ดวงใจยังมีรัก ชะเอิงเอย

ตอนที่ 15 : ออกไปตามเสียงหัวใจ(แหวะ)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    1 เม.ย. 58

เวลา 05.55 น.

“ตื่นเร็วดีนี่” ลุงทักด้วยสำเนียงพื้นบ้านอย่างอารมณ์ดี

กายนุภพกำลังนั่งเหม่อมองทะเลสีคล้ำตามสภาพเวลา แต่ความมืดสลัวกลับยิ่งเพิ่มเสน่ห์น่าหลงใหลให้กับท้องทะเลผืนนี้ไม่น้อย ท้องทะเลอ่าวไทยแห่งแดนตะวันออกผืนน้ำที่งดงามสดใสเหมือนแก้วที่เจียระไนอย่างพิถีพิถัน เขามองไล่ไปยังเกาะตรงข้าม “ยังไม่ได้นอนเลยดีกว่าครับ” เขาหันมายิ้มตอบ “ที่นี่สวยดีนะครับ ไม่รู้ว่าเกาะนู่นจะสวยเหมือนที่นี่หรือเปล่า”

“แต่ล่ะเกาะมันก็สวยแตกต่างกันไปแหละ ..เหมือนผู้หญิง” กายนุภพเลิกคิ้วเงี้ยหูฟังประโยคที่ลุงจะพูดต่อ “มองดูภายนอกก็เหมือนๆกัน แต่ถ้าลองได้เจาะลึกลงไปถึงแก่นแท้.. นั่นแหละคือสิ่งสวยงามที่แตกต่าง ที่บางที่ใครๆพากันชื่นชม พากันไปเหยียบย่ำจนช้ำไปหมดมันคงไม่น่าสนใจเท่า ที่ที่น้อยคนจะรู้จักหรอกเพราะมันยังมีอะไรให้เราค้นหาอีกเยอะ อย่างกับผู้หญิงนะลุงจะบอกเลย พวกแม่ไก่งามเพราะขนทั้งหลายน่ะมันก็เหมือนสถานที่สวยงามติดอันดับ แต่กับผู้หญิงธรรมดางามอย่างบ้านๆน่ะ เอ็งเอ๊ย... ถ้าจับแต่งขึ้นมาเค้าสวยกว่าอีก แต่เค้าอยากให้เรามองเห็นความสวยจากข้างในอยากให้เรามาศึกษาเค้าก่อน ไม่ใช่หลงแค่เปลือกนอก ถ้าจะหาสาวดีๆ เอ็งต้องหาอย่างที่ลุงว่านะ” ลุงยิ้ม

“แหม๋... เจอคำคมแต่เช้าเลย ฮ่าๆ” ทั้งสองหัวเราะอย่างสนุกสนาน เขาหันกลบไปมองเกาะเบื้องหน้าอีกครั้ง
เธอก็สวยงามในแบบของเธอเหมือนกัน จะได้เจอกันแล้วนะ รู้สึกตื่นเต้นแปลกๆแฮะ

 

ก่อนเก็บกระเป๋าสัมภาระ เขานั่งวาดภาพมุมหนึ่งของเกาะหมากที่เขาประทับใจลงสมุดพกคู่ใจเล่มเดิม พร้อมคำบรรยายสั้นๆ ---มุมแวะพักใจ ก่อนไปต่อ...

เกาะหมากมีสภาพธรรมชาติที่ยังคงความสมบูรณ์อยู่มาก แนวหาดทรายสวย ๆ น้ำทะเลสะอาด บรรยากาศร่มรื่น และวิถีชีวิตของผู้คนบนเกาะที่เรียบง่ายและเป็นมิตร จึงล้วนเป็นเสน่ห์ของเกาะแห่งนี้

 

“ทำไมผมไม่เห็นโขดหินอะไรที่ลุงว่าเลยล่ะครับ” เขาเอ่ยถามเมื่อเรือแล่นออกมาซักพัก

“จะเห็นได้ไงล่ะ ก็นี่น้ำมันขึ้นแล้ว เมื่อคืนน่ะน้ำมันลงเรือออกไม่รอดหรอก” กายนุภพพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ

