คัดลอกลิงก์เเล้ว

ยอดวิวรวม

423

ยอดวิวเดือนนี้

7

ยอดวิวรวม


423

ความคิดเห็น


5

คนติดตาม


17
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  18 เม.ย. 61 / 20:39 น.
นิยาย The YOU й͹ [Day6] | Jae x Young K (Jaehyungparkian) The YOU เพราะนายไม่เหมือนใคร [Day6] | Jae x Young K (Jaehyungparkian) | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้


커져만 가는 내 맘
제발 어떻게 좀 해줘요
I can’t stop loving you

หัวใจฉันยิ่งรู้สึกมากขึ้นเรื่อยๆแล้วนะ
ได้โปรด ทำอะไรสักอย่างเถอะ
ฉันหยุดรักเธอไม่ได้แล้ว

***
o w e n tm.

เนื้อเรื่อง อัปเดต 18 เม.ย. 61 / 20:39


“อ้าว นี่มันปากกาของฉันที่นายเก็บให้ตอนนั้นนี่?”

“หื้ม?”

เจยื่นปากกาลายไก่ของเขาไปทางอีกคนที่ง่วนกับการวาดแบบโมเดลที่ต้องส่งในอีกหนึ่งอาทิตย์ คังยองฮยอนเงยหน้าจากกระดาษแผ่นใหญ่ประมาณสามวิก่อนจะก้มลงไปจดจ่อกับงานต่อทั้งที่เผยรอยยิ้มกว้าง

“ก็ที่นายบอกว่าให้ฉันเก็บไว้ก่อนไง ลืมแล้วหรอ?”

“ไม่ได้ลืมสักหน่อย นายต่างหากที่เอาไปซ่อน”

มือเรียวพิจารณาปากกาสีเหลืองพลางอมยิ้ม เจยังจำวันที่มีเด็กสถาปัตย์คนหนึ่งหอบข้าวของพะรุงพะรังแต่ก็ยังดันทุรังเดินตามหาเขาเพื่อบอกว่าปากกาตกได้

“แล้วใครล่ะที่บอกว่าให้เก็บดีๆ—“

ถ้าฟังไม่ผิดเหมือนว่าเจจะได้ยินคนตรงหน้าบ่นพึมพำออกมาเบาๆ

พอได้มองใบหน้าของคนที่ตอนนี้กำลังมีสมาธิเขาก็อดยิ้มออกมาไม่ได้ ครั้งแรกที่เขาเจอยองฮยอนน่ะ..

 


ชายเสื้อนักศึกษาไม่ได้ถูกเจ้าของร่างสูงที่กำลังกึ่งวิ่งกึ่งเดินเพื่อไปยังตึกเรียนรวมใส่เข้าที่ให้เรียบร้อย วันนั้นเจตื่นสายและโชคร้ายนิดหน่อยที่เขามีควิซตอนเก้าโมง คนที่กำลังรีบยกมือมาดูนาฬิกาเรือนโปรดก่อนจะถอนหายใจออกมาแล้วรีบก้าวเท้าให้เร็วขึ้นอีก

ผมสีทองชี้ไม่เป็นทรงเพราะไม่ได้ถูกเซ็ตเหมือนทุกวันที่ทำ หนังสือเรียนสองเล่มที่หน้าปกเกือบขาดแกว่งไปแกว่งมาเนื่องจากแรงลมที่มาปะทะ ร่างสูงหยุดพักหายใจเล็กน้อยเมื่อตัวเองเข้ามาในตัวอาคาร

“คุณครับ”

ใช้มือปาดเหงื่อบนใบหน้าตัวเองแล้วก็สาวเท้าไปยังลิฟต์เพื่อที่จะได้เห็นว่ามีนักศึกษาแบบเขายืนออกันอยู่หน้าประตูเต็มไปหมด เจยกมือขึ้นมาดูนาฬิกาอีกครั้ง

8 : 57 am

อีกสามนาที..

