คัดลอกลิงก์เเล้ว

My Galaxy [DAY6] | AnWoon #อั้นอุน

โดย Mind K.

คังไบรอันและเจ้าของรอยยิ้มกว้างที่ดูสว่างไสวราวกับดวงดาวนับล้านในกาแล็กซี่ทางช้างเผือก : ) - END

ยอดวิวรวม

229

ยอดวิวเดือนนี้

11

ยอดวิวรวม


229

ความคิดเห็น


8

คนติดตาม


16
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  2 เม.ย. 62 / 23:06 น.
นิยาย My Galaxy [DAY6] | AnWoon #ع My Galaxy [DAY6] | AnWoon #อั้นอุน | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้




은하수를 만들어
어디든 날아가게 할거야

ฉันจะร่ายเวทมนต์บนอวกาศนี้
แล้วพาเธอบินไปตามที่ใจเธอต้องการ

Bolbbalgan4 - Galaxy
t
b

เนื้อเรื่อง อัปเดต 2 เม.ย. 62 / 23:06


ไบรอันไม่เคยเป็นพี่เลี้ยงเด็กที่ไหนมาก่อน

จนกระทั่งได้รับคำสั่งจาก ‘เบื้องบน’ ให้กลับมาที่เกาหลี

ร่างสูงหนึ่งร้อยแปดสิบเซนติเมตรในชุดสูทสีดำผูกเนคไทสวมรองเท้าหนังราคาแพงเดินออกจากเกทหมายเลข 9 แว่นตาดำกับสีหน้าเรียบเฉยทำให้ไบรอันตกเป็นเป้าสายตาของใครหลายคนแต่เขาก็ไม่ได้สนใจไปมากกว่าการกลับไปที่คฤหาสน์ให้เร็วที่สุดตามคำสั่ง มือหนายกขึ้นมาดูเวลา นาฬิกาเรือนหรูที่ราคาโดยรวมน่าจะประมาณกับการซื้อบ้านพร้อมที่ดินสักหลังทำหน้าที่บอกเวลาอย่างไม่ขาดตกบกพร่อง เข็มสั้นชี้เกือบถึงเลขสิบและเข็มยาวที่ชี้ใกล้เลขสิบสองทำให้เขาขมวดคิ้ว

อีกหนึ่งนาทีจะถึงเวลาที่คนจากทางคฤหาสน์แจ้งไว้ว่าจะมารับเขา แต่ตอนนี้ก็ยังไม่เห็นวี่แววสักคน ร่างสูงถอนหายใจพลางส่ายหน้าเล็กน้อยแล้วเดินต่อโดยไม่ทันได้มองว่ามีผู้หญิงคนหนึ่งยืนอยู่ด้านหน้า

“คุณคะ เดี๋ยวก่อนค่ะ”

เสียงเรียกจากทางด้านหลังดังขึ้นเมื่อขายาวก้าวเดินผ่านไป ไบรอันหยุดเดินพลางหันหน้ากลับไปเล็กน้อย สายตามองไปยังมืออีกคนที่กำลังจับข้อมือเขาอยู่อย่างถือวิสาสะ และดูเหมือนว่าหญิงสาวจะรู้ตัวว่าตัวเองกำลังเสียมารยาทจึงได้ปล่อยมือ

“คุณใช่คังยองฮยอนรึเปล่าคะ?”

เธอถามด้วยน้ำเสียงไม่มั่นใจ ร่างสูงเงียบพร้อมกับพิจารณาคนตรงหน้า เธอเป็นผู้หญิงตัวเล็กผมยาวอยู่ในชุดพนักงานออฟฟิศทั่วไป ป้ายตำแหน่งที่ห้อยคออยู่ทำให้ไบรอันแปลกใจ

เลขานุการ คัง

งั้นเหรอ?

ชายหนุ่มยกยิ้มก่อนจะเอ่ยปฏิเสธแล้วออกเดินต่อโดยไม่ได้สนใจสีหน้าของผู้หญิงด้านหลังอีก เขาไม่มีความจำเป็นจะต้องยอมรับว่าตัวเองคือคนที่อีกฝ่ายพูดถึงเนื่องจากตัวตนของคังยองฮยอนนั้นได้ตายไปนานแล้ว ทันทีที่เดินออกจากสนามบินร่างสูงก็เห็นรถลีมูซีนสีดำจอดออยู่ไม่ไกลพร้อมกับผู้ชายในชุดสูทสีดำอีกสองสามคน เมื่อคนพวกนั้นเห็นก็พากันวิ่งมายังที่ที่เขายืนอยู่พร้อมกับโค้งคำนับ

“ยินดีต้อนรับกลับครับคุณเค”

ไบรอันพยักหน้าเดนนำไปยังลีมูซีนตามการผายมือของชายอีกคน แว่นดำถูกมือหนาถอดออกทันทีเมื่อเข้ามานั่งในรถเรียบร้อย ขายาวยกขึ้นมาไขว่ห้างตามความเคยชินก่อนที่ร่างสูงจะเอนกายหลับตาพิงเบาะเพื่อลดความเหนื่อยล้าจากการเดินทาง

“ครับท่าน คุณเคเดินทางมาถึงแล้วครับ ได้ครับท่าน”

เขาได้ยินหนึ่งในสองคนที่มารับกำลังคุยโทรศัพท์กับใครสักคน ฟังจากสรรพนามแล้วอาจจะเป็นคนที่ขอให้เขากลับมาเกาหลีอีกครั้ง

“คุณเคครับ คุณท่านบอกว่าให้ผมพาคุณเคไปที่บริษัทก่อนไปที่คฤหาสน์ครับ”

ชายที่นั่งข้างคนขับหันหน้ากลับมาบอกเขา  ไบรอันตอบรับในลำคอโดยที่ไม่ได้ลืมตามองแต่เขาก็ไม่แปลกใจเท่าไหร่กับการที่ให้เข้าไปที่บริษัทก่อน มันเป็นไปตามที่เขาคาดการณ์ไว้ เพียงแต่สิ่งที่เขายังไม่รู้ก็คือจุดประสงค์ที่แท้จริงของการกลับมาครั้งนี้ต่างหาก

 

 

 

 

เวลาบ่ายสามโมงตรงรถลีมูซีนคันหรูมาจอดที่หน้าอาคารเรียนในโรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่งในกลางเมือง หลังจากที่เข้าไปพบท่านประธานที่บริษัทแล้วไบรอันก็ถูกเชื้อเชิญให้ทานอาหารกลางวันที่โรงแรมห้าดาวที่ทางบริษัทเป็นหุ้นส่วนอยู่ด้วยเหตุผลที่ว่าท่านประธานอยากจะเลี้ยงต้อนรับเขาที่กลับมาเกาหลีในรอบสิบปี

“ถ้าไม่ได้เธอกลับมา ที่นี่ก็คงวุ่นวายแน่ๆเลยนะไบรอัน”

ท่านประธานบอกกับเขาแบบนั้นก่อนจะรับซองเอกสารมาจากเลขาฯเพื่อส่งให้เขา

“ยังไงก็ฝากดูแลด้วยนะ ยุนโดอุนน่ะ”

“ครับท่าน ไม่ต้องเป็นห่วงครับ”

มือหนารับซองเอกสารพลางส่งยิ้มเพื่อให้ท่านประธานสบายใจได้อย่างที่พูด ยังไงซะนี่ก็เป็นหนึ่งในหน้าที่ที่เขาต้องรับผิดชอบอยู่แล้ว การกลับมาครั้งนี้ก็ไม่ต่างจากการมาทำงานเพื่อให้สำเร็จตามเป้าหมายแล้วก็กลับไป

“อยู่ที่แคนาดานานคงคิดถึงอาหารเกาหลีมากเลยสิ มื้อนี้ก็เต็มที่เลยนะ ถือว่าฉันเลี้ยงต้อนรับเธอก็แล้วกัน”

ชายวัยกลางคนยิ้มเมื่อได้ยินคำพูดยืนยันของไบรอัน ร่างสูงวางซองเอกสารไว้ข้างตัวก่อนจะก้มหัวเป็นเชิงขอบคุณ ใช้เวลาสักพักกว่าที่มื้ออาหารจะจบลง การได้พูดคุยกับท่านประธานในเรื่องต่างๆยังคงทำให้ไบรอันแปลกใจได้ทุกครั้ง คนที่ดูภายนอกเหมือนจะได้ค่อยสนโลกอย่างเขากลับถูกทำให้คล้อยตามบทสนทนาได้ง่ายๆ ท่านประธานถึงแม้จะมีอายุแล้วแต่ก็ยังดูเหมือนคนอายุสามสิบปลายๆที่มีวิสัยทัศน์กว้างไกลและสามารถอ่านใจคนได้อย่างทะลุปรุโปร่งนั้นทำให้ไบรอันเคารพโดยไม่มีข้อกังขา

“จริงด้วย ไหนๆเธอก็มาแล้ว วันนี้ก็ไปรับโดอุนที่โรงเรียนซะเลยสิ”

และนั่นก็เป็นเหตุผลที่ทำให้ไบรอันมาอยู่ที่โรงเรียนในตอนนี้ เขาเห็นนักเรียนหลายคนเริ่มเดินลงมาจากบันไดบ้างแล้ว ด้วยความที่เป็นโรงเรียนเอกชนเครื่องแบบนักเรียนก็จะต่างจากที่อื่นอยู่พอสมควร โดยเฉพาะเสื้อนอกลายสก็อตสีน้ำเงินซึ่งจะมีการปักตราโรงเรียนด้วยไหมสีทองไว้ที่หน้าอกด้านซ้าย

“นี่ คุณหนูของพวกนายเป็นคนแบบไหน?”

ไบรอันถามชายสองคนที่ทำหน้าที่เป็นคนขับรถเพื่อฆ่าเวลาระหว่างรอ ถึงจะอ่านประวัติคร่าวๆจากที่ท่านประธานให้มาแต่เขาก็ยังต้องการข้อมูลเกี่ยวกับลักษณะนิสัยทั่วไปอีกนิดหน่อย

“คุณหนูน่ะเป็นคนที่ร่าเริงมากครับ แล้วก็ชอบเล่นมากๆด้วย”

เขาพยักหน้าเมื่อได้ฟังคำตอบ ไม่ต่างจากที่เดาไว้เท่าไหร่เพราะจากรูปถ่ายที่แนบมาคนในรูปมักจะยิ้มตลอดเวลาไม่ว่าจะเป็นการถ่ายตรงๆหรือถ่ายตอนเผลอที่กำลังเล่นกับหมาแมวอยู่

“งั้นเหรอ แล้วพวกนายได้บอกมั้ยว่าท่านประธานจะไม่อยู่สามเดือน?”

