ดวงใจยังมีรัก ชะเอิงเอย

ตอนที่ 7 : สมาชิกใหม่ของกลุ่ม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 14
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    24 ก.พ. 58

            มัทราลิกากลับมาบ้านแล้วไม่พูดกับใครเลย รีบวิ่งเข้าห้องนอนแล้วล็อคประตู

มลธิยากรเห็นก็มองแบบไม่เข้าใจในท่าทางของพี่สาว พี่มัทเป็นไรอะแม่

แม่ก็นั่งอยู่กับแก แล้วจะเอาเวลาไหนไปรู้ล่ะมลธิยากรได้แต่ส่ายหัวเบาๆ  คำตอบของแม่ไม่ได้ช่วยให้เธอเข้าใจอะไรขึ้นเลย

 

กล่องไม้นั่นวางอยู่ตรงหน้า เธอยังไม่กล้าพอที่จะเปิดมันออก  ได้แต่มองมันผ่านม่านน้ำตาและเผลอหลับไปในที่สุด


เวลา 18.40 น.

ก๊อกๆๆๆ

พี่มัท แม่ให้มาตามไปกินข้าว

..................

ได้ยินรึเปล่าเนี้ย

..................

ถ้าหิวก็ออกมานะมลธิยากรทำหน้าเซ็งแล้วเดินจากไป

 

มัทราลิกาลืมตื่นขึ้นมาแล้วหันไปจ้องกล่องใบนั้นเหมือนเดิม  เธอลุกขึ้นไปเปิดไฟแล้วกลับมาหยิบมันขึ้นมา ค่อยๆ แง้มฝากล่องออกทีละนิด  ช้าๆ  จนเปิดอ้าในที่สุด

น้ำตาเริ่มคลอเบ้าอีกครั้ง

สิ่งแรกที่เห็นคือรูปเธอสมัย ม.ต้น คงเป็นปีแรกที่เธอเข้าเรียนโรงเรียนนี้  ผมมัทราลิกายังสั้นเต่อ หน้าตายังดูดำคล้ำท่าทางยังดูเป็นเด็กกะโปโล ผมเพ้าดูยุ่งเหยิง เธอไม่เคยสังเกตมาก่อนเลยว่าสมัย ม.ต้น เธอช่างขี้เหร่ได้ขนาดนี้  แต่ก็ยังไปสะกิดต่อมของสมพงษ์ให้สนใจได้

มัทราลิกาเองก็พึ่งนึกได้ว่าสมพงษ์เป็นตากล้องของโรงเรียนตั้งแต่สมัยที่เธอเข้าเรียนที่นี่  เวลามีงานหรือกิจกรรมอะไร ก็จะเห็นเขาเดินถือกล่องตัวใหญ่ๆ ไปมาทั่วงาน สาวๆคนไหนเห็นก็จะแอบกรี๊ดตามเพราะท่าทางเขาดูเท่ห์ไม่เบาเลย ไม่คิดว่าเธอเองก็เป็นส่วนหนึ่งของโฟกัสในกล้อง

เขาลงวันที่ไว้มุมล่างของรูป บ่งบอกว่าผ่านมาเป็นเวลาหลายปี  มัทราลิกาผลิกไปด้านหลังของรูปมีข้อความที่สมพงษ์เขียนไว้   เด็กอะไรกันเนี้ยผมไม่รู้จักหวี แป้งก็ไม่ทา น่าจับโรยแป้งซะจริงๆ  มัทราลิกาสำลักยิ้มออกมาทั้งน้ำตา

รูปต่อมาเป็นรูปที่เธอออกไปรับรางวัลอะไรซักอย่างหน้าหอประชุม นึกไม่ออกว่าเป็นรางวัลของการแข่งขันอะไร  แต่เธอจำได้ว่าเป็นรางวัลแรกที่ถูกประกาศชื่อซึ่งตอนนั้นตื่นเต้นมากๆ คนทั้งโรงเรียนปรบมือเสียงดังเกรียวกราว สมพงษ์เรียกให้เธอมองกล้องแล้วบอกว่า ยิ้มหน่อยสิ เธอก็พยายามยิ้มให้ออกมาดูดีที่สุดเท่าที่จะทำได้

