไปหมด’….ทำไมฉันถึงต้องมีเวทย์แห่งแสง? ทำไมทุกคนต่างปฏิบัติตัวกับฉันราวกับว่าเป็นสิ่งที่พิเศษ...

 

แต่ถึงแบบนั้น...ถึงแม้ว่าจะมีข่าวที่ฉันใช้เวทย์แห่งแสงได้...กลับมีใครบางคน...ที่ยังมองฉันเหมือนเดิม

 

คุณพ่อคุณแม่...ครอบครัวที่ฉันรักที่สุด..

 

พวกเขาปฏิบัติกับฉันเหมือนเดิม ไม่ได้มองว่าเป็นผู้มีพลังพิเศษ...พวกเขามองฉันว่าเป็นเด็กผู้หญิงธรรมดาๆที่มีพลังเวทย์แห่งแสงก็เท่านั้น...

 

พวกเขามอบรอยยิ้มให้ฉันทุกครั้ง ยังทานอาหารและพูดคุยด้วยกันแบบทุกที พวกเขาทั้งสองคนอดทนต่อคำพูดที่ดูยกยอสรรเสริญว่าฉันเป็นเด็กพิเศษ พวกเขาอดทนต่อคำแซะของคนในเมืองที่ต่างซุบซิบกันว่าพวกเขาสองคนไม่ยอมมอบตัวฉันให้ทางศาสนจักร...

 

แต่ถึงกระนั้น...

 

พวกเขาบอกกับฉันว่าฉันเสมอ ฝ่ามือของทั้งสองคนที่วางลงมาบนศีรษะ ตักของคุณแม่ที่อบอุ่น ลูกน่ะ เป็นเด็กผู้หญิงธรรมดา...และเป็นลูกของพ่อกับแม่ที่เราสองคนรักมากที่สุด

 

พวกเขา...อดทนต่อคำว่าร้ายและไม่ลุ่มหลงไปกับคำสรรเสริญ เพื่อให้ฉันมีความสุข

 

พวกเขา...ทำเพื่อฉัน เพื่อให้ฉันได้กลายเป็นเด็กธรรมดาๆตามที่ใจปรารถนา

 

ในขณะนั้นเองที่ฉัน...ฉันตัดสินใจที่จะเผชิญกับทุกคน และอดทนต่อคำพูดนั้น

 

ฉันช่วยงานของคุณแม่และคุณพ่อ...ฉันยิ้มให้กับทุกคน ยิ้มให้กับคำพูดที่ว่า ฉันเป็นเด็กพิเศษฉันหัวเราะพร้อมกับยิ้มบางๆเหมือนกับเมื่อก่อน คุณพ่อคุณแม่ที่เห็นก็ดูเหมือนจะมีความสุขดีที่เห็นฉันสามารถคุยกับคนปกติได้

 

พวกเขากลับมาพูดคุยกับคนอื่นๆได้ตามปกติอีกครั้ง...หลังจากที่ระแวงกันพักใหญ่ว่าพวกเขาจะทำให้ฉันคิดมากและเจ็บปวด พอฉันเห็นพวกเขาทั้งสองคนยิ้ม ฉันก็ยิ้ม

 

ในเมื่อที่ผ่านมา คุณพ่อและคุณแม่ที่ยอมอดทนต่อคำพูดจาเหล่านั้น...ในครั้งนี้...เป็นตาฉันเองที่จะอดทนบ้าง

 

บางครั้งฉันจะใช้เวทมนตร์ของฉันรักษาบาดแผลให้ผู้อื่น หลังจากนั้นพวกเขาก็จะชมฉันยกใหญ่ว่า สมแล้วที่เป็นเด็กที่ได้รับพรมาจากเทพเจ้า ฉันสามารถทำให้คนอื่นยิ้มและหัวเราะได้...แต่

 

...ภายในใจของฉันกลับว่างเปล่า..

 

ไม่ว่าฉันจะพยายาม หรือไม่อยากจะได้ยินคำเหล่านั้นขนาดไหน...

 

ฉันก็ทำได้เพียงแค่หัวเราะ แล้วก็ยิ้ม

 

ไม่ว่าฉันจะไปที่ไหนก็ตาม ผู้คนก็มักจะบอกกับฉัน เธอน่ะ เป็นเด็กที่วิเศษสุดๆไปเลย สมแล้วที่เป็นเด็กพิเศษ แค่พลังเวทย์ยังวิเศษไม่แพ้กันเลย’ ‘เธอเหมือนกับเทพเจ้าแห่งแสงเลยนะคำพูดเหล่านั้น...มันกำลังปกป้องความคิดของพวกเขา ความคิด...ของภาพเด็กสาวที่ได้รับเวทย์แห่งแสง

 

ใครกัน?...เป็นคนที่ตัดสินว่าฉันเป็นเด็กที่พิเศษ?

