Prince's Heart เกิดใหม่ทั้งทีขอชีวิตดีๆ ที่ไม่ใช่นางร้าย!

ตอนที่ 68 : Chaptet : 57.5

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 271
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 30 ครั้ง
    11 ต.ค. 62

บทที่ 57.5

- Najm– 

 

 

สวัสดีครับ...ผมชื่อ นาจม์ เฮคเตอร์


 ผมมาประจำเป็นหัวหน้าพ่อบ้านของตระกูลเอิร์ลหลังจากที่จบการศึกษาจากโรงเรียนลอเรเนีย

 

จริงๆแล้วผมเป็นลูกขุนนางตระกูลหนึ่ง แต่เพราะสังคมของลูกขุนนางสำหรับผมนั้นช่างเอือมระอาเสียเหลือเกิน และด้วยพรสวรรค์แปลกๆที่เหมาะแก่การเป็นพ่อบ้านมากกว่า ผมจึงผันตัวมาเป็นพ่อบ้านให้กับตระกูลเอิร์ล และตัดขาดจากมรดกและตระกูลโดยสิ้นเชิง...

 

ผมสนุกกับงานนี้เป็นอย่างมาก...ไม่ว่าปัญหาใดๆผมก็สามารถจัดการได้หมด จนกระทั่งชีวิตประจำวันอันแสนธรรมดาของผมได้เปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นกว่าเดิม(ล่ะมั้ง) เมื่อคุณหนูสุดแสนเอาแต่ใจอย่างคุณหนูฟิเลน่า ได้ตื่นขึ้นมาหลังจากที่หายโคม่าจากอาการป่วยของเธอ...

 

ขอโทษด้วยนะคะที่เอาแต่ใจ!! หวังว่าคุณจะยกโทษให้นะคะ!” จู่ๆหลังจากที่เธอฟื้นสติมาได้ไม่กี่วัน วีรกรรมของเธอได้เปลี่ยนไปในทางที่ดี เธอเล่นไปไล่ขอโทษคนที่เธอเคยปฏิบัติตัวแย่ๆทั้งวี่ทั้งวัน จนในที่สุดมันก็วนมาจบที่เธอมาขอโทษผม

 

ผมไม่ได้ติดใจเอาความอะไร เพราะมันเป็นเรื่องปรกติที่จะเจอลูกคุณหนูแบบนั้น...แต่หลังจากนั้นคุณหนูก็ยิ้มกว้างมาให้ด้วยใบหน้าที่ดูโล่งอกสุดๆ ทำตัวแปลกไม่พอแล้ว...ยังทำตัวดูสดใสขึ้นมาด้วย

 

จากนั้นเธอได้กลายเป็นคุณหนูที่ดูสงบเสงี่ยม พึ่งพาได้ แข็งแกร่งและยังเป็นมิตรอีก ตอนแรกเหล่าคนรับใช้ต่างช็อกกันไปเป็นตามๆกัน แต่พอผ่านมาเรื่อยๆความรู้สึกนั่นกลับเปลี่ยนเป็นความรู้สึกยินดีขึ้นมาแทน แบบนี้สำหรับผมอาจจะดีก็ได้

 

แต่เพราะอิทธิพลบางอย่าง...ทำให้คนรอบๆตัวของคุณหนูเปลี่ยนไปอย่างลิบลับ

 

          ยกตัวอย่างเช่น คู่หมั้นของท่านฟิเลน่า เรย์ เอนริค เจ้าชายลำดับที่สองของอาณาจักรฟอเรเวอร์ เจ้าชายเรย์เป็นคนหล่อเหลาเอาการ และยอดเยี่ยมในทุกอิริยาบถ แต่ว่าหลังจากที่ท่านฟิเลน่าได้ช่วยเจ้าชายเรย์ไว้ได้อย่างหวุดหวิด ดูเหมือนเจ้าชายเรย์จะตกหลุมรักท่านฟิเลน่าหัวปักหัวปำ ทุกครั้งที่เขาได้อยู่กับท่านฟิเลน่าเข้าจะดูยิ้มออกมาด้วยสีหน้าเปี่ยมสุขเสมอๆ ถึงขนาดที่ผมสามารถเปรียบได้ว่าเจ้าชายเรย์จะอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีท่านฟิเลน่า


