Prince's Heart เกิดใหม่ทั้งทีขอชีวิตดีๆ ที่ไม่ใช่นางร้าย!

ตอนที่ 66 : Chapter : 56

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 287
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 28 ครั้ง
    4 ต.ค. 62

บทที่ 5

- Filena –

 

 


พอหลังจากที่มิซาเอลดันทำพันธะสัญญาแปลกๆกับฉัน...เขาก็ได้กลายเป็นผู้รับใช้ของฉันแบบถาวรไปซะแล้ว...

 

ถ้าฟังจากที่ท่านพ่อเล่าให้ฟังแบบละเอียดๆพร้อมกับสีหน้าที่ไม่สู้ดีของท่านพ่อหลังจากรู้เรื่องนี้แล้ว...เห็นว่ามันไม่ได้มีผลกระทบกับฉันเสียเท่าไหร่ เพราะการที่จะทำพันธะสัญญานี้ได้ คนที่จะมาคอยรับใช้เราต้องถวายตัวให้อย่างเต็มใจ...แต่สำหรับฉันแล้วไม่ค่อยแฮปปี้เท่าไหร่แฮะ;;


หลังจากที่ท่านพ่อรู้ก็แทบจะโทษเป็นความผิดตัวเองจึงจะรีบกลับทันทีเพราะไม่อยากจะให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีก (แล้วแบบนี้จะเอาฉันมาทำไมเนี่ย? งานก็ยังไม่ได้ดูเลยนะคะ) นี่เขาเป็นห่วงฉันจริงๆเหรอเปล่านะ...

 

แล้วตอนที่จะกลับมิซาเอลกลับทำตัวเหมือนลูกหมาขี้เหงา...ฉันเลยบอกกับเขาว่าถ้ามีโอกาสจะมาเยี่ยมหา ถึงแม้ว่าจะไม่ใช่เรื่องง่าย แต่เขากลับดูสดชื่นและดีใจสุดๆ อื้ม. ดีใจด้วยนะเจ้าหนุ่ม-


ฉันพยายามขอร้องท่านพ่อว่าอย่าจะบอกท่านแม่หรือพวกกาเร็ธเป็นอันขาด เพราะฉันไม่อยากจะให้มันกลายเป็นเรื่องยุ่งยาก อีกทั้งถ้ารู้ว่าท่านพ่อพาฉันออกไปข้างนอกล่ะก็...เดี๋ยวท่านจะซวยที่ทำตามคำเรียกร้องของฉันที่ตอบตกลงจะไปด้วย

 

          พอกลับไปที่คฤหาสน์...แล้วทำเป็นว่าไม่ได้ออกไปไหนมาไหนเลย แต่เซนต์ของพวกเขากลับแรงมากจนรู้เรื่องนี้เข้า ท่านแม่นี่แทบจะลมจับและดุท่านพ่อใหญ่ ส่วนท่านพี่ก็รับผิดทันทีโดยไม่มีการต่อร้องต่อเถียงใดๆ ส่วนกาเร็ธและไคลด์ต่างก็ไม่เห็นด้วยกับเรื่องนี้สุดๆ เอาจริงจังเข้าฉันเกือบจะถูกกาเร็ธสั่งให้ถูกกักบริเวณอยู่ในคฤหาสน์เกือบอาทิตย์ แต่ด้วยคำขอร้องของท่านพ่อ ฉันจึงสามารถรอดออกมาจากบทลงโทษนั้นได้

 

ต้องขอบคุณท่านพ่อมากๆเลยนะคะ!!

