ตอนที่ 3 : destinesia ๐๒ - familiar one

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3522
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 121 ครั้ง
    9 ก.ค. 59


Pixiv.Id.2546651.full.1953466-3ffff.png





“เดี๋ยวก่อนสิ เดี๋ยว!” เสียงที่ทั้งลนลานและดังนั่นทำให้ร่างซึ่งถือปืนติดกระบอกเก็บเสียงอยู่ชะงัก ภายในคฤหาสน์หลังโตที่มากด้วยเหล่าคนใช้ แต่น่าเสียดายที่ไม่มีแม้สักคนรับรู้ถึงชะตากรรมของผู้เป็นนายในตอนนี้เลย

มืออีกข้างที่วางอยู่ของผู้บุกรุกยกนิ้วชี้แตะที่ริมฝีปากตนเป็นเชิงบอกให้เงียบซะ

“ใครจ้างแกมา มันจ้างแกเท่าไหร่ ฉันให้มากกว่านั้นสิบเท่าเลย” มันคล้ายคำตะคอกแต่เสียงที่ใช้เบาลงอย่างน่าพอใจ

“โทษทีนะครับ แต่ผมไม่รับงานซ้อนซะด้วยสิ” ถึงจะยียวนแต่ก็ไม่ได้พูดเล่น การจะยิงปืนนัดนึงมันง่ายและรวดเร็วกว่าการต่อรองเป็นไหนๆ

“ยี่สิบเท่าเลยเอ้า! พวกแกมันก็แค่นักฆ่าที่ทำงานเพื่อเงิน เห็นแก่เงินไม่ใช่รึไง หึ”

ใบหน้าภายใต้หน้ากากคานิวัลสีขาวครึ่งเสี้ยวบนนั้นไม่สามารถบงบอกอารมณ์ได้ชัดเจนนักแต่มันมีความเบื่อหน่ายจนรู้สึกได้ ชายเจ้าของคฤหาสน์มองซ้ายมองขวาหาทางหนีทีไล่หรืออาวุธจะนำมาโต้ตอบ ฝ่ายนักฆ่ายังใจเย็นปล่อยให้เขาจมอยู่กับความลนลานต่อไป

“มีอะไรจะพูดอะไรพูดอีกไหม ใกล้ถึงเวลาทานยาของผมแล้วซะด้วยสิ” ไม่พูดเปล่า เขายกนาฬิกาที่ข้อมือซ้ายขึ้นมาดู เล็งปืนสุดแขนไม่ให้อีกฝ่ายเล่นตุกติกในขณะที่กำลังขมขู่ “ไม่มีอะไรจะสั่งเสียแล้วเนอะ?”

นักฆ่าแย้มยิ้มส่งท้าย ลั่นไกปืนทันทีเพื่อไม่ให้เสียเวลา ใบหน้าของชายคนนั้นบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด ล้มตึงไปกับพื้นไม่มีโอกาสได้ร้องขอความช่วยเหลือสัดคำเดียว เลือดสดไหลอาบพรมย้อมเป็นสีเข้ม

นักฆ่าเก็บปืนกลับเข้าซองก่อนเดินไปตรวจสอบว่าเป้าหมายตายสนิทแล้วจึงค่อยยกหูโทรศัพท์ตั้งโต๊ะอย่างถือวิสาสะมากดเลขโทรออก สางผมสีบลอนด์ทองของตัวเองที่มัดรวบต่ำไว้อย่างรำคาญใจเล็กน้อย

“นี่บีเทรย์ งานเสร็จแล้ว โทรมายืนยัน” เขายืนฟังปลายสายตอบกลับมาสักพัก ตัวรับอื่มคำเดียวแล้ววางหู หย่อนนามบัตรชื่อย่อ B.T. วางแนบกับศพเป็นสัญลักษณ์ประจำการทำงานของตนเอง หน้าต่างถูกเปิดถึงไว้ตั้งแต่เขาบุกเข้ามาและแน่นอนว่าเป็นทางออกเพียงทางเดียวเช่นกัน บีเทรย์กระโดดลงมาจากชั้นห้าถึงพื้นรวดเดียวทั้งที่ไม่น่าเป็นไปได้ วิ่งหลบเข้าป่าทึบข้างตัวคฤหาสน์ไป


รถคันหรูสีดำจอดรออยู่ก่อนแล้ว ณ สุดทางป่า คนขับรถยืนกอดอกพิงประตูด้านคนขับ กระดิกนิ้วคลายรออะไรอย่างใจร้อน ตาคมเหลียวมองเข้าไปภายในอาณาเขตสีเขียวเมื่อได้ยินเสียงใบไม้กระทบกันและภาวนาให้เป็นคนที่เขารออยู่

“รอนานไหม”

“ช้า..” ร่างสูงบ่นเขาพลางห่มผ้าคลุมให้อีกฝ่ายเพราะอากาศที่หนาวในช่วงเปลี่ยนฤดู ส่วนบีเทรย์ได้เพียงยิ้มตอบ

“ไปขึ้นรถ กลับกันได้แล้ว”

เมื่อปิดประตูรถตรวจสอบความเรียบร้อยดีแล้วจึงเริ่มออกตัวกลับที่พักของเขาสองคน ช่วงเวลาสามทุ่มปลายฝนต้นหนาวผู้คนยังสรจนไปมาไม่ต่างอะไรจากชั่วโมงเร่งด่วนทั่วไป ไฟจราจรสีแดงทำพวกเขาติดแหงกอยู่ที่เดิมมาราวครึ่งชั่วโมงและไม่มีทีท่าจะขยับต่อไปได้