แต่ว่าสำหรับในสายตาของท่านฟิเลน่า....กลับคิดว่าเขาเป็นเพียงแค่เด็กผู้ชายก็เท่านั้น เธอไม่ได้รับรู้ถึงความรู้สึกที่เจ้าชายเรย์มีให้กับเธอเลยล่ะครับ

 

ก็รู้ๆอยู่ว่าท่านฟิเลน่านั้นทำตัวไม่เหมือนเด็กเลยซักนิด ทั้งประสบการณ์หรือท่าทางการพูดเหมือนกับคนที่ดูมีอายุเยอะซักหน่อย แต่บางทีผมก็ไม่เข้าใจว่าสมองของคุณหนูยังปิดกั้นเรื่องพวกนี้ไว้เหรอเปล่า ดูแค่นี้ก็รู้แล้วแท้ๆนะครับ...แต่ไม่คิดว่าท่านฟิเลน่าจะไม่รู้ถึงความรู้สึกที่แท้จริงของเจ้าชายเรย์ขนาดนี้ ช่างน่าสงสารจริงๆ...

 

ต่อไปก็ นายน้อย กาเร็ธ เอิร์ล พี่ชายของท่านฟิเลน่า ครั้งแรกที่ได้พบเขานั้น ในดวงตามีเพียงแต่ความว่างเปล่า มืดหม่นหมองมัวและไม่ยุ่งกับใคร ไม่ยอมพูดคุยกับคนอื่นมากนัก แต่เพราะเขาเป็นคนที่ง่ายๆ ผมจึงไม่ได้ลำบากเมื่อต้องรับใช้เขา แต่ตอนนี้เขากลับเป็นชายที่ดูหล่อเหลาดั่งขุนนางที่เพียบพร้อมไปด้วยคุณสมบัติเหล่านั้น ถึงนิสัยจะเย็นชาไปอยู่บ้าง แต่ว่าถ้าเกิดเขาได้อยู่กับท่านฟิเลน่า เขาก็จะเผยรอยยิ้มอันสบายใจออกมาตลอด เหล่าสาวใช้ที่เดินผ่านไปเห็นรอยยิ้มนั่น ก็จะเผลอตกเป็นเหยื่อกันได้ระนาว

 

ดูเหมือนเขาจะเปลี่ยนไปเพราะท่านฟิเลน่าเหมือนกัน ตอนนี้เขาเลยคอยดูแลเอาใจใส่ท่านฟิเลน่าเกือบทุกอย่าง แล้วเขายังคลั่งไคล้ท่านฟิเลน่าถึงขีดสุด ดูจากแววตาแล้วความรู้สึกที่เขามีต่อให้ท่านฟิเลน่ามันมากกว่าคำว่าพี่น้องกันซะอีก...

 

แต่ก็แน่นอนอยู่แล้ว คนอย่างท่านฟิเลน่านั้น ไม่ได้รู้สึกถึงความรู้สึกแบบนั้นของท่านกาเร็ธเลยซักนิด ครั้งหนึ่งเหมือนได้ยินมาว่านายน้อยกาเร็ธกอดส่งลาท่านฟิเลน่าก่อนที่เขาจะไปศึกษาที่โรงเรียน แต่พอเมดประจำตัวของเธอถามถึงความรู้สึกจากท่านฟิเลน่า เธอก็บอกมาว่า ท่านพี่กาเร็ธน่ะ เป็นคนที่รักครอบครัวมากๆเลยล่ะอื้ม นั่นสินะครับคุณหนู....คุณจะทำเหมือนไม่รู้อิโหน่อิเหน่นี่ไปถึงเมื่อไหร่นะครับ

 

แล้วอีกรายหนึ่งที่คล้ายๆกันคือ นายน้อย ไคลด์ เอิร์ล น้องชายของท่านฟิเลน่า ตอนที่ผมได้เจอกับเขาครั้งแรก เขามีท่าทางเหมือนกับไม่ค่อยอยากสนิทสนมกับพวกท่านฟิเลน่าเท่าไหร่ แต่สุดท้ายเขาก็ได้กลายมาเป็นสุภาพบุรุษที่อ่อนโยนต่อเพศตรงข้าม ด้วยฝีมือของท่านฟิเลน่า