 

พวกเขาไม่รู้อะไรเลย...เอาแต่ว่าฉันเป็นแบบนู้นแบบนี้

 

อย่ามอง...มาที่ฉันด้วยสายตาแบบนั้นนะ

 

อย่าพูด...เหมือนฉันเป็นกรณีพิเศษ

 

ได้โปรด...อย่าทำร้ายฉัน ไปมากกว่านี้เลย

 

ฉันไม่อยากจะเป็นเด็ก พิเศษที่ แตกต่างจากพวกเขา

 

ไม่ใช่เด็กพิเศษ ไม่ใช่ผู้ใช้เวทย์แห่งแสง ไม่ใช่ผู้ที่ได้ประทานพรมาจากเทพเจ้า...

 

บอกฉันสิ ว่าเป็นเด็กธรรมดา เด็กผู้หญิงธรรมดาๆ...

 

ไม่ว่ากี่ครั้ง...ที่ฉันอยากให้พวกเขา กลับมามองฉันว่าเป็นเด็กธรรมดา

 

อีกครั้ง...ฉัน ลิเลียน่า เพนเนีย เด็กผู้หญิงธรรมดา ก็เท่านั้นเอง...

.

.

.

.

.

ในที่สุดฉันก็อายุครบ 15 ปี...ในวันพรุ่งนี้ฉันจะเดินทางไปยังโรงเรียนลอเรเนีย มีรถม้าจากในตัวเมืองหลวงมารับฉัน...คุณพ่อที่ยอมสละวันทำงานของตัวเองมาเพื่อส่งฉันพร้อมกับคุณแม่ ทั้งสองคนดูมีแววตาที่โศกเศร้าไม่แพ้กัน...

 

พวกเราต่างล่ำลากันด้วยน้ำตา...รถม้าเคลื่อนตัวออกไป เห็นทั้งสองคนยืนโบกมือจากที่ไกลจนฉันไม่เห็นทั้งสองคนอีกแล้ว...ฉันถอยออกมาจากบานหน้าต่าง...ตอนนี้ฉันอยู่ตัวคนเดียว ความคิดหนึ่งที่ผุดเข้ามา ว่าจะมีโอกาสที่มีคนเหมือนกับฉันบ้างในโรงเรียนแห่งนั้น...ความอบอุ่นใจก็เริ่มที่จะค่อยๆปัดเป่าความกังวลนั้นออกไปได้

 

แต่...ความคิดที่เก็บฝันมานานเมื่อนั่งโดยสารในรถม้านั้น กลับสลายลงไปทันที....

 

ที่โรงเรียนแห่งนี้...ไม่มีผู้ใช้เวทย์แห่งแสงนอกจากฉัน...

 

ถึงจะมีเหล่านักเรียนที่เป็นสามัญชน...แต่พวกเขากลับถูกคัดไปยังห้อง C ลงไป...มีแต่ ฉันเท่านั้นที่เป็นสามัญชนแล้วอยู่ในระดับห้อง S CLASS ความกังวลปกคลุมตัวของฉันทันที...มันแสดงให้เห็นถึงความล้ำค่าของผู้ที่ครอบครองพลังเวทย์แห่งแสงอย่างเด่นชัด

 

กลายเป็นว่าผลลัพธ์ก็คือ...ฉันกลายเป็นคนที่ แตกต่างจากคนอื่นไปอย่างสิ้นเชิง...

 

สิ่งที่คิดไว้กลับมลายลง...ฉันไม่สามารถปรับตัวเข้ากับลูกขุนนางคนอื่นๆได้ กลับกัน...ที่นี่นั้นฉันมักจะถูกเพ่งเล็งจากผู้หญิงขุนนางคนอื่นๆอยู่ตลอดเวลา..ถึงจะไม่ได้รับการสรรเสริญเยินยอ...แต่ดวงตาที่พวกเขาจ้องมองมาทำให้รู้สึกอึดอัด

 

ชีวิตในแต่ละวัน...กลับลำบากมากกว่าเดิม

 

ถึงจะมีบ้างที่เจ้าชายของอาณาจักรทั้งสองคนจะมาพูดคุยด้วย...แต่เขาก็เพียงแต่ทำตามมารยาทเท่านั้น มีวันหนึ่งที่เจ้าชายอันดับสามของอาณาจักรมาปรึกษาฉันเรื่องการทำขนม...เพราะคิดว่าเป็นเรื่องธรรมดา เลยให้คำแนะนำเขาไป

 

แต่เพราะเหตุการณ์นั้น มันยิ่งทำให้ฉันถูกจ้องมองด้วยสายตาของผู้หญิงคนอื่นๆเหมือนอยากให้หายไปมากกว่าเดิม...