“พาสต้าเย็นๆ เนี่ยทำให้รู้สึกแย่ชะมัด” ถึงจะบ่นแต่ก็ต้องกินอย่างช่วยไม่ได้เพราะไม่มีทางเลือกอื่น

“ไม่อยากกินอาหารกล่องจืดชืดวันหลังก็ทำงานให้มันเร็วๆ สิ” บีเทรย์เบ้ปากให้กับคำตอบกลับของอีกฝ่าย ไม่พูดอะไรโต้กลับไปเพราะไม่เคยชนะสักครั้งเดียว สู้เขาอยู่เฉยๆ ปล่อยให้บ่นไปจนเบื่อเองดีกว่า นั่นเป็นสิ่งที่เขาเรียนรู้จากการใช้ชีวิตด้วยกันมาราวๆ สามเดือน

ยาสี่เม็ดต่างรูปร่างหลายสีจัดจ้านถูกกรอกเข้าปากไปในทีเดียว ตามด้วยน้ำจำนวนมาก ไม่มีการพูดคุยใดๆ ในรถอีก บีเทรย์จึงหันหน้ามองออกไปนอกกระจกรถ แสงสีในเมืองไม่ได้สวยงามตามความเป็นจริงเลยสักนิดในความคิดของเขา เมืองแห่งมาเฟียซึ่งถูกกุมอำนาจโดยวองโกเล่ เป็นเงามืดที่ซ้อนตัวอยู่ในแสงสีเหล่านั้น ปล่อยหมอกหนาออกมาปกคลุมความจริงซ้ำอีกที

โลกมืดที่มีแต่การช่วงชิงอำนาจและการฆ่าฟัน

มันต่างจากโลกในตอนนี้ของเขาอยู่อย่าง เพราะอาชีพนี้มีแค่การฆ่า ไม่จำเป็นต้องไว้ใจใคร ไม่ต้องการทีม แค่รับงาน ฆ่า ได้เงิน รับงาน ฆ่า ได้เงินมีอยู่แค่นั้น อำนาจไม่ใช่สิ่งจำเป็น

ชายหนุ่มถอดหน้ากากนั้นออก เผยให้เห็นนัยน์ตาสีฟ้าสว่าง มือยกขึ้นป้องปากหาว ดูท่าฤทธิ์ยาจะเริ่มส่งผลแล้ว ร่างสูงซึ่งบังคับพวงมาลัยอยู่เหลียวหันมองเพียงนิดแล้วเอ่ยปาก

“ง่วงก็นอนเถอะ ถึงบ้านแล้วเดี๋ยวปลุกเอง”

“นายเคยปลุกฉันซะที่ไหนกันล่ะ”

“นอนไปเถอะหน่า”

“คร้าบๆ” เมื่อสู้ความง่วงไม่ไหว ชายหนุ่มจึงกดเอนเบาะลงนอนพัก ทิ้งให้อีกฝ่ายขับรถไปต่อไป


‘ซาวาดะ สึนะโยชิ’ ตื่นขึ้นมาในเช้าวันรุ่งขึ้น แสงแดดลอดผ่านผ้าม่านตรงหัวนอนแยงตาเข้าอย่างจังเป็นนาฬิกาปลุกตามธรรมชาติ นัยน์ตาสีน้ำตาลเหลือบมองเวลาบนหน้าปัดนาฬิกาบนฝาผนังสายตายังปรับโฟกัสได้ไม่เต็มทีนั้นสรุปได้เพียงแค่ว่าเป็นเวลาแปดโมงยี่สิบกว่านาที

สึนะลุกขึ้นนั่งบิดขี้เกียจก่อนลุกออกจากเตียงเดินงัวเงียหยิบผ้าเช็ดตัวเพื่อจะไปอาบน้ำ ไอร้อนฟุ้งขึ้นทั่วห้องกระเบื้อง แม้จะอยู่ที่อิตาลีมาหลายปีแต่ความชอบแช่น้ำร้อนยังอยู่คู่กับเขาซึ่งเป็นคนญี่ปุ่น ยิ่งอากาศเริ่มหนาวก็ยิ่งให้ความรู้สึกดี

ร่างบางที่สูงขึ้นแต่ก่อนแล้วเพราะการฝึกหนักและออกกำลังกาย เส้นผมสีน้ำตาลยาวเลยกลางหลัง รอยยิ้มบางแสดงความผ่อนคลาย ไม่มีสิ่งไหนดีไปกว่านี้แล้ว

กลิ่นอาหารลอยโชยมาชวนให้ท้องเริ่มท้องด้วยความหิว ทายเมนูอาหารเช้าจากกลิ่นด้วยความสนุกสนานจนทนต่อไปไม่ได้ต้องลุกออกจากอ่างไปแต่งตัว

พ่อครัวจำเป็นทำหน้าที่เป็นประจำทุกเช้า ผ้ากันเปื้อนลายปลาสีฟ้านั้นดูเข้ากับชุดสูทสีดำอย่างน่าประหลาด และดูขบขันในสายตาของสึนะ จะว่าน่ารักก็น่ารัก.. แต่คำนั้นคงใช้กับรีบอร์นไม่ได้

ห้องครัวอยู่ที่ชั้นสองตึกฝั่งของรีบอร์น ประตูเชื่อมที่ชั้นสามถูกนำออกไปแล้วกลายเป็นช่องว่างที่สามารถเดินทะลุผ่านได้เสมอ

