ตอนที่ 17 : destinesia ๑๕ - anagapesis

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 916
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 155 ครั้ง
    26 เม.ย. 62

Icons made by Freepik from www.flaticon.com is licensed by CC 3.0 BY





15 - anagapesis

(n.) the feeling of not loving someone or something once loved.














รอบข้างของเขานั้นมืดมิดแต่เขาสามารถมองเห็นตัวเองได้อย่างชัดเจน ล่าสุดจำได้ว่าตัวเองกำลังนั่งแกะจดหมายอ่านกับมุคุโร่ สิ่งเดียวที่คิดได้คือน่าจะเผลอหลับไปทั้งๆ อย่างนั้น และตอนนี้คงไม่สามารถตัดสินใจตื่นขึ้นได้ง่ายๆ

ประตูบานหนึ่งอยู่เยื่องไปทางขวา แขวนป้ายชื่อเอาไว้ว่า ‘ซาซางาวะ เรียวเฮ’ สึนะรู้ได้ในทันทีว่าเขาหลุดเข้ามาอยู่ในห้วงแห่งความฝันของใครคนนึงเข้าให้แล้ว

เสียงฝีเท้าดังก้องใกล้เข้ามาทั้งที่มองไม่ให้พื้น ผู้หญิงคนหนึ่งที่อยู่ห่างออกไปขยับเข้ามาใกล้ให้เห็นชัดแม้ว่าเขาจะรู้อยู่แล้วว่าเป็นใคร ผู้พิทักษ์สายหมอกผู้ใช้มายาที่เก่งกาจที่สุดในยุคของวองโกเล่รุ่นที่ 10

โคลม โดคุโร่

“บอส..”

ในห้วงแห่งความฝันเขาไม่สามารถปิดบังตัวจริงได้ สึนะถอนหายใจ ครุ่นคิดหาทางออกอยู่ในหัว

“สำหรับคุณแล้ว ผมยังเป็นบอสอยู่หรอครับ”

คำว่าบอสที่ออกมาจากปาก สึนะรู้สึกอาลัยเพียงชั่ววินาที

“หรือนั่น.. แค่คำพูดติดปาก”

การอยู่คนเดียวในความมืดไม่ได้ทำให้สึนะรู้สึกกลัวอีกต่อไปแล้ว เขายิ้ม ไม่ว่าคืนนี้จะมีเรื่องอะไรเกิดขึ้น มันก็คงไม่แย่ไปกว่าเดิมแล้ว แต่ถ้ามันยังแย่ได้อีก เอาเป็นว่าเขารับไหว

โคลมมีสีหน้าสับสนกับคำถาม เธอมองมาที่สึนะก่อนจะหลบตา มองต่ำลงพื้นที่ดำมืด

“ไม่ต้องตอบก็ได้ครับ ผมว่ามันชัดเจนอยู่แล้ว”

ความเป็นบอสของสึนะนั้นจบลงตั้งแต่ที่เธอตัดสินใจยืนอยู่คนละฝั่ง จนถึงตอนนี้ ยังหาคำตอบให้ตัวเองไม่ได้ว่าทำอะไรผิดพลาดไปตรงไหน

“ดูๆ แล้วผมก็ยังไม่ได้ตายจากคุณไปสักทีเดียว”

เด็กสาวธรรมดาจากครอบครัวธรรมดาผู้ที่ครั้งหนึ่งเคยถูกมุคุโร่ช่วยชีวิตไว้และเดินหน้าเข้าสู่วงการมาเฟีย เธอต่อสู้ เธอเอาชีวิตรอด หรือเพียงแค่ว่าเธอสนิทกับซาซางาวะ เคียวโกะมากเสียจนอยากจะช่วยเพื่อนทั้งที่รู้ว่าคนที่เธอเทิดทูนไม่มีทางเห็นด้วย

“บอกผมหน่อยได้ไหมครับว่าทำไมคุณถึงต้องฆ่าผม”

การอยู่กับฝ่ายนั้น ไม่ว่าจะช่วงเวลาไหนของแผนการถือว่าเห็นด้วยและมีส่วนร่วมในการตายของสึนะ

เหตุผลของโคลมมันต่างออกไปจากที่คิด

“ฉันอยากจะเอาชนะคุณค่ะ”