 

แต่เพราะเหตุการณ์นั้น ไม่ว่าจะผ่านมากี่วันพวกเขาก็ยังไม่หายระแวงเรื่องที่ฉันจะไปไหนกันเลย...ถึงขั้นที่ว่าโดนท่านแม่บอกมาว่าถ้าไปไหนมาไหนต้องมาบอกพวกท่านก่อน ถึงแม้ว่ามันจะเกินไปหน่อย...แต่เพราะเพื่อความเชื่อใจที่พวกเขามีต่อฉันก็ต้องทำตามหน่อยล่ะนะ;;;

 

เฮ้อ...ฉันถอนหายใจเฮือกใหญ่ ในขณะที่กำลังนั่งอยู่ที่โต๊ะใต้ต้นไม้ในสวนของคฤหาสน์

 

“? ไม่ชอบแยมมาร์มาเลดงั้นเหรอคะ?” ซินเซียที่ยกขนมชงชามาให้ พอเห็นฉันทำท่าไม่พอใจจึงถามออกมาก่อนที่ขวดแยมจะแตะถึงโต๊ะ

 

...เบื่อน่ะ

 

นั่นสินะคะ...แต่นี่เป็นคำสั่งว่าให้จับตาดูคุณหนูไม่ให้ทำตัวพิรุธและหายไปอีก...เพราะฉะนั้นดิฉันคงจะช่วยอะไรไม่ได้หรอกค่ะ

 

อันที่จริงแล้วเธอไม่ควรมาบอกคำสั่งแบบนี้กับฉันง่ายๆนะซินเซีย...แต่ก็ช่างมันเถอะ นี่ขนาดถูกจับตาดูพฤติกรรมเลยงั้นเหรอเนี่ย?? นี่มันสถานปรับนิสัยเหรอบ้านกันแน่นะ!?

 

หลังจากที่ฉันทานขนมจนเสร็จ ฉันก็ขอตัวกลับห้องของฉันทันที...แต่ในขณะที่กำลังเดินไปตามทางที่ทอดยาวของคฤหาสน์ ฉันก็หยุดเดินลงในจุดๆหนึ่งของทางเดิน เพราะความคุ้นชินเข้าเตะตา

 

ถ้าเกิดเดินไปทางนี้...ก็จะเป็น

 

ห้องของท่านแม่...ที่เห็นตอนนั้น

 

          ฉันเดินไปเรื่อยๆจนถึงห้องๆหนึ่ง ที่เหมือนกับที่เห็น พอมาถึงตรงนี้ ด้วยความสงสัยของฉัน จึงเปิดประตูเข้าไปโดยไร้การได้รับอนุญาตจากเจ้าของห้อง...ฉันแอบขอโทษในใจก่อนที่จะมองเข้าไปข้างใน


          ทั้งตำแหน่งเฟอร์นิเจอร์ต่างๆเหมือนกับที่เห็นทุกระเบียบนิ้ว...แต่ไม่มีสมุดสีฟ้าเล่มเล็กใดๆ แปลกตรงที่ว่าในตอนที่เปิดประตูเข้ามากลับชวนน่าคิดถึงและหม่นหมองอย่างแปลกประหลาด ฉันไล่สายตาไปทั่วก่อนที่จะสะดุดกับภาพที่ตั้งอยู่ตรงโต๊ะข้างเตียง


ภาพครอบครัวของเราที่ถ่ายไว้เมื่อนานมาแล้ว...เป็นรูปที่ในภาพนั้นท่านแม่สัมผัสมันแล้วกลับแสดงสีหน้าเศร้าสร้อย


ฉันหยิบภาพขึ้นมาก้อนที่จะใช้แขนเสื้อเช็ดบานกระจกที่แปะภาพอยู่ กาเร็ธยังคงไม่ยิ้มเช่นเคยสินะ? แต่เขาเองก็แค่ยิ้มไม่เก่งเท่านั้นแหละ

 

...ทำไมท่านแม่...ถึงทำใบหน้าเศร้าขนาดนั้นนะ?

 

พรึ่บ...