ยังไม่ทันทีลิฟต์จะลงมาถึงชั้นหนึ่ง ขายาวของเจก็รีบวิ่งขึ้นบันไดไปก่อนทันที เป้าหมายของเขาคือห้องเรียนที่อยู่ในชั้นเจ็ดและเหลือเวลาอีกสามนาทีก่อนที่จะเริ่มควิซ เสียงหอบหายใจของเขาดังพอๆกับเสียงรองเท้าหนังกระทบพื้นบ่งบอกได้ว่าตอนนี้เจอยู่ในสภาพที่รีบขนาดไหน

“คุณครับ เดี๋ยวก่อน”

ก่อนที่จะเลี้ยงตรงหัวมุมบันไดเพื่อไปยังชั้นต่อไปเขาก็ได้ยินเสียงเรียกจากด้านหลัง ตาเรียวเหล่มองแวบนึงและเมื่อไม่เห็นว่ามีใครตามมาเขาจึงออกวิ่งต่อ

อีกแค่ชั้นเดียว

โครม!

เสียงของตกหรืออะไรสักอย่างดังขึ้นด้านหลังทำให้คนที่กำลังจะถึงชั้นเจ็ดชะงัก เจหันไปมองตามต้นเสียงก็เห็นใครสักคนในชุดนักศึกษาเหมือนกับเขากำลังนั่งพับเพียบอยู่บนพื้นบันใดโดยที่รอบๆมีหนังสือและเครื่องเขียนต่างๆกระจายอยู่ตามพื้น หนังสือเล่มใหญ่ถูกเขาฉวยหยิบไว้ขณะที่อีกคนก็กำลังเก็บของอื่นๆให้เข้าที่

“คุณ... เอ่อ คุณทำ..” คนพูดปนกับเสียงหอบหายใจทำให้เจต้องขยับเข้าไปใกล้เพื่อฟังให้รู้เรื่อง

“อะไรนะ?”

ยังไม่ทันทีอีกคนจะพูดอะไรโทรศัพท์มือถือที่เขาตั้งนาฬิกาปลุกไว้ในกระเป๋ากางเกงก็ดังขึ้น

8 : 59 am

นาทีนั้นเจสะดุ้งสุดตัวรีบเก็บข้าวของต่างๆที่หล่นอยู่บนพื้นมากองรวมกันในที่เดียวก่อนจะเอ่ยขอโทษแล้วรีบวิ่งไปยังห้องเรียนภายในเวลาสามสิบวินาที

“ปากกาไก่... ทำตกไว้”

“นี่มึงนึกไม่ออกหรอว่าทำหล่นไว้ที่ไหน?”

“เออดิ ถ้ากูนึกออกจะมาบ่นกับมึงมั้ยสัด คิดสิคิด”

แก้วน้ำเก๊กฮวยถูกเจ้าของมือเรียววางลงกับโต๊ะอย่างแรงจนน้ำแข็งกระเด็นออกมา

“ใจเย็นสัด ลองเดินย้อนกลับไปตามทางเดิมมั้ยล่ะเผื่อเจอ”

ดวงตาเรียวภายใต้กรอบแว่นตวัดมองเพื่อนสนิทที่นั่งกินข้าวของมันอยู่ฝั่งตรงข้ามอย่างหัวเสียเล็กน้อย

“ป่านนี้คงมีคนเก็บไปแล้วมั้ง อย่าให้กูรู้นะว่าใครเอาไป”

พอบ่นกระปอดกระแปดแล้วก็ดูดน้ำเก๊กฮวยอีกครั้งจนได้รู้สึกได้ว่ามันหมดแก้วแล้วก็เตรียมตัวจะลุกเอาแก้วไปทิ้ง ขณะที่เจยืนขึ้นสายตาของเขาก็มองเห็นคนที่ตกบันไดเมื่อเช้ากำลังเดินเอาจานไปเก็บใกล้ๆกับถังขยะเป้าหมายของเขาพอดี

“อ้าวเฮ้ย!”

เสียงซองจินตะโกนไล่หลังมาแต่เจก็ไม่ได้สนใจ เขารีบวิ่งไปทางที่คนคนนั้นกำลังเดินไปและไปดักรอก่อนที่อีกฝ่ายจะวางจานบนชั้นได้

“ไง”

อีกฝ่ายสะดุ้งก่อนจะเงยหน้ามองเขา เกิดเดดแอร์อยู่ประมาณสามวิหลังจากนั้น

“คุณ!”

