ดวงใจยังมีรัก ชะเอิงเอย

ตอนที่ 2 : สวัสดีคุณครู

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 24
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    24 ก.พ. 58

ขออนุญาติเข้าห้องเรียนค่ะมัทราลิกายืนอยู่หน้าห้องเรียนของตน

เชิญค่ะเสียงอาจารย์ผู้หญิงที่เธอไม่คุ้นเอ่ยรับคำ

ขอบคุณค่ะแล้วมัทราลิกา ก็เดินเข้าไปนั่งข้างๆใครบางคนที่โต๊ะตรงหน้าอาจารย์ซึ่งเหลือว่างไว้ คงเพราะไม่มีใครอยากนั่งใกล้กับอาจารย์ สมาชิกในห้องมียี่สิบกว่าคน แต่ละคนก็หน้าตาคุ้นเคยดี แต่ก็มีอีกบางคนที่เธอไม่คุ้นเลยและหมอนั่นด้วย คนที่จ้องมองมัทราลิกาเมื่อตอนทำกิจกรรมหน้าเสาธงและตอนนี้มัทราลิกานั่งอยู่ข้างๆเขา

เธอคนที่พึ่งเข้ามาน่ะ ออกมาแนะนำตัวก่อนสิอาจารย์พูดด้วยสีหน้าเรียบเฉยเหมือนวางมาด

มัทราลิกา จึงขยับตัวแล้วลุกไปยืนหน้าชั้นเรียน พูดด้วยน้ำเสียงทุ้มกว่าเด็กสาวทั่วไป แต่น้ำเสียงนั้นดัง ฟังชัดกังวานแถมมีเสน่ห์แปลกๆ

กราบเรียนอาจารย์ที่เคารพและสวัสดีเพื่อนๆทุกคน เราชื่อ มัทราลิกา  มณีสว่างแสง เรียกมัทสั้นๆก็ได้ เรียนที่นี่ตั้งแต่ ม.จนถึงปัจจุบัน มีอะไรก็คุยกับเราได้ตามปกตินะ เราไม่ดุ ถึงเสียงจะโหดไปหน่อยก็เหอะ ดีใจที่ได้เรียนด้วยกันอีกนะมัทราลิกา พูดจบพร้อมกับกลับเข้านั่งที่อย่างรวดเร็ว

เอ้า คนต่อไป คนที่ไปเข้าห้องน้ำมาเมื่อตะกี้เชิญค่ะเสียงอาจารย์คนใหม่เอ่ยเรียก นักเรียนคนต่อไป

เขาดูบุคลิกดีกว่าเพื่อนผู้ชายคนอื่นๆในห้อง รูปร่างที่สูงโปร่ง โครงหน้าที่ได้รูปสวยงาม พร้อมกับไรหนวดอ่อนๆที่พึ่งขึ้นเพราะเริ่มโตเป็นหนุ่มแล้ว

สวัสดีครับ ผมชื่อกายนุภพ  กิตติภาพงศ์ ชื่อเล่นกาย ยินดีที่ได้รู้จักทุกคนครับ ยังไงก็ฝากเนื้อฝากตัว..

ฝากหัวใจด้วยก็ได้น๊า...ยังไม่ทันจะพูดจบก็มีเสียงสาวๆ ร้องแซวขึ้นมาทันควัน

ตามด้วยเสียงโห่แซวสมทบของปากปีจอประจำห้อง ฮี้วววว ขอฝากด้วยคนสิตัวเอง ฮ่าๆๆถือเป็นการกล่าวต้อนรับที่น่าสนุกดีสำหรับเด็กใหม่

เอาล่ะๆหยุดเห่าหอน กันได้แล้วครูคนใหม่เริ่มวาดลวดลายเจรจา

พวกเธอคงจะแสบซ่ากันน่าดู เพื่อนยังไม่ทันแน่ะนำตัวจบก็ดักคอกันซะแล้ว  กายนุภพเข้าไปนั่งที่ก่อนไว้อีกหน่อยพวกเธอคงทำความรู้จักกันเองได้

ครับกายนุภพรับคำพร้อมกับเดินเข้าที่ อาจารย์มองพวกเราอย่างเรียบเฉย แต่ในแววตาแฝงไปด้วยพลังงานที่มีรังสีอำมหิตบางอย่างจนนักเรียนในห้องไม่มีใครกล้าสบตา ยกเว้นมัทราลิกา..