 

ฉันที่มองดูภาพอย่างน่าคิดถึง จังหวะนั้นเองที่ฉันเผลอไปแตะหลังกรอบรูปทำให้มันง้างออกด้วยความเก่า ฉันลุกลี้ลุกลนเมื่อจะทำของพัง...แต่ขณะนั้นเองที่หันหลังภาพ ฉันกลับเห็นเหมือนกระดาษรูปถ่ายที่พับไว้สอดอยู่ด้านหลัง

 

“? มีอีกภาพงั้นเหรอ?” ฉันเพ่งสายตามองหมึกปากกาที่เลอะเลือน อืม...ดูเหมือนว่าจะเป็นวันที่นะ? พอคำนวณดูแล้วตั้ง 28 ปีแน่ะ ตอนนั้นท่านแม่คงอายุแค่ประมาณ 9-10 ขวบเองนี่นา

 

...ทำไมถึงพับเอาไว้แบบนี้ล่ะ??

 

ฟิเลน่า?”

 

“!!..ทะ-ท่านแม่?” ในขณะที่กำลังครุ่นคิด จู่ๆเสียงของท่านแม่ก็ดังขึ้นมาจากหน้าประตู ด้วยความตกใจฉันจึงรีบวางภาพลงบนโต๊ะอย่างเคยแล้วหันไปหาเจ้าของเสียง

 

ลูกมาทำอะไรที่ห้องของแม่งั้นเหรอจ๊ะ?” ท่านแม่เดินเข้ามาพร้อมกับถามด้วยความสงสัย ฉันบอกเธอไปด้วยความรู้สึกผิดที่บุกรุกห้องโดยพลการ

 

คือ..หนูมีธุระนิดหน่อยน่ะค่ะ...เกี่ยวกับท่านแม่..

 

“?...เกี่ยวกับแม่งั้นเหรอจ๊ะ?”

 

อื้ม...คือว่านะ! ท่านแม่มีเรื่องกังวลใจบ้างเหรอเปล่าคะ?? หนูสามารถช่วยท่านแม่ได้นะ

 

ตายจริง!...ใบหน้าของแม่โทรมจนคิดเป็นแบบนั้นได้เลยเหรอจ๊ะ??”  ท่านแม่ทาบแก้มของตัวเองอย่างตื่นตระหนก ก่อนที่จะหันไปส่องกระจกที่ตั้งอยู่ในห้อง ฉันรีบแก้ตัว

 

ไม่ค่ะ! ไม่! ท่านแม่ยังคงงดงามเหมือนเดิมค่ะ!”

 

“…จริงเหรอจ๊ะ?” ท่านแม่หยุดชะงักลงก่อนที่จะหันมาทางฉัน ฉันผงกหัวให้ ท่านแม่ถอนหายใจก่อนที่จะกลับมาทำท่าสง่างามตามเคย

 

ฟู่ว...ถ้างั้นก็เจอลูกแล้วด้วย...สนใจจะมาซื้อของในเมืองพร้อมๆกับแม่มั้ยจ๊ะ?” หลังจากที่ท่านแม่กลับมาสดใสได้เหมือนเดิม ท่านก็พูดเรื่องการออกไปข้างนอกให้ฉัน ฉันเงยหน้าขึ้นด้วยความสนใจ เหมือนตอนที่ไปซื้อของในเมืองตอนนั้นน่ะเหรอ!!?

 

เอ๊ะ!? ดะ-ได้งั้นเหรอคะ??” ฉันถาม ไม่ใช่ว่าฉันกำลังถูกจับตาดูพฤติกรรมอยู่งั้นเหรอ??