“แล้วนี่จะไปทำอะไรล่ะพ่อหนุ่ม”

“จะไปหาใครบางคนครับ” เขาแอบเขินตัวเองที่ต้องพูดอะไรแบบนี้

“ฮั่นแน่.. เด็กสมัยนี้มันแน่จริงเว่ย” ลุงแซวแกมชม “สมัยลุงนะถ้าถูกใจคนไหน เอะอะฉุด เอะอะฉุดลูกเดียว ไม่งั้นมีหวังหมาคาบไปแดก ฮ่าๆๆ” ลุงเล่าความหลังอย่างสนุก

“ถ้ามันไม่ได้อย่างใจ ผมคงต้องขอลองใช้วิธีลุงบ้าง” ลุงหัวเราะชอบใจประโยคนี้

 

บ้านปะการังเช็คเอาท์  เวลา 7.30 น.
บ้านดาวทะเล  เช็คเอาท์  เวลา
7.45น.

“งานคือเงิน เงินคืองาน บันดาลสุข
งานสนุก  รักเถิด  บรรเจิดศรี

งานมากมาย  ได้เงิน  เพลินมั่งมี
งานสุขี  คนสุขัง  สตางค์ตุง..”

มัทราลิกาท่องบทกลอนติดตลกอยู่พึมพำขณะเดินไปยังบ้านพักเพื่อทำความสะอาด

“เฮ้อ.. วันนี้จะเจออะไรร้ายๆมั๊ยน๊า... เมื่อคืนฝันไม่ค่อยดีเลย” .... “ฝันว่าอะไรล่ะ” ... “ฝันว่าเดินหลงป่า แล้วไปเจอไอ้เข้ตัวนึง เลยวิ่งหนี  วิ่ง วิ่ง วิ่ง  ดั๊นนน ไปเจองูเหลือมตัวเท่าขาแน่ะ หัวใจจะวาย ก็เลยวิ่งกลับไปทางเดิมอีก  ไอ้หยาาาา  ไอ้เข้หาย!! แต่มีปลาปิรันย่าบินได้มาแทน ฟันนี่สยองมากคราบเลือดติดกรังเลย  กำลังจะวิ่งหนีอีกสุดท้ายสะดุดกิ้งก่ายักษ์ลายเสือดาวหน้าทิ้มขี้ดินเลอะหมดเลย ฝันนี้ไม่สนุกเลยว่ะ” เธอเล่าอย่างห่อเหี่ยว  “ ไม่หรอกน่า.. ฝันร้ายเค้าว่าจะกลายเป็นดี” ... “ก็ขอให้เป็นอย่างนั้นเถอะ ส๊า..ธุ!!  สบายใจขึ้นและ” เด็กสาวเผยยิ้มจางๆ

มัทราลิกามักจะชอบคุยกับตัวเองเวลามีเรื่องไม่สบายใจ เพราะปกติจะชอบเล่าให้แม่หรือมลธิยากรฟัง แต่พอมาทำงานที่นี่ไม่มีสัณญาณโทรศัพท์จะโทรไประบายที่บ้านก็ไม่ได้ วิธีนี้จึงเป็นทางดีที่สุดแล้ว  นี่ก็จากบ้านมาเกือบเดือนนึงแล้วสินะ คิดถึงคนทางฝั่งนู้นจังแฮะ  คิดถึงบ้าน โรงเรียน

“ฟังเพลงดีกว่า..” มัทราลิกาหยิบโทรศัพท์ที่ได้รับมรดกตกทอดมาจากแม่ โมโตโรล่า รุ่นแรกที่ฟังเพลงได้ เครื่องสีเทา ออกมาเปิดเพลงฟังเพื่อคลายความระทมในจิตใจ ไม่ว่าจะคิดถึงบ้าน หรือฝันร้าย ถ้าเปิดเพลงเมื่อไหร่ก็ช่วยให้สบายใจขึ้นเป็นกอง

 