 

ฉันคิดว่าจะได้อยู่คนเดียวตลอดระยะเวลาที่อยู่ที่ในโรงเรียนแห่งนี้...แต่ความคิดนั้นกลับค่อยๆหายไปกับการปรากฏตัวของเธอ—

 

อื้ม ไม่เป็นไรหรอกจ้ะ แค่นี้เอง ในขณะที่กำลังถือถาดอาหารพร้อมกับหาที่นั่งเงียบๆทาน...จู่ๆฉันก็ถูกเหล่าผู้คนผลักไปมาจนครีมสตูว์ที่อยู่ในถาดนั้นเอนหกลงใส่หลังของใครบางคน พร้อมกับเปรอะเปื้อนมาทางฉันด้วยเหมือนๆกัน

 

เธอคนนี้มีเรือนผมสีทองอร่ามงดงาม และดวงตาสีฟ้าเพทายที่ดูน่าหลงไหล...เธอจ้องมองมาทางนี้พร้อมกับระบายยิ้มให้ เธอคือ ฟิเลน่า เอิร์ล- เป็นลูกสาวของดยุคชื่อดังและคู่หมั้นของเจ้าชายอันดับที่สอง สำหรับฉันแล้วเวลาเจอลูกขุนนางนั้นไม่ใช่การพบปะที่ดี

 

มีทั้งโดนรังแก และเจอเรื่องลำบากมากมาย—ในความสับสนนั้นฉันก็ตอบกลับความหวังดีของเธอไปโดยที่ไม่คาดคิดว่าจะได้เจอ หลังจากนั้นเธอก็ยื่นผ้าเช็ดหน้าที่ดูแพงๆมาให้กับฉัน พอปฏิเสธเธอไป...เธอคนนั้นก็ยิ้มกว้างก่อนที่จะบอกฉันด้วยคำพูดที่ดูแปลกๆ ‘…ผู้หญิงน่ะต้องมั่นใจตั้งแต่เรื่องเสื้อผ้านะ

 

แต่ว่า..ถ้าอย่างนั้นชุดสวยๆของคุณ...

 

เรื่องนั้นไม่ต้องห่วงหรอกนะนี่ไงเอาผมปิดก็ไม่เห็นแล้วใช่มั้ยล่ะ แค่นี้น่ะไม่คณามือฉันหรอก!” เธอพูดแบบนั้นพร้อมกับปัดผมไปกองไว้ด้านหลังจนไม่เห็นรอยเปื้อน ฉันตกตะลึงกับท่าทางที่ขัดจากลูกขุนนางทั่วไป รู้สึกตัวอีกที นี่เป็นครั้งแรกที่ฉันเผลอยิ้มกว้างออกมา

 

ช่างเป็นผู้หญิงที่ดูสง่างาม...พอได้คุยแล้วดูผ่อนคลายดีจัง...


หลังจากนั้นไม่นาน...เธอที่กำลังจะเดินออกไป ในขณะนั้นเองฉันเผลอตะโกนขึ้นมาจนเธอคนนั้นหยุดชะงัก ฉันแนะนำชื่อของฉันไป ก่อนที่จะได้รับการแนะนำตัวนั้นกลับมาเหมือนกันว่า ฉันฟิเลน่า เอิร์ล ยินดีที่ได้พบนะ

 

★★★★★★★★★★★★★★★★★★★★★★

 

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวาน...มันทำให้ฉันรู้สึกผิดต่อคุณฟิเลน่าอย่างมาก ไม่ใช่แค่ว่าทำให้เธอตกอยู่ในอันตราย...แต่พลอยให้รับการลงโทษไปด้วย..พอความรู้สึกผิดที่บีบรัดหัวใจ จึงอยากจะชดใช้ความผิดนี้กับคุณฟิเลน่า

 

แต่เธอกลับถอนหายใจออกมาพร้อมกับพูดว่า ทำขนมมาขอโทษ

 

ฉันรู้สึกประหลาดใจมาก—ถึงนี่จะไม่ใช่ครั้งแรกที่คุณฟิเลน่าทำตัวไม่เหมือนกับขุนนางคนอื่นๆ แต่นี่เป็นครั้งแรกที่มีคนลงโทษฉันโดยการให้ทำขนม...ฉันตอบตกลงกับเธอ ก่อนที่คุณฟิเลน่าจะเผยรอยยิ้มละมุนมาให้

 

เป็นอีกครั้งหนึ่ง...ที่คุณฟิเลน่าได้ยิ้มให้ฉัน

 

แต่บางทีแล้ว...ก็แอบคิด 


คุณฟิเลน่าอาจจะแค่สงสารฉันก็ได้...อาจจะแค่เห็นใจฉัน เพราะฉันเป็นเด็กพิเศษ...