“เป็นกลิ่นที่น่าคิดถึงจังนะ” สึนะยิ้มทักทายชะโงกหน้ามองดูปลาซาบะย่างในกระทะด้วยตาเป็นประกาย กลิ่นอายความเป็นบ้านเกิดที่แสนคิดถึง อาหารญี่ปุ่นที่ไม่ได้ลิ้มลองมานานตั้งแต่ออกจากวองโกเล่มา ที่ๆ ทุกอย่างมีพร้อม แต่พอได้มาอยู่ในจุดๆ นี้แล้วก็คิดว่ามันก็ไม่ได้แย่สักเท่าไหร่ อย่างน้อยสึนะก็ยังมีคนที่ไว้ใจได้และไม่ทิ้งเขาไป

สึนะเดินผ่านคนที่ไม่คิดจะทักทายเขาตอบอย่างรีบอร์นไปยังโต๊ะทานข้าวโต๊ะเล็กซึ่งมีเก้าอี้เพียงสองตัวสำหรับพวกเขาเท่านั้น ถุงยาสีชาวางอยู่สี่ถุงสึนะหยิบเม็ดยาออกมากินเข้าไปอย่างไม่คิดมาก

“วันนี้ฉันว่าจะแวะไปสมาคมสักหน่อย นายมีงานใช่ไหมล่ะ เพราะงั้น..”

“เดี๋ยวไปส่ง” อาหารจานร้อนมาเสิร์ฟพร้อมคำพูดขัดห้วนๆ ผู้ชายแข็งกระด้างก็ยังคงเป็นผู้ชายแข็งกระด้าง สึนะสรุปแบบนั้นในใจ ถึงจะรู้ว่าเป็นห่วงก็เถอะ

“มีงานก็ไปทำงานสิ ไม่กวนเวลานายหรอกหน่า”

“เดี๋ยวไปส่ง” รีบอร์นยังยืนยันคำเดิมพลางจัดการอาหารเช้า สึนะไม่ขัดใจ ไม่ดึงดันต่อ พยักหน้ารับนั่งทานอาหารเช้าในส่วนของเขาไปเงียบๆ ความน่าประหลาดใจหลายเรื่องเกี่ยวกับครูฝึกน่าฆ่าตั้งแต่อยู่ด้วยกันมาเรื่องแรกที่เขาได้รู้คือรีบอร์นทำอาหารเป็นแถมยังอร่อยอีกด้วย เราผลัดกันทำอาหารเช้าวันเว้นวัน งานล้างจานเป็นของคนที่ไม่ได้ทำอาหาร ส่วนมื้ออื่นๆ ส่วนใหญ่ก็หาทานเอาข้างนอกถ้ามีงานหรือออกไปสืบเรื่องราวต่างๆ

“ให้ไปดูตู้จดหมายเผื่อรึเปล่า?”

“ก็ดี” รีบอร์นตอบ ยื่นกุญแจมาให้เขาดอกหนึ่ง สึนะรับมันใส่ไว้ในกระเป๋ากางเกง

“ขอบคุณสำหรับอาหารครับ”


“เสร็จเมื่อไหร่ก็โทรมาหาละกัน” คนแวะมาส่งกำชับไว้ว่าอย่างนั้น สายตาบ่งบอกคำสั่งชัดเจน

“แล้วถ้างานนายยังไม่เสร็จล่ะ ไม่เป็นไรหรอก กลับเองได้ ตอนเย็นแถวนี้มีถนนคนเดินด้วย ว่าจะแวะดูอะไรสักหน่อย หน่ารีบอร์นฉันเก่งขึ้นกว่าแต่ก่อนเยอะแล้วนะ” สึนะพูด ประชันสายตานั้นด้วยนัยน์ตาที่ซ้อนอยู่ภายใต้หน้ากาก ยิ้มเล็กน้อยเพราะอยากให้อีกฝ่ายสบายใจหายห่วง

“ระวังตัวด้วย มันไม่ใช่ที่ๆ ปลอยภัยนักหรอกนะ” รีบอร์นปรามอีกครั้ง มองอีกคนที่พยักหน้ารับก็ได้แค่ถอนหายใจ นึกอยากหนีงานวันนี้เสียจริงๆ แต่ก็ทำไม่ได้ จำใจเปลี่ยนเกียร์เดินหน้าขับรถออกไป

เมื่อรถขันสีดำเคลื่อนพ้นระยะสายตาของตัวไป สึนะหลับตาสูดหายใจเข้าลึกๆ คล้ายกำลังเตรียมตัวเตรียมใจอะไรสักอย่างก่อนแย้มยิ้มด้วยความรู้สึกที่ต่างออกไป ก้าวเข้าตึกสมาคมนักฆ่าที่ถูกจัดฉากนอกว่าเป็นบริษัทที่ปรึกษาทางกฎหมาย

ผมสีบลอนด์ทองมัดรวบหลวมๆ ปล่อยปลายให้พริ้วไหวตามจังหวะการเดิน ‘บีเทรย์’ คือชื่อในวงการนักฆ่าของเขา ลูกศิษย์ของนักฆ่า ‘รีบอร์น’ ผู้โด่งดังเข้าให้เขาหางานง่าย ผู้ว่าจ้างไว้ใจในฝีมือครูฝึกของเขา และหลายเดือนที่ผ่านมาเขาก็ได้พิสูจน์ตัวเองว่ามีฝีมือในด้านนี้มากแค่ไหน