เสียงดังลั่นทำให้เขาตกใจ คนอื่นที่ยืนอยู่ใกล้ๆก็หันมามอง ใบหน้าน่ารักของคนตรงข้ามทำเหมือนนึกอะไรบางอย่างออกทำให้เจขมวดคิ้ว

“อะไร”

“คุณทำไอ้นี่ตกไว้” มือบางพยายามควานหาอะไรบางอย่างที่พูดถึงเมื่อครู่ในกระเป๋าสะพายใบใหญ่ คิ้วเรียวย่นเข้าหากันเมื่อไม่เจอสิ่งที่ต้องการ เจจ้องมองการกระทำนั้นอยู่สักพักซองจินเพื่อนรักก็วิ่งมาตามเขา

“มึงเห็นในกรุ๊ปยัง? อาจารย์บอกว่าขอเลื่อนคาบด่วน”

“แล้ว?”

เขาถามเพื่อนรักกลับทั้งที่ยังไม่ละสายตาจากคนตรงหน้า

“คาบนี้เนี่ยไอ่สัด ไปเร็ว”

ไอ้เพื่อนรักไม่พูดเปล่ามันมาพร้อมกับแรงกระชากที่แขนจนเจรู้สึกเหมือนแขนซ้ายของเขาจะติดไปกับมือมันด้วย และภายในระยะเวลาสั้นๆเขาก็เอ่ยบอกกับคนที่ยังหาของไม่เจอว่า

“ไม่รู้ว่าอะไร แต่ฝากไว้ก่อนละกัน”

ทิ้งท้ายไว้แค่นั้นก่อนที่ใบหน้าของคนที่เงยขึ้นมาจะหายไปจากการโฟกัสด้วยระยะที่ห่างเกินไป

 

ฝนตกอีกแล้ว..

คังยองฮยอนถอนหายใจรอบที่สิบห้าหลังจากที่พอมองไปนอกหน้าต่างแล้วพบว่าในตกทั้งๆที่เมื่อเช้าตอนที่เขามาม.อากาศยังร้อนแทบตายอยู่เลย

“ต้องขนโมกลับอีกแล้ว”

บ่นกับตัวเองจบก็ถอนหายใจรอบที่สิบหก ตาเรียวมองไปยังกองกระดาษที่ถูกตัดกับแบบร่างที่วางไว้ระเกะระกะบนโต๊ะ จริงๆแล้วเขาจะอยู่ทำถึงดึกก็ได้ถ้าไม่ติดว่าฝนดูไม่มีทีท่าว่าจะหยุดตกเลยสักนิด ตรงกันข้ามเหมือนมันจะตกหนักขึ้นอีกเท่าตัว

ทางเดียวที่จะไม่ให้สิ่งที่ประคบประหงมทำมาตลอดห้าวันพังเพราะเปียกฝนก็คือต้องไปเอาฝากที่หอเพื่อนใกล้ๆนี่ก่อน และหลังจากที่เพื่อนสนิทตกลงยองฮยอนก็แทบจะกราบขอบคุณพร้อมกับโบกมือลาลูกรักของเขาในตอนนี้

ลูกมึงปลอดภัยแล้ว

อิมแจบอมไลน์มาบอกว่าเอาโมเดลของเขาไปเก็บในรถซึ่งจอดอยู่ในร่มอย่างปลอดภัยไร้กังวล มือเรียวจัดการเก็บโทรศัพท์เข้ากระเป๋าแล้วเก็บแม็คบุ๊คเข้ากระเป๋าเป้ วันนี้อาจจะเป็นวันซวยของคังยองฮยอนในรอบปีเลยก็ว่าได้ ลืมเอาซองใส่แม็คบุ๊คมาจากหอ ตกบันไดตอนเช้าเพราะวิ่งตามจะเอาปากกาไปคืนเพื่อนร่วมมหาลัย แถมตอนนี้ฝนยังตกหนักจนทำให้เขากลับหอลำบากขึ้นไปอีก

ร่างโปร่งลงลิฟต์มาถึงชั้นล่างและเดินไปตามซุ้มทางเดินที่ไม่ช่วยกันฝนเท่าไหร่เพราะถึงจะมีหลังคาแต่น้ำฝนก็ยังกระเด็นมาโดนเขาอยู่ดี ระหว่างทางไปยังป้ายรถรางของมหาลัยสายตาก็สะดุดเข้ากับร่างสูงของผมสีทองของคนที่เขาเจอเมื่อตอนเช้าและตอนเที่ยง 

คนผมทองกำลังนั่งยองๆเหมือนกำลังคุยกับอะไรบางอย่างอยู่สังเกตได้จากใบหน้ามุมข้าง ยองฮยอนเดินเข้าไปใกล้จนเห็นว่าอีกคนกำลังจ้องมองลูกแมวสองตัวในลังกระดาษพร้อมกับพึมพำเบาๆหลายประโยค

“ฉันก็อยากจะเก็บแกไปเลี้ยงนะ แต่..” ร่างสูงทึ้งผมตัวเองทั้งที่ปากยังคงพึมพำไม่เลิก

But I can’t. Sorry. You’re so cute.”

