ดวงใจยังมีรัก ชะเอิงเอย

ตอนที่ 13 : ไม่นะ อย่าทำอะไรฉันเลย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    4 มี.ค. 58

ซู่ ซู่ ซู่ ซู่

                ที่นี่บรรยากาศดีจริงๆ สมคำร่ำลือ  ท้องทะเลสีครามปนเขียวมรกตอ่อน หาดทรายสีขาวนวลบริสุทธิ์ที่ทอดตัวยาวสุดลูกหูลูกตา ท้องฟ้าก็เป็นสีเดียวกับท้องทะเลที่สะท้อนกันอยู่ สายลมพัดแรงจนทางมะพร้าวส่ายไปมาตามแรงลม เหล่านกกาก็โบยบินไปมาอย่างอิสระบนนภากว้าง ฮ้าาา ฉันรักทะเลที่สุดเลย  มัทราลิกาเหยียดแขนขึ้น บิดตัวไปมาหลังจากตากจากปูเตียงเสร็จ

                ปิดเทอมซักทีสินะ รอเวลานี้มาตั้งนาน  เวลาแห่งการทำมาหากินด้วยลำแข้งของตัวเอง

                ตอนนี้ฉันโดนปล่อยเกาะซะแล้ว ฮ่าๆๆ ไม่หรอก ฉันมาทำงานที่เกาะขามตะหากเล่า มาเป็นพนักงานทำความสะอาดหรือแม่บ้านอยู่ที่รีสอร์ทแห่งหนึ่งที่มีความน่ารักในการตกแต่ง รีสอร์ทนี้สร้างเป็นบ้านหลังเล็กๆปลูกเรียงกันอยู่หน้าหาด ทรงบ้านแต่ละหลังก็แตกต่างกันออกไปแต่ส่วนใหญ่วัสดุก็ทำจากธรรมชาติ มีบ้านพักแค่สิบหลังเท่านั้น ก็ดีนะไม่วุ่นวาย งานก็ไม่ค่อยเหนื่อยเท่าไหร่

                การมาทำงานคราวนี้เป็นครั้งแรกที่ก้าวขาออกจากบ้านมานานแถมยังข้ามน้ำข้ามทะเลมาตั้งไกลแน่ะ แต่ก็ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงเพราะ แม่ฉันรู้กับแม่ครัวที่นี่ก็เลยฝาก ป้าแจ๋วให้คอยดูแลฉันด้วย ป้าแจ๋วแกเป็นคนอวบๆ ขาวๆ ตาตี่ ออกหมวยหน่อย น่ารักใจดี เอ็นดูฉันเหมือนหลานคนหนึ่ง โชคดีจังที่ได้มาเจอคนดีๆแล้วก็ได้ทำงานในที่สวยๆแบบนี้

               

จ๊อก จ๊อก จ๊อก  น้ำย่อยในท้องฉันเริ่มออกฤทธิ์ซะแล้ว นี่ก็พึ่งจะหกโมงครึ่งเองนะ ทำไมร้องเร็วนักเนี้ย

“ป้าแจ๋วทำอะไรหอมออกไปถึงนู้นแน่ะ” มัทราลิกาเดินทำจมูกฟุดฟิดเข้าไปในครัว แล้วไปชะโงกดูเมนูในกระทะอย่างหิวๆ  ป้าแจ๋วอดยิ้มให้ไม่ได้กับท่าแบบเด็กน้อยร้องขอข้าวกิน “นู้น ไปกินข้าวต้มกุ้งก่อนเลยในหม้อ ไปตักเอา” แกพูดอย่างเอ็นดู  มัทราลิกาหูผึ่ง ตาวาวขึ้นมาทันที “จ้า แล้วเดี๋ยวหนูมาช่วยทำงานในครัวนะ”