 

จ้ะ พักนี้เองฟิเลน่าก็เริ่มปฏิบัติตัวดีขึ้นแล้วนี่จ๊ะ แม่เองก็ไม่อยากจะขังลูกไม่ให้ออกไปไหนหรอกจ้ะ เอาล่ะ!...ลูกก็รีบไปเปลี่ยนชุด...แล้วลงไปรอพร้อมๆกับกาเร็ธและไคลด์เขานะ

 

เอ๊ะ!? พ-พวกเขาทั้งสองคนก็ไปด้วยงั้นเหรอคะ?? เดี๋ยวสิ!? หนูสับสนไปหมดแล้วนะคะ!!” ทันทีที่กำลังตกอยู่ในช่วงสถานการณ์สับสน ก็ถูกท่านแม่ดันหลังให้ออกจากห้อง ท่านแม่ยกยิ้มราวกับสนุกก่อนที่จะปิดประตูลงเมื่อฉันพ้นออกจากบานประตู

 

ยะ..ยังไม่ทันได้ตั้งตัวเลยนะ;;; แต่-แต่ฉันควรจะไปเปลี่ยนเสื้อผ้าตามที่ท่านแม่บอกสินะ

 

ถึงจะมีเรื่องที่สงสัยอยู่มาก แต่เพราะความสับสนและโอกาสมากมายที่ฉันสามารถจะถามท่านอีกก็ทำให้วางเรื่องเมื่อกี้เป็นประเด็นรองไป...ก่อนที่จะเดินถอนหายใจอย่างเอือมระอาแล้วมุ่งหน้าไปที่ห้องเพื่อจะเปลี่ยนชุดตามที่ท่านแม่บอก...

 

.....


          หลังจากที่พาลูกของตนออกจากห้องของตัวเองไป โดยอ้างว่าให้ไปเปลี่ยนชุดเพื่อจะได้ไปซื้อของในเมืองด้วยกัน พอรู้ว่ารอบๆนี้มีเพียงแค่ตนเองผู้เดียว จึงรีบเดินไปที่กรอบรูปที่เด็กคนนั้นดูเมื่อครู่ ก่อนที่จะแกกะเอาภาพที่พับไว้เป็นอย่างดีออกจากกรอบแล้วคลี่ดู


ใบหน้าที่เติมด้วยรอยยิ้มเมื่อครู่ กลับหม่นหมองลงทันใดเมื่อมองภาพนั้นอีกครั้ง เธอกุมภาพนั้นแน่นก่อนที่จะเอาทาบตรงอกเหมือนใจหาย

 

พลางอธิษฐานในใจว่าทุกอย่างจะไม่เป็นไร...

 

 .........


ในที่สุดก็กลับมาอีกจนได้ฉันพูดขึ้นอย่างน่าตื่นเต้นพลางมองไปรอบๆเมือง ไม่ได้แตกต่างไปเลยล่ะนะ! ก็ไม่ได้มาที่นี่แค่ไม่กี่เดือนเอง....


          ตอนแรกๆพอท่านพ่อรู้ว่าฉันกำลังจะเข้าไปในเมืองพร้อมกับท่านแม่ ท่านพ่อก็แสดงสีหน้าดูเป็นห่วงออกมาพร้อมกับย้ำถามฉัน 'แบบนี้จะไม่เป็นไรเหรอ' 'มันจะไม่เหมือนตอนที่ลูกไปเมื่อคราวที่แล้วแน่นะ??' พร้อมกับทำท่าทางเหมือนพยายามจะห้าม ยิ่งเรื่องของมิซาเอลทำให้เขายิ่งต้องใส่ใจฉันมากกว่าเดิม แต่ท่านแม่ในจังหวะนั้นพูดกับท่านพ่อว่า 'ไม่ต้องห่วง ครั้งนี้กาเร็ธและไคลด์ไปด้วย ไม่เหมือนกับคุณหรอกนะ' 


          เหมือนท่าทางและคำพูดของท่านแม่กำลังจะประชดประชันเรื่องที่ท่านพ่อทิ้งฉันไว้กับลูกชายของนักลอบสังหารโดยไม่ตริตรองให้ดีเลยยังไงยังงั้น ดูเหมือนท่านแม่ยังโกรธท่านพ่อที่พาฉันไปยังที่อันตรายอยู่...ตอนแรกฉันคิดว่าพวกเขาจะทะเลาะกันซะอีก แต่เป็นฝ่ายท่านพ่อเองที่ยอมท่านแม่และไม่หาเรื่องโวยวายใดๆ


ฉันล่ะก็นับถือความใจเย็นของท่านพ่อล่ะนะ...