ยองฮยอนเห็นว่าคนที่บ่นเป็นภาษาอังกฤษทำท่าเหมือนจะเอื้อมมือไปหาลูกแล้วแต่แล้วก็ชักมือกลับไปๆมาๆอยู่อย่างนั้นประมาณสองสามรอบ

“คุณ”

อาจจะเพราะว่าสงสารคนที่จะจับแมวหรือด้วยเหตุผลอะไรก็แล้วแต่เขาก็เอ่ยปากทักอีกคนจนได้ และคนที่กำลังทำท่าทางกล้าๆกลัวๆเงยหน้ามามองเขาก่อนลุกขึ้นยืนเต็มความสูง

ซึ่งนั่นทำให้ยองฮยอนรู้สึกฉุนนิดหน่อยเพราะต้องเงยหน้าขึ้นมอง

“ทำอะไรอยู่หรอ?”

“ดูดิ ลูกแมวน่ารักอ่ะ อยากเอาไปเลี้ยง”

เขาชี้ๆไปยังกล่องกระดาษที่ภายในมีลูกแมวตัวเล็กๆอยู่ คนผมทองมองเจ้าลูกแมวในกล่องตาละห้อย

“แต่ฉันเลี้ยงไม่ได้อ่ะ เพราะเป็นภูมิแพ้เนี่ยดิ” พูดพร้อมกับถอนหายใจออกมา ร่างสูงข้างเขาย่อตัวลงอีกครั้งก่อนจะยื่นมือไปลูบหัวเจ้าแมวเบาๆสองสามที ยองฮยอนที่เห็นว่าอีกคนทำแบบนั้นก็ย่อตัวลงบ้าง

“ผมเอาไปเลี้ยงดีมั้ยนะ?”

เหมือนว่าจะบ่นกับตัวเองดังไปหน่อยคนผมทองจึงได้ยินสิ่งที่เขาพูด

“จริงดิ! นายเลี้ยงมันได้มั้ย? น่าสงสารออก ดูสายตามันสิ”

เป็นเวลาสองวินาทีที่เขาเผลอตั้งคำถามว่าคนผมทองตรงหน้าเรียนการแสดงรึเปล่าทำไมถึงได้แอคติ้งดีขนาดนี้ แต่อีกสามวินาทีหลังจากนั้นเขาก็พบว่าตัวเองเอื้อมมือไปอุ้มเจ้าแมวสีขาวในกล่องขึ้นมาแนบออกซะแล้ว

เพราะรอยยิ้มกว้างจากชายใส่แว่นทำให้คังยองฮยอนรู้สึกเหมือนจะหายใจไม่ออก ยิ่งดวงตายิ้มที่หรี่ลงภายใต้กรอบแว่นกลมยิ่งทำให้ใบหน้าของอีกฝ่ายดูสดใสขึ้นเหมือนมีออร่าออกมาทั้งๆที่จริงๆแล้วตอนนี้ฝนสาดพวกเขาทั้งคู่จนเปียกโชก

“เออว่าแต่ ที่บอกว่าฉันทำอะไรตกไว้เนี่ย อะไรหรอ?”

 


ปากกาลายไก่สีเหลืองในมือถูกเจ้าของจับหมุนควงไปมา เจนั่งมองคังยองฮยอนมาสักพักแล้วหลังจากที่ประโยคสุดท้ายของอีกฝ่ายจบลง

“นี่ยองฮยอน”

คนที่กำลังใช้สมาธิครางตอบเขาเบาๆในลำคอโดยที่ไม่เงยหน้ามองกัน

“ทำไมนายถึงชอบฉันล่ะ?”