นี่เป็นสิ่งที่ไบรอันอยากรู้ จากการที่ได้พูดคุยกับท่านประธานเมื่อกลางวันเกี่ยวกับการไปประชุมแผนงานธุรกิจของสาขาย่อยที่ยุโรปเป็นเวลาสามเดือนเขาถึงได้รู้ว่าถึงแม้ท่านประธานจะงานยุ่งแต่ก็ไม่เคยอยู่ห่างจากลูกชายตัวเองเกินสองวัน

“ไม่ครับ พวกเราไม่ได้รับอนุญาตให้บอกเรื่องนี้กับคุณหนู”

ชายที่นั่งประจำที่คนขับรถเป็นคนตอบคำถามเขา เมื่อได้ยินดังนั้นร่างสูงก็ถอนหายใจ ถ้าเขาต้องเป็นคนบอกเรื่องนี้กับยุนโดอุนแล้วล่ะก็ เขาจะต้องหาวิธีที่ไม่ทำลายความรู้สึกของอีกฝ่าย ยิ่งเป็นเด็กมัธยมด้วยแล้วการเข้าใจเหตุผลในเรื่องกะทันหันแบบนี้จะต่ำมากตรงข้ามกับการเชื่อมั่นในความคิดของตัวเอง

“นั่นไงครับคุณเค คุณหนูลงมาแล้วครับ”

ตาคมมองตามไปยังทิศทางที่คนด้านหน้าชี้ เด็กผู้ชายรูปร่างสูงโปร่งไมได้ผอมบางเหมือนอย่างที่เขาคิดไว้ในตอนแรกกำลังเดินสะพายกระเป๋านักเรียนลงบันไดมายังรถลีมูซีนที่เขานั่งอยู่ ทรงผมยุ่งที่ดูเหมือนไม่ได้เซ็ตทำให้เขาหงุดหงิดอยู่เล็กน้อย ไหนจะเสื้อนักเรียนตัวในที่ปล่อยชายกับรองเท้าผ้าใบคอนเวิร์สสีแดงนั่นดูยังไงก็ไม่เข้ากันเลยสักนิด

คนที่นั่งข้างคนขับเป็นคนลงไปเปิดประตูให้กับคนที่กำลังเดินมาทางนี้ ไบรอันปรับสีหน้าให้ดูเป็นมิตรขึ้นมาอีกนิดหน่อยก่อนที่ยุนโดอุนจะขึ้นรถ เมื่อประตูปิดลงในรถก็ตกอยู่ในความเงียบประมาณสามวินาทีและถูกทำลายลงด้วยน้ำเสียงของผู้มาใหม่

“ขอบคุณที่มารับนะครับพี่ยองแจ พี่โดจุน”

คนที่อยู่ในชุดนักเรียนทักทายสองคนด้านหน้าอย่างสนิทสนม ก่อนที่จะหันมาสวัสดีเขา

“สวัสดีครับ”

“คุณหนูครับ นี่คือคุณเคครับ”

ร่างสูงส่งยิ้มพลางก้มหน้ารับคำทักทายของคนที่เด็กกว่า พอมองดูใกล้ๆแบบนี้แล้วไบรอันก็เห็นดวงตาที่เป็นประกายสุกใสของอีกคนอย่างชัดเจน

“สวัสดีครับคุณเค ผมชื่อยุนโดอุน ยินดีที่ได้รู้จักฮะ”

ยุนโดอุนพูดพร้อมกับส่งยิ้มกว้างมาให้เขา นั่นทำให้ไบรอันเห็นว่าที่ฟันซี่ล่างของเด็กคนนี้มีเหล็กดัดฟันอยู่ ท่าทางที่ดูดีใจเหมือนได้เจอเพื่อนใหม่ของโดอุนทำให้ร่างสูงเบาใจ อย่างน้อยก็ไม่ได้เป็นคนโลกส่วนตัวสูงหรือพวกเก็บตัวเพราะงั้นการอยู่ด้วยตลอดสามเดือนของเขาก็คงไม่มีปัญหาเท่าไหร่

“ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันครับคุณหนู ตั้งแต่วันนี้ไปผมจะมาอยู่กับคุณหนูแทนท่านประธานเป็นเวลาสามเดือนนะครับ”

พอเขาพูดจบ สีหน้าที่ดูสดใสของโดอุนก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย แต่แค่เพียงแวบเดียวก็กลับมาเหมือนเดิม ไบรอันไม่ได้ตาฝาด ดวงตาที่ในตอนแรกเขามองว่ามันเป็นประกายดูมืดลงในเสี้ยววินาทีแล้วก็กลับมาเป็นประกายอีกครั้ง จนดูเหมือนว่าเด็กคนนี้กำลังซ่อนอะไรบางอย่างไว้ภายใต้หน้ากากที่สดใส

“ขอบคุณนะครับคุณเค ฝากตัวด้วยนะครับ”

มือเรียวถูกยื่นมาตรงหน้า ไบรอันมองพลางยื่นมือไปจับแล้วเขย่าเบาๆ มือของยุนโดอุนค่อนข้างอุ่นต่างกับเขาที่มือเย็นอยู่ตลอดเวลาโดยไม่มีสาเหตุ

“มือคุณเคเย็นจังเลยนะครับ”

คนที่ถูกเรียกว่าเคยิ้มมุมปาก เขาชินแล้วกับการที่โดนบอกว่ามือเย็นเวลาจับมือทักทาย ยุนโดอุนมีสีหน้าสงสัยและเหมือนจะต้องการพิสูจน์อะไรบางอย่างถึงได้พยายามเอามองมือเขาขนาดนั้น

“ถ้าคุณหนูอยากจับอีกก็ได้นะครับ”

เขายื่นมือไปตรงหน้าของเด็กมัธยมที่ทำท่าทางสนใจ ยุนโดอุนใช้นิ้วชี้จิ้มลงตรงกลางฝ่ามือหนาค้างไว้แล้วมองหน้าไบรอัน เจ้าของมือเลิกคิ้วสูงเป็นเชิงสงสัย

“ทำไมคุณเคไม่จับนิ้วผมอ่ะครับ?”

พูดพลางเอียงคอถามด้วยสีหน้าเหมือนหมาสงสัย ไบรอันคิดในใจแบบนั้นแล้วกำมือเพื่อจับนิ้วชี้ของอีกฝ่ายไว้จากนั้นจึงเผยยิ้มมุมปาก สีหน้าสงสัยของยุนโดอุนเปลี่ยนเป็นซุกซนขึ้นมาทันทีที่เขาทำแบบนั้น

“เล่นทีเผลอนี่ครับพี่เค”

สรรพนามแทนตัวเขาที่หลุดออกมาจากยุนโดอุนทำให้ไบรอันเผลอกลั้นหายใจ เขาปล่อยมือจากนิ้วของอีกคนแล้วหันไปมองนอกหน้าต่างแทน ถนนหนทางที่เกาหลีเปลี่ยนไปจากเมื่อสิบกว่าปีที่แล้วมาก ไหนจะตึกสูงที่ผุดขึ้นมากมายจนคล้ายกลับเมืองที่เขาอยู่ปัจจุบัน แรงสะกิดที่ต้นแขนจากคนข้างๆทำให้ไบรอันต้องหันหน้ากลับมาอีกครั้ง

“คุณเคไม่ได้อยู่เกาหลีใช่มั้ยครับ”

ร่างสูงพยักหน้า

“ครับ ผมเพิ่งถูกท่านประธานเรียกตัวมาจากแคนาดา พอดีว่าผมดูแลสาขาที่โน่นอยู่”

คนฟังทำท่าทางพยักหน้าเขาใจ พอดูแบบนี้แล้วไบรอันก็คิดว่ายุนโดอุนนิสัยคล้ายกับลูกหมาไม่มีผิด จะมีก็แต่สีหน้าซุกซนแบบเมื่อกี้ที่เหมือนแมว ร่างโปร่งของนักเรียนม.ปลายเอนพิงกับเบาะรถแล้วทำท่าทางเหมือนกำลังบิดขี้เกียจ

“วันนี้ผมต้องเรียนคณิตด้วยครับ ขี้เกียจคิดเลขมากๆเลย”

ดูจากท่าทางแบบนั้นก็พอจะเดาได้ จากข้อมูลที่ไบรอันได้อ่านมาเขาก็พอรู้ว่าปีนี้ยุนโดอุนอยู่ม.ปลายปีสามแล้ว ช่วงนี้ก็เป็นช่วงเพิ่งเปิดเทอมของเทอมแรก ส่วนเทอมหน้าจะมีการสอบเข้ามหาวิทยาลัยของเกาหลี ดังนั้นหมายความว่าตลอดปีการศึกษานี้ยุนโดอุนก็คงต้องขยันเรียนอย่างหนักเพื่อสอบเข้า การที่เรียนห้องเรียนพิเศษของโรงเรียนเอกชนได้ไม่ใช่แค่รวยอย่างเดียวแต่หัวก็ต้องดีด้วย เขาดูใบเกรดของยุนโดอุนแล้วมันก็ไม่ได้จัดอยู่ในเกณฑ์ดีขนาดที่จะช่วยให้อีกคนเข้ามหาวิทยาลัยท็อปสามได้ แต่ก็ไม่ได้แย่โดยเฉพาะภาษาอังกฤษ

“ผมช่วยสอนได้นะครับ”

พูดออกไปแบบนั้นเพราะคิดว่ายังไงนี่ก็เป็นหนึ่งในหน้าที่พี่เลี้ยงเด็กอย่างที่ท่านประธานบอก อีกอย่างเรื่องตัวเลขก็เป็นสิ่งที่ไบรอันถนัดไม่แพ้ภาษาอังกฤษเขาก็เลยคิดว่าช่วงสามเดือนนี้อาจจะพอช่วยอะไรยุนโดอุนได้บ้าง

 

 

 

 

ใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมงรถลีมูซีนคันหรูก็มาจอดที่คฤหาสน์หลังใหญ่แถบชานเมือง ระหว่างนั่งรถมาไบรอันก็ได้พูดคุยถามไถ่เรื่องที่โรงเรียนของโดอุนบ้างเป็นระยะ มีอยู่เรื่องหนึ่งที่เขาแปลกใจก็คือวันนี้โดอุนบอกว่าได้กลับบ้านตรงเวลาครั้งแรกเพราะทุกครั้งรถที่บ้านจะมารับประมาณสองสามทุ่ม

คุณหนูของบ้านเดินสะพายกระเป๋านักเรียนขึ้นบันไดไปอย่างร่าเริงจนพบกับแม่บ้านที่ออกมาต้อนรับ ร่างสูงโค้งให้กับหญิงสาวที่โค้งทักทายเขาก่อน นี่เป็นครั้งแรกในรอบสิบปีที่ไบรอันกลับมาที่คฤหาสน์หลังนี้หลังจากที่เขาถูกส่งตัวไปอยู่แคนาดา