อย่างน้อยเธอก็มั่นใจในคำตอบที่ตอบมา ถ้าหากเธอลังเลสักนิดเขาจะรู้สึกโกรธมากๆ

โคลมมองไปที่สึนะ รอว่าเขาจะพูดอะไรตอบโต้มา กึ่งเชื่อกึ่งไม่เชื่อว่าที่เห็นตรงหน้าเป็นเพียงแค่ภาพในจิตใต้สำนึกของตัวเธอเอง

“ฉันอยากอยู่ในสายตาของเขาบ้าง.. และมันคงจะดีขึ้น ถ้าไม่มีบอสอยู่แล้ว”

สึนะรู้ดีว่า ‘เขา’ ที่เธอว่านั้นหมายถึงใคร สำหรับคนที่ถูกครอบครัวทอดทิ้งให้ตาย สูญเสียตาขวา มุคุโร่เป็นเพียงคนเดียวที่เห็นคุณค่าของเธอ เป็นทุกสิ่งทุกอย่างสำหรับโคลมมานับตั้งแต่นั้นและหวังว่าตัวเองจะเป็นพลังให้กับอีกฝ่ายได้ ไม่ว่าเมื่อใดที่เธอตกอยู่ในอันตราย เขาจะคอยช่วยเหลือเธอเสมอ เธอจึงมองแต่เขาเสมอมา

ทว่าในสายตาคู่นั้นกลับไม่ได้มองเธออยู่เลย MM เตือนแล้ว แต่เพราะคิดว่านั่นมาจากความอิจฉาเธอจึงไม่ฟัง

แม้จะรู้สึกเหมือนเป็นคนสำคัญ แต่โคลมไม่เหมือนกับเคนกับจิคุสะที่ได้รับความไว้วางใจ ไม่เหมือนกับฟรานที่สามารถเรียกมุคุโร่ว่าอาจารย์ได้อย่างเต็มปาก แล้วเมื่อเขาได้ร่างของตนคืน เธอก็กลายเป็นแค่คนคนหนึ่ง ไม่ได้มีความสำคัญอะไรแล้ว เธอต้องดิ้นรน

“งั้นหลังจากที่ผมตายแล้ว เป้าหมายของคุณลุล่วงไหมครับ มันประสบผลสำเร็จอย่างที่คุณอยากให้มันเป็นรึเปล่า”

ซาวาดะ สึนะโยชิ บอสรุ่นที่ 10 ของวองโกเล่เป็นที่ยอมรับไปทั้งวงการว่ายากที่จะต่อกร โคลมจึงฝึกฝนตัวเองให้เก่งกาจขึ้นเพื่อหน้าที่ของการเป็นผู้พิทักษ์และเมื่อให้เขายอมรับอยู่ในความสนใจ ด้วยความพยายามอย่างไม่ย่อท้อ ไม่นานนักก็ได้ชื่อว่าเป็นผู้ใช้มายาหญิงที่มีความสามารถมากที่สุดในโลกมาเฟีย และในที่สุดเธอก็ได้รับคำชมจากมุคุโร่

‘เก่งมากนางิ’

หัวใจพองโต

แต่อะไรก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปเลย

“ไม่เลยค่ะ”

เพราะไม่ใช่แค่ความเก่งกาจเท่านั้นที่ทำให้มุคุโร่ยึดติดอยู่กับสึนะ เธอยังขาดอีกปัจจัย และไม่มีวันได้รับแม้ว่าบอสจะไม่ได้อยู่บนโลกใบนี้แล้วก็ตาม ..นั่นก็คือความรัก

“ถามตัวเองนะครับโคลม คุณทำไปเพราะความรักที่มีต่อเขา หรือเพราะความเกลียดชังที่มีต่อผม”

สึนะผู้ที่ตลอดมาศรัทธาในความรัก ความเชื่อใจ ศรัทธาว่ามันสวยงามและไม่เคยทำร้ายใคร ตัวเขาที่ห้อมล้อมไปด้วยสิ่งเหล่านั้นไม่ได้คิดเลยว่าวันหนึ่งจะกลายเป็นสิ่งที่ฆ่าตัวเองลง

“แทนที่จะได้ความรักนั้นมา คุณกลับทำในสิ่งที่จะทำให้เขาเกลียดแค้นคุณ หรือนั่นเป็นทางเลือกที่คุณเลือกเพื่อทำให้ได้อยู่ในสายตา เพื่อให้ได้อยู่ในความคิดของเขา นั่นใช่ความรักที่คุณปรารถนาหรอครับ”

“บอส.. ฉันขอโทษค่ะ..”

