คัดลอกลิงก์เเล้ว
นิยาย [SF] Be My Friend Jooheon x Changkyun Monsta X [SF] Be My Friend Jooheon x Changkyun Monsta X | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

เนื้อเรื่อง อัปเดต 23 ก.ค. 60 / 10:57


Title: Be My Friend

Author: Choc_bow

Pairing: Jooheon x Changkyun

Rating: PG-15

 

          บางทีเขาก็คิดว่าความสัมพันธ์ของเขากับชางกยุนมันก็เพื่อน พี่ น้อง ตามประสาคนทั่วไป จากคนที่เคยไม่ชอบหน้ากันกลับกลายเป็นเพื่อนที่สนิทกันมากที่สุด เขาคิดว่ามันอาจจะมาจากทฤษฎีที่ว่าศัตรูมาเป็นมิตรมันทำให้สนิทใจกันมากกว่า เขารู้ว่าจริงๆ มันก็แค่ข้ออ้างของคนๆ หนึ่ง ที่เผลอเปิดใจให้ใครอีกคนเข้ามาแบบไม่รู้ตัว ทำเหมือนกับเป็นชีวิตประจำวัน จนรู้ตัวอีกที เขา.. ก็ขาดชางกยุนไม่ได้แล้ว

“ว้อทซัพ ทำอะไรอยู่ไอ้หนู”

อย่างเช่นเช้าวันธรรมดาวันหนึ่งของผมที่ตื่นขึ้นมาก็กดโทรศัพท์โทรหาเขาเป็นอย่างแรกของวัน มันไม่ได้พิเศษกว่าคนทั่วไป ก็แค่เพื่อนกันทั่วไปนั่นแหละครับ

“นอนอยู่บนเตียงครับ”

“ถ้าไม่ได้ทำอะไร วันนี้ออกไปข้างนอกกันไหม ไปหาอะไรทำกัน”

“โห.. พี่ครับ เราเจอกันบ่อยมากเลยนะเนี่ย งั้นไปเจอกันที่เราเจอกันบ่อยๆ นะครับ”

“ไม่ต้องพูดมากน่า เจอกันนะ”

“ครับๆ ซียา”

สุดท้ายจูฮอนก็ลากน้องชายคนโปรดออกมาจากเตียงจนได้ กลังจากวางสายเขาก็ทำแค่นั่งมองและยิ้มให้กับโทรศัพท์แม้มันจะเป็นเพียงแค่หน้าจอมืดๆ ไม่มีรูปที่สวยงามอะไร แต่ที่เขายิ้มเพราะคนในสายที่เพิ่งวางไปต่างหาก

“โย่ว วันนี้ไปทำอะไรกันดี” เขาไม่ได้รีบ เพียงแต่มาก่อนเวลานัดครึ่งชั่วโมงเพื่อมารอเด็กคนนั้นที่มาตรงต่อเวลาตลอด วันนี้ชางกยุนใส่เสื้อยืดสีดำด้านใน ลายหน้าคนที่กำลังเป็นที่นิยมในหมู่วันรุ่นช่วงนี้กับเสื้อยีนส์สีซีดธรรมดา พร้อมกับกางเกงวอร์มหลวมๆ สีดำอีกตัว ที่มันดูธรรมดามาก แต่กลับทำให้จูฮอนไม่สามารถละสายตาไปจากคนตรงหน้าได้เลย

“อ้าว ชวนผมออกมาแต่มาถามผมว่าจะทำอะไรเนี่ยนะพี่”

“ก็.. เห็นว่าไม่มีอะไรทำ เลยชวนออกมาข้างนอกแก้เบื่อไง”

“พี่นี่นะ ได้ดูพยากรณ์อากาศหรือเปล่าว่าวันนี้ฝนมันจะตก” จนตัวเล็กกว่าเหล่ตามองคนพี่ก่อนจะขัยเสื้อยืนตัวเก่งเพื่อระบายความร้อน และนั่นก็ทำให้อีกคนถึงกับต้องเบือนหน้าหนีออกจากภาพตรงหน้า

ให้ตายสิ ใครสอนให้ตายใส่เสื้อเว้าขนาดนั้นแล้วมาเปิดมันต่อหน้าฉัน...