“ยินดีต้อนรับค่ะคุณเค เชิญทางนี้ค่ะ”

ขายาวเดินตามแม่บ้านไปยังห้องโถงรับแขก เขานั่งที่โซฟาตัวกลางก่อนจะมองไปรอบๆ กรอบรูปบานใหญ่เป็นรูปของท่านประธานกับคุณหนูของบ้านที่กำลังยืนยิ้มอยู่ด้วยกัน ถัดมาก็เป็นรูปของเด็กชายชุนโดอุนในอิริยาบถต่างๆไม่ว่าจะเป็นรูปตอนยิ้ม หัวเราะ เล่นกับสัตว์เลี้ยง ใส่ชุดอนุบาล กินข้าว แต่ที่สะดุดตาไบรอันมากที่สุดก็คือรูปที่โดอุนกำลังร้องไห้ ริมฝีผากเม้มเข้าหากันและดวงตาที่เต็มไปด้วยน้ำตาไหลอาบแก้ม

“เดินทางมาเหนื่อยสินะคะคุณเค ต้องขอบคุณที่มาช่วยดูแลคุณหนูมากเลยนะคะ”

หญิงสาววัยห้าสิบกลางๆนั่งลงบนเก้าอี้อีกตัว เขาจำเธอได้ถึงแม้ว่าเวลาจะผ่านไปเป็นสิบปี คิมเยจีอยู่ที่บ้านหลังนี้มาตั้งแต่รุ่นพ่อของท่านประธานจนมาถึงรุ่นของยุนโดอุน

“ไม่เป็นไรครับคุณคิม การดูแลคุณหนูเป็นหน้าที่ของผมอยู่แล้ว”

คิมเยจียิ้มเผยให้เห็นริ้วรอยย่นที่ดวงตาจากอายุที่มากขึ้นแต่หลังจากนั้นอีกฝ่ายก็เปลี่ยนสีหน้าเป็นอีกคน

“รวมถึงการบอก ‘ความจริง’ กับคุณหนูด้วยสินะคะ คุณเค”

เธอกดเสียงต่ำเมื่อเรียกชื่อเขา ไบรอันสบตาหญิงสาวที่ไม่มีแววใจดีเหมือนเมื่อครู่เหลืออยู่ เขาพยักหน้าเมื่อเริ่มจะเข้าใจจุดประสงค์ของการถูกเรียกตัวกลับมาที่เกาหลีครั้งนี้ของท่านประธานแล้ว ดูเหมือนว่าท่านเองก็คงได้รับคำสั่งจาก ‘เบื้องบน’ เช่นเดียวกับเขา

“เรื่องนั้นผมทราบดีครับคุณคิม ไม่ต้องเป็นห่วง”

เมื่อได้ยินแบบนั้นหญิงสาวที่เป็นหัวหน้าแม่บ้านและแม่นมชองคุณหนูของบ้านก็กลับมายิ้มเหมือนเดิมเมื่อเห็นคนที่เธอพูดถึงกำลังเดินลงบันไดมาจากชั้นสองของบ้าน

“คุณหนู วันนี้ป้าทำนมสตรอเบอร์รี่ของโปรดของคุณหนูไว้ด้วยนะคะ”

เธอลุกจากเก้าอี้เพื่อไปเตรียมนมสตรอเบอร์รี่อย่างที่บอก ยังไม่ทันที่อีกคนจะลงมาถึงชั้นล่างของบ้าน คนที่ยังอยู่ในชุดนักเรียนที่ถอดเสื้อนอกออกก็ตะโกนตามหลังหญิงสาวไป

“รบกวนเอามาเผื่อคุณเคด้วยนะคับคุณป้า”

จากนั้นร่างโปร่งก็เดินลงมาทิ้งตัวนั่งบนโซฟาตัวเดียวกับเขา ยุนโดอุนส่งยิ้มอย่างเป็นมิตรมาให้อีกครั้งก่อนที่จะเขยิบเข้ามาใกล้เขา

“คุณเคลองดื่มดูนะฮะ ผมชอบนมสตรอเบอร์รี่ของคุณป้ามากๆเลย”

ท่าทางของยุนโดอุนเหมือนเด็กที่กำลังเห่อเพื่อนใหม่ไบรอันรู้สึกอย่างนั้น เขาจึงยิ้มตอบกลับไป

“ขอบคุณครับคุณหนู”

และเมื่อได้ยินเขาพูดดังนั้นคนข้างๆก็ทำหน้าเหมือนกับไม่ค่อยพอใจอะไรบางอย่าง สังเกตได้จากริมฝีปากที่เริ่มเบะหน่อยๆ

“เอ่อ..”

ไบรอันกำลังจะถามออกไปแต่ก็โดนอีกคนพูดสวนมาเสียก่อน

“คุณเคเรียกผมว่าโดอุนก็ได้นะครับ เรียกคุณหนูแล้วมันยังไงไม่รู้อ่ะ”

คนแก่กว่าเลิกคิ้ว ในใจก็คิดว่ามันไม่เห็นแปลกตรงไหน ในเมื่อทุกคนที่นี่ก็เรียกยุนโดอุนแบบนี้ทั้งนั้น

“ก็.. ผมว่าพอคุณเคเรียกผมว่าคุณหนูแล้วมันแปลกๆ เหมือนผมเป็นมาเฟียอะไรพวกนั้นเลยอ่ะครับ”

ไม่พูดเปล่ายุนโดอุนยังพยักหน้ากับตัวเองขณะที่กำลังอธิบายเหตุผล ไบรอันหยักหน้าเข้าใจ

“ครับคุณโดอุน”

และนั่นก็ทำให้นักเรียนข้างๆเขาถอนหายใจออกมายาวเหยียด

“ไม่ใช่แบบนี้สิครับ แค่โดอุน โดอุนเฉยๆ”

“ครับ โดอุน”

จากนั้นไบรอันก็ได้เห็นรอยยิ้มกว้างที่ดูสว่างไสวราวกับดวงดาวนับล้านในกาแล็กซี่ทางช้างเผือก ถึงแม้ว่าความสว่างนั้นจะใช้เวลาเดินทางหลายล้านปีแสงก็ตาม

อ่า อันนี้ก็ดูเหมือนว่าเขาจะเปรียบเทียบเวอร์ไปสินะ

 

 

 

 

ห้องนอนของไบรอันอยู่ชั้นสองริมสุดของโถงทางเดินซึ่งอยู่คนละฝั่งกับห้องของคุณหนูของบ้าน แต่ตอนนี้มีสิ่งหนึ่งที่ไบรอันกำลังไม่เข้าใจมากๆนั่นก็คือการที่เด็กมัธยมปลายปีสามที่น่าจะชอบอยู่คนเดียวในห้องมากกว่ากำลังมานั่งทำการบ้านในห้องนอนของเขา

เมื่อครึ่งชั่วโมงที่แล้วหลังจากที่เขาจัดการธุระของบริษัทสาขาย่อยที่แคนาดาเสร็จไบรอันก็ว่าจะไปอาบน้ำเตรียมเข้านอนเพราะเขาเหนื่อยจากการเดินทาง ถึงแม้จะยังปรับตัวกับเวลาไม่ค่อยได้แต่การที่ฝืนมาทั้งวันก็ทำให้ร่างกายของเขารู้สึกล้า ยังไม่ทันที่จะเดินไปหยิบผ้าขนหนูจู่ๆประตูห้องนอนก็ถูกเคาะสองสามทีก่อนจะถูกเปิดออกและตามด้วยผมยุ่งๆของโดอุน

“ผม.. ขอมาทำการบ้านที่ห้องคุณเคได้มั้ยครับ”

และคำพูดเชิงขออนุญาตที่ดูกล้าๆกลัวๆจากยุนโดอุนทำให้ไบรอันหลุดยิ้มมุมปาก เขาพยักหน้าตอบรับพลางเดินไปหยิบผ้าขนหนูเข้าห้องน้ำ พอออกมาอีกทีก็เห็นโดอุนกำลังนั่งทำการบ้านหน้าเครียดอยู่ที่โต๊ะอ่านหนังสือ ไบรอันที่เห็นแบบนั้นจึงเดินเข้าไปด้านหลังทั้งที่ยังไม่ได้ใส่เสื้อและผมเปียกอยู่ ดูเหมือนว่าหยุดน้ำจาปลายผมของเขาจะหยดใส่ต้นคอของคนที่กำลังมีสมาธิโดอุนจึงได้สะดุ้งแล้วรีบหันหน้ากลับมามองเขาพร้อมกับสีหน้าตกใจ

“คุณเค!!! ทำไมไม่ใส่เสื้อผ้าก่อนล่ะครับ!

ได้เห็นสีหน้าตกใจพร้อมของโดอุนก็เรียกเสียงหัวเราะจากไบรอันขึ้นมา พอแกล้งอีกคนสำเร็จร่างสูงก็เดินไปใส่เสื้อผ้าหลังฉากที่กั้นบริเวณตู้เสื้อผ้าไว้ก่อนจะเดินออกมาด้วยท่าทางปกติราวกับเมื่อกี้ไม่มีอะไรเกิดขึ้น เขาเดินไปหาโดอุนอีกครั้งเพื่อดูว่านักเรียนทำการบ้านวิชาอะไรอยู่

“ผมคิดข้อนี้ไม่ออกครับ นั่งคิดมาสักพักแล้ว”

ไบรอันมองโจทย์ในหนังสือจากนั้นจึงหยิบดินสอที่วางอยู่มาเขียนวิธีทำลงไปสั้นๆเพื่อให้โดอุนคิดต่อ

“ถ้าเป็นแบบนี้ลองทำดูสิครับ”

วิธีทำที่เขาเขียนไปจะว่าเป็นแค่สูตรก็ได้ แต่โดอุนกลับร้องอ๋อแล้วลงมือแก้โจทย์ต่อเองโดยที่เขาไม่ต้องอธิบายเพิ่มอีก ไม่นานร่างโปร่งก็ปิดหนังสือคณิตศาสตร์แล้วฟุบหน้าลงกับโต๊ะ

“การบ้านของวันนี้เสร็จหมดแล้วเหรอครับ— โดอุน”

เมื่อกี้เขาเกือบเผลอเรียกโดอุนว่าคุณหนู

“ยังครับ ยังเหลือโจทย์เพิ่มเติมอีก”

พูดจบก็ถอนหายใจยาวหนึ่งรอบ ไบรอันทิ้งตัวนั่งบนเตียงจากนั้นจึงพูดขึ้น

“พักหน่อยเถอะครับ ถ้าฝืนทำมากๆสมองจะล้า”

“คุณเคชอบคณิตศาสตร์เหรอครับ?”