 

ดูเหมือนว่าความรู้สึกและแววตาของนายน้อยไคลด์ที่มองท่านฟิเลน่าตลอดเวลานั้น มันเอ่อล้นไปด้วยความรักใคร่อย่างเห็นได้ชัดเลยล่ะครับ เขาพยายามอยู่ข้างท่านฟิเลน่าตลอด ตามติดจนเหมือนกับเงา ท่านฟิเลน่าเคยพูดชมอยู่ทุกครั้งว่านายน้อยไคลด์นั้นไร้เดียงสาจนน่ารัก

 

แต่ทว่าท่านฟิเลน่าคิดผิดมหันต์แล้วล่ะครับ คนที่ดูคิดว่าไร้เดียงสาที่สุดคือคุณหนูมากกว่า วันก่อนตอนที่ผมกำลังจัดของ นายน้อยไคลด์ได้มาขอกล่องปฐมพยาบาลจากผม แต่เพราะผมเห็นแผลที่นิ้วก้อยของนายน้อยไคลด์ ซึ่งผมก็ให้ตามหน้าที่โดยยื่นข้อเสนอว่าจะให้กระผมช่วยเหรอเปล่า แต่เขาตอบกลับมาว่าไม่เป็นไรอย่างมารยาท รุ่งเช้าต่อมาผมเห็นผ้าพันแผลที่พันตรงนิ้วก้อยของท่านฟิเลน่า ไม่ต้องถามเลย...จนถึงตอนนั้นผมก็ตระหนักได้ ว่าท่านฟิเลน่ามักจะเชื่อคำพูดใครง่ายๆ โดยเฉพาะนายน้อยไคลด์ที่เธอเห็นเขาเป็นน้องชายไร้เดียงสาด้วยแล้ว ยิ่งอันตรายสุดๆ

 

อีกคนหนึ่ง เขาคือ ลิออน เอนริค เจ้าชายลำดับที่สามของอาณาจักรฟอเรเวอร์ เขาเป็นเด็กผู้ชายที่ดูประหม่าและขี้อาย เหมือนกับเด็กผู้หญิงครับ ยิ่งหน้าตาที่ดูสละสลวยนั่นแล้วยิ่งดูเหมือนเข้าไปใหญ่ ท่านฟิเลน่ามักจะไปเจอเขาทุกครั้งที่ตามงานของท่านดยุคเอิร์ลไป พอเธอกลับมาก็จะมาเล่าให้เมดของเธอเป็นประจำ

 

จากการที่ได้ยินจากเมดของเธอเล่ามาแต่ละครั้ง จึงทำให้ผมนั้นรู้สึกได้ ว่าเจ้าชายลิออนเองก็หลงรักในตัวของท่านฟิเลน่าเหมือนกัน ทุกครั้งที่คุณหนูไป ได้ยินมาว่าเขาจะวิ่งมาหาเธอทุกครั้ง แล้วจะชวนไปคุยเรื่องต่างๆพร้อมกับทานขนมอีกด้วย แล้วเวลาพูดถึงเรื่องคนที่ชอบ เขาก็จะพึมพำกับตัวเองด้วยชื่อของท่านฟิเลน่าตลอด

 

ทั้งเจ้าชายฝาแฝดทั้งสอง น้องชายและพี่ชายของเธอ ต่างก็รักเธอกันอย่างหัวปักหัวปำขนาดนี้...เจ้าตัวกลับไม่รู้สึกเลยว่าตัวเองนั้นเป็นที่นิยมขนาดไหน...นี่มัน...จะซื่อบื้อเกินไปอีกนะครับคุณหนู แบบนี้มันยิ่งทำให้คุณกลายเป็นคนปัญญาอ่อนโดยไม่รู้ตัวนะครับ

 

นี่ไม่นับรวมกับวีรกรรมที่ท่านได้เผลอไปโปรยเสน่ห์ให้กับอีกสองคนที่โรงเรียนลอเรเนียโดยไม่รู้ตัวอย่างที่ได้ยินมานะครับ...นี่ซื่อบื้อจริงๆหรือจงใจทำเป็นแกล้งโง่ว่าไม่รู้เรื่องกันแน่ครับ??