มันต่างจากการเป็นมาเฟีย เขาไม่จำเป็นต้องคิดด้วยซ้ำว่าถ้าคนๆ นึงตายไปก็ส่งผลกระทบอะไรบ้าง ผลทั้งหมดจะตกสู่ผู้ว่าจ้าง เขามีหน้าที่เพียงแค่ฆ่า

สร้อยผ้าสีดำที่มีจี้ผลึกหินสีขาวเป็นของที่รีบอร์นให้มาเพื่อให้สึนะออกสู่สายตาผู้คนได้อย่างปลอดภัย เห็นว่าเป็นหินซึ่งมีพลังเพลิงมายาอยู่ทำให้สามารถสวมใส่เพื่อใช้ปลอมรูปลักษณ์ภายนอกได้ พอจะถามว่าไปหามาจากไหนก็ได้คำตอบแค่ว่ามันเป็นความลับ

ให้ตายสิ บอกกันนิดหน่อยก็ไม่ได้

บีเทรย์เดินเลี่ยงพนักงานต้อนรับสาวสวยคนหนึ่งซึ่งทำท่าจะเข้ามาทักทายเขา หยิบบัตรผ่านวีไอพีจากกระเป๋ากางเกงขึ้นมาให้ดูเธอจึงพยักหน้ารับแล้วยืนรอลูกค้าคนใหม่ที่จุดเดิม

ประตูอิเล็กทรอนิกส์อยู่ที่มุมอับสุดทางเดินภายในบริษัท บีเทรย์ใช้บัตรผ่านอันเดิมนั้นเป็นคีย์การ์ดรูดผ่านเพื่อเข้าไปผ่านในส่วนต้องห้าม

สมาคมนักฆ่าคือสถานที่รวมตัวของนักฆ่า มีไว้เพื่อจัดชุมนุม งานเลี้ยง และมีบริการให้คนธรรมดาสามารถจ้างวานนักฆ่าเฉพาะกิจ ร้านกาแฟมีให้นั่งจับเข่าคุยหรือรับงาน ทุกอย่างทำงานเป็นระบบระเบียบแต่ไม่ใช่ว่านักฆ่าทุกคนรู้จักหรือมีบัตรผ่านเพื่อเข้ามายังที่นี่และไม่สามารถเรียกคนพวกนั้นว่านักฆ่านอกระบบได้ มันเป็นเพียงส่วนเสริมให้การทำงานง่ายขึ้นเท่านั้น

เมื่อก่อนรีบอร์นก็ไม่ได้ใช้บริการของที่นี่ แต่เพราะสึนะเห็นว่าที่นี่สามารถช่วยเขาสืบข่าวสารวงในได้อย่างง่ายดาย เงื่อนไขในการเข้ามีอยู่ไม่กี่อย่างแถมยังไม่ใช่เรื่องสำคัญด้วย

‘ตู้จดหมาย’ คือบริการอย่างหนึ่งของสมาชิก มีไว้สำหรับรับข่าวสารต่างๆ ที่ได้ลงเจตจำนงว่าต้องการข่าวสารในเรื่องใดบ้าง เป็นไปได้ทั้งข่าวการเมือง ตลาดหุ้น สรุปข่าวสารรอบโลกในหนึ่งวัน และเรื่องมาเฟีย ที่สำคัญกว่านั้นคือเป็นบริการให้คนภายนอกส่งจดหมายหาตัวนักฆ่า

“อ่าว คนสวมหน้ากากนั่น คุณหนูบีเทรย์ไม่ใช่หรอ” บีเทรย์ไม่สนใจน้ำเสียงทักอันเย้ยหยันนั้น สองเท้าเดินต่อเพื่อไปยังมุมตู้จดหมายจนกระทั่งไหล่ถูกกระชากด้วยแรงที่เหนือกว่า บีเทรย์เอี้ยวตัวบีบมือที่จับไหล่เขา บีบให้แรงเพื่อให้มือนั้นคลายออก เหวี่ยงอีกฝ่ายให้ร่างกายเสียสมดุลจนล้มไป

“เวลาโดนเมินก็ช่วยทำตัวเป็นคนที่ถูกเมินด้วยสิครับ” เขาว่าแค่นั้น หันหลังเดินต่อ

“หึ ไม่มีอาจารย์มาด้วยล่ะเป็นปากดี ระวังตัวไว้เถอะ” ชายคนนั้นตะหวาดลั่นจนผู้คนรอบข้างหันมาดู

“ทำตัวเป็นนักล่าค่าหัวตัวประกอบในการ์ตูนไปได้นะครับ คนแบบคุณก็เป็นนักฆ่าได้ด้วย” บีเทรย์ยังใจเย็น แต่เดิมก็เป็นคนระเบิดยากอยู่แล้วพอยิ่งนานๆ ไปก็ยิ่งด้านชา

“แกมันก็แค่ไอ่เด็กที่มาอยู่ผิดที่ผิดทางเท่านั้นแหละ อย่าได้ใจหน่อยเลย”

อีกฝ่ายพยายามจะลุกขึ้นมาเรื่องหาเขาแต่คนแถวนั้นเข้ามาห้ามไว้เพราะไม่อยากให้มีปัญหาเกิดขึ้นในสมาคมทั้งๆ ที่เรื่องทะเลาะเกิดขึ้นเป็นปกติอยู่เดียว หลายๆ เหตุผลคือ ‘บีเทรย์’ เป็นนักฆ่ามากฝีมือที่กลายเป็นที่รู้จักภายในไม่กี่เดือน และอีกหนึ่งในเหตุผลนั้นคือ ‘รีบอร์น’ ครูฝึกที่พร้อมกวาดล้างทุกอย่างที่เข้ามาหาเรื่องคนของเขา