 

          แต่ถึงแบบนั้น...นี่เป็นครั้งแรก ที่ฉันจะได้ทำขนมเพื่อใครซักคน หลังจากที่ไม่ได้ทำมานาน...แล้วรู้สึกยินดีอย่างแปลกประหลาด ที่จะทำขนมให้กับคุณฟิเลน่า

 

เมื่อคืนฉันจึงรีบตรงไปที่ห้องครัวทันทีเพื่อทำขนม ถึงจะเป็นการลงโทษ...แต่ก็รู้สึกดีใจที่ได้จับตะแกรงและส่วนผสมสำหรับทำขนมที่ไม่ได้ทำมานาน วันต่อมาฉันตื่นแต่เช้าตรู่ ฉันตรงไปยังห้องครัว เมื่อคืนชิมรสชาติของมันไปนิดหน่อย แต่ก็ไม่รู้ว่าจะถูกปากคุณฟิเลน่าหรือเปล่า?

 

ตอนกลางวันฉันก็นำไปให้...คุณฟิเลน่าที่เดินมาพร้อมกับคุณไคลด์ที่เป็นที่นิยมในหมู่สาวๆและคุณมิซาเอลที่เป็นคู่หูของคุณฟิเลน่า เธอที่เห็นฉันยื่นตะกร้าให้...เธอเผยสีหน้าตกตะลึง แล้วหลังจากนั้นเธอก็กล่าวขอบคุณฉันแล้วรับตะกร้าไป เธอบอกกับฉันว่า กลิ่นหอมมากเลยล่ะพอได้ยินเธอวิจารณ์ขนมของฉันก็เริ่มรู้สึกใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมา

 

เพราะไม่รู้อะไร...ทุกครั้งที่ฉันได้เจอคุณฟิเลน่าหรือคุณฟิเลน่าพูดคุยกับฉัน...

 

เหมือนได้กลับไปเป็นเด็กธรรมดาอีกครั้ง...


มีความสุขจัง...

 

ตอนนี้เป็นเวลาที่ค่อนข้างเย็นมากแล้ว...ฉันยืนรอคุณฟิเลน่าตามที่เราตกลงกันไว้ ไม่รู้เพราะอะไร...คุณฟิเลน่ามาสายไปประมาณหนึ่งได้แล้ว...

 

หรือว่าฉัน...จะตื่นเต้นมากเกินไปกันนะ?

 

ในตอนนั้นเองที่ไม่รู้สึกตัว...ฉันก็ถูกพวกผู้หญิงที่ไม่เคยเห็นมาก่อนเข้ามารุมล้อม 

 

ถูกลากตัวไปยังนอกสถานที่...จากนั้นความน่าหวาดกลัวก็เข้าปกคลุม

 

เพราะมีเวทย์แห่งแสงสินะ!? ถึงได้มาอยู่ห้องเดียวกับท่านเจ้าชายได้น่ะ!”

 

อาจารย์ทุกคนว่าไงล่ะ!? เพราะเทิดทูนบูชาพลังเวทย์แห่งแสงนั่นกัน เธอเลยใช้ประโยชน์ให้มาอยู่ในห้องระดับสูงๆได้สินะ??”  

 

ขณะที่ฉันถูกล้อมเอาไว้ด้วยคนจำนวนหนึ่ง...ผู้หญิงก็พูดด่าทอฉันไม่หยุดหย่อน ตัวฉันที่ได้แต่ยืนเงียบเหมือนเคย รอให้พวกเธอสงบจิตสงบใจได้...

 

พิเศษ’ ‘เวทย์แสง’…

 

คำพูดเหล่านั้น...ตั้งแต่มาที่นี่...ไม่สิ—เป็นสิ่งที่ได้ยินมาตลอดชีวิตตั้งแต่ได้รับพลังนี้มา

 

เพราะฉันมีเวทย์แห่งแสง....

 

เพราะพลังนี่...มันตอกย้ำใส่ฉันเสมอมา

 

เพราะฉะนั้นฉันจะต้องอดทน...อดทนให้มากขึ้น-

 

ทั้งๆที่ไม่ได้ต้องการแบบนั้นแท้ๆ...ไม่ได้อยากให้ทุกคนมองว่า เด็กพิเศษแท้ๆ...ฉันก็แค่

 

แค่...ถ้าหากเป็นไปได้ล่ะก็ ถ้าหากเป็นไปได้ที่จะมีใครซักคน...ฉันอยากจะได้ยิน..

 

อยากจะได้ยิน...ว่าที่ผ่านมา...

 

ฉันพยายามได้มากแค่ไหน..ฉัน...พยายาม

 

อยากจะให้เห็นบ้าง...ว่าฉันเอง

 

'ก็เป็นเด็กธรรมดา...'