“เปล่า เมื่อคืนฉันแต่งเพลงจนดึกแล้วก็หลับไปเลย แล้วฉันก็ไม่ได้มีนิสัยเปิดโทรทัศน์ทิ้งไว้แล้วไปอาบน้ำเหมือนนายนะชางกยุน”

“ครับๆๆ ขี้บ่นจังเลย ว่าแต่ผมหิวแล้ว ไปหาอะไรอร่อยๆ กินกันเถอะ พี่กินข้าวมาหรือยัง ให้เดาคงกินมาแต่กาแฟล่ะสิ” มือขาวที่โผล่พ้นเสื้อยีนยกขึ้นฟาดคนข้างๆ เบาๆ เป็นการเตือน เพราะจูฮอนน่ะชอบกินแต่กาแฟ แต่ไม่ยอมกินข้าวเช้า ลำบากให้เขาลากไปกินข้าวเช้าทุกวัน

“ยังน่า เดี๋ยวค่อยไปกินกันหลังกินข้าว”

“ทำตัวเป็นมนุษย์ปกติได้ด้วยแหะ ไปกันเถอะครับ พี่เลี้ยงนะเพราพี่นัดผมออกมา”

“แล้วพี่เคยให้นายจ่ายเองไหมล่ะ” จูฮอนเดินไล่ตามเจ้าเด็กน้อยที่วิ่งหนีเขาไปแล้วจับมาล็อคคอเดินข้างๆ กันไปเรื่อยๆ เจ้าเด็กนี่ก็เจื้อยแจ้วตลอดทาง เขาเองก็ฟังบ้างไม่ฟังบ้าง เพราะมัวแต่สนใจริมฝีปากแดงๆ ที่พูดไม่หยุด กับผิวขาวๆ ที่โผล่พ้นเสื้อมานั่นแหละ แฟชั่นบ้าบออะไรของเด็กนี่ก็ไม่รู้

“ไม่เอาร้านติดแอร์นะ เบื่อแอร์แล้ว” ฝ่ามือเล็กดึงรั้งคนตัวโตกว่าเอาไว้เมื่อมาถึงร้านอาหารชื่อดังในย่านหนึ่ง อยู่ๆ ก็เกิดงอแงไม่อยากเข้าร้านนี้เสียอย่างนั้น

ชางกยุนคนเอาแต่ใจ

“แล้วจะกินร้านไหน นายบอกว่าฝนจะตกไม่ใช่เหรอ ถ้าไม่ใช่ร้าน...”

“ก็มันยังไม่ตกนี่  อีกอย่างแดดตอนนี้ก็ดีด้วย หมกตัวอยู่แต่ในห้องแอร์ไม่เบื่อบ้างเหรอ”

“แล้วจะกินร้านไหน นายเลือกเลย” เขาไม่อยากเถียงเจ้าตัวเล็กตรงหน้าที่กำลังงอแงเอาแต่ใจเท่าไหร่ เพราะเจ้าตัวไม่ใช่คนที่จะงอแงพร่ำเพื่อ ถ้าไม่อยากทำจริงๆ หมอนี่ถึงจะแสดงอาการดื้อด้านออกมา ทำไมถึงรู้ขนาดนี้น่ะเหรอ

ก็เพื่อนกันไง เพื่อนกัน....

“อยากกินที่มันเป็นคาเฟ่”

“ตรงหัวมุมนั้นมีอยู่ร้านนึง ไปแล้วห้ามเปลี่ยนใจแล้วนะ หิวแล้ว” แต่บางทีก็ต้องมีบังคับกันบ้าง เพราะถ้าตามใจมากๆ ก็จะกลายเป็นคนที่เอาแต่ใจจนเกินตัว มันก็จะไม่น่ารักในสายตาคนทั่วไป เขาน่ะเป็นห่วงชางกยุนทุกอย่างนั่นแหละ

“รู้แล้วน่า ไปกัน”

เมื่อตกลงร้านอาหารที่ถูกใจเจ้าตัวได้ก็จัดแจงลากคนพี่ไปยังร้านอาหารเล็กๆ ที่อู่หัวมุมถนน เป็นร้านที่มีโต๊ะตั้งอยู่ที่ริมระเบียงไม่มีกระจกกั้นแบบที่ชางกยุนต้องการ และสามารถมองเห็นบรรยากาศได้โดยรอบ และเป็นโชคดีของเขาสองคนที่วันนี้อากาศไม่ร้อนนัก ทำให้คนขี้ร้อนอย่างจูฮอนไม่หงุดหงิดจนเหวี่ยงไปเสียก่อน