“ผมตายไปแล้วครับ โคลม”

ทำให้เธอคิดว่าเขาเป็นเพียงภาพตกค้างในความทรงจำ เป็นเพียงแค่อีกหนึ่งความฝันที่เมื่อเธอตื่นแล้วอาจจะลืมมันไป

“และการขอโทษคนตายก็ไม่ต่างกับการขอโทษกับก้อนอิฐ”

เป็นช่วงเวลาพอดีที่ตัวของสึนะค่อยๆ เลือนหายไปจากตรงนั้น

“คิดทบทวนดูดีๆ นะครับว่าอะไรกันแน่ที่คุณควรทำ”

ผายมือไปที่ประตูเดียวที่มีอยู่

“หวังว่าคุณจะกรุณาทำตามคำสั่งของผมเป็นครั้งสุดท้าย”





นัยน์ตาสองสีคือสิ่งแรกที่เขาเห็นหลังจากลืมตาตื่นขึ้นมาอีกครั้งและเป็นสิ่งยืนยันว่าเขาได้กลับสู่ความเป็นจริงแล้ว ที่นี่คือห้องนอนของเขา

“คุณหลับลงไปลึกมาก ผมตามหาคุณไม่เจอ”

มุคุโร่คลายสีหน้ากังวลเมื่อเห็นสึนะตื่นขึ้นมา

“ผมล่องลอยไปไกลเลยทีเดียว..” เขาลุกขึ้นนั่งบิดขี้เกียจ มองไปที่นาฬิกา เวลาเข้าใกล้ตีสามแล้ว หลับไปได้สักพักใหญ่ “ลึกเข้าไปถึงก้นบึ้งของจิตใจมนุษย์”

ด้วยปัจจัยหลายอย่าง ทั้งความรู้สึกที่โคลมมีต่อมุคุโร่ ต่อยอดมาถึงตัวเขาและหน้าที่ในการผนึกสติของเรียวเฮซึ่งอยู่ห่างไปเพียงไม่กี่ห้อง ความเชื่อมโยงหลายอย่างนำพาสึนะไปปรากฏตัวตรงนั้นโดยไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ

ไหนจะโกคุเดระ ไหนจะโคลม ถ้าว่ากันตามตรงแล้วเขาเองก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้เกิดเรื่องราวพวกนี้ขึ้นมา รุ่นที่เก้าคงภูมิใจแย่ที่เลือกฝากอนาคตของวองโกเล่ไว้ที่ตัวเขาที่แค่ควบคุมคนในการควบคุมของตัวเองยังไม่ได้ จุดบกพร่องที่เขามองฟามาตลอดแท้จริงแล้วมีขนาดใหญ่เสียจนขำไม่ออก

เขาทำผิดพลาดอีกแล้ว

ยังไงก็เป็นแค่ไอ่ห่วยอยู่วันยังค่ำ เหมือนเป็นคนที่หลอกตัวเองว่าเติบโตขึ้นคนใหม่ได้แล้ว แต่ท้ายที่สุดก็พบว่าไม่ได้มีอะไรที่เปลี่ยนแปลงไป

เมื่อหลับตาพยายามจัดการกับอารมณ์ แม้แต่น้ำตาก็ทำงานสวนกับความต้องการของตัวเองที่คิดว่าเข้มแข็งขึ้นแล้วไม่ได้ห่างไกลจากคนเดิม มุคุโร่ไม่เคยรับมือกับน้ำตาของสึนะ แต่หัวใจของเขาถูกบิดอย่างรุนแรงในทุกๆ หยดที่น้ำตานั้นร่วงจากแก้มขาว จึงคว้าคนตรงหน้าให้มาอยู่ในอ้อมกอด

ในเวลาแบบนี้มุคุโร่เกลียดตัวเองเหลือเกินที่ไม่สามารถนึกคำพูดปลอบดีๆ ได้ ขณะที่แม้ยามเสียใจ สึนะยังสามารถพูดอะไรที่ทำให้เขารู้สึกดี