ไม่ว่าอย่างไหนก็น่ากลัวไม่ต่างกัน

พวกขี้ขลาด.. บีเทรย์ให้ความเห็นในใจเล็กน้อย

ล็อคเกอร์เรียงรายอยู่คล้ายตู้ร้องเท้าในนักเรียนเปลี่ยนเข้าอาคารที่โรงเรียนญี่ปุ่นติดก็ตรงที่มีการรักษาความปลอดภัยด้วยรหัสและกุญแจ ไม่ใช่อย่างใดอย่างหนึ่งแต่เป็นทั้งสองอย่าง ล็อคเกอร์ของสึนะและรีบอร์นอยู่ตึดกัน บีเทรย์กดรหัสอักษรกับตัวเลขสามสิบสองหลักอย่างคล่องมือ เมื่อหน้าจอแสดงผลว่ารหัสนั้นถูกต้องเขาจึงเสียบกุญแจเข้าไปไข

ข่าวสารอยู่ในรูปแบบของหนังสือพิมพ์หนาบางขึ้นอยู่กับข่าวช่วงนั้น รอบนี้มีเพียงสี่หน้ากระดาษ บีเทรย์หยิบมาถือไว้พร้อมกับซองจดหมายอีกซองที่ยังไม่ได้ดูว่าใครส่งมา ขยับไปปลดล็อคตู้ของรีบอร์นต่อด้วยรหัสเดียวกันแต่เป็นกุญแจอีกดอก

มีจดหมายซองเดียวอยู่ข้างในนั้น เป็นซองลักษณะเดียวกันกับซองในตู้ของเขา ซองสีขาวนวลด้านหน้าเขียนชื่อผู้รับชัดเจนด้วยตัวหนังสือสีดำ เมื่อพลิกไปดูด้านหลังก็พบบางสิ่งบางอย่างที่ทำให้ขมวดคิ้ว

ตราสัญลักษณ์วองโกเล่..

บีเทรย์นำซองของตัวเองขึ้นมาเทียบดู ใช่.. มันคือซองแบบเดียวกันทุกประการ แล้ววองโกเล่มีธุระอะไรกับเขาในฐานะบีเทรย์กัน ไว้เขาค่อยปรึกษารีบอร์นอีกที

เขาจัดการล็อคทั้งสองตู้ดังเดิม หมดธุระสำหรับวันนี้

“คุณบีเทรย์คะ มีผู้ว่าจ้างรีเครสงานมาน่ะค่ะ เขารออยู่ที่ร้านกาแฟ” เจ้าของชื่อหันมองพนักงานพิเศษที่เรียกเขา พยักหน้าเดินตามเธอไป ผู้ว่าจ้างของเขานั่งอยู่ที่โต๊ะมุมร้านซึ่งเป็นโซนปลีกวิเวก

“ดีใจที่เห็นคุณมาค่ะ” หญิงสาวเอ่ยทักเขา ทุกอย่างดูคุ้นเคยไม่ว่าจะผ้าคาดตาสีดำรูปหัวกระโหลก ผมยาวสีม่วงไว้ยาวตรงถึงกลางหลัง เวลาที่ผ่านมาเปลี่ยนเด็กสาวมืดมนคนหนึ่งให้เป็นสาวสวย พลังของเธอในฐานะผู้พิทักษ์ก็เช่นกัน โกธ คิชิเนียเคยว่าไว้ว่าเธอมีความสามารถที่น่าทึ่งมาเพียงใดเมื่อครั้งนั้น ตอนนี้เธอได้พิสูจน์ตัวเองแล้วว่าคู่ควรกับตำแหน่งนั้น เป็นผู้ใช้มายาแถวหน้าของวงการ

โครม โดคุโร่

“วองโกเล่มีธุระอะไรกับนักฆ่าหน้าใหม่อย่างผมกันล่ะครับ” บีเทรย์นั่งลงบนเก้าอี้ตรงข้าม หันไปสั่งชาร้อนกับหญิงสาวที่พาเขามาเมื่อครู่

“พูดเหมือนรู้จักดิฉันดีเลยนะคะ” เธอตอบ แต่เหมือนว่าไม่ได้ให้ความสำคัญมากนัก

“แหม ก่อนหน้านี้ผมเคยอยู่ในวงการเหมือนกันนะครับ ลูกน้องเก่งกาจตั้งมากมาย มาใช้บริการนักฆ่ามันออกจะแปลกไปสักหน่อย”

“ขออภัยแต่เราเปิดเผยรายละเอียดในส่วนนั้นไม่ได้ รับงานคือรับงาน ไม่รับงานคือไม่รับงานค่ะ” คำพูดที่เรียบนิ่งเป็นเอกลักษณ์ของเจ้าตัวเวลาพูดจากับใครที่ไม่ใช่คนสนิท

“ผมก็ต้องขออภัยด้วยเพราะผมต้องรู้รายละเอียดงานก่อนตัดสินใจรับ”

“เป็นนักฆ่าที่เอาแต่ใจจังเลยนะคะ”

“ผมก็เป็นนักฆ่าแบบนั้นแหละครับ”