“เป็นไงล่ะ เปลี่ยนบรรยากาศบ้างก็ดีอยู่แต่ในห้องอยู่นั่น”

“ก็ออกมาแล้วนี่ไง อย่าลืมสิว่าวันนี้พี่เป็นคนชวนนายออกมานะ”

“ใช่ พี่เป็นคนชวนออกมาแล้วพี่ก็ต้องเป็นคนจ่ายตลอดทางด้วยนะ ฮ่าๆๆ” เสียงแหบๆ หัวเราะขึ้นมาอย่างชอบใจเมื่อแกล้งพี่ของตัวเองได้สำเร็จ

“พูดมากเดี๋ยวจะให้จ่ายเอง”

“ผมก็พูดของผมแบบนี้ตลอด พี่ก็จ่ายให้ผมตลอดนั่นแหละ”

พอถูกจี้ใจดำคนที่เถียงอะไรไม่ออกอย่างจูฮอนก็ทำได้แค่เบือนหน้าหนีออกไปนอกร้านแค่นั้น แล้วปล่อยให้อีกคนได้ถ่ายรูปไปเรื่อยๆ ระหว่างรออาหาร มันก็จริงอย่างที่ชางกยุนบอก เขาเอาแต่หมกตัวอยู่ในห้องแต่งเพลงตลอดเวลา ลำบากให้อีกคนคอยเตือนเรื่องข้าวอยู่ตลอด บางครั้งก็ลืมจนชางกยุนต้องเอาข้าวเข้ามาให้ถึงห้องอัดแล้วก็ลากเขามานั่งกินข้าวด้วยกัน

ชางกยุนเป็นเด็กที่เอาใจใส่คนรอบข้างได้ดีเสมอ เขาไม่รู้ว่าเด็กคนนี้เป็นแบบนี้กับทุกคนหรือเปล่า แต่เขามองว่ามันน่ารัก สิ่งเล็กๆ น้อยๆ ธรรมดาๆ ที่ทำให้กัน จูฮอนมองว่ามันน่ารักไปทุกอย่าง

ไม่มีบทสนทนาระหว่างมื้ออาหารมื้อนี้ อาจจะเพราะตัวเล็กกำลังหิวมาก เอาแต่ก้มหน้าก้มตากินอยู่ตลอด และอาจะเป็นเพราะเขานั่งมองคนตัวเล็กนี่กินจนเพลินตา เลยทำให้ไม่มีคำพูดใดๆ หลุดออกมาจากพวกเขาทั้งคู่ มันเป็นความเงียบที่ไม่อึดอัดแต่กลับอบอุ่น

“อิ่มแล้ว พี่อิ่มหรือยัง”

“อื้ม เดี๋ยวไปเดินเล่นแถวนี้กัน”

หลังจากกินข้าวกันเรียบร้อยทั้งสองคนก็พากันเดินเล่นไปรอบๆ เขาชอบที่จะเดินตามหลังชางกยุน เพื่อที่จะมองว่าเด็กคนนี้จะทำอะไร หรือคิดจะเล่นอะไรแผลงๆ อีกหรือเปล่า

“พี่ ผมอยากถ่ายรูปอ่ะ”

“ปกตินายก็เซลฟี่เองนี่”

“ก็วันนี้ไม่อยากไง ถ่ายให้หน่อยดิ” ไม่รอคำตอบมือเล็กก็หยิบเอาโทรศัพท์ตัวเองยัดใส่มือจูฮอนแล้ววิ่งไปยังฉากหลังพร้อมกับแอคท่าทางทั้งกวนประสาท หล่อ รวมไปถึงน่ารัก จนทำให้ช่างกล้องจำเป็นถึงกับชะงัก

“เป็นไง รูปสวยไหม”

“ก็ดีนะ”

“พี่ไปถ่ายบ้างดิ ผมถ่ายให้” และเป็นอีกครั้งที่คนตัวเล็กไม่รอคำตอบและผลักคนโตกว่าไปด้านหน้าเพื่อที่จะได้ถ่ายรูปให้ จูฮอนตอนอยู่ในเฟรมกล้องถ่ายรูปนี่ไม่เห็นเก่งเหมือนตัวต่อตัวเลย เขินกล้องตลอดเลยสิน่า