ประโยคคำถามที่มาจากร่างสูงตรงหน้าทำให้คังยองฮยอนหยุดมือที่กำลังวาดแบบลงในกระดาษแล้วเงยหน้ามาสบตาคนถามตรงๆ

รอยยิ้มกว้างประดับบนใบหน้าน่ารักที่เจแอบคิดตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอกัน

“นายก็น่าจะรู้นะเจ”

“.........”

เจเงียบ เขามองคังยองฮยอนยิ้มจนรู้สึกว่าสายตาเริ่มพร่าเพราะความสว่างไสวจากรอยยิ้มนั่น

“บนโลกนี้มันจะมีสักกี่คนกันเชียวที่ทำให้คนเราใจเต้นได้เพียงแค่มองหน้ากันครั้งแรกน่ะ”

เหตุผลแบบอ้อมๆจากยองฮยอนที่ฟังครั้งเดียวสมองของเจก็แปลความหมายได้

“แล้วนายล่ะ?”

ยองฮยอนก้มหน้าลงไปเขียนแบบเหมือนเดิมโดยที่ในใจยังคงรอฟังคำตอบของเจ แต่ถ้าเขาไม่ทำงานต่อตอนนี้มีหวังอีกฝ่ายได้อยู่โต้รุ่งไปกับเขาด้วยแน่ๆ

“เพราะนายไม่เหมือนคนอื่น.. ละมั้ง”

“.........”

“ลองคิดดูสิว่าคนแบบไหนที่จะวิ่งตามเอาปากกาที่คนอื่นทำหล่นไปคืนเจ้าของจนตัวเองตกบันไดแถมยังเอาลูกแมวจรจัดไปเลี้ยงเพราะคำขอร้องจากคนแปลกหน้าอีก”

เจไม่รู้หรอกว่ายองฮยอนทำสีหน้าแบบไหนอยู่เพราะอีกฝ่ายกำลังก้มหน้าก้มตาเขียนแบบอย่างขะมักเขม้น แต่เดาไปเองว่าอีกคนคงจะเขินไม่แพ้เขานั่นแหละ สังเกตได้จากสีแดงจางๆบนใบหูและแก้มนิ่ม

ก่อนที่คังยองฮยอนจะเงยหน้าขึ้นมามองเขาพร้อมกับรอยยิ้มสดใสราวกับพระอาทิตย์ในฤดูใบไม้ผลิ

วินาทีนั้นเจเหมือนโดนหมัดฮุกเข้าที่หัวใจอีกครั้ง

 

 

“ทำไงดี โคตรรักนายเลยว่ะ”                                        

 

 

FIN : )






Original art by Oengoei


*แนบภาพประกอบ*

สวัสดีค่ะ//โค้งงามๆ

จากเรื่องที่แล้วเราลั่นเรื่องYou are my cup of tea.ที่เป็นเรื่องของเนียลองไปคราวนี้ก็กลับมาพร้อมกับคู่เจเคค่ะ (ใครคือเจเค เราคือ Jaehyungparkian ต่างหาก!)

คู่นี้จริงๆแล้วเราชิปหนักมากค่ะก็เลยลั่นมาเป็นวันช็อตอย่างที่เห็น

ขอบคุณทุกคนที่ติดตามค่าา แล้วก็อย่าลืมรักและซับพอร์ตDay6ไปด้วยกันนะคะ









ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ Mind K. จากทั้งหมด 19 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

5 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 22 กันยายน 2561 / 12:46

    ฮือออ น่ารักมากค่ะ อบอุ่นมากกก อยากอ่านอีกเลยค่ะ

    #5
    1
    • 22 กันยายน 2561 / 22:34
      ขอบคุณที่แวะเข้ามาอ่านนะคะ : )
      #5-1
  2. #4 STARMARK#82 (@deeoppaonly) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2561 / 01:39
    แง เขินทั้งพี่และก็ยองเคเลยค่ะ TToTT
    #4
    0
  3. #3 ppraelz (@ppraelz) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 19 เมษายน 2561 / 13:24
    แงงงงมีรูปประกอบไปอีกกก น่ารักจังเลยค่ะ :))
    #3
    0
  4. #2 LIN.SMILE (@slyupichaya) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 19 เมษายน 2561 / 10:33
    ขอเลือดกรุ๊ปโอด่วนๆค่ะจาตายแล้ว แงงง
    #2
    0
  5. วันที่ 18 เมษายน 2561 / 14:28
    โง้ยย รอออออ
    #1
    0