 

พวกเรา...อื้ม! 5 คน มาเพื่อที่จะมาเอาของที่ท่านแม่นัดกับคนสนิทเอาไว้ เห็นว่าเป็นชาที่มาจากอีกทวีปหนึ่งที่ท่านแม่เคยฝากฝังกับคนสนิทไว้เมื่อนานมาแล้ว จนในที่สุดวันนี้ก็จะได้มา ท่านแม่เลยร่าเริงมากๆตั้งแต่ขึ้นรถม้าเลยล่ะ

 

คิกๆ.. ยังไม่ถึงเวลานัดเลยนี่นา?? พวกลูกสนใจจะไปแวะที่อื่นก่อนก็ได้นะจ๊ะท่านแม่หันมาระบายยิ้มให้โดยที่ดูสดใสกว่าทุกๆที ท่านแม่นี่ติดชาจนเข้ากระแสเลือดไปแล้วแฮะ;;

 

ครับ ท่านแม่เองก็ระวังตัวด้วยนะครับกาเร็ธพูดขึ้นเป็นตัวแทนของพวกเรา ฉันผงกหัวให้เห็นด้วย ยิ่งท่านแม่สุขภาพหลังๆมานี่ไม่ค่อยจะดีด้วย ต้องระวังเรื่องแดดบางล่ะนะ

 

ไม่ต้องห่วงค่ะนายน้อย! ดิฉันจะคอยดูแลดัชเชสเองค่ะ!” ซินเซียตอบรับความคาดหวังที่จะช่วยดูแลท่านแม่ หลังจากนั้นจู่ๆท่านแม่ก็อมยิ้มขึ้นก่อนที่จะหันมาทางพวกเรา แล้วท่านก็บอกกับกาเร็ธและไคลด์ว่า ดูแลฟิเลน่าดีๆด้วยนะจ๊ะก่อนที่จะพวกเราจะแยกทางกันตรงนี้ นี่ฉันไม่น่าไว้ใจขนาดนั้นเลยสินะ...

 

...งั้น..พวกเราไปนั่งแถวๆร้านคาเฟ่รอท่านแม่แล้วกันเนอะ?”

 

อ๊ะ เดี๋ยวก่อนนะครับพี่สาวในขณะที่กำลังจะเดินไปยังร้านที่ท่านแม่พาไปเมื่อคราวก่อน...ไคลด์ก็เรียกฉันให้หยุดลง

 

ยังไม่ทันได้พูดกลับ...ไคลด์และกาเร็ธ พวกเขาก็มองหน้ากันซักครู่ทันทีที่พวกเขาผงกหัวเหมือนเข้าใจตรงกัน กาเร็ธก็ประคองมือของฉันขึ้นมาก่อนที่จะผูกกำไลที่ดูสวยๆให้ ฉันมองมันซักพักด้วยความสงสัย เอ๊ะ?? อะไร??

 

เอ๊ะ? นี่มันอะไรกันคะ??”

 

นั่นน่ะ ผมกับท่านพี่หาเร็ธตัดสินใจทำขึ้นมาน่ะครับ เพราะเวลาพวกผมเผลอพี่สาวมักจะหายไปเสมอ...แบบนั้นพวกผมจึงอยู่เพื่อปกป้องพี่ไม่ได้ตลอดน่ะครับอะ อื้ม ขอโทษที่ฉันมักจะหายไปตอนที่พวกนายเผลอเสมอนะ;;;

 

อ๊ะ?...นี่มัน อควาพามาเรีย?” ดอกไม้ที่ฉันเคยมอบให้กาเร็ธเมื่อตอนที่เขาย้ายไปหอพักใหม่ๆ เขาก็ใช้ดอกแบบนี้มาทำกำไลงั้นเหรอ??