เด็กหัวยุ่งเงยหน้าแล้วหันมามองเขาที่นั่งอยู่บนเตียงด้วยแววตาสนอกสนใจ

“ไม่เชิงว่าชอบหรอกครับ แค่ทำได้ดีเฉยๆ”

คำตอบของไบรอันทำให้โดอุนตาโต แล้วหันเก้าอี้มาทางเตียงใหญ่ ตอนนี้ไบรอันเหมือนเห็นหางโกลเดนรีทรีฟเวอร์ส่ายไปส่ายมาอยู่ด้านหลังยุนโดอุนยังไงอย่างงั้น

“จริงเหรอครับ คุณเคเรียนอะไรตอนอยู่มหา’ลัยเหรอครับ? ใช่คณิตศาสตร์รึเปล่า?”

ไบรอันส่ายหน้าปฏิเสธ

“ไม่ครับ ที่จริงแล้วผมเรียนบริหารธุรกิจ”

โดอุนทำตาโตอีกครั้ง

“จริงเหรอครับ! ผมคิดว่าคุณเคจะเรียนเกี่ยวกับคณิตศาสตร์ซะอีก”

ท้ายประโยคเสียงโดอุนบ่นงึมงำกับตัวเอง แต่ถึงอย่างนั้นไบรอันก็ได้ยินมันอยู่ดี

“ผมว่าโดอุนน่าจะไปนอนได้แล้วนะครับ ตอนนี้ก็เลยเที่ยงคืนแล้ว”

พูดไปแบบนั้นเพราะมองไปเห็นนาฬิกาจากโทรศัพท์ตัวเองพอดี ประกอบกับเมื่อกี้เขาเห็นโดอุนหาวไปแล้วรอบนึง คนตัวเล็กกว่าในชุดนอนสีอ่อนพยักหน้าหงึกหงักก่อนจะลุกขึ้นแล้วรวบหนังสือไว้ด้วยมือข้างเดียว

“ถ้างั้นผมไปก่อนนะครับคุณเค ฝันดีครับ”

ไบรอันนั่งนิ่งจนกระทั่งโดอุนปิดประตูเรียบร้อยเขาถึงได้รู้สึกตัวอีกครั้ง ร่างสูงรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังอยู่ในยานอวกาศที่กำลังนับถอยหลังเตรียมออกเดินทาง

นี่เป็นครั้งแรกที่มีคนบอกฝันดีกับเขา

และเขาก็เพิ่งได้เข้าใจว่าความรู้สึกที่เหมือนมีชีวิตมันเป็นยังไง

“ฝันดีนะครับ โดอุน”

ถึงแม้เจ้าตัวจะไม่ได้ยิน แต่แค่ไบรอันได้ยินก็เพียงพอแล้ว

 

 

 

 

ในช่วงหนึ่งอาทิตย์ที่ผ่านมาหน้าที่ของไบรอันไม่ได้มีอะไรมากไปกว่าการตื่นเช้าไปส่งยุนโดอุนที่โรงเรียนจากนั้นตอนสามทุ่มก็ไปรับกลับ พาคุณหนูของบ้านไปกินขนม บางทีก็สอนการบ้าน แต่หน้าที่ที่ไบรอันไม่คิดว่าเขาจะได้ทำก็คือการเป็นผู้ปกครองสมมติในงานแสดงดนตรี

“คุณเคไม่มีสูทสีอื่นเลยเหรอครับ? ผมว่าสีดำมันน่าเบื่อไปหน่อย”

วันนี้เป็นวันอาทิตย์ซึ่งงานดนตรีจะจัดขึ้นในวันพรุ่งนี้ จู่ๆโดอุนก็ขอเข้ามาดูชุดสูทในตู้เสื้อผ้าของเขา และคำตอบของคำถามเมื่อครู่ก็คือการส่ายหน้าจากคนตัวสูง ที่จริงนอกจากสีดำแล้วเขาก็มีสีน้ำเงินแต่ไม่ได้เอามาจากแคนาดา เพราะฉะนั้นในตู้จึงมีแต่สูทสีดำกับเสื้อยืดสีเดียวกัน

“ปกติผมก็ใส่สีดำตลอดครับโดอุน”

คุณหนูของบ้านทำท่าเหมือนกำลังวางแผนอะไรบางอย่าง ดูจากแววตาที่เป็นประกายซุกซนแล้วไบรอันก็คิดว่าตัวเองน่าจะต้องได้ถูกสั่งให้ไปซื้อเสื้อผ้าใหม่

“ถ้างั้นเราไปซื้อเสื้อผ้าให้คุณเคกันเถอะครับ”

นั่นไง

แต่เดี๋ยวนะ

“เรา?”

ไบรอันใช้นิ้วชี้ชี้ไปทางโดอุนแล้ววกกลับมาชี้ตัวเองพร้อมทำหน้างง

“ครับ เรา ผมกับคุณเคนี่แหละ”

พูดจบคนตัวเล็กกว่าก็ปิดตู้เสื้อผ้าหลังใหญ่จากนั้นจึงเดินนำไปที่หน้าประตูและพูดทิ้งท้ายเอาไว้

“เจอกันข้างล่างนะครับคุณเค”

ดูเหมือนว่านั่นจะเป็นเรื่องสนุกของยุนโดอุน ไบรอันคิดในใจ งอย่างนั้นเขาก็ทำได้แค่เดินตามอีกคนลงไปชั้นล่าง ถึงแม้จะเป็นช่วงเวลาแค่หนึ่งอาทิตย์ที่เขาได้รู้จักกับยุนโดอุน แต่ไบรอันก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเด็กคนนี้ได้นำเสนอมุมมองใหม่ๆที่เขาไม่เคยได้สัมผัส

หลังจากที่บอกคิมเยจีว่าจะพาคุณหนูของเธอออกไปข้างนอก หญิงสาวก็สั่งให้คนขับรถของที่บ้านไปส่งทันที

“ขอบคุณนะครับที่ไปส่ง พี่ยองแจ พี่โดจุน”

“ยินดีครับคุณหนู”

โดจุนเป็นคนตอบ ร่างสูงเปิดประตูเมอร์ซิเดสเบนซ์สีขาวให้โดอุนขึ้นไปก่อนจากนั้นจึงขึ้นตามแล้วปิดประตู หลังจากที่คุณหนูของบ้านบอกปลายทางพร้อมเหตุผลที่ต้องไปแล้วเขาก็เพิ่งได้สังเกตดีๆ

มันอาจจะเป็นครั้งแรกก็ได้ แต่เขาเพิ่งเห็นว่าโดจุนกับยองแจไมได้ใส่สูทเหมือนวันแรกที่เขาเจอ สองคนนั้นใส่ชุดไปรเวทสบายๆผิดกับเขาที่ใส่เสื้อเชิ้ตและกางเกงสีดำ มันอาจจะเป็นเรื่องแปลกของยุนโดอุนแต่กับเขาที่ใส่แบบนี้มาเป็นสิบปีแล้วก็เลยกลายเป็นเรื่องปกติ ไบรอันมีเหตุผลของเขาน่า

“คุณเคชอบสีอะไรเป็นพิเศษมั้ยครับ? นอกจากสีดำ”

พอเขากำลังจะตอบเด็กข้างๆก็ดักทางไว้ออย่างรู้ทัน ทำให้ไบรอันต้องนึกถึงสีที่เขาใส่ล่าสุดนอกจากสีดำ ถ้าจะมีก็คือสีน้ำเงินแล้วก็

“สีขาวมั้งครับ”

เด็กข้างๆเขาพยักหน้า พอเห็นว่าอีกคนไม่พูดอะไรไบรอันก็ว่าจะเงียบ แต่โดจุนกลับพูดขึ้นขณะที่กำลังขับรถ

“ผมว่าคุณเคลองใส่สีอื่นบ้างก็น่าจะเหมาะนะครับ”

พอคนข้างหน้าพูดจบเสียงหัวเราะเบาจากยุนโดอุนก็ดังขึ้น ไบรอันมองคนข้างๆด้วยหางตา เขาไม่ได้ไม่พอใจกับท่าทางแบบนั้น แต่เขาแค่สงสัยว่ามันแปลกตรงไหน

“ถ้างั้นเดี๋ยวพอไปถึงผมจะเลือกให้คุณเคเองนะ”

และไบรอันก็ค้นพบหน้าที่ใหม่

นั่นก็คือการเป็นตุ๊กตาให้ยุนโดอุนจับแต่งตัว

 

 

 

 

ผ่านไปสองชั่วโมงหลังจากที่ยุนโดอุนเลือกเสื้อผ้าให้เขาใหม่แทบทั้งหมด จนมาถึงแบรนด์สุดท้ายที่เด็กมัธยมเป็นฝ่ายเลือกแล้วบอกให้ไบรอันเปลี่ยนเดี๋ยวนั้นเลย คนที่ทำหน้าที่ดูแลคุณหนูของบ้านจึงได้แต่ถือชุดเข้าไปเปลี่ยนในห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า เขารู้สึกไม่ชินนิดหน่อยเมื่อเห็นตัวเองในกระจกที่ไม่ได้ใส่ชุดสีดำอย่างที่เคยเป็น

จากปกติไบรอันจะใส่แต่เสื้อสีดำ ตอนนี้เขากลับใส่เสื้อยืดสีเหลืองสดใสลายทางสีเขียวที่ยุนโดอุนเป็นคนเลือกให้ ร่างสูงชั่งใจนิดหน่อยก่อนที่จะเปิดประตูห้องเปลี่ยนเสื้อ เขาหันกลับไปมองกระจกอีกครั้งพลางถอนหายใจ

ประตูห้องเปลี่ยนเสื้อถูกเปิดออกจากคนด้านใน ยุนโดอุนที่นั่งรออยู่ด้านนอกเมื่อเห็นว่าไบรอันเปลี่ยนเสื้อเสร็จแล้วก็ยิ้มกว้างทำให้ร่างสูงเบาใจว่าอย่างน้อยเขาก็ไม่ได้แต่งตัวแปลกๆ

“คุณเคดูเด็กมากเลยครับ เหมือนเพิ่งอยู่ม.ปลายเอง”

เอ่ยชมพร้อมกับยกนิ้วโป้งให้เขา ไบรอันยิ้มแก้เก้อนิดหน่อย เขากำลังไม่ชินกับไอ้เสื้อสีเหลืองนี่มากๆ เพราะที่ผ่านมาเคยใส่แต่สีดำจู่ๆจะให้มาใส่เสื้อสีเหลืองโทนสว่างแบบนี้มันก็เกินไปหน่อย มือหนายกขึ้นเสยผมระหว่างรอยุนโดอุนไปจัดการเรื่องค่าใช้จ่าย เรื่องนี้เป็นอีกเรื่องที่ไบรอันหนักใจ เขาบอกโดอุนไปตั้งแต่ตอนเดินเข้าร้านแรกแล้วว่าจะจ่ายค่าเสื้อผ้าของวันนี้เองแต่อีกฝ่ายก็ไม่ยอมจนกระทั่งเขาไปลองเสื้อนั่นแหละตอนออกมาถึงได้รู้ว่ายุนโดอุนจ่ายไปหมดแล้ว