 

เพี๊ยะ!!

 

ทุกอย่างตกลงสู่ความเงียบงัน ขณะที่กำลังโดนด่าทอ คิดอะไรแบบนั้นอยู่...สิ่งนี้ก็ได้เกิดขึ้น อาการแสบและร้อนผ่าวปรากฏขึ้นจากแก้มข้างขวาของฉัน พอถูกตบหน้าเช่นนั้นก็นิ่งงันไปทั้งอย่างนั้น พร้อมกับฝ่ามือของฉันที่ทาบจุดที่โดนตบ

 

เวทย์แห่งแสง! อะไรก็เวทแห่งแสง!! พิเศษพิโสมากสินะคนอย่างหล่อนน่ะ!—เป็นที่คนอื่นรักใครเอ็นดูมากล่ะสิ?! ทำอะไรก็ไม่ผิดใช่มั้ยล่ะ? เพราะมีเวทย์แห่งแสงเลยได้รับการปฏิบัติตนเป็นพิเศษ ช่างเป็นสามัญชนที่วิเศษจริงๆ!...แต่เพียงแค่ถูกปฏิบัติดีหน่อยก็เหลิงนักนะ!” 

 

มะ ไม่ใช่นะคะ...นั่นน่ะ ที่ผ่านมาดิฉันแค่..ฉันเผลอพูดขึ้นด้วยความลนลาน จากนั้นก็โดนอีกฝ่ายตะคอกกลับมาทันที

 

หุบปากนะยะ! คิดว่ามีเวทย์แห่งแสงพวกฉันจะปฏิบัติกับหล่อนแบบพิเศษเหรอไง!?”

 

จนถึงตอนนี้ฉันเคยถูกตบหน้าหลายครั้งหลายครา...แม้แต่เคยถูกคนที่รังแกเหยียบย่ำก็มี...เธอเงื้อมือขึ้นอย่างช้าๆ ครั้งนี้ฝ่ามือที่ติดเล็บยาวๆนั้นกลับมีเปลวไฟปรากฏขึ้นมา แล้วในตอนนี้เปลวไฟนั้นกำลังจะพุ่งเข้ามาหาฉัน

 

“!!!—หยุดนะ!” ฉันได้ยินน้ำเสียงที่น่าเกรงขาม ก่อนที่จะรู้ตัวฉันกลับเห็นแผ่นหลังที่สง่างามและห้าวหาญอยู่ตรงหน้าของฉัน

 

คิดว่ากำลังทำอะไรอยู่กัน?...ลูกสาวขุนนางอย่างพวกเราควรจะปฏิบัติตนให้ดีกว่าการมากลั่นแกล้งคนอื่นแบบนี้นะ? ไม่ได้ถูกสอนมางั้นเหรอ?”

 

ท..ท่านฟิเลน่า!? ทำไมท่านถึง??” หนึ่งในนั้นลูบข้อมือของตนเองพ้อมกับกัดฟันกรอด...คุณฟิเลน่าเข้ามาประคองใบหน้าของฉันก่อนที่จะเผยให้เห็นความเป็นห่วงที่มีต่อฉันที่ออกมาจากการกระทำและน้ำเสียงของเธอ

 

ฉันสังเกตเห็นใบหน้าที่ซีดเผือกของพวกเธอ...ไม่แปลกเลยที่เธอพวกนั้นจะกลัว เพราะไม่ใช่เพียงแต่คุณฟิเลน่าเป็นลูกสาวของดยุคชื่อดัง เธอไม่ได้แค่เป็นคู่หมั้นของเจ้าชายอาณาจักรแห่งนี้ เธอยังเป็นคนที่ ประธานสภาและคนอื่นๆที่อยู่รอบตัวเธอต่างให้ความรักและความถะนุถนอมสูงมาก ถึงมากที่สุด และยังมีเหล่าที่ชื่นชอบและเคารพเธอเพราะบุคลิกที่ดูเฉลียวฉลาดและความใจดีที่ไม่เหมือนขุนนางท่านอื่น แถมยังมีข่าวลือว่าเธอยังเป็นนักเรียนคนโปรดที่ท่านผู้อำนวยการมักจะขอคำปรึกษา...


คงไม่มีใครที่คิดอยากจะลองดีต่อราชอาณาจักรและสถานบันเป็นแน่

 

อึก! นี่ท่าน…! รู้เหรอเปล่าว่ากำไลข้อมือนี้มันแพงมากแค่ไหน!? แบบนี้งั้นเหรอที่ลูกขุนนางชั้นสูงทำกัน!?”