ต่อไปถึงตาครูแนะนำบ้างทุกคนในห้องอยู่ในความสงบ คงเพราะรังสีอำมหิตบางอย่างนั่นแหละ

ครูชื่อ บุญนภา  ใจเย็น  แต่....คงไม่เย็นอย่างนามสกุลหรอกนะสายตาครูสอดส่ายไปทั่วห้อง เพื่อจะมองหน้านักเรียนทุกคน ซึ่งก็มีอยู่ไม่มากนัก เพราะไม่ใช่โรงเรียนในตัวเมือง

ครูพึ่งย้ายมา และก็จะมาเป็น ครูที่ปรึกษาของพวกเธอด้วย ไม่ต้องดีใจขนาดนั้นหรอกสมพงษ์

คนโดนเอ่ยชื่อชะงักเล็กน้อย เพราะก่อนหน้านี้เผลอทำสีหน้าเหมือนกินข้าวไม่อร่อย เมื่อรู้ว่าได้ครูประจำชั้นคนใหม่

ขนาดมาวันแรกฟังแนะนำตัวรอบเดียวก็จำชื่อได้ซะแล้ว ท่าทางจะไม่ใช่เล่นว่ะ  สมพงษ์แอบบ่นในใจ

สมพงษ์ เมื่อตอนฉันเข้า ม.ตานั่นอยู่ ม.พอฉันขึ้น ม.สมพงษ์ก็ยังอยู่ ม.แล้วก็หายไปจากโรงเรียนหนึ่งปีจน ตอนนี้ ฉันอยู่ ม.4แล้ว ก็ได้สมพงษ์มาเป็นเพื่อนร่วมชั้นอีก ตลกดีแฮะ

พอหันไปมองมุมหลังห้องก็เจอใครบางคนหน้าตาคุ้นๆ ก็จะนึกขึ้นมาได้ว่าเคยเจอกันที่ไหน ‘วสันต์’ รุ่นพี่โรงเรียนเก่า เมื่อตอนอยู่ประถมนี่น่า ได้ข่าวว่ามีลูกแล้วด้วย ลูกเข้าเรียนอนุบาลแล้วมั๊ง รุ่นพี่เราตั้งกี่ปีน๊า...   โห ตั้ง 6 ปีแน่ะยังกลับมาเรียนอีกหรอเนี้ย น่านับถือจริงๆ

แล้วนั่น.. เด็กผู้หญิงที่นั่งอยู่โต๊ะหัวมุมของห้องหน้าตาสดใส ดูเป็นมิตร คิ้วเข้ม ตาคมแฝงความดุเป็นสาวน้อยวัยเดียวกันเธอคือเพื่อนสนิทที่สุดในชีวิตของมัทราลิกา

มองดูแล้วห้องเรียนปีนี้เหมือนจะรวมพวกเด็กโข่งค้างหลายปีมาอยู่ที่นี่หมด สนุกแน่งานนี้

ก่อนที่ฉันจะทบทวนความหลังมากไปกว่านี้เสียงกังวานของอาจารย์ก็ดังขึ้นซะก่อน

ใกล้จะหมดโฮมรูมแล้วนะคะเด็กๆ ฟังครูแปปนึงเดี๋ยวจะได้เตรียมตัวเรียนวิชาต่อไปอาจารย์เริ่มอ่อนโยนลงเล็กน้อย รู้แล้วใช่ไหมว่าหน้าที่บริเวณรับผิดชอบของตัวเองอยู่ตรงไหน ใครยังไม่รู้มีแปะไว้ที่บอร์ดหน้าห้อง ไปดูแล้วพรุ่งนี้มาเรียนกันเช้าๆ ช่วยกันทำความสะอาดด้วยนะคะ วันนี้แค่นี้ก่อน

..........

ไม่มีใครบอกทำความเคารพหรอคะ?” อาจารย์ยังนั่งนิ่งไม่ขยับไปไหน

ยังไม่มีหัวหน้าหัวเลยครับ อาจารย์เลือกเลยๆ จะให้ใครเป็นสมพงษ์เริ่มพูดมากอีกแล้ว

งั้นครูให้เธอเป็นหัวหน้าห้องนะสมพงษ์..ตกลงมานี้สมพงษ์หน้าเหวอทันที ไม่คิดมาก่อนว่าอาจารย์จะกล้าให้เขาเป็นหัวหน้าห้องจริงๆ เพราะเขาก็ไม่ได้มีแววเป็นผู้นำซักเท่าไหร่ ดูท่าทางไม่เอาไหนซะมากกว่า