“ไม่สวยเลย ทำท่าให้มันดีๆ หน่อยสิพี่ ยิ้มแบบธรรมชาติน่ะรู้จักไหม”

“ใครจะไปน่ารักตลอดเวลาเหมือนนายวะ”

“ฮ่าๆๆ เขาบอกว่ารูปถ่ายที่ดี คือรูปที่คนถูกถ่ายยิ้มให้คนหลังกล้องนะ ไม่ลองดูหน่อยเหรอ”

เหมือนที่ผมทำกับพี่ไง

“ก็แค่รูปถ่ายน่า”

“น่าพี่ ลองสักทีก็ไม่เสียหายป่ะวะ”

สุดท้ายจูฮอนก็ต้องยอมแพ้ให้กับความหน้างอของชางกยุนอยู่ดี เขาลองมองไปทางที่ชางกยุนยืนอยู่และเผลอยิ้มให้กับท่าทางน่ารักของอีกคนที่ขะมักเขม้นจ้องไปยังสมาร์ทโฟนเครื่องเล็ก เพื่อที่จะจับภาพให้เขาดูดีที่สุด มันน่ารักจนเขาเผลอยิ้มตามทุกครั้ง

“เป็นไงล่ะ”

“คนมันเก่ง ถ่ายยังไงก็สวยแหละน่า ไว้ผมส่งให้นะ”

“เยป ไปไหนต่อกันดี”

“ผมอยากไปเดินเล่นซอยนู้น คนไม่เยอะด้วย เริ่มเหนียวตัวแล้วล่ะ” ว่าพลางเอามือมาถูไหล่ที่เปิดเสื้อยีนส์ทิ้งไว้ตั้งแต่แรงพร้อมทำหน้าเหยเกกับความเหนอะหนะ

“แล้วเสื้อนั่นน่ะ ทำไมไม่เอาขึ้น”

“มันเป็นสไตล์”

“บ้าบอ” จูฮอนถือวิสาสะเอื้อมมือไปดึงเสื้อยีนส์ตัวเก่งขึ้นมาคลุมไหล่อีกคนให้เรียบร้อยก่อนจะเดินนำไปข้างหน้า ทิ้งให้คนตัวเล็กกว่ายืนอมยิ้มอยู่ข้างหลังก่อนจะรีบวิ่งตามอีกคนไป

“โอ๊ะ พี่ฮยองวอน” ในขณะที่ทั้งคู่กำลังเดินเล่นกันในซอกซอยเล็กๆ คนตัวเล็กก็เอ่ยเรียกชื่อใครสักคนที่จูฮอนไม่รู้จัก พร้อมกับกระโดดและโบกมือเป็นเด็กน้อย เหมือนกับกลัวว่าอีกฝ่ายจะไม่เห็น

“อ้าว ชางกยุน มาทำอะไรแถวนี้เนี่ย”

“ผมก็มาเที่ยวตามประสาแหละพี่ พี่อ่ะมาทำอะไร คนอย่างพี่ไม่น่าจะเดินออกมาชอปปิ้งคนเดียวหรอกนะครับ”

“อ๋อ พี่มากับกีฮยอนน่ะ เราล่ะมากับใคร” คนที่มาใหม่เอ่ยถามพร้อมกับมองไปด้านหลังและก้มหัวให้เล็กน้อยเป็นการทักทายตามมารยาท

“ก็เพื่อนแหละครับ ไว้เจอกันใหม่นะครับ”

“เพื่อนให้จริง อย่าตัดสินใจช้าเหมือนเรื่องของเราล่ะ”

“รู้แล้วน่า ไปแล้วนะพี่”

“อืม ไว้เจอกันนะ” คนตัวสูงกว่าโบกมือลาชางกยุนแต่ก่อนที่คนตัวเล็กจะหันหลังกลับไปเขากลับคิดอะไรแผลงๆ ออก เลยดึงเอาคนที่กำลังจะเดินกลับไปหาเพื่อนมากอดไว้เบาๆ ก่อนจะผละออกแล้วยีผมพร้อมกับรอยยิ้มอบอุ่น