มัทราลิกาตักข้าวต้มกุ้งตัวโตๆ ชามเบ้อเร่อออกมานั่งกินที่โต๊ะไม้ใต้ต้นมะพร้าวน้ำหอมหลังครัวที่ติดกับชายหาดอย่างมีความสุข  ป่านนี้ที่บ้านคงทำงานกันยกใหญ่แน่เลย คิดถึงเหมือนกันแฮะ แต่จะทำไงได้ที่นี้ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์เลยนี่นา ถ้าจะโทรก็ต้องติดเรือของรีสอร์ทข้ามไปที่เกาะหมากโน้นถึงจะโทรได้ ---การที่ ที่นี่ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์มันก็ดีไปอย่างนะมันทำให้เราได้เข้าใจคำว่าคิดถึงอย่างแท้จริง คิดถึงช่วงเวลาที่เคยผ่านมา คิดถึงช่วงเวลาที่พวกเขากำลังเป็นอยู่ขณะนี้  ยัยตางค์ก็คงสาวอวนจนหน้างอไปแล้วแน่ๆ  ส่วนวีก็คงช่วยยายทำขนมอีกตามเคย แล้วก็สมพงษ์พอนึกถึงเขาฉันก็จะจับที่สร้อยทุกที มันทำให้รู้สึกว่าเพื่อนคนนี้ไม่ได้ทิ้งกันไปไหนไกล แล้วก็สุดท้ายคนที่ชอบทำให้ฉันประสาทเสียที่สุดทำไมหน้าไอ้หมอนี่จะต้องโผล่เข้ามาในความคิดถึงฉันด้วยนะ

 

Good morning. Did you have a good sleep ?

Yes, and how !

เสียงใครส่งภาษากันเจื้อยแจ้วลอยมาตามเสียงลม อดทำให้ฉันต้องหันไปมองไม่ได้ ที่จริงฉันก็ชอบนะภาษาอังกฤษน่ะ แต่พูดไม่ค่อยได้เรื่องเท่าไหร่ ได้แค่ งูๆ ปลาๆ ถูๆ ไถๆ ไปตามเรื่อง ใช้ภาษามือเข้าช่วยก็แจ๋วแล้ว

You stay a few days?

About 2 weeks

Oh great!

คุยกันน่าสนุกดีแฮะ อยากพูดได้อย่างนั้นมั่งก็คงจะดี ผู้ชายไทยทำท่าโบกมือลาอย่างอารมณ์ดี ฝรั่งตัวสูงใหญ่ก็ยิ้มให้แล้วเดินออกไปที่ปลายหาด และภาพที่ฉันกำลังเห็นในตอนนี้มันทำให้ฉันรู้สึกเหมือนฝันอยู่ เมื่อผู้ชายคนนั้นเดินเข้ามาใกล้เรื่อยๆ ฉันบิดแขนตัวเองแรงๆเพื่อแน่ใจว่าไม่ได้ฝัน  อะไรกัน!! นายกายจะมาโผล่ที่นี่ ที่เดียวกับฉันได้ยังไง มันจะบังเอิญเกินไปแล้วมั๊ง เกาะในประเทศไทยก็มีตั้งเยอะตั้งแยะ แล้วเมื่อกี้ก็ยืนคุยจ้อกับฝรั่งด้วยจะเก่งเกินไปแล้วไอ้หน้าแพะนี่ ทำไมต้องเก่งกว่าฉันไปซะทุกเรื่องเนี้ย  ไม่รู้ว่ามัทราลิกาโมโหที่เขามาโผล่ที่เดียวกันหรืออิจฉาที่คุยกับฝรั่งได้กันแน่

มัทราลิกาเอี้ยวตัวหลบกับต้นมะพร้าวเมื่อกายนุภพเดินผ่าน เขาแต่งตัวในชุดสบายๆ มันก็ดูดีไปอีกแบบเหมือนกัน แต่ยังไงเขาก็เป็นคู่กัดของเธออยู่ดี ต่อให้เขาจะหล่อคมเข้มบาดใจขนาดไหน มัทราลิกาก็ยังเมินใส่เขาทุกครั้งหากเขายังไม่เลิกทำตัวเป็นเด็กขี้แกล้ง แม้กระทั่งครั้งนี้ถ้าเธอล่องหนได้ก็คงจะดี  ถ้าไอ้หน้าแพะรู้ว่าเราอยู่ที่นี่มีหวังทำงานไม่เป็นสุขแน่เรา