 

แต่..ถึงผมจะคิดแบบนั้น...ผมก็เคารพในตัวของคุณหนูฟิเลน่าเหมือนกัน

 

แต่บางทีก็รับไม่ไหวกับความซื่อบื้อของคุณหนูเหมือนกัน...อาจจะเพราะเจ้าตัวไม่ประสีประสากับความรักใคร่อย่างผู้ใหญ่ก็เป็นได้

 

เหมือนกับใครบางคน...ซื่อบื้อพอๆกันเลยล่ะครับ และยังเป็นเหตุผลที่ผมตั้งใจมาเป็นพ่อบ้านของที่นี่ด้วย...

 

ซินเซีย...รักแรกพบของผม 

 

ผม...ไม่สิ พวกเราสองคนเคยเจอกันมาก่อน...และยังทำงานร่วมกันในหน้าที่หน่วยอัศวินองค์รักษ์อาทิตย์อัศดง ฟังไม่ผิดหรอกนะครับ...เธอน่ะเคยเป็นอัศวิน และยังเป็นรองหัวหน้าอัศวินอีกด้วย เพราะเธอมีพละกำลังที่แข็งแรงกว่าผู้หญิงและมากกว่าบรรดาผู้ชายคนอื่นๆ แต่ความซุ่มซ่ามและซื่อบื้อของเธอทำให้ยังพอมีส่วนให้มองเธอเป็นผู้หญิงคนหนึ่งได้บ้าง

 

ผมเจอกับเธอครั้งแรกตอนที่ถูกแต่งตั้งให้ประจำอยู่อัศวิน...ในตอนที่ทุกๆคนต่างแยกย้ายกันจนกลับหอพักกันหมด ผมสังเกตเห็นเพียงแค่เธอที่กำลังเดินตรวจตรารอบๆไม่หยุดไม่หย่อน ผมเห็นเหมือนเธอกำลังพยายามจะมุดเข้าไปในซากปรักหักพังอะไรซักอย่างเพื่อสำรวจ ผมพยายามเข้าไปเจรจาเพื่อให้เธอหยุดพัก...แต่ปฏิกิริยาตอบกลับที่ไม่คุ้นชินจากเธอทำให้ผมสะดุ้ง

 

อ๊ะ! คุณหัวหน้าอัศวินนี่เอง...ขอบคุณที่มาเตือนนะคะ! ขอเวลาอีกซักพัก...แล้วพรุ่งนี้มาพยายามในหน้าที่ด้วยกันเถอะนะคะ!’เธอพูดพร้อมกับยิ้มกว้าง 

 

ทันใดนั้นเองที่ใจของผมเต้นรัวเหมือนออกแรงหนัก...

 

ทั้งที่ผมลูกขุนนาง...แต่เวทมนตร์ของผมกลับทำได้เพียงแค่เร่งการเจริญเติบโตของพืชและชุบชีวิตพืชพรรณไม้เท่านั้น พอผมสารภาพให้กับเหล่าสมาชิกในหน่วยอัศวินไปแบบนั้น พวกเขาก็ทำท่าทางไม่สบายใจเข้า ผมรู้ดีหรอกว่าเขาคิดอะไรกันอยู่... แต่แล้วจู่ๆเธอที่ปรากฏตัวขึ้นในขณะที่ผมกำลังท้อ...เธอกลับพูดขึ้นมาด้วยใบหน้าเปรอะโคลนจากการที่หกล้มขณะเดินสำรวจจนสภาพดูไม่ได้

 

อย่าดูถูกความสามาถของตัวเองเลยนะคะ! เวทมนตร์ของคุณน่ะสุดยอดจะตายไป เพราะฉะนั้นอย่าเก็บคำพูดของคนที่ไม่รู้อะไรเลย...มาทำให้พวกเขาเห็นดีกว่าว่าคุณเองก็เป็นคนที่วิเศษมากๆกันเถอะค่ะ!!’