“บ้าเอ้ย ผมเสียทรงหมด ไปพี่ไปร้านกาแฟกัน ผมเดาว่าพี่ต้องง่วงแล้วแน่ๆ”

“อืม ไปกันเถอะ” ไม่รู้ด้วยความง่วง หรือความหิว หรืออะไรก็ตาม ที่ทำให้จูฮอนเอื้อมมือไปคว้ามืออีกคนไว้แล้วลากไปด้านหน้าด้วยความรวดเร็วและยังหันกลับไปมองด้านหลังเป็นระยะๆ

เพื่อนมันหวงกันแบบนี้ได้ไหม

“ไอซ์อเมริกาโนครับ แล้วก็ช็อคโกแลตเย็น”

“วันนี้กินฟรีทั้งวันเลยแหะ”

“ก็กินแบบนี้มาตลอดนิ”

“เป็นอะไรเนี่ย ดูเงียบๆ มาตั้งแต่เข้าร้านละนะ” ไม่ใช่ว่าเขาไม่รู้ว่าจูฮอนดูแปลกไป แต่เขาไม่รู้ว่าอีกฝ่ายเป็นอะไรมากกว่า อยู่ๆ ก็เงียบแล้วก็ลากเขามาที่ร้านนี้

“ไม่รู้ ไปนั่งรอเถอะ”

“ทำท่าโมโหเป็นจอมมารบูเลยนะ ฮ่าๆๆ”

“เมื่อกี้น่ะ ใครหรอ”

“อ๋อ พี่ฮยองวอนน่ะครับ เขาเป็นรุ่นพี่ที่โรงเรียนผมเอง”

“ดูสนิทกันดีเนอะ”

“จริงๆ แล้วผมเคยชอบพี่เขาน่ะ แล้วก็คุยๆ กันมาสักพักใหญ่ แต่ผมเองที่ตัดสินใจพลาดไป เลือกให้เขาเป็นแค่พี่น้อง แล้วก็มานั่งเสียใจเองทีหลัง” จูฮอนอาจจะไม่ได้สังเกตว่าตอนที่คนตรงหน้าพูดถึงเขานั้นไม่ได้มีความรู้สึกเสียใจอะไร จูฮอนรู้แค่ว่าเขาไม่ชอบที่อีกคนพูดถึงคนอื่น เขาไม่พอใจที่ชางกยุนไปกอดกับผู้ชายคนนั้น

“แล้วยังชอบเขาอยู่ไหม”

“ก็ไม่ได้เกลียดอะไรนะ”

“อ๋อ”

“เป็นใบ้ไปอีกละ เออพี่จำได้ป่ะ ตอนที่เราเจอกันครั้งแรกเราก็เจอกันที่ร้านกาแฟแบบนี้น่ะแหละ คนบ้าอะไรไม่รู้ มานั่งแต่งเพลงในร้านกาแฟ”

“แล้วก็มีเด็กบ้าที่ไหนไม่รู้ คุยกับเพื่อนเสียงดังโวยวาย น่ารำคาญ”

“แล้วมันมีคนบ้าอะไรไม่รู้มานั่งทำหน้ามุ่ย หงุดหงิดขีดฆ่าเนื้อเพลงเสียงดัง แถมยังมามองใส่พวกผมตาขวางอีก คนอะไรหน้าตาไม่เป็นมิตรเลย” นิ้วป้อมจิ้มเข้าไปกลางหน้าผากพี่คนสนิทอย่างไม่เบามือเพราะนึกถึงวันแรกที่พวกเขาเจอกัน ใบหน้าของจูฮอนนั้นเหมือนจะกินหัวพวกเขากันทั้งโต๊ะ คนอะไรก็ไม่รู้ หน้าโหดเป็นบ้า

“นายคิดดูสิ ฉันใส่หูฟังอยู่นะ ยังได้ยินเสียงพวกนายคุยกันเลย”

“แต่พี่ก็อย่าลืมสิว่าวันนั้นหูฟังพี่พังไปข้างนึงนะ จะว่าไปพี่ตอนใส่หูฟังก็ดูดีนะ”

“แล้วฉันตอนไม่ใส่หูฟังล่ะ”