พอได้เสยผมร่างสูงก็นึกอะไรบางอย่างที่คาใจตลอดหนึ่งอาทิตย์ขึ้นมาได้ เขามองไปทางยุนโดอุนที่กำลังพูดคุยกับพนักงานขายอย่างสนิทสนมก่อนจะไปรับถุงเสื้อมาถือไว้เองแทนคนตัวเล็กกว่า

“โดอุนครับ พรุ่งนี้ผมเซ็ตผมให้นะ”

ยุนโดอุนชะงักขาที่กำลังก้าวออกจากร้าน ไม่ได้หันกลับมามองร่างสูงด้านหลัง ไบรอันไม่รู้ว่าอีกคนทำสีหน้าแบบไหนอยู่จนเขาคิดไปว่าอาจจะทำให้อีกคนไม่พอใจ แต่ผิดคาด โดอุนหันหลังกลับมาพร้อมกับยิ้มให้เขาอีกครั้ง

“ได้สิครับ พี่เค”

ไบรอันไม่รู้ว่าคนตรงหน้าจะรู้มั้ยว่าทำให้เขาใจสั่นได้เพียงเพราะแค่คำเรียกที่เปลี่ยนไป

แต่เขาคิดว่ายุนโดอุนไม่ต้องรู้จะดีที่สุด

เจ้าเด็กซนเดินนำออกจากร้านไปทางโซนร้านอาหารก่อนจะเลี้ยวเข้าร้านอาหารญี่ปุ่นชื่อดัง ร่างสูงยกนาฬิกาขึ้นมาดูก็พบว่าตอนนี้เป็นเวลาบ่ายโมงแล้วไม่แปลกที่อีกคนจะหิวข้าว ขายาวก้าวตามโดอุนเข้าไปนั่งที่โต๊ะในสุด ระหว่างทางที่เดินเขาก็สัมผัสได้ถึงสายตาที่มองมา

ไม่ใช่ที่เขา แต่เป็นยุนโดอุน

 

 

 

 

ยุนโดอุนบอกเขาว่าให้ไปลงทะเบียนรับของที่ระลึกที่หน้าหอประชุมก่อนส่วนตัวเองจะแยกไปเตรียมตัวกับเพื่อนๆหลังเวทีจากนั้นพอรถจอดเจ้าตัวก็รีบวิ่งหายไปเลยปล่อยให้ผู้ปกครองจำเป็นอย่างไบรอันนั่งกระพริบตาปริบๆอยู่ในรถก่อนที่จะทำใจกับสูทสีครีมที่โดอุนเป็นคนเลือกให้แล้วก้าวลงจากรถ

ร่างสูงเดินขึ้นบันไดหอประชุมท่ามกลางสายตาของผู้ปกครองคนอื่น วันนี้ไบรอันไม่ได้ใส่แว่นดำมาเหมือนทุกครั้งที่เขาไปงานทำให้เขาต้องพยายามทำหน้านิ่งขณะที่เดินผ่านเสียงซุบซิบจากเหล่าคุณแม่หลายคน

หลังจากที่ลงชื่อเสร็จเขาก็ถูกเชิญไปนั่งในหอประชุมเพื่อรอการแสดงเริ่ม ไบรอันพอรู้มาจากยุนโดอุนคร่าวๆแล้วว่าวันนี้จะมีการแสดงอะไรบ้างแต่อีกคนไม่ได้บอกเขาว่าตัวเองจะขึ้นแสดงตอนไหนและแสดงอะไร เอาแต่บอกว่า

“เซอร์ไพร์สครับพี่เค”

คำสรรพนามที่เปลี่ยนไปไม่ได้ทำให้ไบรอันชิน เพียงแต่เขารู้สึกแปลกๆน้อยลงกว่าครั้งแรกที่โดอุนเรียกแบบนี้

ก็คงนับว่าเป็นเรื่องดีล่ะมั้ง

เสียงพิธีกรประกาศชื่อการแสดงของนักเรียนปีสามดังขึ้นก่อนที่ม่านการแสดงจะเปิดออก ไฟทั้งหอประชุมดับมืดจากนั้นสปอตไลท์จึงส่องไปที่กลางเวที เผยให้เห็นกลองชุดสีดำและคนที่รู้จักดีนั่งประจำตำแหน่งอยู่ ยุนโดอุนที่วันนี้เขาเป็นคนเซ็ตผมแบบเปิดหน้าผากให้อยู่ในชุดนักเรียนสำน้ำเงิน กระดุมเสื้อนักเรียนตัวในถูกปลดออกเล็กน้อย แววตาที่ไม่มีความซุกซนแฝงอยู่ในนั้นทำให้ไบรอันเหมือนโดนสะกด เขาไม่เคยเห็นสีหน้าที่จริงจังแบบนี้จากยุนโดอุน วินาทีต่อมาไบรอันก็ต้องพบกับเซอร์ไพร์สอีกครั้ง

ยุนโดอุนกับการรัวกลองชุดที่ทำให้คนทั้งหอประชุมตกตะลึง ท่าทางราวกับนักดนตรีมืออาชีพทำให้หลายคนหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายวิดีโอ จังหวะที่ไม้กลองฟาดเข้ากับฉาบเกิดเป็นเสียงกังวานไปทั่วและเสียงจากกลองใหญ่กลายเป็นสิ่งที่ควบคุมอัตราการเต้นของหัวใจไบรอันไปโดยไม่รู้ตัว

ไม่ใช่แค่โดอุน แต่การแสดงของนักเรียนปีสามเป็นการนำการร้อง เต้น และการแสดงของวงดนตรีมาผสมเข้าด้วยกันอย่างลงตัว เสียงปรบมือดังไปทั่วหอประชุมเมื่อการแสดงจบลง ก่อนที่ม่านสีแดงจะปิดเขาเห็นมือกลองที่กำลังถูกพูดถึงลุกออกจากเก้าอี้แต่ไม่ทันไรก็เหมือนจะล้มลงจนเพื่อนต้องเข้ามาประคอง ร่างสูงยืนขึ้นด้วยความตกใจเมื่อเห็นแบบนั้น ขายาวก้าวออกจากแถวที่นั่งอย่างรวดเร็วเพื่อไปยังหลังเวที ท่าทางเมื่อกี้ของยุนโดอุนมันหมายความว่ายังไง ก็ตอนที่มาด้วยกันยังปกติอยู่เลยนี่

นักเรียนและอาจารย์หลังเวทีดูมีท่าทีแตกตื่นเมื่อเห็นเขาเปิดประตูเข้าไป ไบรอันรีบเดินไปหายุนโดอุนโดยไม่สนว่ามีใครยืนอยู่แถวนั้นบ้างก่อนจะเอ่ยถามอีกคนด้วยน้ำเสียงติดกังวล

“โดอุน เป็นอะไรครับ?”

นักเรียนที่ประคองโดอุนลงจากเวทีเมื่อเห็นไบรอันต่างก็พากันเดินออกห่างด้วยความกลัวผิดกับคนเจ็บที่ยังคงทำหน้ายิ้มแม้ว่าไบรอันจะน่ากลัวขนาดไหนก็ตาม

“ข้อเท้าแพลงนิดหน่อยครับพี่เค ผมไม่เป็นไร”

ได้ยินแบบนั้นร่างสูงก็ย่อตัวลงก่อนจะใช้มือจับข้อเท้าอีกฝ่ายเบาๆเพื่อดูอาการ ข้อเท้าข้างขวาของโดอุนเริ่มบวมขึ้นไบรอันคิดว่าอาจะเป็นเพราะแรงกระแทกจากการเหยียบกระเดื่องกลองชุดเมื่อครู่ เขาลองออกแรงบีบอีกนิดแต่ก็ต้องหยุดเพราะเสียงร้องของยุนโดอุน ทันทีที่เงยหน้าขึ้นสบตาไบรอันก็ใบหน้าที่เจ็บปวดและดวงตาใสที่มีน้ำตาคลออยู่

“ขอโทษครับ เจ็บใช่ไหม?”

คนในชุดนักเรียนพยักหน้าพลางกลืนก้อนสะอื้นลงคอ

“ถ้างั้นพี่จะพาโดอุนไปหาหมอนะครับ”

เขาพูดก่อนที่จะหันหลังทั้งที่ยังย่อตัวอยู่เพื่อให้ยุนโดอุนขึ้นมาบนหลัง ทะลักทุเลนิดหน่อยแต่เพื่อนโดอุนก็เข้ามาช่วยให้เขาแบกอีกฝ่ายได้สำเร็จ ไบรอันรู้สึกว่าแขนที่โอบรอบคอเขาอยู่แน่นขึ้นในขณะเดียวกันก็ได้ยินเสียงสะอื้นจากคนบนหลัง

ยุนโดอุนกำลังร้องไห้

และถ้าเขาดูแลอีกคนให้ดีกว่านี้ โดอุนก็คงไม่ต้องบาดเจ็บ

 

 

 

 

ถ้าอาจารย์ที่ดูแลการแสดงไม่ได้ติดต่อกลับมาไบรอันก็คงไม่รู้ว่าเรื่องที่โดอุนขาแพลงมีต้นเหตุมาจากการทะเลาะกับคิมวอนพิลนักเรียนที่อยู่คนละห้องกัน และดูเหมือนว่าเด็กคนนั้นจะปฏิเสธเสียงแข็งว่าไม่ได้เป็นคนทำ ฝ่ายโดอุนก็ไม่ได้พูดถึงอะไรเลยจนเขาต้องถาม

“ไม่มีอะไรหรอกครับ เราแค่คุยกันเรื่องไร้สาระ”

คำตอบของยุนโดอุนเหมือนกันทุกครั้งจนเขาเริ่มสงสัย จนกระทั่งไบรอันติดต่อไปทางอาจารย์เพื่อขอคุยกับคิมวอนพิลเป็นการส่วนตัว

ไบรอันนั่งรอคิมวอนพิลที่คาเฟ่ใกล้ๆโรงเรียน วันนี้เป็นวันพฤหัสที่ห้องของโดอุนจะมีกิจกรรมอะไรสักอย่างทำให้เลิกช้ากว่าปกติ ตรงข้ามกับวอนพิลที่เรียนห้องธรรมดา เด็กหนุ่มชุดนักเรียนสะพานกระเป๋าเปิดประตูเข้ามาในร้านก่อนจะเดินมาทางโต๊ะที่ไบรอันนั่งอยู่ คนอายุน้อยกว่าโค้งทักทายก่อนจะนั่งลงที่เก้าอี้ว่างฝั่งตรงข้ามอย่างเกร็งๆ

“สวัสดีครับคุณพี่ของโดอุน”

“ครับ”

ท่าทางของคิมวอนพิลไม่ได้ดูเป็นนักเลงอย่างที่เขาคิดไว้ คนตรงข้ามเขาเป็นเด็กตัวเล็กผอมบางซึ่งดูยังไงก็ไม่น่าจะไปทะเลาะกับโดอุนได้

“พี่มีเรื่องจะถามครับคิมวอนพิล”

คนแก่กว่าพยายามปรับสีหน้าและน้ำเสียงให้ดูเป็นมิตรเพื่อที่จะได้ไม่ทำให้อีกคนกลัว วอนพิลพยักหน้า

“อาจารย์บอกพี่ว่าเรากับโดอุนทะเลาะกัน เรื่องอะไรเหรอครับ?”