 

จู่ๆเธอที่ฟังเรื่องราวของผม เธอก็ฮึกเหิมใหญ่ก่อนที่จะจับมือผมแน่นเหมือนให้กำลังใจ สำหรับขุนนางแล้ว การที่มาจับมือผู้หญิงที่ไม่มีความสัมพันธ์ใดๆกันเลยแบบนี้อาจจะทำให้เสียหายได้...แต่ผมคิดว่า...มันก็ไม่ได้เลวร้ายไปซะทีเดียวหรอก


หลังจากนั้นเธอก็เข้ามาหาผมและพูดคุยกับผมด้วยรอยยิ้มทุกครั้ง อาจเพราะผมเป็นหัวหน้าอัศวินและเธอที่เป็นรองอัศวิน การที่พวกเราพูดคุยกันอย่างสนิทสนมและบ่อยครั้ง คนอื่นอาจจะคิดว่าเป็นเรื่องปกติก็ได้ หลายๆครั้งที่ปฏิบัติหน้าที่และพึ่งพากัน เธอที่มีพละกำลังมหาศาลแต่ไม่สามารถใช้เวทมนตร์ได้ มักจะซุ่มซ่ามและหัวตื้นจนต้องให้ผมคอยแก้ปัญหาให้เสมอ และทุกครั้งที่ผมช่วยเธอ เธอก็ยิ้มกว้างออกมาประจำ แล้วหัวเราะ

 

ผมคิดไว้ว่า...ในวันที่ผมเรียนจบและอยู่ในจุดที่สามารถยืนได้ด้วยลำแข้งของตัวเอง ผมคิดจะที่ต่อยอดสายสัมพันธ์ที่ผมมีต่อเธอไปอีกขั้น...ผมคิดจะสารภาพรักกับเธอพร้อมกับมอบดอกไม้ที่เธอมักจะบอกว่าชอบเสมอ แต่...

 

วันนั้นที่โรงเรียนได้มีการบุกรุกจากลัทธิภายนอก...ผมได้ตระหนักเห็นบางสิ่งที่ไม่สมควรเห็นเข้า เพราะตอนนั้นผมดันประมาทในการทำหน้าที่อัศวิน คนที่เข้ามาช่วยผมคือซินเซีย...ที่ยอมแสดงเวทมนตร์ของเธอที่เคยกล่าวว่า ใช้มันไม่ได้

 

พอลืมตาตื่นขึ้นก็อยู่ในห้องพยาบาลของโรงเรียน ผมหลับไปเป็นเวลา 3 วันเต็มๆ...ผมพยายามถามหาถึงเธอ แต่...ผมกลับมารู้ว่าเธอได้โดนไล่ออกจากโรงเรียนไปตั้งแต่เมื่อเหตุการณ์นั้น ทำไมถึงโดนไล่ออกกันล่ะ? เธอไม่ได้ทำอะไรผิดนี่? ผมพยายามจะถามรายละเอียดจากท่านผู้อำนวยการ แต่ท่านกลับตอบมาเพียงแค่ว่า ตัวตนของเธอมันอันตรายเกินไป

 

ผมรู้สึกเจ็บใจมาก...ไม่มีสิ่งอื่นใดที่จะมาปลดปล่อยผมออกจากความรู้สึกนี้ได้เลย เจ็บใจที่ตนเองไม่ได้แข็งแกร่งพอที่ต้องให้เธอมาช่วย...เจ็บใจที่แม้แต่ความรู้สึกที่มีต่อเธอในตอนนั้นยังไม่ได้พูดออกไป ผมทำหน้าที่ในโรงเรียนเรื่อยๆจนจบการศึกษา ในขณะที่ผมเกือบจะถอดใจเกี่ยวกับความรู้สึกที่ต่อเธออยู่นั้นเอง...

 

ผมก็ได้พบกับเธออีกครั้ง...ณ ที่ตรงนี้ ซินเซีย...

 

เธอมาทำงานเป็นเมดประจำตัวของดัชเชส...ผมเดาว่าหลังจากที่เธอถูกไล่ออกมาเธอก็มาหางานแล้วได้มาเป็นเมดในที่แห่งนี้แน่ๆ ผมพยายามถามรายละเอียดกับเธอว่าเกิดอะไรขึ้น แต่...เธอกลับจำไม่ได้ แม้กระทั่งเรื่องที่โรงเรียน...เรื่องของคนอื่นๆ  และรวมเรื่องของผม เธอกลับจำมันไม่ได้ มัน...เป็นเพราะอะไรกันล่ะ??