เขาเดินเลยไปแปปนึง  ป้าแจ๋วก็เปิดประตูครัวออกมาดูเพราะเห็นฉันหายไปนาน ฉันก็กำลังจะลุกขึ้นหลบเข้าครัวพอดี  “อ้าว คุณกายตื่นเช้าจังเลย มากินข้าวกับป้ามั๊ยวันนี้มีผัดฉ่าทะเลของโปรดคุณกายด้วยนะคะ”  ป้าแจ๋วพูดอย่างเอาอกเอาใจ  ฉันทรุดตัวหลบแทบไม่ทันใจหายใจคว่ำไปหมด  อะไรนะ คุณกายงั้นหรอ? ไอ้หน้าแพะนี่มันมีตำแหน่งใหญ่โตอะไรมาจากไหนเนี้ย โอยยยย แย่แน่ๆไอ้มัทเอ๊ย แบบนี้ยิ่งต้องไม่ให้เจอหน้ากันเข้าไปใหญ่  มัทราลิกาพยายามทำตัวให้เล็กที่สุด แทบจะเข้าไปสิงในต้นมะพร้าวน้ำหอมให้ได้แล้วตอนนี้

“ผมยังไม่หิวหรอกครับป้า บอกแล้วไงว่าให้เรียกชื่ออย่างเดียวพอ ตอนนี้ผมก็แค่พนักงานคนหนึ่งเอง” กายนุภพยิ้มให้ป้าแจ๋วอย่างอ่อนโยน

“อ้าว ยัยมัท ไปนั่งเกาะต้นมะพร้าวมันทำไมล่ะ ลุกขึ้นมาสิ ทำความรู้จักกันไว้ น่าจะรุ่นราวคราวเดียวกัน” ป้าแจ๋วร้องเรียก

โถ่ ป้านะป้า หมดกันพอดี  มัทราลิกาบ่นในใจ แล้วค่อยๆลุกขึ้นยืนแต่หันหลังให้เขา ไม่พูดอะไรด้วย รีบวิ่งเข้าไปในครัวปิดประตูดัง โครม

“อะไรของเค้านะ เด็กคนนี้” ป้าแจ๋วมองตามอย่างงงๆ  กายนุภพยิ้มให้ป้าแจ๋วอย่างอารมณ์ดี “เพื่อนผมเองครับป้า”

 

---หน้าเคาเตอร์---

“บ้านปลาดาวกับบ้านหอยโข่ง เช็คเอาท์ตอนเจ็ดโมง” มัทราลิกายืนดูตารางการพักของลูกค้าที่ย้ายออก เพื่อจะได้ไปทำความสะอาด

เธอไขกุญแจเข้ามาในบ้านปลาดาวเป็นบ้านพักแบบสองคน แต่ละบ้านจะมีขนาดต่างกัน แบบพักคนเดียวก็มี แบบครอบครัวก็มีส่วนเรื่องการตกแต่งภายในก็คล้ายๆกัน เป็นสไตล์แบบโมเดิร์น คันทรี่  ห้องนี้เป็นแนวคิดแบบตะวันออกกลาง ที่มีกลิ่นอายแบบแขกผสมแบบอัฟริกัน ทุกองค์ประกอบใช้สีแดงเป็นหลัก ประดับมุขขอบภาพวาดด้วยโลหะทองเหลืองขัดมัน เน้นการใช้วัสดุธรรมชาติสีเข้ม แลดูมีมนต์ขลังดีแฮะ

ผ้าม่านถูกดึงปิดหมดความทึบในห้องทำให้มัทราลิกาหาสวิตซ์ไฟไม่เจอ เพราะแต่ละห้องมีตำแหน่งสวิตซ์ไม่เหมือนกัน เธอเดินเอามือคลำไปตามผนังห้องช้าๆ มันต้องเจอซักที่นึงแหละ คลำจนไปถึงในห้องนอนไม่รู้ว่าห้องมันมืดหรือเธอหลับตากันแน่เพราะเธอเป็นไม่ชอบอยู่ในห้องมืดคนเดียวด้วยแหละ ยิ่งห้องนี้เธอรู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างด้วยมันทำให้เธอไม่กล้าลืมตาจนกว่าจะได้เปิดไฟ