“ถ้าอย่างนั้นเราคงต้องทดสอบคุณสมบัติของคุณสักหน่อย” โครมหยิบกล่องใบหนึ่งออกจากกระเป๋าสะพายของเธอ มีแหวนหลายวงอยู่ในนั้นสวมไว้บนผ้ากำมหยี่สีแดง ลวดลายแตกต่างกันออกไปแต่สิ่งที่เหมือนกันคืออัญมณีสีชมพูเม็ดใหญ่ตรงกลาง เหมือนกับจี้ที่เธอห้อยคออยู่

“สบายใจเถอะค่ะ แหวนนี้มีไว้เพื่อตรวจค่าเพลิงเพลิงในตัวคุณเท่านั้น เชิญค่ะ วงที่คุณชอบ” แม้ใจจะยังสงสัยแต่บีเทรย์ก็เือ้อมมือไปหยิบมาวงนึงตามที่บอก

“ไม่ยักรู้ว่าวิทยาการแหวนไปไกลถึงขนาดนี้แล้ว” เขาว่าพลางสวมมันเข้าไปที่นิ้วชี้ข้างซ้ายตามคามเคยชิน รู้สึกได้ถึงพลังบางอย่างที่ไหลเวียนอยู่ในนั้นและกำลังระบบสมดุลไฟในร่างกาย เขาขมวดคิ้วแน่นอนว่าโครมไม่เห็นเพราะทุกอย่างถูกซ้อนไว้ภายใต้หน้ากาก

“ดูเหมือนว่าที่บอกว่าเคยอยู่ในวงการจะเป็นเรื่องจริงนะคะ”

“ไม่มีเหตุผลที่จะต้องโกหกนี่ครับ” บีเทรย์มองอัญมณีนั้นอยู่สักพัก “แล้วไงต่อครับ? คุณโดคุโร่”

“ใส่มันไว้ แค่นั้้นแหละค่ะ เรื่องงานเดี๋ยวดิฉันจะติดต่อมาในภายหลัง คุณน่าจะไปรับบัตรเชิญของเราแล้ว ช่วยมาตามคำเชิญด้วยนะคะ” เธอพูดพลางเก็บทุกอย่างกลับเข้าที่ก่อนลุกขึ้นไปจ่ายเงินรวมค่าชาร้อนของเขาด้วย หันมามองบีเทรย์เพียงแวบเดียวแล้วออกจากร้านไป

บีเทรย์ถอดแหวนวงนั้นออกเก็บใส่ไว้ตรงกระเป๋าเสื้อนอก จิบชาร้อนของเขา ปล่อยให้เวลาผ่านไป

“นี่ฉันบอกไปเมื่อไหร่นะว่าจะรับงาน?.. คิดไปเองฝ่ายเดียวแบบนี้ก็แย่สิ”


ช่วงเวลาบ่ายคล้อยของเมืองในวันพุธถนนเส้นหนึ่งจะถูกเปลี่ยนให้เป็นถนนคนเดิน เขาเพิ่งมีโอกาสได้มาเดินที่นี่ตั้งแต่ย้ายมา เพราะตัวตนของ ‘สึนะ’ ไม่ควรจะมีชีวิตอยู่ในตอนนี้ เขาไม่สามารถเดินเหินไปไหนได้ด้วยความสบายใจนัก เดือนแรกรีบอร์นสั่งให้อยู่แต่ในบ้าน จะได้ออกไปไหนทีก็ตอนฝึกเท่านั้น และไม่ใช่ที่อื่นนอกจากป่าลึกข้างเมือง

แต่ในเมื่อเขามีผลึกหินขาวจึงได้สร้างตัวตนใหม่ขึ้นมา เปลี่ยนผมสีน้ำตาลให้เป็นสีบลอนด์ เปลี่ยนสีตาให้กลายเป็นสีฟ้า ใบหน้าที่เป็นทรงคนเอเซียก็เปลี่ยนให้ดูคล้ายคนยุโรป ‘เซวาดิช เฌอ’ เป็นชื่อปลอมที่ตั้งขึ้นหากมีความจำเป็นต้องบอกชื่อ มันไม่มีความหมายใดๆ ลึกซึ้ง ใช้เวลาคิดอยู่เพียงเสี้ยววิเมื่อครั้งแรกที่ถูกถามชื่อ

ร้านแผงลอยเรียงรายสองข้างถนน มีทั้งร้ายที่ปูผ้าตั้งโต๊ะขายตรงพื้น ของมากมายมีให้เลือกชมเลือกซื้อ เซวาดิชถอดหน้ากากบีเทรย์ออกไปตั้งแต่ออกจากสมาคม คนบางคนอาจบอกว่าหน้ากากเป็นวิธีของคนขี้ขลาดแต่ตัวตนของเขาจำเป็นต้องได้รับการปกปิดไม่ว่าจะสึนะหรือเซวาดิชก็ตาม เพราะฉะนั้นหากจะวัดก็ต้องวัดกันที่ฝีมือและร้อยทั้งร้อยคนที่พูดว่าบีเทรย์เป็นคนขี้ขลาดก็มักจะแพ้ทุกครั้งไป

เซวาดิชเดินเรื่อยๆ มองของโน้นนี่แต่ก็ไม่ได้ซื้ออะไร ชั้นพาณิชย์ล่างสุดของตึกเขายังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะใช้ทำอะไร แต่การจะทำธุระจำเป็นต้องมีเงินทุน เขาจึงตัดสินใจเก็บเงินเผื่ออนาคตไว้สักหน่อย ค่าใช้จ่ายแต่ละวันก็ไม่ได้เยอะอะไรอยู่แล้ว

ตะวันลับขอบฟ้าไปแล้วเมื่อเขาเดินมายังสุดถนน สุดท้ายแล้วของติดไม้ติดมือมาก็กลายเป็นของกิน แน่สิ เขายังไม่กินข้าวเที่ยงเลย ถ้ารีบอร์นรู้คงบ่นเขาตาย แต่ก็นะ ใครจะบอกล่ะ ยากลางวันเขาไม่มีสักหน่อย

“กลับบ้านดีกว่า” เซวาดิชทำท่าจะโบกรถแท็กซี่พอดีกับที่รถคันสีดำคุ้นตาขับมาจอดอยู่หน้าเขา

ก็รู้อยู่หรอกนะว่ารู้ใจเขาขนาดไหน แต่นี่ดูจะรู้ใจกันเกินไปแล้ว..