 

ตายจริง! ไม่รู้เลยล่ะว่ากำไลนั่นจะมีมูลค่ามหาศาล...แต่เรื่องนั้นไม่ต้องห่วงหรอกนะ กำไลนั่นน่ะถูกร้อยด้วยเส้นเบ็ด- ถ้าเธออยากใส่กำไลนั่นอีกก็แค่เก็บไข่มุกพวกนั้นแล้วเอาไปให้ร้านช่วยร้อยให้ก็พอ...หรือถ้าอยากได้อันใหม่ก็สามารถเก็บค่าเสียหายจากฉันได้ตามสบายเลย...

 

ฮะ! เข้าใจแล้วล่ะค่ะ! ที่ท่านมาปกป้องยัยนั่นเพราะก็เห็นว่ามีเวทย์แห่งแสงใช่มั้ยล่ะคะ!? เพราะท่านเห็นประโยชน์ของตัวยัยนั่นว่าสามารถใช้การได้เลยคิดที่จะเก็บพลังวิเศษนั้นไว้สินะคะ!” หนึ่งในนั้นชี้นิ้วมาทางคุณฟิเลน่าพร้อมกับยิ้มกว้าง

 

ฉันแอบวิตก...ถ้าเกิดสิ่งที่คุณฟิเลน่ากำลังทำอยู่นี้...คือการหลอกใช้ประโยชน์จากฉัน?

 

เพราะฉัน..มีพลังเวทย์แห่งแสง...

 

เฮ้อ...ทำไมรอบๆตัวฉันถึงมีแต่พวกที่คิดตื้นๆนะ ในขณะที่ฉันคิดเช่นนั้น เสียงลมหายใจของคุณฟิเลน่าก็ตัดผ่านบรรยากาศอันน่าตึงเครียด คุณฟิเลน่าจ้องไปทางกลุ่มผู้หญิง แล้วพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

 

ลิเลียน่าน่ะ ไม่ใช่คนพิเศษพิโสอะไรทั้งนั้น เธอก็แค่เป็น เด็กผู้หญิงธรรมดาๆ ที่มีพลังเวทย์แห่งแสงก็เท่านั้นเอง

 

ตึก— เสียงร่ำร้องของหัวใจของฉันดังขึ้นก่อนที่จะเต้นไม่เป็นจังหวะ

 

ความรู้สึกและคำพูดที่ใฝ่หามานาน...คุณฟิเลน่าได้พูดมันอีกครั้ง

 

เธอก็แค่เด็กผู้หญิงธรรมดาๆมาตั้งแต่เกิด อยู่ในครอบครัวที่อบอุ่น ทานอาหาร,เรียน,ชีวิตประจำวัน ทุกอย่างที่เธอทำก็แค่ชีวิตของเด็กธรรมดาๆคนหนึ่งเท่านั้น ปฏิบัติตนแบบพิเศษ? เรื่องพรรค์นั้นไม่มีหรอก—อย่ามากล่าวหาคนอื่นโดยที่ไม่มีหลักฐานสิ

 

          ใช่แล้ว...ที่ผ่านมา.. ฉันพยายามทำตัวเป็นเด็กสาวที่ธรรมดา ...ตลอดเวลาที่ผ่านมา คอยพยายามอดทนมาตลอด ไม่เคยใช้คำพูดที่ว่า ฉันเป็นเด็กที่ได้รับเวทย์แห่งแสงมาอ้างเพื่อได้รับสิทธิพิเศษ...ฉันไม่ได้ตั้งใจที่จะให้คนอื่นให้ความรักใคร่เอ็นดูพวกนั้นแค่ว่าฉันเป็นเด็กพิเศษ

 

ฉันไม่ได้อยากให้ใครมาปฏิบัติกับฉันเป็นพิเศษ

 

เพราะเพียงแค่ว่าฉันเป็นเด็กพิเศษ...เด็กที่ได้รับพรจากเทพเจ้า..อะไรทั้งนั้น

 

          แต่ว่าไม่มีใครเลย...ไม่มี- ที่จะมองตัวตนของฉัน...ว่าฉันเอง...ก็เป็นเด็กผู้หญิง ที่ธรรมดา...พยามยามยิ้มต่อคำพูดเหล่านั้นที่ทำให้ฉันดูไม่เหมือนเด็กธรรมดาจากคนอื่นๆ ฉันอดทน...ทั้งอย่างนั้นแล้ว...คุณฟิเลน่าได้พูดขึ้นมา ว่าฉันเป็นเด็ก ธรรมดา


พวกเขามองฉันแค่เปลือกนอก แล้วตัดสินเอาเอง...