แอ๊ดดด  มัทราลิกาชะงัก  สะ เสียงเหมือนใครเปิดประตู

กึก กึก กึก เสียงเหยียบพื้นห้องด้วย ลางสังหรณ์ไม่ผิดแน่ ที่นี่ต้องเคยเป็นป่าช้ามาก่อน ชัวร์!!  แล้วห้องนี้ก็ตั้งทับหลุมศพใครบางคน ลูกค้าคงโดนผีหลอกจนรีบเช็คเอาท์ออกไปแน่ๆ  เอาวะฝันเรื่องผีมาก็เยอะ จะเจอดีเข้าวันนี้กลางวันแสกๆก็ให้มันรู้ไป  มัทราลิกายังคงหลับตาปี๋อยู่ หัวใจเต้นโครมครามไปหมด

 

เมี้ยว เมี้ยว

“ไอ้ไข่มุกหรอ? ตกใจแทบแย่ อย่ามาเดินเกะกะนะ ระวังจะโดนเหยียบ”  มัทราลิกาเดินเตะเจ้าไข่มุกแมวที่ป้าแจ๋วเลี้ยงไว้จริงๆ มันตกใจวิ่งแจ้นไปไหนก็ไม่รู้  “นั่นไง โดนจนได้ ไอ้ไข่มุกเอ๊ยยย  เฮ้ย!!!!”  มือใหญ่ของใครบางคนดึงแขนเธอลงไปขลุกอยู่บนเตียงหนานุ่ม ทันใดนั้นคำของแม่ก็ลอยเข้ามาในหัว ไปอยู่โน่นเวลาจะนอนก็ล็อคห้องให้ดีๆ จะไปไหนมาไหนก็ระวังตัวด้วยเป็นสาวเป็นนาง เดี๋ยวใครจะมาทำมิดีมิร้ายได้ แม่ห่วงก็เรื่องนี้แหละแม่ แม่

“แม่จ๋าช่วยด้วยยย!!” มัทราลิการ้องโหวกเหวก โวยวายออกมา พร้อมกับดิ้นรนขัดขืนจากการเกาะกุมในท่าทางแนบชิดสนิทสนม ท่ามกลางห้องมืด บนเตียงอีก  “โอ๊ยยยย ไม่นะ หนูยังไม่พร้อมมีผัวตอนนี้ หนูยังเรียนไม่จบเลย ปล่อยหนูไปเหอะ นะ นะ แล้ว หนูจะไม่บอกใครเลย สัญญา” เธอพยายามพูดจาอ่อนโยนเกลี้ยกล่อมแต่อ้อมแขนนั้นกลับยิ่งรัดเธอแน่นขึ้นอีก จนตอนนี้หายใจรดต้นคอเธอแล้ว มัทราลิการู้สึกหวิวๆ เหมือนจะเป็นลม เริ่มหายใจไม่ค่อยออก แต่ก็ยังดิ้นรนขัดขืนสุดชีวิต “ม่ายยยยย แม่! แม่ช่วยด้วย!!!  ช่วยด้วยใครก็ได้!!!!” มัทราลิการ้องจนคอหอยแทบแตกแต่ก็ไม่มีใครได้ยิน เพราะถัดจากบ้านหลังก็เช็คเอาท์ไปแล้ว และบ้านแต่ละหลังก็ไกลกันพอสมควรเพื่อความเป็นส่วนตัว  ดังนั้นแทบจะเป็นไม่ได้เลยที่จะมีใครผ่านมาได้ยินเสียงของเธอซึ่งอุดอยู่ในห้อง

“หึ หึ หึ” เสียงหัวเราะแบบหื่นๆ น่ากลัวที่สุด  เอ๊..??! แต่เหมือนเคยได้ยินเสียงหัวเราะแบบนี้ที่ไหนมากก่อนวะ โอ๊ยยย อารมณ์นี้มันนึกไม่ออกว่าเคยได้ยินที่ไหน จากใครหรอก  ไม่เอายังไงฉันก็ไม่ยอมให้ใครมาทำอะไรแน่ๆ เธอกระทุ้งข้อศอกอย่างเต็มแรงไปที่หน้าท้องคนปริศนา จนเขาร้องอั๊ก จุกแบบไม่ทันตั้งตัว มัทราลิกาสะบัดตัวลุกขึ้นจะหนี แต่เขาก็คว้าสายเอี๊ยมชุดแม่บ้านไว้ได้อีก เธอก็หงายหลัง เทกระจาดลงมาทับตัวเขาอีกรอบ