ด้านหลังของรูปนี้   เก่งจริงนะสาวน้อย ยินดีด้วยนะ ชอบรอยยิ้มเธอจัง  เป็นรูปที่มัทราลิกายิ้มเห็นฟันแทบทุกซี่ตาหยีลงเพราะยิ้มอย่างเต็มที่ ฟันขาวเรียงกันเป็นระเบียบสวยงาม เป็นรอยยิ้มที่ดูจริงใจและใสซื่อ นัยน์ตาเปล่งประกาย น่าดึงดูด

ในกล่องยังมีรูปอีกหลายใบ มัทราลิกา หยิบขึ้นมาดูที่ละรูปและตั้งใจอ่านทุกประโยคที่สมพงษ์เขียนไว้จนมาถึงรูปนี้  รูปที่เธอเริ่มเข้าสู่วัยสาวแรกแย้ม ผมยาว รวบผมมัดอย่างเรียบร้อย ใบหน้าและผิวพรรณเริ่มขาวใสเพราะเริ่มรู้จักดูแลตัวเอง รูปนี่เธอกำลังยืนแนะนำตัวอยู่หน้าห้องด้วยใบหน้าสดใส รูปถูกถ่ายในวันเปิดเรียนวันแรกที่เธอมาเรียนสายเมื่อสามเดือนก่อน  ด้านรูปใบนี้เขียนไว้ยาวกว่าใบอื่น

ในที่สุดเราก็ได้เรียนด้วยกันจนได้นะมัทราลิกา ฉันรอเธอมาตั้งนานแหนะ ที่จริงฉันกะจะไม่เรียนตั้งแต่จบ ม.แล้วนะ แต่เป็นเพราะเธอรู้มั๊ยที่ทำให้ฉันอยากมาโรงเรียน ถึงแม้จะยอมตกซ้ำชั้นให้ใครเขามองว่าโง่ ฟังดูบ้าใช่มั๊ยล่ะ แต่ก็ทำไปแล้วนี่...

มัทราลิการีบปาดน้ำตาก่อนที่จะหยดลงรูป  ฉันเป็นสาเหตุให้เธออยากมาโรงเรียนและก็ฉันอีกแหละที่ทำให้เธอไม่อยากมาโรงเรียนอีก  สมพงษ์

 

รูปใบสุดท้ายเป็นสีดำสนิท เธอพยายามจ้องมองให้ลึกลงไปในรูปเผื่อจะเห็นอะไรที่พอจะสื่อความหมายได้บ้าง แต่ก็เห็นเพียงความมืดดำ เธอรีบผลิกไปด้านหลังอ่านข้อความสุดท้ายจากสมพงษ์

เธอคงมองไม่เห็นหรอกว่าฉันกำลังร้องไห้อยู่.. เป็นความรักครั้งแรกที่ฉันต้องเสียน้ำตาให้เพราะมันเจ็บปวดจนกลั่นไม่อยู่จริงๆมัท  ฉันไม่เสียใจนะที่รักเธอมาตลอดเพราะเธอก็ยังเป็นเหมือนเดิม  แต่ฉันอาจต้องการมากไปก็เท่านั้น เธอไม่แตกต่างจากวันแรกๆที่ฉันรู้จัก มันจึงทำให้ฉันยังรักเธอมาจนทุกวันนี้  ฉันอยากอยู่ที่นี่เพราะเธอ แต่ถ้าเธอไม่ต้องการฉันก็จะไป ฉันไม่คิดโกรธเธอเลยนะ อย่าคิดมาก ขอเวลาฉันสักพัก