“ผมเคยบอกคุณไหม ว่าผมดีใจมากที่คุณยังอยู่กับผม”

เกี่ยวผมยาวๆ ของร่างที่สูงกว่าเล่นในมือ ได้กลิ่นสบู่จางๆ ที่ปลายจมูก

“ผมเคยถามตัวเองอยู่ตลอด ว่าทำไมถึงไม่ตายไปจริงๆ ซะตั้งแต่วันนั้น” นึกภาพตัวเองซึ่งทำได้แค่นอนนิ่งอยู่บนเตียงในห้องพยาบาล โลกทั้งใบพังทลาย จมอยู่กับความเสียใจ ร้องไห้ไม่หยุดจนรีบอร์นเลิกห้ามแล้วเปลี่ยนมาบอกให้เขาร้องไห้ไปจนกว่าจะพอใจ

”แต่ตอนนี้ผมรู้สึกดีใจที่ตัวเองยังมีชีวิตอยู่”

“ผมก็ดีใจเหลือเกินที่คุณยังมีชีวิตอยู่”

ปาดน้ำตาออกอย่างเบามือ ลูบหลังเพื่อปลอบโยนก่อนผละออก จูบลงบนหน้าผากมน มองใบหน้าของสึนะที่เขารู้จักมาตลอดหลายปี

ช่างสำคัญต่อเขาเหลือเกิน..


มุคุโร่พลันขมวดคิ้วเมื่อสัมผัสได้ถึงบางอย่างที่เปลี่ยนไป มองไปยังผนังห้องซึ่งเชื่อมกับตึกถัดไปก่อนหันกลับมาถาม

"ผนึกของเขาคลายแล้ว คุณไปเจอกับนางิมาหรอครับ"

"ครับ .. แต่เธอไม่ใช่คนพาผมไป"

"งั้นใครพาคุณไป"

"ผมไม่รู้ครับ อาจจะเป็นปรากฏการณ์อย่างหนึ่ง"

สึนะไม่แสดงความกังวล มุคุโร่เป็นผู้ใช้มายามาตั้งแต่จำความได้ แต่ไม่เคยได้ยินเรื่องแบบประมาณนี้มาก่อน ถ้ามันเป็นแค่ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นเองก็ดีไป แต่ถ้าไม่ น่ากลัวว่ากำลังต้องเผชิญกับผู้ใช้มายาที่เก่งกาจเกินกว่าความสามารถของเขาที่ระมัดระวังเรื่องนี้อยู่เสมอ

"ผมแยกจดหมายให้หมดแล้ว คุณนอนพักต่อเถอะครับ"

เจ้าของชื่อพยักหน้า รู้สึกง่วงอีกครั้งแล้วเหมือนกัน

"ผมสัญญาว่าจะไม่ให้อะไรมาพาคุณไปอีกแล้ว"

เขาไม่อาจให้อภัยตัวเองที่ปล่อยให้มันเกิดขึ้น คนที่ผ่านนรกทั้งหกขุมมาหมดแล้วยังต้องยอมรับว่านั่นคือความกลัว  กลัวว่าสึนะจะอยู่ไกลเกินกว่าที่เขาจะช่วยเหลือได้ หวาดกลัวว่าเขาจะสูญเสียอีกฝ่ายไปอีกครั้ง

"คุณเองก็อย่านอนดึกมากนะครับ มันเสียสุขภาพ"

"ครับ สึนะโยชิ"

ห่มผ้าห่มให้เรียบร้อย เฝ้ารอจนกว่าสึนะจะหลับลงไปอย่างปลอดภัย






ผู้ครอบครองไฟแห่งนภาไม่ได้รับผลของเพนัมบรา ตอนนี้พวกเขาสรุปได้แบบนั้น ในเมื่อดีโน่เองก็ไม่ได้ผลจากมันเหมือนกัน ไม่เหมือนในกรณีของรีบอร์น หรือมุคุโร่ เพราะบอสแห่งคาบัคโรเน่ไม่ได้รู้สึกถึงสัมผัสของการคุกคามทางด้านจิตใจเลยหลังจากที่ได้เผชิญกับมัน