“ปล่อยชั้น ปล่อยยยย ไอ้บ้าลามกจกเปรต พูดดีด้วยก็แล้วยังไม่ฟังอีกหรือไงวะ ชั้นบอกให้ปล่อยยยย”  มัทราลิกาตีโพยตีพายไม่เลิก

ฤทธิ์มากจริงนะ  เขารวบมือของเธอไว้แน่นด้วยมือเพียงข้างเดียวของเขา ส่วนมืออีกข้างก็ลูบไล้ไปมาบนแก้มนวลนุ่ม เธอสะบัดหน้าหนีไม่มาอย่างรังเกียจ เขาสูดดมผมหอมของเธออย่างหื่นๆ เสียงลมหายใจดังวนเวียนไปมาแถวซอกหูจนเธอแทบจะคลั่งตาย “อย่าให้ชั้นรอดไปได้แกตายแน่ ไอ้โรคจิต วิปริต วิตถาร” เธอไม่ยอมอยู่เงียบๆแน่นอน

ทั้งสองนอนตะแคง หัวมัทราลิกาหนุนอยู่ที่ท่อนแขนเขาข้างที่เขาใช้รวบมือเธอไว้ มัทราลิกามองไม่เห็นว่าเขาเป็นใครเพราะเขาอยู่ข้างหลังเธอและกำลังลามปามเธออยู่ ไม่เคยมีใครกล้าทำกับฉันขนาดนี้มาก่อน อย่าหวังว่าฉันจะปล่อยแกไปนะ ไอ้สารเลว  พอเขาลูบไล้มาใกล้ริมฝีปากสวย เธอก็งับเข้าให้และกัดอย่างเต็มแรง “อู้อักไอ้อัทอ้อยไออะแอ้ว” (รู้จักไอ้มัทน้อยไปซะแล้ว)

“โอ้ยยยย” เขาร้องอย่างทรมานและพยายามงับมือออกจากปาก แต่ก็ไม่เป็นผลเพราะงานนี้มัทราลิกากัดไม่ปล่อยแน่

“อะอ่อยอั๊ย” (จะปล่อยมั๊ย) เขายังไม่คลายมือออกจากมือเธอ

“อ้ายยย” (ได้...)  มัทราลิกากัดเข้าไปอีกทีเต็มแรง เขี้ยวขาวกดหนักๆนานๆ จนเนื้อเขาแทบหลุดออกมา เธอรู้สึกถึงรสเลือดที่สัมผัสกับปลายลิ้น

 

“มัท มัท มัท!!”  เสียงป้าแจ๋วนี่นา

“มัทตื่น มัทตื่นได้แล้วลูก”  ป้าแจ๋วเขย่าตัวเธอเบาๆ

“หลับคาชามข้าวเลยนะเรา ไปทำงานได้แล้ววันนี้ลูกค้าเช็คเอาท์ออกไปสองห้องแล้ว”

ฝันอีกแล้วหรอ? โชคดีที่เป็นแค่ฝัน ไม่งั้นป่านนี้จะเป็นยังไงบ้างก็ไม่รู้ บรึ๋ยยย น่ากลัวเป็นบ้า หรือว่าจะมีใครคิดไม่ซื่อกับเราหรือเปล่า แต่ที่นี่ส่วนใหญ่ก็เป็นผู้หญิงนี่นา เฮ้อ คงกินเยอะเกินไปแหละ เลยฝันอะไรเพ้อเจ้อเปรอะปะ แล้วทำไมต้องฝันถึงไอ้หน้าแพะด้วยวะ  ขนาดในฝันฉันก็ยังตามมาราวีได้อีกนะ

 