เพราะฉะนั้นฉันไม่เคยสั่งหรือต้องการให้มองฉันแบบนั้น

 

อีกอย่างนะ ที่ฉันปกป้องลิเลียน่าไม่ใช่เพราะว่าจะใช้ประโยชน์จากพลังเวทย์ของเธอ—ปกป้องเพราะว่ามันเป็นสิ่งที่คนเป็นเพื่อนต้องทำต่างหาก!  เพราะฉะนั้นเด็กคนนี้! คือคนสำคัญของฉัน!”

 

พอได้ยินคำพูดเหล่านั้น...รอบดวงตาของฉันก็ร้อนผ่าว น้ำตาเริ่มเอ่อล้นไหลลงอาบแก้ม...

 

ตั้งแต่ที่ฉันใช้เวทย์แห่งแสงได้...ทุกๆคนก็จะสรรเสริญฉันราวกับเด็กพิเศษที่ไม่เหมือนใคร ถูกปฏิบัติแตกต่างจากคนอื่นๆ ตลอดเวลาฉันก็ฝืนยิ้ม ยิ้ม แล้วก็ยิ้ม เพื่อที่อดทนรอว่าซักวันหนึ่ง...ทุกๆคนจะมองฉันกลับไปเป็นเด็กธรรมดาเหมือนเดิม

 

แต่ทุกคนก็มองฉันในฐานะ เด็กพิเศษที่มีพลังเวทย์แห่งแสง’…ไม่มีใครบ้างเลยที่จะมองฉันเป็นเพียงเด็กธรรมดาคนหนึ่ง...เด็กธรรมดาที่มีชื่อว่า ลิเลียน่า เพนเนีย

 

ทั้งอย่างนั้น...ความหวังที่แทบจะไม่เคยคิดว่าจะได้รับการเติมเต็ม...คุณฟิเลน่า –เธอกลับมองเห็นตัวตนที่อยากเป็นของฉัน เธอบอกกับทุกคนไปว่าฉันเป็นเพียงแค่เด็กผู้หญิงธรรมดาๆ เธอบอกว่าที่ผ่านมาฉันได้ใช้ชีวิตของเด็กธรรมดาๆคนหนึ่ง เธอบอกว่าฉันไม่ได้ถูกปฏิบัติตนแบบพิเศษเพราะเป็นเด็กพิเศษที่มีเวทย์แห่งแสง เธอบอก...

 

เธอบอกว่าฉัน...เป็นคนสำคัญของเธอ—

 

          น้ำตาที่หลั่งไหลออกมาไม่หยุด ราวกับว่าความอดทนและความเจ็บปวดของฉันทั้งหมดไหลออกมากับน้ำตาพวกนี้ ขณะที่ฉันได้แต่ร้องไห้ที่ไม่อาจควบคุมได้ 


 พ-พวกเราจะฟ้องทุกคน! ว่าท่านเป็นคนแบบนี้!” หนึ่งในนั้นหน้าซีดเผือก ก่อนที่จะรวบรวมแรงฮึดพูดขึ้นมา

 

โอ้...ถ้าเช่นนั้น ฉันจะทำให้พวกเธออยู่ในสภาพที่ฟ้องใครไม่ได้อีก-” ดวงตาที่เลอะเลือนเพราะน้ำตา...หลังจากที่คุณฟิเลน่าพูดเช่นนั้นก็สำแดงฤทธิ์ของเวทมนตร์ขึ้นบนฝ่ามือ 


เข้าใจนะ- ถ้ามาทำอะไรแบบนี้อีก...ครั้งต่อไปไม่ใช่การขู่หรือตัดกำไลแล้วล่ะนะ” หลังจากที่คุณฟิเลน่าพูดไปเช่นนั้น กลุ่มของพวกเธอก็กระจัดกระจายกันทันที 


คุณฟิเลน่าหันมาทางฉัน...ความรู้สึกที่อยากขอบคุณและดีใจพรั่งพรูออกมาจนโผเข้ากอดคุณฟิเลน่าไป


ฮึก...ฮือ-ขอบคุณค่ะ..ขอบคุณมากๆ..ค่ะ ฮึก-”

 

...คงกลัวมากสินะ?...ตอนนี้ไม่ต้องกลัวแล้วล่ะ ร้องไห้ให้ดังสุดๆไปเลย น้ำเสียงอันอ่อนโยนเอ่ยขึ้นพร้อมกับความอบอุ่นจากฝ่ามือที่ลูบศีรษะของฉัน มันพัดเป่าความเจ็บปวด ความลังเลสงสัยของฉันไปจนหมดสิ้น 


ขอบคุณ...ที่มองเห็นในตัวตนของฉัน


ขอบคุณที่คิดว่าฉัน -ยังเป็นเด็กธรรมดาคนหนึ่ง...