“ไม่บอกหรอก ฮ่าๆๆ โอ๊ะ ได้แล้วล่ะ เดี๋ยวผมไปเอาให้ พี่นั่งรออยู่นี่นะ” คนตัวเล็กหยิบเอาเครื่องสีดำที่สั่นอยู่บนโต๊ะแล้วเดินไปที่เคาท์เตอร์อย่างรวดเร็ว แต่คนตัวเล็กกลับไม่ได้เดินกลับมาที่โต๊ะทันทีที่ได้เครื่องดื่ม แต่กลับเดินไปหยุดอยู่หน้าตู้เค้ก ทำเอาจูฮอนที่ลอบมองอยู่ถึงกับหลุดขำก่อนจะก้มลงเช็คอินร้านที่เข้ามานั่ง พร้อมกับเปิดโซเชียลดูไปพลางๆ

“มาแล้วๆ ได้บราวนี่ช็อคมาชิ้นนึงด้วยล่ะ”

“กินแบบนี้ไงถึงได้อ้วน”

“พูดมากอ่ะ ที่เมื่อกี้ล่ะเงียบกริบ ตกลงเป็นอะไรเหรอ” บราวนี่เค้กส่วนหนึ่งถูกตักเข้าปากคนตัวเล็กแต่สายตากลับจับจ้องมาที่นตัวโตกว่าที่กำลังจิบอเมริกาโน่แก้วโปรดโดยที่ไม่ยอมตอบคำถามใดๆ ทั้งสิ้น

“จะไม่บอกกันจริงๆ ใช่ไหมเนี่ย เมนส์มาเหรอ”

“จะบ้าหรือไง ก็แค่เหนื่อยๆ เดินมาทั้งวันแล้วไง”

“คิดว่าหึงผมกับพี่ฮยองวอนเสียอีก”

“แค่กๆๆ นายพูดอะไรน่ะ” คนที่ไม่ยอมตอบถึงกับสำลักกาแฟเมื่อได้ยินเสียงเจื้อยแจ้วเอ่ยล้อเลียนขึ้นมา เขาเองก็ไม่ได้คิดว่าตัวเองจะไปหึงหวงเด็กตรงหน้าหรอกนะ เพราะเขาก็เป็นพี่น้องกัน เรื่องหึงหวงนี่มัน..

เป็นไปไม่ได้อยู่แล้วน่า

“แสดงว่าไม่หึง สงสัยต้องจูบ”

“ไม่ได้นะ!

“....”

“.. เอ่อ”

ร่างสูงรู้สึกตกใจจนหาเสียงตัวเองไม่เจอ เขาไม่รู้ว่าปฏิกิริยาของตัวเองเมื่อครู่นี้มันคืออะไร ทำไมเขาต้องห้ามไม่ให้เด็กคนนี้ไปจูบกับคนอื่น ในหัวของจูฮอนมีแต่คำว่าทำไม และ ทำไม เขาไม่เข้าใจตัวเองเลยสักนิด เป็นเพื่อน เป็นพี่น้องมันก็ดีอยู่แล้ว ถ้าหากเขาคิดกับชางกยุนแบบนั้น.. มันเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว

“กินเข้าไปให้หมดนั่นล่ะแก้วกาแฟนั่นน่ะ”

ดวงตาเรียวเล็กหรี่มองคนตัวเล็กที่อยู่ๆ ก็เปลี่ยนประเด็นขึ้นมา แต่เพื่อไม่ให้ตัวเองถูกไล่ต้อนค้นหาคำตอบไปมากกว่านี้ เขาเลยนั่งดูดกาแฟในแก้วโดยที่ไม่ต่อบทสนทนาอะไรอีก มันเป็นความเงียบครั้งที่สองของวันระหว่างเขากับชางกยุน แต่รอบนี้มันกลับรู้สึกกระอักกระอ่วนในใจ

“กินหมดแล้วกูช่วยเอากระดาษออกแล้วดูข้างแก้วด้วยครับ”

“หื้ม?”

“อย่าทำตัวฉลาดน้อยไปมากกว่านี้เลย ช่วยทำตัวทันโลกหน่อย ไม่อย่างนั้นจะเอาอะไรไปแต่งเพลงได้ล่ะ พี่นี่ไม่ได้เรื่องจริงๆ เลย” คนตัวเล็กบ่นยาวเป็นชุดและกรอกตาไปมาราวกับรำคาญคนตรงหน้าขั้นสุด

“โอเค ฉันมันโง่เองแหละ ไอ้คนฉลา.. ชางกยุน นาย..”