---หน้าเคาเตอร์---

บ้านปลาดาวกับบ้านหอยโข่ง เช็คเอาท์ตอนแปดโมง มัทราลิกายืนดูตารางการพักของลูกค้าที่ย้ายออก ทำไมมันบ้านสองหลังเหมือนในฝันเลยวะ  ในฝันเราไปบ้านปลาดาวแล้วมีเรื่อง งั้นเรื่องจริงเราไปบ้านหอยโข่งก่อนดีกว่า  มัทราลิกาหยิบกุญแจห้องแล้วอุปกรณ์ทำความสะอาดหิ้วไปที่บ้านหอยโข่ง เป็นที่อยู่หลังสุดท้าย

เธอไขกุญแจเข้ามาในบ้านหอยโข่ง เป็นบ้านหลังใหญ่พักกันเป็นครอบครัว ห้องนี้ตกแต่งสไตล์คันทรี่ร่วมสมัย ใช้สีขาวร่วมกับสีเนื้อไม้ในโทน white oak ที่ไสเนื้อไม้หยาบๆ ให้บรรยากาศเป็นธรรมชาติ เรียบ แต่ดูอบอุ่นเป็นมิตรมากขึ้น  แบบนี้ค่อยสบายใจขึ้นหน่อย ดูสว่างๆดี

 

“สวัสดีครับครูภิวัชร์พูดสายครับ”

“สวัสดีครับพี่วัชร์  ผมไกรภพครับ”  ต้นสายรายงานตัว

“อ้อ.. ครับมีธุระอะไรหรอครับ?  ปลายสายถามตรงๆ เพราะร้อยวันพันปีเจ้าของเบอร์นี้ไม่เคยติดต่อมาซักครั้ง

“ลูกชายผมอยู่ที่นั่นใช่มั๊ย” คนเป็นพ่อก็ไม่อยากอ้อมค้อมให้เสียเวลานัก

เขาหันไปสบตาหลานชายอย่างรู้ใจกัน “มีอะไรหรอครับ?  เขาถามเสียงเข้ม

“ถ้าเขาอยู่กับพี่ผมก็สบายใจ ขาดเหลืออะไรก็บอกผมได้นะครับ ผมโอนเงินเข้าบัญชีเขาทุกเดือนคงไม่ขัดสนเรื่องนี้  ปิดเทอมแล้วเขาจะกลับบ้านไหม ผมโทรไปเขาก็ไม่เคยรับสายผมซักที ยังไงก็ฝากบอกด้วยว่าผมคิดถึง //ท่านคะ ลูกค้ามารอพบแล้วค่ะ//  เท่านี้ก่อนนะครับไว้ว่างแล้วผมจะโทรมา สวัสดีครับ”

....................

“ว่าไงบ้างครับลุง”  เขาถามแบบไม่ค่อยจะอยากรู้เท่าไหร่

“เขาคิดถึงแกแน่ะ ฮ่าๆ”  ลุงแซวอย่างอารมณ์ดี  “ถ้าอยากไปเที่ยวก็ไปได้นะ ลุงมีเพื่อนคนนึงอยู่เกาะขาม ลุงเป็นหุ้นส่วนกับเขาทำรีสอร์ทกัน ทะเลที่นั่นสวยมากเลยนะ แต่ยังไม่ค่อยมีใครรู้จัก”

“ครับ”  เขายิ้มอย่างขอบคุณในความหวังดีทุกเรื่องที่ลุงหยิบยื่นให้

“เย็นแล้วจะออกไปไหนล่ะนั่น”

“ว่าจะเข้าไปในเมืองหน่อย ลุงจะเอาอะไรมั๊ยครับ?

“เอา  เอ่อ... แผ่นเพลงของพรศักดิ์ ส่องแสง ชุดล่าสุดให้ลุงทีนะ ว่าจะซื้อทีไรลืมทุกที ไอ้เพลงมีเมียเด็กอะไรนั่นแหละ” ลุงสั่งไปหัวเราะไป  “แหม่.. ฟังเพลงแบบนี้แสดงว่าอยากมีเมียรึเปล่าลุง ฮ่าๆ” เขาแซว ก่อนจะซิ่ง Kawasaki Z1 ตัวเก่งออกไปอย่างเร็ว

© themy butter
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

19 ความคิดเห็น