คิมวอนพิลชะงักกับคำถามตรงๆของไบรอัน ร่างเล็กกำมือแน่นพลางเม้มริมฝีปากไม่ได้สบตาเขา ท่าทางที่ไบรอันพอจะเดาออกว่ามันต้องมีอะไรมากกว่าคำตอบที่โดอุนบอกเขา คิมวอนพิลยังไม่ได้พูดอะไรออกมาแต่กลับถอนหายใจยาว

“ผมไม่รู้ว่าถ้าพูดไปมันจะดีรึเปล่า แต่ผมไม่ได้มีเจตนาไม่ดีกับโดอุนนะครับ”

ไบรอันพักหน้า

“ผมแค่เตือนโดอุนว่าให้ระวังตัว เพราะช่วงนี้ผมเห็นคนแปลกชอบเดินตามโดอุนบ่อยๆ”

ร่างสูงขมวดคิ้ว คนแปลกๆที่อีกคนว่ามันหมายความว่าอะไร?

“คนแปลกๆ?”

เขาทวนคำพูดขอคิมวอนพิล เด็กหนุ่มพยักหน้า

“ครับ ถึงจะเป็นนักเรียนโรงเรียนเดียวกันก็จริงแต่ผมจะเห็นพวกนั้นชอบเดินตามอุนบ่อยๆ บางทีก็ตามห่างๆ ผมก็เลยไปบอกเพราะดูท่าทางพวกนั้นไม่ใช่คนดีแน่ๆ”

สมองของไบรอันกำลังประมวลผล จากข้อมูลที่ท่านประธานให้เขามาไม่เห็นมีบอกว่าให้คนจับตาดูยุนโดอุนที่โรงเรียนด้วย และเขาเองก็มั่นใจว่าท่านประธานจะไม่ทำเรื่องแบบนี้แน่นอน

“แต่โดอุนไม่เชื่อผม วันนั้นเราก็เลยทะเลาะกันนิดหน่อย แต่ผมไม่ได้ทำอะไรโดอุนนะครับ”

 

 

 

หลังจากคุยธุระจบไบรอันก็ได้รับข้อความจากเพื่อนรักของเขาที่ทำงานอยู่คนละซีกโลก เจ เป็นชื่อย่อที่เขาใช้เรียกอีกคนตามที่ตกลงกันไว้ ดูเหมือนว่าที่ฝั่งอเมริกาจะมีปัญหานิดหน่อยเรื่องการแทรกซึมของบริษัทคู่แข่ง ยังไม่ทันได้พิมพ์ข้อความตอบกลับเสียงแจ้งเตือนวีดีโอคอลก็ดังขึ้น มือหนากดรับทันทีเมื่อเห็นว่าเจโทรมา

“เค ภารกิจนายทางนั้นยังไม่เสร็จรึไง? ที่นี่มีฉันคนเดียวไม่ไหวนะ”

สีหน้าเหน็ดเหนื่อยของพัคเจฮยองโผล่มาในจอ ถึงแม้ว่าอีกคนจะอยู่ในชุดสูทแต่สังเกตจากรอยยับแล้วไบรอันก็เดาว่าเจคงนอนที่บริษัทเหมือนเดิม

“นานลืมแล้วเหรอว่าภารกิจของฉันมีระยะเวลาสามเดือน ทางนั้นก็มีคริสช่วยแล้วไง ฉันไม่ได้ทิ้งนายไว้คนเดียวซักหน่อย”

จบประโยคของไบรอันเจก็ถอนหายใจยาว มือยีผมตัวเองจนยุ่งฟู

“คริสชานก็หัวหมุนไม่ต่างจากฉันนักหรอก แล้วนี่นายรู้มั้ยว่าตอนนี้ท่านประธานอยู่ที่ไหน?”

ร่างสูงพยักหน้า ถ้าจำไม่ผิดตอนเขียนรายงานรอบก่อนท่านประธานจะบอกเขาว่าตอนนี้กำลังมุ่งหน้าไปที่ไอซ์แลนด์ อาจจะติดต่อไม่ได้สักพัก

“ไอซ์แลนด์ ถ้าจำไม่ผิดนะ”

เจถอนหายใจอีกรอบ คราวนี้ยาวกว่าเดิม

“ถ้างั้นก็ดูแลยุนโดอุนดีๆแล้วกัน นายน่าจะรู้ดีที่สุดนะไบรอัน— ไม่สิ เค ว่าควรทำอะไร”

เจไมได้บอกว่าตรงๆแต่เขาก็รู้ความหมายแฝงในประโยคนั้น ใช่ ไม่ใช่ว่าเขาลืมจุดประสงค์ในการกลับมาเกาหลีครั้งนี้ เพียงแต่ไบรอันยังไม่อยากบอกอะไรยุนโดอุน โดยเฉพาะความจริงที่ว่าธุรกิจที่ท่านประธานและพวกเขาทำทั้งหมดเกี่ยวข้องกับมาเฟีย

และยิ่งเรื่องที่เขารู้จากคิมวอนพิลก็เป็นไปได้ว่าโดอุนอาจจะไม่ยอมรับเรื่องนี้

นั่นยิ่งทำให้ไบรอันหนักใจมากขึ้นไปอีก

 

 

 

 

ไบรอันใช้เวลาคิดทบทวนถึงผลดีผลเสียเรื่องนั้นประมาณสองอาทิตย์จนในที่สุดเขาก็ตัดสินใจว่าจะบอกเรื่องที่เป็น ‘ความจริง’ ให้โดอุนรู้ ถึงแม้ใจในเขาจะไม่อยากทำแบบนี้ก็ตาม ร่างสูงในสูทสีอ่อนจอดรถที่หน้าโรงเรียนของคุณหนูของบ้านจากนั้นจึงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเพื่อดูข้อความจากคนที่อเมริกา ตั้งแต่วันนั้นที่เจวีดีโอคอลมาหาเขาไบรอันก็รู้สึกเหมือนเขากำลังทำงานสองที่ในคราวเดียวกัน ถึงแม้จะบอกเจไปแล้วว่าจัดการอะไรได้ก็ทำไปก่อนเลย แต่ฝ่ายนั้นก็โวยวายว่าไม่ได้

เพราะงี้ไงเขาถึงหนักใจ

ถ้าเขาบอกโดอุนแล้วเจก็ต้องหาข้ออ้างลากตัวเขากลับไปแคนาดาแน่ๆ

เสียงเคาะกระจกรถเป็นสัญญาณเตือนให้ไบรอันออกจากความคิดตัวเอง เขากดปลดล็อครถเพื่อให้นักเรียนขึ้นมานั่งประจำที่ข้างคนขับ ยุนโดอุนยังคงเหมือนเดิมเพราะไบรอันไม่ได้คุยอะไรเรื่องคิมวอนพิล แต่วันนี้เขาจะลองดู ไบรอันจะต้องทำตามที่เขาถูกสั่งมา

“โดอุนครับ ที่โรงเรียนเป็นยังไงบ้างครับ”

ฝ่ายเด็กหนุ่มเลิกคิ้วสูงเหมือนกำลังสงสัย ร่างสูงพยายามทำให้ตัวเองไม่มีพิรุธมากที่สุดและมันก็ได้ผล โดอุนยิ้มพลางเล่าเรื่องเรียนวันนี้

“คาบศิลปะวันนี้ผมได้ปั้นถ้วยด้วยครับพี่เค ผมปั้นรูปน้องหมาด้วยล่ะ เดี๋ยวอาจารย์จะเอาไปเผาให้”

คนขับรถพยักหน้า

“ผมปั้นถ้วยจิ้งจอกให้พี่เคด้วยนะครับ ถ้าเสร็จแล้วผมจะรีบเอามาให้เลย”

โดอุนยังคงพูดด้วยน้ำเสียงร่าเริง มือหนาของไบรอันกำพวงมาลัยแน่น สูดลมหายใจเข้าก่อนจะค่อยๆผ่อนออกแล้วเริ่มเข้าประเด็น

“แล้ว.. มีใครมาแกล้งอะไรที่โรงเรียนหรือเปล่าครับ”

รอยยิ้มจากคนข้างๆหายไป ท่าทีซุกซนแบบเมื่อครู่ก็หายไปเช่นกัน โดอุนเงียบพลางเม้มปากไม่สบตาเขา ไม่แม้แต่จะมองหน้าแบบเมื่อกี้

“โดอุนครับ”

“พี่เค รู้อะไรใช่มั้ยครับ”

คราวนี้เป็นไบรอันเองที่เงียบ เขาลอบมองคนข้างๆก็เห็นว่าดวงตาคู่สวยที่มักจะเป็นประกายอยู่เสมอเวลาเล่าเรื่องตื่นเต้นๆหรือเวลาที่อีกคนกำลังมีความสุขตอนนี้กลายเป็นแววตาที่ว่างเปล่า และท่าทางของยุนโดอุนที่ดูเปลี่ยนไปเป็นสิ่งที่บอกไบรอันได้ว่าเด็กคนนี้อาจจะรู้ความจริงมานานแล้ว

“จริงๆแล้วทุกคนรู้ แต่ไม่บอกผมใช่มั้ย?”

เสียงพูดราวกับพึมพำกับตัวเอง มือที่กำอยู่บนกางเกงกำลังสั่นจนไบรอันต้องยื่นมือไปกุมไว้ เขาพยายามคิดหาคำพูดที่จะไม่ทำลายความรู้สึกของอีกคนแต่ก็ดูเหมือนจะสายไป สิ่งที่เขาไม่อยากเห็นที่สุดจากยุนโดอุนก็คือน้ำตา และตอนนี้โดอุนกำลังร้องไห้

โดยที่เขาเป็นต้นเหตุอีกครั้ง

“คือ..”

“ผมแค่ไม่อยากยอมรับ ผมผิดเหรอครับ?”