มัทราลิกาไม่เคยคิดมาก่อนว่าสมพงษ์จะเขียนอะไรได้ลึกซึ้งกินใจเธอมากขนาดนี้ เพราะเขามักจะโดนอาจารย์วิชาภาษาไทยบ่นบ่อยๆ เรื่องการเขียนเรียงความหรือบทความสั้นๆ ว่าเขาช่างไม่รู้จักการเลือกใช้คำเอาซะเลยเรื่องที่เขาเขียนจะไม่ค่อยได้อรรถรส

แต่ทุกคำทุกประโยคที่เขาเขียนให้มัทราลิกาวันนี้  กัดกินใจเข้าไปทุกอารมณ์ความรู้สึกของเธอจนการเสียน้ำตาที่เธอเคยว่ายาก กลายเป็นเรื่องง่ายไปเลย

ด้านล่างของกล่องเป็นสร้อยคอเชือกสีดำ จี้เป็นโลหะสีเงินรูปวงกลมส่งเงาประกายยามต้องกับแสงไฟ  กลางวงกลมเป็นช่องโหว่รูปสามเหลี่ยม มีโน้ตติดเอาไว้ที่สร้อย  เก็บไว้ใส่ตอนคิดถึงกันนะ.. ในฐานะเพื่อนก็ยังดี

มัทราลิกาหยิบสร้อยขึ้นมาด้วยมือที่สั่นเทาแล้วใส่เข้า เพราะสมพงษ์จะเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดและเธอจะคิดถึงตลอดไป  เธอหยิบกระดาษกับดินสอขึ้นมาเขียนอะไรบางอย่าง  อย่างตั้งใจ

 

--วันเสาร์--

ทุกคนออกไปขายของกันหมดแล้ว เหลือมัทราลิกาที่อยู่ทำงานบ้านอย่างเคยแล้วก็ไม่ลืมที่จะเปิดวิทยุฟังเพลงไปด้วย  เธอไม่อยากให้บ้านเงียบเพราะกลัวจะเศร้าใจเรื่องสมพงษ์อีก  และตอนนี้เธอดูสดใสขึ้นกว่าเมื่อวานเยอะเลย

หลังจากซักผ้าและล้างห้องน้ำเสร็จเธอก็มานั่งพักตากลมเย็นๆหลังบ้าน  หยิบกระดาษใบเดิมมาเขียนต่อ และพับอย่างเรียบร้อย ก่อนจะเดินออกไปนอกบ้านคว้ามอเตอร์ไซค์คู่ใจซิ่งออกไปอย่างอารมณ์ดี มือหนึ่งกุมสร้อยที่คอไว้ เธอไม่รู้สึกเศร้าอีกต่อไปเพราะที่ผ่านมาเธอเสียน้ำตาไปเยอะแล้ว  และเธอรู้ดีว่าจากนี้ไป สมพงษ์ต้องได้เริ่มต้นชีวิตใหม่ ด้วยหัวใจที่แข็งแกร่งขึ้นแน่

 

โฮ่งๆๆๆ

หมาบ้านนี้ทำหน้าที่ดีอย่างเคย แม้จะถูกล่ามโซ่ไว้ก็ตาม

มัทราลิการออยู่สักพักน้องชายของสมพงษ์ก็วิ่งออกมาดูว่าใครมา

อ้าวพี่มัทเขาทักแล้วยิ้มอย่างแจ่มใส  “พี่พงษ์ยังไม่กลับมาเลย

ไม่เป็นไร  พัตท์พี่ฝากจดหมายให้สมพงษ์ด้วยนะ ถ้าเขากลับมา”  มัทราลิกายิ้มให้อย่างอ่อนโยนแล้วขึ้นคร่อมมอเตอร์ไซค์ขี่ไปเที่ยวให้สบายใจบ้างในวันหยุด หลังจากมีแต่เรื่องให้ปวดหัวมาทั้งสัปดาห์


--มุมบริการคอมพิวเตอร์ห้องสมุด--

นี่แน่ะ หายหน้าไปซะนานเลยนะมัทราลิกาดีดหูปฐวีอย่างหมั่นเขี้ยวไปหนึ่งที ทำเอาเขามองตาเขียวใส่

เจ็บนะเขาเอามือลูบขึ้นลงที่หู

เพียะ!