ชีวิตหลายเดือนผ่านมาอย่างยากลำบาก ท่ามกลางลูกน้องที่กลายเป็นพวกของคนอื่นไม่เว้นแต่โรมาริโอ้ เขาต้องไหลตามน้ำ แกล้งทำเหมือนโดนควบคุม คิดอย่างหนักในการให้เหตุผลเพื่อหลีกเลี่ยงการเอาแฟมิลี่ไปพัวพันกับเรื่องที่อาจก่อให้เกิดผลร้ายกลับมาได้ในภายหลัง

"คงใช้เวลาอีกสักพักกว่าเขาจะตื่น มันขึ้นอยู่กับจิตใจของเขาด้วย"

มุคุโร่ว่า หลังจากที่สึนะถาม ผนึกของโคลมที่กักขังเรียวเฮถูกคลายออกไปตั้งแต่เมื่อคืน ตอนแรกคิดว่าคงฟื้นขึ้นมาในตอนเช้า แต่ก็ต้องผิดหวัง

"ทำได้แค่รอสินะ"

แม้เวลาจะไม่ค่อยท่า แต่สิ่งที่ต้องรอเขาก็ต้องรอ

สึนะจิบชาอย่างผ่อนคลายบนเบาะรองนั่งหน้าโคทัตสึ มีเอ็นซิโอ้อยู่บนตัก เลออนบนไหล่ซ้าย ข้างซ้ายเป็นรีบอร์น ข้างขวาคือมุคุโร่ ภายในห้องรับรองหนึ่งในหลายๆ ห้องในคฤหาสน์ห้องนี้ถูกจัดแบบญี่ปุ่น บอสแห่งคาบัคโรเน่คงซึมซับไปมากทีเดียวขณะที่เคยไปใช้ชีวิตชั่วคราวที่นั่น

ด้วยคำแนะนำของรีบอร์นที่ให้ไว้กับดีโน่ในงานเลี้ยงครั้งนั้นคาบัคโรเน่จึงกลับมาอยู่ได้อย่างปกติ เมื่อนั้นรีบอร์นถึงยอมเอ่ยปากบอก ว่าสึนะยังมีชีวิตอยู่ ศิษย์น้องแสนน่ารักของเขายังมีชีวิตอยู่

พวกเขานั่งคุยกันมาร่วมหลายชั่วโมงแล้วเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูล ถึงส่วนใหญ่จะเป็นฝ่ายสึนะที่ให้ข้อมูลก็ตาม

“ผู้หญิงคนนั้น รู้อะไรเพิ่มขึ้นบ้างไหม”

“เธอเกี่ยวข้องกับซุนยาเร่แฟมิลี่ ญาติ ลูกสาวหรืออะไรก็ตามแต่ของนักวิจัยที่อยู่ที่นั่น” รีบอร์นเริ่มพูด “เหมือนกับยามาโมโตะ ทั้งสองโตมาที่นั่น เป็นเพื่อนสมัยเด็กของกันและกัน”

“แล้วมันเกี่ยวกับวองโกเล่ยังไง” ดีโน่พอรู้เรื่องนี้มาบ้างคร่าวๆ แต่ยุ่งอยู่กับการทำลายเพนัมบราและจัดแจงความเรียบร้อยของแฟมิลี่ ไม่มีเวลาปลีกตัวไปหาข่าวสารอื่น

“นายรู้ใช่ไหมว่าซุนยาเร่สลายไปเมื่อปีก่อนจากเหตุเพลิงไหม้”

“รู้ แต่ถ้าจะบอกว่ามันเป็นฝีมือของวองโกเล่ สึนะต้องรู้เห็นเป็นใจ ซึ่งนั่นเป็นไปไม่ได้”

บอสรุ่นที่ 10 ของวองโกเล่ ถือคติไม่หาเรื่องใครก่อน

“เรื่องมันเกิดขึ้นก่อนหน้านั้น”

“รุ่นเก้า?”