ไบรอันเงียบ รอฟังสิ่งที่อีกคนจะพูดทั้งสะอื้น ในใจเขาอยากคว้าตัวอีกคนเข้ามากอดแต่ตอนนี้ยังทำไม่ได้ เขาไม่ควรทำ

 “ทั้งๆที่ผมแค่อยากใช้ชีวิตแบบคนทั่วไป ไม่ได้อยากเป็นมาเฟีย คนพวกนั้นก็เอาแต่พูดเรื่องผมไม่หยุด”

เสียงสะอื้นยังคงอยู่ ไบรอันเผลอบีบมืออีกคน

“ถ้าเลือกได้ผมก็คงไม่เกิดมาเป็นแบบนี้หรอก จริงมั้ยล่ะครับ”

เหมือนเส้นความอดทนที่เขาขีดไว้ถูกลบออกด้วยน้ำตาของยุนโดอุน ไบรอันคว้าตัวอีกคนเขามากอดไว้แนบอกพลางลูบหลังเบาๆ เขารับรู้ได้ถึงความเปียกชื้นจากน้ำตาบริเวณอกและร่างเล็กที่กำลังสั่นเทา โดอุนไม่ได้พูดอะไรนอกจากร้องไห้ออกมาเรื่อยๆ ไบรอันเองก็กอดอีกคนเอาไว้แบบนั้น

เพาะเขาเข้าใจดีว่าช่วงเวลาที่อ่อนแอทุกคนก็ต้องการที่พึ่ง

และเขาจะเป็นที่พึ่งนั้นให้กับยุนโดอุนเอง

 

 

 

ประตูรั้วใหญ่ถูกปิดทันทีเมื่อรถคันหรูเลี้ยวเข้ามาจอดหน้าคฤหาสน์ ร่างโปร่งของคุณหนูเปิดประตูลงจากรถพร้อมกับกระเป๋านักเรียนโดนมีไบรอันเดินตามมา คิมเยจีหัวหน้าแม่บ้านยังคงออกมาต้อนรับพวกเขาทั้งคู่เช่นเดิมแต่ที่ต่างออกไปก็คือยุนโดอุนที่เดินผ่านไปโดยไม่แม้แต่จะทักทาย

“คุณบอกคุณหนูไปแล้วเหรอคะ”

น้ำเสียงของคิมเยจีคาดเดาอารมณ์ไม่ได้ ไบรอันพยักหน้าแล้วเดินเข้าไปในบ้านแต่กลับถูกอีกคนขวางไว้ก่อน หญิงสาวจ้องมาที่เขาด้วยสายตาเย็นชา

“ถ้าอย่างนั้นก็หมดหน้าที่แล้วค่ะ คุณเค”

ไบรอันจ้องกลับด้วยสีหน้านิ่งๆ

“ตามคำสั่งของท่านประธานให้ผมอยู่ที่นี่สามเดือน เพราะงั้นจนกว่าจะครบกำหนดกลับ ผมจะไม่ไปไหนทั้งนั้น”

“............”

“ขอตัวนะครับ”

ร่างสูงเดินเลี่ยงเข้าไปในบ้านหลังจากพูดจบ ไบรอันรู้ว่าคิมเยจีต้องทำแบบนี้แต่ในเมื่อคนที่ออกคำสั่งของเขาเป็นท่านประธานดังนั้นเขาจึงไม่มีเหตุผลที่ต้องกลับก่อนกำหนด แทนที่จะเดินไปยังห้องตัวเองแต่ขายาวกลับเดินไปทางห้องนอนของยุนโดอุน ไบรอันเคาะประตูสองสามครั้งแต่ก็ไร้เสียงตอบรับ เขาถึงถือวิสาสะเปิดเข้าไปดูก็เห็นโดอุนนั่งกอดเข่าอยู่ข้างเตียง

“โดอุนครับ”

เด็กหนุ่มไม่เงยหน้าขึ้นมองคนมาใหม่ สายตาเอาแต่จ้องไปยังพื้นพรมตรงหน้า ร่างสูงเดินไปหยุดอยู่ตรงข้ามโดอุนจากนั้นจึงค่อยๆนั่งขัดสมาธิตรงหน้าอีกคน

“พี่เคน่ะ ทำตามคำสั่งของพ่อใช่มั้ยครับ”

“จริงๆแล้วพอครบกำหนดก็ต้องกลับไป ผมเข้าใจถูกใช่มั้ยครับ”

ไบรอันจับมือที่กอดเข่าของอีกคนไว้พลางขยับตัวเข้าไปจนกระทั่งปลายเท้าของยุนโดอุนแตะที่หน้าขา คนเด็กกว่าเงยหน้ามอง ดวงตาที่มักจะเปล่งประกายราวกับดวงดาวในกาแล็คซี่ตอนนี้เหลือเพียงความมืดมิด

“โดอุนรู้มัยครับว่าจริงๆแล้วผมไม่ได้ชื่อเค”

“.............”

ยุนโดอุนส่ายหน้า

“เคเป็นเพียงชื่อที่ผมใช้เพื่อปิดบังตัวเอง ชื่อจริงๆของผมคือคังยองฮยอนครับ”

ร่างสูงพยายามควบคุมน้ำเสียงไม่ให้สั่นเมื่อพูดถึงเรื่องราวของตัวเอง ต่อให้เขาจะบอกว่าตัวตนของคังยองฮยอนได้ตายไปแล้ว แต่ทุกครั้งที่นึกถึงก็ทำให้เขารู้สึกเจ็บปวด

“ผมเคยเป็นเด็กกำพร้าที่ถูกท่านประธานเก็บมาเลี้ยงตอนอายุแปดขวบ..”

พอได้ยินแบบนั้นโดอุนจึงค่อยๆแกะมืออีกฝ่ายออกแล้วเปลี่ยนเป็นกุมไว้แทน ไบรอันรู้สึกได้ถึงความอบอุ่นที่ถูกส่งผ่านมา ริมฝีปากคลี่ยิ้มพลางเล่าต่อ

“ก่อนหน้านี้ผมใช้ชีวิตแบบซังกะตาย คิดแค่ว่าถ้าตัวเองตายไปซะได้ก็คงจบ ไม่อยากอยู่อย่างโดดเดี่ยวอีกแล้ว”

“แต่ตอนที่ผมกำลังคิดแบบนั้นครั้งสุดท้าย ท่านประธาน— คุณพ่อของโดอุนก็ได้ยื่นมือเข้ามาช่วยผม”

ขอบตาเริ่มร้อนผ่าว เจ้าของร่างสูงยังคงจำความรู้สึกเมื่อตอนที่ถูกช่วยไว้ได้ มันคือความอบอุ่นที่เขาโหยหามานาน อ้อมกอดที่เด็กทั่วไปได้รับไบรอันไม่เคยได้สัมผัส แม้แต่รอยยิ้มที่ส่งมาอย่างจริงใจ สิ่งเหล่านั้นไม่เคยส่งมาถึงตัวเขา จนกระทั่งชายหนุ่มในชุดสูทราคาแพงได้ช่วยชีวิตของเขาเอาไว้

นอกจากนั้นยังให้ชีวิตใหม่แก่เขา

“ที่ผมเป็นตัวเองได้ทุกวันนี้ เป็นไบรอันคัง เป็นเค.. ทั้งหมดก็เพราะท่านประธาน”

ยุนโดอุนพยายามกลั้นสะอื้นหลังจากที่ได้รู้เรื่องของไบรอัน คนที่เล่าเรื่องเมื่อกี้ยังคงมีท่าทีปกติ เว้นแต่มือที่ถูกกุมไว้สั่นเล็กน้อย แต่ไบรอันยังคงยิ้ม เขาหวังเพียงว่าจะให้อีกคนยิ้มตาม

“ก่อนที่ผมจะถูกส่งตัวไปอยู่แคนาดาหลังจากนั้นไม่นาน ท่านประธานบอกกับผมว่าเขาจะสร้างโลกใบใหม่ให้กับลูกชายตัวเองที่ชื่อยุนโดอุน”

“...............”

ริมฝีผากบางของยุนโดอุนเม้มเข้าหากัน ดวงตาคู่สวยเริ่มมีน้ำตาเอ่ออีกครั้ง

“ท่านประธานรักโดอุนมากๆเลยนะครับ ท่านคงจะไม่อยากให้โดอุนต้องมามีส่วนเกี่ยวข้องกับงานใต้ดิน ดังนั้นจึงสร้างบริษัทใหม่ขึ้นมาเพื่อคนที่ท่านรัก”

ไบรอันกลับมาจับมือโดอุนเหมือนตอนแรก ตรงหน้าเขาตอนนี้มีเพียงเด็กหนุ่มที่กำลังสับสนในความคิดของตัวเอง

“ต่อให้ผมจะได้รับคำสั่งให้มาบอกเรื่องธุรกิจมืดของท่านประธาน แต่ผมไม่คิดว่ามันเป็นสิ่งที่ดีเท่าไหร่”

“พี่เค..”

ร่างสูงยิ้มกับคำเรียกนั้นพลางใช้นิ้วชี้ปาดน้ำตาที่ร่วงเผาะมาของอีกคน

“แต่โดอุนสบายใจได้นะครับ ท่านประธานน่ะไม่ได้บังคับให้โดอุนทำธุรกิจแบบนั้น”

“แล้วถ้า ผมจะไปอยู่แคนาดาด้วย จะได้มั้ยครับ?”

 

 

 

 

อากาศในฤดูหนาวของแคนาดาไม่ได้ทำให้อารมณ์หงุดหงิดของไบรอันหายไป เขาพยายามทำตัวใจเย็นเมื่อได้รับรายงานเรื่องสำคัญจากเจ ที่จริงแล้วไอ้เพื่อนคนนั้นไม่ควรจะมายุ่งกับงานของสาขาเขาเพียงแต่ช่วงที่ไบรอันไม่อยู่เจกับคริสก็เข้ามาวางระบบเกือบใหม่ทั้งหมด ทำให้หลังจากกลับจากเกาหลีแล้วไบรอันก็ต้องมาตามแก้ปัญหาที่ดูเหมือนจะเกิดจากความอินดี้ของเจ

“ดูท่าทางนายใจเย็นกว่าที่ฉันคิดนะเค”

น้ำเสียงติดตลกของเจดังขึ้นหลังจากที่เขาเงียบไปประมาณเกือบนาที ไบรอันเหลือบตามองคนผมทองในวิดีโอคอลพลางจิ๊ปาก เขาเกลียดสีหน้าแบบนั้นของเจที่สุด

ไอ้สีหน้าเหมือนว่ากำลังมีเรื่องสนุกๆ(สำหรับเจคนเดียว)เกิดขึ้นแบบนั้นน่ะ!