โอยยย

มัทราลิกาดีดเข้าให้อีกข้าง ก่อนจะต่อว่า ก็อยากหายไปเอง น่าโมโหคราวนี้ปฐวีไม่ยอมพูดด้วยยังนั่งเล่นเกมในคอมหน้าตาเฉย

ทำขนาดนี้แล้วยังนิ่งอีกหรอมัทราลิกาทำหน้าไม่พอใจแล้วเธอก็เดินสะบัดก้นออกไป

อะไรของเค้านะผู้หญิงคนนี้ วันนี้มาร้ายจังแฮะ  ปฐวีคิดในใจแล้วยังเล่นเกมต่อ

มัทราลิกาวิ่งกลับมาอย่างเร็วแล้วปลายนิ้วเรียวๆก็ดีดเข้าที่ติ่งหูของปฐวีอีกครั้ง นี่แน่ะ!!

พอความเจ็บแล่นผ่านประสาทสัมผัสปฐวีก็หันควับมาทันที นึกว่าไปแล้วซะอีกเขาทำหน้างุนงงว่าวันนี้เธอมาแนวไหน

ก็ไปแล้วแหละ แต่หมั่นไส้เลยกลับมาอีกทีมัทราลิกาทำหน้าบูดใส่เขา แล้วก็เดินจากไป

ปฐวีเอนตัวมองตามอีกครั้งเพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่โดนแกล้งที่เผลออีก  เฮ้อ.. เขาถอนหายใจแล้วยิ้มออกมานิดนึง  บ้าพลังชะมัด

เจอดีเข้าแล้วสินะ”  ตุลย์เจตซึ่งเห็นเหตุการณ์ซักพักตรงเข้ามาทักปฐวีด้วยสีหน้ายิ้มปนความเห็นใจ

เขาคงชอบนายจริงนะเนี้ยไม่งั้นคงไม่เป็นแบบนี้หรอกเขาพูดทิ้งท้ายอย่างแสดงความดีใจก่อนเดินจากไป แต่แววตากลับดูหม่นหมองลงตรงกันข้ามกับประโยคที่เขาพูด

 

หงุดหงิดอะไรอีกล่ะเนี้ยสสิตางค์ที่นั่งอยู่ในห้องเรียนในช่วงพักกลางวันถามอย่างสงสัย เพราะปกติมัทราลิกาจะไม่ค่อยมีทีท่าแบบนี้

ก็แค่หมั่นไส้ใครบางคน

เฮ้ยยย ผู้โชคร้ายคนนั้นใครกันวะสสิตางค์ดูจะตื่นเต้นขึ้นมาเล็กน้อย

ก็.. ไอ้วีน่ะสิ  เดี๋ยวนี้ชอบหลบหน้า  จดหมายเขียนไปก็ไม่ตอบ  ขนาดชั้นไปแกล้งดีดหูตั้งหลายทีก็ยังทำเฉยใส่ แบบนี้มันน่าหงุดหงิดมั๊ยล่ะ”  มัทราลิกาสาธยายออกมาจนหมดจนรู้สึกโล่งไปบ้าง สสิตางค์มองหน้าเพื่อนแบบอึ้งไปสักพักก่อนจะระเบิดเสียงหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง  ทำเอามัทราลิกางงว่าเรื่องที่เธอเล่ามันตลกตรงไหน

นี่...สสิตางค์พยายามปรับน้ำเสียงให้เป็นปกติ

แกเปลี่ยนไปเยอะเลยนะมัท ตั้งแต่แกชอบไอ้วีมาน่ะมัทราลิกามองหน้าเพื่อนแล้วคิดตาม

เมื่อก่อนแกน่ะเป็นคนใจเย็นมากๆ ไม่เคยไปหาเรื่องแกล้งใครแบบนี้เลยนะ ส่วนใหญ่จะเป็นชั้นมากกว่าที่ชอบก่อเรื่องแล้วมีแกคอยห้ามปราม แต่ดูตอนนี้ดิ ชั้นต้องเป็นฝ่ายเรียกสติแกซะแล้วเนี้ยสสิตางค์พูดและบีบไหล่มัทราลิกาเบาๆ ทำให้เธอรู้สึกผ่อนคลาย