“ยิ้มอะไรเจ้าห่วย” ครูฝึกว่าหลังจากเขาเข้ามานั่งในรถได้สักพัก

“เปล่า แค่รู้สึกว่าดีจังนะ มีนายอยู่ด้วยเนี่ย”

“หึ” รีบอร์นหัวเราะ ยิ้มมุมปาก ไม่รู้ว่าในใจคิดอะไรอยู่ซึ่งเขาก็ไม่ได้สนใจมากนัก แค่พูดตามที่อยาก

“จริงสิ วองโกเล่ส่งจดหมายเชิญมาให้ทั้งฉันทั้งนายด้วยล่ะ ยังไม่ให้เปิดดูข้างใน ไม่แน่ใจว่าเป็นงานอะไร”

“ส่งมาหานายน่ะไม่แปลก แต่ส่งมาหาฉันด้วยนี่สิ ไม่เข็ดหลาบเลยนะเจ้าพวกนั้น”

เขากับรีบอร์นทำงานขัดขวางแผนการของวองโกเล่เป็นส่วนใหญ่ถึงได้สงสัยเรื่องจดหมายแต่คงเป็นอะไรไม่ได้นอกจากความต้องการจะดึงเขาไปเป็นพวก เพราะพวกนั้นเคยล้มเหลวกับการชักชวนรีบอร์นไปแล้วครั้งหนึ่งคงคิดว่าหากเขาเข้าร่วมกับวองโกเล่รีบอร์นก็คงตามมาด้วย

“อีกอย่างฉันได้ไอ่นี่มาด้วย” เซวาดิสหยิบแหวนขึ้นมาให้ดู รีบอร์นหันมองเล็กน้อย

“ไปเอามาจากไหน?”

“โครม โดคุโร่น่ะ แต่ก็ไม่มีอะไรเกินกว่านั่งคุยกันเฉยๆ หรอก”

“กลับบ้านคงต้องคุยกันยาว”


ขอเชิญ Mr. Betray เข้าร่วมงานเลี้ยงหลังพิธีสืบทอดตำแหน่งวองโกเล่รุ่นที่ 11 ‘ซาซางาวะ เคียวโกะ’ พร้อมด้วยผู้พิทักษ์ทั้งหก โกคุเดระ ฮายาโตะ, ยามาโมโตะ ทาเคชิ, ซาซางาวะ เรียวเฮ, ฮิบาริ เคียวยะ, แรมโบ้และ โครม โดคุโร่ ในวันที่ 10 พฤศจิกายน ตั้งแต่เวลา 08:00 PM เป็นต้นไป

“รุ่นที่เก้าไม่ออกความเห็นอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้เลยหรอ?”

“รุ่นที่เก้าวางมือไปนานแล้ว ถึงจะเกิดอะไรร้ายแรงขึ้นเขาก็ไม่มีสิทธิ์ก้าวก่าย”

สึนะถอนหายใจกับคำตอบกลับของรีบอร์น มอพิจารณาจดหมายบนโต๊ะในขณะที่กำลังจัดการกราแตงที่ซื้อมาในชามอย่างเอร็ดอร่อยเช่นกันกับรีบอร์นที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามโต๊ะพร้อมจดหมายอย่างเดียวกัน

“ก็คิดอยู่หนอกว่าวันนั้นจะมาถึง แต่นี่แค่ห้าเดือน” เทียมไม่ได้จับสิ่งต่างๆ ที่เขาฝ่าฟันมาหลายปีกว่าจะมาถึงจุดนั้นเลย แน่นอน.. ก็ซาซางาวะ เคียวโกะเอาทุกอย่างของเขาไปโดยไม่ต้องพยายามอะไรเลยมากมาย ทุกอย่างเขาสร้างมาหมดแล้ว เธอแค่ช่วงชิงมันไป

“จะไปไหม?” รีบอร์นถาม สึนะยิ้ม มันเป็นรอยยิ้มของบีเทรย์..