 

อควาพรามาเรียที่ติดอยู่ตรงนี้...ถ้าเกิดมีละอองออกมาล่ะรีบออกมาจากตรงนั้นแล้วมาหาพวกเราทันที ที่ตรงน้ำพุนี่ เข้าใจนะ?” กาเร็ธจับไหล่ของฉันพร้อมกับจ้องเขม็ง ฉันผงกหัวให้เพื่อให้พวกเขาสบายใจ 

 

ไม่แปลกหรอกที่เขาจะห่วงเราขนาดนี้...ก็ตอนที่เข้ามาในเมืองเมื่อครั้งที่เราก็เล่นเจอสถานการณ์แบบนั้นนี่เนอะ


ส่วนตัวเราเองก็ไม่ควรจะให้พวกเขาเป็นห่วงด้วย...หรือว่าฉันคิดผิดกันนะที่ออกมาข้างนอกกับท่านแม่น่ะ???

 

หลังจากนั้นพวกเราสามคนก็เดินไปดูหลายๆร้านเพื่อรอเวลา แต่ตลอดทางที่เดินไปพร้อมกับพวกเขา ก็จับได้ถึงสายตาของผู้หญิงหลายๆคนที่เดินสวนไปมาต่างมองมาทางพวกเขากันหมด ถูกเสน่ห์ของพวกเขาดึงดูดสินะ เอาเถอะ...ขอแค่ไม่เกิดเรื่องแค่นั้นก็พอแหละ

 

แล้วในจังหวะหนึ่งที่ฉันตระหนักถึงจำนวนของคนที่เดินไหลกันไปตามทางจำนวนมหาศาล ฉันพยายามเดินตัวติดๆกับพวกเขาเพื่อไม่ให้เกิดเรื่องที่คิดเอาไว้...แต่พอรู้สึกตัวอีกทีฉันก็ถูกดันไปมาจากกลุ่มคน แล้วในที่สุดฉันก็สามารถออกมาจากผู้คนที่คลาคล่ำได้ แต่ผลลัพธ์ก็คือฉันได้หลงกับเด็กสองคนนั้นซะแล้ว..

 

แย่ล่ะ...รู้งี้จับมือกันไว้ก็ดีหรอก

 

ฉันสบถในใจเล็กน้อย ก่อนที่จะถอนหายใจออกแล้วพยายามคิด แบบนี้เดินกลับไปที่พวกเขานัดกันไว้ดีกว่าแฮะ...

 

ฉันหยุดมองกำไลข้อมือของตัวเองตลอด ยังไม่มีละอองแบบนี้แสดงว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นหรอก

 

ฉันเดินไปเรื่อยๆตามทางที่ถูกคนพัดมา หวังว่าจะเจอพวกเขาในตอนที่เดินไปยังจุดนัดหมาย โดยที่ไม่สนสิ่งรอบตัวแม้ว่าจะมีร้านขายเนื้อผ้างามๆอยู่ก็เถอะ!(ขอโทษนะ! ฉันขอไปหาพวกเขาให้สบายใจก่อนเถอะ!!) แต่พอเดินไปซักพักถึงได้รู้...ว่าในตอนนี้ฉันกำลังหลงทาง! ทั้งๆที่มันก็ไม่ได้กว้างใหญ่ขนาดนั้นแท้ๆ! แต่เดินวนไปมาเท่าไหร่ก็ดันหาน้ำพุไม่เจออีก!! แย่ชะมัด!