“น่าจะตั้งแต่รุ่นที่แปด”

“แต่เขาน่าจะรู้อะไรบ้าง”

“ถึงจะรู้เขาก็คงไม่สามารถตอบอะไรเราได้” แม้จะน่าโมโหแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ ทุกอย่างไม่ได้เข้าข้างพวกเขาเสมอไป “ทิโมเทโอป่วยเป็นโรคอัลไซเมอร์มาได้สักพักใหญ่ๆ แล้ว”

ความเสื่อมถอยของการทำงานหรือโครงสร้างของเนื้อเยื่อของสมอง ทิโมเทโอเลอะเลือนเริ่มดูแลตัวเองไม่ได้แล้ว ตอนนี้ไม่ได้อาศัยอยู่ที่อิตาลี

สาวมาถึงได้แค่นี้เท่านั้น ไม่ได้ช่วยให้อะไรกระจ่างขึ้น แต่ความแค้นย่อมเกิดขึ้นเมื่อเป็นผู้ถูกกระทำ ณ สักเวลาไหนในอดีต แน่นอนว่าต้องเกิดเรื่องร้ายขึ้นจนทำให้ทุกอย่างมาตกอยู่ที่เขา และคงไม่ใช้แค่เรื่องเข้าใจผิดอย่างในกรณีของชิม่อนแฟมิลี่ แม้ไม่ได้เป็นผู้ที่มีสายตาที่มองคนทะลุปรุโปร่งอย่างรุ่นที่ 9 สึนะว่าตนเองเป็นผู้มีลางสังหรณ์แม่นยำคนหนึ่ง

ดีโน่คิดว่าการรอเรียวเฮฟื้นจะทำให้เสียเวลาโดยเปล่าประโยชน์

“การรอเขาฟื้นคงทำให้รู้อะไรบ้าง แต่ถ้ามันนานเกินไป ผมคิดว่าเรื่องเหตุผลเอาไว้ทีหลังได้”

สึนะในฐานะผู้ถูกกระทำเป็นคนที่อยากรู้เหตุผลมากที่สุด แต่ทุกครั้งที่พยายามหาความจริงเขามักพบกับทางตันเสมอ จนรู้สึกว่าการพังกำแพงทิ้งไปซะดูเข้าท่ากว่า บุกไปที่ปราสาทวองโกเล่เสียตอนนี้เลยมันจะยากอะไร

“อยากให้ทำอะไรก็บอกมาได้เลยนะ”

สึนะยิ้ม รินชาเติมลงแก้วของตน ยกขึ้นจิบหนึ่งครั้ง

“จะว่าไปโบวีโน่จ้างพวกผมให้ไปสังหารบอสวองโกเล่รุ่นสิบเอ็ดด้วยเหมือนกัน” มันตีความได้ทั้งโบวีโน่อยู่คนละฝั่งกับวองโกเล่ หรือเป็นแผนล่อลวงเขาให้ติดกับ แรมโบ้ยังอยู่กับเธอคนนั้น แม้เป็นผู้พิทักษ์อัสนีแต่ยังมีความสัมพันธุ์กับแฟมิลี่เดิมอยู่ ไม่ได้ตัดขาดจากกัน ไม่แน่ว่าอาจจะกำลังปูทางให้ตัวเองขึ้นเป็นใหญ่อยู่

“โบวีโน่หรอ เดี๋ยวสืบให้”

สึนะส่ายหน้า

“อย่าจริงจังกับมันมากเเลยครับ ถ้าไขว้เขวมากๆ สุดท้ายแล้วเราอาจลืมเป้าหมายที่แท้จริงไป”


เสียงเคาะประตูดังขึ้นก่อนที่โรมาริโอ้จะเข้ามาในห้อง เขามองดีโน่และสึนะ มีสีหน้าลังเลเล็กน้อยที่จะพูดขึ้นว่า

“บอส มีคนมาขอพบครับ”

ดีโน่เลิกคิ้ว คลานออกจากโคทัตสึมานั่งข้างนอกดีๆ ใครจะอยากมาพบเขาในสถานการณ์แบบนี้กัน

“ใคร”

“เอ่อ.. โกคุเดระ ฮายาโตะครับ”

ทุกคนหันไปทางสึนะโดยอัตโนมัติ แต่เจ้าตัวยังสงบนิ่งอยู่กับชาเขียวและเหล่าสัตว์เลี้ยงที่น่ารัก คิดถึงนัตสึของตัวเองอยู่ไม่น้อย

“รอให้ผมตัดสินใจอยู่หรอครับ”

สึนะวางแก้วลงบนโต๊ะ ถามเจ้าของคฤหาสน์ เห็นว่าดีโน่ต้องการความเห็นของเขาในเรื่องนี้แน่ๆ