ที่ตางค์พูดมาก็ถูก หรือว่าเริ่มโตฮอร์โมนเริ่มปรับตัวฉันเลยเปลี่ยนไปเยอะขนาดนี้ล่ะเนี้ย โอ้ยๆ ไม่นะ ฉันไม่อยากเป็นคนแบบนี้เลย แต่บางที่อารมณ์มันพาไป นายกายด้วยนั่นแหละที่ชอบมายั่วโมโหฉันบ่อยๆ ทำเอาฉันกลายเป็นคนขี้หงุดหงิดไปด้วย   มัทราลิกาเริ่มคิดทบทวนและพาลไปถึงกายนุภพด้วย

มันก็จริงอย่างแกว่า ต่อไปชั้นจะมีสติให้มากกว่าเดิมนะ ยังไงช่วยเตือนชั้นด้วยมัทราลิกายิ้มให้เพื่อนแล้วกอดคอกันกลม โยกตัวไปมาเบาๆ ทำเอาสสิตางค์น้ำตาซึม

 

ช่างเป็นภาพที่น่าประทับใจจริงๆเล๊ย”  กายนุภพยืนกอดอกยิ้ม ไหล่พิงกับขอบประตูหน้าห้องเรียน สองสาวค่อยๆผละออกจากกัน  “ชั้นตามหาตั้งนานแหน่ะเขาว่า

หาทำไม มีอะไรไม่ทราบมัทราลิกาพูดอย่างแดกดัน

ไม่เอาน่า เพื่อนกันทั้งนั้นกายนุภพยกนิ้วชี้ขึ้นแล้วกระดิกไปมาอย่างใจเย็น

มัท ชั้นลืมบอกไปน่ะ ให้กายมาอยู่กับเราด้วยนะสสิตางค์พูดออกมาเพราะเกรงว่ามัทราลิกาจะไม่ยอมหยุด ถึงจะไม่ว่าอะไรแต่มัทราลิกาก็ทำหน้าไม่พอใจอยู่บ้าง

ทำไมนายไม่ไปอยู่กับพวกเด็กผู้ชายล่ะมัทราลิกาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

ก็อยากอยู่กับเด็กผู้หญิงบ้าง เพราะชั้นขี้เกียจไปวิ่งเล่นให้เหนื่อย เหงื่อออกตัวก็เหม็น..

พอๆมัทราลิการรีบท้วงขึ้นก่อนเพราะเหมือนเขาตั้งท่าจะพูดยาว  เขาก็ทำหน้ายิ้มๆ  สสิตางค์เองก็โล่งอกที่ทั้งสองเริ่มปรับหากันได้

แต่ชั้นมีข้อแม้นะสำหรับเธอสองคน”  สสิตางค์เอ่ยขึ้นทำเองคนทั้งสองมองหน้ากันแวบหนึ่งก่อนจะจ้องสสิตางค์เหมือนรอฟัง

ห้ามทะเลาะกัน ห้ามตีกันด้วย เพราะชั้นขี้เกียจห้ามและขี้เกียจฟังสสิตางค์พูดอย่างวางมาดและชายตามองเพื่อนทั้งสอง

จ้าเพื่อนรัก ชั้นไม่ทำแน่นอน ถ้าไม่มีคนหาเรื่องซะก่อนมัทราลิกาจ้องหน้ากายนุภพเขม็ง  เขาเองก็ทำสีหน้าท้าทาย

ชั้นจะเชื่อพวกแกได้มั๊ยเนี้ย ดูทำท่าเข้าสิสสิตางค์ว่าแบบยิ้มๆ

© themy butter

19 ความคิดเห็น