 

แต่ในตอนที่ฉันกำลังเดินหาคนที่พอจะปรึกษาทางได้ ฉันก็เผลอหยุดชะงักลงเมื่อผ่านหน้าตรอกแห่งหนึ่ง รอบๆเองบรรยากาศก็ไม่ได้วังเวงอะไร เพียงแต่เหมือนฉันจับลางสังหรณ์ได้บางอย่าง ความรู้สึกที่เหมือนกับว่าเคยผ่านมาทางนี้จนเอียนแสดงมาทางสีหน้าของฉัน

 

(จำได้ว่าฉันไม่เคยมาที่นี่นะ)

 

ฉันสามารถทำความเข้าใจสถานการณ์แบบนี้ได้เร็ว ว่าจะต้องมีอะไรบางอย่างเกิดขึ้นแน่ๆถ้าเข้าไป ช่างโชคดีเหลือเกินที่เกิดมาในยุคปัจจุบันที่รายล้อมไปด้วยอนิเมและเกม...ปรากฏการณ์อย่าง การเข้าไปแล้วเจอกับอันตรายจะเรียกว่าพบเห็นบ่อยตามเนื้อเรื่องก็ไม่แปลกหรอกนะ...

 

การที่เป็นเด็กเจนวายแบบนี้ก็ไม่ได้แย่หรอกเนอะ?

 

เอาเถอะ- รีบไปถามคนแถวนี้...อ๊ะ!!”

 

ในขณะที่ฉันกำลังจะเดินให้ออกห่างจากซอย กลับมีเงาบางอย่างซึ่งเข้ามาชนพอดี ฉันพยายามเอ่ยขอโทษเงาที่ถอยเข้าไปในตรอกในตอนที่ชน

 

—อุ เงานั้นเอ่ยขึ้นทำให้รู้ว่าเป็นผู้ชาย เขาหมุนตัวง่อนแง่นก่อนที่จะล้มลงเพราะทรงตัวไม่อยู่ สถานการณ์ที่เกิดบ่อยๆนี้ทำให้ฉันสังหรณ์ใจไม่ดี...

 

เอ่อ! ขอโทษค่ะ!...คุณเป็นอะไรม—”

 

กริ๊ง—

 

ในสถานการณ์คับขันเมื่อฉันชนกับคนแปลกหน้าเข้า...ในขณะที่กำลังจะยื่นมืออกไปเพื่อเป็นที่ประคองให้เขาลุกขึ้นมา เสียงใสกังวานดังขึ้นจากข้อมือ กำไลดอกควาพามาเรียที่พวกเขามอบให้กำลังมีละอองเกิดขึ้น ทันใดนั้นเองที่ฉันหยุดชะงักลงแล้วค่อยๆดึงมือกลับ

 

เอ๊ะ?...ทำไม?

 

อา...ขอโทษด้วยนะ ผมไม่ระวังเอง

 

ตึง!—

 

          เสียงนั้นดังขึ้นมาอีกครั้ง พร้อมกับเหมือนหัวใจของฉันตกลงไปถึงตาตุ่ม ความรู้สึกหวาดกลัวถาโถมเข้ามาอย่างน่าแปลกประหลาด แรงกดดันที่ฉันสัมผัสได้ราวกับว่าไม่อยากจะเจออีกเป็นครั้งที่สอง


แม้กระทั่งความเกลียดชังจากด้านในตีกันมั่วซั่วจนทำให้ฉันสับสน ฉันไม่เคยเจอเขาหรือรู้จัก แต่ถึงแบบนั้นสัญชาติญาณของฉันกลับบอกว่าหมอนี่อันตราย

 

“ ? เป็นอะไรงั้นเหรอครับ?”

 

ฉันเงยหน้าขึ้นก่อนที่จะพบคนตรงหน้าได้ลุกขึ้นมาจากการที่นั่งอยู่ตรงพื้นเมื่อกี้แล้ว

 

ฉันฝืนยิ้มให้กับสถานการณ์คับขัน 


อื้ม...ซวยแล้วไง...

 

to be continued....

=====================================================================================

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 28 ครั้ง

334 ความคิดเห็น

  1. #288 บ้ากะ (@naikaibam) (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2562 / 10:36

    อ้าว ค้างอาาาา 5555
    #288
    0