“พูดตามตรงแล้วผมไม่อยากเจอเขาหรอกครับ”

หากบอกว่าไม่ได้รู้สึกอะไรด้วยแล้วคงเป็นคำพูดที่หลอกตัวเองมากเกินไป หากได้เผชิญหน้ากันแล้วจะเกิดอะไรขึ้นบ้างเขาพอเดาได้ สึนะไม่อยากได้ยินคำขอโทษ ไม่อยากให้โอกาสครั้งที่สิบที่ล้านจับคนที่เอาแต่ทำผิดซ้ำซากและไม่เคยคิดจะฟังเขา ความโกรธ เศร้า และผิดหวัง หลอมรวมกันเป็นกลุ่มก้อนเดียวกัน

“แต่ผมก็อยากรู้เหมือนกันว่าคนอย่างเขาจะทำอะไรต่อไปเพื่อชดใช้ความผิด”

คนที่เกลียดการขอความช่วยเหลือจากคนอื่นมาถึงที่นี่เพื่อสิ่งนั้น ช่วงระยะเวลาที่โดนซาซางาวะ เคียวโกะบังคับใช้งาน จิ๊กซอว์ที่หายไปอาจเพิ่มทางเดินในเขาวงกตไม่ทางก็สองทาง คนอย่างโกคุเดระ ถ้าในระหว่างนั้นไม่ได้สนใจจะหาข้อมูลความจริงอะไรเลย ในฐานะอดีตบอส เขารู้สึกผิดหวังมากๆ

สึนะใช้อิลลูซอรีเปลี่ยนรูปลักษณ์ของตัวเองให้เป็นเซวาดิช มุคุโร่จึงเปลี่ยนเป็นเนลโล่ตามบ้าง


“เปลี่ยนห้องรับรองดีไหมครับ”




โรมาริโอ้ไม่ได้บอกกับโกคุเดระว่าดีโน่กำลังพูดคุยกับแขกคนอื่นอยู่ และกว่าเขาจะรู้ว่าในห้องนั้นมีใครบ้างที่รออยู่มันก็สายไปเสียแล้ว

“นั่งสิเฮอริเคนบอมบ์”

เจ้าบ้านบอก ชี้ไปที่โซฟาเดี่ยวตัวหนึ่งซึ่งเป็นที่นั่งเดียวที่เหลืออยู่ เป็นห้องรับรองที่ใช้ทั่วไปขนาดไม่กว้างมาก

โกคุเดระนั่งลงตามที่บอก บรรยากาศทั้งเงียบทั้งอึดอัด ผู้มาใหม่ไม่เอ่ยปากพูดถึงธุระ ผู้อยู่ก่อนเองก็ไม่มีท่าทีจะสนใจ รีบอร์นมองออกไปนอกหน้าต่าง เซวาดิชพิงเบาะพนักพิงพักสายตา ส่วนเนลโล่นั่งนิ่งเพียงเท่านั้น

โกคุเดระไม่แปลกใจที่รีบอร์นจะมาหาดีโน่ เนลโล่เองเขาเคยเจอและรู้ว่าเป็นพวกเดียวกับนักฆ่า ส่วนคนที่นั่งระหว่างกลางของทั้งสองเขาไม่เคยเห็นที่ไหน

เหมือนฝ่ายถูกจ้องจะรู้สึกตัวว่าโดนจ้อง เซวาดิชลืมตาขึ้นมามองนัยน์ตาเขียวนั้นกลับ แย้มยิ้ม แต่สายตาไม่เป็นมิตร

“มองผมทำไมหรอครับ”

รอยยิ้มแสยะนั้นเขาเคยเห็น ยิ่งถ้ามากับรีบอร์นแล้วเขายิ่งมั่นใจ

“บีเทรย์..”


“มีอะไรก็พูดเถอะครับ คนกันเองทั้งนั้น”


โกคุเดระไม่ได้รู้สึกถึงความกันเองอะไรอย่างที่ว่าเลย..