แต่ถ้าเป็นแบบนั้นจริงๆ...

 

ในตอนนี้สายตาของเธอ ผมคงเป็นได้เพียงแค่คนแปลกหน้าที่ไม่คุ้นเคยสินะ...


'ขอโทษนะครับ...สงสัยผมคงจะทำตัวสนิทสนมกับคุณมากเกินไปเอง' ผมพูดพร้อมกับพยายามข่มความรู้สึกของผมไว้ ตอนนี้สีหน้าของผมจะเป็นยังไงนะ?

 

ในขณะที่ผมกำลังรู้สึกลำบากใจเมื่อเจอเธออีกครั้งที่จำอะไรไม่ได้เลย เธอก็เดินเข้ามาถามผมก่อนที่จะสะกิดปลายนิ้วของผมราวกับคุ้นเคย

 

เอ่อ...อย่ากังวลไปเลยนะคะ! ฉันจะพยายามจำให้ได้ค่ะ เพราะฉะนั้นแล้ว...พรุ่งนี้มาพยายามในหน้าที่ด้วยกันเถอะนะคะ!’ เธอพูดพร้อมกับผุดรอยยิ้ม เป็นรอยยิ้มที่ผมคุ้นเคยและไม่ได้เห็นมานานนับปี

 

อย่างน้อย...ก็มีเพียงแค่เธอ ที่ไม่เปลี่ยนไปเลย...

 

ผมคิดว่า...นี่อาจจะเป็นพรมลิขิตก็ได้..

 

 คนที่รู้ความรู้สึกของผมที่มีต่อเธอ...นอกเหนือจากท่านดยุคเอิร์ลและดัชเชสที่เคยเป็นรุ่นพี่ของผมแล้ว..ก็ยังมีคุณหนูฟิเลน่าอีกคนหนึ่ง...เหมือนคุณหนูจะมองผมออก...ผมไม่ได้รังเกียจที่จะมีคนรู้หรอกนะครับ แต่บางทีผมเองก็อายเหมือนกันที่ได้เด็กอย่างคุณหนูมาสอนความรักให้น่ะ...

 

ผมอยากจะบอกท่านเหลือเกิน ว่าช่วยเอาการสังเกตนั่นไปใช้กับคนรอบๆตัวคุณหนูด้วยก็ไม่ได้แย่หรอกนะครับ...

 

คุณนาจม์คะ! ดิฉันจะทำยังไงกับความปลอดภัยของคุณหนูดีคะ!?” เธอทำท่าร้อนใจ ผมพึ่งคิดถึงเรื่องของคุณหนูไปเมื่อกี้นี้เอง...แต่ครั้งนี้ไม่ใช่เกี่ยวกับเรื่องความรักของคุณหนูสินะครับ...

 

ครั้งนี้เกิดเรื่องอะไรงั้นเหรอครับ?” ผมหยุดร่ายเวทย์ของตัวเองลงก่อนที่จะหันมาฟังเธอ จากนั้นเธอก็อธิบายต่อ

 

ก็คุณหนูน่ะสิคะ! พักนี้คุณหนูมักจะเจอกับเรื่องอันตรายบ่อยๆ...ดิฉันกลัวว่าซักวันคุณหนูอาจจะเจอสิ่งที่น่ากลัวกว่านี้ก็ได้ แต่เจ้าตัวกลับทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นเหมือนคนเข้มแข็งตลอด! บ-แบบนี้เป็นไปได้ไหมคะว่าคุณหนูน่ะ ดะ...โดนคำสาป!?”