อาจารย์บุญนภา ไม่อยู่รอให้สมพงษ์โต้แย้งอะไรก่อน ก็รีบลุกออกไป พอเงาหลังอาจารย์บุญนภาลับสายตาไป เพื่อนๆในห้องต่างก็โฮเล กระโดดโลดเต้น ใส่สมพงษ์ที่นั่งหน้าเหี่ยวอยู่ ไม่รู้เพราะความสะใจหรือดีใจกับตำแหน่งใหม่ของสมพงษ์กันแน่

บรรยากาศเดิมๆของการเรียน และความปั่นป่วนในห้องเรียนเริ่มหวนกลับเข้ามาแล้ว นี่สินะวันเปิดเทอมวันแรก

มัทราลิกานั่งเหม่อลอยออกไปนอกประตู ในใจกำลังคิดถึงใครบางคน เป็นเพศตรงข้ามคนแรกที่เธอให้ความสนใจตั้งแต่ครั้งแรกที่พบเจอ

 

มัท..มัท...สสิตางค์เพื่อนสนิทของมัทราลิกาเข้ามาทักทาย

มัทราลิกาหลุดออกจากอารมณ์เหม่อลอย พร้อยคุยตอบไปอย่างยิ้มแย้ม อ้าว ตางค์ วันนี้มาเรียนยังไง

มารถตาโนชอะดิ มาเกือบไม่ทันเข้าแถว เกือบสายทั้งโรงเรียน ฮ่าๆสสิตางค์เล่าไปด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นพลอยให้ฉันขำออกมากับท่าทางประหลาดๆ กับการเล่าเรื่อง ก็มีเด็ก ม.คนนึงมาช้า คนทั้งรถรอตั้งนาน น่าเตะตูดซักทีเล่าถึงตรงนี้เริ่มปนไปด้วยน้ำเสียงเดือดดาลเล็กน้อย แต่ก็ดูไม่จริงจังอะไร

รถตาโนชคือรถรับ-ส่งนักเรียนคันเก่าแก่ รับส่งตั้งแต่สมัยรุ่นพ่อแม่ จนมาถึงรุ่นเราคือรุ่นลูก อายุของตาโนชก็ไม่ใช่น้อยแต่ก็ยังดูแข็งแรงและใจดีเหมือนเดิม ถึงจะชอบพานักเรียนมาถึงโรงเรียนช้า ประมาณเส้นยาแดงผ่าแปด หลังเสียงสัญญาณอ่อดเข้าแถวดัง แต่แกก็พามาทันตลอดเป็นแบบนี้ทุกปี เล่นเอานักเรียนทั้งคันรถใจหายใจคว่ำไปตามๆกัน

เอาน่า.. ยังไงก็มาทัน แต่เรานี่ดิ เปิดวันแรกก็มาสายซะแล้ว บ้านก็อยู่แค่นี่เองน่าเจ็บใจเป็นบ้า ครั้งในชีวิตเลยนะเนี้ยที่มาโรงเรียนสายถึงตามัทราลิกาเล่าบ้าง เธอเล่าอย่างเศร้าใจ อย่างกับว่าการมาโรงเรียนสายครั้งแรกในชีวิตของเธอจะเป็นปมคาใจเธอไปตลอดชีวิตอย่างนั้นแหละ

อ๊ะๆๆ แต่ก็ได้ ร้องเพลงชาติกับใครน๊า... ชั้นเห็นนะสสิตางค์เริ่มแซวอย่างอารมณ์ดี แล้วก็เหมือนว่ามัทราลิกาจะหน้าแดงขึ้นมาบ้างแล้ว พอเลยไม่ต้องมาแซว ไปดูหน้าห้องดีกว่าได้ทำเวรตรงไหน เร็ว...คนถูกแซวเริ่มหาเรื่องเบี่ยงเบน ถ้าเขินมากๆ มีหวังสสิตางค์โดนเตะก้นแน่

ก็ได้ๆ ทำมาเป็นเปลี่ยนเรื่องนะเรา..สสิตางค์ยังไม่หยุดอีก

สสิตางค์เป็นเพื่อนที่สนิทกับมัทราลิกาที่สุด เรียนด้วยกันมาตั้งแต่สมัยอนุบาล   ประถม   ม.ต้นถึงแม้จะเรียนคนละห้อง แต่พอ ม.ปลาย ได้เรียนด้วยกันอีกครั้งความสัมพันธ์ก็ยังแนบแน่นเหมือนเดิม เป็นคนที่มัทราลิกาจะเผยความลับต่างๆในใจให้ได้รับรู้อย่างไม่ซ่อนเร้น   สสิตางค์เองก็เช่นเดียวกันเวลามีอะไรไม่สบายใจทั้งเรื่องเรียน เรื่องความรัก แม้กระทั่งเรื่องครอบครัวเธอก็จะมาเล่าสู่กันฟังเสมอ เรื่องไหนที่มัทราลิกาช่วยได้  เธอก็ยินดีช่วยเสมอ  มัทราลิกาจึงเพื่อนที่สสิตางค์รักมากๆ