“จะเป็นไหมแฟนอ่ะ”

“เดี๋ยวสิ ฉันตั้งรับไม่ทัน นายเล่นบ้าอะไรของนาย”

“พี่นั่นแหละเป็นบ้าอะไรของพี่ พี่คิดเหรอว่าที่ผมมาเจอกับพี่บ่อยๆ เอาข้าวไปส่งถึงห้องอัด ออกไปเที่ยวเตร่ด้วยกันแทบทุกวันเป็นปีสองปีเนี่ยคือผมแค่อยากเป็นพี่น้องกับพี่เหรอ”

“...”

“โอเค ใช่ ที่ตอนแรกเราไม่ถูกกันเกือบมีเรื่องชกต่อยกันในร้านเพียงเพราะเรื่องเข้าใจผิดเล็กน้อยนั่น แต่มันก็ทำให้ผมกับพี่ต้องไปบำเพ็ญประโยชน์ด้วยกัน รู้จักกัน และมันทำให้ผมชอบพี่”

“อ่า...”

“จริงๆ ผมก็ไม่ชัวร์ตัวเองหรอกนะ แต่เมื่อกี้พี่ฮยองวอนเขาบอกมา มันเลยทำให้ผมคิดขึ้นมาได้ ว่าคนบ้าๆ บอๆ อย่างพี่น่ะ ถ้าไม่พูดกันแบบนี้ พี่ก็คงไม่รู้สึกตัวหรอก และผมจะสรุปให้เลยว่าพี่เองก็ชอบผมเหมือนกัน เมื่อกี้ไม่พอใจที่ผมกับพี่ฮยองวอนกอดกันใช่ไหม”

“ฉัน.. ไม่รู้”

“คำว่าไม่รู้ไม่ใช่คำตอบของคำถามหรอกนะครับ มีแต่พี่ที่ไม่ยอมรับความรู้สึกตัวเองมากกว่า ถึงได้บอกว่าไม่รู้” เมื่ออธิบายไปยาวเหยียดแต่กลับได้คำตอบกลับมาว่าไม่รู้ชางกยุนเองก็เหนื่อยใจ แต่เขาเองก็เข้าใจว่าคนอย่างจูฮอนน่ะ มองเรื่องความสัมพันธ์ไม่เป็นหรอก ก็คงมองว่าไอ้ที่เขาทำให้มันก็คือเรื่องปกติของพี่น้องเขาทำกัน

“...”

“ถ้ายังไม่รู้อีกผมจะตามพี่ฮยองวอนมาจูบโชว์กับพี่ตรงนี้นี่แหละ จะได้รู้กันไปเลยว่ารู้สึกยังไงกับผม”

“นายจะบ้าเหรอ จะได้จูบกับคนอื่นเพื่ออะไรวะ ขอตั้งสติก่อนสิ”

“ตอบมาแค่จะเป็นแฟนผมไหม”

“ชางกยุนอ่า....”

“ถ้าพี่ไม่ตกลงผมจะลากพี่ฮยองวอนมาจูบโชว์จริงๆ ด้วย”

“เฮ้ย เดี๋ยวสิ ฟังฉันก่อนสิ” เมื่อเห็นท่าทีคนตัวเล็กกำลังจะลุกออกไปนอกร้านมือหนาก็รีบคว้าข้อแขนเล็กเอาไว้แล้วรั้งให้นั่งลง จูฮอนมองหน้าอีกคนเล็กน้อยก่อนจะลอบถอนหายใจเล็กๆ แต่ก็ไม่ได้รอดพ้นจากสายตาของชางกยุนไปเลย

“ตอบตกลงคบกับผมมันยากมากเหรอพี่ สาบานดิว่าก่อนหน้านี้ไม่เคยคิดกับผมแบบนั้น”

“ไม่รู้ ฉันไม่เคยคิดเรื่องความสัมพันธ์ของเราเลย คิดแค่ว่ามีกันและกันทุกวัน ไปไหนมาไหนด้วยกัน ทำอะไรด้วยกัน โทรคุยกันทุกวัน มีอะไรก็คุยกันได้ตลอด มันก็เพื่อนกันไม่ใช่เหรอ”