 

เอ้า—ครับ คุณกังวลไปจนนอกเรื่องแล้วนะครับ คุณหนูน่ะไม่ได้โดนคำสาปหรอกครับ...คุณหนูก็แค่โชคร้ายเท่านั้นเอง เท่านั้นเองครับผมวางกระถางดอกไม้บนมือของเธอ ก่อนที่จะร่ายเวทมนตร์อ่อนๆให้ต้นไม้ต้นอ่อนโตขึ้นจนดอกไม้ผลิออก


เธออ้าปากหวอก่อนที่จะส่งเสียงร้องด้วยความตื่นใจ

 

“ว้าว! คุณนาจม์เนี่ยยังทำสิ่งที่วิเศษเสมอเลยนะคะ!” เธอทำตาเป็นประกายก่อนที่จะก้มมองผม พอชำเลืองมองก็เห็นดวงตาสีทองของเธอเปล่งประกายออกมา ยังเหมือนเดินไม่เปลี่ยนเลย...


"...แล้วก็นะครับ อะไรทำให้เป็นกังวลขนาดนี้กันครับ? คุณหนูน่ะดูแลตัวเองได้อยู่แล้วนะครับ...หรือว่าไปเจออะไรมาที่เกี่ยวกับเรื่องของคุณหนูงั้นเหรอ?" 


          พอผมถามไป เธอก็หยุดชะงักลงก่อนที่ใบหน้าจะหม่นหมองเหมือนนึกถึงเรื่องบางอย่าง...ผมตกใจกับปฏิกิริยาของเธอที่ดูไม่สบายใจ ดูเหมือนผมจะตัดสินใจผิดที่ถามออกไปนะ... ผมถอนหายใจเบาก่อนที่จะยื่นดอกเยอบีร่าให้เธอ หวังจะให้กลับมายิ้มแย้มอีกครั้ง


"ผมขอโทษแล้วกันนะครับ...เพราะฉะนั้นช่วยกลับมาร่าเริงทีเถอะนะครับ?" 


"!...ขอบคุณนะคะคุณนามจ์! มันสวยมากเลยล่ะค่ะ!" เธอกลับมายิ้มก่อนที่จะรับดอกไม้ของผมไป ...นั่นสินะ 

 

...ซินเซีย...ถ้าเกิดมีผู้ชายมาสารภาพรักกับเธอ แล้วเธอตอบปฏิเสธไปแบบดีๆ...แต่หมอนั่นกลับพูดว่า เฝ้ามองมาตลอดจากนั้นก็โกรธเธอยกใหญ่ เธอคิดว่ายังไง?..” ในขณะที่ถามผมมองดวงตาของเธอ ร่างของเธอนิ่งไปซักครู่ก่อนที่จะเอียงคอถามกลับมา

 

อะ-เอ๊ะ? แบบไหนงั้นเหรอคะ??”

 

ก็...คิดว่าตัวเองผิดเหรอเปล่า? เจ้านั่นอุตสาห์บอกชอบมาตลอด’ ‘เฝ้ามองมาตลอด’ ที่เธอปฏิเสธความรู้สึกของอีกฝ่ายไป..

 

เรื่องแบบนั้น... ดิฉันไม่รู้หรอกค่ะ.เธอตอบด้วยสีหน้านิ่งราวกับไม่เข้าใจคำถาม นั่นสินะ...เธอคงไม่ได้สนใจเรื่องพวกนี้อยู่แล้ว

 

...นั่นสินะ ขอโทษนะครับ..ที่ดันคุยเรื่องแปลกๆ..

 

แต่ว่านะคะเรื่องที่เขาคนนั้นชอบฉันอาจเป็นเรื่องจริงก็ได้

 

“...ทำไมถึงคิดแบบนั้นล่ะครับ?” ผมถามกลับไป เธอทำท่าครุ่นคิดซักครู่ก่อนที่จะวางกระถางต้นไม้ลงข้างๆผม

 

อืม...ดิฉันคิดว่า มันเป็นความจริงตรงที่ว่าเขาโกรธเพราะดิฉันปฏิเสธความรู้สึกของเขา หากเขาไม่ได้ชอบฉันจริงๆ...เขาคงไม่ต้องมาเสียใจจนกลั่นกลายเป็นความโกรธหรอกค่ะ...ถ้าไม่เป็นเพราะ เฝ้ามองมาตลอด’ ‘ชอบมาโดยตลอด’...ตะ-แต่!! ถึงดิฉันจะพูดไปแบบนั้นก็เถอะนะคะ!! ” เธอพูดขึ้นพร้อมกับยิ้มแป้นมาทางผม 