 

นางสาวมัทราลิกา   มณีสว่างแสง

นายกายนุภพ    กิตติภาพงศ์

บริเวณรับผิดชอบถนนหน้าอาคาร ข

อะไรกัน ไหงได้ทำเวรคู่กับไอ้หมอนั่นล่ะมัทราลิกาโอดโอย พร้อมสีหน้าเบื่อโลก

เย้ๆ ชั้นได้ทำเวรห้องพักอาจารย์ มีคนทำตั้งหลายคนสบายเลยชั้นสสิตางค์ยิ้มหน้าระรื่น ก่อนจะหันมาปลอบใจเพื่อนสาวพร้อมตบไหล่เบาๆ เอาน่า ถือซะว่าได้ทำความรู้จักเพื่อนใหม่นะมัทมัทราลิกาพยักหน้าหงึกๆ พร้อมกับสีหน้าปลง

วันต่อมา  เวลา 07.53 น.

มลเร็ววว เดี๋ยวไปไม่ทันทำเวรฉันร้องตะโกนโหวกเหวกอยู่หน้าบ้าน สักพักน้องสาวตัวแสบก็รีบวิ่งเหยงๆออกมา ซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์แล้วฉันก็รีบซิ่งไปอย่างปกติ

ถึงโรงเรียนแล้วยังไม่ทันจะเอากระเป๋าไปเก็บที่ห้องมัทราลิกาก็รีบวิ่งไปยังจุดที่ตัวเองรับผิดชอบซะก่อน

ทำไมฉันจะต้องมาทำเวรกับเด็กใหม่นี่ด้วยนะ ป่านนี้จะมาเรียนทำเวรหรือยังก็ไม่รู้ ถ้าปล่อยให้ฉันทำคนเดียวนะ งานนี้มีมวยแน่  ฉันวิ่งไปคิดพลางบ่นไปในใจ

แต่พอวิ่งมาถึงหน้าถนนที่ว่านั้นกลับเห็นกายนุภพ กำลังง่วนอยู่กับการกวาดใบไม้บนถนนที่โปรยอยู่เกลื่อนกลาดและยังมีถุงขนม  เปลือกลูกอมที่อุดอยู่ตามซอกพุ่มเข็มที่ปลูกอยู่ข้างหน้าหน้าอาคารเรียน ที่ยังไม่ได้เก็บ  มัทราลิกาก็เลยรู้สึกผิดนิดๆ จึงรีบมองหาไม้กวาดจะช่วย แต่พอมัทราลิกาหยิบไม้กวาดขึ้นมาเท่านั้นแหละ   ตึ๊ง ตึ่ง ตึ๊ง ตึ่ง  ตึ่ง ตึง ตึ๊ง ตึง   เสียงอ่อดบอกเวลาเข้าแถวเคารพธงชาติก็ดังขึ้นซะก่อน กายนุภพหยุดกวาดด้วยทีท่าใจเย็นแล้วหันมาสบตากับมัทราลิกา ในแววตาไม่ได้รู้สึกโกรธที่ต้องทำเวรอยู่คนเดียว ยิ่งทำให้มัทราลิการู้สึกผิดไปกันใหญ่

หลังหมดเสียงอ่อดทุกคนที่ทำความสะอาดอยู่ในบริเวณรับชอบต่างก็วางมือจากงานแล้วพากันไปเข้าแถวหน้าเสาธงอย่างเอื่อยเฉื่อย

ปี๊ดดดดด!!!’ พอสิ้นเสียงสัญญาณนกหวีดเท่านั้นแหละ ทุกคนกลับตื่นกลัวเหมือนวิ่งหนีผี จะมีก็แต่เด็กนักเรียนใหม่ที่ยังดูเก้ๆกังๆ กับการกระทำของพวกรุ่นพี่ แต่ก็วิ่งตามพวกเขาไป มัทราลิกาเองก็รีบโยนไม้กวาดเข้าไปในร่องระบายน้ำก่อน สีหน้าท่าทางดูตื่นตระหนก

รีบไปเถอะนั่นเป็นประโยคแรกที่ฉันพูดกับเด็กใหม่ ‘กายนุภพ

ต่างคนต่างก็วิ่งเข้าหาตำแหน่งของตนเอง จนดูชุลมุนวุ่นวายไปหมด

 

© themy butter
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

19 ความคิดเห็น