“เพื่อนบ้านพี่เขาออกมาเจอกันบ่อยขนาดนี้ป่ะ ออกมานั่งเล่น กินข้าว เขาเอาข้าวไปส่งที่ห้องอัด บังคับพี่ออกมากินข้าวแบบผมป่ะ”

“ก็..ไม่นะ”

“แล้วถามจริง ถ้าสมมุติว่าพี่แจ็คสันเขาไปจูบกับคนอื่นพี่จะเป็นบ้าแบบที่เป็นกับผมตอนนี้ป่ะ”

“ก็..ไม่”

“แค่นี้ยังไม่ชัดเจนอีกเหรอพี่”

“....”

“ผมชอบพี่นะ พี่จูฮอน”

“...”

“ผมชอบตัวเองเวลาที่อยู่กับพี่ ผมชอบเวลาที่เราอยู่ด้วยกัน ผมชอบทุกอย่างที่มันมีเราสองคนอยู่ในนั้น พี่ล่ะ ชอบผมบ้างไหม”

“...”

“...”

“ฉัน.. ชอบความธรรมดาเวลาที่นายอยู่กับฉัน”

“...”

“ถ้าแบบนั้นมันหมายถึงฉันชอบนาย ฉันก็ชอบนายแหละชางกยุน”

“กว่าจะพูดได้นะ” พอได้ฟังคำสารภาพที่ตัวเองรอคอยมานาน ก็เกิดเขินขึ้นมาดื้อๆ เลยได้แต่หยิบส้อมขึ้นมาชี้คนอายุมากกว่าอยากคาดโทษก่อนจะตักเค้กเข้าปากแก้เขิน

“แล้วเป็นแฟนกันมันต่างจากที่เราเป็นกันอยู่ตอนนี้ยังไง” จูฮอนที่นั่งเงียบไปนานเอ่ยถามขึ้นมาอย่างงงๆ เพราะเขาเองก็คิดว่าสิ่งที่เขากับชางกยุนเป็นอยู่ตอนนี้มันก็ดีอยู่แล้ว ใช้เวลาด้วยกันแทบตลอดเวลา เอาใจใส่กันและกันอยู่เสมอ จนคิดภาพไม่ออกว่าหากเปลี่ยนสถานะไปแล้ว เขาและชางกยุนจะมีอะไรเปลี่ยนแปลงไปบ้างไหม

“อยากรู้เหรอ”

“อือ”

“คืนนี้มาที่ห้องสิ พี่จะได้รู้ว่าเป็นแฟนกันมันต่างกับก่อนหน้านี้ยังไง”



-----------------------------------------------------------

หาได้มีสาระไม่.. 555555555  แต่เพราะอินจากเพลงมากๆ เห็นแล้วมันต้องจัดสักเรื่อง ใจแม่ยกพังกันเป็นแถบๆ เลย อาจจะไม่สนุกมากเท่าไหร่นะคะ แต่อยากทำเพราะอินมากจริงๆ ฮ่าๆ ยังไงคอมเมนท์ติชมกันตามสะดวกเลยค่าาา

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ choc_bow จากทั้งหมด 9 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

3 ความคิดเห็น

  1. #3 Tempesta m (@loveminyul1259) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2560 / 21:50
    เดี๋ยววววค่ะ หื้ม ประโยคสุดท้ายคนน้องเค้าหมายถึงอะไรกันคะเนี่ย! เขินไปก่อนแล้ว5555
    #3
    0
  2. #2 xxxdh
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2560 / 15:47
    อือหืออชางกยุนมันร้ายยยยย คนพี่นี่ก็ทำไมใสซื่อแบบนี้เดี๋ยวจะตามน้องไม่ทันเอานะแอร้555555.

    น่ารักมั่กเบยค่า >_<
    #2
    0
  3. #1 ff-nolimited (@ff-nolimited) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2560 / 12:29
    ประโยคจบนี่มันอะไรกันคะคุณณณลูกกกกกก มีชงมีชวนพี่เขาไปที่ห้องด้วยวั้ยยยยย ร้ายกาจนะชางกยุนตัวแสบของพี่ 555555 น่ารักค่าาาาาาาาา สู้นะคะไรท์ อยากทำอะไรสนองนี้ดตัวเองก็ทำได้เลยค่ะ
    #1
    0