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 155 ครั้ง

394 ความคิดเห็น

  1. #378 บุษกร อ่อนดี (@2noey6) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 30 เมษายน 2562 / 13:08
    ยังรออยู่เสมอนะจ้ะ
    #378
    0
  2. #377 rennerOOI (@ningniell) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 29 เมษายน 2562 / 21:15

    ไหนน น้องโกคุจะทำอะไรคะ แต่สงสัยยามาโมโตะที่สุดแล้ว คิดจะทำอะไรกันแน่ บ้าเอ๊ย แล้วแรมโบ้เป็นยังไงบ้าง
    #377
    0
  3. #376 KaitoPO (@KaitoPO) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 28 เมษายน 2562 / 21:08

    แง~นึกว่าจะไม่ต่อแล้ว ขอบคุณที่กลับมานะคะ
    #376
    0
  4. #374 วดี คนรักการ์ตูน (@25386) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 26 เมษายน 2562 / 22:40
    มาแล้ววดีใจมากค่ะ
    #374
    0
  5. #373 หงษ์ปีกราตรี (@lovelytsuna) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 26 เมษายน 2562 / 12:14
    แก้วที่แตกไปแล้ว จะประสานยาก ยิ่งแก้วที่แนบแน่น พอแตกสลายก็ยากกลับคืน

    คนที่อยู่ข้างซือคุง อย่าเพิ่งทิ้งไปนะ
    #373
    0
  6. #372 KM_L7 `CB (@ploylyak) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 26 เมษายน 2562 / 11:36
    อหหห. คิดถึงงงงง อ่านไปก็เศร้าไป ฮืออออ แบบบบ สงสารน้องงงง ยังดีที่มีคนอยู่กับน้องอยู่ ฮือออออออ ใจคนเปนแม่รู้สึกเศร้า อยากกอดยิ่งนักกก
    #372
    0
  7. #371 GranaJ (@foxandwolf) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 26 เมษายน 2562 / 10:26
    ห่างหายกันไปนานเลยกับเรื่องนี้ ย้อนอ่านเป็นร้อยๆรอบแล้วค่ะ แงงงง ขอบคุณที่มาต่อนะคะ
    #371
    0
  8. #370 hoshijung (@fatin-creammy) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 26 เมษายน 2562 / 10:02
    คิดถึงไรท์มากกกกกก
    #370
    0
  9. #369 O-Ni-I (@p-meaw) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 26 เมษายน 2562 / 09:33
    ภาษาสวยมากเลยค่า ฮือ กราบ// อยากให้โกคุโดนสึนะตั้นหน้าอยู่เหมือนกันนะคะเนี่ย555
    #369
    0
  10. #368 กอลลิล่าแพนแพน (@023456678) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 26 เมษายน 2562 / 07:18
    คิดถึงงงงงงง อ่านไปก็บีบหัวใจไป ฮืออ สึนะเสียความรู้สึกไปเยอะมากจริงๆ สึนะเหมือนพังไปแล้วอ่ะ 55555 ขอบคุณทั้งมุคุโร่และรีบอร์นเลย ขอบคุณที่ยังอยู่กับน้อง ฮืออ
    #368
    0
  11. #367 hyun_park22 (@hyun_park22) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 26 เมษายน 2562 / 07:06
    โละผู้พิทักษ์ทิ้งเลยได้มะ //โละยกแผง
    #367
    0
  12. #366 lucida2 (@lucida) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 26 เมษายน 2562 / 06:15
    มาแล้วอ่าาา​ โอ่ยดีใจ​ รู้สึกดีแบบสุดๆ
    #366
    0
  13. #365 โคมวิเศษ (@nali-rabanos) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 26 เมษายน 2562 / 03:50
    กรี๊ซซ อัพแล้วๆๆ
    สงสารสึนะจังค่ะ สึนะเหมือนแก้วที่แตกไปแล้ว ตอนนี้ทุกคนกับช่วยกันค่อทีละชิ้นๆอย่างระมัดระวัง เราโคตรกลัวเลยจริงๆนะ ว่าอ่านไปๆไรท์จะทุบแก้วถึงอีก ฮือออ อ่านไปใจก็ตุบๆตอมๆไปเลยค่ะ
    ปล.ถ้าอัพเร็วกว่านี้อีกนิดจะดีมากเลยค่ะ /โป้งชี้ก้อย
    #365
    0
  14. #364 Garin_JR (@junioreexo) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 26 เมษายน 2562 / 03:47

    ไรท์!!

    คิดถึงงง
    #364
    0