“ฉันว่านายควรไปทำงาน..”

“งานของฉันรอได้ แต่เรื่องของนายมันรอไม่ได้แล้วเค ถ้าไม่รีบจะไปไม่ทันเอานะ”

เจขัดขึ้นก่อนที่ไบรอันจะพูดจบประโยค นั่นทำให้เขาเริ่มจะหมดความอดทน แต่พอมาคิดๆดูแล้วที่เจพูดมันก็ถูก เพราะถ้าเขาไม่รีบไปสนามบินตอนนี้ก็อาจจะไม่ทันก็ได้

“ฉันล่ะเกลียดนายจริงๆ”

 

 

 

ชายร่างสูงในชุดสูททำงานสีอ่อนเดินผ่านประตูเข้ามาภายในสนามบินด้วยการตกเป็นเป้าสายตาของใครหลายคนเหมือนทุกครั้ง แว่นตาดำถูกมือหนาถอดออกเมื่อเขาเดินมายังเกทเป้าหมายตามที่เจบอก มือซ้ายยกขึ้นมาดูนาฬิกาเรือนหรูพลางถอนหายใจ ไบรอันมาทันเวลาที่เครื่องแลนดิงพอดี ในใจเต้นรัวด้วยความตื่นเต้น เขาพยายามมองไปยังคนที่เดินออกมาจากเกทเพื่อหวังว่าจะเจอกับบคนที่ตั้งใจมารับแต่ก็ยังไร้วี่แวว

หรือเจจะบอกข้อมูลเกทเขาผิด?

ยังไม่ทันที่จะกดโทรไปหาเพื่อนสายตาของร่างสูงก็สบเข้ากับเจ้าของร่างโปรงที่เพิ่งเข็นรถเข็นออกมาจากเกท

และวินาทีที่ยุนโดอุนยิ้มก็เหมือนว่าโลกของไบรอันได้หยุดหมุนไปชั่วขณะ เขารู้สึกว่าตัวเองกำลังถูกดวงดาวในกาแล็คซี่ของโดอุนดึงเข้าสู่วงโคจร

“สวัสดีครับ พี่ยองฮยอน”

 

 

: )

 

 

 

 

END

02.04.2019

words count : 8689


หลังจากนี้จะเป็นการเขียนบ่นของเราเองค่ะ สามารถข้ามไปได้เลยนะคะเพราะไม่น่าจะมีสาระอะไรเท่าไหร่

Talking to K

ฟิคเรื่องนี้เราคิดพล็อตมาจากความคิดที่ว่า ถ้ามาเฟียมาเป็นพี่เลี้ยงเด็กล่ะ? ซึ่งอาจจะไม่ใช่เด็กแบเบาะอะไรแบบนั้น แต่พอคิดได้เราก็พยายามหาส่วนที่จะมาเชื่อมโยงอะไรหลายๆอย่างเข้าด้วยกัน เป็นฟิคที่เราใช้ความพยายามในการเขียนมากค่ะ เพราะเราไม่ได้เขียนนิยายเลยหลายเดือนมาก พอจะกลับมาเขียนก็ต้องค่อยๆฝึกภาษาใหม่ จะถือว่าเป็นเรื่องซ้อมมือของเราก็ได้ค่ะอันนี้ สำหรับปมในเรื่องจะมีบางส่วนที่เราไม่ได้เคลียร์เนื่องจากเป็นมุมมองของคุณเคเราก็จะปล่อยไว้แบบนั้นนะคะ ถ้าลองมองในมุมคุณเคดูก็อาจจะเข้าใจได้มากยิ่งขึ้นค่ะ รู้สึกว่าจะบ่นยาวมาก แต่ขอบ่นอีกนิดนึงนะคะ คือก่อนที่เราจะพิมพ์ต่อ มือเราไปกดโดนอะไรก็ไม่รู้บนแป้นพิมพ์แล้วไอ้ที่พิมพ์ไว้เกือบเสร็จมันก็หายหมดเลย เวิร์ดก็ค้างไปด้วย ตอนนั้นเราช็อคมาก แต่โชคดีที่กู้คืนกลับมาได้ ไม่งั้นเราคงร้องไห้เลยค่ะ

ขอบคุณทุกคนที่ติดตามฟิคเรื่องนี้นะคะ เราได้อ่านทุกคอมเม้นต์เลย รู้สึกดีใจมากๆค่ะที่ได้รับกำลังใจในการเขียน จะพยายามเขียนเรื่องที่ค้างอยู่ให้ดีที่สุดนะคะ

ขอบคุณค่ะ :')


 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ Mind K. จากทั้งหมด 19 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

8 ความคิดเห็น

  1. #8 KKDW
    วันที่ 28 มิถุนายน 2562 / 21:56

    ได้มาอยู่กับพี่เคแล้วน่าจะมีความสุขมากๆเลยสิน้า ไอยู้กหมาน้อย

    #8
    0
  2. #7 prangmaluffy (@infinitejustice) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 3 เมษายน 2562 / 23:25
    ที่แท้ก็เป็นเรื่องมาเฟียนี่เอง เข้าใจโดอุนนะ ต่อให้รักพ่อก็เถอะ แต่มันก็ยากจะยอมรับจริงๆ

    พี่เคอบอุ่นสุดดดดด อิสสาน้องโดอุนเลยค่ะ TT โดยเฉพาะตอนเคเล่าอดีตตัวเองก็คือแบบ ฮือออออออออ ทำไมชีวิตพี่มันเศร้าแบบนี้ น้องโดอุนคิดถูกแล้วลูกที่ไปแคนาดา ไปอยู่กับพี่เขานะ ;___; ไปเป็นกาแลคซี่ที่สว่างสไวให้พี่เขานะ ฮือ

    จบน่ารักมากๆค่ะ ดีใจที่จบสวยมากๆ ฮือออออออ ชอบที่ตอนจบไม่เรียกคุณเคอีกแล้ว ตอนเรียกพี่ยองฮยอนก็คือเราจะตายให้ได้เลยค่ะ TT แง เขินมากๆๆๆๆๆ ขอบคุณที่แต่งฟิคดีๆ(แถมคู่ชิปโปรดเราอีก)ให้ได้อ่านนะคะ TT ถ้ามีโอกาสก็อยากอ่านงานเขียนอื่นๆของไรต์มากเลยค่ะ จะรอติดตามผลงานนะคะ

    ขอบคุณนะคะ เป็รกำลังใจให้ค่า
    #7
    1
    • #7-1 Amminexi (@mysterymelody) (จากตอนที่ 1)
      7 เมษายน 2562 / 22:25
      ขอบคุณมากๆเลยนะคะที่อ่านงานของเรา เราดีใจมากๆเลยค่ะ ยังคิดอยู่เลยว่าอยากให้คุณมาเม้นอีก ;__; ขอบคุณสำหรับกำลังใจด้วยนะคะ สามารถอ่านเรื่องอื่นๆของเราได้นะคะ กดที่โปรไฟล์เลยค่า ^ ^
      #7-1
  3. #6 prangmaluffy (@infinitejustice) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 27 มีนาคม 2562 / 20:31
    บอกความจริง...ความจริงอะไรง่ะ อยากรู้มากๆเลย กลัวว่าจะเป็นความจริงที่ทำให้รอยยิ้มน้องหายไป ฮือ อย่าน้า สงสารน้อง ;-;

    น้องน่ารักมากๆๆๆแบบก.ไก่ล้านตัว ไบรอันเธอไม่ได้เว่อร์หรอก รอยยิ้มน้องสว่างสไวจริงๆ TT เห็นแล้วใจฟูทู๊กที ละยิ่งตอนที่ขอไปทำการบ้านห้องคุณเคก้คือแบบบบบบฟหกด่าสวววววว เป็นพี่นี่พี่ปูพรมแดงรอเลยจ้าาาาาาาาา ไม่ต้องเคาะให้เสียเวลาหรอกลูก น่ารักขนาดนี้ใครจะไม่ให้หนูเข้ากันหื้ออออ (สรุปเม้นนี้มาหวีดคู่ชิป หวีดฟิค หรือหวีดโดอุนกันแน่555555)

    ชอบความสัมพันธ์คู่นี้จังค่ะ ค่อยๆเป็นค่อยๆไป น่ารักดี โดอุนทำให้พี่ผ่อนคลาย สบายใจเมื่ออยู่ใกล้ ยิ่งตอนแกล้งกัน สอนการบ้านกัน คือน่ารักมากกกกกก TT อบอุ่นมากค่ะ ฮือ

    ชอบมากค่า รอให้อัพทู๊กวันเลย55555 ชักอยากรู้แล้วว่าบอกความจริงเรื่องอะไร แง55555 สนุกมากค่ะ รอติดตามนะคะ เป็นกำลังใจให้ค่า
    #6
    1
    • #6-1 Amminexi (@mysterymelody) (จากตอนที่ 1)
      27 มีนาคม 2562 / 23:13
      ขอบคุณมากๆเลยนะคะ ;___; เราดีใจมากเลยที่คุณชอบ จะมาอัพต่อเร็วๆนี่แน่นอนค่า
      #6-1
  4. วันที่ 23 มีนาคม 2562 / 22:57
    อั้นอุน กรี๊ดดดดดด /กดติดตามก่อนเริ่มอ่าน
    ประทับใจมากค่ะ คุณหนูน่ารักจังเลย คุณเคทำไมอบอุ่นได้ขนาดนี้นะ อ่านไปหน้าร้อนไป ไม่คิดว่าตอนนึงจะใช้เวลาอ่านเยอะขนาดนี้ ตอนเล่นมือกันหัวใจคนอ่านฟูจนไม่รู้จะฟูยังไงแล้ว5555 เป็นกำลังใจให้นะคะ สู้สู้
    #5
    1
  5. วันที่ 23 มีนาคม 2562 / 22:53
    น่ารักมากค่ะ ติดตามนะคะะ
    #4
    1
  6. วันที่ 21 มีนาคม 2562 / 23:54
    คุณหนูน่ารักจังเลยค่ะT_T
    #3
    0
  7. #2 prangmaluffy (@infinitejustice) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 21 มีนาคม 2562 / 23:38
    น้องน่ารักจังเลย มาครั้งแรกคนพี่ก็ดูจะเอ็นดูน้องซะแล้ว ก็โดอุนน่ารักอะเนอะๆ ใช่มั้ยคะคุณเค อิ้อิ
    #2
    0
  8. #1 Brifernnn (@WuFernkissKris) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 21 มีนาคม 2562 / 00:39

    รอติดตามเลยค่าาาา เป็นกำลังใจให้ไรท์นะคะ!!
    #1
    1
    • #1-1 Amminexi (@mysterymelody) (จากตอนที่ 1)
      21 มีนาคม 2562 / 19:55
      ขอบคุณค่าา
      #1-1