สายลมพัดเข้ามาจนทำให้กลีบดอกไม้ที่ร่วงลงบนพื้นหวนขึ้นไปลอยบนอากาศพร้อมกับเธอที่ยิ้มกว้างแล้วหัวเราะแห้ง




 

แต่ ถึงดิฉันจะพูดไป...ก็คงไม่มีผู้ชายคนไหนมาชอบ สัตว์ประหลาดอย่างฉันได้หรอกค่ะ” เธอพูดด้วยใบหน้าเศร้าสร้อย พลอยบีบรัดหัวใจของผมไปด้วย

 

“…มีสิ..ผมหุบตาลงก่อนที่จะพูดขึ้น เธอหันมาด้วยความงุนงงก่อนที่ผมจะกุมมือของเธอเบาๆ 


ความรู้สึกที่มีสำหรับเธอไม่ได้จางหายไปไหนเลยแม้จะผ่านมานับปี...


เธอที่เมื่อก่อนมักจะชอบดอกเยอบีร่า


'จิตใจที่บริสุทธิ์ไร้เดียงสา แต่แฝงไว้ซึ่งความแข็งแกร่ง' เธอที่เคยพูดไว้พร้อมกับยิ้มออกมาเหมือนกับคนบ้าน่ะ...


สำหรับผมในตอนนี้...ราวกับว่า 'เธอคือแสงอาทิตย์ในชีวิต'


เป็นความรู้สึกที่ผมมีต่อ 'เธอ' ที่เรียกตัวเองว่า 'สัตว์ประหลาด' 

 

อาจจะเป็น..คนใกล้ตัวของเธอ..ก็ได้นะครับเธอทำท่าครุ่นคิด


ถึงแม้เธอจะจำอะไรไม่ได้ก็เถอะ..

 

“...อ๊ะ! จริงด้วยสิคะ!!” เธอพูดขึ้นมาดังลั่น ผมตกใจก่อนที่เธอจะกุมมือผมกลับหลังจากที่เอาดอกไม้ทัดหูไว้

 

คิดออกเมื่อกี้นี้เองล่ะค่ะ!! ถ้าห่วงเรื่องความปลอดภัยของคุณหนูล่ะก็! แค่ดิฉันอยู่ใกล้ตัวคุณหนูไว้...แล้วก็จะไม่มีเหตุการณ์ร้ายแรงเกิดขึ้นแน่นอนค่ะ!"


"....เมื่อกี้ได้ฟังผมพูดหรือเปล่าครับ?" ผมถามเธอไป ในขณะที่เธอกำลังตั้งอกตั้งใจคืดเรื่องของคุณหนู เธอก็หันกลับมาด้วยใบหน้าไม่รู้สึกรู้สา พร้อมกับส่งเสียงร้องเบาๆว่า 'เอ๊ะ?'


"ถึงจะฟังไม่จบก็เถอะค่ะ...แต่! ขอบคุณที่สละเวลานะคะคุณนาจม์ ดิฉันจะยกกระถางนี้ไปใว้ให้นะคะ!” ไม่นานนักที่เธอพูดจบ ก็ได้ยกกระถางดอกไม้วิ่งแจ้นออกไปทันที ดูเหมือนเธอจะลืมคำพูดของผมไปซะแล้ว

 

อื้ม—ครับ เอาที่คุณเธอสบายใจเลยล่ะครับ!

 

...ผมมักจะได้ยินเหมือนกันนะครับ ว่าเจ้านายเป็นยังไงลูกน้องก็จะเป็นยังงั้น...

 

...แต่บางทีผมคิดว่าความซื่อบื้อเนี่ย...อาจจะเป็นโรคติดต่อที่แพร่กันทางความคิดก็ได้นะครับ—


========================================================================================

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 30 ครั้ง

331 ความคิดเห็น

  1. #294 มิโกะ ซากุระ (@246753kenda) (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2562 / 19:11
    สนุกมากค่ะ ตอนหลังๆให้ความรู้สึกว่าโรแมนติกดีนะคะ
    #294
    0