“เรื่องน่าสนุกแบบนี้ใครจะพลาดล่ะ”




_____________________________________________________________________________________________________

ปิดเทอมสักที #หลบเสียงตะโกนกลับว่าเปิดเทอมวันนี้ของเด็กน้อยทุกชนิด
หน่าาาาาา เดี๋ยวไรต์ก็ต้องเรียนซัมเมอร์อยู่ดี ปิดทงปิดเทอมคืออะไรกัน...
เจอกันตอนหน้าเมื่อแต่งเสร็จค่ะ ๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 121 ครั้ง

394 ความคิดเห็น

  1. #393 DJ 182769 (@narksoi) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2562 / 11:20
    สนึกอ่ะ ชอบ
    #393
    0
  2. #144 ฮิมุนะ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2559 / 21:56
    ชอบคู่นี้คะ

    ว่าแต่มุคุโร่ไปไหนอะคะ?
    #144
    0
  3. #113 hpyfriday (@hpyfriday) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2559 / 13:19
    ไปถล่มโลดค่าาาา
    #113
    0
  4. #66 p.akane (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2559 / 07:21
    เห็นด้วยๆ r27 เลยก้ได้เพราะตอนนี้เกลียดทุกคนเข้าขั้นโคม่าเลยคะ

    มาต่อไวๆน้าาาา สนุกมากๆๆๆๆ อ่านไม่มีสะดุดเลยคะ
    #66
    0
  5. #48 ` (vanillashake) -? (@fernnie1) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2559 / 00:45
    R27 ไปเลยก็ได้นะคะไรท์ แบบว่าตอนนี้เกลียดทุกคนเข้าขั้นรุนแรงค่ะ 5555.
    ซือจังไปงานนี้เลย ไปถล่มงานนั่นให้ราบเป็นหน้ากลองเลย ไปฆ่านังเคียวโกะนั่นเลย! -*-
    อยากรู้ว่านางทำอะไรพวกผู้พิทักษ์รึเปล่า ทำไมอยู่ดีๆทุกคนก็ทรยศซือจังละ T^T
    #48
    0
  6. #45 หงษ์ปีกราตรี (@lovelytsuna) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2559 / 22:33
    ขอมอบเพลงไว้ใจฉันได้เสมอให้คู่ R27 เลย ฟังแล้วรู้สึกใช่กับเรื่องนี้
    ปล.รอนะคะ
    #45
    0
  7. #44 tingtingg4213 (@tingtingg4213) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2559 / 18:13
    สนุกกกกกกกกก หวังว่าอีแหวนนั่นจะไม่มีอะไรแปลกปลอมอยู่ในนั้นนะ - -^
    เขินแรงกับ R27 แอร้ยยย(?) -///- ทูน่าจ๋า ถล่มงานให้ราบเป็นหน้ากลอง เอาให้ตายx'าทุกคนในงานเลยยยย เย่!! แต่ก็คงทำไม่ได้อ่ะเนอะ งั้นด่าอีพวกนี้แบบเนียนๆล่ะกัน 555
    เราขอเป็นแรงกดดัน(?)ให้ไรท์มาเร็วๆนะ
    #44
    0
  8. #43 p_ice (@p-ice) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2559 / 07:46
    พึงเจอ  สนุกมากกกกกกก



    รีบมาต่อนะ R27 คือดีงาม
    #43
    0
  9. #42 โอโย๊ะโหย่ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2559 / 19:47
    R27 บันไซ!!!! เชิญมาทั้งทีไม่ไปก็เสียดายแย่ เอาคืนโลดดดด
    #42
    0
  10. #41 Srh_Love (@marry_200x) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2559 / 16:01
    แอบเขินโมเม้นรู้ใจกันของ R27 วรั้ยย >///<
    ขอให้ได้ไปจัดหนักที่งาน!!!
    (รู้สึกคนละฟิลลิ่งกับเม้นที่แล้ว หน่าา)
    เอาให้ล่ม.. แต่คงเป็นไปไม่ได้สิเนอะ (' ' )
    ขอเป็นกำลังใจและอีกหนึ่งแรงกดดันให้ไรท์นะคะ
    เรียนซัมเมอร์ก็สู้ๆโน้ะ
    รออ่านตอนต่อไปค่าาา~ อุอิ
    #41
    0
  11. #39 0847691240 (@0847691240) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2559 / 08:04
    พึ้งอ่านสนุกมากค่ะสงสารสึนะโปรดสงใครมาให้สึนะที
    #39
    0
  12. #38 l3oss_it (@suchanee) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2559 / 00:02
    ก็ทางโน้นเขาอุส่าก์เชื้อเชิญมาซะขนาดนั้นทางนี้จะไปปฏิเสธวามหวังดีทำไมกันเนอะ อีกอย่างที่ไปเนี่ยะก็ไม่ได้คิดจะไปหาเรื่องอยู่แล้วด้วย การต่อสู้ที่ดีที่สุดคือการรู้จักตัวตนของอีกฝ่ายอย่างไงล่ะ
    #38
    0
  13. #37 KnKyo (@KnJung) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2559 / 22:21
    เคียวโกะเตรียมตัวตายได้เลย
    #37
    0
  14. #36 kiralacus&tsunakyoko (@pearlv) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2559 / 22:00
    แบบนี้เอาR27เลยครับ ไม่ต้องAll27หรอก
    #36
    0
  15. #35 ติ่งลวงโลก (@oungoingloveyou) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2559 / 22:00
    ถึงเวลาสนุกแล้วสินะ (: มันส์กันล่ะทีนี้
    #35
    0
  16. #34 ..SadistZaa.. (@ririnkiku) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2559 / 21:58
    สึนะสู้ๆ เอาให้ร้ายสุดๆไปเลยนะรุ่นที่10
    #34
    0
  17. #33 หงษ์ปีกราตรี (@lovelytsuna) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2559 / 21:56
    รอนะคะไรท์
    ติดตามตลอดเลย
    ชอบคู่ R27 ที่สุด รู้ใจกันดีมาก
    ทำอะไรก็ไม่ต้องพูด แค่มองตาก็เข้าใจ
    ปล.สู้ๆนะคะ ไรท์
    #33
    0
  18. #32 champooh1 (@champooh1) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2559 / 21:47
    สู่ๆนะ
    #32
    0