“ขอบคุณมากครับลุง” กายนุภพยื่นเงินให้ลุงด้วยรอยยิ้ม

“ค่าน้ำมันลุงไม่แพงขนาดนั้นหรอก” ลุงทำท่าเหมือนไม่อยากจะรับ

“รับไว้เถอะลุง เชื่อผม ลุงดีกับผมนะ ไหนจะให้ที่กินที่นอนอีก ผมตอบแทนลุงได้แค่วิธีนี้แหละครับเพราะไม่รู้ว่าเราจะได้เจอกันอีกเมื่อไหร่” เขาทำสายตาเว้าวอนลุงให้รับเงินจากเขา

“ได้เจอสิ ถ้าเอ็งอยากเจอลุง” ลุงหยิบเงินแบงค์สีม่วงมาแค่ใบเดียว ก่อนจะติดเครื่องเรือแล้วแล่นกลับบ้านไป กายนุภพยืนมองเรือของลุงจนสุดสายตา ก่อนจะหันหน้ามามองเกาะตรงหน้าให้เต็มตาอีกครั้ง สมแล้วที่ได้สมญาว่า มรกตแห่งท้องทะเลตราด  เพราะน้ำทะเลอันใสสะอาดราวมรกตบริเวณชายหาด  หาดทรายขาวสะอาดสวยงาม บรรยากาศเงียบสงบ ร่มรื่นไปด้วยทิวมะพร้าวและยังมีความเป็นส่วนตัว

เกาะขามเป็นเกาะภูเขามีชายหาดเพียงด้านเดียวทำให้บริเวณรอบๆมีโขดหินและปะการังที่กำลังฟื้นตัวอยู่เป็นจำนวนมาก กายนุภพหมุนตัวมองความงามแบบ 360 องศา  ถัดไปข้างหน้ามีป้ายชื่อ รีสอร์ทบ้านเคียงทะเล ตั้งตระหง่านอยู่ เขาไม่รอช้ารีบสาวเท้าเข้าไปทันที

“ขอพบลุงโชติครับ” กายนุภพมาติดต่อที่หน้าเคาท์เตอร์  พนักงานรีบต่อสายถึงเจ้าของรีสอร์ททันทีเช่นกัน

“เชิญนั่งรอก่อนนะครับ ลุงโชติกำลังมา” พนักงานหนุ่มกล่าวอย่างสุภาพ

เขาเดินสำรวจบริเวณรอบๆ ตัวอย่างนึกชื่นชมคนออกแบบรีสอร์ทนี้ ที่ทำออกมาได้อย่างสวยงามลงตัวและกลมกลืนกับธรรมชาติ เขานึกอิจฉาลุงขึ้นมานิดๆ ที่ลุงมีหุ้นส่วนกับรีสอร์ทสวยๆแบบนี้ สมบูรณ์พร้อมไปด้วยอากาศและธรรมชาติที่บริสุทธิ์ เสียดายที่ครอบครัวเราไม่ได้มีโอกาสมาที่นี่ด้วยกันเลย และก็คงไม่มีโอกาสนั้นอีกต่อไปแล้ว

“ว่าไงหนุ่มน้อย?” น้ำเสียงก้องกังวานดังมาสะกิดเขาจากภวังค์

“สวัสดีครับลุงโชติ” ผู้ใหญ่รับไหว้และมองสำรวจด้วยแววตาสุภาพ

“ผมกายนุภพ  กิตติภาพงศ์ หลานลุงภิวัชร์ครับ” เขาแนะนำตัวอย่างเป็นทางการ

“อ้อ... ใช่ใครอื่นไกลที่ไหน หลานเรานี่เอง ลุงเอ็งสบายดีนะ”

“ครับ สบายดี”

ลุงโชติเริ่มแสดงความเป็นกันเองมากขึ้น “นึกยังไงถึงได้ดั้นด้นมาถึงนี่ได้ล่ะ?

“พอดีปิดเทอม แล้วผมก็อยากหารายได้พิเศษบ้างน่ะครับ ลุงพอจะมีตำแหน่งว่างให้ผมซักทีมั๊ยครับ” คราวนี่เขาดูนอบน้อมเป็นพิเศษ

“ฮ่าๆๆ ทำไมจะไม่ได้ล่ะ หลานเราทั้งคน” ลุงโชติหัวเราะอย่างอารมณ์ดี “เดินทางมาเหนื่อยๆ เดี๋ยวไปพักผ่อนกินน้ำกินท่าก่อนนะ เดี๋ยวค่อยว่ากันอีกที” กายนุภพยิ้มระรื่น “ไผ่พาคุณกายไปห้องพักนะ แล้วดูแลด้วย” ลุงโชติบอกกับพนักงานหน้าเคาท์เตอร์อีกคนที่ดูท่าทางจะง่วงนอนอยู่ จนเจ้าตัวตาสว่างขึ้นมาทันใด “คะ ครับ..”