          ในขณะที่ความรู้สึกขอบคุณเปี่ยมล้นขึ้นมา คุณฟิเลน่าได้ชวนฉันให้ไปร่วมทานอาหารกลางวันด้วยกันกับเธอตั้งแต่วันนี้...พอฉันได้ตอบรับข้อเสนอนั้น คุณฟิเลน่าก็คลี่ยิ้มอย่างมีเสน่ห์ออกมา ช่างเป็นคนที่ใจดีจริงๆ

 

คุณลิเลียน่า...นี่ก็เย็นมากแล้ว ฉันว่าพวกเรากลับหอพักกันดีกว่านะ

 

...ลิเลียน่า...ชื่อของดิฉัน พอฉันสงบใจได้...ก็นึกถึงเรื่องหนึ่งที่สงสัยมานาน...ตอนที่คุณฟิเลน่าเข้ามาช่วยฉันในตอนนั้น...เธอพูดชื่อของฉันขึ้นมาสุดเสียงว่า ลิเลียน่าทั้งตอนที่คุยกับพวกคนกลุ่มเมื่อกี้ด้วย...

 

"คือว่า...ช่วยเรียกดิฉันว่า ลิเลียน่าเฉยๆได้มั้ยคะ?” ฉันใช้ความกล้าขอร้องไป..พอสารภาพความต้องการให้เธอฟังด้วยความที่มี คุณฟิเลน่าทำสีหน้าหนักอึ้งซักพัก ก่อนที่ฉีกยิ้มออกมาอย่างมีเสน่ห์

 

ฮะๆ ถ้าไม่รับคำขอของเด็กน่ารักๆอย่างลิเลียน่าก็พลาดแล้วล่ะ เธอตอบพร้อมกับหัวเราะ ฉันที่ได้ยินดังนั้นก็แอบอมยิ้มพร้อมกับใบหน้าที่ร้อนผ่าว...ฉันยิ้มออกมาเพื่อกลบเกลื่อนความเขินอายนี้

 

ก่อนที่มือของคุณฟิเลน่าจะวางลงมาบนศีรษะของฉันที่กำลังก้มหน้าอยู่นั้น...และคุณฟิเลน่าก็ได้พูดขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มที่แสนอ่อนโยน

 

ลิเลียน่า อดทน...ได้ดีมากเลยนะ เธอเอ่ย...

 

เธอเรียกชื่อของฉัน...พร้อมกับชมฉันว่า อดทนได้ดีมากเลยนะ

 

น้ำตาที่เริ่มหยุดไหลก็เริ่มหลั่งไหลออกมาอีกครั้ง

 

10ปีหลังจากที่ได้รับเวทย์แห่งแสงมา...ตัวฉันที่ยังเป็นเด็ก ได้รับความสุขความอบอุ่นมาจากคุณพ่อและคุณแม่ที่คอยปฏิบัติกับฉันอย่างเด็กธรรมดาทั่วไป...หลังจากที่พยายามอดทนภายในรั้วโรงเรียนนี้...ฉันก็ได้พบกับคนๆหนึ่งที่สามารถมอบความสุขและความอบอุ่นให้ฉันได้

 

—ฟิเลน่า เอิร์ล...คนที่คอยปฏิบัติกับฉันเหมือนกับเด็กธรรมดาทั่วไปค่ะ

============================================================================================


บางทีแล้วคนเราก็มองคนที่ภายนอกกันเสียส่วนใหญ่ มันจะมีใครซักหนึ่งในร้อยคนที่จะมองออกว่าจริงๆแล้วเราเป็นใครกันแน่ บางทีเขาอาจไม่ต้องการให้เรามองแบบนั้น 

สำหรับไรต์แล้วคิดว่า คำว่า 'พิเศษ' มันคิดเปรียบได้หลายๆความหมายนะ ทั้งดีแล้วก็ไม่ค่อยดีซักเท่าไหร่...

ตอนต่อไปจะเป็นยังไงติดตามกันด้วยน้า ดาเบ๊ะ!


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 56 ครั้ง

331 ความคิดเห็น

  1. #223 fox1412 (@filmfox1412) (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2562 / 21:14
    จะวิเศษแค่ไหน ร่างกายกับจิตใจก็คนธรรมดาๆคนนึงแหละ
    #223
    0
  2. #222 Papat22 (@bow-228) (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2562 / 20:37

    ลิเลียน่าน่าเอ็นดูอ่ะงือดูนุ่มนิ่มน่ารักแงง
    #222
    0
  3. #221 pushercolor (@pushercolor) (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2562 / 20:18

    นี้เป็นเรื่องที่สองที่ผมอ่าน ที่นางเอกไม่ได้แกล้งแสดงเหมือนเรื่องอื่น...สุดยอบครับตบมือสิรอไร

    #221
    0
  4. #220 bumzazatv (@bumzazatv) (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2562 / 18:40
    สุดยอด!!!
    #220
    0