“เรียกกาย ก็พอครับ” เขายิ้มให้อย่างเป็นมิตร

 

“ฮ้า...เสร็จซักที” มัทราลิกาพ่นลมหายใจออกมาอย่างเนือยๆ ก่อนจะเดินหอบเอาเครื่องมือทำความสะอาดพะรุงพะรังออกมาจะบ้านพัก

“น้องมัท” ไผ่ร้องเรียก “เดี๋ยวแวะไปทำความสะอาดที่เรือนพักชายห้องสุดท้ายด้วยนะ”

“จ้ะพี่ไผ่”  ยังไม่ได้หย่อนก้นพักเลยงานเข้าอีกแล้ว เธอแอบบ่นนิดๆ

 

แอ๊ดดด มือหนึ่งผลักประตูห้อง อีกมือก็หิ้วของเต็มไปหมด ท่าทางดูเงอะงะ ทำให้ใครบางคนแอบขำอยู่ในมุมมืด “โวยยย ใครมาทำงานใหม่เนี้ย คงไม่รีบหรอกเนอะ ขอไอ้มัทนอนพักซักแปป..นึงนะจ้ะ” ใครคนนั้นแทบจะหลุดขำออกมาเขาไม่เคยเห็นเธอในมุมบ๊องๆอย่างนี้มาก่อนเลย  ว่าแล้วมัทราลิกาก็เอนหลังลงบนเตียงหนานุ่มแล้วค่อยๆหลับตาพริ้ม แอบอมยิ้มเขินๆ  นี่ฉันกำลังอู้งานหรือเปล่าเนี้ยฮะ  .....  ไม่หรอกน่าขอพักแค่เดี๋ยวเดียวเองนี่เนอะ    และแล้วเธอก็หลับไปจริงๆด้วยอาการอ่อนล้าจากการทำความสะอาดมาครึ่งวันเต็ม

“ดีล่ะ เสร็จโจรแน่งานนี้” ร่างใหญ่ในเงามืดเริ่มเคลื่อนกายออกมา

มือหนาโบกผ่านหน้าเด็กสาวไปมาเพื่อทดสอบว่าเธอไปแล้วจริงๆ “เธอพลาดแล้วแหละยัยแสบเอ๋ย..” เขาเปล่งเสียงออกมาเบาๆ แล้วค่อยๆก้มหน้าลงมามองคนหลับอยู่ตรงหน้าใกล้ๆ อย่างยิ้มๆ --ขนตาหนาดกงอนเด้งอย่างเป็นธรรมชาติทาบลงบนขอบตาล่าง จมูกโด่งดูคมสันปลายจมูกเชิดนิดน้อยบ่งบอกว่าเธอเป็นคนดื้อรั้นไม่น้อย ปากสวยรูปกระจับแดงระเรื่อน่าจูบจนเขาเกือบอดใจไว้ไม่ไหว ผิวแก้มก็ช่างเนียนผ่อง  เวลาหมดฤทธิ์ก็น่ารักดีแฮะ แต่ถึงจะทำตัวน่ารักยังไงคราวนี้ฉันไม่ปล่อยเธอออกไปโดยไม่ทำอะไรแน่ๆ หึหึ  เขาบีบแก้มเบาๆอย่างหมั่นเขี้ยว

 

==========================================================================

งานเข้าเธอแล้วสิยัยมัทราลิกาเอ๋ย แต่ไอ้ที่บอกว่า ฉันไม่ปล่อยเธอออกไปโดยไม่ทำอะไรแน่ๆ แถมยังมี หึหึ ด้วย มันคืออะไรกันล่ะเนี้ยยยย อย่าทำอะไรนางเอกเค้าน๊าาาาา ไอ้ชายโฉด

© themy butter

19 ความคิดเห็น